ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ริษยา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ชนนีขอบคุณหริพันธ์ไม่หยุดปากที่มาช่วยให้รอดพ้นเงื้อมมือพวกหื่น พอเขาเห็นเธอปลอดภัยดีก็ตำหนิเป็นชุดว่าที่นี่ไม่เหมาะสมกับเด็กสาวอย่างเธอ เขาไม่คิดเลยว่าจะมาเจอเธอที่นี่

“แล้วนี่มาคนเดียวหรือมากับใคร”

หญิงสาวถึงกับหน้าเสีย รีบพาหริพันธ์ไปพบกับเพื่อนๆซึ่งนั่งโยกตามจังหวะเพลงกันอย่างสนุกสนานที่โต๊ะด้านในสุดของคลับ ทุกคนพากันแปลกใจที่เห็นอาจารย์หนุ่มเดินมากับชนนี โดยเฉพาะต๋อยแซวเสียงดัง

“แหมยัยชน แอบนัดอาจารย์ไว้ก็ไม่บอกกันบ้าง”

“บ้าเหรอต๋อย ฉันโดนคนเมาลวนลามที่หน้าห้องน้ำ โชคดีที่อาจารย์มาช่วยไว้ได้ทัน”

ต๋อยกับเพื่อนๆตกใจ หริพันธ์เตือนว่าที่แบบนี้ยิ่งดึกยิ่งอันตรายโดยเฉพาะผู้หญิงที่มากันตามลำพัง ต๋อยชักหวาดๆก็เลยเชิญเขานั่งร่วมโต๊ะด้วย เขามากับเพื่อนกำลังจะกลับพอดี พวกเธอมากันลำพังผู้หญิงก็น่าจะกลับกันได้แล้ว ชนนีเห็นดีด้วยชวนเพื่อนๆกลับ

“งั้นกลับก็กลับ ไปส่งยัยชนก่อนก็แล้วกัน เพราะอยู่ทางสาธรคนเดียว”

หริพันธ์เห็นชนนีอยู่ทางเดียวกับตนเอง ก็เลยอาสาจะไปส่งให้...

ด้านอบสวาทออกอาการหงุดหงิดที่ป่านนี้แล้ว

หริพันธ์ไปเที่ยวกับเพื่อนๆที่มาจากเมืองนอกยังไม่กลับสักที แถมขับรถไปเองไม่ได้ให้ล้วนเป็นสารถี ก็ยิ่งอารมณ์บูดพาลหาเรื่องคนในวังอโยธยาไปทั่ว สากับล้วนโดนเข้าเต็มพากันเอามานินทาที่เรือนครัวว่าเธอทำตัวราวกับเป็นเมียของหริพันธ์ เจียนต้องเตือนทั้งคู่ให้สงบปากสงบคำ เรื่องของเจ้านาย พวกขี้ข้าอย่างเราไม่ควรไปยุ่งเดี๋ยวจะไม่มีเงาหัว...

ไม่นานนัก หริพันธ์ขับรถเข้ามาในซอยบ้านของนพ ชนนีขอให้เขาส่งตรงรั้วบ้านด้านข้างเธอจะปีนเข้าไปเอง เขาถึงบางอ้อทันทีที่แท้เธอก็หนีเที่ยวนี่เอง แล้วจอดรถตามที่เธอบอก ชนนีไหว้ขอบคุณเขาแล้วปีนรั้วบ้านเข้าไปอย่างคล่องแคล่ว เขามองบริเวณบ้านที่ใหญ่โตไม่แพ้วังอโยธยาอย่างทึ่งๆ ก่อนจะขับรถออกไป

ชนกกำลังยืนรับลมอยู่ที่สวนเห็นน้องสาวตัวดีกำลังจะย่องเข้าบ้านร้องเรียก “ยัยชะนี” เสียงลั่น เธอตกใจรีบวิ่งมาปิดปากพี่ชายแทบไม่ทัน ขอร้องให้เบาเสียงลงหน่อย เขาถามเสียงเข้มหนีไปเที่ยวที่ไหนมา ถ้าไม่บอกดีๆจะไปฟ้องแม่ เธอสารภาพว่าหนีไปเที่ยวไนต์คลับกับเพื่อน ไม่เห็นสนุกอย่างที่คิด

“ไปครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว นอนอ่านหนังสืออยู่บ้านสบายกว่าตั้งเยอะ...ว่าแต่พี่นกเถอะ ทำไมวันนี้อยู่บ้านได้ล่ะ ไม่ไปหาคุณยอดธิดาเหรอ”

“ไปมาแล้วตั้งใจจะชวนยอดไปดินเนอร์แต่ยอดไม่อยู่ ไอ้เจตน์ก็ดันติดธุระ พี่ก็เลยกลับมาเซ็งอยู่บ้านนี่ไง”

ชนนีนึกย้อนไปถึงตอนที่อยู่ในไนต์คลับเห็นผู้หญิงคล้ายๆกับยอดธิดาเดินหลังไวๆ ชนกเห็นน้องสาวนิ่งไปก็เลยสะกิดถามว่าเป็นอะไร เธอสะดุ้งโหยง

“เปล่าค่ะ ขึ้นตึกกันเถอะ” ชนนีโอบเอวพี่ชายพากันเดินเข้าบ้าน

ooooooo

ยอดธิดากลับถึงบ้านทันได้ยินเพื่อนของป๋าโทรศัพท์มาทวงเงินจากท่านก็ไม่สบายใจ บ่นอุบ

หากเขาเอาไปพูด เราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เสี่ยย้งเร่งให้เธอรีบจับชนกให้ได้เร็วๆ ก่อนที่เพื่อนของตนจะปูดเรื่องนี้

