นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ลูกไม้ไกลต้น

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    รสาเท้าความให้เฉลิมฟังว่าเมื่อยี่สิบสองปีก่อน สุภาเคยทำงานเป็นคนใช้ที่บ้านของเขาและตั้งท้อง เขาแก้เกมอย่างผู้เจนโลก ในเมื่อสุภามีผัวถ้าจะท้องก็ไม่เห็นแปลกตรงไหนและที่สำคัญเขาไปเกี่ยวอะไรด้วย รสาจ้องหน้าเขา ถามว่าแน่ใจหรือว่าไม่เกี่ยวกับเขา เฉลิมอยากรู้ว่าเธอเป็นใครกันแน่

    “ดิฉันเป็นลูกค่ะ เป็นลูกของแม่สุภาที่เกิดเมื่อยี่สิบสองปีก่อน”

    เฉลิมถึงกับตะลึง วรรณฤดีทนไม่ไหว พุ่งมากระชาก รสาออกห่างจากพ่อตัวเอง ตะคอกใส่หน้าที่พูดมาทั้งหมด หมายความว่าอย่างไร รสาไม่จำเป็นต้องตอบคำถามของเธอ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างตนกับเฉลิม วรรณฤดีไม่พอใจมากตะโกนสั่งให้อนงค์โทร.ตามตำรวจ รสาไม่กลัว อยากจะเรียกก็เชิญได้เลย เพราะคนที่ควรกลัวน่าจะเป็นเฉลิมมากกว่า

    “ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าหนูเป็นลูกสุภาจริงหรือเปล่า หนูอาจจะแค่รู้จักแล้วก็ได้รู้ว่าสุภาเคยมาเป็นคนรับใช้ที่บ้านฉัน ก็เลย...คิดแผนมาแบล็กเมล์ฉัน ถ้าหนูไม่มีอะไรมาเป็นหลักฐานเพื่อมายืนยันว่าหนูเกี่ยวข้องกับสุภาจริง หนูกลับไปเสียเถอะ” พูดจบเฉลิมกลับไปขึ้นรถตู้ วรรณฤดีตะคอกใส่หน้ารสา

    “ได้ยินแล้วใช่ไหม กลับไปซะแล้วอย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก ถ้าไม่อยากเข้าไปนอนในคุก”

    จากนั้นวรรณฤดี ธัชชัย ศศิกานต์และชานนท์

    พากันขึ้นรถตู้ ทิ้งให้รสายืนอึ้งอยู่เพียงลำพัง...

    ตั้งแต่เกิดเรื่อง เฉลิมเอาแต่นั่งเงียบไม่ยอมแตะต้องอาหาร วรรณฤดีสงสัยไม่เลิกทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงพูดเหมือนพ่อเป็นคนทำให้แม่มันท้อง เฉลิมถึงกับหน้าเสียแต่รีบปรับสีหน้าเป็นปกติ

    “พูดอะไรบ้าๆ อย่าไปสนใจเลยน่า”

    ธัชชัยเห็นด้วยกับพ่อตา เขาเชื่อว่าผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ หวังฟลุกจะได้เงินจากท่าน

    ศศิกานต์กลับคิดไม่เหมือนคนอื่น ดูท่าทางผู้หญิงคนนั้นไม่น่าจะมีเล่ห์เหลี่ยมมาเที่ยวหลอกใครได้

    “ศศิครับ ถ้ามันเป็นเรื่องจริงอย่างที่ผู้หญิงคนนั้นกล่าวหาคุณอา ทำไมเธอถึงเก็บเรื่องนี้มาตั้ง 22 ปีล่ะ”

    ศศิกานต์ตอบคำถามของชานนท์ไม่ได้ จึงได้แต่นิ่งเงียบ...

    ในเวลาต่อมา ทันทีที่ได้อยู่กันตามลำพังในห้องนอน วรรณฤดีบ่นกับธัชชัยว่าถ้าชานนท์แต่งงานกับศศิกานต์แล้วมีหลานชายให้พ่อก่อนคู่ของเรา มีหวังได้กลายเป็นหมาหัวเน่ากันแน่ๆ

    “ก็แล้วคุณจะให้ผมทำอย่างไรล่ะครับ คุณวรรณ”

    “ยังต้องให้บอกอีกเหรอ รีบไปอาบน้ำสิ เราต้องรีบมีลูกให้เร็วที่สุดเข้าใจไหมธัช ลูกผู้ชายด้วย”

    ธัชชัยได้แต่ถอนใจเซ็ง ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ

    ooooooo

    ที่ศาลาสวดศพ หลังจากฟังรสาเล่าเรื่องที่ไปเจอกับเฉลิม บงกชคาดไว้ไม่มีผิดว่าเขาต้องทำเป็นจำไม่ได้ เพราะทำเรื่องร้ายแรงไว้ขนาดนั้น ขืนยอมรับง่ายๆก็เท่ากับยอมรับความผิดของตัวเอง มธุรสเห็นด้วยกับบงกช เรื่องที่เฉลิมก่อเอาไว้ล้วนแต่เป็นเรื่องใหญ่ ทั้งเรื่องหลอกลวงสุภาและเรื่องที่เขามีรสาเป็นลูก

    “ความจริงฉันว่านะ ตรวจดีเอ็นเอซะก็หมดเรื่อง ทีนี้ปฏิเสธไม่ออกแน่ เธอก็ไม่ต้องเสียเวลาไปให้เขาไล่กลับมาแบบนี้หลายๆรอบ”

    รสาไม่ได้ต้องการให้เฉลิมยอมรับเป็นลูก แค่ต้องการให้เขามาขออโหสิกรรมแม่ก็พอ บงกชนึกถึงแหวนที่เธอเคยเล่าให้ฟัง แหวนวงที่เฉลิมให้แม่ของเธอเอาไว้ รสาลืมเรื่องนี้ไปสนิทไม่อย่างนั้นคงจะยกขึ้นมาอ้างตอนที่เฉลิมขอหลักฐานเพื่อยืนยันว่าเธอเกี่ยวข้องอะไรกับสุภา มธุรสสงสัยแหวนวงนั้นอยู่ไหน

    “ฉันคิดว่ายังอยู่ในห้องแม่สุภานั่นแหละ”

    “แน่เหรอ...ไม่ใช่ว่าพอแม่ตายอีพี่มนัสมันเข้าไปค้นของแม่กระจุยแล้วนะ เธอก็รู้จักพี่ชายเธอดีนี่สา”

