สมาชิก

รอยฝันตะวันเดือด

ตอนที่ 2

อัลบั้ม: แนะนำละครเรื่อง "รอยฝันตะวันเดือด"

เรื่องที่ริวถูกใส่ร้าย ทำให้โคจิ คาซูมะและมาซาโตะ ต้องปรึกษาหาทางช่วย โคจิต้องการสอบสวนโซวมือปืนที่ถูกจับมาได้ จะทำให้พูดให้ได้ว่าใครจ้างมาใส่ร้ายโซเรียวและฆ่าโอะซะมุ

เช้าวันใหม่นายตำรวจที่ยังจงรักภักดีต่อโอะนิซึกะช่วยจัดการให้โคจิกับคาซูมะได้เข้าไปที่ห้องขัง ขณะที่ทั้งสองเดินไปตามทาง ฮิโระเปิดประตูห้องทำงานออกมาเห็น เขาสบตากับโคจิเหมือนสื่อสารกันบางอย่าง ก่อนจะกลับเข้าห้องปิดประตู...โคจิกับคาซูมะจึงเดินต่อ

แต่แล้วก็ช้าไป เพราะโซวถูกอามิภรรยาของตัวเองวางยาพิษในอาหาร เนื่องจากจะช่วยลูกสาวที่ถูกจับตัวไป

ในโรงพยาบาลมายูมิมีคนไข้มากมายที่บาดเจ็บเข้ามาในห้องฉุกเฉิน เธอสั่งการให้พยาบาลฉีดยาและสอดท่อช่วยหายใจให้คนไข้แต่ละคน บางคนให้ส่งเข้าห้องผ่าตัด พอเคลียร์ได้หมดก็โล่งใจ พยาบาลเข้ามาเชิญไปหน้าห้องฉุกเฉิน มายูมิคิดว่ายังมีคนเจ็บอีกแต่ทำไมไม่ส่งเข้ามาเลย เห็นพยาบาลยืนเกร็งๆไม่ตอบอะไร จึงออกไปดูเอง

พอออกมาหน้าห้องต้องชะงักเมื่อเห็นริวยืนยิ้มละลายใจสาวอยู่ เขาเดินเข้ามามอบช่อดอกเดซี่ให้ แต่เธอยืนนิ่ง เขาจึงจับมือเธอให้รับ ก่อนจะเปรยว่าเธอคงโกรธที่ตนไม่มาหาเลย

“ทำไมฉันต้องโกรธ เราคุยกันเข้าใจแล้วนี่คะ”

“ผมดีใจที่คุณเข้าใจ...ผมยังจำได้ว่าคุณชอบดอกเดซี่”

มายูมิมองดอกไม้สักพักแล้วโยนลงถังขยะ ก่อนจะเดินหนีไป...ริวตามมาเจอเธอสงบสติอารมณ์อยู่

ในสวนสาธารณะ เขาชะงักเหมือนเคยเห็นสถานที่นี้ในฝันแต่อารมณ์ต่างกัน

“เจ็ดปีก่อน ผมคงทำร้ายความรู้สึกคุณไว้มาก”

“การกระทำของคุณไม่เคยมีผลอะไรกับชีวิตฉัน” มายูมิจะเดินหนี ริวเข้าขวาง

“ผมจะมาปรึกษาคุณ เรื่องกำหนดงานหมั้นตามคำสัญญาของผู้ใหญ่”

“นับเป็นเกียรติอย่างสูงจากโอะนิซึกะโซเรียว แต่ฉันคงรับไว้ไม่ได้ คุณมีคนของคุณแล้ว เราควรจะหลุดพ้นจากพันธะจอมปลอมนี่สักที” ริวค้านไม่เคยมีใคร มายูมิสวน “อาคิโกะ คุโด ดาราสาวคู่ควงคนใหม่ของโอะนิซึกะโซเรียว มีข่าวซุบซิบในนิตยสารบันเทิงแทบทุกวัน”

ริวแก้ตัวว่านิตยสารลงมั่ว มายูมิขอร้องให้ปล่อยตน ทุกอย่างมันสายไปแล้ว...ริวชะงักเหมือนคำพูดในฝันที่มายูมิบอกให้ปล่อยมือ และว่าเราไม่ใช่ว่าที่คู่หมั้นกันอีกต่อไป เขาเป็นแค่รอยฝัน ที่เธอพยายามจะลืม...ริวสลัดความคิดนั้น มายูมิตอกย้ำ

“เรื่องของเรามันจบไปตั้งแต่เจ็ดปีที่แล้ว ทุกอย่างมันเป็นแค่ความฝัน งานหมั้นของเราจะไม่มีวันเกิดขึ้น”

ริวสับสนมองมายูมิเดินสวนไปอึ้งๆ ไม่ทันหันมองตามว่าเธอหันกลับมา แล้วเมินหน้าเดินต่อไป เธอเดินเลี้ยวลับมุมตึก พลันมายูมิรู้สึกเหมือนมีคนเดินรี่ตามมา เธอหันขวับไปมองด้วยความตกใจ ทุกอย่าง
มืดมิดลง...

ร้านอาหารริมทะเล บรรยากาศโรแมนติก มายูมิถูกพาตัวมานั่งบนเก้าอี้ เปิดผ้าปิดตาออก เธอร้องลั่นต้องการอะไร แล้วก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นบนโต๊ะจัดอาหารอย่างสวยงาม ริวก้าวเข้ามานั่งตรงข้าม ยิ้มก้มหัวให้ราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น เอ่ยถามว่าหิวหรือยัง หญิงสาวโกรธที่เป็นฝีมือเขา

“ผมสั่งอาหารพิเศษในร้านไว้ให้คุณ มีโทะโระส่วนท้องปลาทูน่า อูหนิหอยเม่นแล้วก็...”

