ตอนที่ 7
อัลบั้ม: แนะนำละครเรื่อง "รอยฝันตะวันเดือด"
มาซารุโมโหมากเมื่อหลักฐานเอาผิดฮิโระถูกทำลายไปหมด เคนรายงานพบร่องรอยสารสำหรับทำระเบิดชนิดเหลวในที่เกิดเหตุ ยูจิเชื่อว่ามีคนในสำนักตำรวจช่วยทำลายหลักฐานแน่ แกล้งถามฮิโระสงสัยใคร ฮิโระตอบว่าตนไม่ได้ทำงานฝ่ายสืบสวนแล้วรู้เรื่องน้อยกว่าเคน
“มีคนเห็นรองฮิโระอยู่บริเวณห้องเก็บหลักฐานก่อนเกิดระเบิด” เคนโต้
“ผมแค่ถูกย้ายไปดูแลฝ่ายอื่นไม่ใช่ผู้ต้องขังที่ห้ามเดินเพ่นพ่าน” ฮิโระแก้ตัวแล้วเดินไป
มาซารุมองอย่างสงสัย ยูจิย้ำว่าฮิโระสนิทกับพวกโอะนิซึกะ เป็นคนน่าสงสัยที่สุดให้พ่อจัดการ มาซารุตวาดกลับ ตนมีอำนาจแต่ไม่โง่เหมือนเขา ใช้สมองคิดบ้างว่าไม่มีหลักฐานแล้วใครจะยอมรับ...ยูจิโกรธ อาการปวดหัวกำเริบ รื้อค้นยาในห้องทำงานด้วยมือสั่นเทา
ตกเย็น ฮิโระมาหาริวด้วยสีหน้าไม่พอใจ ริวกำลังเล่นหมากรุกกับโคจิ รีบลุกขึ้นทักทาย
“ท่านรองฮิโระมาเร็วกว่าที่ผมคาดไว้”
“คุณหลอกให้ผมเอากระเป๋าของกลางคดีมิอุระมาให้ เพื่อซ่อนระเบิดกลับไป”
“นั่นเป็นวิธีเดียวที่ฮารุ มิอุระ จะพ้นผิดในคดีที่เขาไม่ได้ทำ” ริวตอบด้วยท่าทางนิ่งมาก
“ริว...คุณกำลังทำเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และไร้เกียรติที่สุด”
“แล้วการที่คนบริสุทธิ์ถูกใส่ร้าย มันเป็นเรื่องถูกต้องงั้นเหรอครับ...บางครั้งเราจำเป็นต้องใช้ไหวพริบเล่ห์เหลี่ยม เพื่อเอาชนะอันธพาลชั่ว ถ้าพวกมันวิ่งนำไปหนึ่งก้าวเราต้องทำทุกวิถีทางเพื่อวิ่งแซงมันให้ได้”
ฮิโระอึ้ง เปรยว่าถ้าเป็นทาเคชิจะไม่ทำวิธีนี้ ริวสวนว่าตนไม่ใช่ทาเคชิ แต่ตนจะนำโอะนิซึกะด้วยวิธีของตน ฮิโระเตือน “อำนาจมันหอมหวาน ยั่วยวนให้หลายคนอยากลองเข้าไปสัมผัส ผมยังเชื่อในความดีของสายเลือดนักรบซามูไรอย่างโอะนิซึกะ แต่คุณมั่นใจเหรอว่า มิอุระจะไม่อยากลิ้มรสอำนาจนั้น จนลุกขึ้นมาเป็นศัตรูกับคุณ”
“วันนี้ผมช่วยมิอุระในฐานะมิตรที่ดีต่อกัน แต่เมื่อไหร่ที่ฮารุ มิอุระ คิดไม่ซื่อกับแผ่นดินนี้ ผมจะจัดการด้วยมือของผมเอง” ริวประกาศกร้าวสีหน้าจริงจัง ฮิโระยังไม่สบายใจกับสิ่งที่ริวทำ
เมื่อฮารุ มิอุระได้รับการปล่อยตัว เขาก็เปิดไนต์คลับในคืนนั้นหลังจากที่ปิดมาหลายวัน ฮารุกล่าวกับชุนลูกน้อง ว่าอิสรภาพครั้งนี้เพราะความช่วยเหลือของโอะนิซึกะ ชุนแย้งแน่ใจหรือว่าโอะนิซึกะจะไม่หวังอะไรตอบแทน ฮารุเอ็ดเสียงเข้ม
“ถ้าได้ยินแกพูดไม่ให้เกียรติโอะนิซึกะอีก ฉันจะตัดลิ้นของแกซะ”
ชุนก้มหัวขอโทษอย่างเกรงกลัว...ฮารุนึกถึงใบหน้าจุนโกะแล้วเกิดความแค้น จะต้องหาตัวเธอมาลงโทษให้หายแค้น
คืนนั้น ริวครุ่นคิดเครียดกับคำต่อว่าของฮิโระ มายูมิเข้ามาถามมีปัญหาอะไร ริวถอนใจบอกว่า สิ่งที่เราทำอาจทำให้คนหนึ่งพอใจแต่อีกคนไม่พอใจ หญิงสาว ปลอบอย่าไม่สบายใจไปเลยถ้าเรามั่นใจว่ากำลังทำสิ่งถูกต้อง แต่ไม่คิดจะบอกตนบ้างหรือว่าเรื่องอะไร
“เมื่อถึงเวลา คุณจะได้รู้ทุกเรื่อง...ผู้หญิงของโอะนิซึกะต้องเจออันตรายรอบตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ คุณกลัวที่จะอยู่กับผมไหม” ริวกุมมือมายูมิแววตาเป็นกังวล
“ในเมื่อชีวิตฉันถูกลิขิตให้เป็นผู้หญิงของโอะนิซึกะโซเรียว ฉันก็พร้อมจะเผชิญทุกอย่างร่วมกับคุณค่ะริว”
ริวดึงมายูมิมากอดอย่างรู้สึกสุขใจ “คุณคือกำลังใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับผม ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างผม...มายูมิ” ...หญิงสาวโอบกอดแทนคำตอบ ด้วยความรู้สึกอบอุ่น
ooooooo
ในห้องทำงาน มาซารุกำลังเคร่งเครียดอ่านแฟ้มงาน เสียงฝีเท้าคนเข้ามาอย่างถือวิสาสะ เขาคิดว่าเป็นเคนจึงตำหนิบอกแล้วว่าห้ามรบกวน แต่พอเงยหน้ามองต้องตกใจ ลุกขึ้นคำนับ
“ท่านยามาโมโต้!”
