ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เรือนพะยอม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    การได้อยู่กับรสิกาตามลำพังครั้งนี้ทำให้วฤกษ์รู้ประวัติคร่าวๆของเธอว่าเธอเป็นลูกสาวคนเดียว เรียนจบด้านการศึกษามาแต่ยังไม่อยากสอบบรรจุก็เลยมาสมัครสอนหนังสือหนูมิว แม่ของเธอเป็นครูส่วนพ่อตายไปตั้งแต่ยังเด็ก แม่มีสามีใหม่เธอก็เลยไม่อยากอยู่บ้าน

    รสิกาเองก็ได้รู้ประวัติคร่าวๆของวฤกษ์ว่าเป็นกำพร้าเช่นเดียวกับเธอ ปาริชาตช่วยดูแลเขาตั้งแต่เล็ก ส่วนน้องชายของเขาก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต...

    ขณะที่รสิกากับวฤกษ์เริ่มทำความรู้จักซึ่งกันและกัน ปาริชาตไม่ค่อยจะสบายใจนักที่เกิดเหตุแปลกๆตั้งแต่

    รสิกามาที่เรือนพะยอม ทั้งถูกผีอำ แถมยังหูแว่วได้ยินเสียงคนลากของ นี่ยังไม่นับรวมเรื่องที่แอบมาที่ห้องเก็บอัฐิ สงสัยคงต้องสั่งห้ามเธอขึ้นมาบนนี้ คุณย่ามะลิท้วง นี่คิดจะท้าทายสิ่งที่มองไม่เห็นหรือ

    “แล้วจะให้ทำอย่างไรล่ะคะ หนูกลัวว่านานวันเข้าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่”...

    วฤกษ์ไม่ได้พารสิกากลับเรือนพะยอม หลังจากไปรับหนูมิวที่โรงเรียนทั้งสามคนไปเที่ยวสวนสนุกในห้างฯกันต่อ จารุวรรณรู้เข้าก็ไม่พอใจ หมายหัวไว้ในเมื่อตัวเองไม่มีความสุข ก็อย่าหวังว่าคนในบ้านนี้จะมีความสุข แล้วเดินมาที่ลานจอดรถด้วยความหงุดหงิด มองไปที่ลานต้นพะยอมเห็นแก้วตาก้มๆเงยๆเก็บดอกพะยอมที่ร่วงลงพื้น รู้สึกคันปากอยากหาที่ระบายอารมณ์เข้ามาถามจะเก็บไปทำไม

    “คุณท่านต้องสูดกลิ่นดอกพะยอมทุกคืนถึงจะนอนหลับ”

    “ไร้สาระ สร้างเงื่อนไขแปลกๆให้ชีวิต ระวังจะสูดจนหลับแล้วไม่ตื่น”

    แก้วตาเตือนพูดแบบนี้ถ้าวฤกษ์ได้ยินเข้าต้องเป็นเรื่องแน่ จารุวรรณอ้างว่าพูดเรื่องจริง ถ้ารับไม่ได้ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้วเดินจากไป ผีแม่จิตนั่งห้อยขาอยู่บนกิ่งพะยอมมองตามเธออย่างมาดร้าย...

    ระหว่างจารุวรรณขับรถกลับที่พัก ผีแม่จิตแผลงฤทธิ์ทำให้ตุ๊กตาที่ตั้งไว้หน้ารถร่วงลงไปคาอยู่ตรงที่เหยียบเบรก เธอก้มดูพยายามจะใช้เท้าเขี่ย พอเงยหน้ามองอีกที เห็นผีแม่จิตผมยาวสยายยืนขวางถนน เธอเหยียบเบรกไม่ได้เพราะตุ๊กตาค้ำอยู่จึงต้องหักหลบ รถชนเข้ากับที่กั้นทางอย่างจัง...

    จารุวรรณถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล อาการไม่หนักหนาสาหัส แต่ต้องอยู่รักษาตัวก่อน วฤกษ์ทราบเรื่องจากปาริชาตแทนที่จะรีบมาเยี่ยมเขากลับจะรอไปเยี่ยมตอนเช้า ปาริชาตไม่แน่ใจว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เกี่ยวกับต้นพะยอมหรือเปล่าเห็นว่าเธอไปพูดจาไม่ดีกับมัน

    “หลานก็รู้นี่ว่าพะยอมต้นนั้นมีอาถรรพณ์ เฮ้อ หมู่นี้ที่เรือนพะยอมมีแต่เรื่องแปลกๆ” ปาริชาตพูดจบผละจากไป วฤกษ์สีหน้าครุ่นคิดหนัก เนื่องจากไม่สบายใจ กับเรื่องที่เกิดขึ้น ฝ่ายปาริชาตสั่งให้แมวไปบอกป้าผ่องว่าพรุ่งนี้ท่านจะไปวัดป่าให้จัดปิ่นโตไปถวายเพลพระด้วย...

    คำพูดของปาริชาตทำให้วฤกษ์นอนไม่หลับ ลงมาเดินเล่นที่ลานต้นพะยอม ลมพัดวูบเข้ามาทำให้ช่อพะยอมร่วงลงมาไม่ขาดสาย เขาก้มเก็บมันเอาไว้

    ooooooo

    วฤกษ์มาเยี่ยมคนป่วยแต่เช้า จารุวรรณรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาเห็นช่อดอกพะยอมที่เขายื่นมาตรงหน้าตกใจสุดขีดกรีดร้องเสียงลั่น ปัดดอกพะยอมที่จัดเข้าช่ออย่างสวยงามตกพื้น เขาถึงกับผงะถอยห่าง พยาบาลวิ่งเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น จารุวรรณโวยวายว่าไม่อยากเห็นดอกไม้บ้าๆนี่ เธอเกลียดมันอย่าเอามาให้เธออีก

    “ดอกพะยอมคือดอกไม้ที่ผมรักมากที่สุด ผมนึกว่าคุณจะรักในสิ่งที่ผมรักเสียอีกคุณวรรณ แล้วผมจะมาเยี่ยมใหม่ พอดีผมมีนัดกับลูกค้า ขอตัวก่อนครับ” วฤกษ์รับช่อดอกพะยอมคืนจากพยาบาล แล้วออกจากห้อง

    “ดอกพะยอมทั้งสวยทั้งหอม ทำไมคุณไม่ชอบล่ะคะ”

    “อย่าสู่รู้ได้ไหม” จารุวรรณสะบัดหน้าเมินไปอีกทางหนึ่ง จึงไม่เห็นว่าพยาบาลหยิบช่อดอกพะยอมที่ตกอยู่อีกช่อหนึ่งวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง...