มายูมิลุกหนีจะกลับ ริวคว้าแขนไว้บอกว่าตนอยากเซอร์ไพรส์ว่าที่คู่หมั้น หญิงสาวโวย

“เราเป็นอิสระต่อกัน นับตั้งแต่คุณเลือกผู้หญิงของคุณแล้วค่ะ”

“จะให้พูดอีกกี่ครั้งว่าอาคิโกะไม่ใช่ผู้หญิงของผม...” ริวชักหงุดหงิด

มายูมิไม่สนใจยื้อยุดให้ปล่อยมือ ไทชิเห็นท่าไม่ดี เข็นรถชงชาเข้าแทรกกลางพร้อมสาธยายให้ดื่มชาหอมกรุ่น ดื่มแล้วสดชื่น เพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อหัวใจ ขยายผนังหลอดเลือด เหมาะสำหรับผู้เป็นความดันโลหิตสูงและยังมีสาร...มายูมิแทรก สารต้านการเกิดมะเร็ง ไทชิรับว่าใช่ คะยั้นคะยอให้ทั้งสองดื่ม มายูมิระแวงแต่ยอมจิบตามมารยาท ไทชิถอยออกมา คัตสึบ่นท่าทางคุณหนูมายูมิโกรธมาก เซกิเป็นห่วงว่าออกมาไกลโดยไม่มีคนอารักขา คัตสึบอกว่าโซเรียวต้องการบรรยากาศส่วนตัว เพื่อสร้างความโรแมนติก ไทชิหวั่นใจเดินสำรวจรอบๆ

ไทชิเข้ามาสำรวจในครัวจับพิรุธเด็กเสิร์ฟทุกคน คัตสึกับเซกิเดินตรวจหน้าร้าน พลันเห็นมีดสั้นปักกระดาษแผ่นหนึ่งบนกำแพง ข้อความ...โอะนิซึกะโซเรียว...

ทั้งสองรู้สึกไม่ชอบมาพากล ระหว่างนั้นโอตะแต่งตัวเป็นนักธุรกิจภูมิฐานถือกระเป๋าเอกสารเดินเข้าร้านไม่มีใครเห็น

ริวกำลังหยอกล้อมายูมิที่ดูท่าจะงอนมาก จู่ๆโอตะก็โผล่มาแล้วก้มหัว ขอโทษจำผิดโต๊ะ ทันใด

โอตะดึงมีดสั้นออกมาสะบัดใส่ริว มายูมิเห็นร้องเตือนริว ริวรีบเข้าดึงมายูมิหลบไปด้วยกัน มีดพุ่งไปปักเสา ริวหันมาต่อสู้กับโอตะข้าวของกระจาย...ไทชิ คัตสึและเซกิวิ่งมาช่วยกันจับโอตะไว้ได้ พอริวคาดคั้นว่าใครส่งเขามา โอตะก็ชักตัวเกร็งน้ำลายฟูมปากแน่นิ่งไป

มายูมิเข้าตรวจ พบว่าโอตะกัดไซยาไนด์ที่อมอยู่ในปากฆ่าตัวตาย เพื่อไม่ให้สาวถึงคนบงการ

เคน ตำรวจประจำสถานี ลงบันทึกประจำวันสรุปคดี หาว่าโอะนิซึกะจัดฉากเบี่ยงเบนคดีฆ่าโอะซะมุ

ไทชิไม่พอใจถามหาฮิโระที่มักเป็นคนทำคดีโอะนิซึกะ เคนตอบยียวนว่า ฮิโระไปราชการต่างเมืองกับมาซารุ ริวพยายามสะกดอารมณ์บอกทุกคนให้ปล่อยไปตามกระบวนการของกฎหมาย เคนลอยหน้าเมินเฉยไม่สนใจ...

ริวหันมาถามมายูมิ

“เกิดเรื่องวันนี้จะทำให้คุณกลัวที่จะอยู่กับผมไหม”

มายูมิส่ายหน้าอึกอัก “ผู้หญิงที่จะอยู่ข้างกายคุณ คงไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ”

“ถ้าไม่ใช่ แล้วคุณจะเรียนศิลปะป้องกันตัวทำไม ...ผมรู้มาว่าคุณขออนุญาตพ่อเรียนยูโดเพิ่มเติม พ่อคุณสนับสนุนเพราะรู้ว่าผู้หญิงของโอะนิซึกะโซเรียวจะต้องเจออันตรายรอบตัว”

มายูมิหลบตาสักพัก ก่อนจะหันมามองจ้องสีหน้าเรียบเฉยยากจะเดาความรู้สึก “ฉันอยากเรียนเพราะชอบ เกี่ยวอะไรกับคุณ เสียเวลาทั้งวันแล้ว ฉันอยากกลับบ้าน”

ooooooo

ทาคาโอะ มิซาว่าชักมีดมาจ่อคอนาบุเมื่อเขามารายงานว่าโอตะทำงานพลาด “นักฆ่าทำงานพลาดยังรู้หน้าที่ของตัวเอง แล้วสมุนมือขวาอย่างแกล่ะ...พลาดครั้งแรกคือบทเรียน พลาดครั้งที่สองคือความโง่ และนี่คือโทษที่คนโง่ควรจะได้รับ” ทาคาโอะกรีดคอนาบุเลือดซิบก่อนสั่ง

“ตามเก็บหลักฐานและพยานที่เหลือให้หมด อย่าให้โอะนิซึกะตามสืบมาถึงตัวเราได้”...

เย็นวันนั้น ริวพามายูมิเดินกลับบ้านโดยมีไทชิ คัตสึ และเซกิเดินตามห่างๆ มายูมิถามเขาคิดอย่างไรถึงทำแบบนี้ เขาตอบว่าไม่ได้คิด พอเห็นเธอชักสีหน้าก็รีบเอาใจ

“ผมอยากใช้เวลาอยู่กับคุณให้นานที่สุด อยากให้เวลาของเราเดินช้าที่สุด”

มายูมิฟังแล้วแทบใจอ่อน พอดีริวดึงเธอไปร้านราเมงข้างทาง เป็นร้านที่ต้องยืนกิน แล้วสั่งโดยไม่ถาม มายูมิเคืองจะกลับ เขาโพล่ง “เป็นหมอหรือหุ่นยนต์ ตั้งโปรแกรมพูดซ้ำๆประโยคเดียว” มายูมิตาเขียวใส่ “เอาน่า...เดตแรกในรอบเจ็ดปีของเราพังไปแล้ว คุณกับผมยังไม่ได้ทานอะไรทั้งวัน ผมคิดว่าใจเราตรงกันกระเพาะอาหารเราก็ต้องตรงกัน ตอนนี้ผมหิว คุณก็คงหิว”

