ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เรือนพะยอม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เกือบครบ 2 ชั่วโมงตามที่วฤกษ์ให้เวลาช็อปปิ้ง รสิกา ภานุวัตและกมลรัตน์พากันออกมายืนที่หน้าร้านอาหาร รสิกาขอตัวกลับก่อน กลัววฤกษ์จะมาตามแล้วเจอสองพี่น้องเข้า ภานุวัตเสียดายที่ได้เจอกันไม่นานก็ต้องแยกจากกันแล้วยังไม่หายคิดถึงเลย แล้วไม่ลืมย้ำกับเธอ

    “ถ้านายวฤกษ์หรือใครก็ตามที่เรือนพะยอมทำร้ายจิตใจเธอ เธอก็ไม่ต้องไปทนอยู่นะ พี่มีงานให้เธอทำ”

    “ขอบคุณพี่วัตค่ะ” รสิกายกมือไหว้ภานุวัตแล้วเดินแยกไป ทั้งสามคนไม่ทันเห็นคนของนเรนทร์ถ่ายคลิปไว้ตลอด แถมคลิปนี้ไม่ได้ส่งไปให้เฉพาะเจ้านายเท่านั้น จารุวรรณก็ได้รับคลิปนี้เช่นกัน เห็นสองพี่น้องบ้านโชติรสก็จำได้ ครั้นกลุ่มของรสิกาเดินพ้นหัวมุมตึก วฤกษ์ที่เพิ่งออกจากร้านขายเพชรเดินลิ่วไปที่ร้านกาแฟหน้าห้างฯตามที่นัดแนะกับรสิกาเอาไว้ เขามาถึงก่อน สักพักเธอก็ตามมา วฤกษ์เห็นเธอกลับมาตัวเปล่าก็ร้องทัก

    “ไหนว่ามาซื้อของไม่เห็นได้อะไรสักอย่าง”

    “ก็แค่มาเดินดูของก็หมดเวลาแล้วนี่คะ”

    วฤกษ์ชวนรสิกาหาอะไรกินกันก่อนกลับ มีร้านสเต๊กอร่อยริมทางก่อนถึงเรือนพะยอม แค่สองชั่วโมงเธอคงยังไม่ได้กินอะไรเหมือนเขา รสิกาจำต้องพยักหน้ารับคำทั้งที่อิ่มท้องแทบแตก...

    ฝ่ายจารุวรรณขัดอกขัดใจที่นเรนทร์ไม่เห็นทำอะไรทั้งที่บอกว่าจะแยกรสิกาให้ออกห่างจากวฤกษ์จึงโทร.ไปต่อว่า เขากลับย้อนถามว่าอยากจะให้ทำอย่างไรถึงจะสะใจเธอ หรือจะให้เขาส่งคลิปสวีตหวานระหว่างรสิกากับวฤกษ์ไปให้ดูเอาไหม เผื่อจะสาแก่ใจคนซาดิสต์อย่างเธอ

    “ไม่ต้อง” จารุวรรณตวาดแว้ดก่อนจะวางสายด้วยความหงุดหงิด พลันมีลมพัดวูบผ่านด้านหลัง เธอสะดุ้งเหลียวมองแต่ไม่เห็นอะไร ผีแม่จิตปรากฏตัวที่ด้านหลัง พอเธอหันกลับผีแม่จิตก็ผลุบไปอีกด้านหนึ่งเหมือนเอาเถิดเจ้าล่อ จารุวรรณเริ่มหวาดๆ แต่ก็ทำใจกล้า

    “ใคร...ใคร...ฉันไม่กลัวแกหรอก” พูดได้แค่นั้น ยัยน้าตัวแสบวิ่งปรู๊ดออกไปที่หน้าเรือน เห็นนิ่มนวลยืนเตร่อยู่ถามว่ามารอหนูมิวหรือ เธอรับคำ อีกสักครู่ก็คงจะมาแต่ถ้าวฤกษ์กับรสิกาไปรับก็คงอีกนาน

    “ถ้าไปด้วยกันแบบนี้ มักจะรับคุณมิวมาเลยค่ะ บางทีนะคะกว่าจะกลับมาก็ค่ำมืด” นิ่มนวลเจตนาจะยั่วให้จารุวรรณอิจฉาเล่น ปาริชาติออกมาจากในตัวบ้านร้องถามนิ่มนวลว่าของว่างของหนูมิวเรียบร้อยแล้วหรือ

    “เรียบร้อยแล้วค่ะ อุ๊ย มาพอดีเลยค่ะ”

    นายแสงขับรถมาจอดตรงหน้าทั้งสามคน จารุวรรณรีบเสนอหน้าเข้าไปจะพาหลานสาวไปกินของว่าง เด็กน้อยมองปาริชาตกับนิ่มนวลเหมือนไม่อยากไป แต่ปาริชาตพยักหน้าให้ไป เด็กน้อยจึงปล่อยให้ยัยน้าตัวแสบจูงมือเข้าข้างใน ปาริชาตแอบนินทาตามหลัง ผีอะไรสิงถึงได้อยากทำตัวเป็นคุณน้าใจดีขึ้นมา

    “ผีอิจฉาริษยาสิคะคุณปาริชาต...อุ๊ย” นิ่มนวลรู้สึกตัวว่าพูดมากไปรีบเอามือปิดปากตัวเอง

    “ปากไวแบบนี้ระวังจะอยู่ที่นี่ไม่ได้นะนิ่มนวล”

    ooooooo

    เมื่ออยู่ตามลำพังกับหลานสาว จารุวรรณซักเป็นการใหญ่ว่ารสิกาเคยไปรับที่โรงเรียนพร้อมกับคุณลุงวฤกษ์หรือเปล่า แกยอมรับว่าเคย เมื่อไหร่ที่คุณลุงไปรับพร้อมกับคุณครูก็จะแวะกินขนมอร่อยๆที่ร้านด้วยกัน

    “มิวคงไม่ลืมที่น้าเคยบอกนะ ครูพี่เลี้ยงของมิวทุกคนไม่มีใครรักมิวจริง พวกมันเข้ามาทำงานก็เพราะต้องการได้แต่งงานกับคุณลุง โดยเฉพาะนังครูรสิกา”

    “แต่คุณครูรักมิวนะคะ สอนการบ้านมิว ใจเย็นด้วยค่ะ”

