ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เรือนพะยอม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร คุณย่ามะลิยังปักใจเชื่อว่าคุณทวดพฤกษ์คือวฤกษ์ในชาติภพใหม่ ส่วนคุณพะยอมก็คือรสิกา ปาริชาตกลัวใครรู้เรื่องนี้จะหัวเราะเยาะเอาได้ อีกอย่างเธอไม่อยากให้เรือนพะยอมมีเรื่องน่ากลัวไปมากกว่านี้จึงคิดจะตัดไฟแต่ต้นลม แก้วตาสงสัยว่าเธอจะทำอย่างไร

    “ไว้เป็นหน้าที่ของฉันเอง ไปดูคุณย่าเถอะ”

    แก้วตารับคำแล้วเดินกลับไปที่เรือนไทย ขณะที่ปาริชาตครุ่นคิดหนัก...

    อีกมุมหนึ่งหน้าเรือน ดรลไม่เป็นอันทำอะไร ชะเง้อคอยาวมองไปยังถนนทางเข้าเรือนพะยอม แต่ไม่เห็นวี่แวววฤกษ์กับรสิกา นายแสงยืนมองอยู่สักพักหนึ่งแล้ว ตัดสินใจเข้ามาถามดึกแล้วมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ได้ความว่ามารอวฤกษ์กับรสิกา ทำไมป่านนี้ยังไม่กลับ เป็นอะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้

    “เห็นข่าวบอกว่าในเมืองฝนตกหนัก คงค่อยๆมาแหละครับ ทำไมคุณดรลไม่โทร.หาคุณวฤกษ์ล่ะครับ”

    “นายจะให้ฉันโทร.ไปขัดอารมณ์เขาสองคนเหรอ” พูดจบดรลเดินเข้าบ้านอย่างหัวเสีย นายแสงรู้สึกแปลกๆ ชอบกลหรือจะเกิดศึกชิงนางกันขึ้น มีลมพัดวูบเข้ามาทำให้ต้นพะยอมลู่ตามแรงลม กลีบดอกร่วงกราว นายแสงมองอย่างหวาดหวั่น รีบเดินกลับห้องตัวเอง ที่ขอบฟ้าไกลๆ มีฟ้าแลบแปลบปลาบ...

    ด้านจารุวรรณยังขวัญเสียไม่หาย นเรนทร์ซึ่งคอยปลอบอยู่ใกล้ๆบอกให้เธอดื่มเครื่องดื่มร้อนๆที่ละมัยชงมาให้เผื่อจะช่วยให้เธอนึกออกว่าเกิดอะไรขึ้น จารุวรรณส่ายหน้าน้ำตาคลอเบ้า ตอบไม่ได้จริงๆว่าเกิดอะไรขึ้น มารู้ตัวอีกทีก็เปียกโชกไปทั้งตัวแล้ว ละมัยสงสัยจะเป็นเพราะความเครียด นี่ยังดีที่ไม่มีมีดอยู่ใกล้ๆ ไม่อย่างนั้นคงกรีดเลือดจนหมดตัวไปแล้ว จารุวรรณด่าลั่นว่าปากเสีย นเรนทร์ไล่ละมัยไปนอนแล้วจับมือจารุวรรณไว้

    “ท่าทางคุณไม่ปกติเลย คืนนี้ผมจะนอนเป็นเพื่อนนะ” นเรนทร์โอบกอดจารุวรรณที่ยังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เธอปล่อยให้เขาโอบกอดทำตามใจไม่ขัดขืน...

    วฤกษ์กับรสิกาแวะกินข้าวก็เลยออกมาช้า ทำให้เจอกับฝนที่เทกระหน่ำอย่างหนักแทบมองไม่เห็นทาง เขาค่อยๆขับช้าๆเพื่อความปลอดภัย แล้วหันมองรสิกาที่นอนหลับสนิทด้วยสายตาเปี่ยมรัก ก่อนจะเอื้อมมือมาบีบมือเธอไว้ ฝนไม่มีทีท่าจะหยุดแถมตกหนักกว่าเดิมอีก ทัศนวิสัยแย่มาก รถแฉลบเข้าข้างทาง วฤกษ์ต้องกระแทกเบรกจนรสิกาหน้าคะมำ

    ooooooo

    ด้วยอารมณ์พาไป จารุวรรณตกเป็นของนเรนทร์ในที่สุด แม้จะอยู่ในอ้อมกอดเขาแต่ใจเธอกลับลอยไปอยู่ที่อื่น เขาไม่วายแขวะรู้ดีว่าเธอคิดอะไรกับวฤกษ์ เธอไม่พอใจถอยออกห่าง มันเป็นสิทธิ์ของเธอไม่ใช่หรือ

    “รู้อย่างนี้ให้คุณได้พบกับมันในงานก็ดีจะได้รู้กันไปเลยว่าคุณสมัครใจมาอยู่กับผม ดูสิว่าไอ้วฤกษ์มันจะหวงคุณอาลัยอาวรณ์คุณหรือเปล่า บางทีมันอาจจะปิดไร่พนาเวทเลี้ยงขอบคุณผมก็ได้”

    “หยาบคาย คุณได้ตัวฉันแล้ว คุณพูดอย่างนี้เหรอ”

    “เปล่า ผมแค่อยากรู้ว่าผมเป็นผัวคุณแล้วคุณยังจะคิดถึงคนอื่นอยู่อีกหรือเปล่า มานอนนี่” นเรนทร์ดึงจารุวรรณลงนอนข้างๆ เธอไม่ค่อยจะเต็มใจนักแต่ต้องสะกดอารมณ์เอาไว้...

