นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ลูกไม้ไกลต้น

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    พาณิชตื่นเต้นดีใจมากเมื่อทราบข่าวจากชานนท์ว่าศศิกานต์รับหมั้นแล้ว อภิรักษ์ยินดีกับพี่ชายด้วย อยากรู้ว่าเขาจะหมั้นเมื่อไหร่จะได้บอกข่าวดีนี้กับแม่ ชานนท์เห็นพ่อยิ้มแย้มไม่อยากทำลายบรรยากาศดีๆ

    “คิดว่าปลายเดือนหน้าน่ะ แล้วปีหน้าค่อยแต่ง”

    “แล้วรักษ์ล่ะลูก หนูรสาว่าอย่างไรบ้าง”

    อภิรักษ์กำลังพยายามทำให้เธอใจอ่อนอยู่ พาณิชเอาใจช่วยขอให้เขาเอาชนะใจเธอให้ได้ ถ้าตนได้รสามาเป็นสะใภ้อีกคนคงจะดี เพราะตนชอบเด็กคนนี้มาก อภิรักษ์ขอตัวไปใช้ความพยายามให้สำเร็จอย่างที่พ่อว่าแล้วเดินยิ้มแย้มออกไป ผิดกับชานนท์ที่มีสีหน้าหนักใจเรื่องที่จะต้องหมั้นกับศศิกานต์...

    เปรมจิตกับเฉลิมดีใจไม่แพ้อภิรักษ์และพาณิชเช่นกัน มีเพียงวรรณฤดีเท่านั้นที่ไม่พอใจต่อว่าน้องสาวตัวเองว่าเพิ่งจะพูดไปไม่นานว่าจะยังไม่หมั้น แล้วมา กลับคำได้อย่างไร เฉลิมต่อว่าเธอกลับว่าจะวุ่นวายสงสัยไปทำไมนักหนา ในเมื่อทุกคนต่างรู้ดีว่าชานนท์กับ

    ศศิกานต์รักชอบพอกันมานานหลายปีแล้ว วรรณฤดียังคาใจไม่หายถ้าเป็นอย่างที่พ่อว่าทำไมน้องถึงไม่ตอบตกลงแต่แรก มีเบื้องหลังเบื้องลึกอะไรหรือเปล่า

    “ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ

    พี่วรรณ ที่วันนั้นศศิขอผลัดไว้ก่อนก็เพราะเห็นงานที่บริษัทเรากำลังยุ่งๆ แต่พอมาคิดอีกทีงานมันก็ยุ่งอย่างนี้ทุกวันอยู่แล้ว ศศิก็เลยเปลี่ยนใจ”

    วรรณฤดีสะบัดหน้าเดินจากไปอย่างหงุดหงิด ธัชชัยรีบตามติดไปเอาใจ ขณะที่คนอื่นไม่อยากใส่ใจกับอารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอยของเธอ หันมาสนใจกับงานหมั้นที่จะมีขึ้น เปรมจิตกับเฉลิมต่างช่วยกันคิดว่าจะเชิญใครมาเป็นแขกในงานบ้าง ศศิกานต์เห็นพ่อกับแม่

    พากันตื่นเต้น กลับเดินหลบออกมาดื้อๆ แม่จันเห็นท่าทางแปลกๆของเธอรีบตามมาถามว่ามีอะไรหรือเปล่าทำไมทำหน้าไม่เหมือนคนที่กำลังจะหมั้น

    “ศศิรู้สึกว่าพี่นนท์ไม่เหมือนเดิมน่ะค่ะแม่จัน”

    “ไม่เหมือนเดิม...คุณนนท์มีคนอื่นเหรอคะ” แม่จันร้องเอะอะ ศศิกานต์ไม่แน่ใจเหมือนกัน เคยถามแล้ว แต่เขาว่าไม่มีอะไร แม่จันเห็นเธอน้ำตาคลอเบ้าลูบหน้าลูบหลัง พลางปลอบใจในเมื่อเขายืนยันว่าไม่มีอะไร เธอก็ไม่ควรจะคิดมาก แม้จะปลอบให้ศศิกานต์คลายความกังวลลงได้ แต่แม่จันกลับเป็นฝ่ายหนักใจแทนเธอ

    ooooooo

    วรรณฤดีเดินหงุดหงิดไปมาอยู่ริมสระว่ายน้ำ ธัชชัยเข้ามาจับแขนพยายามปลอบใจ เธอกลับสะบัดมือเขาออก พาลอาละวาดฟาดงวงฟาดงาใส่ฐานไม่เอาไหน

    “แต่งงานกับฉันมาตั้งหลายปีแล้ว ยังทำให้ฉันท้องไม่ได้ นี่ถ้ายัยศศิท้องก่อนฉันล่ะก็ ฉันจะฆ่าคุณ ได้ยินไหมธัช ฉันจะฆ่าคุณ” วรรณฤดีไล่ทุบตีธัชชัยไม่ยั้งแต่ดันก้าวพลาดตกลงไปในสระว่ายน้ำถึงกับกรีดร้องลั่น

    ศศิกานต์กับแม่จันได้ยินเสียงร้องวิ่งหน้าตื่นไปยังต้นเสียง เห็นธัชชัยกำลังพยุงวรรณฤดีขึ้นจากสระ เฉลิมกับเปรมจิตได้ยินเสียงเอะอะเช่นกัน วิ่งตามมาสมทบ ก่อนจะช่วยกันดึงตัววรรณฤดีขึ้นจากสระ

    “ทำไมหนูวรรณถึงได้ตกสระไปได้ล่ะคะคุณธัช” แม่จันคาดคั้น

    เปรมจิตขอร้องอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ รีบช่วยกันพาวรรณฤดีขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะดีกว่าเดี๋ยวจะไม่สบาย ธัชชัยรับคำอุ้มเธอตัวลอยขึ้นบ้าน โดยมีเปรมจิต แม่จันและศศิกานต์เดินตาม...
    อภิรักษ์แวะบอกข่าวดีเรื่องศศิกานต์รับหมั้น

    ชานนท์ให้กับสามสาวรับรู้แล้วขอตัวกลับเนื่องจากมีธุระ ทั้งบงกชและมธุรสไม่เข้าใจทำไมรสาถึงใจแข็งไม่รับรักเขาสักที หรือเป็นเพราะเธอมีคนอื่น เธอปฏิเสธทันทีว่าไม่มี มธุรสถามย้ำว่าจริงหรือ รสาขี้เกียจตอบคำถามไม่เข้าท่า ขอตัวไปทำบัญชีร้านเสื้อแล้วเดินหนีไปเลย สองสาวเพื่อนซี้ได้แต่มองตามสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับชานนท์ไม่หาย อยากจะถามตรงๆแต่ก็ไม่กล้า...