มายูมิจะค้าน เป็นจังหวะที่คนขายเสิร์ฟราเมงชามพิเศษให้ ริวบอกว่า คนทั่วไปทานคนละชาม แต่คู่หมั้นหวานเว่อร์อย่างตนกับเธอต้องทานชามเดียวกัน ริวส่งตะเกียบให้ แล้วทำท่าร่ายมนต์ขำๆให้มายูมิรักหลงตนคนเดียว คัตซึกับเซกิหัวเราะคิก...ริวตื๊อให้

มายูมิทานด้วยกัน เธอเมินหน้าว่าไม่หิว แต่ท้องดันร้องออกมา มายูมิเขินทำตัวไม่ถูก ริวสาธยายถึงการไม่ทานอาหารตรงเวลา อธิบายวิธีกินให้อร่อยไม่ทันไร ได้ยินเสียงดูดเส้นราเมง เขาหันมองเห็นมายูมิคีบกินอย่างเอร็ดอร่อยแถมยกชามหนีไม่ให้เขากินด้วย ริวตามแย่งใบหน้าแทบชนกันต่างสบตากันอึ้งๆ

ตกดึก ริวมาส่งมายูมิที่บ้าน ทากาฮาชิขอบคุณที่ช่วยดูแลลูกสาว เมกุมิแซวว่าพี่เขยต้องดูแลพี่สาวดีอยู่แล้ว ริวยิ้มปลื้ม มายูมิเอ็ดน้องสาวแล้วขอตัวไปพักผ่อน ริวเรียกไว้

“คุณลืมของไว้ที่ผม...เจ็ดปีมาแล้ว” ริวหยิบสร้อยจี้ดอกเดซี่ออกมาสวมให้มายูมิ “สร้อยเส้นนี้กลับมาหาเจ้าของแล้ว”

มายูมิจะดึงออก แต่ถูกสายตาทากาฮาชิปราม จึงจำต้องกล่าวขอบคุณ ลุกเดินไป ริวแอบยิ้มอย่างพอใจ... เข้าห้องมาได้ มายูมิดึงสร้อยออกมามอง เจ็บลึกในใจ “ฉันไม่ใช่วัตถุ ฉันจะไม่ยอมเป็นดอกไม้ประดับแจกันของริว โอะนิซึกะ...” มายูมิจะเขวี้ยงสร้อยทิ้ง แต่ทิ้งไม่ลง

ได้ยินเสียงริวล่ำลาพ่อหน้าบ้านว่าจะมาเยี่ยมใหม่ ทากาฮาชิกล่าวยินดีต้อนรับเสมอ ริวเงยหน้ามาเห็นมายูมิยืนมองตรงหน้าต่าง จึงส่งจูบให้ เธอรีบปิดม่านสับสนในใจว่าเขาต้องการอะไรกันแน่...ระหว่างเดินกลับ คัตสึกับเซกิเห็นริวเดินอมยิ้มตลอดทาง พอถึงบ้านอดถามไม่ได้

“ทำไมไม่บอกความจริงไปล่ะครับว่าโซเรียวคอยติดตามดูแลคุณมายูมิมาตลอดเจ็ดปี ไม่เคยหายไปไหน” ริวย้อนถามเซกิ ถ้าไม่รู้จะนอนไม่หลับหรือ
คัตสึตอบแทนว่านอนท่าไหนก็ไม่หลับ มันคาใจสุดๆ ริวอวยพรให้จงนอนไม่หลับทั้งคืน ไทชิแกล้งเสริม ขอให้ทำหน้าที่ยามไป ตนจะนอนเผื่อ คัตสึกับเซกิสบตากันก่อนจะเมินหน้าหนี

ooooooo

เช้าวันใหม่โคจิมารายงานริวว่า เจอภรรยากับลูกของโซวแล้ว โดนไฟคลอกตายคาโกดังร้างชานเมือง ริวเครียดที่พยานสำคัญถูกเก็บอีก โคจิย้ำว่าเรื่องที่ร้านอาหารเมื่อวาน บ่งบอกว่า มีศัตรูจ้องเล่นงานโซเรียวตลอดเวลา ต่อไปต้องมีคนตามคุ้มกัน ริวรับปากจะระวังตัวกว่านี้

ริวเข้าห้องทำงาน เอาภาพถ่ายคู่กับทาเคชิมาดูอย่างคิดถึงคำพูดของเขาที่ว่า “แล้ววันหนึ่งนายจะเข้าใจว่าเกียรติและหน้าที่ของโอะนิซึกะโซเรียว เปลี่ยนเราให้กลายเป็นอีกคนได้ยังไง”

ริวคิดถึงเมื่อสองปีก่อน เขากลับไปเยี่ยมทาเคชิ หลานชายสองคนไปโรงเรียน แพรวดาวกำลังอุ้มท้องลูกคนที่สาม ท่าทางทาเคชิมีความสุขกับชีวิตที่เมืองไทยมาก ทั้งสองเอื้ออาทรต่อกัน ดูรักใคร่ห่วงใยกันมาก จนทำให้ริวซาบซึ้งไปด้วย ทาเคชิบอกถึงโครงการที่จะทำไวน์ขาย หลังจากที่ทำแยมกับองุ่นอบแห้งขายอยู่ก่อน ริวแทรกถามไม่คิดจะกลับไปดูแลโอะนิซึกะหรือ

“ทาเคชิ โอะนิซึกะตายไปแล้ว ฉันคือนายตะวัน เป็นสามีของแพรวดาว และเป็นพ่อที่น่ารักของลูกๆ”

“ถ้าฉันขอร้องให้นายกลับไปช่วยกันสานต่อหน้าที่ที่บรรพบุรุษของเรามอบไว้ล่ะ”

“เราถูกสอนให้รักเกียรติและหน้าที่ จนลืมว่าตัวเองมีหัวใจ สงครามคราวที่แล้วทำให้ฉันเกือบสูญเสียผู้หญิงที่ฉันรักยิ่งกว่าชีวิต ตอนนี้ฉันเลือกแล้ว ฉันเลือกที่จะดูแลหัวใจของฉันที่นี่”...