    รถของวฤกษ์ดับไปเฉยๆ ต้องลงมาซ่อมท่ามกลางสายฝน รสิกาช่วยกางร่มให้อีกมือหนึ่งคอยส่องไฟเพื่อให้วฤกษ์ตรวจดูเครื่องยนต์ เขาเห็นเธอเพิ่งหายไข้จึงบอกให้ไปนั่งรอในรถ เขาจัดการคนเดียวได้ เธอไม่ยอมทำตาม จะอยู่ช่วยกางร่มกับส่องไฟให้ ทั้งคู่จึงไม่ได้ยินเสียงสัญญาณเรียกเข้ามือถือของวฤกษ์ที่วางอยู่ในรถ

    จารุวรรณลองโทร.อีกหลายครั้งแต่เหมือนเดิมไม่มีคนรับสาย เธอลดมือถือลงอย่างผิดหวัง แล้วกลับมาที่ห้องนอน นเรนทร์แอบอยู่หลังประตูรวบตัวเธอไว้ เธอตกใจร้องลั่น เขารีบเปิดไฟสว่างถามว่าไปไหนมา

    “วรรณก็ต้องมีห่วงบ้างสิ ถามทำไม”

    นเรนทร์รู้เท่าทันความคิดของเธอบอกให้ท่องให้ขึ้นใจด้วยว่าเธอมีผัวแล้ว...

    กว่าวฤกษ์จะขับรถพารสิกากลับถึงเรือนพะยอม พระอาทิตย์ขึ้นพ้นขอบฟ้าแล้ว ดรลเห็นรถแล่นเข้ามารีบผลุบเข้าบ้านทันที วฤกษ์เดินเข้าบ้านเห็นดรลทำเป็นยืนหันหลังให้ แกล้งถามเพิ่งตื่นหรือยังไม่ได้นอน

    “เห็นพี่กับคุณครูรสิกากลับมาผมก็หมดห่วง ไปนอนก่อนนะครับ”

    “ขอบใจที่เป็นห่วง รถเสียระหว่างทางน่ะฝนก็ตก...”

    “เลยช้า” ดรลประชดเสร็จเดินขึ้นห้อง...

    ที่ห้องนอนของรสิกา ผีแม่จิตนั่งอยู่ที่ปลายเตียง พอเห็นเจ้าของห้องเปิดประตูเข้ามามันหายวับไปเลย

    รสิกาเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดผมแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นดอกพะยอมร่วงอยู่ที่พื้น นิ่วหน้าแปลกใจมาอยู่ในนี้ได้อย่างไร เธอหยิบมาดมแล้ววางไว้ที่โต๊ะหัวเตียง คว้าผ้าเช็ดตัวเข้าไปอาบน้ำ ไม่นานนักเธอเดินมาล้มตัวลงนอนหลับสนิทด้วยความอ่อนเพลีย ผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง มองเธอด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย...

    สายมากแล้ว นิ่มนวลไม่เห็นรสิกาลงไปข้างล่างขึ้นมาปลุก พลางเอามือแตะตัวไม่พบว่าตัวร้อน อดแปลกใจไม่ได้วันนี้เป็นอะไรถึงได้นอนตื่นสายขนาดนี้ หรือเมื่อคืนนอนดึก เธอพยักหน้ารับคำแล้วถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ได้ความว่าปาริชาตให้ไปพบด่วน เธอวานนิ่มนวลไปเรียนท่านก่อนว่าเดี๋ยวเธอจะลงไป ขออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน จากนั้นไม่นานรสิกามาพบปาริชาตที่นั่งรอท่าอยู่ที่ห้องโถง ท่านพูดอย่างไม่อ้อมค้อม

    “ต่อไปนี้ฉันขอห้ามเธอขึ้นไปบนเรือนไทยของคุณย่าเด็ดขาด โดยเฉพาะที่ห้องเก็บอัฐิบรรพบุรุษ”

    “ฉันอยากทราบเหตุผลค่ะ”

    “คิดว่าตัวเองสำคัญนักรึรสิกา ถึงตาวฤกษ์จะเมตตาเธอแต่เธอก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลยในเรือนพะยอม เธอก็แค่ลูกจ้างของพนาเวทคนหนึ่งเท่านั้น หวังว่าเธอคงเข้าใจสิ่งที่ฉันพูด...เชิญ”

    รสิกาเชิดหน้าขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยทิฐิเนื่องจากไม่เข้าใจสิ่งที่ปาริชาตทำ ก้าวเดินได้แค่สามก้าวเธอเป็นลมล้มพับ โชคดีที่วฤกษ์รับไว้ทัน

    ooooooo

    เหตุการณ์ที่วฤกษ์กับรสิกาหายไปด้วยกันทั้งคืนเพิ่งกลับถึงเรือนพะยอมเมื่อฟ้าแจ้งเป็นที่โจษจันของเหล่าคนรับใช้ในบ้าน โดยเฉพาะนิ่มนวลดูจะเม้าท์สนุกปากกว่าเพื่อน ระหว่างนั้นแก้วตาวิ่งหน้าตื่นเข้ามาตามนิ่มนวลให้ไปช่วยคุณวฤกษ์ที คุณครูไม่สบาย

    “ตอนฉันไปเรียกก็ยังดีๆอยู่นี่ หรือว่าอดนอนทั้งคืน”

    แก้วตาขอร้องให้เลิกวิจารณ์ได้แล้ว รีบไปเดี๋ยวนี้ คุณปาริชาตให้มาตามนิ่มนวลด่วนที่สุด ครู่ต่อมานิ่มนวลมาถึงห้องรสิกาทันเวลาที่วฤกษ์อุ้มเธอมาวางบนเตียง เขาบอกให้นิ่มนวลไปเอาผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดหน้าให้

    รสิกาด้วย แล้วจับมือเธอไว้อย่างอ่อนโยนรักใคร่ หนูมิวเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงว่าคุณครูเป็นอะไรไป

    “คุณครูไม่สบาย หนูมิวอย่าเพิ่งกวนคุณครูนะคะ”

    “หนูมิวไม่กวนหรอกค่ะ แต่หนูมิวขอนั่งดูคุณครูตรงนี้นะคะ เผื่อคุณครูตื่นขึ้นมาหนูมิวจะได้ป้อนยาให้คุณครู” หนูมิวจับมืออีกข้างของรสิกาไว้ด้วยความเป็นห่วง...

