ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เรือนพะยอม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ปาริชาต ดรลกับรสิกาและวฤกษ์พากันเดินมาที่รถเพื่อจะไปทำบุญที่วัดป่าโดยมีแก้วตากับนิ่มนวลหิ้วตะกร้าใส่ของที่จะไปถวายพระตามมาด้านหลัง แมวเห็นรถของจารุวรรณแล่นมาจอดรีบเข้าไปเสนอหน้า ดรลเห็นแล้วอดใจไม่ไหวไล่ให้แมวไปรับเงินเดือนจากเจ้านายคนใหม่ จารุวรรณปรี่เข้ามาทัก

    “จะไปไหนกันหรือคะ แหมวรรณมาทันพอดีเชียว ให้วรรณไปด้วยนะคะวฤกษ์”

    วฤกษ์ยังไม่ทันจะอ้าปาก ปาริชาตชิงตอบคำถามแทนว่าอย่าไปเลยจะดีกว่า พวกตนจะไปวัดกัน ตนกลัวเธอจะร้อน ปีศาจกับพระไม่ถูกกันไม่ใช่หรือ จารุวรรณต้องข่มความโกรธเอาไว้

    “ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าคุณปาริชาตไม่อนุญาตให้วรรณไป วรรณก็จะไม่ไป งั้นวันนี้วรรณจะเข้าครัวทำอาหารเย็นไว้รอทุกคนนะคะ แต่ไม่ทราบว่าอาหารฝรั่ง คนบางคนจะกินเป็นหรือเปล่า” จารุวรรณปรายตามองรสิกา

    “นิ่ม ช่วยนึ่งข้าวเหนียวให้ฉันด้วย ทำลาบ ส้มตำคอหมูย่างนะ อยากกิน”

    “ได้เลยค่ะคุณครู”

    ดรลขอร่วมวงกินส้มตำด้วยคน แค่คิดก็เปรี้ยวปากแล้ว วฤกษ์ไม่พูดอะไรเดินนำทุกคนไปที่รถ จารุวรรณไม่กล้าตามตื๊อหันหลังเดินเข้าตัวเรือน นิ่มนวลแหย่แก้วตาจะกินอาหารฝรั่งของจารุวรรณด้วยไหม

    “ไม่เห็นต้องถาม ใครจะกล้ากินของมัน เกิดมันบ้าแอบใส่ยาพิษขึ้นมาจะว่าอย่างไร”...

    ระหว่างนั่งมาในรถ ดรลซึ่งทำหน้าที่เป็นสารถี อดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่าทำไมวันนี้จารุวรรณถึงไม่ร้องตาม ทุกทีทำตัวราวกับปลิงเกาะวฤกษ์ไม่ปล่อย ปาริชาตเองก็รู้สึกเหมือนกัน หรือว่าเธอไม่ชอบเข้าวัดจริงๆ

    “คงเป็นเพราะพี่วฤกษ์ทำหน้าบอกบุญไม่รับด้วยมั้ง แม่นั่นก็เลยไม่กล้าตื๊อ”

    “ธุระวันนี้เป็นธุระของรสิกา คนอื่นไม่เกี่ยว” วฤกษ์เสียงเข้ม รสิกาหันมองเขาทันที

    “จริงสิ แม่จะต้องถามหลวงพ่อที่วัดป่าให้รู้เรื่องสักที”...

    หลังจากถวายเพลและรับพรเรียบร้อย หลวงพ่อหลับตานั่งสมาธิเพื่อดูอดีตชาติของรสิกากับวฤกษ์ ครั้นท่านลืมตาขึ้นมองอีกครั้ง ปาริชาตซักทันทีว่าพอจะมีทางแก้ไขอะไรได้ไหม รสิกาไม่ใช่คนในเรือนพะยอม

    “เอ่อ ดิฉันหมายถึงว่าไม่อยากให้รสิกาถูกวิญญาณในเรือนพะยอมรบกวนเจ้าค่ะ”

    “ทุกอย่างเป็นปัจจัตตัง ต้องปฏิบัติเอง รู้เองเห็นเอง รู้ได้ เห็นได้ด้วยปัญญาและพลังของสมาธิด้วยตัวเอง”ว่าแล้วหลวงพ่อหยิบกิ่งไม้แห้งที่พันด้วยสายสิญจน์ขึ้นมา อธิบายว่านี่คือกิ่งพะยอมซึ่งครั้งหนึ่งไม้ชิ้นนี้เคยมีลำต้นสูงใหญ่ออกดอกหอมไปไกล แต่แล้ววันหนึ่งก็เหลือเพียงเท่านี้ หากละความผูกพัน กรรมก็จะทำร้ายเราไม่ได้ ปาริชาตไม่เข้าใจ หมายความว่าอย่างไร

    “มุ่งหน้าทำแต่คุณความดี ทำจิตใจให้ผ่องใส มารจะได้ไม่เจริญในจิตของเราได้...โยมเอากิ่งพะยอมแห้งนี้ไปไว้ในห้องนะ หลวงพ่อปลุกเสกแล้ว จะช่วยโยมให้รอดพ้นภยันตรายทั้งหลายได้” หลวงพ่อว่าแล้วหย่อนกิ่งพะยอมแห้งใส่มือรสิกา

    ooooooo

    ระหว่างเดินมาที่จอดรถของวัดป่า วฤกษ์เตือนรสิกาแม้จะได้กิ่งพะยอมแห้งก็ต้องระวังตัวไว้บ้าง ของสิ่งนี้อาจช่วยให้เธอรอดพ้นจากสิ่งลี้ลับ แต่อาจจะไม่ช่วยเรื่องคนที่คิดปองร้าย รสิกาเห็นด้วยว่าคนร้ายกว่าผี แต่เธอจะป้องกันได้อย่างไรในเมื่อไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครคิดร้ายกับเธอ วฤกษ์ซักเคยมีศัตรูที่ไหนหรือเปล่า

    “ไม่มี แล้วก็แน่ใจว่าไม่เคยไปทำอะไรให้ใครเจ็บช้ำน้ำใจถึงขนาดส่งคนมาฆ่า”

    “ระวังตัวไว้บ้างนะ ฉันเป็นห่วง” วฤกษ์จับมือเธอมากุมไว้

    “รีบกลับเถอะค่ะ ฉันไม่อยากให้หนูมิวรู้สึกว่าพวกเราทอดทิ้งเธอ”...

    เมื่อกลับถึงห้องพัก รสิกานำกิ่งพะยอมแห้งปลุกเสกที่หลวงพ่อให้วางไว้ที่โต๊ะหัวเตียง ผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้น สั่งให้เอามันออกไป รสิกาแปลกใจทำไมต้องกลัวด้วยถ้าผีแม่จิตไม่ได้คิดร้ายอะไรกับตน

    “ข้าไม่เคยร้ายกับเจ้า แม่พะยอม รักษาน้ำใจข้าบ้าง” ผีแม่จิตพูดจบก็เลือนหายไป รสิกาตกใจ

    “แม่จิตโกรธฉันเหรอ แม่จิตๆ หลวงพ่อให้ฉันมา ฉันจะทิ้งไปได้อย่างไร”...

    ผีแม่จิตนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับผีท่านเจ้าคุณและผีคุณหญิงมุกว่าของที่หลวงพ่อมอบให้รสิกามีพลังมาก ตนเกรงจะทำการไม่สำเร็จ แม่พะยอมอาจจะไม่สนใจเรื่องราวในอดีตแล้วก็ได้

    “ก็เร่งมือเข้าสิ” ผีท่านเจ้าคุณสั่งเสียงเฉียบ

    ผีคุณหญิงรู้ว่าผีแม่จิตไม่ได้ติดแค่คำขออโหสิกรรมจากแม่พะยอม แต่ยังมีเรื่องอื่นอีก สั่งให้รีบทำให้เสร็จๆท่านอยากไปชดใช้กรรมเต็มทีแล้ว ผีแม่จิตรับคำแล้วหายวับไป...

