ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ริษยา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หริพันธ์แปลกใจที่หม่อมแม่เรียกตัวมายังรถของท่านซึ่งจอดอยู่ภายในลานจอดรถของมหาวิทยาลัยแต่กลับไม่ถูกเล่นงานอะไร ท่านแค่เรียกให้มาเอากระเป๋าสตางค์ที่เขาลืมไว้ในเสื้อสูท

“ตอนแรกตั้งใจจะมาทานกลางวันกับชาย แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวแม่ไปทานกับแม่อบก็ได้...ฉันเสร็จธุระแล้ว แกไปตามแม่อบมาที” ประโยคสุดท้ายหม่อมชุลีหันไปบอกล้วนซึ่งรีบกระวีกระวาดออกไป หริพันธ์มองหม่อมแม่อย่างไม่ค่อยจะมั่นใจนัก ก่อนจะถามอย่างเกรงๆว่าไม่มีอะไรจะสอบถามเรื่องชนนีหรือ

“เป็นอาจารย์กับลูกศิษย์ก็ต้องมีเรื่องคุยกันเป็นธรรมดาไม่ใช่เหรอ หรือว่าชายมีอะไรมากกว่านั้น”

“ไม่มีค่ะ ขอบคุณที่หม่อมแม่เข้าใจชาย” หริพันธ์ลอบถอนใจโล่งอก...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก อบสวาทเตือนชนนีว่าหม่อมชุลีเป็นคนที่ออกจะเข้าใจยากสักหน่อย เธอก็น่าจะรู้ดีว่าท่านไม่ค่อยชอบครอบครัวของเธอ ถ้าตนเป็นเธอ ตนจะอยู่ให้ห่างคุณชายหริพันธ์เอาไว้

“แต่อาจารย์เป็นคนเรียกฉันมานะคะ”

อบสวาทนิ่วหน้าแปลกใจ แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร ล้วนเข้ามาแจ้งเสียก่อนว่าหม่อมชุลีจะกลับแล้วให้มาตามตัว เธอพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันไปย้ำกับชนนีอีกครั้งด้วยท่าทางหวังดี ถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็ควรจะอยู่ให้ห่างจากคุณชายให้มากที่สุดจะดีกว่า แล้วรีบตามล้วนไป...

ชนนีนั่งใจลอยเฝ้าแต่คิดถึงคำเตือนของอบสวาทจนไม่ได้ยินเสียงเรียกของต๋อย คนเรียกต้องสะกิดเธอถึงได้รู้สึกตัว เพื่อนๆพากันแซวแค่ได้กินอาหารกลางวันกับอาจารย์รูปหล่อถึงกับฝันกลางวันเลยหรือ

“ก่อนที่พวกเธอจะเข้าใจอะไรผิดๆไปมากกว่านี้ ขอบอกให้รู้กันไว้เลยว่าจริงๆแล้วอาจารย์เป็นพี่ชายของฉันเป็นลูกชายของคุณป้า ทีนี้พวกเธอก็เลิกคิดบ้าๆได้แล้ว”

“ก็แค่ลูกพี่ลูกน้องไม่ใช่พี่น้องจริงๆสักหน่อย ถ้าจะชอบกันจริงๆก็ไม่เห็นมีปัญหาเลย” ต๋อยโต้ไม่ยอมแพ้

“เลิกพูดเถอะมันไม่มีทางเป็นไปได้หรอกนะ” พูดจบชนนีผละจากไปอย่างหงุดหงิด ต๋อยกับพวกมองตามงงๆ แซวแค่นี้ไม่เห็นต้องอารมณ์เสียขนาดนั้นด้วย

ooooooo

ไม่ได้มีแต่หริพันธ์เท่านั้นที่แปลกใจ ทำไมหม่อมชุลีถึงไม่เล่นงานชนนีกับเขาสักคำ อบสวาทเองก็แปลกใจไม่หาย นั่งครุ่นคิดสงสัยมาตลอดทางตั้งแต่ออกจากมหาวิทยาลัยว่ายัยแก่นี่กำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ อยู่ๆหม่อมชุลีก็สั่งให้ล้วนขับรถไปที่วังของท่านหญิงนวล

“เดี๋ยวหล่อนไม่ต้องเข้าไปหรอกแม่อบ รออยู่ที่รถกับเจ้าล้วน ฉันมีธุระจะคุยกับท่านน้าหญิงเป็นการส่วนตัวสักหน่อย” หม่อมชุลีว่าแล้วเสมองออกไปนอกรถ อบสวาทลอบมองอย่างสงสัยต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลหากเธอจะไปหาท่านหญิงนวลเพื่อให้ช่วยจัดการชนนีไม่ให้มาวอแวกับหริพันธ์ก็น่าจะให้ตนอยู่ฟังด้วยได้...

ตั้งแต่กลับจากวังท่านหญิงนวล หม่อมชุลีอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เจอชนกกำลังคุมงานอยู่ร้องทักว่าจะซ่อมวังอโยธยาเสร็จเมื่อไหร่ เขาจะซ่อมเสร็จอีกไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ถ้าไม่มีอะไรมาทำให้สะดุด เธอพยักหน้ารับรู้แล้วเดินขึ้นตึก ชนกได้แต่มองตามงงๆ ทำไมเธอถึงไม่หาเรื่องด่าว่าตนเองเหมือนเคย แล้วพูดขึ้นลอยๆ

“มิน่าวันนี้อากาศถึงดูแปรปรวน”

อบสวาทผ่านมาทันได้ยินพอดี ถามเสียงเครียดว่าพูดประชดหม่อมชุลีใช่ไหม เขายอมรับว่าใช่ เธอเองก็น่าจะรู้สึกผิดปกติที่วันนี้คุณอาของเธอมาแปลกๆ แม้จะไม่ค่อยพอใจนัก แต่ลึกๆเธอเห็นด้วยกับเขาที่ว่าหม่อมชุลีทำตัวแปลกจริงๆ...

