นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เรือนพะยอม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ภานุวัตกลับมาที่โต๊ะสนามหน้าเรือนพะยอมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รอจนนิ่มนวลซึ่งเอาอาหารมาวางกลับเข้าครัวไปแล้วจึงหันไปขอให้รสิกาเล่าเรื่องที่จารุวรรณโดนผีหลอกให้ฟังหน่อย

    “ผีเข้ายัยแมวสาวใช้ประจำตัวของคุณจารุวรรณ จะบีบคอเธอ ผีตนนั้นอ้างว่าชื่อวิยะดา คุณดรลเข้าไปห้ามพอดี เกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ปัดเอาเข็มฉีดยาในมือของคุณจารุวรรณตกแตก”

    “เข็มฉีดยา! ใครเป็นอะไร” กมลรัตน์มองเพื่อนรักอย่างสนใจใคร่รู้

    “ฉันไม่ค่อยสบาย คุณจารุวรรณเธอจบพยาบาลมา เธอจะมาฉีดยาให้”

    กมลรัตน์ฟังแล้วรู้สึกไม่ไว้ใจ ถ้าเป็นพี่วิยะดาจริงๆจะขัดขวางจารุวรรณทำไมในเมื่อรสิกาเป็นเพื่อนรักของตน หรือว่ายัยนั่นคิดไม่ดีกับเธอ ภานุวัตเห็นด้วยกับญาติผู้น้อง เตือนให้รสิกาอยู่ห่างๆผู้หญิงคนนี้ไว้ เป็นจังหวะเดียวกับวฤกษ์กลับมาถึงพอดี มองมายังกลุ่มของบ้านโชติรสสีหน้าไม่พอใจก่อนจะเดินเข้าบ้าน

    “พี่กับก้อยมาเยี่ยมเรานี่ เราจะโดนเล่นงานอะไรหรือเปล่ารสิกา”

    “นั่นสิ งั้นเรากลับกันเถอะพี่วัต...ว้า เพิ่งคุยกันแป๊บเดียวเอง”

    “แบบนี้เขาเรียกว่ามารคอหอย ส้มตำอร่อยด้วย” ภานุวัตบ่นจบตักเข้าปากเป็นคำสุดท้ายก่อนจะรวบช้อนด้วยความเสียดาย หลังจากส่งพี่น้องตระกูลโชติรสกลับไปแล้ว รสิกาเดินเข้าบ้าน วฤกษ์หันมาเห็นก็แขวะทันที ต้อนรับแขกพิเศษอย่างนี้ประจำหรือเปล่า หรือว่าทุกครั้งที่ไม่มีคนอยู่บ้าน

    “ไม่มีการสั่งห้ามไว้ในสัญญาตอนที่ฉันมาสมัครงานที่นี่ไม่ใช่เหรอคะ”

    ทั้งสองคนมีปากเสียงกัน วฤกษ์เถียงสู้ไม่ได้ดึง

    รสิกามาจูบฐานปากดีเถียงเจ้านาย เธอตกใจได้แต่ยืนนิ่ง นิ่มนวลถือกาแฟจะเอามาให้วฤกษ์เห็นภาพตรงหน้าถึงกับมือไม้สั่น รีบหันหลังกลับเรือนครัวแทบไม่ทัน ครั้นตั้งสติได้ รสิกาผลักวฤกษ์ออกห่าง ขอร้องให้ปล่อย เขายังคงกอดเธอไว้พลางกระซิบข้างหู

    “ฉันจูบเธอแล้ว แหวนฉันก็อยู่ที่นิ้วเธอ ฉันไม่อยากเห็นผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เธอ ฉันหึง”

    รสิกาขอร้องให้วฤกษ์ปล่อยได้แล้ว เขาคลายอ้อมกอดออก เธอรีบเดินหนีไปทันที เขามองตามยิ้มสุขใจ...

    ป้าผ่องเห็นนิ่มนวลถือกาแฟกลับมาที่ครัว ร้องทักทำไมไม่เอาไปให้คุณวฤกษ์ เธอจะกล้าเอาให้ได้อย่างไรคนจูบกันอยู่ แมวหันขวับด้วยความสนใจ ป้าผ่องถามเสียงลั่นว่าใครจูบใคร นิ่มนวลไม่วายลีลาท่ามากจะมีใครถ้าไม่ใช่คุณวฤกษ์กับคุณครู แมวหมั่นไส้แขวะทันที ไหนคุยว่าเป็นผู้ดี นิ่มนวลย้อนถามแล้วเจ้านายเธอดีนักหรือ

    “ใช่ๆ อยากให้ผู้ชายจูบจนตัวสั่น แต่ผู้ชายเดินหนีตลอด บอกนายเอ็งด้วยนังแมว ขนข้าวของไปจากบ้านนี้ได้แล้ว ผู้ชายเขาไม่แลโว้ย...แล้วเห็นจะจะเลยหรือเปล่า เป็นไงบ้าง เล่าหน่อยๆ นังนิ่ม” ป้าผ่องหัวเราะชอบใจ ขณะที่แมวชักสีหน้าใส่ก่อนจะผละจากไป

    ooooooo

    ทันทีที่ย่างเท้าเข้าบ้าน ภานุวัตกับกมลรัตน์ถูกกรรณิการ์เล่นงานฐานไปข้องแวะกับคนที่เรือนพะยอมทั้งที่สั่งห้ามไว้แล้ว ที่หนักกว่าเพื่อนก็คือกมล-รัตน์ถึงกับโดนไล่ตะเพิด ถ้ารักเพื่อนมากนักก็ให้ไปอยู่เรือนพะยอมด้วยกันเลยไม่ต้องอยู่ที่โชติรสอีกแล้ว ภานุวัตรีบดึงกมลรัตน์ออกห่างจากแม่

    “คุณแม่...ผมเป็นคนชวนก้อยไปที่เรือนพะยอมเองครับ”

    “แกรึ...ร้อยวันพันปีไม่เคยไป แล้วแกไปทำไม หาตาวัต มีธุระอะไรที่นั่น”

    ภานุวัตรับสารภาพว่าไปที่นั่นเพราะชอบรสิกา กรรณิการ์ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะประกาศกร้าวไม่ยอมรับผู้หญิงคนนี้มาเป็นสะใภ้เด็ดขาด ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเรือนพะยอมจะมาเหยียบที่นี่ไม่ได้

    “เจ็บใจนัก มีลูกมีหลานก็ไม่ได้ดั่งใจสักคน” กรรณิการ์ตัดพ้อจบเดินน้ำตาซึมขึ้นข้างบน ส้มรีบเข้าไปประคอง กมลรัตน์มองสบตาภานุวัตพลางถอนใจหนักใจ ไม่รู้จะทำอย่างไรให้ท่านเปลี่ยนความคิด ภานุวัตตั้งข้อสังเกต ตราบใดที่ท่านยังเชื่อว่าวิยะดาตายเพราะคนของเรือนพะยอม ก็คงเปลี่ยนความคิดท่านไม่ได้...

