นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แรงตะวัน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    วิสุทธิ์กับเพ็ญสิริเข้ามาในโกดังเก็บพืชผล งัดฝาลังใบหนึ่งออกเห็นอาวุธที่ดำเกิงซ่อนไว้ ก็ชักมั่นใจว่าเขาคือมือปืนที่ลอบยิงสุริเยนทร์...ทั้งสองจะบุกเข้าไปบอกเคทในบ้าน

    ดำเกิงเดินมาที่รถ สุริเยนทร์ให้เขาไปนั่งที่รถตน เพราะเห็นว่าบาดเจ็บ ดำเกิงตาวาวที่จะได้มีโอกาส... ระหว่างนั่งในรถ ดำเกิงเหลือบมองสุริเยนทร์เป็นระยะ มือจับปืนที่เอว สุริเยนทร์ถามขึ้นว่าแผลหายดีหรือยัง เขาตอบว่าดีขึ้นแล้ว สุริเยนทร์ขอบใจที่ช่วยจับจ้อนไว้ได้

    “ไม่อยากเชื่อเลยว่าที่ฉันอุปการะมันมาตั้งแต่เด็ก ให้โอกาสมันมีชีวิตใหม่ มันจะทำกับฉันยังงี้ได้ แกว่าฉันควรจะทำยังไงกับมันดี...ควรฆ่ามันไหม”

    ดำเกิงรีบตอบว่าควร คนที่กล้าทรยศผู้มีพระคุณ ไม่มีค่าพอจะได้อยู่ต่อไป สุริเยนทร์ตากร้าว คนขับรถเอ่ยขึ้นว่าทางข้างหน้าซ่อมอยู่ ไฟถนนใช้ไม่ได้ค่อนข้างมืด และเปลี่ยว ให้ระวังตัวอาจมีคนร้ายซุ่มอยู่ ดำเกิงยิ้มมุมปาก ที่มีโอกาสจะจัดการแล้ว

    รถแล่นเข้ามาตามถนนเปลี่ยวและมืด ดำเกิงหันมองรถบอดี้การ์ดที่ตามอยู่ระยะห่าง ก็เปรยว่า ตนไม่ชอบ ความมืดเลย รู้สึกไม่ปลอดภัยนายเป็นบ้างไหม ว่าแล้ว ก็ชักปืนออกมาช่วงมืดสุด สุริเยนทร์เอ่ยขึ้น “แกรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงต้องไปหาไอ้จ้อนทันที ไม่รอจนเช้า”

    “เรื่องบางเรื่องมันไม่มีเวลาเหลือให้เราใจเย็นได้อีกแม้แต่วินาทีเดียว...” ดำเกิงตอบ

    “เพราะหมอที่ดูแลไอ้จ้อนโทร.มาบอกฉันว่าไอ้จ้อนฟื้นแล้ว และมันบอกว่าแกคือมือปืนที่ลอบยิงฉัน! จริงรึเปล่าดำเกิง” สุริเยนทร์ตาคมกริบจ้องมองดำเกิงผ่านความมืด

    ดำเกิงเก็บปืนปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำ หาว่าจ้อนใส่ร้าย สุริเยนทร์ถามเขาอยู่กับตนมากี่ปี ดำเกิงตอบว่าเกือบ 3 ปี สุริเยนทร์นึกย้อนไปถึงวันที่เจอดำเกิงโดนทำร้ายมา ตนช่วยไว้ ถ้าเขาหักหลังตน ตนคงเสียใจ ดำเกิงย้ำว่าจะซื่อสัตย์ ไม่เคยคิดทรยศ สุริเยนทร์เข่นเขี้ยว

    “แกคงรู้ว่าฉันไม่ใช่คนโง่...เพิ่มแอร์หน่อยสิ รู้ตัวหรือเปล่าว่าแกเหงื่อออก” สุริเยนทร์สั่งคนขับรถแล้วหันมาจ้องดำเกิง “จริงๆแล้วไอ้จ้อนมันยังไม่ได้พูดถึงแกสักคำ”

    ดำเกิงผงะตัวสั่นชักปืนแต่ช้ากว่า สุริเยนทร์คว้ามือเขาและบีบปากถาม ทำอย่างนี้ทำไม ดำเกิงจนมุมถีบสุริเยนทร์สุดแรงแล้วโดดลงรถกลิ้งฝุ่นตลบ รถบอดี้การ์ด ตามหลังมาเปิดไฟสูงสาด ก่อนจะชนดำเกิงกลิ้งไปอีกทาง สุริเยนทร์ลงจากรถมากระชากตัวกดลงพื้นเข่นเขี้ยว

    “แกไม่ใช่คนซื่อๆโง่ๆอย่างที่แกแสดงออก แกมัน มืออาชีพ ใครส่งแกมา!”

