ข่าว

วิดีโอ



ลูกไม้ไกลต้น

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า - โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ฐา-นวดี สถิตยุทธการ

กำกับการแสดงโดย: ปัญญา ชุ่มฤทธิ์

ผลิตโดย: บริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: อรรคพันธ์ นะมาตร์, พีชญา วัฒนามนตรี

เป็นอย่างที่รสาคาดไว้ วรรณฤดีถึงกับเต้นผางเมื่อรู้เรื่องที่เฉลิมซื้อบ้านแถมจ่ายค่าเช่าร้านเหมาปีให้รสา ด่าพ่อตัวเองว่าบ้าไปใหญ่แล้ว แค่ลูกคนใช้ที่เกิดตอนพลั้งเผลอไม่เห็นจะต้องไปจ่ายอะไรให้เป็น ล้านๆอย่างนี้

“ฉันยอมไม่ได้ นังนั่นมันจะต้องไม่ได้อะไรไปจากบ้านนี้สักสตางค์แดงเดียว มันต้องไม่ได้ๆๆๆๆ” วรรณฤดีตะโกนแปดหลอดราวกับคนบ้า ก่อนจะโงนเงนเป็นลมหมดสติ โชคดีที่ธัชชัยคว้าตัวไว้ทัน อุ้มเธอไปวางบนเตียง เปรมจิตเอาผ้าเย็นมาเช็ดหน้าตาเนื้อตัวให้ ส่วนแม่จันคอยบีบนวดแขนขาขณะที่ศศิกานต์ยืนดูอย่างห่วงใย

สักพัก วรรณฤดีค่อยๆรู้สึกตัวจะลุกขึ้นนั่ง แม่จันเตือนอย่าเพิ่งลุกเดี๋ยวจะหน้ามืดไปอีก ธัชชัยแนะให้เธอไปพบจิตแพทย์ หลังๆมานี่ดูเธอจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ วรรณฤดีปรี๊ดแตกพุ่งเข้าไปตบตีผัวตัวเองอุตลุดฐานหาว่าเธอเป็นบ้า ศศิกานต์กับแม่จันต้องช่วยกันดึงตัวออกมา

“พอเถอะค่ะพี่วรรณ คุณธัชเจ็บแย่แล้ว”

“แกแคร์มันนัก ก็ไปเป็นเมียมันซะเลยสิ” วรรณฤดีตวาดแว้ด เปรมจิตเหลืออดสั่งให้เธอหุบปากได้แล้ว แม่จันรีบลากวรรณฤดีไปสงบสติอารมณ์ ขณะที่เปรมจิตดึงตัวธัชชัยออกมาคุยนอกห้อง เร่งให้พาวรรณฤดีไปพบจิตแพทย์ก่อนจะสายเกินไป ทางด้านศศิกานต์ช่วยกันกับแม่จันปลอบวรรณฤดีให้ใจเย็นๆ ที่ธัชชัยทำไปทั้งหมดก็เพราะหวังดี วรรณฤดีกลับด่าน้องสาวว่าไม่ต้องมาสาระแนเรื่องของตน เอาตัวเองให้รอดก่อน

“ตอนนี้ถูกนายนนท์คู่หมั้นสวมเขาให้แล้วล่ะมั้ง ยัยโง่” คำพูดแทงใจดำของวรรณฤดีทำเอาศศิกานต์ไปไม่เป็น ต้องเดินหนีไปทำใจที่มุมปลอดคน แม่จันตามมาปลอบถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเลย ดีกว่าจะเก็บเอาไว้ ศศิกานต์โผกอดเธอน้ำตาไหลพราก แม่จันถามดักคอว่าเรื่องชานนท์ใช่ไหม หญิงสาวพยักหน้า

“ศศิว่าพี่นนท์ไม่รักศศิแล้วค่ะ ทุกวันนี้ศศิรู้สึกว่าเราสองคนถึงตัวจะอยู่ใกล้ แต่ใจพี่นนท์ไปอยู่ที่อื่นเสมอ”

“แล้วหนูรู้หรือเปล่าคะลูกว่าใจของคุณนนท์ไปอยู่ที่ไหน”

ศศิกานต์พยักหน้ารับคำ ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างหนักไม่สามารถพูดอะไรได้อีก...

เย็นวันเดียวกัน ชานนท์ทนคิดถึงรสาไม่ไหว ขับรถมาจอดหน้าบ้านแต่ไม่กล้าเข้าไป ตัดสินใจโทร.หาเธอแทน รสาถามเขาว่าโทร.มามีธุระอะไร เขาไม่มีธุระแค่อยากมาหา อยากเห็นหน้าขอแค่นี้จะได้ไหม

“ไม่ได้ค่ะ วันนี้ขอเห็นหน้าวันหน้าคุณก็จะขอมากกว่านี้ แล้วสุดท้ายเราสองคนก็อาจจะทำในสิ่งที่ไม่ควร เพราะฉะนั้นเราสองคนตัดไฟเสียแต่ต้นลมเถอะนะคะ อย่าปล่อยให้ไฟมันมีโอกาสได้คุโชนเลย เพราะมันจะมีแต่ความวอดวายในภายหลัง เท่านี้นะคะ” พูดจบรสาวางสาย แล้วทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ด้วยความปวดใจ

บงกชและมธุรสเข้ามาปลอบว่าทำถูกแล้วที่ตัดไฟแต่ต้นลม ไม่อย่างนั้นชั่วชีวิตนี้เธอไม่มีวันมองหน้า ศศิกานต์กับอภิรักษ์ได้เต็มตาอีกเลย มธุรสแนะวิธีที่จะทำให้รสาและชานนท์ตัดใจจากกันได้เร็วที่สุด คือให้เขารีบแต่งงานกับศศิกานต์ ยิ่งมีลูกด้วยกันเร็วๆก็ยิ่งดีและเธอเองก็ควรจะรีบมีใครสักคน

“คุณรักษ์เขายังรอเธออยู่นะสา”

ooooooo

กัลยาลงมาจากห้องนอนเจออรุณนอนคว่ำหน้าอยู่บนโซฟา แปลกใจกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เข้าไปจะพลิกตัวแต่ต้องเบือนหน้าหนีเพราะกลิ่นเหล้าคลุ้งไปหมด เธอบ่นอุบเมาหัวราน้ำได้ทุกวัน แล้วจับเขาหงายหน้าขึ้นมา ถึงกับชะงักเมื่อเห็นรอยลิปสติกเปื้อนตามเนื้อตัวและแก้มของเขา โมโหมากทุบตีเขาอุตลุด

“ลุกขึ้นมาพูดกันเดี๋ยวนี้เลยนะคุณ...นี่รอยอะไร” กัลยาชี้ไปที่รอยลิปสติก อรุณงัวเงียก้มมองเสื้อตัวเองแล้วตกใจที่ความลับแตก เธอโวยวายลั่น มีผู้หญิงอื่นใช่ไหม เขาโกหกหน้าด้านๆว่าไม่มี เธอยิ่งโกรธจับได้คาหนังคาเขาขนาดนี้ยังปฏิเสธว่าไม่มี ทุบตีเขาไม่ยั้ง อรุณรำคาญตบหน้าเธอเต็มแรงล้มคว่ำไม่เป็นท่า ไม่สนใจที่ตัวเองทำร้ายเธอจนเลือดกบปาก ลุกออกไปหน้าตาเฉย...