    ด้านจารุวรรณคิดจะรวบหัวรวบหางวฤกษ์ ทำทียกเครื่องดื่มร้อนๆมาบริการให้ถึงห้องนอน เขาไม่ได้มีทีท่าสนใจ บอกให้วางไว้บนโต๊ะ เธอแกล้งบีบน้ำตาตัดพ้อต่อว่าว่าเขาเปลี่ยนไปมาก ไม่เหลือความรู้สึกดีๆให้เธอแล้วใช่ไหม วฤกษ์ย้อนถามเคยรู้สึกอย่างนั้นกับเธอด้วยหรือ จารุวรรณปล่อยโฮโผกอดเขาไว้ เขาพยายามผลักเธอออก แต่เธอเกาะแน่นยิ่งกว่าปลิง เขาต้องขอร้องให้ปล่อย ใครมาเห็นเข้าจะไม่ดี

    “ไม่ค่ะ วรรณรักคุณ วรรณยอมทุกอย่าง ขออย่างเดียวให้คุณกลับมารักวรรณเหมือนเดิม นะคะวฤกษ์”

    ทันใดนั้นมีมือลึกลับมากระชากผมจารุวรรณจนหงายเงิบ เธอหันขวับไปมองต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นผีแม่จิตยืนอยู่ ถึงกับกรีดร้องเสียงลั่น แล้ววิ่งออกจากห้อง วฤกษ์มองไปรอบๆไม่เห็นอะไรได้แต่ยืนงง

    จารุวรรณวิ่งกลับมาที่ห้องพักตัวเองรีบล็อกประตูแน่นหนา ยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ประตูเจ้ากรรมเปิดปิดเองได้ เธอกลัวสุดขีดโดดผลุงเดียวขึ้นไปอยู่บนเตียงคว้าหมอนมากอดไว้ พอความกลัวผ่อนคลายลง ประตูเปิดปิดเองอีกครั้ง คราวนี้เธอดึงผ้าห่มมาคลุมโปงตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า

    ooooooo

    ปาริชาตกับดรลได้ยินเสียงร้องกรี๊ดๆดังมาจากห้องวฤกษ์ก็ตกใจรีบวิ่งมาดู

    “จารุวรรณใช่ไหม อย่าบอกนะว่าเข้ามาในห้องนี้” ดรลถามเสียงเครียด วฤกษ์เล่าว่าจารุวรรณเอานมอุ่นๆเข้ามาให้แต่เกิดเป็นอะไรไม่รู้ อยู่ๆก็ร้องโวยวายราวกับคนบ้าก่อนจะวิ่งออกจากห้อง ปาริชาตสมน้ำหน้าสาแก่ใจ นี่คงจะเจอดีเข้าให้ถึงได้ร้องเหมือนโดนเชือด วฤกษ์งงเจอดีอะไร

    “เมื่อไหร่เธอจะเชื่อว่าเรือนพะยอมมีสิ่งลี้ลับน่ากลัวมากมายฮึตาวฤกษ์”

    แม้จะเจอเหตุการณ์แปลกประหลาดด้วยตัวเองหลายครั้งแต่ในเมื่อพิสูจน์ไม่ได้ วฤกษ์ก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี แล้วตัดบทเชิญสองแม่ลูกไปพักผ่อนต่อ ปาริชาตไม่ไว้ใจจารุวรรณเตือนให้เขาล็อกห้องไว้ด้วย ท่านไม่อยากให้ผู้หญิงหน้าด้านมาเพ่นพ่านแถวนี้...

    ขณะทุกคนแยกย้ายกันกลับห้องตัวเอง ผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้นในห้องรสิกา มองกิ่งพะยอมแห้งที่มีแสงเรืองๆด้วยสีหน้าหวาดกลัว ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าหา

    รสิกาที่หลับสนิทอยู่บนเตียง ยังไม่ทันจะถึงตัว รัศมีเรืองรองจากกิ่งพะยอมแห้งสาดใส่ ผีแม่จิตกระเด็นทะลุผนังห้องวูบหายไป รสิกาผวาตื่นมองไปรอบๆแต่ไม่เห็นอะไร ผีแม่จิตไปโผล่ที่หน้าเรือนพะยอม มองเข้าไปที่ตัวบ้านสีหน้าหวาดหวั่น

    “ข้าจะทำยังไงถึงจะดึงแม่พะยอมย้อนสู่อดีตได้อีก กิ่งพะยอมนั่นมีอิทธิฤทธิ์มากเหลือเกิน”

    ooooooo

    จารุวรรณรู้แก่ใจดีว่าเข้าทางวฤกษ์คงไม่สำเร็จตราบใดที่ยังมีรสิกาอยู่ จึงเล่นสงครามประสาทด้วยเพื่อให้เธอทนไม่ไหวแล้วไปจากที่นี่ อุตส่าห์ตื่นแต่เช้ามาดักรอตอนที่ปาริชาตกับรสิกาใส่บาตรเสร็จจะเข้าบ้าน พูดเป็นทำนองฝากเนื้อฝากตัวจะเป็นหลานสะใภ้ที่ดีของปาริชาต

    “นี่หล่อนพูดอะไร หรือว่าเมื่อคืนที่หล่อนเข้าไปในห้องตาวฤกษ์นั่น...”

    คำพูดของปาริชาตทำให้รสิกาตกใจจนของหล่นจากมือเสียงดังโครมคราม นิ่มนวลต้องเข้าไปช่วยเก็บ จารุวรรณปรายตามองสะใจ ก่อนจะพูดกับปาริชาตเพิ่มเติมอีกว่า วฤกษ์รู้สึกดีกับตนไม่อย่างนั้นคงไม่อนุญาตให้ตนเข้านอกออกในเรือนพะยอมแบบนี้ ส่วนคนอื่นคงมีวาสนาก็แค่ทางผ่าน

    “ไม่จริง ฉันไม่เชื่อ ตาวฤกษ์ไม่ใช่คนอย่างนั้นฉันรู้จักหลานฉันดี ตาวฤกษ์ไม่มีทางตะกละมูมมามกับของโสโครกอย่างหล่อนหรอก”

    “ลองถามวฤกษ์ดูสิคะว่าของโสโครกรสชาติเป็นอย่างไร ระวังช็อกตายหลังได้คำตอบนะคะ แล้วถ้าไม่กระจ่าง อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน ก็มาถามรายละเอียดกับวรรณได้” จารุวรรณเดินหัวเราะร่วนออกไป ปาริชาตหันมาเห็นสีหน้าของรสิกา รีบบอกว่าอย่าไปเชื่อ แม่นี่พยายามเล่นสงครามประสาท เธอต้องเข้มแข็ง ขืนอ่อนแอแบบนี้จะตกเป็นเหยื่อของคนเลวๆ อย่างมันได้...