    รสาร้อนใจมากรีบเดินหาเพื่อจะถามเรื่องแหวนแต่เจอมนัสนั่งดื่มเหล้าอยู่กับเพื่อนก็ลืมเรื่องนั้นไปเลย กระชากแก้วไปจากมือบอกให้พอได้แล้ว เขาไม่พอใจที่เธอบังอาจมาทำตัวเป็นแม่จะแย่งแก้วเหล้าคืน เธอเอาเหล้าสาดทิ้ง มนัสลุกพรวดทำท่าจะเอาเรื่อง แต่บงกชมาขวางไว้ ขืนทำร้ายรสาเป็นได้เห็นดีกันแน่ เพื่อนในวงเหล้าเห็นท่าไม่ดีรีบดึงตัวมนัสออกไป จังหวะนั้นอรทัยเข้ามาบอกรสาว่ามีแขกมาหา ทุกคนชะงักหันไปมอง บงกชตกใจมากเมื่อเห็นแขกที่เดินตามอรทัยคืออภิรักษ์นั่นเอง...

    ระหว่างที่รสาพาอภิรักษ์ไปไหว้เคารพศพสุภาบนศาลา บงกชแอบนินทากับมธุรส ไม่รู้ว่าเพื่อนรักของเราสองคนไปรู้จักอภิรักษ์น้องชายเจ้านายของตนตั้งแต่ตอนไหน

    “แล้วท่าทางอย่างนี้เหมือนจะไม่รู้จักกันธรรมดา”

    “เธอจะบอกว่าคุณอภิรักษ์นั่นมาชอบสาเหรอ”

    บงกชไม่ตอบ ได้แต่มองรสากับอภิรักษ์ อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก มนัสแอบมองน้องสาวตัวเองอยู่เช่นกัน หันไปถามอรทัยว่าผู้ชายท่าทางร่ำรวยที่อยู่กับรสาเป็นใคร เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเหมือนกัน เขาตวาดแว้ด

    “ทีหลังน่ะหัดรู้อะไรซะบ้างน่ะนังนี่ โง่ดักดานยังงี้ไม่รู้ฉันเอามาทำเมียได้ยังไง”...

    ด้านรสาพาอภิรักษ์มานั่งที่เก้าอี้ ขอบคุณเขามากที่ให้เกียรติมางานศพ เขาเห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของเธอ คอยพูดปลอบใจ ทำให้เธอคลายความทุกข์ใจลง

    ooooooo

    หลังพระสวดอภิธรรมศพเสร็จ อภิรักษ์ขอตัวกลับก่อน พรุ่งนี้จะมาใหม่ รสาเกรงใจ ไว้มาวันเผาเลยก็ได้ เขาถึงกับหน้าเจื่อนที่เธอไม่มีทีท่าให้ บงกชกับมธุรสรอจนอภิรักษ์ขับรถลับสายตา เข้ามาถามรสาว่าไปรู้จักกับน้องชายเจ้านายใหม่ของบงกชได้อย่างไร รสาเจอเขาตอนเป็นลมวันก่อน เขาก็เลยพาไปส่งบ้านแค่นั้นเอง

    “ฉันว่ามันไม่แค่นั้นละมั้ง ไม่งั้นเขาจะตามมาถึงวัดนี่เชียวเหรอ”

    บงกชเห็นด้วยกับมธุรส เมื่อวานนี้อภิรักษ์ยังส่งพวงหรีดมาในงานศพอีกด้วย รสาไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับตนเอง รู้แค่ว่าเธอไม่ได้คิดอะไรด้วย สามสาวมัวแต่คุยกันไม่เห็นมนัสแอบฟังอยู่กับอรทัยที่อีกมุมหนึ่ง

    “มันพูดอะไรกันไม่ได้ยินเลยเว้ย...แต่นังสานี่มันก็มีดีเหมือนกันแฮะ มีผู้ชายท่าทางรวยมาหาถึงที่เลยเว้ย ถ้าข้าได้น้องเขยรวยๆนะนังอร ข้าจะไถเงินมันเช้ายันเย็นเลย” มนัสกระหยิ่มยิ้มย่อง...

    ชานนท์แวะมาหาพ่อที่ห้องนอนพร้อมกับนำนมอุ่นๆมาให้ เนื่องจากไม่ค่อยได้เข้ามาในนี้ เขาเพิ่งจะเห็นร่องรอยความเก่าของห้อง แนะว่าถึงเวลาปรับปรุงห้องใหม่แล้ว พาณิชชอบให้เป็นแบบนี้ เพราะเหมือนตอนที่กัลยายังอยู่ ชานนท์หน้าตึงทันที ขอร้องให้ท่านลืมผู้หญิงคนนั้นได้แล้ว เธอไม่มีค่าพอให้จดจำ

    “นนท์ ยังไงๆเธอก็เป็นแม่ของนนท์นะ...นนท์ฟังพ่อนะลูก ในโลกนี้ไม่มีใครหรอกที่ไม่เคยทำผิดแม้แต่นนท์หรือตัวพ่อเองก็เถอะ ให้อภัยแม่เขาเถอะนะลูกเพื่อใจของนนท์เอง”

    “ไม่ครับ ผมให้อภัยผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เพราะเธอทำผิดแล้วไม่เคยสำนึก”

    พาณิชสงสัยรู้ได้อย่างไร ชานนท์รู้ตัวว่าเผลอพูดรีบหยุดกึก จังหวะนั้นมีเสียงรถแล่นเข้ามาในบ้าน

    “รักษ์คงกลับมาแล้ว” พูดจบชานนท์ลุกออกไป พาณิชได้แต่มองตามหนักใจกับความอคติของลูก...

    ที่ร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่ง ธัชชัยปรับทุกข์ให้นุกูลฟังถึงเรื่องที่วรรณฤดีเร่งรัดจะมีลูกผู้ชายกับเขาให้ได้ เพราะพ่อตาประกาศไว้ว่าจะให้มรดกก้อนใหญ่กับหลานชายคนแรกของตระกูล นุกูลไม่เห็นจะเป็นปัญหาตรงไหน ดีเสียอีกที่เมียชอบให้ทำการบ้าน ธัชชัยไม่เถียงเรื่องทำการบ้านแต่เรื่องมีลูกไม่ได้ง่ายอย่างนั้น

    “แกจำไม่ได้หรือไงไอ้นุ ตอนเราอยู่ ม.ปลายฉันเคยมอเตอร์ไซค์คว่ำหนหนึ่ง หมอบอกว่าฉันจะมีลูกไม่ได้ นี่ถ้าคุณวรรณรู้ว่าฉันเป็นหมันล่ะก็เธอบอกว่าจะหย่ากับฉันทันที” ธัชชัยพูดจบกระดกเหล้ารวดเดียวหมดแก้ว...

