ข่าว

วิดีโอ



เรือนพะยอม

อ่านเรื่องย่อ

แนว: พีเรียด-ดราม่า-สยองขวัญ

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เริงใจ

กำกับการแสดงโดย: รฤกฤกษ์ กัลย์จาฤก

ผลิตโดย: บริษัท ป๊าสั่ง ย่าสอน จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ธาวิน เยาวพลกุล , คามิลล่า กิตติวัฒน์ 

รสรินเห็นลูกสาวเป็นไข้ไม่ยอมลด จึงบอกกับนิ่มนวลที่มาช่วยเฝ้าไข้ว่าอยากจะพาไปหาหมอ เธอนึกขึ้นได้ว่าวันนี้จะมีหมอประจำตระกูลมาตรวจอาการคุณย่ามะลิ

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีสิ จะได้ให้ช่วยตรวจรสิกาด้วย”

นิ่มนวลยังไม่ทันจะพูดอะไร มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น วฤกษ์เปิดประตูเข้ามาขออนุญาตรสรินคุยกับ รสิกาตามลำพัง ท่านพยักหน้าเป็นทำนองอนุญาต ก่อนจะเดินนำนิ่มนวลออกจากห้อง วฤกษ์เข้ามานั่งข้างเตียงจับมือหญิงคนรักเอาไว้ บอกว่ามีธุระสำคัญต้องเข้ากรุงเทพฯ ค่ำๆถึงจะกลับ เธอค่อยๆปรือตาขึ้นมอง พร้อมกับยิ้มให้ เขายกมือเธอขึ้นมาจุมพิตอย่างรักใคร่

“อย่าเป็นอะไรไปมากกว่านี้นะ รสิกา”

“ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”

“ฉันต่างหากที่จะต้องพูดคำนี้กับเธอ ฉันต้องรีบไปเดี๋ยวจะตกเครื่องซะก่อน” วฤกษ์ว่าแล้วจูบมือรสิกา

อีกครั้งก่อนจะลุกออกไป รสรินที่ยืนเตร่รออยู่หน้าห้องเห็นเขาเปิดประตูออกมา รีบเข้ามาหา

“เห็นนิ่มบอกว่าวันนี้จะมีคุณหมอมาตรวจอาการคุณท่าน ฉันอยากขอความกรุณาให้มาตรวจยัยรสิกาด้วยค่ะ บอกตรงๆว่าฉันเป็นห่วงลูก”

“ผมจะให้คุณอาปาริชาตจัดการเรื่องนี้ให้ครับ ผมก็เป็นห่วงเธอไม่น้อยไปกว่าคนอื่น” พูดจบวฤกษ์เดินมาที่ห้องโถง ดรลซึ่งรออยู่เร่งให้รีบไปกันได้แล้ว เดี๋ยวตกเครื่องจะพานไม่ได้ทำธุระกันพอดี วฤกษ์พยักหน้ารับคำ แล้วหันไปบอกปาริชาตว่าวันนี้ช่วยให้หมอพิชัยไปดูรสิกาให้ด้วย

“ได้สิ...ฉีดยาสักเข็มก็คงดีขึ้น”

“ขอบคุณครับ ไปดรล...อ้อ คุณอาครับถ้าไม่จำเป็นอย่าให้จารุวรรณเข้าไปในห้องรสิกานะ ผมเป็นห่วง”

ooooooo

ภานุวัตกับกมลรัตน์แต่งชุดดำจะไปงานศพสันต์ กรรณิการ์เงยหน้าขึ้นมาเห็นก็ร้องทักจะไปงานศพใคร เขาไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจจึงบอกแค่ว่างานศพเพื่อน ท่านนิ่วหน้าสงสัยเพื่อนคนไหน ท่านเองรู้จักเพื่อนของเขาที่อยู่ในเชียงใหม่ทุกคน ยกเว้นพวกที่เพิ่งย้ายมา

“ใช่ๆๆๆครับ เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ครับ ผมไปก่อนนะครับคุณแม่”

กรรณิการ์ยังไม่ยอมให้ไป ซักโน่นถามนี่จน

กมลรัตน์เผลอพูดว่าเพื่อนคนนี้ของภานุวัตถูกยิงตาย แล้วนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูด ภานุวัตรีบตัดบท สายแล้วเดี๋ยวไม่ทันรดน้ำศพ ไว้ตอนเย็นค่อยคุยกันใหม่ แล้วลากแขน กมลรัตน์ออกไป เธออยากจะเขกหัวตัวเองนักที่พลั้งปาก หวังว่าท่านคงจะไม่สงสัยอะไร เขาเองก็หวังเช่นนั้น นี่ถ้าเขาไม่ลากเธอออกมา คงโดนซักมากกว่านี้อีก

“นั่นสิคะ ว่าแต่ไปช่วยงานคุณหมอสันต์แล้ว เราแวะไปหารสิกากันนะคะ”

ภานุวัตไม่ตอบได้แต่ยิ้มตาวาวเป็นประกาย อีกมุมหนึ่งในห้องโถง กรรณิการ์เห็นหนังสือพิมพ์ที่ส้มเพิ่งเอามาวางให้ พาดหัวข่าวตัวเป้งว่า

“บุกยิงหมอหนุ่มมือชันสูตรศพอุกอาจตายคารถ”

“หรือว่าเพื่อนตาวัต...” กรรณิการ์คว้ามาอ่านข่าวด้านในก็ตกใจ รีบหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาภานุวัต ซึ่งขับรถมาถึงวัดพอดี “ตาวัต เพื่อนแกที่ตายใช่หมอที่ถูกยิงเมื่อวานหรือเปล่า แกอย่าปิดแม่นะ”

“เอ่อ ใช่ครับ คุณแม่” ภานุวัตพูดไม่เต็มปากเพราะไม่อยากให้แม่รู้เรื่องนี้ กรรณิการ์จำได้ว่าเพื่อนคนนี้ของเขาเป็นคนชันสูตรศพวิยะดา พูดฟไปพลางร้องไห้ไปด้วย ภานุวัตไม่สบายใจถามแม่ว่าร้องไห้ทำไม กรรณิการ์อยากรู้ว่าไอ้อีที่เรือนพะยอมคนไหนสั่งฆ่าปิดปากสันต์ ภานุวัตปลอบให้ท่านใจเย็นๆก่อน อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ แล้วเขาจะเล่าให้ฟังทีหลัง ขอตัวไปรดน้ำศพเพื่อนก่อนแล้ววางสายไปเลย

จากนั้นสองพี่น้องตระกูลโชติรสเข้าไปจุดธูปไหว้ศพสันต์ที่ตั้งอยู่บนศาลาสวดศพ ภานุวัตให้คำมั่นต่อหน้าศพของเพื่อนว่าจะต้องลากคอไอ้คนที่ยิงเขาเข้าคุกให้ได้ ทั้งคู่ไม่ทันเห็นสมุนของนเรนทร์แอบมองอยู่ ก่อนจะหลบออกมาโทร.รายงานเจ้านายถึงคำพูดของภานุวัต นเรนทร์ขบกรามแน่นด้วยความแค้น

“คิดจะลากคอกูเข้าคุก ฝันไปเถอะ...สะกดรอยตามมันไป แล้วรายงานมาเป็นระยะๆ”...

