นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ลูกไม้ไกลต้น

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เย็นวันเดียวกัน มธุรสกำลังเม้าท์เรื่องที่ชานนท์ผลุนผลันออกจากร้านเสื้อให้บงกชฟังว่าพอเขารู้เรื่องที่อภิรักษ์ซื้อรถใหม่ป้ายแดงให้กัลยาเท่านั้นก็ปรี๊ดแตก พรวดพราดกลับไปเลยอ้างมีงานด่วนต้องทำ บงกชไม่เห็นเจ้านายจะมีงานเร่งด่วนอะไรที่ไหน มธุรสถึงบางอ้อทันทีที่แท้ก็เป็นแค่ข้ออ้าง

    “พวกเราก็พอเดากันได้ล่ะว่าคุณชานนท์ไม่ได้มีงานอะไรหรอก แต่ไม่พอใจที่คุณรักษ์ซื้อรถให้แม่นั่นแหละ เฮ่อ เมื่อไหร่น้า เจ้านายเธอเขาถึงจะเลิกใจดำแล้วก็ให้อภัยแม่ตัวเองสักที” รสาว่าแล้วถอนใจเหนื่อยใจ...

    ทางฝ่ายชานนท์ยังหงุดหงิดเรื่องที่อภิรักษ์ซื้อรถให้ผู้หญิงคนนั้นไม่หาย พอเห็นน้องกลับเข้าบ้าน ปรี่เข้าไปขอคุยด้วย เขารีบดักคอถ้าจะคุยเรื่องซื้อรถให้แม่ เขาไม่มีอะไรจะคุยด้วย แล้วเดินหนีขึ้นห้องไปเลย

    ooooooo

    อภิรักษ์กำลังจะออกไปทำงานตอนที่กัลยาโทร.มาบอกว่ารถถูกขโมย เขารีบผลุนผลันออกไปหาท่านทันทีโดยไม่ฟังเสียงเรียกให้อยู่คุยกันก่อนของชานนท์ ครู่ต่อมา อภิรักษ์มาถึงบ้านแม่ พอเห็นสภาพใบหน้าบวมปูดของท่านก็ตกใจ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น กัลยาแต่งเรื่องเป็นฉากๆว่าอรุณพาไปกินข้าวข้างนอกแล้วถูกจี้

    “เราไม่ยอมเลยถูกมันซ้อมเอาอย่างนี้ แฟนแม่ก็ถูกมันซ้อมเอาสะบักสะบอมไปเหมือนกัน”

    “แล้วแม่แจ้งความหรือยังครับ”

    กัลยาโกหกว่าแจ้งความแล้วแต่คงไม่ได้เรื่องอะไร อภิรักษ์ไม่สนใจเรื่องรถ ขอเพียงแม่ปลอดภัยก็พอแล้ว กัลยาออดอ้อนขอรถคันใหม่ อ้างถ้าอยู่ที่นี่ไม่มีรถใช้ไปไหนมาไหนลำบากมาก เขารับปากจะซื้อรถคันใหม่ให้เธอดีใจจนเนื้อเต้นที่ลูกยอมให้ง่ายดาย รีบดึงตัวมากอดเป็นรางวัลตอบแทน แค่นั้นอภิรักษ์ก็ปลื้มแล้ว...

    เฉลิมยังรู้สึกเหนื่อยๆเพลียๆ จัดแจงวานแม่จันรินยาดองมาให้ดื่ม เปรมจิตร้องห้ามไว้ ตอนนี้เขาฟอกไตอยู่ไม่ควรกินอะไรแปลกๆเข้าไปอีก คนไม่สบายร่างกายย่อมอ่อนเพลียเป็นเรื่องธรรมดา ขอร้องอย่าเพิ่งเสี่ยงกินจะดีกว่า เฉลิมได้แต่ถอนใจเซ็ง...

    ในเวลาต่อมา ที่ห้องทำงานของอภิรักษ์ ขณะเจ้าของห้องกำลังจะโทร.สั่งรถคันใหม่ให้แม่ ชานนท์พรวดพราดเข้ามากดสายโทรศัพท์ทิ้ง สั่งห้ามเขาซื้อรถให้ผู้หญิงคนนั้นอีก อภิรักษ์ไม่พอใจมาก ขึ้นเสียงเถียงลั่น มันเป็นสิทธิ์ของตน เงินของตนที่จะซื้อรถแจกใครสักกี่คันก็ได้ ไม่ใช่เรื่องอะไรของเขา

    “มันเป็นเรื่องของฉันเพราะฉันไม่ต้องการให้แกถูกเขาหลอกเอาโน่นเอานี่อีกแล้ว”

    อภิรักษ์ไม่สนใจ ต่อให้แม่หลอกเขาจริงอย่างที่ชานนท์ว่าเขาก็จะซื้อให้ เพราะเขารักแม่ ก่อนที่เรื่องราวจะลุกลามใหญ่โต บงกชเข้ามาแจ้งชานนท์ว่ามิสเตอร์เฮสติ้งมาแล้ว สองพี่น้องยังคงจ้องหน้ากันอย่างเอาเป็น เอาตาย เธอก็เลยต้องเตือนเจ้านายอีกครั้งหนึ่ง ชานนท์ได้สติเดินปึงปังออกไปโดยมีบงกชวิ่งตาม อภิรักษ์รอจนพี่ชายลับสายตา โทร.ไปที่โชว์รูมขายรถอีกครั้งหนึ่ง

    “เมื่อครู่นี้สายขาดไปน่ะครับ ตกลงผมจะซื้อรถรุ่นเดิม สีเดิมแล้วรบกวนคุณให้พนักงานขับไปส่งที่บ้านหลังเดิมด้วยนะครับ ส่วนเงินเดี๋ยวผมจะจัดการโอนให้เลยครับ”...

    เฉลิมกำลังพักสายตาอยู่บนโซฟาท่าทางเพลียสุดๆ โดยมีเปรมจิตนั่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆด้วยความเป็นห่วง วรรณฤดีเดินนำธัชชัยเข้ามาไม่ดูตาม้าตาเรือ เรียกคุณพ่อเสียงลั่นไปหมด เปรมจิตต้องรีบจุ๊ปากเป็นทำนองให้เบาเสียงลงหน่อย ท่านกำลังพักผ่อนอยู่ แล้วถามว่ามีอะไรด่วนหรือเปล่า เธอจะมาปรึกษาท่านเรื่องจะจองโรงเรียนไว้ให้ลูกที่จะเกิด เปรมจิตโวยวายเพิ่งท้องเองจะรีบจองไปไหน

    “โธ่ คุณแม่เดี๋ยวนี้โรงเรียนดีๆดังๆน่ะ เขาจองให้ลูกตั้งแต่เริ่มท้องทั้งนั้นแหละค่ะ”

    เปรมจิตไม่เห็นด้วยที่จะต้องไปเสียเงินแพงๆให้กับโรงเรียนเหล่านั้น โรงเรียนธรรมดาดีๆมีถมไป เธอเถียงไม่ยอมแพ้ ลูกของเธอเป็นหลานคนแรกของตระกูลจะให้เรียนโรงเรียนธรรมดาได้อย่างไร ถึงค่าเทอมจะแพงแค่ไหนคุณพ่อก็จ่ายให้ได้อยู่แล้ว เปรมจิตติงทำไมถึงไม่จ่ายเงินเองในเมื่อเป็นลูกของเธอ

    “แหมคุณแม่ คุณพ่อจะไม่ลงทุนต้อนรับหลานสักหน่อยเหรอคะ หลานชายคนแรกที่คุณพ่อรอคอยนะคะ”

    “ก็ได้ๆ พ่อจ่ายเอง” เฉลิมพูดทั้งที่ยังหลับตา วรรณฤดียิ้มร่าทันที...