    ครั้นกลับถึงห้อง ภานุวัตหยิบเข็มฉีดยาที่เก็บจากห้องจารุวรรณขึ้นมาดู พลางขอร้องให้ผีวิยะดาช่วยดลใจให้เขาหาคนที่ฆ่าเธอให้ได้ คุณแม่จะได้สบายใจขึ้น พลันมีลมพัดดอกกุหลาบที่อยู่ในแจกันกลีบร่วง

    “ห้องนี้เปิดแอร์ ลมเข้ามาได้ยังไง...ยัยวิ แกอยู่ใกล้ๆพี่ใช่ไหม แกรับรู้ใช่ไหมยัยวิ” ภานุวัตมองไปรอบห้องแต่ไม่สามารถมองเห็นผีวิยะดายืนมองมาด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ก่อนจะเดินหายเข้าไปในผนัง ไปโผล่ที่ห้องนอนของกรรณิการ์ซึ่งนั่งร้องไห้ไปบ่นเรื่องลูกชายไปด้วยอยู่บนเตียงโดยมีส้มนั่งอยู่บนพื้นข้างๆ แต่อยู่ๆก็ชะงัก

    “กลิ่นน้ำหอมยัยวิ...ส้ม แกได้กลิ่นไหม ยัยวิต้องอยู่แถวๆนี้” กรรณิการ์มองไปรอบห้อง แต่ไม่เห็นผี

    วิยะดาที่นั่งอยู่อีกด้านหนึ่งของเตียง ขณะที่ส้มกระเถิบเข้าไปชิดเจ้านายสีหน้าหวาดกลัว ละล่ำละลักว่าไม่มีใครในห้องนี้นอกจากตนกับท่าน กรรณิการ์ยืนยันว่ามีเพราะได้กลิ่นน้ำหอมของลูกสาว กมลรัตน์เข้ามาทันได้ยินพอดี กวาดตามองหาก็ไม่เห็น รีบแจ้นมาบอกภานุวัตถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

    “พี่ก็รู้สึกเหมือนกันว่ายัยวิอยู่ในห้องพี่”

    “หรือว่าพี่วิต้องการจะบอกอะไรเรา”

    “บางทีเรื่องราวที่มันคลุมเครือมานาน อาจจะใกล้คลี่คลายแล้วก็ได้ ไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้พี่มีธุระสำคัญต้องทำ แกก็อย่านอนดึกนะยัยก้อย เดี๋ยวไปโรงเรียนสาย”

    ooooooo

    เสร็จจากพาหนูมิวเข้านอน รสิกามายืนทอดอารมณ์อยู่หน้าเรือนพะยอม วฤกษ์เดินเข้ามาหาพร้อมกับแกล้งกระแอมกระไอ เธอรู้ว่าเป็นเขาขยับจะหนี เขาตะโกนขู่อยากโดนทำโทษแบบเมื่อตอนเย็นอีกเหรอ

    “บ้า ป่าเถื่อน คุณเห็นฉันเป็นอะไร”

    “เห็นเป็นที่รักไง” วฤกษ์เห็นรสิกาเดินหนี รีบตามมาฉวยมือไว้ อ้างมีเรื่องจะคุยด้วย เธอไม่มีอะไรจะคุยกับเขาขอร้องให้ปล่อย พยายามสะบัดมือเขาออก วฤกษ์อยากรู้แค่ว่าภานุวัตมาทำอะไรที่นี่ เธอไม่วายยียวน สงสัยจะมาเพราะคิดถึงเธอ วฤกษ์ทำโทษคนกวนประสาทด้วยการดึงตัวมากอด

    “ก้อยมาหาฉันเพราะคิดถึง เราเป็นเพื่อนสนิทกัน พี่วัตก็เลยตามมาด้วย แค่นี้...ปล่อยฉัน”

    “เธอกับคุณอาปาริชาตถูกปองร้ายแค่วันเดียว สองพี่น้องนั่นก็มาที่นี่ทั้งที่พนาเวทกับโชติรสไม่ถูกกัน ฉันอดระแวงไม่ได้ว่านายภานุวัตอาจมีส่วนรู้เห็นอะไรบางอย่างก็ได้”

    “เขาไม่มีวันทำอะไรชั่วๆอย่างที่คุณคิดหรอก เลิกมองโลกในแง่ร้ายสักที มันน่าเบื่อ” รสิกาพูดใส่หน้าเสร็จ เดินจากไป วฤกษ์มองตามหงุดหงิด อุตส่าห์เป็นห่วงยังหาว่าน่าเบื่ออีก ครู่ต่อมา รสิกาเข้าห้องพักปิดประตูตามหลัง คว้ามือถือขึ้นมาโทร.หากมลรัตน์ ฟ้องว่าเจ้านายหน้าเย็นของตัวเองคาดคั้นให้บอกว่าเธอกับภานุวัตมาที่เรือนพะยอมทำไม กมลรัตน์ถึงกับถอนใจเซ็ง

    “พอกันเลย ที่นี่คุณป้าก็อาละวาดที่รู้ว่าก้อยกับพี่วัตไปหาเธอที่เรือนพะยอม ถึงขั้นขับไสไล่ส่งเลยนะ อ้อ ตะกี้นี้คุณป้ากับพี่วัตรู้สึกตรงกันว่าพี่วิยะดาอยู่ใกล้ๆ ก้อยว่ามันชักแปลกๆแล้วล่ะ รู้สึกเหมือนเราเข้าใกล้โลกวิญญาณเข้าไปทุกที ว่าแต่เธอเคยเจอผีตัวเป็นๆบ้างหรือยัง”

    รสิกากำลังฟังเพื่อนเม้าท์เพลินๆ ผีแม่จิตโผล่พรวดเข้ามาก็ตกใจร้องว้ายลั่นทำมือถือร่วงพื้นสายหลุดไปเลย กมลรัตน์รีบโทร.กลับแต่ไม่มีใครรับสาย ผีแม่จิตจับมือรสิกาไว้พลางจ้องหน้า

    “บารมีฉันกำลังจะหมด ฉันใช้พลังนำเธอกลับสู่ อดีตมากเกินไป เธอต้องช่วยฉัน เธอต้องทำบุญให้ฉันฉันกลัวงานไม่เสร็จ”

    รสิการับปาก พรุ่งนี้จะใส่บาตรกรวดน้ำไปให้ ผีแม่จิตย้ำว่าการทำบุญครั้งนี้เธอจะต้องทำร่วมกับพฤกษ์เท่านั้น ตนถึงจะทำงานสำเร็จ กำชับเสร็จผีแม่จิตก็เลือนหายไป

    ooooooo

    รสิกาทำตามที่รับปากผีแม่จิตไว้ ชวนวฤกษ์หรือพฤกษ์ในชาติปางก่อนไปทำบุญร่วมกันที่วัดแห่งหนึ่ง เขาเห็นกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์สำหรับทำบุญเขียนชื่อรสิกาอยู่ก็เลยหยอดเงินใส่ตู้บริจาคแล้วเขียนชื่อตัวเองไปบนกระเบื้องแผ่นนั้น รสิกาเดินมาเห็นพอดี ก็ร้องเอะอะ

    “ทำไม กลัวว่าชาติหน้าต้องเจอกันอีกเหรอ” วฤกษ์ เดินยิ้มออกไป รสิกามองดูกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์ที่มีชื่อตัวเองกับเขาก็แอบยิ้มพอใจ นึกถึงคำพูดของผีแม่จิตที่บอกให้เธอทำบุญร่วมกับเขาเท่านั้น งานของตนถึงจะสำเร็จ เธออดสงสัยไม่ได้ว่างานอะไรของผีแม่จิตกันแน่...

    บุญกุศลที่รสิกาทำให้ผีแม่จิต เกิดเป็นประกายสีทองโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย เธอแหงนหน้ารับบุญด้วยสีหน้าอิ่มเอิบ ผีคุณหญิงมุกปรากฏตัวขึ้น

    “ได้บารมีจากอีพะยอมกับพ่อพฤกษ์แล้ว ก็เร่งทำการให้สำเร็จ กูเบื่อที่จะอยู่อย่างนี้แล้ว กูอยากไปใช้เวรใช้กรรมของกู” พูดจบผีคุณหญิงมุกหายวับไป...