    “เอ๊ะ นี่ไม่เชื่อน้าเหรอ ใครสอนให้เราดื้อกับน้าแบบนี้ นังครูรสิกาใช่ไหม” ไม่พูดเปล่ายัยน้าตัวแสบเขย่าตัวหลานสาวที่นั่งก้มหน้าน้ำตาคลอ “มองหน้าน้า...มิว จำไว้ไม่มีใครรักและจริงใจกับมิวเท่าน้าอีกแล้ว เราน่ะไม่มีพ่อไม่มีแม่ อยากเป็นเด็กกำพร้าเก็บขยะข้างถนนกินหรือไง”

    หนูมิวร้องไห้โฮ นิ่มนวลถือถาดของว่างและน้ำหวานมาถึงหน้าห้อง ได้ยินเสียงร้องไห้ดังลอดออกมารีบเปิดประตูผลัวะเข้าไปโดยไม่ได้เคาะ จารุวรรณเจ้าเล่ห์รีบดึงหนูมิวมากอด ทำทีปลอบว่าอย่าร้องไห้

    “ขวัญอ่อนจริงๆ แค่ชวนไปทำบุญให้พ่อกับแม่น้ำตาก็ร่วงเผาะๆแล้ว กินขนมซะ แล้วก็ทำการบ้านซะนะเด็กดีของน้า” จารุวรรณปั้นเรื่องจบ เดินลิ่วออกจากห้องนิ่มนวลมองตามอย่างไม่ค่อยจะเชื่อนัก...

    จากนั้นไม่นาน วฤกษ์กับรสิกากลับมาถึงเรือนพะยอม จารุวรรณปรี่เข้ามาต่อว่าคุณครูสาวว่าหนูมิว กลับมาตั้งนานแล้ว แต่ครูพี่เลี้ยงทำไมเพิ่งกลับ เราเสียเงินจ้างมาทำงาน เดือนๆหนึ่งหลายบาทแต่หนูมิว กลับต้องอยู่กับคนรับใช้เหมือนเดิม แบบนี้ไม่ถูกต้อง วฤกษ์รู้ดีว่าจารุวรรณตั้งใจมาป่วนจึงบอกให้รสิกามีอะไรทำก็ไปจัดการทำ แล้วรอจนเธอลับสายตาจึงออกรับแทนว่าเป็นคนอนุญาตให้รสิกาเข้าไปในเมืองเอง

    “ที่สำคัญเธอไปกับผม ทุกคนในบ้านนี้ก็รู้ยกเว้นคุณ”

    “อ้อ ที่วรรณพูดนี่ไม่มีความหมายเลยใช่ไหมคะ”

    “ผมว่าคนที่มีปัญหาไม่ใช่ยัยมิวหรอก แต่เป็นคุณมากกว่า” พูดจบวฤกษ์เดินหนีเข้าข้างใน...

    ขณะที่จารุวรรณตามหาเรื่องรสิกาไม่เลิกไม่แล้ว กมลรัตน์ถูกกรรณิการ์ตำหนิที่หนีงานออกไปข้างนอก อย่าถือว่าตัวเองเป็นหลานเจ้าของแล้วคิดจะทำอะไรก็ได้ ภานุวัตรีบเข้ามาช่วยญาติผู้น้อง

    “อ้าว อยู่กันที่นี่เอง ผมนึกว่าอยู่ที่เรือนคุณยายกันเสียอีก”

    “ร้อยวันพันปี แกไม่เคยไปกราบคุณยาย อย่ามาทำเป็นปากดี...มาก็ดีแล้ว แม่จะปรึกษาเราเรื่องทำบุญให้ยัยวิ คิดแล้วก็เจ็บใจไม่หาย โธ่ไม่น่าอายุสั้นเลย ยิ่งคิดแม่ก็ยิ่งแค้นไอ้พวกเรือนพะยอม เกิดกี่ชาติกี่ชาติก็จะจองเวรกับพวกมันไม่สิ้นสุด อย่าให้แม่รู้นะว่าใครติดต่อกับไอ้อีที่บ้านนั้น แม่จะไม่มีวันให้อภัยเลย”

    ภานุวัตเห็นแม่เริ่มฟุ้งซ่านเรื่องการตายของวิยะดาขึ้นมาอีก พยายามปลอบแต่ยิ่งปลอบท่านก็ยิ่งร้องไห้พาลจะเป็นลมเอาอีก ทั้งเขาและกมลรัตน์ต้องช่วยกันพยุงขึ้นไปพักผ่อนที่ห้อง...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน วฤกษ์ทำโรแมนติกเอาแหวนเพชรที่ตัวเองเพิ่งซื้อมาจากห้างเสียบไว้กับช่อดอกพะยอม แล้วเอาไปวางบนหมอน แล้วเดินอารมณ์ดีกลับห้องตัวเอง

    ooooooo

    สอนการบ้านลูกศิษย์เรียบร้อย รสิกากลับห้องตัวเอง เห็นช่อดอกพะยอมวางอยู่บนหมอนหยิบขึ้นมาดม แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นแหวนเพชรเสียบอยู่กับก้าน คว้าทั้งแหวนเพชรและช่อดอกพะยอมออกจากห้อง เจอจารุวรรณเดินสวนมา เธอไม่สนใจเดินลิ่วไปยังห้องวฤกษ์ ยัยตัวแสบเห็นดอกพะยอมในมือเข้ามายื้อแย่ง

    “อะไร ไหนเอามาดูซิ”

    รสิกาไม่ยอมให้ แย่งกันไปยื้อกันมาแหวนร่วงลงพื้น จารุวรรณหาว่าเธอไปขโมยแหวนใครมา รสิกาคลานไปเก็บแหวนที่ร่วงพื้น ยัยน้าตัวแสบพยายามจะแย่งเอาไปจากมือ เป็นจังหวะเดียวกับหนูมิวได้ยินเสียงเอะอะจึงเปิดประตูออกมาดู เห็นจารุวรรณแย่งแหวนไปจากมือรสิกาก็เข้าไปผลักเธอออกห่างไม่ให้ทำอะไรคุณครู

