กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

รอยรักแรงแค้น

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครครบรส "รอยรักแรงแค้น"



มุกรินกับดวงดาวเฝ้าอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน พอหมอออกมา มุกรินถามว่าคนป่วยเป็นอย่างไรบ้าง

“ตอนนี้คนไข้หายปวดหัวแล้วนะครับ แต่แกไม่ยอมให้ตรวจ ไม่ยอมเอกซเรย์อะไรทั้งสิ้น หมอเลยตอบไม่ได้ว่าเป็นยังไง”

เมื่อธาดาไม่ยอมให้เอกซเรย์แต่อาการดีขึ้น หมอจึงสั่งยาและให้กลับบ้านได้ พอมุกรินกับดวงดาวเข้าไปในห้อง ธาดาบ่นว่าทีหลังถ้าตนปวดหัวไม่ต้องพามาส่งโรงพยาบาล ปวดเองก็หายเองได้ไม่เห็นต้องพึ่งหมอเลย ดวงดาวถามว่าไม่อยากรู้หรือว่าเป็นอะไร

“ทำไมอาจะไม่รู้ ปวดหัวเพราะยายมุกน่ะสิ” ธาดาบอกแล้วหันไปทางมุกริน “แกลาออกจากบริษัทเมื่อไหร่พี่หายปวดหัวเมื่อนั้นแหละ” มุกรินไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยเลยขอไปจ่ายค่ายา ธาดาถามดวงดาวทันทีว่า “ยายมุกยังติดต่อกับไอ้คิมอยู่ใช่ไหม”

ดวงดาวถามว่าทำไมเขาไม่ถามมุกรินเอง เขาบอกว่ามุกรินไม่มีทางบอกความจริงหรอก

“อย่าให้รู้นะว่ามันยังแอบไปมีอะไรกันอีก” ดวงดาว ถามว่าถ้ารู้แล้วจะทำยังไง “ฆ่ามัน!!” ธาดาคำราม

ดวงดาวถามว่าเขาชอบแก้ปัญหาด้วยการฆ่าหรือ? คิดว่าจะรอดง่ายๆเหมือนคราวก่อนหรือ? ธาดาชะงักมองหน้าถามเสียงเข้มว่าพูดอะไร! คราวก่อนอะไร!? ดวงดาวพูดลอยๆว่าอย่าคิดว่าความลับจะมีในโลก ทำให้ธาดาถามเครียด

“ความลับอะไร...เรารู้อะไรมา บอกมาเดี๋ยวนี้”

“หนูรู้จักคนชื่อไอ้ขุม และหนูรู้ความลับระหว่างอากับไอ้ขุมก็แล้วกัน...แต่อาไม่ต้องกลัวนะ หนูไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใครแม้แต่คนเดียว” พูดแล้วดวงดาวเดินออกไปอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร

ooooooo

พักตราโทร.เช็กคิมหันต์บ่อยเท่าที่เธอยากโทร. ยิ่งโทร.ไม่ติดหรือเขาไม่รับสายก็ยิ่งระดมโทร.จนค่ำโทร.ติดเธอถามทันทีว่าเขาอยู่ไหน ทำไมโทร.ไม่ติดเลย นัดใครไว้ที่สนามบินหรือเปล่า

คิมหันต์บอกว่ากำลังจะกลับ โทร.ไม่ติดอาจเพราะอยู่ในหุบเขาสัญญาณไม่ดี เธอถามอีกว่าเห็นคลิปหรือยัง พอเขาบอกว่าคุยกับพ่อเธอแล้ว ก็ถามอีกว่า “คิมไม่ได้โกหกพักตร์ใช่ไหม”

“ผมจะโกหกทำไมล่ะ ถามพ่อคุณดูก็ได้”

“พักตร์นอนล่ะ ปวดหัวมากเลย พรุ่งนี้จะโทร.ไปหาใหม่นะ...กู๊ดไนท์”

คิมหันต์อยู่ในรถตู้ เขาถอนใจเครียด

ฝ่ายดวงดาวรู้เรื่องทั้งหมดของมุกริน ถามเธอว่าอุตส่าห์ลงทุนตามไปจนตบตีกันขนาดนี้ทำไมไม่ขึ้นเครื่องตามเขาไปล่ะ มุกรินบอกว่าตนไม่ได้คิดจะขึ้นเครื่องอยู่แล้วแค่อยากไปเห็นกับตาว่าเขาไปด้วยกันหรือเปล่าเท่านั้น ดวงดาวถามประชดว่าจะนางเอกไปถึงไหน

“เรื่องนี้คงไม่มีนางเอก ไม่มีพระเอก มีแต่คนธรรมดาๆสามัญชน ที่มีโลภ โกรธ หลง มีกิเลสที่ยังตัดไม่ขาดด้วยกันทั้งนั้น” ดวงดาวชวนหนีไปที่อื่นกันไหม ไปถือศีลกินเจ ไปหาที่สร้างบุญสร้างกุศลแผ่เมตตาให้กับสัตว์โลก มุกรินมองหน้าถาม “เธอจะไปกับฉันเหรอ...เป็นทอมรึเปล่าเนี่ย”

“อยากลองอยู่เหมือนกัน ฉันก็เบื่อชีวิตตัวเองเหมือนกันนะ ไอ้การอยู่แบบมีความสุขไปวันๆอย่างฉันมันเหมือนไม่ค่อยมีอนาคต บางวันมันก็น่าเบื่อมากเลย”

“เพราะเธอยังไม่เจอคนที่จะสร้างฝันร่วมกับเธอมั้ง”

“รู้ได้ยังไงว่ายังไม่เจอ” พอมุกรินมองหน้าอย่างค้นหา ดวงดาวพูดเป็นนัยว่า “ฉันอาจจะเจอแล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้ก็ได้...นอนล่ะ” ดวงดาวลุกจะออกไป มุกริน ถามว่า พี่ใหญ่หรือ? เธอหันตอบหยันๆว่า “ตอนนี้เขาอยู่ไหนฉันยังไม่รู้เลย เพราะฉะนั้น ฉันหนีเขาไปได้ง่ายๆ เลยนะเนี่ย” พูดแล้วออกไป ปล่อยให้มุกรินคิดเดาเอาเอง

ธาดาอยู่ที่บ่อนเสี่ยอ๋ายิ่งเล่นเสียแล้วเสี่ยอ๋าให้เครดิตไม่อั้นก็ยิ่งมัวเมา จนวันนี้การ์ดที่บ่อนถามว่าวันนี้มีมาเท่าไร พอเขาบอกว่าเยอะ การ์ดถามว่าทำงานอะไร

ถึงได้ขนเงินมาทิ้งที่นี่ได้เรื่อยๆ

“นี่หยามกันเหรอ?” ธาดาเลือดขึ้นหน้า การ์ดรีบบอกว่าเปล่าแต่ถ้าหมดแล้วยืมเสี่ยอ๋าบ้างก็ได้ จะได้ไม่เอาเงินเก็บสะสมมาใช้เดี๋ยวครอบครัวพี่จะเดือดร้อน ถูกธาดาด่าว่าไม่ต้องมาเอือกกับกูได้ไหม แล้วเดินหัวเสียไปที่โต๊ะพนัน

ooooooo

มุกรินกับดวงดาวยังไม่ทันนอน ก็มีเสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น มุกรินออกจากห้องมาเจอดวงดาวถามว่าพี่ใหญ่ลืมเอากุญแจบ้านไปหรือ

“เมามั้ง...เดี๋ยวฉันไปเปิดประตูเอง” ดวงดาวเดินออกไปเปิดประตู ครู่หนึ่งกลับมามุกรินถามว่าพี่ใหญ่ล่ะ? “ไม่ใช่พี่ใหญ่...เขามาหาเธอ”

คนที่เดินตามดวงดาวเข้ามาคือคิมหันต์นั่นเอง! เขาบอกหน้าตายว่าเธอตกเครื่องตนเลยมารับที่นี่

“คู่หมั้นคุณมาด้วยหรือเปล่า” มุกรินถาม

“เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมกลับมากรุงเทพฯแล้ว”