    ดำเกิงแก้ตัวว่าไม่มีทางเลือก จะฆ่าก็ฆ่าเลย จ่ายักษ์และบอดี้การ์ดรุมล้อม สุริเยนทร์เค้นถามใครส่งเขามา...ระหว่างนั้นเคทขับรถไร่ภูทับดาวมาพร้อมวิสุทธิ์และเพ็ญสิริ เธอขับเร็วมากจนทั้งสองกลัว เพ็ญสิริหาเรื่องชวนคุยบอกรู้หรือยังว่าพี่สาวแขไขคือรุจิราไอดอลของเธอ เคทกลับผิดหวังเหยียบคันเร่งเร็วขึ้นและกดแตรระบายอารมณ์ วิสุทธิ์ตำหนิเพ็ญสิริจะพูดทำไม

    รถเคทพุ่งฝ่าความมืดเข้ามา จ่ายักษ์กับบอดี้การ์ดตกใจขยับระวังตัว ทำให้ดำเกิงฉวยโอกาสสลัดตัวออกวิ่งหนีเข้าป่าข้างทาง สุริเยนทร์โกรธหาว่าเคทช่วยดำเกิง เคทงงตนอุตส่าห์จะมาเตือนว่าดำเกิงเป็นมือปืนที่ยิงเขา สุริเยนทร์สวน

    “เตือนงั้นเหรอ เธอทำมันหนีไปแล้วรู้หรือเปล่า เธอต้องรับผิดชอบ!”

    วิสุทธิ์ติงโทษเคทไม่ได้ ต้องโทษคนของเขาที่จับไว้ไม่อยู่ สุริเยนทร์มองตาขวางไม่พอใจที่วิสุทธิ์กับเพ็ญสิรินั่งรถของไร่ภูทับดาวมา เพ็ญสิริรีบบอกว่าพวกตนมาบอกเคทว่าดำเกิงเป็นมือปืน วิสุทธิ์เสริมว่าเคทมีมนุษยธรรมมาเตือน เขาต้องขอบคุณด้วยซ้ำ สุริเยนทร์ ไม่เชื่อหาว่าดำเกิงเป็นคนที่วิสุทธิ์ส่งมา เคทตบหน้าตวาดอย่าพาลคนอื่นได้ไหม สุริเยนทร์โกรธคว้าตัวเคท

    “ปกป้องมันเหรอ! เธอปกป้องมันเหรอ ทานตะวัน!” วิสุทธิ์โวยอย่าทำอะไร สุริเยนทร์จึงดึงเคทมากอด “ทำไมจะทำไม่ได้ ทานตะวันถูกขายให้กับฉันก็เป็นของของฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้”

    วิสุทธิ์ด่าสุริเยนทร์เลว ทำให้เขาเดาได้ว่าวิสุทธิ์รักเคท จึงหัวเราะเยาะ “หึๆ เธอนี่ไม่เคยว่างเลยจริงๆ มาแค่สองสามวันได้เหยื่อใหม่แล้ว ดี...ฉันจะช่วยพิสูจน์รักแท้ให้เธอเอง”

    วิสุทธิ์เห็นสุริเยนทร์ยื่นหน้าไปคลอเคลียข้างแก้มเคท ตวาดเสียงลั่นจะทำอะไร เขายิ่งทำท่ากวนดึงเคทกลับไปขึ้นรถ บอดี้การ์ดไปขับรถของไร่กลับ วิสุทธิ์เจ็บใจที่ช่วยเคทไม่ได้

    ooooooo

    รถมาจอดหน้าบ้าน เคทรีบลงเดินจ้ำจะเข้าบ้าน สุริเยนทร์ตามมาดักหน้าถามจะไม่รอกันบ้างหรือ เธอจึงด่าว่าเขาเป็นคนหรือตัวอะไร ไม่มีมารยาท ไม่มีวัฒนธรรม ป่าเถื่อนยิ่งกว่าสัตว์ เขายิ่งกวนกระชากเธอเข้ามาจะจูบ เคทสะบัดหน้าหนี เขาถากถาง

