ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รอยรักแรงแค้น

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครครบรส "รอยรักแรงแค้น"


ที่ริมหาดนี่เอง คิมหันต์ชวนมุกรินไปเที่ยวเกาะกัน เธอถามว่าพักตราเพิ่งหนีกลับกรุงเทพฯ ยังไม่รู้เรื่องจะบานปลายไปถึงไหน เขายังจะมีใจชวนตนไปเที่ยวเกาะอีกหรือ

ดวงดาวที่ยืนอยู่ห่างออกไป เห็นบรรยากาศของทั้งสองที่เริ่มดีขึ้น เธอจึงขอตัวกลับ มุกรินเรียกไว้ เธอหันบอกว่า

“เหอะน่า ทำตามหัวใจตัวเองเถอะ อย่างอื่นว่ากันทีหลัง เชื่อฉัน” แล้วดวงดาวก็ผละไปอย่างจงใจให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันตามลำพัง

คิมหันต์ชวนมุกรินไปกันเถอะ เธอไม่กล้า เลยถูกเขาอุ้มไปลงเรือสปีดโบ๊ตที่จอดรออยู่ที่ชายหาด

พอดวงดาวแยกไปครู่เดียว เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากธาดา ถามว่าอยู่ไหน พอบอกว่าออกมาเดินสายร้องเพลง ก็ถูกตัดพ้อต่อว่าบอกให้กลับเร็วๆ

ธาดาถามว่าเจอมุกรินบ้างไหม ดวงดาวปดว่าไม่เจอ

“รู้ไหมว่ามุกอยู่กับไอ้คิม...มันส่งรูปมุกรินนอนเปลือยมาให้อาดู” ธาดาด่าคิมหันต์แล้วกำชับดวงดาวว่าถ้าเจอมุกรินให้บอกด้วยว่าอย่าไปยุ่งกับคนชั่วๆอย่างนั้น
ฟังธาดาเล่าแล้ว ดวงดาววิตกกับพฤติกรรมของคิมหันต์ไม่น้อย

ooooooo

คิมหันต์พามุกรินนั่งสปีดโบ๊ตมุ่งสู่ทะเลกว้าง เขาถามเธอว่า จำได้ไหมว่าเราเคยฝันด้วยกันว่าจะนั่งเรือฮันนีมูนกัน เราเคยฝันกันว่า

“ปล่อยให้เรือลอยไปเรื่อยๆ ไปถึงไหนก็ช่าง” มุกรินพูดถึงความฝันเวลานั้น

“ใช่...และนี่ก็คือทริปฮันนีมูนของเราสองคน...” ทั้งสองนั่งเรือไปด้วยกัน เพื่อให้ได้อยู่กันตามลำพังโดยไม่ถูกรบกวน คิมหันต์เอามือถือทั้งของตัวเองและมุกรินมาปิดเครื่อง โยนลงข้างๆ หันกอดมุกรินไว้อย่างรักใคร่...

ดวงดาวกลับถึงโรงแรม ทีมงานมาถามว่ามุกรินกลับหรือยัง เธอคลึงแก้วเครื่องดื่มในมือ บอกว่า ไม่ทราบค่ะ ไม่เห็น ทีมงานถามอีกว่ามุกรินออกไปกับคิมหันต์หรือเปล่า? เธอโทร.ติดต่อมุกรินได้ไหม

ดวงดาวปดว่าไม่ทราบ ยังไม่ได้ลอง ตอบตัดทุกปัญหาที่เกี่ยวกับมุกรินและคิมหันต์เพื่อไม่ให้ใครตามไปรบกวน

ooooooo

คิมหันต์พามุกรินไปถึงเกาะสวยที่ห่างไกลผู้คน และบนเกาะก็ไม่มีคนอยู่อาศัย มุกรินถามว่าพาตนมาที่นี่ทำไม

“ผมต้องการอยู่กับมุกตามลำพัง เพราะกำลังจะจีบมุกอีกครั้ง”

“หลังจากประกาศถอนหมั้นมุกและเพิ่งจะหมั้นกับสาวคนใหม่มาหมาดๆหรือ?”

“ถ้ามุกยังไม่ก้าวพ้นเรื่องนี้ ผมคงต้องใช้เวลานานกว่าจะจีบติด...เราอาจจะต้องค้างคืนที่นี่สักสองสามคืน” พูดแล้วคว้าถุงทะเลกันน้ำของตัวเองกระโดดลงน้ำ หันมาอุ้มมุกรินลงจากเรือ พาเดินลุยน้ำขึ้นไปบนเกาะ...

ระหว่างเดินขึ้นเกาะ เขาเล่าว่า เมื่อวานตอนเย็น ตนยืนดูบนหาดหน้าโรงแรม มองมาที่ขอบฟ้าฝั่งนู้นก่อนพระอาทิตย์ตก มันสวยมาก อย่างกับภาพวาดเลย มุกรินบอกว่าตนก็ดูอยู่เหมือนกัน

“มันเหมาะจะเป็นเกาะสำหรับการฮันนีมูนจริงๆ” มุกรินเหน็บว่าให้เขาไปบอกพักตราสิ คิมหันต์หันจ้องหน้าเธอพูดช้าๆ ชัดๆ “ผมกำลังยืนอยู่ต่อหน้าคุณ บนเกาะที่ไม่มีใครอื่น ทุกคำพูดของผมที่นี่ ผมตั้งใจพูดกับคุณ ด้วยความรู้สึกที่มีต่อคุณคนเดียว”

“แต่ก็เป็นการพูดลอยๆที่ไม่มีพยานยืนยัน”

“พยานของผมคือผืนฟ้าและท้องทะเล รวมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์และผีปู่ผีย่าที่ปกปักรักษาเกาะนี้”

มุกรินถามตื่นๆว่าที่นี่มีผีด้วยหรือ คิมหันต์พยักหน้า เล่าช้าๆว่า

“มันเป็นตำนานที่เล่าขานกันมาหลายชั่วอายุคน ...เล่ากันว่า สาเหตุที่ไม่มีใครกล้าเหยียบขึ้นมาบนเกาะนี้ เพราะทุกคนกลัวคำสาป คำสาปที่คนเฒ่าคนแก่ฝั่งโน้นเขาเชื่อกันทุกคน”

คิมหันต์หยุดมองไปรอบๆราวกับลำดับเรื่องราวจากคำบอกเล่าที่ฟังมา...

“พวกเขาเชื่อว่า ร้อยกว่าปีที่แล้ว มีคู่รักคู่หนึ่ง ล่องเรือหนีมาด้วยกัน จนมาพบเกาะนี้ พวกเขาตัดสินใจปักหลักใช้ชีวิตตามลำพังด้วยกันที่นี่ แต่แล้ว...วันหนึ่ง...พ่อแม่ญาติพี่น้องและคนรักเก่าของพวกเขาก็ตามมาจนถึงหน้าหาด ทั้งสองจึงตัดสินใจมัดตัวเองเข้าด้วยกันและถ่วงด้วยหิน ก่อนกระโดดลงไปจบชีวิตที่ใต้ท้องทะเล เพื่อพิสูจน์รักแท้...”

คิมหันต์หยุดเล่า หันมองหน้ามุกรินอย่างอ่านความรู้สึกก่อนเล่าต่อว่า

“ทุกคนในที่นั้น ทั้งโกรธทั้งเสียใจ จึงทำพิธีสาปแช่งต่อเทพยดาฟ้าดินว่า หากมีหนุ่มสาวคู่ใดพากันมาเหยียบบนเกาะนี้โดยไม่มีรักแท้ให้กัน ขอให้มันผู้นั้นจงพบกับความวิบัติ อัปมงคลจนถึงกับชีวิต บนเกาะนี้ทุกราย”

“แน่ใจนะว่าคิมไม่ได้แต่งเรื่องนี้ขึ้นมาเอง” คิมหันต์บอกให้เธอถามชาวบ้านแถวนี้ได้ถ้ามีโอกาสกลับขึ้นฝั่ง มุกรินมองหน้าถามอย่างระแวง “หมายความว่าไง ถ้ามีโอกาสกลับขึ้นฝั่ง?”

