นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แรงตะวัน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    จ่ายักษ์พาสุริเยนทร์มาดูที่คอกม้าและบอกว่าคอกอรุณรุ่งไม่ได้ล็อก มันเลยพังหนีออกมาได้ สุริเยนทร์ เข่นเขี้ยวเป็นฝีมือเคทแน่ๆ จ่ายักษ์จะให้คนงานไปตามม้าอรุณรุ่ง แต่สุริเยนทร์เสียงเข้ม ไม่ต้อง ใครทำก็ต้องรับผิดชอบ ว่าแล้วก็เดินโกรธออกไป

    เคทจูงน้องพีทวิ่งออกมาจากบ้าน น้องพีทร้องจะกลับไปเอาหุ่นยนต์ ลออขอให้เสือโคร่งกลับไปเอาแทน เสือโคร่งรับคำส่งกุญแจรถให้เคทบอกไม่รู้ว่าของคันไหนลองหาดู

    ด้านป้าอุ่นนำสุริเยนทร์มาตรงที่เห็นเคทกับหลานนั่งทายากันอยู่ แต่ทุกคนหายไปแล้ว ผิวกับพิณถือโทรศัพท์ของเคทมาส่งให้ บอกว่าเจออยู่ในบ้าน สุริเยนทร์มั่นใจว่าเคทวางแผนหนี ถึงทิ้งมือถือไว้ไม่ให้ตามสัญญาณได้

    เคทมาถึงเห็นรถกระบะของไร่จอดอยู่สองสามคันก็ไม่รู้ว่ากุญแจเป็นของคันไหน สุพลขี่มอเตอร์ไซค์มาขวาง บอกเคทอย่าหาเรื่องใส่ตัวได้ไหม เคทแปลกใจที่เขารู้ว่าตนจะหนี เขาบอกเขาเห็นแต่แรกก็พอเดาได้ ทำอย่างนี้ไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีเลย เคทชูแผลที่ข้อมือให้ดู

    “คุณดูที่เขาทำ ฉันต้องตัดสินใจยังไงเหรอถึงจะเรียกว่าดี”

    สุพลชี้แผลที่ปาก ตนก็โดน เคทสวนทำงานให้เขาก็ต้องทนได้ สุพลบอกที่โดนเพราะพยายามช่วยให้เธออยู่ที่นี่อย่างมีความสุข ถึงตนทำงานให้สุริเยนทร์ แต่ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยไปทุกเรื่อง ขอให้ช่วยอดทน เธอก็เห็นว่านายพยายามปรับตัวเข้าหาน้องพีท ถึงจะช้าแต่นายก็ทำ

    เคทส่ายหน้า “ฉันอยู่ไม่ได้ เขาขู่ทำร้ายฉันตลอดเวลา แล้วถ้าวันนึงเขาพลั้งมือทำอะไรที่มันแรงกว่านี้ เหมือนกับที่เขาทำกับพี่สุรีย์...”

    “นายไม่ได้ฆ่าคุณสุรีย์ เรื่องแต่งที่คุณได้ยินมาเกี่ยวกับนาย ทั้งเรื่องฆ่าคุณสุรีย์หรือเรื่องให้ที่หลบซ่อนคุณอาทิตย์ ไม่เป็นความจริงทั้งนั้น ผมขอเอาอาชีพทนายการันตีเลยครับ”

    ทันใดสุริเยนทร์พุ่งเข้ามา เคทตกใจดึงน้องพีทมากอดปกป้อง สุพลแก้ตัวแทนว่าเคทจะพาน้องพีทไปไหว้สุรีย์ สุริเยนทร์ชี้หน้าอย่ามายุ่ง แล้วตรงเข้ากระชากข้อมือเคท เธอร้องเจ็บ สุพลรีบบอกว่าเธอเจ็บข้อมืออยู่ สุริเยนทร์ไม่สนใจสั่งลออเอาน้องพีทกลับบ้าน แล้วลากเคทไป เธอโวยจะทำอะไรตนอีกเมื่อคืนยังทรมานไม่พอหรือ สุริเยนทร์สั่งเสียงกร้าวให้ไปตามอรุณรุ่งกลับมา เพราะเธอไม่ล็อกคอกเธอต้องรับผิดชอบ เคทสวนว่าล็อกแล้ว ไม่ใช่ความผิดตน เขาไม่ฟังเสียงอุ้มเธอพาดบ่าพาเข้าป่าไป...ทุกคนตะลึงเป็นห่วงต่างๆนานา

    แขไขได้รับโทรศัพท์จากป้าอุ่นว่าสุริเยนทร์อุ้มเคทเข้าป่าไปตามม้าอรุณรุ่ง ระหว่างนั้นเธอเห็นคฑาวุธคุยกับชายคนหนึ่งในสวน จึงย่องไปแอบฟัง คฑาวุธสั่งลูกน้องว่า “ฉันไว้ใจแกนะ หวังว่าเรื่องนี้มันจะไม่กลับมาเหยียบไร่ภูทับดาวได้อีก มันจะจบในป่า”

    แขไขตามไปดักถามว่าพี่ชายตนสั่งให้ทำอะไร ให้ทำร้ายสุริเยนทร์ใช่ไหม ลูกน้องไม่ตอบเดินหนี แขไขโวยวายจนเดชาเดินออกมาดู เธอฟ้อง “พี่คฑาวุธสั่งมันไปทำร้ายพี่ภู...”

    เดชาตกใจพุ่งไปตวาดคฑาวุธ “แกให้คนไปปล่อยม้าเข้าป่า เพราะรู้ว่าภูจะต้องตามไปเอาตัวม้ากลับมา แล้วแกก็ให้ลูกน้องดักซุ่มอยู่ในป่า...แกคิดอะไรของแก เสียสติไปแล้วเหรอ”

    “ผมคิดดีแล้ว ภูทับดาวต้องไม่มีเจ้าพ่อสุริเยนทร์อีกต่อไป ผมจะเป็นคนเดียวที่ดูแลที่นี่”

    แขไขจะไปเตือนสุริเยนทร์ เดชาดึงไว้เหวี่ยงกลับสั่งให้อยู่เฉยๆ และสั่งคฑาวุธให้ยกเลิกคำสั่ง เขาอ้างว่า

    ในป่าไม่มีสัญญาณ เดชาร้อนรนสั่งลูกน้องดูแลแขไขไม่ให้ตาม คฑาวุธร้องลั่น

    “พ่อจะไปช่วยไอ้ภูเหรอไม่ทันหรอก ยังไงวันนี้มันก็ไม่รอด”

    เดชากราดเกรี้ยวทำไมถึงไม่เชื่อฟังคำสั่ง คฑาวุธเถียง “พ่อควรจะขอบคุณผมนะ ถ้าไม่มีไอ้ภูสักคน พ่อก็ไม่ต้องก้มหัวให้ใครอีก เพราะถ้าไม่มีมัน คนที่จะยิ่งใหญ่สุดในภูทับดาวก็คือผม”

    เดชาปราดเข้าตบหน้าเพียะ “ไม่รู้อะไรก็หุบปากไป! แกกำลังจะทำทุกอย่างมันวุ่นวายรู้รึเปล่า โธ่เว้ย!” ลูกน้องเปิดประตูรถให้เดชาขึ้นแล้วขับออกไป

    คฑาวุธแค้นใจสบถไล่หลัง “พ่อนั่นแหละทำให้มันวุ่นวาย!”...

