นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เรือนพะยอม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    รสิกาโกรธแทนแม่พะยอมจึงแอบเข้าไปในห้องเก็บอัฐิต่อว่าคุณหญิงมุกว่าทำไมถึงใจร้ายกับแม่พะยอมนัก คนเขารักกัน ถ้าท่านไม่ขัดขวางมันก็คงไม่เกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น

    “ดิฉันเบื่อที่จะรับรู้แล้วนะคะ ดิฉันทนเห็นความร้ายกาจของท่านไม่ได้”

    ผีแม่จิตวูบออกจากผนังผลักรสิกาล้มแล้วขึ้นคร่อม “ไม่ใช่กงการอะไรของเจ้า ข้าจะเอาเจ้าเข้าไปในอดีตหรือไม่ มันก็สุดแท้แต่ข้า หน้าที่ของเจ้าคือรับรู้เพียงอย่างเดียว”

    ผีคุณหญิงมุกวูบออกมาจากรูปถ่าย โบกพัดด้ามเล็กในมือมองมาที่รสิกาเขม็ง เธอตกใจกรีดร้องสุดเสียงก่อนจะหมดสติไป วฤกษ์และแก้วตาได้ยินเสียงร้องพรวดพราดเข้ามาในห้อง ทั้งผีแม่จิตและผีคุณหญิงมุกต่างหายตัวไป วฤกษ์พยายามปลุกรสิกาให้รู้สึกตัวแต่เธอนอนนิ่งจึงรีบอุ้มไปที่ห้องคุณย่ามะลิ เอายาหม่องมาถูมือให้สักพัก รสิกาได้สติ เห็นเขานวดมือให้ ภาพที่พฤกษ์นวดมือให้คุณพะยอมแวบเข้ามาในความคิด

    “อย่าค่ะ ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว” รสิการีบชักมือกลับ

    “ฉันเคยสั่งห้ามเธอแล้วใช่ไหมว่าห้ามเข้าไปในห้องเก็บอัฐิ แต่เธอก็ทำผิดซ้ำซาก ดีล่ะฉันจะลงโทษเธอห้ามขึ้นมาบนเรือนนี้อีก” วฤกษ์แกล้งทำเสียงเครียด คุณย่า มะลิถึงกับร้องอ้าวแล้วจะคุยกับคุณพะยอมได้อย่างไร เขาให้ท่านรอจนกว่าเธอจะพ้นโทษ ถ้าทำตัวดีก็จะพ้นโทษได้เร็วขึ้น รสิกาลุกขึ้นไหว้ลาคุณย่ามะลิทำตามบทลงโทษของเขาแล้วเดินลิ่วออกไปเลย คุณย่ามะลิหัวเราะชอบใจ แง่งอนกันแบบนี้รับรองไม่แคล้วกัน

    รสิกาเดินหนีออกมาสูดอากาศนอกเรือน วฤกษ์ตามมาง้อ แต่จารุวรรณมาขัดจังหวะเสียก่อน แถมด่า รสิกาว่าเป็นตัวซวยทำให้หนูมิวถูกลักพาตัว เธอขี้เกียจต่อปากต่อคำด้วยเดินกลับเข้าข้างใน วฤกษ์เองก็ไม่ค่อยจะพอใจจารุวรรณนักเดินหนีเข้าเรือนเช่นกัน จารุวรรณแค้นใจมากอยากจะร้องกรี๊ดๆแต่ต้องข่มอารมณ์เอาไว้ แมวปรี่เข้ามาฟ้องว่าเมื่อคืนวฤกษ์อยู่กับรสิกาทั้งคืน อ้างว่าเข้าไปดูหนูมิวที่ป่วยเป็นไข้

    “อยู่ด้วยกันทั้งคืนเลยเหรอ” จารุวรรณยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น

    ooooooo

    หนูมิวเห็นรสิกาเข้ามาเช็ดตัวให้ก็ดีใจ นึกว่าเธอจะหนีตนไปเสียอีก เธอแปลกใจทำไมถึงคิดอย่างนั้น เด็กน้อยเล่าให้ฟังว่าน้าวรรณบอกว่าคุณครูพี่เลี้ยงทุกคนที่มาที่นี่เพื่อจะแต่งงานกับคุณลุงวฤกษ์ ไม่มีใครรักตนจริง รสิกาย้อนถามแล้วหนูมิวคิดว่าเธอเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า

    เด็กน้อยยังไม่ทันจะตอบ จารุวรรณซึ่งแอบฟังอยู่หน้าห้องเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน แดกดันว่าเด็กน้อยอย่างหนูมิวจะไปรู้อะไร ทำไมรสิกาไม่ถามตัวเองดูก่อน

    “คุณน่าจะสอนในสิ่งที่เป็นประโยชน์นะคะ ไม่ใช่ให้เด็กจำแต่สิ่งที่ไม่ดี”

    “กล้าต่อปากต่อคำกับฉันเหรอ ออกไปได้แล้ว ไป” จารุวรรณตวาดแว้ด รสิกาไม่อยากมีเรื่องจึงเดินเลี่ยงออกมา หนูมิวพยายามจะเรียกเธอกลับ แต่โดนจารุวรรณห้ามไว้...

    อุตส่าห์หลีกเลี่ยงการปะทะ จารุวรรณไม่วายตามมาหาเรื่องอีก สองสาวหวิดจะตบตีกันโชคดีที่ปาริชาตมาห้ามไว้เสียก่อน จารุวรรณปากเสียเช่นเคยหาว่ารสิการู้เห็นเป็นใจกับพวกที่มาลักพาตัวหนูมิว นี่ถ้าเมื่อคืนไม่มีใครไปช่วย หลานของเธอคงตายไปแล้ว รสิกาขอร้องให้เลิกปรักปรำกันสักที

    “ใครชั่วใครดีน่ะ ปิดกันไม่มิดหรอก ถ้าคุณอยากให้ฉันออกไปจากเรือนพะยอม ก็จงทราบไว้ด้วยว่า มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะไล่ฉันได้ เขาคือคุณวฤกษ์ ไม่ใช่ผู้หญิงแบบคุณ” ว่าแล้วรสิกาผละจากไป

    “มันถือว่าวฤกษ์เมตตามัน คอยดู วรรณนี่แหละจะทำให้มันอยู่ที่นี่ไม่ได้”

