ข่าว

วิดีโอ



รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า - โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: คฑาหัสต์ บุษปะเกศ, จีรนุช ณ น่าน

กำกับการแสดงโดย: กฤษณ์ ศุกระมงคล

ผลิตโดย: บริษัท เมคเกอร์ กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: มาริโอ้ เมาเร่อ,ณฐพร เตมีรักษ์

อัลบั้ม: ละครเรื่อง "รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน"

จวบจนเช้า ริวยังคงคุกเข่าต่อหน้าป้ายบรรพบุรุษ ท่าทางเขาอ่อนเพลีย พลันเสียงดนตรีโคโตะดังมา เป็นเพลงทำนองปลอบใจ เขาเริ่มสะดุดหู ลุกเดินออกตามหาที่มาของเสียง จนมาถึงระเบียงออกไปสวน เห็นมายูมิตั้งใจเล่นโคโตะอย่างมีสมาธิมาก ริวยืนนิ่งฟังรู้สึกผ่อนคลายขึ้น

พอเพลงจบ มายูมิเอ่ยถาม สบายใจขึ้นไหม ริวแปลกใจที่เธอรู้ว่าเขามายืนอยู่ เธอเอ่ยปากขอโทษที่ถือวิสาสะเอาโคโตะของเขามาเล่น เขาบอกว่าตามสบายแล้วจะเดินหนี เธอรีบเรียกเขาไว้ แล้วชวนให้ไปเดินเล่นเป็นเพื่อน ริวเห็นมายูมิยิ้มหวานแสดงถึงความจริงใจจึงยอมไป

ในบ้าน แพรวดาวแอบมองอย่างปลื้มใจ ทาเคชิแซว ทำตัวเป็นแม่สื่อแม่ชัก หญิงสาวแก้ตัวว่าไม่อยากเห็นริวเป็นทุกข์ จึงเล่าเรื่องให้มายูมิฟัง เธอยินดีที่จะมาช่วยปลอบใจเขา แพรวดาวถามว่าริวจะดีขึ้นไหม ทาเคชิโอบกอดคนรักยิ้มๆ

“เมื่อผู้ชายได้อยู่กับคนที่ตัวเองรัก จะไม่มีเรื่องร้ายใดทำร้ายเขาได้”

มายูมิพาริวเดินมาที่ลานกว้างในสวน ชวนเขาเล่นว่าว โดยว่าวที่เธอเตรียมมามีชื่อริวอยู่บนว่าว เธอบอกเขาว่า พ่อชอบพาตนมาเล่นว่าว เวลาที่ท่านไม่สบายใจ ริวแย้งว่าตนสบายดี

“ว่าว อาศัยแรงของลมช่วยให้ลอยขึ้นไปบนฟ้า แต่ก็ต้องอยู่กับตัวว่าวว่าจะมีโครงสร้างน้ำหนัก และการออกแบบที่ดีหรือไม่...พ่อบอกว่า คนสมัยก่อนเล่นว่าวเพื่อทำนายว่าโชคดีหรือโชคร้ายจากว่าวที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า คุณอยากลองบ้างไหม” มายูมิยื่นว่าวให้

ริวอิดออด แต่พอเห็นความปรารถนาดีของเธอ จึงรับมา มายูมิช่วยเป็นคนส่งว่าวให้ ริวชักมันขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนจะเข้ามาโอบตัวเธอ แล้วจับมือเธอให้ช่วยกันกระตุกสายป่าน มายูมิรู้สึกใจเต้นรัว เขินอาย แต่ทำทีพูดคุยว่า ว่าวของเขาลอยสูงแสดงว่าเขากำลังโชคดี

“ตอนเด็กๆลุงอิจิโร่เคยสอนผมกับทาเคชิว่า อย่าทำตัวเหมือน...ว่าวติดลมบน”

“หมายความว่าไงคะ”

“อย่าเพลินกับความสำเร็จที่สูงขึ้นจนคิดว่าไม่มีวันตกลงมาง่ายๆ เพราะนั่นคืออันตรายถึงชีวิต...นอกจากพ่อแม่ ยังมีลุงอิจิโร่ที่รักและห่วงใยผมเหมือนลูก แต่ทุกคนต้องตายเพราะไอ้ริกิ”

มายูมิเห็นริวเริ่มเครียด จึงร้องว่าว่าวจะตกให้เขาหันมาสนใจช่วยกันกระตุก แล้วหยอกล้อแกล้งให้เขาสนุกสนานขึ้น ทั้งสองวิ่งไล่กัน มายูมิพลาดสะดุดขา

ตัวเองล้มข้อเท้าเจ็บ ริวจึงให้เธอขี่หลังเดินผ่านชายป่าที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์ เสียงนกส่งเสียงร้องเหมือนดนตรีจากธรรมชาติ ริวรู้สึกสดชื่นราวกับมีมนต์วิเศษ ขอบคุณหญิงสาวที่ทำให้เขาดีขึ้น

“ฉันอยากให้กำลังใจ ให้คุณผ่านช่วงเวลาแย่ๆ

ไปเร็วที่สุด...ข้อเท้าฉันเจ็บน้อยลงแล้ว ฉันเดินเองได้แล้ว ขอบคุณที่ให้ฉันขี่หลังมานะคะ” เห็นริวเงียบก็ห่วง “คุณยังแค้นคนที่ทำให้พ่อแม่คุณเสียชีวิตใช่ไหม...ความแค้นเหมือนยาพิษ ยิ่งคิดมันยิ่งซึมเข้าไปในใจจนเปลี่ยน

ตัวเราให้เป็นคนอื่น สิ่งเดียวที่จะถอนพิษได้ ก็คือการให้อภัย”

“สำหรับผม การให้อภัยคนชั่ว คือการหลอกตัวเอง”

“ต้องมีคนตายอีกเท่าไหร่ ความแค้นถึงจะสิ้นสุด”

“ไม่ใช่แค่การล้างแค้น...โอะนิซึกะมีหน้าที่ปกป้องเมืองนี้ให้พ้นจากอำนาจชั่ว ถ้ากำจัดคนชั่วไม่ได้ก็ต้องมีคนอื่นสูญเสียคนในครอบครัวเหมือนผม” ริวกล่าวด้วยความเจ็บปวดมายูมิรู้สึกไม่สบายใจ เป็นห่วงชายหนุ่มอย่างมาก

ooooooo

พุ่มหญ้าริมแม่น้ำข้างถนน ไม่คาดคิดว่าซาโตชิจะโผล่ขึ้นมาในสภาพเนื้อตัวเปียกชุ่ม บาดแผลฉกรรจ์ เขาพยายามคืบคลานออกมาขอความช่วยเหลือ

แต่ช่างโชคร้ายที่เจอกับคนของซะโต้เข้าจนได้ จึงถูกพาตัวไปหาเคนอิจิ ในคืนนั้น เคนอิจินำศพซาโตชิมาให้ริกิ สร้างเรื่องว่า เจอศพในรถของโอะนิซึกะ คาดว่ากำลังจะเอาศพไปทิ้ง ริกิน้ำตาร่วง ไอโกะร่ำไห้ตัวโยนกอดศพพี่ชายร้องไห้จนหมดสติ ริกิกอดลูกสาวด้วยหัวใจสลาย สุดแค้นพวกโอะนิซึกะ...เคนอิจิสะใจมากที่หาศพซาโตชิแทบแย่ สุดท้ายก็โง่กลับมาให้ตนฆ่าจนได้ การตายของซาโตชิจะทำให้มิซาว่ากับโอะนิซึกะฆ่ากันเอง

“สินค้าลอตใหญ่ของฉันถูกตำรวจยึดไว้เป็นของกลาง ทำให้ฉันขาดทุนย่อยยับ คราวนี้ฉันจะเก็บกำไรย้อนหลัง ฮุบที่ดินทั้งหมดของเมืองนี้มาครองคนเดียว” เคนอิจิหัวเราะกับสมุนชินอิจิมีทีท่าหลุกหลิกอยากส่งข่าวให้โอะนิซึกะ เคนอิจิเหลือบเห็นชักไม่ไว้ใจ สั่งยามะกับโคเฮให้จับตาดูชินอิจิทางโอะนิซึกะได้รับข่าวเจอศพซาโตชิแล้ว

ทุกอย่างเป็นไปตามแผนเคนอิจิ ทาเคชิเห็นสมควรว่าต้องไปเคารพศพเพราะความแค้นกับหน้าที่มันคนละส่วน แพรวดาวเป็นห่วงอย่างมาก พอขบวนรถโอะนิซึกะ

แล่นเข้ามาในบ้าน พวกทาเคชิก้าวลงจากรถ จูโร่กับลูกน้องเข้าขวางบอกว่า ท่านริกิจัดพิธีศพเฉพาะคนในครอบครัว ห้ามคนนอกเข้า ริวสวนพวกเรามาตามมารยาท ถ้าไม่มีมารยาทก็กลับ แต่ทาเคชิว่าการให้เกียรติคนตายคือหน้าที่ที่ต้องทำ ไอโกะโผล่มาถลาเข้ากอดทาเคชิร้องไห้ แพรวดาวอึ้งถอยออก ไอโกะเหลือบตามองจ้องทำนองให้เจียมตัว

ริกิตามเข้ามาเอื้อนเอ่ย “ไม่นึกว่าโอะนิซึกะจะกล้ามาเหยียบที่นี่”

“โคโนทะบิโนะโกะฝุโคโอคุยาหมิโมชิอาเงมัสสุ...