คนที่ชนกกับอบสวาทพูดถึงกำลังยืนพูดอยู่หน้ารูปภาพของท่านชายผู้เป็นสามีว่าท่านคงอยากรู้ใช่ไหมว่าเธอคิดจะทำอะไรถึงได้ไปพบท่านหญิงนวล แล้วเล่าให้ฟังว่าเธอวางแผนหลอกใช้ท่านหญิงเป็นเครื่องมือในการช่วยเธอแก้แค้นชวนชื่นกับครอบครัวโดยเธอแสร้งว่าหายโกรธหายเคียดแค้นพวกนั้นแล้ว เพราะเห็นว่าน้องสาวยอมลงทุนกราบขอโทษ แต่ครั้นจะให้บอกกล่าวทางนั้นเองว่ายกโทษให้ก็ยังตะขิดตะขวงใจอยู่

“จึงอยากรบกวนท่านน้าหญิงให้ช่วยเป็นธุระให้หน่อยเถอะค่ะ”

ท่านหญิงนวลเชื่อสนิทใจว่าเป็นเรื่องจริงยินดีจะช่วยเหลือ หม่อมชุลียิ้มเหี้ยมให้กับรูปภาพของท่านชาย

“ก่อนที่ฉันจะควักเอาดวงใจของนังชวนชื่นกับไอ้นพออกมาขยี้เล่น ฉันก็ต้องทำให้พวกมันไว้วางใจฉันให้ได้ก่อน เรื่องไอ้ชนกมันอาจจะชนะฉัน แต่คอยดูต่อไปเถอะ ฉันจะเอาคืนกับนังชนนีอย่างสาสม”

วรรศิกาที่ยืนอยู่หน้าห้องซึ่งประตูเปิดแง้มไว้ได้ยินเต็มสองหูก็ตกใจมาก คิดหาทางขัดขวางแผนชั่วของหม่อมแม่ ตัดสินใจนำเรื่องนี้ไปบอกชนกเพื่อให้เตือนชนนี แต่กลับไปเจอเขากำลังกอดทักทายยอดธิดาที่บุกมาหาเขาถึงวังอโยธยา ทำให้เธอต้องถอยออกมาด้วยสีหน้าหม่นหมอง

ooooooo

จากนั้นชนกพายอดธิดาทัวร์สถานที่ เธอเห็นความใหญ่โตกว้างของวังแห่งนี้ถึงกับออกปากว่าเจ้าของต้องร่ำรวยมาก ระหว่างนั้นได้เจอกับหริพันธ์ ชนกแนะนำให้เธอรู้จักในฐานะคุณชายเจ้าของที่นี่ ยอดธิดาลอบมองเขาด้วยความพอใจ หริพันธ์เห็นชนกมีแขกมาด้วยก็ขอตัวก่อน ยอดธิดาสบช่องทันที

“นกคะยอดก็มีธุระต้องไปทำต่อ งั้นยอดกลับเลยดีกว่าคุณจะได้ทำงาน...เอ แล้วห้องน้ำไปทางไหนคะ”

“เชิญครับ ผมพาไปได้” หริพันธ์อาสาพาไปให้ เข้าทางแขกผู้มาเยือนทันที

“ขอบคุณมากค่ะ บ๊ายบายนะคะนก ซียู” ยอดธิดาว่าแล้วเดินตามหริพันธ์ไป พอถึงมุมปลอดคน เธอแกล้งสะดุดขาตัวเองเซไปหาหริพันธ์ซึ่งรับเข้าไว้ในอ้อมกอดพอดี อบสวาทผ่านมาเห็นไม่พอใจมากปรี่เข้าไปถามว่านี่เพื่อนของเขาหรือ ยอดธิดารีบผละออกจากอกของหริพันธ์ ยืนตัวตรงเป็นปกติ มองอบสวาทรู้สึกคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนแต่จำไม่ได้ หริพันธ์แนะนำสองสาวให้รู้จักกัน

“คุณยอดธิดาเป็นเพื่อนคุณชนก คุณยอดครับนี่พี่อบเป็นญาติผู้พี่ของผม”

ยอดธิดาไหว้อีกฝ่ายอย่างนอบน้อม อบสวาทดักคอว่าชนกคุมงานอยู่ด้านโน้น เธอเจอเขาแล้ว ตอนนี้แค่อยากเข้าห้องน้ำ อบสวาทรู้ทันว่ายอดธิดาคิดจะอ่อยหริพันธ์จึงอาสาจะพาไปห้องน้ำให้เอง แต่กลับพาไปเข้าห้องน้ำที่ไม่ใช้แล้ว ยอดธิดาเจอสัตว์สกปรกในห้องน้ำเข้าไปกลัวขวัญกระเจิงเผ่นกลับแทบไม่ทัน...

นพถึงกับออกปากว่าท่านหญิงนวลต้องฟังผิดมาแน่ๆที่บอกชวนชื่นว่าหม่อมชุลีอยากให้เขากับครอบครัวไปกินมื้อค่ำที่วังอโยธยาเพื่อเป็นการขอโทษเรื่องวันก่อน ชวนชื่นยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ชนนีซึ่งนั่งร่วมโต๊ะอาหารอยู่ด้วยฉีกยิ้มด้วยความดีใจ ถ้าเป็นแบบนี้ก็ถือว่าเป็นข่าวดี ชวนชื่นเห็นด้วยกับลูกสาว

“แต่ผมกลับคิดว่าคุณพี่ชุลีคงกำลังคิดวางแผนจะเล่นงานใครคนใดคนหนึ่งในครอบครัวเราอีกแน่”

“หรือว่าจะเล่นงานผมอีก วันนี้ก็มาถามแปลกๆ สงสัยอยู่แล้วเชียว”

“ตานกก็เป็นไปอีกคน ถ้าป้าชุลีจะคิดร้ายกับเราคงไม่ต้องไปขอร้องให้ท่านน้าหญิงมาพูดกับแม่หรอก”

ชนนีเห็นด้วยกับแม่อีกครั้งหนึ่ง แล้วเล่าเรื่องที่หม่อมชุลีไปเจอเธออยู่กับหริพันธ์ แต่ไม่ต่อว่าแม้แต่คำเดียวและไม่มีทีท่าจะโกรธเคืองอะไรอีกด้วย ชวนชื่นยิ่งมั่นใจมากขึ้นไปอีกว่าหม่อมชุลีรู้สึกผิดจริงๆ ไม่ได้มีเล่ห์กลใดๆอย่างที่สองพ่อลูกคิด...

