ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เรือนพะยอม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    รสิกาเห็นพฤกษ์เอาแต่กอดรูปถ่ายหน้าศพของแม่พะยอมร้องไห้ไม่เป็นอันทำอะไร ก็พลอยร้องไห้สงสารเขาไปด้วย หนูมิวกับนิ่มนวลเข้ามาเห็นเธอนอนร้องไห้น้ำตาเปียกแก้ม พยายามเขย่าตัวปลุกแต่เธอไม่ยอมตื่น หนูมิวไม่สบายใจที่คุณครูมีอาการแปลกๆรีบวิ่งไปบอกปาริชาตที่กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่กับวฤกษ์และดรล

    “คุณย่าขา คุณย่า คุณครูฝันร้ายค่ะนอนร้องไห้ เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น”

    วฤกษ์ลุกออกไปทันทีโดยมีหนูมิววิ่งตาม ดรลจะไปด้วยแต่ปาริชาตทักท้วงไม่ใช่หน้าที่ของเรา เขาถึงได้ทรุดตัวลงนั่งอย่างเดิม เป็นจังหวะเดียวกันจารุวรรณกลับเข้ามาพร้อมกระเป๋าเดินทางใบย่อม ดรลเหน็บทันทีนึกว่าจะไม่กลับมาแล้ว เธอตัดพ้อไม่น่าพูดแบบนี้เขาก็รู้ว่าเธอกับวฤกษ์เป็นอะไรกันแล้วจะไม่กลับได้อย่างไร

    “ขอโทษนะที่เสียมารยาท เมื่อคืนหลับแล้วฝันไปหรือเปล่า แต่สงสัยจะฝันร้าย” ปาริชาตแดกดัน...

    ฝ่ายวฤกษ์รวบตัวรสิกามาไว้ในอ้อมกอด ก่อนจะค่อยๆตบที่แก้มเบาๆเพื่อให้รู้สึกตัว หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นเห็นอยู่ในอ้อมกอดเขาก็ตกใจ ร้องเรียกชื่อพฤกษ์ออกมา

    “เรียกชื่อฉันเป็นคุณทวดพฤกษ์อีกแล้วนะ ฝันอีกล่ะสิ ฉันไม่อยากให้เธอวุ่นวายอยู่กับเรื่องในอดีตเลย”

    จารุวรรณเข้ามาในห้องกอดอกมองทั้งคู่ด้วยความหมั่นไส้ พาลหาเรื่องด่าว่ารสิกาว่ามีปัญหาทางจิตถึงได้ฝันถึงเรื่องในอดีต เธอก็เลยด่ากลับให้บ้าง วฤกษ์ต้องขอร้องให้จารุวรรณออกไปก่อน แล้วบอกให้นิ่มนวลพาหนูมิวไปขึ้นรถเดี๋ยวไปโรงเรียนไม่ทัน ส่วนรสิกาอาบน้ำเสร็จให้ลงไปพบเขาที่หน้าเรือนพะยอม จารุวรรณ เบ้ปากใส่ หนูมิวเห็นเข้าก็มองอย่างหมดความนับถือ เธอไม่พอใจจะเล่นงานหลานตัวเอง นิ่มนวลรีบสะกิด

    “เอ้อ ไปกันเถอะค่ะคุณมิว หอมคุณลุงกับคุณครูหรือยังคะ”

    หนูมิวเข้าไปหอมแก้มรสิกา ส่วนวฤกษ์ย่อตัวลงให้หลานรักหอมแก้ม จารุวรรณชี้มาที่ตัวเอง ไม่หอมตนบ้างหรือ หนูมิวเดินผ่านไปหน้าตาเฉย นิ่มนวลแอบยิ้มสะใจก่อนจะเดินตาม จารุวรรณเสียหน้าก็เลยพาลหาเรื่องด่าว่ารสิกาว่าตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ หนูมิวนิสัยเสียขึ้นมาก ควรจะพิจารณาตัวเองได้แล้ว แล้วเดินกระฟัดกระเฟียดออกจากห้อง วฤกษ์มองตามเหนื่อยใจก่อนจะหันมาทางรสิกา

    “เรามีเรื่องต้องคุยกัน วันนี้ฉันจะไปไร่อยากให้เธอไปด้วย เปลี่ยนบรรยากาศบ้างเผื่อจะสดชื่นขึ้น”

    ooooooo

    ไม่นานนัก รสิกาแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยลงมาที่ลานพะยอมเห็นวฤกษ์ยืนรอท่าอยู่ก่อนแล้ว เขาเงยหน้าขึ้นมองต้นพะยอมที่ออกดอกบานสะพรั่ง เปรยขึ้นว่าจะโค่นต้นนี้ทิ้งเพื่อที่รสิกาจะได้ไม่ต้องคิดเรื่องในอดีตอีก และจะเปลี่ยนชื่อจากเรือนพะยอมไปเป็นชื่ออื่น

    “ถ้าคุณทำอย่างที่พูด จะมีคนอีกหลายคนที่เสียใจ อย่างน้อยก็คุณย่าและฉัน...ฉันจะไปจากที่นี่” พูดจบ

    รสิกาเดินหนี วฤกษ์ฉวยข้อมือเธอไว้ รสิกาไม่ทันระวังเสียหลักเซเข้าหา สองคนมองสบตากันนิ่งงัน จารุวรรณแอบมองมาจากบนเรือนสีหน้าไม่ชอบใจ วฤกษ์ถึงกับออกปากไม่คิดมาก่อนเลยว่าต้นพะยอมจะมีอิทธิพลต่อรสิกามากขนาดนี้ เธอเพิ่งมาอยู่แท้ๆแต่กลับผูกพัน
    มากกว่าคนที่นี่เสียอีก

    “แล้วคุณจะโค่นจริงหรือเปล่า”

    วฤกษ์ไม่วายยียวนย้อนถามแล้วถ้าจะโค่นทิ้ง

    เธอจะว่าอย่างไร รสิกาไม่ตอบสะบัดมือเขาออกแล้วเดินหนี วฤกษ์เดินตามจนทันกันในตัวบ้าน เธอไม่พอใจที่เขาคิดจะโค่นต้นพะยอมทิ้งต่อว่าฉอดๆ

    “ต้นพะยอมต้นนี้มีความสำคัญมากเป็นตัวแทนความรักของคุณพฤกษ์กับคุณพะยอม ถ้าไม่มีต้นพะยอมก็ไม่มีเรือนพะยอม ไม่มีตำนานที่คุณย่าของคุณเล่าอยู่ทุกวัน”

    มีเสียงตบมือดังขึ้น ทั้งคู่หันมองตามเสียงเห็นจารุวรรณยืนมองอยู่ เธอแดกดันรสิกาเล่านิทานได้เก่งมาก เอาเรื่องโน้นเรื่องนี้มาผูกกันแล้วคิดว่าเป็นเรื่องจริง