    “มิวหลีกไป อยากโดนตีหรือไง นี่แน่ะ” จารุวรรณฟาดเด็กน้อยไปหลายทีถึงกับร้องไห้จ้า รสิการีบเอาตัวกันไว้อย่างปกป้อง จารุวรรณเห็นรสิกามัวแต่สนใจหนูมิว กระชากแหวนไปจากมือ ปาริชาตมาเห็นเข้าสั่งให้หยุดทะเลาะกันได้แล้ว รสิกาขอแหวนคืน จะเอาไปให้วฤกษ์ จารุวรรณตกใจ

    “แกบอกว่าแหวนนี่เป็นของวฤกษ์เหรอ โกหก ขโมยมาล่ะสิ คุณปาริชาตคะจับมันส่งตำรวจเลยค่ะ”

    ดรลกับวฤกษ์ได้ยินเสียงเอะอะเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น รสิกาเล่าว่ากำลังจะเอาแหวนมาคืนวฤกษ์แต่จารุวรรณมาแย่งเอาไปเสียก่อน หนูมิวช่วยยืนยันคำพูดของเธอว่าเป็นความจริง

    “รสิกากลับไปซะ ฉันไม่รับคืนแหวนวงนั้น ฉันซื้อให้เป็นของขวัญ”

    รสิกาไม่ต้องการของขวัญราคาแพงขนาดนี้จะคืนเขาให้ได้ วฤกษ์น้อยใจมาก ไล่ให้เธอไปนอนอ้างดึกแล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ ปาริชาตสั่งให้นิ่มนวลพาหนูมิวกลับห้อง แล้วบอกให้วฤกษ์ จารุวรรณและรสิกาพูดกันให้รู้เรื่องไปเลยอย่าให้คาราคาซัง ดรลเห็นด้วย ใครผิดก็ควรจะว่ากันตามเนื้อผ้า จารุวรรณสบช่อง

    “ถ้าคิดว่าฉันเป็นคนผิด อย่าลืมเอานังสิบแปดมงกุฎนี่เข้าคุกด้วย ไม่ใช่เรื่องขโมยแหวนหรอก แต่มันเป็นคนของบ้านโชติรส เข้ามาล้วงความลับที่นี่ วรรณมีหลักฐานค่ะ ทีนี้ทุกคนจะได้ตาสว่างสักที”...

    หลังได้ดูคลิปในมือถือของจารุวรรณ วฤกษ์ดึงรสิกาเข้าไปชำระความในห้องทำงานของเขาโดยล็อกประตูห้อง แล้วขอคำอธิบาย ไปรู้จักกมลรัตน์กับภานุวัตได้อย่างไร เธอรู้ไม่ใช่หรือว่าเรือนพะยอมกับบ้านโชติรสไม่ถูกกัน เธอไม่สนเรื่องบาดหมางของสองครอบครัว ยอมรับว่ารู้จักกับกมลรัตน์เพราะเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน

    “การที่เพื่อนจะนัดกินข้าวกัน เป็นความผิดมากหรือคะ มีแต่คนไม่มีหัวใจอย่างคุณเท่านั้นถึงไม่เข้าใจความหมายของคำว่ามิตรภาพ”

    “รสิกา ถ้างั้นเธอบอกฉันได้ไหมว่ามาทำงานที่นี่ทำไม” วฤกษ์มองรสิกาอย่างรอคำตอบ เธอไม่สามารถเล่าให้ใครฟังได้ว่าพ่อเลี้ยงจะเข้าหาจึงส่ายหน้าดิก ขอร้องอย่าดึงคนนอกอย่างเธอไปยุ่งกับความขัดแย้งของสองตระกูล แล้วขยับจะไป วฤกษ์ดึงตัวมากอดไว้ไม่ให้ไป พลางกระซิบข้างหู

    “ฉันจะปล่อยเธอก็ต่อเมื่อเธอยอมให้ฉันสวมแหวนเท่านั้น” พูดจบวฤกษ์สวมแหวนให้รสิกาทันที “ถ้าเธอถอดแหวนวงนี้ออกเมื่อไหร่ ฉันจะไม่มีวันให้อภัยเธอเลย รสิกา”

    ooooooo

    รสิกาเดินออกจากห้องทำงานของวฤกษ์พร้อมกับสวมแหวนที่นิ้ว โดยมีเจ้าของห้องตามออกมาบอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนได้แล้ว ทุกอย่างจบแล้ว จารุวรรณเส้นริษยาแตกซ่านไม่ยอมจบง่ายๆ จะเอาเรื่องรสิกาให้ได้ว่าใครส่งมาล้วงความลับของเรือนพะยอม วฤกษ์แก้ต่างแทนให้

    “รสิกาเป็นเพื่อนเรียนมหาวิทยาลัยกับคุณก้อย ไม่รู้เรื่องราวความขัดแย้งระหว่างเรือนพะยอมกับโชติรส”

    “แน่ใจเหรอคะ มันอาจจะโกหกตาใสก็ได้นะคะ” จารุวรรณแย้ง ปาริชาตหมั่นไส้ ถ้าอย่างนั้นตนก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนส่งภาพเหล่านี้มาให้จารุวรรณ ถึงขนาดส่งคนสะกดรอยตามนี่ไม่ธรรมดาแน่นอน วฤกษ์เห็นด้วยคาดคั้นจารุวรรณให้บอกว่าใครส่งรูปเหล่านี้มาให้

    “เอาเป็นว่าเขาคนนั้นหวังดีต่อพวกเราทุกคน วรรณอุตส่าห์กระชากหน้ากากมันออกมาแล้วพวกคุณยังหลงปลื้มมันอยู่ วรรณก็จนใจค่ะ” โยนความผิดให้คนอื่นกลบเกลื่อนเรื่องของตัวเองเสร็จสรรพ จารุวรรณผละไป...

    แม้จะถูกจับได้ว่าส่งคนสะกดรอยตามรสิกาแต่จารุวรรณไม่ล้มเลิกแค่นี้ ต้องหาทางเล่นงานนังนั่นให้ได้...