ทางฝ่ายพาณิชแวะมาเยี่ยมเฉลิมทั้งที่สังขารไม่ค่อยจะอำนวยนัก คนป่วยเล่าให้ฟังว่าสบายใจขึ้นมากตั้งแต่ไปขออโหสิต่อหน้าศพสุภา พอนึกย้อนไปถึงเรื่องที่เคยทำไว้กับเธอ เขาอดรังเกียจตัวเองไม่ได้ ไม่รู้ทำเรื่องแบบนั้นลงไปได้อย่างไร สมควรแล้วที่สุภาจะผูกใจเจ็บจนตาย ตอนนี้เขาได้แต่ชดใช้ให้กับลูกๆของเธอ

“โดยเฉพาะรสา แต่เฮ้อ นี่ฉันก็ยังต้องมาเบียดเบียนชีวิตของรสาอีก เหลือเชื่อจริงๆว่าคนเลวๆอย่างฉัน ยามจะตายกลับได้ลูกที่ฉันไม่เคยเหลียวแลเขาเลยจะมาช่วยยื้อชีวิตฉันไว้ด้วยการสละไตของตัวเอง มันยิ่งทำให้ฉันละอายใจจริงๆ”

ด้านชานนท์ไม่เป็นอันทำงานทำการมัวแต่คิดถึงรสา อึดใจก็ลุกพรวดออกจากห้องทำงาน ลืมมือถือไว้บนโต๊ะ บงกชเห็นเจ้านายเดินผ่านตัวเองไปหน้าตาเฉย ร้องถามไล่หลังว่าจะไปไหน เขาเดินต่อไปไม่สนใจจะตอบคำถาม จังหวะนั้นมีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น ศศิกานต์โทร.มาถามว่าชานนท์อยู่หรือเปล่า

“เอ่อ บอสไม่อยู่ค่ะ ออกไปข้างนอกแต่ไม่ได้บอกว่าไปไหนค่ะ คุณศศิลองโทร.เข้ามือถือบอสดูสิคะ”

ศศิกานต์โทร.แล้ว แต่เขาไม่รับสาย ไม่รู้เอามือถือไปด้วยหรือเปล่า บงกชจะเข้าไปดูในห้องทำงานให้ แล้ววิ่งปรู๊ดไปที่โต๊ะทำงานเห็นมือถือของเจ้านายวางอยู่...

รสาเคลียร์งานเสร็จ คว้ากระเป๋าถือออกจากร้านเสื้อจะไปเยี่ยมเฉลิมที่โรงพยาบาล ขณะมารอเรียกแท็กซี่ที่ริมถนน ชานนท์ขับรถมาจอดเทียบตรงหน้า ลงมาถามว่าจะไปไหน พอรู้ว่าจะไปเยี่ยมเฉลิม อาสาจะขับรถไปส่ง เธอเคยบอกเขาแล้วไม่ใช่หรือว่าเราไม่ควรเจอกันอีก ดังนั้นเธอจะไปโรงพยาบาลเอง

“คุณทำใจได้จริงๆเหรอรสา” เจอไม้นี้เข้าไป รสาก็เลยเปลี่ยนใจยอมขึ้นรถไปกับเขาแต่โดยดี

ระหว่างนั่งรถมาด้วยกัน ไม่มีใครพูดอะไรแม้แต่คำเดียว ชานนท์ทนไม่ไหวหักรถเข้าจอดข้างทาง สารภาพว่าไม่สามารถตัดเธอให้หมดไปจากใจได้ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน เธอยืนยัน เราสองคนต้องตัดใจจากกันให้ได้ และเขาควรจะแต่งงานกับศศิกานต์ให้เร็วที่สุด แล้วลืมเธอให้ได้ เธอก็จะพยายามลืมเขาเช่นกัน แล้วเปิดประตูรถจะลง ชานนท์คว้ามือไว้ เธอขอร้องให้ปล่อยเธอไป ทั้งคู่มองสบตากันด้วยสายตาเจ็บปวด

สุดท้ายเขายอมปล่อยให้เธอลงจากรถ รสาโบกมือเรียกแท็กซี่ พอขึ้นไปนั่งบนรถ ท่าทีแข็งกร้าวเมื่อครู่เปลี่ยนไปทันที เธอร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ

ooooooo

อภิรักษ์เห็นหน้าตาบวมปูดเขียวช้ำของแม่ก็ตกใจ แต่พอรู้ว่าเป็นฝีมือแฟนของท่านถึงกับของขึ้นจะตามไปเอาเรื่องให้ได้ กัลยาดึงมือลูกไว้

“ช่างมันเถอะ เวลาเปลี่ยนใจคนมันก็เปลี่ยนไปตามเวลานั่นแหละรักษ์ นี่มันคงเป็นเวรกรรมของแม่เอง จะโทษใครไม่ได้เลย ไม่ได้เลยจริงๆ” พูดจบกัลยาร้องไห้ อภิรักษ์สงสารแม่จับใจดึงตัวมากอดไว้...

ขณะที่กรรมกำลังตามเล่นงานกัลยา เปรมจิตแจ้งกับรสาว่าหมอจะนัดตรวจร่างกายของเธอเพื่อให้แน่ใจก่อนว่าเธอแข็งแรงพร้อมผ่าตัด รสาให้นัดมาได้เลย เธอเองก็อยากให้พ่อผ่าตัดเร็วที่สุด เฉลิมมีเรื่องที่จะขอร้องเธอก่อนจะเข้าผ่าตัด อยากให้เธอเปลี่ยนมาใช้นามสกุลบดินทรวัชระของท่าน ทีแรกรสาไม่ยอมรับปาก แต่ทนเสียงรบเร้าของท่านไม่ไหว ยอมทำตามที่ท่านร้องขอ เปรมจิตแอบหนักใจถ้าวรรณฤดีรู้เข้าต้องป็นเรื่องแน่ๆ...

บงกชกับมธุรสตกใจมากเมื่อรู้จากรสาว่าเฉลิมขอให้เธอเปลี่ยนไปใช้นามสกุลของท่านเพราะนี่เท่ากับท่านยกฐานะของเธอเท่าเทียมกับวรรณฤดีและศศิกานต์ รสายังเล่าอีกว่าความจริงแล้วเธอไม่ได้อยากเปลี่ยน เพราะนามสกุลเดิมของพ่อสานเธอใช้มาตั้งแต่เกิด อยู่ๆจะต้องมาเปลี่ยน รู้สึกแปลกๆชอบกล แต่เธอสงสารเฉลิม ทั้งน้ำเสียงและแววตาของท่านทำให้เธอปฏิเสธไม่ลง...