    ที่ลานจอดรถของวัด ระหว่างรสิกากับวฤกษ์เดินมาขึ้นรถ นายสวิงโทร.มาแจ้งว่าดรลไม่ได้ไปทำงาน มีคนเห็นเขาอยู่กับกมลรัตน์ในตัวเมือง วฤกษ์ถึงกับหน้าเครียด รสิกาเห็นสีหน้าของเขาก็ถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ความจริงเธอไม่น่ารบกวนให้เขาพามาวัด

    “ไม่เกี่ยวกับเธอหรอก คือฉันกังวลเรื่องดรล เมื่อคืนเขาบอกฉันว่าจะมาในเมืองเพื่อสืบหาเรื่องคนร้ายที่มันทำร้ายเธอกับคุณอา” วฤกษ์โกหกหน้าตาเฉย...

    ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ภานุวัตนำเข็มฉีดยาหักครึ่งที่เก็บได้จากห้องของจารุวรรณไปให้สันต์เพื่อนของเขาซึ่งเป็นหมอประจำแล็บที่นี่ขอให้ช่วยตรวจน้ำยาที่ติดอยู่ในเข็มว่าเป็นยาอะไร สันต์ขอเวลาสักสองสามวัน

    “ได้ ไม่เป็นไร ขอบใจนายมากว่ะเพื่อน ไปก่อนนะโว้ย ได้เรื่องแล้วนายช่วยโทร.หาเราหน่อย”

    จากนั้นภานุวัตลงมาที่ห้องโถงของโรงพยาบาลเห็นบุรุษพยาบาลกำลังเข็นเตียงคนร้ายที่ถูกผีแม่จิตหลอกถูกมัดติดเตียงผ่านหน้าไป โดยมีรสิกา วฤกษ์และสารวัตรกับตำรวจอีกนายหนึ่งเดินตาม เขาร้องทักเธอด้วยความดีใจว่ามาเยี่ยมใครหรือ วฤกษ์หันมาเสียงเขียวใส่ไม่ใช่เรื่องอะไรของเขา

    “ทำไมวะ ถามรสิกาด้วยความเป็นห่วงแล้วนายยุ่งอะไรด้วย” ไม่พูดเปล่าภานุวัตปรี่เข้าหาวฤกษ์อย่างเอาเรื่อง สารวัตรต้องเข้าไปกั้นกลางขอร้องอย่ามีเรื่องกันในนี้ วฤกษ์ขอโทษท่านสารวัตรแล้วชวนรสิกากลับ

    “ถ้าทราบว่าไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลังคดีนี้เป็นใคร ผมเอามันติดคุกจนตายแน่” วฤกษ์ปรายตามองภานุวัตก่อนจะพารสิกาออกไป ภานุวัตมองตามอย่างหัวเสียแล้วหันมาถามสารวัตรว่าคดีอะไรหรือ

    “ยังสรุปไม่ได้หรอกครับ แต่สงสัยจัง ทำไมคุณวฤกษ์ถึงมีศัตรูมากมาย”

    “ถ้าไม่ก่อเรื่องไว้จะมีศัตรูหรือครับ” ภานุวัตสรุปเสร็จผละจากไป

    ooooooo

    การเจอภานุวัตโดยบังเอิญที่โรงพยาบาลยิ่งทำให้วฤกษ์ปักใจเชื่อว่าเขาต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นกับพนาเวท ไม่อย่างนั้นจะไปโผล่ที่นั่นทำไม รสิกาตัดรำคาญ ทำไมเมื่อครู่นี้เขาถึงไม่ถามภานุวัตให้รู้เรื่องไปเลย วฤกษ์เบนรถจอดข้างทาง หันมาเอาเรื่องรสิกาทำไมต้องออกรับแทนคนอื่นด้วย

    “ฉันพูดความจริงต่างหาก”

    “โอเค...ฉันหิว ไปกินข้าวเป็นเพื่อนหน่อยนะ” วฤกษ์เห็นเธอเมินหน้าหนีไม่ตอบ ถือว่าไม่ปฏิเสธ จึงขับรถพาเธอไปหาอะไรกินก่อนกลับเรือนพะยอม...

    ระหว่างกินอาหารด้วยกัน วฤกษ์เห็นว่ารสิกาเจอเหตุร้ายบ่อยครั้ง ต่อไปนี้ห้ามเธอไปไหนเพียงลำพัง ถ้าจะไปให้บอก เขาพร้อมให้บริการ เธอยียวนใส่ทันที แม้จะนัดเจอกับภานุวัต เขาก็พร้อมจะบริการหรือ

    “กวนโมโหเหมือนกันนะเราเนี่ย”...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน แมวออกมาจากตัวบ้านเจอจารุวรรณยืนอยู่กับหมอผีก็แปลกใจทำไมไม่เข้าไปข้างใน เธอจะให้แมวออกมายืนยันก่อนว่าไม่มีใครอยู่บ้าน แมวยืนยันทุกคนออกจากบ้านไปหมดแล้ว ทั้งวฤกษ์ ดรล ปาริชาตรวมทั้งนายแสงและรสิกาด้วย ออกไปตั้งแต่เช้ากันหมด จารุวรรณแปลกใจรสิกาไปไหนวฤกษ์อนุญาตหรือเปล่า ถ้าไม่ได้อนุญาตตนจะได้โทร.ไปฟ้อง พอรู้ว่ารสิกาไปกับวฤกษ์ก็หยิกแมวเป็นการใหญ่ที่ไม่รายงาน

    “ทีเงินล่ะอยากได้ ทีงานล่ะไม่อยากทำ แกต้องพาคุณหมอเข้าไปในเรือนพะยอม อย่าให้ใครขัดขวางคุณหมอได้ ส่วนฉันจะรอตรงนี้ เสร็จแล้วก็พาคุณหมอไปส่งที่รถฉัน ฉันจอดไว้ใต้ต้นไม้ข้างรั้ว”

    แมวรับคำ จากนั้นก็พาหมอผีลัดเลาะหลบหลีกแก้วตามาถึงหน้าห้องเก็บอัฐิ กลัวเรื่องจะสาวมาถึงตัวเองอ้างกับเขาว่าไม่มีกุญแจห้อง เขาคุยอวดว่าไม่จำเป็นต้องเข้าไปข้างใน แค่หน้าห้องพวกผีก็กลัวกันหัวหดแล้ว

    “งั้นก็เชิญเลยค่ะ ฉันจะคอยอยู่ห่างๆ” แมวว่าแล้วลงไปรอด้านล่าง หมอผีหยิบลูกประคำขึ้นมาบริกรรมคาถา พลันประตูห้องอัฐิเปิดออก ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากในห้อง หมอผีถึงกับสะดุ้งโหยง

    “เฮ้ย...ได้ผลว่ะ” ว่าแล้วหมอผีเดินเข้าข้างใน ประตูปิดปัง เขาจะเปิดก็เปิดไม่ออก เสียงจิ้งจกร้องกันระงมแต่หมอผีหากลัวไม่ พนมมือท่องคาถา โกศใบหนึ่งลอยหวือกระแทกหัวเขาหงายเงิบ ครั้นลุกขึ้นมาได้เจอกับผีท่านเจ้าคุณยืนค้ำหัวอยู่เงื้อไม้เท้าในมือฟาดหัวเขาเต็มแรง หมอผีร้องโอ๊ยลั่น เลือดไหลอาบหน้า