โปรดรับการแสดงความเสียใจด้วยครับ” ทาเคชิก้มหัว แพรวดาว ริวและโอะนิซึกะทุกคนก้มตามริกิคำรามในคอ...ไม่จำเป็น สายตาฉายแววเกลียดชัง แพรวดาวสะดุ้งถอยหลบหลังทาเคชิ ไอโกะมองพ่อกับทาเคชิสลับไปมา รู้ถึงความหมางเมิน โคจิแทรกขึ้น “หากมิซาว่าโซเรียวมีเรื่องเคลือบแคลงใจกับโอะนิซึกะ ก็ควรคุยกันหลังงาน ถือเป็นการให้เกียรติคนตายนะครับ”

ริกิครุ่นคิดสักพักก่อนจะกระแทกเท้ากลับเข้าไป ไอโกะดึงทาเคชิให้เข้าไปเคารพศพ ปรายตามองแพรวดาวอย่างเหยียดๆ จนเธอรู้สึกอึดอัดใจ...แพรวดาวยอมนั่งห่างจากทาเคชิ แอบมองไอโกะร้องไห้กอดคนรักของตัวเองอย่างพยายามเข้มแข็ง ไม่คิดมาก

ไอโกะหาจังหวะที่แพรวดาวออกจากห้องน้ำเข้าไปหาเรื่อง ว่ามาเยาะเย้ยถึงบ้าน แพรวดาวแสดงความเสียใจสุดซึ้ง แต่กลับโดนไอโกะทำร้าย ทาโร่ปรี่เข้าช่วยปกป้อง ไอโกะเจ็บแค้นที่ทำอะไรแพรวดาวไม่ได้มาก

หลังเสร็จพิธี ทาเคชิยืนยันกับริกิว่าไม่ได้เป็นคนทำร้ายซาโตชิ แต่ริกิไม่เชื่อ ริวจึงถามว่าทำไมมิซาว่าถึงไปร่วมมือกับซะโต้ ทาเคชิปรามริวว่าริกิกำลังเสียใจ ไว้คุยวันหลัง แต่ริกิสวน

“ฉันไม่ใช่ลุงของพวกแก วันนี้มิซาว่ากับโอะนิซึกะไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากกันอีก”

“น่าจะถอดหน้ากากทิ้งตั้งแต่วันที่มิซาว่าโซเรียวสั่งฆ่าเพื่อนรักอย่างลุงอิจิโร่” ริวโพล่งขึ้น ริกิตะคอกพูดเรื่องอะไร “ก็พูดในสิ่งที่ได้ยิน มิซาว่าโซเรียวคือคนบงการฆ่าลุงอิจิโร่ จนทำให้พ่อแม่ผมเสียชีวิตไปด้วย”

ไอโกะโวยพ่อตนไม่ได้ทำ ทาเคชิเห็นริกิหน้าแดงก่ำ ท่าทางตกใจจึงกระจ่างในใจ “ในที่สุด...ท่านพ่อก็ต้องตายเพราะเพื่อนที่รักและไว้ใจที่สุด”

ไอโกะเขย่าแขนริกิให้บอกไปว่าไม่เป็นความจริง แต่ริกินิ่งเฉย ทาเคชิจึงประกาศกร้าว “ขอโทษด้วยไอโกะ...พ่อคุณบงการฆ่าครอบครัวผม การหมั้นของเราสิ้นสุดแล้ว”

“ไม่! คุณพ่อไม่ได้ทำ ทาเคชิจะยกเลิกการหมั้นไม่ได้!” ไอโกะกรีดร้องกอดแขนทาเคชิ

ริกิออกคำสั่งให้ไอโกะปล่อยทาเคชิ และประกาศต่อไปจะมีแต่การล้างแค้นให้ซาโตชิ ทาเคชิจึงสวน มิซาว่าออกทุกข์เมื่อไหร่ โอะนิซึกะพร้อมจะสะสางบัญชีแค้น... ไอโกะเต้นเร่าร้องกรี๊ดๆไม่ยอม จนเป็นลมทรุดฮวบ ทาเคชิรับร่างเธอไว้ ริกิตวาดไม่มีสิทธิ์แตะต้องคนของมิซาว่าและไล่พวกโอะนิซึกะกลับไป

ระหว่างนั่งรถกลับ แพรวดาวจับมือให้กำลังใจทาเคชิ เขาเปรย นับจากวันนี้โอะนิซึกะกับมิซาว่าจะเผชิญหน้ากันในฐานะศัตรู ถึงเป็นการทำลายความสัมพันธ์ที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ตนก็ต้องทำ แพรวดาวย้อนถามเขายอม ให้ความแค้นทำลายมิตรภาพทั้งหมดหรือ ทาเคชิสบตา

“ผมทำเพื่อความถูกต้อง ถ้าปล่อยให้มิซาว่ากับซะโต้ร่วมมือกัน แผ่นดินจะร้อนเป็นไฟ ชาวเมืองจะอยู่อย่างหวาดผวา ไม่มีวันสงบสุข” สีหน้าทาเคชิมุ่งมั่น จนแพรวดาวหวั่นวิตก

ooooooo

รุ่งขึ้น ริกิต่อว่าเคนอิจิ ที่เป็นคนบอกทาเคชิกับริวเรื่องตนเป็นคนบงการฆ่าครอบครัวโอะนิซึกะ เคนอิจิโบ้ยสายของโอะนิซึกะสืบรู้เอง ริกิจ้องหน้าไม่ไว้ใจ ก่อนจะประกาศ...ต่อไปมีมิซาว่าจะต้องไม่มีโอะนิซึกะ เคนอิจิยิ้มร่า ว่าซะโต้ยินดีให้ความร่วมมือ หวังว่าคงไม่ลืมสัญญา

“โค่นโอะนิซึกะได้เมื่อไหร่ แกจะได้แต่งงานกับไอโกะทันที” ริกิกล่าวอย่างเหยียดๆ...

หลายวันผ่านไป แพรวดาวสังเกตเห็นทาเคชิแปลกไป มีอะไรไม่เล่าสู่ ท่าทางเคร่งเครียด อายะโกะปลอบไม่ให้คิดมาก ไม่ทันไร ฟูมิโกะเข้ามารายงานว่า

“เย็นนี้โซเรียวจะพาโอคุซังออกไปดินเนอร์ข้างนอก ฝากกำชับให้โอคุซังแต่งตัวสวยรอด้วยค่ะ”...อายะโกะแซว เหมือนรู้ว่าภรรยากำลังไม่สบายใจ ถึงรีบมาเอาใจ

ตกเย็น ทาเคชิพาแพรวดาวมาที่ท่าเรือ ทาโร่รายงานว่าเรือพร้อมแล้ว แพรวดาวตื่นตาตื่นใจกับเรือยอชต์สีขาวสุดหรู ทาเคชิกล่าว

“ป้าอายะโกะบอกว่าคุณเครียดจนหน้ามืดและเวียนหัวบ่อย ผมเลยอยากพาคุณมาเปลี่ยนบรรยากาศ”

แพรวดาวตื้นตันที่ทาเคชิยังเป็นห่วง ทาโร่ คัตสึและเซกิตามลงเรือดูแลความปลอดภัย...ทาโร่แอบมองทั้งสองหยอกล้อ หวานต่อกันอย่างเศร้าๆ เจียมตัวอยู่ในมุมของตัวเอง

ทาเคชิจัดโต๊ะดินเนอร์บนดาดฟ้าเรือ เขาส่งแก้วไวน์ให้แก่แพรวดาว เธอแปลกใจคิดว่าเขาชอบดื่มแต่สาเก เขายิ้มชนแก้วกับเธอก่อนจะบอกว่า