    อภิรักษ์เพิ่งกลับจากทำงานกำลังจะเดินเข้าบ้าน เจอชานนท์ดักรออยู่จะขอคุยเรื่องผู้หญิงคนนั้น เขาไม่มีอะไรจะคุยด้วย ทำให้ผู้เป็นพี่ไม่พอใจจนมีปากเสียงกันรุนแรงขนาดผลักอกน้องชายจนเซ อภิรักษ์โกรธจัด เดินปึงปังกลับขึ้นรถ ขับออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้เอามือถือไปด้วยเพราะติดไปกับกระเป๋าเอกสารที่เด็กรับใช้หิ้วเข้าไปไว้ในบ้าน พอตั้งสติได้อภิรักษ์เบนรถจอดข้างทาง แล้วนึกถึงรสาขึ้นมาได้รีบบึ่งรถไปหา

    ไม่นานนัก เขามาถึงหน้าบ้านของสามสาวเห็นไฟปิดมืดหมดแล้วแถมฝนยังตกหนักอีกด้วย เขาวิ่งลงไปจะกดกริ่ง แต่แล้วเปลี่ยนใจวิ่งกลับไปที่รถควานหามือถือจะโทร.หารสาแต่นึกได้ว่าติดไปกับกระเป๋าเอกสาร

    “โธ่เอ๊ย เลยไม่ได้เอาโทรศัพท์มาด้วยเลย” อภิรักษ์หงุดหงิดตัวเอง ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ไม่อยากกลับบ้านไปเจอพี่ชาย ตัดสินใจนอนในรถทั้งที่ตัวเปียกฝน...

    ฝ่ายชานนท์เป็นห่วงน้องชายมากกลัวจะได้รับอันตราย โทร.ถามรสาว่าอภิรักษ์ไปหาหรือเปล่า

    “ไม่นี่คะ มีอะไรหรือเปล่า”

    “เปล่าไม่มีอะไร” พูดจบชานนท์วางสายไปเลย

    ooooooo

    สามสาวกำลังจะออกไปทำงานต่างชะงักเมื่อเห็นรถของอภิรักษ์จอดอยู่หน้าบ้าน รสาเข้าไปเคาะกระจกปลุกเขาให้ตื่น ถามว่าทำไมมานอนอยู่ในรถอย่างนี้ เขาทะเลาะกับพี่นนท์นิดหน่อยก็เลยไม่อยากกลับบ้าน

    “ไม่รู้จะไปไหนดีเลยมาที่นี่ แต่พวกคุณเข้านอนหมดแล้ว ผมเลยนอนในรถ”

    รสาเห็นเขาหน้าแดง ลองเอามืออังหน้าผากดูถึงได้รู้ว่าเป็นไข้ตัวร้อน หันไปบอกให้มธุรสกับบงกชไปทำงานกันก่อน เธอจะพาอภิรักษ์ไปหาหมอเอง

    “ไม่ต้องหรอกครับ ขอแค่นอนพักที่บ้านคุณสักหน่อย เดี๋ยวก็คงหายไข้ไปเอง ผมแข็งแรงจะตาย” ไม่พูดเปล่าอภิรักษ์เบ่งกล้ามอวดอีกต่างหาก จากนั้นรสาพาเขาเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแห้งๆในบ้านโดยเอากางเกงชาวเลกับเสื้อยืดตัวโคล่งมาให้ ระหว่างที่รอเขาเปลี่ยนเสื้อ รสาอดนึกถึงที่ชานนท์โทร.มาเมื่อคืนไม่ได้

    “ทะเลาะกับน้องอีกแล้ว ดีล่ะฉันจะไม่บอกหรอกว่าคุณรักษ์อยู่ที่นี่จะได้หัดแคร์คนอื่นซะบ้าง”...

    ในขณะเดียวกัน เฉลิมแอบย่องลงมาจากชั้นบน มองไปยังบริเวณเตรียมอาหารซึ่งเป็นที่วางโหลยาดอง รอจนแม่จันกับเด็กรับใช้ไปกันหมดแล้ว จึงแอบไปรินยาดองมาดื่มแล้วเอาแก้วไปล้างเพื่อกลบเกลื่อนหลักฐาน ก่อนจะย่องกลับขึ้นข้างบน ยังไม่ทันจะเข้าห้อง เปรมจิตเปิดประตูพรวดออกมาเสียก่อน

    “ไปไหนมาคะคุณ ฉันตื่นมาไม่เห็นคุณตกใจหมดเลย”

    “จะตกใจทำไมล่ะคุณ ผมไม่ได้ไปไหนซะหน่อย ตื่นมาเห็นคุณยังหลับอยู่ก็เลยลงไปสูดอากาศยามเช้าบ้าง อยู่ในห้องไม่รู้จะทำอะไร ผมไปอาบน้ำก่อนล่ะ” เฉลิมเดินเลี่ยงเข้าห้องน้ำไม่ให้เธอถามอะไรอีก...

    รสาเป็นห่วงอาการป่วยของอภิรักษ์แนะให้ไปหาหมอ ใส่เสื้อเปียกทั้งคืนอาจเป็นปอดบวมได้ เขาส่ายหน้าไม่ยอมไปอยากอยู่กับเธอมากกว่า แล้วมองเธอด้วยสายตาหวานเยิ้มจนน่าอึดอัด เธอเสเอาแก้วน้ำกับยาแก้ไข้ส่งให้ เขารับมากินอย่างว่าง่าย ขอนอนสักพักอาการป่วยคงจะดีขึ้น เธอเดินไปหยิบผ้ามาห่มให้ เขาจับมือเธอไว้ ขอบคุณที่ดูแลเขาอย่างดี เธอดึงมือออกอย่างสุภาพก่อนจะเก็บแก้วน้ำเอาไปไว้ในครัว...

    ชานนท์โกรธมากเมื่อรู้จากบงกชว่าอภิรักษ์ที่ตัวเองตามหาให้ควั่กอยู่ที่บ้านของสามสาว พาลเข้าใจผิดคิดว่ารสาปิดบังเรื่องที่อยู่ของน้องชายทำให้เขาเป็นห่วงแทบตาย รีบตรงไปที่นั่นทันที...

    รสากำลังนั่งทำบัญชีอยู่ที่โต๊ะกินข้าว พอเห็นอภิรักษ์ลืมตาตื่นมองมาทางตัวเองตาแป๋ว เดินมาเอามืออังหน้าผากดู พบว่าไข้หายไปแล้วก็ดีใจ ถามว่าหิวไหม เขาจับมือเธอไว้

    “ไม่...คุณรสา ผมอยากหยุดวันเวลาเอาไว้ตรงนี้จังเลย วันที่มีแต่เราสองคนอย่างนี้”

    หญิงสาวพยายามปรามไม่ให้เขาพูดอะไรมากไปกว่านี้ แต่ไม่สำเร็จ อภิรักษ์สารภาพรักกับเธอ แถมขอเธอแต่งงานอีกด้วย พอเห็นเธอได้แต่นิ่งเงียบเขาถึงกับหน้าเสีย หรือที่ไม่รับรักเขาเพราะมีคนอื่นอยู่ในใจแล้ว เธอยังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไร เขาเดาได้ทันทีว่าเธอมีคนอื่นจริงๆ เริ่มน้ำตาคลอเบ้า

    “ฉันเคยบอกคุณแล้วไงคะว่าถ้าเราเป็นเพื่อนกันเราจะเป็นเพื่อนกันไปตลอดชีวิต คุณเป็นคนดี กตัญญูต่อพ่อแม่ ฉันชื่นชมคุณมาก แต่เพียงในฐานะเพื่อน”

    อภิรักษ์ไม่ต้องการเป็นเพื่อนแต่อยากจะแต่งงานกับเธอ อยากดูแลเธอไปตลอดชีวิต ไม่ว่าเขาจะอ้อนวอนขอเป็นมากกว่าเพื่อนแค่ไหน รสายังยืนกรานคำเดิมว่าให้มากกว่านั้นไม่ได้ เขาเสียใจมากผลุนผลันออกจากบ้าน เธอเป็นห่วงเห็นเขาเพิ่งหายไข้รีบวิ่งตาม แต่ไม่ทันเขาขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทันทีที่รถของเขาแล่นพ้นสายตา รถของชานนท์แล่นมาจอดตรงหน้า ก่อนเจ้าของรถจะลงมาโวยวายถามหาอภิรักษ์อยู่นี่ใช่ไหม

    “ออกไปแล้วค่ะ ฉัน...ฉันคงทำให้เขาเสียใจ เขาขับรถออกไปเร็วมาก ฉันอยากจะพูดให้เขาเข้าใจมากกว่านี้ แต่ฉันไม่รู้ว่าเขาจะไปไหน”

    ความเป็นห่วงน้องทำให้ชานนท์ไม่อยากต่อว่ารสาเรื่องที่โกหกตนเอง “ผมพอรู้ว่าเขาจะไปไหน”

    “ไปไหนคะ...คุณจะไปตามเขาใช่ไหมคะ ขอฉันไปด้วยค่ะ”

    ooooooo

    รสาแปลกใจมากที่ชานนท์ขับรถมาตามเส้นทางจะไปบ้านของกัลยา อดทักไม่ได้รู้จักที่นี่ได้อย่างไร เขารู้ทุกเรื่องที่ผู้หญิงคนนั้นสูบเงินไปจากจากพ่อและน้องชายของเขา แล้วรีบตัดบท

    “เอาเถอะ ผมยังไม่อยากพูดอะไรตอนนี้” พูดจบชานนท์เลี้ยวเข้าซอยที่จะไปบ้านกัลยา พอใกล้ถึงที่หมายเขาชะลอรถ รสาพยายามกวาดตามองหารถของอภิรักษ์แต่ไม่พบ แสดงว่าเขาไม่ได้มาที่นี่

    “แต่เขาต้องมาแน่ คนอย่างนายรักษ์มีแค่สองสามที่ที่เขาจะไปเท่านั้น”

    หญิงสาวอยากรู้เขาจะทำอย่างไรต่อ ชานนท์บอกให้รอแล้วขับรถไปจอดซุ่มดูที่ถนนฝั่งตรงข้าม...

    เฉลิมรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของร่างกายตัวเอง พอจะเดินกลับเซแทบทรงตัวไม่อยู่ แต่พยายามฝืนเพราะไม่อยากให้เปรมจิตเป็นกังวล ทำทีทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา แล้วบอกให้เมียรักโทร.ตามทนายความประจำตระกูลให้ที เผื่อเขาเป็นอะไรขึ้นมา คนอยู่ข้างหลังจะได้ไม่ต้องเดือดร้อน กำชับให้บอกทนายไปพบตนที่บริษัท

    “มันมีเอกสารสำคัญบางอย่างอยู่ที่นั่นให้ไปตอนค่ำหลังเลิกงานแล้ว ผมไม่อยากให้เอิกเกริก”

    เปรมจิตอาสาจะไปเป็นเพื่อน แต่เขาไม่ยอมให้ไป...

    ทางด้านชานนท์กับรสาเฝ้ารอการมาถึงของอภิรักษ์อยู่นานสองนานยังไม่เห็นแม้แต่เงา เธอแนะให้ลองโทร.หาน้องจะได้รู้ว่าอยู่ไหน แต่เขาไม่ได้เอามือถือไปก็เลยติดต่อไม่ได้ ชานนท์อยากรู้ว่าเธอคุยอะไรกับเขาถึงได้หนีเตลิดไปแบบนั้น เธอปฏิเสธที่จะแต่งงานกับเขา ชานนท์ไม่วายแดกดัน ความจริงน่าจะเข้าทางเธอไม่ใช่หรือ ถึงไม่ได้เป็นลูกนอกสมรสของเศรษฐี แต่ก็ได้เป็นสะใภ้เศรษฐี บ้านของเขารวยไม่แพ้บ้านเฉลิม

    “คุณควรรับรักนายรักษ์นะ”

    รสาไม่ได้มีใจให้แล้วจะรักอภิรักษ์ได้อย่างไร

    ชานนท์คาดคั้นถ้าอย่างนั้นเธอรักใคร รสาเห็นสายตาที่เขาจ้องมาแล้วใจแทบละลายรีบตัดบทกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเอง ชวนเขาลงไปถามกัลยาให้รู้แล้วรู้รอดว่าอภิรักษ์อยู่ที่นี่หรือเปล่า เปิดประตูรถลงไปโดยไม่สนใจเสียงห้ามปรามของเขา เดินตรงไปที่บ้านของกัลยาแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นสองผัวเมียเจ้าของบ้านหอบเสื่อหอบของกินทั้งเหล้ายาปลาปิ้งมาที่สนามหญ้าหน้าบ้าน แล้วปูเสื่อนั่งปิกนิกกัน ชานนท์รีบดึงมือรสาค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ๆเพื่อแอบฟัง

    “รักษ์นี่มันซื่อจริงๆนะคุณ ไม่เสียทีที่ฉันยอมเจ็บตัวให้คุณตบ หลอกว่าถูกโจรซ้อมแล้วปล้นเอารถไป แค่นี้รักษ์ก็เชื่อสนิทใจซื้อรถคันใหม่ให้เราทันทีเลย นี่เดี๋ยวพรุ่งนี้เขาก็จะเอารถมาส่งให้ถึงบ้านเลย”

    “ตอนนี้เราก็ได้บ้านได้รถแล้ว ต่อไปเราจะขออะไรอีกดีล่ะคุณ”

    กัลยาว่าจะขอเครื่องเพชรไว้ใส่สักหนึ่งชุด เพราะชุดที่เธอหอบมาด้วยขายกินเกลี้ยงแล้ว อรุณยุส่งถ้ากอบโกยได้ก็ให้รีบกอบโกยให้มากที่สุด เราจะได้สบายไม่ต้องทำงานให้เมื่อย ดูจากท่าทางของพาณิชกับอภิรักษ์แล้วเขาเชื่อว่าตามเธอไม่ทันแน่นอน เรายังหลอกพวกนั้นไปได้อีกนาน ก่อนจะหัวเราะชอบใจ ชานนท์ที่แอบฟังอยู่กำมือแน่นสีหน้าเจ็บปวด ขณะที่รสาถึงกับตะลึงเมื่อได้รู้ถึงความเลวร้ายของกัลยา

    ooooooo

    ชานนท์เดินหน้าเครียดกลับมาขึ้นรถโดยมีรสาตามมาด้วย เป็นครั้งแรกที่เธอเข้าใจความรู้สึกของเขาว่าทำไมถึงชิงชังกัลยานัก พยายามพูดปลอบใจแต่เขาเอาแต่เงียบ ขับรถออกไปราวจะแข่งกับพายุ รสาเห็นเขาขับรถเร็วน่าหวาดเสียว ขอร้องให้ขับรถช้าลงหน่อย สุดท้ายเขายอมจอดรถข้างทางแต่อารมณ์ยังคงพลุ่งพล่าน

    “ทีนี้คุณคงเข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไมผมถึงได้เกลียดผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ รักชู้มากกว่าลูกผัวตัวเอง เขาทิ้งพวกเราไปตั้งผมกับนายรักษ์ยังเด็ก ผมยังจำภาพนายรักษ์เกาะขาเขาแล้วร้องไห้ไม่ยอมให้เขาไป แต่เขาก็ไม่สนใจทิ้งพวกเราไปอยู่กับชู้ของเขา พ่อเริ่มป่วยจนขาเสียตั้งแต่ตอนนั้น นายรักษ์นอนร้องไห้หาแม่ทุกคืน” ชานนท์หยุดทำใจให้เข้มแข็งพยายามกลั้นสะอื้นเอาไว้ ก่อนจะระบายเพิ่มเติมว่า

    “ผมต้องคอยปลอบน้อง ดูแลพ่อที่ป่วยกระเสาะกระแสะมาตลอด มันเจ็บๆอยู่ในหัวใจ แล้วนี่เขาย้อน กลับมา ก็เพราะเงินหมด จะคิดถึงเป็นห่วงลูกสักนิดก็ไม่มี มาแกล้งบีบน้ำตาออดอ้อนนายรักษ์ ขอโน่นขอนี่ นายรักษ์มันซื่อมันโหยหาแม่ แม่ขออะไรมันก็ให้หมด ทีนี้คุณรู้แล้วใช่ไหมทำไมผมถึงได้ขัดขวาง” ชานนท์ทุบพวงมาลัยรถระบายความอัดอั้นน้ำตาลูกผู้ชายไหลอย่างหมดความอดกลั้นซบหน้ากับพวงมาลัยไม่อยากให้รสาเห็นน้ำตา เธอลังเลก่อนจะเอื้อมมือไปลูบแผ่นหลังของเขาอย่างปลอบโยน เขาหันมองทั้งน้ำตานองหน้า

    หญิงสาวสงสารเขาจับใจ เช็ดน้ำตาให้ เขาจับมือเธอไว้ต่างฝ่ายต่างสบตากันนิ่งงันโลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน ชานนท์หักห้ามใจไม่ไหวรวบตัวรสามาจูบ เธอได้แต่นั่งตัวชาทำอะไรไม่ถูก พอตั้งสติได้ผลักเขาออกห่างแล้วลงจากรถ เขามัวแต่จมอยู่กับความสุขจากที่ได้จูบเธอก็เลยตามไปไม่ทัน...