ครู่ต่อมา ขณะที่ภานุวัตกับกมลรัตน์กลับมาที่รถหลังรดน้ำศพเสร็จ สารวัตรเข้ามาเชิญตัวทั้งคู่ไปสถานีตำรวจเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม สมุนของนเรนทร์มองตามพี่น้องตระกูลโชติรสที่ขับรถตามรถของตำรวจไปอย่างใจคอไม่ดี ด้านกมลรัตน์ที่นั่งอยู่ข้างเบาะคนขับ หันไปบ่นกับภานุวัตนี่เรื่องมันจะไปกันใหญ่หรือเปล่า

“บางทีตำรวจอาจดมกลิ่นฆาตกรได้แล้วก็ได้ เลยอยากคุยกับเราเพื่อหาหลักฐานบางอย่าง บางทีเราอาจรู้แน่ชัดว่าใครกันที่ฆ่ายัยวิ”

“ก้อยก็หวังว่าวิญญาณพี่วิจะช่วยพวกเรานะคะพี่วิ พี่วิจะได้ไม่ตายฟรี”

ผีวิยะดาที่นั่งอยู่เบาะหลังรถน้ำตาไหลพราก ก่อนจะเลือนหายไปโดยไม่มีใครเห็น

ooooooo

หมอพิชัยตรวจคุณย่ามะลิเสร็จ แก้วตารีบบอกว่าคุณครูไม่สบาย อยากจะรบกวนคุณหมอไปช่วยตรวจอาการให้ด้วย คุณย่ามะลิถึงกับร้องเอะอะ คุณพะยอมไม่สบายหรือ เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วปล่อยไว้ได้อย่างไร ทำไมวฤกษ์ถึงไม่พาไปหาหมอ

“คุณวฤกษ์ไปกรุงเทพฯกับคุณดรลค่ะคุณท่าน”

คุณย่ามะลิฝากคุณหมอช่วยดูแลคุณพะยอมให้ด้วย แล้วกำชับแก้วตาอย่าลืมมารายงานท่านด้วยว่าคุณพะยอมเป็นอย่างไรบ้าง แก้วตารับคำก่อนจะเดินนำหมอออกไป คุณย่ามะลิยกมือไหว้ท่วมหัว

“ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงเจ้าขาอย่าให้ลูกหลานเป็นอันตรายนะเจ้าคะ ปกปักรักษาลูกหลานด้วยเจ้าค่ะ”

ผีท่านเจ้าคุณกับผีคุณหญิงมุกรับรู้ถึงคำอธิษฐานของคุณย่ามะลิก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องเก็บอัฐิ โดยมีผีแม่จิตวูบออกมานั่งลงกับพื้นตรงหน้าท่านทั้งสอง คุณหญิงมุกอดสงสัยไม่ได้

“อีมะลิมันร้องขอมาอย่างนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นหรือเจ้าคะเจ้าคุณพี่”

“เราขวางกรรมของแม่พะยอมไม่ได้ อย่าลืมว่ากรรมที่ผูกกับอีจารุวรรณไม่เกี่ยวกับชาติภพของเรา”

“แต่จะปล่อยให้แม่พะยอมตายไม่ได้นะ หาไม่งานของอีจิตจะไม่สำเร็จ”

ผีแม่จิตเชื่อว่าถ้าแม่พะยอมไม่ได้เคยฆ่านัง จารุวรรณก็คงไม่ตายตกไปตามกรรม แต่ถ้าเคยทำกรรมไว้ถึงชีวิตเราก็ฝืนกรรมของแม่พะยอมไม่ได้ ผีคุณหญิงมุกกลุ้มใจแล้วอย่างนี้ตนจะต้องรอไปอีกนานแค่ไหน

“ข้าสองคนและบ่าวไพร่ทั้งหลายที่ไม่ยอมไปผุดไปเกิดก็เพราะรู้สึกผิดต่อแม่พะยอม ยังไงเราก็ต้องรอวันที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะสำเร็จ แต่ฉันสัมผัสดวงจิตแม่พะยอมได้ แม่พะยอมไม่ใช่คนโหดร้าย แม่พะยอมไม่มีวันทำร้ายใครถึงแก่ชีวิตได้ดอก”

“ถ้าเป็นเช่นที่ท่านเจ้าคุณพูด อิฉันไม่ไว้อีจารุวรรณแน่เจ้าค่ะ” ผีแม่จิตตาวาวน่ากลัว...

กว่าภานุวัตกับกมลรัตน์จะเสร็จจากให้ปากคำตำรวจเพิ่มเติมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว กมลรัตน์รีบโทร.หาเพื่อนรักระหว่างเดินไปที่ลานจอดรถของโรงพัก รสิกามารับสายไม่ได้เนื่องจากป่วยหนัก รสรินซึ่งมารับสายแทนบอกว่าไม่ต้องมาเยี่ยม ถึงมาก็ไม่ได้คุย วันนี้หมอมาตรวจอาการแล้วทั้งฉีดยาและสั่งยาให้กิน เธอก็เลยหลับทั้งวัน ภานุวัตพยักหน้ารับรู้ ถ้าอย่างนั้นไว้พรุ่งนี้เราค่อยไปเยี่ยมเธอ

“ค่ะ พี่วัต ว่าแต่ถึงบ้านแล้ว พี่วัตจะเรียนคุณป้า ว่ายังไงคะ”

“ความจริงก็ต้องคือความจริง”

ooooooo

กรรณิการ์เผลอหลับไปได้สักพัก มีเสียงเรียก “คุณแม่” ของผีวิยะดาดังขึ้น ท่านสะดุ้งตื่น มองไปรอบๆแต่ไม่เห็นอะไร แม้จะไม่เห็นแต่ก็รู้สึกได้ว่าวิญญาณของลูกอยู่ใกล้ๆร้องเรียกหาเสียงลั่น ภานุวัตกับกมลรัตน์กลับมาทันได้ยินพอดี เข้าไปปลอบว่าวิยะดาไปสบายแล้ว

“สบายแล้วรึ...ไม่จริง หมอคนนั้นตายไปแล้ว ต้องมีคนฆ่าปิดปากแน่ ใครไปสาวคดีนี้ขึ้นมาอีกเหรอหรือว่าแกตาวัต...แกพยายามช่วยน้องใช่ไหม” พูดไปกรรณิการ์ร้องไห้ไปด้วย ภานุวัตกลัวโรคหัวใจของแม่จะกำเริบต้องขอร้องให้ท่านใจเย็นๆก่อน บางทีคนที่ท่านคิดว่าเป็นฆาตกรฆ่าวิยะดา อาจไม่ใช่ก็ได้

“ถ้าไม่ใช่พวกเรือนพะยอมแล้วจะเป็นพวกไหน แกอย่ามาปิดแม่เลย ไหนบอกว่าจะเล่าให้แม่ฟัง เรื่องราวมันเป็นยังไง” กรรณิการ์มองลูกชายอย่างรอคำตอบ...