“ก็อาจจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับเรา ถ้าคุณไม่มีรักแท้ ให้ผม...ผมพูดจริงๆ” มุกรินบอกให้เขาถามใจตัวเองดีกว่าว่ามีรักแท้ให้ตนแน่หรือ “ผมถึงได้พามุกมาเพื่อพิสูจน์ให้เห็นไง”

“จะชวนมุกโดดน้ำตายที่นี่เหรอ?”

“ผมจะชวนมุกแต่งงานที่นี่ต่างหาก”

สิ้นเสียงคิมหันต์ เสียงฟ้าคำรามก้องราวกับรับรู้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นบนเกาะนี้...

ooooooo

แต่ที่บริษัท Fast Tract ปรารภได้รับโทรศัพท์จากทีมอาร์ตแจ้งว่า

“พวกเราไม่มีอะไรทำนะพี่...พี่มุกก็ไม่อยู่ คุณคิมหันต์ก็หายไป...ก็เลยไม่รู้ว่าจะเอายังไงดี จะกลับเลยหรือต้องอยู่รอพี่มุกก่อน หรือยังไงดีครับ สตางค์ก็ไม่ค่อยจะมี พี่ช่วยแก้ปัญหาหน่อยสิครับ”

ปรารภถามว่าแล้วพักตราซีอีโอของเราล่ะ? ทีมงานบอกว่าหายไปเป็นคนแรกเลย จะเอาอย่างไรดี

“เดี๋ยวพี่เช็กให้นะ แล้วจะโทร.กลับไปบอกอีกที” ปรารภวางสายสบถอย่างหัวเสีย “เวรเอ๊ย!” แล้วกดอินเตอร์คอมตะโกนเรียกเลขา “มะปราง โทร.หาคุณพักตราให้ผมหน่อย”

เลขาถามว่าให้โทร.ไปที่ไหน เขาบอกไม่รู้ แต่โทร.ให้เจอ ให้พูดกับเธอให้ได้ เดี๋ยวนี้”

มะปรางโทร.จนเจอ แต่พอคนใช้บอกพักตราว่าเป็นสายจากบริษัท ปรารภจะเรียนสายด้วยเท่านั้น พักตราบอกว่าตนไม่คุยด้วย แล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาคิมหันต์ แล้วก็ยิ่งหัวเสียเมื่อปลายสายบอกว่าไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

ooooooo

ที่เกาะ...คิมหันต์เดินจูงมือคุยกับมุกรินอย่างสบายๆที่ชายหาด มุกรินถามว่าเรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องหรือเปล่า?

คิมหันต์บอกว่าแล้วแต่เราจะมองจากมุมไหน ตนมองจากมุมของเราสองคน มุกรินถามว่าเขาไม่สงสารพักตราหรือ?

“ถ้าเขารู้ว่าคิมอยู่กับมุกอย่างนี้...ถ้าเขารู้ว่าเรามีอะไรกันจริง เขาจะไม่ยิ่งแย่ไปกว่าที่เป็นอยู่นี้อีกเหรอ”

“เพราะผมสงสารเขาไง ผมถึงต้องใช้เวลา”

มุกรินพูดอย่างผิดหวังว่าในที่สุดเขาก็คือผู้ชายที่เอาเปรียบผู้หญิง เขามีแต่ได้ แต่ตนกับพักตรามีแต่เสีย ถามว่าจะไม่ง่ายกว่าหรือถ้าเขาจะถอนหมั้นจากพักตรา?

“คุณคิดว่าง่ายเหรอ?” คิมหันต์ชี้แจงด้วยเหตุผลที่หนักใจว่า พักตรามีพ่อเป็นนายพล เป็นเหตุผลที่ตนต้องกลัว มุกรินถามว่าเขากับพักตรามีอะไรกันแล้วใช่ไหม เขาบอกว่าตนเมา แต่อย่างน้อยตนก็เป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบ มุกรินถามว่าเขาทำเพื่อแก้แค้นตนหรือเปล่า “ใช่! นั่นคืออารมณ์ของผม ก่อนที่ผมจะเมา...”

คิมหันต์กุมมือมุกรินมองหน้าเธอเต็มตา บอกว่าตอนนี้ตนขาดเธอไม่ได้ ขอร้องให้เลิกพูดถึงคนอื่น เราพูดถึงอนาคตของเราดีกว่า

“ถ้าคิมยังรักพักตราอยู่ มันจะมีอนาคตระหว่างเราด้วยเหรอคะ...” คิมหันต์เอาแต่มองหน้าเธอเพราะตอบคำถามนี้ไม่ได้ “การไม่พูดถึงคนอื่นเลย แล้วคิดว่าโลกนี้มีเราเพียงสองคน มันหลอกตัวเองเกินไปค่ะ มันไม่เป็นจริงนะคะคิม นอกจากเราจะอยู่บนเกาะร้างอย่างนี้ไปจนตาย”

คิมหันต์บอกว่าตนอยากให้เป็นอย่างนั้น มุกรินติงว่ามันเป็นไปไม่ได้ เราอยู่บนเกาะนี้ตลอดไปไม่ได้หรอก

“แต่เรามีบ้านของเราได้นะ...กลับไปกรุงเทพฯคราวนี้ ผมจะหาบ้านสักหลังที่ไม่มีใครหาเจอ เราจะอยู่ด้วยกันที่นั่น มีชีวิตของเราที่นั่น โดยไม่มีเรื่องราวของคนอื่นเข้ามากวนใจเราเลย” แต่พอมุกรินถามว่านานแค่ไหน เขาตอบเหมือนไม่มีคำตอบว่า “จนกว่าผมจะเคลียร์เรื่องราวทุกอย่างได้” แต่สัญญาว่ามันไม่นานเกินรอหรอก อ้อนให้เธอสัญญาได้ไหมว่าจะไม่มีใครอื่น?

พอมุกรินพยักหน้า เขาขอร้องเธอว่า “รอผมก่อนนะ มุกริน” เธอตอบรับเบาๆ เขาดึงร่างเธอเข้าไปกอดแน่น ฝนตกลงมาอย่างแรง คิมหันต์จูงมือเธอเดินไปท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำลงมาทั้งเกาะ...

ooooooo

คิมหันจูงมือมุกรินวิ่งไปหลบฝนใต้หน้าผา ทั้งคู่เปียกฝนจนฉ่ำไปทั้งตัว บรรยากาศที่เป็นใจนี้ ทั้งสองต่างปล่อยตัวปล่อยใจไปตามอารมณ์ปรารถนาของกัน และกัน...
คนที่แทบจะคลั่งคือพักตรา เธอระดมโทร.หาคิมหันต์ เมื่อติดต่อไม่ได้ก็ฝากข้อความทั้งด่าทั้งขู่ว่าถ้าไม่กลับมาหาตนภายในห้านาทีเกิดเรื่องแน่ ด่า “ไอ้ผู้ชายเฮงซวย” แล้วกดตัดสาย

แต่เพียงครู่เดียวเธอก็โทร.ไปใหม่ คราวนี้ฝากข้อความเสียงอ่อนโยน ขอโทษ บอกอย่าฟังข้อความนั้นและให้ลบทิ้งเสีย พูดใหม่ว่า “ทุกอย่างที่เกิดขึ้น พักตร์ให้อภัยได้ คิมไม่ใช่ผู้ชายเฮงซวยหรอก พักตร์ไม่โกรธคิมค่ะ...กลับมาหาพักตร์เถอะนะคะ” พูดจบก็นั่งร้องไห้ เธอสับสน อารมณ์แปรปรวนอย่างคนควบคุมตัวเองไม่ได้...
ฝ่ายคิมหันต์กับมุกรินมีความสุขหวานชื่นกันอยู่ใต้ชะง่อนผา มุกรินถามเขาว่า...