“โต๊ะทำงานตัวนี้ คู่ควรกับผู้บัญชาการตำรวจที่เก่งและมีความสามารถ...คิดว่าตัวเองยังเหมาะสมกับตำแหน่งนี้อยู่ไหม”
“ผมขอโทษที่ปล่อยให้ฮารุ มิอุระรอดไปได้”
“กี่ครั้งแล้วที่ทำงานพลาด อย่าคิดว่าเป็นญาติกับเมียฉัน แล้วฉันจะไม่กล้ายึดอำนาจที่ให้”
มาซารุขอโอกาสอีกครั้ง รับรองจะไม่พลาด ยามาโมโต้มองอย่างประเมินก่อนจะต่อว่าที่ยูจิคอยขัดขวางการทำงาน มาซารุสบถเบาๆ “ไอ้สุนัขลอบกัดทาคาโอะ!” ก่อนจะแก้ตัว “เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันครับ ยูจิรู้หน้าที่ของตัวเองและยินดีทำงานรับใช้ท่านยามาโมโต้ทุกอย่าง”
“หวังว่าฉันจะไว้ใจคนไม่ผิด” ยามาโมโต้ทิ้งท้ายด้วยสายตาร้ายลึก ยากจะคาดเดา...
มาซารุมาหายูจิที่ห้องทำงาน เห็นนั่งพิงโซฟามือกำขวดยาอยู่ ก็โมโหเข้าคว้าขวดยาปาทิ้ง ตวาดให้เลิกใช้ยาเสียที แล้วลากยูจิมามองออกไปนอกหน้าต่างให้ดูว่าเมืองนี้มันกำลังจะอยู่ในอุ้งมือเรา ในกำมือของยามาโมโต้ แต่มันจะพังเพราะยาระงับประสาทและผู้หญิงคนเดียว
“ชีวิตผมพังเพราะพ่อต่างหาก” ยูจิระเบิดอารมณ์ออกมา “พ่อบ้างานจนลืมผมกับแม่ พอแม่ล้มป่วยจนตาย พ่อก็เข้มงวดบังคับผมในทุกเรื่อง แต่ไม่เคยพยายามจะเข้าใจผมเลย”
มาซารุโต้ว่าอยากให้เขาเป็นตำรวจที่เข้มแข็งเหมือนตน ยูจิสวนเคยถามบ้างไหมว่าตนอยากเป็นหรือเปล่า ตนไม่อยากเป็น ไม่อยากทำตามคำสั่งพ่อ ตนเบื่อความกดดันทุกอย่าง จนต้องพึ่งยาบ้าๆนี่ ถ้าชีวิตตนพังก็เพราะพ่อ...มาซารุโกรธตบหน้ายูจิแล้วผลักไปกระแทกกำแพง
“ถึงฉันจะไม่ชอบริว โอะนิซึกะ แต่ฉันก็นับถือความสามารถของมัน ถ้าแกยังอ่อนแออยู่อย่างนี้แกจะไม่มีทางสู้ไอ้ริวได้ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือชีวิตส่วนตัว มายูมิเหมาะกับริวมากกว่าแก”
ยูจิเจ็บแค้นที่โดนเปรียบเทียบกับริว...มาซารุกลับมาที่ห้อง หยิบรูปตนกับภรรยาและยูจิวัยเด็กมารำพัน
“ฉันพยายามทำทุกอย่างให้ลูกมีอนาคต มีงานดี แต่ลูกไม่เคยเข้าใจ ฉันจะไม่ยอมแพ้ จะเคี่ยวเข็ญให้ลูกแข็งแกร่งเหมือนฉันให้ได้” สายตามาซารุมุ่งมั่น
ooooooo
เช้าวันใหม่ มายูมิแปลกใจเมื่อเห็นไทชิกำลังแพ็กอาหารที่ริวสั่งอายะโกะทำหลายอย่าง จึงถามจะเอาไปเยี่ยมใคร ไทชิอึกอัก ริวเดินเข้ามาตอบแทน
“เพื่อนผมสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง ผมจะเอาของบำรุงไปฝาก รอให้เขาแข็งแรงก่อนนะแล้วผมจะพาคุณไปเยี่ยม”
มายูมิรับคำแต่มองด้วยความสงสัย อายะโกะกระซิบว่าริวไม่เคยมีเพื่อนที่ไหนนอกจากทาเคชิคนเดียว ฟุมิโกะถามโพล่งแล้วอาคิโกะเป็นเพื่อนหรืออย่างอื่น อายะโกะสะดุ้งหยิกฟุมิโกะจนร้องลั่น แล้วหันมาปลอบใจมายูมิ
“อะไรที่ยังไม่เกิด พาลคิดไปก่อนเราก็จะทุกข์เพราะความคิดตัวเอง รักคือความเชื่อใจซึ่งกันและกัน อย่าปล่อยให้ความคิดร้ายๆมาทำลายความสุขในหัวใจเรานะคะ”
มายูมิยิ้มรับทั้งที่ยังสับสนในใจ...ในขณะที่จุนโกะหิ้วห่ออาหารเดินกลับห้องพัก เปิดประตูมาเจอฮารุยืนรอยิ้มเหี้ยมอยู่ เธอตกใจกลัวลานจะหนี ชุนกับลูกน้องเข้าล้อม จุนโกะถูกซ้อมเหวี่ยงไปล้มอยู่กับกองขยะ ยกมืออ้อนวอนกลัวแล้ว ฮารุย่างสามขุมเข้าคำราม
“กลัวเหรอ...ไม่จริงมั้ง แกยังไม่รู้หรอกว่าความกลัวที่แท้จริงเป็นยังไง” ฮารุชักดาบสั้นออกมา “โบราณว่า นิ้วไหนร้ายจงตัดนิ้วนั้นทิ้ง อยากให้ฉันตัดนิ้วไหนก่อน”
ชุนกับลูกน้องเข้าจับตัวจุนโกะไว้ ฮารุเงื้อดาบทันใด มีดาบสั้นอีกเล่มพุ่งเข้ามากระทบดาบฮารุหล่นจากมือ ทุกคนหันมองเห็นริวยืนผงาด ริวขอให้ปล่อยตัวจุนโกะ...