“ผมชอบไวน์มากกว่า เคยฝันอยากมีบ้านในหุบเขาที่ปลูกแต่องุ่น และมีโรงบ่มไวน์ ยิ่งมีคุณอยู่ข้างๆชีวิตผมก็สุขที่สุดแล้ว” ทาเคชิโอบกอดชี้ชวนดูดาว “กลางคืน มืดมิดเพราะไร้แสงตะวัน โชคดีที่มีแสงดาวสุกสว่างบนท้องฟ้าเหมือนชีวิตนักรบอย่างผมที่มีแสงดาวอย่างคุณนำทาง”

“แต่แสงดาวไม่สว่างพอที่จะทำให้เห็นอะไรชัดเจน” แพรวดาวแย้ง

“คุณเห็นดาวดวงนั้นไหม ดาวศุกร์...เป็นดาวเคราะห์ที่สว่างที่สุดถ้ามองจากโลก แต่ผมใช้หัวใจมองจึงเห็นแสงเจิดจ้าที่ซ่อนอยู่ในตัว” ทาเคชิจับมือแพรวดาวขึ้นทาบท้องฟ้าราวกับจับดาวดวงหนึ่ง มืออีกข้างเขาหยิบแหวนออกมาสวมที่นิ้วนางซ้ายของเธอ “นักรบแห่งตะวันจะเคียงคู่แสงดาวตลอดไป แต่งงานกับผมนะคิมิที่รัก ผมจะรักและเทิดทูนคุณเพียงคนเดียวตลอดไป”

แพรวดาวตะลึงมองแหวนที่นิ้วด้วยความสับสน นึกถึงสิ่งต่างๆที่ผ่านมา รวมทั้งคำพูดในความฝันของพ่อกับแม่ที่ว่า ผู้หญิงของนักรบ คือจุดอ่อนที่สำคัญที่สุดของนักรบ ถ้าลูกรักเขาต้องตัดใจจากเขา...แพรวดาวน้ำตาปริ่ม ตัดสินใจกล่าว “ฉันขอโทษค่ะ...ฉันแต่งงานกับคุณไม่ได้”

ทาเคชิอึ้ง กระซิบถามเธอไม่รักตนหรือ หญิงสาวตอบ “ความรักไม่ได้จบที่การแต่งงานเสมอไปนะคะ ลืมไปแล้วเหรอคะว่าเส้นทางเดินของเรามีจุดหมายปลายทางที่ต่างกัน” แพรวดาวตัดใจถอดแหวนและสร้อยจี้หยกออกคืนให้แก่ทาเคชิ แม้จะปวดร้าวกับสิ่งที่ทำ

“ฉันเป็นผู้หญิงธรรมดา อยากแต่งงานกับผู้ชายที่ตัวเองรัก พร้อมจะแก่เฒ่าไปด้วยกัน ฉันไม่อยากอยู่ท่าม กลางคมหอกคมดาบไปตลอดชีวิต แล้วถ้าเรามีลูก ลูกของเราต้องสืบทอดภาระความแค้นไปอีกไม่มีที่สิ้นสุดงั้นเหรอคะ ฉันไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้นค่ะ...ทาเคชิ”

แพรวดาวสะอื้นฮัก หลังจากพรั่งพรูความในใจ ทาเคชิช็อกไม่รับแหวนและสร้อย เขาลุกขึ้นหมุนตัวเดินจากไปด้วยท่าทางเย็นชา ไร้ความรู้สึก แพรวดาวเห็นแล้วร้องไห้โฮออกมา ทาโร่ผ่านมามองด้วยความงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

เช้าวันใหม่ หลังจากที่แพรวดาวผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก เธอหอบเสื้อผ้ากลับมาอยู่บ้านมาซาโกะ ทาโร่ตามมาดูแลเพราะเป็นคำสั่งของทาเคชิ...มิโยะโกะรีบมาหาด้วยความตกใจ

ระหว่างที่ปลอบใจแพรวดาวให้ไตร่ตรองดีๆอย่าทรมานใจตัวเอง แพรวดาวเกิดอาการหน้ามืด มิโยะโกะกับทาโร่จะพาไปหาหมอแต่เธอไม่ยอมไป...ทาโร่จึงส่งข่าวบอกริว ริวบอกทาเคชิแต่เขานิ่งเฉยงอนๆ โคจิหวั่นใจว่าอารมณ์ของทาเคชิช่วงนี้จะกระทบแผนที่เตรียมเล่นงานมิซาว่ากับซะโต้ แต่ก็รู้สึกแปลกใจที่ช่วงนี้ชินอิจิเงียบไม่ส่งข่าว

ด้านโอะซะมุได้รับรายงานว่ามิซาว่าและซะโต้ร่วมมือกันประกาศสงครามกับโอะนิซึกะแล้ว จึงเรียกทาเคชิกับริวมาสอบถาม ทาเคชิยอมรับว่ากำลังเตรียมแผนรับมือ

“ทั้งที่รู้ว่าเป็นการจัดฉาก ล่อให้เข้าไปติดกับงั้นเหรอ” โอะซะมุกังวลใจ

“ต่อให้เป็นแผนลวง เราก็จะบุกเข้าไปกำจัดอันธพาลชั่วให้สิ้นซาก ถือเป็นการต่อสู้เพื่อชี้ชะตาเมืองนี้” ริวกล่าวอย่างหนักแน่น

“กล้าหาญ สมเป็นสายเลือดซามูไร สายเลือดนักรบของจักรพรรดิ ถ้าท่านอิจิโร่รับรู้ คงภูมิใจในตัวคุณสองคนมาก” โอะซะมุชื่นชมทาเคชิกับริว ทำให้ทาเคชิคิดถึงที่ผ่านมา ตนไม่อยากต่อสู้กับใคร อยากมีชีวิตของตัวเองจนอิจิโร่โกรธ ฮิเดโกะปลอบและพูดให้เข้าใจถึงสายเลือดซามูไรที่มีอยู่ในตัวเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทาเคชิสลัดความคิดในอดีต หันกลับมาฟังการสนทนา...โอะซะมุบอกว่าถ้าโค่นมิซาว่ากับซะโต้ได้ ก็เหมือนตัดแขนขานักการเมืองชั่วที่คอยหนุนหลังอยู่ ตนกำลังสืบแต่หาหลักฐานเอาผิดยังไม่ได้

“ท่านโอะซะมุต้องการล้างไพ่ ล้มล้างระบบอันธพาลครองเมือง” ริวย้อนถาม

“ผมอยากให้กฎหมายยังคงความศักดิ์สิทธิ์ อยากให้ความสงบสุขกลับมาสู่เมืองนี้”

“โลกมีคนแค่สองจำพวก คือคนดีกับคนเลวต่อให้จัดการมิซาว่ากับซะโต้ได้ก็ต้องมีกลุ่มใหม่เกิดขึ้นมาอีกไม่สิ้นสุด” ริวสบถ

“คนดีไม่มีวันตาย คนชั่วเกิดใหม่แค่ไหน ก็ต้องมีคนดีมาจัดการ” โอะซะมุให้แง่คิด

ทาเคชิฟังแล้วรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับชีวิตที่ต้องวนเวียนต่อสู้ห้ำหั่นกันไม่สิ้นสุด คำพูดของแพรวดาวแว่บเข้ามา เขาชักรู้สึกเห็นด้วยกับความคิดของเธอ...ริวสังเกตเห็นทาเคชินิ่งเงียบระหว่างนั่งรถกลับ จึงโพล่งขึ้นเหมือนรู้ใจ

“ลุงอิจิโร่เคยสอนว่าระหว่างทำสงคราม ใจนักรบต้องนิ่งสงบ เพราะทุกๆนาทีอาจเกิดอันตรายถึงชีวิต...ลืมไปแล้วหรือว่าแกก็เคยต้องการชีวิตอิสระ ไม่อยากอยู่ในวังวนของการต่อสู้เหมือนกับที่โอคุซังรู้สึกตอนนี้”

ทาเคชิสบตานิ่งๆ “แต่สุดท้าย...ฉันก็ต้องยอมรับหน้าที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

“หน้าที่กับหัวใจมันคนละเรื่องกันไม่ใช่เหรอ”

“ไม่มีหัวใจก็ไม่เจ็บ”

“ถ้าความรักคือจุดอ่อนของนักรบ แกต้องเปลี่ยนความรักให้เป็นพลังที่เข้มแข็ง”