ในระหว่างกินมื้อค่ำด้วยกัน ศศิกานต์ต่อว่าชานนท์ที่ลืมมือถือไว้ที่ทำงานทำให้ติดต่ออะไรไม่ได้เลย ปกติเขาไม่เคยขี้ลืมแบบนี้มาก่อนไม่ใช่หรือ เขารู้สึกผิดต่อเธอมากเพราะมัวแต่ใจจดจ่ออยู่กับรสาก็เลยลืมมือถือ

“ที่โทร.หาพี่มีอะไรรึเปล่าครับ”

“หมอนัดวันผ่าตัดคุณพ่อแล้วค่ะพี่นนท์ ศศิตื่นเต้นแทนคุณพ่อกับรสาจัง”

ชานนท์อดเป็นห่วงรสาไม่ได้...

ฝ่ายวรรณฤดีถึงกับปรี๊ดแตกที่สุดาโทร.มาบอกว่ายังไม่มีอะไรคืบหน้าเรื่องพินัยกรรมของเฉลิม สั่งเสียงเข้มทำอย่างไรก็ได้ที่จะทำให้รู้ว่าพินัยกรรมใหม่ของเฉลิมมีอะไรบ้าง ตนจะให้เวลาเธอสามวัน ถ้าทำไม่ได้ ตนจะทำทุกวิถีทางให้ดำรงไล่เธอออก แต่ถ้าภายในสามวันเธอทำงานสำเร็จ ตนจะเพิ่มเงินให้อีกหนึ่งแสนบาท

“ค่ะๆๆๆคุณวรรณ สุดาทำได้แน่ค่ะ” สุดาว่าแล้ววางสาย วรรณฤดีเหลือบเห็นสีหน้าเบื่อหน่ายของธัชชัยก็ไม่พอใจมาก ไล่ตะเพิดเขาไปให้พ้นหน้า หรือจะไปตายได้เลยยิ่งดี แล้วคว้ากระเป๋าถือเดินจากไป ธัชชัยมองตาม อย่างเซ็งๆ ครู่ต่อมาเขานำเรื่องที่มีเมียเอาแต่เหวี่ยงแต่วีนไม่เว้นแต่ละวันไประบายให้นุกูลฟังว่าตอนนี้อยู่กับวรรณฤดีเหมือนตกนรกทั้งเป็น ยิ่งนับวันเธอยิ่งทำตัว
น่ารังเกียจ ไม่เหมือนศศิกานต์ที่เขาแอบหลงรัก

“นี่ถ้าฆ่าคนตายไม่ผิด ฉันคงบีบคอคุณวรรณตายไปนานแล้วว่ะ”

“ฆ่าคนตายน่ะ มันผิดอยู่แล้ว แต่ถ้าจะฆ่ามันก็ต้องฆ่าแบบไม่ให้จับได้สิโว้ย” นุกูลพูดทีเล่นทีจริง

ooooooo

วรรณฤดีแวะมาเยี่ยมเฉลิมทั้งทีแทนที่จะพูดจารื่นหูให้คนป่วยรู้สึกดีๆ กลับต่อว่าท่านฉอดๆว่าไม่เคยแคร์ความรู้สึกของเธอทั้งที่เธออุตส่าห์ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับท่านมาตลอด เหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่พอนังรสาโผล่มาเท่านั้น ท่านกลับเห็นมันสำคัญกว่าจนลืมเธอไปเลย

“พ่อไม่เคยลืมวรรณเลยลูก วรรณสุขสบายดีแล้วแต่น้องยังลำบากและพ่ออยากชดเชยให้น้อง”

วรรณฤดีหาว่าเฉลิมหลงรสาจนตาบอดทำให้มองไม่เห็นหัวตนเอง เฉลิมโกรธมาก สั่งให้หยุดพูดได้แล้ว ถ้าเธอคิดว่าเขารักรสาจนตาบอด เธอก็เป็นคนใจบอดเหมือนกัน วรรณฤดีตะลึงไม่คิดว่าจะถูกพ่อด่ากลับอย่างนี้ ส่งเสียงร้องกรี๊ดๆดังลั่นวอร์ดแทบแตก พยาบาลตกใจวิ่งเข้ามาปลอบให้ใจเย็นๆ

“วรรณเกลียดคุณพ่อ” พูดได้แค่นั้นวรรณฤดี

วิ่งหนีออกจากห้องพักฟื้น รู้สึกอุ่นๆที่จมูกเอามือปาดดูถึงได้เห็นว่ามีเลือดกำเดาไหล เธอไม่สนใจเพราะกำลังโกรธ จึงไม่รู้ว่านี่เป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม...

เปรมจิตกลุ้มใจมากที่เฉลิมโทร.มาฟ้องว่าวรรณฤดีตามไปอาละวาดใส่เขา ไม่รู้จะทำอย่างไรกับลูกคนนี้ดีได้แต่บ่นให้แม่จันฟัง เธอแนะให้ปล่อยๆไปก่อน น้ำเชี่ยวอย่าเพิ่งเอาเรือเข้าขวางเพราะจะมีแต่พังกับพัง

“บางทีพอเธอคลอดลูก ได้เป็นแม่คนอย่างเต็มตัวแล้ว หนูวรรณอาจจะมีสติและใจเย็นลงนะคะ”

“ฉันก็ได้แต่หวังว่าอย่างนั้นแหละพี่จัน ขอให้มันเป็นอย่างที่พี่จันว่าจริงๆเถอะ”...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน อภิรักษ์เล่าเรื่องที่แม่ถูกอรุณทำร้ายให้ชานนท์ฟัง อยากจะชวนท่านกลับมาอยู่ที่บ้านเราด้วยกัน ทีแรกเขาไม่อนุญาตเพราะยังทำใจกับเรื่องในอดีตไม่ได้ แต่พอนึกถึงคำพูดของรสาที่ว่า

“คนเราจะผูกใจเจ็บกันไปทำไมเพียงแค่ให้อภัย ทุกอย่างก็จะดีขึ้น แม้แต่ความรู้สึกในหัวใจเราเอง”

ท่าทีของชานนท์ก็เปลี่ยนไป บอกให้อภิรักษ์ไปถามพ่อดูก่อนว่าจะยินดีรับแม่กลับมาหรือเปล่า อภิรักษ์ยังไม่ทันจะว่าอะไรมีเสียงพาณิชดังขึ้นจากด้านหลัง ถ้ากัลยาอยากจะกลับมาอยู่ที่นี่ท่านก็ยินดี แล้วย้อนถามชานนท์จะว่าอย่างไร เขาแล้วแต่พ่อ พ่อว่าอย่างไรก็ว่าตามกัน อภิรักษ์แทบโดดตัวลอยด้วยความดีใจ

ooooooo

อภิรักษ์ไม่อาจเก็บเรื่องที่ชานนท์ยอมให้แม่กลับมาอยู่บ้านด้วยกันไว้คนเดียว แวะไปหารสาที่บ้านแต่เช้าเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เขายกความดีความชอบให้เธอที่ทำให้ชานนท์เปลี่ยนไป ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงไม่มีทางที่เขาจะยอม แม้แต่จะพูดเรื่องแม่ในบ้านยังไม่ได้เลย แต่เขายังไม่ได้ไปบอกอะไรกับท่าน รีบมาที่นี่ก่อน

“อยากมาให้กำลังใจที่คุณรสาต้องเข้าผ่าตัดเร็วๆนี้แล้ว คุณกลัวไหมครับ”

รสาไม่เห็นมีอะไรจะต้องกลัว มีคนเคยบริจาคไตก่อนหน้าเธอตั้งมากมายก็ยังใช้ชีวิตหลังการบริจาคได้เป็นปกติ และถึงเธอจะเป็นอะไรไปเพราะการบริจาคครั้งนี้ เธอก็ยินดีและเต็มใจถ้ามันจะต่อชีวิตให้พ่อได้

“คนดีอย่างคุณ ผมเชื่อว่าคุณต้องปลอดภัยครับ” อภิรักษ์ยิ้มให้รสาด้วยแววตาเปี่ยมรัก มธุรสกับบงกชซึ่งนั่งฟังอยู่ด้วยแอบมองหน้ากันสีหน้าไม่สบายใจ...