ริวออกมาเดินเครียดในสวน พึมพำว่าทาเคชิกล้าหาญที่ทำตามเสียงหัวใจตัวเอง แต่ตนขี้ขลาดเกินกว่าจะทำอย่างเขาได้...โคจิเดินเข้ามา ให้คำแนะนำ “ความกลัวและความกล้ามีอยู่ในตัวเราทุกคนขึ้นอยู่กับว่าเราจะดึงอะไรออกมาใช้มากกว่ากัน บางคนมีชีวิตอยู่ได้เพราะความรัก บางคนอุทิศทั้งชีวิตเพื่อหน้าที่ แต่ก็ยังมีบางคน ใช้ความรักเป็นแรงผลักดันไปสู่หน้าที่ที่รับผิดชอบ...

ทุกชีวิตมีทางเลือก และโซเรียวไม่จำเป็นต้องเลือกแค่ทางเดียว”...ริวฟังแล้วเครียด คิดไม่ตก

ในขณะเดียวกัน นานะซักไซ้เรื่องที่มายูมิไปประสบมากับริวเมื่อวาน แสดงว่าทั้งสองเป็นเนื้อคู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน มายูมิเถียงว่าเราต่างคนต่างอยู่ ต่างทำหน้าที่ของตัวเอง นานะจึงถามถึงยูจิว่าเธอทำตามหน้าที่หรือทำตามหัวใจ ไม่ทันที่มายูมิจะตอบ พยาบาลเข้ามาบอกว่ายูจิมาขอพบ นานะหัวเราะคิกเพราะคนนี้เธอเชียร์ มายูมิค้อนขวับ

มายูมิหยิบเสื้อนอกมาคืนให้ยูจิ เขารีบถามถึงเหตุการณ์เมื่อวาน บ่นเสียดายที่ตนไม่ได้อยู่ปกป้องเธอ ว่าแล้วก็ชะงัก ขอโทษที่ลืมนึกไปว่าเธออยู่กับว่าที่คู่หมั้น มายูมิสวน

“ไม่เป็นไรค่ะ เขาไม่ได้สำคัญสำหรับฉัน”

“ได้ยินอย่างนี้ผมก็สบายใจ งั้นคุณหมอไปทานอาหารเที่ยงกับผมนะครับ”

“ฉันต้องอยู่เวรฉุกเฉินค่ะ คงไม่สะดวกไปทานข้างนอก ขอตัวนะคะ” มายูมิเดินเลี่ยงไป

แต่แล้ว มายูมิมาทานกลางวันกับนานะ นานะตีแขนเพื่อนที่ไปทำร้ายจิตใจยูจิ มายูมิจึงบอกให้นานะไปกับเขาแทน ไม่ทันไร ยูจิถือกล่องอาหารมาขอนั่งร่วมโต๊ะ นานะยิ้มอย่างรู้ทันจึงขอตัวเลี่ยงว่ามีงานด่วน มายูมิเรียกไม่ทัน ออกตัวแทนเพื่อน

“นานะเป็นหมอชันสูตรศพ อยู่กับศพทั้งวัน ก็เลยเพี้ยนอย่างนี้แหละค่ะ”

“น่ารักเหมือนคุณหมอมายูมิเลยครับ” ยูจิเกี้ยวดื้อๆ

มายูมิวางตัวนิ่ง ไม่หลงไปกับคำชมของเขา...คัตสึกับเซกิแอบมองอยู่มุมเสา เพื่อกลับไปรายงานริว ทั้งสองใส่ไข่ว่า ยูจิกับมายูมิสนิทสนมกันมาก ทำท่าล้อว่าทั้งสองคุยกันกะหนุงกะหนิง ริวเดือด “พอๆ ไร้สาระ! ฉันให้คอยติดตามดูมายูมิ ไม่ใช่ไปหาข้อมูลมาเล่นละครบ้าๆนี่”

“ไร้สาระก็อย่าโมโหสิครับ” คัตสึแหย่

“ไม่ได้โมโหแต่รำคาญ...แผลยูจิหายแล้วไม่ใช่เหรอ ยังจะไปป้วนเปี้ยนที่โรงพยาบาลอีกทำไม” ริวเผลอบ่น

เซกิตอบว่าแผลใจต้องรักษาเป็นเดือนเป็นปี...

ริวโวยรู้ว่าเครียดยังกดดัน คัตสึเร่งให้ทำคะแนน เอาใจใส่ดูแลมายูมิมากกว่านี้ ริวโต้ก็ตนตามดูอยู่ทุกวัน เซกิสวน ดูแบบหลบๆซ่อนๆไม่บอกแล้วเจ้าตัวจะรู้ได้อย่างไร...ริวเครียดหนัก คิดไม่ตกกับศึกหัวใจครั้งนี้

ooooooo

ในคลังสินค้ารถไฟ ฮารุ มิอุระเดินตรวจความเรียบร้อยการขนสินค้าลงจากโบกี้ ชุนสมุนมือขวารายงานเรื่องริวตกเป็นผู้ต้องสงสัยฆ่าโอะซะมุ และพยานปากสำคัญคือลูกเมียของมือปืนโซว ก็โดนฆ่าปิดปากไปแล้ว ฮารุไม่เชื่อและคิดจะช่วยริวให้พ้นจากข้อกล่าวหานี้ด้วยเหตุผลว่า

“โอะนิซึกะคือตระกูลเก่าแก่ที่คนทั้งเมืองให้ความเคารพ ถ้าเราคิดจะเป็นใหญ่ในเมืองนี้ เราต้องเลือกข้างให้ถูก” แววตาของฮารุดูเจ้าเล่ห์

เย็นวันนั้น ไทชินำขนมไดฟูกุมาให้ไดกิตามคำสั่งริว เพราะอายะโกะได้ทำขนมนี้ไว้เตรียมต้อนรับแขกคนสำคัญพรุ่งนี้ ริวรู้ว่าไดกิชอบจึงฝากมาให้ ไดกิบ่นเสียดายที่พรุ่งนี้ติดงานไม่อาจไปช่วยรับแขกได้ อาคิโกะแอบได้ยินยิ้มพรายคิดทำอะไรบางอย่าง...

