กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

รอยรักแรงแค้น

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครครบรส "รอยรักแรงแค้น"


ขณะที่ปรารภเดินอยู่ที่บริษัทนั้น เขาได้รับไลน์จากมุกรินว่า

“พี่รภคะ...รบกวนมารับมุกหน่อยได้ไหมคะ แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรค่ะ มุกริน”

“ไปเดี๋ยวนี้เลยครับ พี่รภ” ปรารภตอบไลน์ทันที

มุกรินก้มหน้าอยู่กับโทรศัพท์ระดับต่ำกว่าโต๊ะ จนคิมหันต์ถามว่าจะไม่ยอมมองหน้าตนบ้างเลยหรือ มุกรินบอกว่าตนหูดี อยากพูดอะไรก็พูดเลยก่อนที่จะหมดเวลา
คิมหันต์ถามว่าอะไรทำให้เธอเฉยเมยกับตนได้ถึงขนาดนี้ มุกรินถามว่าเขาไม่รู้จริงๆหรือ เขาเป็นผู้ชายแบบไหนกัน

“แบบที่คุณรักไง...ไม่งั้นคุณจะคบกับผมมาตั้งห้าปีได้ยังไง”

“ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกัน”

“คุณสงสัยเมื่อไหร่...เพิ่งเมื่อวานนี้เอง...ห้าปีที่ผ่านมาคุณไม่เคยสงสัยอะไรผมเลย” มุกรินสวนทันทีว่าเพราะตนไม่เคยรู้ว่าเขาจะทำกับตนได้ถึงขนาดนี้ “เพราะผมไม่เคยคิดจะทำน่ะสิ จะให้ผมบอกอีกกี่ครั้งว่าเป็นเพราะพี่ชายคุณ ผมหยุดความจงเกลียดจงชังพี่ชายคุณไม่ได้ แต่ผมก็หยุดรักคุณไม่ได้เหมือนกัน...ผมควรจะทำยังไง...มุก”

“คุณจะทำยังไงก็เรื่องของคุณ แต่ฉันทนรับความปรวนแปรของคุณไม่ได้อีกแล้ว” คิมหันต์โต้ว่าตนไม่ได้ปรวนแปร ตนรู้ว่ารักใคร เกลียดใคร และต้องการอะไร “แล้วคุณนึกถึงคนอื่นบ้างไหม...คุณรู้ว่าคุณต้องการอะไร แล้วคุณรู้ไหมว่าคนที่คุณบอกว่ารักน่ะ เขาต้องการอะไร?”

คิมหันต์อึ้ง มุกรินถามว่า “คุณบอกว่าคุณจะถอนหมั้นพักตรา นี่คงถอนกันมาเรียบร้อยแล้วล่ะสิ” คิมหันต์ยังคงนิ่ง “ว่าไงล่ะ เรื่องพักตรามันเกี่ยวกับพี่ใหญ่ตรงไหน มันเกี่ยวกับฉันตรงๆ! ฉันจะคิดว่าเหตุการณ์ที่เกาะ เป็นเพียงแค่ฝันไป...มันไม่มีอยู่จริงหรอกค่ะคิม”

มุกรินลุกขึ้น คิมหันต์ขอให้รอก่อน เธอพูดอย่างไร้เยื่อใยว่าหมดเวลาของเขาแล้ว แล้วเดินไปทางหน้าร้าน ไปเจอดวงดาวที่เคาน์เตอร์หน้าร้าน ดวงดาวถามว่าเคลียร์กันจบไหม

“จบสิ...แล้วคราวหลังไม่ต้องทำตัวเป็นแม่สื่อแอบนัดใครมาเจอฉันอีกนะ” มุกรินเดินออกจากร้านไปทันที พอดีปรารภขับรถมาถึง เธอรีบไปหาเขา ขึ้นรถแล้วบอกว่า ไปเลยไม่ต้องลงมาให้เสียเวลา

ดวงดาวออกมายืนดูรถปรารภที่ขับพามุกรินไป คิมหันต์เดินมายืนใกล้ๆ เธอถามว่า

“จบไม่สวยใช่ไหม”

คิมหันต์พยักหน้าถามว่า “จะไปไหนต่อ ผมไปส่งให้เอาไหม”

“ไม่ต้อง ฉันดูแลตัวเองได้ อยากจะเมาเมื่อไหร่ค่อยเรียกฉันก็แล้วกัน” พูดแล้วดวงดาวเดินไปเลย

ooooooo

มุกรินยังนั่งหน้าเครียดอารมณ์ค้างอยู่ในรถ ปรารภเหลือบมองถามว่ามีอะไรอยากเล่าให้ตนฟังไหมว่าเกิดอะไรขึ้น

“ตอนพี่รภเลิกกับเมียพี่เสียใจไหม” เขาบอกว่าแน่นอน “พี่เคยคิดอยากกลับไปคืนดีกับเมียพี่ไหม”

“พี่คิดอยู่ครึ่งปี หลังจากนั้นก็เลิกคิด เพราะมันเป็นไปไม่ได้ เพราะเขาไม่รักพี่เหมือนเดิมแล้วป่วยการเปล่าๆ”

มุกรินถามว่า แล้วเขายังรักเธออยู่ไหม “พออายุมากขึ้น พี่ก็ปล่อยวางได้มากขึ้น”

มุกรินนิ่งไป เธอมองไปข้างหน้า ปรารภถามว่าเขามาขอคืนดีกับมุกหรือ เธอบอกว่าเขาแค่เสียดายเหมือนผู้ชายทั่วไป

“แล้วมุกตอบเขาว่าไง...ยังรักเขาอยู่หรือเปล่า?” ปรารภเร่งถามอย่างอยากรู้ แต่มุกรินนิ่งและเปลี่ยนเป็นถามเขาว่ามีอะไรจะคุยกับตนหรือ “มุกพร้อมจะฟังไหมล่ะ” เป็นคำถามที่ทำให้มุกรินนิ่งคิดว่าคงเป็นเรื่องไม่ดีแน่ๆ แล้วก็ไม่ดีจริงๆ เมื่อปรารภบอกว่าเธอถูกสั่งพักงาน พักอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าจะมีคำสั่งใหม่

“นี่มันไล่ออกชัดๆ” ปรารภเสนอให้ทำหนังสือร้องเรียนประธานบริษัท “ประธานบริษัทก็คือพ่อของพักตรา!! ขอมุกพูดกับเขาก่อนได้ไหมคะ”

เมื่อมุกรินไปพบพักตราที่ห้องประชุมซึ่งปรารภนั่งอยู่ด้วยแล้ว พักตราถามเย้ยว่ามีอะไรจะพูดกับตนอีก ทุกอย่างตนบอกกับ “แฟน” เธอไปแล้ว มุกริน
ขอคุยกับเธอตามลำพัง ปรารภจึงออกจากห้องไป

“ทำแบบนี้จะเอากันให้ตายเลยใช่ไหม” มุกรินเริ่มด้วยน้ำเสียงจริงจัง

พักตราไม่พูดเรื่องงานแต่กลับพูดเรื่องที่มุกรินหายไปกับคิมหันต์ กลายเป็นโต้เถียงกันเรื่องแย่งคิมหันต์ว่าใครมาก่อน ใครแย่งใครและสุดท้ายใครได้คิมหันต์ไป มุกรินบอกว่าเมื่อเธอได้คิมหันต์ไปแล้วเรื่องก็ควรจะจบเสียที

“คงยาก เพราะจุดจบของฉันคือ ต้องไม่มีแกอยู่ที่นี่ ฉันไม่ต้องการเห็นหน้าแกที่นี่อีก เข้าใจไหม!”

