ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ริษยา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เช้าวันรุ่งขึ้น หริพันธ์ค่อยๆเปิดประตูห้องตัวเองเข้ามาเห็นชนนีนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงก็ถอนใจโล่งอก แล้วเหลือบเห็นขนมเค้กเจ้าอร่อยวางอยู่บนโต๊ะ เข้าไปหยิบดู

“ออกไปกินข้างนอกกันยังไม่พอ ยังฝากเอากลับมาที่วังอีกรึ” หริพันธ์มองชนนีไม่พอใจ กระแทกจานขนมกับโต๊ะ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำ ชนนีลืมตาขึ้นมาเสียใจสุดๆ พึมพำกับตัวเอง

“แม้แต่เค้กที่พี่ชายเคยชอบมันก็ไม่มีความหมายอีกแล้วใช่หรือเปล่าคะ”...

ฝ่ายอบสวาทได้รางวัลจากหม่อมชุลีเป็นแหวนวงงามที่ทำงานสำเร็จลุล่วง เมื่อคืนท่านเห็นชนนียืนร้องไห้อยู่หน้าห้องอบสวาท มันคงรู้แล้วว่าเธอเป็นเมียอีกคนหนึ่งของหริพันธ์ อบสวาทอยากรู้ว่าท่านจะให้ทำอย่างไรต่อไป หม่อมชุลีต้องการให้เธอทำให้ชนนีตรอมใจ เสียใจจนอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้

“แต่ถ้าคุณชายรู้ เธออาจไม่พอใจดิฉัน”

“เรื่องชายหริ ฉันจะจัดการเอง” หม่อมชุลียิ้มอย่างมีแผน...

ในเวลาต่อมา ขณะที่วรรศิกานั่งเหม่อใจลอยคิดถึงตอนที่ชนกสารภาพรัก อบสวาทเข้ามาทางด้านหลัง แดกดันว่าฝันกลางวันอีกแล้วหรือ คงจะฝันลมๆแล้งๆถึงเจ้าชายใช่ไหม แล้วหลอกด่าว่าชีวิตของเธอช่างน่าสมเพชจริงๆ เธอโต้ไม่ยอมแพ้ คนอย่างเธอไม่เคยฝันอะไรลมๆแล้งๆเหมือนอบสวาทแล้วขยับจะไป อบสวาทกระชากตัวไว้อย่างเอาเรื่องที่เธอบังอาจมาว่า

“หญิงพูดความจริงเพราะจนป่านนี้พี่อบก็ยังฝันว่าจะได้เป็นหม่อมของพี่ชายไม่ใช่หรือคะ ทั้งๆที่พี่ชายมีคุณชนนีอยู่แล้วทั้งคน” คำยอกย้อนของวรรศิกาทำให้อบสวาทโมโหเงื้อมือจะตบสั่งสอนแต่แล้วเปลี่ยนใจ

“คนอย่างฉันไม่เคยฝันลมๆแล้งๆสิ่งที่ฉันฝันมันกำลังจะเป็นจริง อีกไม่นานฉันจะเป็นเจ้าของวังนี้ในฐานะหม่อมของคุณชายและเธอก็ควรจะมากราบฝากเนื้อฝากตัวกับฉันไว้แต่เนิ่นๆ จะได้อยู่ที่นี่อย่างมีความสุข”

วรรศิกาเมินไม่สนใจ ขยับจะไปแล้วนึกขึ้นได้หันมาบอกว่าทาเคชิมาหาเธอเมื่อวานนี้ อบสวาทสะดุ้งโหยง วรรศิกาเห็นสีหน้าของเธอก็แปลกใจ ผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่ทำไมเธอถึงตกอกตกใจขนาดนี้ เธอตวาดแว้ด

“ไม่ต้องมาแส่เรื่องของฉัน จำไว้นะห้ามเธอพูดเรื่องนี้ให้ใครฟังเด็ดขาดโดยเฉพาะคุณชาย” พูดจบอบสวาทผละไปอย่างร้อนรน ยิ่งทำให้วรรศิกาสงสัยมากขึ้น

ooooooo

อบสวาทยังไม่ทันจะเดินถึงตัวตึกเกิดหน้ามืดจะเป็นลม หริพันธ์คว้าตัวไว้ทันถามว่าเป็นอะไร เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันอยู่ๆทำท่าจะเป็นลม เขาบอกให้ยืนนิ่งๆสักครู่หนึ่งก่อน เดี๋ยวเขาจะประคองไปพักที่ห้อง

ทั้งคู่ไม่ทันเห็นชนนียืนมองลงมาจากหน้าต่างห้องนอนเห็นทางด้านหลังเหมือนเขากำลังโอบกอดอบสวาทอยู่ ยิ่งร้าวรานใจ ทนเห็นภาพบาดตาต่อไปไม่ไหว ขออนุญาตหม่อมชุลีกลับไปอยู่บ้านตัวเอง ท่านแกล้งถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามีปัญหาอะไรกับหริพันธ์หรือเปล่า

เธอโกหกว่าไม่มีปัญหาอะไร

“ถ้าไม่มีก็ยิ่งไม่สมควรที่เธอจะขอกลับไปบ้านในเวลานี้ เธอแต่งงานเข้ามาเป็นสะใภ้ของรามพงษ์แล้วนะไม่ใช่คนของกรกตพงษ์อีกต่อไป...ผัวเมียก็เหมือนลิ้นกับฟัน แต่เป็นเมียต้องรู้จักหนักแน่น อดทน”

“หลานทนได้ทุกเรื่องค่ะยกเว้น...เรื่อง...เอ่อ...” ชนนีได้แต่อ้ำอึ้ง หม่อมชุลีรีบต่อประโยคที่พูดไม่จบให้ ที่เธอทนไม่ได้คือเรื่องอบสวาทเป็นเมียอีกคนของหริพันธ์ใช่หรือเปล่า เธอตกใจที่ท่านรู้เรื่องนี้ ต่อว่าว่ารู้อยู่แล้วว่าหริพันธ์มีอบสวาทอยู่ทั้งคนทำไมถึงยังไปขอเธอให้เขาอีก หม่อมชุลีหัวเราะราวกับเป็นเรื่องตลก

“ทำไมล่ะท่านชายยังมีเมียตั้งหลายคนฉันเองก็ต้องอดทน แต่ชายหริมีแม่อบคนเดียว เธอทนไม่ได้อย่างนั้นรึ แต่ถ้าเธอต้องการจะนำความร้อนใจไปให้พ่อแม่เธอ ฉันก็คงห้ามอะไรเธอไม่ได้ ลองไตร่ตรองดูให้ดี” หม่อมชุลีไม่อยากให้ชนนีไปจากที่นี่ตอนนี้เพราะยังทรมานเธอไม่สาแก่ใจ...