ดวงดาวชงกาแฟมาให้ที่โต๊ะเตือนทั้งสองว่ามีอะไรก็รีบคุยเสียให้เสร็จก่อนเจ้าของบ้านกลับมา ถามว่า ต้องการสักขีพยานไหม เห็นทั้งสองนิ่ง ดวงดาวเดินออกไปพลางบอกว่าถ้าต้องการก็เรียก ตนจะดูต้นทางให้

ที่แท้คิมหันต์หนีกลับมาอย่างสบายใจ เพราะมีข้อตกลงกับอรรถไว้แล้วว่าจะไม่ให้พักตราตามไป ส่วนเรื่องงานตนฝากผู้ช่วยทำแทนแล้ว

คิมหันต์มาหว่านล้อมให้มุกรินลาออกจากงานและไปสร้างครอบครัวด้วยกัน เพราะเราเคยทำเกือบสำเร็จมาแล้ว

มุกรินติงว่าตอนนี้กับตอนนั้นไม่เหมือนกัน ตอนนี้ ทุกอย่างมันยุ่งเหยิงซับซ้อนกว่ากันมาก

“มันจะวุ่นวายอีกไม่เกินอาทิตย์เดียวเท่านั้น รอให้พ่อเขากลับมา ผมจะเป็นคนบอกเลิกทุกอย่างเองผมสัญญา”

มุกรินติงว่ากว่าจะถึงวันนั้นทั้งพักตราและธาดาคงก่อเรื่องอีกมากมาย คิมหันต์จึงชวนไปอยู่ด้วยกันเสียตั้งแต่ตอนนี้

“คุณกำลังชวนฉันหนีออกจากบ้าน?”

“ถ้าคุณปฏิเสธ...ผมก็คงต้องฉุด...” มุกรินนิ่งคิด มองไปเห็นดวงดาวเดินเข้ามาใกล้ คิมหันต์เร่ง “เราจะเสียเวลาปล่อยให้ชีวิตแต่ละวันผ่านไปอย่างไม่มีความสุขทำไม เราทั้งคู่ไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้ว นอกจากตัวเราเองนะมุก”

มุกรินมองไปที่ดวงดาว ฝ่ายนั้นถามว่าต้องการความเห็นไหม มุกรินเดาได้ว่าดวงดาวจะพูดอย่างไร บ่นคิมหันต์ว่าไม่มีทางเลือกให้ตนเลย

“หัวใจเราเลือกไปแล้วมุก...เชื่อหัวใจเราเถอะ”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ปรารภยังไปไม่ถึงที่ทำงานก็ได้รับโทรศัพท์จากสีดาเลขาของเขา ฟังแล้วเขาตกใจบอกสีดาว่า

“บอกเขาว่าให้รอเจอฉันก่อน อย่าเพิ่งไปไหน รอเจอฉันให้ได้ บอกเขาเดี๋ยวนี้เลยสีดา”

เมื่อสีดาเดินมาบอกมุกรินที่โต๊ะว่าให้รอปรารภก่อน เธอบอกสีดาว่าไม่จำเป็นเพราะยังไงเขาก็เปลี่ยนความคิดตนไม่ได้ สีดาถามว่าคิดดีแล้วหรือ

“อืมมม...ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะสีดา ฉันไม่ได้ใช้อารมณ์ ฉันใช้เหตุผลและสติทั้งหมดของฉัน”

ทันใดนั้นเสียงพักตราก็แจ๋แทรกเข้ามาเยาะเย้ยว่า

“มุกริน คุรุรัตน์ ไม่น่าเชื่อว่าริ้วรอยที่หน้ายังไม่หาย นึกว่าหน้าด้านหน้าหนาอย่างเธอจะทนมือทนตีนกว่านี้เสียอีก”

นาทีนี้มุกรินไม่กังวลกับอะไรอีกแล้ว หลังจากด่าทอท้าทายกันแล้ว มุกรินเดินเฉียดพักตราไป บอกว่าตนลาออกแล้ว “เพราะฉะนั้น นับจากวันนี้ เราเท่ากับไม่ใช่ลูกจ้างนายจ้างกันอีกต่อไป ถ้าพูดไม่เข้าหู ฉันอาจตบแกก่อนก็ได้”

พอมุกรินเดินออกไป พักตราก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาประกาศอย่างสะใจ

“ทุกคนฟังนะ มันลาออกแล้ว มันลาออกเอง โดยที่ฉันไม่ต้องไล่ออก ฮ่าๆๆๆ”

มุกรินขนของไปที่รถ เจอปรารภที่ลานจอดรถพอดี เขาถามว่าทำไมไม่ปรึกษาตนก่อน

“มุกรู้ว่าพี่รภจะแนะนำยังไง...แต่มุกรู้ว่ามุกต้องการอะไร”

“พี่ก็รู้ว่าพี่เปลี่ยนความคิดมุกไม่ได้ พี่อยากขอโอกาสให้ความคิดอีกมุมนึงกับมุก อย่างน้อยให้มันได้ผ่านหูมุก เผื่อวันข้างหน้า มุกอาจจะเห็นด้วยกับความคิด ของพี่และระลึกได้ว่า พี่มีความปรารถนาดีกับมุกแค่ไหน”

มุกรินบอกว่าตนรู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับตน ชมว่าเขาเป็นคนดี ผู้หญิงที่ทิ้งเขาไปน่าจะตัดสินใจผิดพลาดที่ทิ้งผู้ชายดีๆอย่างเขาไป ปรารภซึ้งจนน้ำตาไหล พูดอย่างสะเทือนใจว่า

“งั้นพี่ขอพูดประโยคเดิมที่พี่เคยพูดและไม่เคยเปลี่ยนแปลง เมื่อไหร่ที่มุกมีปัญหาไม่ว่าจะมากหรือน้อย มุกจะมีพี่รภยืนอยู่ข้างๆเสมอ และพร้อมที่จะช่วยเหลือมุกเต็มกำลัง อย่าลืมพี่นะมุก...” เขาหยุดมองเธอนิ่งก่อนตัดสินใจถาม “มุกยังรักเขาอยู่ใช่ไหม...คิมหันต์เป็นผู้ชายที่โชคดี พี่อิจฉามันจริงๆ”

“พี่รภไม่ได้ดีน้อยกว่าเขาหรอกค่ะ...ถามลูกชายพี่ดูได้” มุกรินกอดลาปรารภ เป็นกอดอย่างน้องสาวที่กอดพี่ชาย

แล้วมุกรินก็โทร.หาธาดาโดยไม่รู้ว่าเขากำลังหงุดหงิด ที่เล่นเสียอยู่ในบ่อนเสี่ยอ๋า เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงที่เหน็บนิดๆว่าตนลาออกจากงานแล้วเพื่อเขาจะได้ไม่ต้องปวดหัวกับตนอีก พูดแล้วตัดสายทันทีอย่างไม่ต้องการฟังอะไรจากพี่ชายอีก

ฝ่ายพักตราโทร.ไปบอกอรรถด้วยน้ำเสียงแจ่มใสว่ามุกรินลาออกจากงานแล้ว ลาออกเองตนไม่ได้ไล่ออก

“ดีแล้วลูกให้เขาออกเองอย่างนี้แหละดีแล้ว ต่อไปนี้จะได้เลิกตบตีกันเสียที แล้วบอกคู่หมั้นเรารึยัง” เธอบอกว่ายังโทร.ไม่ติด “ลูกปล่อยให้เขาทำงานไปก่อนเถอะ กลับมาค่อยคุยกันก็ได้”

ระหว่างคุยกับพักตรานั้น เทย่าเด็กสาวคนนั้นกำลังนวดเค้นเขาอยู่บนเตียง แต่พอพักตราถามว่างานของพ่อเป็นอย่างไรบ้าง อรรถพูดอย่างลื่นไหลไร้พิรุธว่า