    “หัดเตือนสติตัวเองด้วย เธอเองก็ไม่ได้วิเศษ ถ้าไม่มียัยมิวคุ้มหัวก็ไม่มีวันได้ย่างเข้ามาในชายคานี้หรอก”

    คำพูดของปาริชาตทำให้จารุวรรณแค้นใจมาก เข้าห้องตัวเองได้อาละวาดขวางปาข้าวของระบายแค้น ไม่ได้หมายหัวแต่ปาริชาตยังอาฆาตแค้นรสิกาอีกคนหนึ่งด้วย อยู่ๆมีลมพัดเข้ามาทั้งที่หน้าต่างปิด ของตั้งอยู่ ดีๆพลัดตกลงมา จารุวรรณหันขวับโดยไม่เห็นผีแม่จิตยืนอยู่ด้านหลัง ยื่นหน้ามากระซิบข้างหูว่า “ตาย”

    ยัยน้าตัวแสบหันกลับมาอีกทีแต่ไม่เห็นใคร มองไปรอบๆห้องสีหน้าหวาดหวั่น...

    ขณะที่จารุวรรณโดนผีแม่จิตเล่นงานไม่เลิกไม่แล้ว วฤกษ์เดินลิ่วขึ้นไปบนตึกอำนวยการโรงเรียนโชติรส กมลรัตน์เห็นเข้าปรี่ไปทักทาย เขาต้องการจะพบท่านผู้อำนวยการโรงเรียนแล้วขยับจะไป เธอรั้งไว้ถามว่ามีธุระอะไรกับคุณป้าของตน เขาจะพูดกับกรรณิการ์เท่านั้นคนอื่นไม่เกี่ยว จากนั้นจ้ำพรวดๆขึ้นบันได กมลรัตน์ทำอะไรไม่ถูกเกรงจะมีเรื่อง รีบโทร.ตามภานุวัต

    ooooooo

    กรรณิการ์กำลังอ่านเอกสารอยู่ในห้องทำงานตอนที่วฤกษ์บุกเข้ามา เธอจะกดออดเรียก รปภ.แต่เขาปัดทิ้ง อ้างว่ามาดี และต้องการจะคุยกับเธอด้วย เหตุผล เธอไม่คุยด้วย มาดีบ้าอะไรถึงได้พรวดพราดเข้ามาแบบนี้

    “ออกไปนะ ก่อนที่ฉันจะให้ตำรวจมาลากคอแกเข้าตะราง ข้อหาบุกรุก”

    “ก็ดี จะได้สอบสวนกันไปเลยว่าเรื่องเมื่อคืนมันเกิดจากอะไรแน่ โชติรสประกาศตัวว่าดีนักดีหนา ผมก็ อยากรู้เหมือนกันว่าดีจริงไหม”

    สองคนมีปากเสียงเถียงกัน กมลรัตน์เห็นท่าไม่ดีรีบเข้าไปขอร้องให้ใจเย็นกันก่อน ค่อยๆพูดค่อยๆจา กรรณิการ์เย็นไม่ไหว คว้าของใกล้ตัวขว้างใส่ กมลรัตน์พยายามขอร้องให้หยุดแต่เธอเลือดเข้าตาไม่ฟังอะไรทั้งนั้น หญิงสาวต้องเอาตัวเองขวางไว้ กรรณิการ์ยิ่งโกรธที่หลานสาวไปเข้าข้างศัตรู พุ่งไปตบตีวฤกษ์อุตลุด

    เขาได้แต่ปัดป้อง ภานุวัตเข้ามาเห็นไม่ทันจะถามความอะไรคิดว่าวฤกษ์ทำร้ายแม่ตัวเอง เข้าไปชกต่อย สองหนุ่มแลกหมัดกันคนละหมัดสองหมัด กรรณิการ์ รีบกดออดเรียก รปภ.มาลากคอวฤกษ์ออกไป

    “ไม่ต้อง ผมขอบอกว่าผมมาดี แต่ท่าทีผมอาจจะทำให้คุณอาตกใจ ผมขอโทษ ถ้าโชติรสบริสุทธิ์จริงก็ต้องกล้าคุยกับผม” วฤกษ์พูดจบกลับออกไปอย่างหัวเสีย...

    เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง กมลรัตน์อดถามภานุวัตไม่ได้ เชื่อหรือเปล่าว่าวิยะดาตายเพราะถูกฆาตกรรมไม่ใช่อุบัติเหตุ เขาไม่ตอบได้แต่ถอนใจ เธอเชื่อว่าเรื่องนี้ต้องมีใครสักคนชักใยอยู่เบื้องหลัง ทำให้พนาเวทกับโชติรสต้องฆ่ากันเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง ดังนั้นเราสองคนต้องแก้ปมนี้ให้ได้...

    ตกดึกผีแม่จิตพารสิกากลับไปสู่อดีตภพ เห็นพฤกษ์ลอบนัดพบกับแม่พะยอมแถวมุมปลอดคน ขณะเขานำช่อดอกพะยอมแซมผมให้เธอ แจ่มปรี่เข้าไปกระชากเธอมาให้คุณหญิงมุกตบ ดอกพะยอมที่เสียบผมอยู่ร่วงลงพื้น พฤกษ์ตกใจรีบประคองหญิงคนรักไว้พร้อมกับต่อว่าแม่ทำไมต้องตบเธอด้วย

    “ตบให้มันรู้สำนึกว่ามันกับลูกน่ะคนละชั้นกัน อย่าเผยอ กามันก็ต้องเป็นกาจะเป็นหงส์ไปไม่ได้หรอก อย่าให้กูรู้อีกว่ามึงนัดพบตาพฤกษ์ลูกกู”

    “คุณแม่ ผมกับพะยอมรักกันนะครับ”

    คุณหญิงมุกไม่สนใจ รักได้ก็เลิกได้ แล้วลากลูกชาย กลับเรือน ถ้าไม่กลับก็อย่ามานับแม่นับลูกกัน รสิกาที่ยืนดูอยู่ แปลกใจคุณหญิงมุกรู้ได้อย่างไร ผีแม่จิตเอาแต่ก้มหน้าหลบไม่ยอมสบตาด้วย...