“จับอะไรล่ะคะ วันนี้ยอดไปเที่ยวคลับกับคุณเชนดันไปเจอน้องสาวของนกเข้า หลบออกมาแทบไม่ทัน ไม่รู้ว่าเห็นยอดหรือเปล่า” ยอดธิดากลุ้มใจไม่หาย เสี่ยย้งไม่เห็นจะต้องไปกลัวอะไร

“ในนั้นมืดออก เราไม่ยอมรับเสียก็หมดเรื่อง จำไว้นะอายอดถ้าลื้อคิดจะคบทีละหลายๆคน ลื้อก็ต้องใจกล้าหน้าด้านแล้วก็ปากแข็งให้ถึงที่สุด ยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่ใช่ลื้อก็จบไม่เห็นต้องคิดมากเลย”

“คิดสิ...ยอดยังไม่อยากให้นกสงสัยอะไรยอดตอนนี้ เพราะยอดกำลังวางแผนสำคัญอยู่”

เสี่ยย้งอยากรู้ว่าแผนอะไร ยอดธิดาไม่ยอมบอกเอาไว้ถึงตอนนั้นท่านจะรู้เอง...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน หริพันธ์กำลังเดินผ่านซุ้มต้นจันข้างวังอโยธยา เจอวรรศิกาเดินออกมาจากซุ้มพอดี ต่างฝ่ายต่างชะงัก เขาตั้งสติได้ก่อนถามว่ามานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้ เธออ้างว่ามานั่งเล่น แล้วขยับจะไป เขาเรียกให้อยู่คุยกันก่อน ตั้งแต่กลับจากเมืองนอกเราสองคนยังไม่ได้คุยกันเลย จากนั้นก็ถามสารทุกข์สุกดิบว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้เรียนหนังสืออยู่ที่ไหน วรรศิกาไม่ได้เรียนเพราะหม่อมแม่ไม่อนุญาต หริพันธ์ถึงกับอึ้ง

“แล้วเธออยากเรียนหรือเปล่า”

“ถึงอยากเรียนมันก็คงเป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หญิงขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบวรรศิกาเดินลิ่วออกไป หริพันธ์มองตามสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะเดินขึ้นตึกโดยไม่รู้ว่าหม่อมชุลีมองลงมาจากหน้าต่างห้องตัวเองสีหน้าไม่พอใจ ครู่ต่อมาหริพันธ์เปิดประตูห้องนอนตัวเองเข้าไปเห็นอบสวาทนอนรออยู่บนเตียงรีบปิดประตูแทบไม่ทัน

“พี่อบ...ทีหลังอย่าเข้ามารอแบบนี้”

อบสวาทรีบลงจากเตียงมาหา บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง หม่อมแม่ของเขาหลับไปแล้วแล้วเผลอตัวคาดคั้นทำไมถึงกลับดึก หริพันธ์ชักสีหน้าไม่พอใจ เธอรู้สึกตัวรีบเข้ามาคลอเคลียพยายามจะปลดกระดุมเสื้อเขาออก

“วันนี้ผมเหนื่อยมากแถมยังมีการบ้านของนิสิตที่ต้องตรวจอีก พี่อบกลับไปห้องก่อนนะครับ” หริพันธ์ว่าแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำ อบสวาทได้แต่มองตามอย่างขัดใจ ครั้นกลับถึงห้องตัวเอง คว้าหมอนกับผ้าห่มเหวี่ยงลงพื้น ก่อนจะกระแทกตัวลงนั่งบนเตียง พึมพำกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดแค่หริพันธ์ไปทำงานกับเด็กสาวๆไม่กี่วันก็เริ่มเปลี่ยนไปแล้วหรือ ใครกันที่ทำให้เขาปฏิเสธเธอ

“คอยดูนะ นังหน้าไหนที่คิดจะมาแย่งคุณชายไปจากฉัน ฉันจะไม่เอามันไว้แน่”...

คนที่อบสวาทหมายหัวทั้งกำลังคิดถึงเรื่องราวระหว่างตัวเองกับหริพันธ์ ทั้งตอนที่ชนกับเขาตรงทางเดินไปห้องเลกเชอร์ และยังนึกถึงตอนที่เขาช่วยเธอให้พ้นมือพวกนักเที่ยวจอมหื่น ทำให้เธอเผลอยิ้มออกมา

ooooooo

วรรศิกาถูกหม่อมชุลีเล่นงานตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันโห่ เรื่องที่ไปดักรอคุยกับหริพันธ์เมื่อคืน เธอปฏิเสธว่าไม่ได้ไปดักรอ เธอนั่งเล่นอยู่ที่ซุ้มต้นจันเกือบทุกคืนอยู่แล้ว

“อย่าได้เผลอคิดว่าตัวเองเป็นน้องสาวของชายหริ ถึงจะมีพ่อคนเดียวกันแต่เลือดอีกครึ่งในตัวแก มันก็ต่ำเกินกว่าที่ชายหริเขาจะนับว่าแกเป็นน้อง จำใส่กะลาหัวแกไว้ให้ดี” หม่อมชุลีตวาดลั่น...