หริพันธ์เห็นอาการของอบสวาทไม่ค่อยดี นอกจากจะวิงเวียนหน้ามืด ยังอาเจียนจนแทบหมดเรี่ยวแรง จึงเสนอจะพาไปหาหมอ เธอยอมไป แต่คงต้องไปขออนุญาตหม่อมชุลีก่อน เขาบอกให้เธอแต่งตัว เรื่องบอกหม่อมแม่เขาจะจัดการเอง ทันทีที่เขาคล้อยหลัง อบสวาทยิ้มสะใจ

“เมื่อคืนคุณชายก็อยู่กับฉันทั้งคืน วันนี้จะออกไปกับฉันอีก ถ้าแกไม่อกแตกตายก็เก่งแล้วล่ะนังชนนี”...

หม่อมชุลีกล่อมจนชนนีล้มเลิกความตั้งใจที่จะกลับบ้าน อีกทั้งไม่อยากให้พ่อกับแม่รู้เรื่องนี้ ท่านชมว่าคิดถูกแล้ว ถึงเธอจะมาทีหลังอบสวาทแต่ก็เป็นเมียแต่ง เธอก็น่าจะพอใจ อบสวาทรู้ฐานะตัวเองดี ต่างคนต่างอยู่ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร จังหวะนั้นหริพันธ์เข้ามาเรียนหม่อมแม่ว่าจะพาอบสวาทไปข้างนอก

“ก็ตามใจสิจ๊ะ แล้วจะไม่พาชนนีไปด้วยรึ”

หริพันธ์ไม่สะดวกที่จะพาชนนีไปด้วย เธอเองไม่อยากจะไปอยู่แล้ว วันนี้มีเรียนร้อยพวงมาลัยกับวรรศิกา แล้วลุกออกจากห้อง หริพันธ์ไม่สนใจรายงานให้หม่อมแม่ฟังอีกว่าอบสวาทไม่สบายก็เลยจะพาไปหาหมอ

“ชายทำถูกแล้ว อย่างไรเสียแม่อบก็เป็นเมียชายอีกคนหนึ่งเขาเจ็บป่วยก็ต้องดูแลตามสมควร”

“ค่ะหม่อมแม่”...

หลังจากตรวจร่างกายอย่างละเอียดหมอลงความเห็นว่าอบสวาทตั้งครรภ์ เธอดีใจมากโผกอดหริพันธ์ไว้ เขากลับนิ่งเฉย อบสวาทเห็นเขาไม่หือไม่อือ ถามว่า

ไม่อยากได้เด็กหรือ ถ้าอย่างนั้นเธอจะจัดการให้แล้ววิ่งออกจากโรงพยาบาลไปยืนอยู่กลางถนนหวังจะให้รถชนตายทั้งแม่ทั้งลูก หริพันธ์ตกใจรีบดึงเธอออกมา

“ผมขอโทษ ไม่ใช่ว่าผมไม่ต้องการเขา ยังไงก็เป็นลูกผม ผมต้องรับผิดชอบแน่ พี่อบอย่าคิดอะไรแบบนี้อีกนะครับผมขอร้อง” หริพันธ์ลูบผมอบสวาทอย่างปลอบโยนขณะที่เธอแอบยิ้มอย่างผู้ชนะ...

ที่ศาลาในสวน ชนนีเอาแต่ใจลอยไม่เป็นอันร้อยมาลัย วรรศิกาต้องเรียกอยู่หลายครั้งเธอถึงจะตื่นจากภวังค์ วรรศิกาเป็นห่วงเธอมากถามว่ามีอะไรหรือเปล่าได้ปรับความเข้าใจกับหริพันธ์หรือยัง เธอเลี่ยงที่จะตอบคำถาม โกหกว่าปวดหัวขอตัวไปนอนพักก่อนแล้วขยับจะไป วรรศิกาจับแขนไว้ถามว่าเป็นอะไรไป

ชนนีบ่อน้ำตาแตกทันที “ฉันจะทำอย่างไรดีคะคุณหญิง ทำไมพี่ชายต้องมาแต่งงานกับฉัน ทั้งๆที่พี่ชายมีคุณอบสวาทอยู่แล้วทั้งคน” เธอคร่ำครวญทั้งน้ำตา วรรศิกาไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่ดึงตัวมากอดปลอบใจ

ooooooo

เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ชนกถูกลอบยิง หน้าบ้านตอนกำลังจะขับรถไปรับยอดธิดา นพกับชวนชื่นอยู่บ้านพอดีรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

เหมือนมีลางร้ายส่งถึงกัน วรรศิกาซึ่งอยู่ที่วังอโยธยาอยู่ๆชามข้าวต้มหลุดมือตกแตก จะก้มลงเก็บ เจียนร้องห้ามไม่ต้องเก็บเดี๋ยวให้สาจัดการให้ วรรศิกาไปตักข้าวต้มชามใหม่ให้ชนนีดีกว่าเธอจะได้รีบกินยา สาตั้งข้อสังเกตเมื่อวานยังเห็นชนนีแข็งแรงอยู่เลยทำไมจู่ๆถึงป่วยได้ วรรศิกาโกหกอาจเป็นเพราะอากาศเปลี่ยน

“เห็นท่าจะจริงเจ้าค่ะอิฉันเองก็ยังร้อนๆหนาวๆ” เจียนเออออไปด้วย...