    นับเป็นโชคร้ายของวฤกษ์ เดินออกจากลิฟต์มาเจอกับกรรณิการ์ที่มาตรวจสุขภาพกับกมลรัตน์ เขาไหว้ทักทายอีกฝ่ายตามมารยาท นอกจากจะไม่รับไหว้แล้ว กรรณิการ์ยังกระแนะกระแหนเป็นอะไรถึงมาที่นี่ หรือกรรมเวรตามเขาทันแล้ว วฤกษ์ไม่เคยทำเวรทำกรรมกับใคร เวรกรรมไม่ติดตามเขาแน่นอน

    “แล้วคุณอามาโรงพยาบาลทำไมล่ะครับ”

    กมลรัตน์เห็นท่าไม่ดีรีบกดเรียกลิฟต์พากรรณิการ์ขึ้นไปที่ห้องตรวจสุขภาพ...

    ด้วยความแค้นแน่นอก ทำให้กรรณิการ์ทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว อยากจะรู้ว่าวฤกษ์มาทำอะไรที่นี่ อาจจะเป็นคนที่เรือนพะยอมเจ็บป่วยใกล้ตาย ไม่อย่างนั้นมันไม่มาที่นี่แน่ ลุกออกไปจากห้องตรวจทั้งที่ใกล้ถึงคิวตัวเอง กมลรัตน์จำใจลุกตาม ในที่สุดกรรณิการ์ก็รู้ว่าคนที่มาเข้าโรงพยาบาลก็คือจารุวรรณนั่นเอง เธอไม่รอช้ารีบไปที่ห้องพักฟื้นของอีกฝ่ายทันที...

    จารุวรรณพลิกตัวหันมาทางโต๊ะข้างเตียง เห็นช่อดอกพะยอมที่วางอยู่ค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าของผีแม่จิต ก็ตกใจกรีดร้องลั่น ดิ้นพราดๆจนเสาแขวนสายน้ำเกลือล้ม พยาบาลวิ่งเข้ามาดู เขย่าตัวให้เธอได้สติ

    “นี่มันโรงพยาบาลนะคะ”

    “เอามันออกไป” จารุวรรณชี้ไปทางช่อดอกพะยอม พยาบาลรีบเอามันออกจากห้องสวนกับกรรณิการ์และกมลรัตน์ที่ทำเนียนว่ามาเยี่ยมคนไข้ พอเห็นปลอดคนรีบผลุบเข้าไปในห้องพักฟื้นของจารุวรรณซึ่งกำลังสติแตก เห็นใบหน้าของกรรณิการ์เป็นใบหน้าของผีแม่จิต ผมยาวสยายน่ากลัว เธอร้องกรี๊ดๆโรงพยาบาลแทบแตก กมลรัตน์รีบดึงป้าตัวเองออกห่าง พยาบาลรีบเข้ามาดูแล

    “ทำไมเขามีอาการทางประสาทด้วยล่ะคะ โอยไม่ไหวแล้วล่ะค่ะกลับกันเถอะยัยก้อย”

    พยาบาลรอจนคนเยี่ยมไปแล้ว เตือนจารุวรรณถ้ายังไม่สงบสติอารมณ์ จะให้จิตแพทย์มาคุยด้วย เธอโวยวายว่าเธอไม่ได้เป็นบ้า นังสองตัวนั่นมันเป็นผี มันไม่ใช่คน มันมาหลอกเธอ พยาบาลส่ายหน้าระอาก่อนจะเดินออกไป จารุวรรณมองไปรอบห้องสีหน้าหวาดหวั่น แต่ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นผีแม่จิตปรากฏตัวที่โซฟาแต่แค่แวบเดียวก็หายไป

    ooooooo

    ณ บ้านโชติรส ระหว่างที่กรรณิการ์ กมลรัตน์และภานุวัตนั่งดื่มน้ำชาหลังกินมื้อค่ำเสร็จ หัวข้อสนทนาไม่พ้นเรื่องที่กรรณิการ์ไปเจอจารุวรรณที่ห้องพักฟื้น ร้องกรี๊ดๆใส่ราวกับเห็นท่านและกมลรัตน์เป็นผี สงสัยจะแกล้งทำ นังนี่มารยาเยอะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

    “แต่ท่าทางคุณจารุวรรณกลัวจริงๆนะคะคุณป้า เหมือนกับเธอเห็นอะไรบางอย่าง”

    ภานุวัตหาว่ากมลรัตน์เหลวไหล สมัยนี้ไม่มีใครเชื่อเรื่องลี้ลับอะไรอีกแล้วก็แค่เรื่องหลอกเด็ก เธอยืนยันมีบางอย่างผิดปกติ เขาต้องเห็นท่าทางของจารุวรรณที่กลัวแทบสิ้นสติ กรรณิการ์ตั้งข้อสังเกต หรือนังนั่นถูกผีวิยะดาเล่นงาน ภานุวัตขอร้องให้เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว ผีไม่มีในโลก

    “แม่เชื่อของแม่อย่างนี้ แกมันนักเรียนนอก ไม่เชื่อแม่ก็ตามใจ”...