ทั้งคู่โต้เถียงกันรุนแรงจนพักตราตบหน้ามุกริน ต่างตบและคว้าของขว้างปาใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ หยุด! พอได้แล้ว” อรรถเปิด ประตูเข้ามาตวาด “ทำอะไรกันนี่ เล่นเป็นเด็กๆไปได้”

พักตราฟ้องว่ามุกรินบังอาจเข้ามาด่าตนก่อน มุกรินชี้แจงว่าตนแค่เข้ามาถามเหตุผลที่สั่งพักงานตนเท่านั้น ทั้งคู่ทำท่าจะเถียงกันอีก อรรถสั่งให้หยุด แยกย้ายกันไปห้องใครห้องมัน แล้วตนจะเรียกมาสอบสวนทีละคนเอง

พักตราตะบึงตะบอนออกไป อรรถถามมุกรินว่าหายดีแล้วหรือ มุกรินบอกว่าตนไม่เป็นอะไรแล้ว

“ฉันให้ยกเลิกคำสั่งพักงานนั้นแล้วนะ เธอพร้อมจะทำงานเมื่อไหร่ก็มาทำได้เลย บริษัทต้องการพนักงานครีเอทีฟ ไม่ใช่นักมวยหญิง” พูดแล้วเดินออกไป ปรารภที่เข้ามาดูเหตุการณ์ยิ้มให้มุกรินอย่างให้กำลังใจ

ooooooo

เย็นนี้อรรถคุยกับพักตราขณะทานอาหารด้วยกันในร้านหรู เขาถามพักตราว่ารู้ตัวหรือเปล่าว่าทำอะไรลงไป

พักตราบอกว่าตบมุกริน อรรถถามว่าตบกันไปมาอย่างนี้ได้อะไรขึ้นมาไหม มีแต่เจ็บตัว มีแต่เสียชื่อ เสียหน้า แล้วมันเสียมาถึงตนด้วย พักตราโต้ว่ามุกรินมาหาเรื่องตน อรรถถามว่าก็เธอสั่งพักงานเขาอย่างนั้นจะให้เขาอยู่นิ่งได้อย่างไร

พักตราอ้างว่าตนเป็นซีอีโอย่อมทำได้ ไม่อย่างนั้นตนจะเป็นซีอีโอไปทำไม อรรถแย้งว่าเธอเป็นคนอ้อนวอนขอตำแหน่งนี้เอง ชี้ให้เห็นว่า

“หน้าที่ของผู้บริหาร ไม่ใช่เที่ยวสั่งพักงานใครๆ แต่ต้องบริหารให้งานในบริษัทมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะทำอย่างนั้นได้มันต้องมีคุณธรรมในการปกครองคน ต้องมีเมตตาต่อผู้ใต้บังคับบัญชา พ่อสอนลูกไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว แต่ลูกไม่เชื่อพ่อเลย”

พักตราบอกว่าตนเชื่อแต่ใช้ไม่ได้กับมุกริน อรรถดักคอว่าเพราะมุกรินเป็นคนรักเก่าของคิมหันต์ใช่ไหม เธอรับว่าใช่

“นั่นยิ่งทำให้ใครๆเขาจับตาดูเรา เขาจะดูว่าลูกใช้อำนาจกลั่นแกล้งรึเปล่า คนเป็นหัวหน้าถูกลูกน้องสุมหัวนินทามันไม่ดีหรอกนะลูก พ่อเตือนแล้วว่าไม่ให้ทำร้ายมุกรินด้วยวิธีแบบนี้ ลูกควรจะเชื่อพ่อบ้าง” เธอถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร “ต้องมั่นใจในคนรักของเรา และให้พวกเขาอยู่ในสายตาของเราไว้ ดีกว่าผลักไสไปอยู่ในที่ไกลหูไกลตา พ่อจะช่วยลูกเอง”

พักตรายิ้มออกที่พ่อจะช่วยให้คิมหันต์มาอยู่ใกล้ตัว

ooooooo

คิมหันต์กลับไปที่บ้านวิมลรัตน์ เข้าไปในห้องพี่สาว มองรอบห้องที่ทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิม เขารำพึงกับวิมลรัตน์อย่างว้าเหว่ว่า

“ห้าเดือนแล้ว ผมไม่มีพี่มล...มันดูเหมือนนานเกินกว่าห้าปีในความรู้สึกของผม...ชีวิตผมเปลี่ยนไปมาก มากแบบที่พี่มลไม่มีทางคาดถึง...เวลาที่ผมไม่มีพี่ ผมกลายเป็นคนสับสน หลายครั้งที่ผมไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ และที่ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ผมทำมันถูกหรือไม่...ผมถามตัวเองอยู่ทุกวันว่าต้องการอะไร...ระหว่างความรักกับความแค้น...จนถึงวันนี้ผมก็ยังตอบตัวเองไม่ได้...ผมอยากให้พี่มลกลับมาอยู่กับผมจังเลย...ผมคิดถึงพี่มลนะครับ..คิดถึงมากๆ”

ไสวเข้ามาถามว่าคืนนี้เขาจะนอนที่นี่ไหม เขาบอกว่ายังไม่รู้ แต่สั่งไสวอย่าเคลื่อนย้ายอะไรในห้องนี้ บอกถวิลให้ทำกับข้าวอร่อยๆให้หน่อยวันนี้จะกินข้าวที่นี่

แต่ไม่ทันไรคิมหันต์ก็ได้รับโทรศัพท์จากพักตราบอกว่าคุณพ่อเชิญมาทานข้าวที่บ้าน ท่านมีเรื่องจะคุยด้วยให้รีบมาเลย คิมหันต์บอกว่าจะรีบไป แล้วบอกถวิลว่าไม่ต้องทำกับข้าวแล้ว ตนไม่หิว แล้วออกไปเลย

ooooooo

อรรถกับพักตราลงจากข้างบนมาพบคิมหันต์ที่นั่งรออยู่ พักตรารีบเข้าฉอเลาะว่าคืนนี้นอนที่นี่นะตนให้คนไปเอาเสื้อผ้าของเขาที่คอนโดมาแล้ว

ขณะนั้นเอง อรรถเอ่ยกับปริมเลขาสาวสวยของเขาว่านั่งทานด้วยกันเลยนะ แล้วแนะนำแก่คิมหันต์ว่า

“นี่ปริม เลขาส่วนตัวฉัน ที่จริงฉันมีเลขาหลายคน” พักตราแทรกขึ้นอย่างอารมณ์ดีว่าสาวๆทั้งนั้น “แต่ปริมจะเป็นคนดูแลส่วนตัวของฉันทุกอย่างด้วยความเห็นชอบของยายพักตรา”

สองพ่อลูกหยอกล้อกันเรื่องเลขาสาวสวยอย่างอารมณ์ดี แล้วอรรถจึงบอกให้ลงมือกินกันได้เลย

คิมหันต์ถามว่าเขาเรียกตนมามีอะไรหรือ แล้ว คิมหันต์ก็เครียดขึ้นทุกทีเมื่ออรรถเล่าแผนงานของตนให้ฟัง

อรรถบอกว่าตนอยากเห็นความคืบหน้าของ ครอบครัว คนรุ่นใหม่ในตระกูล ซึ่งก็คือเขากับพักตราว่า นับแต่หมั้นกันมาตนยังไม่ได้มอบของขวัญอะไรให้เลย วันนี้จึงขอถือโอกาสมอบของขวัญให้ นั่นคือ...