ในที่สุดสุดาก็ใช้ความเจ้าเล่ห์หลอกล่อรัตนาทำให้ได้ข้อมูลพินัยกรรมฉบับใหม่ของเฉลิมมาจนได้ และส่งต่อให้วรรณฤดีอีกทอดหนึ่ง ฝ่ายหลังเห็นรสามีชื่อเป็นผู้รับมรดกด้วยถึงกับสติแตกร้องกรี๊ดๆราวกับคนบ้า แถมทึ้งเส้นผมตัวเองอีกต่างหาก ธัชชัยตกใจมากรีบประคองไปนั่ง พยายามปลอบให้ใจเย็นๆ

เสียงแปดหลอดของวรรณฤดีดังไปถึงหูของเปรมจิตกับแม่จันซึ่งต่างสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ แม่จันชวนเธอขึ้นไปดูวรรณฤดีด้วยกัน เธอส่ายหน้าดิก ขืนขึ้นไปดูอาจถูกลูกอาละวาดใส่เหมือนที่เฉลิมโดน...

วรรณฤดีแค้นใจมากที่พ่อยกฐานะศัตรูให้เท่าเทียมตนเอง คิดจะกำจัดให้สิ้นซาก สั่งให้ธัชชัยจัดหามือสังหารให้ เขามีลางสังหรณ์บางอย่างแอบเปิดมือถือเป็นโหมดบันทึกเสียงโดยที่เธอไม่รู้ แล้วแกล้งถามว่ากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ เธออยากให้รสาตายก่อนที่จะบริจาคไตให้พ่อ เพราะถ้าถึงตอนนั้นมันจะยิ่งกลายเป็นลูกรัก พ่อก็อาจจะเปลี่ยนพินัยกรรมยกสมบัติให้มันอีก เพราะฉะนั้น เธออยากให้มันตายเร็วที่สุด

“คุณวรรณไม่ห่วงชีวิตคุณพ่อเหรอครับ”

“ช่างปะไรล่ะในเมื่อคุณพ่ออยากรักนังลูกนอกสมรสนั่นดีนัก ก็ให้คุณพ่อตายตามไปอยู่กับมันในนรกเร็วๆเลย ดีซะอีกธัช ถ้าคุณพ่อยังไม่ได้เซ็นชื่อในพินัยกรรมฉบับใหม่ ทนายก็ต้องใช้พินัยกรรมฉบับเก่าที่ยังไม่มีชื่อนังรสามา

รับส่วนแบ่งด้วย สมบัติจะเป็นของฉัน แต่ไม่เอาปืนนะธัชเดี๋ยวมันไม่ตาย นังนี่มันดวงดีซะด้วย ฉันว่าเอาระเบิดดีกว่าธัช ตูมเดียวให้มันเละเลย มันถึงจะสะใจ”

ธัชชัยไม่อยากยุ่งเรื่องนี้ด้วย แต่พอวรรณฤดีหว่านล้อมว่าถ้าพ่อกับรสาถูกกำจัด เธอจะทำให้สมบัติทุกอย่างมาเป็นของเราและเขาจะมีชื่อเป็นเจ้าของบดินทรวัชระครึ่งหนึ่ง ธัชชัยตาวาวด้วยความโลภ ตกลงจะหาคนมาจัดการเรื่องนี้ให้ วรรณฤดียินดีจ่ายไม่อั้นขอให้แผนสังหารสำเร็จ...

ครู่ต่อมา ธัชชัยมาขอความช่วยเหลือจากนุกูลอีกเช่นเคย เขารับปากจะหาคนจัดการรสาให้ แต่ธัชชัยกับวรรณฤดีต้องจ่ายให้เขาสามล้านบาท ธัชชัยต่อรองราคานี้แพงไป

“ไม่แพงหรอกเว้ย เพราะมันรวมหมดแล้วทั้งค่าจัดหาระเบิด ค่าจ้างคน รวมถึงค่าใช้จ่ายตอนที่พวกมันต้องกบดาน ทำมาหากินอะไรไม่ได้ไปอีกพักใหญ่จนกว่าเรื่องจะซานั่นแหละ โอเคไหม”

“โอเค”...

พาณิชเดินเล่นที่สวนข้างบ้านเจอชานนท์นั่งอยู่ที่โต๊ะสนามเข้าไปนั่งข้างๆขอบใจเขามากที่ยอมให้อภิรักษ์พาแม่กลับมาอยู่ที่บ้านนี้ได้ นั่นแปลว่าเขาหายโกรธแม่แล้วใช่ไหม ชานนท์บอกไม่ได้ว่ารู้สึกอย่างไรกับท่าน ภาพที่ท่านทิ้งพวกเราไปยังติดตาเขาอยู่จนถึงตอนนี้ แต่มีคนบอกเขาว่าเพียงแค่ให้อภัยทุกอย่างจะดีขึ้น แม้แต่ความรู้สึกในใจเราเอง คำพูดของคนคนนั้นทำให้เขาได้คิด พาณิชยิ้มพอใจ

“ใครนะทำให้นนท์คิดได้อย่างนี้ พ่ออยากจะรู้จักคนคนนั้นจริงๆ นนท์รู้ไหมว่าพ่อมีความสุขแค่ไหนที่นนท์เริ่มยอมรับแม่ได้แล้ว รู้ไหมทำไมพ่อไม่เคยโกรธแม่เค้าทั้งๆที่พ่อเสียใจมาก...เพราะพ่อเข้าใจเค้าดี” พาณิชนึกถึงตอนที่แต่งงานกับกัลยาใหม่ๆ เธอมักจะชวนเขาออกไปนั่นไปนี่ แต่เขาเป็นคนสมถะก็เลยไม่ยอมไปไหน

“พ่อรู้ว่าที่แม่เขายอมแต่งงานกับพ่อก็เพราะเขาขาดความรักมาตั้งแต่เด็ก เขาโหยหาความรักที่ทำให้เขาเป็นสุข เมื่อได้เจอ หัวใจที่แห้งแล้งของเขาก็ชุ่มฉ่ำมีความสุขยิ่งนัก เขาจึงไม่รอช้าที่จะไขว่คว้าเอาไว้เพื่อไม่ให้สิ่งที่เขารอคอยหลุดลอยไป แม่เขาน่าสงสารมากนะนนท์”

ชานนท์ถึงกับอึ้ง ไม่เคยรู้ความจริงเรื่องนี้ของแม่มาก่อน

ooooooo

นุกูลไม่ทำให้ธัชชัยผิดหวัง โทร.มาแจ้งว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว ให้รอดูข่าวในทีวีได้เลย ธัชชัยไม่รอช้ารีบรายงานข่าวดีนี้ให้วรรณฤดีรับรู้อีกทอดหนึ่ง เธอยิ้มพอใจ ชมคนของเขาว่าทำงานได้รวดเร็วดีมาก

“วันนี้แหละจะเป็นวันที่ฉันมีความสุขที่สุดวันหนึ่งในชีวิตเลย เพราะมันเป็นวันตายของนังรสา”...