หริพันธ์อยากให้น้องต่างมารดาได้เรียนหนังสือจึงพูดเรื่องนี้กับหม่อมแม่ระหว่างกินมื้อเช้าด้วยกัน ท่านกระแทกช้อนส้อมเสียงดัง ตวาดแว้ดทำไมต้องให้มันเรียนด้วย แค่เลี้ยงดูให้มีข้าวกินครบสามมื้อก็นับเป็นบุญแล้วสำหรับนังลูกขี้ข้า หริพันธ์ท้วงถึงอย่างไรวรรศิกาก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกของท่านพ่อเป็นน้องสาวของเขา ก็น่าจะได้เรียนหนังสือ หม่อมชุลีโกรธจัด ขู่หริพันธ์ถ้ายังคิดจะนับญาติกับนังนั่นก็ไม่ต้องมานับว่าท่านเป็นแม่ แล้วลุกออกจากโต๊ะอาหาร อบสวาทที่ยืนรอรับใช้อยู่สาระแนทันที

“หญิงวรรมาขอร้องให้คุณชายช่วยพูดกับคุณอาเหรอคะ”

“เปล่า” ตอบแค่นั้น หริพันธ์ก็ลุกออกไปเช่นกัน อบสวาทเจ็บแค้นแทนหม่อมชุลีตามไปเอาเรื่องวรรศิกาฐานอ้อนหริพันธ์เพื่อขอเรียนหนังสือ ทั้งคู่มีปากเสียงกัน อบสวาทฉุนขาดที่อีกฝ่ายมาตีฝีปากด้วยตบหน้าฉาดใหญ่ วรรศิกาฮึดฮัดจะเอาเรื่อง แต่กลับเปลี่ยนใจ เดินจากไปเงียบๆเหมือนที่เคยทำ อบสวาทเยาะเย้ยตามหลัง

“เชอะ...คิดว่าจะแน่”

จากนั้นไม่นาน วรรศิกาเอาถาดใส่น้ำดื่มมาวางให้พวกลูกน้องของชนก หัวหน้าคนงานเห็นรอยแดงที่แก้มของเธอร้องทักว่าไปโดนอะไร เธอได้แต่บอกว่าไม่มีอะไร เขาพอมองออกว่าเป็นรอยฝ่ามือรู้สึกเห็นใจเธอมาก เอ่ยปากถ้ามีอะไรให้ช่วยก็ยินดี เธอกลับตัดบทอย่างถือตัว

“ไม่ต้องค่ะ ฉันไม่เป็นอะไร” พูดจบวรรศิกาเดินจากไป หนึ่งในลูกน้องแซวลูกพี่ คิดจะเด็ดดอกฟ้าหรือ เขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอแค่สงสารเท่านั้น เห็นโดนคนที่ชื่ออบสวาทเล่นงานอยู่เรื่อย แล้วขอร้องลูกน้องอย่าพูดแบบนี้อีกใครได้ยินเข้าจะทำให้คุณหญิงเสียหายได้ ทุกคนหันไปทำงานในหน้าที่ของตัวเองกันต่อไปจึงไม่เห็นหม่อมชุลีแอบฟังด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์...

ขณะที่หม่อมชุลีเตรียมแผนชั่วไว้รอวรรศิกา ยอดธิดารีบมาหาชนกที่บ้านแต่เช้ากลัวเขาจะจับได้เรื่องที่แอบไปเที่ยวกับคนอื่นเมื่อคืนนี้ แต่ปรากฏว่าไม่มีอะไร เขาไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เธอถึงกับถอนใจโล่งอก

ooooooo

อบสวาทเห็นได้เวลาน้ำชาของหม่อมชุลี จัดแจงจะเอาหน้ารีบลงไปที่เรือนครัวเพื่อทวงถาม เจียนแจ้งว่าวรรศิกากำลังเตรียมอยู่พอดีมึนศีรษะไม่ค่อยสบายก็เลยช้า แทนที่จะเห็นใจอบสวาทกลับแดกดัน

“กลางวันไม่สบาย ทีกลางคืนไม่เป็นอะไร รีบๆยกน้ำชาขึ้นไปเร็วๆ อย่าสำออยนักเลย” ว่าแล้วอบสวาทเดินวางท่าออกไป เจียนอาสาจะยกน้ำชาไปให้แต่วรรศิกายืนกรานว่าทำเองไหว ฝ่ายอบสวาทรีบเข้าไปฟ้องหม่อมชุลีว่าไปตามน้ำชาให้เมื่อครู่ แต่วรรศิกามัวแต่นั่งเล่น

“พอถามหาก็อ้างว่าไม่สบาย เมื่อเช้ายังดีๆอยู่เลย สงสัยโรคขี้เกียจจะกำเริบ”

หม่อมชุลีสั่งให้หยุดพูดมาก เคยเตือนหลายครั้งแล้วว่าจะทำอะไรให้ถามตนก่อน แล้วไล่ให้ไปแต่งตัวเตรียมออกไปข้างนอกกับหริพันธ์ อบสวาทไม่ต้องรอให้บอกซ้ำ กระวีกระวาดกลับไปที่ห้องตัวเอง แทบจะรื้อตู้เสื้อเพื่อให้ได้ชุดที่สวยที่สุด แถมยังฝันไปไกลถึงขนาดว่าตัวเองจะได้เป็นหม่อมของหริพันธ์...

หม่อมชุลีรีบเดินตามแผนขั้นต่อไปทันที สั่งให้หริพันธ์ออกไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ อ้างที่มีอยู่ไม่ค่อยเหมาะกับอากาศเมืองไทย เขาอิดออดไม่อยากไปเนื่องจากมีงานต้องทำแต่ท่านไม่ยอมให้เขาปฏิเสธ สั่งให้ไปซื้อวันนี้เลย

“แม่อบแต่งตัวคอยอยู่แล้ว ชายรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเอารถคันใหญ่ไป ไม่ต้องให้เจ้าล้วนขับเข้าใจไหม”

แม้จะไม่ค่อยพอใจนัก แต่หริพันธ์ก็ทำตามที่หม่อมแม่สั่ง...