ทาเคชิคิดตามคำพูดของริว ตัดสินใจไปหาแพรวดาว เห็นทาโร่กำลังช่วยเธอยกลังผลไม้ดูใกล้ชิด ทาโร่ตกใจเมื่อเห็นโซเรียวรีบก้มหัวคำนับถอยออกห่าง ทาเคชิเข้ามาถามคนรักแสดงความห่วงใยที่เธอไม่สบาย แพรวดาวดีใจที่เห็นหน้าเขา พร้อมเผชิญหน้าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ฉันขอโทษ...ฉันปฏิเสธการแต่งงานของคุณ แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่รักคุณ หลายเดือนที่เข้าไปอยู่บ้านโอะนิซึกะ ฉันเห็นชีวิตที่มีแต่การเข่นฆ่าล้างแค้นไม่สิ้นสุด ถ้าฉันแต่งงานและมีลูกกับคุณ หัวอกของคนเป็นภรรยาและแม่อย่างฉันจะเป็นอย่างไร ถ้าลูกกับสามีถูกฆ่าตายจนต้องเป็นม่ายอยู่ตัวคนเดียว”

“คุณจะได้รับเกียรติสูงสุดและได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้หญิงที่กล้าหาญ”

“แต่ฉันเห็นแก่ตัว ฉันอยากมีชีวิตที่เงียบสงบ อยู่กับสามีและลูกไปจนแก่เฒ่า ฉันยอมเป็นคนขี้ขลาด ดีกว่ากอดเกียรติยศและความกล้าหาญ แต่ต้องอยู่ด้วยความ เดียวดายไปตลอดชีวิต”

แพรวดาวปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย ทาเคชิขบกรามแน่นรู้สึกผิดที่ทำให้คนรักเสียน้ำตา เขาประคองใบหน้าเธอเงยขึ้นแล้วเช็ดน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา สัญญากับเธอว่า จัดการกับมิซาว่าและซะโต้แล้ว ตนจะวางมือไปอยู่กับเธอที่เมืองไทย ตนอยากทำไร่องุ่น มีชีวิตสงบสุขกับคนที่ตนรัก...แพรวดาวตาวาวด้วยความดีใจ ทาเคชิขอร้องให้กลับไปอยู่ด้วยกัน เธอครุ่นคิดก่อนจะตอบเขาว่ายังไม่พร้อม ทาเคชิกลับไปด้วยความผิดหวังเสียใจ

ทาโร่แปลกใจทำไมแพรวดาวไม่กลับไปกับทาเคชิ เธออ้างว่าใกล้สอบอยากมีสมาธิอ่านหนังสือ ทาโร่ไม่อยากเชื่อ มาซาโกะสะกิดเตือนปล่อยเธอคิดเอง เวลาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น...แต่แล้วแพรวดาวก็มิได้มีสมาธิที่จะอ่านหนังสือ กลับเหม่อลอยจ้องมองดาวกระดาษคิดถึงทาเคชิ

ooooooo

ริกิฟังเคนอิจิรายงานว่าได้วางระเบิดไว้รอบโกดังสินค้า แล้วจะล่อให้ทาเคชิกับริวเข้าไปโดยเอาตัวแพรวดาวมาเป็นตัวล่อ ไอโกะแอบได้ยินเป็นห่วงทาเคชิจึงหาวิธีจะออกไปเตือน กลับโดนริกิจับได้หาว่าไอโกะหลงผู้ชายจนตาบอด จะส่งไปคลอดลูกที่ฮาวาย ไอโกะร้องลั่นไม่ยอม

เช้าวันใหม่ ขณะที่แพรวดาวช่วยมาซาโกะจัดผลไม้ มาซาโกะให้เธอดมผลแอปเปิ้ลที่ส่งมารอบนี้ว่าหอม แพรวดาวได้กลิ่นกลับคลื่นไส้อาเจียน มาซาโกะเอะใจ ให้ทาโร่พาไปตรวจ ผลออกมาว่าแพรวดาวตั้งท้องได้หกสัปดาห์ ร่างกายเธออ่อนแอมาก หมอจะฉีดยาบำรุงครรภ์ให้ ทาโร่ทั้งตื่นเต้นและตกใจ ให้กำลังใจและปลอบเธอว่าตนจะรออยู่หน้าห้อง ไม่ต้องกลัว

แพรวดาวใจคอไม่ดี สังหรณ์ใจบางอย่าง...ขณะเดียวกัน ทาเคชิมาหาแพรวดาวเพื่อเอาขนมไทยมาฝาก จึงรู้จากมาซาโกะว่าเธอไปโรงพยาบาล เขารีบตามไปด้วยความร้อนใจ...ระหว่างที่หมอกับพยาบาลเตรียมเข็มฉีดยา มีบุรุษพยาบาลสองคนเดินผ่านทาโร่เข้ามา ทั้งหมอและพยาบาลงง สองบุรุษพยาบาลยิ้มเหี้ยม...

ทาเคชิมาถึงตรงเข้าถามทาโร่ทันทีว่าแพรวดาวเป็นอะไร ทาโร่อึกอัก ทาเคชิไม่รอช้าปรี่เข้าไปในห้องตรวจ แล้วต้องตกใจเมื่อไม่เห็นแพรวดาวบนเตียง กลับพบหมอกับพยาบาลนอนจมกองเลือดอยู่หลังม่าน มีมีดสัญลักษณ์ซะโต้ปักอยู่บนเตียง แสดงว่าเคนอิจิจับตัวแพรวดาวไป

เมื่อริวรู้ข่าวโกรธแค้นแทนจะไปถล่มเคนอิจิ โคจิปรามว่าเป็นแผนล่อทาเคชิออกไป...ระหว่างนั้น ทาโร่เข้ามาหาทาเคชิในห้องเก็บป้ายบรรพบุรุษ ก้มหัวขอโทษที่ดูแลโอคุซังไม่ดี ทาเคชินิ่งเงียบ ทาโร่ลังเลกว่าจะเอ่ยว่า โอะนิซึกะกำลังจะมีทายาทรุ่นต่อไป ทาเคชิตาโพลง

“ลูก! ฉันกำลังจะมีลูกหรือ” สักพักสีหน้าแปรเปลี่ยน “ไอ้เคนอิจิจับตัวลูกเมียฉันไป...”

“ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ผมก็จะช่วยโอคุซังกลับมาให้ได้” ทาโร่รู้สึกผิดและเจ็บใจ

ทาเคชิมองท่าทางทาโร่ราวกับรู้ถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อคนรักของตน...

ในขณะที่แพรวดาวนอนหมดสติ เธอรู้สึกมีมือมาปลุกเบาๆ ลืมตาขึ้นเห็นพ่อและแม่ เธอลุกพรวด แปลกใจว่ามาได้อย่างไร เสียงพ่อกับแม่ตอกย้ำ...ลูกทำให้ตัวเองและคนที่ลูกรักตกอยู่ในอันตราย แค่ลูกยอมรับความจริง ลูกก็จะตื่นจากโลกแห่งความฝัน ตื่นมายอมรับเถอะลูก...เสียงพ่อแม่ย้ำซ้ำๆจนกลายเป็นอื้ออึงฟังไม่ได้ศัพท์...แพรวดาวสะดุ้งตื่นมองไปรอบๆ จำได้ว่าเป็นห้องที่เคยโดนจับมาขังครั้งก่อน ไม่ทันไร เคนอิจิเปิดประตูเข้ามาสายตากรุ้มกริ่ม “ตื่นแล้วเหรอจ๊ะคนสวย” แพรวดาวถอยกรูด “ถามก็ไม่ตอบ สวยและหยิ่งแบบนี้สิฉันชอบ ฮ่าๆ”

เคนอิจิโบกมือไล่ลูกน้องออกไป แล้วเดินหื่นกระหายเข้าหา แพรวดาวหวาดกลัวร้องลั่นอย่าเข้ามา... ยามะกับโคเฮเดินคิกคักออกมา ที่เจ้านายจะมีความสุข และชมว่าแพรวดาวสวยน่ารักกว่าไอโกะ ชินอิจิได้ยินสองคนคุยกันก็ตกใจคิดหาวิธีช่วยแพรวดาว

แพรวดาวพยายามดิ้นรนต่อสู้จิกข่วนเคนอิจิ เขาโมโหตบหน้าเธอฉาดใหญ่แล้วชกเข้าที่ท้องจนเธอตัวงอทรุดลง เขาเข่นเขี้ยว “ฤทธิ์มากนักเหรอ ชอบให้ใช้กำลังก็ไม่บอก”

เขาโถมเข้าปลุกปล้ำแพรวดาว สักพักรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ จึงก้มมอง เห็นเลือดไหลเปรอะเต็มขาเธอไปหมด เคนอิจิผงะออก “เธอท้อง!...ฮะๆ ถ้าไอ้ทาเคชิรู้ว่าลูกมันตายแล้ว มันคงแค้นจนกระอักเลือด ฮ่าๆๆๆ”

“ไม่...ไม่จริง!...ลูกแม่!” แพรวดาวกรีดร้องปล่อยโฮด้วยความรันทดใจอย่างที่สุด...