    ฝ่ายวรรณฤดีกลับเข้าบ้านพร้อมกับธัชชัยเห็นพ่อนั่งรถสวนออกไป ปรี่เข้าไปถามแม่ว่าท่านไปไหน พอรู้ว่านัดทนายความให้ไปเจอที่บริษัทซักเป็นการใหญ่นัดไปที่นั่นทำไม เปรมจิตตัดบทถ้าอยากรู้ให้รอถามพ่อเอาเอง วรรณฤดีลากแขนธัชชัยมาที่มุมปลอดคน ตั้งข้อสังเกตว่าการที่พ่อนัดทนายไปพบบริษัท แสดงว่าท่านอาจกำลังจะทำพินัยกรรมโดยไม่ให้พวกเรารู้ เพราะหมู่นี้ท่านเจ็บออดๆแอดๆบ่อย ธัชชัยได้ทีพูดเอาใจเมีย

    “ผมเชื่อว่าคุณวรรณจะต้องได้มรดกมากที่สุดครับเพราะคุณวรรณกำลังจะมีหลานคนแรกให้ท่าน”

    “จริง...ลูกคนนี้นำโชคมาให้ฉันจริงๆ” วรรณฤดีลูบท้องตัวเองสีหน้าสุขใจสุดๆ...

    เป็นอย่างที่วรรณฤดีคาดไว้ เฉลิมตามทนายมาพบเพื่อจะร่างพินัยกรรม...

    กว่ารสาจะกลับถึงบ้านพระอาทิตย์ตกดินไปนานแล้ว เธอไม่มีอารมณ์จะคุยกับเพื่อนรักทั้งสองคนสักเท่าไหร่เดินเลี่ยงขึ้นห้องตัวเอง ทรุดตัวลงนั่งบนเตียง ยกมือจับริมฝีปากที่เพิ่งถูกชานนท์จูบ ความรู้สึกหวั่นไหวใจเต้นแรงเมื่อนึกถึงสัมผัสแรกที่ไม่เคยได้รับจากชายใดมาก่อน แต่แล้วเธอสะบัดหัวไล่ความรู้สึกนั้นทิ้ง

    “ไม่นะรสา เธอไม่มีสิทธิ์ เธอจะทำร้ายคุณศศิไม่ได้”...

    เปรมจิต ศศิกานต์ แม่จันกับวรรณฤดีและธัชชัยต่างรอการกลับมาของเฉลิมด้วยความรู้สึกต่างกัน ทุกคนรอคอยด้วยความเป็นห่วง ยกเว้นวรรณฤดีเท่านั้นที่รอเพราะอยากรู้ว่าพ่อนัดทนายไปที่บริษัททำไม สักพัก เฉลิมกลับมาถึง เปรมจิตเดินนำทุกคนเข้าไปถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขารู้สึกอ่อนเพลียเกินกว่าจะตอบคำถาม

    “แม่จัน ขอน้ำอุ่นให้ฉันสักแก้วนะ เอาขึ้นไปให้บนห้องด้วย เดี๋ยวฉันจะอาบน้ำนอนเลย” เฉลิมว่าแล้วขยับจะขึ้นบ้าน เปรมจิตเข้าไปประคองแขนข้างหนึ่ง ศศิกานต์จะประคองอีกข้าง แต่วรรณฤดีชิงตัดหน้าเสียก่อน...

    ครั้นมาถึงห้อง เฉลิมไล่ลูกๆไปพักผ่อนได้แล้วเพราะตัวเองก็จะพักเช่นกัน วรรณฤดีไม่ยอมให้พ่อหลบหน้า คาดคั้นให้บอกให้ได้ว่านัดทนายไปทำอะไรที่บริษัท เปรมจิตต้องปรามเธอถึงยอมถอยออกจากเฉลิมจากนั้นเปรมจิตพาเขาเข้าห้องแล้วปิดประตูตามหลัง วรรณฤดียังคงยืนจ้องอยู่หน้าประตูห้องด้วยความอยากรู้อยากเห็น ศศิกานต์เตือนให้เธอไปพักผ่อนได้แล้ว กำลังท้องกำลังไส้อยู่

    “ย่ะ...ไม่ต้องมาสั่งสอนฉันหรอก”

    แม่จันยกน้ำอุ่นขึ้นมาให้เฉลิมเห็นสายตาที่วรรณฤดี มองศศิกานต์อย่างเอาเรื่อง ถามว่ามีอะไรกันหรือ

    ศศิกานต์ส่ายหน้าไม่มีอะไร แม่จันไม่ติดใจสงสัยอะไร หันไปเคาะประตูห้องบอกเฉลิมว่าน้ำอุ่นมาแล้ว

    เปรมจิตได้ยินเสียงแม่จัน จึงถามเฉลิมที่กำลังจะเดินเข้าห้องน้ำว่าจะดื่มน้ำอุ่นก่อนไหม เขาขออาบน้ำก่อนดีกว่า เธอพยักหน้ารับรู้ เดินไปเปิดประตูห้องยังไม่ทันจะรับแก้วน้ำอุ่นจากแม่จัน วรรณฤดีคว้าแขนแม่ไว้ชะเง้อมองเข้าไปในห้อง ถามว่าพ่ออยู่ในห้องน้ำหรือ เปรมจิตพยักหน้าแทนคำตอบ

    “ตกลงคุณพ่อเรียกทนายมาทำพินัยกรรมใช่ไหมคะคุณแม่”

    เฉลิมกำลังจะเปิดประตูห้องน้ำออกมาพูดกับเปรมจิตแต่ได้ยินเสียงลูกสาวคนโตก็ชะงัก วรรณฤดีอยากรู้ว่าพ่อจะยกสมบัติให้ใครบ้างหากเป็นอะไรไป เปรมจิตขอร้องอย่าพูดอะไรไม่เป็นมงคลแบบนั้น และที่สำคัญตนไม่สนใจว่าท่านจะยกสมบัติให้ใครอย่างไรบ้าง เวลานี้ตนห่วงแต่สุขภาพของท่านเท่านั้น ศศิกานต์ทนไม่ไหวเข้ามาดึงแขนพี่สาวขอร้องให้พอได้แล้ว เธอสะบัดมือน้องออก

    “ไม่ต้องมาทำตัวเป็นคนดีหรอกนะศศิ ฉันรู้ว่าเธอก็อยากรู้เหมือนกัน”

    ศศิกานต์ไม่อยากรู้ แค่ที่พ่อกับแม่เลี้ยงดูเรามาอย่างสุขสบายจนถึงวันนี้ก็มากเกินพอแล้ว วรรณฤดีพาลหาเรื่องไม่เลิก ยุแยงตะแคงรั่วถึงเธอจะหมั้นกับชานนท์แล้วแต่อย่าเผลอ ไม่อย่างนั้นรสาอาจจะมางาบเอาเขาไปจากเธอก็ได้ เปรมจิตสุดทนสั่งให้ธัชชัยลากตัววรรณฤดีกลับห้อง เฉลิมซึ่งอยู่ในห้องน้ำได้ยินทุกอย่างรู้สึกสะเทือนใจที่ลูกตัวเองแท้ๆ กลับห่วงทรัพย์สมบัติมากกว่าจะห่วงสุขภาพของเขา

    ด้านวรรณฤดีพาลไม่เลิก ตบหน้าธัชชัยฐานบังอาจมาลากเธอกลับห้องทำให้เธอไม่รู้ว่าพ่อทำพินัยกรรมยกอะไรให้ใครบ้าง เขาต้องข่มความโกรธ เตือนให้เธอสงบอกสงบใจบ้าง ระวังจะกระเทือนถึงลูกในท้อง

    “แต่ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าคุณพ่อทำพินัยกรรมไว้ว่า ยังไง”

    ooooooo

    ขณะกัลยากับอรุณกำลังกินมื้อเช้ากันอย่างมีความสุข อภิรักษ์มากดกริ่งหน้าบ้าน เธอเห็นลูกมา รีบบอกให้ชู้รักหลบไปก่อน รอจนเขาซ่อนตัวเรียบร้อยจึงเดินไปเปิดประตูรั้ว อภิรักษ์โผกอดเธอแน่นคร่ำครวญ ว่าไม่รู้จะไปไหน กัลยาตกใจมากว่าเกิดอะไรขึ้นอภิรักษ์เล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่าขอรสาแต่งงานแต่เธอปฏิเสธ

    “อะไรนะ! รักษ์มีทุกอย่างครบทั้งรูปร่างหน้าตาการศึกษา ฐานะ ไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธรักษ์หรอกลูก”

    “แต่คุณรสาเธอปฏิเสธครับ”

    กัลยาปลอบให้เขาใจเย็นๆก่อน บางทีเขาอาจจะจู่โจมเธอเกินไปก็เลยตกใจตั้งรับไม่ทัน เขายืนยันว่าเธอไม่ได้รักเขาจริงๆ เธอให้เขาได้แค่ความเป็นเพื่อนเท่านั้น กัลยาไม่อยากให้เขาอยู่ที่นี่พยายามกล่อมให้กลับ ไปตั้งสติที่บ้าน แล้วค่อยๆคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี อภิรักษ์ยังไม่อยากกลับบ้านจะขออยู่ที่นี่สักสองสามวัน

    “อย่าดีกว่าลูก คือแฟนแม่...”