ฮารุโวย จุนโกะคือคนที่ช่วยทาคาโอะจัดฉากใส่ร้ายตน ริวสวนว่าเธอโดนบังคับ
“โอะนิซึกะโซเรียวรู้จักผู้หญิงคนนี้หรือ” ฮารุเข่นเขี้ยว
“ผมรู้จักจุนโกะตอนที่พยายามหาทางช่วยคุณให้พ้นคดี เธอเป็นแค่เหยื่อของทาคาโอะ”
ฮารุเสียงกร้าว ผู้หญิงคนนี้ทำให้มิอุระเดือดร้อน ต้องรับโทษ ริวแย้งยอมให้ใครทำร้ายจุนโกะไม่ได้ ฮารุ
โวย เขาพร้อมจะเป็นศัตรูกับมิอุระเพื่อปกป้องผู้หญิงของมิซาว่าหรือ
“ไม่ว่าจุนโกะจะเป็นคนของใคร ถ้าเธอถูกรังแกอย่างไม่ยุติธรรม โอะนิซึกะยินดีช่วย เหมือนกับที่เคยช่วยมิอุระและทุกคนในเมืองนี้” ริวตอบโต้อย่างสุขุมราวรักษาน้ำใจฮารุ
“มิอุระไม่เคยลืมความช่วยเหลือจากโอะนิซึกะ แต่บุญคุณนั้นกำลังจะถูกลบล้างด้วยอิสรภาพของจุนโกะ” ฮารุจ้องริวเขม็งก่อนจะกลับไปอย่างไม่พอใจ
ริวหนักใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ จุนโกะก้มหัวขอบคุณน้ำตาซึม ริวยินดีรับเธอเข้ามาเป็นสมาชิก แต่เธอปฏิเสธอย่างมีเหตุผล
“ตอนนี้มิซาว่ายังไว้ใจฉัน ถ้าฉันอยู่กับคุณ ก็เท่ากับเพิ่มศัตรูให้ตัวเอง ถูกมิอุระหมายหัว ถูกมิซาว่าตามล่า ฉันไม่อยากอยู่อย่างหลบซ่อนหรือหวาดกลัวแล้ว ได้โปรดเข้าใจฉันเถอะค่ะ”
ริวมองจุนโกะด้วยความสงสาร...ไทชิทำหน้าที่เป็นองครักษ์เฝ้ามายูมิ ริวกลับมาถึงถามหาเธอทันที ไทชิ
ตอบว่าเธอขึ้นห้องตั้งแต่หัวค่ำ ริวแปลกใจทำไมนอนเร็ว
มายูมิกำลังมองเข็มกลัดผีเสื้อ กับสร้อยจี้ดอกเดซี่ในมือด้วยความสับสน คิดถึงคำพูดของอายะโกะที่ว่า...
รักคือความเชื่อใจซึ่งกันและกัน อย่าปล่อยให้ความคิดร้ายๆมาทำลายความสุขในหัวใจของเรา...ริวเดินเข้ามานั่งข้างๆ ถามกำลังชั่งใจเลือกไม่ถูกหรือ เข็มกลัดกับสร้อยอันไหนสวยกว่ากัน มายูมิสะดุ้งเขากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ริวบอกว่าตั้งแต่เธอเพ้อหาเขา
“ใครเพ้อ...คุณนั่นแหละที่เพ้อเจ้อ” ริวถามงอนตนหรือ “อย่าเดาแทนฉันเลยค่ะ”
“ไม่ให้เดาแทนคุณ งั้นผมคิดแทนสร้อยของผมก็ได้ ผมว่าสร้อยเส้นนี้กำลังคิดถึงซอกคอหอมๆของคุณอยู่นะ” ริวหยิบสร้อยมาสวมให้ “ครั้งแรก ผมสวมสร้อยเส้นนี้ให้คุณ เพื่อให้คุณโชคดีในการสอบ ครั้งนี้...ผม
ขอให้ดอกเดซี่บนสร้อยเส้นนี้ เป็นตัวแทนความรักและความซื่อสัตย์ของผมที่มีต่อคุณ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เชื่อใจผมนะมายูมิ”
มายูมิรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆของริวข้างแก้มตัวเอง พร้อมเสียงกระซิบของเขา ความอึดอัดใจภายในคลายลง ริวสวมกอดเธอด้วยความรักที่แสนอบอุ่น
ooooooo
มาซารุมาหาทาคาโอะที่ไนต์คลับ มองทาคาโอะ แกะจุกไม้ก๊อกเล่นอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะบอกว่า ยามา-โมโต้ให้โอกาสแก้ตัวอีกครั้ง อย่าทำพลาดอีก ทา-คาโอะสวน
“พลาด! พูดเหมือนผมเป็นคนทำให้ไอ้ฮารุหลุดคดี”
“อย่ามายอกย้อน ลืมแล้วเหรอว่าใครมีบุญคุณกับแก” มาซารุตวาดลำเลิกบุญคุณทาคาโอะกระตุกอย่างไม่พอใจ จำต้องอดกลั้น “ผมซาบซึ้งบุญคุณเสมอ แต่หวังว่าจะไม่มีใครขัดขวางการทำงานของผมอีก”
ยูจิซึ่งทนฟังมานาน ถีบเก้าอี้เข้าใส่ทาคาโอะโครม ต่างจ้องกันเขม็ง ยูจิถามมองหน้าหมายความว่าอย่างไร ทาคาโอะตอกกลับ “แล้วแต่จะคิด แต่จะคิดออกเหรอ...