    รสิกากำลังหัดให้หนูมิวคัดลายมือโดยมีนิ่มนวลคอยกำกับอยู่ข้างๆ มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น รสิกาเห็นเบอร์โชว์หน้าจอเป็นชื่อกมลรัตน์รีบขอตัวไปรับสายนอกห้อง เธอพูดได้แค่คำว่าฮัลโหล แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นดรลยืนยิ้มอยู่หน้าห้อง แล้วรีบตัดสายไปเลย เขาแปลกใจทำไมไม่พูดโทรศัพท์ต่อ

    “ไม่เป็นไรค่ะ คุณดรลมาถึงนี่แสดงว่าต้องมีธุระสำคัญแน่ๆเลย”

    ดรลแค่จะมาชวนเธอไปดื่มน้ำชาที่ห้องโถง วันนี้คุณแม่ของเขาเข้าครัวเองเลย รสิกาคงต้องขอผ่าน ยังสอน การบ้านหนูมิวไม่เสร็จ อีกมุมหนึ่งห่างออกไป วฤกษ์ยืนมองอยู่ด้วยความหึงหวงสักพักก็ทนไม่ไหวเดินหนี

    “อยากให้ช่วยชิมชาหน่อย เป็นผลผลิตใหม่ที่พี่วฤกษ์ตั้งใจทำ ตอนนี้เริ่มแนะนำสู่ตลาดแล้วครับ”

    รสิกาทนเสียงรบเร้าไม่ไหวเสร็จเมื่อไหร่จะไปเจอดรลที่ห้องโถง จากนั้นเธอรีบเข้าห้องตัวเองปิดประตูล็อก แล้วโทร.กลับไปหากมลรัตน์ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า กมลรัตน์เล่าเรื่องที่ไปเจอจารุวรรณนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกรีดร้องลั่นเหมือนเห็นผี ป้าของตนเชื่อว่าแม่นี่โดนผีหลอก ตนก็เลยเป็นห่วงเธอ

    “เธออยู่ที่เรือนพะยอม เจอผีบ้างไหมรสิกา” กมลรัตน์ เห็นเพื่อนรักเงียบไปถามว่าเคยเจอหรือเปล่า รสิกานึกถึงเสียงลากของหนักตอนกลางดึก กับรอยหยดเลือดที่มือตัวเอง แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นเสียก่อน รสิกาจึงต้องขอตัววางสาย จากนั้นเดินไปเปิดประตู หนูมิวเข้ามากับนิ่มนวล

    “ครูขาช่วยดูหน่อยว่าหนูมิวคัดลายมือสวยไหมคะ”

    “โอ้โฮ สวยมากเลยค่ะ แต่มีบางตัวยังโย้ไปโย้มานะคะ”

    หนูมิวแก้ตัวว่าเป็นเพราะง่วงนอน นิ่มนวลนึกขึ้นได้ยังไม่ได้ไปเอานมมาให้ หนูมิวจะขอนอนกับคุณครูในห้องนี้ รสิการีบบอกว่าห้องนี้นอนไม่สบายให้ไปนอนห้องหนูมิวสบายกว่า เด็กน้อยไม่เถียงสักคำเดินกลับห้องตัวเองไปกับนิ่มนวล รสิกามองไปรอบๆ ห้องพักของตัวเองสีหน้าหวาดๆ...

    วฤกษ์เข้ามาเจอนิ่มนวลจะเอานมไปให้หนูมิวก็เอ็ดใส่นี่มันหน้าที่ของรสิกาไม่ใช่หรือ ทำไมเธอไม่ทำเอง แล้วไล่ให้ไปตามรสิกามาจัดการ แก้วตารอจนเจ้านายไปแล้ว อดบ่นไม่ได้ ทำไมเขาถึงต้องโมโหด้วย เรื่องแค่นี้เอง ป้าผ่องสงสัยหรือมีเรื่องขัดแย้งกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นก็น่าเสียดาย หนูมิวเข้ากับครูคนนี้ได้ดีเสียด้วย

    ooooooo

    หลังจากนำนมไปให้หนูมิวตามที่วฤกษ์ต้องการเรียบร้อย รสิกามาดื่มน้ำชากับดรลที่ห้องโถงตามคำเชิญชวน กลิ่นชาหอมกรุ่นทำให้รสิกาชมไม่หยุดปากว่าหอมกำลังดีและรสชาติก็กลมกล่อม ดรลยกความดีความชอบให้วฤกษ์เพราะเป็นผลงานของเขาล้วนๆ ไว้มีโอกาสเมื่อไหร่ตนจะพาเธอไปเที่ยวไร่ชาของที่นี่

    “แต่ต้องนั่งรถไปอีกดอยหนึ่งนะครับ ทางก็ไม่ค่อยดี แต่วิวสุดยอด”

    เนื่องจากมีเรื่องค้างคาใจ รสิกาจึงยังไม่ได้ลองชิมขนมฝีมือปาริชาต ชวนดรลไปเดินเล่นข้างนอกด้วยกัน เขาดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ที่จะได้ใกล้ชิดกับเธอ รีบผายมือให้เธอเดินนำ วฤกษ์แอบมองอยู่ไม่พอใจ ก่อนจะเดินตามไปห่างๆ ผีวิยะดานั่งอยู่ที่โซฟาหันไปเห็นผีแม่จิตมองตามสองคนนั่นก็ร้องถามว่าคิดจะทำอะไรกันแน่ ผีแม่จิตหายตัววับมาโผล่พรวดตรงหน้า จิกผมผีวิยะดาจนหน้าหงาย

    “ข้าบอกเจ้ากี่ครั้งแล้วอีวิยะดา ที่นี่ข้าเป็นผีบ้านผีเรือน เจ้าอย่ามาวุ่นวายกับเรื่องของข้า”

    “เราอยากให้พวกเขาสมหวังในความรัก อย่าขัดขวางพวกเขาเลย”

    “สมหวังในความรักเหรอ ฮึ อย่าสู่รู้เรื่องของข้า... ไป” ผีแม่จิตปล่อยมือจากผมผีวิยะดาแล้วหันมองไปด้านนอก ก่อนจะหายตัววับ ที่สนามหญ้าข้างบ้าน เรื่องที่รสิกาหยิบยกขึ้นมาคุยกับดรลไม่พ้นเรื่องที่ตอนกลางดึกได้ยินเสียงคนลากของหนักๆ เขาบอกเธอว่าถ้าได้ยินอีกครั้งให้รีบไปเรียกเขาจะได้ช่วยกันพิสูจน์ความจริง

    รสิการับคำ แล้วมองเลยไปที่ต้นพะยอมเห็นขาของผีแม่จิตห้อยลงมาจากกิ่งไม้ตกใจถึงกับผงะถอยหลังจะล้ม ดรลรับไว้ทัน เธอได้สติดันตัวออกจากอ้อมแขนเขา ขอตัวไปนอนก่อนพรุ่งนี้ต้องดูแลหนูมิวไปโรงเรียน แล้วเดินลิ่วไปเลย ดรลมองตามงงๆก่อนจะมองไปที่ต้นพะยอมแต่ไม่เห็นอะไรผิดปกติ วฤกษ์ซึ่งแอบมองอยู่ตลอดเห็นรสิกาเดินมาทางตัวเองรีบหลบมุม...