โคเฮกับยามะเห็นชินอิจิจะออกไปข้างนอกก็เข้ามาขวางถามไปไหน เขาอ้างว่าเมียให้คนมาบอกว่าลูกชายไม่สบาย จะพาไปหาหมอ ทั้งสองจึงปล่อยไป...ชินอิจิ แอบมาที่ศาลเจ้า เพื่อส่งข่าวทาเคชิ ริวและโคจิเรื่องแพรวดาวว่ากำลังจะถูกส่งตัวไปคลังสินค้ารถไฟคืนนี้ ทาเคชิถามทางเคนอิจิมีแผนอะไร ชินอิจิกำลังจะบอกก็มีเสียงปืนดังปัง! ขึ้น ร่างเขาล้มตึงขาดใจตายทันที

“เคนอิจิคงส่งคนมาฆ่าปิดปากคนของตัวเอง” โคจิสันนิษฐาน ทาเคชิยิ่งเครียดหนัก

ยามะกับโคเฮกลับมารายงานเคนอิจิว่าโอะนิซึกะรู้แล้วว่าพวกเราจะมีการเคลื่อนไหวคืนนี้ เคนอิจิยิ้มกระหยิ่มใจไม่คิดจะเปลี่ยนแผน เพราะมีตัวแพรวดาวเป็นตัวล่อให้โอะนิซึกะเดินมาตามเกมของตน

ooooooo

ในวันนั้น ทาโร่ยืนมองแปลงดอกไม้ที่ถูกโคจิถอนทิ้งไปหมดด้วยความคิดถึงและเป็นห่วงแพรวดาวอย่างมาก เขาคิดถึงคำพูดคุยของเธอที่บอกว่าเธอเป็นแม่มดสาปให้เขาเป็นอัศวินอยู่ข้างๆคอยดูแลแม่มดตลอดไป เขายิ่งรู้สึกเศร้าเสียใจที่ปกป้องเธอไม่ได้

ทาเคชิเดินมาข้างหลัง กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ขอบคุณที่คอยดูแลเซโกะมาตลอด”

ทาโร่ตกใจหันมาก้มหัวไม่กล้าสบตา ตอบว่าตนทำตามหน้าที่ ทาเคชิรู้ดีว่าเขาคิดอย่างไร

“ไม่มีใครห้ามหัวใจตัวเองได้ ความรักไม่ใช่เรื่องผิดถูก ไม่มีศักดิ์ศรีหรือกฎเกณฑ์บังคับ เซโกะเป็นผู้หญิงน่ารักที่ใครอยู่ใกล้ก็ต้องหลงรัก ฉันเข้าใจ...รับปากฉันข้อนึง การรบครั้งนี้ยิ่งใหญ่เกินคาดเดาได้ ถ้าฉันเป็นอะไรไป นายจะต้องเป็นคนดูแลเซโกะแทนฉัน...นี่เป็นคำสั่ง”

ทาโร่หน้าตื่นจะปฏิเสธ แต่พอได้ยินว่าเป็นคำสั่งก็ได้แต่ก้มหัวรับคำและสัญญาจะดูแลและปกป้องโอคุซังตลอดชีวิต ทาเคชิเห็นสายตามุ่งมั่นดุจคำสัญญาของลูกผู้ชายก็รู้สึกหมดห่วง

ทาเคชิกลับเข้ามาประชุมวางแผนการช่วยแพรวดาว โคจิกางแผนที่ ริว ทาโร่ มาซาโตะ คาซูมะ และลูกน้องทั้งหมดตั้งใจฟังแผนการ ทาเคชิชี้ว่าคลังสินค้ามีสามหลังติดกัน รอบนอกมีรั้วกั้น มีประตูเข้าออกสองทาง ต้องแบ่งกำลังบุกทั้งสองประตู ริวชี้ไปที่โกดังหลังอยู่ลึกสุด คาดว่าแพรวดาวจะถูกขังอยู่ที่นั่น ทาเคชิสั่งลุยเข้าไปทั้งสามโกดังเพื่อช่วยลูกเมียตนออกมาให้ได้ “คืนนี้โอะนึซึกะจะกวาดล้างมิซาว่ากับซะโต้ให้สิ้นซากเพื่อปกป้องเมืองจากอันธพาลชั่วให้หมดไปจากแผ่นดิน ขอให้ดวงวิญญาณบรรพบุรุษช่วยคุ้มครองพวกเราด้วย” ทาเคชิประกาศต่อหน้าป้ายบรรพบุรุษ ยกถ้วยสาเกขึ้นดื่มพร้อมกับริว สมาชิกโอะนิซึกะทุกคนฮึกเหิมพร้อมสู้

ระหว่างนั้น แพรวดาวถูกคนของซะโต้อุ้มพาดบ่า เดินตามเคนอิจิออกไปจากที่คุมขัง หญิงสาวน้ำตาริน ปล่อยทุกอย่างไปตามยถากรรม เจ็บปวดที่สูญเสียลูกในท้อง...ขบวนรถตู้ของซะโต้แล่นตามกันเข้ามาจอดบริเวณคลังสินค้ารถไฟ เธอถูกพาตัวลงจากรถมามัดติดกับลังสินค้า เคนอิจิเดินนำริกิเข้ามา พร้อมกับบอกว่า ทาเคชิจะต้องตามมาช่วยผู้หญิงของตัว ริกิหัวเราะร่า

“ฉันรอเวลาที่จะเห็นไอ้ทาเคชิตายแทบไม่ไหวแล้ว”

แพรวดาวรู้สึกหวาดผวา เป็นห่วงทาเคชิจับใจ อ้อนวอนเสียงแหบพร่าอย่าทำอะไรเขา เคนอิจิหัวเราะสะใจ “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ปล่อยให้มันตายทิ้งเธอไปคนเดียวหรอก เธอจะได้กอดมันไปไหว้บรรพบุรุษในนรกแน่”

แพรวดาวพึมพำอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองคนดีอย่างทาเคชิ...ไม่นาน ขบวนรถของโอะนิซึกะแล่นทะยานฝ่าความมืดมา ทาเคชิเคร่งเครียดเป็นห่วงคนรัก ริวบีบไหล่ให้กำลังใจ เคนอิจิเห็นแสงไฟขบวนรถผ่านประตูรั้วเข้ามา ก็ชักดาบออกจากฝักรอ ทาโร่กับโคจิและลูกน้องก้าวลงจากรถ เคนอิจิเสียงกร้าว “ไม่นึกว่าโอะนิซึกะโซเรียวจะส่งสุนัขรับใช้มาแทน”

“แค่สุนัขจรจัดอย่างพวกแก ไม่ต้องถึงมือโซเรียวหรอก” โคจิโต้

ทาโร่เสริมจะตีสุนัขให้ตายคามือ ทุกคนชักดาบออกมาเตรียมพร้อม สองกลุ่มพุ่งเข้าปะทะกัน...แพรวดาวได้ยินเสียงสู้รบก็หน้าตื่นทั้งที่ร่างกายอ่อนเพลียเต็มที...