ด้านยอดธิดารู้ข่าวชนกถูกยิงรีบมาที่โรงพยาบาล เจอนพกับชวนชื่นรออย่างใจจดจ่ออยู่หน้าห้องผ่าตัด

ปรี่เข้าไปถามอาการของเขา ทั้งคู่ยังไม่รู้เหมือนกัน หมอกำลังรักษาอยู่ ชวนชื่นไม่เข้าใจทำไมต้องถึงขนาดส่งคนมายิงกันด้วย ลูกเราไม่เคยมีศัตรูที่ไหน ยอดธิดาตั้งข้อสังเกตหรือว่าจะยิงผิดตัว

“แต่มันมายิงถึงหน้าบ้านแสดงว่าต้องเป็น

คนรู้จักเจ้านกดี รอให้ฟื้นก่อนคงจะได้รู้ว่าเคยไปมีเรื่องมีราวบาดหมางกับใครบ้าง อาจจะมีใครไม่พอใจโดยที่เราไม่รู้ตัวก็ได้” คำพูดของนพทำให้ยอดธิดาชะงักเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เป็นจังหวะเดียวกับหมอออกมาแจ้งอาการของคนเจ็บพอดี

“คุณชนกปลอดภัยแล้วนะครับ แต่เสียเลือดไปมากคงต้องพักอยู่โรงพยาบาลหลายวัน”

ยอดธิดาจะขอเยี่ยมแต่หมอไม่อนุญาต รอให้ย้ายคนเจ็บไปห้องพิเศษก่อนถึงค่อยเยี่ยม ในเมื่อยังเยี่ยมไม่ได้ยอดธิดาก็เลยขอตัวกลับก่อน อ้างมีธุระต้องไปทำแล้วก้าวฉับๆออกไป ชวนชื่นมองตามแปลกใจทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้น น่าจะอยู่รอเยี่ยมชนกก่อน นพเองก็แปลกใจไม่แพ้เธอเช่นกัน...

ขณะที่ชนกรอดตายมาได้หวุดหวิด หริพันธ์ที่เพิ่งขับรถพาอบสวาทกลับจากหาหมอ ขอร้องเธออย่าเพิ่งบอกหม่อมแม่เรื่องเธอท้อง เนื่องจากท่านเป็นโรคหัวใจอยู่ อบสวาทขัดขึ้นทันที ไม่ต้องกลัวท่านจะไม่พอใจ เธอรับรองว่าท่านต้องดีใจมาก แล้วนึกขึ้นได้ว่าพูดมากไปก็เลยชะงัก หริพันธ์สงสัยทำไมท่านถึงต้องดีใจ

“...คือคุณอาเคยเปรยๆกับพี่ว่าอยากอุ้มหลานน่ะค่ะ”

หริพันธ์ตัดบทถึงอย่างไรก็ตามขอตนเป็นคนบอกชนนีกับหม่อมแม่เอง อบสวาทไม่ขัดเพราะเชื่อว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้ได้ดีที่สุดเพื่อเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง...

ครู่ต่อมา ขณะหริพันธ์กับอบสวาทกำลังเดินขึ้นบันได วรรศิกาถือถาดใส่ชามข้าวต้มเดินสวนลงมา เขาเห็นข้าวยังอยู่เต็มถ้วยร้องทักว่าหม่อมแม่ไม่สบายหรือเปล่าถึงไม่ยอมกินอะไร เธอรีบบอกว่าไม่ใช่ของท่านแต่เป็นของชนนีซึ่งไม่สบายนอนซมอยู่ในห้อง นี่เขาไม่รู้อะไรบ้างเลยหรือ

“เอ๊ะหญิงวรรณเดี๋ยวนี้เธอกล้าพูดจายอกย้อนคุณชายเลยหรือ มันจะมากไปแล้วนะ” อบสวาทโวย

“หญิงไม่ได้ยอกย้อนค่ะ แต่คุณชนนีเป็นภรรยาที่ถูกต้องของพี่ชาย พี่ชายก็น่าจะดูแลเธอมากกว่าคนอื่น” เหน็บแนมจบ วรรศิกาเดินเลี่ยงออกมา หริพันธ์บ่นกับอบสวาททำไมวรรศิกาถึงพูดเหมือนรู้เรื่องระหว่างเรา อบสวาทยอมรับหน้าชื่นว่าน้องสาวต่างมารดาของเขารู้เรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว เขาถึงกับอึ้ง

ooooooo

ยอดธิดามั่นใจว่าเสี่ยเจ้าของบ่อนอยู่เบื้องหลังชนกถูกยิง จึงตามมาต่อว่าถึงที่ทำงาน เขาไม่วายยียวนถ้าคิดว่าเขาทำจริงก็ไปแจ้งตำรวจได้เลย เธอทำแน่ไม่ต้องท้า จะไม่ยอมให้ชนกต้องเจ็บตัวฟรี

“ดี...เวลาตำรวจมาสอบปากคำจะได้บอกไปให้หมดว่าฉันไม่ชอบไอ้ชนกเพราะมันมาแย่งลูกเมียฉันไป”

ไม่พูดเปล่าเสี่ยหัวเราะลั่น ยอดธิดาแค้นใจมากแต่ทำอะไรไม่ได้สะบัดหน้าใส่ก่อนจะเดินหัวเสียออกไป ทันทีที่ประตูห้องทำงานปิด เขาหยุดหัวเราะหันไปตบสมุนหน้าคว่ำแล้วแผดเสียงลั่น

“ไอ้พวกโง่ เลี้ยงเสียข้าวสุก งานง่ายๆแค่นี้ก็ทำให้พลาด”...

ในเวลาต่อมา ที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วย สุวิทย์เพื่อนรักอีกคนหนึ่งของชนกซึ่งเป็นนายตำรวจผู้รับผิดชอบคดีลอบยิงครั้งนี้ซักถามชนกว่าไปทำให้ใครไม่พอใจหรือเปล่า หรือแอบไปตีท้ายครัวชาวบ้านมา นพไม่เชื่อว่าจะเป็นเรื่องชู้สาวเพราะลูกชายของตนกำลังจะแต่งงานกับยอดธิดาในอีกไม่กี่วันแล้ว สุวิทย์กระเซ้า อาจจะเป็นสาวที่แอบรักชนกผิดหวังที่เขาจะแต่งงานก็เลยส่งคนมายิง เจตน์
ขัดขึ้นทันที

“ทำไมต้องเป็นสาวของไอ้นกวะ อาจจะเป็นหนุ่มๆที่ชอบคุณยอดส่งใครมาก็ได้เหมือนกันไม่ใช่รึ”

ยอดธิดาแอบสะดุ้ง แต่รีบกลบเกลื่อนว่าเธอไม่มีหนุ่มที่ไหนนอกจากชนกคนเดียว สุวิทย์ไม่ได้ติดใจสงสัยเธอแต่ก็ต้องขอสอบปากคำตามขั้นตอนปกติ ยอดธิดาใจคอไม่ดีแต่ฝืนยิ้มให้ก่อนจะรับคำ แม้เธอจะพยายามปกปิดอาการ แต่ไม่พ้นสายตาจ้องจับผิดของเจตน์ไปได้

เจตน์ไม่อาจเก็บความสงสัยนี้ไว้คนเดียว ตัดสินใจเล่าให้สุวิทย์ฟังว่ายอดธิดาไม่ได้คบแค่ชนกคนเดียว...