    หมอผีโมโหคว้าสร้อยประคำขว้างใส่ ผีท่านเจ้าคุณหายวูบไป เขาย่ามใจคิดว่าผีกลัวลูกประคำดาหน้าเข้าหา ผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้นด้านหลังรวบตัวเขาไว้ ใช้อีกมือจิกที่คอหวังจะฆ่าให้ตาย ผีคุณหญิงมุกร้องห้ามเสียงหลงแล้วใช้อิทธิฤทธิ์ทำให้ประตูเปิดออก ร่างหมอผีลอยออกไปนอกห้อง สร้อยประคำขาดร่วงกราว เขากลัวตาเหลือกวิ่งหนี สวนกับแก้วตาที่เดินขึ้นบันไดมา

    “ว้าย...ช่วยด้วยๆ ขโมย...ขโมย”

    ผีคุณหญิงมุกซึ่งยังอยู่ในห้องเก็บอัฐิใช้ด้ามพัดตีผีแม่จิตอย่างแรง ต่อว่าว่าเกือบจะฆ่าคนตาย แค่สั่งสอนมันก็จะขาดใจตายอยู่แล้ว ท่านเจ้าคุณสั่งให้ผีแม่จิตเร่งทำการของตัวเองให้เสร็จเร็วๆ ก่อนที่เรือนพะยอมจะวายป่วงไปมากกว่านี้ ผีแม่จิตอยากจะฆ่านังจารุวรรณที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ให้รู้แล้วรู้รอด...

    ด้านนอกเรือน นิ่มนวลกำลังตัดทอนกิ่งไม้อยู่เห็นหมอผีวิ่งล้มลุกคลุกคลานผ่านหน้าไปก็ตกใจ ยิ่งได้ยินเสียงแก้วตาตะโกนโหวกเหวกให้ช่วยกันจับขโมย พยายามวิ่งไล่แต่ไม่ทัน หมอผีวิ่งพ้นเขตประตูรั้วไปเสียก่อน แก้วตาเป็นห่วงคุณท่านชวนนิ่มนวลไปดู แมวที่แอบอยู่มองอย่างอกสั่นขวัญหาย

    ooooooo

    จารุวรรณยืนรออยู่นอกรั้ว เห็นสภาพอาบเลือดของหมอผีที่วิ่งกลับมาที่รถ จะขับรถหนีแต่ไม่ทัน เขาเปิดประตูเข้ามานั่งเสียก่อน เธอชักสีหน้าใส่ ไหนใครลือกันว่าผีทุกตัวบนโลกนี้เขาสยบได้หมด

    “ก็มีแต่คนโง่ๆอย่างมึงแหละที่เชื่อ แล้วก็ให้กูหลอกสำเร็จ แต่รายนี้ไม่ใช่โว้ย เฮี้ยนของจริง”

    ยัยตัวแสบหงุดหงิดใจแต่ไม่กล้าทำอะไร ครั้นขับรถพ้นเรือนพะยอมมาพอสมควร เธอจอดรถให้หมอผีลง พร้อมกับจ่ายเงินให้ห้าพันบาทเป็นค่าจ้าง หมอผีไม่พอใจ เกือบจะถูกผีใช้เล็บจิกคอแทบทะลุให้เงินค่าจ้างแค่นี้ได้อย่างไร จารุวรรณอ้างไม่ด่าที่ทำงานพลาดก็ดีแค่ไหนแล้ว หมอผีกระชากกระเป๋าสตางค์ไปจะเอาเงินให้หมด แต่เธอไม่ยอมให้ยื้อยุดไว้ หมอผีตบผัวะไปหนึ่งที จารุวรรณถึงต้องปล่อยให้เขาเอาเงินไป

    “บ้าเอ๊ย นเรนทร์ คุณส่งหมอผีเฮงซวยบ้าบออะไรมา” ยัยตัวแสบบ่นหัวเสีย...

    ด้านป้าผ่องต่อว่านิ่มนวลกับแก้วตาที่แวะดูคุณท่านเสร็จแล้วทำไมไม่ดูห้องเก็บอัฐิด้วยเลยว่าขโมยเข้าไปเอาอะไรหรือเปล่า เพราะมันน่าจะวิ่งหนีมาจากห้องนั้นแล้วซักว่าวันนี้เวรใครเอาข้าวไปถวายที่ห้องนั้น นิ่มนวลกับแก้วตาส่ายหน้าดิก แมวแกล้งเดินเข้ามาดื่มน้ำหวังจะฟังว่าพวกนี้รู้อะไรบ้าง

    “นังแมว ไปดูซิว่าไอ้หัวขโมยมันเข้าไปเอาอะไรในห้องเก็บอัฐิ” แก้วตาเสียงกร้าว

    แมวยืนกรานไม่ยอมไป ป้าผ่องจึงสั่งให้ไปด้วยกันทั้งสี่คน รวมพลังกันอย่างนี้เผื่อผีจะเกรงใจ ครู่ต่อมา สี่สาวต่างวัยมาถึงหน้าห้องเก็บอัฐิที่ปิดประตูล็อกอยู่ เห็นที่พื้นเกลื่อนไปด้วยลูกประคำ ป้าผ่องสรุปทันทีว่าไอ้หัวขโมยต้องเป็นหมอผีแน่ๆ แมวรีบเบี่ยงเบนประเด็นว่าไม่มีใครเข้าห้องนี้ได้ ประตูใส่กุญแจอยู่

    “หมอผีที่ไหนกัน แค่กวาดมันทิ้งก็หมดเรื่องแล้ว”

    “แล้วมันจะขึ้นมาทำไม ในเมื่อคุณท่านก็ไม่เป็นอะไร มันต้องเข้าไปทำอะไรในห้องนี้ แต่ถูกผีบรรพบุรุษเล่นงานเอา” ป้าผ่องตั้งข้อสังเกต แก้วตาต้องการให้รู้เรื่องกันไปเลย สั่งให้แมวไขกุญแจห้อง คนไขมือสั่นลูกกุญแจแทบร่วงหลุดมือ ครั้นประตูเปิดออก ข้างในห้องยังมีสภาพเหมือนเดิมไม่มีอะไรผิดปกติ

    แก้วตาสั่งให้แมวลาข้าวของกลับด้วยเลย พรุ่งนี้ค่อยมาถวายใหม่ แมวนั่งลงพนมมือไหว้ ผีคุณหญิงมุกปรากฏร่างขึ้น เอาด้ามพัดฟาดหน้าแมวถึงร้องวี้ดว้ายก่อนจะวิ่งหนีไปด้วยความหวาดกลัว อารามรีบร้อนสะดุดลูกประคำลื่นล้ม ลุกขึ้นยืนก็ล้มลงไปอีก...