    เป็นอย่างที่รสิกาหวั่นใจ แม่จิตนั่นเองที่เป็นคนบอกคุณหญิงมุกว่าแม่พะยอมนัดเจอกับพฤกษ์ เนื่องจากริษยาที่เขารักแม่พะยอมไม่สนใจจะชายตาแลเธอ รสิกา ซึ่งยืนดูอยู่มองผีแม่จิตด้วยสายตาผิดหวัง ก่อนร่างโปร่งแสงจะหายวับไปในความมืด

    ooooooo

    รสิกาลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยน้ำตาคลอเบ้า สงสารความรักที่เต็มไปด้วยอุปสรรคของพฤกษ์และแม่พะยอม พลันมีเสียงดังคล้ายคนลากของหนัก เธอนิ่วหน้าแปลกใจเพราะเสียงนี้กลับมาอีกครั้งหลังจากหายไปนาน เธอต้องการพิสูจน์ให้ได้ว่าเสียงอะไรกันแน่ รีบลุกออกไปดู

    เสียงลากของหนักดังมาจากหน้าเรือน รสิการีบวิ่งตาม เห็นเงาตะคุ่มๆลากอะไรบางอย่างอยู่ แต่ด้วยความมืดทำให้ไม่เห็นว่าเป็นใคร ทันใดนั้นมีเสียงเรียกเธอดังขึ้นมาทางด้านหลัง รสิกาหันมองต้องตกใจที่เห็นพฤกษ์ยืนอยู่ ร้องเรียกชื่อเขาเสียงดังลั่น ครั้นเพ่งมองอีกทีกลับเห็นเป็นวฤกษ์มือถือช่อดอกพะยอมอยู่

    “ตกใจจนเรียกฉันเป็นทวดพฤกษ์เลยเหรอ”

    วฤกษ์ดึงตัวรสิกาเข้ามาใกล้ แล้วเสียบช่อดอกพะยอมไว้ที่เรือนผม บ่นพึมพำรู้สึกเหมือนเคยทำแบบนี้มาก่อนแต่นึกไม่ออก รสิกาเหมือนจะพูดอะไรแต่กลับนิ่งเสีย

    “ดึกแล้ว จะมาตากน้ำค้างทำไม กลับเข้าบ้านกันเถอะ”

    “ฉันได้ยินเสียงคนลากของหนักๆก็เลยลงมาดู”

    “เหลวไหลอีกแล้ว ฉันยืนอยู่ที่ลานพะยอมตั้งนานแล้ว เห็นเธอวิ่งออกมาจากในบ้านนึกว่าเธอละเมอซะอีก” วฤกษ์มองใบหน้าของรสิกาที่มีดอกพะยอมแซมผมอยู่ ถึงกับออกปากชมว่าสวยงามมาก แล้วโน้มตัวจุมพิต จารุวรรณมองลงมาจากหน้าต่างห้องด้วยความริษยา จากนั้นทั้งคู่เดินเข้ามาข้างในบ้านด้วยกัน

    “ฝันดีนะรสิกา พรุ่งนี้เธอต้องดูแลยัยมิวอีก”

    รสิกายิ้มให้แล้วผละจากไป วฤกษ์มองตามด้วยสายตาเปี่ยมรัก จารุวรรณซึ่งแอบมองอยู่ยิ่งไม่พอใจ รีบกลับไปห้องตัวเอง หยิบชุดนอนที่เซ็กซี่ที่สุดแล้วพรมน้ำหอมทั่วเรือนร่าง ดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผม เพื่อเห็นว่าชุดโป๊อย่างที่ต้องการ พุ่งไปหาวฤกษ์ที่ห้อง...

    จารุวรรณหวังจะรวบหัวรวบหางวฤกษ์ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องเขาด้วยซ้ำ ถูกผีแม่จิตกับผีวิยะดาหลอกหลอนถึงกับร้องวี้ดว้ายลั่นบ้าน แถมผีแม่จิตแผลงฤทธิ์ทำให้เธอเห็นนายแสงที่ได้ยินเสียงร้องวิ่งขึ้นมาดูเป็นวฤกษ์ตรงเข้าไปกอดอีกต่างหาก ปาริชาตกับดรลได้ยินเสียงเอะอะต่างออกมาดู

    “เอะอะอะไรกัน เสียงดังลั่นบ้าน นี่มันดึกแล้วนะแม่จารุวรรณ”

    ยัยน้าตัวแสบละล่ำละลักว่าถูกผีหลอก ดรลส่ายหน้าไม่เชื่อ ผีอะไรจะมาอยู่หน้าห้องพี่วฤกษ์ ทำเอาคนตื่นกันทั้งบ้าน โชคยังดีที่พี่วฤกษ์ไม่ตื่นขึ้นมาไม่อย่างนั้นเป็นเรื่องแน่ๆ

    ooooooo

    ที่โต๊ะอาหาร ปาริชาตหันไปถามวฤกษ์ที่กำลังจิบกาแฟว่าเมื่อคืนนี้รู้หรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้น เขาได้ยินเสียงอยู่เหมือนกัน แต่ทำไมถึงลุกจากเตียงไม่ได้ก็ไม่รู้ ปาริชาตยกความดีความชอบให้ผีบ้านผีเรือนคงดลใจให้เขาลุกไม่ได้เพราะไม่ต้องการให้มารับรู้เรื่องอุบาทว์บัดสี วฤกษ์สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

    “เรื่องของผู้หญิงหน้าด้าน คิดจะจับผู้ชายด้วยวิธีการเลวๆไงล่ะ”

    วฤกษ์นึกถึงภาพตอนที่จูบรสิกาเมื่อคืนขึ้นมาทันที พึมพำว่าคุณอาคงไม่ได้หมายถึงรสิกา ดรลหัวเราะขำรสิกาไม่มีวันทำอย่างนั้น แต่เป็นจารุวรรณต่างหากที่หวังจะมารวบหัวรวบหางวฤกษ์ถึงห้องนอน แต่เจอดีเสียก่อน รสิกาเดินนำหนูมิวที่แต่งชุดนักเรียนเข้ามาสมทบ เด็กน้อยยกมือไหว้สวัสดีทุกคนอย่างน่าเอ็นดู วฤกษ์ไม่อยากได้แต่สวัสดี เอียงแก้มให้หลานสุดเลิฟหอมอีกด้วย ทุกคนหัวเราะกันอย่างมีความสุข

    จารุวรรณตามเข้ามาเห็นทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสก็แดกดันว่ามีความสุขกันจัง วฤกษ์ร้องทักทำไมวันนี้ตื่นเช้า เธอจะนอนหลับเข้าไปได้อย่างไร เมื่อคืนถูกผีหลอกหัวแทบโกร๋น ทำไมมันไม่ไปหลอกคนอื่นบ้าง