สองพ่อลูกยังมีความเห็นตรงกันว่าหม่อมชุลีแสร้งทำ โดยเฉพาะนพไม่เชื่อว่าเธอจะเปลี่ยนแปลงตัวเองง่ายดายขนาดนั้น เตือนลูกชายที่แอบมาคุยกันนอกรอบว่าไม่ควรไว้วางใจผู้หญิงคนนี้

ooooooo

หม่อมชุลีได้รับแจ้งจากท่านหญิงนวลทางโทรศัพท์ว่าธุระที่ขอร้องให้ช่วยสำเร็จด้วยดี เธอขอบคุณท่านมาก วางสายแล้วหันกลับมาอีกทีเจออบสวาทยืนฟังอยู่ก็ไม่พอใจมาก ต่อว่าว่าอย่าสอดรู้สอดเห็นให้มากนัก เธอรีบแก้ตัวว่าไม่เป็นอย่างที่ท่านกล่าวหา

“คิดว่าฉันไม่รู้สันดานหล่อนรึ ไม่ต้องห่วงไปหรอกอีกไม่นานหล่อนก็ได้รู้เองว่าฉันกำลังจะทำอะไร” หม่อมชุลีพูดจบเดินผ่านหน้าอบสวาทออกไป หญิงสาวมองตามด้วยสายตาชิงชัง

“ฮึ เก่งนักนะ แกยังไม่รู้จักสันดานที่แท้จริงของฉันหรอกอีแก่”...

อีกมุมหนึ่งในสวน วรรศิกาใจลอยไปถึงตอนที่เห็นภาพชนกกอดกับยอดธิดาจนเผลอเก็บใบมะลิแทนที่เด็ดดอกของมัน ชนกมาเห็นเข้าตะโกนแซวเพิ่งรู้ว่าใบมะลิก็ใช้ร้อยมาลัยได้ เธอได้สติรีบหยิบใบมะลิออกจากขันอย่างเก้อๆ เขาเล่าให้ฟังว่าอาทิตย์นี้ครอบครัวของเขาจะมากินข้าวที่นี่ เขาคิดว่าเธอกับชนนีน้องสาวของเขาซึ่งอยู่ในวัยไล่เลี่ยกันน่าจะคุยกันรู้เรื่อง เธออดถามไม่ได้ว่าหม่อมแม่ชวนมาหรือ

“คุณก็รู้เรื่องแล้วล่ะสิ ป้าชุลีคงคิดได้แล้วมั้ง ผมว่าถ้าป้ายอมเปลี่ยนแปลงก็น่าจะเป็นผลดีกับคุณด้วยนะ”

“คุณคิดว่าคนเราจะเปลี่ยนแปลงได้เหรอคะ”

ชนกเชื่อว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้อย่าว่าแต่คนเลย วรรศิกาไม่กล้าเตือนเขาตรงๆได้แต่บอกว่าถ้าเธอเป็นเขาจะไม่ให้ชนนีมาที่นี่ เขาหาว่าเธอติดเชื้อขี้ระแวงมาจากหม่อมชุลี ความจริงเขาอยากพาชนนีมาแนะนำให้เธอรู้จักตั้งนานแล้ว น้องของเขาเป็นคนคุยสนุก เธอจะต้องชอบแน่ๆ วรรศิกาปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ต้องพามาให้รู้จัก แล้วเดินหนีไปหน้าตาเฉย ชนกชักฉุนตะโกนไล่หลัง

“ผมว่าคุณอยู่ในโลกแคบๆนานเกินไปแล้วล่ะ”

เธอหันมาตอบว่าพอใจจะอยู่ในโลกแคบนี้ต่อไป ชนกได้แต่มองเธอเดินจากไปอย่างผิดหวัง วรรศิกาเดิน หนีมาได้สักพักหยุดถอนใจหันกลับไปมองตามทางที่เดินจากมาสีหน้าเศร้าสร้อย

“ขอโทษนะคะคุณชนก ฉันรู้ว่าคุณหวังดีกับฉัน ฉันก็หวังดีกับคุณและน้องสาวเช่นกัน แต่ฉันคงทำได้แค่นี้”...

เสี่ยย้งกลับจากเอาสร้อยเพชรที่เชนซื้อให้ยอดธิดาไปผลาญในบ่อนพนันมาเจอลูกสาวหน้าบอกบุญไม่รับก็ถามว่าเป็นอะไร ทะเลาะกับชนกมาหรือ เธอไม่ได้ทะเลาะกับเขาแต่เจ็บใจที่ถูกอบสวาทญาติของหริพันธ์เจ้าของวังอโยธยาแกล้ง เสี่ยย้งอยากรู้รายละเอียดทั้งหมดที่ผู้หญิงคนนี้ทำกับเธอ

หลังจากได้ฟังเรื่องที่ลูกสาวเล่า เสี่ยย้งฟันธงว่าอบสวาทจะต้องมีอะไรลึกซึ้งกับหริพันธ์ ไม่อย่างนั้นคงไม่ทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลองแบบนี้ ยอดธิดานึกถึงตอนที่ไปกินบะหมี่กับชนกขึ้นมาได้ ที่แท้อบสวาทก็คือผู้หญิงที่เดินควงแขนท่าทางเหมือนเป็นคู่รักของหริพันธ์เข้ามาในร้าน หมายหัวจะแก้แค้นเธอให้ได้

“จะทำอะไรก็ระวังอาชนกอีจับได้นะว่าลื้อกำลังจะจับปลาสองมือ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะป๋า ยอดรู้ว่าจะต้องทำยังไง” ยอดธิดายิ้มสีหน้ามั่นใจ...