    ปาริชาตเห็นลูกประคำที่อยู่ในถ้วยแก้ว ฟันธงว่าคนที่บุกเข้ามาในเรือนพะยอมต้องเป็นหมอผีแน่นอนถึงได้เหลือซากลูกประคำไว้หน้าห้องเก็บอัฐิ ดรลต่อว่าทั้งป้าผ่อง แก้วตากับนิ่มนวลและแมวว่าอยู่บ้านกันอย่างไรใครเข้ามาถึงไม่เห็น ทุกคนง่วนอยู่กับงานที่ทำก็เลยไม่ทันเห็น วฤกษ์เห็นว่าไม่มีอะไรหายก็สั่งให้แยกย้ายกันไปทำงานในหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว ดรลรอจนพวกคนรับใช้ไปกันหมดแล้วจึงหันไปทางวฤกษ์

    “ถ้าเกลือไม่เป็นหนอน ขโมยก็คงเข้ามาไม่ได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น”

    “แล้วใครกันล่ะเกลือเป็นหนอน ฉันก็อยากรู้ว่าหนอนตัวนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร”

    ปาริชาตขอร้องอย่าเพิ่งมาหาจำเลยในนี้เลย ค่อยๆดูกันไปดีกว่า แต่ท่านเชื่อว่าอีกไม่นานไอ้โม่งต้องเผยตัวออกมาแน่ วฤกษ์หันไปบอกให้รสิกาไปสอนการบ้านให้หนูมิวได้แล้ว ตนมีเรื่องต้องคุยกับดรล

    “หวังว่าคงไม่มีใครเป็นแพะนะคะ” รสิกามองดรล ด้วยความเป็นห่วง วฤกษ์ไม่พอใจ นี่เป็นปัญหาของเรือนพะยอมไม่เกี่ยวอะไรกับเธอสักหน่อย ไม่มีสิทธิ์มาออกความเห็น รสิกาตัดพ้อ ถ้าเขาไม่คิดว่าเธอเป็นส่วนหนึ่ง ของที่นี่ หนูมิวสอบเสร็จเมื่อไหร่เธอก็จะไป แล้วลุกหนี วฤกษ์มองตามหงุดหงิด...

    รสิกากลับถึงห้องตัวเอง ร้องเรียกผีแม่จิตให้ช่วยบอกทีว่าเกิดอะไรขึ้น ผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้น ขอบใจรสิกา ที่ทำบุญให้เธอ อย่าลืมกรวดน้ำให้ตนกับวิญญาณทุกดวง ในบ้านหลังนี้ด้วย แล้ววูบหายไปเลย

    “ฉันยังไม่ได้คำตอบเลยนะแม่จิต” รสิการ้องเรียก แต่ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆจากผีแม่จิต...

    หลังจากนั่งเงียบกันไปพักหนึ่ง วฤกษ์ตัดสินใจถามดรลว่าวันนี้หายไปไหนมา ดรลสารภาพว่าไปหา กมลรัตน์มา วฤกษ์อยากรู้เหตุผลไปหาเธอทำไม รู้ทั้งรู้ว่ากรรณิการ์ไม่ต้องการให้พวกเราไปยุ่งเกี่ยว คราววิยะดา ยังไม่เข็ดอีกหรือ เขารักวิยะดา ไม่เคยลืมเธอเพราะรู้สึกผิด ที่ทำให้เธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

    “ก็เลยอยากจะแก้ตัวด้วยการไปรักน้องเธอแทน มันตลกไปหน่อยไหม”

    “พี่จะกล่าวหาผมว่าเป็นฆาตกรหรืออะไรก็ได้แต่ห้ามดูถูกความรักของผม”

    “นายแน่ใจนะ ถ้านายแน่ใจฉันก็ขอเตือนนายให้ระวังคุณนายกรรณิการ์แห่งบ้านโชติรสไว้ด้วย ฉันไม่อยาก ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย” พูดจบวฤกษ์ผละจากไป...

    ปาริชาตยังคาใจเรื่องที่ดรลคิดจะชอบพอกับกมลรัตน์ เรียกมาถามว่าเป็นความจริงหรือเปล่า เขาพยักหน้า ไม่รู้เหมือนกันว่าชอบเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ บางทีวิญญาณวิยะดาอาจดลใจเขาก็ได้ ปาริชาตสงสัยแล้วกมลรัตน์รู้สึกเหมือนที่เขารู้สึกไหม ดรลส่ายหน้าน้ำตาซึม

    “ผมยังไม่ทราบหรอกครับ”

    ooooooo

    รสิการีบลงมาหน้าเรือนเพื่อกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้ผีแม่จิตและดวงวิญญาณทุกดวงที่สถิตอยู่ในเรือนพะยอมตามที่ผีแม่จิตทวงถาม พอหันกลับจะเข้าบ้านเจอวฤกษ์ยืนมองอยู่ก็ชะงัก

    “ดึกดื่นแล้วไม่กลัวอันตรายรึไง เธอก็รู้นี่ว่าวันนี้คนร้ายเพิ่งเข้ามาในบ้าน”

    “ฉันลืมไปว่าทำบุญแล้วยังไม่ได้กรวดน้ำ ขอตัวนะคะ” พูดจบรสิกาขยับจะไป

    “โกรธฉันเหรอรสิกา ฉันแค่ไม่อยากให้เธอต้อง ยุ่งกับเรื่องวุ่นวายในเรือนพะยอม”

    หญิงสาวตอบเสียงเย็นชาว่าไม่ได้อยากยุ่งอะไรด้วยเพราะไม่แน่ใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่หรือเปล่า แล้วขอตัวก่อนต้องไปตรวจการบ้านให้หนูมิว จากนั้นเดินลิ่วไปเลย ไม่นานนัก รสิกากลับมาที่ห้องตัวเอง ร้องบอกผีแม่จิตว่ากรวดน้ำให้แล้ว ช่วยออกมาคุยกันก่อนว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น ผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้น

    “ไม่ต้องทวงบุญคุณดอก ถ้าอยากรู้ก็จะบอก อี จารุวรรณ มันส่งหมอผีมาสะกดวิญญาณทุกดวงในเรือนพะยอม แต่ก็โดนฉันเล่นงานปางตาย”

    “คุณจารุวรรณเกิดเป็นใครในชาติที่แล้ว เกี่ยวข้องกับเรือนพะยอมยังไง”

    ผีแม่จิตไขข้อข้องใจว่าจารุวรรณไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเพียงแต่เป็นเจ้ากรรมนายเวรของพฤกษ์ในชาติก่อนๆคนละชาติคนละภพกับเรา ตนถึงเล่นงานมันไม่ได้ เว้นแต่จะป้องกันไม่ให้มันทำร้ายคนที่นี่ เตือนรสิกาอย่าประมาท นังนี่พร้อมจะก่อกรรมกับใครก็ได้ แล้วใช้มนต์สะกดรสิกาก่อนจะดึงร่างโปร่งแสงของเธอไปยังอดีต

    คราวนี้ผีแม่จิตพารสิกาให้มาเจอกับความร้ายกาจของแม่จันทร์ซึ่งมาที่เรือนเจ้าคุณแต่เช้าพร้อมกับคุณหญิงทิพย์ เพื่อมาเยี่ยมอาการป่วยของพฤกษ์ แล้วขอให้ภูมิพาไปพบเขา ภูมิเล่าให้ฟังว่าตั้งแต่แม่พะยอมตาย เขาก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ไม่อย่างนั้นก็อยู่ที่ต้นพะยอมริมน้ำ

    “อะไรนะ...ต้นพะยอม”

    “ก็ตั้งแต่เสร็จงานศพแม่พะยอม พี่พฤกษ์สั่งให้บ่าวไปขุดต้นพะยอมจากไหนไม่รู้ มาปลูกอยู่ที่ริมสระ แต่ ตอนนี้คุณพ่อถมสระนั้นไปแล้ว ต้นพะยอมก็งามเอางามเอา ไม่น่าเชื่อนะครับ ต้นไม่สูงมากนักแต่ออกดอกสะพรั่งเลย ตอนกลางคืนส่งกลิ่นหอมมาก”

    แม่จันทร์ชักสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะถามหาแม่จิต พอรู้ว่ายังถูกขังอยู่ในห้อง วานให้ภูมิช่วยพาไปพบ...