    ทันทีที่รู้เรื่องจารุวรรณจากปาริชาต วฤกษ์เป็นห่วงความรู้สึกของรสิการีบไปหาที่ห้องพัก เธอกำลังร้องไห้เพราะเชื่อคำพูดยุแยงของจารุวรรณรีบปาดน้ำตา ทิ้ง เขาพยายามอธิบายว่าเขากับจารุวรรณไม่ได้มีอะไรกัน ที่ฝ่ายนั้นพูดเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ แต่รสิกาไม่อยากฟังขอร้องให้เขาออกไป

    อยากอยู่คนเดียว เขาไม่ยอมไปไหนทั้งนั้นถ้ายังคุยกันไม่รู้เรื่อง ในเมื่อเขาไม่ไป เธอก็จะเป็นฝ่ายไปเองแล้วขยับจะเดินหนี วฤกษ์คว้าตัวมากอด

    “โถ ร้องไห้ด้วย นี่หึงผมอย่างหนักเลยใช่ไหม มาจะจูบซับน้ำตาให้”

    รสิกาดิ้นหนีไม่ยอมให้วฤกษ์จูบ เขายิ่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ขอร้องอย่าดิ้นเขาแค่จะเช็ดน้ำตาให้ แล้วพรมจูบไปทั่วบริเวณที่มีน้ำตา รสิกาหมดเรี่ยวแรงจะขัดขืน ได้แต่ขอร้องให้เขาปล่อย วฤกษ์ไม่ชอบเลยที่เห็นเธอหวั่นไหวไปกับคำพูดของคนไม่ดีอย่างนั้น

    รสิกาไม่เข้าใจในเมื่อจารุวรรณเป็นคนไม่ดีทำไมเขาไม่ไล่ออกไป

    “ฉันห่วงยัยมิว แกกำพร้าพ่อ กำพร้าแม่เหลือญาติไม่กี่คน ยิ่งฝ่ายโน้นไม่เหลือใคร ฉันไม่อยากให้แกมีปมด้วย ส่วนญาติคนไหนดีหรือไม่ดี โตขึ้นแกจะรับรู้เอง แต่ไม่ควรรู้ในวัยเท่านี้”

    ooooooo

    ในเวลาต่อมา จารุวรรณเดินผ่านมาเห็นวฤกษ์ออกมาจากห้องรสิกาก็ชักสีหน้าไม่พอใจ เข้าไปต่อว่าว่าเมื่อคืนนี้เขากอดเธอแต่วันนี้เขากลับออกมาจากห้องหญิงอื่น วฤกษ์ส่ายหน้าระอาใจให้กับคนช่างมโน

    “ผมกอดผู้หญิงมานับไม่ถ้วน ถ้าคิดว่าการที่คุณโผกอดผมแล้วผมจะต้องรับคุณเป็นเมียล่ะก็ เข้าใจผิด”

    “วรรณเป็นผู้หญิงนะคะ แล้วใครๆเขาก็รู้กันทั่วว่าเราคบกันอยู่”

    “เลิกพล่ามซะทีจารุวรรณ ผมจะบอกอะไรให้นะ ถ้าเอาผู้หญิงชั่วทั่วโลกมายืนเรียงกัน ผมว่าคุณน่ะอยู่อันดับต้นๆเลย กลับไปคิดพิจารณาดูว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ” วฤกษ์ด่าเสร็จผละจากไป จารุวรรณมองตามด้วยความแค้น พึมพำเบาๆเดี๋ยวจะทำชั่วให้มากกว่านี้อีก...

    ด้านรสิกาโทร.นัดแนะกับกมลรัตน์เพื่อจะปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้น ฝ่ายหลังไม่อยากนัดเจอกันข้างนอกกลัววฤกษ์จะตามมาเป็นก้าง อีกทั้งกรรณิการ์ไม่อยู่ไปสัมมนาที่ต่างจังหวัดจึงชวนเธอมาที่บ้านโชติรส ภานุวัตรู้เข้าก็ดีใจจนออกนอกหน้า ลืมเล่าถึงผลตรวจเข็มฉีดยาให้ญาติผู้น้องฟัง...

    ครั้นวฤกษ์รู้จากปาริชาตว่ารสิกาออกไปข้างนอกคนเดียวก็เป็นห่วง ฝากดรลช่วยดูแลมิสเตอร์ลีลูกค้าที่นัดเจรจาธุรกิจให้ด้วยแล้วรีบร้อนออกจากออฟฟิศ...

    แมวแอบได้ยินปาริชาตคุยกับวฤกษ์ว่ารสิกาออกไป ข้างนอกตามลำพัง รีบคาบข่าวไปรายงานจารุวรรณถึงห้องนอนโดยได้ค่าจ้างรายงานข่าวห้าร้อยบาท รับเงินมาได้แมวเดินยิ้มออกจากห้อง แต่ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นปาริชาตเดินนำแก้วตาซึ่งถือถาดใส่ของว่างสำหรับคุณย่ามะลิเข้ามา

    “ทำตัวเป็นสายลับสายล่อ ระวังฉันจะเฉดหัวแกออกไปจากบ้านหลังนี้ ดูสิว่าคนใจดีอย่างนายแกจะจ้างแกทำงานหรือเปล่า” พูดจบปาริชาตหันไปสั่งแก้วตาเอาของว่างขึ้นไปให้คุณย่ามะลิ ถ้าท่านถามเรื่องเกี่ยวกับเรือนพะยอมก็ให้เรียนว่าไม่มีอะไร ปกติดีทุกอย่าง แล้วรอจนเธอพ้นสายตา จึงปรี่มากระชากแขนแมว

    “ต่อไปนี้แกต้องบอกฉันว่านังจารุวรรณมันทำอะไรอยู่ ไม่งั้นวันไหนก็ตามที่ฉันและคนอื่นกระชากหน้ากากนายแกออกมา แกต้องติดคุกหัวโตตามไปด้วย รู้ไหมว่าพฤติกรรมนายแกน่ะ น่าสงสัย” ขู่เสร็จปาริชาตผละจากไป แมวมองตามงงๆคุณวรรณไปทำอะไรไม่ดีไว้หรือ...

    ทางฝ่ายจารุวรรณไม่รอช้าโทร.แจ้งให้นเรนทร์ส่งคนไปจัดการกับรสิกา อ้างว่านังนี่คืออุปสรรคใหญ่ที่ขัดขวางระหว่างเธอกับวฤกษ์ ตราบใดที่มันยังอยู่ เขาคงไม่มีวันเลือกตน นเรนทร์หนักใจพยายามจะจัดการนังนี่หลายครั้งแล้วแต่ก็พลาดทุกที ไม่รู้ว่ามันมีดีอะไร จารุวรรณเห็นด้วย ขนาดเอาหมอผีไปสะกดวิญญาณยังทำอะไรไม่ได้ แถมหมอผีเกือบเอาตัวไม่รอด ตนโทร.มาบอกเขาแค่นี้ ส่วนจะจัดการด้วยวิธีไหนให้เขาหาทางเอง

    “ตอนนี้มันกำลังเข้าไปในเมือง คงหึงวรรณน่ะค่ะ ตอนนี้วรรณเล่นสงครามประสาทกับมันอยู่”...