    ooooooo

    พอเพ็ญสิริรู้เรื่องจากลออก็ลุกพรวดจะออกไปช่วย วิสุทธิ์ตกใจคว้าเสื้อวิ่งตามออกจากห้อง ทั้งสองต้องตะลึงเมื่อเจอป๊าม้าพาคนงานในไร่มายืนรอดูว่าเจ้านายมีเมียแล้ว คนงานปรบมือแสดงความยินดียกใหญ่ เพ็ญสิริลากมือวิสุทธิ์ออกไปไม่มีเวลาอธิบาย

    ด้านสุริเยนทร์แบกเคทเข้ามาในป่า เธอดิ้นรนให้ปล่อย เขาโยนเธอลงพื้นดังอั้ก แล้วชี้ให้ดูรอยเท้าม้า สั่งให้ตามรอยเท้านั้นไป เคทไม่ยอมไป เขาผลักเธอล้มลุกคลุกคลานและว่าถ้ามืดจะให้ค้างในป่า เคทจ้องหน้านิ่งไม่ยอมเคลื่อนไหว แต่พอสุริเยนทร์เดินไป เธอก็ขยับตามเพราะในใจกลัวหลงป่า เขาผลักเธอล้มตวาดเธอต้องได้รับโทษ เคทย้ำตนไม่ได้ลืมล็อกคอกม้า เขาสวน

    “แต่เธอคิดพาน้องพีทหนี เธอจงใจทิ้งโทรศัพท์เพราะรู้ว่าฉันจะตามตัวเธอได้ คิดว่าฉันจะเชื่อที่สุพลมันช่วยเธอโกหกเหรอ...จะไปไหว้พี่สุรีย์ ฮึ งี่เง่า”

    เคทยอมรับเพราะตนทนไม่ไหวอีกแล้ว ตนจะพาหลานหนีไปให้ไกล ไม่ให้เขาได้เจออีกเลย สุริเยนทร์ยิ่งโกรธขู่จะฆ่านพสิทธิ์ เคทตวาดไม่ต้องขู่ จะทำอะไรก็ทำไปเลย “ฉันพยายามดีด้วย พยายามทำให้น้องพีทรู้สึกว่าคุณไม่ได้น่ากลัว แล้วดูสิ่งที่คุณตอบแทนฉัน มันจะตายไหมถ้าจะทำตัวมีอารยธรรมแบบคนปกติทั่วไป”

    “ทานตะวัน! เธอไม่ต้องมาโทษฉัน มันเป็นเพราะเธอ เธอท้าทายฉัน ฉันถึงต้องลงโทษเธอ” สุริเยนทร์กระชากเคทมาบีบไหล่

    เคทเจ็บจนน้ำตาไหล ย้อนถามถ้าตนพูดดีๆเขาจะดีกับตนไหม ถ้าตนสุภาพด้วยเขาจะสุภาพกับตนไหม เธอถามย้ำจะรับปากได้ไหมว่าจะพูดดีๆกัน สุริเยนทร์ชะงักผลักเธอออก สั่งให้ไปตามม้า ตัวเขาเดินแยกไปอีกทาง เคทตะโกนไล่หลัง

    “คุณทิ้งฉันไว้ไม่ได้นะ ฉันจะไม่ไปไหน จะรอคุณกลับมารับฉันตรงนี้”

    สุริเยนทร์เดินจ้ำออกมาราวกับอยากอยู่ให้ห่างเคท สับสนในตัวเองไม่เข้าใจว่าทำไมทุกถ้อยคำของเธอถึงบาดลึกและสร้างความปั่นป่วนภายในได้มากขนาดนี้ เขาหัวเสียมาก...

    ส่วนวิสุทธิ์บึ่งรถมาถึงทางเข้าไร่ภูทับดาว ก็เจอรถจ่ายักษ์และคนงานขวางไม่ให้เข้า แม้เพ็ญสิริจะโวยวายจะเข้าไปตามหาเพื่อนในป่า จ่ายักษ์บอกที่เป็นแบบนี้เพราะเคททำให้เจ้านายตบะแตกเอง วิสุทธิ์เข่นเขี้ยวถ้าทำอะไรเคทแม้แต่นิดเดียวโดนแน่ จ่ายักษ์ยิ้มยั่วทำนองให้มันจริง
    สุริเยนทร์เดินมาเห็นอรุณรุ่งส่งเสียงฟืดฟาดอยู่ตรงเนินใกล้โขดหินก็เข้าไปปลอบ “ชู่ว์ ฉันเอง จำฉันได้ไหม ไม่มีอะไรแล้วนะ ทำไมถึงชอบหนีมาที่ตรงนี้ เป็นอะไรของแก”

    ทันใดดำเกิงโผล่หน้ามาเล็งปืนยิงมายังสุริเยนทร์ อรุณรุ่งรู้สึกได้สะบัดสุริเยนทร์ออกไป กระสุนจึงพลาดเป้า...รถเดชามาถึงได้ยินเสียงปืนก็ตกใจรีบลงจากรถวิ่งไปตามเสียงปืน คฑาวุธตามมาพร้อมลูกน้องยิ้มสะใจตะโกนไล่หลัง “เสียใจด้วยนะพ่อ...”

    เคทได้ยินเสียงปืนก็ตกใจเป็นห่วงสุริเยนทร์ รีบวิ่งไปทางที่เขาไป พลันเห็นเขาวิ่งหลบกระสุนผ่านหน้าก็ร้องเรียก แต่เผอิญเจอกับดำเกิงที่วิ่งไล่มาก็ผงะถอยหนี แต่ดำเกิงหันมาล่าเธอแทน สุริเยนทร์ได้ยินเสียงเคทร้องจึงวิ่งกลับมาช่วย ถีบดำเกิงกระเด็นแล้วคว้ามือเคทวิ่งหนี ดำเกิงตามไล่ยิงไม่ลดละ จนมาถึงทางแยก เคท สะบัดมือสุริเยนทร์วิ่งไปอีกทาง เขาร้องบอกไม่ใช่ทางนั้นแต่เธอไม่ฟัง เขาจึงต้องวิ่งตามไปโวย “ทำไมไม่เชื่อฉัน!”

    “ฉันเห็นรอยล้อรถไปทางนี้ ต้องมีคนอยู่ข้างหน้า เราจะได้ไปขอให้เขาช่วยไง”

    ทั้งสองวิ่งมาตามทางสักพักก็เห็นอุปกรณ์สำหรับตัดไม้ถูกทิ้งไว้ และเห็นไม้ที่ถูกตัดไว้จำนวนมาก เคทชี้ที่รอยล้อเชื่อว่าต้องมีคนอยู่จึงตะโกนขอความช่วยเหลือ สุริเยนทร์กระชากตัวเคทเอ็ดให้เงียบนี่เป็นไม้ผิดกฎหมาย บอกแล้วให้ไปทางโน้น เคทหน้าเสียรู้ในทันทีว่าเป็นพวกคนร้ายลักลอบตัดไม้ ไม่ทันไรคนร้ายสี่ห้าคนก็โผล่มาพร้อมปืน พอเห็นหน้าสุริเยนทร์ก็ชะงัก

    สุริเยนทร์เห็นหน้าคนร้ายคนหนึ่งหน้าคุ้น “แกคือคนที่ขับรถบรรทุก พวกแกลักลอบตัดไม้แล้วใส่ร้ายไร่ภูทับดาว พวกแกทำงานให้ใคร!”