    “คอยดูนะ วรรณจะไปนิมนต์พระเก่งๆมาปัด รังควาน ดูซิว่าผีมันจะอยู่ได้ไหม...เอ๊ะ...หรือว่าแกเลี้ยงผี แล้วส่งมาหลอกฉัน...นังรสิกา” จารุวรรณไม่วายพาลหาเรื่อง รสิกาขอให้นิ่มนวลพาหนูมิวไปส่งขึ้นรถไปโรงเรียน เด็กๆไม่ควรได้ยินเรื่องไร้สาระแบบนี้ จารุวรรณรอจนหลานสาวลับสายตาหันมาหาเรื่องรสิกาอีก

    สองสาวมีปากเสียงกัน จารุวรรณเถียงสู้ไม่ได้ปรี่เข้าหารสิกาพร้อมเงื้อมือจะตบ ปาริชาตร้องห้ามเสียงลั่น ยัยน้าตัวแสบเงื้อมือค้าง ก่อนจะเดินกระฟัดกระเฟียดออกไป วฤกษ์รีบเดินตาม ขณะที่รสิกายกมือไหว้ขอโทษปาริชาตที่ใช้วาจาไม่เหมาะสม ดรลกลับเห็นว่าเธอทำดีแล้ว ขืนอ่อนข้อให้แม่นั่นคงเหยียบเธอจมดินแน่...

    ฝ่ายวฤกษ์เดินตามจารุวรรณจนทัน สั่งห้ามเธอทำร้ายไม่ว่าคนหรือผีที่อยู่ในเรือนพะยอม เธอกลับยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ไม่ว่าจะคนหรือผี เธอก็ไม่กลัวทั้งนั้น คอยดูกันไปก็แล้วกัน จากนั้นเดินไปขึ้นรถ ขับออกไปอย่างรวดเร็ว ผีแม่จิตกับผีวิยะดาไม่พอใจที่ถูกท้าทาย ต่างผลัดกันโผล่มาให้จารุวรรณเห็นหน้า เธอต้องข่มความกลัวขับรถต่อไปจนถึงวัดป่า เข้าไปขอให้หลวงพ่อช่วยปราบผีให้ มันตามมาหลอกหลอนเธอกลางวันแสกๆ

    “ทุกที่มีผี มีวิญญาณทั้งนั้น โยมหนีเขาไม่พ้นหรอก”

    “พ้นสิเจ้าคะ ถ้าหลวงพ่อจะมีของดีให้ดิฉันไว้สู้กับมัน เท่าไหร่ดิฉันก็ยอมจ่ายนะคะ” จารุวรรณว่าแล้วหยิบเงินในกระเป๋าถือขึ้นมา นอกจากท่านจะไม่ช่วยแล้วยังเทศน์เตือนสติให้เธอหมั่นกวาดใจตัวเองให้สะอาด จารุวรรณจึงต้องกลับไปอย่างผิดหวังและหัวเสีย...

    แม้จะถูกห้ามขึ้นมาบนเรือนไทย แต่รสิกาทนไม่ไหวแอบขึ้นมาหาคุณย่ามะลิจนได้เพราะอยากรู้เรื่องของแม่จันทร์ ท่านนิ่วหน้าแปลกใจไปเอาชื่อนี้มาจากไหน หรือว่าท่านเคยเอ่ยถึงมาก่อน รสิการีบรับสมอ้าง แล้วถามว่าแม่จันทร์ได้แต่งงานกับพฤกษ์หรือเปล่า ท่านยังไม่ทันจะพูดอะไร มีควันสีดำวูบเข้ามาเสียก่อน

    “ผีบ้านผีเรือนคงยังไม่ให้ฉันเล่า คุณพะยอมไปก่อนเถอะ ฉันจะพักผ่อน”

    รสิกาจำต้องพกความผิดหวังกลับไป ครั้นมาถึงห้องพักของตัวเอง เธอต่อว่าผีแม่จิตว่าเป็นความลับมากนักหรือ เรียกให้ออกมาคุยกันก่อน ผีแม่จิตบันดาลให้ม่านหน้าต่างรูดปิด ก่อนจะโผล่พรวดมาตรงหน้า คว้าลำคอของรสิกาด้วยมือข้างเดียว ตำหนิที่เธอไปสอบถามเรื่องในอดีตจากนังมะลิซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเพราะยังเด็กนัก หรือเธอคิดว่าตนโกหก และสั่งให้เธอจำไว้ด้วยว่านังมะลิก็แค่ฟังเรื่องที่คนอื่นเล่าต่อๆกันมา

    “มันไม่มีวันรู้ความลับที่เก็บซ่อนไว้ในเรือนพะยอมหรอก ความลับที่สักวันหล่อนต้องรู้ แล้วก็ยอมรับมัน แม่พะยอม” ผีแม่จิตจ้องไปที่ดวงตาของรสิกาก่อนจะสะกดจิตแล้วดึงเธอกลับไปยังอดีต

    เป็นตอนที่พฤกษ์ไม่ยอมให้แม่จับคลุมถุงชนกับแม่จันทร์ จะขอเลือกผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาด้วยตัวเอง คุณหญิงมุกขู่ถ้าขืนเขาเอานังพะยอมซึ่งเป็นแค่เศษฝุ่นในซอกเล็บเท้าแม่จันทร์มาเป็นเมีย ท่านจะผูกคอตายให้เป็นอุบาทว์เรือน เพิ่มความอับอายให้ตระกูลพนาเวทไปชั่วลูกชั่วหลาน พระยาสุนทรพนาเวทขอร้องให้เธอใจเย็นๆ ทุกอย่างมีทางแก้ไข เธอใจเย็นไม่ไหว เพราะจะต้องยกขันหมากไปสู่ขอแม่จันทร์ในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว

    “ถ้าเจ้าคุณพี่กับพ่อพฤกษ์ทำให้แม่จันทร์ต้องเป็นม่ายขันหมากก็เท่ากับทำให้พนาเวทกับโชติรสขาดจากกัน ก็ลองดูสิเจ้าคะ เป็นขุนน้ำขุนนางเจริญในราชการคู่กันมา ใครๆในพระนครเขาก็รู้กันทั่ว ไมตรีต้องมาสะบั้นลงเพราะลูกชายหน้าโง่ไปหลงรักอีผู้หญิงไร้สกุล ก็ให้มันรู้ไป” คุณหญิงมุกเสียงกร้าว พฤกษ์ไม่พอใจเดินหนี

    “ฉันไม่คิดเลยว่าคุณหญิงจะเป็นบ้าเอาตอนแก่ ไม่เคยได้ยินรึ ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่”

    คุณหญิงมุกไม่สนใจคำทักท้วงของสามี ยืนกรานจะทำตามความตั้งใจของตัวเอง...