    นิ่มนวลวิ่งมาเอายาแก้ไข้ที่ตู้ยา ตอนที่แก้วตาเข้ามาถามว่ารสิกาเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าตัวร้อนเป็นไข้อีกแล้ว ปาริชาตโพล่งขึ้นทันทีว่าไม่ได้สำออยใช่ไหม ทั้งแก้วตาและนิ่มนวลหันมองท่านเป็นตาเดียวกัน แก้วตารีบไล่นิ่มนวลให้เอายาไปให้รสิกากิน แล้วมองปาริชาตสายตาเต็มไปด้วยคำถาม

    “ฉันห้ามไม่ให้เขาขึ้นเรือนคุณย่าโดยเฉพาะที่ห้องเก็บอัฐิก็เกิดเป็นลมเอาดื้อๆ เลยอดคิดไม่ได้ว่าสำออย”

    “คงไม่สบายจริงๆค่ะคุณปาริชาต เอ้อ ลืมที่คุณท่านบอกแล้วหรือคะ ที่ว่าห้ามใครก็ห้ามได้แต่ห้ามคุณพะยอมไม่ได้”

    ปาริชาตหาว่าแก้วตาเหลวไหล อยู่กับคุณย่ามะลิมากก็เลยเป็นไปกับท่านอีกคนหนึ่ง...

    ขณะทุกคนกำลังวุ่นกับการป่วยของรสิกา แมวโทร.ไปฟ้องจารุวรรณเรื่องที่วฤกษ์หายไปกับรสิกาทั้งคืนเพิ่งกลับมาเมื่อเช้านี้นี่เอง เธอร้อนใจมากบอกแมวว่าจะรีบไปที่เรือนพะยอมเดี๋ยวนี้ วางสายแล้วกดรีโมตฯเปิดรถคันหนึ่ง ละมัยได้ยินเสียงปลดเซ็นทรัลล็อกรถ รีบออกมาโวยวายว่าขออนุญาตคุณนเรนทร์แล้วหรือ

    “อย่าสะเออะมาสั่งฉัน ฉันเป็นเมียคุณนเรนทร์จำใส่หัวไว้”

    “ผู้หญิงที่คุณผู้ชายพามาแบบคุณน่ะมีไม่ซ้ำหน้าหรอกค่ะ ถ้าคุณผู้ชายยังไม่ยกย่องคุณ ฉันก็ยังไม่นับถือ”

    จารุวรรณไม่สนใจสตาร์ตรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว

    ooooooo

    วฤกษ์ นิ่มนวลและหนูมิวกำลังเฝ้าไข้รสิกาอยู่ในห้อง ตอนที่ดรลเปิดประตูเข้ามาจะแตะตัวรสิกา แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงวฤกษ์กระแอมขึ้นเสียก่อน

    “เรานัดลูกค้าไว้ใช่ไหม นายมาก็ดีแล้ว พี่ว่าจะไปพอดี เมื่อคืนพี่นอนดึก วันนี้ช่วยขับรถให้พี่นั่งหน่อย”

    ดรลรู้ว่าวฤกษ์กันท่า แต่ก็หนีไม่ออกจำต้องรับปาก วฤกษ์หันมองรสิกาสายตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง แต่พอเห็นดรลมองอยู่ ทำไม่รู้ไม่ชี้เดินนำออกไป ครั้นวฤกษ์ไปพ้นจากเรือนพะยอมแล้ว ผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้นที่ปลายเตียงใช้ฤทธิ์เดชทำให้นิ่มนวลและหนูมิวนั่งตัวแข็งทื่อ ราวกับต้องมนต์สะกด แม่พะยอม...แม่พะยอมจ๊ะ ตามฉันมาทางนี้สิ ตามมา เธอจะได้รู้ความจริงในอดีต แม่พะยอม”

    กายโปร่งแสงของรสิกาลุกออกจากร่างที่นอนอยู่บนเตียงก้าวตามผีแม่จิตทะลุผนังห้องหายไป...

    ผีแม่จิตพารสิกาย้อนอดีตไปเมื่อร้อยปีที่แล้ว บนเรือนไทยหลังนี้เต็มไปด้วยบ่าวไพร่กำลังช่วยกันเช็ดถูเรือน บ้างก็ทำความสะอาดถ้วยโถโอชามเครื่องเรือนต่างๆ คุณพะยอมนั่งร้อยพวงมาลัยดอกมะลิอยู่ที่มุมหนึ่ง

    คุณหญิงมุกเข้ามาเห็นเธอก็ไม่พอใจปรี่เข้ามากระชากเข็มร้อยมาลัยไปจากมือ แล้วด่าว่าด้วยความเกรี้ยวกราด คนถูกเล่นงานได้แต่ก้มหน้านิ่ง ท่านด่าจนสาแก่ใจก็ผละจากไป รสิกาได้แต่ยืนงงเพราะมีแต่ภาพแต่ไม่มีเสียง ผีแม่จิตโอดครวญ

    “โธ่...ทำไมเธอไม่ได้ยินเสียง นี่ฉันยังไม่มีบารมีพอที่จะทำให้เธอรับรู้เรื่องในอดีตได้รึ”

    คุณพะยอมคลานไปเก็บเข็มร้อยมะลิ พระยาสุนทรพนาเวทมาหยุดตรงหน้า เธอเงยหน้ามองทั้งน้ำตา วางเข็มในมือแล้วยกมือไหว้ คุณหญิงมุกหันมาเห็นก็ปรี่เข้ามาต่อว่าท่านพระยา ก่อนจะรุนหลังให้เดินออกห่าง แล้วหันมากระชากผมคุณพะยอมจนหน้าหงาย ฟาดด้ามพัดที่หน้าหนึ่งที จากนั้นเดินตามสามีไป

    รสิกายังคงได้แต่ยืนมองภาพที่ไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดมาให้ได้ยิน เสียงเรียกของหนูมิวปลุกคุณครูสาวให้ตื่นขึ้นจากมนต์สะกด เธอต้องกะพริบตาถี่ๆเพราะภาพลูกศิษย์ที่อยู่ตรงหน้าไม่ชัด นิ่มนวลดีใจที่เธอได้สติ

    “คุณครูรู้สึกตัวแล้วค่ะ”

    มีเสียงจารุวรรณดังขึ้นที่ประตูห้อง “รู้สึกตัวก็ดี หมดเวลาสำออยแล้ว นิ่ม...พาคุณมิวออกไปข้างนอก”

    หนูมิวดื้อดึงไม่ยอมไปกลัวจารุวรรณจะทำอะไรคุณครูของตัวเอง ยัยน้าจอมจุ้นไม่พอใจที่หลานดื้อใส่ทำท่าจะเล่นงาน รสิกาไม่อยากให้หนูมิวถูกทำโทษ ขอร้องให้แกออกไปก่อน เด็กน้อยทำตามอย่างว่าง่าย