อีกโกดัง ทาเคชิ คัตสึ เซกิพาลูกน้องบุกมา ริกิ จูโร่และสมุนออกมาขวางราวกับรอคอยอยู่นานแล้ว

“ในที่สุดก็ถึงวันชำระแค้น” ริกิหัวเราะร่า

ทาเคชิให้ปล่อยแพรวดาวไปก่อน ริกิสวน ใช้ฝีมือข้ามศพตนไปหาผู้หญิงของตัว ว่าแล้วก็ยกดาบขึ้นตั้งรับ สองฝ่ายวิ่งกรูเข้าใส่กัน ทาเคชิประดาบกับริกิอย่างดุเดือด จูโร่หาโอกาสซัดทาเคชิด้านหลัง แต่เขาไวกว่ารับมือได้ทั้งริกิและจูโร่ เยาะ “มิซาว่าเก่งเรื่องลอบกัดเสมอ”

“ไอ้ทาเคชิ...ฉันจะฆ่าแก แก้แค้นให้ซาโตชิ” ริกิคำรามลั่น

อีกมุมหนึ่ง ริวซุ่มรอกับลูกน้อง คอยสัญญาณให้เข้าไปเสริมตามคำสั่งของโซเรียว แต่เผอิญคนของซะโต้มาเห็นเสียก่อน จึงตะโกนบอกพรรคพวก ริวเห็นว่าพวกมันรู้ตัวแล้ว จึงไม่รอช้าสั่งลูกน้องบุกเข้าไปช่วยทาเคชิกับแพรวดาวทันที

ทาเคชิกับริกิฟาดฟันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ทาเคชิห่วงแพรวดาวจึงพลาดโดนริกิตวัดดาบเข้าที่ชายโครงเลือดซึม ทาเคชิไม่ย่อท้อรุกเข้าใส่จนปาดดาบไปบนลำตัวริกิเลือดสาด แล้วส่งเสียงกร้าว “สายเลือดโอะนิซึกะทุกคนจะปกป้องแผ่นดินนี้ ให้พ้นจากเงื้อมมืออันธพาลชั่ว”

“ปกป้องแผ่นดินจนตัวตายเหมือนพ่อและบรรพบุรุษแกน่ะเหรอ ฮึๆ รักษาแผ่นดินนี้ไว้ให้ได้แล้วกัน” ริกิให้สัญญาณจูโร่กับลูกน้อง เข้ารุมเล่นงานทาเคชิ “ฆ่าพวกมันให้หมด”

คัตสึกับเซกิเข้าช่วย ทาเคชิเห็นริกิถอยหนีจึงพยายามแหวกวงล้อมตาม...ทาโร่ยังต่อสู้กับเคนอิจิ

โดยมีโคจิรับมือกับยามะและโคเฮ เคนอิจิเห็นได้เวลาตามแผน ผิวปากให้ลูกน้องถอยร่นตามตนออกไป ทาโร่เฉลียวใจตามเคนอิจิ ส่วนโคจินำลูกน้องบุกช่วยทาเคชิ

“ลุงริกิกับเคนอิจิหนีเข้าไปในโกดังหลังแรก เซโกะต้องอยู่ในนั้นแน่ ผมจะไปช่วยเธอออกมา” โคจิแย้งให้รอริวนำกำลังเข้ามาก่อน ทาเคชิสวน “ถ้าโอะนิซึกะโซเรียวปกป้องผู้หญิงของตัวเองไม่ได้ ก็ไม่สมควรดูแลเมืองนี้เช่นกัน” ทาเคชิแกว่งดาบมุ่งมั่นไปช่วยคนรักไม่สนใจบาดแผลของตัวเอง โคจิ คัตสึและเซกิเป็นห่วงต้องตามไปคอยคุ้มกัน

เสียงทาเคชิถีบประตูโครมๆ เคนอิจิกับริกิหัวเราะสะใจที่ทาเคชิกำลังเข้ามาติดกับ...เมื่อทาเคชิกับพวกพังประตูเข้ามาได้ กลับไม่เห็นแพรวดาว มีเพียงลังสินค้ามากมาย โคจิรู้สึกไม่ชอบมาพากล ทันใด ไฟถูกจุดขึ้นลุกท่วม ทาเคชิรู้ทันทีว่าเป็นกับดัก...แพรวดาวซึ่งอยู่ด้านหลังโกดังเห็นควันไฟก็ร้องไห้เป็นห่วง ขอให้เปิดประตูให้พวกทาเคชิออกมา ริกิกับเคนอิจิเอาแต่หัวเราะ

คัตสึกับเซกิสำรวจทั่วโกดังพบว่ามีระเบิดวางอยู่เต็ม ทาเคชิมีสติสั่งค้นหาดินปืนที่โรยอยู่บนพื้น แล้วตัดเส้นทางจุดชนวนเสีย จากนั้นช่วยกันดับไฟ พร้อมทั้งให้ก้มตัวต่ำๆจะได้ไม่สำลักควัน โคจิบอกว่าทางออกถูกล็อกด้านนอกไว้หมด พลันเสียงระเบิดดังขึ้นที่ข้างโกดัง ทาเคชิกับพวกถูกแรงอัดกระแทกกระเด็นไป
คนละทางสองทาง แต่ไม่มีใครบาดเจ็บ...ริวกับลูกน้องวิ่งฝ่ากลุ่มควันเข้ามาช่วย ทาเคชิไม่สนใจเลือดที่ไหลจากบาดแผลถูกฟันกลับบอกริว

“เซโกะยังอยู่ที่นี่ หาผู้หญิงของฉันให้เจอ”

แพรวดาวถูกพาหนีตามเคนอิจิกับริกิไปตามทางรถไฟ ทาโร่โผล่มาขวางอย่างไม่กลัวเกรง เคนอิจิเยาะ องครักษ์พิทักษ์นายหญิงมาคนเดียว ก็ต้องตายคนเดียว เสียงทาเคชิดังขึ้น

“อย่าเพิ่งชะล่าใจ...” ทาเคชิกับริวก้าวออกมาอย่างองอาจ ตามด้วยกลุ่มสามทหารเสือ

แพรวดาวดีใจขยับจะหาทาเคชิ แต่เคนอิจิกระชากตัวมาเอาดาบจ่อคอขู่ “ถ้าไม่อยากให้เมียของแกตายตามลูกไป หยุดอยู่ตรงนั้น”

ทาเคชิกวาดตามองเห็นคราบเลือดที่ร่างแพรวดาวก็ตกใจ “ลูก! แกทำร้ายลูกฉัน”

ทาโร่และทุกคนตกใจต่างสงสารโอคุซังจับใจ

ริกิเสียงกร้าว “รู้รึยังว่าความสูญเสียมันเจ็บปวดยังไง”

“คนทรยศหักหลังพี่น้องร่วมสาบาน คนชั่วช้าต่อบ้านเมืองอย่างพวกแก ตายไปก็ไม่สมควรมีแม้แต่ดินกลบหน้า” ริวตวาดกลับด้วยโกรธแค้นแทนครอบครัว

ริกิโกรธจัดเงื้อดาบจะพุ่งเข้าใส่ ริวตั้งรับไม่กลัวเกรง โคจิจึงให้สัญญาณลูกน้องโจมตี เคนอิจิเห็นกำลังชุลมุนจึงกระชากมือแพรวดาวหนี เธอส่งเสียงเรียกทาเคชิ เขาพยายามฝ่าวงล้อม

ในโกดังหลังสุดท้าย แพรวดาวถูกมัดไว้กับถังดินปืนที่มีสายชนวนเชื่อมต่อ โดยที่ปลายสายชนวนอยู่ในมือเคนอิจิ...ทาเคชิตามมาถึงเห็นเช่นนั้นก็ตกใจ

เคนอิจิหัวเราะเยาะที่คนดีมักจะคิดช้ากว่าคนเลว ทาเคชิขอให้ปล่อยแพรวดาวไป เคนอิจิชูไฟแช็กยั่วอย่างสะใจ...

ด้านนอก ริวฟันริกิไปหลายแผล “ดาบนี้เพื่อพ่อแม่ของฉัน...ดาบนี้เพื่อลุงอิจิโร่และครอบครัวโอะนิซึกะ” ริกิทรุดลงเลือดไหลอาบ โต้ว่าถ้าฆ่าตนก็ต่ำช้าไม่ต่างกัน ริวตวาด “ต่างกันมากเพราะดาบนี้เพื่อความสงบสุข

ของคนทั้งแผ่นดิน” ริวเงื้อดาบฟาดเข้าแสกหน้าริกิหงายหลังแน่นิ่ง

ในขณะที่เคนอิจิชูไฟแช็กจะจุดสายชนวน ทาโร่ แอบมาด้านหลังแต่เผอิญสะดุดลังเสียงดังขึ้น ทาเคชิฉวยโอกาสพุ่งเข้าใส่เคนอิจิ ไฟแช็กกระเด็นไปตกบนลังที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ไฟลุกพรึ่บขึ้น แพรวดาวตาโพลงเห็นไฟกำลังลามไปที่สายชนวน จึงร้องบอกทาเคชิ ทาโร่เห็นไม่ทันแน่จึงเข้าไปดึงแพรวดาวมากอดกลิ้งตัวให้ออกห่าง ทาเคชิเห็นเช่นนั้นก็หมอบลง เสียงระเบิดดังกึกก้อง ไฟลุกท่วมโกดัง...ทาเคชิรู้สึกตัวตะโกนเรียกหาแพรวดาว เคนอิจิผลักร่างยามะกับโคเฮที่นอนแน่นิ่งทับตนอยู่ออก กระเสือกกระสนหนี ทาเคชิเห็นคว้าดาบพุ่งเข้าใส่ด้วยความแค้น