“คิมรู้อะไรไหม กว่าห้าปีที่เรารู้จักกันมา มุกเพิ่งจะรู้เมื่อไม่กี่เดือนมานี่เองว่าคิมน่ากลัวแค่ไหนเวลาโกรธ”

คิมหันต์ยอมรับว่าตนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ถามว่าตอนนี้เธอยังกลัวตนอยู่ไหม

“บางทีคิมทำเหมือนอยากจะฆ่ามุกให้ตาย”

“ผมยอมรับว่าเคยคิดอย่างนั้น ผมเคยฝันว่าผมบีบคอมุกตายคามือเลยนะ แต่ผมทำไม่ได้หรอก ผมทำแบบนั้นกับคนที่ผมรักไม่ได้หรอก” แล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่า “ตกลงเราจะหาบ้านอยู่ด้วยกันนะมุก...รับปากกับผมสิ”

มุกรินตอบอย่างไม่มีทางเลือก เธอขอโทษเขาเรื่องธาดา พอเอ่ยถึงธาดา คิมหันต์แววตากร้าวขึ้นทันที

“นั่นแหละกรรม...เป็นกรรมที่พวกเราทุกคนต้องชดใช้...เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับนายธาดา มุกอย่าขวางผมอีกนะ”

มุกรินถามว่าเราจะกลับกันเมื่อไร เขาขอร้องเธอทำอะไรดีๆสักอย่างกับตนได้ไหม มุกรินมองหน้าเขางงๆ

สิ่งที่คิมหันต์ขอคือให้แต่งงานกับตน แล้วเขาก็จัดทำพิธีง่ายๆจากธรรมชาติที่มี แต่เปี่ยมด้วยความหมายของทั้งสอง คิมหันต์ขอให้เธอพูดตาม แล้วเขาจึงพูดเองด้วยประโยคเดียวกันว่า...

“ข้าพเจ้า...นายคิมหันต์ สุริยะศักดิ์ ขอประกาศว่า จะรับนางสาวมุกริน คุรุรัตน์ เป็นภรรยาสุดที่รัก จะรักเธอ และจะใช้ชีวิตกับเธออย่างมีความสุข ตราบจนสิ้นลมหายใจ”

แหวนแต่งงานที่คิมหันต์มอบให้มุกรินคือเอ็นเบ็ดตกปลา เขาร้อยรอบนิ้วนางเธออย่างนุ่มนวล อ่อนโยน บอกเธอว่า

“นี่คืองานแต่งงานที่มีความหมายสำหรับผมมาก”

“อย่างน้อยมุกก็ได้แต่งงานกับคิมก่อนพักตรา”

“มุกคือเจ้าสาวคนแรกและคนเดียวของผม”

มุกรินเอ่ยขอบคุณอย่างตื้นตันใจ แล้วก็เหมือนฟ้าเป็นใจ โปรยสายฝนลงมาเหมือนอวยพรแก่คู่บ่าวสาวที่มีความสุขอย่างที่สุดในชีวิตของกันและกัน...

ooooooo

ปรารภร้อนใจเรื่องที่ทั้งมุกรินและคิมหันต์หายตัวไป เขานั่งรถตู้ของบริษัทบ่ายหน้าไปประจวบทันที ระหว่างทางโทร.คุยกับชุมสายอย่างตึงเครียด ถามว่าเขาติดต่อคิมหันต์ได้หรือเปล่า

“เขาไปถ่ายรูปให้บริษัทของคุณที่ประจวบนี่ ทำไมครับ มีเรื่องอะไรรึเปล่า”

“เขาหายตัวไป ไม่มีใครติดต่อได้ ผมก็เลยลองโทร.มาถามคุณ”

“เป็นปกติของไอ้หมอนี่ครับ เวลาทำงานมันจะไม่สนใจใครทั้งนั้น ผมว่าเขาคงกำลังเพลินกับงานของเขาอยู่ เดี๋ยวก็กลับมาเอง ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอกครับ”

“ห่วงสิครับ เพราะเขาหายไปพร้อมกับคุณมุกริน!” ชุมสายถามว่าเขากำลังกลัวว่าคิมหันต์ลักพาตัวมุกรินหรือ? “ไม่รู้ ผมรู้แต่ว่าผมเป็นห่วงคนของผม และในฐานะที่คุณเป็นเพื่อนคิมหันต์ คุณก็ควรห่วงคนของคุณด้วยเหมือนกัน”

ชุมสายดักคอว่ามุกรินเป็นคนของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ ปรารภเสียงแข็งว่าใครเป็นลูกน้องตน ตนก็ถือว่าเป็นคนของตนทุกคน พูดแล้วตัดสายเลย ถามน้ายมคนขับรถว่าถึงไหนแล้ว พอน้ายมบอกว่าเพิ่งเลยมหาชัยมาหน่อยเดียว ปรารภก็ถอนหายใจพรวดอย่างหงุดหงิด

เวลาเดียวกัน ธาดาก็ไปหาพักตราที่บ้าน เธอบอกคนใช้ให้ไปบอกว่าตนไม่ให้พบ

พอคนใช้ไปบอก ธาดาตวาดว่าทำไมให้พบไม่ได้ ทำไมให้เข้าไปคุยไม่ได้ สั่งคนใช้ว่า

“ไปบอกเขาใหม่นะ บอกเขาว่าเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับคู่หมั้นของเขา ดูซิว่าเขาจะยอมให้พบไหม!”

“มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับคิมหันต์เหรอ” พักตราก้าวออกทันที พอธาดาบอกว่าใช่ เธอสั่งอย่างวางมาด “ว่ามา...พูดตรงนี้เลยไม่ต้องเข้าไปในบ้านฉัน”

“ผมอยากรู้ว่าตอนนี้นายคิมหันต์อยู่ไหนและคุณติดต่อเขาได้ไหม” พักตราย้อนถามว่าทำไมต้องบอก เพราะเขาอาจคิดไม่ดีกับคิมหันต์ก็ได้ “ผมคิดไม่ดีแน่ๆ เพราะคู่หมั้นคุณหายไปกับน้องสาวผม คุณคิดว่าผมควรจะไปตามตัวเขาที่ไหน?”

พักตราฟังแล้วชะงักอึ้งไปทันที

ooooooo

คิมหันต์กับมุกรินยังซุกตัวกันอยู่ที่ใต้ชะง่อนหิน ฝนยังกระหน่ำอย่างหนัก คลื่นลมถาโถมซัดฝั่งอย่างรุนแรง

มุกรินถามว่าจะเอาอย่างไรดี คิมหันต์บอกว่า

ถ้าให้ตนเลือก ตนเลือกนอนที่นี่ เธอติงว่าพวกที่ฝั่งจะยิ่งโกลาหลมากขึ้น เขาถามว่าจะลองเสี่ยงไหม มุกรินถามว่าเสี่ยงยังไง?

“คุณไว้ใจผมไหมล่ะ...ผมจะพาคุณกลับไปโรงแรมให้ได้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

เมื่อมุกรินพยักหน้า เขาจูงมือเธอวิ่งฝ่าสายฝนตรงไปยังเรือที่จอดอยู่ริมหาดทันที

ทั้งสองนั่งเรือสปีดโบ๊ตแล่นฝ่ามรสุม ท่ามกลางคลื่นใหญ่ลมแรงและสายฝนที่กระหน่ำ เรือถูกซัดโคลงเคลงไปมาน่ากลัว คิมหันต์จับมุกรินไว้ เธอถามว่าเราจะไปถึงฝั่งแน่นะ...

ไม่ทันไรเรือก็ถูกคลื่นซัดพลิกคว่ำ เรือแตก ทั้งสองเกาะอยู่บนชิ้นส่วนเรือที่แตก มุกรินเหมือนหมดสติไปมีเลือดออกที่ศีรษะและแขน คิมหันต์กอดเธอไว้แน่นพร่ำบอก

“มุก...คุณต้องไม่เป็นอะไรนะ...อดทนอีกนิดเดียว ...เราจะขึ้นไปพักบนโขดหินข้างหน้า อยู่กับผมนะมุก...อยู่กับผม...”