    “ไม่เป็นไรครับแม่ ผมเข้าใจ” อภิรักษ์ว่าแล้วเดินคอตกจากไป...

    ทางฝ่ายบงกชยังคาใจไม่หาย เมื่อคืนรสาหายไปไหนมา เธอไปรู้ความจริงบางอย่างซึ่งทำให้เธอเข้าใจว่าทำไมชานนท์ถึงเกลียดชังแม่ตัวนัก แล้วเล่าเรื่องที่แอบได้ยินกัลยาคุยกับอรุณให้สองเพื่อนซี้ฟัง บงกชถึงกับตบอกผางไม่อยากเชื่อว่ากัลยาจะเป็นคนแบบนี้ รสาเองก็ไม่อยากเชื่อเช่นกันว่าผู้หญิงคนนั้นจะร้ายกาจขนาดนี้ถ้าไม่ได้ยินกับหูและเห็นมากับตัวเอง มธุรสถึงกับเซ็งจัดพวกเราอุตส่าห์เข้าข้างกัลยาทุกอย่าง เห็นใจลูกผู้หญิงด้วยกัน แต่กลับกลายเป็นแบบนี้ไปได้ รสาเสียความรู้สึกกับเธอเช่นกัน

    “ต่อไปนี้ฉันจะไม่ยุ่งเรื่องคุณน้ากัลยาอีก ฉันคงมองหน้าคุณน้าไม่สนิทอีกแล้ว”...

    การหายตัวไปของอภิรักษ์ทำให้พาณิชกินไม่ได้นอนไม่หลับเป็นห่วงลูกชายคนเล็ก ชานนท์เองก็ห่วงน้องชายไม่แพ้กัน แต่ไม่รู้จะไปตามหาที่ไหน มือถือเขาก็ไม่ได้เอาติดไป...

    จากนั้นไม่นาน ชานนท์ขับรถมาถึงออฟฟิศสั่งการให้บงกชโทร.ตามเลขาฯ ของอภิรักษ์มาพบเขาที่ห้องทำงาน ระหว่างนั้นศศิกานต์โทร.มาตัดพ้อต่อว่าชานนท์ที่หมู่นี้หายเงียบไป มีอะไรหรือเปล่า เขามีเรื่องยุ่งๆที่บ้านนิดหน่อย อภิรักษ์หายไปจากบ้านสองคืนแล้ว ถามรสาก็ไม่รู้ว่าหายไปไหน เธอแนะให้เขาลองถามกัลยาดู เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะบอกว่าผู้หญิงคนนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอภิรักษ์อยู่ไหน

    “ถ้ารสาไม่รู้ คุณน้ากัลยาไม่รู้ก็คงไม่มีใครรู้แล้วล่ะค่ะ เอ...รักษ์หายไปไหนของเขานะชักเป็นห่วงแล้วสิ”

    พูดไม่ทันขาดคำมีเสียงเปรมจิตร้องเรียกเฉลิมดังลั่นด้วยความตกใจ ศศิกานต์ใจคอไม่ดีเป็นห่วงพ่อ ขอตัววางสายแล้ววิ่งไปหาแม่ ชานนท์ได้ยินเสียงเปรมจิตลอดมาตามสายพลอยไม่สบายใจไปด้วย ศศิกานต์วิ่งหน้าตื่นเข้ามาเห็นแม่กำลังประคองร่างไร้สติของพ่อก็มือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก

    ooooooo

    ระหว่างที่ชานนท์นั่งกังวลเรื่องของเฉลิมกับอภิรักษ์ บงกชพาเลขาฯ ของอภิรักษ์มาพบ เขาซักเป็นการใหญ่ว่าเจ้านายของเธอติดต่อมาบ้างหรือเปล่า เธอไม่ได้รับการติดต่อใดๆจากเขา เธอพยายามโทร.หาก็ติดต่อเขาไม่ได้เพราะมีเอกสารต้องให้เขาเซ็น ชานนท์ถึงกับหน้าเครียด

    “ถ้าอภิรักษ์ติดต่อเข้ามาเมื่อไหร่ ช่วยแจ้งผมทันทีด้วย”

    บงกชรอจนเลขาฯของอภิรักษ์ออกไปจากห้อง ถึงได้ถามชานนท์ว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้ว่าอภิรักษ์หายตัวไปไม่กลับบ้าน แนะให้ถามรสา เขาโพล่งขึ้นทันทีเธอก็ไม่รู้ว่าเขาไปไหน โทร.หาก็ไม่ได้เพราะเขาทิ้งมือถือไว้ที่บ้าน บงกชพลอยไม่สบายใจไปด้วย รีบออกมาโทร.แจ้งข่าวนี้ให้รสากับมธุรสซึ่งอยู่ที่ร้านเสื้อ รสาเองก็ไม่รู้ว่าอภิรักษ์ไปไหน แต่ที่รู้แน่ๆ คือเขาไม่ได้ไปที่บ้านกัลยา

    “แล้ววันที่คุณรักษ์ไม่สบายไปนอนอยู่ที่บ้านเรา สากับเขาทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า”

    รสาถอนใจหนักใจก่อนจะเล่าให้ฟังว่าวันนั้นอภิรักษ์ขอเธอแต่งงานแต่เธอปฏิเสธ บงกชตั้งข้อสังเกตผู้ชายบอบบางอย่างเขาถูกผู้หญิงที่ตัวเองรักปฏิเสธแบบนั้น คงเตลิดเปิดเปิงไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้ เธอได้แต่หวังว่าเขาจะไม่ทำอะไรบ้าๆเพื่อประชดรัก รสาก็หวังอย่างนั้นเช่นกัน...

    ขณะที่ทุกคนพากันหาตัวอภิรักษ์ให้ควั่ก วรรณฤดีเดินออกจากห้องตรวจครรภ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเนื่องจากหมอรับรองว่าอีกไม่เกินเก้าเดือนเธอจะได้เห็นหน้าลูก วรรณฤดีไม่เคยคิดเลยว่าการมีลูกจะทำให้เธอมีความสุข มากขนาดนี้ ธัชชัยรีบประจบประแจงว่าเป็นเพราะลูกเป็นตัวนำโชคของเธอ

    “แต่จะโชคดีที่สุดถ้าสมบัติของคุณพ่อจะเป็นของฉันกับลูกเท่านั้น ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าคุณพ่อให้ทนายทำพินัยกรรมไว้ว่าอย่างไร”

    ธัชชัยไม่คิดว่าทนายของเฉลิมจะยอมเปิดเผยเรื่องของลูกความให้คนอื่นรู้ วรรณฤดีเถียงคอเป็นเอ็นตัวเองไม่ใช่คนอื่นแต่เป็นลูกสาวแท้ๆของท่าน ธัชชัยเชื่อว่าถึงจะเป็นลูกแท้ๆ ทนายก็ไม่มีทางบอก วรรณฤดีมั่นใจจะหาทางทำให้ทนายบอกความลับเรื่องพินัยกรรมของพ่อจนได้ ระหว่างนั้นศศิกานต์โทร.มาแจ้งข่าวว่าพ่อไม่สบาย วรรณฤดีถึงกับหน้าตาตื่นรีบชวนธัชชัยไปโรงพยาบาลทันที...