“ความมั่นคงในหน้าที่การงาน เธอทำอาชีพอิสระมานาน ฉันเข้าใจว่าเป็นความฝันของเด็กหนุ่ม แต่เมื่อเธอมาเป็นลูกเขยของพลโทอรรถ เธอต้องมีความมั่นคงเพียงพอสำหรับพักตราลูกสาวฉัน”

อรรถสั่งพรุ่งนี้ให้เขาไปทำงานที่ออฟฟิศตน พักตราเสริมว่า คุณพ่อตั้งมูลนิธิเพื่อดูแลเรื่องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเป็นที่ระลึกให้คุณแม่ชื่อ “มูลนิธิ พนา-อรรถ”

“เธอไปนั่งเป็นหน้าห้องฉัน เป็นครั้งแรกที่ฉันมีหน้าห้องเป็นผู้ชาย และคุณปริมจะเป็นคนเทกแคร์เธอทุกอย่าง เฉพาะที่เกี่ยวกับงานออฟฟิศเท่านั้นนะ”

คิมหันต์ถามอย่างไม่อยากเชื่อว่าจะให้ตนนั่งหน้าห้องตลอดเวลาเลยหรือ

“อย่างนั้นก็เสียของแย่สิ ช่างภาพฝีมือดีอย่างเธอ ก็ต้องมาถ่ายรูปป่าเขา แหล่งท่องเที่ยวสวยๆให้กับมูลนิธิสิ”

“เวลามีทริปถ่ายรูป พักตร์ก็จะไปด้วยทุกครั้ง จะได้เป็นการซ้อมฮันนีมูนของเราสองคนไงคะ”

“ทีนี้อนาคตของเธอก็จะมั่นคง ไม่ลอยไปลอยมา และอยู่ในสายตาของฉันและพักตราตลอดไป”

อรรถสรุปอย่างชัดเจน พักตรายิ้มอย่างมีความสุข ในขณะที่คิมหันต์ฝืนยิ้มเจื่อนๆ

ooooooo

คืนนี้คิมหันต์นอนกับพักตรา เธอพยายามอ่อยยั่วเขา

พักตราบอกว่างานแรกของเขาคือไปถ่ายรูปที่เที่ยวอันซีนที่จังหวัดเลย ตนจะลางานไปเป็นผู้ช่วยเขา คิมหันต์บอกว่าตนมีผู้ช่วยอยู่แล้ว

“แต่พักตร์ช่วยคิมได้มากกว่าผู้ช่วยช่างภาพนะ พักตร์ช่วยได้ทุกเรื่องเลย โดยเฉพาะเรื่องแบบนี้” พักตรายั่วต่อในอ่างน้ำที่มีฟองสบู่ฟูฟ่อง แต่สุดท้ายคิมหันต์ก็ลุกจากอ่างเดินออกไป ทิ้งพักตราให้อารมณ์ค้างอยู่กลางอ่าง...

ปรารภยังเพียรติดต่อใกล้ชิดกับมุกรินอย่างอบอุ่น อ่อนโยนและไม่เร่งเร้า

ดวงดาวมาหามุกรินถามว่าหายโกรธตนหรือยัง มุกรินบอกว่าถ้าเธอไม่ทำอย่างนั้นอีกตนก็ไม่โกรธแล้ว

“แน่ใจนะว่าไม่อยากเจอเขาอีก” มุกรินมองหน้า ดวงดาวรีบบอกว่า “แค่ถามเฉยๆ อย่าเพิ่งโกรธ”

“ความอยากกับความจริงที่ควรจะเป็น มันไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป”

“เธอต่างกับฉันตรงนี้แหละ ถ้าเป็นฉัน ฉันจะทำความอยากให้เป็นจริงให้ได้สักวัน ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหนก็ตาม”

พูดทิ้งไว้ให้คิดแล้วดวงดาวเดินออกไป มุกรินถามว่าแล้วพี่ใหญ่ล่ะ ดวงดาวบอกว่าเขาไปทำธุรกิจส่วนตัว และสั่งให้ตนดูเธอให้ดี แล้วพูดเองเออเองว่า

“แต่ท่าทางเธอ ดูแลตัวเองได้อยู่แล้วนี่ อยากให้ช่วยอะไรเป็นพิเศษก็บอกมาแล้วกัน”

ธุระส่วนตัวของธาดาคือ เข้าบ่อน แต่วันนี้เขาไม่ได้ไปคนเดียว แต่พาไอ้ขุมไปด้วย สั่งมันว่าไม่ต้องเปิดปากอะไรรีบเล่นรีบไป

การ์ดในบ่อนรายงานเสี่ยอ๋าว่าวันนี้ธาดาพาลูกน้องมาด้วย คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นหน้า สงสัยจะเคยเจอที่บ่อนอื่นไม่ใช่ที่เรา เสี่ยอ๋าไปเกาะกระจกมองไปที่โต๊ะพนันบอกว่า หน่วยก้านไม่ใช่เล่น

ไอ้ขุมเล่นได้โกยเงินบนโต๊ะไปหัวเราะร่าไป มีธาดายืนเซ็งอยู่ข้างๆ

เสี่ยอ๋าให้ลูกน้องต่อสายถึงทนายชุมสายทันที

ooooooo

คิมหันต์ไปนั่งหน้าห้องอรรถตามคำสั่ง โดยมีปริมมาแนะนำงานและสาวๆอีกสี่ห้าคนที่มีหน้าที่ต่างกันแต่จะแนะนำภายหลัง คิมหันต์ถามว่าโต๊ะเธออยู่ไหน เธอบอกว่าอยู่ในห้องท่าน

“ทำไม...อยากไปนั่งข้างๆปริมเหรอ” อรรถถามขึ้น คิมหันต์รีบปฏิเสธ “ที่นี่คืออาณาจักรของฉัน เธอจะมาทำรุ่มร่ามในนี้ไม่ได้เด็ดขาด โดยเฉพาะกับปริม ถึงจะเป็นไอ้ลูกชายของฉันก็ตาม” แล้วสั่งปริม “ไปเตรียมรถได้แล้ว เดี๋ยวเธอไปกับพี่...ส่วนสี่สาวข้างนอกนั่นให้ขึ้นรถตู้ตามไปนะ”

ก่อนออกไป อรรถเข้าไปตบไหล่คิมหันต์เบาๆ แต่พูดจริงจัง

“ขอเตือนนิดนึงนะ อย่าคิดทำตัวแบบฉันเป็นอันขาด ฉันมันพ่อม่ายเมียตาย แต่นายยังมีอยู่ครบ ทั้งคู่หมั้นและพ่อตา การที่นายได้มาอยู่ตรงนี้ก็เพราะพักตราต้องการให้นายอยู่ในสายตาของฉัน ฉะนั้น อย่าทำอะไรนอกลู่นอกทาง เข้าใจนะ” พูดแล้วผละไปเลย

คิมหันต์นั่งลง หยิบมือถือโทร.หาชุมสาย เป็นจังหวะที่ชุมสายกำลังจะโทร.หาเขาพอดี ชุมสายบอกว่าเสี่ยอ๋าเล่าว่า

ธาดาพาคนแปลกหน้าเข้าบ่อนท่าทางไม่ใช่คนดี เสี่ยอ๋าส่งคนตามไปดูแล้วเผื่อจะมีเบาะแสอะไรที่น่าสนใจ

“โอเค ทำอะไรได้ก็ทำเลยนะเพื่อน ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ก็มาเบิก”

ขณะนั้นเองมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาถามหาพลโทอรรถ บอกว่ามีคนนัดให้ตนมาหาวันนี้

คิมหันต์บอกว่าไม่มีใครอยู่เลย แล้วบอกให้นั่งรอก่อน พลางตัวเองก็คุยกับชุมสายต่อ ถามว่า

“ฝากอีกเรื่องได้ไหมเพื่อน แกช่วยแวะไปดูมุกให้หน่อยสิ เขาน่าจะโกรธเพราะฉันทำเขาไว้เยอะ” ชุมสายถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไร “คิดได้แล้วจะบอก”

วางสายจากชุมสาย คิมหันต์หันไปเจอเด็กสาวยิ้มให้ เขายิ้มตอบไปอย่างนั้นเอง

ooooooo

วันนี้มุกรินไปทำงาน ปรากฏว่าเธอถูกย้ายโต๊ะไปนั่งหน้าห้องปรารภแล้ว ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการด้านสร้างสรรค์

มุกรินงง ถามว่าใครตั้ง สีดาส่งมือถือให้คุยเอง กลายเป็นปรารภเป็นคนเซ็นคำสั่งเอง มุกรินเกรงจะมีคนเอาไปนินทาแล้วตนจะเดือดร้อน

“ไม่เดือดร้อนหรอก เพราะพี่โยกมุกมาตามสายงาน ไม่มีการปรับเพิ่มเงินเดือนแต่อย่างใด แค่ย้ายตัวมาขึ้นโดยตรงกับพี่เท่านั้น จะได้ไม่มีใครมาออกคำสั่งกลั่นแกล้งมุกได้”