    เมื่อได้อยู่กันเพียงลำพัง จารุวรรณประกาศอย่างหน้าไม่อายว่าวฤกษ์เป็นคนรักของตน ห้ามรสิกามายุ่ง เธอบอกให้จารุวรรณไปสั่งวฤกษ์ไม่ให้มายุ่งกับเธอ

    จะดีกว่า อย่าลืมว่าเธอเป็นลูกจ้างของเขา เขาสั่งอะไรเธอก็ต้องทำ จารุวรรณไม่พอใจจะเข้าไปเอาเรื่อง รสิกาลุกพรวดขึ้นเผชิญอย่างไม่เกรงกลัวจนอีกฝ่ายต้องล่าถอยออกไป ครั้นยัยน้าจอมจุ้นเดินมาถึงบันไดจะลงข้างล่าง ผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้นด้านหลังผลักขาจนเสียหลัก

    โชคดีที่จารุวรรณคว้าราวบันไดไว้ทัน หันขวับไปมองแต่ไม่เจอใครถึงกับหน้าซีดเผือดแทบจะโดดผลุงเดียวลงไปข้างล่าง ผีแม่จิตยืนอยู่ที่บันไดชั้นบนสุดมองตามสีหน้าเอาเรื่อง...

    แม้จะถูกเหตุการณ์แปลกๆเล่นงานแต่ความอยากได้วฤกษ์มาเป็นของตัวอยู่เหนือความกลัวทั้งปวง ยิ่งได้รู้จากหนูมิวว่าเขาอยู่เฝ้าไข้รสิกาตลอด รีบดึงตัวหนูมิวไปคุยนอกรอบ เสี้ยมให้เด็กน้อยเกลียดรสิกา และให้ช่วยตนไล่มันออกไป เด็กน้อยจำต้องรับปากทั้งที่ฝืนใจสุดๆ

    ooooooo

    รสิกาถึงกับกินอะไรไม่ลงเมื่อนึกถึงภาพคุณหญิงมุก ด่าว่าทำร้ายคุณพะยอม รวบช้อนส้อมหยิบน้ำขึ้นมาดื่ม ทั้งป้าผ่องและแก้วตาคะยั้นคะยอให้กินอะไรบ้างไม่อย่างนั้นจะเอาอะไรไปสู้กับโรค เธอกินไม่ลงจริงๆ ขอผลไม้กับโอวัลตินสักแก้วก็พอ แก้วตาบอกให้เธอไปพักผ่อนก่อนเดี๋ยวจะเอาไปให้ที่ห้อง

    “วันนี้ให้นังนิ่มดูแลคุณมิวไปก่อน”

    “ขอบคุณค่ะ” พูดจบรสิกาลุกออกไป แก้วตาแอบบ่นกับป้าผ่อง ถ้ารสิกาอยู่ที่นี่ไม่ได้คงน่าเสียดายน่าดู อุตส่าห์เข้ากับหนูมิวได้

    แถมวฤกษ์ยังดูเมตตามากกว่าครูคนอื่นๆ จังหวะนั้นจารุวรรณจูงมือหนูมิวเข้ามาถามหารสิกา พอไม่เจอคนที่จะเอาเรื่องก็เลยพาลเล่นงานป้าผ่องกับแก้วตาแทนหาว่าดูแลหนูมิวไม่ดี จะฟ้องวฤกษ์ให้เล่นงานทุกคนเรียงตัว ป้าผ่องกับแก้วตามองสบตากันรับรู้ได้ถึงความยุ่งยากที่จะตามมา...

    จารุวรรณทำตามคำขู่ แจ้นไปฟ้องวฤกษ์ถึงไร่พนาเวทว่าหนูมิวมีสภาพย่ำแย่เนื้อตัวมอมแมม นิสัยก็แย่ลง ไหนว่ารสิกาจบทางด้านนี้โดยเฉพาะแต่หนูมิว กลับไม่มีพัฒนาการ ที่เคยเชื่อฟังเธอก็เปลี่ยนไป เขาควรต้องพิจารณาผลงานของรสิกาได้แล้ว ทางที่ดีไล่ออกไปเลยจะดีกว่า วฤกษ์เชื่อมั่นว่าตัวเองเลือกครูพี่เลี้ยงไม่ผิด

    “ที่สำคัญรสิกาเข้ากับยัยมิวได้ ตั้งแต่รสิกามาอยู่ที่นี่ยัยมิวไม่เคยอาละวาดเลย”

    “ถ้างั้นวรรณขอพักที่เรือนพะยอมสักเดือนหนึ่งจะได้ควบคุมการทำงานของรสิกา คุณคงไม่ว่าอะไรนะคะ”

    วฤกษ์ไม่ขัดข้องแต่อย่าก้าวก่ายการทำงานของรสิกาก็แล้วกัน คนดีมีอุดมการณ์ยอมมาทำงานในไร่ที่ห่างไกลความเจริญหาไม่ได้ง่ายๆ เขายังไม่อยากหาครูคนใหม่ แล้วผละจากไป จารุวรรณมองตามเจ็บใจที่เขาเห็นรสิกาดีกว่าตนเอง ส่วนดรลที่ยืนฟังอยู่ด้วยแอบยิ้ม สะใจ...