ไอ้ผู้กองขี้ยา”
ยูจิโกรธถลาเข้าใส่ มาซารุรีบห้าม “หยุดกัดกันสักทีได้ไหม ถ้าแกสองคนไม่ร่วมมือกัน ปล่อยให้งานนี้พลาด ท่านยามาโมโต้ต้องเล่นงานเราทุกคนแน่ๆ”...สองคนเขม่นใส่กัน
ทาคาโอะใช้แผนให้คนไปจับตัวลูกน้องมิอุระมาฆ่าทิ้งหนึ่งคน แล้วเอาศพไปทิ้งในคลังสินค้าโอะนิซึกะ
เช้าวันใหม่ สามทหารเสือเดินตรวจสินค้าที่เข้ามาส่ง มาซาโตะเปรยว่าโอะนิซึกะไม่ควรเปิดศึกกับมิอุระเพราะปกป้องผู้หญิงของมิซาว่า คาซูมะถอนใจ ความอ่อนโยนมีเมตตาของริวจะนำภัยมาสู่โอะนิซึกะ โคจิแทรก เรามีหน้าที่ให้คำแนะนำและตักเตือน ไม่ว่าโซเรียวจะตัดสินใจอย่างไร เราต้องยอมรับ พลันลูกน้องเข้ามารายงานว่าพบศพบริเวณที่เก็บสินค้า ทั้งสามรีบมาดูตกใจเพราะไม่ใช่คนของโอะนิซึกะ
ไม่ทันไร เคนนำกำลังตำรวจมาที่บ้านโอะนิซึกะแจ้ง “ตำรวจพบศพคนของมิอุระในคลังสินค้าโอะนิซึกะ ท่านมาซารุให้มาเชิญตัวโซเรียวไปให้ปากคำ”
มายูมิตกใจ ริวกุมมือปลอบ...ระหว่างช่วยริวแต่งตัว มายูมิทนอึดอัดใจไม่ไหวถาม “ตลอดเวลาที่ฉันอยู่บ้านโอะนิซึกะ ฉันไม่เคยเห็นพวกคุณคบอันธพาลหรือยุ่งเกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมาย แต่ทำไมถึงมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นไม่หยุด”
“คนชั่วเกิดใหม่ทุกวัน โอะนิซึกะสืบทอดหน้าที่ปกป้องเมืองนี้มาตั้งแต่บรรพบุรุษ การต่อสู้กับความชั่วคือสิ่งที่สายเลือดโอะนิซึกะทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้”
“ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่าเกียรติและศักดิ์ศรีของคุณต้องแลกมาด้วยการเสียสละมากแค่ไหน”
“ขอแค่มีคิมิ ที่รักของผมอยู่เคียงข้าง ผมก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น” ริวรู้สึกมีกำลังใจ มายูมิสวมกอดด้วยสีหน้ายังกังวล...
ริวนั่งประจันหน้ามาซารุ มีโคจิ มาซาโตะและคาซูมะยืนประกบด้านหลัง มาซารุแจ้งข้อหาฆ่าคนของมิอุระ...มาซาโตะแย้งตำรวจมีสิทธิ์ตั้งข้อหาแต่ถ้าแจ้งข้อหาโดยไม่มีหลักฐานจะมีโทษร้ายแรงกว่าหมิ่นประมาท มาซารุไม่พอใจยกหลักฐานคือศพที่พบมาอ้าง คาซามุค้าน ผลชันสูตรศพยังไม่บ่งบอกว่าเป็นฝีมือโอะนิซึกะ
มาซารุประชด “จะบอกว่า...ศพนั่นเดินเข้าไปตายในที่ของพวกคุณเองงั้นเหรอ”
“โอะนิซึกะมาที่นี่เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ยินดีให้ความร่วมมือกับตำรวจในการตามตัวคนร้าย แต่ไม่ได้มาเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา” โคจิกล่าวด้วยมาดนิ่งขรึม มาซารุคุกรุ่น
ด้านยูจิ สอบปากคำฮารุ มิอุระอยู่อีกห้อง ยูจิถามฮารุคิดว่าการตายของลูกน้องเป็นฝีมือโอะนิซึกะหรือไม่ ฮารุย้อน ตำรวจต้องสืบหาความจริงตนไม่จำเป็นต้องคิด ยูจิจึงเยาะ ดูจะมั่นใจในมิตรภาพของโอะนิซึกะเกินไป ฮารุขมวดคิ้วถามกำลังพูดถึงอะไร เข้าทางยูจิยั่วยุ
“มิอุระเติบโตขึ้นทุกวัน โอะนิซึกะคงไม่ยินดีนักหรอกถ้าจะมีใครขึ้นมาแบ่งผลประโยชน์ทางธุรกิจในเมืองนี้ ไม่เคยได้ยินเหรอ ตัดไฟซะตั้งแต่ต้นลม”
ฮารุสบตาชุน เริ่มคิดคล้อยตาม...เมื่อสอบปากคำเสร็จริวเดินออกมาเจอกับฮารุก็แปลกใจ ไม่คิดว่าเขามาด้วย จึงก้มหัวทักทายแต่ท่าทางฮารุมึนตึง โคจิเดาเหตุการณ์ได้ทันทีว่ามีคนทำให้สองตระกูลแตกกัน ขณะเดินมาขึ้นรถ ชุนถามฮารุว่าเชื่อในคำพูดของยูจิหรือ ฮารุลังเล ชุนเสริม
“ความสัมพันธ์ระหว่างจุนโกะกับโอะนิซึกะมันน่าสงสัย ทำไมโซเรียวต้องปกป้องผู้หญิงคนนี้...ถ้าจุนโกะเป็นคนของโอะนิซึกะ คนที่อยู่เบื้องหลังการจัดฉากใส่ร้ายมิอุระค้ายาเสพติด ก็ไม่ใช่มิซาว่า”...ฮารุฟังแล้วเริ่มสงสัยในตัวริว
มาซารุ ยูจิและเคน สรุปผลการสอบปากคำว่า คดีนี้เล่นงานโอะนิซึกะไม่ได้ แต่ทำให้มิอุระไม่ไว้ใจริวอีก การโค่นโอะนิซึกะดูท่าจะง่ายขึ้น ทั้งสามยิ้มกริ่ม
ooooooo
ทางโอะนิซึกะปรึกษากันเครียด ริวคิดว่าจะไปแสดงความบริสุทธิ์กับฮารุที่ไนต์คลับคืนนี้ ถ้าปล่อยนานอาจเข้าใจผิดมากขึ้น มาซาโตะเกรงไม่ปลอดภัย มายูมิแทรกขึ้นว่าตนจะไปด้วย ทุกคนหันมองงงๆ มายูมิให้แง่คิด “เรื่องบางเรื่อง ปล่อยให้ผู้หญิงเจรจาอาจจะง่ายกว่า”
ริวถามจะไปไนต์คลับกับตนหรือ มายูมิย้อนหรือไม่อยากให้ไป ริวอึกอักมองสามทหารเสือเชิงขอความเห็น... สุดท้าย ริวแต่งตัวหล่อยืนรอมายูมิ ระหว่างรอโคจิขอไปด้วย เพราะทาคาโอะจ้องเล่นงานและก็ไม่รู้ใจฮารุ แต่ริวคิดว่า แค่ไทชิ คัตสึ เซกิและลูกน้องอีกพอประมาณน่าจะพอ ตนห่วงความปลอดภัยของมายูมิมากกว่า ไม่ทันไร มายูมิเดินเข้ามาในชุดสวยบาดตา ทุกคนตะลึง ริวชักไม่อยากให้เธอไปเสียแล้วเพราะหวงกลัวหนุ่มๆมอง มายูมิยิ้มขำๆ คล้องแขนริวให้รีบเดินไปเกรงเขาเปลี่ยนใจ โคจิย้ำไทชิดูแลโซเรียวกับว่าที่โอะคะมิซังให้ดี
ขณะเดียวกัน บนดาดฟ้าสำนักงานตำรวจ ยามาโมโต้ ถามมาซารุจะลงมืออีกครั้งเมื่อไหร่ มาซารุตอบด้วยสายตามั่นใจว่าคืนนี้ สีหน้ายามาโมโต้ยิ้มอย่างพอใจ...