ปรารภบอกว่าตอนนี้ตนออกมาพบลูกค้า เย็นๆ กลับไปค่อยคุยกัน ครู่เดียวก็มีพนักงานมาบอกมุกรินว่ามีคนมาขอพบชื่อชุมสาย เขาขอเวลาคุยแค่สิบห้านาทีเท่านั้น จะให้พบไหม

พอมุกรินออกไปพบ ชุมสายพูดอย่างโล่งใจว่านึกว่าเธอจะไม่ให้พบเสียแล้วเพราะเพื่อนตนทำกับเธอไว้หนักมาก มุกรินบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็ไม่ควรพบ ชุมสายขอถามแค่สามข้อ กรุณาฟังก่อนได้ไหม

“อย่าให้ยากนักนะคะ”

“ข้อแรก คนที่ทำผิดแล้วรู้ตัวว่าทำผิด เขาควรได้โอกาสในการกล่าวคำขอโทษไหม และถ้าเขาจะขอโอกาสในการพบกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะจากกันไปตลอดกาล คุณจะยอมฟังคำขอโทษของเขาไหม ถ้าคุณไม่ยอม เขาก็ฝากคำลาครั้งสุดท้ายมากับผม”

มุกรินเสียววูบอยู่ลึกๆ จนเมื่อชุมสายบอกว่า

“ขอให้ใช้หัวใจคิดให้ถ้วนถี่ ก่อนตอบผมภายในวันนี้นะครับ ลาก่อน” พอชุมสายไป มุกรินนิ่งไปอย่างวุ่นวายใจ

ooooooo

คิมหันต์นั่งอยู่ที่โต๊ะหน้าห้องของอรรถ เขาเคาะประตูเข้าไปบอกว่ามีเด็กมารอพบอยู่นานแล้ว อรรถบอกให้คุยกับเลขาของตนก็แล้วกัน คิมหันต์บอกว่าไม่มีใครอยู่เลย

“เขารอได้น่า...อึดอัดไหม กับการนั่งโต๊ะที่นี่” อรรถถามเมื่อคิมหันต์จะออกไป เขาหยุดคิดหาคำตอบที่เหมาะสม ตอบไปว่า ก็มีบ้าง “งั้นจะออกไปเดินเล่นข้างนอกให้สบายอกสบายใจก่อนก็ได้ ฉันไม่ว่า แต่กลับมาให้ทันยายพักตร์ก็แล้วกัน”

“ขอบคุณครับ”

“เห็นไหมว่าฉันเข้าใจหัวอกลูกผู้ชายดี”

“ครับผม” คิมหันต์รับคำ เดินออกจากห้องไปอย่างมีความหวัง

ooooooo

เพียงบ่ายวันนี้ ชุมสายก็โทรศัพท์ไปหามุกรินบอกว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับคดีพี่ชายเธอ

“ผมเพิ่งได้ตัวพยานยืนยันว่าเขาร่วมมือกับพี่ชายคุณทำฆาตกรรมพี่วิมลรัตน์ในคืนนั้น...เพื่อเห็นแก่คุณ ผมคิดว่าเราน่าจะหาทางออกร่วมกันได้” มุกรินถามว่ายังไงหรือ? “เบื้องต้น ผมต้องกันคุณออกจากคดีก่อน แต่รบกวนคุณช่วยมาดูตัวหน่อยได้ไหมครับ เผื่อคุณจะมีข้อมูลของนายคนนี้มากยิ่งขึ้น”

“จำเป็นด้วยหรือคะ”

“แล้วแต่คุณจะคิด แต่ผมเชื่อว่า เรื่องนี้ยืดยาวแน่ ถ้าคุณไม่ไว้ใจ ผมจอดรถอยู่ปากซอย คงใช้เวลาคุณไม่เกินสิบห้านาทีก็จบ แต่ขอเป็นความลับ อย่าเพิ่งบอกใครนะครับ”

มุกรินขับรถไปถึงปากซอยก็โทร.ถามชุมสายว่ารถเขาจอดอยู่ตรงไหน ชุมสายไม่แสดงตัว แต่บอกให้เธอเอารถไปจอดต่อท้ายรถตู้สีขาว รถคันเดิมที่ตนเคยไปรับเธอ พอมุกรินบอกว่าเห็นแล้ว ชุมสายบอกว่าตนรออยู่ในรถ

แต่พอมุกรินไปขึ้นรถตู้ กลายเป็นคิมหันต์นั่งอยู่ในรถ เขากดล็อกประตูรถทันที มุกรินถามชุมสายที่ยังอยู่ในสายว่าเล่นอะไรกัน?!

ที่แท้ชุมสายจอดรถอยู่ฝั่งตรงข้าม เขานั่งดูเธออยู่ในรถพลางคุยโทรศัพท์ไปด้วย

“เพื่อนผมมันอยากขอโทษคุณเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญไม่แพ้คดีของพี่ชายคุณ อย่างน้อยคุณก็จะได้ฟังคำบอกลาจากปากมันเอง...ไม่ต้องห่วงรถคุณนะ ผมจะเฝ้าอยู่ที่นี่จนกว่าคุณจะกลับมา” พูดจบเขาตัดสายทันที

ooooooo

คิมหันต์บอกให้มุกรินคาดเข็มขัดนิรภัยและอย่าเปิดประตูขณะรถวิ่งมันอันตราย มุกรินถามว่าจะพาตนไปไหน

“ที่เงียบๆ ที่คุณจะมีสมาธิพอที่จะฟังเสียงหัวใจผม” แล้วเลี้ยวเข้าโรงแรมม่านรูด มุกรินถามว่านี่หรือที่เงียบๆ ของเขา “มาที่นี่ คุณจะตบหน้าผมกี่ทีก็ได้ ผมไม่ต้องอายใคร”

เมื่อเข้าห้องพัก คิมหันต์ให้เธอปิดมือถือเพื่อจะได้ไม่ถูกใครรบกวน มุกรินบอกว่าอีกหนึ่งชั่วโมงตนต้องกลับไปทำงาน เขาต่อรองว่าเลทหน่อยได้ไหม แล้วสูดลมหายใจลึกๆ เตรียมพูดความรู้สึกจากหัวใจ

“ก่อนจะถึงคำอำลา คงต้องเป็นคำขอโทษก่อน... มันเป็นความโชคร้าย ที่ผมเป็นน้องชายพี่มล และคุณเป็นน้องสาวนายธาดา ผมรู้ว่าคุณรู้สึกยังไงกับพี่ชายของคุณ ก็ไม่ต่างจากที่ผมรู้สึกกับพี่สาวของผม...นั่นคือที่มาของปัญหาทั้งหมดระหว่างเรา พร้อมๆกับความดีใจในชัยชนะของฝ่ายคุณ มันก็คือความแค้นของฝ่ายผม มันจึงเป็นการเปิดทางให้พักตราและเป็นที่มาของ

รูปถ่ายวันนั้น...แต่ผมพลาดที่ไม่ฟังเสียงหัวใจตัวเองให้ดี”

คิมหันต์รำพันความรักที่หวานชื่นในอดีต จนมาถึงวันนี้ เขาบอกว่า “มันมาถึงปลายทางแล้ว หลังจากนี้ไม่นานนัก ผมจะบอกเลิกกับพักตราแบบที่ไม่ให้มีปัญหามาถึงคุณ แต่มันก็คงไม่ทัน เพราะกว่าจะถึงวันนั้น เวลาของผมคงหมดแล้ว”

คิมหันต์หยุดหายใจลึกๆ แล้วพูดเรื่องใหม่

“ผมเตรียมคำขอโทษและคำบอกลามาแล้ว... ผมขอโทษที่รักคุณมากเกินไป ผมขอโทษที่ผมพยายามทุกอย่างเพื่อไม่ให้เสียคุณไป แต่ผมก็ทำมันไม่สำเร็จ...ลาก่อ...”

“ฉันได้ยินเสียงหัวใจคุณค่ะ” มุกรินเอามือแตะปากเขาไว้แผ่วเบา “และ...ฉันก็ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองด้วย...”

ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง...ลึก...แล้วโผกอดกันแนบแน่นด้วยความรักที่เปี่ยมล้นหัวใจ...

ooooooo

ที่บ่อนเสี่ยอ๋า หลังจากธาดาปล่อยให้ขุมเล่นและโกยเงินไปมากมายแล้ว เขาสั่งให้พอเพราะได้มากกว่าที่ต้องการแล้ว ขุมเสียดายแต่ก็ต้องเลิก บอกธาดาก่อนไปว่าถ้าต้องการใช้งานตนอีกเมื่อไรให้เรียกได้เลย

พอขุมออกไป เสี่ยอ๋าคุยกับธาดาว่าเด็กของเขามือขึ้นจริงๆ แล้วทวงหนี้ ธาดาบอกว่านั่นไม่ใช่เงินของตน ตนพามาเล่นเพื่อเป็นการให้รางวัลนิดๆหน่อยๆ ในเรื่องของผู้ชายด้วยกัน เสี่ยถามว่ามันเป็นใครมาจากไหน ธาดาบ่ายเบี่ยงเลี่ยงไปว่าอย่าไปรู้เลยไม่สำคัญอะไรหรอก แล้วขอเล่นเพื่อตัวเองบ้าง

เสี่ยอ๋าโทร.บอกชุมสายว่าคนที่มากับธาดากลับไปแล้วแต่ธาดายังเล่นต่อแต่เล่นเสียเหมือนเดิมไม่เหมือนหมอนั่น ฝากชุมสายบอกคิมหันต์ด้วย และตนมีข้อสังเกตว่าดูเหมือนจะมีอะไรๆลึกลับระหว่างสองคนนั้น

พักตรามาที่บริษัท ถามปรารภว่ามุกรินหายไปไหน ปรารภให้เจ้าหน้าที่โทร.เช็กแต่โทร.ไม่ติด เธอทั้งบ่นทั้งด่ามุกรินว่าทำงานอย่างนี้เอาเปรียบคนจ่ายเงิน แล้วเธอก็โทร.หาคิมหันต์ปรากฏว่าเขากำลังจะเข้าบริษัท ตนไปทำงานให้พ่อเธอเพิ่งเสร็จถ้าไม่เชื่อให้ถามพ่อเธอดูได้ เธอบอกเขาว่าเย็นๆจะมารับ

กดตัดสายจากคิมหันต์พักตราหันเล่นงานปรารภต่อ สั่งให้ทำรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเขาใช้เหตุผลอะไรในการเลื่อนตำแหน่งมุกริน หน้าที่ใหม่ของมุกรินคืออะไร และวันนี้หายไปไหน

“คำถามสุดท้ายดิฉันตอบได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องทำเป็นรายงาน” มุกรินพูดแทรกขึ้น บอกว่า “ฉันไปตรวจสอบสำนวนในชั้นศาลอุทธรณ์ของคดีพี่ชายดิฉันค่ะ” พักตราถามว่าทำไมไม่ทำใบลาให้เป็นกิจจะลักษณะ “ดิฉันไม่คิดว่าจะใช้เวลานาน”

พักตรายังหาเหตุด่าว่าอีกแล้วจึงหันไปบอกปรารภให้รวบหัวรวบหางมุกรินเสียจะได้ไม่ร่อนไปร่อนมาแล้วผละไป

ฝ่ายปรารภก็ซักถามมุกรินว่าไปไหนมา ตนเห็นรถเธอจอดอยู่ปากซอยนี่เอง เธอบอกว่านั่งรถไปกับทนายแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานอย่างไม่อยากพูดอะไรต่อ

ooooooo

คิมหันต์เปิดประตูห้องทำงานของอรรถ เขาตะลึงอึ้งเมื่อเห็นเด็กสาวคนนั้นนั่งตักอรรถกำลังนัวเนียกันอย่างถึงพริกถึงขิง อรรถสั่งให้ปิดประตูและออกไปรอนอกห้อง

เมื่อเด็กสาวคนนั้นไปแล้ว อรรถโผล่มาเรียกคิมหันต์ให้เข้าไปหา บอกว่าที่เห็นเมื่อกี๊นี้ตนกำลังสัมภาษณ์เด็กอยู่ สั่งว่าเขาต้องไม่รู้ไม่เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่นี้และต้องยืนยันโดยเฉพาะกับพักตราว่าไม่รู้ไม่เห็นเช่นกัน คิมหันต์ย้ำว่า ตนไม่รู้ไม่เห็นทุกอย่างตามที่อรรถบอก

“เป็นอันว่าเราสองคนมีความลับระหว่างกันนะ” อรรถเอ่ย คิมหันต์บอกว่าตนไม่มีความลับ “ก็ที่นายแว่บหายไปตอนบ่ายไงล่ะ นายอาจไปสัมภาษณ์ใครอยู่ก็ได้ใครจะไปรู้ แต่ฉันจะไม่เปิดปากใส่ไฟอะไรนายแม้แต่น้อย”

คิมหันต์ขอบคุณ อรรถเอ่ยอย่างพอใจว่า “ดี...เราชักจะเข้ากันได้ดีขึ้นเรื่อยๆแล้วนะไอ้ลูกชาย”

วันนี้พักตราบอกอรรถให้เลิกงานเร็วหน่อย

ตนจะพาหน้าห้องของพ่อไปดินเนอร์กัน

พักตรามารับคิมหันต์ออกไปไม่นาน เธอก็ส่งรูปตนกับคิมหันต์ดินเนอร์กันอย่างหวานชื่นไปให้ธาดา ธาดาเอาให้มุกรินดู เธอบอกพี่ชายว่าคราวหลังถ้ามีรูปแบบนี้อีกไม่ต้องเอาให้ตนดู ให้ลบทิ้งไปเลย

ฝ่ายคิมหันต์...ระหว่างอยู่กับพักตรา เขาแอบส่งข้อความถึงมุกรินว่า

“อย่าสนใจรูปที่พักตราส่งไปให้ดูนะ ลบมันทิ้งให้หมด มันไม่มีความหมายใดๆทั้งสิ้น...ผมรักมุก...รักมุกคนเดียว...คิมหันต์” แล้วเขาก็โล่งใจเมื่อได้รับคำตอบจากมุกรินว่า “ค่ะ”

ooooooo

เช้านี้ คิมหันต์เข้าสำนักงานก็เจอปริมยืนเตรียมเอกสารอยู่ที่โต๊ะแล้ว เขาทักว่ามาเช้าจัง เธอบอกว่านอนดึกตื่นเช้าเป็นหน้าที่ของตน ทำอย่างนี้มาห้าปีแล้ว

คิมหันต์ถามว่าอยู่กับท่านตลอดเลยหรือ เธอบอกว่าตนมีเจ้านายคนเดียว เขาเลยหยอดไปว่าแต่ท่านมีเลขาได้หลายคน

ปริมตอบอย่างปกป้องเจ้านายว่าตนทำหน้าที่แทนทุกคนไม่ได้หรอก พอเขาถามว่าหึงบ้างไหม เธอบอกว่าตนไม่มีสิทธิ์ แค่เห็นท่านมีความสุขที่มีตนอยู่ด้วยก็ภูมิใจที่สุดแล้ว

“ถ้าท่านมีคนอื่นๆด้วยล่ะครับ”

“ตั้งแต่ปริมมาอยู่ที่นี่ ท่านก็เลิกหมดแล้ว” พอคิมหันต์ถามว่าแน่ใจหรือ เธอเลี่ยงไม่ตอบแต่บอกว่า “พรุ่งนี้คุณคิมหันต์เตรียมตัวไปจังหวัดเลยนะคะ ดิฉันเตรียมตั๋วเครื่องบินไว้ให้แล้ว” เขาถามว่าใครไปบ้าง เธอบอกว่าผู้ช่วยที่คุณคิมให้ชื่อไว้แล้วก็คุณพักตรา ส่วนท่านมีนัดดูงานแถวชุมพร ตนเองอยู่เฝ้าออฟฟิศ

คิมหันต์เดินออกมาหลบมุมโทรศัพท์หามุกรินบอกว่าคิดถึง ตนว่างแล้วเราแว่บมาเจอกันได้ไหมที่เดิมนะ