    ศศิกานต์พยายามจะเข้าไปช่วยพี่สาว แต่เธอกลับเบี่ยงตัวหนีไม่ยอมให้แตะต้อง เปรมจิตอดถามไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น วรรณฤดีถึงได้ตกน้ำตกท่าแบบนั้น เธอมองสบตาสามีเป็นทำนองไม่ให้พูดเรื่องที่ตนกลัวว่าศศิกานต์จะมีลูกก่อนแล้วเดินเข้าห้องน้ำ เขารู้งานแต่งเรื่องว่าเขากับวรรณฤดีทะเลาะกันเรื่องงานนิดหน่อย แต่เธอก้าวพลาดเสียหลักตกน้ำ แม่จันไม่เชื่อว่าจะเป็นอย่างที่เขาเล่า

    “ผมไม่เสียสติขนาดจะทำร้ายเมียตัวเองหรอกครับ”

    เปรมจิตเองก็ไม่คิดว่าลูกเขยจะกล้า เพราะเท่าที่เห็นวรรณฤดีจะเป็นฝ่ายทำร้ายเขาอยู่เนืองๆ ศศิกานต์อดสงสัยไม่ได้ทำไมพักนี้พี่สาวตัวเองถึงได้อารมณ์บูดนัก เปรมจิตพยักหน้าเห็นด้วยแต่ยังไม่ทันจะว่าอะไร วรรณฤดีออกจากห้องน้ำเสียก่อน ศศิกานต์เห็นผมเธอเปียกคว้าผ้าเช็ดตัวจะเช็ดผมให้ เธอกลับเดินหนีไม่ยอมให้ถูกตัว แล้วหันไปบอกแม่ว่าตัวเองทะเลาะกับธัชชัยเรื่องงานหนักไปหน่อย แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว

    “อ้ะๆ งั้นวรรณนอนพักซะนะ หมู่นี้แม่เห็นวรรณไม่ค่อยสบายบ่อยๆ วันนี้ยังมาตกน้ำอีก ถ้างานที่บริษัทมันวุ่นนักก็ให้ศศิกับธัชเขาทำงานแทนไปก่อน วรรณสบายดีแล้วค่อยไปทำ” เปรมจิตว่าแล้วชวนแม่จันกับ ศศิกานต์ออกจากห้อง วรรณฤดีรอจนทั้งสามคนลับสายตาหันไปสั่งการธัชชัย

    “จำไว้นะ อย่าแพร่งพรายเรื่องเราทำกิฟต์เป็น

    อันขาด ฉันจะต้องเร่งให้หมอทำกิฟต์ให้ฉันอีกครั้ง และคราวนี้ฉันจะต้องท้องให้ได้” วรรณฤดีสีหน้ามุ่งมั่นเอาจริง ขณะที่ธัชชัยหวั่นๆกับอารมณ์ที่แปรปรวนของเธอ...

    ในเวลาต่อมาเฉลิมไปหาพาณิชที่บ้าน เขาเห็นสีหน้าเฉลิมไม่สดชื่นทั้งที่สองครอบครัวกำลังจะมีข่าวดีก็ร้องทักมีอะไรหรือเปล่า ชานนท์มาทันได้ยิน รีบหลบมุมแอบฟัง เฉลิมเล่าว่าเมื่อวานไปที่วัดมา แต่ยังไม่ทันจะขอขมาสุภาเจอรสาเสียก่อน แถมอยู่ๆก็วูบไป รสาช่วย

    พาส่งโรงพยาบาล หมออยากจะตรวจให้ละเอียดแต่

    ตนไม่ยอม พาณิชตำหนิถึงขั้นวูบขนาดนี้ยังจะดื้อดึงอีก เฉลิมอ้างไม่ได้เป็นอะไร แค่ความดันขึ้น พักผ่อนสักหน่อยก็หาย แล้วชวนเขาไปนอนที่รีสอร์ตด้วยกัน ไปกันแค่สองคน ชานนท์ได้ยินอย่างนั้นก็เดินลงมาทักทาย

    เฉลิม พร้อมกับบอกว่ากำลังจะไปรับศศิกานต์มากินข้าวที่นี่กับพ่อ

    “อ่ะเหรอ อาก็ว่าจะอยู่กินข้าวเย็นกับพ่อเราเหมือนกัน”

    “พ่อว่านนท์อยู่กินข้าวกับหนูศศิที่นั่นเถอะลูกเดี๋ยวคุณเปรมจะหาว่าพ่อพรากลูกพรากผัวเธอมาหมด”

    ชานนท์ได้ยินแว่วๆว่าเฉลิมจะชวนพ่อไปไหนหรือ ท่านจะชวนไปพักผ่อนที่รีสอร์ตสักสองสามคืน ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ร่างกายจะได้กระปรี้กระเปร่า ชานนท์แนะให้ท่านไปหาหมอตรวจร่างกายจริงๆจังๆก่อนไม่ดีกว่าหรือ เฉลิมยืนยันคำเดิม ไม่ได้เป็นอะไรจะไปตรวจทำไม นี่ถ้าได้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์รับรองคนหนุ่มอย่างชานนท์ก็สู้ท่านไม่ได้ แล้วเบ่งกล้ามอวด ชานนท์แอบหนักใจแทน ขณะที่พาณิชหัวเราะชอบใจ...

    อภิรักษ์นัดเจอกับกัลยาที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งเพื่อแจ้งข่าวดีเรื่องชานนท์กำลังจะหมั้น และอยากให้แม่ไปร่วมเป็นสักขีพยานในงานหมั้นครั้งนี้ด้วย เธอไม่แน่ใจว่าควรจะไปหรือเปล่าเพราะการปรากฏตัวของเธออาจจะทำลายความสุขของทุกคนในวันสำคัญของชานนท์ก็ได้...

    ทางฝ่ายศศิกานต์เห็นดีด้วยเมื่อรู้จากชานนท์ว่าพ่อจะไปพักผ่อนที่รีสอร์ตกับพาณิช เผื่อบรรยากาศดีๆ จะทำให้ท่านผ่อนคลายขึ้น วันนั้นที่เธอเห็นสีหน้าพ่อที่โรงพยาบาลบอกตามตรงว่าไม่สบายใจ โชคดีมากตอนที่ท่านวูบหมดสติ รสาอยู่ด้วยไม่อย่างนั้นคงต้องแย่แน่ๆ ชานนท์มัวแต่ใจลอยถึงเรื่องที่ได้ยินเฉลิมคุยกับพาณิชไม่ได้ยินเสียงเรียกของศศิกานต์ จนเธอต้องสะกิดเขาถึงได้รู้สึกตัว

    “เอ่อคือ พี่ไม่ค่อยสบายใจเรื่องคุณอาเฉลิมเลย พี่อยากให้ท่านไปตรวจสุขภาพอย่างจริงๆจังๆสักครั้ง”

    “พวกเราก็อยากให้เป็นอย่างนั้นค่ะพี่นนท์ แต่คุณพ่อดื้อมากเลยค่ะ ศศิกับพี่วรรณขอร้องให้คุณพ่อไปท่านก็ไม่เคยยอมไปสักที ศศิจนปัญญาไม่รู้จะพูดยังไงแล้วล่ะค่ะ”