    ทางด้านดรลหันไปบอกกับแม่ว่าดีใจแทนวฤกษ์ที่ตัดสินใจได้สักที ปาริชาตเห็นด้วยกับลูกชาย ในเมื่อวฤกษ์มีท่าทีชัดแจ้งกับรสิกา ท่านก็อยากให้เขาตัดใจ รสิกาเป็นคนน่ารัก ใครๆก็มีสิทธิ์หลงรักได้ แต่ท่านสังหรณ์ใจว่าเธอมาที่นี่เพราะมีแรงดลใจบางอย่างกับวฤกษ์เหมือนอย่างที่คุณย่ามะลิพูดเอาไว้

    “คุณแม่สบายใจได้ครับ ตราบใดที่ผมยังไม่ลืมวิยะดา ผมก็คงไม่มีวันมองผู้หญิงคนอื่น”

    “แต่แม่ก็ไม่อยากให้ลูกจมอยู่กับความเศร้าในอดีตนะ ชีวิตต้องก้าวไปข้างหน้า วิยะดากับลูกอยู่กันคนละภพแล้ว ยังไงก็รักกันไม่ได้”...

    ดรลยังทำใจให้ลืมวิยะดาไม่ได้ โทษตัวเองที่วู่วามจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ กลับถึงห้องตัวเองก็หยิบรูปถ่ายของหญิงคนรักขึ้นมากอดแนบอกร้องไห้เสียใจ ผีวิยะดาปรากฏขึ้นด้านหลังโอบกอดเขาไว้อย่างปลอบใจ ดรลเหมือนได้กลิ่นน้ำหอมจากเธอ มองไปรอบๆแต่ไม่เห็นอะไร

    “วิ...บอกผมสิว่าคุณอยู่ใกล้ๆผม คุณอยู่ในห้องนี้ใช่ไหม คุณอยู่ที่ไหน ให้ผมเห็นคุณเถอะ ผมไม่กลัวคุณหรอก วิยะดา...วิยะดา” เสียงคร่ำครวญของดรลดังออกไปนอกห้อง ปาริชาตที่ยืนอยู่หน้าประตูถึงกับน้ำตาซึมสงสารลูกจับใจ

    ooooooo

    เรื่องที่วฤกษ์สวมแหวนให้รสิกาเป็นที่โจษจันของเหล่าคนรับใช้ในเรือนพะยอม ทั้งป้าผ่อง แก้วตา นิ่มนวลและนายแสงต่างชื่นมื่นกันถ้วนหน้า ในที่สุดนางฟ้าก็ชนะนังปีศาจ แมวมาทันได้ยินพอดีก็ไม่พอใจ ขู่จะฟ้อง จารุวรรณว่าพวกนี้สุมหัวนินทา

    “อุ๊ย เชิญแม่ขี่ช้างขี่ม้าหรือเสด็จขึ้นคานหามไปฟ้องเลย รีบไปด้วย ไปให้ไกลๆอีโต้ของข้าด้วย ก่อนที่ข้าจะเฉาะปากเอ็ง นังแมว” ไม่ขู่เปล่า ป้าผ่องคว้าอีโต้ขึ้นมาถือ แมวไม่รอให้ไล่ซ้ำวิ่งปรู๊ดออกไปทันที...

    ด้านรสิกาเดินเล่นอยู่หน้าเรือนพะยอม เผลอมองแหวนที่วฤกษ์สวมให้ จารุวรรณมาเห็นเข้าต่อมริษยาแตกปรี่เข้ามาหาเรื่อง โชคดีที่แก้วตามาเห็นเสียก่อน จารุวรรณถึงได้ยอมล่าถอย รสิกาขอร้องแก้วตาอย่าบอกใครเรื่องนี้ ไม่อยากทำให้ทุกคนไม่สบายใจ...

    คุณย่ามะลิไม่แปลกใจแม้แต่น้อยเมื่อปาริชาตเล่าเรื่องระหว่างวฤกษ์กับรสิกาให้ฟัง เพราะวฤกษ์ซึ่งเป็นตัวแทนของพฤกษ์ในชาติที่แล้วกับรสิกาซึ่งเป็นตัวแทนของคุณพะยอม มีสัญญารักต่อกันและกำลังจะส่งผลมาถึงชาตินี้ด้วย แล้วถามปาริชาตว่ามีปัญหาอะไรหรือ เธอ แค่กลัวจะเกิดเรื่องยุ่งๆเพราะจารุวรรณหมายปองวฤกษ์อยู่เช่นกัน คุณย่ามะลิหัวเราะเยาะเย้ย ผู้หญิงคนนั้นแค่เศษสวะ

    “ปล่อยให้ลอยมาอยู่ในเรือนพะยอมได้ มันก็ต้องรกเป็นธรรมดา สักวันบรรพบุรุษก็คงจัดการมันเอง”

    ปาริชาตมองรูปถ่ายของคุณหญิงมุกซึ่งติดไว้บนผนัง เห็นท่านกะพริบตาถึงกับผงะ...

    ในเมื่อลูกหลานร้องขอคุณหญิงมุกจึงจัดให้แบบ เต็มๆ ร่วมมือกับผีแม่จิตเล่นงานจารุวรรณถึงกับกรีดร้องลั่นบ้าน แมวตกใจรีบเปิดประตูห้องเข้าไปดู ทั้งคุณหญิงมุกและผีแม่จิตหายวับไป จารุวรรณผวาลุกขึ้นเหงื่อแตกพลั่ก นิ่มนวล ปาริชาตและแก้วตาได้ยินเสียงร้องเช่นกัน เข้ามาถามว่าเป็นอะไร แมวตอบคำถามแทนว่าจารุวรรณฝันร้าย ปาริชาตแปลกใจปกติไม่เคยนอนกลางวัน หรือเรียกร้องความสนใจ

    รสิกาโผล่หน้าเข้ามาดู จารุวรรณหันไปเห็นโทษว่าเป็นเพราะเธอคนเดียวทำให้ตนฝันร้าย

    “สองวันนี้คุณยัดเยียดให้ฉันเป็นโน่นเป็นนี่ตลอดเลยนะคะ ให้เป็นสิบแปดมงกุฎ เป็นคนเจ้าเล่ห์ นี่ยังหาว่าฉันทำให้คุณฝันร้ายอีก มันไม่มากไปหน่อยเหรอคะคุณจารุวรรณ รู้จักไหว้พระสวดมนต์บ้างก็ดีนะคะ” เหน็บแนมเสร็จ รสิกาหันหลังกลับ จารุวรรณจะตามไปเอาเรื่องแต่ปาริชาตดึงตัวไว้ เห็นด้วยกับคำแนะนำของรสิกา

    “ฉันเห็นคนบ้านนี้ไม่เคยมีปัญหาอะไรเหมือนเธอเลย สงสัยผีบ้านผีเรือนที่นี่คงไม่ชอบหน้าเธอ”

    จารุวรรณสะบัดมือปาริชาตออก จ้องมองอย่างไม่พอใจ...