    คนร้ายว่ารู้ไปก็เท่านั้น แล้วยกปืนจะยิง ทันใดดำเกิงตามมาถึงไม่ทันเห็นคนร้ายยิงใส่สุริเยนทร์ คนร้ายจึงยิงกลับ ดำเกิงโดดหลบ สุริเยนทร์ฉวยโอกาสคว้าตัวเคทวิ่งหนีกระสุน เดชา คฑาวุธและลูกน้องวิ่งมาถึง คฑาวุธตกใจที่มีพวกลักลอบตัดไม้แถวนี้ เดชาควักปืนจะวิ่งตามสุริเยนทร์...คฑาวุธรั้งไว้บอกพ่ออย่าหาเรื่องช่วย

    สุริเยนทร์ไม่ได้หรอก เดชาตวาดให้หลบไป

    สุริเยนทร์ดึงเคทวิ่งหลบกระสุนพวกคนร้ายและดำเกิง แต่แล้วเจอคนร้ายพุ่งเข้าจับเคทไว้ จึงเกิดการต่อสู้ สุริเยนทร์โดนมีดแทงที่หัวไหล่เพราะเอาตัวปกป้องเคท เดชามาถึงซุ่มยิงใส่สุริเยนทร์เข้าที่หัวไหล่อีกข้าง คฑาวุธตกตะลึง เคทพยุงสุริเยนทร์วิ่งหนี เดชาฮึดฮัดสั่งลูกน้องให้ตามไป คฑาวุธเพิ่งเคยเห็นพ่อคลั่งขนาดนี้ “พ่อ...พ่อยิงไอ้ภู!”

    หัวหน้าคนงานตัดไม้เข้ามาหาเดชา เดชาตวาดลั่น “รีบเคลียร์ของออกจากพื้นที่ให้หมดภายในคืนนี้ ก่อนที่พวกป่าไม้มันจะรู้ข่าวแล้วแห่กันมา ไป!”

    คฑาวุธแทบช็อกเมื่อรู้ว่าพ่อเป็นคนสั่งตัดไม้

    เหล่านี้ เดชาหันมาตบหน้าเขาเพี๊ยะ! ตวาด “ดูฝีมือแก! ฉันบอกให้ทำดีกับไอ้ภูเข้าไว้ ทำไมแกถึงไม่ทำ เห็นไหมว่าฉิบหายกันหมดแล้ว”

    ด้านเคทเห็นที่ไหล่สุริเยนทร์เลือดไหลเป็นทางก็เป็นห่วงให้เขานั่งพักเพื่อจะห้ามเลือดก่อน เขาไม่อยากหยุดเกรงพวกคนร้ายตามมาทัน แต่ไม่ทันจะเดินต่อเขาก็ทรุดลงหมดสติทับตัวเธอ เคทตกใจร้องอย่าตายนะ!

    ooooooo

    ลานจอดรถคอนโด รุจิราดับเครื่องลงจากรถ ต้องตกใจเมื่อเอกณัติสภาพยับเยินจากการถูกลูกน้องเสี่ยทะนงรุมยำ โผเผมาล้มตรงหน้า เธอจำต้องประคองเขาขึ้นมาบนห้อง ทำแผลให้ เขาบอกเธอว่าถูกนายภูแห่งไร่ภูทับดาวทำร้ายมา รุจิราตกใจ

    เอกณัตินึกถึงที่จ่าเล็กรายงานว่าสุริเยนทร์มีแม่เลี้ยงชื่อโสภา เสียชีวิตไปเมื่อ 10 ปีก่อน คดีสรุปว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในคอกม้า และจากแฟ้มประวัติของสุริเยนทร์เขาเคยเข้ารับการรักษากับจิตแพทย์ในช่วงเดียวกับที่โสภาตาย...

    เอกณัติหลอกว่า พอโดนเธอไล่ออกก็ไปโดนคนของสุริเยนทร์ลากตัวไปซ้อมคาดคั้นให้บอกตารางเวลางานของเธอ แต่ตนไม่บอก รุจิราเริ่มฉุนเปรยว่าจะทำอย่างไรดี เขาแนะให้แจ้งความ ตำรวจหยุดสุริเยนทร์ไม่ได้แต่กฎหมายหยุดเขาได้ แล้วแย็บว่าตนแอบสืบประวัติเขา ได้ยินว่าเคยฆ่าคนตาย ถามเธอเคยรู้เรื่องด้านมืดของเขาบ้างไหม หญิงสาวนิ่งอึ้งลังเลที่จะตอบ

    ด้านเพ็ญสิริตกใจตอนได้ยินเสียงปืน จะเข้าไปช่วยเคท แต่วิสุทธิ์รั้งไว้เพราะมืดค่ำ เธอจึงไม่ยอมกลับ จะนอนรอดูสถานการณ์ วิสุทธิ์จำต้องเอาเต็นท์มากางให้แล้วตัวเขาจะกลับ เพ็ญสิริกลัวขอร้องให้เขาอยู่เป็นเพื่อน แต่ต้องนอนนอกเต็นท์ วิสุทธิ์ไม่ยอมเธอจึงยอมให้นอนข้างในแต่ให้อยู่คนละฝั่ง ห้ามข้ามเขต แล้วเธอก็ฝันไปว่าเคทโดนสุริเยนทร์ปล้ำ เธอละเมอร้องลั่น

    “อย่ายัดเยียดความเป็นผัวให้เพื่อนฉัน!”

    วิสุทธิ์ขำที่เธอมโนไปเป็นตุเป็นตะ แล้วว่าเธอน่าจะกลัวตนมากกว่า เขาทำท่าแหย่ให้เธอกลัว จึงโดนเธอเอากระบอกน้ำเขกหัวไปหลายโป๊ก เกิดการยื้อแย่งเหมือนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน เสือโคร่งวิ่งมาส่องไฟมองตาแป๋ว “ฮ้า! จะทำกันแบบในละครใช่ไหมครับ มองตาแล้วล้มทับ ทำเลยครับ เสือโคร่งอยากรู้มาตั้งนานเขาทำอะไรกัน...ทำสิครับ”

    ทั้งสองผละออกจากกัน เพ็ญสิริรีบนอนหันหลังให้ วิสุทธิ์ทำทีเดินออกมาจากเต็นท์สำรวจนั่นนี่ เสือโคร่งมองอย่างเสียดาย

    ด้านเคทฉีกเสื้อสุริเยนทร์มามัดแผลเพื่อห้ามเลือด แล้วเธอก็ต้องตะลึงกับแผ่นหลังเขาที่เต็มไปด้วยบาดแผลแบบที่ฝ่ามือ เผลอลูบไล้ด้วยความสงสาร สุริเยนทร์เสียงเข้ม

    “อย่าแม้แต่คิด...ไม่ต้องยุ่งเรื่องของฉัน...” เธอฝืนถาม เขาเอามือปิดปากเธอสั่งให้เงียบเพราะได้ยินเสียงคนร้ายเดินมา เขากอดเธอแอบจนคนร้ายผ่านไปไกล

    เคทยังกระซิบถาม “คุณเคยถูกใครทำร้ายมาเหรอ...”