    นเรนทร์ตรงไปที่ท่ารถสองแถวในตัวเมืองเชียงใหม่ทันทีที่วางสายจากจารุวรรณเพราะรู้ว่ารสิกาจะต้องไปต่อรถที่นั่น เดินเตร่ได้สักพัก ก็เห็นเป้าหมายลงจากรถสองแถวคันหนึ่ง เขาปรี่เข้าไปทักว่าจำได้ไหม เขาเคย มาขอให้เธอไปทำงานเป็นเลขาฯของเขา หญิงสาวพยักหน้า จำได้

    “แล้วนี่จะไปไหนหรือครับ ให้ผมไปส่งไหม”

    “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันเรียกรถไปเองได้ บ้านเพื่อน อยู่แถวนี้เอง”

    นเรนทร์เดาออก บ้านเพื่อนที่เธอว่าคงจะเป็นบ้านโชติรสใช่ไหม รสิกาไม่ตอบเนื่องจากไม่ไว้ใจ ขอตัวก่อน ไหว้ลาแล้วเดินไปต่อรถสองแถวอีกสายหนึ่งเพื่อไปหากมลรัตน์โดยไม่ทันสังเกตว่านเรนทร์แอบสะกดรอยตาม เขารอจนเธอขึ้นรถสองแถวเรียบร้อย จึงแอบย่องไปนั่งเบาะหน้าข้างคนขับ ส่งเงินให้คนขับรถหนึ่งพันบาท สั่งให้ออกรถพาขับอ้อมไปนอกเมืองไกลๆ เขาทำไม่ได้ถ้าจะเหมารถต้องให้เขาไปส่งผู้โดยสารข้างหลังก่อน

    “ไม่ต้อง” ไม่พูดเปล่า นเรนทร์เปิดเสื้อโชว์ปืนที่เหน็บเอวไว้ สั่งให้โชเฟอร์ออกรถทันที รสิกานั่งอยู่ตอนหลังคนเดียวไม่ทันระวังตัว ถูกรถกระชากหน้าเกือบทิ่ม...

    วฤกษ์โทร.หารสิกา แต่พูดกันยังไม่ทันจะรู้เรื่องเธอวางสายไปเสียก่อนเพราะยังงอนเรื่องจารุวรรณไม่หาย ทำให้เขายิ่งร้อนใจเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ...

    รสิกาเอะใจที่เห็นรถสองแถววิ่งออกนอกเมืองไม่ใช่เส้นทางไปบ้านโชติรสอย่างที่เคยไป รีบกดออดจะขอลง คนขับหันมองนเรนทร์ซึ่งมือแตะที่ปืนอยู่ตลอดว่าจะเอาอย่างไร นเรนทร์สั่งให้จอดรถ เขากระแทกเบรกอย่างแรงจนรสิกาหัวคะมำ ตั้งหลักได้เธอลงมาต่อว่าคนขับ ทำไมถึงพามาเส้นนี้แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นนเรนทร์นั่งอยู่ข้างๆ เขาหันไปตบหน้าคนขับฉาดใหญ่ โวยวายเสียงลั่น จะพาผู้โดยสารไปไหนกันแน่

    “...ไปเลยนะ ไม่งั้นกูจะจับมึงส่งตำรวจ” นเรนทร์ ตีบทสุภาพบุรุษแตกกระจุย รีบลงจากรถมาหารสิกา ที่ยังงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น คนขับรถไม่รอช้าขับรถหนีไปอย่างรวดเร็ว

    “รสิกา มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะครับ ผมเป็นห่วงคุณ ไอ้คนขับรถคันนี้หน้าตามันไม่น่าไว้วางใจ ผมเลยนั่งประกบมันมาโดยที่คุณไม่รู้”

    “ขอบคุณคุณนเรนทร์นะคะ” รสิกาไม่ได้เฉลียวใจแม้แต่น้อย นเรนทร์ชวนเธอไปรอที่วัดเล็กๆแถวนี้ก่อน จะได้โทร.ให้ลูกน้องของเขาเอารถมารับ แล้วเขาจะไปส่งเธอที่บ้านโชติรสเอง

    ooooooo

    วฤกษ์ตัดสินใจโทร.เข้ามือถือกมลรัตน์แต่ขอพูดสายกับรสิกา ขอร้องอย่าบอกว่าไม่อยู่เพราะเธอไม่มีเพื่อนที่ไหนในเมืองนี้นอกจากกมลรัตน์

    “แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารสิกาต้องมาที่นี่นี่คะคุณวฤกษ์” กมลรัตน์พูดได้แค่นั้นภานุวัตแย่งไปพูดเอง

    “คุณวฤกษ์ รสิกายังมาไม่ถึงเลย เราสองคนก็เป็นห่วงนึกว่าคุณไม่อนุญาตให้มาแล้ว”

    “อะไรนะ! ยังไปไม่ถึงเหรอ” วฤกษ์ร้อนใจมาก เร่งความเร็วรถขึ้นอีก...

    ด้านนเรนทร์ขับรถไปพลางพยายามหว่านเสน่ห์ให้รสิกาสุดฤทธิ์แต่เธอไม่สนใจ ชวนกินข้าวเที่ยงด้วยเธอก็ปฏิเสธอีกอ้างเพื่อนรอกินข้าวอยู่ ครั้นถูกตื๊อมากเข้า รสิกาขอร้องให้เขาจอดรถเดี๋ยวเธอเรียกรถรับจ้างไปเอง เขากลับเร่งเสียงเพลงรถให้ดังเพิ่มขึ้น เธอรู้สึกไม่ชอบมาพากล ถามว่าต้องการอะไรกันแน่

    “ฉันชักไม่แน่ใจแล้วว่าไอ้ที่คุณทำตัวเป็นสุภาพบุรุษช่วยฉันไว้เมื่อครู่นี้น่ะ จริงหรือปลอม”

    “ถ้าเชื่อว่าจริงก็โง่เต็มทีแล้วล่ะ” ไม่พูดเปล่านเรนทร์เอาปืนที่เหน็บเอวออกมาวางบนตัก...

    อารามรีบร้อนทำให้วฤกษ์ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ถูกตำรวจเรียกตรวจและเขียนใบสั่ง เขาไม่รู้จะทำอย่างไรดีเพราะต้องเสียเวลาที่จุดนี้อีกหลายนาที ตัดสินใจตั้งจิตอธิษฐาน

    “ถ้าเรือนพะยอมมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีวิญญาณลี้ลับอยู่จริง ก็ขอให้ช่วยรสิกาด้วยเถอะ แล้วผมจะยอมรับทุกอย่างเลย” อธิษฐานเสร็จ วฤกษ์เร่งตำรวจให้เขียนใบสั่งเร็วๆ...

    นเรนทร์ขับรถพารสิกามาจอดบริเวณถนนสายเปลี่ยวนอกเมือง แดดจ้าเมื่อครู่กลับมืดครึ้มทั้งที่ไม่มีเมฆฝนตั้งเค้ามาก่อน รสิกาพยายามจะลงจากรถแต่ประตูล็อกจากฝั่งคนขับทำให้เปิดไม่ได้

    “คุณต้องการอะไร” รสิกาพยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น

    “จนป่านนี้ยังไม่รู้อีกเหรอ ที่ผมพยายามชวนคุณมาทำงานด้วยไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็เพราะผมรักคุณ ผมยินดีส่งผู้ใหญ่ไปสู่ขอคุณตามประเพณี รับประกันได้เลยว่าชีวิตคุณจะมีแต่ความสุขสบายไปทั้งชาติ แม่คุณก็

    ไม่ต้องลำบาก ไม่ต้องสอนหนังสือรับเงินไปแต่ละเดือนอย่างที่เป็นอยู่ อ้อ พ่อเลี้ยงคุณก็ท่าทางผลาญสมบัติแม่คุณจนเกือบหมดแล้ว นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณหนีมาทำงานที่ไร่พนาเวทใช่ไหม”

    ขาดคำนเรนทร์รวบตัวรสิกาเข้ามาจะจูบ แต่กลับเห็นใบหน้าของเธอกลายเป็นใบหน้าของผีแม่จิต ถึงกับผงะ เปิดประตูลงจากรถร้องเอะอะลั่น ไม่สนใจฟ้าฝนที่เทกระหน่ำไม่ขาดสาย รสิกาไม่รอช้าวิ่งหนีออกจากรถ นเรนทร์ตั้งสติได้กลับขึ้นรถไล่ตาม ปืนที่ตกบนพื้นรถอยู่ๆลอยขึ้นมาได้เอง เขาตกใจหักพวงมาลัยรถเข้าจอดข้างทาง

    ผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้นในรถจ้องมองด้วยสายตาน่ากลัว นเรนทร์จะหนีลงจากรถก็ทำไม่ได้ประตูไม่ยอมเปิด เล็บของเธอค่อยๆเคลื่อนเข้าหาคอหอยของนเรนทร์ช้าๆ ทันใดนั้นประกายรัศมีจากของขลังที่วางไว้บนหน้าคอลโซลรถสว่างวาบ ผีแม่จิตถึงกับผงะก่อนจะเลือนหายไป นเรนทร์ยกมือไหว้ท่วมหัวที่รอดมาได้

    ooooooo

    รสิกาวิ่งมาหลบอยู่ในศาลาริมทาง นั่งชันเข่ากอดตัวเองทั้งกลัวทั้งหนาวสั่นน้ำตาไหลพราก พลางกวาดสายตาไปรอบๆกลัวนเรนทร์จะตามมา พลันมีเสียงมือถือดังขึ้น วฤกษ์โทร.มาถามว่าอยู่ที่ไหน เป็นอะไรหรือเปล่า เธอร้องไห้โฮ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ไหน

    “แชร์สถานที่หรือทำอะไรสักอย่างก็ได้ให้ผมรู้ ทำเป็นไหม”

    หญิงสาวรีบทำตามที่เขาบอก กมลรัตน์เองเห็นเธอแชร์โลเกชั่นมาในเฟซบุ๊ก ชวนภานุวัตตามไปที่นั่น เพราะอยู่ใกล้บ้านโชติรสแค่นี้เอง

    จากนั้นไม่นาน วฤกษ์ขับรถมาถึงศาลาริมทาง รสิกาหันมาเห็นก็วิ่งไปกอดทั้งน้ำตาด้วยความหวาดกลัว เขาต้องกอดเธอตอบปลอบว่าไม่ต้องร้องไห้เขาอยู่นี่แล้ว ไม่กี่อึดใจ กมลรัตน์กับ ภานุวัตตามมาสมทบ ฝ่ายแรกพยายามซักเพื่อนรักว่าเกิดอะไรขึ้น ภานุวัตเห็นเธอกำลังจิตตกรีบตัดบท

    “เปียกกันอย่างนี้ เชิญที่บ้านผมก่อนดีกว่าครับ”

    วฤกษ์ไม่อยากมีปัญหากับกรรณิการ์ก็เลยขอผ่าน กมลรัตน์รีบบอกว่าคุณป้าไม่อยู่ไปสัมมนาที่ต่างจังหวัด ทางสะดวกเชิญได้เลย...

    แม้กรรณิการ์จะไม่อยู่บ้าน แต่วฤกษ์ก็อยู่ที่บ้านโชติรสแค่ให้รสิกาได้เปลี่ยนเสื้อผ้าแห้งๆกับได้ดื่มอะไรร้อนๆให้คลายความหนาว ก็ขอตัวกลับก่อน

    ไม่อยากให้ที่เรือนพะยอมเป็นห่วง

    กมลรัตน์กลับจากส่งวฤกษ์และรสิกามาเห็นภานุวัตยืนใจลอยมองออกไปนอกหน้าต่าง ปลอบว่าไม่ต้องคิดมาก ทำใจยอมรับได้แล้วว่าทั้งรสิกาและวฤกษ์ต่างมีใจให้กัน เขารู้แล้วไม่ต้องมาปลอบ ถึงรสิกาจะไม่สนใจเขาแต่เขาก็ยังรักเธอไม่เปลี่ยนและกำลังหาทางทำบางอย่างเพื่อช่วยเธอ

    “อะไรเหรอพี่วัต หรือเกี่ยวกับเข็มฉีดยานี่” ว่าแล้วกมลรัตน์จะคว้าถุงใส่เข็มฉีดยาที่หัก แต่ภานุวัตชิงคว้าไปเสียก่อน เชื่อว่าไอ้ของสิ่งนี้จะเป็นวัตถุพยานสำคัญ เอาคนผิดมาลงโทษได้...

    ผีแม่จิตยังตามราวีนเรนทร์ไม่เลิกจนเขาต้องหนีไปหลบอยู่ในโบสถ์ใช้บารมีขององค์พระประทานเป็นที่พึ่ง พลันหน้าต่างโบสถ์ปิดดังปัง เขาถึงกับสะดุ้งโหยง และต้องตกใจอีกครั้งเมื่อมีเสียงมือถือดังขึ้น เห็นเป็นเบอร์ของจารุวรรณรีบกดรับสาย ละล่ำละลักว่าเกือบจะเอายาสลบโปะรสิกาได้อยู่แล้ว แต่ดันโดนผีหลอกเสียก่อน

    “นี่คุณเจอดีเข้าให้แล้วใช่ไหม แล้ว...แล้วมันทำอะไรคุณได้ไหม”

    “ไม่...ไม่ได้” นเรนทร์คุยมือถือไปพลางกวาดสายตาไปรอบๆอย่างหวาดระแวง จารุวรรณสงสัยมีของดีอะไรผีถึงทำอะไรไม่ได้ เขาคิดว่าน่าจะเป็นวัตถุมงคลที่เขาไว้ในรถ ทันใดนั้นประตูโบสถ์เปิดเองได้ นเรนทร์ มองออกไปแทบจะช็อกตายตรงนั้นที่เห็นผีแม่จิตยืนอยู่ด้านนอก จารุวรรณแนะให้เขาเอาวัตถุมงคลติดตัวไว้ตลอดเวลา จังหวะนั้นมีพระรูปหนึ่งเดินเข้ามาถามว่า มาอยู่ทำไมในนี้ ค่ำมืดแล้วท่านจะต้องปิดโบสถ์

    “โยมอยู่ในนี้ตั้งแต่บ่ายแล้วนะ หนีอะไรมาหรือโยม”

    “ผีครับหลวงพ่อ มันจะเอาชีวิตผม หลวงพ่อมีของดีอะไรให้ผมติดตัวบ้างไหมครับ”

    หลวงพ่อมอบพระเครื่ององค์หนึ่งให้ นเรนทร์ถึงได้ยอมออกจากโบสถ์ ระหว่างเดินมาที่รถ ผีแม่จิตยื่นมือที่มีเล็บยาวน่ากลัวจะมาบีบคอเขา แต่แสงสว่างจากพระเครื่องทำให้ผีแม่จิตผงะก่อนจะเลือนหายไป

    ooooooo

    ดึกแล้ววฤกษ์นอนไม่หลับ เฝ้าแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องที่รสิกาเล่าให้ฟังว่ามีผีตนหนึ่งไปช่วยเธอไว้ทำให้รอดพ้นจากถูกนเรนทร์ทำร้ายมาได้ หรือว่าผีที่เรือนพะยอมได้ยินคำอธิษฐานของเขาจึงไปช่วย

    รสิกาเอาไว้ทันท่วงที คิดได้ดังนั้น วฤกษ์ตรงไปยังห้องเก็บอัฐิ ยืนมองรูปท่านเจ้าคุณ คุณหญิงมุกและบรรพบุรุษท่านอื่นๆ

    “ใครกันครับที่ช่วยรสิกาไว้ ถ้าจะให้ผมเชื่อมากกว่านี้ ก็บอกด้วยว่าพวกมันต้องการอะไรกันแน่ ผมเชื่อว่ามันไม่ได้แค่ต้องการตัวรสิกา ช่วยผมด้วยนะครับ” วฤกษ์หยิบรูปแม่พะยอมขึ้นมาลูบไล้ไปตามใบหน้า “หรือทุกอย่าง ที่คุณย่าเล่าจะเป็นความจริง เธอคือแม่พะยอมกลับชาติมาเกิด รสิกา”

    อีกมุมหนึ่งในห้องรสิกา ผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้นที่ปลายเตียง เห็นกิ่งพะยอมแห้งที่หัวเตียงมองอย่างหวั่นๆ ก่อนจะร้องเรียกรสิกาที่นอนหลับสนิทให้ตื่นขึ้นมา แล้วจะเข้าสิงร่าง เธอผลักไสไม่ยอม มือปัดถูกกิ่งพะยอมหล่นมาจากหัวเตียง ผีแม่จิตกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนจะหายตัวไป รสิกาลุกพรวดขึ้นนั่งเห็นกิ่งพะยอมแห้ง ตกอยู่ข้างเตียงหยิบขึ้นมาดู พึมพำกับตัวเอง

    “แม่จิตคงกลัวกิ่งพะยอมที่หลวงพ่อให้เรา ทำไมแม่จิตถึงได้พยายามสิงเรา แม่จิตต้องการอะไร”...