    ขณะที่แผนเสี้ยมให้วฤกษ์ไล่รสิกาออกล้มคว่ำไม่เป็นท่า คุณย่ามะลิฝันเห็นคุณหญิงมุกมาหา ครั้นลืมตาตื่นกลับพบวิญญาณของท่านยืนอยู่ที่ปลายเตียง พยายามจะลุกไปหาพลางเรียกชื่อท่านด้วย แก้วตามองตามสายตาของคุณย่าแต่ไม่เห็นอะไร คุณหญิงมุกปรากฏตัวได้สักพักก็เลือนหายไป

    คุณย่ามะลิสั่งให้แก้วตาพาไปที่ห้องเก็บอัฐิและให้นำรูปภาพของคุณหญิงมุกออกจากกำปั่นมาติดเพื่อเป็นสง่าราศีแก่เรือนพะยอม บรรพบุรุษจะได้ไม่น้อยใจ ไม่สาปแช่งคนในเรือนนี้ ปาริชาตเดินเข้ามาเห็นแก้วตากำลังเปิดกำปั่น ถามว่าจะทำอะไร เธอจะเอารูปเก่าๆมาติดตามคำสั่งของคุณย่ามะลิ ปาริชาตแปลกใจจะเอารูปมาติดทำไม คุณย่าเห็นว่าคุณพะยอมกลับมาแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องเหมือนเดิม

    “คุณย่าคะ ไปพักผ่อนเถอะค่ะ ในนี้ฝุ่นเยอะให้หนูทำความสะอาดก่อนนะคะ แก้วตาพาคุณย่ากลับห้อง”

    ooooooo

    ในเวลาต่อมา ขณะปาริชาตกำลังทำความสะอาด รูปภาพคุณหญิงมุกกับท่านพระยาสุนทรพนาเวทอยู่ที่ห้องโถงของเรือนโดยมีนิ่มนวลคอยเป็นลูกมือแบบกลัวๆกล้าๆ แต่ก็ไม่วายถามว่ารูปเหล่านี้เป็นรูปใคร

    “ประมุขของเรือนพะยอม แต่ก่อนฉันก็เก็บไว้ในห้องอัฐิบรรพบุรุษแต่คุณท่านให้นำมาติดไว้ให้เป็นสง่าราศี แต่ก่อนก็ไม่มีใครคิดถึง พอแม่...” ปาริชาตนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูดพาดพิงถึงใครก็หยุดกึก ระหว่างนั้นหนูมิววิ่งหน้าตั้งเข้ามาโดยมีรสิกาไล่ตามติดเห็นรูปในมือปาริชาตก็ร้องทักว่าใครทำไมน่ากลัวนัก

    รสิกาเห็นรูปคุณหญิงมุกที่ปาริชาตกำลังทำความสะอาดก็จำได้ว่าเป็นคนคนเดียวกับที่ตัวเอง

    ฝันถึง ผงะด้วยความตกใจเซไปนั่งแปะที่โซฟาใกล้ๆ นิ่มนวลเห็นเธอหน้าซีดๆถามว่าเป็นอะไร ปาริชาตรับรู้ได้ถึงความไม่ปกติสั่งให้นิ่มนวลพาเธอไปพักผ่อนก่อน แล้วบอกหนูมิวอย่าเพิ่งกวนคุณครู นิ่มนวลเข้าไปประคองรสิกา

    “ไม่...ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอกนิ่ม”

    “แต่ท่าทางครูแปลกๆนะคะ นิ่มว่าไปพักผ่อนดีกว่าค่ะ”

    สุดท้ายรสิกายอมให้นิ่มนวลพาไปพักผ่อนที่ห้อง เธอฝากนิ่มนวลดูแลหนูมิวแทนด้วย นิ่มนวลบอกให้เธอพักผ่อนให้มากๆ ไม่ต้องเป็นห่วงหนูมิว ตนจะดูแลให้เอง แล้วปล่อยให้รสิกานอนหลับพักผ่อน เธอยังคาใจไม่หายว่าคุณหญิงมุกที่เห็นในความฝันเป็นใครกันแน่ ตัดสินใจโทร.ไปหากมลรัตน์เผื่อจะช่วยอะไรได้

    กมลรัตน์มัวแต่เม้าท์ไม่ทันเห็นภานุวัตแอบฟังอยู่ พอเขาได้ยินว่ารสิกาอยู่ที่เรือนพะยอมก็โผล่พรวดออกมาโวยวายว่าคุยกับรสิกาอยู่หรือ กมลรัตน์ตกใจรีบปิดมือถือปฏิเสธว่าไม่ใช่แล้วเดินหนี รสิกาใจคอไม่ดีเพราะได้ยินเสียงเขาลอดมาในสายแถมเพื่อนรักปิดมือถือไปหน้าตาเฉยก็ยิ่งเป็นกังวล...

    ขณะที่ภานุวัตล่วงรู้ความลับที่รสิกาไปทำงานที่เรือนพะยอม แก้วตาเดินผ่านห้องพักรับรองแขกเห็นแมวกำลังปูผ้าปูที่นอนใหม่ เข้าไปถามว่าใครจะมาพัก พอรู้ว่าเป็นจารุวรรณกำลังจะมาจากไร่พนาเวทก็ทักท้วงว่าบอกปาริชาตแล้วหรือยัง แมวไม่เข้าใจทำไมต้องบอกในเมื่อวฤกษ์อนุญาตแล้ว แก้วตากระชากผ้าปูออก

    “คุณปาริชาตได้รับมอบหมายให้ดูแลบ้านนี้ ต่อให้ใครจะไปจะมาก็ต้องขอคุณปาริชาตก่อน”

    “เจ้านายตัวจริงมาแล้ว ยังจะกล้าทำแข็งข้อ...ฮึ”

    แก้วตาไม่ได้สนใจคำพูดของแมว รีบนำเรื่องนี้ไปฟ้องปาริชาต แต่หาตัวไม่เจอ ที่ห้องโถงก็ไม่เห็น แต่กลับเจอจารุวรรณยืนกอดอกมองอยู่ที่ประตู เธอรีบดักคอว่าวฤกษ์ไม่อยู่ จารุวรรณไม่ได้มาหาเขา ยังไม่ทันจะบอกว่ามาหาใคร แก้วตาชิงตัดบท เชิญให้นั่งรอที่โซฟาก่อน ตนจะไปตามปาริชาตให้

    “จองหองกันทั้งบ้าน” จารุวรรณด่าไล่หลังสีหน้าเอาเรื่อง...