ฝ่ายเสี่ยย้งเห็นลูกสาวเป็นกังวลเรื่องชนกถูกยิงเพราะกลัวตำรวจจะสาวไปถึงตัวเสี่ยเจ้าของบ่อนและอาจเลยเถิดมาถึงเธอด้วย ได้แต่ปลอบให้ใจเย็นๆก่อน คนท้องคนไส้เครียดมากไปอาจกระทบถึงเด็กในท้องได้...

หริพันธ์รู้จากวรรศิกาว่าชนนีรู้ถึงความสัมพันธ์ของเขากับอบสวาทแล้ว เนื่องจากเมื่อคืนเธอคอยเขากลับก็เลยเห็นเขาอยู่ในห้องกับอบสวาท เขาอยากจะปรับความเข้าใจกับเธอใจจะขาด แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร และการที่เขาไม่กล้าพูดยิ่งทำให้เธอน้อยใจคิดว่าเขาไม่ไยดี...

ทางด้านชนกขอร้องแม่ไม่ต้องบอกเรื่องที่เขาโดนยิงให้ชนนีรู้ ท่านดักคอที่ไม่ให้บอกน้องเพราะกลัว วรรศิกาจะเป็นห่วงใช่ไหม ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาน่าจะเลื่อนการแต่งงานออกไปก่อนคงไม่มีใครว่าอะไร

“ไม่มีประโยชน์หรอกครับ ทุกอย่างมันสายเกินกว่าจะแก้ไขได้แล้วครับแม่”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ชวนชื่นเห็นยอดธิดามาคอยดูแลเอาใจใส่ชนกไม่ห่างก็เข้าใจผิดคิดว่าเขาตัดสินใจแต่งงานกับเธอตามเดิมเพราะแพ้ความดี แอบกระซิบปลอบเขา

“คิดเสียว่าลูกกับคุณหญิงวรรศิกาคงแค่ทำบุญร่วมชาติแต่ไม่ได้ตักบาตรร่วมขัน ถึงรักกันก็ไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน” ชวนชื่นว่าแล้วลูบหน้าลูบหลังอย่างเป็นกำลังใจให้...

หริพันธ์ทนต่อไปไม่ไหว ตัดสินใจจะคุยกับชนนีให้รู้เรื่อง จึงขึ้นไปหาที่ห้อง เธอยังน้อยใจเขาไม่หาย ขยับจะเดินหนีแต่เขาเรียกไว้ ขอคุยธุระสำคัญด้วย เขายังไม่ทันจะเอ่ยปากขอโทษ สาเข้ามาแจ้งชนนีว่าเจตน์มาขอพบ เธอดีใจมากบอกกับหริพันธ์ว่าขอตัวก่อน แล้วเดินลิ่วออกจากห้อง เขามองตามไม่ค่อยจะพอใจ

“ไอ้หมอนี่มันท่าจะบ้า กล้ามาหาเมียคนอื่นถึงบ้าน”...

ชนนีถึงกับถอนใจโล่งอกเมื่อรู้จากเจตน์ว่าชนกรอดจากคมกระสุนมาได้มีเพียงบาดแผลเล็กน้อยที่ไหล่ ตอนนี้นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เธอขอบคุณเขามากที่แวะมาบอก เดี๋ยวจะชวนวรรศิกาไปเยี่ยมชนกด้วยกัน เจตน์เสนอให้ไปพร้อมกันเลย ตนจะไปหาเขาอยู่แล้ว

“ดีค่ะ ถ้าอย่างนั้นรบกวนพี่เจตน์รอสักครู่นะคะ” ชนนีรีบลุกขึ้นไม่ทันระวังสะดุดขาตัวเองจะล้ม เจตน์ประคองไว้ทัน หริพันธ์เดินมาจากอีกทางหนึ่งเห็นพอดี หันหลังเดินกลับอย่างหัวเสีย...

หลังจากเจตน์ขับรถพาชนนีกับวรรศิกาออกไปพ้นอาณาเขตวัง อบสวาทอดถามหม่อมชุลีไม่ได้ว่าทำไมวันนี้ถึงใจดีอนุญาตให้วรรศิกาออกไปข้างนอกกับชนนี

“ให้มันอยู่แต่ในวัง ฉันก็คงต้องเลี้ยงมันไปจนแก่ ให้มันออกไปเจอผู้ชายข้างนอกเสียบ้าง แค่ไม่กี่หน เดี๋ยวมันก็ท้องไม่มีพ่อเอง ถึงตอนนั้นฉันจะเฉดหัวมันออกไปก็คงไม่มีใครครหาได้”

อบสวาทคาดไม่ถึง หม่อมชุลีจะร้ายกาจได้ขนาดนี้...