    ด้านแม่จิตยังคงริษยาที่พฤกษ์สนใจแต่แม่พะยอมไม่เคยชายตาแลตัวเอง ได้แต่เก็บความแค้นไว้ในใจ

    ooooooo

    วันนี้คุณหญิงทิพย์พร้อมด้วยแม่จันทร์และตะวันลูกชายคนโตมาที่เรือนท่านเจ้าคุณ ภูมิรีบออกมาต้อนรับ คุณหญิงทิพย์จึงแนะนำให้รู้จักกับตะวันลูกชายของท่านที่เพิ่งกลับมาจากยุโรป ภูมิยกมือไหว้ตะวันเพราะอ่อนวัยกว่า แต่อีกฝ่ายกลับยื่นมือมาให้จับทักทายแบบฝรั่ง เขาจึงต้องจับมือด้วย

    พฤกษ์ตามเข้ามาก็ได้รับการแนะนำให้ได้รู้จักกับตะวันเช่นกัน แม่จันทร์เห็นว่าเขาเพิ่งเดินมาจากเรือนครัวไม่วายแขวะว่ามีธุระอะไรที่นั่นหรือ พฤกษ์หน้าตึงทันที ภูมิเห็นท่าไม่ดี รีบเชิญแขกขึ้นเรือน

    “จำได้ว่ามาเรือนคุณพี่ครั้งแรก แม่พะยอมหรือใครนะมาล้างเท้าให้ แหมสะอาดเจียวเจ้าค่ะ” แม่จันทร์พูดจบทำเดินไม่รู้ไม่ชี้ขึ้นเรือน พฤกษ์ต้องข่มอารมณ์ไว้ก่อนจะเดินตามขึ้นไปเป็นคนปิดท้าย รสิกาหันมาถาม ผีแม่จิตว่าชาติที่แล้วไม่ได้ช่วยแม่พะยอมเลยหรือ

    “ดูอย่างเดียวไม่ต้องถามได้ไหม” ผีแม่จิตเอ็ดเสียงลั่น...

    ด้านคุณหญิงมุกได้ยินกิตติศัพท์จากคุณหญิงทิพย์ว่าตะวันลูกชายของท่านเจ้าชู้มีเมียเต็มเรือนทั้งที่เพิ่งกลับจากเมืองนอก จึงวางแผนจะยืมมือเขากำจัดแม่พะยอมไปพ้นทาง ก็เลยให้แจ่มไปเรียกตัวแม่พะยอมให้มาคอยปรนนิบัติรับใช้ขณะพวกตนกินข้าว ตะวันตะลึงในความงามของเธอ จ้องตาไม่กะพริบ

    “พะยอม บ่าวของดิฉันเองค่ะคุณตะวัน สนใจเหรอ มองตาเป็นมันเชียว” คุณหญิงมุกว่าพลางมองสบตากับคุณหญิงทิพย์และแม่จันทร์อย่างรู้กัน ขณะที่พฤกษ์มองภาพตรงหน้าไม่ชอบใจ...

    ครู่ต่อมา แม่พะยอมกลับไปที่ห้องพักเห็นแม่จิตกำลังเก็บของของเธอใส่ตะกร้าก็ดีใจคิดว่าพี่สาวตัดสินใจไปจากที่นี่ตามที่ตัวเองชักชวน แต่เหตุการณ์ไม่เป็นเช่นนั้น แม่จิตไม่ได้ไปด้วยให้เธอไปคนเดียว แม่พะยอมนิ่วหน้าแปลกใจ หมายความว่าอย่างไร จังหวะนั้นคุณหญิงมุกเดินเข้ามากับตะวันและแจ่ม

    “ก็หมายความว่าเอ็งต้องไปเป็นนางบำเรอของคุณตะวันน่ะสิอีพะยอม”

    “หา...ไม่ๆนะคะคุณหญิง ไม่ค่ะ ดิฉันเพิ่งพบหน้าคุณตะวัน ดิฉันไม่ได้รักคุณตะวัน”

    “ผิดกับฉัน เห็นหน้าเธอก็อยากได้เธอมาเป็นเมียทันทีเลย เงินทองอยากใช้จ่ายเท่าไหร่ ฉันก็มีให้ไม่ขาดมือ ไปเป็นเมียฉันเถอะนะ”

    แม่พะยอมร้องไห้โฮขอร้องให้แม่จิตช่วยด้วย แต่เธอกลับเดินหนี แม่พะยอมจะวิ่งไปหาก็ถูกแจ่มขวางไว้ คุณหญิงมุกส่งสายตาให้แม่จิตอย่างรู้กัน ก่อนจะไล่ตะเพิดแม่พะยอมไปให้พ้นหน้า อย่ากลับมาให้ตนเห็นอีก แม่จิตรีบดึงแม่พะยอมวิ่งหนี ตะวันมองตามงงๆ ทำแบบนี้แล้วตนจะได้มันมาเป็นเมียได้อย่างไร

    “ได้สิเจ้าคะ ใจเย็นๆ” คุณหญิงมุกยิ้มร้ายอย่างมีแผนการ

    ooooooo

    ขณะกำลังเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นกับแม่พะยอม พระยาสุนทรพนาเวทส่งแหวนทองเกลี้ยงๆให้พฤกษ์โดยมีภูมินั่งมองอยู่อย่างงุนงง ก่อนจะออกปากนี่เป็นแหวนที่เจ้าคุณพ่อหมั้นคุณแม่ไม่ใช่หรือ

    “เอาไปให้แม่พะยอม อย่างน้อยก็ให้แม่พะยอมรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่อยู่ในใจลูกที่สุด รีบไปสิพฤกษ์”

    พฤกษ์รับแหวนแล้วรีบออกไป ภูมิไม่วายต่อว่าเจ้าคุณพ่อว่าไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้วหรือ ทำไมท่านไม่ขัดขวางที่คุณแม่ขายแม่พะยอมให้ตะวัน ก่อนจะลุกออกไปอย่างผิดหวัง...