    “พอรู้ว่าไม่ได้เงินของสุรีย์แน่ เธอก็ได้เหยื่อใหม่ทันที รวดเร็วสมกับเป็นมืออาชีพมาก แล้วไง เกาะไอ้วิสุทธิ์ได้แล้วก็วางแผนจะทิ้งหลานทันทีใช่ไหม”
    เคทสวนไม่มีวันทิ้งหลานไว้กับคนอย่างเขาแน่ สุริเยนทร์เยาะต่อให้คิดทิ้งก็ไม่มีวัน เธอคือทรัพย์สินของตน ถ้าตนไม่อนุญาตเธอก็ไปเป็นของใครไม่ได้ ยิ่งเห็นวิสุทธิ์อยากได้ตนยิ่งหวง

    “คุณนี่มันโรคจิต...”

    “ไม่คิดจะจับฉันบ้างเหรอ ฉันรวยกว่าไอ้วิสุทธิ์อีกนะ”

    เคทตอกกลับว่าไม่ได้ตัดสินคนที่เงิน ตนตัดสินที่ความเป็นคน สุริเยนทร์ก้าวย่างเข้าหายั่วอยากรู้ไหมว่าวิสุทธิ์ตัดสินเธอที่อะไร ตนจะพิสูจน์ให้ แล้วเขาก็ทำท่าโถมเข้าลวนลาม เคทมือไวตบหน้าเพียะ...เขาทำหน้าสะใจหื่นจะปล้ำเคท เธอถอยกรูด เขาก้าวตามคำราม “หนีให้รอดนะ เพราะคืนนี้ฉันจะเป็นยิ่งกว่าสัตว์ จับเธอได้ตรงไหนฉันจะปล้ำเธอตรงนั้น”

    เคทผวาหาทางหนี สุริเยนทร์ยิ่งสนุกแกล้งไล่ล่า เคทวิ่งหนีออกมาทางชายหาด เขาเยาะช่างเลือกสถานที่ได้ดีมาก เคทคว้าท่อนเหล็กได้จะหวดแต่เขาจับไว้ทันกระชากเหวี่ยงทิ้ง รวบตัวเคทล้มลง หญิงสาวดิ้นกลัวตวาดลั่น “เพราะอย่างนี้ใช่ไหม คุณขิมถึงทิ้งคุณ!”

    สุริเยนทร์เหมือนโดนแทงใจดำ ถามเธอพูดอะไร เคทย้ำ เข้าใจความรู้สึกรุจิราดี ใครจะทนอยู่กับสัตว์ป่าที่ใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณอย่างเขาได้ ความรักมันละเอียดอ่อนเกินกว่าสัตว์อย่างเขาจะเข้าใจ สิ่งเดียวที่เขารู้จักคือการคุกคามให้หวาดกลัว...สุริเยนทร์โกรธตัวสั่นตวาดไม่รู้อะไรอย่าพูด เคทกลัวน้ำตาไหลแต่ยังเผชิญหน้า ท้าจะทำอะไรก็ทำเลย เพราะตนกลัวจนจะถึงขีดสุดแล้ว ต่อไปมันจะกลายเป็นความกล้า แล้วเมื่อนั้นตนจะพาน้องพีทหนีไปจากเขา

    “ถ้าเธอกล้าทำ ฉันก็จะฆ่าพี่ชายเธอให้ตายตามสุรีย์ไป”

    เคทกัดฟันเถียงไม่ต้องเอาพี่ชายตนมาขู่ ตนรู้ว่าเขาเป็นคนไม่มีเหตุผล ถึงอย่างไรก็คงฆ่าพี่ชายตนอยู่ดี ท้าอยากจะทำอะไรก็ทำเลย แล้วตนจะพาน้องพีทไปจากเขาเหมือนที่ทุกคนทิ้งเขา