ไม่นานนัก เจตน์ ชนนีและวรรศิกามาถึงห้องพักผู้ป่วย ชนกเห็นวรรศิกามาเยี่ยมก็ดีใจมาก ชนนีอยากให้ทั้งคู่ได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน จึงชวนเจตน์มาเดินเล่นที่สวนหย่อมข้างโรงพยาบาล แล้วถามเขาว่ารู้เรื่องชนกชอบวรรศิกาตั้งแต่เมื่อไหร่ เขารู้ไม่นานมานี่เอง เพราะชนกทั้งปากแข็งใจแข็งไม่ยอมรับความจริง ชนนีอยากให้ทั้งคู่ลงเอยกัน เพราะยอดธิดาไม่เหมาะกับพี่ชายของตนสักนิด เจตน์สงสัยทำไมถึงคิดอย่างนั้น

“เพราะเออ...เพราะเธอไม่ได้มีพี่นกเพียงคนเดียวน่ะสิคะ”

“คุณชนนีทราบเรื่องนี้เหมือนกันหรือครับ ผมกับสุวิทย์กำลังสงสัยว่าผู้ชายที่คุณยอดธิดาคบหาอาจจะเกี่ยวข้องกับการที่ชนกถูกยิงครั้งนี้ด้วยหรือเปล่า” ...

อีกมุมหนึ่งในห้องพักผู้ป่วย ชนกไม่อยากให้วรรศิกาต้องเสียใจมากไปกว่านี้ ตัดสินใจบอกเธอว่าสิ่งที่พูดกับเธอวันก่อนเขาไม่ได้ตั้งใจจะพูด เนื่องจากมันไม่เหมาะที่เขาจะบอกรักเธอทั้งที่ตัวเองกำลังจะแต่งงาน อาจเป็นเพราะเขาตกใจที่เธอโดนงูกัดก็เลยพูดออกไปโดยไม่ยั้งคิด เขาอยากให้เธอลืมสิ่งที่เขาพูดวันนั้นให้หมด วรรศิการู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงตรงหน้า พอตั้งหลักได้เธอกล้ำกลืนความเสียใจไว้ มองเขาด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะกัดฟันพูดกับเขาอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“ได้ค่ะ ฉันจะลืมมันให้หมด จะคิดว่ามันเป็นแค่ความฝัน”

“ผมขอโทษ”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ฉันต้องขอบคุณคุณ

ด้วยซ้ำที่ทำให้ผู้หญิงโง่ๆคนหนึ่งตาสว่างขึ้น ลาก่อนค่ะคุณชนก” วรรศิกาผลุนผลันออกไปทันทีกลัวจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ชนกทำท่าเหมือนจะห้าม แต่แล้วเปลี่ยนใจปล่อยให้เธอเดินจากไป ทันทีที่พ้นจากห้องพักผู้ป่วยวรรศิการ้องไห้โฮ

ooooooo

ในเวลาต่อมา เจตน์กับชนนีกลับมาที่ห้องพักผู้ป่วย ไม่เห็นวรรศิกาอยู่ในห้องด้วยก็ถามหา ชนกตกใจมากที่รู้ว่าเธอหายไปกระชากสายน้ำเกลือที่แขน ตัวเองออกจะไปตามหา เจตน์รีบคว้าแขนไว้

“แกยังไปไหนไม่ได้นะไอ้นก น้ำเกลือยังคาแขนอยู่ดึงออกเองได้ไง กลับไปนอนที่เตียงเดี๋ยวนี้ เรื่องคุณหญิงเดี๋ยวฉันจะไปตามให้เอง”

“ไม่ได้ ฉันจะไปตามคุณหญิงด้วยตัวเอง ปล่อย” ชนกกระชากมือเจตน์ออก แล้วผละไปอย่างร้อนใจ ชนนีกับเจตน์มองหน้ากันงงๆไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ด้านชนกตามหาวรรศิกาทั่วโรงพยาบาลแต่ไม่พบ จะวิ่งไปดูด้านนอก เจตน์เข้ามาดึงตัวไว้ทันถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน ตัวเองยังไม่ทันหายป่วยจะออกไปได้อย่างไร

“คุณหญิงกำลังเสียใจ ฉันเป็นห่วงเธอ” ชนกยังไม่ทันก้าวออกจากตัวตึก ยอดธิดาเดินสวนเข้ามาเสียก่อน ถามว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วนี่เขากำลังจะไปไหน ชนกได้แต่อ้ำอึ้ง ครู่ต่อมาชนกถูกนำตัวกลับมาที่ห้องพักผู้ป่วย พยาบาลรีบใส่สายน้ำเกลือให้อย่างเดิม ก่อนจะต่อว่าว่าทีหลังอย่าดึงออกเองแบบนี้อีก

ทันทีที่พยาบาลออกไป ยอดธิดาซักเป็นการใหญ่ ทำไมชนกต้องรีบร้อนขนาดนั้น จะไปหาใครหรือ ทั้งคนถูกถาม ทั้งเจตน์และชนนีต่างอึกอัก สุวิทย์เปิดประตูห้องเข้ามาพอดี เจตน์ขยิบตาให้แล้วร้องทักกลับมาก็ดีแล้ว ทำไมเดินเร็วนัก เมื่อครู่นี้ชนกเพิ่งลงไปตามหาเห็นว่ามีบางอย่างเกี่ยวกับคดีจะบอก สุวิทย์รู้งานรีบรับมุกทันที

“พอดีฉันเพิ่งคิดได้ว่ามีอะไรอยากถามไอ้นกอีกหน่อย”

ยอดธิดาซักชนกว่าคิดอะไรได้ เกี่ยวกับคนที่ยิงเขาใช่หรือเปล่า สุวิทย์เห็นเพื่อนอึกอักก็เลยช่วยตอบคำถามแทนว่าชนกคงบอกเธอไม่ได้เพราะอาจทำให้เสียรูปคดี ยอดธิดาไม่พอใจ ในเมื่อเธอกำลังจะแต่งงานกับเขาในอีกไม่กี่วันนี้ ทำไมจะบอกเธอไม่ได้ สุวิทย์อ้าง ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น เจตน์หรือชนนีก็บอกไม่ได้เช่นกัน ถ้าหากมีใครเกี่ยวข้องกับคนร้ายอาจทำให้มันไหวตัวทัน ยอดธิดาถึงกับหน้าเสีย ไม่กล้าซักอะไรอีก...

คนที่ชนกห่วงหากำลังเดินร้องไห้อยู่ริมถนนไม่ห่างจากโรงพยาบาลนัก ยิ่งคิดถึงคำพูดตัดเยื่อไม่เหลือใยของชนกก็ยิ่งเสียใจหนัก ก้าวข้ามถนนไม่ทันดูรถที่แล่นเข้าหาอย่างรวดเร็ว...