วางแผนให้หริพันธ์กับอบสวาทออกไปจากวังอโยธยาเรียบร้อย หม่อมชุลีแสร้งทำดีกับวรรศิกา เห็นไม่สบายก็เอายามาให้ อ้างเป็นยาลดไข้ของฝรั่งหริพันธ์เอามาจากเมืองนอก วรรศิกามองอย่างไม่แน่ใจนัก

“รับไปสิแล้วก็กินซะจะได้หาย ฉันไม่ได้เมตตาแกหรอกนะ อย่าเข้าใจผิดไปแค่ยังไม่อยากให้แกตายเร็วเท่านั้นเอง แกยังต้องอยู่ชดใช้กรรมแทนแม่ของแก”

วรรศิการับยาไปจากมือหม่อมชุลีโดยไม่รู้ว่า ความจริงแล้วยาเม็ดนั้นไม่ใช่ยาแก้ไข้ แต่เป็นยานอนหลับ...

ในเวลาต่อมา เจียนนำยามาให้วรรศิกาที่นั่งใจลอยมองยาเม็ดที่หม่อมชุลีให้อยู่ที่ท่าน้ำโดยมีแก้วน้ำใบหนึ่งวางอยู่ข้างตัว พอรู้ว่าเธอได้ยาจากหม่อมแม่แล้วก็แปลกใจมาก เกิดอาเพศอะไรท่านถึงได้ใจดีมีเมตตา

“หม่อมแม่บอกว่ากลัวหญิงจะตายเร็วไป”

เจียนสงสารคุณหญิงจับใจแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ระหว่างนั้นสาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาบอกเจียนว่าหม่อมชุลีให้มาตามจะให้ไปวังท่านหญิงนวลด้วยกัน มีตนมีเจียนรวมทั้งล้วนด้วย แล้ววิ่งกลับไป เจียนไม่อยากทิ้งวรรศิกาที่ไม่ค่อยสบายไว้คนเดียว แต่เธอบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง กินยาแล้วอีกสักพักคงจะดีขึ้น เจียนจะไม่ห่วงได้อย่างไร มีแต่พวกคนงานอยู่กันเต็มวังแถมวันนี้ยังไม่เห็นหน้าคุณชนกเลย

“ถ้าคุณชนกเธออยู่ก็คงไม่น่าห่วง สงสัยจะไปหาคนรักของเธอเสียล่ะมั้ง”

วรรศิกาไม่อยากฟังเรื่องชนกกับแฟนของเขาจึงตัดบท เร่งให้เจียนรีบไป...

ขณะที่วรรศิกาไม่ล่วงรู้เลยว่ากำลังจะตกเป็นเหยื่อของแผนชั่วของหม่อมชุลี ยอดธิดาชวนชนกไปที่ร้านขายรถ อ้างจองรถไว้แล้ววันนี้จะมาจ่ายเงินและทำสัญญาเพื่อเอารถออก ก่อนจะทำเป็นนึกขึ้นได้ว่าลืมกระเป๋าถือไว้ในรถรับจ้างเมื่อเช้าตอนไปหาชนกที่บ้าน แล้วนี่จะทำอย่างไรดีจะกลับไปเองเงินที่บ้าน ป่านนี้ป๋าคงออกไปแล้ว ชนกยินดีจะออกเงินให้ก่อน บอกให้เธอเข้าไปเซ็นสัญญาซื้อรถได้เลยเดี๋ยวเขาจะไปเบิกเงินจากธนาคารใกล้ๆมาให้ ยอดธิดาขอบคุณเขามากแล้วหอมแก้มหนึ่งฟอดเป็นการตอบแทน

เสร็จจากซื้อรถ ชนกพายอดธิดาไปกินบะหมี่ที่ราชวงศ์ เธอไม่ลืมใช้แผนเดิม สัญญาจะรีบเอาเงินที่ยืมเขาไปซื้อรถมาคืนให้ เขาไม่ได้รีบร้อนอะไรมีเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืน เพราะเขาอยากได้ดอกเบี้ยเยอะๆแล้วชี้ไปที่แก้มตัวเอง ยอดธิดาหัวเราะขำ เขาพลอยหัวเราะไปด้วย ระหว่างนั้นอบสวาทเดินควงแขนหริพันธ์เข้ามานั่งกินบะหมี่ในร้าน ยอดธิดาเห็นชนกมองทั้งคู่เขม็งถามว่ารู้จักหรือ เขายอมรับว่าใช่แต่ไม่สนิทเท่าไหร่

“เป็นคู่รักกันเหรอคะ แต่ดูท่าทางผู้หญิงจะอายุมากกว่า”

เท่าที่ชนกรู้ทั้งคู่เป็นญาติกัน ยอดธิดาอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ญาติแบบไหนถึงทำท่าเหมือนเป็นคู่รักกัน

ooooooo

วรรศิกาเดินกลับจากท่าน้ำยังไม่ทันจะถึงตัวตึกของวังอโยธยา ยาแก้ไข้ปลอมที่หม่อมชุลีเอาให้กินก็เริ่มออกฤทธิ์ รู้สึกมึนหัวอย่างบอกไม่ถูกเดินซวนเซก่อนจะทรุดลงไปนอนหลับกับพื้น...

หม่อมชุลีกะเวลาว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่วางไว้จึงสั่งให้ล้วนวกรถกลับทั้งที่มาถึงหน้าวังของท่านหญิงนวลแล้ว ทั้งล้วน เจียนและสาพากันมองหน้าเจ้านายอย่างงุนงง...