    ชานนท์จะขอให้พ่อของเขาช่วยพูดให้อีกแรงหนึ่งเผื่อจะสำเร็จ ศศิกานต์ขอบคุณเขามาก แล้วบอกว่างานหมั้นของเรา เธอชวนรสา มธุรสและบงกชมาร่วมงานด้วย ชานนท์ไม่ขัดข้องหากเป็นความต้องการของเธอ

    ooooooo

    ชานนท์คาใจเรื่องที่เฉลิมแวะไปที่วัดซึ่งเป็นที่เก็บศพของสุภาไม่หาย จึงมาดักรอรสาที่หน้าปากซอยบ้านเพื่อจะคุยกับเธอเรื่องนี้ รสาเองก็ไม่รู้เหตุผล ทำไมเฉลิมถึงไปที่นั่น ถ้าเขาอยากรู้คงต้องไปถามท่านเอาเอง

    “ฉันก็ตอบได้เท่านี้ล่ะค่ะ แล้วคุณก็กลับไปได้แล้วค่ะ ฉันจะไปทำงาน ไม่ต้องไปส่งฉันหรอก” รสาลุกขึ้นจะไป แต่ชานนท์คว้าข้อมือไว้ เธอมองมือเขาที่จับมือตัวเองโดยไม่สะบัดออกเหมือนที่เคยทำ

    “คุณรู้เรื่องที่ผมจะหมั้นกับศศิแล้วใช่ไหม”

    “ค่ะ ฉันทราบแล้ว” พูดจบรสาดึงมือตัวเองออก แล้วผละจากไป ชานนท์มองตามไม่เข้าใจตัวเองทำไมต้องรู้สึกใจหายอย่างนี้ด้วย จากนั้นไม่นานรสามาถึงร้านเสื้อพบว่าศศิกานต์มาให้มธุรสวัดตัวเพื่อตัดชุดสำหรับใส่งานหมั้น และถือโอกาสนี้เชิญสามสาวไปร่วมงานหมั้นของตนด้วย รสาขอบคุณศศิกานต์มากที่ให้เกียรติมาใช้บริการร้านเสื้อเล็กๆของพวกตนแทนที่จะไปใช้บริการร้านเสื้อหรูๆ เธอจับมือรสาขึ้นมากุมไว้

    “ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกค่ะ ฉันก็แค่ทำตามความรู้สึกตัวเองเท่านั้น ฉันรู้สึกว่าอยู่กับพวกคุณแล้วฉันสบายใจและฉันดีใจนะคะที่ได้รู้จักกับพวกคุณ”

    “ทั้งๆที่เราได้รู้จักกันด้วยสถานการณ์อย่างนี้น่ะเหรอคะ”

    “ค่ะ และฉันก็อยากให้เรารู้สึกดีต่อกันอย่างนี้ตลอดไปไม่ว่าจะในฐานะที่คุณเป็นลูกสาวอีกคนหนึ่งของคุณพ่อหรือในฐานะอื่น” ศศิกานต์ยิ้มให้รสาอย่างจริงใจ...

    มธุรสแอบนินทาให้บงกชฟังว่าการที่ศศิกานต์มาใช้ร้านเสื้อของพวกเราอาจมีเบื้องหน้าเบื้องหลังก็ได้ บงกชไม่เข้าใจเธอพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร มธุรสคิดว่าชานนท์อาจจะชอบรสา เพราะเธอเห็นเขามาหารสาที่ร้านบ่อยมาก แรกๆก็มาด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด แต่ระยะหลังๆ เธอว่าสายตาของเขาที่มองรสาเปลี่ยนไป ส่วนรสาจะรู้สึกอย่างไรกับเขาเธอเดาไม่ออก บงกชถึงบางอ้อทันที ศศิกานต์อาจจะระแคะระคายเรื่องนี้ก็ได้ถึงได้มาตัดชุดที่ร้านเสื้อของพวกเรา มธุรสไม่รู้เหมือนกัน แต่ดูท่าแล้วศศิกานต์จะมาอย่างจริงใจ

    “แต่กช...ฉันชักกลัวว่าเรื่องมันจะยุ่งกันใหญ่น่ะสิ ถ้าเกิดคุณชานนท์มาชอบรสาจริงๆ แล้วถ้ารสาเองก็มีใจให้เขา แต่คุณชานนท์กำลังจะหมั้นกับคุณศศิลูกสาวคุณเฉลิม คนที่อาจจะเป็นพ่อที่แท้จริงของรสา แล้วมันจะยังไงกันต่อไปล่ะเนี่ย แล้วไหนจะเรื่องคุณรักษ์อีก”

    ไม่ต้องมีใครบอกบงกชก็พอจะเดาออกว่าเรื่องนี้ต้องวุ่นวายแน่นอน สองสาวมัวแต่เม้าท์กันไม่ทันสังเกตเห็นรสาแอบฟังอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

    ooooooo

    มนัสออกเวรกลับถึงบ้านในสภาพทั้งเมาทั้งอารมณ์เสีย นอกจากเมียจะหอบผ้าหนี แหวนของแม่ก็ดันมาหายไปอีก เขาพาลหงุดหงิดไปหมดเตะโต๊ะเตะเก้าอี้ระบายอารมณ์ แต่ต้องร้องโอ๊ยลั่นเพราะเจ็บเท้า ไม่รู้จะทำอย่างไรดี นอนแผ่อยู่หน้าประตูบ้านประชดชีวิต

    “อร...เมื่อไหร่จะกลับมาหาพี่สักที...ห่ะ อร” มนัสมัวแต่ร้องไห้คร่ำครวญก็เลยไม่เห็นแหวนของแม่ที่ทำตกไว้ ก่อนจะเมาหลับไม่รู้เรื่องอยู่ตรงนั้น...

    เสร็จจากมาส่งเฉลิมขึ้นรถไปเที่ยวกับพาณิช แม่จันอดถามศศิกานต์ไม่ได้ว่าจะตัดชุดงานหมั้นร้านไหนเพราะใกล้ถึงวันงานเข้ามาทุกขณะแล้ว พอเธอบอกว่าไปสั่งตัดชุดที่ร้านเสื้อของรสา ทั้งเปรมจิต วรรณฤดี ธัชชัยและแม่จันพากันอึ้ง ศศิกานต์ทำไม่รู้ไม่ชี้เดินหนีเข้าบ้าน วรรณฤดีไม่พอใจมากตามมาโวยใส่ ร้านเสื้อมีตั้งมากมายทำไมต้องไปตัดที่ร้านนังนั่นด้วย เธอชอบการดีไซน์แบบเสื้อของร้านนี้แถมช่างยังตัดเย็บได้เรียบร้อย

    “แต่ฉันไม่ให้เธอไปตัดที่ร้านนั้น”

    ศศิกานต์เริ่มจะไม่พอใจ ในเมื่องานหมั้นเป็นงานของตน ตนจึงมีสิทธิ์จะเลือกตัดเสื้อร้านไหนก็ได้ตามที่ตนเองชอบ เปรมจิตเห็นด้วยกับวรรณฤดี ขอร้องให้ศศิกานต์เปลี่ยนไปใช้บริการร้านเสื้อของเจ้าอื่น เธอขอเหตุผลที่แม่ไม่ยอมให้ไปตัดเสื้อร้านของรสา เปรมจิตยังไม่ทันจะตอบคำถามศศิกานต์ชิงพูดขึ้นเสียก่อน

    “หรือว่าคุณแม่กลัวว่ารสาจะเป็นลูกสาวอีกคนหนึ่งของคุณพ่อจริงๆคะ”

    เปรมจิตกับวรรณฤดีประกาศอย่างพร้อมเพรียงกันว่าไม่ชอบขี้หน้ารสา โดยเฉพาะวรรณฤดีถึงขั้นเกลียดเธอด้วยซ้ำ ศศิกานต์ไม่สนใจถ้าพี่จะเกลียดใครก็เป็นสิทธิ์ของพี่ แต่ตนยืนยันจะตัดเสื้อที่ร้านของรสา

    “แล้วใครก็เปลี่ยนใจศศิไม่ได้ด้วยค่ะ ศศิออกไปข้างนอกนะคะคุณแม่ จะไปเลือกผ้าตัดชุดที่ร้านรสาค่ะ” พูดจบศศิกานต์เดินลิ่วออกไป วรรณฤดีถึงกับปรี๊ดแตกที่ถูกน้องท้าทาย ร้องกรี๊ดๆบ้านแทบแตก...