เจตน์กับสุวิทย์ยังคงสนุกกับการพูดเป็นนัยๆเกี่ยวกับ คดีลอบยิงชนกจนยอดธิดาร้อนตัวอยู่ฟังต่อไม่ไหว ขอตัวกลับ ก่อนอ้างนัดกับป๋าไว้ แล้วรีบร้อนออกไป ทำให้สองหนุ่มยิ่งสงสัยในตัวเธอมากขึ้น จากนั้นสุวิทย์ชวนเจตน์กลับ อ้างมีเรื่องจะคุยด้วย เจตน์เองก็มีอะไรจะคุยกับเขาเช่นกัน แต่ต้องไปส่งชนนีก่อน

“ได้...ถ้าอย่างนั้นแกตามไปเจอฉันที่โรงพักก็แล้วกัน” สุวิทย์ว่าแล้วออกจากห้อง ชนนีเริ่มเป็นกังวล ป่านนี้แล้ววรรศิกาไปไหนทำไมยังไม่กลับ ระหว่างนั้นนพกับชวนชื่น เปิดประตูห้องเข้ามาแจ้งว่าวรรศิกาถูกรถชนไม่ไกลจากโรงพยาบาลนี้ คนที่ขับชนเธอเลยพามาส่งที่นี่ตอนนี้อยู่ใน ห้องฉุกเฉิน ชนกเป็นห่วงเธอมากกระชากสายน้ำเกลือออกแล้วพรวดพราดออกจากห้องโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของใคร นพมองตามอย่างงงๆ

“เป็นอะไรของมัน ทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้น ทำอย่างกับว่า...”

“คุณคิดถูกแล้วค่ะ ตานกรักคุณหญิงวรรศิกา” คำตอบของชวนชื่นทำเอานพถึงกับไปไม่เป็น

ooooooo

ยอดธิดานำเรื่องที่ทั้งสุวิทย์ ชนกกับชนนีและเจตน์ทำท่าเหมือนจะรู้แล้วว่าใครเป็นคนบงการให้ยิง ชนกมาเล่าให้เสี่ยย้งฟัง พร้อมกับปรึกษาจะให้ทำอย่างไรดี

“ถ้าอยากรู้อายอดก็ยิ่งต้องไปคอยประกบอาชนกไว้ มีอะไรไม่ชอบมาพากลเราจะได้ตั้งตัวทันไงล่ะ เชื่อป๋าสิ” เสี่ยย้งสีหน้ามั่นใจขณะที่ยอดธิดากลับมีสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด...

อีกมุมหนึ่งหน้าห้องฉุกเฉิน หมอเปิดประตูออกมา เจอชนกวิ่งหน้าตื่นเข้ามา นิ่วหน้าแปลกใจมาทำอะไรตรงนี้ เขามาหาวรรศิกาได้ข่าวว่าถูกรถชนอาการเป็นอย่างไรบ้าง เจตน์ ชนนีกับชวนชื่นและนพตามมาสมทบอยากรู้อาการของเธอไม่แพ้กัน หมอรายงานว่าเธอแค่หัวแตก แต่ไม่เกิดจากถูกรถชน

“เธอคงตกใจแล้วล้มฟาดไปกับพื้น หมอทำแผลให้แล้วแต่ยังไงก็ต้องรอดูผลเอกซเรย์สมองอีกที”

“ผมขอเข้าไปดูเธอหน่อยนะครับ” ชนกอ้อนวอน หมอขอให้รอก่อน เจ้าหน้าที่กำลังจะย้ายเธอไปที่ห้องพักผู้ป่วย ไม่ทันขาดคำเจ้าหน้าที่เข็นเตียงที่วรรศิกานอนอยู่ออกมา ชนกถลาเข้าไปแตะแขนท่าทางห่วงใย

“คุณหญิง...คุณหญิงวรรศิกาได้ยินผมหรือเปล่า”

วรรศิกาที่นอนหลับตานิ่งไม่ไหวติงได้ยินเขาพูดทุกคำแต่ไม่ยอมตอบ เจ้าหน้าที่เข็นเตียงต่อไป ชนกจะตามแต่หมอเรียกไว้ เขายังต้องให้น้ำเกลืออยู่ไม่ใช่หรือ ชนกอ้างว่าหายดีแล้ว ก่อนจะวิ่งตามวรรศิกาไป...

ทางฝ่ายหม่อมชุลีไม่เห็นวรรศิกากลับมาพร้อมกับชนนีก็ด่าว่าต่างๆนานา เป็นทำนองว่าออกไปนอกวัง เป็นไม่ได้ ร่านเหมือนแม่ของมันไม่มีผิดโดยมีอบสวาท ช่วยด่าซ้ำรับกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ครั้นชนนีแจ้งว่าวรรศิกา ไม่ได้กลับมาเพราะเกิดอุบัติเหตุเกือบถูกรถชน ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว แต่หมอให้รอดูอาการที่โรงพยาบาลก่อน เพราะเธอหกล้มกระแทกถนนแรงมาก หม่อมชุลี รีบเปลี่ยนท่าทีหันไปสั่งอบสวาท

“ให้ใครไปเฝ้ามันหน่อยก็แล้วกัน นังสาหรือนังเจียนก็ได้”

ชนนีเสนอตัวไปเฝ้าวรรศิกาให้เอง หม่อมชุลียังไม่ทันจะว่าอะไร อบสวาทยุให้ท่านอนุญาตให้เธอไป ช่วงนี้หริพันธ์ก็ไม่ค่อยจะว่างอยู่แล้ว หม่อมชุลีเออออตาม รอจนชนนีลุกออกไปหันมองอบสวาทอย่างรู้ทัน

“สำคัญนักนะหล่อน ไล่เมียเขาไปจะได้ครอบครองผัวเขาแทน คิดว่านังชนนีมันโง่ไม่รู้เท่าทันหล่อนรึ”

“ถึงรู้แล้วจะมีปัญญาทำอะไรได้ล่ะคะ ในเมื่อทั้งคุณอาและคุณชายก็อยู่ข้างดิฉัน” อบสวาทหัวเราะชอบใจพลอยทำให้หม่อมชุลีขำไปด้วย ทั้งคู่ไม่รู้ว่าชนนียืนฟังอยู่หน้าห้องสีหน้าตกใจ...