    อย่างนี้คงต้องเอาตัวไปส่งจิตแพทย์ รสิกาโต้ไม่ยอมแพ้ เธอต่างหากที่ควรจะถูกเอาตัวไปให้จิตแพทย์ตรวจเพราะเจอผีหลอกวิญญาณหลอนอยู่ตลอด วฤกษ์เห็นท่าไม่ดีฉวยมือรสิกาเดินลิ่วไปขึ้นรถ ทีแรกเธอแข็งขืน เขาต้องเตือนอยากอยู่ให้จารุวรรณด่าหรือ

    “ช่วยแก้ปัญหาให้ยังจะทำหน้าอย่างนี้อีก ระวังฉันจะทำโทษเธอ” วฤกษ์เปิดประตูให้รสิกาขึ้นรถ แล้วไปนั่งประจำที่คนขับ จารุวรรณตามมาขอไปด้วยแต่เขาเร่งเครื่องออกไปไม่สนใจ ยัยน้าตัวแสบยังหาเรื่องรสิกา

    ไม่เลิก มาฟ้องปาริชาตว่าอาการของรสิกาเข้าขั้นป่วยทางจิตจริงๆต้องบำบัดโดยด่วน ทางที่ดีจับส่งโรงพยาบาลบ้าไปเลยจะดีกว่า ดรลไม่คิดว่าทั้งวฤกษ์และคุณย่ามะลิ

    ซึ่งมีอำนาจจัดการเรื่องนี้จะทำตามที่เธอต้องการ

    “ที่วรรณพูดเรื่องนี้ก็เพราะเป็นห่วงยัยมิว ตอนนี้ยัยมิวเปลี่ยนไปมากก้าวร้าวเอาแต่ใจ เจ้าอารมณ์เรียกร้องสูง มันเป็นอาการของเด็กผิดปกติ วรรณเป็นห่วงหลานค่ะ”

    ปาริชาตเห็นรสิกาก็ปกติดี จารุวรรณต่างหากที่เที่ยววิ่งหนีผีทุกวันเห็นโน่นเห็นนี่เห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น แล้วขอให้ดรลพายัยน้าตัวแสบไปพบจิตแพทย์ ชายหนุ่มนึกสนุกไปกับแม่ด้วย ผายมือให้จารุวรรณเดินนำ เธอโกรธมากที่ไม่มีใครเป็นพวกเดินสะบัดออกไป...

    จารุวรรณไม่ละความพยายาม ชวนปาริชาตเป็นพวกไม่สำเร็จก็เลยไปฟ้องคุณย่ามะลิ นอกจากจะไม่เชื่อว่ารสิกาป่วยทางจิตท่านยังบังคับให้เธอไปกับท่านที่ห้องเก็บอัฐิ จารุวรรณกลัวมากขอตัวกลับก่อน แต่ท่านไม่ยอมให้กลับ สั่งให้ตามไปที่นั่น ครั้นมาถึงห้องดังกล่าว ท่านให้เธอดูรูปพฤกษ์และรูปคุณพะยอม

    “หล่อนเห็นแล้วใช่ไหมว่าคนในรูปนี้เหมือนตาวฤกษ์และคุณพะยอมก็เหมือนรสิกา ส่วนหล่อนเหมือนใครที่ไหน เพราะฉะนั้นจงรู้ไว้ว่า หล่อนก็แค่เศษสวะที่ลอยมาติดหน้าบ้านหลังนี้เท่านั้น”

    “คุณย่า...เพ้อเจ้อ งมงายไร้สาระที่สุด” จารุวรรณด่าเสร็จเดินลิ่วออกจากห้อง คุณย่ามะลิทำท่าจะเป็นลม แก้วตาต้องรีบพากลับห้อง ผีคุณหญิงมุกปรากฏตัวขึ้นมองตามทั้งคู่ที่เดินออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย...

    ในเวลาเดียวกัน ขณะที่รสิกากำลังถ่ายเซลฟี่ท่ามกลางสวนดอกไม้บานสะพรั่งของไร่พนาเวท โดยมีวฤกษ์ยืนมองอยู่ด้วยสายตาเปี่ยมรัก พลันมีเสียงปืนดังขึ้น เขาพุ่งรวบตัวเธอหมอบกับพื้น บรรดาคนงานต่างวิ่งหนีจ้าละหวั่น อึดใจเสียงปืนสงบ วฤกษ์ถามรสิกาด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

    “ไม่ค่ะ ไปดูคนอื่นเถอะค่ะไม่รู้ว่ามีใครบาดเจ็บบ้าง”

    ooooooo

    ดรลกำลังออกจากร้านสะดวกซื้อที่ตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมันตอนที่วฤกษ์โทร.มาเล่าเรื่องมีคนมาก่อกวนที่ไร่ ยิงปืนขู่ทำให้คนงานขวัญหนีดีฟ่อโชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร ดรลอาสาจะกลับไปแจ้งความให้เพราะเพิ่งออกจากโรงพัก วฤกษ์นึกขึ้นได้แล้วคดีที่แล้วคืบหน้าไปถึงไหน ปรากฏว่าตำรวจได้เค้าตัวคนร้ายแล้ว

    สารวัตรเชื่อว่าคลำมาถูกทางแล้ว แต่อยากจะสาวให้ถึงตัวคนบงการก่อน ส่วนจะเป็นใครยังบอกไม่ได้ ท่านเชื่อว่าคนร้ายมีสายที่ใกล้ชิดกับพวกเรา น่าจะเป็นคนส่งข่าวความเคลื่อนไหวให้คนร้ายรู้ และสายคนที่ว่าน่าจะเป็นคนงานใหม่ที่เราเพิ่งรับเข้าทำงาน

    “พี่ยังไม่ปักใจนักหรอก แค่นี้นะ” วฤกษ์เหลือบมองไปที่รสิกาซึ่งนั่งอยู่ไม่ห่างนัก

    “เดี๋ยวครับพี่ วันนี้ผมอาจกลับดึกหน่อยนะครับเข้ามาในเมืองทั้งทีขอสังสรรค์กับเพื่อนๆหน่อย”

    วฤกษ์เตือนให้ดรลระวังตัวด้วยแล้ววางสาย รสิกาเห็นเขาดูเหนื่อยๆอาสาจะชงกาแฟให้ เขามองตามหญิงคนรักที่เดินออกจากห้องด้วยสีหน้าหนักใจ

    “ถ้าเธอเป็นสายให้พวกโจร ฉันก็ทำอะไรเธอไม่ลงหรอกรสิกา”...

    สายโจรตัวจริงกำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับนเรนทร์ พอใจที่เขาส่งคนไปยิงข่มขู่รสิกาถึงไร่พนาเวท เอาให้มันกลัวจนไม่อยากอยู่ที่นี่ แล้วเตือนเขาให้ระวังตัวด้วยอย่าประมาท แล้ววางสายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้นด้านหลังกระซิบด่าที่ข้างหูว่านังแพศยา จารุวรรณหันขวับแต่ไม่เจอใคร

    “ประสาทใหญ่แล้วเรา ไม่มีใครสักหน่อย” จารุวรรณเดินไปนั่งที่เตียง พลันมีขาคนห้อยลงมาจากเพดานเหมือนขาของคนที่ผูกคอตายห้อยต่องแต่ง เธอกรีดร้องสุดเสียงวิ่งออกจากห้อง แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นสายตาตำหนิของปาริชาต แถมยังบอกให้เธอไปหาหมอโรคจิตได้แล้ว

    วันๆเอาแต่กรีดร้อง

    “ฉันไม่ได้บ้า แต่ฉันโดนผีหลอกกลางวันแสกๆ”

    “รู้จักทำบุญทำกุศลกรวดน้ำให้สัมภเวสีผีบ้านผีเรือนบ้าง เขาจะได้เมตตาฉันเตือนด้วยความหวังดีนะ”

    ป้าผ่อง แก้วตากับนิ่มนวลที่ยืนฟังอยู่ตั้งแต่แรกพากันยิ้มสะใจ ก่อนจะยกขบวนกลับเรือนครัว แก้วตาตั้งข้อสังเกตว่าจารุวรรณถูกผีหลอกครั้งนี้อาจเป็นเพราะคุณย่าพาเธอไปที่ห้องเก็บอัฐิเพื่อให้ดูว่ารสิกาหน้าเหมือนคุณพะยอม แล้วเธอหาว่าท่านไร้สาระงมงาย ทุกคนจึงพากันสมน้ำหน้าจารุวรรณ

    ooooooo

    ดรลเองก็ไม่เชื่อว่ารสิกาจะเป็นไส้ศึก จึงแวะไปหากมลรัตน์ที่โรงเรียนโชติรสเพื่อขอคุยเรื่องของรสิกา เธอไม่สะดวกที่จะคุยกับเขาที่โรงเรียนด้วยเกรงกรรณิการ์จะมาเห็นเข้า จึงชวนเขาไปนั่งร้านไอศกรีม ดรลแค่อยากจะสอบถามประวัติคร่าวๆของรสิกา กมลรัตน์สงสัยจะขอไปทำไมหรือมีอะไรเกิดขึ้นกับรสิกา

    “คือรสิกาเห็นอะไรที่ลึกลับอยู่บ่อยๆ คุณจารุวรรณพูดเป่าหูคนทั้งบ้านว่าให้นำรสิกาส่งจิตแพทย์”

    กมลรัตน์ยืนยันว่าเพื่อนของตนไม่ได้บ้าจะส่งจิตแพทย์ทำไม แต่ถ้าเป็นก็เพราะเครียดที่ต้องทำงานกับพวกบ้าอำนาจอย่างวฤกษ์ ดรลอยากรู้ว่ารสิกาติดต่อเธอบ้างหรือเปล่า เธอยอมรับว่ารสิกาเคยมาหาแต่ไม่มีโอกาสได้คุยอะไรกันเพราะเจ้านายหน้าเย็นชาตามมาด้วยทุกครั้ง เธอก็เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับรสิกาบ้าง

    “ทำไมคุณก้อยไม่ไปเที่ยวเรือนพะยอมบ้างล่ะครับ เผื่อรสิกาจะหายเครียดบ้าง” ดรลพูดพลางยิ้มหวานให้กมลรัตน์ซึ่งเงยหน้าขึ้นมองพอดีก็ถลึงตาใส่ เตือนว่าอย่ามาทำสายตาแบบนี้กับตน

    “ต่อให้คุณหล่อและแสนดีแค่ไหน ก้อยก็ไม่สนใจหรอก ขอโทษนะคะต้องรีบกลับไปตรวจการบ้านเด็ก” พูดจบกมลรัตน์คว้ากระเป๋าถือเดินลิ่วออกจากร้าน ดรลจะตามแต่นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้จ่ายเงินค่าไอศกรีม รีบเรียกบ๋อยมาเก็บเงิน ครั้นออกไปนอกร้านกมลรัตน์ขับรถฉิ่วไปแล้ว...

    ระหว่างแวะกินข้าวก่อนกลับบ้าน รสิกายังคงพูดถึงเรื่องระหว่างพฤกษ์กับคุณพะยอมไม่เลิกไม่แล้ว วฤกษ์ไม่สบายใจที่เห็นเธอหมกมุ่นแต่เรื่องนี้พยายามขอร้องให้เลิกเชื่อเรื่องนี้สักที ถ้าเขาจะรู้สึกดีกับเธอก็เพราะเธอคือรสิกาไม่ใช่คุณพะยอม

    ครั้นกลับถึงเรือนพะยอม รสิกาขอตัวไปดูหนูมิว ขณะที่วฤกษ์เข้าไปคุยกับดรลและปาริชาตถึงเรื่องที่มีผู้ไม่หวังดียิงปืนข่มขู่ที่ไร่พนาเวท ดรลอดถามวฤกษ์ไม่ได้ว่าคิดอย่างไรกับข้อสงสัยของทางตำรวจ

    “พอเถอะดรล พี่ไม่เคยเชื่อว่ารสิกาจะเป็นสายพวกโจร อาจจะเป็นคนอื่นก็ได้”

    “อาก็คิดว่าเป็นคนอื่น ว่าแต่วฤกษ์คิดว่าเป็นใครล่ะ”

    วฤกษ์ยังไม่อยากสรุปอะไรเพราะยังมีหลักฐานไม่มากพอ แล้วขอตัวไปดูหลานรักก่อน...

    นิ่มนวลอุ้มหนูมิวมานอนที่เตียงโดยมีรสิกาตามมาห่มผ้าให้ หยิบตุ๊กตาตัวโปรดของแกมาวางไว้ข้างๆโดยไม่รู้ว่าวฤกษ์ที่ในมือถือช่อดอกพะยอมแง้มประตูแอบมองอยู่ เห็นความนุ่มนวลที่เธอปฏิบัติต่อหนูมิวก็ยิ้มพอใจ

    ครู่ต่อมา รสิกาเดินเข้าห้องพักของตัวเองโดยมีนิ่มนวลตามเข้ามาเล่าเรื่องที่จารุวรรณโดนผีหลอกกลางวันแสกๆให้ฟัง แล้วเหลือบเห็นช่อดอกพะยอมที่บนหมอน นิ่วหน้าแปลกใจ รสิกาไปเก็บมาตั้งแต่เมื่อไหร่

    “เปล่าฉันก็อยู่กับนิ่มและหนูมิวตลอด ตั้งแต่กลับมา”

    “ถ้าไม่ใช่ หวังว่าคงไม่ใช่ผีนะคะคุณครู อุ๊ย...นิ่มไปก่อนดีกว่าค่ะ” นิ่มนวลว่าแล้วเดินอมยิ้มออกไป รสิกาหยิบดอกพะยอมขึ้นมาดม พลันร่างโปร่งแสงของเธอออกจากกายหยาบไปโผล่ที่อดีตภพ เห็นพฤกษ์พายเรือมากับภูมิเพื่อมาลอยอังคารแม่พะยอม เขาโปรยดอกพะยอมลงบนอัฐิที่อยู่ในผ้าขาวบางก่อนจะหย่อนลงน้ำ

    “ลาก่อนแม่พะยอม เกิดกี่ชาติก็ขอให้เราได้เจอกัน”...

    รสิกาลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องพักของตัวเอง ประหลาดใจที่ย้อนอดีตกลับไปเองได้ไม่ต้องมีผีแม่จิตนำไปอีกแล้ว ทันใดนั้นผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้น จะพาเธอกลับไปดูเรื่องราวในอดีตต่อจากครั้งที่แล้ว ตนเหลือเวลาอีกไม่มาก เร่งให้เธอรีบไป จากนั้นร่างโปร่งแสงของรสิกาถูกผีแม่จิตดึงตัวไปในอดีตภพ

    แม่จิตยังคงถูกขังอยู่ในห้องพักตัวเอง เอาแต่นอนร้องไห้คร่ำครวญให้แม่พะยอมอภัยให้ รสิกายืนดูอยู่กับผีแม่จิตด้วยความเวทนา

    ooooooo

    คืนนี้ครบเจ็ดวันที่แม่พะยอมตาย เรือนเจ้าคุณวุ่นวายไปหมดเพราะบ่าวไพร่กลัวผีไม่มีใครกล้าเข้านอน ทั้งคืนมีแต่เสียงหมาหอนระงมต่างกลัววิญญาณเธอจะกลับมา คุณหญิงมุกไม่เห็นพฤกษ์และไม่ได้เสียงร้องไห้ของเขา ชวนภูมิไปดูที่ห้องก็เจอแต่ความว่างเปล่า

    ทั้งท่านเจ้าคุณและคุณหญิงไม่สบายใจมากสั่งให้บ่าวไพร่ออกตามหาพฤกษ์ให้ทั่ว คุณหญิงมุกเอาแต่ร้องไห้เป็นกังวลไปหมด เป็นอย่างที่ทุกคนหวั่นใจ แม่พะยอมจะเอาพฤกษ์ไปอยู่ด้วยโชคดีที่ท่านเจ้าคุณกับพวกบ่าวไพร่ชายมาเจอเสียก่อน ช่วยเขาไว้จากการโดดน้ำตายตามแม่พะยอม คุณหญิงมุกคิดหาทางสะกดวิญญาณของแม่พะยอมไม่ให้ผุดไม่ให้เกิด ท่านเจ้าคุณทักท้วงขืนทำอย่างนั้นจะยิ่งสร้างบาป

    “ภูมิ นิมนต์ท่านสมภารวัดข้างๆนี้มาฉันเพลที่เรือนพรุ่งนี้เลยนะ”

    “อยากทำอะไรก็ทำเถอะค่ะ อย่าช้าจนตาพฤกษ์เป็นบ้าไปก่อนล่ะ”

    ภูมิอาสาจะอยู่กับพี่ชายตลอดคืนนี้เอง คุณหญิงมุกแค้นใจมากที่แม่พะยอมตายไปแล้วยังสร้างความเดือดร้อนให้กับตนและครอบครัว...

    เสียงร้องไห้ของผีแม่พะยอมยังคงดังให้ได้ยิน พฤกษ์ยืนมองฝ่าความมืดออกไปด้วยสีหน้าเป็นกังวล ภูมิเข้ามาแตะแขนพี่ชาย ปลอบว่าแม่พะยอมตายแล้ว ให้เขาหักห้ามใจไว้บ้าง เราเพิ่งไปลอยอังคารเธอเมื่อบ่ายนี้เอง เขาลืมไปแล้วหรือ พฤกษ์ตวาดลั่นให้ภูมิหยุดพูด แม่พะยอมยังไม่ตายสักหน่อย

    “ใจเย็นๆพี่พฤกษ์ ใจเย็นๆครับ เอาเป็นว่าผมขออยู่เป็นเพื่อนพี่เงียบๆในห้องนะครับ”

    พฤกษ์มีท่าทีอ่อนลง หันกลับมองออกไปนอกหน้าต่างน้ำตาไหลพรากคิดถึงแม่พะยอมเหลือเกิน...

    แม่จิตยังคงถูกขังอยู่ในห้องโดยไม่มีใครสนใจ นั่งชันเข่าซบหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น รสิกายืนดูอยู่กับผีแม่จิตสักพัก ร่างของทั้งคู่ก็เลือนหายกลับสู่ภพปัจจุบัน ผีแม่จิตระบายความทุกข์ในใจให้รสิกาฟัง

    “ไม่มีความทุกข์ใดจะทรมานเท่ากับความรู้สึกผิดที่เราไม่มีโอกาสแก้คืนได้ เหมือนฉันไง แม่พะยอม... ฉันตาย หล่อนตายโดยที่ฉันไม่มีโอกาสได้ขอโทษหล่อน ฉันต้องการได้ยินคำขอโทษจากปากหล่อน”

    “ถ้าเชื่อว่าฉันคือแม่พะยอมที่กลับชาติมาเกิด ฉันก็จะยกโทษให้แม่จิต”

    ผีแม่จิตยิ้มดีใจ ใบหน้าที่เคยหมองเศร้าก็อิ่มเอิบสวยงามขึ้น รสิกาพลอยดีใจไปกับเธอด้วยจะได้ไปเกิดในชาติภพใหม่ แล้วตนจะทำบุญไปให้ ผีแม่จิตยังไปไหนไม่ได้ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น แล้วร่างก็เลือนหายไป

    ooooooo

    เช้านี้ทั้งรสิกาและวฤกษ์ต่างมาส่งหนูมิวขึ้นรถไปโรงเรียน หลังจากให้คุณลุงหอมแก้มเรียบร้อย หนูมิวร้องถามเมื่อไหร่คุณลุงจะหอมแก้มคุณครู วฤกษ์หัวเราะแก้เขิน พลางมองสบตารสิกา

    “มิวพูดอะไรอย่างนี้ลูก ไปเรียนได้แล้ว”

    แมวซึ่งยืนดูอยู่กับจารุวรรณยุส่งว่าทนได้อย่างไร เธอแหวใส่ไม่เคยบอกสักหน่อยว่าทนได้ รสิกาหันบอกวฤกษ์ว่าวันนี้จะขอไปที่ไร่ด้วย เขายังไม่ทันจะว่าอะไร ดรลเดินนำปาริชาตเข้ามาทักท้วงอย่าไปเลยจะดีกว่า เมื่อวานเพิ่งโดนยิงขู่ ไม่รู้วันนี้จะทำเรื่องอะไรอีกหรือเปล่า วฤกษ์เห็นด้วย ขอให้เธออยู่บ้านไปก่อน