เวลาเดียวกัน พักตราอาละวาดอยู่ที่บ้าน เธอขว้างปาข้าวของอย่างคลุ้มคลั่ง จนอรรถผู้เป็นพ่อสั่งให้หยุด ถามว่ากรีดร้องทำลายข้าวของอย่างนี้แล้วได้อะไรขึ้นมา เธอตะโกนว่าจะไปลากตัวพวกเขามาตบให้ตายไปเลย

“พ่อไม่ให้ไป! พ่อบอกแล้วไงว่าพ่อจะจัดการเรื่องนี้เอง พ่อส่งคนของพ่อไปที่นั่นแล้ว พ่อจะตามไปดูพรุ่งนี้เช้า” พักตราถามว่าทำไมไม่ไปคืนนี้เลยล่ะ

“คืนนี้พายุเข้า ไม่ได้ประโยชน์อะไรหรอกลูก เชื่อพ่อนะ ปัญหาของหนูทั้งหมดจะต้องจบลงภายในวันพรุ่งนี้...พ่อสัญญา”

ปรารภไปถึงโรงแรมแล้ว ทีมงานบอกว่าทั้งมุกรินและคิมหันต์ออกไปจากโรงแรมตอนสายๆ อาจไปที่เกาะร้างห่างจากฝั่งไปราวสองชั่วโมงกว่า

“บ้าแน่ๆ ออกไปทำไมไกลขนาดนั้น” ปรารภหงุดหงิด ทีมงานบอกว่าผีดุอีกต่างหาก คนแถวนี้ไม่มีใครกล้าขึ้นไปเหยียบเกาะสักคน ปรารภถามว่าเราหาเรือแถวนี้ตามไปดูได้ไหม ทีมงานบอกว่าพายุอย่างนี้ไม่มีใครกล้าออกจากฝั่งหรอก ปรารภหงุดหงิดบ่นว่า มุกเขาน่าจะสั่งอะไรใครไว้บ้างนะ

“มีญาติพี่มุกคนนึงตามมาทีหลัง พี่จะลองถามเขาดูไหมล่ะ เขาชื่อดวงดาว ตอนนี้น่าจะอยู่ที่บังกะโล” ทีมงานบอก

ปรารภไปหาดวงดาว คาดคั้นถามเรื่องมุกริน ดวงดาวไม่ยอมบอก ถามว่าทำไมเขาต้องตามหามุกรินด้วย เธอไม่ใช่เด็กแล้ว ไปได้ก็กลับมาได้เอง เห็นปรารภหงุดหงิดงุ่นง่านมาก ดวงดาวพูดตามแบบของเธอว่า

“เท่าที่ฉันรู้ก็คือ สองคนนั้นรักกัน คนรักกันอยู่ด้วยกันมันน่าเป็นห่วงตรงไหน”

“ห่วงว่าจะไม่ได้รักกันจริงน่ะสิครับ...พวกที่ทำเหมือนรัก เพื่อแลกกับผลประโยชน์อันนี้ยิ่งน่ากลัว ไม่รู้ว่าคุณธาดาจะรู้ทันคนพวกนี้ไหม” บ่นแล้วปรารภเดินหัวเสียออกไปโทร.หาธาดา ไม่นานธาดาก็มาหา

ดวงดาวที่บังกะโล หาว่าเธอหนีตนมา ดวงดาวบอกว่าไม่ได้หนี ตนมาเล่นดนตรีกับเพื่อนๆพี่ๆ

ธาดาจับผิดว่าเธอไม่ได้บอกว่ามาอยู่กับมุกรินที่นี่ ซ้ำเป็นตัวการจัดแจงให้มุกรินกับคิมหันต์ลงเรือไปเกาะกันอีก ดวงดาวอ้างว่าเขาเป็นคนรักกัน ธาดาโต้ว่ามุกรินถูกคิมหันต์หลอก ป่านนี้คงถ่ายคลิปแชร์ไปทั่วเมืองเหมือนตอนประกาศถอนหมั้นแน่

ดวงดาวเชื่อว่าคิมหันต์ทำเพื่อเย้ยหยันเขาคนเดียว และก็คุ้มด้วย ถ้าเทียบกับสิ่งที่เขาทำกับคิมหันต์ ธาดาสะอึกถามว่ารู้หรือว่าตนทำอะไร คาดคั้นดวงดาวให้บอกมาเดี๋ยวนี้เลยว่ารู้อะไรบ้าง

“ปล่อยนะอา...อย่าทำอย่างนี้กับหนู...ความลับของอา อาก็รู้อยู่แก่ใจ จะต้องให้บอกอีกเหรอ” เมื่อธาดาคาดคั้นให้บอกแต่ดวงดาวไม่บอก เขาตบหน้าเธอจนเซ ดวงดาวจ้องหน้าธาดาประกาศกร้าว “อาทำกับหนูอย่างนี้ แปลว่า เราอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว”

ดวงดาวคว้ากระเป๋าเดินทางออกไปทันที ธาดาตะโกนเรียกไม่ได้ผล เขาทรุดนั่งซึมอย่างหมดแรง...

ooooooo

คิมหันต์พาร่างมุกรินที่ไม่ได้สติขึ้นไปผายปอด เขาพร่ำเรียก อ้อนวอนอย่าเป็นอะไร เราต้องอยู่ด้วยกัน จนมุกรินรู้สึกตัวถามว่าเราอยู่ที่ไหน? เขาบอกว่าโขดหินด้านใดด้านหนึ่งของเกาะ

“เป็นเพราะเราไม่ได้รักแท้ให้กันหรือเปล่า เราถึงได้ถูกคำสาป”

คิมหันต์บอกว่าไม่จริง เพราะเรามีรักแท้ต่างหากเราถึงรอดตายและเราจะอยู่คู่กันตลอดไปจนกว่าจะสิ้นลมหายใจไปพร้อมกัน ในยามวิกฤตินี้ ต่างบอกรักกัน เสมือนน้ำทิพย์ชโลมใจให้กัน...

คืนนี้มุกรินไอและมีไข้ คิมหันต์เฝ้าปลอบให้อดทนอีกนิดเดี๋ยวก็เช้าแล้ว น่าจะมีชาวประมงผ่านมาบ้าง เขาขอโทษที่พาเธอมาที่นี่ มุกรินพูดอย่างอ่อนเพลียแต่มีความสุขว่า

“มุกมีความสุขที่ได้อยู่กับคิมที่นี่”

“กลับขึ้นฝั่ง ผมจะขอถอนหมั้นพักตรา...ผมจะดูแลมุกตลอดไป ผมจะไม่ทิ้งคุณไปไหนอีกแล้วมุก...ผมสัญญา...”

รุ่งเช้าก็มีเสียงเรือแว่วมา คิมหันต์รีบลุกไปโบกมือตะโกนขอความช่วยเหลือสุดเสียง เรือลำนั้นบ่ายหน้ามาหา มีชายสองคนลักษณะเป็นชาวประมง พอมาถึง คิมหันต์บอกว่า “เมื่อคืนเราโดนพายุพัด เรือล่มอยู่กลางทะเล”

“รู้แล้ว พวกทหารเขาวิทยุบอกกันให้แซ่ด มาฉันจะพาไปส่งเอง... แล้วผู้หญิงบาดเจ็บหรือเปล่า” พอรู้ว่ามีแผลนิดหน่อยและมีไข้ด้วย “ฉันมียา...ขึ้นมาเลย”

“เรารอดแล้วนะมุก...เราปลอดภัยแล้ว” คิมหันต์กอดมุกรินไว้อย่างอบอุ่นบนเรือชาวประมงลำนั้น...