อบสวาทยังคงเดินหน้าเลื่อยขาเตียงหริพันธ์กับชนนีไม่เลิก เห็นเธอขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าจะไปเฝ้าไข้วรรศิกาจัดแจงบอกเรื่องที่ตัวเองท้องกับหริพันธ์เผื่อเธอจะได้เก็บเสื้อผ้าทีเดียว และยังบอกอีกด้วยว่าเรื่องที่ตนท้องทำให้หริพันธ์เครียดมากเพราะถึงเขาจะรักตนมากแค่ไหนแต่ก็สงสารเธอมากเช่นกัน ชนนีเสียใจสุดๆแต่ต้องข่มไม่ให้น้ำตาไหล ขอให้อบสวาทออกไปก่อน เธอเข้าใจทุกอย่างแล้วและรู้ดีว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป

“ฉันก็หวังว่าคนมีศักดิ์ศรีอย่างเธอคงไม่ยอมกินน้ำใต้ศอกฉันหรอกนะ” ทิ้งท้ายจบอบสวาทเดินออกจากห้อง ชนนีรีบปิดประตูก่อนจะทรุดลงนั่งกับพื้นร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น

ooooooo

ที่ห้องทำงานของสุวิทย์บนโรงพัก นายตำรวจหนุ่มเล่าให้เจตน์ฟังว่าจากการส่งคนไปสืบข้อมูลพบว่าผู้ชายที่มาติดพันยอดธิดาที่ชื่อเชนซึ่งเป็นลูกคนรวยไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบยิงชนก

“ฉันมีข้อมูลใหม่จะให้แก ฉันเพิ่งรู้จากคุณชนนีวันนี้เองว่าคุณยอดธิดายังมีผู้ชายอีกคน คุณชนนีไม่รู้จักชื่อ แต่ท่าทางเหมือนพวกเสี่ยกระเป๋าหนัก แกคงต้องไปสืบดูเอาเอง”

ระหว่างนั้นมีเสียงโทรศัพท์ที่โต๊ะทำงานของสุวิทย์ดังขึ้น ชนนีโทร.มาขอพูดสายกับเจตน์...

ด้านหริพันธ์ไม่เป็นอันทำงาน รีบกลับวังเพื่อจะปรับความเข้าใจกับชนนี แต่สายเกินไป เขากลับมาทันเห็นเจตน์ขับรถพาเธอแล่นสวนออกไป รีบขึ้นไปบนตึกใหญ่เห็นอบสวาทเดินลงบันไดมา ถามอย่างร้อนใจว่าชนนีไปไหนเห็นนั่งรถไปกับเจตน์ อบสวาทใส่ความทันที

“อ๋อ หญิงวรรเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ ต้องอยู่โรงพยาบาล คุณชนนีเลยอาสาไปเฝ้า พี่บอกให้ล้วนไปส่งแต่เธอกลับโทร.ตามคุณเจตน์มารับ พี่ก็เลย...” ใส่ความยังไม่ทันจบ หริพันธ์ขอตัวไปดูวรรศิกาที่โรงพยาบาลก่อนแล้วกลับไปขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว อบสวาทบ่นไล่หลังสีหน้าไม่พอใจ

“จะไปดูหญิงวรรหรือจะไปดูนังชนนีกันแน่...ถึงคุณชายจะรีบไปแค่ไหนมันก็สายไปแล้วล่ะค่ะ”...

ทางฝ่ายเจตน์เห็นชนนีขนกระเป๋ามาหลายใบอดถามไม่ได้ แค่จะไปเฝ้าวรรศิกาไม่กี่วันทำไมถึงเอาเสื้อผ้ามามากนัก เธอไม่ยอมตอบคำถามได้แต่ขอร้องให้เขาช่วยพาไปส่งบ้านก่อนจะเอากระเป๋าไปเก็บ เขาพยายามซักว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า เธอขอร้องอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้แล้วเบือนหน้าไปทางหน้าต่างรถ ไม่อยากให้เขาเห็นน้ำตาที่ไหลลงมาไม่ขาดสาย...

ขณะที่ชนนีตัดสินใจแยกทางกับหริพันธ์ ชวนชื่นเข้ามาในห้องพักฟื้นของวรรศิกาพร้อมกับนพ เห็นชนกนั่งกุมมือคนเจ็บไว้อย่างห่วงใยรักใคร่พร้อมกับร้องเรียกให้เธอฟื้นขึ้นมา ก็หันไปถามผู้เป็นสามีว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องรักสามเส้าของลูกชาย นพไม่ทำอะไรทั้งนั้นในเมื่อชนกเป็นคนผูกก็ต้องแก้เอาเอง

“ผมว่าเรากลับกันก่อนดีกว่า นี่ก็เย็นมากแล้ว คืนนี้ผมมีเลี้ยงลูกค้าด้วย” นพว่าแล้วดึงชวนชื่นออกมา ยังเดินได้ไม่กี่ก้าวเจอหริพันธ์เข้ามาทักทาย นพรีบบอกว่าถ้าจะมาเยี่ยมวรรศิกาหมอยังไม่อนุญาตให้เยี่ยม

“หรือครับถ้าอย่างนั้นชนนีก็คงไม่ต้องเฝ้าหญิงวรรแล้วสิครับ ตอนนี้เธออยู่ไหนผมจะรับกลับวังพร้อมกัน”

พอรู้ว่าชนนีกลับไปกับเจตน์ตั้งแต่ตอนสาย น่าจะถึงวังอโยธยานานแล้ว หริพันธ์ไม่พอใจมากคิดว่าเธอแอบปันใจให้ชายอื่น แต่ฝืนยิ้มกลบเกลื่อนให้สองสามีภรรยา ในเมื่อยังเยี่ยมวรรศิกาไม่ได้เขาจึงขอตัวกลับก่อน แล้วผลุนผลันออกไป ชวนชื่นยังคาใจไม่หาย ถามสามีว่าทำไมถึงไม่ให้หริพันธ์ไปเยี่ยมวรรศิกา