    การป่วยของเฉลิมครั้งนี้หนักหนาเอาการเนื่องจากไตวายเฉียบพลัน หมอไม่เข้าใจทำไมเขาถึงมีอาการเช่นนี้ทั้งที่ได้รับการฟอกไตสองครั้งทุกอาทิตย์ น่าจะมีตัวแปรอย่างอื่นที่ทำให้ป่วยขนาดนี้แล้วถามเปรมจิตว่าพักหลังมานี่เขากินอะไรแปลกๆบ้างหรือเปล่า เธอนึกคิดอยู่อึดใจ

    “ไม่นี่คะ เขาจะดื่มยาดองบำรุงแต่ดิฉันไม่ยอมให้ดื่ม”

    “คุณพ่อแอบดื่มหรือเปล่าคะคุณแม่” วรรณฤดีตั้งข้อสังเกต เปรมจิตนึกถึงวันก่อนที่เขาหายลงไปข้างล่าง สงสัยจะแอบไปดื่มยาดองมาแน่ๆ หมอสรุปว่านี่อาจเป็นสาเหตุให้เฉลิมทรุดหนัก ถ้าเป็นแบบนี้คงต้องรักษาด้วยการเปลี่ยนไต แต่ถ้าไปลงชื่อเข้าคิวรอไตบริจาคก็ไม่รู้จะได้เมื่อไหร่ ได้มาก็ไม่รู้จะเข้ากับเฉลิมไหม แถมยังต้องรอคิวอีกนาน หมอเสนอทางเลือกอีกทางหนึ่งให้

    “พี่น้องหรือลูกสามารถบริจาคไตให้ได้ แต่ก็ต้องเช็กกันก่อนว่าร่างกายของผู้ป่วยจะสามารถรับไตของผู้บริจาคที่เป็นลูกหรือพี่น้องได้หรือไม่ เพราะหลายรายแม้เต็มใจบริจาคให้ แต่ร่างกายผู้ป่วยรับไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร”

    “ฉันเต็มใจบริจาคค่ะหมอ ยินดีให้ตรวจทุกอย่าง ถ้าคุณพ่อรับไตฉันได้ฉันเต็มใจเลย” ศศิกานต์เสนอตัว

    เปรมจิตไม่สบายใจกับเรื่องที่ลูกคนเล็กจะทำ วรรณฤดีกลับยุส่งให้น้องทำตามที่พูด ถ้าตนไม่ท้องคงทำเองแล้ว ศศิกานต์ยินดีให้ชีวิตตัวเองกับพ่อเพราะชีวิตของท่านมีค่ายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

    ooooooo

    หมอย้ายเฉลิมซึ่งยังนอนไม่ได้สติจากห้องฉุกเฉินมาที่ห้องพักฟื้นคนป่วย โดยมีเปรมจิต ศศิกานต์กับวรรณฤดีและธัชชัยตามมาเฝ้าไม่ห่าง เปรมจิตเป็นปลื้มมากที่ศศิกานต์ยอมสละไตข้างหนึ่งให้เฉลิมชมไม่หยุดปากว่าเธอเป็นลูกที่ประเสริฐสุดๆ วรรณฤดีหมั่นไส้น้องสาวมากจนเก็บอาการไม่อยู่

    “อย่าเพิ่งอวยกันนักเลยค่ะคุณแม่ ไตยายศศิจะเข้ากับคุณพ่อได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย ไว้รอให้หมอบอกว่าร่างกายคุณพ่อยอมรับไตของศศิได้จริงๆก่อนเถอะค่ะ ถึงตอนนั้นคุณแม่จะกล่าวสดุดียัยศศิลงหนังสือพิมพ์ 7 วัน 7 คืนก็ได้”

    ธัชชัยพยายามปรามเมียตัวเองกลับถูกเล่นงานว่าไม่ใช่เรื่องอะไรของเขา ศศิกานต์เบื่อหน่ายกับพฤติกรรมของพี่สาวขอร้องอย่าพูดอะไรที่ทำให้คุณแม่ต้องทุกข์ใจ ที่เธอตัดสินใจอย่างนี้ไม่ได้ต้องการความดีความชอบอะไรทั้งนั้น นอกจากให้คุณพ่อหายเพราะเธอรักท่านมาก ทันใดนั้นมีเสียงเฉลิมดังขึ้น

    “แต่พ่อไม่ต้องการ”

    ทุกคนหันมองตามเสียงเห็นเฉลิมที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้มองมาด้วยสายตาเคร่งเครียด...

    ที่ร้านเสื้อของสามสาว มธุรสเห็นรสานั่งเหม่อใจลอย เข้ามาถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่าที่เธอปฏิเสธอภิรักษ์เพราะเธอรักชานนท์ใช่ไหม รสายอมรับว่าเป็นอย่างที่เพื่อนพูด แต่พยายามจะตัดใจจากชานนท์เพราะไม่ต้องการทำร้ายศศิกานต์ซึ่งเป็นคนดี ที่สำคัญเธอดีกับตนตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน ขณะที่ทุกคนที่อยู่รอบตัวเฉลิมตั้งแง่รังเกียจ ทั้งที่ตนยืนยันว่าไม่ต้องการเงินทองของท่านแม้แต่บาทเดียว

    “แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ มีแต่คุณศศิคนเดียวเท่านั้นที่เชื่อ แล้วฉันจะทำร้ายจิตใจคุณศศิที่แสนดีได้ยังไงกันล่ะ”

    “แล้วคุณชานนท์ล่ะ เขาเคยบอกรักเธอหรือเปล่า”

    รสาส่ายหน้า เขาจะทำอย่างนั้นได้อย่างไรในเมื่อเขากับศศิกานต์กำลังจะแต่งงานกัน มธุรสเชื่อสายตาตัวเองว่าชานนท์ก็มีใจให้รสาเช่นกัน พลันภาพตอนที่ถูกชานนท์จูบผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของรสาจนต้องสะบัดหัวเพื่อไล่ภาพนั้นทิ้ง แล้วขอร้องมธุรสอย่าพูดอะไรที่จะทำให้เธอตัดใจจากเขาได้ยากอีกเลย

    “เฮ่อ เวรกรรมแท้ๆเลย ต่อไปเรื่องราวมันจะเป็นอย่างไรล่ะนี่”

    “ที่แน่ๆ ฉันไม่มีวันทำร้ายหัวใจของคุณศศิอย่างแน่นอน” รสาสีหน้ามุ่งมั่น...

    ฝ่ายเฉลิมยืนกรานจะไม่ยอมให้ศศิกานต์ซึ่งกำลังจะมีอนาคตที่สวยงาม ต้องมาเสียสละอวัยวะสำคัญเพื่อมาต่อชีวิตให้พ่อที่แก่แล้วอย่างตน อีกไม่นานตนก็ตายแล้วตนจะไม่ยอมทำลายชีวิตลูก แล้วลูบหัวศศิกานต์ที่ยืนอยู่ข้างเตียงด้วยความเอ็นดูรักใคร่ พร้อมกับขอบใจในความเสียสละของลูก วรรณฤดีเส้นริษยาแตกซ่าน

    “วรรณก็อยากจะสละให้เหมือนกันนะคะคุณพ่อ แต่วรรณกำลังท้องหลานชายคนแรกของตระกูลให้คุณพ่ออยู่ไงคะ คุณพ่อปฏิเสธไม่รับไตของยัยศศิไม่ได้นะคะเพราะวรรณอยากให้คุณพ่อแข็งแรงและได้เป็นคนแรกที่ได้อุ้มลูกของวรรณ”

    ทั้งเปรมจิตและศศิกานต์พยายามอ้อนวอนให้เฉลิมเปลี่ยนใจ แต่เขานอนนิ่งไม่พูดอะไร ธัชชัยเสนอให้รอผลตรวจออกมาก่อน ถึงเวลานั้นเราค่อยว่ากันอีกที เรายังไม่รู้เลยว่าร่างกายของเฉลิมจะรับไตของศศิกานต์ได้หรือเปล่า ทุกคนต่างเห็นด้วย จังหวะนั้นชานนท์โทร. มาถามศศิกานต์ว่าเฉลิมเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าท่านอาการหนักต้องเปลี่ยนไต ถึงกับเซ็งที่มีแต่เรื่องไม่หยุดหย่อน

    ooooooo

    แตงกำลังช่วยมธุรสเอาเสื้อผ้าเซตใหม่แขวนบนราวแขวนเสื้อหน้าร้าน เหลือบไปเห็นอภิรักษ์ยืนมองอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามร้านในระยะห่างพอสมควรก็ร้องเอะอะ

    “เอ๊ะคุณรสาคะ นั่นคุณอภิรักษ์ใช่ไหมคะ”

    รสากำลังนั่งทำบัญชีอยู่วิ่งพรวดออกไปทันที แต่เขาหายตัวไปแล้ว มองไปรอบๆก็ไม่เจอตัดสินใจวิ่งไปดูอีกทางหนึ่งที่คิดว่าเขาจะไป พอเธอพ้นสายตา อภิรักษ์ค่อยๆโผล่จากที่ซ่อนมองตามรสาแววตาเศร้า

    จากนั้นไม่นาน รสากลับมาที่ร้านเสื้อด้วยสีหน้าผิดหวัง มธุรสเห็นท่าทางของเพื่อนรักก็รู้ทันทีว่าไม่เจออภิรักษ์ แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรกัน ศศิกานต์โทร.มาแจ้งให้รสารู้ว่าเฉลิมป่วยหนัก ไตวายเฉียบพลันต้องเปลี่ยนไต เธอถึงกับใจเสีย อดเป็นห่วงท่านไม่ได้...