เมื่อมาถึงไนต์คลับของมิอุระ ฮารุแปลกใจไม่คิดว่าริวจะกล้ามา แต่ก็สะดุดตากับความสวยเฉิดฉายของมายูมิ ชุนรายงานว่าริวน่าจะมาดีเพราะพาคนรักมาด้วย...ริวทักทายฮารุและบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย
ด้านนอก ลูกน้องโอะนิซึกะกระจายกำลังกันตามจุดต่างๆเพื่อคอยอารักขาความปลอดภัย ลูกน้องมิอุระก็คอยจับตามองอย่างไม่ไว้ใจ...แต่ไม่มีใครสังเกตเห็น คนของมิซาว่าในชุดดำซุ่มอยู่หลายจุด...ริวยืนยันกับฮารุว่า โอะนิซึกะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของลูกน้องเขา และพวกตนกำลังเร่งหาความจริง ท่าทางฮารุไม่อยากเชื่อ
“คุณไม่เชื่อว่าโอะนิซึกะถูกจัดฉากใส่ร้ายหรือ” ริวถาม
“ผมเชื่อในสิ่งที่เห็นด้วยตาตัวเอง”
“วิเคราะห์ด้วยตา ก็ถูกลวงได้ด้วยตา” มายูมิแทรก “แต่ก่อนฉันไม่เข้าใจคำพูดนี้ของริว แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า... ทิฐิ ปิดกั้นสายตาเราได้มืดมิดที่สุด”
“ความเชื่อใจที่ถูกทำลายไปแล้ว มันเอากลับคืนมายาก” ฮารุท้วง
“ใจที่ไร้อคติตัดสินเองว่า ควรเชื่อเหตุผลหรือเชื่อในสิ่งที่เห็น” มายูมิให้แง่คิด
ฮารุทึ่ง “ฉลาด วิสัยทัศน์ไกล ว่าที่นายหญิงแห่งโอะนิซึกะไม่ได้มีดีแค่ความสวย”
ริวภาคภูมิใจว่ามายูมิคือเพชรมีค่าที่สุดสำหรับตนและโอะนิซึกะ หญิงสาวยิ้มปลื้มสายตาชำเลืองเห็นฮารุจ้องมองอย่างเสน่หา ทำให้รู้สึกอึดอัด จึงชวนริวออกไปเต้นรำ ฮารุยังคงมองตาม มายูมิเต้นรำกับริวในจังหวะดนตรีสุดโรแมนติก เธอกระซิบขอโทษที่เสียมารยาทออกความเห็น ริวกระซิบตอบข้างแก้มเธอ ไม่จำเป็นต้องขอโทษเพราะนี่คือมายูมิที่ตนรักทั้งตัวและหัวใจ ริวกอดมายูมิแนบแน่น บอกจะเร่งจัดงานแต่งงานให้เร็วขึ้น
“เราจะมีลูกด้วยกันกี่คนดี ได้ลูกแฝดก็ดีนะ แต่ลูกคนแรก ผมอยากให้เป็นผู้ชาย”
มายูมิเขินอาย “ฉันไม่ได้บอกว่าจะมีลูกกับคุณสักหน่อย”
“โธ่...คิมิจ๋า ถ้าคุณไม่ยอมมีทายาทสืบสกุลให้ผม วิญญาณบรรพบุรุษต้องรุมเคาะกะโหลกผมแน่” ริวออดอ้อน
ฮารุมองด้วยความอิจฉา จู่ๆก็เดินมือไขว้หลังเข้าไปหาสายตาราวจะตะครุบเหยื่อ...มาถึงกลับขอเต้นรำกับมายูมิบ้าง หญิงสาวสบตาริวเชิงถามความเห็น เขาพยัก–พเยิดให้ตัดสินใจเอง เธอจึงยอมเต้นรำด้วยตามมารยาท
ฝ่ายมิซาว่าที่ซุ่มอยู่ด้านนอก ทาคาโอะสั่งนาบุจัดการพวกโอะนิซึกะให้เงียบที่สุด ส่วนริวตนจัดการเอง... คนของมิซาว่าลอบเข้าล็อกคอคนของโอะนิซึกะทีละคน ไทชิออกมาตรวจตรา รู้สึกผิดสังเกต พลันลูกน้องคนหนึ่งวิ่งมาหา มีมีดสั้นพุ่งตามปักหลังล้มลง ไทชิร้องบอกพรรคพวกว่ามีคนซุ่มโจมตี นาบุไม่รอช้ายกพวกออกมา เกิดการต่อสู้ดุเดือด ทาคาโอะเผยตัวสู้กับไทชิ ไทชิถูกรุมบาดเจ็บ นาบุเงื้อดาบจะฟัน ทาคาโอะห้าม อยากให้เห็นความหายนะของโอะนิซึกะ
“คืนนี้ฉันจะเปลี่ยนชะตาของเมืองให้อยู่ในกำมือฉัน”...ไทชิฟังแล้วเครียดเป็นห่วงริว
ระหว่างที่มายูมิเต้นรำกับฮารุ เธอใช้เสน่ห์เกลี้ยกล่อมให้ฮารุเชื่อมั่นในตัวริว ฮารุกลับย้อนถามว่าเธอเชื่อหรือว่าโอะนิซึกะโซเรียวจะไม่มีหญิงอื่นอีก มายูมิยิ้มมาดมั่น
“ฉันมาที่นี่เพื่อช่วยโซเรียวยืนยันความบริสุทธิ์ใจที่โอะนิซึกะมีต่อมิอุระ และยอมเต้นรำกับคุณในฐานะนายหญิงของโอะนิซึกะ เรื่องอื่นฉันไม่จำเป็นต้องรับรู้”
“ฮึๆ...แกร่งมากกว่าที่ผมคิด ยิ่งได้พูดคุยใกล้ๆ ผมก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตา ถ้าคุณไม่ใช่ผู้หญิงของริวผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้คุณมายืนเคียงข้าง”
“ฉันขอยืนยัน โอะนิซึกะยังถือว่ามิอุระเป็นมิตรเสมอ...ขอบคุณที่ให้เกียรติฉันเต้นรำด้วย” มายูมิก้มหัวให้ฮารุก่อนจะผละเดินไปหาริว ชวนเขากลับ
ฮารุเดินตามมา ริวก้มหัวกล่าวคำอำลาและย้ำเรื่องที่คุยวันนี้ แต่ฮารุสวน เวลาจะพิสูจน์ทุกอย่างเอง แล้วชมมายูมิคือหัวใจของโอะนิซึกะที่แท้จริง ให้เขาดูแลหัวใจตัวเองดีๆ ริวยืนยัน