แม้อาการไข้จะทุเลา แต่รสิกายังกินอะไรไม่ค่อยลง รสรินพยายามขอร้องให้กินอะไรสักหน่อย เธอกินได้สองคำก็ส่ายหน้า วฤกษ์เปิดประตูห้องเข้ามาเมียงๆมองๆ รสรินรีบเรียกให้มาปราบเด็กดื้อหน่อยไม่ยอมกินข้าว วางถ้วยใส่ข้าวไว้แล้วลุกออกไป วฤกษ์มานั่งข้างเตียงแทนรสริน คะยั้นคะยอให้รสิกากินอะไรบ้างจะได้มีแรงสู้กับโรค จะได้หายเร็วๆ หนูมิวบ่นถึงคุณครูทุกวัน เธอถึงได้ยอมกินข้าว...

อีกมุมหนึ่งที่ห้องอาหาร ดรลเล่าให้แม่ฟังว่าเคลียร์กับมิสเตอร์ลีเรียบร้อย เชื่อว่าความวุ่นวายครั้งนี้น่าจะเป็นฝีมือของจารุวรรณ เตือนแม่ให้คอยจับตาดูเธอไว้ ยิ่งใกล้วันหมั้นของวฤกษ์กับรสิกา ผู้หญิงคนนี้ ต้องทำฤทธิ์แน่ๆ แก้วตาเข้ามาเรียนปาริชาตว่าคุณย่ามะลิไม่ยอมนอน ต้องการพบวฤกษ์ก่อน ดรลอาสาจะไปบอกเขาให้ตอนนี้ยังอยู่ในห้องรสิกา...

วฤกษ์ไม่เห็นแหวนที่นิ้วมือรสิกาก็ถามหา เธออึกอักว่าเก็บไว้อย่างดีไม่ต้องเป็นห่วง เขาไม่เชื่อแต่ก็ไม่ได้คาดคั้นอะไรเพราะเห็นเธอไม่ค่อยสบาย แค่บอกว่าดีใจที่เธอเก็บไว้อย่างดี แล้ววันหลังจะหาวงใหม่ให้

“พักผ่อนซะนะ จะได้หายไวๆ” วฤกษ์ขยับจะไปแต่รสิกาเรียกไว้อย่างรู้สึกผิด

“แหวนวงใหม่ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ความรู้สึกดีๆ ที่คุณมีให้ฉันมันมีค่ามากกว่าแหวนทุกวงในโลกนี้”...

ครู่ต่อมา วฤกษ์มานั่งอยู่ตรงหน้าคุณย่ามะลิโดยมีแก้วตาคอยรอรับใช้อยู่ใกล้ๆ ท่านเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟังว่าท่านเจ้าคุณให้แหวนที่เคยใช้หมั้นคุณหญิงมุกแก่พฤกษ์ และพฤกษ์แอบมอบให้คุณพะยอมทำให้คุณหญิงโกรธมาก แต่ต่อมาแหวนวงนั้นหายไป วฤกษ์นิ่วหน้าแปลกใจทำไมเหมือนตอนนี้เลย เขาให้แหวนรสิกาไปวงหนึ่ง แต่มันหายไป เธอปดว่ายังอยู่ทั้งที่ปกติจะใส่มันติดนิ้วไว้ตลอด

“อดีตมันหวนคืนอีกแล้ว...แล้วหลานจะทำยังไงล่ะทีนี้”

“ทันทีที่เธอหาย ผมจะทำพิธีหมั้นกับเธอ ตอนนี้คุณแม่เธอก็มาอยู่ที่เรือนพะยอมแล้วครับคุณย่า”

คุณย่ามะลิแนะให้วฤกษ์ไปขอพรจากทวดพฤกษ์และบรรพบุรุษทุกคนที่ห้องเก็บอัฐิให้ช่วยไม่ให้มีอุปสรรค ชายหนุ่มรับคำ รีบตรงไปที่นั่นทันที อธิษฐานขอให้ดวงวิญญาณบรรพบุรุษทุกท่านที่ยังสถิต ณ ที่นี่จงโปรดเมตตาคุ้มครองรสิกาผู้หญิงที่เขารักให้หายป่วยไวๆ และขอให้ความรักของเราสองคนอย่ามีอุปสรรค แล้วพนมมือจดที่หน้าผาก ผีคุณหญิงมุกกับผีท่านเจ้าคุณปรากฏตัวขึ้นด้านหลัง ก้มลงเป่ากระหม่อมให้

วฤกษ์รู้สึกเย็นวูบที่ศีรษะ และยังรู้สึกเหมือนมีใครบางคนมาลูบผมเบาๆอีกด้วย

ooooooo

กรรณิการ์รู้เรื่องที่นเรนทร์กับจารุวรรณอยู่เบื้องหลังการตายของวิยะดา ตัดสินใจจะไปแก้แค้นก้าวพรวดๆลงจากบันได อารามรีบร้อนสะดุดขาตัวเอง โชคดีที่คว้าราวบันไดไว้ทัน ส้มที่ตามมาด้านหลังร้องเอะอะลั่นกลัวท่านจะร่วงลงไป กมลรัตน์กับภานุวัตที่นั่งอยู่ในห้องโถงหันมาเห็นก็ตกใจรีบวิ่งมาดู

“ค่อยๆเดินค่ะคุณป้า” กมลรัตน์จะประคองแต่กรรณิการ์ปัดมือไม่ให้มายุ่ง

“คุณแม่จะไปไหนครับ ทำไมดูรีบร้อนจัง”

“ฉันบอกให้หลีกไป” กรรณิการ์ผลักภานุวัตพ้นทางแล้วขยับจะไป เขาวิ่งมาขวางไว้ ยิ่งเห็นท่าทีร้อนรนของแม่ก็ยิ่งสงสัยแย่งกระเป๋าถือไปจากมือ ท่านไม่ยอมให้ ยื้อแย่งกันไปมา เขาแรงมากกว่าดึงไปดูจนได้ ปรากฏว่าท่านพกปืนมาด้วย ทุกคนตกใจ จะเอาปืนไปทำอะไร

“ในเมื่อแกบอกฉันว่าไอ้นเรนทร์กับอีจารุวรรณมันเกี่ยวข้องกับการตายของยัยวิ ฉันก็จะไปฆ่ามัน ฉันจะแก้แค้นให้ยัยวิ” พูดไปกรรณิการ์ร้องไห้สะอึกสะอื้นไปด้วย ภานุวัตดึงแม่มากอดไว้ กมลรัตน์ขอร้องให้ปล่อยเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของตำรวจจะดีกว่า กรรณิการ์กลัวพวกมันจะหนีรอดเงื้อมมือกฎหมายไปได้

“แต่เขาหนีกรรมไม่พ้นหรอกค่ะคุณป้า...ไปพักผ่อนเถอะนะคะ”

“นะครับคุณแม่ ผมสัญญา ถ้ากฎหมายเล่นงานพวกเขาไม่ได้ ผมนี่แหละจะยอมติดคุกเพื่อยัยวิเอง”

พูดจบภานุวัตประคองแม่กลับห้อง พาลงนอนที่เตียงนั่งเป็นเพื่อนจนท่านหลับไปทั้งน้ำตา...