    คนที่แก้วตาตามหากำลังเอารูปคุณหญิงมุกกับพระยาสุนทรพนาเวทที่ทำความสะอาดแล้วมาให้คุณย่ามะลิดูว่าจะให้ติดไว้ที่ไหน ท่านจะให้ติดในห้องเก็บอัฐิแล้วให้เกณฑ์สาวใช้มาทำความสะอาดห้องนั้นด้วย

    “คุณพะยอมกลับมาอยู่เรือนนี้ คุณหญิงมุกกับท่านพระยาคงดีใจ”

    นายแสงมองรูปภาพในมือก่อนจะถามด้วยสีหน้าหวาดๆว่าจะติดวันนี้เลยหรือ นี่ก็เย็นมากแล้วกว่าจะทำเสร็จแดดคงหมด คุณย่ามะลิเห็นสีหน้าของเขาก็รู้ว่ากลัว ปลอบว่าท่านทั้งสองคนใจดี ไม่ทำร้ายเขาแน่นอน

    “เว้นแต่ใครก็ตามที่คิดร้ายต่อคนในเรือนพะยอม คนนั้นมันอยู่ไม่ได้แน่”

    แก้วตาเข้ามาพอดี นายแสงดีใจ ขอให้ช่วยติดรูปนี้ให้ ปาริชาตเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของแก้วตาถามว่ามีอะไร เธอรีบมานั่งข้างๆ เล่าให้ฟังว่าจารุวรรณจะมาอยู่ที่นี่ โทร.มาสั่งนังแมวทำความสะอาดห้องพักแขก

    “ฮึ คงเจอดีแหละ ถ้าคิดไม่ดีคุณท่านไม่เอาไว้หรอก” คุณย่ามะลิยิ้มเจ้าเล่ห์

    ooooooo

    กมลรัตน์หนีไม่ออกจำต้องยอมรับว่ารสิกาทำงานอยู่ที่เรือนพะยอม ไม่ได้กลับกรุงเทพฯอย่างที่โกหกไว้ ขอร้องภานุวัตอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณป้ากรรณิการ์ และห้ามบอกรสิกาด้วยว่าเขารู้เรื่องนี้มาจากเธอ เขายอมทำตาม แต่มีข้อแม้ เธอต้องช่วยทำอย่างไรก็ได้ให้รสิการักเขาให้ได้

    “ก็ได้แต่ไม่รับประกันนะ เพราะตามประวัติที่รู้มา ยัยรสิกาไม่เคยมีแฟนเลยอาจจะไม่สนใจพี่วัตก็ได้”

    ภานุวัตเชื่อมือตัวเองเรื่องพูดให้ผู้หญิงใจอ่อนหลงรัก ไม่เกินความสามารถของเขา...

    ปาริชาตไม่ลงมาหาจารุวรรณแต่ให้แก้วตาไปพาเธอมาพบที่เรือนคุณย่ามะลิแทน เธอถือโอกาสนี้บอกกล่าวกับคุณย่าและปาริชาตว่าจะมาอยู่ที่นี่หลายวันหน่อย เป็นห่วงหลานสาวจึงต้องเข้ามาอบรมใกล้ชิด ปาริชาตทักท้วงที่นี่มีครูรสิกาแล้ว ไม่เห็นต้องลำบากจารุวรรณ

    “โอ๊ย นั่นแหละค่ะตัวดีเลย ตั้งแต่แม่ครูพี่เลี้ยงคนนี้เข้ามา ทำเอายัยมิวเปลี่ยนไป ดื้อรั้น สกปรกกว่าเดิม วรรณปล่อยไว้ไม่ได้แน่ค่ะ”

    คุณย่ามะลิหันขวับมองจารุวรรณสีหน้าไม่พอใจ หมายความว่าอย่างไรที่ปล่อยไว้ไม่ได้ เธอจะพิจารณาการทำงานของรสิกาถ้าทำงานไม่ดีก็จะให้วฤกษ์ไล่ออก คุณย่ามะลิตวาดแว้ดอย่างเอาเรื่อง ปาริชาตเห็นท่าไม่ดีรีบบอกให้จารุวรรณออกไปก่อน คุณย่าจะพักผ่อน

    “ก็ได้ค่ะ วรรณลาคุณย่าก่อนนะคะ กลับไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านจะได้มาอยู่ที่นี่ได้หลายๆวัน วรรณจะช่วยดูแลคุณย่าให้ค่ะ วรรณเรียนพยาบาลมา เรื่องดูแลคนแก่วรรณถนัดค่ะ”

    “ขอบใจ ทางที่ดีหล่อนไม่ต้องย่างกรายขึ้นมาบนเรือนนี้ก็ได้ แม่ปาริชาต ฉันจะพักผ่อน”

    จารุวรรณไม่พอใจที่ถูกไล่ซึ่งหน้าแต่ต้องข่มอารมณ์ไว้ แต่พอพ้นระยะได้ยินเท่านั้นก็ด่าลับหลังว่าบ้ากันทั้งนายทั้งขี้ข้า ถ้าตนได้เป็นคุณผู้หญิงของที่นี่เมื่อไหร่จะเช็กบิลเรียงตัวเลย ทันใดนั้นเธอเห็นทางหางตาเหมือนมีร่างของใครบางคนยืนอยู่ ใจหายแวบยังไม่ทันจะหันไปมองมีเสียงแมวร้องทักเสียก่อน เธอถึงกับถอนใจโล่งอก แต่ไม่วายต่อว่าทีหน้าทีหลังจะมาก็ให้เสียงกันหน่อย แมวแค่จะมาแจ้งว่าจัดห้องเรียบร้อยแล้ว

    “แมวเพิ่งไปเก็บดอกพะยอมที่ร่วงมาวางบนเตียงให้ค่ะ คืนนี้จะได้หอมๆ”

    แทนที่จะได้หน้ากลับโดนจารุวรรณด่าว่าสู่รู้ สั่งให้เอาดอกพะยอมไปทิ้ง เธอไม่ชอบ...