    ทางด้านแม่จันเห็นเปรมจิตนั่งร้องไห้อยู่ที่มุมห้อง เข้าไปปลอบให้ทำใจดีๆ เฉลิมยังไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ที่สำคัญหมอสมัยนี้เก่งจะตาย เธอเป็นกังวลที่เขาไม่ยอมรับไตของศศิกานต์ แต่ถ้ารอไตบริจาคอาจจะสายเกินไป การเอาไตของลูกมาใช้ทำให้ชีวิตของเฉลิมยืนยาวออกไปก็จริงแต่ก็จะลดทอนชีวิตของศศิกานต์ให้สั้นลง แต่ถ้าจะไม่เอาไตของลูก เฉลิมอาจจะไม่รอด ถ้าทำได้เธอจะให้ไตของตัวเองกับเขาแทน แม่จันท้วงอย่าเพิ่งคิดอะไรล่วงหน้า เราควรจะคิดกันดีกว่าถ้าไตของศศิกานต์เข้ากับเฉลิมไม่ได้ เราจะทำอย่างไรต่อไปดี

    “นั่นนะสิพี่จัน โธ่ แล้วนี่ฉันจะทำยังไงดี ยายวรรณก็บริจาคไม่ได้เพราะกำลังท้องกำลังไส้”

    แม่จันกระซิบเตือนเปรมจิตว่าเฉลิมไม่ได้มีลูกสาวแค่สองคน เธอนึกถึงรสาขึ้นมาทันที...

    ด้านวรรณฤดีตั้งใจจะทำทุกอย่างให้พ่อมีชีวิตอยู่จนกระทั่งเธอคลอดลูกถึงขนาดจะซื้อไตจากตลาดมืดมาให้ ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงชีวิตพ่อ แต่ห่วงว่าถ้าพ่อตายก่อนลูกของเธอจะเกิด ลูกอาจจะไม่ได้มรกดจากคุณตาอย่างที่เธอคาดหวังเอาไว้โดยไม่สนใจจะผิดกฎหมายหรือไม่ ธัชชัยสงสัย ตกลงเธอรักพ่อตัวเองบ้างหรือเปล่า

    “รักสิ พ่อฉันทั้งคนนะทำไมจะไม่รัก แต่ฉันก็ต้องรักตัวเองรักลูกด้วย ถ้าคุณพ่อเป็นอะไรไปฉันกับลูกจะต้องไม่ลำบาก” พูดจบวรรณฤดีเปิดประตูห้องพักฟื้นของเฉลิมเข้าไป เห็นรสายืนอยู่ในห้องก่อนแล้วถึงกับปรี๊ดแตก ทั้งผลักทั้งดันเธอออกจากห้อง เป็นจังหวะที่ชานนท์เดินนำศศิกานต์กับเปรมจิตเข้ามา รสาเซไปปะทะอกเขาพอดี ชานนท์ถามเสียงเครียดนี่มันเรื่องอะไรกัน
    “เห็นอยู่แล้วยังต้องมาถาม ก็มีเปรตมาวนเวียนขอส่วนบุญจากคุณพ่อฉันอยู่ไงล่ะ”

    เฉลิมเห็นวรรณฤดีสติแตก สั่งให้ธัชชัยพาออกไปข้างนอกก่อน เธอโวยวายลั่นนี่พ่อไล่เธอหรือ เขาไม่ได้ไล่เพียงแต่รสามีน้ำใจมาเยี่ยม เขาก็อยากจะคุยด้วยสักหน่อย ถึงอย่างไรรสาก็เป็นลูกของคนเก่าคนแก่ที่บ้านของเรา รสาน้อยใจมากที่เฉลิมไม่เคยเห็นตนเองเป็นลูก

    “งั้นก็ตามใจคุณพ่อ” พูดจบวรรณฤดีขยับไปยืนห่างๆไม่ยอมออกจากห้องอยากรู้รสาจะมาไม้ไหนอีกเฉลิมกวักมือเรียกรสาเข้ามาใกล้ๆ ทุกคนในห้องมองทั้งคู่เป็นตาเดียวกัน

    “ขอบใจนะที่มาเยี่ยม เธอกลับไปเถอะแล้วก็ไม่ต้องเสียเวลามาเยี่ยมอีก พ่อของเธอไม่ใช่ฉันหรอก เธออย่าพยายามสร้างเรื่องเลย ครอบครัวฉันวุ่นวายเพราะเธอมามากพอแล้ว” เฉลิมตัดบัวไม่ให้เหลือเยื่อใย

    รสารู้ดีควรจะทำอย่างไร ยกมือไหว้ลาเฉลิมแล้วผละจากไป ศศิกานต์สงสารเธอมาก วานชานนท์ไปส่งเธอหน่อย เขาทำตามอย่างว่าง่าย ยังไม่ทันจะเดินพ้นประตูห้อง วรรณฤดีแดกดันน้องตัวเองเสียงลั่นว่าอยู่ดีไม่ว่าดี ชอบผลักดันแมวให้อยู่กับปลาย่าง แล้วอย่างนี้จะเหลืออะไร ศศิกานต์เจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที

    ด้านรสาขอให้ชานนท์กลับไปไม่ต้องมาส่งเพราะเธอไม่ใช่คนสำคัญอะไร เขาอยากจะคุยกับเธอเรื่องคืนนั้น เธอไม่มีอะไรจะคุยด้วย ถ้าเขาอยากจะอธิบายให้ใครสักคนฟัง คนนั้นควรเป็นศศิกานต์แล้วเดินหนีไปเลย...

    วรรณฤดียังบ่นเรื่องรสาไม่เลิกไม่แล้ว ศศิกานต์ต้องจับแขนเอาไว้เป็นการเตือนสติ กลับถูกเธอเล่นงาน แล้วสั่งให้ธัชชัยพากลับบ้าน รู้สึกเวียนหัวบอกไม่ถูกก่อนจะเดินปึงปังออกไป เฉลิมระอาใจกับลูกคนนี้มาก ตกลงจะมาเยี่ยมเขาหรือมาทำอะไรกันแน่ ตั้งแต่มาจนกลับไม่ถามสักคำว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง

    ooooooo

    รสาผิดหวังและเสียใจมากที่เฉลิมปฏิเสธเต็มปากเต็มคำว่าไม่ได้เป็นพ่อ บ่นต่อหน้าที่เก็บศพของแม่ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะไปหวังอะไรกับผู้ชายที่ใกล้ตายคนนี้อีกแล้ว เธออโหสิกรรมให้เขาแล้ว และอยากให้แม่ทำแบบเดียวกัน เมื่อคิดได้อย่างนี้เธอโล่งใจขึ้นมาก จะได้เผาศพแม่อย่างสบายใจสักที

    “สาจะเป็นแค่ลูกของแม่สุภาและพ่อสาน สาตัดสินใจแล้วว่าหลังจากวันนี้สาจะเดินออกจากชีวิตของพวกเขาทุกคน เขาคนรวยเราคนจนก็ควรจะต่างคนต่างอยู่ ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกัน”

    ชานนท์ซึ่งแอบฟังอยู่ด้วยสีหน้าครุ่นคิดสงสัย จังหวะนั้นมือถือของเขาสั่น มีสายเรียกเข้าจากศศิกานต์ เขารีบเดินเลี่ยงออกไปรับสาย เธอขอให้เขากลับมารับเธอที่โรงพยาบาลจะได้ไหม

    “พี่ต้องกลับไปรับศศิอยู่แล้วสิครับ”

    รสาเดินผ่านมาได้ยินพอดี รู้ว่าชานนท์แอบตามมา ก็หยุดมองก่อนจะเดินต่อไปไม่สนใจเสียงเรียกให้หยุดก่อนของเขา ชานนท์ลังเลใจหนึ่งอยากจะตามเธอไป แต่อีกใจหนึ่งก็นึกถึงศศิกานต์ ตัดสินใจไม่เดินตาม...