มือสังหารของนุกูลเดินตามแผนการที่วางไว้ทำให้ถังขยะที่อยู่ใกล้ร้านเสื้อของรสาไฟลุก รสา มธุรสและแตงหลงกลออกมาช่วยกันดับไฟ มือสังหารลอบเข้าไปในร้านเสื้อ เอาระเบิดที่ใส่ไว้ในถุงซุกใต้ราวเสื้อผ้า...

ฝ่ายวรรณฤดีนั่งไม่ติดเดินไปเดินมาอยู่หน้าทีวี รอฟังข่าวร้านเสื้อของรสาระเบิด ธัชชัยต้องขอร้องให้หยุดเดินได้แล้วเวียนหัวจะแย่ เธอร้อนใจทำไมยังไม่มีข่าวอะไรสักที หรือเราทำเป็นไปเดินช็อปปิ้งแถวนั้นให้สิ้นเรื่องสิ้นราว ธัชชัยชักโมโห ขืนเราไปโผล่แถวนั้นตอนเกิดเรื่อง คนจะสงสัยเอาได้

“ทางที่ดีคุณอยู่เฉยๆ อยู่ที่บ้านนี่แหละครับดีที่สุดจะได้มีพยานให้เราว่าตอนที่เกิดเหตุเราสองคนอยู่ที่บ้าน ไม่ได้ไปไหนไม่ได้เข้าใกล้ร้านรสาเลย ใจเย็นๆนะครับ คนของผมมันทำงานไม่พลาดแน่”

“ก็ลองทำพลาดดูสิ ฉันจะเรียกเงินห้าล้านคืน” วรรณฤดีเสียงกร้าว ธัชชัยไม่กล้าสบตาด้วยเพราะโกหกว่าต้องจ่ายห้าล้านบาททั้งที่จ่ายจริงแค่สามล้าน อีกสองล้านบาทเขาอมไว้เอง...

รสา มธุรสและแตงดับไฟในถังขยะเรียบร้อย เตรียมจะกลับร้านตอนที่ชานนท์เดินเข้ามาหาขอคุยกับรสาเป็นการส่วนตัว มธุรสกับแตงรู้งานพากันกลับเข้าร้านไปก่อนปล่อยให้ทั้งคู่คุยกันตามลำพัง รสาต่อว่าชานนท์เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าเราสองคนไม่ควรจะพบกันอีก เขามีบางอย่างจะขอร้อง อภิรักษ์อยากจะรับแม่กลับมาอยู่บ้านด้วย แต่แม่กลัวเขาไม่กล้ามา เขาก็เลยจะไปคุยกับท่านแต่ไม่อยากไปคนเดียว

“คุณไปเองเถอะค่ะ มันเป็นเรื่องในครอบครัวคุณ ฉันเป็นคนนอก คุณควรจะจัดการเอง ขอตัวนะคะ” รสาพูดจบจะเดินกลับร้าน ทันใดนั้นร้านเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว รสากับชานนท์ถูกแรงระเบิดอัดกระเด็นไปคนละทิศละทาง ทั้งคู่ไม่เป็นอะไรมากแค่ฟกช้ำตามเนื้อตัว แตงกับมธุรสไม่โชคดีอย่างนั้น รายแรกตายคาที่ ส่วนรายที่สองบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยมีรสากับชานนท์ตามไปด้วย...

อภิรักษ์ได้ยินข่าวการระเบิดที่ห้างฯดังกล่าวทางวิทยุ โดยยังไม่มีการแจ้งรายละเอียดใดๆ รีบไปถามบงกชว่าพอจะรู้เรื่องอะไรบ้างหรือเปล่า รสาหรือมธุรสติดต่อมาไหม เธอตกใจมากรีบคว้ามือถือมาดูเห็นมีสายจากรสา แต่เธอปิดเสียงก็เลยไม่ได้ยิน อภิรักษ์พยายามติดต่อรสาแต่ไม่มีใครรับสายเช่นกัน บงกชลองโทร.หาเพื่อนรักทั้งสองคนก็ไม่ติด รู้สึกสังหรณ์ใจชอบกล ชวนเขาไปที่นั่นกันดีกว่า

ooooooo

วรรณฤดีได้ดูข่าวนี้ทางทีวี ลุ้นหนักจะมีชื่อรสาเป็นรายชื่อของคนตายหรือเปล่าแต่ต้องผิดหวัง ผู้ ประกาศข่าวรายงานแค่มีผู้เสียชีวิตหนึ่งราย บาดเจ็บสาหัสอีกหนึ่งรายเท่านั้น เธออยากรู้มากว่าแผนสังหารสำเร็จหรือเปล่าสั่งการให้ธัชชัยโทร.บอกคนของเขาให้ย้อนกลับไปดูที่เกิดเหตุว่าใครตาย

“โธ่...คุณวรรณ ขืนคนของผมมันเฉียดเข้าไปใกล้ที่เกิดเหตุอีก มีหวังความแตกสิครับ เอาน่า คุณวรรณใจเย็นๆก่อนนะครับ เดี๋ยวข่าวก็คงออกมาอีกล่ะครับว่าใครเจ็บใครตาย”

ทั้งคู่มัวแต่ลุ้นข่าวในทีวีไม่เห็นแม่จันมองมาด้วยสายตาฉงน ทำไมทั้งสองคนถึงได้สนใจข่าวนี้นัก...

ระหว่างทางไปร้านเสื้อ รสาโทร.แจ้งข่าวร้ายให้บงกชรู้ว่าแตงถูกระเบิดตาย ส่วนมธุรสบาดเจ็บสาหัสกำลังอยู่ในห้องผ่าตัด คนรับสายถึงกับร้องไห้โฮ...

ที่ห้องพักฟื้นคนไข้ เฉลิมรู้ข่าวรสาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลก็ร้อนใจมากจัดแจงจะเปลี่ยนเสื้อผ้าไปหา ศศิกานต์กับเปรมจิตต้องช่วยกันห้ามไว้ เธออาสาจะไปดูรสาให้เอง พ่อไม่ต้องเป็นห่วง พี่นนท์ก็อยู่ที่นั่นด้วย เปรมจิตแปลกใจเขาไปอยู่ที่นั่นได้อย่างไร เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ไปถึงคงจะรู้เอง

“รีบไปเถอะลูก เจอรสาแล้วรีบโทร.หาพ่อทันทีเลยนะ”...