    “คุณไม่สมเพชชีวิตตัวเองบ้างหรือ พี่สาว แม่ พ่อ แฟนเก่า ทุกคนที่คุณรักทิ้งคุณไปหมด อยู่ที่นี่ก็มีแต่คนคิดอยากจะฆ่าให้ตาย บริวารที่ห้อมล้อมคุณอยู่ แน่ใจเหรอว่าพวกเขารักคุณจริงๆ หึ...พวกเขาก็แค่ถูกทำให้กลัวจนต้องเสแสร้งเพื่อเอาตัวรอด จริงๆแล้วทุกคนเกลียดคุณ อยากให้คุณตาย อยากอยู่ให้ห่างจากคุณ ไม่มีใครในโลกนี้ที่รักคุณจริง ไม่มีสักคน!” เคทย้ำว่าพูดจริง

    สุริเยนทร์เจ็บปวด สับสน รู้สึกต่ำต้อย รังเกียจตัวเอง ไล่เคทให้ไปพ้นหน้า เคทตะลีตะลานวิ่งกลับเข้าบ้าน สุริเยนทร์ทรุดลงจมกับความสับสนว้าเหว่ที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียว...เคทเข้าห้องปิดปากร้องไห้ เกรงน้องพีทตื่นแต่ลออตื่นขึ้นมาตกใจกอดปลอบ เคทร้องไห้บอกตนกลัว...

    ooooooo

    วันต่อมาเอกณัติแต่งตัวเนี้ยบมาดักรอรุจิราให้เห็นว่าตนมีความเป็นแฟชั่นเหมือนกัน เธอมองเขาหัวจดเท้า ส่ายหน้าลองภูมิ “ฉันจะให้โอกาสผมอีกครั้ง เข้าไปร้านนี้แล้วเลือกมาสักชุดที่คิดว่าเหมาะกับฉันที่สุด ฉันให้เวลาหนึ่งนาที” รุจิราเรียกเอกณัติว่าผมตามที่เขาเรียกแทนตัวเอง

    พอเอกณัติเข้าไปในร้าน รุจิราหันไปอีกทางเห็นวินแฟนหนุ่มควงเด็กสาวเดินคลอเคลียก็เดินไปขวางหน้า ชูมือให้เด็กสาวดู ถาม “ดูขนาดมือพี่แล้วตอบมา น้องเป็นอะไรกับแฟนพี่”

    วินปราม รุจิราตบหน้าเขาฉาดทันที ถามนี่คืออะไร วินเสียงกร้าวว่าคือเลิกกัน ตนไปสืบประวัติคนที่มาชกตนวันก่อนแล้ว รู้ว่าเป็นเจ้าพ่อภูทับดาว วันดีคืนดีเขาอาจจะมาฆ่าตน ตนไม่โง่เอาชีวิตไปเสี่ยง อย่ามายุ่งกับตนอีก รุจิราอึ้งพูดไม่ออก เด็กสาวแทรก

    “อ้อ หนูดูขนาดมือพี่แล้ว ขอตอบว่าเราเป็นแฟนกันค่ะ”

    รุจิราปรี๊ดกระชากวินโวยจะทิ้งกันง่ายๆอย่างนี้ได้อย่างไร เขาสะบัดเธอเซ เอกณัติเข้ามาประคองต่อว่าวินทำไมทำกับผู้หญิงแบบนี้ วินท้าจะทำไมแล้วกอดแฟนใหม่เดินออกไป รุจิราแค้นบอกเอกณัติ “อยากได้งานทำใช่ไหม ฉันมีงานให้ทำ...”

    ตรงลานหน้าห้าง เอกณัติตามวินออกมาเรียกให้เขาหันมาแล้วบอกว่ารุจิรามีของฝากชิ้นสุดท้ายให้เขา วินถามว่าอะไร เอกณัติชกเปรี้ยงก่อนจะสาธยาย “จะเลิกกับหญิงช่วยมีเหตุผลที่มันแมนๆหน่อยดิวะ...ทัศนคติไม่ตรงกัน เหตุผลโง่ๆอะไรก็ได้ แต่ไม่ใช่กลัวแฟนเก่า ตอนมาจีบอะไรก็ไม่กลัว พร้อมจะปกป้องด้วยชีวิต แล้วนี่คืออะไร ไหนคือปกป้องด้วยชีวิต!”