    ครู่ต่อมาดรลเดินอารมณ์ดีจะกลับห้อง ปาริชาตเห็นเข้าก็ร้องทัก ยังไม่นอนอีกหรือ เขาออกไปเดินเล่นกับรสิกามา ท่านตกใจดึกๆดื่นๆไม่ควรออกไปข้างนอก พักนี้บ้านเรายิ่งมีอะไรแปลกๆอยู่ด้วย

    “แม่เป็นเหมือนคุณครูรสิกาอีกคนแล้ว รายนั้นจู่ๆก็ทำท่าเหมือนเห็นอะไรแปลกที่ต้นพะยอมแต่ผมไม่เห็นมีอะไร แถมยังถามผมเรื่องที่ได้ยินเสียงคนลากของกลางคืนอีก”

    “แม่ว่าเราไปนอนได้แล้วล่ะดรล แล้วจำไว้ดึกๆก็อย่าออกไปข้างนอกอีก แม่เป็นห่วง”

    “โธ่แม่...คิดมาก” ดรลหัวเราะอารมณ์ดีก่อนจะเดินเข้าห้อง ปาริชาตมองตามไม่สบายใจ...

    เกือบตีสองแล้ว ตอนที่รสิกาสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย ได้ยินเสียงลากของหนักดังขึ้นอีก คราวนี้ดังมาจากสนามหน้าบ้าน เธอรีบแหวกม่านดูแต่ไม่เห็นอะไร นึกถึงคำพูดของดรลที่ให้ไปปลุกถ้าได้ยินเสียงแปลกๆอีก เธอตัดสินใจเปิดประตูผลัวะออกไปชนกับวฤกษ์ที่ยืนอยู่หน้าห้อง เธอตกใจเป็นลมล้มพับในอ้อมแขนของเขา

    วฤกษ์รีบอุ้มเธอไปวางบนเตียงเขย่าตัวเบาๆให้ฟื้นคืนสติ หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นยังกลัวไม่หายโผกอดเขาร้องไห้โฮ ครั้นตั้งสติได้รีบถอยห่าง พลางขอร้องให้เขาออกจากห้อง วฤกษ์คาดคั้นให้บอกมาก่อนว่าจะออกไปไหน เธอไม่ตอบคำถามผลักเขาออกจากห้องแล้วปิดประตูตามหลัง

    ooooooo

    เจอเรื่องตกอกตกใจมากไปหน่อย รสิกาถึงกับจับไข้ไม่สบาย วฤกษ์รู้จากนิ่มนวลว่าคุณครูสาวป่วยก็เป็นห่วงรีบไปหา ครั้นมาถึงหน้าห้องกลับไม่กล้าเข้าไปเพราะเมื่อคืนเพิ่งถูกไล่ตะเพิดออกมา จังหวะนั้นปาริชาตเดินผ่านมาพอดี เขาก็เลยฝากให้ท่านช่วยดูเธอให้

    “คุณวฤกษ์รีบไปทำงานเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วงทางนี้นะคะ เชิญค่ะ ดรลก็เพิ่งไปไร่เมื่อครู่นี้เอง”

    ปาริชาตเข้าห้องรสิกาไปแล้ว แต่วฤกษ์ยังรีๆรอๆ เพราะเป็นห่วง คุณครูสาวนอนซมเพราะพิษไข้อยู่บนเตียง ปาริชาตพยุงให้ลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาเดี๋ยวตนจะจัดยากับอาหารอ่อนๆขึ้นมาให้ แล้วเปิดประตูห้องออกไป เห็นหลังวฤกษ์ที่เพิ่งเดินลงบันไดไวๆก็แอบยิ้ม...

    บ่ายวันเดียวกัน วฤกษ์ถึงกับหัวเสียเมื่อดรลมาขอลาหยุดครึ่งวันจะเอากุหลาบขาวไปเยี่ยมรสิกาซึ่งต้องชอบแน่ๆเพราะชื่อของเธอแปลว่ากุหลาบขาว วฤกษ์ชะงักถามเสียงเขียวว่าเธอบอกหรือ เขาพยักหน้า แล้วขอตัวไปตอนนี้เลยเดินไม่ทันจะขึ้นรถ วฤกษ์เดินตามออกมา ฝ่ายแรกนิ่วหน้าสงสัยไหนว่ามีนัดกับลูกค้าบ่ายนี้

    “ฉันก็มีคนต้องไปเยี่ยมเหมือนกันนี่ ไม่ใช่มีนายคนเดียว” พูดจบวฤกษ์ขึ้นรถขับออกไป...

    ในเวลาต่อมา ระหว่างที่คุณย่ามะลินั่งฟังแก้วตาอ่านหนังสือให้ฟัง ปาริชาตเดินเข้ามาหา ท่านแปลกใจทำไมถึงไม่อยู่ดูแลรสิกาหรือที่ท่านชอบเรียกว่าคุณพะยอม เธอให้ดรลอยู่เฝ้าแทน คุณย่ามะลิไม่พอใจมาก

    “แม่ปาริชาตทำอย่างนี้ไม่ถูกนะ ดรลลูกชายหล่อนจะอยู่ตามลำพังกับคุณพะยอมมันไม่เหมาะ วิญญาณคุณพฤกษ์ที่เขารอคอยกันมานาน เขาจะไม่พอใจเอา”

    “คุณย่าคะ คุณทวดพฤกษ์เสียชีวิตไปนานมากแล้วนะคะ”

    คุณย่ามะลิเล่าว่าถึงคุณทวดพฤกษ์จะเสียชีวิตไปนานแล้วแต่วิญญาณของท่านจะอยู่ใกล้ๆกับคุณพะยอมเสมอ ไม่อย่างนั้นคุณทวดคงไม่นำพาคุณพะยอมกลับมาที่นี่ ปาริชาตสบตากับแก้วตา แอบถอนใจหนักใจกันเบาๆ แก้วตาบอกให้ปาริชาตกลับไปดูรสิกา ส่วนเธอจะดูแลคุณย่าเอง