    พอใกล้โพล้เพล้ ผีแม่จิตพารสิกาที่หลับสนิท ย้อนกลับไปในอดีตอีกครั้ง คราวนี้เธอได้เห็นคุณพฤกษ์กับคุณภูมิลูกของคุณหญิงมุกกับพระยาสุนทรพนาเวท

    เธอตะลึงกับใบหน้าคุณพฤกษ์ที่เหมือนวฤกษ์ราวกับคนเดียวกัน บรรยากาศเหมือนมีงานเลี้ยงอะไรสักอย่าง นอกจากนี้เธอยังได้เจอกับแม่จันทร์ที่ใบหน้าละม้ายคล้ายกับกรรณิการ์ราวกับแกะ แต่รสิกาไม่สามารถจับใจความอะไรได้เพราะมีเพียงภาพไม่มีเสียงอีกเช่นเคย

    “คุณครูขา ตื่นเถอะค่ะ เย็นมากแล้ว คุณครูรสิกาขา” เสียงหนูมิวปลุกให้จิตของรสิกากลับเข้าร่าง เธอค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น เห็นใบหน้าของวฤกษ์อยู่ใกล้มาก รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องต้องขยับออกห่าง เขาอยากรู้ว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง ถ้ายังไม่หายจะได้พาไปหาหมอ หนูมิวเอามือแตะตัวเธอ

    “ตัวก็ไม่ร้อนนี่คะ ทำไมครูนอนนานจัง คุณลุงเป็นห่วง”

    ระหว่างนั้นนิ่มนวลเข้ามาตามหนูมิวไปกินข้าว ทำให้รสิกาอยู่กับวฤกษ์เพียงลำพัง เขาเองก็เขินไม่แพ้เธอ รีบตัดบทบอกให้ไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงไปกินข้าวด้วยกัน เธอนิ่วหน้าแปลกใจปกติเธอจะกินกับป้าผ่องในครัว

    “ต่อไปนี้ เธอต้องกินข้าวร่วมโต๊ะกับฉัน” สั่งเสร็จวฤกษ์ลุกออกไป

    ooooooo

    จารุวรรณกลับมาถึงเรือนพะยอมทันเวลาอาหารค่ำพอดี เห็นเก้าอี้ว่างข้างวฤกษ์รีบทรุดตัวลงนั่ง แก้วตาจัดแจงจะตักข้าวให้ทุกคนแต่วฤกษ์ร้องห้ามไว้ ให้รอรสิกาก่อน จารุวรรณแดกดันทันที

    “เพิ่งทราบว่าเรือนพะยอมอนุญาตให้คนรับใช้มากินข้าวร่วมโต๊ะกับเจ้านายด้วย”

    รสิกามาทันได้ยินพอดี ชะงักเท้าไม่ก้าวเข้ามา วฤกษ์หันไปเห็นร้องเรียกให้มานั่ง แล้วผายมือไปยังเก้าอี้อีกตัวหนึ่งที่ว่างอยู่ เธอเดินไปนั่งอย่างว่าง่าย จากนั้น ทุกคนก็ลงมือกินอาหารค่ำด้วยกัน

    หลังกินข้าวเสร็จ จารุวรรณเข้าห้องพักโดยมีแมวตามประจบไม่ห่าง คุยอวดเอาหน้าว่าทำห้องนี้คนเดียวทุกอย่าง จารุวรรณมองไปที่เตียงนอนเห็นกลีบพะยอมวางเกลื่อนที่นอนก็โวยวายไหนบอกให้เอาดอกพะยอมไปทิ้งแล้วทำไมถึงไม่ทำ แมวมองไปที่เตียงงงๆ

    “ที่ไหนกันคะ แมวจัดการหมดแล้วค่ะ ดูสิคะคุณวรรณ”

    จารุวรรณมองไปบนเตียงอีกครั้งพบแต่ความว่างเปล่า ผีแม่จิตนั่งอยู่ปลายเตียงแต่ไม่มีใครมองเห็น...

    ทางด้านคุณย่ามะลิยังไม่ยอมนอนอยากรู้เรื่องจารุวรรณยังอยู่ดีมีสุขหรือเปล่า แก้วตาก็ยังเห็นเธออยู่ดี กินข้าวเสร็จก็เข้าห้อง ท่านยังอยากรู้อีกว่าคุณพะยอมของท่านเป็นอย่างไรบ้าง ท่านเห็นแก้วตาอึ้งไปก็ถอนใจ

    “เมื่อไหร่จะจำว่าฉันหมายถึงแม่ครูรสิกา”

    “ก็ไม่มีอะไรนี่คะ อ้อ วันนี้คุณวฤกษ์ให้คุณครูรสิกา เอ๊ย คุณพะยอมมากินอาหารร่วมโต๊ะกับคุณๆด้วยค่ะ”

    “งั้นรึ ฉันบอกแล้วว่าเขาทิ้งกันไม่ได้หรอก”

    คุณย่ามะลิยิ้มพอใจ...

    ผีแม่จิตยังตามหลอกหลอนจารุวรรณอย่างต่อเนื่อง ขณะเธอกำลังหวีผมอยู่หน้ากระจกแต่งหน้า เห็นเงาสะท้อนด้านหลังเป็นผีแม่จิตนั่งก้มหน้าอยู่ที่เตียง ถึงกับร้องลั่นด้วยความตกใจ ครั้นหันไปมองกลับไม่เห็นอะไร พลันมีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น นเรนทร์โทร.มาต่อว่าจะไปไหนทำไมไม่บอกกันบ้าง อย่าลืมว่าเราเป็นอะไรกัน

    “จะทำอะไรก็ควรบอกกันบ้าง ไม่ใช่ผัวไปทาง เมียไปทางอย่างนี้”

    ทั้งสองคนมีปากเสียงกัน จารุวรรณไม่ต้องการให้เขามาอ้างสิทธิ์ในตัวเธอเพียงเพราะเรามีอะไรกัน นเรนทร์ขู่จะเอาเรื่องนี้ไปบอกวฤกษ์ อยากรู้นักมันจะว่าอย่างไร แล้ววางสายใส่ จารุวรรณถึงกับอึ้ง...