ไม่นานนัก บงกชมาถึงหน้าห้องผ่าตัดกับอภิรักษ์ เห็นเพื่อนรักนั่งอยู่กับชานนท์ในสภาพครบสามสิบสองปรี่เข้าไปกอดด้วยความดีใจ ชานนท์ฝากบงกชดูรสาสักครู่ จะไปเอาน้ำเย็นๆมาให้ดื่ม อภิรักษ์เดินตามพี่ชายจนทันถามว่าไปอยู่ที่ร้านเสื้อได้อย่างไร เขาอยากจะคุยปรับความเข้าใจกับแม่ แต่ไม่กล้าไปคนเดียวก็เลยชวน รสาไปด้วย เพราะเธอเป็นคนที่ทำให้เขาได้คิดเรื่องให้อภัยแม่ อภิรักษ์แปลกใจถ้าจะไปหาแม่ทำไมไม่ชวนตน ในเมื่อตนเป็นน้องชายของเขาแท้ๆ หรือเป็นเพราะเขารักรสา ชานนท์ได้แต่นิ่งอึ้ง

“เรื่องนี้ผมสงสัยมานานแล้ว ศศิก็เหมือนกัน”...

สักพักศศิกานต์ก็ตามมาสมทบเห็นรสาปลอดภัยก็ดีใจมาก รีบโทร.แจ้งข่าวดีกับพ่อแล้วยื่นโทรศัพท์ให้คุยกันเอง ท่านเป็นห่วงเป็นใยลูกสาวหมาดๆของตัวเองมากถามไถ่ไม่หยุดปากไม่เป็นอะไรใช่ไหม เธอไม่เป็นอะไร ขอบคุณท่านมากที่เป็นห่วง รสาวางสายแล้วคืนมือถือให้ศศิกานต์ เป็นจังหวะเดียวกับหมอออกมาแจ้งว่ามธุรสพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องดูอาการอย่างใกล้ชิดในยี่สิบสี่ชั่วโมงแรก

“ถ้าไม่มีอาการอะไรผิดปกติ ก็จะให้พักรักษาตัวที่นี่ต่ออีกสักระยะแล้วก็น่าจะกลับบ้านได้”

รสากับบงกชโผกอดกันร้องไห้ดีใจที่เพื่อนปลอดภัย ชานนท์แนะให้กลับไปพักผ่อนกันก่อน ตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมมธุรสกันใหม่ อภิรักษ์อาสาจะไปส่งสองสาวเพื่อนซี้เอง ส่วนชานนท์จะพา ศศิกานต์กลับไปหาเฉลิมที่ห้องพักฟื้น...

ขณะนั่งมาในรถ ชานนท์กับศศิกานต์ต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง เขาทนอึดอัดไม่ไหวเอ่ยปากขึ้นก่อน เธอจะไม่ถามสักคำหรือว่าทำไมเขาถึงไปอยู่ที่นั่นตอนเกิดระเบิด เธอเคารพในการตัดสินใจของเขา ถ้าเขาไม่อยากเล่าเธอก็ไม่เซ้าซี้ให้ลำบากใจ ยิ่งเธอดีต่อเขาก็ยิ่งทำให้เขาละอายใจ...

วรรณฤดีถึงกับปรี๊ดแตกเมื่อข่าวในทีวีรายงานว่าคนที่ตายไม่ใช่รสา หันไปเล่นงานธัชชัยและขู่จะเอาเงินคืนไปจ้างคนอื่นมาจัดการนังนั่นแทน เขาเตือนขืนทำอย่างนั้นคนอื่นจะสงสัยเอาได้

ooooooo

อภิรักษ์มารับรสากับบงกชที่บ้านแต่เช้าเพื่อไปเยี่ยมมธุรส ทั้งสามยังไม่ทันจะขึ้นรถ มนัสพุ่งเข้ามาถามรสาด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

ตนเพิ่งเห็นข่าวร้านถูกระเบิดเมื่อเช้านี้เอง เธอไม่เป็นอะไรแต่มธุรสเจ็บหนักพวกเรากำลังจะไปเยี่ยม เขาจะไปด้วยไหม

“ไม่ล่ะ ฉันต้องทำงาน เห็นข่าวแล้วตกใจเลยรีบมา ว่าแต่ใครวางระเบิดร้านแกวะนังสา”

รสาเองก็ไม่รู้เหมือนกันตำรวจยังไม่ได้สรุป มนัสมั่นใจว่าเป็นการวางระเบิดและคนที่ทำก็ไม่ใช่ใครที่ไหนต้องเป็นวรรณฤดีแน่นอน นังนั่นเกลียดเธอ กลัวเธอจะไปแย่งสมบัติจากเฉลิม ก็เลยคิดจะฆ่าเธอเพื่อจะได้เก็บสมบัติไว้คนเดียว รสาต้องเตือนเขาไม่ให้พูดอะไรเพ้อเจ้อ มนัสรีบตัดบท ในเมื่อเธอไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว

“ฉันไปล่ะ วันนี้ฉันนัดคนไปดูตึกที่จะทำร้านขายของชำน่ะ” มนัสหันไปไหว้อภิรักษ์แล้วผละจากไป

บงกชคิดคล้อยตามคำพูดของมนัสเรื่องที่วรรณฤดีน่าจะอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด รสาขอร้องอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ เรารีบไปเยี่ยมมธุรสกันก่อนดีกว่า...

นับว่าโชคยังดีที่มธุรสไม่เป็นอะไรมาก รู้สึกตัวดีและพูดคุยกับเพื่อนๆได้ พอรู้ว่าแตงตายในเหตุระเบิดครั้งนี้เธอกลั้นน้ำตาไม่อยู่ร้องไห้โฮ รสากับบงกชต้องเข้ามากอดปลอบใจ ถามว่าตอนเกิดระเบิดขึ้น พอจะจำอะไรได้บ้างไหม มธุรสนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ตอนนั้น ได้ยินเสียงแตงพูดว่านี่ถุงอะไรของใครทำไมมาซุกอยู่ตรงนี้ จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้ มารู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว

“ถ้าเป็นจริงอย่างที่คุณรสพูด ผมว่างานนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุแล้วล่ะครับคุณรสา มันน่าจะเป็นการวางระเบิดมากกว่า” คำพูดของอภิรักษ์ทำให้รสานึกถึงวรรณฤดีขึ้นมาทันที...

ไม่ได้มีแต่รสากับมนัสเท่านั้นที่สงสัยในตัววรรณฤดี แม่จันเองก็ไม่สบายใจเรื่องที่เห็นวรรณฤดีเอาแต่เฝ้าดูข่าวร้านเสื้อของรสาระเบิดด้วยท่าทางมีพิรุธจึงนำเรื่องนี้ไปเล่าให้เปรมจิตฟัง เธอถึงกับหน้าเครียด ถ้าลูกทำได้ถึงขนาดนั้นก็คงต้องปล่อยให้ตำรวจจัดการ เธอได้แต่ภาวนาขออย่าให้เป็นอย่างนั้น...