    ในเวลาต่อมา ขณะรสากำลังคุยโทรศัพท์กับอภิรักษ์เรื่องที่ศศิกานต์มาตัดชุดงานหมั้นที่ร้านของเธอโดยเปิดสปีกเกอร์โฟนคุยไปทำงานไปด้วย เขาอดถามไม่ได้แล้วตกลงเธอจะไปงานนี้ด้วยหรือเปล่า รสายังไม่ทันตอบคำถาม ศศิกานต์มาทันได้ยินพอดี ยื่นหน้าเข้าไปตอบคำถามแทนรสา

    “ต้องไปสิคะรักษ์ ถ้ารสาไม่ไป ศศิน้อยใจแย่เลย ...ว่าไงคะรสา”

    “คุณศศิพูดอย่างนี้ ฉันก็ต้องไป” รสาเสียงอ่อย ศศิกานต์กับอภิรักษ์ต่างยิ้มดีใจ เป็นจังหวะเดียวกับมธุรสเดินออกมาจากหลังร้าน แจ้งกับศศิกานต์ว่าผ้าที่สั่งมาแล้ว เดี๋ยวจะหยิบมาให้เลือก อภิรักษ์เห็นพวกสาวๆกำลังยุ่งก็เลยไม่อยากรบกวนเวลางาน โดยไม่ลืมบอกรสาว่าตอนเย็นจะแวะไปหาที่ร้านแล้ววางสาย

    ระหว่างรอมธุรสไปหยิบผ้า รสาถามศศิกานต์ว่าเฉลิมว่าเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าท่านไปเที่ยวรีสอร์ตกับพาณิชก็อดเป็นกังวลแทนไม่ได้ ไปที่ไกลๆแบบนั้นเกิดเป็นอะไรขึ้นมาคงจะลำบากแย่ ศศิกานต์เองก็เป็นห่วงพ่อเช่นกัน ที่พ่อเข้าโรงพยาบาลวันนั้น ก็ห้ามเธอไม่ให้บอกใครในบ้าน เธอขอให้ท่านไปตรวจร่างกายอยู่บ่อยครั้งแต่ท่านไม่เคยยอมไปตรวจสักที รสานึกถึงวันที่เฉลิมล้มลงหมดสติต่อหน้า ก็ยิ่งเป็นห่วงท่านมาก

    “คุณศศิคะ ฉันว่าเรื่องนี้ฉันพอมีวิธีทำให้ท่านเปลี่ยนใจได้ ให้ฉันได้มีส่วนช่วยท่านเถอะนะคะ”

    ศศิกานต์เห็นรสามีทีท่าเป็นห่วงเฉลิมอย่างจริงใจ รีบโทร.เล่าเรื่องนี้ให้ชานนท์ฟัง เขาแนะว่าถ้าเป็นอย่างนั้นเราน่าจะพารสาไปพบเฉลิมที่รีสอร์ตวันนี้เลย เธออาจจะทำให้ท่านเปลี่ยนใจยอมไปให้หมอตรวจก็ได้ แล้วบอกให้ศศิกานต์เตรียมตัวไว้ เดี๋ยวเขาจะไปรับที่บ้าน อภิรักษ์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆหูผึ่งทันที

    “พี่นนท์กับศศิจะพาคุณรสาไปไหนครับ”...

    นัดแนะกันเสร็จสรรพ ทั้งศศิกานต์และรสาต่างแยกย้ายกันไปเก็บเสื้อผ้าเตรียมตัวเดินทางไปหาเฉลิมที่รีสอร์ต รสาเก็บเสื้อผ้าเสร็จพอดีตอนที่อภิรักษ์มากดกริ่งหน้าบ้าน เธอแปลกใจมากเพราะนึกว่าศศิกานต์จะเป็นคนมารับ เขาอธิบายว่าเปลี่ยนแผนนิดหน่อย ชานนท์จะไปรับศศิกานต์ที่บ้าน เขาก็เลยอาสามารับเธอให้เอง แล้วเราค่อยไปเจอกันที่รีสอร์ตของเฉลิม รสาถึงกับชะงัก ถามว่าชานนท์ไปด้วยหรือ

    “ครับ พี่นนท์ว่าจะได้ถือโอกาสไปพักผ่อนกันด้วยเลย”...

    ขณะที่รสากับอภิรักษ์ รวมทั้งชานนท์และศศิกานต์มุ่งหน้าสู่รีสอร์ตของเฉลิม วรรณฤดีกำลังโวยวายใส่หมอที่ไม่ยอมทำกิฟต์ให้ อ้างว่าร่างกายของเธอยังไม่พร้อม เธอประกาศลั่นในเมื่อเธอบอกว่าพร้อมก็คือพร้อม ถ้าหมอไม่ยอมทำกิฟต์ให้ เธอจะไปหาหมอคนอื่นมาทำแทน หมอสบตากับธัชชัยสีหน้าหนักใจ ครู่ต่อมา ธัชชัยหลบมา โทร.หานุกูลสั่งให้รีบมาที่ศูนย์การแพทย์โดยด่วน ทีแรกเขาลังเล ธัชชัยก็เลยต้องเตือน

    “น้ำเชื้อของแกมีมูลค่าถึง 5 ล้านเชียวนะโว้ยไอ้นะ อย่าลืมสิ”

    ooooooo

    เฉลิมกับพาณิชเห็นชานนท์ ศศิกานต์รวมทั้งรสาและอภิรักษ์มาที่รีสอร์ตก็แปลกใจมากมากันได้อย่างไร ศศิกานต์อ้างจะมาเซอร์ไพรส์พ่อ เฉลิมไม่วายหันไปแขวะรสา

    “อย่าบอกนะว่าเธอตามมาตื๊อฉันให้ไปขอขมาแม่ของเธอถึงที่นี่”

    รสาไม่ได้มาเพราะเรื่องนั้น แต่มาเพราะเป็นห่วงเฉลิมอยากให้ไปตรวจสุขภาพเพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง เฉลิมแดกดันว่าเธอพูดเหมือนกับเธอเป็นลูกของเขาทั้งที่ไม่ใช่ รสาถึงกับหน้าเสีย พาณิชเห็นบรรยากาศ มาคุรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ชวนทุกคนเข้าไปพักผ่อนในบ้านกันก่อน ขับรถมากันเหนื่อยๆ อย่าเพิ่งเถียงอะไรกันตอนนี้ เฉลิมถึงเงียบเสียงลงได้...