รุ่งเช้า ริวต้อนรับมิสเตอร์แฟรงก์ในห้องรับแขก เพื่อเจรจาร่วมทุนสร้างอพาร์ตเมนต์รูปแบบใหม่แนวตะวันตก ไม่ทันไรการสนทนาชะงักลงเมื่ออาคิโกะเลื่อนประตูเข้ามา เธออยู่ในชุดกิโมโน แต่งหน้าเกล้าผมสง่างาม เดินนำอายะโกะกับฟุมิโกะยกอุปกรณ์ชงชาตามเข้ามา...ริวสบตาอายะโกะอย่างไม่ค่อยพอใจ เธอผงกหัวทำนองลำบากใจอยู่ไม่น้อย อาคิโกะลงมือชงชาด้วยท่วงท่าสวยงาม แล้วส่งให้มิสเตอร์แฟรงก์อย่างนอบน้อม เขาจิบชาแล้วชมว่ารสชาติดีมาก ท่าทางมิสเตอร์แฟรงก์จะถูกใจอาคิโกะ ทั้งสองพูดคุยกันจนริวเริ่มอึดอัดที่เรื่องงานยังไม่เสร็จ

โคจิ มาซาโตะและคาซูมะสบตากันรู้ถึงบรรยากาศอึมครึม...เวลาผ่านไป ริวส่งมิสเตอร์แฟรงก์ที่รถ ไทชิช่วยเปิดประตูรถให้อย่างนอบน้อม พอรถมิสเตอร์แฟรงก์ลับตา ริวหน้าเครียดกลับเข้ามาในห้อง กล่าวกับอาคิโกะ “ขอบคุณที่ช่วยทำให้การเจรจาธุรกิจของผมราบรื่นขึ้น”

“ฉันเต็มใจทำเพื่อคุณค่ะริว” อาคิโกะยิ้มหวานเข้าหา ไทชิเมินหน้าด้วยเจ็บจี๊ดในใจ

ริวกล่าวน้ำเสียงมึนตึง “ถ้าอยากทำเพื่อผมจริงๆ คราวหน้าอย่าทำอย่างนี้อีก เพราะมันไม่เหมาะ ผมไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดคิดว่าเราเป็นอะไรกัน”

“ฉันก็แค่ช่วยแบ่งเบาหน้าที่ของคุณเท่านั้น”

“ผู้ชายทุกคนต้องทำหน้าที่ด้วยตัวเอง ไม่ใช่พึ่งผู้หญิง”

อาคิโกะเห็นริวหงุดหงิดจึงเปลี่ยนท่าที ขอโทษที่ทำเพราะอยากตอบแทนบุญคุณ ริวย้อนตนไม่เคยคิดว่าน้ำใจคือบุญคุณ อาคิโกะอ้อนเข้าลูบไล้ปกเสื้อริว เขานิ่งเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด

กลับถึงบ้าน ไทชิตำหนิอาคิโกะไม่ควรทำตัวอย่างวันนี้ เพราะไม่อยากเห็นเธอถลำตัวจนเจ็บหนัก

อาคิโกะเชิดหน้าจะเอาชนะใจริวให้ได้ ไทชิเตือนว่าริวแอบตามดูแลว่าที่คู่หมั้นมาตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา เพราะเธอสำคัญสำหรับเขามาก ให้อาคิโกะตื่นจากฝันสู่โลกความจริงเสียที

อาคิโกะเข้าห้อง มองตัวเองในกระจก เข่นเขี้ยวตนไม่มีวันยอมแพ้ ตนจะต้องยืนเคียงข้างริวให้ได้...

ไทชิกลับมานั่งเช็ดดาบที่อาคิโกะให้อย่างเจ็บปวดใจ นึกถึงอดีตวัยเด็ก คราวที่พ่อพาตนไปบ้านไดกิ ตนเห็นอาคิโกะนั่งร้องไห้ที่นกเลี้ยงไว้ถูกแมวกัดตาย ไทชิจึงอาสาเป็นเพื่อนเล่นกับเธอแทนนกตัวนั้น อาคิโกะยิ้มรับมิตรภาพจากเขา...แต่ตอนนี้ ตนต้องเจียมตัวเจียมใจ

ooooooo

โคจิ คาซูมะ มาซาโตะและลูกน้อง เดินตรวจความเรียบร้อยในตลาด พ่อค้าแม่ค้าและผู้คนที่เดินตลาดต่างพากันก้มหัวทักทาย ทำให้สามทหารเสือรู้ว่า ข่าวของโซเรียวไม่ได้ทำให้โอะนิซึกะหมดความนับถือ เข้าทำนอง ศรัทธาไม่ได้สร้างได้แค่วันเดียว

โคจิกล่าวว่า ฮิโระให้คนมาส่งข่าวเรื่องปืนที่โซวใช้ยิงโอะซะมุเป็นรุ่นเดียวกับปืนที่พวกเขาใช้ถล่มมิซาว่าเมื่อเจ็ดปีก่อน แสดงว่ามีคนเอาปืนที่ถูกยึดเป็นของกลางมาใช้เพื่อโยนความผิดให้โอะนิซึกะโซเรียว... หลังจากนั้นริวจึงนัดฮิโระมาพบที่ศาลเจ้า ทำตัวเป็นชาวบ้านมาไหว้พระขอพร ริวขอให้ฮิโระช่วยเช็กปืน 13 กระบอกที่ทางการยึดไว้เมื่อเจ็ดปีก่อนว่ายังอยู่ครบหรือไม่

ในวันเดียวกัน มายูมิกลับถึงบ้านเร็ว เมกุมิออกมารับด้วยสีหน้าร่าเริงผิดปกติ เธอแซวพี่สาวที่มีขนมและดอกไม้ส่งมาจากใครคนหนึ่ง มายูมิเข้าใจว่าเป็นของริว จึงบอกให้เอาไปทิ้งขยะ เมกุมิท้วง คนให้เสียใจแย่ มายูมิจึงยกให้ ไม่ทันไรยูจิเดินออกมารับกล่องขนมและช่อดอกไม้คืนจากเมกุมิด้วยท่าทีผิดหวัง มายูมิอึ้ง ไม่คิดว่าจะเป็นของเขาจึงรีบขอโทษขอโพย