    ทางด้านรสิกาลงมาเดินเล่นที่ลานใต้ต้นพะยอมเหลือบขึ้นไปเห็นขาผีแม่จิตห้อยอยู่บนกิ่งไม้ถึงกับผงะหันหลังจะหนี ชนเข้ากับอกวฤกษ์อย่างจัง ก่อนจะซบกับอกด้วยความหวาดกลัว เขากอดเธอตอบพลางถามว่าเป็นอะไร เธอรู้สึกตัวรีบดันตัวออกห่าง ทั้งสองคนมองสบตากันนิ่งงัน จารุวรรณออกมาเห็นภาพบาดตาจะเข้าไปเอาเรื่องแต่ถูกผีแม่จิตกอดเอวไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งปิดปากไว้ไม่ให้ร้อง

    จารุวรรณจะดิ้นหนีก็ทำไม่ได้ ดรลผ่านมาเห็นท่าทางแปลกๆของเธอเข้ามาสะกิด ทำให้ผีแม่จิตหายวับไป เธอเป็นอิสระก็ร้องเอะอะให้เขาช่วยด้วยพลางมองไปที่ต้นพะยอม ดรลมองตามเห็นรสิกากับวฤกษ์ยืนคุยกันอยู่ แนะให้เธอไปพักผ่อน ดึกแล้ว เรือนพะยอมไม่ใช่ที่เดินเล่นในยามค่ำคืน ที่นี่มีอันตรายมากกว่าที่เธอคิด

    ooooooo

    ยัยน้าจอมจุ้นไม่ต้องรอให้ไล่ซ้ำจ้ำพรวดๆเข้าบ้าน อารามรีบร้อนชนเข้ากับปาริชาต ไม่สนใจจะขอโทษอีกฝ่ายสักคำวิ่งหนีกลับห้องไปเลย ดรลที่ตามเข้ามาตั้งข้อสังเกตว่าเธอคงเจออะไรแปลกๆหรือไม่ก็เห็นภาพบาดตาระหว่างวฤกษ์กับรสิกา ปาริชาตบ่นอุบ ตั้งแต่รสิกามาที่นี่เรือนพะยอมไม่สงบสุข

    “ไปนอนได้แล้วดรล แม่จะไปหายัยผ่องให้หุงข้าวใส่บาตรพรุ่งนี้”...

    จารุวรรณยังคงถูกผีแม่จิตเล่นงานไม่เลิก จับมือเธอทุบขาตัวเองแถมกระซิบข้างหูว่าเธอต้องตายแน่ๆ...

    ฝ่ายรสิกาถูกวฤกษ์คาดคั้นหนักเข้าว่าเห็นอะไรถึงได้กลัวขนาดนี้ สุดท้ายยอมเปิดปากว่าเห็นขาคนห้อยลงมาจากกิ่งพะยอม เขามองสำรวจไม่พบอะไรผิดปกติ หาว่าเธอตาฝาดหรือไม่ก็เห็นเขามาจึงแกล้งกลัว เธอโกรธผลักเขาออกห่างแล้วเดินหนีขึ้นเรือน...

    ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านโชติรส กรรณิการ์นั่งมองรูปวิยะดาไปร้องไห้ฟูมฟายไปด้วย ภานุวัตเข้ามาปลอบให้หักห้ามใจเสียบ้าง ถึงอย่างไรวิยะดาก็ไม่ฟื้นคืนชีวิต แล้วช่วยกันกับกมลรัตน์ประคองท่านขึ้นห้อง ท่านยังคงสั่งห้ามทั้งคู่ไปยุ่งหรือติดต่อกับพวกเรือนพะยอมเด็ดขาด...

    กมลรัตน์เห็นกรรณิการ์เคียดแค้นพวกเรือนพะยอมไม่เลิกไม่แล้ว ขอให้ภานุวัตล้มเลิกการจีบรสิกา เพราะถ้ากรรณิการ์รู้ต้องเป็นเรื่องแน่ๆ เขาอ้างว่ารสิกาไม่ได้เป็นญาติข้างไหนกับพวกเรือนพะยอมจะต้องกลัวทำไม...

    ผีแม่จิตใช้อิทธิฤทธิ์ตรึงจารุวรรณไว้กับเตียงเหมือนถูกผีอำ และกำลังจะสิงร่างเธอ พลันผีคุณหญิงมุกปรากฏตัวขึ้นขวางไว้ ใช้ด้ามพัดในมือฟาดที่ใบหน้าผีแม่จิตถึงกับผงะเลือนหายไป ตัวท่านเองก็หายวับไปด้วย จารุวรรณหลุดจากถูกผีอำร้องลั่นบ้าน วิ่งพรวดออกจากห้อง

    เสียงเอะอะทำให้วฤกษ์ ปาริชาตและดรลเปิดประตูออกมาดู จารุวรรณโผกอดวฤกษ์ขอให้ช่วยเธอด้วยเธอโดนผีหลอก ปาริชาตไม่ต้องการให้จารุวรรณมาวอแวกับหลานชายของเธอ อุตส่าห์ลงไปตามแมวให้มาอยู่เป็นเพื่อน จากนั้นต่างก็แยกย้ายกันกลับห้องตัวเอง

    ooooooo

    รสิกาเห็นสิ่งแปลกๆหลายครั้งเช้านี้จึงมาขอปาริชาตตักบาตรด้วย วฤกษ์เองก็มาร่วมทำบุญเช่นกัน ตักบาตรเสร็จรสิกากรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลที่โคนต้นไม้ใหญ่ ขอให้คนที่ตัวเองเห็นในความฝันพบแต่ความสุข

    “มารับบุญที่ฉันได้ใส่บาตร พ้นจากทุกข์โศกด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

    ผลบุญครั้งนี้บันดาลให้เกิดรัศมีสีทองระยิบระยับโปรยปรายใส่ผีแม่จิตทำให้มีบารมีเพิ่มขึ้น คราวนี้เธอคงพาคุณพะยอมย้อนไปในอดีตให้เห็นได้ทั้งภาพและได้ยินเสียงสักที...

    คุณย่ามะลิรู้เรื่องที่จารุวรรณถูกผีหลอกจากแก้วตาก็หัวเราะสะใจ คาดไว้ไม่ผิดว่าแม่นั่นจะต้องโดนดีจนได้ พลันมีเสียงเอะอะของจารุวรรณดังขึ้น แก้วตาอาสาจะไปดูให้ แล้วรีบออกจากห้องเห็นเจ้าของเสียงโวยวายจะเข้าไปในห้องเก็บอัฐิ เธอปราดไปขวางไว้ คุณย่าสั่งห้ามคนนอกเข้าไปเด็ดขาด

    “แค่อยากรู้ว่าข้างในมีอะไร ทำไมต้องหวง” จารุวรรณย่างสามขุมเข้าหา วฤกษ์มาขัดจังหวะเสียก่อน เตือนว่าถ้าไม่อยากมีปัญหาก็ไม่ควรจะขัดคำสั่งคุณย่ามะลิซึ่งถือว่าเป็นคำศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:12 น.