หัวหน้าคนงานของชนกส่งพวกลูกน้องกลับไปหมดแล้ว จึงย้อนเข้ามาดูความเรียบร้อยของงานที่ทำอีกที เจอวรรศิกานอนนิ่งอยู่ที่พื้นข้างตัวตึกก็ตกใจรีบวิ่งไปประคองพร้อมกับร้องเรียกให้รู้สึกตัว แต่เธอนอนนิ่งไม่ไหวติง ความสวยของเธอทำให้เขาหวั่นไหวเผลอตัวจะก้มไปจูบ แต่มีเสียงชนกดังขัดจังหวะเสียก่อน

“จะทำอะไรน่ะ” น้ำเสียงเอาเรื่องของชนกทำให้หัวหน้าคนงานถึงกับหน้าเจื่อน...

ในเวลาต่อมา ชนกอุ้มวรรศิกามาวางบนเตียงในห้องนอนของเธอ พยายามเขย่าเรียกให้ตื่น แต่เธอนอนสลบไสลไม่ได้สติ เขารีบหาผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆมาเช็ดหน้าให้ สักพักหญิงสาวค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้น พอเห็นชนกนั่งอยู่บนเตียงข้างๆตัวรีบลุกพรวดขึ้นนั่ง ละล่ำละลักว่าตนเข้ามาอยู่ในนี้ได้อย่างไร

“ผมเป็นคนอุ้มคุณเข้ามาเอง” ขาดคำฝ่ามือของวรรศิกาฟาดเต็มหน้าชนกแถมยังโดนด่าซ้ำเป็นชุดเพราะเธอคิดว่าเขาฉวยโอกาสจะทำมิดีมิร้าย แล้วลุกขึ้นจะวิ่งหนี ฤทธิ์ยานอนหลับยังไม่หมดทำให้เธอเซ

ชนกรีบคว้าตัวไว้กลัวจะล้ม เธอกลับดิ้นหนีพร้อมกับร้องโวยวายให้ปล่อย ชายหนุ่มพยายามจะอธิบาย แต่เธอไม่ฟังดิ้นรนขัดขืนจนล้มลงบนเตียงด้วยกันโดยที่เขานอนทับอยู่บนตัวเธอ ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ จังหวะนั้นหม่อมชุลีเปิดประตูผลัวะเข้ามาเห็นสภาพของทั้งคู่ถึงกับปรี๊ดแตก...

ในเวลาเดียวกัน ชวนชื่นกำลังเตรียมอาหารอยู่ที่บ้านของตัวเองโดยมีจวงกับบุญคอยเป็นลูกมือ รู้สึกเขม่นตาข้างขวาเหมือนเป็นลางร้าย เธอใจคอไม่ดีกลัวลูกชายจะไปมีเรื่องกับพี่สาวของตัวเอง

เป็นอย่างที่ชวนชื่นหวั่นใจไม่มีผิดเพี้ยน หม่อมชุลีปรี่เข้าไปตบหน้าชนกฉาดใหญ่ ด่าซ้ำว่าเลวมากที่กล้าเข้ามาลวนลามวรรศิกาถึงในห้องนอน เขาพยายามอธิบายความจริง แต่ท่านไม่ฟังเพราะตั้งใจจะหาเรื่องทั้งคู่อยู่แล้ว วรรศิกาก็ไม่พ้นมือเช่นกัน ถูกท่านกระชากผมหนังหัวแทบหลุดแล้วเงื้อมือจะตบ ชนกคว้ามือท่านไว้

“หยุดทำร้ายคุณหญิงวรรศิกาได้แล้ว”

“คุณหญิงวรรศิกาเหรอ...ยกหางมันเสียเลิศลอย แกคงเข้าใจอะไรผิดไปมาก แกควรจะเรียกมันว่านัง วรรศิกาถึงจะถูก เพราะเลือดอีกครึ่งหนึ่งของมันเป็นเลือดของนังผู้หญิงชั้นต่ำ”

ชนกทนไม่ไหวที่หม่อมชุลีชอบพูดจาดูถูกเหยียดหยามคนอื่นก็เลยด่ากลับไปบ้าง คนถูกด่าเต้นเป็นเจ้าเข้าสั่งให้ล้วนลากตัวเขาลงไปที่ห้องโถงเพื่อให้ตนชำระความ ชนกยืนยันไม่เคยคิดหนี ถ้าอยากจะทำอะไรเขาก็ให้ตามมาแล้วเดินลิ่วออกไป ล้วนรีบวิ่งตาม ทันทีที่เขาคล้อยหลัง หม่อมชุลีหันไปเอานิ้วจิ้มหน้าผากวรรศิกาจนหน้าหงาย โทษว่าเป็นเพราะเธอคนเดียวทำให้ตนถูกชนกด่า ไว้จัดการเขาเสร็จเมื่อไหร่ตนจะกลับมาจัดการกับเธอ สั่งให้สากับเจียนเฝ้าเธอไว้แล้วขยับจะไปแต่นึกอะไรขึ้นได้หันมาตบวรรศิกาหน้าหัน ก่อนจะเดินต่อไป

ooooooo

ที่โต๊ะสนามข้างบ้านของนพ ขณะที่เจตน์กำลังฟังชนนีเล่าถึงอาจารย์สอนวรรณคดีภาษาอังกฤษท่านใหม่ที่มหาวิทยาลัยด้วยอาการชื่นชมอย่างออกหน้าออกตา ชวนชื่นวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกชนนีว่าเกิดเรื่องกับชนกแต่ยังไม่รู้ว่าเรื่องอะไรคนที่วังอโยธยาโทร.มาบอกให้รีบไปที่นั่น เจตน์อาสาจะเป็นสารถีให้

“ขอบใจนะพ่อเจตน์ ตอนนี้อาทำอะไรไม่ถูกแล้วอยากรู้จริงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น”...