“ค่ะ”

ooooooo

มุกรินไปหาคิมหันต์ที่เดิม เธอปรารภว่าตนเหมือนเมียน้อยที่ต้องลักลอบพบปะกัน คิมหันต์สัญญาว่าต่อไปจะไม่พาเธอเข้าโรงแรมแบบนี้อีกแล้ว ชวนพรุ่งนี้ไปจังหวัดเลยกันไหม

“รู้มาว่า คิมต้องไปกับพักตราไม่ใช่เหรอคะ...เที่ยวให้สนุกนะคะ มุกกลับล่ะค่ะ”

ขณะมุกรินขับรถออกจากโรงแรมม่านรูดนั้น ถูกปรารภที่มาซุ่มดูอยู่เห็นเข้าเต็มตา เขามองเธออย่างผิดหวัง เสียใจ

ฝ่ายคิมหันต์ออกจากมุกรินแล้วก็นั่งแท็กซี่ไปหาชุมสายเพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจระบบศาลก่อนยื่นอุทธรณ์ โดยมีหลักฐานเพิ่มเติมเรื่องไอ้ขุม

“คุ้นๆว่าดวงดาวเคยพูดถึงชื่อนี้ว่ะ ฉันคงต้องพึ่งแกว่ะไอ้ชุม ตอนนี้ฉันกระดิกตัวไม่ได้จริงๆ” พูดพลางชี้ให้ชุมสายมองไปที่ประตูที่พักตรากำลังกรีดกรายเข้ามาพอดี

“พักตร์กลัวคิมจะรอนานน่ะค่ะก็เลยรีบมา เผื่อเวลารถติดด้วย จะไปรึยังคะคิม”

คิมหันต์บอกว่าไปได้เลย พอเดินไปเขาหันสบตากับชุมสายอย่างรู้กัน

ooooooo

พักตรารับคิมหันต์จากสำนักงานของชุมสายกลับมาถึงมูลนิธิ พนาอรรถ คิมหันต์รีบเข้าไปบอกอรรถที่กำลังอยู่กับปริมในห้องว่าพักตรามาแล้ว

ครู่เดียวอรรถก็ออกมาหาพักตรา ทักหยอกว่า สองวันนี้ลูกเข้าออฟฟิศพ่อมากกว่าพ่อเสียอีกนะ

อรรถถามว่าจะอยู่รอรับคิมหันต์กลับบ้านเลยรึเปล่า เธอบอกว่าเดี๋ยวค่อยมารับใหม่ ตนต้องกลับไปเก็บกระเป๋าเตรียมไปจังหวัดเลยพรุ่งนี้

พอพักตรากลับไป คิมหันต์ถามอรรถว่าพรุ่งนี้เขาจะไปชุมพรกับเด็กสาวคนนั้นใช่ไหม อรรถรับว่าใช่ไปกับเทย่า ย้ำว่าเขาต้องเก็บเป็นความลับนะ

“ครับ ผมจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ แต่ท่านช่วยขอให้พักตราอยู่บ้านไม่ต้องไปกับผมได้ไหมครับ” อรรถถามว่าจะนอกใจลูกสาวตนหรือ “เปล่าครับ ผมทำงานไม่สะดวก เธอจู้จี้กับผมมาก”

“ได้...แต่จะบอกให้นะ นายจะใช้เรื่องนี้ต่อรองแบบนี้กับฉันได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากทริปนี้ เทย่าจะหายไปจากวงจรชีวิตฉัน เพราะฉะนั้นอย่าหวังจะแบล็กเมล์ฉันได้ตลอดไปนะ ไอ้ลูกชาย”

“เข้าใจครับ” คิมหันต์รับคำ แอบกระหยิ่มกับแผนการของตน

ooooooo

ชุมสายไปหาดวงดาวที่ร้านอาหารที่เธอร้องเพลงเพื่อสอบถามเรื่องไอ้ขุม อยากรู้ว่ามันคือใคร เกี่ยวพันกับธาดายังไง?

ดวงดาวไม่ไว้ใจบอกว่าเอาไว้ให้คิมหันต์มาถามเองแล้วจะบอก ชุมสายขอนั่งอีกสักครึ่งชั่วโมง เมื่อคิมหันต์โทร.มาเธอจะได้ฟังรายละเอียดจากเขาเอง

ดวงดาวถามว่ามีเรื่องอื่นอีกหรือ

“เป็นเรื่องที่มันต้องพึ่งพาคุณ” ส่วนเรื่องอะไร ชุมสายบอกว่าเดี๋ยวก็รู้

ตกเย็นอรรถโทรศัพท์คุยกับพักตราขณะเธออยู่กับคิมหันต์ที่ห้อง บอกว่าพรุ่งนี้ให้เธออยู่ต้อนรับแขกต่างประเทศแทนตน พักตราโวยวายว่าทำไมต้องเป็นตนด้วย อรรถอ้างว่าคนอื่นทำไม่ได้ดีเท่าเธอ พักตรา

จำต้องยอม แต่มีข้อแม้ว่าหลังจากนั้นพ่อต้องอนุญาตให้คิมหันต์ลางานหนึ่งเดือน

คิมหันต์ขอโทร.คุยกับชุมสาย พักตราไม่ไว้ใจ

ต่อสายให้เอง พอชุมสายรับโทรศัพท์ เขาคุยกันด้วยเรื่องคดี เรื่องศาล แต่มีนัยเป็นที่รู้กันว่าคุยกันเรื่องอะไร ชุมสายบอกคิมหันต์ฟังให้ดี แล้วเล่าว่า...

“ฉันทำได้แค่เกริ่นนำให้แก เรื่องไอ้ขุมแกต้องมาคุยด้วยตัวเอง น้องเขาไม่ชอบพูดกับทนาย”

“แล้วประเด็นสำคัญอีกเรื่องนึงล่ะ” คิมหันต์ถามอย่างรู้กัน ชุมสายบอกว่าเก็บไว้ให้เขาพูดเอง เลยถูกบ่นว่ามันเป็นหน้าที่ของทนายนะ ชุมสายเลยคุยกับดวงดาวและให้เขาฟังไปด้วยกันเลย

“คืองี้ครับน้อง คิมหันต์มันเตรียมตั๋วเครื่องบินไว้ให้คุณมุกรินพรุ่งนี้” ดวงดาวถามว่าไปไหน เขาถามคิมหันต์ว่าไปไหนหรือ แล้วจึงบอกดวงดาวว่า “ไปจังหวัดเลยครับ คือไอ้คิมมันมีทริปไปถ่ายรูปที่นั่น มันอยากให้คุณมุกรินตามไป เพราะว่าอากาศที่นั่นดี ทิวทัศน์ สวยและก็...”

“เพราะความรัก” ดวงดาวพูดแทรกขึ้น ชุมสายตอบทันทีว่าใช่ คิมหันต์รักมุกริน “แปลว่ามุกต้องลางานเพื่อไปกับคุณคิมหันต์อย่างนั้นใช่ไหมคะ”
คิมหันต์บอกว่าใช่ ตนอยากให้ช่วยถามว่า

“นายคิดว่าเป็นไปได้ไหม” คิมหันต์พูดให้เหมือนคุยกับชุมสาย

“ฉันคงตอบแทนมุกไม่ได้ แต่ฉันรู้ว่าเขารักคุณ แต่มันมากพอที่จะยอมตามใจคุณทุกเรื่องหรือเปล่า ฉันไม่รู้”

ดวงดาวตอบตามแบบของตน คิมหันต์ถามว่าแล้วตนต้องทำอย่างไร “แสดงออกมากกว่านี้ว่าคุณต้องการเธอจริงๆ คุณต้องกล้ากว่านี้ ทำให้มุกเชื่อให้ได้ มั่นใจในตัวคุณให้ได้...ก็เท่านั้น”

“ฟังนะชุมสาย...ฉันยอมทำทุกอย่างเพื่อสิ่งนี้ เพื่อคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตฉัน นายช่วยทำหน้าที่แทนฉันให้เสร็จสมบูรณ์ด้วยนะ ได้โปรด...”