“มายูมิมีค่ายิ่งกว่าลมหายใจของผม ผมพร้อมจะดูแลเธอด้วยชีวิต”
มายูมิรู้สึกใจหายวาบราวกับมีลางสังหรณ์บางอย่าง...พอริวควงมายูมิมาที่รถ คัตสึกับเซกิเดินนำเห็นไทชิและลูกน้องยืนหันหลังคิดว่าหลับยาม ไม่ทันไร ร่างไทชิกับลูกน้องล้มลงสภาพบอบช้ำทุกคน ริวรีบปกป้องมายูมิ ทาคาโอะกับลูกน้องมีผ้าปิดบังใบหน้าพุ่งออกมาเล่นงาน
ชุนเข้ามารายงานฮารุว่าโอะนิซึกะถูกโจมตีอยู่หน้าไนต์คลับ ฮารุยอมให้ริวเป็นอะไรในถิ่นของตนไม่ได้...ริวประคองดาบต้านดาบของทาคาโอะ ริวจำสายตาได้ ท้าทาย “กล้าทำเรื่องชั่ว แต่ไม่กล้าเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ถึงยังไงฉันก็จำแววตาแกได้ ไอ้ทาคาโอะ”
ทาคาโอะไม่ตอบแต่ฟาดดาบต่อสู้กับริวดุเดือด ฮารุกับลูกน้องออกมาช่วย มายูมิไม่อยู่เฉยต่อสู้กับพวกมิซาว่าด้วย แต่แล้วพลาดท่าถูกล็อกตัว ริวเห็นถลาเข้าช่วย ทาคาโอะฉวยโอกาสชักปืนออกมายิงใส่ ริวกอดมายูมิล้มกลิ้งหลบกระสุน พอตั้งตัวได้ ต่างคนต่างสำรวจว่าเป็นอะไรหรือเปล่า สักพักเลือดหยดออกจากหัวริว
มายูมิตกใจ ริวทรุดฮวบลงบนตัวเธอ เซกิร้องบอกโซเรียวถูกยิง ทาคาโอะสะใจเป่าปากให้สัญญาณนาบุพาลูกน้องถอยหนี ทุกคนเข้าดูอาการริว มายูมิฉีกเสื้อริวมาอุดแผลที่หัวเขา บอกให้ลืมตาไว้ อย่าหลับ
ไม่นานริวถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัด อาจารย์ฮาร่ารับผ่าตัดให้ริวเองเพราะดูแล้วว่ามายูมิยังตื่นตกใจ นานะกอดปลอบใจ มายูมิน้ำตาไหลพรากบอกอาจารย์ว่าริวถูกยิงที่ศีรษะขวากระสุนฝังใน
ooooooo
ระหว่างผ่าตัดเอากระสุนออกจากศีรษะ หัวใจริวหยุดเต้นกะทันหัน หมอทำการปั๊มหัวใจ มายูมิและกลุ่มสามทหารเสือต่างสวดมนต์ภาวนาให้แก่ริว มายูมิรู้สึกสังหรณ์ใจเห็นความวุ่นวายของพยาบาล ก็พรวดเข้าไปในห้องผ่าตัด พยาบาลกำลังจะคลุมผ้าขาวปิดหน้าริว เธอร้องลั่น
“ริว!...” มายูมิเข้าดึงผ้าออกเขย่าร่าง “ริว...ฉันรู้ว่าคุณได้ยินเสียงฉัน คุณไม่เคยทิ้งฉัน ไม่เคยละสายตาจากฉัน กลับมาดูแลฉันนะริว...ฉันสั่งให้คุณกลับมาๆๆ...” มายูมิแผดเสียงกึกก้อง
ในสวนสวยแห่งหนึ่ง ริวกำลังเดินข้ามสะพานแดงท่ามกลางหมอกควัน เสียงมายูมิเรียกทำให้เขาชะงักหันมองเห็นเธอร่ำไห้ตะโกนบอก “อย่าทิ้งฉันไปนะคะริว!”
“มายูมิ...คุณเป็นอะไร”
“กลับมาหาฉันนะคะริว...ได้โปรด...”
หมอกเริ่มหนาขึ้นทำให้ริวมองไม่ค่อยเห็น จึงร้องเรียก “มายูมิ...คุณอยู่ไหน...มายูมิ...”
มายูมิสะดุ้งตื่น เห็นพ่อ แม่และน้องยืนล้อมรอบเตียง ต่างดีใจที่เธอฟื้น นานะเข้ามาบอกว่า เธอเป็นลมในห้องผ่าตัด มายูมิถามสวนทันที “ริวล่ะคะ...ริวเป็นยังไงบ้าง”
“พี่ริวพ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ แต่...” เมกุมิอึกอัก มายูมิหน้าเสียขยับจะลุกนานะดันไว้ไม่ให้ขยับ แต่มายูมิยื้อจะไปดูริวให้ได้...ริวยังอยู่ในห้องไอซียู อาจารย์ฮาร่ากำลังแจ้งผลว่า กระสุนเจาะกะโหลกด้านขวา ทำให้เลือดออกมากและหยุดหายใจในช่วงที่ผ่าตัด ถ้าริวไม่เป็นเจ้าชายนิทราก็อาจสูญเสียความทรงจำสักระยะหรือไม่ก็...มายูมิซึ่งร่วมฟังอยู่ด้วยอธิบายทั้งน้ำตาต่อจากคำพูดอาจารย์ฮาร่า
“สมองซีกขวาของริวเสียไปบางส่วน มีผลทำให้ร่างกายซีกซ้ายอ่อนแรงจนสูญเสียการควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายซีกซ้าย”
โคจิ คาซูมะและมาซาโตะต่างตกใจ หมอย้ำว่า คนไข้แต่ละเคสมีอาการหลังผ่าตัดไม่เหมือนกัน อยู่ที่คนไข้จะมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไร มายูมิน้ำตาไหลพราก โพล่งขึ้น
“ขอแค่ริวฟื้น ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาเขา ฉันจะทำให้ริวหาย กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม” มายูมิกุมมือริวรำพัน “ฉันรอคุณอยู่นะคะริว...”