ไม่นานนัก ชวนชื่น เจตน์และชนนีมาถึงวังอโยธยา พอรู้เรื่องที่หม่อมชุลีกล่าวหาลูกชายตัวเอง ชวนชื่นขอคุยกับท่านเป็นการส่วนตัว เมื่อได้อยู่กับตามลำพังพี่น้อง เธอก้มกราบที่ตักของพี่สาวขอโทษสำหรับสิ่งที่เคยทำล่วงเกินไว้ในอดีต หม่อมชุลียืนกรานไม่มีวันยกโทษให้ เพราะแค่คำขอโทษไม่อาจลบล้างสิ่งที่เธอทำให้เสียชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลด้วยการหนีตามนพซึ่งเป็นน้องชายของเมียเล็กๆของเจ้าคุณพ่อไปได้

“การที่หล่อนลงทุนมากราบขอโทษฉันทั้งๆที่ผ่านมาเกือบสี่สิบปีก็เพราะต้องการให้ฉันไม่เอาเรื่องลูกชายของหล่อนใช่ไหม” หม่อมชุลีดักคอ ชวนชื่นปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ใช่ เรื่องของชนก เธอเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าลูกไม่มีวันทำอะไรแบบนั้น เธอรู้จักลูกของตัวเองดี

“หล่อนกำลังจะพูดว่าฉันหาเรื่องใส่ร้ายลูกชายหล่อนล่ะสิ...ดี เดี๋ยวตำรวจมาเมื่อไหร่ เราก็จะได้รู้กันว่าลูกชายหล่อนเลวจริงหรือเปล่า ฉันจะเอามันเข้าคุกให้ได้”...

อีกมุมหนึ่งหน้าวัง ชนนีมาดักรอหริพันธ์ที่เพิ่งพาอบสวาทกลับเข้ามาเพื่อขอความช่วยเหลือ หลังทราบเรื่องราวทั้งหมดจากลูกศิษย์ หริพันธ์บอกกับเธอรวมทั้งชวนชื่น ชนกและเจตน์ว่าไม่ต้องเป็นกังวลไป ขอเวลาให้เขาได้คุยกับหม่อมแม่สักครู่หนึ่งก่อน แล้วเดินหายเข้าไปด้านใน ชวนชื่นอดแปลกใจไม่ได้ ชนนีไปรู้จักมักจี่กับหริพันธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ ได้ความว่าเขาเป็นอาจารย์สอนวิชาวรรณคดีภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยของเธอ เจตน์ถึงบางอ้อทันทีที่แท้หริพันธ์คืออาจารย์คนใหม่ที่ชนนีพูดถึงอย่างชื่นชมนี่เอง...

ฝ่ายหริพันธ์จะขอเรียกตัววรรศิกามาสอบถาม ทีแรกหม่อมชุลีไม่ยอม เขาต้องเตือนถ้าหากวรรศิกาพูดตรงกับชนกว่าไม่มีอะไรแล้วเราไปแจ้งตำรวจ คดีจะพลิกกลายเป็นเราแจ้งความเท็จ ท่านถึงอนุญาต

ครู่ต่อมา วรรศิกามานั่งอยู่ต่อหน้าทุกคนที่ห้องโถง หริพันธ์ซักถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากเธอก็ได้ความว่าเธอกินยาแก้ไข้ของฝรั่งที่หม่อมแม่ให้เข้าไปไม่นานรู้สึกง่วงมากจะเดินกลับขึ้นตึก พอมาถึงสวนข้างวังก็ไม่รู้สึกตัวอีก ตื่นมาอีกทีก็เจอชนกอยู่กับเธอในห้อง หริพันธ์รู้ทันทีว่านี่เป็นแผนกลั่นแกล้งชนกกับวรรศิกาของหม่อมแม่ เพราะยาฝรั่งที่เขาให้ท่านเป็นยานอนหลับไม่ใช่ยาแก้ไข้ก็เลยสรุปเหตุการณ์คร่าวๆเพื่อจะช่วยทั้งคู่

“ผมพอจะเข้าใจแล้ว คุณชนกคงเดินมาเจอหญิงวรรสลบอยู่ก็เลยอุ้มไปที่ห้อง ช่วยปฐมพยาบาลจนหญิงวรรฟื้น พอดีกับที่หม่อมแม่เข้ามาเห็นก็เลยเข้าใจผิด”

ชนกรับคำทันทีว่าใช่ หม่อมชุลีค้านเสียงแข็ง สิ่งที่ตัวเองเห็นไม่ใช่การปฐมพยาบาล แต่เห็นทั้งคู่นอนก่ายกันอยู่บนเตียงถ้าไม่เชื่อให้ถามล้วน สาและเจียนดูก็ได้ บ่าวทั้งสามคนหนีไม่ออกจำต้องเออออไปด้วย ในเมื่อมีพยานหลักฐานมัดตัวแน่นหนาแต่ชนกไม่มีใครมาช่วยเป็นพยานหักล้าง หม่อมชุลีจึงสั่งให้หริพันธ์เรียกตำรวจมาจับเขา ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย หัวหน้าคนงานเดินเข้ามาพร้อมกับหมอ ยืนยันจะเป็นพยานให้เจ้านาย

“ว่าคุณชนกไม่ได้คิดทำมิดีมิร้ายคุณหญิงวรรศิกา”

ooooooo

นพไม่พอใจมากเมื่อรู้เรื่องที่หม่อมชุลีจงใจจะหาเรื่องลูกชายของตัวเอง ไม่เข้าใจทำไมท่านถึงได้ อาฆาตมาดร้ายกันไม่เลิกแล้ว โกรธเขาโกรธชวนชื่นยังพาลมาหาเรื่องถึงรุ่นลูกอีก ชวนชื่นขอร้องในเมื่อเรื่องราวครั้งนี้จบลงด้วยดีก็ไม่ควรจะไปพูดถึงมันอีก นพยอมรับว่าลูกของเรารอดตัวมาได้แต่วรรศิกาอาจไม่

“ว้อท...เอ้อพ่อหมายความว่ายังไงครับ”

“คุณหญิงวรรศิกาเป็นหมากตัวหนึ่งที่ถูกจับวางเพื่อล่อให้แกติดกับ แล้วแกหลุดออกมาได้แบบนี้ หมากตัวนั้นจะเป็นยังไงล่ะ” คำพูดของนพทำให้ชนกถึงกับหน้าเครียด เป็นห่วงวรรศิกาโดยไม่รู้ตัว...