    ด้วยความไว้ใจในตัวญาติผู้พี่ ทำให้แม่พะยอมวิ่งตามแม่จิตมายังมุมลับตาคน แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ทำไมเราถึงไม่หนีไปทางเรือ ทางนี้เราไม่คุ้นอาจหลงทางเอาได้ พูดไม่ทันขาดคำมีบ่าวชายสองคนโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ตรงเข้ามาจับตัวแม่พะยอมไว้ เธอตกใจร้องขอความช่วยเหลือเสียงลั่น แม่จันทร์เดินยิ้มเหี้ยมเข้ามาตบตีแม่พะยอมไม่ยั้ง ก่อนที่เธอจะถูกทำร้ายไปมากกว่านี้ พฤกษ์กับภูมิมาช่วยไว้ทัน

    คุณหญิงมุกเดินนำคุณหญิงทิพย์เข้ามาสมทบต่อรองกับพฤกษ์ถ้าไม่อยากเห็นแม่พะยอมตกนรกทั้งเป็น ต้องแต่งงานกับแม่จันทร์ และถ้าเขาทำตัวดีแม่จันทร์อาจจะยอมให้แม่พะยอมกินน้ำใต้ศอก พฤกษ์ไม่มีทางเลือกจำต้องรับข้อเสนอของแม่ มัวแต่วุ่นๆทำให้เขาไม่ได้มอบแหวนทองให้กับหญิงคนรัก...

    แม่จิตพาแม่พะยอมกลับมาที่ห้องเพื่อทำแผลใส่ยา ฝ่ายหลังตัดพ้อต่อว่าทำไมถึงทำกันอย่างนี้ได้

    แม่จิตอ้างว่าทนไม่ได้ที่เห็นพฤกษ์รักเธอคนเดียวโดยไม่แยแสตนแม้แต่น้อย แม่พะยอมยอมเสียสละ หากแม่จิตไม่อยากเห็นเธอรักกับเขา เธอก็จะเลิกราไม่ยุ่งเกี่ยว

    แต่แม่จิตต้องสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายเธอแบบนี้อีก

    “ได้สิ แต่ถ้าวันใดเอ็งผิดสัญญา เอ็งกับข้าจะได้เห็นดีกัน”

    รสิกาซึ่งยืนดูเหตุการณ์อยู่น้ำตาคลอด้วยความ สงสารแม่พะยอมจับใจ พลันมีเสียงเรียกของนิ่มนวลดังขึ้น ปลุกให้รสิกาหลุดพ้นจากมนต์สะกดของผีแม่จิต เธอมองไปรอบๆถึงได้รู้ว่ากลับมาสู่ภพปัจจุบันแล้ว เป็นจังหวะเดียวกับนิ่มนวลเปิดประตูห้องเข้ามาแจ้งว่ามีแขกมาขอพบ

    ครู่ต่อมารสิกาลงมาที่ห้องโถงต้องแปลกใจเห็นกมลรัตน์กับภานุวัตนั่งรออยู่ อดถามไม่ได้ว่าเป็นอย่างไรมาอย่างไรถึงได้กล้ามาที่นี่ ยังไม่ทันจะมีใครตอบคำถาม จารุวรรณเดินเข้ามากับแมว ต่อว่ารสิกาว่าร้ายกาจมากพอเจ้านายไม่อยู่ก็เรียกศัตรูเข้ามาในบ้าน ภานุวัตอธิบายว่า

    ที่มาที่นี่เพื่อจะมาปรับความเข้าใจกับพนาเวท หากมีอะไรที่โชติรสทำผิดพลาดไปเราก็จะขอโทษ เราเชื่อว่าสองตระกูลต้องกลับมามีไมตรีกันเหมือนเดิม

    “ฆ่ากันแทบตายไปข้างหนึ่งอย่างนี้จะคืนดีกัน ฝันไปล่ะมั้ง”

    “ใช่ เราฝัน...ฝันร้ายมาตลอด แต่วันหนึ่งเราต้องเจอคนชั่วที่มันทำให้เราเข้าใจผิดกัน ฉันไม่ปล่อยให้มันลอยนวลแน่” กมลรัตน์จ้องหน้าจารุวรรณอย่างจับผิดจนคนถูกจ้องรีบเดินเลี่ยงออกมา

    “อย่าไปสนใจเขาเลย ไปคุยกันข้างนอกดีกว่า”

    ว่าแล้วรสิกาเดินนำสองพี่น้องออกไป...

    ที่สถานีตำรวจ วฤกษ์ต้องแปลกใจเมื่อสารวัตรเอาผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานมาให้ดู พบว่าหนึ่งในคนร้ายที่ลักพาตัวหนูมิวกับรสิกาบีบคอตัวเอง ไม่ใช่เป็นฝีมือของรสิกาอย่างที่เธอให้ปากคำ แพทย์ที่ตรวจหลักฐานลงความเห็นว่าน่าจะเกิดจากความเครียด คนร้ายก็เลย ทำร้ายตัวเอง สารวัตรสรุปว่าตอนนี้เหลือข้อสันนิษฐานสองประเด็นเท่านั้น คือคนร้ายเครียดกับกลัว หรือไม่

    ก็อาจจะเป็นเพราะอาถรรพณ์...

    รสิกาปูเสื่อใต้ต้นพะยอมต้อนรับสองพี่น้องโชติรสอยู่ๆท้องฟ้าก็มืดครึ้ม เห็นผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้นด้านหลังกมลรัตน์ จึงกำหนดจิตถึงเธอ ขอร้องอย่าทำร้ายสองคนนี่ พวกเขาไม่ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในชาติปางก่อน ถ้าไม่ฟังกัน ต่อไปตนจะไม่ยอมรับรู้เรื่องราวในอดีตอีกเลยและจะไปจากที่นี่ ผีแม่จิตหายวับไปพร้อมกับความมืดครึ้ม แสงแดดกลับมาสาดส่องเหมือนเดิม...