ที่โรงแรม...ธาดาเอะอะโวยวายกับพนักงานโรงแรมที่ขอเรือตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่ได้ ขณะนั้นปรารภก็เข้ามาบอกว่า

“ทหารแจ้งว่ามีชาวประมงช่วยพวกเขาขึ้นเรือแล้ว ตอนนี้กำลังพากลับมาส่งที่ฝั่ง อยากรู้ไหมว่าเขาเจอตัวที่ไหน”

ฝ่ายพักตราพอรู้ว่าเจอตัวคิมหันต์กับมุกรินที่เกาะร้างก็หันไปฟ้องพ่อ โวยวายว่าตนไม่ยอม ให้พาคิมหันต์กลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย

อรรถอยู่ในรถที่กำลังบ่ายหน้าไปประจวบ บอกพักตราที่โทร.มาโวยวายว่า

“ก่อนพากลับบ้าน พ่อขอทำหน้าที่พ่อที่ดีของลูกก่อน พ่อจะทำเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น ลูกไม่ต้องห่วง” พอกดวางสายจากพักตรา อรรคจิกตาร้าย!

ooooooo

ที่ชายหาดหน้าโรงแรม ทั้งธาดา ปรารภ และทีมงาน ตลอดจนพนักงานโรงแรม พากันมารอรับคิมหันต์กับมุกรินที่มากับเรือชาวประมง ทหารมารับทั้งสอง และโทร.ขอหมอเมื่อรู้ว่ามุกรินบาดเจ็บและมีไข้

พอคิมหันต์ขึ้นฝั่งก็ถูกธาดาตรงเข้าชกหน้าตวาด “อย่ายุ่งกับน้องสาวฉันอีก”

มุกรินบอกธาดาว่าตนเต็มใจไปกับคิมหันต์เอง ธาดาบอกให้เธอเลิกคบกับเขาได้แล้วเพราะ

“ไอ้นี่มันหลอกมุก มันไม่ได้จริงใจกับมุก”

มุกรินปกป้องคิมหันต์ บอกธาดาว่าตนตัดสินใจเองได้ แต่พอธาดาเอาคลิปที่คิมหันต์ส่งให้ดู เป็นภาพที่มุกรินนอนเปลือยกอดคิมหันต์อยู่ที่ชายหาด เธอชาไปหมดทั้งตัว ตรงไปตบหน้าคิมหันต์ พูดใส่หน้าเขาว่า

“ถ้าคำสาปบนเกาะเป็นจริง คุณเตรียมตัวตายได้แล้ว! และช่วยไปตายไกลๆฉันด้วย!”

คิมหันต์พยายามจะอธิบาย แต่มุกรินเดินไปแล้ว ทันใดนั้นมีชายฉกรรจ์สามคนเดินมาถามว่าคิมหันต์ สุริยะศักดิ์ ใช่ไหม พอเขารับว่าใช่ หนึ่งในนั้นบอกว่า “กรุณาตามเรามาทางนี้”

คิมหันต์มองชายทั้งสามอย่างไม่วางใจ

ooooooo

ปรารภรีบเข้ามาหามุกริน ตำหนิตัวเองว่าไม่น่าปล่อยให้เธอมาเลย ถ้าห้ามเสียแต่แรกก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้

“พี่ห้ามพวกเราไม่ได้หรอกค่ะ ทั้งพักตรา ทั้ง คิมหันต์” ปรารภถามว่าแล้วเธอจะยอมให้เขาทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆหรือ “ทนไม่ไหวมุกก็ลาออก แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ค่ะ มุกยังต้องการงาน ต้องการเงินเดือนเลี้ยงตัว และก็ยังไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้พวกเขาเห็น”

“อย่าลืมแล้วกัน ว่ามุกยังมีพี่รภอีกคนนึงที่พร้อมจะปกป้องดูแลมุกเสมอ แล้วมุกจะกลับรถบริษัทกับพี่ไหม”

สิ้นเสียงปรารภ ธาดาก็แทรกขึ้นมาว่ามุกจะกลับกับตน ปรารภจึงขอตัวแต่บอกมุกรินว่าแล้วพบกันที่บริษัท บอกธาดาว่าขับรถดีๆนะ

“ผมขอลาป่วยแทนน้องสาวเลยแล้วกัน น่าจะสักสองอาทิตย์” ปรารภบอกว่าหายดีเมื่อไหร่ค่อยมาทำงานก็แล้วกัน

พอปรารภแยกไป ธาดาถามมุกรินว่า คิมหันต์ทำอะไรเธอบ้าง เธอบอกว่าทำเหมือนที่เคยทำ แต่ไม่ขอพูดดีกว่า

“ตามใจ แต่อย่ายอมให้มันทำกับเราอย่างนี้อีกเป็นอันขาดนะ คนอย่างไอ้คิมต้องไม่ตายดี คอยดูเหอะ แค่กลับไปเจอยายพักตรากับพลโทอรรถก็รากเลือดแล้วล่ะ พี่รับรอง”

“เขาบอกว่าจะถอนหมั้นพักตรา”

“มุกเชื่อมันเหรอ?” ธาดาจ้องหน้าถาม มุกรินเพียงแต่ส่ายหน้าช้าๆแทนคำพูด

ooooooo

คิมหันต์ถูกนำตัวไปที่โกดังร้าง เขาไม่ยอมเข้าไป ถูกชายฉกรรจ์ทั้งสามบังคับจับตัวเข้าไปจนได้

อรรถรออยู่ในโกดังร้างแล้ว คิมหันต์ถามว่าทำไมถึงต้องมาคุยกันในนี้ อรรถบอกว่าตนต้องการความเป็นส่วนตัว คิมหันต์เรียกเขาว่าท่าน ก็ถูกขอร้องแกมบังคับว่าให้เรียก “พ่อ” เพราะอีกไม่นานตนก็จะเป็นพ่อตาเขาแล้ว

อรรถเอาถุงอาหารวางไว้ให้ บอกให้กินอาหารเสียก่อนเพราะท่าทางจะหิว แล้วนั่งตรงหน้าไม่ห่างจากคิมหันต์นัก พลางพูดเรียบๆแต่ทรงอำนาจ...

“เธอเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อไหม คงไม่ เพราะเธอยังไม่เคยมีลูก งั้นเธอลองนึกถึงความรักของพ่อได้ไหม” คิมหันต์บอกว่านึกไม่ออกเพราะพ่อตายตั้งแต่ตนยังเล็กๆ “งั้นฉันจะเล่าให้ฟังก็แล้วกัน พ่อทุกคนต้องการเห็นลูกมีความสุข เมื่อไหร่ที่ลูกมีปัญหา เจ็บปวด ทุกข์ใจ พ่อจะเจ็บกว่าหลายเท่านัก ยิ่งพ่อที่มีลูกสาวคนเดียว ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่”

คิมหันต์นั่งฟังอรรถพูดอย่างสงบนิ่ง อรรถลุกเดิน พูดต่อ

“ทีนี้ไอ้ปัญหาความทุกข์ใจของผู้หญิง มันมีสาเหตุอยู่ไม่กี่เรื่อง หลักๆก็มาจากผู้ชาย ในกรณียายพักตรา ผู้ชายคนนั้นก็คือเธอ...เธอคือต้นตอของปัญหาของลูกสาวฉัน รู้ใช่ไหม...ดังนั้น การแก้ปัญหาให้ลูกสาวฉัน ก็คือการแก้ที่ตัวเธอ”

“ผมตั้งใจจะคุยกับท่านเรื่องนี้” คิมหันต์เพิ่งสบโอกาสได้พูด ถูกอรรถปรามให้เรียกพ่อ เขาจึงเรียกตามนั้น “ผมตั้งใจจะคุยกับคุณพ่อเรื่องนี้เหมือนกัน”

“ดี...ว่ามา... แต่หวังว่าจะเป็นคำพูดที่รื่นหูฉันนะ เพราะถ้าฟังแล้วไม่สบายใจ มันอาจจะต้องแปลงไฟล์กันนิดหน่อย” ฟังแล้วคิมหันต์อึ้งพูดไม่ออก

“เอ้า...ว่ามาสิ เธอจะบอกอะไรฉัน”

“คือผมคิดว่า...ผมกับพักตร์ เราคงจะ...”

“แต่งงานกันเร็วๆนี้” อรรถแทรกขึ้นทันทีแล้วพูดต่อเลย “ฉันไม่ได้ลากตัวเธอมาที่นี่เพื่อฟังคำปฏิเสธนะ ไอ้ลูกชาย แต่ฉันก็ไม่เร่งร้อนอะไร นอกจากจะขอร้องว่า ในระหว่างรอคอยความพร้อมของการแต่งงาน ฉันไม่ต้องการเห็นลูกสาวของฉันมีความทุกข์ เพราะมันจะทำให้พ่ออย่างฉันควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ และเมื่อฉันควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ฉันมักจะจัดการกับต้นเหตุแห่งทุกข์ด้วยวิธีการรุนแรง...ที่สุด!”