เป็นอย่างที่นพตั้งข้อสังเกตไว้ไม่มีผิด หม่อมชุลีสั่งให้อบสวาทลงโทษวรรศิกาด้วยการเฆี่ยน เธอโดนหวายไปหลายทีจนหลังแตกเลือดซิบ หริพันธ์ทนไม่ไหวต้องเข้ามาขวางไว้ สั่งให้เจียนพาวรรศิกากลับห้อง แล้วขอคุยกับหม่อมแม่เป็นการส่วนตัว

เมื่อได้อยู่กันตามลำพังแม่ลูก หริพันธ์บอกอย่างไม่อ้อมค้อมว่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นแผนการของท่านทั้งหมดใช่ไหม ยาที่เขาให้ ท่านก็รู้แก่ใจดีว่าเป็นยานอนหลับไม่ใช่ยาลดไข้ แต่กลับเอาให้วรรศิกากิน หม่อมชุลียอมรับหน้าชื่นว่าเป็นความจริงที่ทำอย่างนั้นเพราะตนเกลียดพวกมันเข้ากระดูก

“แม่จะยกโทษให้ชายสำหรับเรื่องวันนี้เพราะชายยังไม่รู้ แต่เมื่อรู้แล้วคราวหน้า ถ้าชายมาขวางแม่อีก แม่จะไม่ให้อภัยชาย” สีหน้าเอาเรื่องของหม่อมชุลีทำเอาหริพันธ์ที่เสียงแข็งเมื่อครู่กลายเป็นหงอไปทันที...

ด้านอบสวาทเห็นหริพันธ์เครียดกับเรื่องนี้ เข้ามานวดไหล่ให้ถึงห้องนอนเพื่อเอาใจ ชวนคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้รวมทั้งเรื่องที่หม่อมชุลีตัดญาติขาดมิตรกับชวนชื่นเพราะเธอหนีไปกับนพ ก่อนจะวกมาถามเขาว่ารู้จักชนนีได้อย่างไร เขาเฉลยให้ฟังว่าเธอเป็นลูกศิษย์ของเขา แต่เขาเองเพิ่งรู้ว่าเธอเป็นน้องสาวของชนก

“ผมไม่สบายใจเรื่องหม่อมแม่เลย ผมไม่อยากให้หม่อมแม่จมอยู่กับอดีต”

“อย่ากังวลไปเลยค่ะคุณชายอะไรที่แก้ไขไม่ได้เราก็ต้องปล่อยไปเชื่อพี่ค่ะคุณชายจะได้ไม่เครียด” อบสวาทพูดจบซุกไซ้ปลุกอารมณ์หริพันธ์ซึ่งทีแรกแข็งขืนแต่สุดท้ายก็ไม่พ้นเงื้อมมือของเธอ...

ทางฝ่ายชนกนอนไม่หลับ ต้องออกไปดื่มเหล้าเพื่อให้ลืมเรื่องวรรศิกา กลับเห็นแต่ภาพของเธอ อีกทั้งยังเป็นห่วงกลัวเธอจะถูกเล่นงานอีก ทนนั่งดื่มต่อไปไม่ไหวขับรถออกจากไนต์คลับ จากนั้นไม่นานรถของชนกมาจอดอยู่หน้าวังอโยธยาที่ปิดไฟมืด ชายหนุ่มแปลกใจ ตัวเองที่มาถึงที่นี่ ก่อนจะรีบถอยรถกลับไปแทบไม่ทัน

วรรศิกานอนไม่หลับเช่นกัน เฝ้าแต่คิดถึงตอนที่หัวหน้าคนงานเล่าให้ทุกคนฟังว่าเขาเป็นคนแรกที่พบเธอนอนหมดสติอยู่พยายามปลุกแต่เธอไม่ตื่น พอดีชนกมาถึงที่วังก็ไม่มีใครอยู่สักคน เจ้านายก็เลยให้เขารีบไปรับหมอมาดูอาการของเธอและยืนยันว่าชนกไม่มีทางล่วงเกินเธอเด็ดขาด ส่วนที่หมอไม่ได้มาตั้งแต่แรกเพราะติดผ่าตัดอยู่ หมอที่มาด้วยก็ช่วยยืนยันอีกแรงหนึ่ง วรรศิการู้สึกไม่ดีกับเรื่องนี้ พึมพำกับตัวเอง

“ฉันขอโทษนะคะคุณชนกที่เข้าใจคุณผิดไป” วรรศิกาว่าแล้วมองเตียงตรงที่ชนกล้มมาทับ นึกถึงตอนที่ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้แค่คืบ อดเขินหน้าแดงไม่ได้...