    ฝ่ายจารุวรรณยังไม่ยอมแพ้ นำเรื่องที่พวกโชติรสบุกมาถึงเรือนพะยอมไปฟ้องคุณย่ามะลิเพื่อให้เล่นงานรสิกาที่พาศัตรูเข้าบ้าน ท่านกลับบอกให้แก้วตาไปเชิญพวกนั้นมาพบ แล้วไล่จารุวรรณไปไกลๆไม่ต้องมาเสนอหน้า เพราะนี่เป็นเรื่องระหว่างพนาเวทกับโชติรส คนนอกอย่างเธอไม่เกี่ยว ยัยน้าตัวแสบถึงกับหน้าเจื่อน

    ooooooo

    ทันทีที่เห็นหน้ากมลรัตน์กับภานุวัต คุณย่ามะลิร้องทักว่าคุณจันทร์กับคุณตะวัน กมลรัตน์ถึงกับ ออกปากเคยมากราบท่านก่อนหน้านี้ไม่เห็นทักเลยว่าเธอหน้าเหมือนคุณทวดจันทร์ ภานุวัตพยักหน้าเห็นด้วย

    “นั่นสิครับ แล้วผมเหมือนคุณทวดตะวันมากหรือครับคุณย่า”

    “ไม่มีอะไรหรอก คนแก่ก็นึกอะไรไปเรื่อยเปื่อย ว่าแต่เธอสองคนมาที่นี่ทำไม”

    ภานุวัตไม่อยากเห็นสองตระกูลต้องผิดใจกันอีกก็เลยคิดว่าจะมาคุยกับวฤกษ์ให้รู้เรื่องเผื่อจะเข้าใจกันขึ้นมาบ้าง คุณย่ามะลิส่ายหน้าแค่ชาตินี้แก้ไม่ได้ มันต้องล้างความผิดที่ผูกกันมาแต่ปางก่อน ภานุวัตสบตากับกมลรัตน์ ขณะที่รสิกาพึมพำในใจ แม่จันทร์ทำเรื่องเลวร้ายไว้ตั้งมากมายแล้วจะล้างความผิดได้อย่างไร...

    นอกจากจะไปเสียเที่ยวเพราะวฤกษ์ไม่อยู่ ครั้นกลับถึงบ้านโชติรส ทั้งภานุวัตและกมลรัตน์ยังถูกกรรณิการ์เล่นงานยกใหญ่ที่รู้ว่าไปเรือนพะยอมมา ทั้งคู่พยายามอธิบายเหตุผลว่าอยากเห็นสองตระกูลกลับมาปรองดองกันอีกแต่ท่านก็ไม่ฟัง หาว่าทั้งลูกและหลานเนรคุณเห็นคนอื่นดีกว่าท่าน แล้วร้องไห้จะเป็นจะตายพาลจะเป็นลม กมลรัตน์ต้องรีบประคองไปพักผ่อนที่ห้อง

    ภานุวัตก็เครียดไม่แพ้แม่เช่นกัน หยิบรูปถ่ายของวิยะดาขึ้นมาอธิษฐานให้เธอช่วยทำอย่างไรก็ได้ให้แม่ยอมรับความจริง ถ้าเธอไม่ได้ตายด้วยอุบัติเหตุ เธอก็ต้องทำให้ทุกคนรู้ความจริง พลันแจกันดอกไม้ที่วางอยู่ใกล้ๆล้มตึง ภานุวัตหันขวับ ขอร้องวิญญาณของน้องสาวอย่าทำแค่รับรู้

    “แกต้องช่วยคุณแม่ด้วย แกอยู่ที่ไหน พี่ไม่กลัวแกหรอก แกพูดกับพี่ให้รู้เรื่องสิยัยวิ”

    ทันใดนั้น ประตูห้องโถงเปิดผลัวะ ภานุวัตสะดุ้งโหยงกวาดตามองไปทั่วแต่ไม่พบใคร...

    ผีวิยะดาไปปรากฏตัวอยู่ข้างๆเตียง ยืนมองแม่นอนหลับด้วยความสงสารจับใจ น้ำตาของเธอหยดลงที่แก้มของกรรณิการ์ซึ่งค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาตื่นขึ้น

    เห็นลูกสาวอยู่ตรงหน้าก็ลุกพรวดขึ้นจะกอดแต่คว้าได้เพียงความว่างเปล่า เธอร้องเรียกวิยะดาด้วยความคิดถึงใจแทบขาด กมลรัตน์ที่นอนฟุบอยู่ข้างเตียงสะดุ้งตื่น

    “คุณป้าคะ ดึกแล้วนะคะ พี่วิเสียชีวิตไปแล้วค่ะ”

    “แกจะรู้อะไร ยัยวิมาหาฉัน ฉันเห็นด้วยตาฉันนี่” กรรณิการ์ตวาดแว้ด กมลรัตน์ได้แต่นิ่งอึ้ง...

    ขณะที่ผีวิยะดาปรากฏตัวให้แม่เห็นเพื่อจะสื่ออะไรบางอย่าง วฤกษ์แวะมาหารสิกาที่ห้องเพื่อสอบถามเรื่องการตายของคนร้ายที่ลักพาตัวเธอกับหนูมิว เธอไม่สะดวกใจนักที่จะอยู่กับเขาเพียงลำพังในห้องนอน จึงชวนกันมาคุยหน้าห้อง ทีแรกเธอไม่ยอมปริปากพูดอะไร แต่พอถูกคาดคั้นหนักเข้าจึงจำใจบอกเขาแค่ว่าผีผู้หญิงเป็นคนจัดการกับพวกนั้น วฤกษ์เอ็ดใส่ทันที

    “ผีผู้หญิง? รสิกาถ้าจะโกหกฉัน ก็ทำให้มันเนียนกว่านี้หน่อยสิ”

    “ฉันพูดความจริง แต่คุณก็ไม่เชื่อ งั้นฉันก็ไม่พูดแล้ว” รสิกาเดินหนีเข้าห้องไปเลย วฤกษ์นึกถึงคำพูดของสารวัตรที่ว่าคนร้ายบีบคอตัวเองขึ้นมาทันที

    ooooooo

    ที่ออฟฟิศภายในไร่พนาเวท วฤกษ์ไม่เป็นอันทำงาน ครุ่นคิดถึงแต่เรื่องที่คุยกับปาริชาตเมื่อเช้าตรู่ที่ผ่านมา เขาเล่าเรื่องที่รสิกาอ้างว่าผีผู้หญิงเป็นคนจัดการกับพวกคนร้ายทั้งที่ตำรวจบอกว่าคนร้ายบีบคอตัวเอง เขาไม่เข้าใจทำไมเธอต้องโกหก ปาริชาตเชื่อว่ามีอำนาจลึกลับบางอย่างที่เรือนพะยอมนำพารสิกามาที่นี่