    “พาฉันไปที่ห้องเก็บอัฐิทีสิ ฉันไม่ได้ไหว้บรรพบุรุษนานแล้ว”

    “คุณท่านคะ แก้วว่า...” แก้วตายังพูดไม่ทันเสร็จ คุณย่ามะลิเอ็ดเสียงลั่น ท่านสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำอย่างนั้น เธอรับคำไม่กล้าออกความเห็นอะไรอีก

    ooooooo

    อีกมุมหนึ่งในห้องรสิกา ดรลพยายามป้อนผลไม้ให้คนป่วยกิน นิ่มนวลเห็นท่าทางเก้ๆกังๆของเขา อาสาจะจัดการเอง เขาแอบทำตาดุใส่ เธอก็เลยขอตัวไปเตรียมอาหารว่างให้หนูมิว แล้วขยับจะไป ปาริชาตเดินสวนเข้ามาบอกให้ลูกชายกลับไปที่ไร่ได้แล้วเผื่อมีลูกค้า แล้วนี่วฤกษ์อยู่ที่ไร่หรือเปล่า

    “ขับรถออกมาพร้อมผมนี่แหละครับ สงสัยไปเยี่ยมคุณวรรณที่โรงพยาบาล” ไม่ทันขาดคำ คนถูกเอ่ยถึงโผล่เข้ามา รสิกาหน้าตึงทันที บอกดรลว่าอยากกินผลไม้แล้ว เขากุลีกุจอหยิบจานใส่ผลไม้จะป้อน วฤกษ์แย่งไปจากมือ ไล่เขากลับไปที่ไร่ก่อน มีลูกค้าโทร.เข้ามาระหว่างที่ตนจะเข้าตัวเมือง

    “ลูกค้ารายนี้เคยดิวงานกับนายมาก่อน ฉันไม่รู้ รายละเอียด”

    “เอ้อ ก็ได้ครับ กินเยอะๆนะครับ หายแล้วผมจะพาไปกราบหลวงพ่ออีก” ดรลพูดจบลุกออกไป ปาริชาตพอจะรู้ว่าวฤกษ์คิดอะไรอยู่ ชวนนิ่มนวลไปช่วยกันเตรียมอาหารว่างให้หนูมิว วฤกษ์รอจนทั้งคู่ออกไปแล้วหันมาแดกดันคนป่วย สงสัยหมู่นี้คงจะทำบุญบ่อย แล้วที่ชวนให้ไปกราบหลวงพ่อกันอีก แสดงว่าไปด้วยกันมาแล้ว

    “ค่ะ คุณดรลพาไป ตอนนี้ก็อยากไปอีก”

    วฤกษ์อาสาจะพาไปกราบหลวงพ่อเอง รสิกาไม่ต้องการ ถ้าจะไปก็จะไปกับคนที่ทำให้สบายใจเท่านั้น เขาไม่พูดอะไรอีกจิ้มผลไม้ยื่นไปที่ปากแต่เธอเบือนหน้าหนี เขาจับใบหน้าเธอหันมาแล้วจ่อผลไม้ที่ปาก

    “เมื่อครู่นี้บ่นอยากกินไม่ใช่เหรอ คนอะไรเปลี่ยนใจง่ายจัง”

    รสิกาจำต้องกินผลไม้ที่วฤกษ์ป้อน เขายิ้มมุมปากสีหน้าสะใจ...

    ที่เรือนครัว นิ่มนวลจัดของว่างใส่จานเตรียมไว้ให้หนูมิวไปพลางแอบนินทาเจ้านายให้ป้าผ่องฟังไปด้วยโดยลืมไปว่าปาริชาตยืนอยู่แถวนั้นว่าท่าทางคุณวฤกษ์แปลกๆ รีบกลับมาเยี่ยมคุณครู สงสัยจะเป็นห่วงกลัวไม่มีคนช่วยสอนการบ้านให้หนูมิว ป้าผ่องกระเซ้าไม่ใช่เขาแอบชอบคุณครูหรือ ปาริชาตเอ็ดทันที

    “เรื่องของเจ้านาย ป้าผ่องก็เป็นไปกับนิ่มด้วย”

    ป้าผ่องกับนิ่มนวลถึงกับหน้าจ๋อย แมวยืนฟังอยู่ด้วยช่วยสมน้ำหน้าซ้ำเติมจนหวิดจะมีเรื่องกัน จากนั้นแมวหลบมายังมุมลับตาคนโทร.รายงานจารุวรรณซึ่งยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเรื่องที่วฤกษ์วิ่งแจ้นจากไร่มาเยี่ยมไข้รสิกาแถมขลุกอยู่ในห้องด้วยกันสองต่อสองอีกต่างหาก จารุวรรณแค้นใจแทบจะอกแตกตาย...

    ทางฝ่ายวฤกษ์ยังคอยดูแลรสิกาไม่ห่างด้วยความเป็นห่วง แต่กลับออกตัวว่าอย่าเข้าใจผิดคิดว่าเขาหลงเสน่ห์เธอถึงกับต้องรีบมาจากไร่ เขาแค่ห่วงว่ายัยมิวจะพลอยติดไข้หวัดจากเธอไปด้วยแค่นั้น รสิกาทราบเจตนาของเขาแจ่มแจ้ง ขอให้เขาออกไปจากห้องเธอได้แล้ว เธอจะพักผ่อน วฤกษ์พยักหน้ารับคำ แล้วลองเอามือแตะ หน้าผากเช็กดูว่าเธอยังมีไข้หรือเปล่า เธอสะบัดหนี