“แล้วคุณพ่อจะทราบได้อย่างไรว่าอะไรคือต้นเหตุแห่งทุกข์ที่แท้จริง”

“ทุกข์สุขอยู่ที่ใจ... ต้นเหตุแห่งทุกข์ พิจารณาได้จากใจ...ใจของฉันเท่านั้น...และที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีใครกล้าขัดใจฉัน” คิมหันต์ก้มหน้า อรรถจ้องหน้าถาม “เข้าใจไหม”

“ครับ”

“แต่ถ้าเธอทำให้ลูกสาวฉันมีความสุข เธอก็จะได้รับความสุขกลับไปไม่แพ้กัน...เข้าใจชัดเจนทั้งหมดที่ฉันพูดใช่ไหม” คิมหันต์ตอบครับอีก “เธอกลับไปอาบน้ำอาบท่าที่โรงแรม นอนหลับให้เต็มอิ่ม แล้วค่อยขับรถกลับบ้านดีๆ พักตรารอเธออยู่ อย่าทำให้ฉันผิดหวังอีกนะ ไอ้ลูกชาย!”

อรรถตบบ่าคิมหันต์คล้ายหยอกแต่แรงเกินหยอก คิมหันต์ได้แต่ก้มหน้านิ่ง อยู่ในสภาพพูดไม่ออก...

ooooooo

ระหว่างธาดาขับรถพามุกรินกลับนั้น เขาโทรศัพท์คุยกับดวงดาว ถามอ้อนว่า

“ดาว...ยังโกรธอาอยู่เหรอ... อาขอโทษนะ หายโกรธแล้วโทร.กลับอาด้วย...หรือถ้าอยากให้อาไปรับกลับบ้านก็โทร.บอกได้นะ ดาว...”
มุกรินนั่งฟังอยู่ ถามว่าเขาทำอะไรดวงดาว ธาดาบอกว่าตนดุที่ปล่อยให้มุกนั่งเรือไปกับได้คิม และตบหน้าด้วย

“ผู้ชายเห็นแก่ตัวทุกคน คิดจะทำยังไงกับผู้หญิงก็ทำ” ธาดาบอกว่าไม่ทุกคนหรอก มุกรินเอ่ยปากขอว่า “ลบรูปนั้นทิ้งด้วยนะ พี่ใหญ่”

คิมหันต์ไปนั่งฟังการซ้อมเพลงของดวงดาวที่ร้านอาหารทั้งที่ร้านยังไม่เปิด ดวงดาวซ้อมเพลงเสร็จบอกเขาว่าอยากกินอะไรสั่งไว้ก่อนเลยดีไหม เขาบอกว่าอะไรก็ได้ที่เมา ดวงดาวบอกว่าคราวที่แล้วก็เมาจนตนต้องไปส่งที่บ้าน คราวนี้จะต้องไปส่งอีกหรือเปล่า คิมหันต์บอกว่าตนขับเองดีกว่า ถ้าเมาก็กลับเช้าเลย

ดวงดาวถามว่ามีที่นอนแล้วหรือ

“ผู้ชาย...หาที่นอนไม่ยากหรอก”

ฝ่ายอรรถกลับถึงบ้านเจอพักตรานั่งอยู่มืดๆ เธอบอกพ่อว่าคิมยังไม่กลับเลย พออรรถบอกว่าไม่เกินพรุ่งนี้เช้า เธอก็เสียงดังทันทีว่าไหนพ่อบอกว่าจัดการเรียบร้อยแล้วไง แล้วทำไมยังไม่กลับ โทร.ไปก็ปิดเครื่อง

อรรถบอกว่าตนให้ไปพักผ่อนปรับสภาพจิตใจก่อน อธิบายอย่างใจเย็นว่า

“พักตร์ พ่อเป็นผู้ชาย พ่อรู้ดีว่า ผู้ชายทุกคนมีศักดิ์ศรี มีความต้องการที่จะเป็นผู้นำ เราต้องไม่บีบเขาจนเกินไป ให้เวลาเขานิดนึง ให้เขาไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ แล้วเขาจะกลับมาเป็นของเราตลอดไป เหมือนที่แม่ของลูกทำกับพ่อ”

“แต่พ่อก็ยังมีเด็กๆของพ่อไม่ซ้ำหน้า” อรรถโต้ว่าเพราะแม่เขาชิงตายไปก่อนนี่ พักตราอารมณ์เย็นลง ถามว่า

“แล้วคิมอยู่ไหน แอบไปอยู่กับยายมุกอีกรึเปล่า” อรรถบอกว่าไม่ใช่แน่นอน เธอถามทันทีว่าพ่อรู้ได้ไง

“เพราะถ้าเป็นพ่อ พ่อจะไม่ทำอย่างนั้น...เอาล่ะ วันนี้นอนพัก ทำตัวให้สวย สดใสไว้ดีกว่านะลูก พรุ่งนี้เจอหน้ากันจะได้มีแต่ความสดชื่น ไม่ขุ่นมัว...เชื่อพ่อนะ”

“พ่อคะ...หนูจะไล่ยายมุกออกจากงาน” อรรถติงว่าไม่ดีแน่ๆ คนจะนินทาว่าเรารังแกเขา ไม่ควรทำ “แล้วทีมันรังแกหนูล่ะคะพ่อ มีใครนินทามันบ้างไหม” พักตราโต้อย่างเจ็บใจ

ooooooo

ธาดาพามุกรินกลับถึงบ้านเช่า เธอถามเขาว่าดวงดาวไม่กลับมาแล้วใช่ไหม เขาบอกว่ายังตามหาตัวไม่เจอ

“เขาไม่ใช่คนที่พี่ใหญ่จะบังคับได้” ธาดาบอกว่าถ้าจะบังคับใครได้ตนขอบังคับเธอไม่ให้ยุ่งกับไอ้คิม “มุกบังคับตัวเองได้ พี่ใหญ่ไม่ต้องมาบังคับมุกหรอก”

มุกรินมองแหวนเอ็นเบ็ดที่นิ้ว เธอรูดมันลงไปถึงปลายนิ้วแต่แล้วก็เลื่อนกลับขึ้นไปที่เดิม

คิมหันต์อยู่กับดวงดาวในร้านอาหารที่หัวหิน ร้องเพลงเสร็จเธอลงมานั่งกับเขา คิมหันต์สั่งเครื่องดื่มแต่เธอดื่มน้ำเปล่า เธอถามว่าทำไมเขาไม่กลับกรุงเทพฯไปหาคนที่เขาควรไปหา คิมหันต์บอกว่าตนไม่รู้ว่าคนนั้นคือใคร ถูกดวงดาวด่าว่ากะล่อน แล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่า เขาส่งรูปอะไรให้ธาดา

“รูปน้องสาวเขา รูปที่ทำให้เขาเครียด แค้น เสียสติ” เธอถามว่าแล้วไม่คิดว่าเขาจะเอาให้มุกรินดูหรือ “ไม่ทันคิด แต่มุกเห็นแล้ว เธอตบหน้าผมเลย”

ดวงดาวถามว่าคนรักกันเขาทำกันอย่างนี้หรือ คิมหันต์ถามว่าเธอมีคำแนะนำดีๆให้ตนไหม เธอบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีเขาพูดอย่างเจ็บแค้นว่า

“งั้นผมบอกให้ก็ได้ มันมีสองวิธีเท่านั้น อภัย หรือไม่ก็เอาคืนให้สุดๆไปเลย” ดวงดาวเดาว่าเขาเลือกวิธีหลัง คิมหันต์ยิ้มหยัน “ผมจะทำลายทุกอย่างที่เป็นของรักของนายธาดา...และคุณคือหนึ่งในนั้น” แต่ตอนนี้ตนยังไม่รู้ว่าจะทำลายเธออย่างไร ต้องรอให้เมาจนไม่ได้สติก่อน ดวงดาวถามว่าจะสั่งเหล้าเพิ่มอีกไหม เขายิ้ม กรอกเหล้าเข้าปาก แต่ไม่ตอบ