    ภูมิปล่อยให้แม่จันทร์คุยกับแม่จิตเพียงลำพังในห้องโดยที่ตัวเองแอบฟังอยู่หน้าประตู เมื่ออยู่ลับหลังคนอื่น แม่จันทร์พูดมึงพูดกูกับแม่จิตทุกคำ แถมยังข่มขู่ วันใดที่ตนได้ตบแต่งเป็นเมียพฤกษ์ เธอจะไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป แม่จิตยืนกรานจะไม่ไปไหนทั้งนั้น

    “ยังคิดจะไปไหนอีกรึอีจิต สภาพเยี่ยงมึงต่อให้ขายไปเป็นหญิงหยำฉ่าในซ่องยังขายไม่ได้เลย”

    แม่จิตทนไม่ไหวที่ถูกดูแคลนขึ้นมึงขึ้นกูบ้าง

    แม่จันทร์โกรธเข้าไปตบหน้าหันฐานบังอาจตีเสมอ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าเรียกจิกหัวตนขนาดนี้

    “ที่กูบอกว่ามึงไม่ได้อยู่ที่เรือนนี้แน่ กูหมายถึงว่ามึงตายสถานเดียว กูไม่ปล่อยคุณพฤกษ์หลุดมือไปดอก เรือนปั้นหยาหลังนี้เอย ที่นาที่ไร่ เพชรพลอยของคุณหญิงมุก ต่อไปก็ต้องตกเป็นของกู ถ้ากลัวกูฆ่ามึงล่ะก็ ชิงฆ่าตัวตายไปก่อนเลย” พูดจบแม่จันทร์ถ่มน้ำลายใส่ แม่จิตถุยคืน ด่าซ้ำว่านังผู้ดีแปดสาแหรก ที่แท้ก็ไส้กลวง คิดจะมาปอกลอกคุณหญิงมุก ตนขอสาปแช่งไม่ให้เธอได้ครองรักกับพฤกษ์

    แม่จันทร์โกรธควันแทบออกหูปรี่เข้าไปจิกผมตบหน้าหัน แล้วจะตามเข้าไปซ้ำ ภูมิมาห้ามไว้เสียก่อน

    แม่จันทร์เงื้อมือค้าง ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกไปไม่พอใจ ภูมิรีบเดินตามโดยไม่ลืมปิดประตูใส่กุญแจห้องไว้อย่างเดิม เขาเดินตามแม่จันทร์จนทัน ต่อว่าว่าทำไมถึงได้เป็นคนโหดร้ายเยี่ยงนี้

    “โหดร้ายรึ บ่าวเยี่ยงอีจิตหากไม่กดไว้ ต่อไปมันจะเผยอมาเทียมเรา คนพวกนี้ไม่มีสำนึกเรื่องข้าเรื่องนายหรอก ฉันจำเป็นต้องกดมันไว้ก่อน”

    “กดไว้ เพียงเพราะแม่จิตเป็นบ่าวเท่านั้นเหรอ ผมว่าคุณหึงแม่จิตมากกว่า”

    “ทำไมฉันต้องหึง มันไม่มีอะไรสมฐานะพี่พฤกษ์ได้ คุณหญิงท่านก็ชังมันนัก หาไม่จะขังมันไว้ในห้องรึ”

    ภูมิมั่นใจว่าพี่ชายตนเองไม่มีทางลืมแม่พะยอมได้ ในเมื่อแม่จิตมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของแม่พะยอม

    มีหรือที่พี่ชายของตนจะไม่สนใจ อย่างน้อยเธอก็แทนแม่พะยอมได้มากกว่าผู้หญิงอย่างแม่จันทร์

    ooooooo

    เป็นอย่างที่ภูมิพูดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน พฤกษ์ไม่แม้แต่จะชายตาแลแม่จันทร์ เรียกหาแต่แม่พะยอมคนเดียว และยังไล่ตะเพิดเธอไปให้พ้นหน้าอีกต่างหาก

    แม่จันทร์ไม่สนใจถึงอย่างไรเขาก็ต้องแต่งงานกับเธอตามที่ผู้ใหญ่ของเราต้องการ พฤกษ์แต่งกับใครไม่ได้อีกแล้วเพราะเอาแหวนวงนั้นให้แม่พะยอมไปแล้ว นั่นเท่ากับสัญญาว่าเขาจะมีแต่แม่พะยอมเท่านั้น

    “คุณพี่จะจริงจังอะไรกับคนที่ตายไปแล้วคะ แหวนวงนั้นก็ตายไปพร้อมกับมันแล้ว ทำแหวนวงใหม่ขึ้นมาแทนสิคะ ร่ำรวยอย่างนี้จะทำอีกกี่วงก็ได้”

    พฤกษ์เสียงกร้าว ต่อให้มีแหวนอีกสักกี่วง เขาก็ไม่มีวันรักใครได้อีก ขอร้องแม่จันทร์อย่าพยายามให้ยาก

    ทั้งที่ฝ่ายชายประกาศชัดเจนว่าไม่ต้องการแต่งงานด้วย แต่แม่จันทร์ไม่ยอมแพ้ เข้าทางลูกไม่สำเร็จ เธอจึงหลอกล่อ จนคุณหญิงมุกรับปากจะยกขันหมากไปขอเธอมาแต่งงานกับพฤกษ์ให้เร็วที่สุด ทั้งภูมิและท่านเจ้าคุณทักท้วงให้ถามพฤกษ์ก่อนว่าอยากจะแต่งหรือเปล่าแต่คุณหญิงมุกไม่สนใจ ยืนกรานจะให้ลูกแต่งงานกับแม่จันทร์ ทำให้สองแม่ลูกบ้านโชติรสแอบยิ้มพอใจที่แผนการสำเร็จ...

    ระหว่างรอเรือมารับ คุณหญิงทิพย์เห็นแม่จันทร์ยืนมองเรือนเจ้าคุณด้วยสีหน้ายิ้มแย้มถามว่ามองอะไร

    “ไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะคุณแม่ ว่าต่อไปลูกจะได้เป็นเจ้าของเรือนปั้นหยาหลังนี้ หลังที่เล่าลือกันว่างามที่สุดในเมือง” คำพูดของแม่จันทร์ทำเอาแจ่มถึงกับหน้าเจื่อนไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากของเธอ

    “รีบไปเถอะ แม่จะไปซื้อของที่ห้างฝรั่ง มีผ้าสวยๆเข้ามาจากเมืองนอกจะเอาตัดชุดเจ้าสาวให้ลูกไงล่ะจ๊ะ”

    “จริงสิคะคุณแม่” ว่าแล้วแม่จันทร์ก้าวลงเรือไปพร้อมคุณหญิงทิพย์โดยมีแจ่มยืนส่ง...

    ฝ่ายรสิกาลืมตาตื่นขึ้นมาในภพปัจจุบัน ก็ต่อว่าผีแม่จิตทำไมรีบพากลับ ยังไม่ทันรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผีแม่จิตปลอบว่าอีกไม่นานเธอจะต้องได้รู้แน่นอน แต่ตอนนี้ตนเหนื่อย การนำดวงจิตของเธอกลับไปรับรู้เรื่องราวในอดีตภพต้องใช้พลังมาก แล้วบอกให้เธอไปนอนพักได้แล้ว ถึงอย่างไรเธอก็ต้องได้รู้เรื่องแน่นอน...