อบสวาทล่วงรู้ถึงแผนการของหม่อมชุลีที่จะใช้ชนนีเป็นเหยื่อก็ไม่พอใจเนื่องจากหึงหวงหริพันธ์ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะท่านประกาศกร้าวว่าเธอไม่มีสิทธิในตัวเขา และห้ามเธอขัดขวางให้เสียเรื่องเด็ดขาดไม่อย่างนั้นจะไล่ออกจากวัง เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดีนำความอัดอั้นนี้ไประบายให้หริพันธ์ฟัง เขาหาว่าเธอคิดมากไปเอง ชนนีกับเขาเป็นแค่อาจารย์กับลูกศิษย์

“คุณชายอยากให้ครอบครัวนั้นมาหรือเปล่าคะ”

หริพันธ์แค่อยากให้หม่อมแม่ลืมอดีต ลืมความโกรธเกลียด แล้วขอร้องอบสวาทอย่าคิดมาก ไม่มีอะไรระหว่างเขากับชนนีแน่นอน อบสวาทซุกหน้ากับอกของเขาใช้มือลูบไล้หวังจะปลุกอารมณ์ แต่เขาไม่เล่นด้วยอ้างต้องไปสอนหนังสือ แล้วคว้ากระเป๋าเอกสารเดินจากไป เธอได้แต่มองตามหงุดหงิด

ooooooo

ชนนีเจอหริพันธ์กำลังจะเดินไปห้องเลกเชอร์ชวนคุยเรื่องที่หม่อมป้าเชิญครอบครัวของเธอไปกินข้าวที่วัง เธอยังกลัวๆท่านอยู่เลยไม่รู้จะทำตัวให้ถูกใจท่านอย่างไร เขาแนะให้เธอทำตัวตามสบาย หม่อมแม่ของเขาไม่ได้เคร่งอะไรนัก เพียงแต่ท่านจะมีความคิดแบบคนหัวโบราณมากไปสักหน่อย

“ท่านชอบเด็กสาวที่แต่งตัวเรียบร้อย ไม่ตามสมัยจนเกินไป”

“อ๋อค่ะ แล้วพี่ชายละคะชอบผู้หญิงแต่งตัวแบบไหนคะ”

“ก็คงแบบเดียวกับหม่อมแม่ครับ”

หญิงสาวเก็บคำแนะนำของเขาเอาไว้ในสมอง ครั้นกลับถึงบ้านขนเสื้อผ้ามาทาบตัวดูว่าชุดไหนจะเหมาะใส่ไปวังอโยธยาโดยมีชวนชื่นคอยช่วยวิจารณ์ เธอเห็นลูกจริงจังกับเรื่องนี้ พอจะมองออกว่าลูกสนใจในตัวหริพันธ์ก็อยากให้เปลี่ยนใจแกล้งติว่าเขาดูเย็นชาเกินไป ถ้าเป็นเธอจะชอบเจตน์มากกว่าเพราะดูง่ายจิตใจดี

“พี่เจตน์น่ะเหรอคะ ลูกว่าพี่เจตน์คงจะไม่มองผู้หญิงง่ายๆหรอกค่ะ ดูสิคะอยู่มาจนป่านนี้ยังไม่มีแฟนสักคนดีไม่ดีต่อไปอาจจะบวชเป็นฤาษีก็ได้” พูดจบชนนีหัวเราะขำ...

ทางฝ่ายชนกอารมณ์หงุดหงิดเรื่องวรรศิกาไม่เลิกไม่แล้วก็เลยไม่อยากกลับบ้านตัวเองจึงแวะมาหาเจตน์ที่บ้าน เขาเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของแขกผู้มาเยือนถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขาส่ายหน้า อย่าเดาให้ยากเพราะเขาเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองอารมณ์บูดเรื่องอะไร

“วันนี้มาขอกินข้าวกับแกด้วยแล้วกัน”

เจตน์ยินดีให้กินด้วย แล้วขอตัวไปทำกับข้าวก่อน ชนกอยู่คนเดียวยิ่งฟุ้งซ่านถึงวรรศิการีบตามเขาเข้าครัวเพื่อช่วยทำกับข้าวจะได้ไม่ต้องอยู่ว่างๆให้คิดมากอีก

ooooooo

อบสวาทยังคาใจไม่หายเรื่องที่วรรศิกาไม่อยากให้ชนนีมาที่วังอโยธยา เร่งฝีเท้าตามจนทันกันที่สวนข้างวัง คาดคั้นให้บอกเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น เธอโกหกว่าไม่คุ้นกับคนแปลกหน้าก็เลยไม่อยากให้มา

“ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะคิดเหมือนฉัน ฉันก็ไม่อยากให้มา ลองมาครั้งหนึ่งเดี๋ยวก็มีครั้งที่สองสามตามมา”

“ก็ทำให้เธอไม่อยากมาอีกสิคะ หญิงว่าพี่อบน่าจะทำได้ไม่ยาก ถ้าครั้งแรกเขาไม่ประทับใจก็คงไม่มีครั้งที่สองที่สามอีกหรอกค่ะ” วรรศิกาหวังจะให้อบสวาทช่วยกันไม่ให้ชนนีมาตกหลุมพรางที่หม่อมแม่ขุดไว้

อบสวาทยิ้มดีใจจับมืออีกฝ่ายไว้ ขอบอกขอบใจเธอยกใหญ่ที่ทำให้ตนคิดอะไรขึ้นมาได้ แล้วรีบจ้ำพรวดๆออกไป

วรรศิกามองตามยิ้มพอใจ หันหลังจะเดินกลับตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นชนกยืนมองมาด้วยสายตาผิดหวัง ก่อนจะผลุนผลันจากไป วรรศิการีบวิ่งตามมาอธิบายว่าเขาเข้าใจผิด เขาไม่ต้องการฟังคำแก้ตัว เสียดายที่อุตส่าห์หวังดีจะให้เธอได้พบกับคนใหม่ๆที่เป็นปกติ แต่ความหวังดีของเขาไม่สามารถช่วยคนที่จิตใจคับแคบ อย่างเธอได้ ถ้าเธอไม่ต้องการรับความช่วยเหลือจากเขาก็น่าจะบอกกันตรงๆ ไม่ต้องวางแผนให้วุ่นวายแบบนี้

“คุณฟังฉันก่อนได้ไหมคะ”

“เราไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกแล้วคุณหญิงวรรศิกา” ชนกมองด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะผละจากไป...