ตำรวจสรุปแล้วว่าเหตุระเบิดครั้งนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เป็นการวางระเบิด เพราะพบชิ้นส่วนของระเบิดตกอยู่ ตอนนี้กำลังดูภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาผู้ต้องสงสัย ถ้ามีอะไรคืบหน้าตำรวจจะแจ้งให้รสากับพวกทราบ อภิรักษ์อดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ หรือที่มนัสพูดจะเป็นเรื่องจริง รสาไม่เชื่อว่าวรรณฤดีโหดเหี้ยมพอจะทำแบบนี้...

พอรู้ว่าร้านเสื้อของรสาถูกวางระเบิด เปรมจิตใจคอไม่ดี บ่นกับเฉลิม กลัวว่าจะเป็นฝีมือของวรรณฤดี หลังๆมานี่ลูกเปลี่ยนไปมาก แม่จันบอกว่าเมื่อวานลูกเอาแต่ดูข่าวระเบิด เฉลิมพลอยไม่สบายใจไปกับเธอด้วย

ooooooo

หลังตำรวจดูภาพจากกล้องวงจรปิดก็ได้ตัวผู้ต้องสงสัย แม้จะไม่เห็นใบหน้าชัดเจนแต่ลายสักที่แขนซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวทำให้ตำรวจรู้ว่ามือระเบิดคือพงษ์ ผู้มีประวัติยาวเหยียด ก็ตามไปจับตัวไว้ได้ พงษ์ไม่ยอมติดคุกคนเดียวให้การซัดทอดว่านุกูลเป็นคนจ้างวาน ก็เลยโดนรวบตัวไปด้วย

นุกูลถูกตำรวจเค้นหนักเข้าเปิดปากสารภาพว่าธัชชัยกับวรรณฤดีเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด จากนั้นไม่นานตำรวจยกกำลังมาถึงบ้านบดินทรวัชระจะเอาตัวสองผัวเมียไปสอบปากคำ ทั้งคู่พากันขังตัวอยู่ในห้องนอนไม่ยอมออกมามอบตัว แม่จันต้องโทร.ไปบอกเปรมจิตถึงเรื่องที่เกิดขึ้น...

ขณะเกิดเรื่องวุ่นวายที่บ้านบดินทรวัชระ ชานนท์กับอภิรักษ์มาเยี่ยมอาการป่วยของมธุรส เจอบงกชกับ รสาอยู่ที่นั่นก่อนแล้ว ยังไม่ทันจะได้คุยอะไรกัน ศศิกานต์โทร.มาบอกชานนท์เรื่องตำรวจบุกไปที่บ้านเชิญตัว วรรณฤดีกับธัชชัยไปสอบปากคำเนื่องจากคนร้ายที่วางระเบิดซัดทอดว่าเป็นคนจ้างวาน เขาต้องรีบไปดู จึงฝาก ให้อภิรักษ์อยู่กับสามสาวที่นี่ก่อน เขาไม่อยากให้อยู่กันตามลำพังแล้วรีบร้อนออกไป บงกชกับมธุรสพูดเป็นทำนองเดียวกันนี่แสดงว่าวรรณฤดีสั่งฆ่ารสาอย่างที่มนัสว่าไว้จริงๆ

“เราอย่าเพิ่งด่วนสรุปอะไรเลย ถ้าเรื่องมันไม่เป็นอย่างที่เธอคิดมันจะบาปกันซะเปล่าๆ”

อภิรักษ์ไม่เห็นด้วยกับรสา เชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของวรรณฤดีจริงๆ...

เฉลิมต้องลากสังขารกลับบ้านมาเกลี้ยกล่อมให้วรรณฤดียอมเปิดประตู โดยสัญญาถ้าเธอไม่ได้ทำอะไรผิดอย่างที่กล่าวอ้าง ท่านจะช่วยเธอเอง เธอถึงยอมออกจากห้อง ตำรวจควบคุมตัวเธอกับธัชชัยไปที่โรงพักเพื่อสอบปากคำ โดยมีเฉลิม เปรมจิต ชานนท์และศศิกานต์ตามไปด้วย

สารวัตรแจ้งข้อหาจ้างวานฆ่าต่อวรรณฤดีและธัชชัยเนื่องจากมือวางระเบิดให้การซัดทอดว่านุกูลเป็นคนจ้าง และนุกูลก็ซัดทอดต่ออีกทีหนึ่งว่าธัชชัยกับวรรณฤดีเป็นคนสั่งการ เธอปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็น สารวัตรตรวจสอบเส้นทางการเงินของนุกูลแล้วพบว่าโอนจากบัญชีของธัชชัย และบัญชีนี้ก็มีเงินโอนมาจากบัญชีของเธอ

“ฉันโอนเงินให้ผัวฉันห้าล้านจริง แต่ไอ้ผัวเฮงซวยของฉันมันจะไปโอนต่อให้ใครเพื่ออะไรฉันไม่รู้เรื่องด้วย”

ธัชชัยถึงกับร้องอ้าวที่วรรณฤดีโยนบาปให้ ทั้งที่เธอเป็นคนโอนเงินมาให้เขาไว้เป็นค่าจ้างนุกูลให้ส่งคนไปวางระเบิดที่ร้านเสื้อของรสา และที่สำคัญเธอเป็นคนต้นคิดทั้งหมด วรรณฤดีสติแตกพุ่งไปบีบคอผัวตัวเองจนตาเหลือก ชานนท์ต้องเข้ามาดึงตัวออก ธัชชัยไม่ทนเธออีกต่อไปแล้ว และจะไม่ยอมลงนรกคนเดียว จะลากเธอลงไปด้วย จากนั้นเขาหยิบมือถือขึ้นมาเปิดคลิปเสียงให้ฟังว่าเธอเป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ ทุกคนพากันตะลึง โดยเฉพาะเฉลิมเสียใจสุดๆไม่คิดว่าลูกจะเกลียดตนเองขนาดจะปล่อยให้ตาย

“ใช่ค่ะ วรรณเกลียดคุณพ่อ พ่อนอกใจคุณแม่แล้วยังจะมาแบ่งสมบัติให้นังรสาอีก มันไม่มีสิทธิ์ วรรณยอมไม่ได้ สมบัติคุณพ่อจะต้องเป็นของวรรณคนเดียวเท่านั้น วรรณไม่ให้ใครทั้งนั้น ไม่ให้ๆๆๆ” วรรณฤดีกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งแล้วทำท่าจะเป็นลม ชานนท์กับศศิกานต์ต้องช่วยกันประคองเอาไว้

ตำรวจพานุกูลที่ถูกสวมกุญแจมือเดินผ่านห้องสอบสวน ธัชชัยหันไปเห็นก็ตะโกนด่าที่คนของเขาทำงานพลาดพลอยทำให้ตนต้องติดร่างแหไปด้วย วรรณฤดีได้ยินที่ธัชชัยพูดลุกพรวดขึ้นชี้หน้านุกูลทวงเงินค่าจ้าง 5 ล้านบาทคืน เขาอ้างว่าได้เงินจากธัชชัยแค่ 3 ล้านเท่านั้น วรรณฤดีรู้ทันทีว่าผัวอมเงินที่เหลือ