    ตั้งแต่วิยะดาตาย ดรลไม่เคยพูดถึงสาเหตุที่ทำให้เขากับเธอมีปากเสียงกันในคืนวันเกิดอุบัติเหตุ ไหนๆวันนี้วฤกษ์เอ่ยถามขึ้นมา เขาจึงตัดสินใจเล่าให้ฟังว่าเก็บเรื่องนี้มานานแล้ว วิยะดาไม่ได้รักเขา แต่ที่ตัดสินใจแต่งงานด้วยเพราะต้องการมาอยู่ที่เรือนพะยอมเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับวฤกษ์ เธอรักวฤกษ์ จากนั้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นวันรถคว่ำพรั่งพรูออกจากปากดรล รวมทั้งเรื่องที่เขาแอบได้ยินวิยะดากับจารุวรรณคุยกัน

    “คราวนี้เชื่อหรือยังล่ะว่าวิยะดารักพี่ ผมเองก็ไม่น่าวู่วามไม่งั้นเธอคงไม่ตาย จารุวรรณน่ะไม่ต่างจากงูพิษ หรอกครับ ผมบอกตรงๆว่าผมเป็นห่วงรสิกา กลัวว่าเธอจะกลายเป็นเหยื่อเหมือนกับที่วิยะดาเคยเป็น ผมขอตัวก่อนครับ” ดรลพูดจบผละจากไป วฤกษ์ยืนอึ้งสักพัก ก่อนจะขึ้นรถขับออกจากไร่พนาเวท

    ooooooo

    ไม่นานนัก วฤกษ์กลับถึงเรือนพะยอม ถามนิ่มนวลที่ออกมาต้อนรับว่ารสิกาอยู่ไหน ต้องตกใจเมื่อรู้ว่าเธออาสาขับรถไปรับหนูมิวที่โรงเรียนเนื่องจากนายแสงไม่สบาย เขาแปลกใจไหนเธอเคยบอกว่าขับรถไม่เป็น

    “ก็บางวันนายแสงก็สอนให้คุณครูหัดขับรถค่ะ เห็นว่าจะค่อยๆขับไป”

    “แล้วอาปาริชาตล่ะไปไหน”

    “เอ่อ วันนี้คุณจารุวรรณถูกผีหลอกตอนกลางวันแสกๆ เธอออกไปจากบ้าน คุณปาริชาตไม่สบายใจก็เลยไปหาหลวงพ่อที่วัดป่าค่ะ” นิ่มนวลยังเล่าไม่ทันขาดคำ วฤกษ์กลับขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว พลางหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หารสิกาปรากฏว่าเธอลืมมือถือไว้ในห้อง เขายิ่งเป็นกังวลมากขึ้นเมื่อเห็นฟ้าที่สว่างเมื่อครู่เริ่มมีเมฆฝนเคลื่อนเข้ามา พร้อมกับแสงแปลบปลาบของสายฟ้า...

    เนื่องจากขับรถไม่ค่อยคล่องบวกกับฝนที่เทกระหน่ำทำให้ระยะทางที่ไม่ไกลกลับเดินทางได้ยากลำบาก รสิกาใช้ความเร็วไม่ได้แทบจะคลานไปด้วยซ้ำ ทันใดนั้นมีรถกระบะคันหนึ่งมาจอดขวางถนนข้างหน้า รสิกาจำต้องเหยียบเบรกแต่ไม่กล้าลงจากรถ ชายฉกรรจ์สามคนย่างสามขุมเข้ามาพร้อมปืนในมือ คุณครูสาวควานหาโทรศัพท์จะโทร.ขอความช่วยเหลือแต่ลืมทิ้งไว้ในห้อง คนร้ายใช้ด้ามปืนเคาะกระจกรถสั่งให้เปิดประตู รสิกาไม่มีทางเลือกจำต้องเปิดประตูให้ ขณะที่หนูมิวร้องไห้จ้าด้วยความกลัว...

    ทุกคนที่เรือนพะยอมเริ่มเป็นกังวลเนื่องจากโทร.ไปถามที่โรงเรียนของหนูมิวแล้ว ทางคุณครูแจ้งว่าแกกลับไปสองชั่วโมงแล้ว ดรลตั้งข้อสังเกตป่านนี้น่าจะถึงแล้วแม้ฝนจะตกหนักก็ตาม แล้วนี่พี่วฤกษ์โทร.มาบ้างหรือเปล่า ปาริชาตส่ายหน้า ก่อนจะตัดสินใจเป็นฝ่ายโทร.หาเขาเองแต่ไม่มีใครรับสาย

    วฤกษ์เห็นรถกระบะคันหนึ่งจอดขวางถนนอยู่โดยที่รถของรสิกาจอดอยู่ห่างออกมา มั่นใจว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดี มีเสียงมือถือดังขึ้นอีกครั้ง เขาเห็นปาริชาตโทร.มารีบรับสายถามว่ารสิกาถึงบ้านหรือยัง

    “ยังน่ะสิ อากับทุกคนเป็นห่วง ยังไม่เจอกันอีกเหรอ”

    “สงสัยว่ารสิกากับยัยมิวกำลังตกอยู่ในอันตราย บอกดรลให้แจ้งตำรวจสกัดคนร้ายด้วย ผมมั่นใจว่ายัยมิวถูกลักพาตัว”...