กรรณิการ์หลับไปได้พักใหญ่ ผีวิยะดาปรากฏตัวขึ้นใช้นิ้วเช็ดคราบน้ำตาให้แม่อย่างแผ่วเบา กรรณิการ์รู้สึกตัวลืมตาขึ้น พึมพำว่านั่นวิยะดาใช่ไหม พยายามกวาดตามองหาแต่ไม่เห็นใคร ส้มที่นั่งเฝ้าอยู่มองไปรอบๆอย่างหวาดหวั่น กรรณิการ์สั่งให้เธอหยิบกระเป๋าถือส่งให้

“ไปทำข้าวต้มร้อนๆให้ฉันสักถ้วยสิ”

ส้มรีบไปทำตามคำสั่ง กรรณิการ์รอจนเธอปิดประตูห้องรีบคว้ามือถือในกระเป๋าขึ้นมาโทร.หานเรนทร์ด่าเขาว่าเป็นไอ้ฆาตกร เธอรู้เช่นเห็นชาติหมดแล้วว่าเขากับจารุวรรณทำอะไรกับลูกสาวของเธอ ตอนนี้ตำรวจรู้เรื่องหมดแล้วเขากับจารุวรรณเตรียมตัวตายในคุกได้ เธอไม่มีวันปล่อยให้คนชั่วอย่างเขาลอยนวลเป็นอันขาด

“ระวังคนปากดี อวดเก่งอย่างลูกและหลานคุณนายจะตายก่อน ส่วนศพต่อไปก็คือตัวคุณนายเอง”

กรรณิการ์ถูกขู่กลับโรคหัวใจพาลกำเริบ มือถือร่วงล้มฟุบไปกับที่นอน ส้มเปิดประตูเข้ามาเห็นพอดีร้องกรี๊ดๆลั่นบ้าน ภานุวัตกับกมลรัตน์พากันวิ่งมาดูเห็นกรรณิการ์นอนหมดสติ ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาล

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน จารุวรรณเจอรสรินเดินนำนิ่มนวลถือถาดใส่ถ้วยยาผ่านหน้า ร้องถามว่าใครเป็นอะไร พอรู้ว่ารสิกาป่วยเป็นไข้หวัด หันไปบอกรสรินว่าผีบ้านผีเรือนคงจะไม่ชอบลูกสาวของเธอ หาหมอบ่อยมาก ทางที่ดีน่าจะพาออกไปจากบ้านหลังนี้ เผื่อผีจะเมตตาสงเคราะห์ให้แข็งแรงขึ้นมาบ้าง

“คงไม่ได้หรอกค่ะ รสิกาเลือกแล้วที่จะอยู่ที่นี่ คุณวฤกษ์ก็ยินดีต้อนรับ ขอตัวก่อนนะคะ” รสรินผละจากไป จารุวรรณมองถ้วยยาในมือนิ่มนวลก่อนจะถามว่ายาอะไร พอรู้ว่าเป็นพาราเซตามอล เสนอจะเอายาของ ตัวเองให้ คุยอวดว่าดีกว่ายาชนิดนี้มากมายนัก

“อุ๊ยไม่ได้หรอกค่ะ คุณวฤกษ์สั่งไว้ว่าไม่ให้รับยาจากใคร นอกจากยาที่คุณวฤกษ์ได้รับจากหมอมาเท่านั้น” รายงานเสร็จ นิ่มนวลเดินตามรสริน จารุวรรณมองตามไม่พอใจ ก่อนจะเดินไปหาวฤกษ์ซึ่งกำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่กับปาริชาตที่ห้องโถง พูดถึงยาที่ให้รสิกากิน ขืนกินยาแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะหาย เขาอ้างหมอจ่ายยามาอย่างนี้เขาก็แค่ทำตามที่หมอสั่ง หายช้าก็ไม่เป็นอะไร ขอให้ปลอดภัยไว้ก่อน

“นึกยังไงขึ้นมาถึงเป็นห่วงรสิกา” ปาริชาตน้ำเสียงเยาะๆ

“แต่คุณก็ไม่ยอมพารสิกาไปโรงพยาบาล แอดมิตซะก็หมดห่วง”

วฤกษ์ส่ายหน้าไม่อยากให้รสิกาเป็นเหมือนวิยะดาไปถึงมือหมอแล้วไม่ได้กลับบ้าน จารุวรรณรีบออกตัวที่พูดก็เพราะเป็นห่วงในฐานะคนบ้านเดียวกัน ถ้าเขาจะให้รสิการักษาตัวที่นี่ เธอก็เคารพการตัดสินใจของเขา

“อย่าห่วงเลยครับ ยังไงผมก็ต้องดูแลเจ้าสาวของผมให้ดีที่สุด”

จารุวรรณถึงกับชะงัก ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเมื่อครู่นี้เขาว่าอะไร เขากับรสิกาจะหมั้นกัน

เมื่อเธอหายป่วย ตอนนี้ผู้ใหญ่ก็อยู่พร้อมหน้ากันทั้งสองฝ่าย ปาริชาตได้ทีเหยียบซ้ำถ้ากระจ่างใจแล้วก็ขอตัวก่อน เรากำลังปรึกษากันเรื่องแหวนหมั้นวงเก่าไม่รู้น้องหมาตัวไหนกลืนลงคอไปแล้ว จารุวรรณสะบัดหน้าจากไปอย่างเคืองแค้น ปาริชาตเตือนวฤกษ์ให้ระวังตัวไว้บ้าง ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา...

ผีแม่จิตเห็นจารุวรรณเอายาพิษหลอดเล็กๆออกมาดูก็รู้ทันทีว่ารสิกาตกอยู่ในอันตราย หายตัวไปโผล่ที่ห้องของเธอเพื่อเตือนให้ระวังตัว เนื่องด้วยยังป่วยอยู่ทำให้เธอไม่ค่อยจะรู้สึกตัวได้แต่นอนกระสับกระส่าย รสรินที่เฝ้าไข้อยู่เห็นลูกเหมือนจะฝันร้ายเข้าไปจับตัวพบว่าตัวไม่ร้อนจัดเหมือนเมื่อวานก็เบาใจ

“ไข้ลดแล้วนะ อีกไม่นานก็หายแล้ว” พูดจบรสรินปิดไฟล้มตัวลงนอนบนที่นอนซึ่งปูไว้ข้างเตียง ผีแม่จิตร้องเรียกรสิกาให้รู้สึกตัวอีกครั้ง คราวนี้เธอลืมตาตื่นขึ้นมอง ขอร้องผีแม่จิตอย่าทำอะไรเธอเลย ผีแม่จิตแค่จะมาเตือนให้เธอระวังตัวอย่าไว้ใจใครเด็ดขาด ยังพูดไม่ทันจบแสงสว่างจากกิ่งพะยอมแห้งสาดใส่ ผีแม่จิตกระเด็นไปกองกับพื้นก่อนจะหายวับไป รสรินลุกขึ้นมาดูลูกถามว่าฝันร้ายหรือ รสิกาส่ายหน้าไม่ได้เป็นอะไร...