    จนแล้วจนรอดแม่จันก็ไม่ได้บอกเรื่องที่เห็นธัชชัยแอบมองศศิกานต์ด้วยสายตาแปลกๆอยู่บ่อยครั้งให้เปรมจิตรับรู้ เพราะที่บ้านมีแต่เรื่องวุ่นๆไม่เว้นแต่ละวัน เธอได้แต่หวังว่าเมื่อไหร่ที่ศศิกานต์แต่งงานกับชานนท์ คงจะย้ายไปอยู่บ้านของฝ่ายชายซึ่งเท่ากับตัดปัญหาไปโดยปริยาย...

    ทางฝ่ายวรรณฤดีอารมณ์ดีขึ้นผิดหูผิดตาเนื่องจากหมอรับปากจะทำกิฟต์ให้ เธอตั้งใจมั่นว่าทำครั้งนี้จะต้องไม่พลาดอีก จะพักผ่อนให้มากๆตามที่หมอสั่ง จะไม่เครียด ไม่อารมณ์เสียเด็ดขาด ธัชชัยกลับเป็นฝ่ายเครียดเสียเอง กลัวเธอจะรู้ความลับเรื่องเขาเป็นหมัน...

    เมื่อได้อยู่กันตามลำพังในห้องพัก ศศิกานต์ขอโทษรสาแทนพ่อของตัวเองด้วย เธอไม่ถือโทษโกรธท่าน เพราะเธอผิดเองที่เข้าไปยุ่งเรื่องของท่าน บังอาจคิดว่าจะทำให้ท่านยอมไปตรวจสุขภาพ

    “ฉันคงลืมไป เรื่องให้ท่านไปขอขมาแม่ ฉันยังทำไม่สำเร็จเลย ตอนนี้ฉันเลิกคิดจะให้ท่านไปขอขมาแม่สุภาของฉันแล้วล่ะค่ะ เวลานี้ฉันห่วงเรื่องสุขภาพของท่านมากกว่า”

    ศศิกานต์ปลื้มใจที่เห็นรสาเป็นห่วงเฉลิมอย่างจริงใจ “ไหนๆเราก็มาถึงที่นี่แล้ว เดี๋ยวเราลงไปเดินเล่นในสวนกันหน่อยดีไหมคะ”...

    อีกมุมหนึ่งภายในห้องพักของชานนท์กับอภิรักษ์ ระหว่างสองพี่น้องกำลังเอาข้าวของออกจากกระเป๋า อภิรักษ์ออกปากว่าสงสารและเห็นใจรสาที่เฉลิมพูดจาไม่ดีด้วย ชานนท์รู้สึกเหมือนกับน้องชายแต่ไม่พูดอะไร อภิรักษ์ยังคาใจไม่หาย ทำไมพี่ชายถึงไม่ยอมยกโทษให้แม่สักที ชานนท์ได้ยินคำว่าแม่ก็หน้าตึงขึ้นมาทันที วางมือจากทุกอย่างตรงหน้า เดินหนีไปที่ระเบียงห้องไม่อยากพูดเรื่องนี้ให้อารมณ์ขุ่นมัว แล้วมองไปยังมุมหนึ่งของสวนเห็นรสากับศศิกานต์กำลังเดินเล่นกันอยู่ ได้แต่มองตามหน้าเครียด...

    ฝ่ายกัลยาเก็บข้าวของจำเป็นเตรียมย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่อภิรักษ์ซื้อให้ ตั้งใจจะทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง รวมทั้งรูปถ่ายของชานนท์และอภิรักษ์สมัยยังเป็นเด็กที่เธอเก็บไว้ในลิ้นชัก...

    ระหว่างเดินเล่นไปตามเนินลาดของรีสอร์ต รสาเห็นเด็กน้อยคนหนึ่งยืนร้องไห้หาแม่เพียงลำพัง ชวนศศิกานต์เดินไปดู แต่เด็กกลับวิ่งหนี สองสาวพยายามวิ่งตามแต่เด็กหายไปแล้วโดยไม่รู้ว่าแกเจอแม่ของแกและพากันกลับบ้านไปแล้ว รสามองไปเบื้องหน้าเห็นทางค่อนข้างลาดชันก็เป็นห่วงเด็กน้อยมาก รีบวิ่งไปดูโดยมีศศิกานต์วิ่งตามไปติดๆ อารามรีบร้อนเธอสะดุดก้อนหินเสียหลักชนรสาที่วิ่งนำหน้าล้มกลิ้งไปด้วยกัน ร่างของเธอทับขาของรสาแล้วไถลต่อไป โชคดีที่รสาคว้าเธอไว้ทันก่อนจะกลิ้งตกเนิน...

    ขณะที่ชานนท์ครุ่นคิดถึงคำพูดของน้องชายที่ว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมยกโทษให้แม่ อภิรักษ์วิ่งหน้าตั้งมาบอกว่าไม่รู้รสากับศศิกานต์หายไปไหน เคาะห้องเรียกก็ไม่มีใครเปิดรับ พยายามโทร.เข้ามือถือก็ติดต่อไม่ได้

    “แถวนี้ไม่มีสัญญาณหรอกรักษ์ พี่เห็นสองคนนั่นออกไปเดินในสวนข้างหลังโน่น แต่ก็ไปนานแล้วนะทำไมยังไม่กลับมากันอีก” ชานนท์เป็นห่วงสองสาวรีบลุกออกไปทันที โดยมีอภิรักษ์ตามติด ครู่ต่อมาสองพี่น้องมาสอบถามจากคนดูแลรีสอร์ตได้ความว่าเห็นสองสาวเดินคุยกันอยู่แถวนี้เมื่อครู่ แต่ตอนนี้ไม่รู้หายไปไหนแล้ว

    ooooooo

    ศศิกานต์พยุงรสาให้ลุกขึ้นยืนแต่พอเธอทิ้งน้ำหนักลงเท้าถึงกับร้องโอ๊ยลั่นด้วยความเจ็บปวด

    “ท่าทางจะข้อเท้าแพลงซะแล้วล่ะค่ะ เป็นเพราะฉันแท้ๆเลย” ศศิกานต์รู้สึกผิดที่ทำให้รสาบาดเจ็บ

    “อย่าโทษตัวเองเลยนะคะ มันเป็นอุบัติเหตุ เราตกลงมาสูงเลยนะคะเนี่ย ไปกันเถอะค่ะ” รสาว่าแล้วลองยันตัวลุกขึ้นอีกครั้ง แต่ต้องทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างเดิมเนื่องจากเจ็บข้อเท้ามาก ศศิกานต์เห็นท่าทางเธอไม่ไหว บอกให้นั่งรอตรงนี้ก่อน ตนจะไปตามคนมาช่วย แล้วรีบเดินกลับขึ้นไป...

    ฝ่ายชานนท์กับอภิรักษ์เริ่มเป็นกังวลมากขึ้นเพราะใกล้มืดเต็มทีแล้วยังหาตัวสองสาวไม่เจอ สั่งการให้คนดูแลรีสอร์ตช่วยกันออกตามหาอีกแรงหนึ่ง...