    ที่บ้านของนเรนทร์เมื่อผลประโยชน์เริ่มไม่เอื้อต่อกัน ทั้งจารุวรรณกับนเรนทร์ก็เลยมีปากเสียงกัน เขาหาว่าเธอเสน่ห์เหือดไม่สามารถทำให้วฤกษ์หลงรักได้ เธอตัดพ้อว่าไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด วฤกษ์เป็นคนเย็นชา ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกอะไรออกมา ทำให้เธอไม่สามารถเดาได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

    “แล้วทำไมคุณต้องเร่งรัดฉัน ยัดเยียดให้ฉันไปเป็นเมียคนอื่น”

    “อย่าคิดมากสิ ผมรักคุณนะวรรณ ที่ยอมให้คุณ แต่งงานกับมันก็เพราะเรากำลังเข้าตาจน ไอ้ลูกน้องที่ผม ใช้ให้มันไปเก็บรสิกา แล้วเกิดเป็นบ้าเป็นบอขึ้นมาน่ะ วันนี้สายผมรายงานว่าหมอรักษาจนมันอาการดีขึ้น มันอาจจะเล่าเรื่องของเราให้ตำรวจฟัง ทั้งคุณและผมอาจตายในคุก”

    “ฉันจะช่วยคุณเอง”

    ooooooo

    ผลการตรวจน้ำยาที่เหลือค้างอยู่ในเข็มฉีดยาออกแล้ว ภานุวัตจึงแวะมาหาสันต์ที่ห้องแล็บของโรงพยาบาล เห็นจารุวรรณเดินอยู่ไกลๆท่าทางมีพิรุธรีบหลบมุมรอจนเธอผ่านไปแล้ว เขาจึงชะเง้อคอยาวมองตามด้วยความสงสัยว่ามาที่นี่ทำไม ครั้นจะตามไปดูก็ไม่มีเวลาเพราะนัดกับสันต์เอาไว้

    ครู่ต่อมา ภานุวัตมายืนอยู่ตรงหน้าสันต์ด้วยสีหน้าแปลกใจเมื่อรู้ว่ายาที่พบในเข็มฉีดยาเป็นยาที่ออกฤทธิ์ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า สมองจะช้าลงและอาจมีผลต่อระบบประสาทในร่างกายทุกส่วน...

    ทางด้านจารุวรรณลอบเข้าไปในห้องพักผู้ป่วย ฉีดยาตัวเดียวกันกับที่สันต์พูดถึงให้กับสมุนของนเรนทร์ที่มารักษาอาการป่วยทางจิตอยู่ที่โรงพยาบาลนี้เช่นกัน สมุนสะดุ้งลืมตาขึ้นมองแต่ไม่สามารถขัดขืนอะไรได้เพราะถูกมัดติดกับเตียง จารุวรรณยืนดูร่างเขาที่ดิ้นรนเฮือกสุดท้ายก่อนจะแน่นิ่งไป แล้วเก็บเข็มฉีดยาใส่กระเป๋าเดินออกจากห้องเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

    ในเวลาต่อมา ดรลวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานวฤกษ์ ว่าคนร้ายที่ลอบจะทำร้ายปาริชาตกับรสิกาตายแล้ว แต่ยังไม่ทราบสาเหตุต้องผ่าพิสูจน์ก่อน วฤกษ์มั่นใจว่าต้องถูกฆ่าปิดปาก...

    ฝ่ายนเรนทร์ถึงกับเต้นผางเมื่อรู้ว่าจารุวรรณตามไปจัดการสมุนของเขาตายคาเตียงพักฟื้นไปแล้วต่อว่าต่อขานยกใหญ่ที่ทำอะไรโดยพลการ เธอหันไปเห็นละมัยยืนฟังอยู่ปรี่เข้าไปจะเอาเรื่องที่มาแอบฟัง

    “อิฉันไม่ได้แอบฟัง อิฉันกำลังจะมาเรียนเจ้านายว่ามีโทรศัพท์สำคัญ ถ้าคุณคิดว่าจะพูดความลับ ทีหน้าทีหลังก็พูดเบาๆสิคะ” พูดจบละมัยเดินหนี จารุวรรณจะตามแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นนเรนทร์หลบไปอีกทางหนึ่ง...

    นเรนทร์แอบมารับสายที่ห้องนอนตัวเองโดยไม่รู้ว่าจารุวรรณตามมาด้านหลัง กำลังนัดแนะจะเจอกับคนที่อยู่ในสายวันพรุ่งนี้ เธอมากระชากโทรศัพท์ไปจากมือตวาดใส่สายนั้นเสียงลั่น

    “ไม่มีปัญญาหาผัวเหรอถึงต้องแย่งผัวชาวบ้าน” ด่าจบจารุวรรณวางสายแล้วโยนมือถือไปที่เตียง นเรนทร์ฉุนขาดอ้างว่าเมื่อครู่นี้เป็นสายจากลูกค้าคนสำคัญ ด่าเธอ ว่าเป็นมารชีวิตมาขัดขวางความเจริญ จารุวรรณโกรธตรงเข้าทุบตีเขาไม่ยั้ง นเรนทร์เหลืออดผลักเธอล้มไปที่เตียง ประกาศกร้าวถ้าจะหึงไม่มีเหตุผลก็ทางใครทางมันแล้วกัน เธอขู่ขืนทิ้งเธอไปเป็นได้เห็นดีกันแน่ ลืมไปแล้วหรือว่าเธอรู้ความลับทุกอย่างของเขา

    “ถ้าคุณหักหลังผม ผมก็หักหลังคุณได้ คิดว่ามือของตัวเองสะอาดนักรึไง มองดูตัวเองบ้าง ทุเรศ” นเรนทร์คว้ามือถือขยับจะไป จารุวรรณโผกอดเขาไว้ขอร้องอย่าทิ้งกันไป เขาก็รู้ว่าวฤกษ์ไม่มีทางรักเธอ

    “ก็ทำให้มันรักสิ เธอทำได้อยู่แล้ว จดทะเบียนกับมันแล้วค่อยเก็บมัน ไร่พนาเวทกับเรือนพะยอมก็จะเป็นของเรา” นเรนทร์ยิ้มเหี้ยม

    ooooooo

    พอเห็นหน้ารสิกาเท่านั้น คุณย่ามะลิชวนไปห้องเก็บอัฐิด้วยกัน ระหว่างรอแก้วตาไขกุญแจห้องให้ วฤกษ์เข้ามาทักทายถามไถ่ว่าจะเข้าไปทำไม คุณย่ามะลิฝันถึงวิญญาณบางดวงมาเตือนบางอย่าง ก็เลยกลัวเรื่องเลวร้ายแบบเก่าๆจะย้อนกลับมาอีก วฤกษ์ต้องปลอบให้ท่านใจเย็นๆก่อน อาจไม่มีอะไรร้ายแรงก็ได้

    “ไม่...ย่าอยากขอขมาบรรพบุรุษ แม่แก้วเปิดประตูสิ”

    แก้วตารีบไขประตูห้องตามที่ท่านสั่ง แล้วเดินไปเปิดหน้าต่างเพื่อให้แสงแดดเข้ามา อยู่ๆรูปถ่ายของแม่พะยอมตกลงมากระจกร้าว วฤกษ์เดินไปหยิบมาดู รสิกาเห็นเข้านึกถึงคำเตือนของผีแม่จิตขึ้นมาทันทีว่าให้ระวังจารุวรรณจะก่อกรรมกับใครต่อใคร คุณย่ามะลิยิ่งใจคอไม่ดีมากขึ้น ขอร้องให้วฤกษ์อธิษฐานให้บรรพบุรุษคุ้มครองคุณพะยอมด้วย แล้วช่วยพาเธอไปทำบุญด้วย

    “ถ้าคุณย่าหมายถึงหนู เอ่อ...เราเพิ่งไปทำบุญกันมาค่ะ”

    คุณย่ามะลิขอร้องให้ไปทำอีก รสิกาไม่อยากขัดใจคนแก่จึงรับปากจะทำตามที่ท่านต้องการ แต่เนื่องจากวฤกษ์ติดธุระสำคัญทำให้ไปทำบุญวันนี้ไม่ได้ เขาขอติดไว้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยพาไป...