ทุกคนน้ำตาซึม ทรมานใจสงสารทั้งริวและมายูมิ... ฝ่ายทาคาโอะ ถูกมาซารุกราดเกรี้ยวใส่อย่างไม่พอใจที่ริวยังไม่ตาย ทาคาโอะซึ่งนั่งแกะจุกไม้ก๊อกอยู่ เงยหน้ามองอย่างเคืองๆ
“โดนกระสุนเจาะสมองอย่างนั้น ไม่ตายก็ต้องกลายเป็นผัก”
“ข้ออ้างของคนทำงานพลาด” ยูจิตามเข้ามาแขวะทาคาโอะสวน “ยังดีกว่าพวกมือไม่พายแต่เอาเท้าราน้ำ”
ยูจิทะลึ่งเข้าฮึ่มๆใส่ มาซารุขวางผลักยูจิออกเอ็ดไม่ใช่เวลาทะเลาะกัน หน้าที่คือฆ่าริว โค่นโอะนิซึกะตามคำสั่งยามาโมโต้ เคนแนะนำให้ส่งคนไปเก็บริวอีกครั้ง ยูจิท้วง คนของโอะนิซึกะต้องคุ้มกันหนาแน่น ตนมีวิธีเข้าถึงตัวที่ดีกว่า ยูจิยิ้มอย่างมีแผน
ooooooo
หน้าห้องพักฟื้นของริว มีคัตสึ เซกิและลูกน้องอารักขา ไทชิเดินมาทั้งที่ยังบาดเจ็บ คัตสึบอกให้เขากลับไปพักแข็งแรงก่อนค่อยกลับมา ไม่ทันจะไปอาคิโกะเดินรี่จะเข้าเยี่ยมริว ไทชิน้อยใจที่เธอไม่สนใจว่าตนก็เจ็บ คัตสึกับเซกิขวางตามคำสั่งโคจิ บอกมีมายูมิเข้าได้ คนเดียว
อาคิโกะโวยว่าตนเป็นพวกโอะนิซึกะเหมือนกันทำไมเข้าเยี่ยมไม่ได้ ไทชิดึงเธอออกไปที่สวนโรงพยาบาล เธอสะบัดแขนออกโวยวายใส่ ไทชิเจ็บแผลหน้าเสีย อาคิโกะชะงัก
“เจ็บแผลเหรอ! ฉันขอโทษ” ไทชินิ่ง อาคิโกะใช้จริตยั่ว “เธอบาดเจ็บเพื่อปกป้องโซเรียวขนาดนี้ โอะนิซึกะจะต้องเห็นความดีและเกรงใจเธอ...”
“องครักษ์ทุกคนยินดีสละชีวิตเพื่อโซเรียวโดยไม่หวังรางวัลตอบแทน...ถ้าจะให้ฉันพาไปเยี่ยมโซเรียว ฉันขอปฏิเสธ” ไทชิดักคอ
“เธออิจฉาที่ฉันรักริว ก็เลยกีดกันฉันใช่ไหม” อาคิโกะปรี๊ดแตก
“หัวใจโซเรียวมีแต่คุณมายูมิ สิ่งที่เธอคิดกับโซเรียวมันเป็นไปไม่ได้ ฉันเตือนในฐานะเพื่อน อย่าทำตัวไร้ค่าในสายตาคนอื่นอีกเลย” ไทชิเดินจากไปอย่างเจ็บปวดใจ
อาคิโกะตะโกนไล่หลังให้กลับมาพูดให้รู้เรื่อง ยูจิโผล่มาขวางทักทายอย่างรู้จักเธอดี เธอแปลกใจ แต่พอรู้ว่าเขาเป็นใครก็เย้า
“เคยได้ยินสาวๆหลายคนพูดถึงผู้กองมานาน เพิ่งจะมีโอกาสเจอตัวจริง”
“ตำรวจธรรมดาอย่างผม คงไม่มีเสน่ห์เท่าริวโอะนิซึกะ...นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตระกูลดังหรอกครับ”
อาคิโกะหรี่ตาถามมีธุระอะไรกับตน ยูจิตอบธุระของตนคล้ายกับความต้องการของเธอ เขาเลี่ยงจุดประสงค์ที่แท้จริง แจงว่าเธออยากเข้าเยี่ยมริว ส่วนตนอยากเข้าไปสอบปากคำ หญิงสาวงงเพราะริวยังไม่ฟื้น ให้ข้อมูลไม่ได้ ยูจิยิ้มกริ่ม “ผมถึงได้มาขอให้คุณส่งข่าวทันทีที่ริวฟื้น”
อาคิโกะครุ่นคิดยังไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่...ด้านสาม ทหารเสือปรึกษากันเครียด มาซาโตะคิดว่าฮารุ มิอุระเป็นคนทำ แต่คาซูมะเชื่อว่าฮารุเป็นคนตรงไปตรงมาไม่น่าทำเรื่องไร้เกียรติ แต่ก็เจ็บใจที่เอาผิดใครไม่ได้ โคจิให้ช่วยกันคุ้มกันริวก่อนในตอนนี้ อายะโกะเก็บเสื้อผ้าของมายูมิใส่กระเป๋าเพราะเธอจะไปเฝ้าริว ในขณะที่ตัวมายูมิมาซ้อมเคนโด้อยู่ในห้องซ้อมเพื่อเรียกสติและสมาธิตัวเองกลับมา ในสมองมีแต่เรื่องราวและคำพูดจากความจริงใจของริว น้ำตาเธอไหลริน
“ฉันผิดเอง...ฉันมองไม่เห็นความรักของคุณ กว่าจะรู้ตัวก็เกือบสายไปแล้ว ให้โอกาสฉันแก้ตัวอีกครั้งนะคะริว คุณต้องฟื้นนะคะ” มายูมิปล่อยโฮด้วยหัวใจที่ปวดร้าวเกินเยียวยา
โคจิเข้ามาเงียบๆ รู้สึกรันทดใจไม่น้อย...โคจิเข้ามานั่งต่อหน้าป้ายบรรพบุรุษ มายูมิเดินตามเข้ามานั่งข้างๆ สีหน้ายังหม่นหมอง “ฟุมิโกะบอกว่าอาโคจิมีเรื่องจะคุยกับฉัน”