    ผีแม่จิตหลบมานั่งร้องไห้อยู่หน้าห้องเก็บอัฐิ เสียงคร่ำครวญทำให้คุณย่ามะลิลืมตาตื่นขึ้นมาเงี่ยหูฟังว่าเสียงใคร ก่อนจะร้องเรียกแก้วตาลุกขึ้นมาฟังด้วย แต่เธอไม่ได้ยินอะไร คุณย่ามะลิยืนยันว่ามีเสียงคนร้องไห้จริงๆให้เธอลงมาดูว่าใคร แก้วตาไม่ได้ยินเสียงอะไรคิดว่า ท่านหูแว่วไปเองก็เลยอิดออดไม่ยอมลง

    “ถ้าหล่อนไม่ไปดู ฉันจะออกไปดูเอง” คุณย่ามะลิสั่งให้แก้วตามาช่วยประคองออกไป

    ยิ่งใกล้ห้องเก็บอัฐิเสียงร้องไห้ก็ยิ่งดังมากขึ้น คุณย่า มะลิพึมพำว่าบรรพบุรุษท่านใดมีความทุกข์หรือต้องการอะไรก็ให้มาเข้าฝันบอกตนได้เลย ตนจะบอกลูกหลานจัดการให้จนพอใจ

    “หากลูกหลานคนใดทำผิดพลั้งไป อิฉันขอความเมตตา อภัยให้พวกเขาด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

    แก้วตากวาดตามองไปรอบๆแต่ไม่เห็นใคร จากนั้นเธอพาคุณย่ามะลิกลับมาที่ห้อง ท่านสั่งให้เธอไปบอกให้ทุกคนมาพบท่านที่นี่พรุ่งนี้เช้า รวมทั้งคุณพะยอมด้วย

    แต่ไม่ต้องตามจารุวรรณ...

    ระหว่างที่ผีแม่จิตนั่งร้องไห้กระซิกๆ ผีวิยะดาปรากฏตัวขึ้น ตำหนิว่าเป็นผีมาร้อยปีแล้วทำไมถึงได้โง่อย่างนี้ รู้ว่าสิงแม่พะยอมในห้องไม่ได้เพราะกลัวอิทธิฤทธิ์ ของขลังในห้อง ก็ให้สิงข้างนอก แม่พะยอมอยู่ที่ไหนก็สิงได้ แต่ต้องทำตอนที่คนไม่อยู่บ้าน

    “ไม่ต้องสอนข้า ไปได้แล้ว” ผีแม่จิตปาดน้ำตาทิ้ง ลุกขึ้นยืนอย่างมีความหวัง

    ooooooo

    ขณะที่รสิกา วฤกษ์กับดรลและปาริชาตกำลังผลัดกันหอมแก้มหนูมิวก่อนจะส่งขึ้นรถไปโรงเรียนอย่างมีความสุข จารุวรรณเข้ามาป่วนจนวงแตก นิ่มนวลรีบส่งหนูมิวขึ้นรถไปโรงเรียนแทบไม่ทัน เท่านั้นไม่พอ เธอยังจะตามขึ้นไปหาคุณย่ามะลิทั้งที่ท่านไม่ได้เชิญ จนวฤกษ์ทนไม่ไหว

    “นี่คือธุระของคุณย่า ท่านมีสิทธิ์จะให้ใครพบหรือไม่พบก็ได้ กลับไปซะจารุวรรณ”

    ทุกคนพากันขึ้นไปที่ห้องคุณย่ามะลิ ทิ้งให้จารุวรรณเป็นหมาหัวเน่าอยู่ตรงนั้น...

    เมื่อมากันพร้อมหน้า คุณย่ามะลิแจ้งจุดประสงค์ที่เรียกทุกคนมาพบก็เพราะเมื่อคืนท่านได้ยินเสียงร้องไห้ดังมาจากห้องเก็บอัฐิ ท่านคิดว่าดวงวิญญาณของบรรพบุรุษกำลังทุกข์ทรมาน ท่านจึงคิดจะทำบุญกระดูกให้ เสร็จแล้วจะสร้างเจดีย์บรรจุอัฐิไว้ที่วัด แล้วถามทุกคนว่าคิดอย่างไร ปาริชาตไม่ขัดข้องแล้วแต่ท่าน

    “ผมอยากทราบเหตุผลครับ เพราะแต่ก่อนนี้ใครก็แตะต้องห้องนั้นไม่ได้” วฤกษ์ซัก

    “ย่าคิดว่าบรรพบุรุษคงหมดห่วงแล้วล่ะ เพราะคุณพฤกษ์ก็ได้พบกับคุณพะยอมแล้ว...รักกันชอบกันก็จัดการให้ถูกต้องตามประเพณีเถิด วิญญาณปู่ย่าจะได้หมดห่วง”

    วฤกษ์หันไปมองสบตากับรสิกา แต่เธอไม่สบตาด้วยเพราะเป็นกังวลที่เป็นต้นเหตุให้ผีแม่จิตต้องร้องไห้...

    เสร็จธุระกับคุณย่ามะลิ รสิการีบมาที่ต้นพะยอม ร้องเรียกผีแม่จิตให้ออกมาพบ ตกลงเมื่อคืนนี้เสียงใครมานั่งร้องไห้ ใช่ผีแม่จิตหรือเปล่า อยู่ๆต้นพะยอมสั่นไหว ทั้งที่ไม่มีลมพัด ดอกพะยอมร่วงกราว รสิกาเอามือรองไว้ ปรากฏว่าดอกพะยอมช่อใหญ่ตกใส่ราวกับมีคนหยิบมาวาง วฤกษ์ที่ตามมาเห็นพอดี ขอดอกพะยอมช่อนั้นจากเธอ แล้วคว้ามือเธอข้างที่ถือดอกพะยอมขึ้นมาดม รสิกาดึงมือกลับ

    “ดอกพะยอมในมือเธอหอมชื่นใจจริงๆ เธอคิดยังไงกับคำพูดของคุณย่า”

    “ไม่ทราบค่ะ” พูดได้แค่นั้น รสิกาเดินเลี่ยงออกมา เนื่องจากยังไม่สบายใจเรื่องผีแม่จิตร้องไห้ วฤกษ์มองตามยิ้มๆ โดยไม่รู้ว่าจารุวรรณแอบมองด้วยความริษยา รอจนไม่มีใครอยู่บ้าน ชวนแมวบุกเข้าหารสิกาถึงห้องพัก ชิงแหวนที่วฤกษ์ซื้อให้ไปจากนิ้วมือของเธอแล้วพากันเดินจากไปอย่างสะใจ เธอได้แต่มองตามเจ็บใจ...