คืนนี้คิมหันต์เมาจนดวงดาวต้องให้เพื่อนนักดนตรีช่วยกันหิ้วปีกขึ้นไปที่ห้องพักของตน เพื่อนนักดนตรีบ่นว่าเป็นแบบนี้สองหนแล้ว ตัวเบาเสียที่ไหน ถามว่าเธอแน่ใจหรือว่าให้นอนห้องนี้และเขาจะไม่ทำอะไรเธอ

“ก็ดูมันสิ มันจะมีแรงไหมเนี่ย อย่างมากก็เมาอ้วก” ดวงดาวมองคิมหันต์ที่ถูกโยนนอนแผ่อยู่บนเตียง

“พี่ก็ว่า...แต่ถ้าเอ็งไม่ใช่ทอม พี่ไม่ปล่อยให้มันอยู่นี่หรอก ไปแล้ว ไปแรดหน่อย เจอกันตอนเช้า”

ดวงดาวเตือนว่าอย่าให้เมียจับได้ก็แล้วกัน แล้วหันจับตัวคิมหันต์ให้นอนในท่าสบาย เขายังเพ้อขอเหล้าอีกขวดแต่พอพูดจบก็หลับเป็นตาย ดวงดาวมองคิมหันต์ที่นอนไม่รู้เรื่อง เธอกอดและจูบเขาแนบแน่น...อยู่อย่างนั้น...

ooooooo

อรรถโทร.คุยกับลูกน้องที่โต๊ะอาหารเช้า ขณะรอเลขาสาวสวยที่กำลังจัดอาหารมาให้

“เขากำลังกลับกรุงเทพฯเหรอ...เมื่อคืนเขานอนที่ไหน...เหรอ...ผู้หญิงที่ชื่อมุกรินล่ะ...ขอบใจนะ” พอดีเลขาเอาอาหารมาให้ อรรถบอกให้เธอกินเลยไม่ต้องรอตนแล้วลุกจากโต๊ะ พลางโทร.หาพักตรา

“คิมมาถึงแล้วเหรอพ่อ” พักตรางัวเงียรับสาย อรรถบอกว่ายัง แต่สบายใจได้ว่าเมื่อคืนเขาไม่ได้อยู่กับมุกริน คนของพ่อบอกว่าเขาเมานอนโรงแรมเล็กๆที่หัวหิน พักตราถามว่านอนกับใคร ผู้หญิงหรือผู้ชาย พออรรถบอกว่าเป็นทอม เธอถามทันทีว่าชื่อดวงดาวหรือเปล่า

พักตราโทร.หาธาดาทันที บอกเขาว่าเมียเด็กของเขาเอาคิมหันต์ไปนอนด้วยเมื่อคืนนี้ที่หัวหิน ธาดาหาว่าเธอพูดมั่ว

พักตราด่าว่า ตนไม่ได้มั่ว เขานั่นแหละโง่ คิดจะมีเมียเด็ก แต่ไม่รู้จักระวังปล่อยให้เด็กสวมเขายังไม่รู้ตัวอีก ธาดาไม่เชื่อ เธอท้า

“ไม่เชื่อก็ถามจากมันเองแล้วกัน แล้วก็คอยจับตาดูด้วยว่าใครมาส่งเมียแกที่บ้าน”

“ถ้าทั้งหมดที่คุณพูดมาไม่เป็นความจริง ผมเล่นงานคุณแน่ พักตรา!” ถูกพักตราสวนทันควันว่าตนต่างหากที่จะบุกไปเล่นงานเมียเด็กของเขา เตรียมรับมือให้ดีก็แล้วกัน มุกรินที่นอนฟังอยู่บอกธาดาว่าถ้าพวกเขามา ไม่ต้องเรียกตนนะ แล้วเดินเข้าห้องนอนไป

ooooooo

แต่พอคิมหันต์พาดวงดาวมาส่งที่บ้านเช่าของธาดา ดวงดาวชวนเข้าบ้าน คิมหันต์ไม่อยากมีปัญหา

“ฉันนึกว่าคุณต้องการให้ที่นี่มีปัญหาเสียอีก ที่จริงคุณทำร้ายจิตใจอาธาดาได้สบายๆ ด้วยการเดินเข้าไปในบ้านพร้อมฉัน” คิมหันต์บอกว่ายังไม่ใช่เวลานี้ เพราะตนอยากรู้ทุกอย่างที่เป็นความลับของเขา “เสียใจค่ะ ไม่มีอะไรลึกลับมากไปกว่าที่คุณเห็นหรอก นอกจากไอ้ขุม ไว้ฉันรู้อะไรมากกว่านี้ก่อนแล้วจะบอก”

คิมหันต์ไม่ทันไป ธาดาก็ตะโกนด่าออกมาอย่างโกรธแค้น ถามว่าพาดวงดาวไปไหนมา ถามดวงดาวว่าเมื่อคืนเธออยู่กับมันตลอดคืนหรือ ดวงดาวบอกว่าตนนอนห้องของตน คิมหันต์กวนประสาทว่าอย่าคิดมากเดี๋ยวเส้นโลหิตแตกก่อนได้ขึ้นศาล ธาดาตวาดว่าขึ้นอีกตนก็ชนะอีก

“ชนะเพราะน้องสาวให้การเท็จ มันน่าภูมิใจมากเลยนะ” คิมหันต์ประชด ธาดาบอกว่าภูมิใจที่มุกรินเลือกพี่ชาย ไม่เลือกคนชั่วๆอย่างเขา คิมหันต์โมโหจะเข้าไปเรียกมุกรินมาถาม มุกรินออกมาบอกให้เขากลับไปเสียตนไม่มีอะไรจะอธิบายอีกแล้ว

ขณะทุกคนกำลังโต้เถียงกันและรํ่าๆจะใช้กำลังกันอยู่นั่นเอง พักตราก็มาถึง พักตราด่าดวงดาวว่าคิดจะมาแย่งคู่หมั้นตนแล้วจะเข้าไปตบ คิมหันต์บอกให้พอแล้ว อย่าทำเรื่องบ้าๆอย่างนี้ได้ไหม คิมหันต์ลากพักตราไปที่รถ

ระหว่างพาพักตรากลับ เธอตัดพ้อคิมหันต์ว่าใจร้ายกับตนมาก ทำไมต้องทำกับตนอย่างนี้ด้วย

“ถ้าพักตร์มีสติ สงบนิ่ง ผมก็คงไม่ทำอย่างนี้หรอก คุณโวยวาย ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ แล้วก็ทิ้งงานหนีกลับกรุงเทพฯ”

พักตราสับสนเอาแต่โมโหโวยวายหาว่าคิมหันต์หาเหตุจะถอนหมั้นตน จนเขาบอกว่ามีเรื่องอะไรไปคุยกันที่คอนโด

พอมาถึงคอนโด คิมหันต์เอ่ยเรียบๆว่า

“ผมอาจจะทำบางอย่างที่ไม่ถูกต้องนักกับคุณ ผมขอโทษก็แล้วกัน”

“พักตร์ไม่ต้องการคำขอโทษ พักตร์ต้องการคำยืนยันว่าจะไม่ทำอย่างนี้อีกได้ไหม!” คร่ำครวญว่าตนทำผิดอะไรทำไมถึงไม่ได้รับความรักทะนุถนอมจากเขาบ้าง คิมหันต์ขอให้เราพูดกันด้วยความเข้าใจดีไหม ชี้แจงว่าตนเพิ่งถอนหมั้นจากมุกริน ยังมีบางอย่างที่ต้องเคลียร์กัน เรื่องที่มุกรินให้การเท็จ ขอร้องพักตราให้เวลาตนหน่อยได้ไหม

พักตราถามว่าตนจะได้อะไรจากการให้เวลา คิมหันต์บอกว่า “ทุกอย่างที่คุณต้องการ” พักตราขอทันทีสองข้อคือ หนึ่ง ขอให้สัญญาว่าจะไม่พามุกรินไปอยู่กันตามลำพังสองต่อสองอีก สอง! “พักตร์ขอตอนก่อนนอน คืนนี้...”