“โอะนิซึกะ คือสายเลือดนักรบซามูไรที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เกียรติและศักดิ์ศรีของเราได้มาจากเลือดที่เหล่านักรบพร้อมสละชีวิต เพื่อปกป้องเมืองนี้จากอำนาจชั่ว”
มายูมิฟังโคจิเกริ่นแล้วเปรยเท่าที่รู้มาบ้าง “การตายเยี่ยงวีรบุรุษในการต่อสู้ เป็นจุดหมายอันทรงเกียรติของนักรบ”
“หน้าที่ของนายหญิงแห่งโอะนิซึกะก็มีเกียรติไม่แพ้กัน...เวลาที่โซเรียวออกไปจัดการอันธพาลข้างนอก นายหญิงของบ้านจะต้องเข้มแข็งเช่นเดียวกับนักรบ เพื่อปกป้องคนในครอบครัวและรักษาเกียรติยศของตระกูลแทนสามี”
“เข้มแข็งแต่โดดเดี่ยว เพราะไม่รู้ว่าสามีจะมีชีวิตรอดกลับมารึเปล่าอย่างนั้นใช่ไหมคะ” แววตามายูมิหม่นเศร้า ทั้งที่พยายามเข้มแข็ง
“ทุกชีวิตถูกกำหนดไว้แล้ว ไม่ว่าคุณมายูมิจะรู้สึกยังไง นายหญิงแห่งโอะนิซึกะก็ต้องแข็งแกร่ง เพื่อยืนเคียงข้างโซเรียวให้ได้” โคจิสบตามายูมิ เห็นสีหน้าเธอนิ่งจริงจัง แต่ลึกๆไม่ค่อยมั่นใจว่าจะทำหน้าที่นี้ได้
ooooooo
สำนักงานตำรวจ ฮารุถูกเชิญตัวมาสอบปากคำอีกครั้ง มาซารุไม่พอใจคาดคั้นถาม โอะนิซึกะถูกทำร้ายในถิ่นมิอุระ แต่เขากลับปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง ฮารุตอบอย่างหงุดหงิด
“ไนต์คลับมิอุระไม่ใช่เขตหวงห้าม ใครๆก็เข้าออกได้ทั้งนั้น”
“แก้ตัวได้ดี...” เคนแทรก
ฮารุเสียงกร้าว “ผมไม่จำเป็นต้องยอมรับในสิ่งที่ไม่ได้ทำ”
เคนยังปรักปรำว่ารูปคดีเหมือนเป็นการล้างแค้นส่วนตัว ฮารุโต้ ตนเป็นนักธุรกิจไม่ใช่อันธพาล แล้วหันมากล่าวกับมาซารุอย่างไม่เกรงใจ “ผมขอตัวก่อนนะเพราะถ้าตำรวจมีหลักฐานว่าผมทำผิด ป่านนี้ผมคงอยู่ในห้องขังแล้ว...ให้ความร่วมมือได้แค่นี้หวังว่าตำรวจจะจับตัวคนร้ายตัวจริงได้ซะที”
มาซารุมองตามหลังฮารุอย่างเจ็บใจ...ฮารุเดินออกมาบ่นกับชุนที่ยืนรออยู่ “ตราบใดที่เรายังไม่ล้ม มาซารุก็จะหาทางเล่นงานเราอีกจนได้” พูดจบ ฮารุเหมือนนึกอะไรได้ “คนของเราเสียชีวิตในถิ่นโอะนิซึกะ...โอะนิซึกะก็ถูกทำร้ายในถิ่นเรา ตำรวจมุ่งประเด็นแก้แค้นมาที่มิอุระกับโอะนิซึกะ แกคิดว่าใครจะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้”
ชุนครุ่นคิด นึกได้ “มิซาว่าบุกถล่มโอะนิซึกะเพื่อโยนความผิดให้เรา”
“นิสัยลอบกัด มีแต่อันธพาลไร้เกียรติอย่างไอ้ทาคาโอะที่กล้าทำ ไม่มีโอะนิซึกะกับมิอุระ...มิซาว่าก็จะครอบครองธุรกิจทั้งหมดในเมืองนี้” ฮารุสาธยายด้วยความเคืองแค้น
ข่าวริว โอะนิสึกะบาดเจ็บลงหนังสือพิมพ์ครึกโครม จุนโกะเห็นข่าวแล้วตกใจนึกเป็นห่วง ลอบมาที่โรงพยาบาลหวังจะเยี่ยม แต่พอดีเห็นอาคิโกะถือตะกร้าผลไม้และขนมมากมายอยู่ตรงเคาน์เตอร์ กำลังสอบถามห้องพักฟื้นริว แต่พยาบาลปฏิเสธนอบน้อมว่าไม่อาจเปิดเผยได้ จุนโกะ ได้ยินรู้ว่าตนไม่อาจเข้าเยี่ยมเช่นกัน ด้านอาคิโกะขอให้พยาบาลนำของเยี่ยมตนไปให้ริว
พยาบาลจำต้องนำของทั้งหมดมาให้คัตสึกับเซกิที่หน้าห้อง ทั้งสองต้องตรวจเช็กของให้รอบคอบ อาคิโกะฉวยโอกาสที่ทั้งสองก้มหน้ารื้อของตรวจเช็ก วิ่งหลบจะเข้าห้อง ไทชิเข้ามาคว้าข้อมือเธอดึงออกไป อาคิโกะโวยวาย “ทำไมเธอต้องคอยขัดขวางไม่ให้ฉันเจอริว”
“ฉันขัดขวางทุกคนที่ไม่ได้รับอนุญาตจากท่านโคจิ”
อาคิโกะทวงสัญญาที่ไทชิเคยให้ไว้ว่าทำทุกอย่างเพื่อตน ไทชิหน้าเครียดไม่เคยลืม...
ooooooo