    “ไม่ต้องทำท่าขยะแขยงฉันอย่างนี้ก็ได้ รสิกาทีเมื่อคืนเธอยังยอมให้ผู้ชายกอดถึงสองคนเลย หนึ่งในนั้นก็คือฉัน แล้วทำไมต้องทำท่าเหมือนไม่เคย” วฤกษ์พูดจบลุกออกไป รสิกาได้แต่มองตามเจ็บใจ...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน แก้วตาเข็นรถเข็นพาคุณย่ามะลิมาที่ห้องเก็บอัฐิแต่ปรากฏว่าห้องล็อกเข้าไม่ได้ เธอขอตัวไปเอากุญแจที่ปาริชาตก่อน คนถูกทวงถามถึงกุญแจนิ่วหน้าแปลกใจ ปกติห้องนั้นไม่เคยใส่กุญแจ หรือว่า วฤกษ์เป็นคนใส่ ปาริชาตไล่ให้แก้วตากลับไปอยู่กับคุณย่ามะลิ เดี๋ยวตนจะไปขอกุญแจจากวฤกษ์แล้วจะเอาไปให้ ครู่ต่อมา ปาริชาตมาถึงห้องของรสิกาไม่พบวฤกษ์ที่นั่น มีเพียงรสิกานอนหลับสนิทอยู่บนเตียง

    “วฤกษ์หายไปไหน หรือว่ากลับไร่ไปแล้ว”...

    คนที่ปาริชาตถามหากำลังพยุงคุณย่ามะลิเข้าไปในห้องเก็บอัฐิของบรรพบุรุษ แก้วตาที่เพิ่งกลับมาถึงจะตามเข้าไป พลันมีลมพัดมาวูบหนึ่ง ผีแม่จิตในสภาพเป็นเงาดำโผล่พรวดมาขวางไว้ ประตูห้องปิดปัง แก้วตาตกใจสุดขีดถึงกับผงะถอยหลังไปชนรถเข็นของคุณย่า

    ooooooo

    ภายในห้องเก็บอัฐิ คุณย่ามะลิดีใจมากที่วฤกษ์มาไหว้อัฐิบรรพบุรุษด้วย เพราะตั้งใจจะเอารูปถ่ายเก่าๆของคุณทวดพฤกษ์ให้หลานรักดู จะได้เห็นว่าทั้งคู่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกันราวกับเป็นคนคนเดียวกัน เขาไม่เห็นจะแปลกเพราะเขาเป็นเหลนของท่านมีใบหน้าคล้ายกันย่อมเป็นเรื่องธรรมดา

    “แต่รสิกากับคุณพะยอมต่างหากล่ะครับที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย”

    เงาดำของผีแม่จิตสำแดงฤทธิ์เดชทำให้ประตูห้องปิดเปิดเองติดๆกันสามครั้ง วฤกษ์มองอย่างหวั่นๆ ขณะที่คุณย่ามะลิกลับอมยิ้ม แต่ไม่วายต่อว่าเขาว่าอย่าพูดอย่างนี้อีก วิญญาณบรรพบุรุษจะโกรธเอาได้ เขากวาดตามองไปรอบๆอีกครั้งรู้สึกวังเวงบอกไม่ถูก ชวนคุณย่ากลับ พอออกมานอกห้อง แก้วตาเข็นรถเข็นมารับ วฤกษ์บอกให้เธอพาท่านกลับไปก่อน ขอเขาปิดห้องนี้ก่อน

    “ทำไมต้องปิด แต่ก่อนก็ไม่ได้ปิดนี่นา เผื่อใครอยากจะมาไหว้ปู่ย่าตายายให้เป็นสิริมงคลบ้าง”

    “ใครอยากไหว้ก็ไปขอกุญแจได้ครับคุณย่า”

    ปาริชาตตามมาสมทบพอดี วฤกษ์ถือโอกาสนี้แจ้งให้ทราบว่าจากนี้ไปเขาจะให้ปาริชาตเป็นคนเก็บกุญแจห้องนี้เอาไว้ และขอให้ล็อกห้องไว้ตลอด ไม่อยากให้คนอื่นที่ไม่ใช่คนในเรือนพะยอมมายุ่มย่าม

    “ผมไม่อยากให้คนเอาไปลือว่าเรือนพะยอมมีอะไรแปลกๆ มันไม่ได้ส่งผลดีต่อธุรกิจของเรา”...

    หมออนุญาตให้จารุวรรณกลับไปพักผ่อนต่อที่บ้านได้ แต่เธอไม่ยอมกลับ อยากรู้ว่าเมื่อไหร่วฤกษ์คิดจะมาเยี่ยมเธออีก มาเยี่ยมตั้งแต่วันแรกแล้วหายหน้าไปเลยไม่โผล่มาให้เห็น

    ผิดกับรสิกาที่มีแต่คนแวะเวียนมาเยี่ยม เย็นนี้ก็เช่นกัน หนูมิวตามนิ่มนวลเข้ามาถามไถ่อาการป่วยของคุณครูสาวแถมจะโผกอด เธอต้องดันตัวแกออก เตือนไม่ให้อยู่ใกล้เดี๋ยวจะติดหวัดไม่สบายอีก...

    ด้านจารุวรรณรอให้วฤกษ์มาเยี่ยมไม่ไหวเป็นฝ่ายโทร.มาต่อว่าเขาที่ไม่สนใจไยดี เขาอ้างตอนนี้งานยุ่งมีออเดอร์เข้ามาเยอะ อีกอย่างที่บ้านมีแต่คนไม่สบาย ทีแรกเธอนึกว่าเป็นหนูมิวหรือคุณย่ามะลิที่ทำให้เขาไม่มีเวลามาเยี่ยม แต่พอรู้ว่าเป็นรสิกาก็โวยวายปรี๊ดแตก เขารีบตัดบทขอตัวไปทำงานต่อแล้วตัดสายไปเลย

    จารุวรรณโกรธควันแทบออกหู จะขว้างมือถือระบายอารมณ์แต่ต้องชะงักเมื่อนเรนทร์เปิดประตูห้องพักผู้ป่วยเข้ามาพร้อมกับกระเช้าของเยี่ยม เขาเพิ่งกลับจากอังกฤษได้ข่าวว่าเธอประสบอุบัติเหตุก็เป็นห่วง เธอดีขึ้นมากหมอให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านได้แล้ว แต่เธอกลับไปก็ไม่มีใครดูแล สู้อยู่ใกล้หมออย่างนี้ดีกว่า

    “ไม่เบื่อแย่หรือครับ”

    “เบื่อสิคะ เบื่อแทบแย่ เอาเข้าจริงวรรณก็อยากกลับบ้าน อยากมีใครสักคนดูแลใกล้ชิดมากกว่านี้”...