ooooooo

ที่สำนักกฎหมายบูรพา...ผู้ช่วยทนายค้นพบอะไรบางอย่างที่สำคัญในแฟลชไดรฟ์และเมมโมรี่การ์ด เขารีบไปเรียกชุมสายให้มาดู

หลังจากชุมสายดูแล้วเขาโทร.บอกคิมหันต์ว่าพรุ่งนี้เขาจะได้เห็นอะไรบางอย่างในกล้องของพวกทำหนังสั้น รับรองว่าเจ๋ง

เมื่อคิมหันต์มาถึงสำนักกฎหมายบูรพาในเช้าวันรุ่งขึ้น ชุมสายให้เขาดูภาพที่กลุ่มนักศึกษาตั้งกล้องถ่ายในคืนนั้นอย่างละเอียด หยุดให้ดูที่ทางเข้าบ้านวิมลรัตน์ ในเวลาที่ฝนตกหนักซึ่งไม่มีคนผ่านไปมาในบริเวณนั้นเลยแม้แต่คนเดียว แต่กลับมีรถมอเตอร์ไซค์เลี้ยวเข้าไปในทางเข้าบ้าน

“แล้วอีกชั่วโมงต่อมา รถนายธาดาจึงวิ่งออกไปโดยไม่มีมอเตอร์ไซค์ตามมาด้วย เป็นไง เด็ดไหม” ชุมสายถาม คิมหันต์ถามว่าแล้วมอเตอร์ไซค์หายไปไหน

“กล้องตัดเสียก่อน แต่มันมาโผล่ที่นี่ ที่กล้องวงจรปิดตรงนี้ นี่ไง คันเดียวกัน”

คิมหันต์เห็นว่ารถมอเตอร์ไซค์ออกมาทีหลังตอนเช้ามืด ชุมสายย้ำว่านี่เป็นหลักฐานใหม่ที่ศาลอาจจะรับฟังก็ได้ ถามว่าเมื่อหลักฐานชัดเจนอย่างนี้เขายังจะเล่นงานธาดาตามแผนหรือเปล่า

“แน่นอน คนอย่างไอ้ธาดา มันต้องโดนให้ครบ ทุกรูปแบบ” คิมหันต์ยืนยัน ชุมสายติงว่าให้นึกถึงมุกรินให้มากๆ

“ฉันรู้... เราควรจะสืบให้รู้ด้วยว่า ไอ้มอเตอร์ไซค์คันนั้น มันคือใคร?” คิมหันต์ครุ่นคิด

เช้านี้ธาดาทั้งตกใจทั้งโมโหเมื่อเห็นขุมมาหาถึงหน้าบ้าน มันบอกว่าเงินหมด ธาดาถามว่าใช้ยังไงเงินตั้งล้าน? พอถูกมันย้อนถามว่าแล้วทีเฮียล่ะ เงินเป็นสิบๆล้านยังหมดในวันเดียว ธาดาตัดบทถามว่าเอาอีกเท่าไหร่

“ห้าล้านเฮีย” ธาดาตวาดว่ากูไม่มี “ถึงเฮียจะไม่มี แต่เฮียก็มีแหล่งเงินพอจะให้หยิบฉวยได้นี่นา” เห็นธาดาจ้องหน้านิ่ง มันถาม “หรือเฮียอยากให้ผมแฉ...ว่าไง”

“ออกไปรอฉันปากซอยใหญ่ ยืนหลบๆ อย่าให้ใครเห็นหน้ามึงมาก”

ooooooo

เช้าวันเดียวกัน มีคำสั่งด่วนของซีอีโอ พักตรา สั่งพักงานมุกรินวางที่โต๊ะปรารภ ปรารภตรงไปถามเหตุผลพักตราทันที เธอบอกว่าไร้ประสิทธิภาพในการทำงาน ปรารภถามว่าเอาอะไรมาวัด

“เอาความจริงน่ะสิ มีอย่างที่ไหน ทิ้งงานหนีไปเที่ยวเกาะ ไม่ใส่ใจในหน้าที่ ไม่รับผิดชอบต่อแผนงาน อย่างนี้เรียกว่ามีประสิทธิภาพเหรอ”

“ถ้างั้นก็ต้องออกคำสั่งพักงานซีอีโอไปด้วย เพราะคุณเป็นคนที่เริ่มโปรเจกต์นี้ ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่ไม่เข้าท่าที่สุด ผมไม่เห็นเลยว่าบริษัทจะได้ประโยชน์หรือมีกำไรจากโปรเจกต์นี้ยังไง นอกจากความสะใจส่วนตัวของคุณ และคนทิ้งงานไปก่อนเป็นคนแรกคือคุณ ไม่ใช่มุก คุณทิ้งทุกอย่างไปจนลูกน้องผมเคว้งคว้างอยู่ที่นั่นตั้งสามวัน คุณนั่นแหละที่ควรจะถูกสั่งพักงาน” พักตราท้าทายว่าใครจะเป็นคนสั่ง “พ่อคุณไงครับผมจะทำเรื่องแจ้งพ่อคุณเอง!”

พักตราท้าว่าก็ลองดูว่าพ่อจะเชื่อเขาหรือฟังตน ปรารภเปลี่ยนใหม่บอกว่าตนไม่ฟ้องพ่อเธอก็ได้แต่เธอต้องระงับคำสั่งนี้ พักตราอ้างว่าตนออกคำสั่งไปทั่วบริษัทแล้ว ปรารภให้ออกคำสั่งใหม่เพื่อยกเลิกคำสั่งเก่า

“คุณปรารภคะ การประเมินความสามารถพนักงาน เป็นหน้าที่โดยตรงของฉัน และฉันก็ไม่ได้ถามความเห็นคุณแม้แต่น้อย เพราะนั้น จบนะคะ หรือจะให้ฉันประเมินความสามารถของคุณอีกคนก็ว่ามา”

ปรารภอึ้ง เขาหันหลังก้าวยาวๆ พรวดๆออกไป พักตรายิ้มเยาะตามหลังอย่างสาแก่ใจ

ooooooo

ปรารภโทรศัพท์หามุกรินทันที บอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วยแต่ไม่อยากพูดทางโทรศัพท์ มุกรินจึงนัดไปพบกันเย็นนี้ที่บ้าน

มุกรินนั่งทานอาหารกับดวงดาวที่ร้านอาหาร ดวงดาวถามว่ารับโทรศัพท์แล้วหน้าเครียด อย่าบอกนะว่าคู่หมั้นเก่าโทร.มา พอมุกรินบอกว่าปรารภ ดวงดาวพูดทันทีว่า “กิ๊กใหม่นั่นเอง”

มุกรินบอกว่าปรารภจะมาคุยที่บ้าน คาดว่าที่บริษัทคงมีเรื่องยุ่งๆเกิดขึ้นแน่ ดวงดาวมองไปที่ประตูร้านเห็นคิมหันต์เดินเข้ามาและกวาดตามองมาที่โต๊ะ ดวงดาวขอตัวลุกไปบอกว่าเดี๋ยวมา

พอดวงดาวลุกไป คิมหันต์ตรงมาที่โต๊ะ เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ขออนุญาตนั่งด้วยได้ไหมครับ” มุกรินมองขวับ “อย่าเพิ่งดุ อย่าเพิ่งด่า อย่าเพิ่งเดินหนี ให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะนะมุก”

มุกรินมองไปที่เคาน์เตอร์หน้าร้าน ดวงดาวหันมายักคิ้วให้ มุกรินพึมพำว่า

“ฉันน่าจะรู้นะว่าทำไมดวงดาวถึงชวนมากินข้าวที่นี่ให้ได้”

“เพราะเขารู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณ”

มุกรินหายใจลึกๆ บอกเขาว่า

“ฉันมีเวลาให้คุณไม่มากนะ ถ้าฉันลุกจากโต๊ะนี้เมื่อไหร่ แปลว่าคุณหมดเวลาเมื่อนั้น และนี่คือครั้งสุดท้ายที่ฉันจะยอมฟังคุณ”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”
29 ก.พ. 2563
06:45 น.