    “ถ้าเบื่อไม่อยากอยู่บ้าน เพราะไม่อยากมีมารผจญ ก็ไปวัดกับฉัน” ตอนพูดถึงมาร ปาริชาตปรายตามองจารุวรรณซึ่งไม่วายปากเสียว่าจะไปทำไมให้พระเจ้าเดือดร้อน วฤกษ์พยายามปรามแต่เธอไม่ฟัง ก็เลยตัดบทบอกให้รสิกาไปวัดกับคุณอา อย่าอยู่ที่นี่

    ครูสาวรับคำเพราะขืนอยู่ที่นี่คงได้ฆ่าคนตาย

    “งั้นผมฝากรสิกาด้วยนะครับ” วฤกษ์พูดจบขึ้นรถขับออกไป จารุวรรณหงุดหงิดที่เขาไม่ไยดีพาลหาเรื่องรสิกาที่พูดเมื่อครู่นี้หมายความว่าอย่างไร คิดจะประกาศศึกกับตนใช่ไหม แน่ใจแล้วหรือ

    “อย่างดีก็แค่ตาย คุณวรรณกลัวด้วยเหรอคะ” รสิกามองคู่อริอย่างท้าทาย ปาริชาตยิ้มชอบใจ แล้วหันไปสั่งให้แก้วตาเอาตะกร้าใส่ของถวายพระไปไว้ในรถ ตนคงไม่รอนายแสงแล้ว ขับไปเองดีกว่า จากนั้นปาริชาตเดินไปขึ้นรถของตัวเองโดยมีรสิกานั่งที่เบาะข้างคนขับ จารุวรรณได้แต่มองตามด้วยความแค้น...

    ปาริชาตขับรถยังไม่ทันพ้นปากซอย วฤกษ์โทร.มาบอกว่าถ้าเคลียร์งานเสร็จเร็วจะแวะไปกราบหลวงพ่อที่วัดป่าด้วย ท่านยินดีที่เขาจะไปด้วยแล้ววางสาย...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะนเรนทร์กำลังเล่นหมาหยอกไก่อยู่กับนีนี่เลขาฯสาวสวยเซ็กซี่ของตัวเอง จารุวรรณโทร.มาหา เขารับสายอย่างไม่ค่อยจะพอใจนักอ้างกำลังยุ่ง บริษัทขาดทุนเพราะลูกค้าเก่าหันไปหาพนาเวท

    “โอกาสมาถึงแล้วค่ะ ถ้าคุณจัดการกับนังรสิกาได้ วฤกษ์ก็คงไม่มีกำลังใจทำงาน พนาเวทก็คงแย่ เชื่อวรรณสิ” คำพูดของจารุวรรณทำให้นเรนทร์ครุ่นคิดคล้อยตาม

    ooooooo

    รสิกานั่งอยู่ตรงหน้าหลวงพ่อวัดป่าที่กำลังนั่งสมาธิโดยมีปาริชาตนั่งข้างๆ พลันร่างโปร่งแสงของเธอ ถูกดึงกลับไปสู่อดีตภพ เห็นท่านสมภารวัดนั่งอยู่บน เรือนเจ้าคุณ โดยมีบ่าวไพร่นั่งกันหน้าสลอน

    “มากันหมดเรือนแล้วขอรับ ท่านสมภาร กลัวผีแม่พะยอมกันหมด” ท่านเจ้าคุณรายงาน

    “ช่วยด้วยเถิดเจ้าค่ะ ปราบมันไม่ให้ได้ผุดได้เกิดเลย” คุณหญิงมุกขบกรามแน่นด้วยความแค้น

    ท่านสมภารปรามไม่ให้คุณหญิงมุกพูดแบบนั้นจะทำให้จิตผูกพยาบาท จะต้องชดใช้กันไปไม่จบไม่สิ้น คุณหญิงมุกไม่สนใจในเมื่อผีแม่พะยอมทำให้ลูกชายของตนแทบเป็นบ้า นี่ยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง ขอให้ท่านสมภารช่วยอาบน้ำมนต์ล้างซวยให้เขาด้วย เป็นจังหวะที่พฤกษ์เดินมาพอดี ภูมิรีบลุกไปประคองพี่ชายมานั่ง ท่านสมภารเห็นสภาพของเขาก็รับปากจะช่วย แล้วหลับตาทำสมาธิ สักพักก็เอ่ยขึ้น

    “วิญญาณดวงนี้ไม่ทำร้ายใครหรอก อย่าห่วงเลย วิญญาณให้อภัยให้แก่ทุกคนด้วยซ้ำ ดวงจิตของเธอใสมาก เปี่ยมไปด้วยความเมตตา”

    “อีพะยอมน่ะหรือเจ้าคะเปี่ยมเมตตา มันจะเอา ลูกชายดิฉันไปมากกว่า”

    “คุณแม่ครับ แม่พะยอมรักผม แม่พะยอมไม่ทำอย่างนั้นหรอกครับ”

    คนทั้งเรือนเจ้าคุณยกเว้นแม่จิตที่ยังถูกกักขัง ต่างมองลุ้นว่าน้ำมนต์ที่ท่านสมภารทำเสร็จหมาดๆจะใช้ได้ผลหรือไม่ พฤกษ์นั่งเหยียดขาพนมมืออยู่นอกชานเรือน โดยมีท่านสมภารรดน้ำมนต์พลางว่าคาถาไปด้วย ลมพัดกระโชกแรงราวกับมีพายุ ท่านสมภารเอาน้ำมนต์ราดหัวพฤกษ์เสร็จท่องคาถาจบพอดี

    “เอ้า หมดเคราะห์หมดโศกแล้วนะ”

    พฤกษ์ยกมือที่พนมอยู่ขึ้นแตะหน้าผากเป็นอันจบพิธี ขณะที่ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงมุกยิ้มโล่งใจ...

    จากนั้นท่านสมภารไล่พรมน้ำมนต์ทั่วบ้านเพื่อเป็นสิริมงคล พวกบ่าวไพร่ทุกคนก็ได้รับการพรมน้ำมนต์ไปพร้อมๆกันด้วย ทำให้ขวัญกำลังใจของทุกคนดีขึ้น ท่านคิดว่าครบถ้วนทุกห้องในเรือนก็วางที่พรมน้ำมนต์ลงบนขัน พฤกษ์ที่เพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้ารีบเข้ามาบอกว่ายังเหลือห้องแม่จิตกับแม่พะยอมอีกห้องหนึ่ง

    ครั้นมาถึงหน้าห้องเป้าหมายท่านสมภารถึงกับชะงักที่เห็นคล้องกุญแจไว้ ท่านเจ้าคุณรีบออกตัวบ่าวหญิงห้องนี้ทำผิด ก็เลยต้องลงโทษ ท่านสั่งให้เปิดประตูทันทีไม่อย่างนั้นจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต แจ่มปรี่มาไขกุญแจ ทันทีที่ประตูเปิดออกทุกคนตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็น

    แม่จิตกำลังจะผูกคอตายกับขื่อบ้าน ภูมิกับพวกบ่าวรีบเข้าไปช่วยดึงตัวลงมา เธอเอาแต่คร่ำครวญขอตายตามน้องสาว ท่านเจ้าคุณต้องปราม

    “จิตตั้งสติดีๆแล้วให้ท่านสมภารพรมน้ำมนต์ซะ จะได้เป็นคนใหม่สักที”

    พฤกษ์มองแม่จิตด้วยสายตาชิงชังก่อนจะผละจากไป เธอได้แต่มองตามน้ำตาไหลพราก ท่านสมภารพรมน้ำมนต์ให้แม่จิตเสร็จ ก็เดินไปที่สระน้ำซึ่งถมใกล้เสร็จ หลับตาทำสมาธิเห็นผีแม่พะยอมมานั่งลงกราบแทบเท้า

    “บุญกุศลที่สร้างสมมาจะเป็นแสงสว่างนำเจ้าไปสู่ภพภูมิที่ดีนะ จิตดวงสุดท้ายที่ไม่อาฆาตมาดร้าย ไม่พยาบาท ต่อผู้ทำร้ายเรา เป็นดวงจิตของเทพพรหม ขอโยมไปสู่สุคติเถิด”

    แสงสว่างวาบไปที่ร่างของแม่พะยอมซึ่งยิ้มให้ท่านสมภารก่อนจะเลือนหายไป ท่านลืมตาหันไปบอกกับทุกคนว่าแม่พะยอมไปดีแล้ว จะไม่มาก่อกวนใครอีก ขอให้ทุกคนอโหสิกรรมให้วิญญาณดวงนี้ด้วย พฤกษ์ร้องถามว่าท่านติดต่อกับแม่พะยอมได้หรือ เธอเป็นอย่างไรบ้าง ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า ได้รับคำตอบว่าเธอไม่มีความทุกข์ใดๆแล้ว อย่าไปอาวรณ์อีกเลยและบอกให้เขาอยู่กับปัจจุบัน

    “เรามาแผ่เมตตาเพื่อขออโหสิกรรมดวงวิญญาณกันเถอะ นั่งลง”

    ทุกคนทำตามที่ท่านว่า ยกเว้นคุณหญิงมุกยังทำใจไม่ได้ขอตัวก่อนแล้วเดินขึ้นเรือนไปหน้าตาเฉย ท่านเจ้าคุณรีบเดินตาม ท่านสมภารมองตามทั้งคู่จากนั้นก็เริ่มกล่าวคำอโหสิกรรมให้ทุกคนว่าตาม ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คุณหญิงและท่านเจ้าคุณไม่ได้อโหสิกรรมดวงวิญญาณของแม่พะยอม

    ooooooo

    รสิการู้สึกตัวลืมตาขึ้นจากภพอดีต น้ำตายังคลอเบ้า ปาริชาตชมเปาะว่าเก่งนั่งสมาธิได้ตั้งนาน

    “หลวงพ่อเปิดให้แล้วนะ คิดจะทำอย่างไรต่อไปก็สุดแท้แต่โยมเถอะ”

    หญิงสาวก้มกราบขอบพระคุณหลวงพ่อ ปาริชาตเห็นว่าเสร็จพิธีแล้วก็ชวนเธอกลับแล้วพากันกราบลาท่าน พลันมีเงาดำผ่านร่างของรสิกามีเพียงหลวงพ่อเท่านั้นที่เห็น จึงกำหนดจิตบอกให้ผีแม่จิตรับรู้ถึงอันตรายครั้งนี้และขอร้องอย่าทำอะไรรุนแรงให้เป็นบาปติดตัว...

    เป็นอย่างที่หลวงพ่อนิมิต นเรนทร์ส่งคนของตัวเองขี่มอเตอร์ไซค์ตามไปเล่นงานรสิกา ขณะเขาเร่งเครื่องจะปาดหน้ารถของปาริชาตให้ตกถนน ผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้นบนหลังคารถชี้มือมาทางเขาดวงตาถมึงทึงน่ากลัว สมุนของนเรนทร์ตกใจหักรถหลบ รถเสียหลักไถลตกถนน คนไปทาง มอเตอร์ไซค์ไปอีกทางหนึ่ง

    “ตายจริง มันจะเป็นอะไรหรือเปล่า” ปาริชาตได้แต่มองกระจกส่องหลังแต่ไม่ยอมจอดดู สมุนของนเรนทร์พยายามจะลุกขึ้นแต่ลุกไม่ได้เนื่องจากผีแม่จิตเหยียบอกเอาไว้ ชาวบ้านที่วิ่งมาดูจะประคองให้ลุกขึ้นก็ทำไม่ได้เช่นกัน แถมเขายังเห็นผีอยู่คนเดียว คนอื่นไม่มีใครเห็น อึดใจรถมูลนิธิเข้ามาจอดเพื่อจะเข้าไปช่วยคนเจ็บ เป็นจังหวะเดียวกับวฤกษ์ขับรถมาจอดต่อท้าย ถามชาวบ้านแถวนั้นว่าเกิดอะไรขึ้น

    “ไม่รู้ครับ ผมเห็นไอ้นี่ขี่รถจะแซงรถคันหนึ่ง แต่ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นรถล้มลงไปนอนอย่างที่เห็นนี่แหละ”

    “พี่จำได้ไหมครับว่ารถเก๋งที่ถูกไอ้หมอนี่ตามสีอะไร”

    ชาวบ้านพยักหน้า บอกสีและยี่ห้อรถตรงกับรถของปาริชาตไม่มีผิดเพี้ยน วฤกษ์ถึงกับหน้าเสีย ผีแม่จิตถอนเท้าออกจากอกสมุนทำให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิสามารถเอาตัวเขาส่งโรงพยาบาลได้

    วฤกษ์รีบขับรถต่อไปโดยมีผีแม่จิตนั่งอยู่ที่เบาะหลังมองเขาด้วยสายตาเปี่ยมรัก มีเสียงสะอื้นดังขึ้น เขาเหลือบมองทางกระจกส่องหลังเห็นผีแม่จิตนั่งอยู่ถึงกับสะดุ้งโหยง ขยี้ตามองอีกครั้งเธอหายไปแล้ว...

    ฝ่ายจารุวรรณเดินหน้าถอดสีเข้ามาในห้อง คว้ามือถือขึ้นมาโทร.หานเรนทร์ซึ่งกำลังนัวเนียอยู่กับนีนี่บนเตียงก็เลยไม่รับสาย เธอลองโทร.ซ้ำอีกสองครั้ง เขาตัดรำคาญลุกขึ้นมารับสายถามเสียงห้วนว่ามีอะไร

    “วรรณได้ยินนังรสิกามันคุยกับคนใช้ว่าคนของคุณรถคว่ำอยู่ข้างทาง นี่มันอะไรกัน ผู้หญิงสองคน ลูกน้องคุณยังจัดการมันไม่ได้”

    “มันก็ต้องมีพลาดกันบ้างสิ” นเรนทร์หงุดหงิดอารมณ์เสีย นีนี่ตามมากอดทางด้านหลังซบหน้ากับไหล่เขาเรียกบอสคะบอสขา เสียงดังเข้าไปในสาย จารุวรรณโวยลั่นอยู่กับใคร นังหน้าด้านคนไหน นเรนทร์แก้ตัวว่าดูละครไม่ได้มีใครอยู่ด้วยแล้ววางสายหันมานัวเนียกับเลขาฯสาวต่อ จารุวรรณแทบคลั่งแต่ทำอะไรไม่ได้

    ooooooo

    อีกมุมหนึ่งที่ห้องอาหาร ปาริชาตยังคงเล่าถึงเหตุระทึกที่เกิดขึ้นให้ดรล แก้วตากับนิ่มนวลฟังว่าถ้าเราสองคนไม่ได้ไปทำบุญคงตายไปแล้ว มันขี่มอเตอร์ไซค์ประกบข้างรถเรา ถ้ามันชักปืนยิงคงตายทั้งคู่

    “ต่อไปนี้ผมคงไม่กล้าให้คุณแม่ออกไปไหนแล้วล่ะครับ ว่าแต่มันเป็นใครกัน ทำไมมันตามจองเวรเราไม่เลิก”

    ทั้งห้าคนตกลงกันว่าจะปิดเรื่องนี้ไม่ให้หนูมิวกับคุณย่ามะลิรู้เด็ดขาด ระหว่างนั้นวฤกษ์กลับมาถึงก็ขอคุยกับรสิกาเป็นการส่วนตัว แล้วเดินนำเธอจะไปที่ห้อง

    เก็บอัฐิเพื่อจะดูให้เห็นกันไปเลยว่าผีในความฝันของเธอเป็นใครกันแน่ แก้วตาเตือนว่าห้องนั้นไฟเสียยังไม่ได้ซ่อม วฤกษ์ไม่สนใจกึ่งลากกึ่งจูงรสิกาเข้าไปข้างใน ทันใดนั้น ประตูห้องปิดปัง เธอสะดุ้งโหยงเบียดตัวเข้าหาวฤกษ์

    ซึ่งโอบกอดเอาไว้อย่างปกป้อง

    “ปล่อย...ปล่อยฉันค่ะ” รสิกาพยายามดิ้นหนี เขาไม่ยอมปล่อยจนกว่าเธอจะบอกก่อนว่าผีที่เธอติดต่อด้วย หน้าตาเป็นอย่างไร เธองงทำไมเขาเกิดอยากจะรู้ขึ้นมา

    “ก็ผมอยากรู้ ผมเป็นเจ้าของเรือนพะยอม ผมมีสิทธิ์จะให้ใครอยู่หรือไม่อยู่ก็ได้ไม่ว่าจะคนหรือผี”

    รสิกาโมโหผลักวฤกษ์ออกห่าง จะเปิดประตูห้องแต่ทำไม่ได้ เสียงจิ้งจกร้องทักกันระงม วฤกษ์เองก็ประหลาดใจกับเหตุแปลกๆครั้งนี้ ครั้นตั้งสติได้เขาหยิบมือถือขึ้นมาเปิดโหมดไฟฉาย ห้องสว่างขึ้นทันที

    “คราวนี้บอกมาว่าผีตนไหนที่เธอติดต่อไป” วฤกษ์เริ่มใช้มือถือส่องไปตามรูปภาพต่างๆ กระทั่งเห็นรูปของผีแม่จิตวางพิงอยู่กับผนังห้อง รสิกาอยากรู้ ถ้าเขารู้ว่าเป็นใครแล้วจะทำอย่างไร เขาจะเอาไปทิ้ง

    “โกศกระดูกเขาอันไหนบอกมา ผีตนไหน บอกฉันสิรสิกา บอกมา”

    ผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้นด้านหลังวฤกษ์ รสิกาเห็นเธอถลึงตาใส่ไม่ให้พูดอะไรไม่ใช่หน้าที่ของเธอ ก็ตกใจเป็นลมล้มพับ เขาคว้าตัวไว้ทัน พลางร้องเรียกให้ใครก็ได้ช่วยเปิดประตูให้ อึดใจดรล ปาริชาตและแก้วตาเปิดประตูเข้ามา วฤกษ์รีบอุ้มเธอไปที่วางไว้ที่โซฟาในห้องโถง จารุวรรณได้ยินเสียงเอะอะก็ออกมาดูพอรู้ว่ารสิกาเป็นลมล้มพับตอนอยู่ในห้องเก็บอัฐิ จัดแจงแนะให้หาหมอผีหรือไม่ก็พระเก่งๆมาสวดไล่ผี

    “เอาโกศกระดูกไปโยนทิ้งน้ำให้หมด รื้อห้องเก็บอัฐิก็หมดเรื่อง”

    ผีแม่จิตตวัดสายตากร้าวมองยัยน้าปากเสียทันที ไม่ใช่แต่ผีที่ไม่พอใจ ดรลก็โกรธเช่นกัน เตือนเธอว่านั่นคือบรรพบุรุษของตน ถ้ามีคนทำกับพ่อแม่ของเธอบ้างเธอจะว่าอย่างไร จารุวรรณยักไหล่กวนประสาท

    “วฤกษ์ คุณเป็นเจ้าของบ้าน คุณต้องเป็นคนตัดสินใจค่ะ”

    ดรลทนไม่ไหวปรี่เข้าไปจะเอาเรื่อง ปาริชาตต้องดึงตัวไว้ อย่าไปใส่ใจกับพวกปากพล่อย วฤกษ์ขอร้องให้พอได้แล้ว รสิกายังไม่รู้สึกตัว สงสัยต้องตามหมอมาดูอาการ จารุวรรณสบโอกาสเหมาะเสนอตัวจะช่วยอ้างตัวเองจบพยาบาลมา ถึงจะลาออกมาแล้ว แต่เธอก็ไม่ประมาท อะไรที่ช่วยชีวิตคนได้ เธอยังมีติดตัวอยู่ แล้วเดินลอยหน้าลอยตากลับห้อง ผีแม่จิตมองตามไม่ไว้ใจ

    ooooooo

    ยาที่จารุวรรณอ้างว่าจะเอามาช่วยชีวิตรสิกากลับเป็นยาพิษ เธอเอาซีรินจ์สำหรับฉีดยาดูดยาพิษขึ้นมาจากหลอดยาหวังจะใช้กำจัดรสิกาให้สิ้นซาก แต่ผีแม่จิตรู้ทัน ร่วมมือกับผีวิยะดาขัดขวางไว้ ผีแม่จิตเข้าสิงร่างเธอจะให้เอายานั้นฉีดตัวเอง จารุวรรณขัดขืนสุดฤทธิ์ ผีวิยะดาโผล่พรวดขึ้นตรงหน้า

    ยัยน้าตัวแสบตกใจกรีดร้องลั่น แมวได้ยินเสียงร้องเปิดประตูผลัวะเข้ามา เห็นจารุวรรณท่าทางเหมือนกำลังต่อสู้กับตัวเองไม่รู้จะช่วยอย่างไร ผีวิยะดาโผล่วูบมาด้านหลังแมวพุ่งเข้าสิงร่าง ดวงตากลายเป็นสีแดงก่ำ

    “มึงฆ่ากู วันนี้มึงต้องตาย”

    ผีวิยะดาในร่างแมวจะคว้าคอจารุวรรณ แต่ดรลเข้ามาพร้อมกับนายแสงและนิ่มนวลเสียก่อน ผีวิยะดาหายวูบไป ร่างแมวทรุดฮวบทันที ผีแม่จิตแกร่งกว่ายังสิงร่างจารุวรรณไม่ยอมออก พยายามจะเอาเข็มแทงตัวเอง ดรลปัดเข็มตกพื้น หักเป็นสองท่อน ผีแม่จิตวูบออกจากร่าง จารุวรรณถึงกับเข่าอ่อนนั่งแปะกับพื้น

    “อะไรกันครับเนี่ย แล้วนี่ยาอะไร”

    “ยาที่คุณวรรณจะเอาไปฉีดให้คุณครูน่ะสิ” นิ่มนวลอธิบาย...