    หลังโทร.แจ้งตำรวจแล้ว ดรลกับนายแสงรีบตามไปสมทบกับวฤกษ์เพื่อช่วยกันตามหาคุณครูกับลูกศิษย์ ส่วนปาริชาตจะลองโทร.ไปบ้านโชติรสเผื่อรสิกาจะไปที่นั่น ทั้งภานุวัตและกมลรัตน์ต่างตกใจ อาสาจะช่วยออกตามหาอีกแรงหนึ่ง

    ooooooo

    หนูมิวกับรสิกาถูกชายฉกรรจ์พาไปกักขังไว้ในกระท่อมกลางป่า หนูมิวเสนอจะให้เงินถ้าพวกโจรปล่อยตนกับคุณครูไป คุณลุงของตนรวยมากอยากได้เงินเท่าไหร่ให้บอกมาได้เลย

    “ไม่ได้อยากได้เงินโว้ย” หัวหน้าโจรตะโกนลั่น

    “แล้วน้าอยากได้อะไรล่ะคะ”

    พวกโจรมองมาที่รสิกาเป็นตาเดียวกัน หนูมิวยกมือไหว้ปลกๆขอร้องอย่าทำอะไรคุณครูของตนเอง

    รสิกาต่อรองกับโจรในเมื่อต้องการตัวเธอก็น่าจะปล่อยหนูมิวไป แกยังเด็กไม่รู้เรื่องอะไรด้วย

    “แหม รักกันจังโว้ย ไม่ต้องร้องขอชีวิตหรอก ยังไงวันนี้ก็ไม่รอดแน่ๆ”...

    ทางฝ่ายวฤกษ์ขับรถมาจอดต่อท้ายรถของรสิกาเห็นรอยเท้าหลายรอยเดินหายเข้าไปในป่า ยังไม่ทันจะขยับตาม ดรล นายแสงกับตำรวจอีกหลายนายตามมาสมทบเสียก่อน วฤกษ์สั่งให้นายแสงรออยู่ที่นี่เผื่อพวกมันย้อนมาให้โทร.บอกตนด้วย จากนั้นเขากับดรลและตำรวจตามรอยเท้าไป...

    ไม่นานนัก วฤกษ์ ดรลและตำรวจตามรอยเท้ามาถึงกระท่อมกลางป่าเกิดการยิงต่อสู้กัน พวกโจรสมุนของนเรนทร์ที่อยู่ในกระท่อมออกไปช่วยพวกข้างนอกยิงต่อสู้ เหลือสมุนเฝ้ารสิกากับหนูมิวเพียงคนเดียว รสิกากลัวมากอธิษฐานในใจขอให้ผีแม่จิตช่วยเหลือ

    ผีแม่จิตทำให้เชือกที่มัดรสิกาและหนูมิวหลุดออกแล้วเล่นงานโจรล้มลุกคลุกคลาน โจรกลัวลนลานเอาปืนยิงกราด หนูมิวตกใจกลัวสลบเหมือด รสิกาต้องอุ้มไปซ่อนหลังที่กำบัง ผีแม่จิตปัดปืนในมือโจรกระเด็นแล้วตรงเข้าบีบคอ โจรตาเหลือกใกล้หมดลมหายใจ รสิกาต้องขอร้องไม่ให้ฆ่าเขาจะเป็นบาปติดตัวเปล่าๆ เธอจำใจปล่อยมือก่อนจะหายวับไป เป็นจังหวะเดียวกับ วฤกษ์ถีบประตูเข้ามาพร้อมกับดรลและตำรวจอีกสองนาย

    วฤกษ์เข้าไปรับหนูมิวไปจากมือรสิกาแล้วพากันออกจากกระท่อม...

    ภานุวัตกับกมลรัตน์มาถึงจุดที่นายแสงเฝ้ารถอยู่ สักพักวฤกษ์อุ้มหนูมิวที่ยังไม่ได้สติเข้ามากับรสิกา กมลรัตน์เห็นเพื่อนรักปลอดภัยโผกอดด้วยความดีใจ วฤกษ์ไม่ค่อยชอบใจนักที่เห็นพวกโชติรส

    “ปรากฏตัวเอาตอนนี้จะให้ผมเข้าใจว่าเรื่องบ้าๆ ทั้งหมดนี่มาจากฝีมือของพวกโชติรสหรือไง”

    “อ้าว ไอ้บ้าเอ๊ย คนเขามีน้ำใจมาช่วยดันมาพูดอย่างนี้ ชกกันสักยกดีไหม” ภานุวัตตั้งการ์ดจะเอาเรื่อง กมลรัตน์ชี้แจงว่าที่ตามมาถูกเพราะปาริชาตโทร.ไปบอก เราสองคนก็รีบมาด้วยความเป็นห่วงไม่คิดว่าจะทำคุณบูชาโทษแล้วชวนภานุวัตกลับ ดรลกับตำรวจจับตัวโจรตามมาสมทบ

    “ตายหมดเหลือคนเดียวนี่แหละ คงจะสาวถึงตัวการได้แน่” ตำรวจรายงาน

    “ดี ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้เรื่องบ้าๆ ระหว่างโชติรสกับพนาเวทนี่มันฝีมือใครกันแน่”

    กมลรัตน์ยืนยันไม่ใช่ฝีมือพวกเราแน่นอน ดรลเตือนอย่าเพิ่งแน่ใจไป หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ยังมาปรากฏตัวถึงที่มีพิรุธชัดๆ สองคนจะเปิดศึกน้ำลายกัน รสิกาต้องขอร้องอย่าเถียงกันเลย ความวุ่นวายคืนนี้เป็นเพราะเธอเอง ดังนั้นเธอจะไม่อยู่ให้ผู้คนที่นี่ต้องวุ่นวายใจอีก เธอตัดสินใจจะลาออก ตำรวจรีบตัดบทเชิญรสิกาไปให้ปากคำที่โรงพัก ส่วนเด็กน้อยให้ผู้ปกครองพากลับไปพักผ่อนก่อนจะดีกว่า

    “นายแสงพายัยมิวกลับบ้านเอารถดรลไป ส่วนดรลกับรสิกาต้องไปให้ปากคำ คุณตำรวจครับ รบกวนขอคนติดตามไปคุ้มกันสักนายนะครับ บอกตรงๆว่ายังไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น” พูดจบวฤกษ์ส่งหนูมิวให้นายแสง กมลรัตน์จะไปโรงพักเป็นเพื่อนรสิกา วฤกษ์ทักท้วงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของโชติรสสักหน่อย