    ขณะเกิดเรื่องวุ่นๆขึ้นที่รีสอร์ต วรรณฤดีถึงกับปรี๊ดแตกเมื่อรู้ว่าศศิกานต์ไปหาเฉลิม จัดแจงจะตามไปด้วยกลัวน้องจะได้หน้าคนเดียว เปรมจิตต้องขอร้องให้เธอใจเย็นๆก่อน นี่จะมืดแล้ว ขับรถทางไกลค่ำๆ มืดๆอันตราย อย่าไปเลยจะดีกว่า ธัชชัยเห็นด้วยกับท่าน

    “นั่นสิครับคุณวรรณ อย่าลืมนะครับว่าคุณวรรณจะต้องพักผ่อนให้มากๆ”

    วรรณฤดีฉุกคิดถึงคำเตือนของหมอทำกิฟต์ก็เลยเปลี่ยนใจไม่ตามน้องไป แล้วเดินขึ้นห้อง ธัชชัยรีบตามมาเอาใจจะผสมน้ำอุ่นให้เธออาบ วรรณฤดียังหงุดหงิดที่ศศิกานต์ไปหาพ่อที่รีสอร์ตไม่หาย

    “ฉันไม่อยู่บ้านเดี๋ยวเดียว ยัยศศิได้โอกาสตามไปประจบทำคะแนนเอาหน้ากับคุณพ่อถึงที่รีสอร์ตเลย แต่ฉันจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอกนะธัช รอให้คุณพ่อได้เห็นหน้าลูกชายของเรา หลานชายคนแรกของตระกูลก่อนเถอะ ยัยศศิก็จะต้องตกกระป๋องทันที คอยดูสิ”...

    ในที่สุดชานนท์ก็ตามหาศศิกานต์เจอ พอเห็นสภาพมอมแมมของเธอแล้วตกใจมากถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอยังไม่มีเวลาจะเล่าอะไรตอนนี้ ขอให้เขาไปช่วยรสาก่อน ข้อเท้าแพลงเดินไม่ไหว แถมฟ้าจะมืดแล้วด้วย

    “เอาอย่างนี้ ศศิรอพี่อยู่ที่นี่นะ พี่ไปช่วยรสาก่อน” พูดจบชานนท์วิ่งปรู๊ดออกไป ไม่นานนักเขามายืนอยู่ตรงหน้ารสาซึ่งข้อเท้าบวมเป่ง แค่เขาแตะถูกนิดเดียวเธอถึงกับร้องลั่น รู้ทันทีว่าเดินไม่ไหว เขาจับเธอขี่หลัง แต่ทางขึ้นลาดชันทำเอาเดินเซไปหลายครั้ง รสากลัวจะลื่นไถลตกเขา แนะให้เขาไปตามคนอื่นมาช่วยจะดีกว่า

    “ไม่...ผมจะไม่ทิ้งคุณไว้ที่นี่เด็ดขาด ผมจะพาคุณกลับขึ้นไปให้ได้” ชานนท์กัดฟันแบกรสาขึ้นเนิน แม้จะยากลำบากก็ไม่ย่อท้อ เธอเห็นใบหน้าของเขาที่อยู่ห่างแค่คืบ รู้สึกใจหวิวๆอย่างบอกไม่ถูก สักพักอภิรักษ์ตามมาเจอ เห็นพี่ชายในสภาพแทบหมดเรี่ยวแรง รีบดึงตัวรสามาแบกไว้บนหลังตัวเอง

    “ผมพาไปต่อเองครับ พี่นนท์เหนื่อยมากแล้ว...คุณรสากอดคอผมไว้แน่นๆนะครับ” อภิรักษ์แบกรสาไปยังจุดที่ศศิกานต์รออยู่ เนื่องจากข้อเท้าของเธอบวมมาก ชานนท์จึงให้คนดูแลรีสอร์ตไปเอารถมารับพาไปหาหมอที่อนามัย ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากรีสอร์ตนัก...

    ขณะที่รสากำลังให้หมอทำแผลที่ข้อเท้า มนัสเจอแหวนที่ทำหล่นโดยบังเอิญ รีบคว้าเอาไว้หัวร่อร่าเสียงลั่นบ้านด้วยความดีใจ...

    พาณิชกับเฉลิมเริ่มร้อนใจที่ชานนท์กับพวกหายตัวไป มืดค่ำป่านนี้แล้วยังไม่กลับ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า พลันมีเสียงรถแล่นมาจอดหน้าบ้านพัก สองเพื่อนซี้ยังไม่ทันจะลุกไปดู อภิรักษ์ประคองรสาในสภาพมีไม้เท้าช่วยพยุงข้อเท้าที่พันผ้าเอาไว้เข้ามาเสียก่อน พาณิชร้องทักว่าเกิดอะไรขึ้น

    หลังจากได้ฟังเหตุการณ์ทั้งหมด เฉลิมขอบใจรสาที่ช่วยชีวิตศศิกานต์ ถ้าไม่ได้เธอคว้าตัวลูกสาวของตนเอาไว้ป่านนี้ศศิกานต์อาจจะตกเขาไปแล้วก็ได้ หญิงสาวนิ่งคิดไปชั่วขณะ

    “ถ้าดิฉันจะขอเปลี่ยนจากคำขอบใจเป็นคำว่าตกลงจะได้ไหมคะ”

    “เข้าทางเธอเลยสินะ ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ไปขอขมาสุภาเด็ดขาด ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดแล้วฉันจะไปตกลงกับเธอเรื่องอะไร” เฉลิมโวยเสียงลั่น รสาไม่ได้หมายถึงเรื่องแม่ แต่หมายถึงตกลงไปตรวจสุขภาพอย่างจริงจังต่างหาก เขารู้สึกผิดที่มองเธอในแง่ร้าย จึงยอมตกลงไปตรวจสุขภาพตามที่เธอขอร้อง

    “แต่ฉันมีข้อแม้ ฉันจะไปตรวจสุขภาพหลังจากศศิหมั้นกับตานนท์แล้ว” เฉลิมหันไปบอกศศิกานต์ ถ้าพ่อจะเป็นอะไรไป อย่างน้อยก็ขอให้ได้เห็นวันสำคัญของลูกก่อนแล้วมองเธออย่างรักใคร่ เธอโผกอดท่านไว้แน่น

    “โธ่คุณพ่อไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ คุณพ่อจะต้องอยู่กับศศิอีกนานแสนนานเลย”...

    ดึกแล้ว ศศิกานต์นอนไม่หลับ นึกถึงสายตาของชานนท์ที่มองรสาแล้วอดเป็นกังวลไม่ได้

    ooooooo

    ทันทีที่เห็นน้องสาวกลับมากับพ่อ วรรณฤดีปรี่เข้าไปต่อว่าว่าแทนที่จะให้พ่อได้พักผ่อน กลับตามไปกวนใจท่านถึงรีสอร์ต ทำอะไรเหมือนเด็กไม่รู้จักโตไปได้ เฉลิมแก้ตัวแทนลูกสาวคนเล็ก

    “น้องไม่ได้ไปกวนใจอะไรพ่อหรอก เออนี่พ่อตัดสินใจแล้วนะว่าพ่อจะไปตรวจสุขภาพจริงๆจังๆสักที แต่พ่อจะไปหลังจากเสร็จงานหมั้นของศศิกับชานนท์แล้ว วันสำคัญของลูกสาวพ่อ พ่อไม่มีวันยอมพลาดแน่นอน” ว่าแล้วเฉลิมหันไปยิ้มกับศศิกานต์อย่างรักใคร่ วรรณฤดีเส้นริษยาแตกซ่านที่เห็นพ่อให้ความสำคัญกับน้องเกินหน้าตนเอง เริ่มกินแหนงแคลงใจในตัวน้องในไส้...