    ด้านรสิกาผวาลุกพรวดขึ้นนั่ง วฤกษ์คว้าตัวมากอดไว้ เธอตกใจพยายามผลักเขาออก แต่เขากอดไว้แน่น

    “ให้ฉันกอดเธอเป็นการขอโทษได้ไหมรสิกา”

    หญิงสาวยังไม่ทันจะว่าอะไร ดรลกับนายแสงและนิ่มนวลวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าจารุวรรณกับแมวเป็นลมล้มพับไปพร้อมๆกันเลย ไม่มีใครให้ความสำคัญเพราะคิดว่าเธอทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ...

    แทนที่จะกลัวเพราะโดนผีหลอกเต็มๆ จารุวรรณกลับบอกแมวว่าวันไหนที่คนบ้านนี้ออกไปข้างนอกกันหมด ให้ช่วยบอกตนด้วย ตนจะเอาหมอผีมาสะกดมัน แมวพยักหน้ารับคำสีหน้าหวาดหวั่น...

    ดรลกลับเข้าห้อง อดนึกถึงภาพตอนที่วฤกษ์นวดมือให้รสิกาไม่ได้ อยากจะมีช่วงเวลาแบบนั้นกับวิยะดาบ้าง เสียดายที่เธอต้องมาจากไปก่อนวัยอันควร ผีวิยะดาปรากฏตัวขึ้น เอนหัวพิงไหล่เขาไว้ กลิ่นน้ำหอมจางๆลอยมาเข้าจมูก ดรลเหลียวขวับไปรอบๆห้องแต่ไม่เห็นอะไร

    “กลิ่นน้ำหอม...วิยะดาคุณอยู่ใกล้ๆผมเหรอ วิยะดา” เงียบไม่มีเสียงขานตอบ

    ooooooo

    วฤกษ์แวะมาหาคุณย่ามะลิแต่เช้า เล่าเรื่องที่พารสิกามาห้องเก็บอัฐิเมื่อคืนนี้ให้ฟัง เขาโกรธที่เธอเอาแต่หมกมุ่นถึงเรื่องในอดีต ท่านปลอบว่าที่เขาเป็นอย่างนั้นก็เพราะรักคุณพะยอมมากเกินไป ไม่รักก็คงไม่ห่วง

    “หลานจะทำยังไงต่อไปเรื่องคุณพะยอม”

    “ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ผมจะไปสู่ขอเธอครับ”

    คุณย่ามะลิหัวเราะอารมณ์ดี เชื่อว่าทุกอย่างจะต้องผ่านไปได้ วฤกษ์ไหว้ลาท่านขอตัวไปทำงานก่อน...

    กมลรัตน์กับภานุวัตแวะซื้อของขบเคี้ยวที่ร้านสะดวกซื้อจะเอาไปกินที่เรือนพะยอมระหว่างไปคุยกับรสิกา บังเอิญเจอจารุวรรณที่นัดแนะนเรนทร์มาพบที่ร้านกาแฟใกล้ๆกัน ภานุวัตแปลกใจที่เห็นทั้งคู่รู้จักกัน

    ทำเป็นเดินเตร่เข้าไปแอบฟัง จารุวรรณต่อว่านเรนทร์ที่คนของเขาทำงานพลาด ต่อไปคงจะเล่นงานมันยากขึ้นอีก

    “ใจเย็นๆสิ ผมส่งคนไปดูอาการมันแล้ว ท่าทางมันเหมือนคนเสียสติ เหมือนเห็นผีหรือสิ่งที่น่ากลัว”

    จารุวรรณนึกถึงผีวิยะดาเมื่อคืนทันที “เรือนพะยอมเลี้ยงผีค่ะ วรรณโดนหลอกจนชินแล้ว วรรณนัดเจอคุณก็เรื่องนี้แหละ วรรณอยากให้คุณหาหมอผีเก่งๆสักคน วรรณจะเอาไปปราบผีที่เรือนพะยอม”

    “อืม ก็เป็นไปได้นะ เราถึงทำไม่สำเร็จสักที” นเรนทร์ครุ่นคิดหน้าเครียด ส่วนภานุวัตรีบหลบออกมา...

    ภานุวัตเป็นห่วงดวงวิญญาณน้องสาวจะถูกจารุวรรณเรียกหมอผีมาปราบ เมื่อมาถึงเรือนพะยอม เขาปล่อยให้เพื่อนรักสองคนคุยกัน ส่วนตัวเองตรงไปที่เรือนครัว ทำทีเข้ามาช่วยเตรียมอาหาร พลางสอบถามถึงเรื่องผีที่มักจะมาปรากฏตัวให้เห็น นิ่มนวลเล่าให้ฟังว่าคนที่โดนหลอกมีแค่จารุวรรณคนเดียว

    “เห็นเมื่อคืนก็โวยวายกับคุณปาริชาตว่าจะโดนผีคุณวิยะดาหักคอ”

    “ส่วนผีอื่นๆน่ะมีเรื่องเล่ามานานนมแล้วล่ะค่ะคุณวัต ป้าอยู่ที่นี่มานานฟังจนเบื่อ ว่าแต่คุณวิไปปรากฏตัวที่บ้านโชติรสบ้างหรือเปล่าล่ะคะ”

    “เอ้อ ไม่มีครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ จะไปดูสองสาว...น้าแสงครับพาผมไปห้องน้ำหน่อยสิ”

    ครั้นมาถึงตัวบ้าน ภานุวัตติดสินบนนายแสงให้บอกว่าห้องนอนของจารุวรรณอยู่ที่ไหน นายแสงไม่ชอบจารุวรรณเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงพาไปที่ห้องแถมอยู่เฝ้าด้านนอกให้อีกต่างหาก ภานุวัตเจอเข็มฉีดยาที่หักครึ่งที่จารุวรรณทิ้งเอาไว้ รีบเอาห่อกระดาษทิชชูเก็บใส่กระเป๋า แล้วรีบออกมา

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:26 น.