    เพื่อนวินสองคนเข้ามาช่วย แต่ก็โดนเอกณัติจับทุ่มลงพื้นหมดสภาพทั้งคู่ วินกระโจนเข้าใส่ก็ถูกจับกดลงพื้นร้องลั่น เอกณัติให้ขอร้องรุจิราเอาเอง วินตะโกนลั่น “ขิม...ผมขอโทษ...”

    รุจิราเข้ามาประจันหน้าเด็กสาว ชูมือให้ดูแล้วตบฉาด ถามน้ำหนักมือกับขนาดซึ้งไหม ก่อนจะคว้าแขนเอกณัติเชิดหน้าออกไปอย่างสะใจ...มาถึงหน้าร้านเสื้อตัวเอง รุจิราก็หยุดยืนตั้งสติ เอกณัติถามไหวไหม เธอย้อนถามตนดูไม่ไหวเหรอ ว่าแล้วก็หยิบลิปสติกมาทาปาก ถามดูดีหรือยัง เขาส่ายหน้าปลอบอย่าคิดมาก แค่เลิกกับแฟนเดี๋ยวก็ชิน เธอสวน

    “คิดว่าฉันยังไม่ชินเหรอ โคตรชินเลยจะบอกให้ กี่คนๆก็เลิกกับฉันเพราะกลัว...ช่างเถอะ”

    เอกณัติเลียบเคียงถามว่าแฟนเก่าเธอเป็นใคร ทำไมแฟนใหม่ที่เก่าแล้วทุกคนต้องกลัว เห็นเธอนิ่งก็ทำเป็นบอกว่าตนไม่ใช่เพื่อนไม่ใช่คนรู้จัก อยากระบายอะไรก็ได้เต็มที่ รุจิราตัดบทว่าไม่อยากพูดถึง ถ้าพูดให้น้อยกว่านี้ไม่ได้ พรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงาน พูดจบเธอก็เดินเข้าร้านไป

    ooooooo

    ที่โกดังเก็บพืชผล สุริเยนทร์ให้คนค้นหาอาวุธของดำเกิง เจอปืนหลากหลาย จ่ายักษ์รับผิดที่ไม่ได้ตรวจสอบและยังปล่อยให้ดำเกิงหนีไปได้ สุริเยนทร์ไม่โกรธเกรี้ยวเหมือนเคย กลับบอกให้ไปจับตัวมาให้ได้ แถมกำชับ

    “ใครที่เกลียดฉัน อยากให้ฉันตายหรือทนทำดีเพราะกลัวถูกทำร้าย ก็ให้มันออกไปจากไร่ ฉันต้องการให้เหลือแค่คนที่...รักฉันจริงๆ” สุพลท้วงนายพูดคำว่ารัก สุริเยนทร์ถามว่าทำไม

    สุพลรีบออกตัวว่าไม่มีอะไร ใครก็พูดคำว่ารักได้ สุริเยนทร์เดินไป จ่ายักษ์งงเกิดอะไรขึ้นกับนาย...ขณะเดียวกัน เคทให้น้องพีทหัดใส่รองเท้าเองเพื่อออกไปวิ่งเล่นกับลออ ตัวเธอต้องไปทำงานในไร่ ลอออดถามเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ เคทว่าตนกลัวมากที่สุดในชีวิต จะไม่ยอมทนอยู่ด้วยความกลัวแบบนี้อีก แต่ลออต้องช่วย ลออเหวอ

    น้องพีทยิ้มแย้มจะออกไปวิ่งเล่น สุริเยนทร์เดินเข้ามา น้องพีทกลัวรีบวิ่งไปหลบหลังเคท เคทให้ลออพาน้องพีทออกไป สุริเยนทร์เสียงดุไม่ให้ไป น้องพีท ร้องไห้จ้า สุพลประนีประนอม “นายครับ ให้น้องพีทไปเดินเล่นบ้างเถอะครับจะได้แข็งแรง...ไปเถอะ ลออพาไปเถอะ”

    เคทเชิดหน้าจะเดินไป สุริเยนทร์ถามจะไปไหน เธอไม่ตอบ เขาเริ่มโกรธถามเสียงเข้มไม่ได้ยินหรือ เธอพูดโดยไม่หันกลับมาว่าได้ยินแต่ไม่จำเป็นต้องตอบ เขาโมโหกระชากแขนเธอหันมา เคทถามกวนๆ “ทำไม จะทำร้ายฉันเหรอ เอาสิ จะตบหรือจะบีบคอดีล่ะ”