    สุริเยนทร์ผลักเธอออกบอกคนร้ายไปแล้ว เขาเห็นสายตาอ่อนโยนเห็นใจของเคทก็ถามมองแบบนี้ทำไม เคทกล่าวขอโทษ เพราะตนลากเขามาทางนี้ถึงเจอกับคนร้ายตัดไม้ แล้วเขายังปกป้องตนจนต้องบาดเจ็บ เคทน้ำตาร่วง สุริเยนทร์ไม่ชินกับความอ่อนโยน ตัดบทให้หยุดพูด อย่ามองตนแบบนี้ เคทดื้อดึงถามอีกว่าเขาเคยถูกใครทำร้ายมาใช่ไหม เขาโมโหกลบเกลื่อน

    “ถ้าเธอถามอีกคำเดียว ฉันจะทำให้เธอมีแผลเป็นแบบเดียวกัน”

    เคทจับมือสุริเยนทร์ดูแผล “แผลเป็นที่หลังคุณ บางรอยเหมือนกับแผลที่มือคุณเลย ที่คุณก้าวร้าวเพราะคุณถูกทำร้ายมาใช่ไหม” สุริเยนทร์ตวาดให้หยุดพูด “คุณก็เหมือนน้องพีท ถูกทำร้ายจนฝังใจ เลยหวาดกลัวผู้คน กลัวเขาจะมาทำร้าย...แต่คุณเป็นแบบตรงข้ามกับน้องพีท แทนที่จะหนี คุณจะเป็นฝ่ายทำให้ทุกคนกลัว และหนีไปจากคุณ”

    “ฉันจะเจออะไรมาก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ สิ่งที่เธอควรรู้คืออย่าทำให้ฉันโกรธ”

    “จริงๆแล้วคุณต่างหากที่กลัว” สุริเยนทร์สวนไม่ได้กลัว เคทยื่นมือไปให้เขาจับ “ไม่ต้องกลัวนะคุณภู...ไม่ต้องกลัว...”

    สุริเยนทร์มองมือเคท ปฏิเสธความหวังดีที่อ่อนโยนของเธอ ปัดมือเธอออกแล้วบีบคอเธอแน่น กราดเกรี้ยว “ฉันไม่ได้กลัวและถ้าเธอไม่เชื่อ ฉันจะทำให้ดูว่าฉันไม่เคยกลัว!”

    เคทหายใจไม่ออกน้ำตาไหลรินพยายามพูดว่าเขาไม่ได้ต้องการทำอย่างนี้ เขาเสียงกร้าว ถ้าคิดว่าตนก้าวร้าวเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว ตนจะทำให้เธอเห็น เคทย้ำตนไม่กลัว ตนเข้าใจ เขายิ่งกราดเกรี้ยวบีบคอเธอแรงขึ้น บังคับให้เธอพูดออกมาว่ากลัว เคทกลับยกมือขึ้นลูบแก้มเขาอย่างอ่อนโยน สุริเยนทร์สับสนว้าวุ่นไม่ยอมรับความจริง เหงื่อแตกกาฬไหลเข้าตา ทำให้เขาเห็นเคทเป็นหน้าโสภาหายใจรวยริน เขาตกใจผงะออก โสภาคว้ามือเขาไว้

    “โสภา!” สุริเยนทร์ร้องลั่นถอยหนีจนหลังกระแทกต้นไม้อย่างแรงทรุดลง

    เคทไอแค่กๆหายใจหอบมองเขาอย่างข้องใจ

    สุริเยนทร์เห็นชัดว่าเป็นเคทก็พยายามตั้งสติ

    ooooooo

    เดชาหงุดหงิดกลับมาถึงบ้าน คฑาวุธตามถามทำไมพ่อถึงยิงสุริเยนทร์ ทำไมพ่อถึงลักลอบตัดไม้ ทำไมถึงทำตัวเป็นคนดี ยอมก้มหัวให้สุริเยนทร์เพื่ออะไร เดชาเข่นเขี้ยว

    “แกคิดว่าที่ฉันให้แกมาเป็น ส.ส.ภูทับดาวเพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่เพื่ออำนวยความสะดวกให้ฉัน คนนึงมีอำนาจหน้าที่อย่างถูกกฎหมาย อีกคนมีนอกกฎหมาย แค่แกทำตัวดีๆเป็นมิตรกับไอ้ภู จะทำอะไรมันก็ง่าย แต่แกกลับไม่เจียมตัว ดื้อด้านจะเอาชนะทุกอย่าง มันเลยพังหมดแล้ว!”

    “แล้วทำไมพ่อไม่เคยบอกฉัน”

    “เพราะแกมันโง่ สมแล้วที่ฉันไม่บอกแกทุกเรื่อง ตอนนี้ทุกอย่างพังหมดแล้วเพราะแก”

    แขไขวิ่งมา เดชารีบกำชับห้ามบอกเรื่องนี้กับน้อง เดชาบอกแขไขว่าสุริเยนทร์ปลอดภัยดี แต่เธอจะไปฟ้องว่าคฑาวุธเป็นคนทำ เดชาแก้ตัวแทนว่าเขาไม่เกี่ยวอ้างลูกน้องใส่ร้าย แขไขไม่เชื่อ เดชาเสียงเข้มสั่งห้ามแขไขออกจากบ้าน คฑาวุธมั่นใจว่าพ่อหลอกใช้ ทุกอย่างเป็นแผนของพ่อ พ่อรู้ว่าตนเกลียดสุริเยนทร์จึงพยายามให้ตนต้องกราบไหว้ก้มหัวให้ เพราะพ่อรู้ว่าพอตนทนไม่ได้จะต้องทำทุกอย่างเพื่อกำจัดเขา เดชาสวน “ถ้าใช่แล้วจะทำไม”

    “งั้นผมถามคำเดียว สมมติว่าทุกอย่างพลาด ผมทำพลาดถูกไอ้ภูจับได้ พ่อจะทำยังไง...จะช่วยผมหรือเลยตามเลย”

    เดชานิ่ง คฑาวุธรู้คำตอบ เจ็บปวดผิดหวังจนแค้น “พ่อทำกับลูกตัวเองยังงี้ได้ยังไง”...

    ด้านรุจิราถูกเอกณัติไล่บี้ถามว่าสุริเยนทร์ฆ่าโสภาแม่เลี้ยงตัวเองใช่ไหม ไม่ใช่ตายเพราะอุบัติเหตุ รุจิราจ้องหน้าถามเขาเป็นแค่คนขับรถจริงหรือ แล้วเธอก็ผลักไล่เขาให้ออกไป พลันเธอลื่นจะล้ม เอกณัติช้อนร่างเธอไว้ เขาสัมผัสกับรอยแผลเป็นที่หลังคอเธอ หญิงสาวผลักเขาออกทันที เขารีบถามถึงรอยแผลนั่น เธอปัดบอกไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับภูทับดาวอีก ไล่เขากลับ

    ภาพอดีตผุดขึ้น เด็กชายภูซุกตัวในคอกม้าตัวสั่นเทาด้วยความกลัว โสภาก้าวย่างเข้ามาอย่างฉุนเฉียว “แกกล้าผลักฉันเหรอ เด็กเลว...เลวเหมือนพ่อ ฉันจะตีแกให้ตาย”

    ภูถูกโสภากระชากตัวผลักไปชิดประตูกั้นคอกม้า ม้าอรุณรุ่งส่งเสียงฟึดฟัด เสียงโสภากราดเกรี้ยวดึงเชือกที่ห้อยอยู่จะมัด ภูร้องไห้กลัวๆ กัดเข้าที่บ่าโสภา เธอยิ่งโกรธกระชากเชือกแรงขึ้น ปมที่มัดอยู่คลายออก ทำให้รอกคลายตัวหล่นลงมาใส่หัวโสภาล้มลงเลือดท่วมต่อหน้าต่อตาภู รุจิราเด็กน้อยวัยเดียวกัน อุ้มตุ๊กตาเดินเข้ามา เห็นภาพโสภานอนเลือดท่วมอยู่ก็ตกตะลึง

    รุจิรานึกถึงอดีตน้ำตาไหลพราก ไม่อยากคิดต่อ เอื้อมมือไปลูบรอยแผลเป็นที่ต้นคอด้วยความเจ็บปวด พึมพำ “ฉันไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกับภูทับดาวอีกแล้ว ไม่มีอีกแล้ว...”