พอวางสายจากคิมหันต์ ดวงดาวบอกชุมสายว่า “ฉันเชื่อว่ามุกไม่ไปหรอก”

ฝ่ายคิมหันต์ พอวางสายแล้วพักตราถามว่าเรียบร้อยไหม เขาทำหน้าขรึมบอกว่ายัง สำนวนยังซับซ้อนอยู่หลายจุด

“พักตร์เอาใจช่วยคิมนะคะ คนเลวๆแบบนั้น มันต้องได้รับผลกรรมเสียที” พักตราถูกต้มจนเปื่อย...

โง่ไม่รู้ตัว!

ooooooo

ธาดาเล่นเสียจนหมดตัว เสี่ยอ๋าเสนอให้ยืม เขาดีใจ แต่เสี่ยมีข้อแลกเปลี่ยนถามว่าถ้าเขาหมดตัวเอาอย่างอื่นมาใช้แทนได้ไหม ได้ข่าวว่าเขามีน้องสาว ธาดาโมโห เสี่ยบอกให้ไปคิดก่อนตนไม่บังคับ เพียงแต่เป็นคนชอบสะสมของสวยเท่านั้น

ooooooo

ดวงดาวไปคุยกับมุกริน บอกเธอว่าพรุ่งนี้บินสิบโมงเช้า คนละไฟลท์กับคิมหันต์ เขาบินไปก่อนตอนเก้าโมงเช้า มุกรินถามว่าตนควรไปหรือ? ดวงดาวบอกว่าอย่าถามตนเพราะมาตรฐานชีวิตและการต่อสู้ของเรามันต่างกัน

“ถ้าเป็นเธอ เธอคงไป” มุกรินถาม ดวงดาวบอกว่าถ้าไม่รักเอาช้างมาลากก็ไม่ไป มุกรินถามว่า “ความรักที่ต้องซ่อนเร้น หลบซ่อนมันจะมีความสุขหรือ”

“ความสุข ไม่ได้อยู่ใต้เงื่อนไขใดๆ นอกจากใจของตัวเอง จะหลบหน้าหรือเชิดหน้า จะปิดบังหรือเปิดเผย แล้วแต่เธอจะเลือก คิดเอานะ หมดหน้าที่ฉันแล้ว”

พอดวงดาวเดินออกไป มุกรินคิดหนัก ครู่เดียวก็หยิบมือถือขึ้นโทร.ออก...

“ฮัลโหล...พี่รภเหรอคะ...มุกพอจะขอลากิจอีกสามวันได้ไหมคะ”

ooooooo

คิมหันต์ไปถึงสนามบิน เขาโทร.ถามชุมสายว่าตกลง “เขา” จะไปหรือเปล่า?

“ไม่รู้ว่ะ ตอบไม่ได้จริงๆ” คิมหันต์ถามว่าไหนว่าจัดการเรียบร้อยแล้วไง “ก็จัดการฝากตั๋วเครื่องบินไปกับน้องดวงดาวแล้ว ส่วนคุณมุกจะไปหรือเปล่า ฉันไม่รู้เว้ย”

“เออ...เท่านี้นะ” คิมหันต์ตัดสาย ก็พอดีอรรถเดินมาโอบไหล่เขา พูดอย่างรู้ทันว่า

“ในฐานะที่ฉันเป็นผู้ชายเต็มตัว ผ่านร้อนผ่านหนาวมาค่อนชีวิต ฉันย่อมรู้ได้โดยไม่ยากว่านายต้องมีบางอย่างปิดบังลูกสาวฉันในระหว่างทริปนี้ ไม่ต่างจากฉัน ฉันจึงขอย้ำตรงนี้ว่า ฉันยอมนายครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น และอะไรก็ตามที่นายแอบทำ จะต้องไม่ทำให้ลูกสาวฉันช้ำใจ ไม่งั้น...นายจะซวยแบบที่ไม่เคยซวยมาก่อน เข้าใจนะไอ้ลูกชาย”

“ครับ”

พักตราเช็กอินให้ทั้งสอง แล้วเอาบอร์ดดิ้งพาสมาให้ หยอกเอินกันเล็กน้อยแล้วแยกย้ายกันไปขึ้นเครื่อง

ที่ทางเดินผู้โดยสารขาออก มือถือคิมหันต์มีข้อความเข้าว่า “มุกรินน่าจะถึงสนามบินแล้ว รอรับเธอด้วยนะรูปหล่อ”

คิมหันต์เหลียวมองไปรอบๆ พักตราเอะใจว่าเขามองหาใคร? พอคิมหันต์เดินเข้าไปข้างใน พักตราหันมองตามสายตาคิมหันต์เมื่อครู่ ก็เห็นมุกรินเดินมาในบริเวณโถงสนามบิน!

พักตราตรงรี่ไปเผชิญหน้าทันที ถามว่ามาที่นี่ทำไม มุกรินถามว่าทำไมตนจะมาไม่ได้ มีกฎข้อไหนของบริษัทห้ามหรือ พักตราบอกว่าไม่ได้ห้าม ย้ำถามว่า “ทำไมแกต้องมาตอนนี้...แกมาหาใคร บอกมาเดี๋ยวนี้!”

พักตราเสียงดังจนคนเริ่มหันมอง ปริมพยายามมารั้งพักตราไว้เรียกเตือนสติ พักตราตวาดไม่ต้องยุ่ง ตนต้องการรู้ว่ามุกรินมาที่นี่ทำไม ทั้งสองปะทะคารมกันอย่างไม่มีใครยอมใคร มุกรินยียวนว่าใครๆก็รู้ว่าคนมาทำอะไรที่สนามบิน ตนก็ไม่ต่างจากคนอื่น

“โกหก...แกมาหาคิมใช่ไหม ฉันเห็นนะว่าแกมองหาคิมอยู่ แกส่งข้อความหาเขาด้วยใช่ไหม คิมก้มดูโทรศัพท์แล้วก็มองหาแก พวกแกนัดกันที่นี่ใช่ไหม”

พักตราสรุปว่า มุกรินคิดจะไปเลยกับคิมหันต์ใช่ไหม ถูกมุกรินย้อนถามว่าถ้าไปแล้วมีปัญหาอะไรไหม

ยิ่งโต้เถียงกันอารมณ์ก็ยิ่งขึ้นจนกระทั่งตบตีกันในสนามบิน ปริมไม่มีแรงที่จะแยกทั้งสองออกจากกัน จน รปภ.ต้องมาจัดการ ท่ามกลางสายตาของคนในสนามบินที่มุงดูกันเป็นวงกว้าง...

ooooooo

คิมหันต์ไปถึงสนามบินจังหวัดเลยนานแล้ว เขาโทร.ถามดวงดาวว่าตกลงมุกรินมาหรือเปล่า ดวงดาวถามว่าเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยหรือ บอกให้ลองเข้าไปเช็กข่าวในโซเชียลเน็ตเวิร์กดู เขาแชร์กันกระฉูดไปหมด

คิมหันต์เปิดดูในเฟซบุ๊ก เขาถึงกับอึ้งตกใจเมื่อเห็นคลิปการตบตีกันของพักตรากับมุกริน มีข้อความเผ็ดร้อนว่า “ตบแย่งผัว...” และอื่นๆที่เผ็ดร้อนไม่แพ้กัน

พอพักตรากลับถึงบ้าน อรรถอยู่ในโรงแรมที่ภาคใต้ก็โทร.มาคุยด้วย เธอโวยวายทันทีว่า

“พ่อคะ...พักตร์ไม่ยอม พักตร์ไม่ยอมจริงๆด้วย เพราะพ่อคนเดียว ไม่งั้นพักตร์ก็ขึ้นเครื่องไปกับคิมแล้ว...แต่เพราะพ่อบังคับให้พักตร์อยู่เฝ้าบ้าน มันเลยแอบนัดพบคิม”

“พักตร์...พักตร์เงียบ หยุดตะโกนแล้วฟังพ่อก่อน พ่อบอกให้หยุด!” พอพักตราสงบลง อรรถถามว่า “ลูกรู้ได้ยังไงว่าเขานัดกัน?”