    ด้านรสิกาอยากรู้ว่าคุณย่ามะลิฝันเห็นอะไร จึง ขอร้องให้ผีแม่จิตช่วยเล่าให้ฟัง เธอหาว่าท่านเพ้อพกไปตามเรื่องอย่าไปใส่ใจจะดีกว่า แล้วถามว่าอยากดูอดีตต่อหรือไม่ รสิกาพยักหน้า

    จากนั้นผีแม่จิตพารสิกากลับไปยังอดีตภพ เป็นตอนที่คุณหญิงมุกสั่งบ่าวไพร่ให้ช่วยกันตกแต่งเรือนเจ้าคุณสำหรับงานรดน้ำสังข์ที่จะมีขึ้นวันพรุ่งนี้ ทั้งแจ่มและภูมิพยายามทักท้วงว่าแม่จันทร์ไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่เห็น ท่านเจ้าคุณเองก็ไม่เห็นด้วย เนื่องจากสภาพของพฤกษ์ตอนนี้ไม่มีทางรับแขกไหว แต่คุณหญิงมุกก็ไม่สนใจ ยืนกรานคำเดิมว่าพฤกษ์จะต้องแต่งงานกับแม่จันทร์ในวันพรุ่งนี้

    “อย่าให้ฉันต้องเปลี่ยนเป็นจัดงานศพแกเลยนะตาพฤกษ์”

    ภูมิต่อว่าแม่ว่าทำไมพูดแบบนั้นก็เลยโดนท่านเล่นงานยกใหญ่ก่อนจะผละจากไป พฤกษ์น้ำตาไหลพราก ขอร้องให้น้องชายออกไปก่อน เขาอยากอยู่เงียบๆคนเดียว ภูมิมองพี่ชายอย่างเห็นใจแล้วเดินออกจากห้อง

    ooooooo

    แม่จันทร์บ่นอุบระหว่างนั่งเรือมาที่เรือนเจ้าคุณว่าน่าอนาถชีวิต รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่น ธรรมเนียมที่ไหนๆฝ่ายชายต้องยกขันหมากไปเรือนเจ้าสาว แต่นี่เจ้าสาวกลับต้องนั่งเรือมาเรือนผู้ชาย

    “มันเหมือนกับว่าคุณแม่กำลังจับจันทร์ใส่พานมาให้ผู้ชาย”

    คุณหญิงทิพย์กลับหัวเราะอารมณ์ดี ถ้าผู้ชายคนนั้นรวยมหาศาลก็ไม่เห็นต้องไปใส่ใจว่าฝ่ายไหนจะต้องไปเรือนฝ่ายไหน เราก็แค่จดทะเบียนตีตราไว้ก่อน สมบัติก็เป็นของเราแล้ว ตะวันเตือนอย่าเพิ่งฝันกันไปเลย ไม่รู้จะได้แต่งหรือเปล่า คุณหญิงทิพย์เอ็ดเสียงขรมทำไมถึงพูดเป็นลางแบบนี้

    “ก็ผมได้ยินคุณแม่คุยกับน้องจันทร์เมื่อคืนว่านายพฤกษ์ป่วยปางตาย วันนี้จะลุกขึ้นมานั่งคู่กับน้องจันทร์ รดน้ำสังข์ได้หรือครับ”...

    เป็นอย่างที่ตะวันพูดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน พฤกษ์หายตัวไปจากห้อง ทั้งที่ใกล้เวลาแขกเหรื่อจะมาร่วมพิธีแล้ว คุณหญิงมุกสั่งให้บ่าวไพร่ออกตามหา พบร่างไร้วิญญาณของเขานอนตายอยู่ใต้ต้นพะยอม คุณหญิงมุกเข้าไปลูบหัวลูบหูลูกชายทำใจไม่ได้ที่ลูกต้องมาตายจากไป

    “ลูกแค่หลับ เพื่อจะตื่นมาคุยกับแม่ใช่ไหมพฤกษ์ บอกแม่สิ แม่ขอโทษ...แม่ขอโทษ”

    รสิกากับผีแม่จิตมองอยู่ด้วยน้ำตานองหน้า...

    แม่จิตได้ยินเสียงเอะอะพยายามจะผลักประตูออกไปแต่มันล็อก ทุบเรียกคนข้างนอกให้ช่วยบอกด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น หรือว่าคุณพฤกษ์จากไปแล้ว คิดได้ดังนั้นก็ร้องไห้โฮ

    “แม่พะยอม คุณพฤกษ์ ขอให้คุณทั้งสองได้รักกันไปทุกภพทุกชาติ อีจิตจะไม่ยอมไปผุดไปเกิดจนกว่าจะได้รับคำอโหสิกรรมจากปากแม่พะยอม เกิดใหม่มาพบพี่นะ พี่จะรอ”...

    ร่างไร้วิญญาณของพฤกษ์ถูกนำมาวางไว้หน้าตั่งรดน้ำสังข์โดยมีผ้าคลุมไว้ คุณหญิงทิพย์มาเห็นสภาพงานแต่งงานกลายเป็นงานศพก็ไม่พอใจ แม่จันทร์ไม่อยากฝืนใจอีกต่อไปชวนแม่กลับ ทุกอย่างจบแล้ว เลิกฝันถึงเรือนปันหยาหลังนี้ได้แล้ว คุณหญิงมุกตระหนักในทันทีที่ทุกคนเตือนว่าคุณหญิงทิพย์โลภ ให้ลูกมาแต่งงานกับพฤกษ์หวังจะปอกลอกตนก็เป็นความจริงใช่ไหม คุณหญิงทิพย์ขี้เกียจปั้นหน้าจึงยอมรับว่าใช่

    “ที่อยากจะมาดองกับพนาเวทก็เพราะสมบัตินี่แหละ รู้ซะจะได้หายโง่”

    ท่านเจ้าคุณเหลืออดไล่ตะเพิดพวกโชติรสไปให้พ้นจากที่นี่ ทันใดนั้นมีเสียงกรีดร้องของบ่าวหญิงดังขึ้น ภูมิรีบวิ่งไปดู ต้องตกใจที่เห็นแม่จิตผูกคอตายกับขื่อบ้าน ขาห้อยโตงเตงเป็นที่อเนจอนาถ...

    คุณหญิงมุกนั่งซึมอยู่กับท่านเจ้าคุณ รู้สึกผิดต่อลูกมากมายอยากจะขอโทษแต่ก็สายเกินไป จึงตั้งจิต อธิษฐาน ถ้าตนต้องตายก็จะไม่ยอมไปเกิด ขอให้วิญญาณตัวเองได้เห็นแม่พะยอมกับพฤกษ์รักกันเสียก่อน

    “ถ้าคุณหญิงอธิษฐานอย่างนั้นฉันก็จะอยู่กับคุณหญิงเป็นผีบ้านผีเรือนเฝ้าอยู่ที่นี่เพื่อรอคอยทั้งคู่กลับมา”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:17 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์