ยูจิยิ้มปลื้ม “ถ้ารู้ว่าเป็นของผมแล้วคุณหมอมายูมิยินดีรับไว้ ผมก็ดีใจครับ...คุณหมอทำงานหนัก ร่างกายอ่อนเพลีย ควรทานขนมหวานเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกาย”

“ขนมวากาชิ...เป็นขนมที่เราทานในโอกาสพิเศษ อย่างงานแต่งงานหรือพิธีชงชาไม่ใช่หรือคะ” มายูมิมองขนมตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ

ยูจิป้อนคำหวานว่า ได้คุยกับเธอก็เป็นโอกาสพิเศษของตน หญิงสาวถอนใจ บอกเขาตรงๆว่าไม่ควรเสียเวลากับตน ยูจิย้อนถามเพราะเธอมีว่าที่คู่หมั้นแล้วหรือ

“กรุณาอย่าพูดถึงบุคคลที่สามเลยค่ะ ฉันแค่อยากมีสมาธิกับงานให้มากที่สุด”

“อดีตเป็นแค่เรื่องราวที่ผ่านไปแล้ว อนาคตเป็นเรื่องลึกลับที่ไม่มีใครรู้ ทำไมคุณหมอต้องปิดกั้นปัจจุบันด้วยล่ะครับ...ผมก็เหมือนผู้ชายทุกคนที่ชอบผู้หญิงสวย เก่ง มีเสน่ห์ แต่ถ้าผมจะถูกชะตาใครสักคน มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มิตรภาพมีหลายแบบ ขอให้คุณหมอเปิดใจยอมรับผมเป็นเพื่อน ผมก็พอใจแล้ว” แววตายูจิเว้าวอนขอความเห็นใจ มายูมิสบตาอึ้งๆ...

คืนนั้น มายูมินั่งมองช่อดอกลิลลี่ สลับกับมองสร้อยจี้ดอกเดซี่ของริวอย่างว้าวุ่นใจ ทากาฮาชิเดินเข้ามาถามว่า รู้จักกับผู้กองยูจิตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอตอบตั้งแต่ตอนที่ช่วยชีวิตเขา

“เขาน่าจะรู้ว่าลูกมีว่าที่คู่หมั้นแล้ว”

“หนูกับผู้กองยูจิเป็นแค่เพื่อนกัน”

“พ่อรู้จักนิสัยผู้ชายดี เพื่อนเป็นแค่ข้ออ้างเพื่อใกล้ชิดผู้หญิงที่ตัวเองสนใจ...ลูกเป็นว่าที่คู่หมั้นของโอะนิซึกะโซเรียว ควรจะวางตัวให้เหมาะสม ริว โอะนิซึกะคงไม่พอใจถ้ารู้เรื่องนี้”

“ริวเป็นแค่ว่าที่คู่หมั้น ไม่ใช่เจ้าชีวิต เขาไม่มีสิทธิ์ห้ามหนูคบใครเป็นเพื่อน” มายูมิไม่พอใจ เดินปึ่งๆเข้าบ้าน ทากาฮาชิมองตามหลังลูกสาวอย่างหนักใจ

ในขณะที่ริวนั่งมองรูปที่แอบถ่ายมายูมิหลายอิริยาบถ คิดถึงความน่ารักที่ได้แกล้งเธอ แต่แล้วจู่ๆเรื่องคดีฆ่าโอะซะมุที่เขาพัวพันก็แว่บเข้ามา ทำให้เขาเครียดอยากได้กำลังใจมาก

ooooooo

วันต่อมา ฮิโระทำทีมาค้นข้อมูลในห้องเก็บหลักฐาน อ้างจะส่งสรุปสำนวนคดี พอลูกน้องออกไป เขาก็จะค้นของกลางจำนวนปืนของโอะนิซึกะที่ยึดไว้เมื่อเจ็ดปีก่อนยังอยู่ครบหรือไม่ ทันใดหมวดเคนโผล่เข้ามา มองอย่างไม่ไว้ใจก่อนจะบอกว่า ท่านรองมาซารุเรียกพบ

ฮิโระเจ็บใจกำลังจะได้ดู เขาเข้ามาพบมาซารุในห้องทำงาน มาซารุยื่นเอกสารให้ฉบับหนึ่ง เป็นเอกสารถอดเขาออกจากชุดสืบสวนคดีฆาตกรรมโอะซะมุ และคดีสืบสวนพิเศษอื่นๆ

“เบื้องบนเห็นว่า รองฮิโระสนิทสนมกับโอะนิซึกะเป็นการส่วนตัวมากไป อาจทำให้เสียรูปคดี จึงสั่งพักราชการเป็นเวลาหนึ่งเดือน หลังจากกลับมาให้ย้ายไปดูแลฝ่ายอำนวยการ”

ยูจิซึ่งอยู่ในห้องด้วยแย้ง “แต่ท่านฮิโระเชี่ยวชาญงานสืบสวนมากนะครับ”

“ผู้กองยูจิได้รับแต่งตั้งให้เข้ามาช่วยผมดูแลคดีฆาตกรรมท่านโอะซะมุแทนรองฮิโระ” มาซารุกล่าว ฮิโระตกใจ “เบื้องบนสั่งการลงมา หวังว่าทุกคนคงรับทราบหน้าที่ของตัวเอง”

ฮิโระจำต้องรับคำสั่ง ยูจิชำเลืองมองด้วยความลำบากใจ...ตำรวจผู้น้อยทุกคน แสดงความเสียใจกับฮิโระ ฮิโระกล่าวกับลูกน้องว่า ขอแค่ทำงานด้วยหัวใจ ยึดมั่นในความดี ตำแหน่งหน้าที่ไหนก็ทำคุณประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้เหมือนกัน ยูจิตามออกมา โค้งคำนับฮิโระและกล่าวว่า

“ท่านฮิโระเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกน้องเหมือนท่านโอะซะมุ ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รู้จักท่าน”

“ผมก็ดีใจที่สำนักงานตำรวจมีคนเก่งอย่างผู้กองยูจิมาร่วมงาน”