ความผิดหวังในตัววรรศิกาครั้งนี้ ทำให้ชนกต้องใช้เหล้าดับอารมณ์จนเมามายไม่ได้สติ เจตน์ไม่กล้าปล่อยให้เขากลับบ้านสภาพนี้ก็เลยพามาที่บ้านตัวเอง จับนอนที่โซฟาในห้องรับแขกให้สร่างเมาก่อนค่อยกลับ แล้วถามว่าทะเลาะกับยอดธิดามาหรือ

“โนๆๆยอดเป็นยอดหญิงที่น่ารักที่สุด ยอดจริงใจเปิดเผย ไม่เสแสร้งเหมือนผู้หญิงบางคนทำตัวน่าสงสารแต่ในใจเจ้าเล่ห์ เจ้าแผนการเชื่อใจไม่ได้...ไม่ได้เลย

ไม่ได้ ทำไมถึงเป็นผู้หญิงแบบนี้” พร่ำจบ ชนกหลับกลางอากาศ เจตน์มองเพื่อนรักที่เมาหลับไม่รู้เรื่องด้วยความสงสัย ตกลงเขาหมายถึงใคร...

คนที่ชนกต่อว่ากำลังนั่งอยู่ใต้ต้นจันในวังอโยธยาด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย นึกถึงเหตุการณ์ตอนที่ถูกชนกต่อว่าหลังจากได้ยินเธอคุยกับอบสวาท แล้วเงยหน้าขึ้นพึมพำกับวิญญาณของท่านพ่อ

“หญิงยอมให้คุณชนกเข้าใจหญิงผิดดีกว่าจะให้คุณชนนีต้องมารับกรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อเหมือนหญิง”

จู่ๆมีลมพัดวูบเข้ามาจนกิ่งต้นจันโอนเอนเหมือนกับวิญญาณของท่านพ่อจะรับรู้ถึงสิ่งที่เธอพูด

ooooooo

ถึงวันนัดไปกินข้าวที่วังอโยธยา นพอิดออดไม่อยากไป อ้างไม่ได้เจอกับหม่อมชุลีมาเป็นสิบๆปีแล้วไม่รู้จะวางตัวอย่างไร ชวนชื่นต้องขอร้องอยู่นานเขาถึงได้ยอมไป...

ท่านหญิงนวลพยายามจะทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่วังอโยธยาเป็นกันเองและไม่ตึงเครียดดูเหมือนหม่อมชุลีเองก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ชวนนพคุยโน่นคุยนี่ ชนนีเห็นหม่อมชุลีจะแกะปลากินอาสาแกะให้ ทุกคนที่อยู่ในห้องอาหารพากันมองลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้น

“ดีเหมือนกัน เดี๋ยวนี้หูตาฉันไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่” หม่อมชุลีบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทุกคนพากันถอนใจโล่งอก โดยเฉพาะหริพันธ์ถึงกับยิ้มพอใจ ผิดกับอบสวาทที่มองชนนีอย่างหมั่นไส้...

ชนกอึดอัดกับบรรยากาศบนโต๊ะอาหาร ขอตัวออกไปเดินเล่น ระหว่างเดินผ่านซุ้มต้นไม้ร่มรื่นเจอวรรศิกานั่งอยู่ เขาไม่อยากเสวนาด้วยหันหลังเดินหนี เธอตะโกนไล่หลังขอร้องให้เขาฟังเธออธิบายก่อน ที่เธอต้องพูดแบบนั้นกับอบสวาทก็เพราะไม่ต้องการให้ชนนีมาที่นี่จริงๆ ชนกขอเหตุผล วรรศิกากลับอึกอัก

“ถ้าคุณบอกไม่ได้ก็ไม่ต้องบอก คุณก็คงมีเหตุผลของคุณ เอาเป็นว่าคุณไม่อยากคบน้องสาวผมเป็นเพื่อนก็ไม่เป็นไร โอเค” ชนกว่าแล้วขยับจะไป วรรศิกาตัดสินใจจะบอกความจริงแต่ยอดธิดาเดินเข้ามาคล้องแขนแล้วหอมแก้มเขาหนึ่งฟอดเสียก่อน แถมไล่ให้วรรศิกาช่วยไปเอาน้ำส้มคั้นสดๆมาให้หนึ่งแก้ว ชนกอ้าปากจะทักท้วงแต่ไม่ทันเธอเดินลิ่วออกไปแล้ว ยอดธิดาไม่วายมองตาม

“คนรับใช้ในวังนี่หน้าตาไม่เลวนะคะ”

“ไม่ใช่คนรับใช้ เธอคือคุณหญิงวรรศิกา น้องสาวของคุณชายหริพันธ์”

“โอ้มายก้อด นี่เหรอคะคุณหญิง ทำไมดูซอมซ่อแบบนี้ ยอดเข้าใจผิดเลยค่ะ”...

เสร็จจากมื้อค่ำ ทุกคนย้ายมาที่ห้องโถงเพื่อดื่มกาแฟและกินของหวาน หม่อมชุลีเริ่มทนไม่ไหวที่ต้องอยู่ใกล้กับพวกที่ตัวเองชิงชัง ขอตัวไปพักผ่อนสักครู่หนึ่งก่อนอ้างปวดศีรษะ หริพันธ์จะไปส่งที่ห้องแต่ท่านขอให้เขาอยู่ดูแลทุกคนแทนท่านที่นี่จะดีกว่า ชนนีสบช่องอาสาจะพาท่านขึ้นไปให้เอง ทุกคนต่างไม่สบายใจ กลัวเธอจะโดนเอ็ด แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตร หม่อมชุลียอมให้เธอประคองขึ้นข้างบน