    หลังจากชิงแหวนมาได้ จารุวรรณเดินลิ่วไปขึ้นรถพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบย่อม แมวขอตามไปด้วย ขืนให้อยู่ที่นี่คนเดียวคงถูกจับเข้าคุกแน่ถ้าวฤกษ์รู้เรื่องนี้เข้า หรือไม่ก็ต้องถูกไล่ออก

    “คุณวรรณต้องช่วยแมวนะคะ แมวซื่อสัตย์กับคุณวรรณคนเดียวนะคะ”

    นิ่มนวลออกมาเห็นตะโกนถามแมวเสียงลั่นว่าจะไปไหน เธอไม่ตอบพยายามยื้อยุดจะเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง จารุวรรณตวาดแว้ด ให้หลีกไปเธอมีหน้าที่คอยรายงานตนว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่นี่บ้าง แล้วหยิบแบงก์พันส่งให้หลายใบ ก่อนจะขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว แมวมองเงินหลายพันบาทที่ได้อย่างพึงพอใจ นิ่มนวลนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ปาริชาตฟัง แต่ท่านไม่สนใจใครจะให้เงินใคร ขอเพียงให้ยัยตัวแสบจารุวรรณไปให้พ้นจากที่นี่เป็นพอ

    ooooooo

    จารุวรรณหอบเสื้อผ้าพร้อมกับเอาแหวนที่แย่งได้จากรสิกาไปอวดให้นเรนทร์ดู ถึงเขาจะจัดการกับนังนี่ไม่ได้ แต่ตนก็แย่งแหวนหมั้นของมันมาได้ มันไม่มีสิทธิ์ได้แหวนจากวฤกษ์เด็ดขาด นเรนทร์ตื่นเต้นขอดูแหวนวงที่ว่าหน่อย เธอส่งให้ดูอย่างภาคภูมิใจ เขากลับเบ้ปาก เอาของถูกๆแบบนี้มาทำไม ทีของแพงๆดันไม่เอามา

    “ถึงจะด้อยราคา แต่มันมีค่าทางใจ”

    “หลงรักมันมากเลยนะ ยังไงก็อย่าลืมผัวคนนี้ล่ะ”...

    ด้านป้าผ่อง นิ่มนวลกับแก้วตาช่วยกันคาดคั้นให้แมวบอกมาว่าจารุวรรณให้เงินเธอทำไมเป็นค่าอะไร แมวอ้างว่ารับใช้จารุวรรณเป็นการส่วนตัวมาตลอดไม่ว่าเรื่องอะไรตนก็บริการให้หมดก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนถ้าเธอจะให้รางวัลตนบ้าง หรือว่าป้าผ่องกับพวกอิจฉา

    “ถุย ถ้าให้ข้าทำงานให้คนเลวแล้วได้เงินดีมีวาสนา นังผ่องไม่เอาด้วยโว้ย คุณข้าวแดงแกงร้อนของนายที่เรือนพะยอมนี่ชดใช้สิบชาติก็ยังไม่หมด มีแต่คนเนรคุณอย่างเอ็งเท่านั้นแหละที่จะร่วมมือกับคนชั่วๆได้”

    “อ้าว ป้าพูดยังงี้ระวังถึงหูคุณวรรณนะ”

    แก้วตาปรี่เข้าหาทันที จะไปรู้ถึงหูจารุวรรณได้อย่างไรถ้าแมวไม่ได้เป็นคนคาบไปบอก ปากสว่างแบบนี้น่าจะโดนตบสักฉาด แมวเล็งแล้วว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟรีบชิ่งออกจากเรือนครัวแทบไม่ทัน...

    อีกมุมหนึ่งบนเรือนใหญ่ รสิกาก้าวออกจากห้องยังไม่ทันจะปิดประตู ผีแม่จิตวูบเข้าสิงร่าง พาไปยังห้องซึ่งเคยเป็นที่พักของแม่พะยอมกับแม่จิตเมื่อครั้งในอดีต จากนั้นผีแม่จิตก็วูบออกจากร่าง ขอโทษรสิกาด้วยที่ต้องสิงร่างเธอมาที่นี่ แต่กิ่งพะยอมแห้งในห้องของเธอมีอาถรรพณ์ยิ่งนักทำให้ตนเข้าใกล้เธอไม่ได้เลย

    “พาฉันมาที่นี่ทำไม”

    ผีแม่จิตชี้ไปที่วงกบหน้าต่างด้านบน ตรงนั้นถ้าไม่สังเกตดีๆก็จะไม่เห็นว่าแม่พะยอมซ่อนแหวนที่พฤกษ์ให้เอาไว้ คราวนี้เธอก็คงจะรู้แล้วว่าแหวนวงนั้นสำคัญอย่างไร พฤกษ์ถึงได้คร่ำครวญมากมายก่อนตาย รสิกามองมือข้างที่เคยสวมแหวนที่วฤกษ์ให้ก็ร้องไห้ออกมาทันที จากนั้นเธอเดินน้ำตานองหน้ามาที่ลานต้นพะยอม มาหยุดยืนตรงจุดที่พฤกษ์ตรอมใจตาย รู้สึกสงสารเขาจับใจ ลมพัดแรงฝนทำท่าจะตก

    “ทุกคนน่าสงสาร แม้กระทั่งแม่พะยอมที่ต้องตายไปเพราะความรัก” ผีแม่จิตซึ่งยืนซ้อนเป็นเงาอยู่ในกายของรสิกาบ่นพึมพำ ฝนเทลงมาอย่างหนัก รสิกายังคงยืนอยู่อย่างนั้นไม่ขยับไปไหน วฤกษ์เพิ่งลงจากรถเห็นเธอยืนอยู่กลางสายฝนรีบกางร่มเข้าไปหา ทันทีที่ถึงตัว เธอเป็นลมล้มพับในอ้อมกอดเขา...

    รสิกานอนซมด้วยพิษไข้เนื่องจากตากฝนซ้ำซากหลายครั้งติดกัน วฤกษ์ต้องนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงพร้อมกับจับมือเธอไว้ด้วยความเป็นห่วง ดรลเคาะประตูห้องก่อนจะเข้ามารายงานว่าเรียบร้อยแล้ว วันพรุ่งนี้แม่ของรสิกาคงจะมาถึง ตนสั่งให้นายแสงไปรับที่สนามบินแล้ว วฤกษ์ขอบใจเขามาก บอกให้ไปพักผ่อนได้แล้ว

    “พี่ก็พักบ้าง ถ้าเช้าอาการไข้ของรสิกาไม่ดีขึ้นผมว่าส่งโรงพยาบาลดีกว่า” ดรลว่าแล้วออกจากห้อง วฤกษ์มองมือรสิกาไม่เห็นแหวนที่ตัวเองให้ก็แปลกใจว่าหายไปไหน

    ooooooo

    เช้านี้ดรลรับหน้าที่ไปส่งหนูมิวที่โรงเรียนเนื่องจากนายแสงต้องไปรอรับรสรินแม่ของรสิกาที่สนามบิน เมื่อคืนรสิกาเพ้อถึงแม่ทั้งคืน วฤกษ์ก็เลยให้ดรลจัดการจองตั๋วเครื่องบินให้รสรินบินมาเช้านี้เลย นิ่มนวลดีใจไปกับคุณครูด้วย มีคุณแม่มาอยู่เป็นเพื่อนจะได้ไม่เหงา ปาริชาตเกรงจะมีเรื่องวุ่นวายเพิ่มขึ้นมากกว่า

    “อุ๊ย คุณวรรณตัวยุ่งไม่อยู่ คุณปาริชาตจะกังวลอะไรอีกคะ”