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะเร่งตามหาตัวคนบงการฆ่าท่านโอะซะมุมาลงโทษให้ได้”

ฮิโระขอบคุณและหวังจะได้รับข่าวดี ยูจิและเหล่าตำรวจแสดงความเคารพต่อเขา ระหว่างที่ฮิโระเดินออกมา ได้มีชายคนหนึ่งเดินสวนเข้าไปท่าทางเหมือนนักวิชาการ ฮิโระรู้สึกคุ้นหน้า สังหรณ์ใจบางอย่าง

แล้วในวันนั้น ขณะที่ริวกำลังซ้อมเคนโด้อยู่ คัตซึเข้ามารายงานว่าฮารุ มิอุระมาขอพบ ริวออกมาพบ ออกตัว ไม่ทราบว่าจะมาจึงไม่ได้เตรียมการต้อนรับ...ในกลุ่มลูกน้องของมิอุระมีชุนซึ่งเป็นมือขวาของฮารุ และเป็นคนที่เดินเข้าไปในกรมตำรวจเมื่อช่วงเช้า

ฮารุนำของขวัญมามอบให้ ริวมองอย่างระแวง โคจิรับมาเปิดกล่องออกดู ทุกคนต้องตกตะลึง เมื่อในนั้นเป็นปืนกระบอกเดียวกับที่คนร้ายใช้สังหารโอะซะมุ มีตราประจำตระกูลโอะนิซึกะสลักไว้ที่ด้ามปืน ฮารุยืนยันว่าเป็นปืนที่ถูกยึดเมื่อเจ็ดปีก่อน ริวจึงถามเขาได้มาอย่างไร

“โอะนิซึกะโซเรียวคงไม่จำเป็นต้องรู้”

“ถึงขนาดยอมเสี่ยงเอาปืนของกลางออกมาให้ ต้องการอะไรก็พูดมาตรงๆเถอะ” ริวดักคอ

“จุดประสงค์เดียว เราอยากให้โอะนิซึกะรู้จุดยืนของมิอุระ ว่า...เราเป็นมิตรกัน”

ริวมองอย่างไม่ค่อยไว้ใจ...ในคืนนั้น ริวกับกลุ่มสามทหารเสือ ปรึกษากันเคร่งเครียด ริวเปิดประเด็นว่า มีคนในสำนักงานตำรวจต้องการเล่นงานโอะซะมุและล้มล้างโอะนิซึกะ คาซูมะสงสัยว่าฮารุวางแผนร่วมด้วย

โคจิคะเน มิอุระกำลังขัดแย้งเรื่องธุรกิจกับมิซาว่าอย่างหนัก ที่พึ่งฮารุจึงมีเพียงเราเท่านั้น มาซาโตะเสียงเครียด กล้ามากที่เอาตัวเข้ามาเสี่ยงเพื่อแลกความไว้ใจ

“ทุกชีวิตต่างต้องดิ้นรนเอาตัวรอด...ให้คนของเราคอยจับตาดูมิอุระไว้ ยังไงเราก็ประมาทไม่ได้” ริวสั่งโคจิ ก่อนจะมองปืนอย่างรู้สึกโล่งใจขึ้นบ้างที่คดีกำลังมีทางออก

พอสบายใจขึ้น ริวก็อดคิดถึงมายูมิไม่ได้ จึงให้อายะโกะช่วยทำอาหารใส่กล่องเบนโตะ...รุ่งขึ้นมายูมิ

นั่งพักเหนื่อยจากงานที่ทำตลอดช่วงเช้า พยาบาลยกชาและกล่องเบนโตะมาวางให้ มายูมิแปลกใจเพราะสั่งซื้อแต่ชา พยาบาลทำหน้าเจื่อนๆเลี่ยงออกไป มายูมิเปิดกล่องเบนโตะเห็นอาหารจัดวางน่ารับประทาน มีป้ายข้อความเล็กๆ จึงหยิบมาอ่าน

“ซุเกะโมะโนะ...ผักดอง อยากให้คุณลองชิม ยะกิ-โมะโนะ...ปลาย่าง ผมจะไม่ห่างจากคุณ อะเงะโมะ-

โนะ...ปลาทอด อยากได้กอดจากคุณ มิโนะโมะ...ผักต้ม ผมคิดถึงคุณ” มายูมิอ่านข้อความสุดท้ายเผลอยิ้ม

เสียงริวดังขึ้นพร้อมตัวเขาเดินเข้ามา “เฮ้อ...แค่เห็นอมยิ้มเธอ ก็สุขใจ”

มายูมิหันมองแปลกใจเขาเข้ามาได้อย่างไร ริวยิ้มกริ่มเอ่ยดีใจที่เห็นคู่หมั้นถูกใจอาหารที่เอามาฝาก หญิงสาวหน้าตึง เลื่อนกล่องเบนโตะคืนให้ และห้ามมาวุ่นวายในที่ทำงานตน

“แค่แวะมาดูแลว่าที่คู่หมั้นเฉยๆ”

“ฉันไม่ได้พิการ ไม่ต้องมาดูแล”

“หัวใจผมอยู่กับคุณ ไม่ดูแลคุณแล้วจะดูแลใคร” มายูมิหาว่าเขาพูดไม่รู้เรื่อง ริวโต้ “คุณต่างหากที่ไม่ยอมเข้าใจ” มายูมิลุกพรวดด้วยความโมโหจะเดินออก ริวขวางและยั่ว “แน่ะ...โกรธจนต้องรีบไปห้องน้ำเลยเหรอที่รัก”

“ฉันมีงานต้องทำ และฉันไม่ใช่ที่รักของคุณ”

มายูมิผลักริวแล้วเดินออกไปจากห้อง

ริวหัวเราะรีบตามออกไป ริวแกล้งตามมายูมิขึ้นวอร์ดตรวจคนไข้ และชวนคนไข้คุยอย่างสนุกสนาน พยาบาลยิ้มชื่นชมกันเป็นแถว...นานะเปิดเพลงดนตรีไพเราะเพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานผ่าศพ จู่ๆมายูมิ ปรี่เข้ามา ละล่ำละลักบอกว่า “นานะ...ทำเนียนๆช่วยฉันหน่อย”

นานะงงไม่ทันรู้ว่าเรื่องอะไร ริวตามเข้ามาจุ๊กกรู ...ตามหาที่รัก พอเห็นศพบนเตียงก็ชะงัก นานะพอจะเดาออก ก้มหัวทักทาย “สวัสดีค่ะ โอะนิซึกะโซเรียว ว่าที่คู่หมั้นคุณหมอมายูมิ อุ๊ย!”