“ไอ้เคนอิจิ! ฉันจะสู้เพื่อคนรัก สู้เพื่อหน้าที่ สู้เพื่อแผ่นดิน”

“หน้าที่ของนักรบซามูไรคือตายอย่างมีเกียรติ” เคนอิจิยังเยาะทั้งที่บาดเจ็บลุกแทบไม่ไหว

“อันธพาลชั่วอย่างพวกแก ไม่รู้จักเกียรติที่แท้จริง” ทาเคชิเงื้อดาบจ้วงแทงเคนอิจิสุดเล่ม “ฉันอภัยให้กับความแค้นที่เรามีต่อกันได้ แต่ฉันไม่มีวันอภัยให้คนชั่วที่ทำร้ายคนบริสุทธิ์และคิดทำลายแผ่นดินนี้” ทาเคชิลุกยืนอย่างทระนง ขณะที่เคนอิจิล้มลงจมกองเลือด

หลังจากนั้น ทาเคชิฝ่าเปลวไฟเข้ามารื้อซากหาแพรวดาว เสียงเธอไอสำลักควัน ทาเคชิมองตามเสียง เห็นร่างทาโร่นอนกอดเธอเพื่อปกป้อง ตัวเองเลือดอาบปางตาย ทาโร่คลายอ้อมกอดออก ทาเคชิเห็นเลือดที่หัวแพรวดาว “เลือด! ผมมาช่วยคุณแล้ว คิมิสุดที่รักของผม”

แพรวดาวตาปรือสะอื้นขอโทษที่รักษาลูกไว้ไม่ได้ ทาเคชิปลอบไม่ใช่ความผิดเธอ “อดทนไว้นะเซโกะ คุณทิ้งผมไปไม่ได้ คุณต้องอยู่เพื่อรักผม เป็นแสงดาวนำทางให้ชีวิตผม”

“ฉันดีใจที่แสงดาวดวงเล็กๆอย่างฉันเคยนำทางให้นักรบแห่งตะวันอย่างคุณ...ฉันได้รับเกียรติเป็นคิมิที่รักของคุณ แค่นี้ฉันก็รู้สึกมีค่าที่สุด” เสียงแพรวดาวอ่อนลงร่างสั่นสะท้าน

ทาเคชิกอดเธอแนบแน่น หัวใจแทบแตกสลายตะโกนลั่น “คุณต้องไม่เป็นอะไรคิมิที่รักได้โปรดอย่าทิ้งผมไป ผมไม่เหลือใครอีกแล้ว”

ทาโร่พยุงกายลุกขึ้นบอกแพรวดาวอย่าหลับ

ทาเคชิเขย่าร่างเธอพร่ำจะไปอยู่เมืองไทยกับเธอ จะทำไร่องุ่นในหุบเขาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข จะใช้ชีวิตแก่เฒ่าไปด้วยกัน ทาเคชิน้ำตาไหลพรากสั่งให้แพรวดาวตื่น เหมือนเธอได้ยิน สูดลมหายใจเฮือกอย่างปาฏิหาริย์ ทาโร่บอกว่าเธอแค่หมดสติให้เขารีบพาไปโรงพยาบาล

ทันทีที่ทาเคชิช้อนร่างแพรวดาวขึ้น ร่างเคนอิจิพุ่งฝ่าเปลวไฟออกมา เปล่งเสียงคำราม ยืนอยู่บนลังระเบิดขนาดใหญ่ ทั้งทาเคชิและทาโร่ตกใจ...ริว โคจิ คัตสึ เซกิและลูกน้องวิ่งมาถึง เห็นไฟลุกไหม้ก็จะเข้าไปช่วย พลันโกดังระเบิดตูมขึ้นต่อหน้าต่อตา ริวร้องลั่น “ไม่นะ!...ไม่!...”

โคจิรีบสั่งลูกน้องจับตัวริวไว้เกรงจะวิ่งเข้าไป ริวร้องโวยวายจะไปช่วยทาเคชิ โคจิเตือนสติ “โซเรียวสละชีวิตเพื่อเมืองนี้ ถ้าคุณริวเป็นอะไรไป โอะนิซึกะก็ไร้ผู้นำ”

ริวน้ำตาร่วงเผาะทรุดลงอย่างทดท้อ “ทาเคชิแกทิ้งฉัน แกมันเห็นแก่ตัว ไอ้คนเห็นแก่ตัว”

โคจิทรุดลงข้างๆริวที่รำพันทุบกำปั้นลงพื้นด้วยความเสียใจ คนอื่นๆช่วยกันดับไฟ

ooooooo

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป...แพรวดาวนั่งเศร้าเหม่อลอยอยู่หน้าโลงศพ เสียงริวก้องในหู “ผมเจอโอคุซังหมดสติอยู่หลังโกดังราวปาฏิหาริย์ แต่เด็กในท้อง...” เธอสุดรันทดใจที่ต้องสูญเสียทั้งลูกและสามีในเวลาเดียวกัน มายูมิกับมิโยะโกะนั่งข้างๆอย่างเห็นใจและห่วงใย...

งานศพทาเคชิถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ สมาชิกโอะนิซึกะทุกคนเสียใจเป็นอย่างมากและต่างก็เห็นใจโคจิที่เสียลูกชายไปด้วยเช่นกัน มาซาโตะและคาซูมะปลอบใจว่า

“แม้ร่างทาโร่จะถูกระเบิดจนแหลกสลาย แต่เขาก็ได้รับเกียรติจากการเสียสละครั้งนี้”

โอะซะมุมาแสดงความเคารพโอะนิซึกะผู้กล้าหาญ ริวก้มหัวรับแล้วกล่าวว่า...คนดีไม่มีวันตาย ความดีของทาเคชิจะยังอยู่ในใจทุกคนตลอดไป โอะซะมุสบตาริวด้วยความชื่นชม

แพรวดาวนั่งฟังพระสวดน้ำตาไหลริน พลันได้ยินเสียงทาเคชิเรียก และเข้ามากุมมือปลอบให้หยุดร้องไห้ เธอสวมกอดดีใจมากที่หัวใจนำทางเขากลับมาได้อีก “อะนะตะ คุณยังไม่ตาย...คุณสัญญาจะไปอยู่กับฉันที่เมืองไทย เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป”

“โซเรียวตายแล้ว ทำใจซะเถอะนะครับ” เสียงริวกระซิบบอก มายูมิและมิโยะโกะรวมถึงทุกคนน้ำตาไหลพราก หดหู่ที่เห็นแพรวดาวยังยอมรับความจริงไม่ได้จนเกิดภาพหลอน เสร็จงาน มายูมิเห็นริวนั่งเศร้าจึงเข้ามาปลอบใจ ริวเอ่ยถาม ถ้าในโลงคือตน เธอจะรู้สึกอย่างไร มายูมิใจหายวาบติงอย่าพูดเป็นลาง ริวปลงว่า...ทุกชีวิตหนีไม่พ้นความตาย แต่อยากรู้ความรู้สึกเธอ มายูมิเอามือปิดปากเขา “คุณตายไม่ได้...เพราะฉันจะเสียใจไม่ต่างจากพี่เซโกะ”

ริวสบตามายูมิราวรับรู้ความรู้สึกผ่านดวงตา แต่เขาสับสนในใจ พอเธอบอกว่าโอะนิซึกะทุกคนต้องการเขา ขอให้เข้มแข็งตนเป็นกำลังใจให้เสมอ เขาได้แต่ขอบคุณเพียงอย่างเดียว

หลายวันผ่านไป แพรวดาวจะเดินทางกลับเมืองไทย ริวมอบพินัยกรรมที่ทาเคชิทำยกทรัพย์สินให้แก่เธอ หญิงสาวแปลกใจเพราะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ริวยืนยันว่าตนเซ็นเป็นพยานและจะดูแลจนกว่าเธอเรียนจบกลับเมืองไทย แต่แพรวดาวตอบด้วยหัวใจแหลกสลายว่า

“ถ้าไม่มีหัวใจ เราจะใช้ชีวิตอยู่ได้ยังไง หัวใจของฉัน...ตายไปพร้อมกับทาเคชิแล้ว”

ริวมองร่างไร้วิญญาณของแพรวดาวที่เดินไป ไม่อยากเชื่อ...ความรักทำร้ายชีวิตคนคนหนึ่งได้ขนาดนี้ โคจิแทรกความรักเหมือนดาบสองคม คมหนึ่งนั้นหอมหวาน อีกคมหนึ่งเจ็บปวด...คำพูดของโคจิ ทำให้ริวฉุกคิดถึงคำตอบของมายูมิที่บอกว่า ตนตายไม่ได้เพราะเธอจะเสียใจไม่ต่างจากโอคุซัง ทำให้ริวตัดสินใจบางอย่างได้...เมื่อส่งแพรวดาวขึ้นเครื่องกลับเมืองไทยแล้ว

ริวมาหามายูมิที่บ้าน เธอแปลกใจ ริวอ้างสถานการณ์ตอนนี้ที่ต้องรับหน้าที่โซเรียวแทนทาเคชิ ส่วนเธอมีหน้าที่ต้องเรียนแพทย์ให้สำเร็จ มายูมิยิ้มรับว่าตนพร้อมจะเป็นกำลังใจเคียงข้าง

ริวสวน “ไม่มีใครรู้อนาคต แต่ถ้าคุณเจอใครที่พร้อมจะดูแลคุณได้เต็มที่ ผมอยากให้คุณลองเปิดใจ” มายูมิไม่เข้าใจ ริวโพล่ง “ชีวิตและหัวใจของผม มอบให้กับโอะนิซึกะหมดแล้ว”

มายูมิหน้าชาเสียใจ ถามที่เขามาเพื่อจะบอกเรื่องนี้หรือ เขาพยักหน้า เธอโกรธเงื้อมือจะตบแล้วชะงัก เปลี่ยนเป็นกล่าว “หน้าที่และเกียรติของคุณยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ฉันจะแตะต้อง ขอบคุณที่พยายามรักษาสัญญาของผู้ใหญ่ ฉันจะรีบส่งข่าวให้คุณทราบทันทีที่เจอหัวใจตัวเอง เราจะได้หลุดพ้นจากพันธะจอมปลอมนี่เสียที” มายูมิกระชากสร้อยคอที่ริวให้ออก ทิ้งลงต่อหน้าเขาหมุนตัวเดินจากไปด้วยความเสียใจ...ริวเก็บสร้อยขึ้นมาอย่างเจ็บปวดสับสนรู้สึกผิด...

เวลาผ่านไป มายูมิเข้าเรียนคณะแพทย์ได้สมใจได้พบชายหนุ่ม ยูจิ โคบายาชิ นายร้อยตำรวจจบใหม่เข้ามาช่วยจับโจรกระชากกระเป๋า เขาตกหลุมรักเธอในทันที

ด้านแพรวดาว เมื่อเข้มแข็งขึ้น เธอก็หักร้างถางพง เตรียมปลูกองุ่นบนเนื้อที่ไร่ของตน อยากทำตามความฝันของทาเคชิ พ่อและแม่เตือนสติ “ฝันร้ายผ่านไปแล้ว เก็บความทรงจำในอดีตไว้เตือนสติตัวเอง แต่เราต้องใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันอย่างรู้ค่านะลูก”

แพรวดาวขอบคุณทั้งพ่อและแม่ที่เข้าใจตน เธอนัดสัมภาษณ์คนที่ได้รับการอบรมเรื่องการปลูกองุ่นและบ่มไวน์มาจากอเมริกาไว้...ชายคนนั้นยืนสวมหมวกมองทัศนียภาพอยู่ แพรวดาวเข้าไปถาม “คุณตะวันใช่ไหมคะ...”

“ขอโทษที่มาก่อนเวลา...ผมทนคิดถึงคุณไม่ไหว คิมิที่รักของผม” ตะวันหันมากุมมือแพรวดาวตกใจโกรธที่ไร้มารยาท แต่พอเห็นหน้า หัวใจเธอไหววูบตะลึงงัน เขาคือทาเคชิ เขาเอามือเธอมาทาบอก “หัวใจของผมเต้นทุกวินาทีเพื่อคุณ หัวใจของคุณนำทางผมมาที่นี่”

หญิงสาวปล่อยโฮโผกอด ทาเคชิจูบเธอที่หน้าผากไล้เรื่อยไปทั้งใบหน้าด้วยความคิดถึง แพรว–ดาวนึกได้ถามแล้วศพในโลงเป็นใคร...ทาเคชิสลดลง เล่าเหตุการณ์ในคืนนั้น หลังจากที่เคนอิจิโผล่ออกมาจากเปลวเพลิง พุ่งเข้าแทงตนแต่ทาโร่เอาตัวรับคมดาบ ตนจึงใช้จังหวะนั้นแทงกลับ ทาโร่ขอร้องให้ตนทำตามสัญญา ไปอยู่เมืองไทยอย่าทำให้แพรวดาวเสียน้ำตาอีก ทาโร่พยายามถอดแหวนที่นิ้วแต่ถอดไม่ออก ตนถอดเสื้อโค้ตของตัวออกสวมร่างทาโร่แล้ววางดาบประจำตระกูลไว้ข้างเขา ก้มหัวด้วยความนับถือน้ำใจของเขา ทาโร่กล่าวลาก่อน...แล้วสิ้นใจ

แพรวดาวน้ำตาร่วง “แสดงว่าอาโคจิรู้มาตลอดว่าร่างที่โดนไฟคลอกจนจำหน้าไม่ได้คือทาโร่...มิน่า ในงานศพ ฉันเห็นอาโคจิแอบก้มหน้าเศร้าอยู่ข้างโลงศพคุณ”

ทาเคชิซาบซึ้งน้ำใจของคนเป็นพ่ออย่างโคจิ... หลังจากนั้นแพรวดาวลงมือปลูกดาวเรืองข้างไร่องุ่นไว้

เป็นอนุสรณ์ความรักแก่ทาโร่ ทาเคชิบอกแพรวดาวว่า ที่ตนใช้ชื่อไทยว่าตะวัน เพราะกลอนที่ตนเขียนให้เธอ ตนเป็นนักรบแห่งตะวัน มีดวงดาวอย่างเธอเปล่งแสงอยู่ข้างกาย...แพรวดาวรู้ซึ้งแล้วว่า ความรักเป็นสิ่งมีค่ามาก โดยเฉพาะเวลาที่เรากำลังจะเสียมันไป ทาเคชิสัญญาจะรักษาความรักของตนให้สมกับที่ทาโร่เสียสละให้ ทั้งสองโผกอดกันแนบแน่น...

สี่ปีผ่านไป โคจิพาริวมาที่ไร่องุ่น ริวบ่นกระปอด– กระแปดว่าวันหยุดทั้งที น่าจะพาตนไปนอนแช่น้ำพุร้อนให้สบาย กลับพามาทัวร์เมืองไทย เดินจนเมื่อยแบบนี้...

โคจิชี้ไปที่เจ้าของไร่ ที่อุ้มลูกชายวัยขวบเศษ ยืนหัวเราะลูกชายวัยสามขวบที่กำลังวิ่งเล่นกับสุนัขอย่างมีความสุข สักพักแพรวดาวเดินออกมาเรียกให้เข้าไปทานข้าว ริวถึงกับตะลึง มองเพ่งอีกที จึงได้เห็นว่าชายเจ้าของไร่คือทาเคชินั่นเอง เขาดีใจมากจะวิ่งไปหาแต่โคจิรั้งไว้

“เมื่อเขาต้องการชีวิตแบบนี้ เราก็ควรปล่อยเขาไป” โคจิเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ริวฟัง

“อาโคจิพาผมมาที่นี่ เพื่อให้เห็นกับตาว่าทาเคชิปลอดภัย เลือกเส้นทางชีวิตของเขาแล้ว”

โคจิดึงริวให้เดินกลับ ริวหันมอง เผอิญทาเคชิหันมาเห็น ทั้งสองสบตากันตื้นตัน ก้มหัวให้กันน้อยๆ ราวกับรับรู้ว่า เรายังเป็นสายเลือดเดียวกันที่เหลืออยู่ ริวรู้สึกอิ่มเอมพร้อมกลับมาดูแลโอะนิซึกะและเมืองชิบะให้สงบสุขต่อไป

แต่ไม่ว่าคนชั่วจะตายไป ก็ยังมีคนชั่วหลงเหลืออยู่...ยามาโมโต้ นักการเมืองที่มีอิทธิพล เอามีดปักบนแฟ้มสีดำสัญลักษณ์มิซาว่าและซะโต้ คำรามว่า ตนจะโค่นโอะนิซึกะลงให้ได้...

ooooooo

–อวสาน– 


ละครรอยรักหักเหลี่ยมตะวัน ตอนที่ 11(ตอนจบ) อ่านรอยรักหักเหลี่ยมตะวัน ติดตามรอยรักหักเหลี่ยมตะวัน ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ,ณฐพร เตมีรักษ์ 7 ส.ค. 2557 09:23 2014-08-20T06:54:44+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