    “คนชั่วมันหาช่องทางทำชั่วได้เสมอแหละ อย่าไว้ใจเป็นดีที่สุด” ปาริชาตมัวแต่คุยกับนิ่มนวลและดรลก็เลยไม่เห็นว่าแมวแอบฟังอยู่ ก่อนจะย่องออกไปโทร.รายงานให้จารุวรรณที่นอนอยู่เตียงเดียวกับนเรนทร์รับรู้

    “แม่ของมันจะมาวันนี้เลยเหรอ...โอเคฉันจะกลับไป”

    นเรนทร์ทักท้วงสร้างเรื่องไว้ขนาดนั้นยังจะกล้ากลับไปที่เรือนพะยอมอีกหรือ จารุวรรณไม่ยอมหมกตัวอยู่แต่ในห้อง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ขอแค่เขาทำตามที่เธอบอกก็แล้วกัน แล้วขยับจะลุกจากเตียง เขากอดเอวไว้ ทำไมจะต้องรีบไปด้วย จารุวรรณแอบทำหน้าเซ็ง แล้วหันมายิ้มให้

    “อย่าใจร้อนสิคะ วันที่เราได้อยู่ด้วยกัน แล้วได้สมบัติของเรือนพะยอมเป็นของเรา วันนั้นวรรณจะไม่หนีคุณไปไหนเลย วรรณสัญญา” จารุวรรณหอมแก้ม

    นเรนทร์ฟอดใหญ่เป็นค่ามัดจำ เขาโพล่งขึ้นว่าเธอคิดอย่างไรกับรสิกา จารุวรรณจะจัดการให้มันตายเหมือนนังวิยะดา ยิ่งมันป่วยบ่อยแบบนี้ยิ่งทำให้จัดการได้ง่าย ตนจะเข้าไปฉีดยาตอนมันหลับให้มันตายอย่างช้าๆ

    “คุณกรรณิการ์ไม่เชื่อว่าวิยะดาตายเพราะอุบัติเหตุ แต่ตายเพราะถูกฆาตกรรม งานนี้ต้องมีการชันสูตรศพแน่ ไม่อย่างนั้นคุณกรรณิการ์ไม่ปักใจเชื่อหรอกว่าพวกเรือนพะยอมฆ่าลูกสาวเธอ”

    “ไม่จริง นังกรรณิการ์ร้ายจะตายไป ถ้ามันรู้มันไม่ปล่อยไว้หรอก”

    นเรนทร์เชื่อว่ากรรณิการ์น่าจะหาทางแก้แค้นทางอื่นมากกว่า เธอยังมาขอความร่วมมือจากตนด้วยซ้ำให้ช่วยทำลายธุรกิจของพวกพนาเวททุกวิถีทาง จารุวรรณกลัวจะสาวมาถึงตัวเองวานให้เขาช่วยหาข้อมูลให้ทีว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับใครบ้าง...

    ขณะที่จารุวรรณวางแผนชั่วอยู่กับนเรนทร์ รสิการู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเจอรสรินนั่งเฝ้าไข้อยู่ สองแม่ลูกต่างดีใจโผกอดกันแน่น การมาครั้งนี้ของแม่ทำให้รสิกาได้รู้ว่าท่านเลิกกับพ่อเลี้ยงจอมหื่นนั่นแล้ว...

    อีกมุมหนึ่งในห้องอาหาร ปาริชาตแนะให้วฤกษ์หาทางเจรจาตกลงเรื่องหมั้นหมายกับรสิกาไปเลย ไหนๆแม่ของเธอก็มาถึงที่แล้ว วฤกษ์เห็นดีด้วยแต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร จารุวรรณเข้ามาทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างๆเขาเสียก่อนทำท่าจี๋จ๋าด้วย วฤกษ์ไม่อยากเสวนากับเธอ หันไปบอกปาริชาตว่าขอตัวไปทำงานก่อนแล้วลุกออกไปเลย นิ่มนวลหัวเราะคิกๆด้วยความสะใจ จารุวรรณอ้าปากจะเล่นงานแต่ถูกปาริชาตชิงพูดตัดหน้า

    “เห็นรีบร้อนไปจากที่นี่ เหมือนหนีความผิดอะไรบางอย่าง เลยไม่มีใครคิดว่าจะกลับมาเร็วอย่างนี้ ฉันขอตัวนะ มีธุระต้องทำ” ปาริชาตลุกหนีไปอีกคนหนึ่ง นิ่มนวลจะตามแต่จารุวรรณเรียกไว้ ให้ไปเอาน้ำมาให้ดื่ม

    “นิ่มต้องไปนวดให้ฉัน ส่วนหล่อนก็เข้านอกออกในเป็นบ้านของหล่อนแล้ว คงหาน้ำดื่มไม่ยากหรอกนะ”

    ทันทีที่ปาริชาตกับนิ่มนวลเดินเลี้ยวหันมุมตึก

    นเรนทร์โทร.มาบอกรายชื่อของคนที่มาขอดูแฟ้มการตายของวิยะดา เธอสั่งให้เขาจัดการฆ่าปิดปากอย่าให้เหลือซาก...

    ทางด้านภานุวัตทนเก็บความลับเรื่องผลการตรวจจากแล็บของสันต์ว่าสารเคมีที่เหลืออยู่ในเข็มฉีดยาที่เขาเอาไปให้เพื่อนตรวจสอบตรงกับที่พบในศพวิยะดาไว้คนเดียวไม่ไหว จึงเล่าให้กมลรัตน์ฟัง และชวนเธอไปหาสันต์ที่โรงพยาบาลด้วยกัน ยังไม่ทันจะออกจากบ้าน สันต์โทร.มาขอให้ไปเจอกันข้างนอกจะปลอดภัยกว่า โชคร้ายเขาไปไม่ถึงที่นัดหมาย ถูกสมุนของนเรนทร์ยิงตายระหว่างทาง

    ขณะขับรถไปยังจุดนัดพบ ภานุวัตบอกกับกมลรัตน์ว่าจารุวรรณต้องอยู่เบื้องหลังการตายของวิยะดาเพราะมีคนเห็นเธอออกจากห้องวิยะดาก่อนจะตายไม่กี่ชั่วโมงและที่สำคัญยัยตัวแสบนั่นเรียนจบด้านพยาบาลมาน่าจะรู้เรื่องพวกนี้ดี ระหว่างนั้นรถแล่นมาถึงจุดที่สันต์ถูกยิงตายมีทั้งรถตำรวจและมูลนิธิฯเต็มไปหมด ภานุวัตเอะใจชวนกมลรัตน์ลงไปดู เห็นสันต์นอนตายจมกองเลือดถึงกับหน้าถอดสี

    “เราสองคนก็ต้องระวังตัวด้วยเพราะเราไม่รู้เลยว่ามันต้องการอะไร” ภานุวัตรีบพากมลรัตน์หลบออกมา...

    ในระหว่างที่เกิดเหตุร้ายกับสันต์ วฤกษ์แจ้งให้ดรลรู้ว่าได้รับจดหมายจากมิสเตอร์ลีว่าสินค้าของพนาเวทมีปัญหา จะให้ตนไปเจรจากับเขาที่กรุงเทพฯเร็วที่สุด ตนคิดว่าเราน่าจะโดนกลั่นแกล้งจึงอยากให้ดรลไปด้วย ไปช่วยยืนยันว่าไม่ใช่สินค้าของเรา และวานให้ดรลจัดการจองตั๋วเครื่องบินให้ด้วย เที่ยวพรุ่งนี้เช้าได้ยิ่งดี

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:16 น.