“เออแน่ะ หม่อมชุลีจะสิ้นพยศก็เพราะหลานสาวเสียกระมัง คนเคยมีแต่ลูกชายเจอแม่ชนนีคอยเอาอกเอาใจแบบนี้ คงอดเอ็นดูไม่ได้” พูดจบท่านหญิงนวลหัวเราะชอบใจพลอยทำให้ชวนชื่นหัวเราะไปด้วย อบสวาทแอบหมั่นไส้ชนนี ขณะที่นพมองไปทางบันไดสีหน้าเป็นกังวล

ooooooo

ชนนีพยายามเอาอกเอาใจหม่อมชุลีสุดฤทธิ์ นอกจากจะประคองไปนั่งที่เตียงแล้วยังช่วยบีบนวดให้อีก ท่านรังเกียจเธอเต็มกลืนแต่ต้องฝืนความรู้สึกเอาไว้ ปล่อยให้เธอนวดสักพักจึงบอกให้พอได้แล้วท่านจะนอนพัก ทันทีที่ชนนีออกจากห้อง หม่อมชุลีรีบปัดแขนปัดขาไล่เสนียดที่เธอมาถูกเนื้อถูกตัว

“ลูกไพร่...น่ารังเกียจ”

ฝ่ายชนนีเชื่อสนิทใจว่าหม่อมชุลีเมตตาตัวเองเดินยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ยังไม่ทันจะเดินลงบันไดอบสวาทที่ยืนมองอยู่ด้วยความหมั่นไส้ ร้องชวนให้ไปกราบอัฐิของท่านลุงที่ห้องพระ ชนนีตาเป็นประกายด้วยความดีใจเดินตามเธอไปโดยไม่รู้ว่ากำลังจะมีภัยมาถึงตัว อบสวาทเดินนำได้ไม่กี่ก้าว ทำเป็นนึกอะไรขึ้นมาได้

“ตายแล้ว! คุณชายให้ฉันมาเอาของที่ห้องนอนจะรีบใช้ด้วยสิลืมสนิทเลย เธอเดินไปที่ห้องพระเองได้ไหม สุดทางเดินแล้วเลี้ยวซ้ายก็เจอ” พูดจบอบสวาททำทีหันหลังเดินกลับไปทางเก่า ก่อนจะหันมองศัตรูหัวใจที่เดินเลี้ยวไปทางซ้ายมืออย่างพอใจ ชนนีถูกหลอกให้เข้าไปในห้องเก็บของที่ทั้งมืดและสกปรก พอรู้ตัวว่ามาผิดห้องจะเดินกลับ แต่ประตูห้องเปิดไม่ออก เธอทุบประตูปังๆ

“มีใครอยู่ข้างนอกบ้างคะ ช่วยเปิดประตูให้หน่อยค่ะ”

อบสวาทยืนมองกุญแจที่ตัวเองคล้องประตูห้องเก็บของไว้ด้วยความสะใจ ก่อนจะเดินจากไป...

ชนกอยากจะไปเที่ยวกับยอดธิดาจึงเข้าไปขอชวนชื่นกลับก่อน นพได้ทีชวนเธอกลับพร้อมลูกอ้างเจ้าของบ้านจะได้พักผ่อน ท่านหญิงนวลเห็นดีด้วยเพราะเริ่มง่วงขึ้นมาแล้ว นพแปลกใจทำไมป่านนี้ชนนียังไม่ลงมาสักที หริพันธ์อาสาจะขึ้นไปตามให้ แต่เมื่อมาถึงห้องนอนของหม่อมแม่กลับไม่พบตัวชนนี ท่านเองก็ไม่รู้ว่าเธอหายไปไหน เขานิ่วหน้าแปลกใจถ้าเธอออกจากห้องนี้ก็น่าจะลงไปที่ห้องโถงแต่กลับหายตัวไป

คนที่หริพันธ์ตามหาติดอยู่ในห้องเก็บของที่ไม่มีหน้าต่างหรือช่องระบายลม เธอเริ่มอึดอัดหายใจลำบาก พยายามทุบประตูเรียกคนมาช่วยครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ไร้ผล...

ฝ่ายนพโกรธมากที่ลูกสาวหายตัวไป พาลโทษว่าเป็นฝีมือหม่อมชุลีที่จัดงานเลี้ยงนี้ขึ้นก็เพื่อจะเล่นงานพวกตน เธอข่มความโกรธสุดๆ ฝืนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่าชนนีลงมาจากห้องของตนตั้งนานแล้ว ตนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กคนนั้นไม่ได้กลับมาที่ห้องโถงถ้าหริพันธ์ไม่ขึ้นไปตาม ท่านหญิงนวลเห็นท่าไม่ดีรีบปราม

“ใจเย็นๆกันก่อนนะ วังนี้ออกจะกว้างขวาง ยัยชนนีไม่คุ้นอาจจะเดินหลงไปไหนก็ได้”

“ลูกผมไม่ใช่เด็กโง่นะครับท่านน้าหญิง ถ้าจะหลงก็คงมีใครจงใจทำให้มันเกิดขึ้นมากกว่า”

หม่อมชุลีฉุนขาดสั่งการให้อบสวาทไปบอกทุกคนให้ออกตามหาชนนีในทันที ถ้าหาหลานของตนไม่เจอจะไล่ทุกคนออกจากวังให้หมดรวมทั้งเธอด้วย

ooooooo

วรรศิการู้เรื่องที่ชนนีหายตัวไป เดาออกทันทีว่าเป็นฝีมือของอบสวาท รีบตามหาตัวจนเจอคาดคั้นให้บอกมาว่าเอาชนนีไปไว้ไหน เธอกลับย้อนถามไหนว่าเกลียดนังนั่น วรรศิกาไม่ได้เกลียดแค่ไม่อยากให้มาที่นี่ ถ้าไม่บอกว่าชนนีอยู่ไหน ตนจะไปฟ้องหม่อมแม่ว่าเราสองคนร่วมมือกันแกล้งเธอ อบสวาทถึงกับหน้าตื่น

ครู่ต่อมา วรรศิกาจ้ำพรวดๆจะกลับตึกใหญ่ แต่ชนกเข้ามาขวางไว้ ถามเสียงเขียวว่าเอาน้องสาวของตนไว้ไหน เธอไม่ตอบ จะเดินเลี่ยงออกไปเขาคว้าข้อมือไว้