มายูมิหยิกนานะที่เรียกเต็มยศ ริวมองไปรอบๆก่อนจะถามว่าตนเข้ามารบกวนหรือเปล่า มายูมิแกล้งหยิบมีดผ่าศพขึ้นมาเดินเข้าหา บอกว่าต้องการผู้ช่วยผ่าศพ พอดี...ริวกลืนน้ำลายเอื๊อก มายูมิขู่ “ผู้ตายเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เราจะผ่าชิ้นเนื้อส่วนนั้นออกมาพิสูจน์”

“ส่วนนั้น...ส่วนไหนเหรอครับ”

“ก็...มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นกันที่ไหน เราก็จะผ่าตรงนั้นแหละค่ะ เริ่มด้วยการกรีด แล่ทีละชิ้น...หรือสับเป็นท่อน” เสียงมายูมิเย็นยะเยือกแล้วดังลั่นขึ้น

สีหน้าริวเริ่มหวาดเสียว “ผ่าต่อมลูกหมาก อืม...เพิ่งนึกได้ว่ามีธุระด่วน ขอยืมตัวเองไปเคลียร์ก่อนนะครับ” ริวมองมีดในมือของมายูมิอย่างหวาดๆก่อนจะรีบเลี่ยงออกไป...

บ่ายวันนั้นนานะยังขำไม่หายเมื่อนึกถึงหน้าริว ขำที่เพื่อนใช้มุกผ่ามะเร็งต่อมลูกหมาก มายูมิสะบัดเสียงเคืองๆอยากไล่ไม่ไป นานะพูดเองเออเอง

“รักแรง แกล้งกันแรงขนาดนี้ ฉันว่าเธอกับคุณริวอาจจะเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ...ก็ดี ผู้กองยูจิจะได้ตกเป็นของฉัน”

มายูมิค้อนขวับ “ฉันกับริว โอะนิซึกะ จะเป็นได้ก็แค่คู่เวรคู่กรรม”

“จ้า แม่หญิง ตึงไปซะทุกเรื่อง ระวังเถอะ เกลียดอะไรจะได้อย่างนั้น...เอ๊ะ!วันนี้โรงพยาบาลมีงานอะไรเหรอ” นานะเห็นพยาบาลและญาติผู้ป่วยถือขนมและดอกไม้เดินมาจากทางเดียวกัน สีหน้ายิ้มแย้ม ทุกคนเดินมาขอบคุณคุณหมอมายูมิ สองสาวงง

พลันเสียงริวผ่านโทรโข่ง “เอ้า...เร่เข้ามารับขนมอร่อยๆกันเร็วๆ ช้าหมด อดชิม ผมกับคุณหมอมายูมิว่าที่คู่หมั้นสุดเลิฟ มาช่วยเพิ่มความหวาน เติมน้ำตาลให้ทุกหัวใจทางนี้ครับ”

เสียงคนปรบมือเชียร์ มายูมิกับนานะวิ่งไปดู ที่ลานร่มรื่นหน้าโรงพยาบาลถูกตกแต่งด้วยริบบิ้นและลูกโป่งหลากสีสัน มีเวทีเล็กๆบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ญาติผู้ป่วยต่างต่อคิวรับขนมและดอกไม้ตามซุ้มที่ไทชิ คัตสึและเซกิช่วยกันแจก ผู้ป่วยกระเซ้าว่าคนแจกชิมได้ไหม

ริวหัวเราะ “คนแจกก็อร่อย แต่ห้ามชิมเพราะมีคุณหมอมายูมิเป็นเจ้าของแล้วครับ”

พยาบาลและญาติรวมทั้งผู้ป่วยวี้ดวิ้วอย่างชอบใจ มายูมิรี่เข้าต่อว่าริว เขาไม่อาจตอบโต้

“ทำอะไรของคุณ...”

“กำลังคิดถึงที่รักอยู่พอดี มาช่วยหน่อยสิจ๊ะ”

“กฎของโรงพยาบาลไม่ให้ผู้ป่วยบางคนทานอาหารตามใจตัวเอง ถ้าผู้ป่วยเป็นอันตราย ใครจะรับผิดชอบ” มายูมิต่อว่า ริวจะอธิบายแต่ไม่ทัน “อย่างคุณจะรับผิดชอบอะไรได้ ชีวิตคนไม่ใช่ของเล่น ทำไมไม่นึกถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย” ริวอ้าปากจะอธิบาย มายูมิสวน “ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวของคุณ”

พยาบาลทนไม่ไหว เรียกมายูมิ เธอเสียงเขียวหันขวับตาดุ พอเห็นพยาบาลหน้าเจื่อนจึงอ่อนลง พยาบาลอธิบายอย่างกล้าๆกลัวๆว่าริวจัดอาหารและขนมมาสำหรับผู้ป่วยเบาหวานก็เลี่ยงน้ำตาลและผู้ป่วยหัวใจก็เลี่ยงน้ำมัน

นานะเคี้ยวขนมตุ้ยๆ แทรก “ใช่ๆขนมส่วนใหญ่จะหวานน้อย แต่อร่อยมาก”

ผู้ป่วยและญาติต่างเข้ามาขอบคุณมายูมิกับริวที่สร้างบรรยากาศที่ดีให้ พวกเขามีความสุขมาก ริวก้มหัวรับ “ผมกับว่าที่คู่หมั้นยินดีมอบรอยยิ้มและความสุขให้กับทุกคน ใช่ไหมจ๊ะที่รัก”

มายูมิถลึงตาใส่ริวก่อนยิ้มรับ ไทชิ คัตสึและเซกิ สบตากันรู้ทันความเจ้าเล่ห์ของเจ้านาย

ooooooo

รอยฝันตะวันเดือด

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด