ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เรือนพะยอม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    กรรณิการ์มั่นใจว่าต้องมีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการมาครั้งนี้ของพวกพนาเวท ผีวิยะดาถึงได้มาปรากฏตัวให้เห็น จึงคาดคั้นรสิกากับวฤกษ์ให้บอกความจริงว่ามาที่โชติรสทำไม รสิกายกมือไหว้กรรณิการ์ที่มาที่นี่จะมากราบข้อความกรุณาช่วยเล่าเรื่องแม่จันทร์ให้ฟัง กรรณิการ์โกรธตัวสั่น

    “เธอกล้าดียังไง ถามถึงทวดจันทร์ของฉัน...ฉันกับเธอไม่เคยเกี่ยวข้องกัน เลือดข้างฉันปะปนกับเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ถึงได้กล้าถามถึงบรรพบุรุษของฉัน วิญญาณคุณทวดสงบสุขดีแล้วเธอไม่ควรขุดท่านขึ้นมาพูด”

    วฤกษ์เห็นกรรณิการ์โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง รีบชวนรสิกากลับแล้วหันไปขอโทษกรรณิการ์แทนเธอด้วย เธอไม่ยอมกลับจะต้องรู้เรื่องแม่จันทร์ให้ได้ วฤกษ์เห็นท่าไม่ดีรีบดึงตัวรสิกาออกจากห้อง ภานุวัตรีบตามจนทันกันตรงที่จอดรถ ถามรสิกาว่ารู้เรื่องคุณทวดจันทร์ได้อย่างไร คนที่เรือนพะยอมคงเอามาเล่าอย่างสนุกปากใช่ไหม

    “แต่คุณทวดจันทร์ก็เป็นต้นเหตุให้คุณพะยอมตายไม่ใช่เหรอคะ พี่วัตทราบไหมว่าเวลานี้วิญญาณหลายดวงยังไม่เป็นสุขเพราะเรื่องนี้”

    “รสิกาเธอพูดอะไร นี่มันเรื่องในครอบครัวฉันไม่เกี่ยวกับเธอ” วฤกษ์ท้วง รสิกาไม่สนใจ

    “พี่วัตจำที่คุณย่ามะลิพูดกับพวกเราได้ไหมคะ ท่านบอกว่าต้องแก้ที่อดีตชาติด้วย”

    ภานุวัตขอร้องให้หยุดรื้อฟื้นเรื่องในอดีตที่ผ่านเลยไปนานแล้วสักที ที่มีคนบอกว่าเธอหน้าเหมือนคุณพะยอมก็เป็นแค่ความบังเอิญเท่านั้น อย่าถือเป็นเรื่องจริงจังหน่อยเลย วฤกษ์ไม่อยากให้ต่อความยาวรีบดึงรสิกาขึ้นรถ เห็นแล้วไม่ใช่หรือว่าที่นี่ไม่ต้อนรับเรา รสิกาพยายามขืนตัวไว้แต่เขาดันเธอเข้ารถจนได้และสั่งห้ามหนีลงจากรถ ไม่อย่างนั้นเขาไม่ให้อภัยเธอแน่ จากนั้นเขาขึ้นประจำที่นั่งคนขับ เคลื่อนรถออกไปอย่างรวดเร็ว...

    ในเวลาเดียวกัน จารุวรรณถึงกับหน้าตาตื่นเมื่อนเรนทร์โทร.มาแจ้งว่าตี๋ถูกตำรวจรวบตัวไว้ได้ ไม่รู้จะซัดทอดมาถึงเราหรือเปล่า ถ้าไม่จำเป็นตอนนี้ไม่ต้องติดต่อมาหาเขาอีก แล้วรีบวางสาย จารุวรรณโยนมือถือลงบนเตียงนอนอย่างหัวเสียที่อะไรๆก็ไม่เป็นดั่งใจ พลันมีเสียงหัวเราะของผีแม่จิตดังขึ้น เธอเหลียวมองไปรอบๆแต่ไม่เห็นใคร ขนลุกซู่เสียวสันหลังวาบ รีบเดินหนีออกจากห้อง อารามรีบร้อนไม่ทันดูทางเกือบชนกับปาริชาต

    “ว้าย...ระหวังหน่อยสิ ท่าทางเหมือนหนีใครมาอย่างนั้นแหละ”

    “เปล่าค่ะ แค่อยากเดินไปข้างนอกมันอุดอู้” จารุวรรณพยายามตั้งสติ

    “กินนอนจนแทบจะเป็นคนบ้านนี้อยู่แล้ว ยังรู้สึกว่าอุดอู้อีกเหรอ แปลก” ปาริชาตว่าประชด จารุวรรณไม่พูดอะไรเร่งฝีเท้าหนี ท่านมองตามสงสัย ยัยน้าตัวแสบ

    จ้ำอ้าวออกจากบ้านเจอแมวเดินสวนเข้ามาพอดี ถามว่าอยู่ที่นี่มานานเคยเจอผีบ้างไหม เธอเจอผีผู้หญิงตนหนึ่งตามหลอกเธอตลอด บางคืนแทบไม่ได้นอน

    “ทำไมคุณวรรณไม่หาหมอผีมาปราบเลยล่ะคะ เอาให้ผีมันอยู่ไม่ได้เลยค่ะ”

    จารุวรรณพยักหน้าเห็นด้วย โดยไม่รู้ว่าปาริชาตแอบฟังอยู่อีกมุมหนึ่ง

    ooooooo

    ภานุวัตมองแม่ที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าเป็นกังวล ก่อนจะหันไปบ่นกับกมลรัตน์ว่ากลัวเรื่องราวจะไปกันใหญ่ รสิกาเชื่อที่คุณย่ามะลิพูดก็เลยอยากจะมาแก้ไขอดีตที่โชติรส

    “แก้ไขอดีต?...ทำได้ด้วยเหรอ รสิกาพูดเหมือนรู้เรื่องทุกอย่างที่คุณมะลิพูด”

    “พี่ว่าเราต้องถามจากคุณยายพิกุล” ภานุวัตเสนอแนะ กมลรัตน์เห็นดีด้วยเพราะทั้งคุณย่ามะลิและคุณยายพิกุลต่างก็เป็นเพื่อนกันมาก่อน ต้องรู้ต้องเห็นอะไรเหมือนกัน...

    การบุกมาบ้านโชติรสของรสิกาครั้งนี้ ทำให้วฤกษ์ไม่ค่อยจะพอใจนัก ถึงกับมีปากเสียงกันระหว่างทางกลับเรือนพะยอม เขาต้องเบนรถจอดข้างทางเพื่อเคลียร์เรื่องนี้กัน รสิกาน้อยใจที่ถูกเขาต่อว่าก็เลยขอลาออกจากงาน แล้วทำท่าจะลงจากรถ เขารวบตัวไว้แต่เธอทั้งดิ้นหนีทั้งร้องไห้ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้

    “เธอเป็นอะไร บอกฉันสิ ฉันเป็นห่วงเธอนะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจกับเรื่องในอดีต มันผ่านมาแล้วเราแก้ไขอะไรไม่ได้” วฤกษ์ดึงรสิกามากอดไว้อย่างแสนรัก “ขอโทษนะ ฉันแค่ไม่อยากให้เรื่องราวในอดีตมันทำให้ทุกคนที่เรือนพะยอมไม่มีความสุข”

    “คุณไม่เชื่อเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตใช่ไหม”

    “เชื่อสิ อย่างน้อยก็เชื่อว่าแรงดลใจจากอดีตทำให้เราได้มาพบกัน อย่าร้องไห้นะรสิกา กลับบ้านเถอะ ยัยมิวคงรอเธออยู่ ค่ำแล้ว” วฤกษ์เช็ดน้ำตาให้รสิกาอย่างอ่อนโยน...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ห้องโถงของเรือนพะยอม จารุวรรณเข้ามาเห็นหนูมิวนั่งทำการบ้านอยู่กับนิ่มนวลไม่วายแดกดันว่าทุกวันเคยนั่งทำการบ้านในห้อง มีครูพี่เลี้ยงคอยสอน แต่วันนี้ต้องมานั่งทำการบ้านตรงนี้มีคนใช้ที่ไร้การศึกษาคอยสอน นี่มันเกิดอะไรขึ้น ใครช่วยตอบที ดรลเงยหน้าจากหนังสือพิมพ์

    “ถ้าหึงพี่วฤกษ์ล่ะก็ อย่าลงที่เด็ก มันไม่ถูกต้อง”

    “ต๊าย นี่วรรณพูดอะไรไม่ได้เลยหรือคะ วรรณเป็นน้าแท้ๆของหลานสาวคุณนะคะคุณดรล”

    ปาริชาตขอร้องให้จารุวรรณหยุดพล่ามได้แล้ว ตนปวดหัวกับพฤติการณ์ของเธอเต็มทีแล้ว นอกจากผีบ้านผีเรือนที่ไม่ค่อยจะชอบขี้หน้าเธอสักเท่าไหร่ อย่าทำให้คนในบ้านชิงชังเธอไปมากกว่านี้เลย จารุวรรณเล่นแง่ถ้าอย่างนั้นตนจะเอาหนูมิวไปเลี้ยงเอง ปาริชาตจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าเธออีกต่อไป สองฝ่ายเถียงกันไปมา หนูมิวทนไม่ไหวร้องกรี๊ดๆกวาดข้าวของบนโต๊ะทิ้ง แล้ววิ่งหนีออกไป นิ่มนวลกับดรลตกใจรีบวิ่งตาม

    “เธออย่าคิดเอายัยมิวเป็นตัวประกันแบบนี้ มันทุเรศ นึกถึงจิตใจเด็กบ้าง” ปาริชาตด่าเสร็จ ชะเง้อมองตามหนูมิวด้วยความเป็นห่วง

    ด้านนิ่มนวลวิ่งตามเด็กน้อยจนทัน รวบตัวมากอดไว้ ปลอบว่า

    “ไม่ร้องนะคะ เดี๋ยวคุณลุงกับคุณครูก็กลับแล้วค่ะ คุณมิวต้องเป็นเด็กดีนะคะ คุณลุงกับคุณครูจะได้ดีใจ”

    ดรลวิ่งตามมาหยุดฟัง ก่อนจะบ่นพึมพำว่าพี่วฤกษ์หายไปไหน ป่านนี้ยังไม่กลับ หรือว่าจะมีอันตราย แล้วคว้ามือถือขึ้นมาจะโทร.หาพี่ชาย แต่มีเสียงกรีดร้องของจารุวรรณดังขึ้นเสียก่อน เขาส่ายหน้าเอือมระอา

    “เรียกร้องความสนใจอีกแล้วละสิ”

    ooooooo

    จารุวรรณไม่ได้เรียกร้องความสนใจอย่างที่ดรลว่า แต่ถูกผีแม่จิตขึ้นขี่หลัง ใบหน้าชวนสยองอยู่ห่างไม่ถึงคืบ ปาริชาตกับดรลเปิดประตูห้องของเธอเข้ามาเห็นเจ้าของห้องก้มหลังน้ำตาไหลพรากผมเผ้ากระเซิง หมุนตัวไปรอบๆคล้ายพยายามจะสะบัดอะไรบางอย่างออกไปจากตัว

    “เป็นบ้าอะไร เรียกร้องความสนใจเป็นเด็กๆไปได้” ดรลเอ็ดเสียงลั่น

    แก้วตา นิ่มนวลและหนูมิวมายืนมองอยู่หน้าห้อง จารุวรรณพยายามจะบอกแต่ผีแม่จิตใช้มือข้างหนึ่งปิดปากเธอเอาไว้ ปาริชาตหันมาเห็นหลานสาว สั่งให้นิ่มนวลพาหนูมิวออกไปก่อน ดรลส่ายหน้ารำคาญ เดินตามหลานสาวกับนิ่มนวลและแก้วตาออกไป ปาริชาตที่อยู่เพียงลำพังกับจารุวรรณพึมพำขึ้นเบาๆ

    “เธอจะเป็นใครก็ตามนะ ปล่อยผู้หญิงคนนี้เถอะ ฉันขอร้อง” ขาดคำผีแม่จิตหายวับไป จารุวรรณทรุดลงไปกองกับพื้นร้องไห้โฮ ปาริชาตเตือนสติเธอทีหลังอย่าท้าทายอำนาจทุกอย่างในเรือนพะยอม ไม่ว่าจะเป็นคนหรืออะไรก็แล้วแต่ ที่นี่ศักดิ์สิทธิ์มากจนคนชั่วๆอยู่ไม่ได้แล้วผละจากไป ทิ้งให้จารุวรรณหวาดหวั่นเพียงลำพัง...

    ภายในรถ วฤกษ์ขับรถไปพลางอีกมือหนึ่งกุมมือรสิกาซึ่งหลับสนิทไว้ เหลือบมองแหวนที่ซื้อให้บนนิ้วของเธอก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ “ยังใส่แหวนฉัน แสดงว่าเธอก็รักฉันใช่ไหมรสิกา”

    รสิกาซึ่งกำลังหลับสนิทอยู่ๆจิตของเธอกลับถูกดึงไปสู่อดีต เห็นพฤกษ์แอบนัดพบกับแม่พะยอมโดยมีแม่จิตแอบดูอยู่ไม่ห่าง เขาแซมช่อดอกพะยอมที่ผมของแม่พะยอมแล้วจับมือเธอมาสวมแหวนทองวงนั้นให้

    “พะยอม ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น แหวนวงนี้คือแหวนที่เจ้าคุณพ่อใช้หมั้นคุณหญิงแม่ นั่นหมายถึงว่าหัวใจฉันไม่มีใครอื่น นอกจากแม่พะยอมคนเดียวเท่านั้น” พฤกษ์ว่าแล้วหอมแก้มเธอซ้ำแล้วซ้ำอีกด้วยความรัก ขณะที่แม่จิตกำมือแน่น อกแทบแตกตายเพราะความริษยา...

    รสิกาลืมตาตื่นขึ้น มองวฤกษ์ที่ขับรถอยู่ด้วยความประหลาดใจ ทำไมตัวเองถึงย้อนอดีตโดยไม่ต้องให้ผีแม่จิตพาไป หรือว่าเรื่องราวต่างๆกำลังจะจบ วฤกษ์ เห็นเธอมองตาแป๋ว ขอบใจเธอที่ยังสวมแหวนที่เขาให้อยู่ รสิกานึกถึงภาพเมื่อครู่ตอนที่พฤกษ์สวมแหวนทองให้แม่พะยอม ถึงกับยิ้มเจื่อน

    “ทำไมมันช่างเหมือนเหตุการณ์ในชาติปาง ก่อนเลย”...

    จากนั้นไม่นาน วฤกษ์ขับรถมาถึงเรือนพะยอม ไม่วายกำชับกับรสิกาอย่าบอกเรื่องที่ไปไหนมาให้ใครรู้ เธอขอเหตุผลทำไมต้องสั่งอย่างนั้น เขาไม่มีเหตุผลขอแค่เธอทำตามก็พอ

    “มียาอะไรรักษาโรคคนบ้าอำนาจได้บ้าง” เหน็บเสร็จรสิกาเดินลิ่วเข้าตัวบ้าน วฤกษ์มองตามยิ้มๆ ขยับจะตามแต่ดรลเข้ามาต่อว่าว่าทำไมต้องปิดโทรศัพท์ด้วย ไปไหนกันมาหรือ เขาต่อว่ากลับว่าชอบสนใจเรื่องของคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วถามว่าคนร้ายรับสารภาพหรือเปล่าว่าใครส่งมา

    “ยัง แต่สารวัตรบอกว่าไม่ยากหรอกครับ ตอนนี้พอจะรู้เบาะแสคนร้ายแล้วแต่ยังเปิดเผยไม่ได้”

    “ขอบใจ” พูดจบวฤกษ์เดินเข้าบ้าน...

    ด้านกรรณิการ์ยังเคืองรสิกาไม่หายที่อยู่ๆมาเปิดประเด็นเรื่องคุณทวดจันทร์ เล่าให้ภานุวัตกับกมลรัตน์ฟังว่าคุณทวดทุกข์ใจแทบเป็นบ้าหลังจากคุณพะยอมตาย ต้องถูกตราหน้าว่าแย่งผัวชาวบ้าน ท่านถึงทนไม่ได้ที่รสิกามาถามถึงคุณทวด...

    ตกดึก ผีแม่จิตมาปรากฏตัวให้เห็นตอนที่รสิกากำลังจะรินน้ำดื่ม เธอตกใจถึงกับทำแก้วน้ำร่วงจากมือ

    “ตกใจหรือแม่พะยอม ดีใจรึที่เห็นอดีตโดยที่ฉันไม่ได้เป็นคนนำหล่อนไป นั่นน่ะมันแค่สัญญาจากอดีตที่ยังฝังลึกอยู่ในความทรงจำของหล่อน แต่หล่อนจะเลือกจำแต่สิ่งสวยๆงามๆไม่ได้ดอก มานี่” ผีแม่จิตผลักรสิกาล้มลงบนเตียง แล้วดึงร่างโปร่งแสงของเธอย้อนไป สู่อดีต

    เป็นตอนที่คุณหญิงมุกยังพยายามบังคับให้พฤกษ์แต่งงานกับแม่จันทร์ และสั่งให้ท่านเจ้าคุณผู้เป็นสามีเอาแหวนหมั้นของเรามาให้เธอเพื่อจะเตรียมไปสู่ขอแม่จันทร์ สองพ่อลูกมองหน้ากันเลิ่กลั่ก พอรู้ว่าพฤกษ์มอบแหวนวงนั้นให้แม่พะยอมไปแล้ว คุณหญิงมุกบุกไปถึงห้องนอนของแม่พะยอมเพื่อทวงคืนด้วยตัวเองกลับพบว่าแม่จิตพยายามจะยื้อแย่งแหวนวงนั้นไปจากนิ้วแม่พะยอม แต่ฝ่ายหลังดิ้นหนีไม่ยอมให้

    “หน้าด้านเหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้อง ฉันอุตส่าห์ใช้หล่อนตักน้ำใส่ตุ่มทุกวันทำไมไม่รู้จักชะโงกดูเงาตัวเอง บ้าง อีแจ่ม เอาแหวนคืนมาจากอีพะยอม ฉันจะเอาไปหมั้นแม่จันทร์”

    แม่พะยอมทรุดลงนั่งกับพื้นยกมือไหว้ขอร้องคุณหญิงมุกอย่าเอาแหวนวงนี้ไป จะให้ตนทำอะไรก็ยอม คุณหญิงมุกร้ายกาจมากสั่งให้เธอกราบเท้าแล้วจะยอมให้เก็บแหวนไว้ พอเธอทำตาม ท่านกลับเหยียบมือเธอถึงกับร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด แถมด่าฉอดๆที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงแล้วตบตีซ้ำอีก พฤกษ์วิ่งนำภูมิกับท่านเจ้าคุณเข้ามาผลักแม่ออกแล้วกอดแม่พะยอมไว้ ขณะที่ท่านเจ้าคุณสั่งให้คุณหญิงมุกกลับขึ้นเรือน

    ครั้นมาถึงโถงบนเรือน คุณหญิงมุกยืนกรานกับ ท่านเจ้าคุณจะไม่ยอมให้ผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างแม่พะยอมมาเป็นสะใภ้หรือแม้แต่เป็นเมียน้อยของพฤกษ์ ท่านเจ้าคุณเตือนว่าทำแบบนี้เท่ากับทำลายความสุขของลูก แต่คุณหญิงมุกไม่สนใจยืนกรานจะให้พฤกษ์แต่งงานกับแม่จันทร์ให้ได้ รสิกาน้ำตาไหลพรากบ่นกับผีแม่จิตว่าสงสารแม่พะยอมกับพฤกษ์เหลือเกิน...

    ด้านพฤกษ์ทนต่อไปไม่ไหวยิ่งเห็นหญิงคนรักเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยบอบช้ำที่มือก็บวมแดงเพราะถูกแม่เหยียบ ยิ่งสงสารเธอจับใจตัดสินใจจะชวนกันหนี

    “แล้วพี่จะมารับพะยอมนะ”

    แม่พะยอมพยักหน้ารับคำ ทั้งคู่ไม่เห็นแม่จิตแอบมองอยู่ด้วยสายตาริษยา

    ooooooo

    คืนวันถัดมา ขณะแม่จิตกับแม่พะยอมเดินอยู่ริมสระน้ำ มีฟ้าแลบแปลบปลาบฝนทำท่าจะตก แม่พะยอมชวนญาติผู้พี่กลับเรือนกันดีกว่า ฟืนไฟก็ไม่เอาติดมา อยู่ๆแม่จิตก็ถามถึงเรื่องที่เธอจะหนีไปกับพฤกษ์โดยไม่คิดจะเอาตนไปด้วยทั้งที่เคยรับปากจะอยู่กันแบบสามคนผัวเมีย

    “ใจคอคิดจะอยู่สุขสบายคนเดียว ทิ้งให้ฉันเป็นอีโง่อยู่ในครัว คิดจะครอบครองสมบัติของคุณพฤกษ์คนเดียวใช่ไหม” ไม่พูดเปล่าแม่จิตย่างสามขุมเข้าหาแม่พะยอมตกใจผงะถอยหลัง

    “ฉันเคยพูดกับคุณพฤกษ์แล้ว แต่คุณพฤกษ์ปฏิเสธ”

    แม่จิตหาว่าที่พฤกษ์ปฏิเสธเพราะมีแม่พะยอมเป็นก้างขวางคอ ความริษยาเข้าครอบงำจิตใจ แม่จิตระงับสติไม่อยู่ หยิบหินก้อนใหญ่ขึ้นมาทุบหัวแม่พะยอมเสียงดังราวกับเสียงทุบมะพร้าว รสิกาปิดปากด้วยความตกใจ เท่านั้นไม่สาแก่ใจแม่จิตทุบซ้ำอีกครั้ง รสิกาต้องเบือนหน้าหนีทนดูไม่ได้

    จากนั้นแม่จิตลากแม่พะยอมที่ใบหน้าอาบไปด้วยเลือด ท่ามกลางฝนที่เทกระหน่ำกระทั่งถึงขอบสระแล้วผลักร่างของเธอทิ้งลงน้ำ รสิการีบวิ่งมาที่ริมตลิ่งตะโกนเรียก แม่พะยอมเสียงลั่น เธอทะลึ่งพรวดขึ้นจากน้ำคว้ามือรสิกาลากลงไปด้วย ร่างโปร่งแสงของรสิการวมกับร่างเธอจมดิ่งสู่ก้นสระ ภาพความสุขระหว่างเธอกับแม่จิตผุดเข้ามาในความคิดของแม่พะยอม

    “พี่จิตฆ่าฉันเพราะพี่จิตรักคุณพฤกษ์ ฉันไม่โกรธพี่จิตหรอก ขอให้พี่จิตสมหวังในความรักกับคุณพฤกษ์นะจ๊ะ” พูดได้แค่นั้น แม่พะยอมก็หมดลมหายใจ...

    ฝ่ายรสิกาสะดุ้งตื่น ไอแคกๆเหมือนคนสำลักน้ำ ลุกพรวดขึ้นนั่งร้องไห้ ภาพความโหดเหี้ยมที่แม่จิตทุบหัวแม่พะยอมยังติดตาไม่จางหายทำให้เธอนอนไม่หลับ ส่งผลให้เธอลงมาส่งหนูมิวไปโรงเรียนเหมือนที่เคยทำทุกเช้าไม่ได้ วฤกษ์เห็นเธอหายไปก็เป็นห่วงมาเคาะประตูเรียก ทันทีที่เห็นหน้าเขา รสิการ้องไห้โฮขึ้นมาอีกครั้ง เขาต้องเข้ามากอดเธอไว้อย่างปลอบโยนแล้วปล่อยให้ร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้งจึงพามาที่ห้องโถง

    รสิกาเล่าให้ฟังว่าเห็นคุณพะยอมถูกฆ่าตายตรงลานต้นพะยอมหน้าบ้าน แล้วหันไปถามปาริชาตว่าตรงนั้นเคยมีสระน้ำใช่ไหม วฤกษ์รู้ว่าคุณอาตัวเองเกิดไม่ทัน จึงชวนรสิกาไปพบกับคุณย่ามะลิเพื่อสอบถามเรื่องนี้ ปรากฏว่าเป็นเรื่องจริง แต่ก่อนยังไม่มีต้นพะยอม ตรงนั้นเป็นสระน้ำ ท่านเจ้าคุณปลูกสมุนไพรนานาชนิดเอาไว้

    “แล้วสระน้ำนั้นไปไหน ศพผู้หญิงคนนั้นยังอยู่ที่นั่นหรือครับ” วฤกษ์มองคุณย่าอย่างสนใจใคร่รู้

    “เรื่องยุ่งๆในบ้านเราเกิดจากอาถรรพณ์ของศพผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า” ดรลช่วยซักอีกแรงหนึ่ง ปาริชาตสงสัยว่าผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร รสิกาตอบชัดถ้อยชัดคำว่าชื่อแม่จิต คุณย่ามะลิตกใจมือไม้สั่น เผลอปัดของบนโต๊ะข้างตัวตกพื้น วฤกษ์เห็นสีหน้าของท่านไม่สู้ดีนัก บอกให้แก้วตาพาท่านไปพักผ่อน อยู่ๆคุณย่าก็โพล่งขึ้น

    “แม่จิต! ฉันจำได้แล้ว แม่จิตเป็นลูกพี่ลูกน้องของคุณพะยอม”...

    ครู่ต่อมา วฤกษ์ รสิกากับปาริชาตและดรลลงมาที่ห้องโถง จารุวรรณไม่วายปากเสียหาว่ารสิกาอยากจะออเซาะวฤกษ์ก็เลยแกล้งบอกว่าฝันร้าย รสิกาไม่อยากยุ่งด้วยเดินหลบออกมา วฤกษ์ไม่พอใจเตือนจารุวรรณพูดจาอะไรให้ระวังปากบ้างแล้วเดินตามรสิกาไป ปาริชาตอดรนทนไม่ไหว ไล่ยัยน้าตัวแสบกลับห้องส่องกระจกดูตัวเองบ้าง เธอไม่พอใจค้อนปาริชาตหนึ่งวงก่อนจะผละจากไป ปาริชาตไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

    “พาแม่ไปวัดหน่อยสิ แม่ว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่ธรรมดาแล้ว”

    “ชวนพี่วฤกษ์กับรสิกาไปด้วย ดีไหมครับแม่”

    “งั้นดรลไปบอกพี่เขานะ แม่จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า อ้อ เดี๋ยวแม่จะให้ยัยผ่องทำอะไรไปถวายเพลเลย”

    ooooooo

    ณ ลานพะยอม รสิกายืนอยู่ตรงมุมที่เคยเป็นสระน้ำ อดนึกถึงภาพสยดสยองที่เห็นแม่จิตผลักแม่พะยอมตกน้ำไม่ได้ น้ำตาเริ่มคลอขึ้นมาอีกครั้ง วฤกษ์ ตามมาเห็นเธอร้องไห้ดึงตัวมากอดปลอบใจ ทำไมไม่คิดว่าฝันร้ายจะกลายเป็นดีบ้าง เธอเองก็อยากให้เป็นอย่างนั้น

    “ต้องเป็นสิ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไป คุณอาจะพาไปกราบหลวงพ่อที่วัดป่า”...

    ในเวลาต่อมา วฤกษ์ รสิกา ปาริชาตและดรลมานั่งอยู่ตรงหน้าหลวงพ่อ หลังจากรสิกาเล่าถึงคำพูดสุดท้ายของคุณพะยอมในความฝันตอนที่ดึงเธอลงไปในน้ำว่าไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียดไม่อาฆาตอะไรแม่จิต แถมยังอวยพรให้แม่จิตสมหวังกับพฤกษ์อีกต่างหาก หลวงพ่อยิ้มให้อย่างมีเมตตา

    “จิตดวงสุดท้ายของคุณพะยอมไม่อาฆาตจึงได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี ผิดกับคนที่คิดทำร้ายเขา เหมือนตกนรกทั้งเป็น ทุกข์ทรมานขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ผลกรรมนั้นทำให้ยังกลายเป็นสัมภเวสีเร่ร่อน”

    “ที่ในเรือนพะยอมเห็นอะไรแปลกๆมาจากวิญญาณดวงนี้หรือครับหลวงพ่อ” ดรลนิ่วหน้าสงสัย

    “เขาไม่ทำอะไรใครหรอก ยกเว้นคนที่คิดร้ายกับคนที่เขาคุ้มครองอยู่เท่านั้น”...

    เป็นอย่างที่หลวงพ่อว่าไว้ ทันทีที่จารุวรรณประกาศกับแมวว่าจะทำให้รสิกากระเด็นออกจากเรือนพะยอม ผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้น นั่งบนตู้ห้อยเท้าขวางไม่ให้จารุวรรณเปิดประตูตู้หยิบเสื้อผ้าแถมยังใช้ส้นเท้ากระแทกประตูตู้เสื้อผ้าดังปัง ยัยตัวแสบผงะกรีดร้องลั่น ละล่ำละลักว่าผีหลอก แมวมองไปรอบๆแต่ไม่เจอสิ่งผิดปกติ...

    หลังทำบุญเสร็จ รสิกากับวฤกษ์พากันมากรวดน้ำที่โคนต้นไม้ เธอไม่ลืมอธิษฐานฝากผลบุญไปยังดวงวิญญาณทุกดวงที่เกี่ยวข้องกับการตายของคุณพะยอม

    “เล่าถึงหน้าที่บางอย่างของเธอที่เกี่ยวข้องกับอดีตในเรือนพะยอมให้ฉันฟังบ้างได้ไหมรสิกา”

    “คุณอยากรู้ด้วยเหรอ”

    วฤกษ์คว้ามือรสิกามากุมไว้บอกว่ากลัวเธอจะไปจากเขาหลังจากเธอหมดหน้าที่ของเธอแล้ว ขอให้เธอรับปากเขาได้ไหมว่าหากเธอทำหน้าที่เสร็จแล้วจะไม่ไปจากเขา เธอไม่กล้ารับปากเขาเพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าหน้าที่ของเธอคืออะไรและจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่

    วฤกษ์ถึงกับมือไม้อ่อนหมดแรงจะกุมมือเธอไว้...

    การทำบุญของรสิกาครั้งนี้ทำให้ดวงวิญญาณของท่านเจ้าคุณ คุณหญิงมุกและแม่จิตได้รับผลบุญไปด้วย ประกายบุญโปรยปรายเป็นสีทองไปทั่ว ทั้งสามตนรู้สึกได้ว่ามีบารมีเพิ่มมากขึ้น ท่านเจ้าคุณหันไปทางผีแม่จิต

    “อีจิต ภาระของมึงไปถึงไหนแล้ว กูอยากไปผุดไปเกิดเต็มทีแล้วนะ”

    “จิตดวงสุดท้ายของแม่พะยอมหาได้โกรธเคืองอิฉันไม่ กลับให้อภัย โธ่...ทำไมอิฉันถึงได้เลวทรามอย่างนี้” ผีแม่จิตร้องไห้สะอึกสะอื้น คุณหญิงมุกพลอยน้ำตาซึมไปด้วย

    “ดวงจิตสุดท้ายของแม่พะยอมสว่างไสว แต่ดวงจิตของมึงสิ เศร้าหมองยิ่งกว่าต้องไฟนรก”

    ผีแม่จิตยอมรับว่าไม่มีความทุกข์ใดทรมานเท่ากับจมอยู่ในอดีตที่ถ่ายถอนไม่ได้ ท่านเจ้าคุณตวาดแว้ดถ้าเป็นอย่างนั้นจะต้องทนอยู่ทำไม

    เธออยากได้คำอโหสิกรรมจากปากแม่พะยอมและอยากให้แม่พะยอมได้ครองรักกับพฤกษ์ในชาตินี้ ท่านเจ้าคุณสั่งให้ผีแม่จิตเร่งมือเข้าพวกเราจะได้ไปเกิดกันสักที

    ooooooo

    ผีแม่จิตเร่งจะให้งานสำเร็จ ครั้นรสิกามายืนอยู่ใต้ต้นพะยอมจึงรีบพาย้อนอดีตไปถึงตอนที่พฤกษ์กับบ่าวชายช่วยกันลงสระงมหาศพแม่พะยอม โดยมีแม่จิตฟุบหน้ากับพื้นร้องไห้คร่ำครวญว่าไม่น่า

    พลั้งมือฆ่าเธอ งมศพกันอยู่นานก็ไม่พบ บ่าวพากันหมดเรี่ยวแรงต้องขึ้นจากน้ำเหลือเพียงพฤกษ์ที่ไม่ยอมหยุด

    “แม่พะยอมของพี่ แม่พะยอม ขอให้พี่ได้พบน้องอีกครั้งเถอะไม่ว่าจะในสภาพใดก็ตาม พี่สัญญาว่าเกิดชาติไหนๆพี่ก็จะรักแม่พะยอมคนเดียวตลอดไป”

    พฤกษ์ยังคงดำผุดดำว่ายหาศพแม่พะยอมจนกระทั่งฟ้าเริ่มแจ้ง ถึงได้อุ้มร่างไร้วิญญาณของเธอมาวางที่ลานนอกเรือนเจ้าคุณโดยมีแม่จิตร้องไห้โฮๆวิ่งตาม ทุกคนต่างกรูกันเข้ามาล้อม คุณหญิงมุกเห็นสภาพศพที่ใบหน้ายังมีเลือดเปรอะทนดูไม่ได้ดึงผ้าคลุมไหล่ที่ติดตัวมา
    ปิดหน้าให้ ท่านเจ้าคุณชี้หน้าแม่จิต

    “อีจิต ใจคอมึงทำด้วยอะไร มึงเป็นยักษ์เป็นมารมาเกิดรึ”

    แม่จิตไม่ตอบได้แต่ก้มหน้าร้องไห้ พฤกษ์จับมือแม่พะยอมขึ้นมาแนบแก้มแล้วร้องไห้ เพิ่งจะสังเกตเห็นที่นิ้วของเธอไม่มีแหวนที่ตัวเองให้สวมอยู่แต่ไม่ได้พูดอะไร ท่านเจ้าคุณไล่ทุกคนไปเตรียมจัดงานศพได้แล้ว ทุกคนแยกย้ายกันไปทำตามคำสั่ง เหลือเพียงพฤกษ์กับแม่จิตที่ยังอยู่ตรงนั้น...

    ในเวลาต่อมา ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงมุกเรียกแม่จิตไปชำระความที่ห้อง คาดคั้นให้บอกเหตุผลทำไมถึงใจคอโหดเหี้ยมฆ่าได้กระทั่งญาติผู้น้องของตัวเอง เธอไม่ตอบเอาแต่ร้องไห้ คุณหญิงมุกเสนอให้จับตัวส่งตำรวจ ท่านเจ้าคุณคัดค้านทำอย่างนั้นจะเอาหน้าไปไว้ไหน คงโดนโจษจันกันทั่วว่าเราเลี้ยงโจรไว้ในบ้าน

    “อิฉันสั่งบ่าวไพร่ให้ปิดปากเงียบแล้ว ให้พูดอย่างเดียวว่าอีพะยอมมันจมน้ำตาย ศพอีพะยอมคงเน่าคาเรือนเสียก่อนที่มึงจะเปิดปากนะอีจิต ระวังกรรมจะตามสนองมึง”...

    ทางด้านพฤกษ์ไม่ยอมแตะต้องอาหารเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้อง ภูมิพยายามเคาะประตูเรียกให้เปิดรับเขาก็ไม่ยอมเปิดจนผู้เป็นน้องอดเป็นห่วงไม่ได้ รีบมารายงานให้พ่อกับแม่ทราบ คุณหญิงมุกเบ้ปากจะร้องไห้กลัวลูกชายคนโตจะตรอมใจตายตามแม่พะยอม ท่านเจ้าคุณตำหนิว่าพูดจาเหลวไหล พฤกษ์ไม่ใชคนแบบนั้น

    “ทำใจดีๆไว้ก่อน อ้อ ภูมิ อย่าลืมนะ ถ้าใครถามก็บอกว่าพะยอมมันจมน้ำตาย พ่อไม่อยากให้ใครขุดศพของมันขึ้นมาพูดเล่นเยาะหยันอีก วิญญาณมันจะไม่เป็นสุข”

    “ผมกำชับบ่าวไพร่ทุกคนไว้หมดแล้วครับ”

    รสิกาซึ่งยืนฟังอยู่กับผีแม่จิต มองเลยไปอีกมุมหนึ่งเห็นโลงศพของแม่พะยอมตั้งอยู่มีรูปของเธอวางอยู่ข้างๆ ส่วนแม่จิตนั่งร้องไห้อยู่ใกล้กับโลงศพ...

    พฤกษ์ยังคงขังตัวเองอยู่ในห้องเอาแต่ร้องไห้คิดถึงหญิงคนรักที่จากไป กระทั่งความมืดเริ่มเข้าครอบคลุม ลมพัดเอื่อยๆหอบเอากลิ่นดอกพะยอมเข้ามา เจ้าของห้องค่อยๆขยับตัวลืมตาขึ้น เห็นแม่พะยอมนั่งอยู่ข้างเตียงจับมือเขาไว้ยิ้มให้อย่างแสนรัก พฤกษ์ดีใจมากโผกอดเธอไว้

    ooooooo

    ที่โถงของเรือน แขกเริ่มทยอยมาร่วมงานศพรวมทั้งคุณหญิงทิพย์กับแม่จันทร์ที่สีหน้าดูจะสะใจมากกว่าเศร้าสร้อย ตะวันก็มาร่วมงานด้วย คุณหญิงทิพย์ไม่วายปากเสีย แอบกระซิบกับลูกสาว

    “วาสนาคนเรานี่มันแข่งกันไม่ได้จริงๆนะ”

    “ก็จริงดังที่คุณแม่พูดเจ้าค่ะ แต่ลูกรู้สึกไม่ดีเลย ทำไมเราต้องมางานศพอีพะยอมด้วย มันไม่ได้มีค่าอะไรที่เราต้องเสียเวลาเลยนะคะ สู้เอาเวลาไปสมาคมกับพวกผู้ดีเสมอกันมิได้”

    คุณหญิงทิพย์บอกให้ลูกสาวใจเย็นๆ น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก เธออ้างปั้นหน้ากับใครไม่เป็น ตะวันแดกดันแต่อย่างน้อยเธอก็ดีใจไม่ใช่หรือที่หมดเสี้ยนหนามหัวใจ...

    ใกล้ถึงเวลาพระจะสวดอภิธรรมศพแล้ว ไม่เห็นแม้แต่เงาของพฤกษ์ ท่านเจ้าคุณสะกิดให้คุณหญิงมุกไปตามลูกที่ห้อง ภูมิอาสามาเป็นเพื่อนแม่ สองแม่ลูกพยายามเคาะประตูเรียกแต่เขาเงียบเชียบไม่มีเสียงขานตอบ

    “พฤกษ์ออกมาเถอะ ลูกอยากเห็นแม่ขาดใจตายหรือยังไง ฮือๆๆ ลูก...แม่พะยอมมันก็ตายไปแล้วยังไงมันก็ไม่ฟื้นขึ้นมาอีกหรอก” ไม่ทันขาดคำ พฤกษ์เปิดประตูห้องซึ่งภายในปิดไฟมืดออกมา

    “แม่พะยอมยังไม่ตายครับแม่ เธออยู่กับผมในห้องนี้”

    “พ่อพฤกษ์พูดอะไรยังงี้ ไปล้างหน้าล้างตาไป พวกบ้านโชติรสก็มาเคารพศพแม่พะยอม ภูมิจัดการแต่งตัวให้พี่เขาด้วย” คุณหญิงมุกหันไปพยักพเยิดให้ลูกชายคนเล็กซึ่งมองเข้าไปในห้องที่มืดมิดของพี่ชายอย่างหวั่นๆ

    “ไม่ต้องห่วงพี่ดอกภูมิ พี่ไม่เป็นอะไร แม่พะยอมไม่เคยตายไปจากพี่ แม่พะยอมอยู่กับพี่ตลอดเวลา” ไม่พูดเปล่าพฤกษ์หันไปยิ้มให้แม่พะยอมที่ยืนอยู่ข้างๆในกรอบประตูแต่ภูมิมองไม่เห็น เขาหันมองไปที่โลงศพ บอกพี่ชายว่าเรากำลังจัดงานศพให้แม่พะยอมอยู่ ขอให้เขายอมรับความจริงได้แล้วว่าเธอตายไปแล้ว

    พฤกษ์ไม่สนใจปิดประตูใส่หน้าน้องชายแล้วเดินไปกอดแม่พะยอมทางด้านหลังจุมพิตหัวไหล่อย่างรักใคร่ พลางกระซิบข้างหูว่ารักเธอมากมายเพียงใด แม่พะยอมหันมามองเขาทั้งน้ำตาก่อนจะโผซบหน้ากับอก...

    ที่ใต้ต้นพะยอม รสิกาตื่นจากมนต์สะกดของผีแม่จิตก็โผซบอกวฤกษ์น้ำตาไหลพราก

    “ฉันยืนอยู่ข้างเธอนานแล้วนะ แต่เธอก็ไม่รู้ตัว แล้วนี่จู่ๆก็โผกอดฉัน เธอตกใจอะไรเหรอรสิกา”

    “ฉัน...ฉันสงสารคุณพะยอมค่ะ” รสิกาผละออกจากอกวฤกษ์ ปาดน้ำตาทิ้ง

    “ตรงนี้ใช่ไหมที่เคยเป็นสระน้ำ คุณพะยอมตายตรงนี้ใช่ไหม เรื่องมันผ่านไปแล้ว เราแก้ไขอะไรไม่ได้หรอกนะ กลับขึ้นไปที่ห้องเถอะ น้ำค้างแรงเดี๋ยวจะไม่สบายไป” พูดจบวฤกษ์เดินนำรสิกาเข้าข้างใน ผีแม่จิตที่นั่งห้อยขาอยู่บนกิ่งต้นพะยอมมองตามน้ำตาไหลพราก

    ooooooo

    ที่บ้านของนเรนทร์ ละมัยกระแทกแก้วกาแฟลงที่โต๊ะหน้าจารุวรรณเป็นแก้วที่เท่าไหร่ไม่รู้เพราะไม่ได้นับ

    “ดึกแล้วนะเมื่อไหร่จะกลับ นี่บ้านผู้ชายนะคะคุณ ผู้หญิงอะไรวิ่งโร่มาหาผู้ชายกลางดึก แบบนี้เขาไม่เรียกว่าผู้หญิงดีหรอกคุณ”

    “นังละมัย นังขี้ข้า กล้าพูดกับฉันแบบนี้หรือ” จารุวรรณลุกพรวดจะเอาเรื่อง ละมัยตั้งการ์ดสู้ แต่นเรนทร์เข้ามาห้ามไว้เสียก่อน จารุวรรณเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มอ้างว่าเป็นห่วงเขาก็เลยแวะมาหา

    “หาที่ซุกหัวนอนมากกว่ามั้ง แต่ก่อนไม่เห็นเคยสนใจผมเลยนี่”

    จารุวรรณยืนยันว่าเป็นห่วงและคิดถึงเขาจริงๆ แล้วเข้ามากอดเอาใจ ละมัยเบ้ปากใส่ก่อนจะเดินสะบัดออกไป จารุวรรณซักว่าตำรวจมากวนใจเขาหรือเปล่า แล้วลูกน้องของเขาซัดทอดมาถึงเขาไหม

    “ยัง เงียบจนผมระแวงไปหมด คุณมาก็ดีแล้ว ผมมีเรื่องสำคัญต้องขอความช่วยเหลือจากคุณ ช่วยทำไงก็ได้ดูดเงินจากวฤกษ์มาให้ได้มากที่สุด ผมกำลังล้มละลาย”

    จารุวรรณมองหน้านเรนทร์ไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้ยิน...

    ปาริชาตได้ยินเสียงปิดประตูหน้าต่าง เข้ามาถามนิ่มนวลว่ากลับกันมาทุกคนแล้วหรือถึงได้ใส่กลอน เธอไม่คิดว่าจารุวรรณจะกลับมา โดนผีหลอกจนเปิดแน่บไปแล้ว แมวเดินเลี้ยวหัวมุมเข้ามาเจอทั้งคู่รีบหลบมุมแอบฟัง นิ่มนวลอยากให้รีบจัดงานแต่งงานเร็วๆจะได้หมดปัญหา ปาริชาตสงสัยว่าเธอหมายถึงใคร

    “คุณครูรสิกากับคุณวฤกษ์สิคะ คุณปาริชาต”

    “โล่งอกไป นึกว่าแกจะรับแม่นั่นเข้ามาเป็นนายแก แค่เห็นเงามันฉันยังรังเกียจเลย อย่าเอาตัวเป็นๆมาอยู่ร่วมบ้านจนตายกันไปข้างหนึ่งเลย...ขอเถอะ” ปาริชาตว่าแล้วเดินขึ้นห้อง แมวออกมามองนิ่มนวล

    “ได้ยินแล้วใช่ไหมว่าคนที่นี่เขาไม่ได้อยากได้นายแกมาเป็นสะใภ้ เชอะ”...

    คืนนี้รสิกาเป็นฝ่ายอยากกลับไปสู่อดีต ผีแม่จิตจึงจัดการให้สมใจอยาก เธอพารสิกาไปหาพฤกษ์ที่ห้อง เขายังทำใจยอมรับความจริงว่าแม่พะยอมตายไปแล้วไม่ได้ คุณหญิงมุกกับภูมิต้องช่วยกันพูดอยู่นาน สุดท้ายเขาถึงตั้งสติได้ ยอมออกจากห้องมาฟังพระสวดอุทิศส่วนกุศลไปให้เธอ

    คุณหญิงทิพย์เห็นพฤกษ์นั่งหน้าเศร้าอยู่ที่หน้าโลงศพแม่พะยอม จึงสะกิดลูกให้ไปปลอบ แม่จันทร์ลุกไปนั่งข้างๆ แตะมือที่หลังมือเขาปลอบว่าอย่าเสียใจไปเลย แม่พะยอมไปสบายแล้ว เขาพยักหน้ารับรู้แบบขอไปที

    ooooooo

    แม้จะเผาศพแม่พะยอมไปแล้ว แต่อาการซึมเศร้าของพฤกษ์ก็ยังไม่ดีขึ้น ภูมิพยายามบอกให้เขาหักห้ามใจแต่ไม่มีประโยชน์ เขาเหลือบเห็นแม่จิตเดินอยู่ไกลๆ ปรี่เข้าไปทวงถามถึงแหวนที่เขาหมั้นแม่พะยอม เธออ้างว่าคงจะหายไปตอนที่แม่พะยอมจมน้ำ

    “ตอนที่เธอฆ่าเขา เธอไม่เห็นบ้างเหรอ” พฤกษ์จ้องหน้าแม่จิตอยู่อึดใจก่อนจะเดินจากไป...

    พฤกษ์ทนเห็นสระน้ำที่เอาชีวิตหญิงคนรักต่อไปไม่ไหวสั่งให้คนมาถม คุณหญิงมุกเห็นดีด้วย เขาจะได้ลืมเรื่องร้ายๆแล้วก็ตั้งต้นชีวิตใหม่กับแม่จันทร์สักที ท่านอยากเห็นเขามีความสุข

    “แม่จันทร์เขาก็มีชาติตระกูล หน้าตาก็งามสม ความรู้ก็ดี เป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว”

    ชายหนุ่มไม่ได้สนใจหันไปสั่งบ่าวไพร่ที่เดินผ่านมาให้กลบสระน้ำนี้ให้เร็วที่สุด...

    คุณหญิงมุกคิดว่าเผาศพแม่พะยอมเสร็จเรียบร้อยและสระน้ำถูกถมไปแล้วจะทำให้พฤกษ์ดีขึ้น แต่กลับตรงกันข้าม วันๆเขาเอาแต่ร้องไห้คิดถึงแม่พะยอม ท่านได้ยินเสียงร้องไห้ของเขาลอดออกมาจากห้องก็ใจคอไม่ดี วานให้ภูมิช่วยไปตามแม่จันทร์ให้มาดูเขาหน่อยเผื่อจะดีขึ้น...

    ทันทีที่รู้เรื่องพฤกษ์ แม่จันทร์ชวนคุณหญิงทิพย์มาที่เรือนเจ้าคุณ ยิ่งได้รู้จากท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงมุกว่าวันๆพฤกษ์ไม่เป็นอันทำอะไรนอกจากร้องไห้คิดถึงแม่พะยอมอาจถึงขั้นต้องลาออกจากราชการ

    แม่จันทร์อาสาจะดูแลเขาเอง จะพยายามชวนเขาไปเปิดหูเปิดตานอกบ้าน เผื่อจะสบายใจขึ้นมาบ้าง แล้วตรงไปหาเขาที่ห้อง กลับพบห้องว่างเปล่า เธอมองไปที่ห้องของแม่จิตที่อยู่ห่างออกไปเห็นประตูห้องเปิดอยู่ก็เดินไปดู ได้ยินเสียงแม่จิตดังออกมาจากในห้องปฏิเสธว่าไม่เคยเห็นแหวนวงนั้น พฤกษ์ไม่เชื่อ สั่งให้เธอเอามันมาคืน เนื่องจากเป็นแหวนที่เจ้าคุณพ่อหมั้นคุณแม่ และเขาใช้แหวนวงนั้นหมั้นแม่พะยอม

    “แต่ตอนนี้พะยอมตายไปแล้ว”

    “แม่พะยอมไม่ตาย เธอไม่เคยตายไปจากใจฉัน”

    แม่จิตหมดยางอายตรงเข้ากอดพฤกษ์ไว้ สารภาพว่ารักเขามากไม่เคยรักใครอย่างนี้มาก่อน จะให้ยอมกินน้ำใต้ศอกแม่จันทร์เธอก็ยอมขอแค่เขารักและเมตตาเธอบ้าง พฤกษ์ประกาศกร้าวไม่เคยรักเธอ รังเกียจด้วยซ้ำและที่สำคัญไม่มีใครแทนแม่พะยอมของเขาได้ แม่จิตควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ทุบอกพฤกษ์น้ำตาไหลพราก

    “มันตายไปแล้วทำไมคุณยังอาลัยอาวรณ์มันนักก็เพราะคุณพฤกษ์ไม่เคยสนใจฉันน่ะสิ ฉันถึงต้องฆ่ามัน ใครก็ตามที่คุณพฤกษ์รัก จิตจะฆ่ามันทุกคน” แม่จิตกอดรัดฟัดเหวี่ยงพฤกษ์ที่พยายามผลักเธอออกห่าง ด่าซ้ำว่าหน้าด้าน สั่งห้ามมาแตะต้องตัวเขา ที่ด้านหน้าห้อง
    ท่านเจ้าคุณ คุณหญิงมุก แจ่ม รวมทั้งคุณหญิงทิพย์และภูมิได้ยินเสียงเอะอะเข้ามาถามแม่จันทร์ว่าเกิดอะไรขึ้น แม่จันทร์ฟ้องว่าแม่จิตสารภาพรักต่อพฤกษ์

    “คงเป็นเพราะเหตุนี้กระมังที่ทำให้แม่พะยอมต้องตาย”

    ท่านเจ้าคุณโกรธมากพรวดพราดเข้าไปในห้องจะเอาเรื่องแม่จิต แต่เธอถดหนีไปที่มุมห้อง แจ่มรู้งานเข้าไปลากตัวออกมา คุณหญิงมุกทนไม่ไหวเข้าไป

    ตบตีเธออุตลุดแล้วสั่งให้เอาตัวไปขังไว้พรุ่งนี้จะส่งเข้าตะราง แม่จิตประกาศลั่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะขอรักพฤกษ์คนเดียว

    “หยุดปากโสโครกของมึงได้แล้ว อีแจ่มเอามันไปให้พ้นหน้ากู”

    แจ่มลากตัวแม่จิตออกไปโดยมีภูมิตามไปด้วย เธอไม่วายหันมาด่าแม่จันทร์ว่าหน้าด้าน หน้าตาก็สะสวยแต่ทำไมคิดจะแย่งผัวของคนอื่น คนถูกด่าถึงกับหน้าเสีย...

    หลังส่งคุณหญิงทิพย์และแม่จันทร์กลับไปแล้ว คุณหญิงมุกถามภูมิว่าแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มารับตัวแม่จิตหรือยัง เขาทักท้วงไม่กลัวเสื่อมเสียชื่อเสียงของเจ้าคุณพ่อหรือ คุณหญิงมุกยอมให้แม่จิตมาเป็นมารความรักของแม่จันทร์กับพฤกษ์ไม่ได้ ถ้าไม่ส่งมันเข้าตะแลงแกงก็ต้องให้มันไปอยู่ที่อื่น ภูมิกลับเห็นว่าถ้าแม่จิตหน้าด้าน แม่จันทร์ของแม่ก็คงไม่ต่างกัน ถึงจะสมัยใหม่แล้ว แต่ลูกผู้หญิงต้องมียางอายบ้าง

    ท่านเจ้าคุณเห็นด้วยกับที่ลูกชายพูด แม่จันทร์อาจไม่ใช่คนดีอย่างที่คุณหญิงมุกเห็นก็ได้ เธอกลับไม่สนใจคนดีหรือชั่วปรับปรุงกันได้ แต่ถ้าศักดิ์และตระกูลไม่เสมอกันไม่มีทางแก้ไขได้

    “ถึงจะได้ดีในวันหน้า คนอย่างอีจิตกับอีพะยอมมันก็เปลี่ยนกำพืดไม่ได้ดอกค่ะ”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 18:44 น.