ทางฝ่ายกรรณิการ์รู้สึกตัวตื่นขึ้น ภานุวัตคว้ามือแม่มากุมไว้ ขอร้องว่าอย่าเครียด ไม่อย่างนั้นได้ถึงมือหมออีกแน่ ยังโชคดีที่วันนี้ไปถึงมือหมอทันไม่อย่างนั้นคงแย่ กรรณิการ์รับรองจะยังไม่ตายจนกว่าคนผิดจะได้รับกรรมที่ก่อไว้ กมลรัตน์พยายามขอร้องให้กรรณิการ์ใจเย็นๆ เดี๋ยวจะไม่สบายขึ้นมาอีก ท่านบอกให้เธอไปเตือนรสิกาให้ระวังจารุวรรณจะดีกว่า ระวังจะถูกมันฆ่าเอาได้

“อีคนนี้มันอำมหิตผิดมนุษย์ เมื่อไหร่ตำรวจจะ ลากคอมันเข้าตะรางสักทีก็ไม่รู้ เอ่อ แม่ชักสงสัยแล้วสิว่าทำไมสองคนนี้จึงร่วมมือกัน”

“เรื่องมันเข้าใจง่ายมากครับ ยัยจารุวรรณต้องมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนายนเรนทร์ แต่ที่ทำทีว่ารักคุณวฤกษ์ก็เพราะต้องการฮุบสมบัติของพนาเวท”

กรรณิการ์เพิ่งนึกขึ้นได้ว่านายแบงก์คนหนึ่งเพิ่งเล่าให้ท่านฟังว่านเรนทร์ถังแตก กำลังจะถูกฟ้องล้มละลาย เป็นจังหวะเดียวกับกมลรัตน์เอายาก่อนนอนมาให้กิน กรรณิการ์มองยาในถ้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

ooooooo

รสิกาทนคิดถึงหนูมิวไม่ไหว รบกวนรสรินช่วยพาลงมาที่หน้าเรือนจะขอมาส่งแกขึ้นรถไปโรงเรียน แต่มาสายไปคลาดกันเส้นยาแดงผ่าแปด วฤกษ์เห็นเธอยังไม่ค่อยแข็งแรงรีบเข้าไปประคองพร้อมกับต่อว่าว่าลงมาทำไม ยังไม่ทันหายดี เธออยากมาส่งหนูมิว ไม่ได้เจอกันหลายวันแล้ว

“เพิ่งไปเมื่อครู่นี้นี่เอง คลาดกันนิดเดียว ไว้พรุ่งนี้นะจ๊ะ” ปาริชาตปลอบใจ วฤกษ์ไม่เห็นด้วย ทางที่ดีอย่าเพิ่งออกมาดีกว่า รอให้แข็งแรงก่อน ถ้าอาการทรุดหนักกว่านี้ งานหมั้นของเราจะต้องเลื่อนออกไปอีก...

ส่งรสิกากลับไปพักผ่อนที่ห้องเรียบร้อย วฤกษ์ลงมาดื่มกาแฟไปพลางคุยกับปาริชาตและดรลไปด้วย ปาริชาตอยากรู้ว่ารสิกาตอบตกลงจะแต่งงานกับวฤกษ์หรือยัง เขากับเธอเข้าใจกันดีโดยไม่ต้องเอ่ยปาก บางทีถ้างานหมั้นมีขึ้น อาจทำให้จารุวรรณต้องออกไปจากที่นี่ก็ได้ แมวที่แอบฟังอยู่ถึงกับหูผึ่ง ปาริชาตกลัวแม่นั่นจะก่อเรื่องให้ปวดหัวอีก เคยได้ยินคำว่าหมาจนตรอกไหม เวลามันจนตรอกมันจะสู้สุดชีวิตแว้งกัดไม่เลือก

“ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าหมาตัวนี้ฤทธิ์จะมากแค่ไหน”

แก้วตาเดินมาเห็นแมวแอบฟังอยู่ก็ส่งเสียงเอะอะ เธอตกใจรีบหลบออกไป แก้วตาจะมาแจ้งปาริชาตว่าคุณท่านให้เชิญไปพบ...

คุณย่ามะลิเรียกปาริชาตมาพบก็เพื่อให้เธอใช้สิทธิ์ในการเป็นผู้ดูแลเรือนพะยอมไล่นังกาลกิณีจารุวรรณไปให้พ้นจากที่นี่ ปาริชาตตกใจไม่คิดว่าท่านจะให้ใช้ไม้แข็งขนาดนี้

“คนบางคนเป็นผู้ดีกับมันมากไม่ได้หรอก ความเป็นคนมันไม่เสมอกัน สำหรับอีนังคนนี้ สูงกว่าสัตว์นิดเดียว จำคำฉันนะ ถ้าหล่อนทำไม่ได้หรือไม่ทำ ฉันจะเป็นคนไล่มันเอง” คุณย่ามะลิเสียงเข้ม...

ในที่สุดรสิกายอมเปิดปากเล่าให้วฤกษ์ฟังว่าที่ไม่ได้สวมแหวนที่เขาซื้อให้ไม่ใช่ไม่ชอบ แต่เป็นเพราะ จารุวรรณแย่งชิงเอาไป ขอร้องเขาอย่าไปต่อว่าหรือทำอะไรเธอเลย คงเป็นเพราะเธอรักเขามาก เธอก็เลยทำรุนแรงไปหน่อย ขอให้เขาเห็นใจเธอด้วย วฤกษ์ไม่เข้าใจทำไมรสิกาถึงต้องมองจารุวรรณในแง่ดี

“ฉันเชื่อว่าความดีจะเปลี่ยนแปลงคนได้ค่ะ”

“ใช้ไม่ได้กับคนบางคนหรอก เธอยังไร้เดียงสาต่อโลกมากนัก เธอไม่ควรไว้ใจใครง่ายๆนะรสิกา”...