“ถ้าอยากให้คุณชนนีปลอดภัยก็ปล่อยฉันค่ะ”

“ฝีมือคุณจริงๆ...ทำไม ชนนีไปทำอะไรให้คุณ ฉันถึงจงเกลียดจงชังจนต้องแกล้งกันขนาดนี้”

เธอยังไม่ทันจะอธิบายอะไร เจียนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาแจ้งว่าเจอตัวชนนีแล้ว ชนกดีใจรีบวิ่งไปที่ตึกใหญ่ โดยมีวรรศิกากับเจียนเร่งฝีเท้าตาม เขาเข้ามาเห็นน้องสาวนอนไม่ได้สติอยู่บนเก้าอี้ยาวโดยมีท่านหญิงนวลอังยาดมที่จมูกให้ หันไปถามแม่ว่าเจอน้องที่ไหน ได้ความว่าหริพันธ์เป็นคนไปเจอ

คุณชายของวังอโยธยาเล่าให้ฟังว่าไปเจอชนนีในห้องเก็บของโดยที่ประตูห้องถูกล็อกกุญแจอยู่ เธอคงร้อนจนเป็นลมไปเพราะในนั้นไม่มีหน้าต่างสักบาน นพเกรี้ยวกราดทันทีนี่ตั้งใจจะฆ่ากันให้ตายเลยใช่ไหม ชนกเหลือบมองวรรศิกาอย่างเคืองสุดๆเพราะคิดว่าอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ หม่อมชุลีไม่พอใจมากหันไปเอาเรื่องพวกบ่าวใครเป็นคนใส่กุญแจห้องเก็บของ อบสวาทสารภาพเสียงอ่อยว่าเป็นคนทำเอง แต่ไม่ทราบว่าชนนีอยู่ในนั้น หม่อมชุลีฟิวส์ขาดตบเธอหน้าหัน แล้วเงื้อมือจะตบซ้ำ ท่านหญิงนวลต้องห้ามไว้

“แม่อบคงไม่ได้ตั้งใจจริงๆ คนไม่มีเรื่องบาดหมางกันจะแกล้งกันทำไม”

นพสั่งให้ชนกอุ้มน้องไปใส่รถ แล้วเดินหน้าเครียดออกไป ชนกอุ้มน้องสาวเดินผ่านหน้าวรรศิกาก็หยุดมองด้วยสีหน้าผิดหวังก่อนจะเดินต่อไป โดยมีชวนชื่นกับยอดธิดาเดินตาม ท่านหญิงนวลบ่นพึมพำ

“เริ่มต้นดีแต่จบไม่สวยซะแล้ว น่าเสียดายจริงๆ เฮ้อ”...

หลังจากแขกกลับไปหมดแล้ว หม่อมชุลีเรียกอบสวาทไปชำระความที่ห้องนอน กระชากผมเธอจน หน้าหงาย ตะคอกใส่เสียงลั่นเคยเตือนแล้วใช่ไหมว่าถ้าคิดมาทำลายแผนการของตน ตนจะไม่เอาไว้ แต่เธอก็ยังกล้าทำ จากนั้นจับหัวอบสวาทกระแทกพื้นติดๆกันหลายครั้ง หริพันธ์เปิดประตูห้องเข้ามาเห็นก็ตกใจรีบร้องห้าม

“อย่ายุ่งนะชายหริ แม่ต้องสั่งสอนมันให้หลาบจำ มันจงใจขังชนนีไว้”

อบสวาทปฏิเสธเสียงสั่นไม่รู้ว่าชนนีอยู่ข้างใน หม่อมชุลีไม่เชื่อ มั่นใจว่าเธอจงใจแกล้งเด็กคนนั้นแล้วจับหัวเธอโขกกับพื้นหน้าผากแตก หริพันธ์เข้ามาจับมือท่านไว้ขอร้องให้พอได้แล้ว ก่อนจะค่อยๆแกะมือท่านออกจากอบสวาท แล้วบอกให้เธอออกไปก่อน เธอพยักหน้ารับรู้พุ่งออกจากห้องหม่อมชุลีตรงไปที่ห้องตัวเอง คว้ากล่องจากใต้เตียงหยิบรูปหม่อมชุลีออกมา แล้วเอามีดกรีดๆๆ ด้วยความแค้นจนแหลกเป็นชิ้นๆ

“อีแก่ สักวันฉันจะกรีดหน้าแกจริงๆด้วยมือ

ฉันเอง”...นพเห็นลูกสาวอาการดีขึ้นก็ซักเป็นการใหญ่ว่าเข้าไปอยู่ในห้องเก็บของได้อย่างไร เธอเล่าให้ฟังว่าตั้งใจจะไปกราบอัฐิท่านลุง แต่ไปผิดทางคิดว่าห้องเก็บของเป็นห้องพระ

“เห็นไหมคะ คุณน่ะด่วนสรุปไปเองหาว่าคุณพี่จะแกล้งยัยชนนี แค่เห็นท่าทางคุณพี่โกรธแม่อบสวาทจนตบกระเด็นก็รู้แล้วว่าคุณพี่โกรธจริงๆ เธอไม่ได้เป็นคนสั่งให้แม่อบสวาททำหรอกค่ะ”

ชนนีเห็นด้วยกับแม่ หม่อมชุลีไม่มีทางทำแบบนั้นกับตน ท่านดีกับตนมาก ชนกฟันธงว่าท่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องครั้งนี้ นพแปลกใจทำไมลูกชายถึงพูดเหมือนรู้ว่าใครเป็นคนแกล้งน้อง ชวนชื่นไม่อยากต่อความยาวรีบตัดบท ให้คิดเสียว่าเป็นคราวเคราะห์ ต่อไปชนนีก็จะหมดทุกข์หมดโศกจะได้เจอแต่เรื่องดีๆ

ooooooo

ชนกยังคาใจเรื่องเมื่อคืนไม่หาย ตามมาคาดคั้นวรรศิกาซึ่งนั่งใจลอยอยู่ที่ท่าน้ำ ทำไมต้องทำกับน้องสาวของเขาแบบนี้ เธอยืนกรานว่าไม่ได้ทำ เขารู้ว่าเธอไม่ได้ขังชนนีด้วยตัวเอง แต่ยืมมืออบสวาททำแทน