“โอ...แดดร้อนสุดๆ โชคดีที่นายทหารอย่างพ่อดำอยู่แล้ว ไม่งั้นคงมีหวังหนังลอก...นี่กำลังเดินดูที่อยู่กลางแดดนะเนี่ย เท่านี้ก่อนนะลูก” อรรถวางสายจากพักตรา นอนให้เทย่า “นวด” ให้อย่างถึงใจ

ooooooo

ธาดาเล่นเสียหมดครั้งแล้วครั้งเล่า เสี่ยอ๋า บอกว่าเขาไม่มีดวงทางนี้ถ้าไม่มีตัวช่วยก็แย่ ชวนดื่มอะไรหน่อยไหม ธาดาบอกว่าตนอยากเล่นต่อ เสี่ยอ๋าไม่ขัดข้องแต่ในเงื่อนไขเดิม

ลูกน้องเสี่ยอ๋าเอาเหล้าขวดใหญ่สามขวดมาวางตรงหน้า ย้ำว่า “ถ้าคุณโอเคในเงื่อนไข ผมก็ยื่นเงินให้เลยง่ายๆ”

“งั้นผมขอไปหาที่เงียบๆที่อื่นกินดีกว่า” ธาดา คว้าเหล้าทั้งสามขวดเดินออกไปจากบ่อน ครู่หนึ่งขุมก็เดินเข้ามา การ์ดบอกว่าลูกพี่เขาเพิ่งออกไปเมื่อกี๊นี้เอง

“เขาออกไปฉันถึงได้เข้ามาไง” ไอ้ขุมบอก การ์ดถามว่าทำไมไม่มาพร้อมกันล่ะ “ลูกพี่แม่งชอบขอแบ่งกำไรว่ะ”

ไอ้ขุมตรงไปนั่งที่โต๊ะพนัน มันไม่รู้ว่าถูกเสี่ยอ๋าจับตาดูอยู่ตลอดเวลา

ooooooo

ดวงดาวถามมุกรินว่าคิมหันต์บอกหรือเปล่าว่าจะพาไปอยู่ที่ไหน มุกรินบอกว่าคงเป็นบ้านเช่าที่ไหนสักแห่ง

“ต้องอยู่แบบโผล่หน้าไปไหนไม่ได้ด้วยรึเปล่า” มุกรินถามว่าตอนเธอคบกับพี่ใหญ่ต้องทำอย่างนั้นหรือ “ไม่มีใครรู้จักฉัน ส่วนใหญ่เขาคิดว่าฉันเป็นลูกสาวคุณธาดา”

มุกรินถามว่าเธอรักพี่ใหญ่บ้างไหม ดวงดาวนิ่ง พอมุกรินถามว่าไม่คิดจะจริงจังกับพี่ใหญ่เลยหรือ ก็ถูกย้อนถามว่า

“เธอลองนึกภาพดูสิ ว่าฉันจะฝากชีวิตไว้กับคนอย่างเขาได้ไหม เราจะมีเวลานอนกอดกันนิ่งๆ ไม่ต้องพูดอะไรมาก ไม่ต้องกินเหล้า ไม่ต้องเมา แต่เต็มไปด้วยความสุข หรือเล่นกีตาร์ร้องเพลงด้วยกันสักวันละเพลงได้บ้างไหม เธอคิดว่าคุณธาดาเขาจะทำอะไรแบบนี้เป็นเหรอ?”

ดวงดาวบอกว่าที่ตนยอมอยู่กับธาดาก็เพราะเขาเหมือนผู้ปกครอง แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่ง เด็กๆก็ชอบที่จะหนีพ่อหนีแม่ หนีผู้ปกครองเพื่อออกไปเผชิญชีวิตข้างนอกเหมือนกันนะ มุกรินขอร้องว่าถ้าถึงวันนั้นให้เธอมาหาตนได้ไหม

ดวงดาวไม่ตอบลุกเดินออกไป อึดใจเดียวก็กลับมาหน้าตาตื่นเต้นบอกว่าธาดากลับมา ทำไมวันนี้กลับเร็วก็ไม่รู้

ธาดาร้องโหวกเหวกเข้ามาร้องถามว่าสาวๆไปไหนหมด ให้ออกมาเห็นหน้ากันหน่อย วันนี้ตนจะฉลอง พอดวงดาวบอกว่ามุกรินนอนแล้วก็บ่นว่าหลับแต่วันได้ยังไง ให้ไปปลุกมาฉลองกันหน่อย

มุกรินโทรศัพท์พูดเบาๆกับคิมหันต์อยู่ในห้องว่าอย่าเพิ่งเข้ามา พี่ใหญ่กลับมาแล้วกำลังเมาด้วย คิมหันต์บอกว่าเห็นแล้วตนอยู่หน้าบ้านนี่เอง

“รอมุกก่อนนะ มุกไม่อยากให้มีเรื่องวันนี้”

“เข้าใจ...ผมรอได้มุก รอได้เสมอ” คิมหันต์อยู่ในรถแท็กซี่ที่จอดอยู่หน้าบ้าน

ooooooo

ธาดาจะให้ดวงดาวไปลากมุกรินออกมาฉลองกันให้ได้ มุกรินออกมาแต่ขอร้องพี่ชายวันนี้อย่าเพิ่งฉลองเลยเพราะมันเหมือนกับฉลองตนตกงาน เอาไว้ได้งานใหม่ค่อยฉลองกันดีกว่า

เมื่อธาดาจะฉลองให้ได้ มุกรินออกมาหว่านล้อมว่าเมื่อวานเขาเพิ่งเป็นลมมา ไม่น่ากินเหล้าอีกเลย พูดขู่ๆว่าพี่ใหญ่อยากอายุสั้นหรือ ธาดาคุยโวว่า “พี่ยังอยู่ดูแลมุกได้อีกนาน อย่าหนีพี่ไปก่อนก็แล้วกัน”

“คนแรกที่จะหนีพี่ใหญ่ไม่ใช่มุกหรอก โน่น...ระวังเถอะ สักวันเขาจะทนพี่ใหญ่ไม่ได้” มุกรินเบนความสนใจของธาดาไปที่ดวงดาว ธาดาถามดวงดาวว่าทนตนไม่ได้หรือ

“หนูไม่ทนอยู่แล้ว ไม่ถูกใจเมื่อไหร่ หนูก็ไปเมื่อนั้น” พูดแล้วเดินล่อธาดาเข้าห้องนอน ธาดาหลงกลเดินตามเข้าไป ถูกดวงดาวทั้งยั่วทั้งอ้อนจนธาดาลืมเรื่องมุกริน ระหว่างนั้นดวงดาวแอบดูเห็นมุกรินหิ้วกระเป๋าเดินผ่านหน้าห้องไป

คิมหันต์ขับรถของมุกรินพาเธอออกจากบ้านไป เธอถามว่า “คิมยังไม่บอกมุกเลยว่าเราจะไปอยู่ที่ไหน”

“ผมอยากผูกตาคุณ แล้วค่อยเปิดตอนที่เราไปถึง” คิมหันต์อำอ่อนโยน มุกรินจึงขอหลับก่อนดีไหม “ได้เลย ถึงเมื่อไหร่ผมจะปลุกมุกขึ้นมาดูบ้านของเรา”

มุกรินยิ้ม เอียงหัวพิงไหล่เขาหลับตาอย่างอบอุ่น มีความสุข มีเพลงรักจากวิทยุในรถขับกล่อมตลอดทาง...

ooooooo

คิมหันต์ขับรถพามุกรินมาจอดที่หน้าบ้าน เขาก้มลงปลุกเธออย่างอ่อนโยน

“มุก...มุก...ถึงแล้ว” เธอถามทั้งที่ยังหลับตาอยู่ว่าถึงไหนหรือ คิมหันต์ยิ้ม... “มุกอย่าเพิ่งลืมตานะ” แล้วเขาก็ลงจากรถเดินอ้อมมาเปิดประตูด้านที่เธอนั่ง ค่อยๆ อุ้มเธอลงจากรถ พาเดินเข้าไปในบ้าน...

มันคือเรือนหอหลังนั้นที่เขาและเธอเคยร่วมกันสร้างขึ้นมานั่นเอง!

พอเข้าไปในบ้านแล้ว คิมหันต์หยุดยืนกลางโถงบ้านทั้งที่ยังอุ้มเธออยู่ มุกรินถามว่า “ลืมตาได้หรือยัง...คิม”

“ได้แล้วครับ มองให้เห็นเต็มๆตาเลยนะมุก”

มุกรินลืมตาดู พลันก็เบิกตาอย่างตื่นเต้น เมื่อเห็นเป็นเรือนหอหลังนั้น...ทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิม เหมือนที่เขาและเธอช่วยกันตบแต่งค้างไว้ก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดไปอย่างกะทันหัน คิมหันต์ค่อยๆวางร่างเธอลง

“ทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิม” มุกรินพึมพำ

“ผมไม่ได้เอาอะไรไปทิ้งเลย...ตัดใจจะขายก็ขายไม่ลง...ผมรักของพวกนี้ทุกชิ้น”

ทั้งสองพากันเดินดูรูปถ่าย โดยเฉพาะรูปถ่ายตอนอยู่ด้วยกันที่เกาะร้าง... คิมหันต์เอ่ยอย่างระลึกถึงวันคืนที่ผ่านไปว่า “ความทรงจำที่จะไม่มีวันลืม...ที่นี่พอจะเป็นเรือนหอของเราได้ไหมครับมุก”

มุกรินโผกอดเขาไว้ด้วยความรักหมดหัวใจ...

ooooooo

เช้านี้คิมหันต์เข้าไปปลุกมุกรินให้มาทานอาหารเช้าก่อนที่มันจะเย็นชืด เขาวางถาดอาหารเช้าที่จัดทำอย่างน่ารักไว้ตรงหน้าเธอ มุกรินถามว่าเขาทำเองหมดเลยหรือ หยอกว่ากินได้ไหมเนี่ย?

“ถ้าไม่กินจะเสียใจ เพราะเชฟคนนี้ไม่ทำอาหารให้ใครกินง่ายๆ ถ้าไม่ใช่คนที่รักสุดหัวใจ อย่าหวัง”

มุกรินหอมแก้มเขาฟอดหนึ่ง ถามอ้อนๆว่า “คิมทำอะไรให้มุกอย่างนึงได้ไหม” พอเขาถามว่าอะไร เธอหยิบแหวนเอ็นตกปลาออกมา ขอให้เขาสวมให้อีกทีได้ไหม เขารวบอุ้งมือที่ถือแหวนนั้นไว้บอกว่า

“เก็บมันไว้ในความทรงจำเถอะ สวมวงนี้ดีกว่า” เขาหยิบแหวนเงินเกลี้ยงๆ ขึ้นมาค่อยๆสวมที่นิ้วนางซ้ายเธอ เอ่ยจากหัวใจว่า “มุกคือเจ้าสาวคนเดียวของผมครับ”

หลังทานอาหารเช้าฝีมือคิมหันต์แล้ว ทั้งสองช่วยกันทำความสะอาด เก็บกวาดบ้าน...เรือนหอที่ช่วยกันตบแต่งแต่เพิ่งได้ใช้ เป็นความสุขที่เหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวที่มีกันเพียงสองคน...

เพียงสายๆ ก็มีแขกคนแรกมาเยี่ยม เธอคือดวงดาวนั่นเอง พอเข้ามาเห็นมุกรินกับคิมหันต์ เธอทักว่าหน้าตามีความสุขจริงนะ มุกรินถามว่าแปลกใจหรือ

“ไม่เลย...เหมือนที่ฉันคิดไว้ไม่ผิด เป็นการยืนยันว่าเธอตัดสินใจถูกต้องแล้ว” มุกรินถามว่าพี่ใหญ่เป็นไงบ้าง? “ตื่นขึ้นมาก็ออกไปข้างนอกเลย...เขาไม่รู้หรอกว่าเธอไม่อยู่แล้ว”

ขณะนั้นเองมือถือของคิมหันต์ดังขึ้น ดวงดาวถามว่าเปิดโทรศัพท์ด้วยหรือ เขาบอกว่าเปิดตามเวลาแล้วขอตัวไปรับสาย มุกรินพาดวงดาวเข้าไปในบ้าน ถามว่า “ถ้าพี่ใหญ่รู้เรื่องจะเป็นไงบ้าง?”

“ไม่ต้องห่วงน่า...ฉันเอาอยู่” แน่ใจ? “ถ้าเอาไม่อยู่ ฉันก็หนีมาอยู่กับเธอไง” ดวงดาวพูดขำๆ

ฝ่ายคิมหันต์คุยโทรศัพท์กับพักตราอยู่กลางบ้าน เธอตัดพ้อว่า ถ่ายรูปเพลินจนลืมตนเลยนะ คิมหันต์ขอโทษบอกว่าตนต้องใช้สมาธิ แล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่าแขกของพ่อเธอล่ะ ต้อนรับเขาดีหรือเปล่า

“เขาเลื่อนค่ะ ไม่มาแล้ว พักตร์ยังโกรธพ่ออยู่เลย ไม่งั้นพักตร์ก็ได้ไปเป็นผู้ช่วยคิมที่โน่นแล้วล่ะ”

คิมหันต์ทำเป็นพูดอย่างห่วงใยว่าไม่มาน่ะดีแล้ว เพราะที่นี่ลำบากมาก ฝนตกทั้งวันทั้งคืนมาสามวันแล้ว

“ฝนตก?” พักตราทำเสียงฉงน

“ใช่ ผมยังถ่ายอะไรไม่ได้เลย ได้แต่นั่งรอฝน...เราก็เลยต้องปรับแผน ยุ่งกันใหญ่” เธอถามว่าบอกพ่อหรือยัง “บอกท่านตั้งแต่เมื่อวานแล้วยังไม่ได้คุยกันอีก พ่อคุณก็คงกำลังยุ่งอยู่เหมือนกันแหละ”

“คงงั้นมั้ง...เทกแคร์นะคะ คิม” พักตรากดเลิกการสนทนาแล้วโทร.ถึงปริม ด้วยสีหน้าที่เครียดขึ้นทุกที “คุณปริมคะ พ่อโทร.หาคุณปริมบ้างหรือเปล่าคะ...”

ooooooo

มุกรินจัดอาหารมาให้ดวงดาวคนเดียวบอกว่าตนกับคิมหันต์กินกันก่อนเธอมาแล้ว พอดวงดาวตักอาหารเข้าปาก คิมหันต์เดินเข้ามาพอดีถามว่าอาหารฝีมือพวกตนพอไหวไหม

“อร่อย...กว่าฝีมืออาธาดา” เธอตอบพลางกินต่อ มุกรินขอตัวไปอาบน้ำ ให้คิมหันต์นั่งเป็นเพื่อนดวงดาวไปก่อน ดวงดาวนั่งมองหน้าคิมหันต์บอกว่าตนชอบเวลาเขามองมุกรินเพราะว่า “น่ารักดี ดูคุณมีความสุขมาก ฉันชอบสายตาแบบนี้”

“งั้นก็มาบ่อยๆสิ จะได้เห็นสายตาของผมบ่อยๆ” คิมหันต์หยอก แล้วเอ่ยขึ้นว่า “ผมยังอยากได้ความคืบหน้าของนายธาดาจากคุณอยู่ เล่าเรื่องไอ้ขุมให้ฟังได้รึยัง”

ดวงดาวยกน้ำดื่ม แล้วจึงเล่า...

“คืนนั้น ฉันกำลังเล่นดนตรีกับเพื่อนๆอยู่ ก็มีโทรศัพท์อาธาดาโทร.เข้ามา...ตอนนั้น ฉันพูดไม่ได้ ฉันก็เลยกดอัดเสียงไว้ เผื่ออาเขาได้ยินเสียงดนตรีจะได้รู้ว่าเราเล่นดนตรีอยู่ พอฉันมากดฟังทีหลังกลายเป็นเสียงนี้...”

ดวงดาวกดเปิดเสียงที่อัดไว้ในโทรศัพท์ยื่นให้คิมหันต์ฟัง...เป็นเสียงการเคลื่อนย้ายข้าวของ มีเสียงธาดาแทรกขึ้นว่า

“โอเค...วางไว้ตรงนี้ เดี๋ยวแกเอาผ้านี่เช็ดลายนิ้วมือแกออกให้หมด...แล้วก็รออยู่ที่นี่เฉยๆ จนกว่าฉันจะโทรศัพท์เข้ามา”

“โทรศัพท์มาแล้วทำยังไงต่อ”

“กดปุ่มเปิดเพลงตรงนี้ แล้วแกก็กดรับโทรศัพท์เฉยๆ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น รอจนฉันวางสายแล้วก็เช็ดลายนิ้วมือแกให้หมด จากนั้นแกก็หายหัวไปเลย ไปให้ไกลสุดขอบโลกเลย เข้าใจไหมไอ้ขุม”

เสียงที่อัดไว้หยุดลงตรงนี้ ดวงดาวบอกคิมหันต์ว่า “ฉันว่า มืออาธาดาคงไปกดปุ่มโดยบังเอิญ แบบไม่รู้ตัวน่ะ”

“มีใครได้ยินเสียงนี้แล้วบ้างไหม” คิมหันต์ถามเครียด

“ไม่มี ตอนแรกฉันตั้งใจจะเก็บเอาไว้อำอา จนลืมไปเลย แต่พอคนชื่อไอ้ขุมมาหาอาที่บ้าน ฉันเลยเอามาฟังอีกทีแล้วก็เริ่มเข้าใจ”

“เซฟเอาไว้ให้ดีนะ อย่าเพิ่งเปิดให้ใครฟัง วันนึง ผมอาจจะต้องพึ่งมัน” ดวงดาวถามว่าเพื่อทำลายนายธาดาหรือ? คิมหันต์ย้อนถามว่าเธอจะมีปัญหาไหม? “ถ้ามันคือความถูกต้อง ฉันก็ไม่รู้จะมีปัญหาทำไม”

คิมหันต์เอื้อมมือแตะไหล่ดวงดาวชมว่าเธอน่ารักมาก เธอน่าจะได้ผู้ชายดีๆเป็นแฟน ดวงดาวถามว่าผู้ชายดีๆที่ไหนจะเอาตน คิมหันต์มองหน้าท้า

“พนันกันไหมล่ะ?”

“ฉันไม่เล่นการพนัน...โดยเฉพาะกับเรื่องของหัวใจ” ดวงดาวตอบห้าวๆ ห้วนๆ ตามแบบของเธอ

วันนี้...ไอ้ขุมเข้าไปเล่นในบ่อนเสี่ยอ๋าเล่นได้ไปมากมายแล้วก็เลิก เสี่ยอ๋ายืนมองทุกอิริยาบถของไอ้ขุมอย่างสังเกต

ธาดามาแล้ว เขาเดินเข้ามาหาเสี่ยอ๋าขอคุยเรื่องยืมเงิน เสี่ยถามว่า “คุยกับน้องสาวมาแล้วหรือ?”

“ไม่จำเป็น ผมจะไม่ถลำจนไปถึงจุดนั้น เล่นแค่ได้สักสิบยี่สิบก็เลิกแล้ว แล้วผมจะไม่เข้ามาที่นี่อีกเลย”

“งั้นเหรอ...โอเค ผมเอาใจช่วยคุณ เฮ้ย...ไปเปิดเซฟเอาเงินให้เฮียแกหน่อย” เสี่ยสั่งลูกน้องคนสนิท

ธาดามองตามลูกน้องเสี่ยอ๋าไป ในแววตามีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

คิมหันต์โทรศัพท์คุยกับชุมสายเล่าเรื่องที่ได้ฟังเสียงในโทรศัพท์ที่ดวงดาวอัดไว้ให้ฟัง ชุมสายพูดอย่างเสียดายว่า

“นี่มันหลักฐานสำคัญเลยนะเว้ยไอ้คิม...ถ้าแกได้เทปเสียงนี้ตั้งแต่แรก ไอ้ธาดามันก็จบเห่ไปแล้ว” คิมหันต์ถามว่า แล้วตอนนี้จะให้ทำยังไง? “แกก็เก็บหลักฐานนี้ไว้ให้ดี ให้ฉันปรึกษาทางอัยการก่อน”

“ถ้าเป็นวิธีของฉัน เราจะไม่ต้องรอปรึกษาใครเลย” เสียงคิมหันต์กระด้างขึ้น

“ฉันเป็นทนายความนะเพื่อน ฉันทำทุกอย่างตามกฎหมาย ฉันไม่ทำอะไรผิดกฎหมายแบบที่พวกนักเลงเขาทำกัน”

“งั้นฉันสัญญาว่าจะไม่เอาแกเข้ามาเกี่ยวข้อง นอกจากขอความช่วยเหลือนิดหน่อย...ไม่มีใครรู้หรอก” แต่พอชุมสายถามว่าจะให้ทำอะไร คิมหันต์ตัดบท “แกอย่าเพิ่งรู้เลยเพื่อน” แล้วตัดการสนทนาเลย เขามองไปอย่างไร้เป้าหมายแต่แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตและ เลือดเย็น...

พักตราเริ่มระแวง เธอโทร.เช็กทั้งคิมหันต์และอรรถ โทร.เองไม่ติดก็ให้ปริมโทร.ให้ ปรากฏว่าโทร.ไม่ติดเหมือนกัน ปริมบอกว่าพวกเขาอาจจะกำลังคุยกันอยู่ก็ได้ พักตราบ่นอย่างหงุดหงิดว่าคุยอะไรกันทั้งวัน ผู้ชายสองคนนี้เข้ากันดีเกินไปแล้ว ปริมบอกว่าดีกว่าพวกเขามีปัญหากัน

“คุณปริมไม่เดือดร้อนอะไรบ้างเลยเหรอ?” ปริมนิ่ง “ถ้าคุณพ่อแอบไปมีเด็กคนอื่น คุณปริมจะว่ายังไง”

“ดิฉันไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรทั้งนั้นค่ะ...ถ้าท่านมีคนอื่นที่ดีกว่า ดิฉันก็จะไป”

“แค่เนี้ย! ไม่ต่อสู้เรียกร้องอะไรบ้างเลยเหรอ?” ปริมพูดปลงๆว่าอะไรที่เป็นของเราก็จะอยู่กับเรา ถ้า
ไม่ใช่ ต่อสู้ยังไงมันก็ไม่อยู่กับเรา “ตามใจคุณปริม พักตร์ไม่พูดด้วยแล้ว ยิ่งพูดยิ่งแก่...ช่วยหาเบอร์ผู้ช่วยช่างภาพของคิมให้พักตร์ดีกว่า”

ooooooo

มุกรินติงคิมหันต์ว่าไม่ควรปิดมือถือเผื่อมีเรื่องสำคัญเราจะไม่รู้เรื่อง มุกรินพูดไม่ทันขาดคำมือถือคิมหันต์ก็เรียกขึ้น เขาดูเบอร์แล้วบอกว่า เจมส์ ผู้ช่วยตนโทร.มา

คิมหันต์ถามว่าได้รูปครบไหม เจมส์บอกว่าไม่มีปัญหาแต่ปัญหาคือเมื่อหัวค่ำพักตราโทร.มาถามหา

เขา ตนไม่รู้จะตอบอย่างไรเลยบอกว่าเขาท้องเสีย นอกจากนั้นก็ถามเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป คิมหันต์ถามว่าแล้วตอบไปว่าไง?!

“ผมก็บอกไปตามความจริงครับ อากาศดี แสงสวย แต่ร้อนมากๆ” คิมหันต์อึ้ง เจมส์ถามว่าตนพูดอะไรผิดหรือเปล่า

“เปล่า...ไม่มีอะไรหรอก ขอบใจมากเว้ยเจมส์”

วางสายจากเจมส์แล้วคิมหันต์เครียดเล็กน้อยมุกรินถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

“พายุลูกใหม่กำลังก่อตัว...แต่มันจะเป็นพายุลูกสุดท้าย หลังจากนี้ฟ้าจะเปิด ความแจ่มใสจะกลับคืนมา เชื่อผมสิ”

ฝ่ายไอ้ขุมเล่นได้เงินมากมายเดินนับเงินออกมาอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง หารู้ไม่ว่าเสี่ยอ๋าส่งลูกน้องตามมา พอมันรู้ตัวก็วิ่งหนีแต่หนีไม่พ้น ถูกจับตัวไปให้เสี่ยอ๋า เสี่ยโทรศัพท์บอกคิมหันต์ว่า “ผมได้ตัวมันมาแล้ว”

“เยี่ยมเลย เดี๋ยวบ่ายๆผมจะแวะไปหานะ อย่าให้มันตายเสียก่อนล่ะครับเสี่ย”

ooooooo

พักตราโทร.เช็กกับเจมส์แล้ว เธอโทร.หาคิมหันต์ตัดพ้อต่อว่าที่เขาไม่โทร.มาหา ซ้ำตนโทร.ไปก็ยังติดต่อไม่ได้ด้วย คิมหันต์บอกว่าตนลืมโทรศัพท์ไว้ในเป้ เธอประชดหวานๆว่า “ขี้ลืมจัง”

“งานมันยุ่งครับ นี่ผมก็แยกไปถ่ายรูปคนละโลเกชั่นกับผู้ช่วยนะ อากาศเป็นยังไงก็ไม่รู้ เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก”

พักตราหาทางจับโกหกขอให้เขาส่งรูปมาให้ดูบ้าง อยากเห็นจังว่าจะสวยแค่ไหน บอกรักคิดถึงแล้วตัดสายหน้าเครียด

มุกรินถามคิมหันต์ว่าวันนี้จะไปไหนหรือเปล่า เขาบอกว่ามีธุระเกี่ยวกับคดี ส่วนมุกรินบอกว่าตนจะออกไปหาซื้อของเข้าบ้านหน่อย ขณะนั้นเอง มือถือของมุกรินมีสายเข้า เธอดูหน้าจอบอกคิมหันต์ว่าพักตราโทร.มา

“ไม่ต้องรับ เขากำลังสงสัยเรา” คิมหันต์รีบบอก มุกรินถามว่าแล้วตนควรทำยังไง? “ทำใจสบายๆ รอพบกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น และเป็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่เรื่องราวดีๆของเราสองคน”

พักตรารอสายอยู่นาน เมื่อไม่มีใครรับ เธอกดยกเลิก จิกตาไปข้างหน้าอย่างดุดัน แล้วรีบไปที่บริษัท เจอปรารภกำลังประชุมอยู่ เธอเข้าไปสั่งให้ออกมาโทร.หามุกรินให้ตน เรื่องประชุมเสร็จงานนี้แล้วค่อยว่ากัน

ปรารภโทร.หามุกริน เธอรับสายถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เพราะเขาโทร.มา พอตนรับสายเขาก็เงียบ

“นั่นแหละ พี่อยากให้มุกได้ยิน มุกได้ยินชัดไหม” มุกรินบอกว่าได้ยินเขาด่าตน “เขาพาลกับทุกคน เขาต้องการรู้ให้ได้ว่ามุกอยู่ที่ไหน”

มุกรินบ่นว่านี่ขนาดตนลาออกแล้วยังหาเรื่องถึงขนาดนี้ ปรารภถามว่าแล้วเธออยู่ไหนล่ะ มุกรินบอกว่าตนปลอดภัยไม่ต้องห่วง ปรารภพยายามจะรู้ที่อยู่หรือไม่ก็นัดพบกัน ไม่อย่างนั้นพักตราจะต้องไล่บี้ไม่เลิกแน่

“อย่าเลยค่ะพี่รภ เราไม่เจอกันจะปลอดภัยกว่า ทั้งตัวมุกและพี่รภด้วย ขอบคุณพี่รภนะคะที่ห่วงใยมุกเสมอมา”

“มุก...ฟังพี่ก่อน....”

“สวัสดีค่ะ” มุกรินเอ่ยลาแล้วตัดสายเลย เธอถามดวงดาวว่า “ฉันควรจะทำยังไงดี?”

“ก็ทำตัวเป็นนางเอกสิ อยู่เฉยๆให้พระเอกเขาเป็นคนจัดการ”

ooooooo

ไอ้ขุมถูกทรมานเพื่อให้สารภาพเรื่องฆ่าวิมลรัตน์คืนนั้น มันปากแข็งไม่ยอมปริปาก ต่อรองให้เลิกทรมานตนก่อน

เสี่ยอ๋ากับคิมหันต์ที่ดูการ “รีด” ไอ้ขุมอยู่ คิมหันต์ถามว่ามันบอกว่ามันเกี่ยวข้องกับธาดาอย่างไร เสี่ยอ๋าบอกว่า มันว่าเป็นแค่คนรู้จัก เสี่ยอ๋าเล่าเพิ่มเติมว่า

“แต่ข้อมูลที่เราหาได้ก็คือมันเป็นเด็กเก่าของเสธ.พุฒิ ผู้ทรงอิทธิพลที่วงการนักเลงก้มหัวให้ มันเคยเป็นมือปืน คุ้มกันคนตามคำสั่งของเสธ.พุฒิ ส่วน
นายธาดาเคยไปยืมเงินเสธ.พุฒิไว้เยอะ”

คิมหันต์บอกว่าตนไม่อยากรู้เรื่องเหล่านั้น อยากรู้เฉพาะเรื่องฆาตกรรมคืนนั้น เมื่อมันยังไม่ยอมเปิดปากก็ซ้อมหนักขึ้นได้ไหม เสี่ยอ๋ากลัวมันจะตายไปเสียก่อน แต่รับรองว่าไม่เกินสองวันมันต้องยอมพูดแน่ๆ

พอดีมือถือของคิมหันต์ดังขึ้น เขาจึงเดินออกไปคุยโทรศัพท์ ปรากฏว่าเป็นสายจากอรรถ โทร.จากโรงแรมที่พัก

“นายทำอะไรอยู่ที่ไหนไอ้ลูกชาย อย่าบอกนะว่าถ่ายรูปอยู่ ฉันไม่เชื่อ ถ้าตอบไม่ได้ไม่เป็นไร ฉันจะไม่ซักไซ้เรื่องนี้ เพราะถือว่าเป็นข้อตกลงกันอยู่ แต่ฉันต้องขอเตือนหน่อยนะว่านายกำลังมีพิรุธ”

อรรถบอกว่าพักตรากำลังสงสัยเขาและลามมาถึงตนด้วย โทร.เข้าไปเช็กที่ออฟฟิศ ปรามคิมหันต์ว่าถ้าเขากำลังทำอะไรอยู่ก็อย่าให้เรื่องเลวร้ายจนตนรับไม่ได้ ย้ำเหี้ยมๆว่า “เพราะถ้าถึงขั้นนั้นเมื่อไหร่ ข้อตกลงใดๆระหว่างเราจะไม่มีความหมายทั้งสิ้น ชีวิตจิตใจของลูกสาวฉันสำคัญที่สุด เข้าใจนะ”

คิมหันต์เครียด โทร.ถามเจมส์ว่าเก็บภาพได้ครบหรือยัง ให้ส่งรูปเข้ามือถือตนหน่อยเดี๋ยวนี้เลย ย้ำกับเจมส์ว่า

“ถ้ามีโทรศัพท์ถึงแก ดูเบอร์ให้ดีก่อน ถ้าไม่ใช่เบอร์พี่ไม่ต้องรับเด็ดขาด เข้าใจนะ”

ooooooo

พักตราได้รับรูปที่คิมหันต์ส่งมา เธอเปิดดูทีละภาพ...ทีละภาพ...พร้อมคำบรรยาย เธอวางโทรศัพท์ลงข้างตัว แสยะยิ้ม ขณะหางตามองปืนกระบอกเล็กสีบรอนซ์วาววับที่วางอยู่ข้างตัว

ครู่ต่อมา คิมหันต์ก็ได้รับข้อความจากพักตราว่า

“พรุ่งนี้พักตร์จะไปรับที่สนามบินนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมกลับเองได้ พักตร์จะได้ไม่ต้องลำบาก” คิมหันต์ตอบทันทีทั้งยังบอกว่ามีของฝากเธอด้วย

งานนี้ พักตราไม่ตื๊อ เธอบอกรัก บอกคิดถึงเหมือนปกติ คิมหันต์หวานไปเช่นกันแล้วต่างกดตัดการสนทนา

มุกรินเดินมาถามว่าพักตราโทร.มาหรือ เวลาของตนหมดแล้วใช่ไหม คิมหันต์ยืนยันว่านี่เป็นการเริ่มต้นต่างหาก

“ผมขออีกอาทิตย์เดียวนะมุก เจ็ดวันเท่านั้นได้ไหม” เธอบอกว่ามากกว่านั้นก็รอได้ “มุกอยู่ที่นี่เลยนะ รอผมที่นี่แหละเพราะที่นี่คือบ้านของเรา”

รุ่งขึ้นคิมหันต์หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้า กระเป๋ากล้องและถุงของฝากไปที่คอนโดพักตรา ร้องบอกเธออย่างร่าเริงว่า

“ผมกลับมาแล้วครับ แล้วนี่ของฝากของคุณ ผ้ามัดหมี่ฝีมือแม่เฒ่าที่อำเภอ...”

“ไม่ต้องมาโกหก!” พักตราบ้าดีเดือดใส่ทันที

จากนั้นทั้งคำถาม คำด่า ก็ระเบิดออกมาจากปากราวห่ากระสุน สั่งให้เอากระเป๋าเสื้อผ้ามา แล้วเปิดค้นไปจับผิดไป “ไหน...มีเสื้อผ้าเลอะโคลนไหม ที่ว่าฝนตกทำงานยาก ไหนเสื้อผ้าสะอาดเอี่ยมเรียบร้อยอย่างนี้เหรอสองวันสองคืน แล้วบอร์ดดิ้งพาสล่ะ อยู่ไหน มีไหม!”

คิมหันต์อึ้งไปอย่างรับสถานการณ์ไม่ทัน พักตรารุกต่ออย่างดุเดือดเลือดพล่าน

“จะแก้ตัวว่าไงอีกหา! ฉันเช็กสายการบินแล้วไม่มีชื่อนายคิมหันต์บินกลับมาไฟลท์นี้เลย แล้วนายคิมหันต์กลับมาวันไหนรู้ไหม วันเดียวกับที่บินไปนั่นแหละ นายคิมหันต์ไปถึงสนามบินเลย แล้วนายคิมหันต์ก็ซื้อตั๋วบินกลับมากรุงเทพฯเดี๋ยวนั้นเลย...คำถามคือ นายคิมหันต์ไปอยู่ที่ไหนมา!!”

คิมหันต์ยังยืนอึ้ง ถูกพักตราเข้าทุบตีรัวถามอย่างไม่รอคำตอบ...

“แกไปอยู่กับใครมาตั้งสี่วันสี่คืน...แกทำกับฉันอย่างนี้ได้ไง ทำไมทำอย่างนี้”

พอตั้งหลักได้คิมหันต์ขอให้ฟังตนก่อน พักตราตะโกนใส่หน้าว่าไม่ฟังเพราะตนรู้เรื่องหมดแล้ว จากที่เคยเรียกคิมที่รัก ก็กลายเป็นเรียก แก ไอ้ กระทั่งด่าเป็นสัตว์ คิมหันต์สุดทนเลยเข้าห้องปิดประตู ปล่อยให้เธอบ้าอยู่หน้าห้อง

พักตราด่าและทุบประตูปึงปังไม่เลิก คิมหันต์เปิดประตูออกมาถามว่าเธอต้องการให้ตนยอมรับใช่ไหม พอเขายอมรับเธอกรี๊ดลั่นทั้งด่าทั้งตะโกนอยากฆ่าทั้งคู่เลย

คิมหันต์บอกว่าพูดไม่รู้เรื่องอย่างนี้ตนไม่อยู่แล้ว เขาเดินหนีไปท่ามกลางเสียงด่าอย่างบ้าคลั่งของพักตรา กระทั่งตามไปด่าถึงอาคารจอดรถ แต่คิมหันต์ก็ไปแล้ว

ooooooo

ปริมโทร.ถามอรรถว่าตอนนี้อยู่ไหน อรรถบอกว่าตนออกจากสนามบินแล้วกำลังจะเข้าออฟฟิศ ถามว่ามีเรื่องอะไรหรือ

“คุณพักตร์กำลังอาละวาดหนักเลยค่ะ หนักกว่าทุกครั้งที่เราเคยเห็นนะคะ”

อรรถไปหาพักตราที่คอนโดทันที เห็นเธอไปยืนหมิ่นเหม่อยู่ที่ระเบียง เขาตกใจถามว่าลูกคิดจะทำอะไร พักตราบอกว่าตนอยากตาย

“ไม่เอาน่าลูก เรื่องแค่นี้เอง” พักตราถามว่าแค่นี้เองหรือคู่หมั้นตนทั้งคนนะ “ถ้าเทียบกับชีวิตเราทั้งชีวิตมันก็แค่เรื่องขี้หมาๆเท่านั้น เราจะเอาชีวิตเราไปผูกกับผู้ชายหมาๆคนเดียวทำไม”

พักตราคร่ำครวญว่าตนรักเขาไม่อยากเสียเขาไป อรรถบอกว่า “งั้นเราก็ต้องไม่ทำตัวอย่างนี้ เรายิ่งทุรนทุราย เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาเหนือกว่าเรา จะทำอะไรกับเราก็ได้ เพราะฉะนั้นลูกต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ดี นิ่ง มีสติไว้”

พักตราถามว่าแล้วเขาจะกลับมาไหม อรรถยืนยันว่า เขาต้องกลับมา บอกเธอว่า

“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อเอง...ตอนนี้ลูกทำตัวให้สดใสเข้าไว้ รอให้เขาเป็นฝ่ายเดินกลับมาหาเรา มาซบลงตรงปลายเท้าเรา...ส่วนเราก็จะ
ยืนเชิดหน้าอย่างเท่ห์ๆดีกว่ากันเยอะนะลูก”
“พ่อต้องทำให้เขากลับมาจริงๆนะ ให้เขารักพักตร์คนเดียวนะพ่อ”

“พ่อสัญญา”

ooooooo

คิมหันต์ขับรถไปจอดสงบสติอารมณ์ที่ริมถนนเปลี่ยว โทร.เรียกชุมสายมาพบ ชุมสายหยอกว่าค่าปรึกษาตนชั่วโมงละสี่พัน ไล่ให้เขาไปหามุกรินจะได้ไม่เสียสตางค์ คิมหันต์บอกว่าไม่อยากให้เธอลำบากใจมากกว่านี้

“ตกลงเรื่องไอ้ขุมอัยการว่าไง” คิมหันต์เปลี่ยนเรื่อง

“ก็อย่างที่ฉันเคยบอกนั่นแหละ เราทำได้แค่แนบพยานหลักฐานไปในคำร้อง ศาลจะพิจารณาหรือไม่อยู่ที่ดุลพินิจของท่าน” คิมหันต์ทำเสียงอืม...ไปอย่างนั้นเอง ชุมสายถามว่า “ดูเหมือนแกจะไม่หวังพึ่งศาลแล้วใช่ไหม”

“ฉันพึ่งคนที่มีดุลพินิจเหมือนฉัน...น่าจะดีกว่า”

คนที่มีดุลพินิจเหมือนกันคือเสี่ยอ๋านั่นเอง

เสี่ยอ๋ากำลัง “รีด” ไอ้ขุมอย่างหนัก แต่มันก็ไม่ยอมเปิดปากจนเสี่ยบอกว่าชักจะเบื่อแล้ว ถ้าไม่ยอมเปิดปากก็ตายๆ ไปเสียตนจะได้ไปทำอย่างอื่น

แล้วไอ้ขุมก็ถูกทรมานจนยอม เสี่ยอ๋าโทร.บอกคิมหันต์ว่ามันพร้อมสารภาพและให้เราบันทึกภาพเป็นหลักฐานทั้งหมด คิมหันต์ตอบอย่างกระตือรือร้นว่า แจ๋วมากเดี๋ยวจะไปเลย แล้วหันชวนชุมสาย

“อยากไปดูคำสารภาพพร้อมกับผมไหมครับ คุณทนาย”

ooooooo

ปรารภผิดสังเกตกับพฤติการณ์ของมุกริน เขาไปหาที่บ้านธาดา แต่ประตูใส่กุญแจแบบไม่มีคนอยู่ เขาโทร.ถามธาดาก็ถูกธาดาด่าว่า

“คุณชักจะยุ่งกับเรื่องในครอบครัวผมมากเกินไปแล้วนะ และทุกครั้งที่คุณเสนอหน้าเข้ามา ก็จะมีเรื่องวุ่นวายกับน้องสาวผมเสมอ” แล้วไล่ตะเพิด “ช่วยไปให้พ้นๆจากบ้านผมเสียที น้องสาวผม ผมตามหาเอง”

“ได้...ถ้ามั่นใจว่าจะตามหาเจอก็เชิญ”

ธาดาไปตามหามุกรินที่ร้านอาหารที่ดวงดาวร้องเพลงอยู่ ถามอย่างตึงเครียดทันทีว่ามุกอยู่ไหน ตนติดต่อไม่ได้

“แล้วคิดว่าหนูติดต่อได้เหรอ?”

ธาดาอารมณ์เสียปรามว่าอย่าเสียเวลา ดวงดาวถามว่ามุกรินหายไปสามวันแล้วเพิ่งจะรู้หรือ ธาดาเริ่มปวดหัวขึ้นมาตวาดถามว่า ไอ้คิมอีกแล้วใช่ไหม ดวงดาวไม่ทันพูดอะไร ธาดาก็หน้ามืดยืนโงนเงน แต่ยังสั่งดวงดาวว่า

“พาอาไปหามุกเดี๋ยวนี้เลย...มุกอยู่ไหน” ดวงดาวบอกให้นั่งก่อน ธาดาก็ร่ำร้องแต่จะหามุกริน จนล้มหงายไป

ดวงดาวต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล

มุกรินรีบตามไปโรงพยาบาลทันที พอดวงดาวบอกหมอว่าเธอคือน้องสาวของธาดา มุกรินถามอย่างร้อนใจว่าพี่ชายตนเป็นอย่างไรบ้าง?

“ยังตอบไม่ได้ครับเพราะเราต้องรักษาอาการเบื้องต้นก่อน จากนั้นถึงจะส่งไปเอกซเรย์หรือทำซีทีสแกนได้ เมื่อได้ผลแล้วค่อยมาวินิจฉัยอาการอีกที”
ดวงดาวบอกว่าคงยากเพราะเดี๋ยวพอรู้สึกตัวขึ้นมาธาดาก็จะไม่ยอมอีก

“ญาติก็ต้องช่วยหมอด้วยนะครับ ไม่งั้นหมอก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน”

ครู่เดียวคิมหันต์ก็โทร.ถามมุกรินว่าอาการของธาดาเป็นอย่างไรบ้าง? เธออยู่กับดวงดาวใช่ไหม? อยู่ได้ไหม? มุกรินบอกว่าอยู่ได้ ย้อนถามเขาว่า

“ถามจริงๆ คิมดีใจใช่ไหมที่พี่ใหญ่เป็นอย่างนี้”

“ฟังนะมุก... เมื่อไหร่ก็ตามที่มุกเป็นทุกข์ ผมจะมีความสุขได้ยังไง เจอกันที่บ้านเรานะครับ” พอวางสายจากมุกริน คิมหันต์บอกชุมสายว่า “ไอ้ธาดาป่วยหนัก” ชุมสายถามว่าเขาคงสะใจล่ะสิ คิมหันต์ตอบทันทีว่า “สุดๆ เลยเพื่อนเอ๊ย!” แล้วระเบิดหัวเราะลั่นรถ

ooooooo

พักตราขับรถตามหาคิมหันต์ไปที่บ้านวิมลรัตน์ก็ไม่เจอ ถวิลบอกว่าเขาไม่ได้มาที่นี่เป็นเดือนๆ แล้ว ไปที่บ้านธาดาก็พบว่าประตูปิด ไปบ้านเก่าของคิมหันต์ก็ไร้วี่แวว

เมื่อตามหาจนทั่วแล้วไม่มีวี่แววของคิมหันต์ พักตรากลับไปที่มูลนิธิ พนาอรรถ ถามปริมว่าตนจะทำอย่างไรดี

“คุณพักตร์ควรจะใจเย็นๆ รอให้คุณพ่อจัดการให้ เดี๋ยวทุกอย่างก็เรียบร้อยเอง”

“พักตร์รอไม่ไหวแล้วนะ คุณปริมลองมาเป็นพักตร์สิแล้วจะรู้ว่ามันทรมานขนาดไหน” พักตราทำท่าจะตายให้ได้

“ทรมานแค่ไหนก็ต้องทน” เสียงอรรถแทรกเข้ามา พักตราถามว่าตนจะได้อะไรจากการทน “ได้สิ่งที่ลูกต้องการสิพ่อว่าลูกเอาเวลาตอนนี้ไปนอนนวดตัว อาบน้ำแร่แช่น้ำนมให้ผิวพรรณผ่องใส แล้วตัดชุดเตรียมไว้ดีกว่า”

“ชุดอะไรคะ” พักตราทำหน้างง

“ชุดเจ้าสาวสิลูก พรุ่งนี้พ่อจะพาตัวคู่หมั้นของลูกกลับมาแต่เช้า แล้วเราจะหารือเรื่องงานแต่งงานของสองคนทันที ดีไหมลูก”

พักตรายิ้มออกทันที

ooooooo

ในที่สุดไอ้ขุมก็ยอมเปิดปาก เสี่ยอ๋า คิมหันต์ และชุมสายอยู่ในมุมหนึ่ง ในขณะที่ไอ้ขุมในสภาพแต่งตัวเรียบร้อยเนื้อตัวสะอาดไร้ร่องรอยบอบช้ำใดๆ นั่งเตรียมอัดเสียงอยู่กับลูกน้องเสี่ยอ๋าคนหนึ่งที่แต่งตัวคล้ายตำรวจ

ลูกน้องเสี่ยอ๋าถามว่าพร้อมจะพูดแล้วใช่ไหม ไอ้ขุมบอกพร้อม เขาบอกให้มันแนะนำตัวเองแล้วพูดได้เลย

“ผม นายสุขุม มากทรัพย์ ขอสารภาพความจริงของเหตุการณ์วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558...” แล้วมันก็เล่าเหตุการณ์ในคืนนั้นว่า

คืนนั้นฝนตกหนัก ขณะตนนั่งกินเหล้าอยู่คนเดียว ก็ได้รับโทรศัพท์จากธาดาซึ่งรู้จักคุ้นเคยกันอย่างดี

ลูกน้องเสี่ยอ๋าถามว่ารู้จักธาดาได้ยังไง

“คุณธาดาชอบไปยืมเงินเสธ.พุฒิ ผมเป็นลูกน้องเก่าท่านก็เลยคุ้นกัน เขาโทร.มาขอให้ผมไปหาเขาที่บ้าน”

เวลานั้นฝนตกหนัก ตนถามว่าเดี๋ยวนี้เลยหรือฝนกำลังตกหนักเลยนะ ธาดาบอกว่า

“ฝนตกหนักน่ะแหละดี จะได้ไม่มีใครเห็นแก มาเดี๋ยวนี้เลยนะ เหาะได้ก็เหาะมาเลย เดี๋ยวมีเงินให้”

ไอ้ขุมเล่าต่อว่า...

“ผมแทบช็อกเลยครับ ผมเห็นคุณธาดายืนหน้าซีดอยู่ข้างๆเมียเขาที่นอนตายอยู่ตรงอ่างอาบน้ำ!”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดเบื้องหลัง ความทุ่มเท กว่าจะเป็นหัวเรือ "สางนางพราย"

เปิดเบื้องหลัง ความทุ่มเท กว่าจะเป็นหัวเรือ "สางนางพราย"
7 ธ.ค. 2562 0
8:05 น.