พักตราอ้างว่าพวกเขามาสนามบินพร้อมกัน แต่ไม่เจอกันเพราะคิมหันต์ขึ้นเครื่องไปก่อนแล้ว

“นั่นไง...ไม่ได้เจอกัน ลูกคิดไปเองทั้งหมด แล้วก็ไปด่าเขา ไปตบเขากลางสนามบินอย่างนั้น นึกถึงหน้าพ่อบ้างสิลูก”

พักตราย้อนถามว่าแล้วมีใครคิดถึงหน้าตนบ้างไหม “พ่อคิดจนไม่รู้จะคิดยังไงแล้ว แต่พักตร์เป็นคนทำตัวเองทั้งหมด ข่าวกระจายไปทั่วว่าลูกนายพลตบสาวกลางสนามบิน พ่อเป็นคนทำเหรอ? พ่อปล่อยข่าวเหรอ? เปล่าเลย...ต้นเหตุมาจากตัวลูกเองทั้งนั้น เพราะลูกไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ”

ขณะที่อรรถโทร.คุยกับพักตรานั้น เด็กสาวที่ชื่อเทย่าในชุดสวยเดินมานั่งข้างๆเขา

“พ่อบอกให้คิมกลับมาหาพักตร์เดี๋ยวนี้เลยได้ไหม”

“จะกลับได้ยังไง เขาเพิ่งไปถึง งานเขายังไม่ได้เริ่มเลยมั้ง ลูกก็โทร.ไปหาเขาสิ” เธอบอกว่าโทร.ไม่ติด

“ก็โทร.ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะติด แล้วก็คุยกันดีๆ พ่อเชื่อว่า เขาไม่ได้มีนัดอะไรกันอย่างที่ลูกคิดหรอก แล้วถ้าคิดจะทำอะไรแบบนี้อีก ช่วยโทร.ปรึกษาพ่อก่อนด้วยนะ”

ระหว่างนั้นเด็กสาวที่มานั่งสีอยู่ข้างๆ ส่งเครื่องดื่มในแก้วสวยให้ อรรถยิ้มหวานให้รับไปดื่มอย่างชื่นอกชื่นใจ

พอพักตราวางสายจากอรรถ อึดเดียวก็มีข้อความเข้ามือถือ เธอรีบเปิดอ่าน

“อยู่ที่เลยแล้ว รีบทำงานก่อนนะครับ ว่างแล้วจะโทร.หา...คิมหันต์”

อ่านข้อความที่คิมหันต์ส่งมาแล้ว พักตรายิ้มออกอย่างอารมณ์ดี...

ooooooo

มุกรินกลับถึงออฟฟิศในสภาพมอมแมมมีรอยฟกช้ำตามเนื้อตัว พนักงานในออฟฟิศพากันมองและซุบซิบนินทา

สีดาเดินมาถามว่า ไหนว่าจะลากิจสามวันไง มุกรินไม่ตอบเดินผ่านไปที่โต๊ะ สีดาเดินตามไปถามว่า

“ใครตบใครก่อนน่ะ” มุกรินบอกให้ดูในคลิปเองสิ “ดูแล้ว มันไม่มีตอนแรก เห็นแต่ตอนที่ซีอีโอล้มตึงแล้วเธอจิกหัวเขากระแทกพื้นน่ะ”

มุกรินบอกว่าตนคงโดนไล่ออกในไม่กี่วันนี่แหละ สีดาแนะให้เธอไปหาปรารภก่อนเผื่อเขาจะช่วยได้

“ช่วยฉันเก็บของน่ะเหรอ หรือว่าช่วยหางานใหม่” มุกรินถามประชด

แต่มีเสียงตอบมาชัดๆจากปรารภพร้อมกับเจ้าตัวก้าวเข้ามาหน้าเข้มๆว่า

“ช่วยไม่ให้เราถูกกลั่นแกล้ง แต่มุกต้องเล่าความจริงทั้งหมดให้พี่ฟังก่อน”

เมื่อเข้าไปนั่งคุยกันในห้องทำงานของปรารภ มุกรินถามว่าเขาอยากรู้เรื่องอะไร ปรารภบอกว่า

“ทุกอย่างที่ควรรู้” เห็นเธอถอนใจเบาๆ ปรารภพูดเรียบๆว่า “นี่พี่รภนะมุก พี่มีแต่ความหวังดีให้มุกเสมอมา...และมุกก็เคยสัญญาว่า มีปัญหาอะไรจะปรึกษาพี่ทุกเรื่อง”

“มุกยังไม่มีปัญหาค่ะ คนที่มีปัญหาคือพักตรา ไม่ใช่มุก”

ปรารภถอนใจอีกครั้งก่อนตัดสินใจถามตรงๆว่า “มุกไปหาคิมที่แอร์พอร์ตใช่รึเปล่า” พอมุกรินบอกว่าตนมีธุระที่นั่น ก็ถูกถามดักคอว่าธุระแบบเดียวกับที่โรงแรมม่านรูดรึเปล่า เห็นเธอตกใจและนิ่งไม่ตอบ ปรารภเสียงอ่อนลงว่า “ไม่มีใครรู้เรื่องนี้หรอก นอกจากพี่ พี่ผิดหวังนะมุก พี่คิดว่าจะได้ยินจากปากมุกเอง”

“พี่ควรจะเลิกคาดหวังในตัวมุกได้แล้วค่ะ”

“มุกทำลายอนาคตตัวเองทำไม ทุกคนต้องมีช่วงเวลาที่รุ่งเรือง ตกต่ำ ช่วงที่สุข ช่วงที่ระทมทุกข์ นั่นคือชะตากรรม ชะตากรรมคือสิ่งที่เราไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้ แต่สิ่งที่มุกกำลังทำอยู่นี้ มันคือการซ้ำเติมตัวเอง...มันเป็นกรรมใหม่ที่จะส่งผลไปในอนาคต”

“มันเป็นทางที่มุกเลือกค่ะ ไม่ว่าพี่รภจะมีบุญคุณกับมุกยังไง พี่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะสั่งว่ามุกต้องทำอะไร”

เป็นคำตอบที่ทำให้ปรารภอึ้ง พูดไม่ออกอีกเลย

ทันใดนั้น ธาดาพรวดเข้ามาถามว่าพักตราอยู่ไหนตนจะตบมัน! มุกรินบอกว่าเขาไม่อยู่ ธาดาถามว่าเธอไปสนามบินทำไม มุกรินหน้าตึงย้อนถามทั้งธาดาและปรารภว่า ทำไมทุกคนถึงอยากรู้ว่าตนไปสนามบินทำไม ถามอย่างมีอารมณ์ว่า

“พวกคุณต้องการรู้แค่นี้ใช่ไหม มุกติดต่อใคร มุกคบกับใคร มุกเป็นชู้กับใคร แค่นี้ใช่ไหม พวกคุณเคยสำรวจตัวเองบ้างไหมว่า ชีวิตนี้เคยทำอะไรผิดมาบ้าง แล้วรู้ไหมว่าทำทำไม ทำเพราะอะไร แต่สำหรับมุก มุกทำทุกอย่างด้วยความรู้สึกด้วยหัวใจ ถ้ามันจะมีอะไรผิดพลาดบ้าง มันก็เป็นชีวิตของมุก ไม่เกี่ยวกับใคร เพราะฉะนั้นเลิกยุ่งกับมุกทีเถอะ”

มุกรินหุนหันเดินออกไป ธาดาร้องเรียก แล้วจู่ๆ เขาก็ปวดหัวและหงายหลังล้มตึง มุกรินตกใจวิ่งมาประคองร้องเรียก

“พี่ใหญ่...”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดเบื้องหลัง ความทุ่มเท กว่าจะเป็นหัวเรือ "สางนางพราย"

เปิดเบื้องหลัง ความทุ่มเท กว่าจะเป็นหัวเรือ "สางนางพราย"
7 ธ.ค. 2562 0
8:05 น.