    พาณิชเป็นปลื้มกับการกระทำของรสา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เธอช่วยชีวิตศศิกานต์หรือแม้แต่เรื่องที่เกลี้ยกล่อมจนเฉลิมตกลงใจจะไปให้หมอตรวจร่างกาย ถึงกับออกปากกับชานนท์ ยิ่งได้รู้จักก็ยิ่งเชื่อว่าเธอไม่ใช่พวกสิบแปดมงกุฏ และท่านจะดีใจมากถ้าได้เธอมาเป็นลูกสะใภ้อีกคนหนึ่ง...

    ในเวลาเดียวกัน อภิรักษ์ประคองรสาไปส่งบ้าน บงกชกับมธุรสเห็นสภาพขาเดี้ยงของเธอแล้วรีบเข้ามารับตัวเธอไปจากมือเขาพาไปนั่ง ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอขอติดไว้เล่าให้ฟังวันหลัง แล้วหันไปขอบคุณอภิรักษ์ที่มาส่ง เขายินดีทำให้ด้วยความเต็มใจ ถ้าหากเธอจะไปไหนโทร.บอกได้เลยเขาจะมารับเอง

    “งั้นวันนี้ผมกลับก่อนนะครับ” ทันทีที่อภิรักษ์ลับสายตา บงกชกับมธุรสสั่งให้รสาเล่ามาว่าเกิดอะไรขึ้น...

    เปรมจิตอดสงสัยไม่ได้ว่าศศิกานต์กล่อมพ่อท่าไหนถึงได้ยอมไปตรวจสุขภาพ เธอไม่กล้าบอกความจริงว่าเป็นฝีมือของรสา เพราะรู้ดีว่าแม่ไม่ปลื้ม ก็เลยโกหกว่าช่วยพูดกันหลายคน

    “ดีจัง แม่สบายใจขึ้นเยอะเลย เดี๋ยวนะลูก แม่มีอะไรจะให้” เปรมจิตลุกไปหยิบของที่เตรียมไว้ เป็นจังหวะเดียวกับวรรณฤดีและธัชชัยเดินผ่านพอดี เห็นแม่ถือกล่องกำมะหยี่เอามายื่นให้ศศิกานต์ วรรณฤดีดึงธัชชัยไปหลบมุมแอบดู ปรากฏว่าในกล่องที่เปรมจิตให้ศศิกานต์คือเครื่องเพชรชุดใหญ่สำหรับใส่ในวันหมั้นวรรณฤดีอิจฉาตาร้อนจนทนไม่ไหว จะพุ่งเข้าไปหาธัชชัยรีบเอามือปิดปากเธอไว้แล้วลากตัวขึ้นห้อง

    วรรณฤดีดิ้นสุดฤทธิ์แต่ธัชชัยไม่ยอมปล่อยมือจนกระทั่งเข้าห้องปิดประตูเรียบร้อย ถึงได้ปล่อยเธอเป็นอิสระ เธอตบเขาหน้าหัน พลางตะโกนด่าไม่ยั้งว่าจะบ้าไปแล้วหรือ ลากเธอออกมาทำไม ไม่เห็นหรือว่าคุณแม่กำลังให้เครื่องเพชรชุดใหญ่กับศศิกานต์

    “ก็คุณศศิกำลังจะหมั้นแล้วคุณเปรมก็ให้เครื่องเพชรชุดใหญ่ๆ อย่างนั้นกับคุณมาแล้วไม่รู้กี่ชุดต่อกี่ชุด”

    “แต่มันยังไม่มากพอ ไม่พอๆๆๆ” วรรณฤดีสติแตกทำท่าจะร้องกรี๊ด ธัชชัยรีบตะครุบปากเอาไว้ บอกให้ใจเย็นๆก่อน เธอจะได้มากกว่าเครื่องเพชรชุดนั้นถ้าเธอฟังเขา ธัชชัยเห็นเธอหยุดอาละวาดก็ปล่อยมือ

    “ยังไง” วรรณฤดีเสียงเขียวใส่

    “เห็นไหม...พอขาดสติคุณก็ลืมหมด ลืมแล้วเหรอครับ หลานไงครับหลานชายคนแรกของตระกูล ทันทีที่เรามีหลานให้คุณพ่อคุณแม่คุณได้อุ้ม ทีนี้ล่ะอย่าว่าแต่เครื่องเพชรชุดนั้นเลย คุณจะได้อะไรๆจากคุณพ่อคุณแม่คุณอีกนับไม่ถ้วนเลย แต่ตอนนี้คุณต้องใจเย็นๆ ก่อน เข้าใจไหมครับ”

    วรรณฤดีไม่วายแดกดันผัวตัวเอง ตั้งแต่รู้จักกันมาเขาเพิ่งจะพูดจาเข้าท่าก็วันนี้เอง ธัชชัยถึงกับเซ็ง แต่ไม่กล้าด่ากลับ ได้แต่เก็บความแค้นไว้ในใจนี่ถ้าเธอไม่ได้รวยอย่างที่เป็นอยู่ เขาคงทิ้งไปมีเมียใหม่นานแล้ว

    ooooooo

    ศศิกานต์เตรียมตัดชุดสำหรับงานหมั้นไว้แล้ว แต่ชานนท์ยังเฉยไม่ยอมขยับจนบงกชต้องทักนี่ใกล้จะถึงวันหมั้นแล้วไม่เห็นเขาไปตัดชุด ศศิกานต์มาลองชุดที่ร้านตั้งหลายครั้งแล้ว เห็นรสากับมธุรสเล่าให้ฟังว่ามาลองทีไรก็ผอมลงต้องแก้ใหม่ทุกครั้ง เขากลับหาว่าเธอผอมลงเพราะมัวแต่วุ่นเรื่องงานหมั้น

    “ผู้หญิงมีเรื่องต้องทำมากกว่าผู้ชายเยอะนี่”

    “ก็จริงค่ะ แล้ว แหะๆๆ ไหนๆก็ถามแล้วถามต่อเลยแล้วกัน ตกลงบอสมีชุดแล้วยังล่ะคะ”

    ชานนท์นิ่งอึ้งเพราะไม่ได้เตรียมตัวอะไรสำหรับงานหมั้นนอกจากแหวนวงนั้น...