    ดึกคืนเดียวกัน เฉลิมคิดมากเรื่องที่ได้เจอกับลูกของสุภาถึงขนาดเก็บเอาไปฝันร้าย นอนกระสับกระส่ายจนทำให้เปรมจิตที่นอนอยู่ข้างๆรู้สึกตัวตื่นมองสามีด้วยความสงสัย เขาละเมอลั่นว่าไม่จริง ก่อนจะสะดุ้งตื่นลุกพรวดขึ้นนั่งหายใจหอบถี่ เปรมจิตถามว่าเป็นอะไรฝันร้ายหรือ เขาพยักหน้ารับคำ แต่ไม่ยอมเล่าความฝันให้ฟัง อ้างว่าจำไม่ได้ เธอได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ ตั้งแต่แต่งงานกันมาไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้

    ooooooo

    แม้รสาจะไม่มีทีท่าอะไรด้วย แต่อภิรักษ์ไม่ถอดใจง่ายๆ ตั้งใจมั่นจะจีบเธอให้ได้ ระหว่างนั้น ชานนท์เดินเข้ามาถามว่าเมื่อคืนไปไหนมา พอรู้ว่าเขาไปงานศพแม่ของผู้หญิงที่เขาเคยเล่าให้ฟังว่าเกือบขับรถชน ชานนท์ชักสีหน้าไม่ชอบใจขึ้นมาทันที อภิรักษ์รู้เท่าทันพี่ชายรีบยกมือห้าม

    “พี่นนท์อย่าเพิ่งดุผม ฟังผมก่อน ผมไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นอย่างที่พี่นนท์กลัวหรอกครับ ผมไปงานศพคุณแม่ของเธอมาก็พอจะเห็นว่าสังคมของเธอเป็นอย่างไร ผมคิดว่าเธอเป็นคนดีครับพี่นนท์ ผมรู้สึกได้”

    “เออ...ฉันไม่ดุนายก็ได้ แต่เอาเป็นว่านายคิดจะชอบใครก็ดูให้มันดีๆก่อนนะ ดูอย่างคุณพ่อเราสิรอบคอบขนาดนั้นยังพลาดเลย”

    อภิรักษ์ติงว่าคนละคนกัน เปรียบเทียบกันไม่ได้ ชานนท์ไม่พอใจที่น้องไม่เชื่อฟังคำเตือนเดินหัวเสียจากไป อภิรักษ์ส่ายหน้าระอาใจกับการมองผู้หญิงในแง่ร้ายของพี่ชาย พาณิชเข้ามาขอร้องเขาอย่าไปโกรธชานนท์

    “พี่นนท์เจ็บเพราะเรื่องแม่มากกว่ารักษ์ เพราะตอนนั้นเขาโตกว่า เขาจำเรื่องราวบางอย่างได้ดีกว่ารักษ์ ส่วนเรื่องรักษ์จะชอบใคร พ่อไม่ห้าม ถ้ารักษ์ชอบเขาจริงๆพามาให้พ่อรู้จักด้วยก็แล้วกัน”

    ชายหนุ่มยิ้มดีใจที่อย่างน้อยก็ยังมีพ่อที่เข้าใจ...


    ฝ่ายศศิกานต์ตัดสินใจไม่ถูกจะบอกแม่เรื่องรสาดีหรือเปล่า ก็เลยโทร.ปรึกษาชานนท์ซึ่งแนะนำว่าไม่ควรบอก เพราะจะทำให้ท่านเป็นกังวลเปล่าๆ

    “ค่ะพี่นนท์ถ้าพี่นนท์ว่าไม่ควรบอก ศศิก็จะไม่บอก ศศิไม่อยากให้คุณแม่ไม่สบายใจ”...

    ขณะที่ศศิกานต์เลือกที่จะปิดแม่เรื่องรสา วรรณฤดีกลับเล่าทุกอย่างให้ท่านฟัง...

    ทางด้านรสาแวะมาหามนัสที่บ้านแม่แต่เช้า แต่เขาเมาหลับยังไม่ตื่น อรทัยคิดว่าเธอมาทวงเงินในซองช่วยงานศพ เธอไม่ได้มาเรื่องนั้นเพราะรู้ว่าป่านนี้มนัสคงผลาญไปในบ่อนหรือไม่ก็ลงขวดเหล้าหมดแล้ว

    “ก่อนแม่ตายแม่ยกของอย่างหนึ่งให้สา พี่อรอย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะว่าสาเห็นแก่ได้ สาไม่คิดจะเอาอะไรไปจากบ้านนี้เลยสักชิ้นเดียว แต่สาขอของที่แม่ให้สาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แม่บอกว่าอยู่ในกล่องหลังตู้เสื้อผ้า”

    อรทัยคิดว่ารสาจะมาเอากำไลข้อเท้าทอง รีบบอกว่าวันก่อนมนัสค้นได้จากห้องแม่ ป่านนี้คงจะเอาไปขายแล้ว เธอไม่ได้มาเอากำไลข้อเท้าแต่จะมาเอาแหวน อรทัยถึงบางอ้อทันที ต้องเป็นแหวนวงนั้นแน่ๆ วันนั้นมนัสทำกำไลทองกลิ้งเข้าไปใต้เตียง พอเขาควานเอากำไลออกมาก็ได้แหวนมาด้วย

    รสาอยากรู้แหวนหน้าตาเป็นอย่างไร อรทัยเห็นไม่ถนัดเพราะมนัสไม่ยอมให้ดู แต่คิดว่าน่าจะเป็นแหวนของผู้ชาย รสาตื่นเต้นดีใจ ยังไม่ทันจะซักอะไรเพิ่มเติม มนัสพรวดพราดเข้ามาตบอรทัยล้มคว่ำฐานสาระแนเรื่องของเขาแล้วเข้าไปจิกหัวเธอซ้ำ รสาจับมือพี่ชายไว้ ถ้าไม่ยอมปล่อยเธอ ตนจะแจ้งตำรวจ เขาถึงยอมปล่อยเธอเป็นอิสระ รสารีบเข้าไปดูอาการของพี่สะใภ้ พร้อมกับต่อว่าพี่ชายทำไมต้องทำร้ายเธอด้วย