    “เธออาจจะผูกพันกับวิญญาณบางดวงและวิญญาณดวงนั้นปกป้องช่วยเหลือเธอกับยัยมิวโดยการเข้าสิงคนร้ายให้ทำอย่างนั้นก็ได้ หลวงพ่อที่วัดป่าบอกอาว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ทุกอย่างมีเหตุมีปัจจัยในตัวมันเองทั้งสิ้น รสิกามาที่เรือนพะยอมเพราะแรงดลใจจากอดีต”

    ยิ่งคิดถึงคำพูดของปาริชาต วฤกษ์เริ่มคล้อยตาม ตกลงรสิกาปกป้องดวงวิญญาณของใครและเธอมาที่เรือนพะยอมเพื่ออะไรกันแน่ คิดได้ดังนั้น เขารีบโทร.หาเธอแต่ติดต่อไม่ได้ ก็เลยโทร.หาปาริชาตแทน ได้ความว่ารสิกาไม่อยู่ เห็นนิ่มนวลบอกว่าติดรถนายแสงไปส่งหนูมิวที่โรงเรียน วฤกษ์เป็นกังวลขึ้นมาทันที...

    รสิกาโทร.บอกกมลรัตน์ว่ากำลังขึ้นรถสองแถวจากหน้าโรงเรียนหนูมิวจะไปหาที่บ้าน ฝ่ายหลังร้องห้ามเสียงหลงไม่ให้มาเนื่องจากกรรณิการ์ไม่ค่อยสบายนอนอยู่บ้าน แต่เธอยืนกรานจะไปที่นั่นให้ได้แล้ววางสายไปหน้าตาเฉย โทร.กลับไปก็ไม่ยอมรับสาย กมลรัตน์วิ่งแจ้นมาบอกให้ภานุวัตขับรถไปดักรอที่ท่ารถสองแถวที่รสิกานั่งมาจากโรงเรียนหนูมิว ให้พาไปที่ไหนก่อนก็ได้ แต่อย่าพามาที่บ้าน วันนี้กรรณิการ์ไม่ได้ไปทำงาน

    “เร็วสิพี่วัต เดี๋ยวก็ไม่ทันกันหรอก” พูดจบกมลรัตน์ดันหลังญาติผู้พี่ให้ไปขึ้นรถ...

    ทางด้านจารุวรรณแอบได้ยินดรลคุยกับปาริชาตว่าวฤกษ์โทร.มาตามให้เขาไปเจอกันที่บ้านโชติรสเพราะคิดว่ารสิกากำลังจะไปที่นั่น จึงคิดจะกำจัดมารหัวใจให้สิ้นซาก รีบโทร.หานเรนทร์ให้ส่งคนไปจัดการ...

    ไม่นานนัก รสิกานั่งรถสองแถวมาถึงท่ารถ ภานุวัตซึ่งรอท่าอยู่ก่อนแล้วโบกไม้โบกมือเรียกให้เธอมาขึ้นรถของเขา รสิกาบ่นอุบไม่เห็นต้องมารับให้ลำบาก เขาอ้างว่าเป็นคำสั่งของกมลรัตน์ ใครจะกล้าปฏิเสธ แล้วขับรถออกมาโดยไม่รู้ว่าถูกตี๋คนของนเรนทร์ขี่มอเตอร์ไซค์ตาม

    ครั้นถึงทางสายเปลี่ยวตี๋เร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์ขึ้นมาประกบข้างแล้วชักปืนยิง ภานุวัตไหวตัวทันเร่งความเร็วหนีทำให้เขายิงพลาดเป้า รสิกาตกใจกลัว กำหนดจิตเรียกให้ผีแม่จิตมาช่วย ท้องฟ้าที่สว่างเมื่อครู่พลันมีเมฆดำเคลื่อนมาปกคลุม ตี๋ไล่ยิงจนรถของภานุวัตเสียหลักไถลลงข้างทาง เขาคว้ามือรสิกาวิ่งไปหลบ ตี๋จอดรถได้ก็ยิงปืนใส่ ภานุวัตดึงรสิกามาหลบหลังก้อนหินและกอดไว้อย่างปกป้อง

    ผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้นปัดปืนในมือตี๋กระเด็น เขาตกใจผงะหงายหลัง วฤกษ์กับดรลจอดรถต่อท้ายรถของภานุวัต แล้วเข้าไปช่วยกันรุมตี๋ที่นอนหมดสภาพเพราะถูกผีแม่จิตเล่นงาน วฤกษ์ดึงรสิกาออกจากอ้อมกอดของภานุวัตจะพากลับเรือนพะยอม แต่เธอไม่ยอมกลับจะขอไปทำธุระที่บ้านโชติรสก่อนโดยไม่บอกว่าธุระนั้นคืออะไร วฤกษ์ยอมให้เธอไป แต่ต้องให้เขาไปด้วย แล้วบอกให้ภานุวัตขับนำไป ก่อนจะหันไปทางดรล

    “ถ้าตำรวจมาแล้ว รอพี่อยู่ที่โรงพัก”

    ในเวลาต่อมา กรรณิการ์เห็นวฤกษ์กับรสิกาบุกมาถึงบ้านตัวเองก็ด่าทอเสียงลั่น แถมไล่ตะเพิดให้กลับไป รสิกาไม่ยอมกลับจนกว่าจะได้คำตอบอะไรบางอย่างก่อน กรรณิการ์เครียดจัดโรคหัวใจกำเริบทำท่าจะเป็นลม กมลรัตน์ต้องประคองกลับห้อง และเรียกหมอมาตรวจ หมอฉีดยาให้และสั่งให้เธอพักผ่อนมากๆอย่าเครียด

    ครั้นกรรณิการ์รู้สึกตัวตื่นขึ้นเห็นผีวิยะดามาปรากฏตัวตรงหน้าอีกครั้งก็นึกเอะใจหรือลูกอยากจะบอกอะไร พอรู้ว่ารสิกากับวฤกษ์ยังไม่กลับ ตัดสินใจเรียกมาพบอยากรู้เหมือนกันว่าทั้งคู่มาที่นี่ทำไม

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 11:01 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์