ชนกไม่อยากอยู่คนเดียว กลัวจะฟุ้งซ่านถึงวรรศิกาจึงตัดสินใจแวะไปหายอดธิดาที่บ้าน อ้างอยากคุยกับเธอเงียบๆเหมือนวันคริสต์มาสที่เราสองคนอยู่คุยกันทั้งคืนในอพาร์ตเมนต์ของเขาในนิวยอร์ก ยอดธิดาไม่ติดใจสงสัยอะไรคล้องแขนเขาพาไปนั่งที่ม้าหินไม่ทันสังเกตเห็นเสี่ยย้งแอบมองอยู่ด้วยความพอใจ

“เช้าถึงเย็นถึงแบบนี้ อายอดคงจับอาชนกอยู่หมัดแน่ๆ อายอดลื้อนี่ยอดสมชื่อจริงๆ”...

ขณะที่เสี่ยย้งฝันหวานว่าจะได้ชนกมาเป็นลูกเขย อบสวาทที่เสร็จกิจกับหริพันธ์ก็ค่อยๆจดปลายเท้าออกจากห้องของเขาอย่างอารมณ์ดี แต่ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเห็นหม่อมชุลียืนมองมาจากหน้าห้องตัวเอง ก่อนจะเรียกเธอเข้าไปหาเล่นงานยกใหญ่ที่ดึกดื่นป่านนี้ยังสาระแนเข้าไปวุ่นวายในห้องของหริพันธ์ เธออ้างว่าสงสัยเรื่องลูกสาวของชวนชื่นก็เลยเข้าไปถาม กลัวแม่นั่นจะมายุ่งกับคุณชายจนทำให้ท่านไม่สบายใจ

“สู่รู้ ไอ้วิธีการโง่ๆอย่างที่หล่อนทำน่ะมันไม่ได้ผลหรอก ถ้านังเด็กนั่นเข้ามายุ่งกับชายหริจริง ฉันก็มีวิธีจัดการของฉัน คงไม่ต้องพึ่งมันสมองฝ่อๆของหล่อน จะทำอะไรก็ให้เกรงอกเกรงใจฉันบ้าง ไสหัวไปได้แล้ว”

เหมือนเช่นเคย อบสวาทได้แต่เก็บความแค้นนี้ไว้จนกว่าจะถึงวันของตัวเองบ้าง

ooooooo

นพกลัวจะเกิดเหตุการณ์แบบเมื่อวานอีกจึงขอให้ลูกเลิกไปคุมงานที่วังอโยธยาโดยจะให้คนอื่นไปทำหน้าที่แทน เขากลับยืนกรานจะไปคุมงานที่นั่นเหมือนเดิม อยากรู้ว่าหม่อมป้าจะหาเรื่องอะไรมาเล่นงานเขาอีก แล้วขอตัวไปทำงานก่อน นพแปลกใจที่ลูกชายเปลี่ยนไป ชวนชื่นก็รู้สึกแปลกๆเช่นกัน

“ปกติถ้าตานกไม่ชอบใครแล้วก็รู้ว่าเขาไม่ชอบตัวด้วย ตานกมักจะหลีกให้ไกลเลยนะคะ”...

ในเวลาต่อมา วรรศิกาเห็นชนกมาถึงวังอโยธยาก็รีบเข้าไปขอโทษที่ตบหน้าแถมไม่ฟังคำอธิบายใดๆจากเขาจนทำให้เกิดเรื่องขึ้นมา เขาไม่ถือโทษโกรธอะไรเธอ อีกอย่างหนึ่งแก้มที่ถูกตบก็หายเจ็บแล้วเธอไม่ต้องซีเรียส ตาสบสายตากันต่างฝ่ายต่างทำหน้าไม่ถูกเพราะเริ่มมีใจให้กัน วรรศิกากลัวจะเปิดเผยความในใจของตัวเองออกมาตัดสินใจเดินหนีไปดื้อๆ ชนกจะเรียกไว้แต่เปลี่ยนใจ แล้วกลับหงุดหงิดตัวเอง

“ทำไมเราต้องพูดดีกับแม่ผีดิบนี่ด้วยนะ ที่จริงเราน่าจะว่าแรงๆ อุตส่าห์ช่วยดันมาตบหน้ากันได้”...

จากนั้นไม่นาน หัวหน้างานเข้ามายกมือไหว้ขอโทษชนกที่ทำให้ต้องเดือดร้อน และขอบคุณที่เขาไม่บอกใครเรื่องที่ตนคิดจะทำไม่ดีกับวรรศิกา สาบานจะไม่ยอมให้อารมณ์ชั่ววูบมาครอบงำจิตใจอีก

“ช่างมันเถอะครับพี่ คนเราก็ต้องมีผิดพลาดกันได้ อีกอย่างผมก็รู้ว่าจริงๆพี่เป็นคนดี พี่คงไม่ได้ตั้งใจ”...

หริพันธ์ยังคาใจเรื่องที่ชนนีรู้ว่าเราสองคนเป็นญาติกันแต่ไม่บอก วันนี้จึงชวนเธอไปกินข้าวกลางวันที่ร้านอาหารในมหาวิทยาลัยเพื่อสอบถาม ชนนีอึกอักไม่รู้จะอธิบายอย่างไรเสหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม แต่ประหม่าไปหน่อยมือปัดแก้วน้ำหกเลอะเสื้อเขา เธอยิ่งลนลานหนักรีบคว้าผ้าเช็ดหน้าตัวเองเช็ดเสื้อให้

“ไม่เป็นไร ผมเช็ดเองได้” หริพันธ์จับมือเธอไว้โดยไม่ตั้งใจ ชนนีถึงกับทำหน้าไม่ถูก ก่อนจะมองข้ามไหล่เขาไปด้านหลังต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นหม่อมชุลีที่ยืนอยู่กับอบสวาทจ้องเขม็งมาทางตนเอง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
11 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 16:03 น.