    ooooooo

    สุริเยนทร์ตั้งสติได้พยายามจะลุก เคทยังเจ็บที่ลำคอแต่ก็ห่วงเขา บอกให้เขาอยู่เฉยๆแล้วขยับเข้าจะดูแผลให้ เขาปัดไม่ต้องแต่เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

    “อยากให้เลือดไหลหมดตัวหรือไง ฉันจะมัดให้ใหม่” เคทแกะผ้าแล้วพันให้ใหม่ แต่อดมองรอยแผลเป็นบนหลังเขาไม่ได้ เขารู้ทันจะขยับหนี เคทเอ็ด “อย่าขยับ อย่าฉุนเฉียวเดี๋ยวเลือดจะไหลไม่หยุด นั่งพักตรงนี้แหละ คงไม่มีใครมาแล้ว...ฉันก็อยากพักเหมือนกัน”

    พอเคทพันแผลให้เสร็จเธอก็นั่งลงถอนหายใจ สุริเยนทร์หันมามองรอยแดงที่คอเธออย่างรู้สึกผิด เคทมองตอบด้วยสายตาเห็นใจรู้สึกดีต่อกัน แล้วเธอก็เป็นฝ่ายหันหน้าหนีทำเอาเขาเหวอ

    ด้านเพ็ญสิริรู้สึกแปลกๆที่ต้องนอนร่วมเต็นท์กับวิสุทธิ์ จึงออกมานั่งเฝ้ากองไฟแทน พอเธอโยนกิ่งไม้เข้าไปเกิดสะเก็ดไฟกระเด็นมาถูกแขนร้องโอ๊ย!...วิสุทธิ์โผล่พรวดออกมาจากเต็นท์รีบเอาก้อนหินที่พื้นดินมาประคบ เธอโวยว่าทำอะไรสกปรก

    “ประคบเย็นไง ไม่มีน้ำแข็งก็ต้องเอาความเย็นจากก้อนหินนี่แหละ...ดีขึ้นไหม”

    เพ็ญสิริซึ้งใจเผลอมองเขานิ่ง วิสุทธิ์ถามจ้องหน้าทำไมคิดหาเรื่องแกล้งอะไรอีก ทำให้เธอสะดุ้งหันหน้าหนี เขารุกถามหันหน้าหนีโกหกอะไร เธอปฏิเสธแล้ววิ่งเข้าเต็นท์ วิสุทธิ์แหย่ไหนบอกจะนอนข้างนอก เธออ้างว่าบาดเจ็บต้องนอนข้างใน วิสุทธิ์ตามเข้าไปถกเถียงกันสักพักจนแบ่งเขตได้ วิสุทธิ์อมยิ้มขำที่แกล้งเธอได้...

    ในป่า เคทนั่งครุ่นคิดเรื่อยเปื่อยอยู่ข้างสุริเยนทร์ที่อ่อนเพลียแต่ฝืนตัวเองไม่ยอมหลับสะดุ้งตื่นอยู่บ่อย เคทรีบถามกลัวตัวเองหลับแล้วจะฝันร้ายหรือ เขาย้อนแล้วทำไมเธอไม่นอน เธอตอบว่าเฝ้าเขา เพราะเขาบาดเจ็บอยากให้เขาพัก สุริเยนทร์สวน “แล้วเธอสบายดีหรอ...”

    “ก็ยังไม่ตายแล้วกัน”

    “แล้วอยากตายไหมล่ะ”

    เคทไม่กลัว เสียงเข้มให้เขานอน เขาสะบัดเสียงอย่ามายุ่ง จู่ๆเคทก็พูดลอยๆออกมา “5 ปีก่อน...ฉันเคยเกือบถูกพวกคนชั่ว...ข่มขืน ฉันพยายามทำทุกอย่างให้รอด โชคดีที่พี่นพมาเจอก่อนเลยช่วยฉันไว้ได้ ฉันจำได้ว่าฉันกลัวมาก ฉันผวาตลอดเวลา ไม่มีสักคืนที่นอนหลับ แล้วพี่สุรีย์นี่แหละที่อยู่กับฉันตลอด พี่สุรีย์ทำทุกอย่างให้ฉันผ่านเวลานั้นมาได้”

    สุริเยนทร์ถามจะเล่าทำไม เคทเน้น “ฉันจะบอกให้คุณรู้ว่าทุกคนก็มีบาดแผลในชีวิตทั้งนั้น ไม่ใช่แค่คุณคนเดียว บาดแผลฉันอาจไม่เห็นภายนอกแต่มันก็มี และฉันไม่เคยลืม การล่วงละเมิดทางเพศคือสิ่งเลวร้ายที่สุดที่ไม่ควรมีมนุษย์คนไหนทำต่อกัน มันไม่ใช่พฤติกรรม ของคน”

    “เธอถึงได้ช่วยไอ้วิสุทธิ์สืบหาที่อยู่พ่อฉันใช่ไหม มันให้เงินเธอเท่าไหร่ล่ะ”

    “คุณไม่จำเป็นต้องถ่อยเพื่อกลบเกลื่อนปมด้อยก็ได้” สุริเยนทร์ปัดไม่ใช่ “พี่สุรีย์บอกฉันว่า คนบางคนทำให้เรามีบาดแผลได้ แต่ไม่มีใครทำให้เราไม่มีความสุขได้ นอกจากตัวเราเอง สิ่งเลวๆที่คนพวกนั้นทำไว้กับฉันมันไม่ใช่ของของฉัน ฉันไม่ขอรับมา เพราะชีวิตฉันจะต้องมีความสุข คุณไม่อยากมีความสุขเหรอ” เคทมองสุริเยนทร์อย่างเห็นใจ เอื้อมมือไปวางบนหลังมือเขา “ไม่ว่าคุณจะผ่านเรื่องร้ายอะไรมา ฉันเข้าใจคุณ และมันจะดีขึ้น ถ้าคุณพูดมันออกมา”

    สุริเยนทร์นิ่งอึ้ง เคทปลอบไม่ต้องกลัว ทำให้เขาเหมือนอยากจะพูดแต่พูดไม่ออก สุดท้ายเขาหลับตาลงไม่ยอมเผยอะไร เคทนั่งมองรอให้เขาไว้ใจ...

    รุ่งเช้า เพ็ญสิรินอนยิ้มกึ่งฝันหวานว่าได้กอดพระเอกเกาหลี หอมแผ่นหลังเขาฟอดๆ วิสุทธิ์ซึ่งนอนอยู่หันมองทำหน้าเหนื่อยหน่าย ดับฝันเธอด้วยการบอกให้เลิกหอมก่อนได้ไหม หญิงสาวลืมตามาเห็นหน้าเขาก็ตกใจผละออกโวยทำอะไรตน เขาย้อนถามตนหรือที่ทำ

    “แล้วทำไมต้องมากอดฉัน!”

    “ผมเหรอกอด...”