ด้านกรรณิการ์เห็นลูกกับหลานไม่อยู่บ้านรีบโทร.ถามว่าไปไหนกัน พอรู้ว่าทั้งคู่กำลังจะไปเรือนพะยอมก็แปลกใจจะไปทำไม ภานุวัตจะไปขอโทษพวกพนาเวท เพราะที่ผ่านมาเราทำผิดกับพวกเขาไว้มาก และจะไปเตือน พวกเขาให้ระวังตัวด้วย ขอร้องแม่อย่าห้ามเขากับน้อง

“ก็ดี แม่ไม่ห้ามหรอก จะได้ช่วยกันลากคออีคนชั่วเข้าคุกไปพร้อมกับไอ้นเรนทร์ ชายชั่วหญิงโฉดนี่มันช่างเข้าคู่กันดีจริงๆ แม่เองก็รู้สึกผิด แม่ก็ว่าจะโทร.ไปขอโทษนายวฤกษ์เขาเหมือนกัน”

วางสายจากลูกชาย กรรณิการ์โทร.หาวฤกษ์ทันที ขอโทษที่เข้าใจพวกพนาเวทผิดๆเรื่องการตายของวิยะดา ตอนนี้ทุกอย่างกระจ่างหมดแล้ว ตำรวจได้ตัวการที่ทำให้วิยะดาตายแล้วและคนร้ายอยู่ข้างตัวเขาตลอดเวลา

ไม่ใช่ใครที่ไหนคือจารุวรรณนั่นเอง วฤกษ์ตกใจไม่คาดคิด มาก่อน

“อ้อ...มันร่วมมือกับชู้รักของมัน ไอ้นเรนทร์ ฉันดีใจที่คุณไม่คิดตกลงปลงใจกับมัน แค่นี้นะ” พูดถึงลูกสาว ขึ้นมา กรรณิการ์อดร้องไห้ไม่ได้ วางสายจากประมุขบ้านโชติรส วฤกษ์รีบตรงไปหารสิกาที่ห้อง ปรากฏว่าเธอหลับไปแล้ว เขาเข้ามาห่มผ้าให้ ภาวนาให้เธอหายเร็วๆ จะได้แต่งงานกันสักที

“ฉันรู้แล้วว่าเธอมีค่าที่สุดในชีวิตของฉัน ฉันเป็นห่วงเธอนะรสิกา”...

กมลรัตน์เห็นภานุวัตหาวหวอดๆก็เลยชวนกันแวะดื่มกาแฟก่อนจะไปเรือนพะยอม

ooooooo

ในเมื่อไม่ได้แก้แค้นให้ลูกที่ตายไป กรรณิการ์ก็เลยโทร.ไปป่วนนเรนทร์ซึ่งกำลังเก็บข้าวของจำเป็นรวมทั้งพาสปอร์ตเพื่อหนีออกนอกประเทศ เขารับสาย น้ำเสียงหงุดหงิดจะโทร.มาขู่อะไรอีกคิดว่าจะกลัวหรือ

“ไม่รู้ว่ากลัวหรือเปล่า แต่ว่าตอนนี้ตาวัตกับยัยก้อยกำลังไปที่เรือนพะยอม ความชั่วของแกกำลังถูกเปิดโปง เตรียมตัวเปิดประตูรับตำรวจที่กำลังไปจับแกได้แล้ว ไอ้นเรนทร์ ที่ผ่านมาแกลอยนวลอยู่ได้เพราะทางการยังสาวไปไม่ถึงตัวแก แต่วันนี้แกเสร็จแน่” กรรณิการ์หัวเราะสะใจ นเรนทร์ฉุนขาด โยนมือถือไปบนที่นอนแล้วเก็บข้าวของต่อไปอย่างเร่งรีบ...

จารุวรรณไม่ละความพยายาม อุตส่าห์ตื๊อจะให้วฤกษ์ยกเลิกงานหมั้น พร่ำเพ้อว่ารักเขามากมายแค่ไหน จะอยู่ไม่ได้ถ้าขาดเขา และที่สำคัญเพื่อนๆรวมทั้งคนรู้จักรู้กันทั่วว่าเราเป็นอะไรกัน แล้วอย่างนี้ถ้าเขาไปหมั้นกับคนอื่นเธอจะเอาหน้าไปไว้ไหน เขาไล่ให้เธอเอาไป ซุกอกนเรนทร์

“ถ้าไม่อยากเห็นงานหมั้นหรืองานแต่งระหว่างผมกับรสิกาก็ไปจากที่นี่ซะ” วฤกษ์ไล่ส่ง จารุวรรณพกความแค้นกลับไปที่ห้องตัวเองยังไม่ทันจะทำอะไร นเรนทร์ โทร.มาเตือนว่ากรรณิการ์รู้เรื่องวิยะดาหมดแล้ว ตอนนี้ภานุวัตกับกมลรัตน์กำลังจะไปที่นั่นเพื่อลากคอเธอเข้าคุก จารุวรรณตะลึงไปชั่วขณะก่อนจะกร้าวใส่

“ถ้าไม่อยากเห็นเมียคุณติดคุก คุณก็จัดการซะ ไม่งั้นเราสองคนต้องตายในคุกพร้อมกันแน่ อย่าคิดว่า วรรณจะไม่ซัดทอดมาถึงคุณ”

“โธ่เว้ย ไม่ต้องมาขู่กัน กูไม่ยอมตายในคุกหรอก” นเรนทร์วางสายแล้วรีบโทร.หาสมุน...

ออกจากร้านกาแฟได้ไม่กี่กิโลเมตร รถของภานุวัต ถูกรถที่แล่นสวนมาคันหนึ่งข้ามเลนเข้าหาอย่างรวดเร็วพุ่งชนรถของเขาจนตกถนน เสียงกรีดร้องประสานกับเสียงโครมดังสนั่น ในเวลาต่อมา ทั้งภานุวัตและกมลรัตน์ ถูกพลเมืองดีนำตัวส่งโรงพยาบาล กมลรัตน์เจ็บหนัก แต่ภานุวัตได้รับบาดเจ็บไม่มาก จึงพอจะให้ปากคำกับสารวัตรได้ เมื่อได้รูปพรรณรถของคนร้าย สารวัตรสั่งให้ตั้งด่านสกัด

“ผมเพิ่งสอบปากคำคุณภานุวัตที่บาดเจ็บ

ไม่มากมาเมื่อครู่ งานนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุแน่ แต่เป็นการฆาตกรรม คาดว่าคนร้ายคงได้รับคำสั่งหรือว่าจ้างวานมาจากนายนเรนทร์”

“ทำไมสารวัตรถึง...” จ่าพูดยังไม่ทันจบประโยค สารวัตรชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่าตนยังไม่สรุปจนกว่าจะได้สอบสวนจริงจังก่อน ระหว่างนั้นตำรวจเข้ามารายงานว่ายังไม่พบรถต้องสงสัยผ่านถนนสายนี้ แต่มีคนเห็นคนร้ายวิ่งเข้าไปในป่าละเมาะข้างทาง คิดว่าคงยังกบดานอยู่หรือไม่ก็เข้าไปในหมู่บ้านละแวกนี้แล้ว

“จับเป็นมาให้ได้ จะได้สาวไปถึงตัวการใหญ่” สารวัตรสั่งเสียงเฉียบ...

ตำรวจระดมกำลังล่าคนร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าละเมาะ ในที่สุดก็ได้ตัวสมุนของนเรนทร์ หลังถูกเค้นอย่างหนัก สมุนให้การซัดทอดว่านเรนทร์เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุร้ายครั้งนี้ สารวัตรนำกำลังไล่ล่าตัวผู้บงการแต่เกิดการยิงต่อสู้กัน เนื่องจากเขาไม่ยอมให้จับกุม สุดท้ายนเรนทร์ถูกวิสามัญฆาตกรรม...

พวกพนาเวทรู้ข่าวร้ายที่เกิดกับภานุวัตและกมลรัตน์ ก็พากันตกใจ โดยเฉพาะดรลทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว รีบไปเยี่ยมกมลรัตน์ที่โรงพยาบาล กรรณิการ์ซึ่งเฝ้าไข้หลานสาว อนุญาตให้เขาเยี่ยมไข้เธอได้...

แม้จะรู้ข่าวจากดรลว่ากมลรัตน์พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่รสิกาไม่วางใจจะขอไปเยี่ยมเพื่อนรัก วฤกษ์ไม่อนุญาตขอให้เธอหายดีก่อน กลัวจะไปรับเชื้อจากโรงพยาบาลมาอีกจะยุ่งกันใหญ่ รสิกาอยากรู้ว่าใครเป็นคนสั่งเก็บสองพี่น้องตระกูลโชติรส พอรู้ว่าเป็นนเรนทร์คนที่เคยอยากได้เธอไปเป็นเลขาฯก็ตกใจ

“ตำรวจวิสามัญฆาตกรรมไปแล้ว เขาขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ” วฤกษ์เล่าเพิ่มเติม

จารุวรรณซึ่งแอบฟังอยู่รีบกลับไปห้องตัวเองพึมพำด้วยความสะใจ “วิสามัญฆาตกรรม...ดี ขอบใจนะ นเรนทร์ที่แกตายไปพร้อมกับหลักฐานมัดตัวฉัน คราวนี้ฉันขอแสดงฝีมือของฉันเองบ้าง”

ooooooo

ตั้งแต่นเรนทร์ถูกวิสามัญฆาตกรรม จารุวรรณทำตัวดีเปลี่ยนเป็นคนละคน อ้างกับวฤกษ์จะขอไถ่บาปที่เคยทำไม่ดีกับทุกคนที่เรือนพะยอมด้วยการขออนุญาตดูแลรสิกา วันใดที่เธอหายดีและเป็นเจ้าสาวของเขา ตนก็จะไปจากที่นี่ เขายังให้คำตอบจารุวรรณไม่ได้ ขอปรึกษากับรสิกาก่อน

ครั้นนำเรื่องนี้ไปแจ้งกับรสิกาซึ่งยังนอนป่วยอยู่ เธอยินยอมให้จารุวรรณดูแล ช่วงนี้ฝนตกบ่อย เธอเกรงใจหมอพิชัยที่ต้องขับรถฝ่าสายฝนมาตรวจอาการเธอ ในเมื่อจารุวรรณเรียนจบพยาบาลมาก็น่าจะพอช่วยเธอได้

“ถ้าเธอเห็นอย่างนั้น ฉันก็ไม่ขัดข้อง อาการของเธอดีขึ้นมากแล้ว อีกไม่กี่วันก็คงออกไปสูดอากาศข้างนอกได้” พูดจบวฤกษ์หอมหน้าผากรสิกาอย่างรักใคร่ก่อนจะลุกออกไปแจ้งเรื่องนี้ให้จารุวรรณทราบ

“ขอบคุณวฤกษ์ ขอบคุณ วรรณสัญญาว่าจะดูแลรสิกาให้ดีที่สุด”...

ขณะที่แผนทำดีให้ทุกคนตายใจของจารุวรรณขั้นแรกสำเร็จด้วยดี ดรลแวะมาดูแลกมลรัตน์ที่โรงพยาบาลทุกครั้งที่ว่าง จนกลายเป็นพยาบาลส่วนตัวของเธอไปโดยปริยาย...

ที่บ้านโชติรส กรรณิการ์อดบ่นกับลูกชายไม่ได้ว่าทำไมคนชั่วอย่างจารุวรรณถึงไม่ติดคุกหรือตายตาม นเรนทร์ไป เขาอธิบายว่าไม่มีโจทก์เข้าแจ้งความเรื่องที่จะสาวความผิดจากนเรนทร์ก็หมดสิทธิ์เพราะนายนั่นถูกวิสามัญฆาตกรรมไปแล้ว ส่วนเรื่องจะแจ้งความเอาผิดเรื่องที่จารุวรรณฆ่าวิยะดา ก็เป็นแค่ข้อสันนิษฐาน

“เพราะคนที่จะรวบรวมหลักฐานและให้ปากคำแก่ตำรวจคือหมอสันต์ที่ถูกพวกมันยิงตายไปแล้ว” ภานุวัตเห็นสีหน้าบอกบุญไม่รับของแม่ ก็ขอร้องอย่าเพิ่งเครียด คนชั่วไม่มีวันหนีความชั่วที่ตัวเองทำไว้ได้ สักวันจารุวรรณต้องได้รับผลกรรมที่ทำไว้...

ในเมื่อรสิกาไว้เนื้อเชื่อใจให้จารุวรรณเป็นคนดูแลอาการป่วยของตัวเอง ยัยตัวแสบจึงวางแผนจะกันทุกคนให้อยู่ห่างๆเธอไว้เพื่อตนเองจะได้หาทางกำจัดเธอได้ง่ายดายขึ้น โดยอ้างกับวฤกษ์ว่าระยะนี้ต้องควบคุมคนเข้าออกห้องนอนของรสิกา ต้องทำให้ปลอดเชื้อมากที่สุด ไม่อย่างนั้นรสิกาจะติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก

“เลิกให้นิ่มนวลนอนหน้าเตียงในห้องรสิกานะคะ แล้วคุณก็ต้องสั่งห้ามไม่ให้ยัยมิวเข้าใกล้รสิกาด้วย เด็กยังไม่มีภูมิคุ้มกัน จะติดโรคเอาง่ายๆ เริ่มกันตั้งแต่คืนนี้เลยนะคะ”

“แล้วใครจะอยู่เฝ้าไข้รสิกา” วฤกษ์มองจารุวรรณอย่างรอคำตอบ เธออาสาจะเป็นคนเฝ้าไข้ให้เอง

ooooooo

ตกค่ำ จารุวรรณวางยานอนหลับทุกคนบนเรือนพะยอม แล้วเข้าไปเขย่าตัวปลุกรสิกาที่ตัวเองเพิ่งให้ยานอนหลับ เธอปรือตาขึ้นมาถามว่าคิดจะทำ อะไรกันแน่ จารุวรรณแค่จะฉีดยาพิษเข้าไปในขวดน้ำเกลือ ของเธอเพื่อให้เธอหลับไปตลอดกาล ตนเลือกวิธีนี้แทนที่จะฉีดเข้าใต้ลิ้นแบบที่ตนฉีดให้นังวิยะดา

“คุณเองหรือที่ฆ่าวิยะดา”

“ถามทำไม เดี๋ยวแกก็จะตามไปอยู่กับมันแล้ว” จารุวรรณยิ้มเหี้ยม ผีวิยะดายืนดูอยู่ข้างผีแม่จิต แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะกลัวกิ่งพะยอมแห้งกิ่งนั้น ครู่ต่อมาจารุวรรณกลับมาที่ห้องตัวเองเพื่อจะเอาเข็มฉีดยาแต่ดันใช้ไปหมด ไม่สำรองไว้เลย เจ็บใจตัวเองอุตส่าห์เตรียมทุกอย่างไว้แล้ว ครุ่นคิดหนักจะทำอย่างไรดี...

จารุวรรณเห็นเชือกขดใหญ่วางอยู่ใต้ต้นพะยอม ตัดสินใจจะฆาตกรรมอำพรางให้เหมือนรสิกาผูกคอตาย จึงเดินไปหยิบเชือกมาผูกกับกิ่งต้นพะยอม ส่วนปลายอีกด้านหนึ่งทำเป็นบ่วงสำหรับคล้องคอ จากนั้นเธอไล่เช็กไปตามห้องของแต่ละคน ทั้งวฤกษ์ ดรลและปาริชาต พบว่าทุกคนหลับกันหมดจากฤทธิ์ยานอนหลับฝีมือของตนเองก็ยิ้มพอใจ รีบกลับไปที่ห้องรสิกา เอาผ้านวมมาห่อตัวเธอไว้แล้วแบกขึ้นบ่า

“ไม่หนักเท่าไหร่นี่ ฉันจับแกผูกคอตายสบายๆ” จารุวรรณว่าแล้วแบกรสิกาออกจากห้อง

ยิ่งแบกไปก็ยิ่งหนักเพราะผีแม่จิตกับผีวิยะดาขึ้นไปนั่งบนร่างรสิกาจนจารุวรรณแบกไม่ไหว ต้องทิ้งเธอ ลงแล้วจับผ้านวมมัดหัวมัดท้ายลากไปที่ต้นพะยอมโดยไม่เห็นว่าผีทั้งสองตนนั่งทับอยู่ แม้จะหนักแต่ในที่สุด

ยัยตัวแสบก็ลากรสิกาไปที่ต้นพะยอมจนได้ มีฟ้าแลบเกิดขึ้น จารุวรรณเห็นผีวิยะดานั่งคร่อมอยู่บนตัวรสิกาถึงกับผงะ พยายามข่มความกลัววิ่งไปที่ปลายเชือกอีกด้านปลดให้เชือกคลายความยาวออกเพื่อให้บ่วงถึงคอเหยื่อ

ทันใดนั้นฟ้าผ่าเปรี้ยงต้นพะยอมไฟลุกพรึบ ร่างของจารุวรรณกระเด็นไปอีกทางหนึ่งไหม้ดำเป็นตอตะโก ผีแม่จิตกับผีวิยะดาเอาตัวบังร่างรสิกาไว้ทำให้เธอรอดพ้นจากสายฟ้าไปได้ ผีท่านเจ้าคุณไปปลุกวฤกษ์กับดรลให้ตื่นด้วยการใช้ไม้เคาะกระแทกพื้นดังตึงๆ ขณะที่ผีคุณหญิงมุกไปปลุกปาริชาต

วฤกษ์ไม่เห็นรสิกาอยู่ในห้อง แถมห้องยังถูกรื้อค้น สั่งให้ดรลไปปลุกทุกคนให้ออกตามหา วฤกษ์พบรสิกานอนหายใจรวยรินอยู่กลางฝนพรำ รีบอุ้มเธอกลับห้อง ส่วนแมวพบร่างจารุวรรณถูกฟ้าผ่าไม่ห่างจากจุดนั้น ปาริชาตเห็นเชือกที่คล้องไว้กับซากต้นพะยอมที่ไฟกำลังลุกไหม้ก็เดาเหตุการณ์ออก

“กรรมตามสนองได้สาสมที่สุด กลับไปดูรสิกากัน นายแสงเตรียมเอารถออกพารสิกาไปโรงพยาบาล”

ooooooo

รสิกาหายดีแล้วและได้บอกที่ซ่อนแหวนที่คุณพะยอมซ่อนไว้ที่วงกบประตูในห้องนอนเก่าของคุณพะยอม ทำให้ตำนานเรื่องแหวนของพฤกษ์ที่หายไปพร้อมกับการตายของคุณพะยอมเป็นอันสิ้นสุดลง...

ในเวลาต่อมา วฤกษ์นิมนต์หลวงพ่อวัดป่ามาพรมน้ำมนต์เพื่อปลดปล่อยวิญญาณทุกดวงในเรือนพะยอม ท่านขอให้เขาเอาอัฐิของบรรพบุรุษทั้งหมดไปลอยน้ำหรือไม่ก็ไปบรรจุไว้ในเจดีย์ที่วัดใดวัดหนึ่งก็ได้

“วิญญาณเหล่านี้ไม่มีอยู่แล้ว เขาไปใช้กรรมตามที่เขาเคยก่อไว้แล้ว หากจะเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ก็น่าจะเป็นรูปถ่ายของพวกเขา เพราะนี่คือประวัติศาสตร์ของเรือนพะยอม”...

วฤกษ์ตัดสินใจใช้แหวนของพฤกษ์หมั้นรสิกา ส่วนดรลก็หมั้นกับกมลรัตน์ไปพร้อมกันโดยใช้เรือนพะยอม เป็นสถานที่จัดงานมงคลครั้งนี้ หมั้นเสร็จ วฤกษ์พารสิกา มาที่ลานต้นพะยอม แต่ไม่มีต้นพะยอมอีกแล้ว

“ช่วงที่เธอรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ฉันให้คนมาถางไปแล้ว ปรับพื้นที่ใหม่เพื่อที่จะปลูกพะยอมต้นใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง เป็นต้นพะยอมแห่งความรักของเราสองคนไง รสิกา...ฉันยังไม่เคยได้ยินคำว่ารักออกจากปากของเธอเลย รสิกา” วฤกษ์โอบกอดรสิกาเอาไว้แนบอก

“ฉันตอบคุณด้วยวิธีนี้ได้ไหมคะ” รสิกาเขย่งตัวขึ้นหอมแก้มวฤกษ์ ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างมีความสุข

ooooooo

–อวสาน–


ละครเรือนพะยอม ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านเรือนพะยอม ติดตามเรือนพะยอม ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ธาวิน เยาวพลกุล , คามิลล่า กิตติวัฒน์  13 ก.ค. 2560 08:01 2017-07-15T01:01:05+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