“ผมถึงต้องมาถามว่าทำไปเพราะอะไร เพราะไม่อยากให้ชนนีมาบ้านนี้...ทำไม ทำไมถึงไม่อยากให้มาตอบ ตอบมาเดี๋ยวนี้เลย” ไม่พูดเปล่า ชนกย่างสามขุมเข้าหา

วรรศิกากลัวจัดถอยกรูดจนจะตกน้ำ เขาคว้าแขนเธอไว้ทัน แต่แล้วเปลี่ยนใจคลายมือออกปล่อยให้ตกน้ำ วรรศิกาพยายามตะเกียกตะกายเข้าฝั่ง พร้อมกับร้องให้ช่วยชนกนั่งคุกเข่ามองเธอเฉย “คุณควรจะได้รับบทเรียนซะบ้าง”

วรรศิกาหมดแรงจะพยุงตัวเริ่มจมน้ำ ชนกเห็นท่าไม่ดีโดดลงไปช่วย เธอปัดมือเขาออก ตัดพ้อถ้าเขาคิดว่าเธอทำอย่างนั้นจริงๆก็ปล่อยให้ตายไปเลยไม่ต้องมาช่วย แล้วดิ้นหนีแต่เขากอดเอาไว้แน่น สั่งให้เลิกมารยาได้แล้ว ครั้งนี้หลอกเขาไม่ได้อีกแล้ว วรรศิกาน้อยใจมากดิ้นหนีสุดฤทธิ์เขายิ่งกอดไว้แน่น ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่คืบ ต่างฝ่ายต่างนิ่งงัน ชนกตั้งสติได้รีบสลัดความรู้สึกแปลกๆนั้นออกไป ประคองวรรศิกาขึ้นบนท่า

“คุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ แต่ฉันไม่เคยคิดร้ายกับคุณชนนี ที่ทำไปทั้งหมดเพราะหวังดีกับเธอจริงๆ” ว่าแล้ววรรศิการวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือวิ่งหนีไปทั้งน้ำตา ชนกได้แต่มองตามงงๆ...

อีกมุมหนึ่งในห้องอาหาร อบสวาทรอให้หม่อมชุลีลงนั่งประจำที่ที่โต๊ะอาหารเรียบร้อย ขยับจะตักข้าวต้มใส่ถ้วยให้แต่เห็นท่านมองไปยังที่นั่งของหริพันธ์ซึ่งว่างเปล่าก็รีบเสนอหน้า

“สงสัยคุณชายจะตื่นสาย เดี๋ยวดิฉันไปตามให้ค่ะ”

“ไม่ต้อง ชายหริไม่อยู่ ฉันสั่งให้ไปเยี่ยมชนนีตั้งแต่เช้า”

อบสวาทโกรธมากที่หม่อมชุลีพยายามจับคู่ชนนีให้หริพันธ์ อยากจะเอาข้าวต้มในโถราดหัวให้รู้แล้วรู้รอด แต่เป็นได้แค่ความคิด ในความเป็นจริงแล้วอบสวาทยังไม่กล้าหาญชาญชัยขนาดนั้น...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ชนนีเห็นหริพันธ์มาเยี่ยมถึงบ้านก็ดีใจมาก นอกจากจะมาเยี่ยมแล้วเขายังอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน เธอเล่าให้ฟังว่าพอออกจากห้องของคุณป้าเจออบสวาทชวนให้ไปกราบอัฐิท่านลุงที่ห้องพระ

“ฉันคงสับสนเองเลยเดินไปผิดทาง ตอนนั้นคุณอบสวาทก็ไม่ได้อยู่แล้ว คุณอบสวาทไม่ได้แกล้งฉันหรอกค่ะ ถ้าคุณชายกลับไปที่วัง ฉันฝากขอโทษคุณอบสวาทสำหรับเรื่องเมื่อคืนด้วยนะคะ”...

ในเวลาต่อมา อบสวาทเห็นหริพันธ์กลับมาถึงห้องของเขาปรี่เข้าไปกอดด้านหลังคร่ำครวญว่าไม่ได้แกล้งชนนี ขอให้เขาเชื่อเธอด้วย เขาหันมองเธอสีหน้าจริงจัง บอกว่ารู้เรื่องทั้งหมดจากปากของชนนีเองแล้วว่าไม่ได้ถูกอบสวาทกลั่นแกล้ง และยังฝากคำขอโทษมาให้เธออีกด้วย เขาขอร้องอบสวาทอย่าถือโทษโกรธหม่อมแม่ของเขา ท่านคงกลัวว่าทุกคนจะคิดว่าท่านเป็นคนทำ

“พี่ไม่โกรธหรอกค่ะ ต่อให้พี่โดนคุณอาทำร้ายมากกว่านี้แค่คุณชายเข้าใจ พี่ก็พอใจแล้ว” อบสวาทโอบกอดรอบคอหริพันธ์แล้วดันตัวเขาไปที่เตียงนอน...

เสร็จสมอารมณ์หมายกับอบสวาทแล้ว หริพันธ์เข้าไปบอกหม่อมแม่ถึงในห้องนอนของท่านว่าน้าชวนชื่นฝากมาบอกท่านว่าไม่ต้องคิดมากเรื่องที่เกิดขึ้น มันเป็นแค่อุบัติเหตุ หม่อมชุลีพูดอย่างไม่อ้อมค้อมว่าถ้าท่านอยากให้ชนนีมาเป็นสะใภ้ เขาจะว่าอย่างไร หริพันธ์ไม่ทันตั้งตัวไม่รู้จะตอบอย่างไร

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

#ทีมอำพน เตรียมฟิน "ก๊อต" สารภาพความในใจ "นุ่น" ใน "กระเช้าสีดา"

#ทีมอำพน เตรียมฟิน "ก๊อต" สารภาพความในใจ "นุ่น" ใน "กระเช้าสีดา"
12 พ.ค. 2564

05:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 05:51 น.