    “ก็มันอยากปากสว่างทำไมล่ะ”

    “งั้นแสดงว่าพี่นัสเจอแหวนของแม่แล้วจริงๆใช่ไหม”

    มนัสปฏิเสธว่าไม่มี รสาเถียงจะไม่มีได้อย่างไรในเมื่ออรทัยก็เห็น เขาหันไปจิกสายตาใส่เมียที่ก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาด้วย ยืนยันว่าไม่มีแหวน อรทัยเพ้อเจ้อไปเองแล้วไล่น้องสาวกลับไปได้แล้ว มนัสรอจนรสาลับสายตาหันไปจิกหัวอรทัยพร้อมกับขู่ไม่ให้พูดเรื่องแหวนวงนั้นอีก ถ้าไม่เชื่อฟังจะโดนเล่นงาน...

    ด้านรสาไม่ได้ไปไหนยังซุ่มอยู่หน้าบ้านแม่พอเห็นมนัสในชุด รปภ.ออกไปทำงาน รีบกลับเข้าไปหาอรทัย หยิบเงินให้สามพันบาท สั่งให้เก็บไว้ดีๆอย่าให้มนัสเห็น

    “สาขอร้องอะไรอย่างหนึ่งนะพี่อร ถ้าพี่อรรู้ว่าแหวนนั่นยังอยู่กับพี่นัสหรือว่าพี่นัสเอาไปขายให้ใคร พี่อรบอกสานะเพราะแหวนนั่นสำคัญกับสามากเลยจ้ะ”

    ooooooo

    เฉลิมหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อเปรมจิตถามกลางโต๊ะอาหารว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องลูกสาวของสุภา

    “แล้วคนที่เอาเรื่องมาเล่าให้คุณฟังเนี่ยได้เล่าครบถ้วนหรือเปล่าล่ะว่าผมตอบเด็กนั่นไปว่าอย่างไร ความจริงเรื่องนี้มันควรจะจบตั้งแต่ที่บริษัทแล้ว เอามาพูดที่บ้านอีกทำไมให้ร้อนหูร้อนใจกันขึ้นมาอีก”

    “ก็ถ้ามันไม่มีอะไร ทำไมแม่นั่นมันต้องเอาเรื่องที่แม่มันตายมาบอกคุณพ่อด้วยล่ะคะ”

    “นี่วรรณแยกคนดีๆกับพวกมิจฉาชีพที่ชอบปั้นเรื่องมาแบล็กเมล์คนรวยอย่างเราไม่ออกเหรอ แกเอาเรื่องบ้าๆนี่กลับมาเล่าให้แม่ฟังพ่อก็ว่าแย่พอแล้ว นี่แกยังจะมาสงสัยพ่อ ทำเหมือนพ่อเป็นจำเลยในศาลอีกเหรอ” พูดจบเฉลิมลุกออกไปอย่างหัวเสีย พอพ้นห้องอาหารเขาบ่นพึมพำ “บ้าจริง ตายไปแล้วยังอุตส่าห์ส่งลูกสาว

    กลับมาหลอกมาหลอนกันอีก” เฉลิมรู้สึกเหมือนมีคนอยู่ข้างหลัง หันขวับไปเห็นแม่จันถือถาดสำรับกับข้าวยืนอยู่ รีบกลบเกลื่อน “ฉันไม่กินอะไรแล้วนะแม่จัน กินไม่ลง”

    “กินไม่ลงเพราะถูกผีหลอกเหรอคะ” แม่จันมองเฉลิมอย่างรู้ทัน ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดเดินปึงปังจากไป...

    ฝ่ายเปรมจิตหันไปเล่นงานศศิกานต์ที่ไม่ยอมเล่าเรื่องรสาให้ฟัง เธออ้างว่าไม่อยากทำให้ท่านไม่สบายใจ และที่สำคัญเธอไม่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นพวกสิบแปด มงกุฎ วรรณฤดีไม่พอใจที่น้องสาวเข้าข้างอีกฝ่าย ทำท่าจะเอาเรื่อง ธัชชัยเห็นท่าไม่ดีแนะให้เลิกพูดเรื่องนี้กันดีกว่า ถ้าวรรณฤดีคิดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนไม่ดีก็เรียกตำรวจมาจับแค่นี้ก็จบเรื่องแล้ว ศศิกานต์ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะจบง่ายๆอย่างที่เขาว่า...

    แม้รสาจะหาแหวนวงนั้นไม่เจอ แต่เธอก็ไม่ยอมจำนนกับปัญหาแค่นี้ เพราะถ้าเธอยอมแพ้ เธอรู้ว่าแม่ต้องตายตาไม่หลับแน่ๆ ที่สำคัญท่านต้องได้รับคำขอโทษจากเฉลิมก่อนที่เธอจะปลงศพท่าน...

    เรื่องของรสาทำให้เปรมจิตกังวลใจมาก เพราะเมื่อยี่สิบสองปีก่อนเธอบังเอิญเห็นเฉลิมออกมาจาก

    ห้องพักของสุภา อดบ่นกับแม่จันไม่ได้ว่าสิ่งที่เธอเคยกลัว กำลังจะย้อนกลับมาเล่นงานครอบครัวของเธอ...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน ชานนท์กำลังขับรถออกจากบ้านจะไปรับศศิกานต์ไปดูโรงงานผลิตอัญมณีเนื่องจากอีกไม่กี่วันจะถึงงานจิวเวลลี่แฟร์ กัลยาวิ่งมาเคาะกระจกรถ

    “นนท์พูดกับแม่หน่อยเถอะลูก”

    “แม่ผมตายไปตั้งแต่ผมอายุ 8 ขวบแล้ว ส่วนคุณเป็นใครผมไม่รู้จัก”

    กัลยาบีบน้ำตาขอร้องเขาอย่าทำแบบนี้ ชานนท์ไล่แม่ตัวเองกลับที่นี่ไม่มีใครต้อนรับเธออีกแล้ว เธอตื๊อจะขอเจออภิรักษ์ก่อน เขาไม่ยอมให้เจอ แล้วหันไปกำชับพันซึ่งรอจะปิดประตูรั้วว่าอย่าให้คนแปลกหน้าเข้าบ้านเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะถูกไล่ออก พันรับคำแล้วรีบปิดประตูรั้ว กัลยาที่ยืนร้องไห้เมื่อครู่ พอเห็นรถของชานนท์พ้นสายตาไปแล้ว สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเคืองแค้นแทนที่

    ooooooo

    เนื่องจากประพฤติตัวไม่เหมาะสม ขาดงานโดยไม่เขียนใบลา แถมถูกร้องเรียนว่าเมาระหว่างปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้า รปภ.จึงไล่มนัสออกจากงาน แทนที่จะสำนึกเขากลับฮึดฮัดไม่พอใจ แต่พอนึกได้ว่าตกงานจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อเหล้าดื่ม มนัสถึงกับถอนใจกลุ้ม แล้วนึกถึงแหวนวงนั้นขึ้นมาได้ รีบเอาออกจากกระเป๋า

    ครู่ต่อมา มนัสเอาแหวนไปให้เฮียเจ้าของร้านเพชรเล็กๆร้านหนึ่งตีราคา เฮียชมเปาะว่าเพชรบนแหวนน้ำงามมาก ถามว่าแหวนของเขาหรือเปล่า มนัสรับคำไม่ค่อยเต็มปากนัก จังหวะนั้นมีตำรวจสายตรวจสองนายเดินผ่านหน้าร้าน พร้อมกับยกมือทักทายเฮีย มนัสท่าทางส่อพิรุธอย่างเห็นได้ชัด

    “ไปเอามาจากไหนล่ะ อย่างลื้อไม่น่าจะมีแหวนเพชรราคาสูงๆอย่างนี้เลยนี่ แหวนนี่แพงมากนะ อั๊วให้ตำรวจคุยกับลื้อดีกว่า” เฮียว่าแล้วทำท่ากวักมือเรียกตำรวจ มนัสเห็นท่าไม่ดีคว้าแหวนวิ่งหนีออกจากร้าน

    เฮียวิ่งตามมาตะโกนเรียกตำรวจที่ยังเดินเตร่อยู่แถวนั้นให้ช่วยจับตัวมนัสเอาไว้ สงสัยจะขโมยแหวนคนอื่นมาขาย ตำรวจไล่ตามเขาอย่างไม่ลดละ อารามรีบร้อนไม่ทันดูทาง มนัสเหยียบตะปูเลือดไหล แต่พอเห็นตำรวจไล่หลังมา เขาโดดผลุงเดียวไปซ่อนตัวในพงหญ้าข้างทาง ตำรวจวิ่งผ่านไปโดยไม่ทันสังเกตเห็น...

    ทางฝ่ายรสามาถึงศาลาสวดศพแม่แต่หัววัน

    เนื่องจากต้องเปลี่ยนดอกไม้ที่วางหน้าโลงศพ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นอภิรักษ์นั่งรอท่าอยู่ เขาออกตัวว่ารีบมาก่อนเวลาเผื่อเธอจะมีอะไรให้ช่วย เสร็จจากช่วยกันจัดดอกไม้ อภิรักษ์ชวนรสาไปหาอะไรกินแถววัด ทีแรกเธอปฏิเสธ แต่ทนเสียงรบเร้าไม่ไหวจำต้องทำตามที่เขาต้องการ...

    ในเวลาต่อมา มนัสกลับถึงบ้านอย่างหัวเสีย อรทัยเห็นเขาในสภาพเนื้อตัวมอมแมม ที่เท้ามีเลือดไหลเป็นทางก็ตกใจ ถามว่าไปโดนอะไรมา ไหนวันนี้เขาจะไปทำงานไม่ใช่หรือ มนัสถูกจี้ใจดำเรื่องตกงานยิ่งโมโหพาลอาละวาดใส่แล้วไล่ให้ไปหายามาใส่แผลให้ เธอวิ่งไปหยิบร่วมยามาทำแผลให้เขามือสั่นด้วยความกลัว ระหว่างนั้นแหวนหล่นมาจากกระเป๋าของมนัส อรทัยหยิบขึ้นมาดู เขาหันมาเห็นรีบตะปบคืน แล้วตบเธอฉาดใหญ่ฐานคิดจะขโมยของ

    ของเขา เธอปฏิเสธเสียงสั่นว่าไม่ได้ขโมยแค่จะเก็บให้

    “นี่มันคือแหวนของแม่สุภาที่สาถามหาอยู่ใช่ไหมพี่”

    “ไม่ใช่ แล้วมึงก็อย่ามาสู่รู้เรื่องนี้อีก ไม่งั้น...”

    ไม่พูดเปล่า มนัสเงื้อมือจะตบอรทัยซ้ำ แต่เธอวิ่งหนีไปเสียก่อน เขาหยิบแหวนขึ้นมาดูด้วยความเจ็บใจที่ขายไม่ได้ แถมเกือบจะถูกตำรวจรวบตัวอีกด้วย...

    ขณะที่อภิรักษ์กำลังกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่ร้านอาหารข้างทางกับรสาอย่างเอร็ดอร่อย ชานนท์และศศิกานต์เจอทั้งคู่โดยบังเอิญ อภิรักษ์ซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วยแนะนำให้สองฝ่ายได้รู้จักกัน ชานนท์ไม่พอใจและแปลกใจปนกันที่รู้ว่ารสาคือผู้หญิงที่น้องชายเกือบขับรถชน แถมเธอยังเป็นเพื่อนสนิท
    ของบงกช เลขาฯของเขาอีกด้วย

    “ไม่น่าเชื่อว่าโลกจะกลมอะไรขนาดนี้...เรารู้จักกันแล้วค่ะ” ศศิกานต์สีหน้าลำบากใจ

    “อ้าว งั้นก็ดีสิครับ พี่นนท์กับศศิมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวด้วยกันไหมครับ ร้านนี้อร่อยเหลือเชื่อจริงๆ”

    ศศิกานต์นั่งร่วมโต๊ะอย่างไม่ถือตัว ทำให้ชานนท์ต้องนั่งลงด้วย สายตาของเขาจับจ้องรสาอย่างไม่ไว้ใจ...

    กัลยาไม่สะทกสะท้านแม้จะถูกชานนท์ไล่ตะเพิดอย่างไม่ไยดี ปรึกษากับอรุณจะทำอย่างไรให้เข้าถึงตัวอภิรักษ์ซึ่งใจอ่อนกว่าพี่ชาย เพราะถ้าทำได้ เรื่องหลอกเงินจากเขาก็คงไม่ยาก...

    ระหว่างนั่งกินก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน ชานนท์พูดจาแดกดันรสาอยู่เป็นระยะๆ ทีแรกอภิรักษ์ยังไม่เข้าใจคำพูดเป็นนัยๆเหล่านั้น แต่พอจับใจความได้ก็ไม่พอใจ พารสาลุกออกไปทันที ศศิกานต์ถามชานนท์อย่างไม่อ้อมค้อมยังคิดว่ารสาเป็นพวกสิบแปดมงกุฎใช่ไหม เขายอมรับว่าใช่ ผู้หญิงคนนี้ยังมาเหนือเมฆอีกต่างหาก เข้าทางเฉลิมไม่ได้ก็หันไปหาน้องชายของเขาซึ่งเป็นคนซื่อถึงได้โดนผู้หญิงหลอกมาไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้ว

    “แต่ศศิก็ยังคิดว่าคุณรสาไม่ได้หลอกอะไรใครนะคะ เธอดูเป็นคนจริงใจมาก”

    “พี่อยากให้ศศิคิดดูให้รอบคอบ เรื่องใหญ่ขนาดอ้างว่าคุณอาเฉลิมเป็นพ่อโดยไม่มีหลักฐานอะไรสักอย่าง แค่คำพูดลอยๆของเธอ มันยังไม่มีน้ำหนักมากพอที่เราจะเชื่อได้”

    ooooooo

    แม่จันเห็นเปรมจิตนั่งหน้าเครียดถามอย่างรู้

    เท่าทันความคิดว่ากลัวรสาจะเป็นลูกของเฉลิมใช่ไหม

    “เราก็เห็นด้วยตาของเราสองคนว่าคุณเฉลิมเคยเข้าหาสุภามันจริงๆ แต่พี่จันก็รู้ว่าคุณเฉลิมมีลูกยากแค่ไหน กว่าจะได้ยายวรรณยายศศิมา ฉันเจ็บตัวเสียเงินตั้งเท่าไหร่”

    “ถ้าอย่างนั้นคุณเปรมกลัวอะไรล่ะคะ”

    เปรมจิตกลัวเวรกรรมจะกลับมาสนองเธอกับครอบครัวในรูปแบบของผู้หญิงที่ชื่อรสา...

    ด้วยความที่มีอคติในใจ ทำให้ชานนท์คิดว่ารสาจะมาหลอกลวงอภิรักษ์ เขาพยายามเตือนแล้วแต่น้องไม่เชื่อฟัง ก็เลยต้องขอให้พ่อช่วยห้ามปรามแทน พาณิชไม่เห็นรสาเรียกร้องจะเอาทรัพย์สินใดๆจากเฉลิม ข้อเรียกร้องอย่างเดียวของเธอคือให้เฉลิมไปกราบขอขมาต่อหน้าศพแม่ของเธอ ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่แปลกมาก

    “พ่อว่าเรายังไม่รู้ความจริงคืออะไรอย่าเพิ่งออกตัวไปก่อนเลยนนท์ รอดูไปก่อนเถอะ บางทีเรื่องนี้มันอาจจะมีอะไรซับซ้อนกว่าที่นนท์คิดก็ได้” คำพูดที่ไม่เข้าข้างของพ่อทำให้ชานนท์ฮึดฮัดขัดใจ...

    ที่งานสวดศพสุภา อภิรักษ์ช่วยงานเจ้าภาพสารพัดทั้งรับแขก ทั้งเสิร์ฟน้ำโดยไม่ถือตัวทำให้ได้ใจบงกชและมธุรสไปเต็มๆ รสาเกรงใจเขามากขอร้องให้ไปนั่งได้แล้ว เขาเป็นแขกไม่ควรต้องมาลำบาก ระหว่างนั้น อรทัยซึ่งเหลียวซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่ามนัสไม่อยู่แถวนั้น รีบกวักมือเรียกให้รสาไปหาเพื่อบอกว่าแหวนที่เธอ

    ถามหาอยู่กับมนัสจริงๆ รสาขยับจะไปเอาคืนแต่อรทัยดึงมือไว้ ขืนเธอไปพูดตอนนี้เขาต้องรู้ว่าตนเป็นคนมาบอก แล้วตนก็จะถูกเขาเล่นงานอีก ดังนั้นถ้าเธอจะทำอย่างไรต่อไปก็ขอให้คิดให้ถี่ถ้วนก่อน

    “จ้ะ แล้วสาจะระวังไม่ให้พี่ต้องเดือดร้อนไปด้วย”

    จากนั้น รสานำเรื่องที่แหวนอยู่ในมือมนัสมาปรึกษาสองเพื่อนรักให้ช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรดี เพราะถ้าเธอไม่ได้แหวนไปยืนยันคำพูด เฉลิมก็จะไม่ฟังเธอ บงกชแนะให้ขอซื้อจากมนัสซึ่งบูชาเงินเป็นชีวิตจิตใจ เขาจะต้องยอมขายให้เธอแน่ๆ รสายิ้มดีใจที่เห็นทางสว่าง แต่อดมองไปที่อภิรักษ์ไม่ได้ บงกชรู้ใจเพื่อนรัก อาสาจะดูแลเขาให้เอง...

    ในเวลาต่อมา รสาตามหามนัสจนเจอ ขอซื้อแหวนวงนั้นคืนจากเขาเป็นเงินสดถึง 50,000 บาท เขาเห็นเธออยากได้แหวนมากถึงขนาดลงทุนขอซื้อด้วยเงินจำนวนมากแบบนี้ก็ยิ้มเจ้าเล่ห์หวังจะโก่งราคาให้มากกว่านี้ จึงโกหกว่าไม่มีแหวนอะไรทั้งนั้น แล้วเดินหนีไปหน้าตาเฉย รสาได้แต่ถอนใจเซ็ง

    อภิรักษ์กลับจากงานศพเจอชานนท์รอท่าอยู่ รู้ว่า พี่จะต่อว่าเรื่องอะไรชิงพูดดักคอขึ้นก่อน ถ้าคิดจะให้เขาเลิกคบกับรสา บอกได้เลยว่าไม่เลิกคบ เพราะเขาชอบเธอมากและอาจถึงขั้นรักด้วยซ้ำ ชานนท์หาว่าน้องบ้าไปแล้ว รู้จักกันไม่กี่วันจะรักกันได้อย่างไร เป็นเพราะเขาใจอ่อนแบบนี้นี่เองถึงโดนผู้หญิงหลอกอยู่ตลอด

    “พี่นนท์เอาเรื่องของคุณรสามาผูกเข้ากับเรื่องของแม่อีกแล้ว แม่ทำผิดพลาดครั้งเดียวพี่นนท์ก็เหมาว่าผู้หญิงทั้งโลกเลวร้ายเหมือนแม่หมด ผมไม่อยากพูดกับพี่นนท์แล้ว เอาเป็นว่าเรื่องคุณรสา ถ้าผมจะโง่จนดูคนไม่ออก จะถูกผู้หญิงหลอกอีกสักคนผมก็จะยอมเจ็บของผมเอง พี่นนท์ไม่เกี่ยว ได้ยินไหมครับพี่นนท์ไม่เกี่ยว” อภิรักษ์พูดจบเดินปึงปังขึ้นบ้าน พาณิชแอบฟังอยู่เจ็บปวดใจที่ลูกทะเลาะกันเรื่องที่เมียรักทำแสบเอาไว้...

    เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้ง อยู่ๆรถที่เฉลิมนั่งมาเครื่องยนต์กระตุกสองทีก่อนจะดับไปดื้อๆ เชิดคนขับรถลองสตาร์ตเครื่องอีกครั้งแต่รถเงียบสนิท รีบลงไปเปิดฝากระโปรงหน้ารถดู เฉลิมเพิ่งสังเกตเห็นว่าสถานที่ที่รถจอดเสียอยู่เป็นวัดซึ่งเป็นที่ตั้งศพของสุภา บอกให้เชิดลองโทร.ตามช่างดูก่อนแล้วกัน

    “ฉันจะไปเดินเล่นแถวนี้หน่อย เดี๋ยวกลับมา”

    เชิดมองตามเจ้านายที่เดินเข้าไปในวัดที่ทั้งมืดและเปลี่ยวด้วยความเป็นห่วงแต่ไม่รู้จะห้ามอย่างไร...

    เฉลิมเดินมาที่ศาลาตั้งศพสุภา คลาดกับรสาที่เพิ่งกลับไปกับบงกชอีกทางหนึ่งอย่างเฉียดฉิว

    ooooooo

    เฉลิมออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าไม่มีใครรู้ว่าหายไปไหน ธัชชัยตั้งข้อสังเกต ท่านอาจจะไปวัดเพื่อไหว้ขอขมาศพนังคนใช้เก่าแก่นั่น เปรมจิตตอบอย่างมั่นใจว่าไม่ใช่ เฉลิมไปที่วัดแห่งนั้นตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว วรรณฤดีแปลกใจแม่รู้ได้อย่างไร ได้ความว่าเมื่อคืนเฉลิมมีงานเลี้ยงแล้วกลับดึกผิดเวลา

    “นายเชิดบอกว่ารถไปเสียอยู่ที่หน้าวัดพอดี คุณพ่อ ก็เลยเดินเข้าไปแต่จะเข้าไปทำอะไรแม่ไม่กล้าถาม”

    “ตั้งแต่รสาปรากฏตัวชีวิตพวกเราก็เปลี่ยนแปลงไปเลยนะคะและอาจจะเปลี่ยนไปมากกว่านี้อีกถ้ารสาเป็นลูก...” ศศิกานต์พูดยังไม่ทันจบ วรรณฤดีชิงต่อว่าเสียก่อนว่าอย่าพูดอะไรบ้าๆ ตนยอมรับน้องนอกไส้ไม่ได้ ครอบครัวของเรามีกันแค่นี้เท่านั้นไม่มีคนอื่นอีก ขอให้เธอจำใส่สมองไว้ด้วย เปรมจิตยอมรับไม่ได้เช่นกัน

    “แม่อยากเจอเด็กผู้หญิงคนนั้น”

    “ถ้างั้นคุณแม่ก็ต้องไปที่บริษัทค่ะ นังเด็กคนนั้นมันไปดักพบคุณพ่อแทบทุกวัน วันนี้บริษัทเปิดวรรณเชื่อว่ามันต้องไปดักรอพบคุณพ่อที่นั่นอีกแน่ๆ”

    ศศิกานต์อยากรู้แม่จะไปพบรสาเรื่องอะไร ท่านได้แต่นิ่งเงียบไม่ยอมตอบอะไร...

    คนที่ทุกคนกำลังถามหาแวะไปปรับทุกข์กับพาณิชถึงที่บ้านเรื่องลูกของสุภา พาณิชต่อว่าเขาว่าทำอะไรไม่รู้จักคิด ถ้าเขาซื่อสัตย์กับเปรมจิตไม่นอกลู่นอกทางเรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น

    “ซื่อสัตย์กับเมียอย่างแกน่ะเหรอ แล้วเป็นไงเมียหนีตามชู้ไปไม่กลับมาเลย ทิ้งลูกเล็กๆสองคนให้แกเลี้ยงตามลำพัง มันก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันหรอกวะ” เฉลิมแดกดันจบก็นิ่งเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะปลอบใจตัวเองว่ารสาจะต้องไม่ใช่ลูกของเขา พาณิชก็น่าจะรู้ว่าเขามี

    ผู้หญิงตั้งหลายคนโดยไม่ได้ป้องกันก็ไม่เห็นใครจะท้องสักคน สุภาคงส่งลูกมาประจานความเลวที่เขาเคยทำไว้กับเธอ ถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดโปง เขาคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน

    “งั้นแกจะทำยังไงต่อไปฮึ เฉลิม” พาณิชเห็นเพื่อนรักส่ายหน้าไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่หนักใจแทน...

    ถึงจะไม่มีแหวนมายืนยันความเกี่ยวข้องระหว่างตนเองกับสุภา แต่รสายังบุกไปที่บริษัทอัญมณีทองอีกครั้ง ยังไม่ทันจะเข้าไปข้างในก็ถูกชานนท์ลากตัวไปที่รถ อ้างมีเรื่องจะคุยด้วย เขาต้องการให้เธอเลิกยุ่งกับอภิรักษ์ซึ่งเป็นคนดีไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมผู้หญิงอย่างเธอ รสายังไม่ทันจะอ้าปากเถียง เขาชิงพูดขึ้นเสียก่อน

    “แล้วเรื่องที่จะมาอ้างตัวเป็นลูกคุณอาเฉลิมเพื่อหวังมรดกน่ะ คุณอาเปรมจิตกับคุณวรรณฤดีคงไม่ยอมง่ายๆแน่ ผมรับรองได้”...

    เป็นอย่างที่ชานนท์พูดไว้ไม่มีผิด เปรมจิตมาที่บริษัทอัญมณีทองเพื่อจะมาเจอกับรสา โดยมีศศิกานต์ วรรณฤดีและธัชชัยตามมาด้วย แต่ต้องผิดหวังที่ไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอ วรรณฤดีตั้งข้อสังเกต นังนั่นอาจกลัวเราแจ้งตำรวจจับก็เลยไม่กล้าโผล่หัวมาอีก ศศิกานต์มั่นใจว่าเธอต้องมาเพราะดูท่าทางแล้วเป็นคนมุ่งมั่นเอาจริงมาก
    เปรมจิตต้องการจะเจอรสาให้ได้ ตัดสินใจนั่งรอที่เก้าอี้รับรองแขกหน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับ...

    ในเมื่อการข่มขู่ให้รสาเลิกยุ่งกับอภิรักษ์ไม่ได้ผล ชานนท์จัดแจงเสนอจะให้เงินสองล้านบาทแทนที่ แล้วเขียนเช็คเงินสดยัดใส่มือ รสาฉีกมันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ปาใส่หน้าเขาพร้อมกับประกาศลั่น

    “พวกคุณมันก็ดีแต่คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างในโลก ฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าเงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง ถ้าคุณรักษ์กับฉันรักกันจริงๆ เงินของคุณไม่มีวันแยกเราจากกันได้หรอก” พูดจบรสาผละจากไป ชานนท์ได้แต่มองตามพูดอะไรไม่ออก แต่พอเห็นเธอตรงดิ่งไปที่บริษัทอัญมณีทอง รีบวิ่งตาม...

    ในเวลาต่อมา วรรณฤดีเห็นรสาก้าวเข้ามาในบริษัท รีบรายงานแม่ว่านังนั่นมาแล้ว เปรมจิตมองรสาแวบหนึ่งก่อนจะสั่งให้วรรณฤดีไปบอกผู้หญิงคนนั้นทีว่าท่านจะขึ้นไปรอที่ห้องทำงานของเฉลิมให้ตามไปพบที่นั่น แล้วเดินไปขึ้นลิฟต์ วรรณฤดีรีบไปทำตามที่แม่สั่ง แต่รสาไม่ต้องการพบใครนอกจากเฉลิม

    “โอหัง วันนี้แกไม่มีทางได้พบคุณพ่อฉันหรอกเพราะวันนี้ท่านไม่เข้าบริษัท”

    รสาหันหลังกลับทันที ศศิกานต์เห็นชานนท์ตามเข้ามารีบเดินไปถามว่ามาได้อย่างไร เขามาดักพบรสาเพื่อขอร้องให้เลิกยุ่งกับอภิรักษ์แต่ไม่ได้ผล ศศิกานต์เชื่อว่าถ้าเธอได้คุยกับแม่ของตนอาจจะได้ผลก็ได้ แล้วชวนเขาเดินตามวรรณฤดีที่วิ่งตามรสาออกจากตึกที่ทำการบริษัทโดยมีธัชชัยตามไปด้วยอีกคนหนึ่ง

    วรรณฤดีวิ่งไปดักหน้าไม่ยอมให้รสาไปไหนจนกว่าจะขึ้นไปพบแม่ของตนเองก่อน เธอยืนกรานคำเดิมไม่ต้องการพบใครนอกจากเฉลิม วรรณฤดีโมโหที่เธอไม่ยอมทำตามเกือบจะมีเรื่องกัน ศศิกานต์ต้องเข้าไปขอร้องรสาให้ไปคุยกับแม่ของตนก่อน ได้คุยกับท่านก็เหมือนได้คุยกับเฉลิม ทีแรกรสาไม่ยอมทำตาม แต่พอถูกชานนท์ท้าทายที่เธอไม่ยอมไปพบกับเปรมจิตเพราะกลัวอะไรหรือเปล่า เธอก็เลยยอมไปพบกับท่าน

    ครู่ต่อมา รสามานั่งอยู่ตรงหน้าเปรมจิตในห้องทำงานของเฉลิม เปรมจิตอยากรู้ว่าเธอต้องการจะพบกับเฉลิมด้วยเรื่องอะไร รสาบอกไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับเฉลิมคนเดียวเท่านั้น เปรมจิตพยายามคาดคั้นให้พูด รสาบอกได้แค่ว่าต้องการให้เขาไปงานศพแม่ของเธอเพื่อขอขมาในสิ่งที่เขาเคยทำไว้กับท่าน

    “และเรื่องนี้จะจบลงได้ก็ต่อเมื่อท่านเฉลิมไปงานศพแม่เท่านั้นค่ะ”

    “เธอแน่ใจนะว่าที่มาเนี่ยต้องการเพียงแค่นี้”

    รสายืนยันต้องการแค่นั้นจริงๆ ถึงแม้จะมีสิ่งที่เธอควรจะเรียกร้องได้มากกว่านี้แต่เธอไม่ต้องการ แล้วลุกออกจากห้อง วรรณฤดีซึ่งนั่งรออยู่หน้าห้องทำงานของพ่อกับธัชชัย ศศิกานต์และชานนท์ เห็นรสาเปิดประตูห้องออกมารีบเข้าไปดักหน้าอยากรู้ว่าคุยอะไรกับแม่ของตน เธอไม่ตอบเดินเลี่ยงออกไป วรรณฤดีจะตามแต่ต้องชะงัก

    เมื่อศศิกานต์ร้องเรียกให้เข้ามาช่วยดูแม่ด้วยกันก่อน ท่านอาการไม่สู้ดีนัก

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “ริว วชิรวิชญ์” ปลื้ม พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน “สมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสฯ” ชื่นชม

    “ริว วชิรวิชญ์” ปลื้ม พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน “สมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสฯ” ชื่นชม
    25 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2564 เวลา 07:03 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์