“ก็พ่อลูกชายคุณนั่งเฝ้าเหมือนจะเป็นจะตายอยู่แบบนั้น คุณคิดว่าคุณชายหริพันธ์จะดูไม่ออกหรือไง”...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทาเคชิบุกมาหาอบสวาทถึงวังอโยธยาอีกครั้ง ชวนเธอไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ญี่ปุ่นด้วยกัน อย่าไปยุ่งกับผู้ชายที่มีภรรยาแล้วอย่างหริพันธ์อีกเลย อบสวาทขอร้องถ้าจะมาพูดเรื่องนี้ก็ให้กลับไปดีกว่า เขาไม่ยอมกลับจะขอคุยกับหริพันธ์เรื่องความสัมพันธ์ของเราสองคนก่อน อบสวาทเครียดจัดเป็นลมล้มพับไปเลย

ooooooo

หม่อมชุลีแคลงใจไม่หายทำไมถึงมีผู้ชายมาหาอบสวาทถึงวัง ลงมาถามสาซึ่งกำลังทำความสะอาดอยู่ที่ห้องโถงว่าผู้ชายคนนี้เคยมาหาอบสวาทหรือเปล่า ได้ความว่าเคยมาแล้วหนึ่งครั้งแต่ไม่เจอกัน ทันใดนั้น ทาเคชิอุ้มอบสวาทที่หมดสติเข้ามาบอกว่าเธอเป็นลมไป หม่อมชุลีสั่งให้สาโทร.ตามหมอ

“ไม่ต้องครับ ผมเป็นหมอ” ทาเคชิว่าแล้วรีบตรวจดูอาการของอบสวาทอย่างเป็นห่วงเป็นใย...

ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ห้องพักผู้ป่วย วรรศิกาไม่รู้สึกตัวอีกเลย ชนกที่เฝ้าดูหมอตรวจอาการของเธออยู่อดรนทนไม่ไหวซักเป็นการใหญ่ทำไมป่านนี้เธอยังไม่ฟื้น หมอเองก็ตอบไม่ได้ แต่ดูจากผลเอกซเรย์สมองแล้วไม่น่ามีปัญหาอะไร แล้วขอตัวก่อน ชนกดึงแขนหมอไว้ขอร้องให้ตรวจเธออีกครั้ง เธออาจเป็นอะไรถึงได้ไม่ฟื้น

“ผมเข้าใจว่าคุณเป็นห่วงเธอ แต่ผมตรวจละเอียดแล้วครับ คงต้องให้เวลาเธอหน่อย ร่างกายคนเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนฟื้นเร็วบางคนฟื้นช้าหรือบางคนอาจจะไม่ฟื้นเลย แต่ในรายของคุณหญิงวรรศิกาสมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือนขนาดที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนั้นได้หรอกครับ นอกจากเธอจะโชคร้ายจริงๆ”

ชนกมองหมอที่เดินออกไปแล้วหันกลับมามองวรรศิการู้สึกกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก...

ด้านยอดธิดามาเฝ้าไข้ชนกตามที่ป๋าแนะนำ แต่เขาไม่อยู่ในห้องพักฟื้น เปิดประตูออกมาเจอหมอเจ้าของไข้พอดี ปรี่เข้าไปถามว่าชนกหายไปไหน พอรู้ว่าอยู่ที่ห้องพักผู้ป่วยของวรรศิกาก็นิ่วหน้าแปลกใจ

“คุณหญิงวรรศิกาอยู่ที่โรงพยาบาลด้วยหรือคะ”

“ครับ เธอเกิดอุบัติเหตุรถชน แต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ถ้าคุณอยากจะเยี่ยมก็เชิญที่ห้องได้เลยครับ”...

ภายในห้องพักผู้ป่วย ชนกลูบผมวรรศิกาอย่างทะนุถนอม พร่ำบอกให้เธอฟื้นขึ้นมาฟังเขาก่อนว่าเขารักเธอมากแค่ไหน อย่าจากเขาไปทั้งๆที่ยังเข้าใจเขาผิดๆแบบนี้ แล้วจับมือเธอมาแนบกับอกด้านซ้ายของตัวเองขณะที่เธอนอนนิ่งไม่รับรู้ใดๆ ยอดธิดายืนฟังอยู่หน้าห้องถึงกับตะลึงค่อยๆถอยออกมา

“ฉันคิดอยู่แล้วว่านกต้องรักแกนังวรรศิกา ฉันจะไม่ยอมเสียนกไปเป็นอันขาด ถ้าแกฟื้นขึ้นมาจริงๆ ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนทำให้แกตายไปอีกครั้ง”...

ในเวลาเดียวกัน ทาเคชิกลับถึงโรงแรมที่พักลงมือเขียนจดหมายถึงอบสวาท ขอโทษที่ทำให้กังวลใจจนเป็นลมเป็นแล้ง ตนรู้เหตุผลแล้วว่าทำไมเธอถึงตัดใจจากหริพันธ์ไม่ได้เพราะเธอกำลังจะมีลูกกับเขา ตนดีใจด้วยและสัญญาจะไม่กลับมาเมืองไทยอีก แต่แล้วทาเคชิกลับเปลี่ยนใจฉีกจดหมายฉบับนั้นทิ้ง...

ด้านหม่อมชุลีทราบจากทาเคชิแล้วว่าอบสวาทท้องแต่ในเมื่อเจ้าตัวไม่ยอมบอกท่านก็เลยแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ ซักโน้นถามนี่อบสวาทว่าไปรู้จักทาเคชิตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอเล่าแค่ว่ารู้จักเขาที่หัวหิน ตอนที่ท่านไล่เธอไปอยู่ที่นั่น หริพันธ์ก็เคยเจอเขาเช่นกัน ทาเคชิเป็นแค่เพื่อนของเธอเท่านั้น

หม่อมชุลีทำเหมือนไม่ติดใจสงสัยอะไร ในเมื่ออบสวาทฟื้นแล้ว ท่านจะได้ขึ้นข้างบน แล้วผละจากไป เธอถอนใจโล่งอกที่ทาเคชิไม่ปูดเรื่องที่มีอะไรกัน โดยไม่รู้ว่าหม่อมชุลีเตรียมแผนร้ายไว้ให้ เพราะไม่ต้องการให้ลูกของอบสวาทได้ลืมตาออกมาดูโลก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”
15 มิ.ย 2564

11:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 15:26 น.