    ในเมื่อสาวสวยร้องขอ นเรนทร์ซึ่งมีใจให้จารุวรรณตั้งแต่ยังเรียนหนังสือด้วยกันยินดีจัดให้ พาเธอออกจากโรงพยาบาลไปอยู่คฤหาสน์หรูของตัวเองที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง

    ooooooo

    แม้เช้านี้รสิกาจะมาส่งหนูมิวขึ้นรถไปโรงเรียนได้ตามปกติ แต่วฤกษ์ยังไม่วางใจนัก ขอร้องให้เธอไปหาหมอ พอดีวันนี้เขาจะไปเยี่ยมจารุวรรณที่โรงพยาบาล จะได้พาเธอไปตรวจทีเดียวเลย

    “ขอบคุณในความกรุณาค่ะแต่ไม่ต้อง ฉันยืนยันว่าหายดีแล้ว” พูดจบรสิกาขยับจะไป วฤกษ์เสียงเข้มใส่

    “นี่เป็นคำสั่ง ถ้าเธอเอาไข้หวัดมาติดหลานฉัน มันเรื่องใหญ่ เรียนมาไม่ใช่เหรอว่าเด็กกับผู้ใหญ่แรงต้านทานโรคมันไม่เท่ากัน หวังว่าจะไม่เห็นแก่ตัวนะรสิกา”

    “ถ้าฉันขัดคำสั่งล่ะคะ” รสิกาจงใจกวนประสาท วฤกษ์ขี้เกียจต่อปากต่อคำด้วยชิงตัดบท จะรอเธออยู่ที่นี่จนกว่าเธอจะมา แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาคว้าหนังสือพิมพ์ขึ้นมากางทำท่าอ่านอย่างสนใจ นิ่มนวลที่แอบดูอยู่ตั้งแต่แรกมองลุ้นว่าเธอจะเอาอย่างไร รสิกาไม่พูดอะไรอีกเดินขึ้นข้างบน วฤกษ์ลดหนังสือพิมพ์ลง แอบยิ้มมุมปากอย่างมั่นใจว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า นิ่มนวลจะย่องผ่านแต่เขาสั่งให้ไปชงกาแฟขมๆมาหนึ่งแก้ว...

    ที่เรือนครัว นิ่มนวลจัดของว่างไปพลางนินทาเจ้านายให้ป้าผ่องกับแก้วตาฟังไปด้วยว่าวฤกษ์กับรสิกาต้องมีใจให้กันแน่ๆ แก้วตางงรสิกาเพิ่งมาอยู่ไม่นานจะชอบพอกันได้อย่างไร นิ่มนวลเชื่อว่าเป็นเรื่องของบุพเพสันนิวาส แล้วเดินถือถาดใส่กาแฟกับของว่างไปให้วฤกษ์ แก้วตาไม่สบายใจกับเรื่องนี้เลย

    “อุ๊ยนังแก้ว เรื่องของเจ้านายเขาจะกลุ้มใจทำไม เอ้านี่ของคุณท่านจัดเตรียมไว้ให้แล้ว ยกไปซะ”

    แก้วตายกถาดใส่ของว่างออกมาสีหน้าไม่สู้ดีนัก ครั้นได้อยู่ตามลำพังกับคุณย่ามะลิ เธออดถามท่านไม่ได้ว่าเชื่อเรื่องบุพเพสันนิวาสไหม แล้วคนที่เพิ่งพบกันไม่นานจะรักกันได้ไหม ท่านหัวเราะชอบใจ ทำไมจะรักไม่ได้ ตอนท่านเด็กๆ คุณทวดพฤกษ์เห็นคุณพะยอมวันแรกก็หลงรักเลย...

    แมวรู้มาว่าวฤกษ์จะไปเยี่ยมจารุวรรณที่โรงพยาบาลรีบโทร.บอกข่าวดี ถ้าเป็นเมื่อวานคงใช่แต่วันนี้เธอออกมาแล้วแถมไม่ได้บอกอะไรเขาอีกด้วย จารุวรรณครุ่นคิดหนักหาทางออกอย่างไรดี...

    นิ่มนวลยกกาแฟถ้วยที่สองมาวางให้วฤกษ์ รสิกาถึงได้แต่งตัวเสร็จลงมาหาเขาที่ห้องรับแขก เขาไม่วายว่าประชดนึกว่าต้องดื่มกาแฟเป็นถ้วยที่สามเสียอีก นิ่มนวลมองสองคนสลับกันไปมา ยิ่งเห็นท่าทีของทั้งคู่ก็ยิ่งมั่นใจว่าสองคนนี้มีใจให้กัน วฤกษ์เดินนำรสิกายังไม่ทันถึงรถ

    จารุวรรณ โทร.มาบอกเขาว่าออกจากโรงพยาบาลแล้ว พอดีญาติที่กรุงเทพฯโทร.มาบอกว่าป่วยใกล้ตาย ก็เลยต้องไปดูใจ ไว้เสร็จธุระแล้วค่อยพบกันแล้วรีบวางสาย พอหันมองอีกทีเจอนเรนทร์ยืนจ้องอยู่รีบแก้ตัว

    “ญาติที่ทางใต้จะขึ้นมาเยี่ยมวรรณค่ะ วรรณก็เลยต้องโกหกว่าจะไปกรุงเทพฯ พวกเขาจะได้ไม่ต้องห่วง”

    “ทำไมไม่บอกเขาไปด้วยล่ะว่าตอนนี้คุณวรรณสุขสบายดีอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ แถมมีผมคอยดูแลใกล้ชิด” ไม่พูดเปล่านเรนทร์ส่งตาหวานให้ จารุวรรณแสร้งสะเทิ้นอายราวกับเป็นเด็กสาวๆ

    ooooooo

    หลวงพ่อวัดป่าเห็นวิยะดายังคงตามดรลที่มากับแม่แจ ท่านหลับตานั่งสมาธิถอดจิตออกมาคุยกับเธออีกครั้ง พยายามชวนมาปฏิบัติธรรมที่วัดแห่งนี้ เผื่อสินอายุขัยจะได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี เธอยังคงปฏิเสธเหมือนเดิม

    “ถ้าไม่มีที่ไปก็มาที่นี่นะ” สิ้นเสียงหลวงพ่อ ร่างของวิยะดาเลือนหายไป...