    สุพลเข้าขวางแล้วบอกสุริเยนทร์ว่ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษา ว่าแล้วก็ดันเขาให้ไปอีกทาง...สุพลพยายามเตือนอย่าตะคอก อย่าใช้อารมณ์รุนแรงต่อหน้าน้องพีท สุริเยนทร์ว่านั่นคืออารมณ์ปกติ สุพลบอกตนเข้าใจแต่น้องพีทไม่เข้าใจ ยิ่งเขาแสดงความกราดเกรี้ยวก็จะเป็นภาพติดตาเด็กว่าไม่เป็นมิตร น่ากลัว ไม่น่าเข้าใกล้ อยากให้น้องพีทจำฝังใจว่าเขาดุเหมือน...สุพลยั้งคำว่าหมาไว้

    สุริเยนทร์โบ้ยให้ไปเตือนเคท สุพลรับคำ “เดี๋ยวผมจะไปพูดกับคุณทานตะวันด้วย แต่นายก็ต้องจัดการอารมณ์ตัวเองให้ได้ด้วยนะครับ แล้วถ้าจะให้ดี นายก็ควรทำดีกับคุณทานตะวันด้วย...เพราะเธอคือคนเดียวที่จะช่วยให้น้องพีทรักนายได้ แล้วก็เป็นคนเดียวที่อาจจะพรากน้องพีทไปจากนายเมื่อไหร่ก็ได้ นายอยากให้เป็นแบบไหน ลองคิดดูนะครับ”

    ท่าทางสุริเยนทร์อึดอัดใจ สุพลแนะให้เริ่มด้วยการยิ้ม แค่ยิ้มคนที่เห็นก็ยิ้มตาม...ระหว่างนั้น เคททำงานในคอกม้า น้องพีทวิ่งเข้ามากอดแล้วส่งมือถือของลออให้ เคทดีใจแอบโทรหาเพ็ญสิริ เผอิญเธอเข้าห้องน้ำ วิสุทธิ์จึงรับแทนดีใจมากที่ได้คุยกับเคท เคทโทร.มาบอกว่าตนสบายดีและเบอร์ที่โทร.มาเป็นของลออไม่ให้โทร.กลับมีอะไรตนจะเป็นฝ่ายโทร.หา ตอนนี้สุริเยนทร์พาลหาว่าตนเป็นพวกเดียวกับไร่ปลายฟ้า แต่เขาไม่กล้าทำอะไรตนเพราะยังมีน้องพีท วิสุทธิ์เตือนอย่าวางใจ ตนกับเพ็ญสิริกำลังช่วยกันหาหลักฐานความผิดสุริเยนทร์ เคทถามพวกเขากำลังทำอะไร ไม่ทันที่วิสุทธิ์จะตอบเพ็ญสิริเดินมาจึงวางสาย

    พอเพ็ญสิริรู้ว่าเคทโทร.มาก็ต่อว่าวิสุทธิ์ยกใหญ่ที่ไม่ให้ตนได้คุยกับเพื่อน...ด้านเคทพอวางสายจะเอา มือถือมาคืนลออ เสือโคร่งกำลังเล่นกับน้องพีทและลอออยู่ เสือโคร่งชะงักเมื่อเห็นสุพลเดินมา เคทเข้ามาถามเจ้านายสั่งให้มาทรมานอะไรตนอีก สุพลยิ้มบอกขอคุยด้วย

    สุพลขอร้องเคทอย่าขัดใจสุริเยนทร์อีก อย่าทำให้โมโห เคทย้อนให้ไปบอกเจ้านายตัวเอง เพราะเขาต้องเป็นฝ่ายปรับตัวให้เข้ากับน้องพีท สุพลพยายามอธิบายว่าสุริเยนทร์ไม่ชินกับการสร้างความสัมพันธ์กับเด็ก แต่จริงๆรักและอยากดูแลน้องพีทจริงๆ เพราะน้องพีทคือญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ เขาอยากมีครอบครัวไม่อย่างนั้นไม่อดทนขนาดนี้

    “เหรอคะ อยากมีครอบครัวก็เลยวางแผนฆ่าพี่สาวตัวเองแล้วใส่ร้ายพี่นพ”