    “มิตรภาพระหว่างเพื่อน คนไม่มีหัวใจอย่างคุณไม่มีวันเข้าใจหรอก ยี้...รสิกาเธอทนทำงานกับคนแบบนี้ได้ยังไง พี่วัตกลับบ้านไปก่อนนะคะ” พูดจบกมลรัตน์ขยับจะไป ภานุวัตไม่ยอมกลับจะไปกับเธอด้วย

    ooooooo

    นเรนทร์เจ็บใจมากนอกจากแผนลักพาตัวจะไม่สำเร็จ สมุนยังถูกตำรวจยิงตายเกือบหมด คนที่ยังรอดก็ถูกจับตัวได้ไม่รู้จะซัดทอดมาถึงเราสองคนหรือเปล่า จารุวรรณแนะให้ส่งคนไปเก็บสมุนคนนั้น

    “ตอนนี้มันอยู่ที่โรงพักแล้วมั้ง เธอคิดจะให้ผัวเอาปืนไปกราดยิงบนโรงพักหรือไง สายฉันรายงานว่ามันแห่กันมาเต็มโรงพักเลย ถ้ายิงก็คงหลายศพมีทั้งไอ้พวกพนาเวทแล้วก็ไอ้พวกโชติรส ฮึ...แส่ไม่เข้าเรื่อง” นเรนทร์ว่าแล้วเดินหงุดหงิดออกไป จารุวรรณคิดแผนชั่วขึ้นมาได้ ทำตัวเป็นผู้หวังดี โทร.ไปแจ้งกรรณิการ์ว่าเห็นลูกชายของเธอขึ้นโรงพัก ไม่รู้ว่าโดนข้อหาอะไร กรรณิการ์เป็นห่วงลูกรีบแจ้นไปที่นั่นทันที...

    ผีแม่จิตยังตามไปหลอกหลอนสมุนที่เหลืออยู่ของนเรนทร์ถึงในห้องขัง ไม่มีใครเห็นเธอนอกจากรสิกากับสมุนเท่านั้น สมุนกลัวลนลานหนีไปซุกอยู่มุมห้องขังส่งเสียงร้องให้คนช่วย ตำรวจกลับหาว่าเขาคงจะเสพยามาก็เลยสติฟั่นเฟือน เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจ ผีแม่จิตสะกดจิตให้สมุนเอาหัวโขกข้างฝาจนเลือดไหลอาบ สารวัตรต้องสั่งให้จ่าเวรเอาตัวออกจากห้องขังไปส่งโรงพยาบาล

    รสิกาทนดูไม่ได้โผซบหน้ากับอกวฤกษ์ กมลรัตน์เองก็ต้องเบือนหน้าหนี ทุกคนมองเขาด้วยความเวทนา...

    เสร็จจากให้ปากคำ ทุกคนพากันลงจากโรงพัก แต่ต้องตกใจเมื่อเจอกรรณิการ์มาดักรออยู่ กมลรัตน์กับภานุวัตถูกเล่นงานที่มาข้องแวะกับพวกพนาเวท แถมยังพาลหาเรื่องด่าว่าวฤกษ์กับดรลอีกด้วย วฤกษ์ไม่อยากยุ่งด้วยคว้ามือรสิกาเดินหนี ดรลเตือนอย่าหาเรื่องให้มากเกินไปตนไม่ใจเย็นเหมือนพี่วฤกษ์

    “หน้าอินทร์หน้าพรหมผมก็ไม่เคยกลัว” พูดจบเดินตามญาติผู้พี่ไป กรรณิการ์จะตามไปเอาเรื่อง ภานุวัตดึงมือไว้ ขอร้องให้กลับไปคุยกันที่บ้านดีกว่า ส่งเสียงเอะอะอย่างนี้อายคนอื่นเขา

    “มีลูกมีหลานที่ไม่เชื่อฟังฉันนี่ มันน่าอายมากกว่า” กรรณิการ์โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

    ทั้งภานุวัตและกมลรัตน์ถูกกรรณิการ์เล่นงานตั้งแต่โรงพักยันถึงบ้านจนหูชาไปตามๆกัน...

    ความเคียดแค้นที่ฝังแน่นในจิตใจของแม่ทำให้ภานุวัตไม่สบายใจ อธิษฐานให้วิยะดาช่วยดลใจให้ท่านเลิกโกรธพวกพนาเวท เขาไม่อยากให้ท่านจมอยู่กับความแค้นจะพานป่วยเอาได้ ผีวิยะดาปรากฏตัวขึ้นใกล้ๆ โอบไหล่พี่ชายไว้อย่างปลอบโยน ภานุวัตรู้สึกถึงสัมผัสนี้ได้หันขวับไปมองแต่ไม่เจอใคร

    ooooooo

    ดึกสงัดวันเดียวกัน พระยาสุนทรพนาเวทออกฤทธิ์ออกเดชใช้ไม้เท้ากระแทกพื้นดังปังๆ เสียงก้องไปทั้งเรือนพะยอม ทั้งวฤกษ์ ดรลและปาริชาตต่างตกใจตื่นออกมาดู เสียงกลับเงียบหายไป ยังความแปลกใจให้กับทั้งสามคน ปาริชาตเห็นว่าไหนๆ ก็ตื่นแล้วจะไปดูหนูมิวสักหน่อย โดนฝนเมื่อหัวค่ำกลัวจะไม่สบาย

    “คุณอาไปพักผ่อนเถอะครับ ผมไปดูเอง” วฤกษ์เดินลิ่วไปทันที

    “แม่เคยได้ยินเสียงตึงๆอย่างนี้มาก่อนหรือเปล่า” ดรลถามเสียงแผ่ว ปาริชาตส่ายหน้าแทนคำตอบ...

    เสียงไม้เท้ากระแทกพื้นอย่างโกรธเกรี้ยวของพระยาสุนทรพนาเวทเป็นการเรียกผีแม่จิตมาต่อว่าที่เกือบจะฆ่าคนตายสร้างบาปเพิ่มให้กับตัวเองและเตือนให้เร่งทำการของตัวเองให้เสร็จจะได้ไปผุดไปเกิดกันสักที วิญญาณของตนกับคุณหญิงมุกทรมานอยู่ในเรือนนี้เพราะเธอมานานแล้ว ผีแม่จิตรับคำแล้วหายวับไปโผล่ที่ห้องนอนของหนูมิว เห็นรสิกานอนหลับอยู่ข้างๆ ก็ร้องเรียก

    “แม่พะยอม ไปกับฉัน ถึงเวลาที่หล่อนจะต้องรู้เรื่องราวในอดีตอีกแล้ว”

    ร่างโปร่งแสงของรสิกาลุกขึ้นจากกายหยาบ แล้วหายไปกับผีแม่จิต...