    “ก็...นั่นแหละ ทำไมต้องมาให้ฉันกอด ไหนบอกว่านายจะนอนตรงนี้ฉันนอนตรงนั้นไม่ใช่เหรอ” วิสุทธิ์ถามตอนนี้เธอนอนตรงไหน “ตรงนี้! เฮ้ย! ทำไม...” เพ็ญสิริตกใจมองตัวเอง

    “ไง...มีอะไรจะแก้ตัวอีก แอบคลานมากอดผมทำไม จะลักหลับผมเหรอ”

    “ทุเรศ! นายนั่นแหละฉวยโอกาสตอนฉันหลับสนิท ดึงฉันมานอนใกล้ๆ จัดฉากว่าฉันกอด แต่จริงๆ แล้วนายลวนลามฉัน ไอ้โรคจิต”

    “เฮ้ย! หยุด ก่อนจะมโนเพ้อเจ้อช่วยดูองค์ประกอบของตัวเองด้วยตรงไหนที่น่าลวนลาม”

    เพ็ญสิริด่าไอ้ปากเน่า วิสุทธิ์ขยับใกล้บอกเน่าไม่เน่ามาลองจูบดู หญิงสาวร้องลั่นอย่ามาทำเป็นละครตบจูบ เขายิ่งยั่วไล่จับเธอมาจะจูบ เธอวิ่งหนีจะออกจากเต็นท์ เขารวบตัวเธอลอยหงายมานอน เสียงสุพลขัดจังหวะ “สนุกกันแต่เช้าเลยนะครับ”

    ทั้งสองสะดุ้งอยู่ในท่ากอดกันหันมอง เห็นสุพล เสือโคร่งและลูกน้อง เสือโคร่งโพล่งถามแบบนี้ใช่ไหมที่ทำให้ผู้หญิงท้อง ตนอยากรู้มานานแล้วว่าทำอย่างไร ตามสบายเลยถือว่าพวกตนเป็นเจ้าที่เจ้าทาง ทั้งสองผละออกจากกันลุกยืนทำหน้าเขินๆ...

    ตรงจุดที่สุริเยนทร์พัก เขาลืมตาตื่นมองเคทซึ่งหลับสนิทซบบ่าเขาอยู่นานจนสว่าง ไม่แม้แต่จะขยับตัวเพราะเกรงเธอจะตื่น จนเธอรู้สึกตัว พอรู้ว่าตัวเองนอนซบไหล่เขาอยู่ก็รีบผละ เขาเยาะไหนบอกจะนั่งเฝ้า เธอยิ้มแหยๆ สารภาพไม่รู้ตัว “ตัวเองไม่ไหวยังจะอวดเก่ง อีก...ลุก”

    สุริเยนทร์เดินนำ เคทวิ่งตามถามตนหลับไปนานไหม เขาตอบว่านานซบอยู่นาน เธอท้วงทำไมเขาไม่ปลุกไม่หนักหรือ เขาหันมาโวยจะโทษว่าเป็นความผิดตนหรือ เคทปฏิเสธ แค่ไม่คิดว่าเขาจะมีน้ำใจ เขาปัดไม่ได้มีน้ำใจ เคทอมยิ้มรู้ว่าเขาไม่ยอมรับว่าตัวเองอ่อนโยนเป็น สุริเยนทร์เดินหนี พลันได้ยินเสียง
    ม้าอรุณรุ่ง เขารีบเดินไปทิศทางนั้น

    สุริเยนทร์เข้าไปลูบคออรุณรุ่ง เคทแปลกใจทำไมมันถึงมาอยู่ตรงนี้ตลอด เขาบอกว่าทุกครั้งที่มันแหกคอก มันจะมาตรงนี้ ทันใดมีเสียงคนเดินมา สุริเยนทร์ระวังตัวทันทีดึงเคทถอยหาที่หลบ เสือโคร่งโผล่พรวดเข้ามาร้องเรียกด้วยความดีใจ “นายภู! คุณพี่คนสวย!”

    สุพลกับลูกน้องตามมา บอกคิดไม่ผิดจริงๆว่านายต้องอยู่ตรงนี้ วิสุทธิ์กับเพ็ญสิริตามมาถึง สองสาวโผกอดกันดีใจ วิสุทธิ์ถามอย่างห่วงใยว่าไม่มีใครทำร้ายใช่ไหม สุริเยนทร์มองอย่างไม่ค่อยพอใจ สุพลแกล้งแหย่ “มองอะไรครับนาย...”

    แต่สุริเยนทร์ยังมองนิ่ง เพ็ญสิริเองก็มองวิสุทธิ์ที่ดูจะห่วงใยเคทออกหน้าออกตามาก

    ooooooo

    เดชาเข้ามาหาแขไขในห้องนอน พยายามตะล่อมให้เชื่อฟัง แต่แขไขไม่เข้าใจทำไมพ่อถึงให้ท้ายคฑาวุธในเรื่องที่ผิด เดชาอธิบาย

    “ลูกก็รู้ว่าการเมืองบ้านเรามันแรง แล้วพี่ชายลูกก็อารมณ์ร้อน เชื่อคนง่ายมาก มันไปถูกพวกคู่แข่งปั่นหัวมา พวกมันอยากให้คฑาวุธกับภูแตกคอกัน เพราะมันรู้ว่าถ้าภูไม่สนับสนุนคฑาวุธ พวกมันก็มีหวัง เข้าใจไหม”

    แขไขเถียงว่าพี่ไม่ได้อายุสี่ขวบ ใครจะได้ปั่นหัวง่าย ตนว่าเป็นข้ออ้าง สุริเยนทร์ช่วยเขาทุกอย่าง แล้วนี่คือสิ่งที่ควรได้รับตอบแทนหรือ ตนจะบอกเขา เดชาเสียงเข้ม อยากให้เรามองหน้ากันไม่ติดหรือ แขไขชะงัก เดชาสาธยาย ถ้าสุริเยนทร์รู้เรื่องก็จะไม่ไว้ใจพวกเราอีก

    “แขไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพี่คฑาวุธซะหน่อย”

    “ถึงลูกกับพ่อจะไม่เกี่ยว แต่เราจะเข้าหน้าภูได้เหรอ ทุกอย่างมันไม่มีวันเหมือนเดิมแน่...ถ้าเป็นอย่างนั้นพ่อก็นึกไม่ออกว่า ลูกกับภูจะรักกันได้ยังไง”

    แขไขอึ้ง เดชาขอให้ทำตัวปกติ ตนจะจัดการคฑาวุธไม่ให้ทำเรื่องโง่ๆอีก ย้ำจะไม่ยอมให้ครอบครัวเราหมางใจกับสุริเยนทร์ แขไขแพ้เหตุผลของพ่อเดชาแอบแววตากร้าวขึ้น...เดชากลับลงมาจะออกไปข้างนอก คฑาวุธจะตามอ้างต้องไปทำงานตามหน้าที่ ประชาชนรออยู่ ลูกน้องเข้าขวาง เดชาตวาดไม่ต้องมองหาลูกน้องตัวเองเพราะตนไล่ออกไปหมดแล้ว

    “หา...พ่อมีสิทธิ์อะไร”

    “แกไม่โดดเดี่ยวหรอกน่ะ คนของฉันก็ยังมี แต่ตอนนี้ฉันอยากให้แกอยู่เงียบๆไว้ อย่าไปก่อเรื่องเพิ่มให้ไอ้ภูมันสงสัยอีก เข้าใจไหม” คฑาวุธหาว่าจะหลอกใช้อะไรตนอีก เดชาตวาด “ถ้าแกอยากจะเป็นหนึ่งเดียวในภูทับดาว แกต้องเชื่อฟังคำสั่งฉัน ฉันจะทำให้แกสมหวังเอง”

    คฑาวุธหัวเราะ “คนที่ต้องอยู่เงียบๆคือพ่อ ไอ้ภูมันรู้แล้วว่ามีขบวนการลักลอบตัดไม้อยู่ ตอนนี้มันอาจประสานกับตำรวจหาตัวการใหญ่แล้วก็ได้...นี่ยังไม่รู้ ตัวอีกเหรอ อย่าไปก่อเรื่องเพิ่มให้ไอ้ภูมันสงสัยอีก เข้าใจไหม” คฑาวุธเอาคำพ่อมาย้อนแล้วเดินออกไป