    ในเวลาต่อมา ระหว่างกินมื้อเที่ยงด้วยกัน ศศิกานต์ถามชานนท์ว่าไปส่งรสาเรียบร้อยดีไหม เขาไม่ได้ไปส่ง เนื่องจากรสาอยากกลับเอง แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องคุย ตกลงเธอจะสละไตให้เฉลิมจริงหรือ ศศิกานต์ยอมรับว่าเป็นความจริง และเธออยากให้เขารู้ไว้ว่าถ้าเธอเหลือไตข้างเดียว เธอจะมีลูกกับเขาไม่ได้ ชานนท์ถึงกับอึ้ง เธอเห็นสีหน้าของเขาก็ใจเสีย ขอโทษที่ทำให้เขาผิดหวัง ชานนท์จับมือเธอมากุมไว้

    “พี่ไม่เคยผิดหวังในตัวศศิเลยครับ พี่เคารพในการตัดสินใจของศศิเสมอ พี่เชื่อว่าศศิต้องคิดรอบคอบแล้ว”

    “ขอบคุณนะคะพี่นนท์ ศศิรักพี่นนท์ที่สุด”

    “พี่ก็รักศศิครับ” ชานนท์พูดโดยไม่มองหน้าทำให้ศศิกานต์รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ...

    หลังส่งศศิกานต์ที่ทำงานเรียบร้อย ชานนท์กลับออฟฟิศตัวเอง มนัสซึ่งดักรออภิรักษ์กับชานนท์อยู่หน้าทางเข้าบริษัท ต้องแปลกใจที่คราวนี้ไม่ต้องโดดขวางหน้ารถ ชานนท์กลับเป็นฝ่ายจอดรถลงมาถามเขาว่าเจออภิรักษ์บ้างหรือเปล่า มนัสส่ายหน้า นี่ก็รอจะขายแหวนให้เขาอยู่ ชานนท์ชักจะสนใจขอดูแหวนที่ว่า พอเห็นแหวนเท่านั้นรู้สึกได้ทันทีว่าไม่เหมาะสมกับมนัสเพราะแหวนดูมีราคาเกินกว่าเขาจะครอบครองได้ ตัดสินใจขอซื้อ

    มนัสโก่งราคาขายสองแสนบาทขาดตัว ชานนท์ตกลงซื้อแหวน สั่งให้ตามเอาแหวนวงนี้ไปให้เขาข้างบนตึกใหญ่ จะได้เซ็นเช็คให้ มนัสขอเป็นเงินสดดีกว่า เขาพยักหน้ารับรู้แล้วขึ้นรถขับเข้าบริษัท มนัสโดดตัวลอยด้วยความดีใจ ในที่สุดก็ขายแหวนวงนี้ได้สักที...

    บงกชแปลกใจมากที่เห็นมนัสมาพบเจ้านายพยายามซักว่ามาพบทำไมแต่เขาไม่ยอมบอกอะไร...

    ก่อนจะจ่ายเงินค่าแหวน ชานนท์ให้มนัสเขียนลงในกระดาษว่ายินยอมขายแหวนวงนี้ให้เขาเองอย่างเต็มใจและให้เซ็นชื่อกำกับ เพื่อเงินแล้วมนัสยอมทำทุกอย่างตามที่เขาต้องการ เขียนคำยินยอมเสร็จชานนท์มอบเงินสดสองแสนบาทให้ มนัสขยับจะไปแล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ หันมาขอร้องเขาอย่าบอกเรื่องนี้กับรสา

    “ถึงจะเป็นพี่น้องกัน แต่เงินทองก็เป็นของบาดใจนะครับ คุณชานนท์เป็นเศรษฐีคงพอจะเข้าใจ” พูดจบมนัสยิ้มร่าออกจากห้อง พอถึงมุมปลอดคน เขาเอาเงินออกมาดูเพราะไม่เคยเห็นเงินมากมายเท่านี้มาก่อน ดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ ร้องลั่นว่ารวยแล้วโว้ย พลันมีเสียงบงกชดังมาจากด้านหลัง

    “พี่มนัสไปหลอกเอาเงินจากคุณชานนท์มาใช่ไหม”

    มนัสสะดุ้งโหยงรีบเก็บเงินใส่กระเป๋าแทบไม่ทัน แล้วตั้งการ์ดขู่ไม่ให้บงกชเข้ามาเอาเงินของเขาไป เธอจับเขาขึ้นเข่าเข้าท้องจนจุกตัวงอลงไปกองกับพื้น ถ้าเจ้านายของเธอให้เงินเขาด้วยความเต็มใจ เธอจะเอาเงินของเขาไปได้อย่างไร แล้วคาดคั้นว่า ชานนท์ให้เงินเขามากมายทำไม หวังว่าเขาคงไม่ได้เอาแหวนที่แม่สุภาให้รสามาขาย มนัสกลัวความผิดวิ่งหนีไปหน้าตาเฉย บงกชได้แต่มองตามสงสัย

    ooooooo

    อภิรักษ์มาแอบมองรสาที่กำลังทำบัญชีอยู่ในร้านเสื้อ พอเห็นเธอเงยหน้าขึ้นมาจะขยับหนี แต่เธอเรียกไว้เสียก่อน แล้วพามานั่งคุยเปิดอกกัน ในที่สุดเขาก็ทำใจได้เรื่องระหว่างเขากับเธอ ยอมให้เธอเป็นแค่เพื่อนอย่างที่เธอต้องการ รสาชมเปาะ ต้องอย่างนี้ถึงจะเป็นคุณรักษ์ที่เธอรู้จัก แล้วถามว่าจะกลับไป
    ทำงานเมื่อไหร่

    “ตอนนี้ผมสบายใจแล้ว คงจะกลับไปทำงานพรุ่งนี้เลย ขอโทษนะครับที่ทำให้คุณไม่สบายใจ”

    สองคนยิ้มให้กันสีหน้าสบายใจที่ปรับความเข้าใจกันได้...

    ชานนท์แวะไปเยี่ยมเฉลิมที่ห้องพักฟื้น หลังจากชวนคุยโน่นคุยนี่ถึงอาการป่วยของท่านแล้ว เขาวกมาถามว่าคิดอย่างไรกับรสา เพราะเขาเห็นเธอมั่นใจเรื่องราวของตัวเองมากถึงได้ตามตื๊อท่านไม่หยุด ความจริงเฉลิมน่าจะตรวจดีเอ็นเอไปเลยจะได้ตัดข้อสงสัย ถ้าท่านแน่ใจว่าไม่ได้มีอะไรกับแม่ของรสา

    เฉลิมสารภาพว่าเคยมีอะไรกับสุภาแต่ก็แค่ครั้งเดียวเท่านั้น แถมไม่ได้รังแกเธอเปล่าๆ ท่านยังถอดแหวนให้เธอไปวงหนึ่งด้วย ถ้ามันอยู่ถึงตอนนี้ราคาสูงใช้ได้เลย ชานนท์สังหรณ์ใจบางอย่างทันที ถามว่าแหวนที่พูดถึงเป็นแหวนเพชรน้ำงามใช่ไหม เฉลิมพยักหน้ารับคำ เขาอยากรู้ถ้าท่านเห็นแหวนอีกครั้งจะจำได้ไหม

    “ได้สิ แหวนของอาจะมีสัญลักษณ์ของอาโดยเฉพาะ”

    “คุณอารอผมสักครู่นะครับ ผมมีของบางอย่างจะให้ดู แต่อยู่ที่บริษัท ผมจะกลับไปเอามาให้ดู”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    ขำกรามค้าง “แม็ค-แจ็คกี้” แฉเบื้องหลัง แสนทุลักทุเล ใน “นางฟ้าอสูร”

    ขำกรามค้าง “แม็ค-แจ็คกี้” แฉเบื้องหลัง แสนทุลักทุเล ใน “นางฟ้าอสูร”
    21 ต.ค. 2564

    08:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 11:18 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์