    การท่องอดีตครั้งนี้ของรสิกาทำให้ได้รู้ว่าคุณหญิงมุกจะจับพฤกษ์คลุมถุงชนกับแม่จันทร์ แต่เขาปฏิเสธไม่ยอมทำตามเนื่องจากรักใคร่ชอบพออยู่กับแม่พะยอม แม่จันทร์ทนความอับอายไม่ไหวชวนคุณหญิงทิพย์กลับ แล้ววิ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นออกไป คุณหญิงมุกโกรธมากต่อว่าต่อขานลูกชายยกใหญ่ ที่ไปหลงเสน่ห์นังนั่น

    “ผมกับพะยอมรักกัน ไม่มีอะไรพรากเราสองคนได้ ขอผมตัดสินใจเองเถอะครับคุณแม่” พูดจบพฤกษ์

    ลงเรือนไป ภูมิจะตามแต่คุณหญิงมุกเป็นลมเสียก่อนก็เลยต้องอยู่ดูแล...

    อีกมุมหนึ่งของเรือนท่านเจ้าคุณ แม่จิตยื่นข้อเสนอจะช่วยให้แม่พะยอมได้สมปรารถนากับพฤกษ์แต่มีข้อแม้ ต้องให้ตนเป็นเมียเขาด้วย หรือไม่ก็ต้องไปกินน้ำใต้ศอกแม่จันทร์

    “ยกเว้นพ่อกับแม่ คนที่ฉันรักก็มีเพียงสองคนเท่านั้นคือคุณพฤกษ์กับพี่จิต ทำไมฉันจะยอมไม่ได้ล่ะจ๊ะ”

    แม่จิตยิ้มสมใจ เป็นจังหวะเดียวกับแจ่มเข้ามาตามแม่พะยอมให้ไปพบคุณหญิงมุก ครู่ต่อมาแม่พะยอมกับแม่จิตมาถึงห้องโถง คุณหญิงมุกไม่พูดพล่าม ตบแม่พะยอมหน้าหัน ด่าซ้ำหยาบๆคายๆ พฤกษ์ตกใจ

    เข้ามากอดหญิงคนรักไว้ ท่านเจ้าคุณต้องขอร้องให้คุณหญิงใจเย็นๆ อย่าทำให้ทุกอย่างสายเกินแก้ เธออ้างที่ทำทั้งหมดเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมไม่ให้นังไพร่จากหัวเมืองมายุ่งกับพฤกษ์

    “คราก่อนกูกล้อนหัวมึงนึกว่ามึงจะหลาบจำแต่มึงก็หาจำไม่ วันนี้กูจะขังมึงไว้ ปะเหมาะเคราะห์ดีกูจะขายมึงไปกับเรือสินค้า ไปเป็นผู้หญิงหยำฉ่าอยู่ในเรือมีชีวิตเยี่ยงทาส”

    “หากคุณแม่ทำเยี่ยงนั้น ผมจะไม่นับถือคุณแม่อีกเลย” พฤกษ์เสียงกร้าว

    คุณหญิงมุกโกรธที่ลูกชายแข็งข้อ พาลจะเข้าไปตบตีแม่พะยอมอีก พฤกษ์คว้ามือแม่ไว้ขอให้เลิกทำรุนแรงกับเธอได้แล้ว ท่านไม่สนใจสั่งให้แจ่มลากนังตัวดีออกไปให้พ้นหน้า แม่พะยอมถูกแจ่มลากถูลู่ถูกังก็ร้องไห้โฮขอให้แม่จิตกับพฤกษ์ช่วย รสิกาเห็นแม่พะยอมถูกรังแกก็ร้องไห้ออกมาด้วยความสงสาร ผีแม่จิตลากแขนรสิกาหายวับไปโผล่อีกมุมหนึ่งของเรือนท่านเจ้าคุณ เธอสะบัดมืออีกฝ่ายหนึ่งออก

    “ปล่อยฉัน ฮึ ฉันหลงเข้าใจว่าแม่จิตดีต่อแม่พะยอม ที่แท้ก็ร้ายเหมือนคนอื่น พาฉันกลับเดี๋ยวนี้”

    “ยัง แม่พะยอมต้องเห็นภาพนี้ก่อนกลับ...ไปกับข้า” ผีแม่จิตฉวยมือรสิกาก่อนจะหายวับไปโผล่ในห้อง

    แม่พะยอม เห็นแม่พะยอมจะผูกคอฆ่าตัวตายแต่พฤกษ์มาช่วยเอาไว้ทัน รสิกาทนดูไม่ได้หนีกลับเข้าร่าง ผวาตื่นลุกพรวดเผลอเรียกชื่อ “พฤกษ์” ออกมา ครั้นเห็นวฤกษ์กุมมือตัวเองอยู่รีบสะบัดออก เขาคว้าเธอมากอดไว้

    “ฝันร้ายเหรอรสิกา แล้วเมื่อครู่นี้เรียกฉันว่าอะไรนะ ถึงหน้าตาฉันจะเหมือนทวดพฤกษ์ แต่ฉันชื่อวฤกษ์ ฝันอะไร เล่าให้ฉันฟังได้หรือเปล่า”

    รสิกาขอร้องให้เขาปล่อย แล้วต่อว่าว่าเข้ามาในห้องนี้ทำไม ถ้าใครมาเห็นเข้าเธอจะเดือดร้อน เขาเป็นห่วงหนูมิวตัวร้อนจี๋ ตั้งใจจะมาปลุกเธอแต่เธอคงเพลียมาก ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น เขาก็เลยเผลอหลับไปด้วย

    รสิกาจับตัวหนูมิวถึงได้รู้ว่าตัวร้อนจัด ขอไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้แกก่อน ถ้าไม่ดีขึ้นคงต้องพาไปหาหมอ

    “ฝากด้วยแล้วกัน เมื่อคืนฉันกุมมือเธอทั้งคืน ขอบใจที่ยังใส่แหวนฉันติดนิ้วและหวังว่าเธอจะไม่ลาออกอย่างที่พูด” วฤกษ์ยิ้มๆ แล้วลุกออกจากห้อง รสิกาก้มดูแหวนที่นิ้วตัวเองยิ้มมีความสุข

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:01 น.