    เดชาหงุดหงิดที่ลูกไม่เชื่อฟังสั่งลูกน้องตามไปดูไว้...ขณะเดียวกัน สุริเยนทร์ให้ลูกน้องออกไปดูบริเวณที่มีคนร้ายตัดไม้เถื่อน ลูกน้องโทร.กลับมาบอกว่า ไม่มีใครเหลืออยู่เลย มีเพียงเสื้อยืดที่มีโลโก้ไร่ภูทับดาว สุริเยนทร์แค้นใจต้องมีคนสร้างฉากโบ้ยความผิดให้ไร่ภูทับดาว สั่งให้ตามเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาตรวจดูให้ละเอียด สุพลหวั่นใจจะเป็นคนเดียวกับที่ส่งดำเกิงมา

    “อาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ แต่ที่แน่ๆพวกมัน

    จะต้องได้ประโยชน์จากการตายของฉัน อาจจะเป็นใครที่คุ้นหน้าตากันอยู่ก็ได้ ฝากไปบอกจ่ายักษ์ให้จัดการเรื่องนี้ ฉันต้องรู้ให้ได้ว่ามันคือใคร” สุริเยนทร์มองออกไปยังเคทที่อยู่ในวงล้อมความห่วงใยของเพ็ญสิริ วิสุทธิ์ และน้องพีท

    สุพลถามกำลังสงสัยใครอยู่หรือเปล่า สุริเยนทร์นิ่ง สุพลมองตามแล้วเปรยว่าเคทปลอดภัยดี เขาหันมาตาขวางถาม...ใครถาม สุพลรู้ว่าเขาเป็นห่วงเคท ยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยออกไป

    เพ็ญสิริเห็นรอยแดงที่คอเคทถามโดนใครทำร้าย ลออโพล่งขึ้นว่าสุริเยนทร์ทำร้ายเธออีกหรือ เพ็ญสิริสำรวจร่างกายเจอแผลที่ข้อมือ ข้อเท้าเคทก็โกรธ ถามย้ำใช่สุริเยนทร์ทำไหม น้องพีททำท่ากางแขนกางขาว่าเคทโดนมัดแบบนี้ วิสุทธิ์ฟังแล้วโกรธมาก สบถว่า...ไอ้ชั่ว

    เสือโคร่งเห็นสุริเยนทร์เดินมารีบบอกให้ทุกคนรู้ตัว วิสุทธิ์ของขึ้นพุ่งเข้าจะเอาเรื่อง เคทขวางปรามอย่ามีเรื่องกัน วิสุทธิ์โวย “ดูสิ่งที่มันทำกับคุณ จะให้ผมอยู่เฉยเหรอ ผมทำไม่ได้”

    สุริเยนทร์มาถึงไล่คนไม่เกี่ยวข้องออกจากไร่ วิสุทธิ์ฮึ่มๆ เคทขอร้องอีกครั้ง เขาจึงจูงมือเธอให้กลับไปด้วยกัน ลูกน้องสุริเยนทร์เข้าขวาง สุริเยนทร์เสียงกร้าวจะพาคนของตนไปไหน

    “ทานตะวันจะไม่อยู่ให้แกทรมานอีกแล้ว เขาจะไปอยู่กับฉัน” วิสุทธิ์โต้

    “ได้ เอาตัวไปเลย แต่น้องพีทต้องอยู่”

    เคทปลดมือวิสุทธิ์ออก “ขอบคุณที่คุณเป็นห่วงนะคะ แต่ฉันทิ้งน้องพีทไม่ได้ ฉันจะอยู่ที่นี่ค่ะ...ไม่ต้องห่วง ฉันอยู่ได้”

    สุริเยนทร์ยิ้มเยาะไล่ให้กลับไป วิสุทธิ์ขู่ถ้าทำร้ายเคทอีก ตนเอาตายแน่ เพ็ญสิริสุดทนเข้ามาดึงวิสุทธิ์กลับ และบอกเคทให้ดูแลตัวเองด้วย...สุริเยนทร์หันมามองเคทตาขุ่น ประชดว่าช่างเสน่ห์แรงจริง ก่อนจะเดินออกไป เคทมองตามอย่างหมั่นไส้ท่าทีเขา

    เพ็ญสิริต่อว่าวิสุทธิ์ขู่ฟ่อๆเป็นลูกแมวอยู่ได้ ขู่ไปก็ไม่เห็นทำอะไรเขาได้สักที ไม่ตลกตัวเองบ้างหรือ วิสุทธิ์อ้างถ้าเคทไม่ห้าม สุริเยนทร์เละไปแล้ว เพ็ญสิริถากถาง “ยัง...ยังไม่หยุด ตัวเท่ามดจะเอาอะไรไปสู้หมีป่า อย่างนายภู ไปๆกลับไร่ไปกินนมนอนเถอะไป”

    “นี่! ไม่ช่วยกันแล้วยังมาดูถูกอีกเหรอ เออ...ผมไม่ใช่พวกชอบใช้ความรุนแรง แต่ผมก็มีวิธีในแบบของผมแล้วกัน” เพ็ญสิริหันมาถามวิธีไหน เขาบอกยังนึกไม่ออก

    “ดูหน้านะ...อย่างนี้เรียกว่า เบ้ปากอย่างแรง!” เพ็ญสิริเบ้ปากใส่

    วิสุทธิ์จับหน้าเธอจ้อง “ดูหน้าผม อย่างนี้เรียกว่า... มั่นใจมาก”

    เพ็ญสิริกลอกตาขึ้นบน บอกเพลีย วิสุทธิ์ไม่ยอมบอกเคยได้ยินไหมว่าความรักชนะทุกสิ่ง ความรักของผมก็เหมือนกันจะต้องชนะใจเคท ชนะทุกอย่าง...คอยดู หญิงสาวบอกจะรอดู พลันมีข้อความส่งเข้ามา เธอกดอ่านแล้วร้องกรี๊ด... เขาถามใครเหยียบหาง เธอสวนแล้วอ่าน

    “ไม่ใช่หมา...ป๊าม้ากลับบ้านก่อนนะ ไม่อยากอยู่เป็น กขค.ความสุขของลื้อสองคน รีบๆท้องนะแล้วบอกป๊าม้าจะมาเยี่ยม รักลูกมาก”

    วิสุทธิ์ดีใจโผกอดเธอกระโดดโลดเต้น พอรู้ตัวก็ผละออกจากกัน ทำหน้าเก้อๆ...