ธัชชัยยอมรับน่าชื่นว่าอมเงินจริง และอยากบอกให้วรรณฤดีรู้ไว้ด้วยว่าตลอดเวลาตนไม่เคยรักเธอเลย คนที่ตนรักคือศศิกานต์เท่านั้น วรรณฤดีด่าลั่นว่าแมงดาอย่างเขาไม่น่าจะมาเป็นพ่อของลูกในท้องของเธอ นุกูลบอกด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่าธัชชัยเป็นหมัน เป็นพ่อของลูกใครไม่ได้ ลูกในท้องของเธอเกิดจากน้ำเชื้อของตน หมอที่ทำกิฟต์ให้เธอก็เป็นคนของตน ที่ธัชชัยปิดเรื่องเป็นหมันเพราะกลัวเธอจะเขี่ยทิ้ง

“มันอยากเป็นลูกเขยมหาเศรษฐีเสวยสุขบนกองเงินกองทองไปจนตาย ไม่เชื่อถามไอ้ธัชมันดูสิ”

วรรณฤดีรับความจริงไม่ได้ ร้องกรี๊ดๆสุดเสียงก่อนจะล้มพับ เฉลิมเครียดจัดหมดสติตามไปอีกคน ทั้งคู่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เปรมจิตทนแรงกดดันไม่ไหวเป็นลมไปเช่นกัน...

วรรณฤดีได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจรุนแรงทำให้แท้งลูกแถมฟื้นขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้ แม้แต่ตัวเองเฉลิมพ้นขีดอันตรายแล้ว หมอถือโอกาสนี้เตรียมร่างกายเขาให้พร้อมเพื่อทำการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายไต รสาถูกหมอเก็บตัวไว้ที่โรงพยาบาลเช่นกัน เพื่อให้พร้อมผ่าตัดเปลี่ยนไตให้เฉลิมได้ทุกเมื่อ

ooooooo

ในที่สุดวันที่เฉลิมต้องเข้าผ่าตัดเปลี่ยนไตก็มาถึง การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งเขาและรสาปลอดภัย พาณิชทราบข่าวดีนี้ตั้งใจจะไปเยี่ยมทั้งคู่ อภิรักษ์ทักท้วงตอนนี้ยังเยี่ยมไม่ได้ ทั้งสองคนต้องอยู่ในห้องปลอดเชื้อ ไว้ออกมาห้องพักฟื้นถึงจะเข้าเยี่ยมได้ วันนี้เขาตั้งใจจะพาแม่มาเที่ยวบ้านเราก่อน จะได้ไม่เขิน

อภิรักษ์ไม่ได้ไปรับแม่คนเดียว ชานนท์ไปกับเขาด้วย แต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น อภิรักษ์บังเอิญได้ยินเต็มสองหูแม่กับชู้รักสมคบคิดกันจะหลอกเอาเงินจากเขากับพ่อ อภิรักษ์เสียใจมากจ้ำพรวดๆกลับไปขึ้นรถ กัลยากลัวลูกจะเกลียดตัวเองรีบตามไปอธิบาย เขาไม่เคยเกลียดแม่ เพียงแต่วันนี้เขารู้แล้วว่าแม่ไม่มีวันจะกลับไปอยู่กับพ่อ แม่มีชีวิตของตัวเอง และแม่ไม่ต้องกังวลว่าเขาจะหยุดให้เงิน ไม่ว่าแม่จะทำอะไรไม่ดีไว้ แม่ก็ยังเป็นแม่ของเขาไม่เคยเปลี่ยน กัลยาซาบซึ้งใจมากโผกอดลูกไว้พร่ำขอโทษเขาไม่หยุด ชานนท์ตามเข้ามา

“แม่ครับผมเคยโกรธเคยเกลียดแม่ แต่วันนี้ผมเข้าใจทุกอย่างแล้ว ถ้าแม่มีความสุขที่จะอยู่กับคนที่แม่รัก ผมก็เข้าใจ แม่เลือกชีวิตของแม่แล้ว ผมขอโทษที่เคยทำไม่ดีกับแม่...แม่ครับ อโหสิให้ผมนะครับ” ชานนท์พูดจบก้มกราบแทบเท้าแม่ กัลยาดีใจน้ำตาไหลพราก...

กรรมที่เคยทำเอาไว้ตามสนองทำให้วรรณฤดีสติเพี้ยนเดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวหัวเราะ เฉลิมได้แต่มองสลดใจ

ooooooo

แม้จะเจ็บปวดใจ แต่อภิรักษ์กับศศิกานต์อยากให้ คนที่ตัวเองรักสมหวังในความรักเพราะรู้ดีว่าทั้งชานนท์และรสาต่างมีใจให้กัน จึงวางแผนร่วมกับบงกชและมธุรสหลอกล่อคนของตัวเองให้ไปพักผ่อนที่รีสอร์ตเงียบสงบ แล้วแสร้งทำเหมือนจะไปกับทั้งคู่ด้วย

แผนการสำเร็จลุล่วงด้วยดี อภิรักษ์พารสามาถึงรีสอร์ตได้สักพัก ศศิกานต์พาชานนท์ตามมาสมทบ เขามองน้องชายตัวเองกับคู่หมั้นสลับกันไปมาอย่างงงๆ นี่มันเรื่องอะไรกัน

“ศศิกับรักษ์เห็นพ้องต้องกันว่าเราอยากเห็นคนที่เรารักมีความสุขและสมหวังในรัก” พูดจบศศิกานต์ถอดแหวนหมั้นคืนชานนท์ “ศศิขอให้พี่นนท์และรสามีความสุขมากๆนะคะ” จากนั้นศศิกานต์กับอภิรักษ์พากันกลับ รสาหน้าสลด รู้สึกเหมือนตัวเองแย่งคนรักของพี่สาว

“เรื่องของความรักไม่มีใครกำหนดได้หรอก ผมเองก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีวันนี้ วันที่ได้กอดคุณโดยไม่ต้องกลัวใครจะมาเห็น ไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไป แล้วคุณล่ะรสา รักผมไหม” ชานนท์มองด้วยสายตาเว้าวอน

รสาจับมือเขามากุมไว้ “เคยมีคนบอกว่าถ้าเรารักใครให้จับมือเขาไว้ไม่ว่ายามสุขหรือยามทุกข์ สาพร้อมจะจับมือเดินไปกับคุณนนท์ตลอดไป อย่างนี้เรียกว่ารักหรือเปล่าคะ”

ทั้งคู่โผกอดกัน ท่ามกลางบรรยากาศอบอวลไปด้วยความรัก

ooooooo

–อวสาน–


ละครลูกไม้ไกลต้น ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านลูกไม้ไกลต้น ติดตามลูกไม้ไกลต้น ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย อรรคพันธ์ นะมาตร์, พีชญา วัฒนามนตรี 16 ส.ค. 2559 09:16 2016-08-20T00:50:05+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