    ทางฝ่ายปาริชาตกลุ้มใจมากทำไมหมู่นี้เรือนพะยอมถึงได้มีอะไรแปลกๆเกิดขึ้น จึงสอบถามหลวงพ่อว่าเกี่ยวกับคนที่เพิ่งมาอยู่ใหม่หรือเปล่า ท่านถามว่าใช่คนที่ดรลพามาคราวก่อนหรือไม่

    “ใช่ครับ นั่นแหละครูรสิกา คนที่ผมเคยพามากราบหลวงพ่อน่ะครับ”

    “หลวงพ่อพูดเสมอใช่ไหมโยม ในโลกนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยบังเอิญหรอก บุญและกรรมจะต้องชักนำกันมาเสมอ กรรมเป็นตัวกำหนดทุกสิ่ง”...

    วฤกษ์เปลี่ยนใจไม่ไปโรงพยาบาลแล้วเพราะเห็นรสิกาไม่เป็นอะไร จึงพาเธอไปที่โรงแรมในตัวเมืองลำพูนซึ่งเป็นสถานที่จัดเลี้ยงนักธุรกิจภาคเหนือ โลกกลมอย่างเหลือเชื่อเพราะนเรนทร์พาจารุวรรณมางานนี้เช่นกัน

    หวังจะแนะนำให้รู้จักเพื่อนๆของเขา เธออ้างว่ายังไม่พร้อม เพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อวานนี้เอง

    “จริงด้วยสิ ผมลืมไป ขอโทษด้วย งั้นระหว่างที่ผมกินข้าวกับเพื่อนๆ คุณวรรณไปนอนนวดตัวในสปาให้สบายใจเลยนะครับ” นเรนทร์ผายมือบอกทางไปสปาให้ จารุวรรณเดินยังไม่ทันกี่ก้าว กรรณิการ์เข้ามากับภานุวัต เห็นหลังเธอไวๆ ไม่วายแขวะ โรงแรมแห่งนี้อนุญาตให้ผู้หญิงชั้นต่ำเข้ามาด้วยหรือ

    จารุวรรณหันมองแต่ไม่ได้ให้ความสนใจเดินต่อไป กรรณิการ์จะตามไปเอาเรื่อง ภานุวัตรีบแนะนำให้แม่รู้จักกับนเรนทร์เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์คนหนึ่งของภาคเหนือ เขาชวนสองแม่ลูกเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงด้วยกัน กรรณิการ์ไม่อยากยุ่งกับคนที่เกลือกกลั้วดินตมจึงเชิญเขาเข้าไปก่อนได้เลย...

    วฤกษ์เองก็ชวนรสิกาเข้าไปในงานเช่นกัน เธอปฏิเสธว่าเป็นแค่ครูพี่เลี้ยงไม่ใช่เลขาฯของเขา ไม่สะดวกใจที่จะเข้าไป เขาจึงให้เธอรอที่ล็อบบี้สักชั่วโมงหนึ่งก่อน

    “อย่าเผลอล้มหรือเป็นลมให้ใครเขากอดอีกล่ะ” กระเซ้าจบวฤกษ์เดินลิ่วออกไป รสิกาต่อว่าไม่ทันได้แต่มองตาม ด้านกรรณิการ์กำลังจะเดินเข้างานแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นวฤกษ์มางานนี้ด้วยจัดแจงชวนลูกกลับ

    ภานุวัตมองเลยวฤกษ์ไปเห็นหลังรสิกาไวๆ บอกแม่ให้รอตรงนี้ก่อน ขยับจะตามแต่แม่หันไปหาเรื่องด่าว่าวฤกษ์เสียก่อน เขาจึงต้องอยู่คอยดึงๆท่านไว้กลัวจะเสียภาพลักษณ์ต่อหน้าคู่ค้ารายอื่นๆ ครั้นมองไปอีกที รสิกาหายไปแล้ว เขาไม่รู้ว่าเธอเองก็เห็นเขาเช่นกัน รีบโทร.หากมลรัตน์เล่าเรื่องที่เห็นภานุวัตให้ฟัง

    “รีบหาที่ซ่อนตัวเลย ถ้าพี่วัตถามฉันจะยืนกระต่ายขาเดียวว่าเธอกลับกรุงเทพฯไปแล้ว”

    รสิกาทำตามที่เพื่อนแนะนำเข้าไปหลบในห้องน้ำโชคไม่ดีเจอจารุวรรณ สองคนมีปากเสียงกัน จารุวรรณเถียงสู้ไม่ได้เงื้อมือจะตบ อยู่ๆไฟในห้องน้ำดับๆติดๆแล้วดับพรึบ รสิการีบผละหนี เธอจะตาม แต่ประตูห้องน้ำ ล็อกเปิดไม่ออก ร้องเรียกให้คนช่วยก็ไม่มีใครได้ยิน ผีแม่จิตวูบเข้าสิงร่างจารุวรรณ สำแดงฤทธิ์ทำให้ก๊อกน้ำทุกก๊อกที่อ่างล้างมือเปิด จารุวรรณวักน้ำใส่ตัวเองจนเปียกปอนไปหมด

    เจ้าหน้าที่โรงแรมเข้ามาเห็นรีบเรียก รปภ.มาจัดการ ผีแม่จิตวูบออกจากร่าง จารุวรรณได้สติเห็นสภาพตัวเองในกระจกเงาถึงกับปล่อยโฮด้วยความหวาดกลัวไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง...

    ฝ่ายรสิกาใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลบหลีกจากภานุวัตมาได้ เช่นเดียวกับกมลรัตน์อาศัยความกะล่อน กล่อมให้ภานุวัตเชื่อว่าเขาคิดถึงรสิกามากจนตาฝาดไปเอง เพื่อนของตนเพิ่งโทร.มาบอกว่าได้งานเป็นเลขาฯนายญี่ปุ่นที่สีลมจะมาโผล่ที่ลำพูนได้อย่างไร

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:15 น.