    สุพลเดินอยู่ เคทปรี่เข้ามาขอคุยด้วย เขาติงเธอน่าจะพักผ่อน เธอไม่สนถามว่าเจ้านายเขาเคยถูกใครทำร้าย ทำไมถึงมีแผลเป็นเต็มหลัง ตนเห็นแล้วไม่ต้องปฏิเสธ สุพลย้อนทำไมไม่ถามเจ้านายเอง เคทสวนทำเป็นไม่รู้จักเจ้านายตัวเอง ถ้าเขาบอกตนจะมาถามหรือ

    “ถ้าคุณอยากให้ฉันกับน้องพีทอยู่ที่นี่ได้ ถ้าคุณอยากให้เจ้านายคุณมีความสุข ก็บอกมา”

    สุพลอึกอักแล้วขยับหนีให้เธอตามมา เพราะคุยตรงนั้นไม่ได้...สุพลถามเคทเคยได้ยินชื่อโสภาไหม เธอพยักหน้าบอกเป็นแม่เลี้ยงสุริเยนทร์ ที่เป็นแฟนเก่าพ่อของวิสุทธิ์ แต่อาทิตย์แย่งไปด้วยวิธีป่าเถื่อน สุพลรับว่าจริง แล้วโสภาก็เอาความเกลียดชังมาลงที่เด็กชายภู ตอนนั้นยังไม่ถึงสิบขวบ เคทตกใจที่แผลทั้งหมดเกิดจากแม่เลี้ยง สุพลย้ำว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ใช่ เคทน้ำตาคลอสงสารว่าตอนนั้นสุริเยนทร์จะเจ็บปวดทรมานขนาดไหน

    “ผมถึงได้บอกให้คุณสงสารนายภูเถอะครับ ตอนนี้สิ่งเดียวที่นายภูเหลืออยู่คือน้องพีท ถึงเขาจะปากดีปากแข็งแต่ผมรู้ว่าเขาต้องการน้องพีทมาก ช่วยนายภูด้วยเถอะครับคุณทานตะวัน”

    เคทรู้สึกช็อกสับสน มานั่งหน้าสุสานสุรีย์บอกกล่าวว่า ที่สุรีย์ให้น้องพีทมาอยู่กับน้องชาย เพราะแบบนี้ ใช่ไหม เพราะรู้ว่าเขาไม่มีใครอีกแล้ว เธออยากให้น้องพีทอยู่ที่นี่ใช่ไหม...

    คืนนั้น เคทคิดสรตะแล้วลุกออกไปหาสุริเยนทร์ เขากำลังเล่นเปียโนระบายอารมณ์อยู่ พอเห็นสายตาเคทก็หยุดบอกไม่ต้องมาสงสารตน เธอสวนไม่ได้สงสารเขาแต่สงสารน้องพีท สงสารสุรีย์ นพสิทธิ์ ลออและทุกคนที่ต้องมาซวยเพราะอะไรไม่รู้ “ฉันยอมคุณแล้ว ที่เหลือก็แล้วแต่คุณว่าจะเอาแต่เก๊กเครียดไปวันๆหรือจะทำตัวให้น้องพีทรัก จ้องทำไมตอบมาสิว่าเอาไง..เงียบ ฉันถือว่าตกลง พรุ่งนี้เช้าเจอกัน”

    สุริเยนทร์เหวอที่เธอมาแนวชัดเจนรีบบอกว่าไม่ได้ตกลง เคทถามแล้วจะไม่ทำใช่ไหม เขาพูดไม่ออก เธอจึงสรุปเองว่า พรุ่งนี้ให้เขายิ้มเยอะเข้าไว้ ว่าแล้วก็กลับห้องไป สุริเยนทร์ยังงง

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ เดชาพาคฑาวุธนั่งรถออกมาจากบ้าน เขานั่งหน้างอไม่เต็มใจ แต่พอเดชาบอกว่ามีคนที่อยากให้เจอ คฑาวุธประชดจะให้ไปกราบเลียเท้าใครอีก หน้าที่ตนที่พ่อให้ทำมีแค่นี้จนลิ้นตนสากหมดแล้ว เดชาเอ็ด ไม่ต้องมากวนประสาท แล้วจะรู้ว่าที่ตนทำทุกอย่างเพื่อเขา

    รถแล่นเข้ามาจอดใกล้ศาลาริมทางค่อนข้างเปลี่ยว คฑาวุธกวนอีกถามจะแวะเยี่ยวหรือ พลันมีชายคนหนึ่งนอนหลับเอาหมวกปิดหน้าอยู่ที่ศาลา เขาสะดุ้งตื่นคว้าเป้เดินมาที่รถ คฑาวุธถามว่าใคร เดชากดเลื่อนกระจกลง ชายคนนั้นเปิดหมวกเผยให้เห็นว่าคือนพสิทธิ์ยกมือไหว้...

    ในขณะที่วิสุทธิ์สั่งคนงานในไร่ปลายฟ้าจัดสถานที่ เพ็ญสิริแปลกใจจะมีงานอะไร เขาบอกว่าจะช่วย เคทก็ทำจริงๆ เพ็ญสิริยิ่งงง วิสุทธิ์โบ้ยงานให้เธอช่วยทำดื้อๆ... พอดีเหน่งนักสืบ เอาแหวนมาให้บอกให้ดูด้านในแหวนมีชื่ออาทิตย์สลักอยู่ ได้มาจากร้านขายของเก่าที่สุราษฯ และว่าคนที่ขายไม่ใช่อาทิตย์ แต่เป็นชาวบ้าน เจอตัวแล้วจะพาไปพบ วิสุทธิ์ทึ่งมีความหวังขึ้นมา

    ที่ไร่ภูทับดาวมีการเปลี่ยนแปลงการแต่งกายของคนงาน ป้าอุ่น จ้อน ผิวและพิณ ต้องแต่งตัวแนวคาวบอยน่ารักๆ แต่ทุกคนไม่ชอบมันดูหน่อมแน้ม เสือโคร่งรู้สึกอึดอัดกางเกงมันรัดมาก ก้าวขาไม่ออก ทำไมเจ้านายสั่งให้แต่งตัวแบบนี้ สุริเยนทร์ปฏิเสธไม่ได้สั่ง พอรู้ว่าเป็นเคทก็ไปเอาเรื่องอ้างคำสั่งตนได้อย่างไร เธอสวน “ตั้งแต่วันนี้ไปฉันจะไม่ทำงานในไร่แล้ว เพราะฉันจะต้องทำให้น้องพีทอยู่ที่นี่ให้ได้อย่างเร็วที่สุด” สุริเยนทร์จะแทรก เคทสวนอีก “คุณนั่นแหละอนุญาตให้ฉันเปลี่ยนการแต่งตัวของคนงานในบ้านพักคุณ”

    “ฉันไปอนุญาตตอนไหน”

    “ตอนนี้ไง น้องพีทชอบหุ่นยนต์ ชอบม้า ชุดแบบนี้น้องพีทชอบแน่นอน อยากให้น้องพีทอยู่ที่นี่ได้ไหมล่ะ หรือคุณจะไม่อนุญาต” เคทยืนยันต้องการให้ทุกคนทำตัวเป็นมิตรกับน้องพีท

    สุริเยนทร์ว่าทำเป็นเรื่องใหญ่ เธอบอกเท่าที่เห็นน้องพีทมายังไม่คิดว่าเรื่องใหญ่อีกหรือ เขาควรเตรียมตัวไว้ให้ดี เขาหาว่าเธอเอาน้องพีทมาอ้างเพื่อเล่นงานเขา เคทยักไหล่จะคิดอย่างไรก็ช่าง ช่วยได้แค่นี้ ถ้าอยากจะให้น้องพีทรักก็ลองทำดู สุริเยนทร์บ่นทำอย่างที่เธอต้องการมากกว่า เคทถอนใจรู้ไหมว่าปัญหาของเขาคือไม่ไว้ใจใคร ตนรู้ว่าเขาเจออะไรมา แต่เขาต้องหัดไว้ใจคนอื่นบ้างถ้าอยากมีคนรัก เลิกผลักไสคนที่คิดหวังดี สุริเยนทร์ฟอร์มจัดจะเดินหนี สุพลเข้ามาขวางท้าแค่เอาชนะใจเด็กทำไมเจ้าพ่อภูทับดาวจะทำไม่ได้จริงไหม

    “เออจะให้ทำอะไรก็ว่ามา จะแค่ไหนกันเชียว”

    เคทส่งหมวกเป็นหูหมี บอกให้ทำแค่นี้ สุริเยนทร์มองเหวอๆ...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 21:45 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์