    วันนี้ศศิกานต์แวะมาลองชุดที่ร้านของสามสาวเช่นเคย มธุรสจะติดลูกไม้ตรงตัวเสื้อเพิ่มให้อีกเล็กน้อย ชุดก็จะเสร็จสมบูรณ์ แล้วเธอจะเอาไปส่งให้ที่บ้านก่อนวันงาน ศศิกานต์ไม่อยากให้เธอลำบาก จะให้คนรถมารับชุดที่นี่เอง แล้วขอตัวกลับก่อน ไว้เจอกันวันงานหมั้น มธุรสรอจนศศิกานต์ไปพ้นร้านก็หันไปทางรสา

    “เอาล่ะคนกำลังจะหมั้นไปแล้ว ทีนี้ก็ถึงตาของแขกที่จะไปงานล่ะ สามานี่เลย ฉันตัดเสื้อที่จะให้เธอใส่ไปงานวันหมั้นคุณศศิกับคุณนนท์เรียบร้อยแล้ว” ขาดคำแตงวิ่งไปหยิบชุดที่แขวนไว้มาให้รสาลองสวม เธอเอาชุดมาทาบกับตัวแล้วส่องกระจกเงา อดเศร้าใจไม่ได้เนื่องจากใกล้วันที่ชานนท์จะหมั้นเข้ามาทุกที...

    ในเวลาต่อมา ชานนท์กลับถึงบ้านต้องหยุดกึกเมื่อเห็นช่างตัดเสื้อกำลังวัดตัวให้พ่ออยู่ พาณิชหันมาเห็นเขาเข้า ถามว่าตัดชุดใส่วันงานหรือยัง ชุดของท่านอภิรักษ์จัดการเรียกช่างมาวัดตัวให้ถึงบ้านเลย

    “ถ้าพี่นนท์ยังไม่ได้ตัดชุด ให้คุณภพตัดให้พร้อมกับชุดของพวกเราเลยก็ได้นะครับ”

    “ก็ได้” ชานนท์พยักหน้ารับคำ อภิรักษ์สั่งภพวัดตัวพ่อเสร็จก็ให้วัดตัวพี่นนท์ต่อได้เลย ภพจดไซส์ของพาณิชอีกสักพักก็เดินไปวัดตัวชานนท์ต่อ อภิรักษ์นึกถึงแม่ขึ้นมาได้แกล้งถามพ่อต่อหน้าพี่ชายถ้าแม่จะมาร่วมงานหมั้นครั้งนี้ด้วยพ่อจะว่าอย่างไร พาณิชเหลือบมองชานนท์แวบหนึ่งกลัวจะไม่พอใจ

    “วันสำคัญของพี่นนท์ ก็ต้องแล้วแต่พี่นนท์เขาสิรักษ์”

    “พี่นนท์ว่าอย่างไรครับ” อภิรักษ์มองพี่ชายตัวเองอย่างคาดคั้น ชานนท์ไม่อยากทำร้ายจิตใจพ่อก็เลยพยักหน้า เป็นทำนองให้มาได้ อภิรักษ์ยิ้มร่าด้วยความดีใจ ครู่ต่อมา เขานำข่าวดีนี้ไปบอกแม่ พอเห็นท่านลังเล เขาอ้อนวอนขอร้องให้ไปงานนี้ให้ได้ เราสี่คนพ่อแม่ลูกจะได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง

    “แต่แม่...เอ่อ รักษ์ก็รู้ว่าเดี๋ยวนี้สถานะแม่มันไม่เหมือนเดิม แม่โทรมไปมาก แม่ไปร่วงงานแล้วอาจจะทำให้นนท์ รักษ์แล้วก็คุณพาณิชขายหน้าแขกเหรื่อที่มางานได้”

    อภิรักษ์นึกถึงตัวช่วยอย่างรสาและมธุรสขึ้นมาทันที โดยไม่รอช้า เขาพาแม่ไปที่ร้านเสื้อของพวกเธอ ขอร้องให้ทั้งคู่ช่วยดูแลเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมให้แม่ของเขาด้วย รสาขอบคุณเขามากที่คิดถึงร้านเสื้อของพวกเรา

    “ผมก็คิดถึงตลอดแหละครับ” อภิรักษ์ยิ้มหวานให้รสาอย่างมีนัย มธุรสแกล้งกระแอมเสียงดังทำให้เขาได้สติ ยิ้มเก้อๆกลบเกลื่อน จากนั้นมธุรสพากัลยาไปวัดตัวด้านใน ทิ้งให้รสาอยู่เป็นเพื่อนคุยกับอภิรักษ์

    “ยิ่งใกล้วันผมยิ่งตื่นเต้นเหมือนจะหมั้นซะเองเพราะนี่เป็นงานมงคลครั้งแรกของบ้านเรา และที่สำคัญ ครอบครัวผมจะได้มาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง ไม่น่าเชื่อเลยว่าพี่นนท์จะยอมใจอ่อนให้แม่ไปร่วมงานด้วย”

    “คงเป็นเพราะคุณนนท์กำลังมีความสุขที่กำลังจะได้หมั้นกับคุณศศิละมั้งคะ”

    “ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละครับ” อภิรักษ์ยิ้มเบิกบาน ขณะที่รสากลับรู้สึกตรงกันข้าม

    ooooooo

    รุ่งขึ้นจะเป็นวันหมั้นของศศิกานต์กับชานนท์ เฉลิมกำลังจะแปรงฟันก่อนเข้านอนเกิดวิงเวียน ทรงตัวไม่อยู่ ต้องพิงอ่างล้างหน้าเอาไว้ไม่ให้ล้ม มือไม้พลอยอ่อนแรงไปด้วยทำแปรงสีฟังร่วงจากมือ เปรมจิตได้ยินเสียงของตกในห้องน้ำ ร้องถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เขาตะโกนตอบว่าไม่ได้เป็นอะไร แค่แปรงสีฟันตก

    “ค่ะๆ งั้นคุณรีบแปรงฟันจะได้รีบนอน งานพรุ่งนี้คงเหนื่อยกันทั้งวัน”

    “โอเค” แม้จะพูดไปอย่างนั้น แต่เฉลิมไม่รู้สึกโอเคสักเท่าไหร่ เริ่มวิตกกังวลเรื่องที่ตัวป่วย แต่แล้วเขาเกิดฮึดสู้ขึ้นมาจะไม่ยอมเป็นอะไรในวันหมั้นของลูกเด็ดขาด...

    พรุ่งนี้เป็นวันหมั้นของตัวเองแท้ๆ ศศิกานต์กลับไม่มั่นใจว่าความรักที่ชานนท์มีให้จะยังเหมือนเดิมหรือเปล่า ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งหนักใจ

    ไม่ได้มีแต่ศศิกานต์เท่านั้นที่นอนไม่หลับ ชานนท์เองก็ว้าวุ่นใจมากทนนอนกระสับกระส่ายต่อไปไม่ไหว ลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ สักพักกลับมาล้มตัวลงนอนอีกครั้งพยายามข่มตาให้หลับแต่ไม่สำเร็จ...

    รสานอนไม่หลับเช่นกัน เห็นแต่ภาพของชานนท์ตอนที่แบกตัวเองไว้บนหลัง ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวดใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    โฉมหน้า 7 สาวขึ้นแท่นนางเอกน้องใหม่ช่อง 3 แห่งปี 2564

    โฉมหน้า 7 สาวขึ้นแท่นนางเอกน้องใหม่ช่อง 3 แห่งปี 2564
    18 ต.ค. 2564

    07:30 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564 เวลา 17:46 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์