    “มีคนพยายามจะใส่ความนายในทุกด้าน ถ้าคุณเคทเคยตามข่าว คุณจะรู้ว่านายถูกโยงไปเกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมายทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นที่นี่ ไม้เถื่อน ยาเสพติด ค้ามนุษย์ ฆาตกรรม แต่ก็ไม่เคยมีคดีไหนที่มีหลักฐานเอาผิดนายได้จริงๆสักคดี”

    “ไม่มีหลักฐานหรือไม่มีใครกล้าดำเนินคดีกันแน่”

    “คุณอย่าอคติกับนายมากเลย ถ้านายไม่รักคุณสุรีย์นายจะโกรธคุณกับพี่ชายมากขนาดนี้เหรอ ที่โกรธมากก็เพราะรักมากนี่แหละ และเพราะรักมากนายถึงอยากดูแลน้องพีทเพื่อจะได้ชดเชยความผิดที่เคยทำไว้กับคุณสุรีย์ จริงๆแล้วนายภูน่าสงสารกว่าที่คุณคิดนะครับ”

    เคทตาวาวถามย้ำ แสดงว่าสุริเยนทร์ยอมทำทุกอย่างเพื่อน้องพีท สุพลชักหวั่นใจว่าเคทจะทำอะไร จึงรวบรัดตัดความ คิดเสียว่าตนไม่ได้พูดอะไร ลืมๆไปให้หมด แต่เคทยิ้มอย่างมีเลสนัย

    ooooooo

    รถวิสุทธิ์จอดอยู่หน้าห้องแถวที่กำลังมีงานเปิดร้านใหม่ วิสุทธิ์ชี้เดชาให้เพ็ญสิริดูเพราะเธอเป็นคนเดียวที่เดชาไม่รู้จัก จึงให้เธอหาทางตีสนิทและหลอกถามเรื่องอาทิตย์มาให้ได้

    เพ็ญสิริจำต้องถือกระเช้าน้ำพริกที่ครอบครัวเธอฝากขายที่ไร่ปลายฟ้า ทำทีขอคำปรึกษาจากเดชาว่าจะเปิดร้านขายน้ำพริกที่นี่ควรทำอย่างไร เดชาจึงนัดให้ไปคุยรายละเอียดที่บ้านพรุ่งนี้

    เดชามาที่ตึกร้างแห่งหนึ่ง เพราะรู้มาว่าคฑาวุธแอบทำอะไรลับหลังอยู่...คฑาวุธนัดพบดำเกิงเพื่อชำระโทษฐานกำจัดสุริเยนทร์ไม่สำเร็จ ดำเกิงพนมมือขอชีวิตตนและลูกเมีย...คฑาวุธสีหน้าเข่นเขี้ยวเดินออกมาจากตึกร้างกับลูกน้อง เดชาเข้ามาต่อว่าเขาเป็นคนสั่งฆ่าสุริเยนทร์จริงใช่ไหม คฑาวุธปฎิเสธกวนๆ เดชาหวั่นใจรีบเข้าไปดูในตึกร้าง ไม่เห็นดำเกิงหรือรอยเลือดก็ยิ่งหงุดหงิด กลัวลูกชายจะถูกจับได้

    ก่อนกลับไร่ เพ็ญสิริเห็นร้านขายหนังสือก็เข้าไปเลือกดูหนังสือแนวแฟชั่นสองสามเล่ม วิสุทธิ์ติงจะซื้อไปทำไมมีแต่โฆษณาราคาก็แพง แต่พอเธอบอกว่าเคทชอบ วิสุทธิ์ก็รีบซื้อเสียเอง เพ็ญสิริเลือกซื้อแว่นตาแนวแฟชั่นเพราะชอบ วิสุทธิ์แซวใส่แล้วหน้าเหมือนชิวาว่า แต่เธอจะเอา

    บ่ายวันนั้นที่ไร่ภูทับดาว มีชาวบ้านมาขอผ่อนผันชำระหนี้กับสุริเยนทร์ แต่เขาไม่ให้เพราะรู้ว่าเอาเงินไปเล่นการพนัน ชาวบ้านคนนั้นกล่าวอาฆาตแค้น แขไขเข้ามาได้ยินติงว่าเพราะเขาปล่อยเงินกู้แบบนี้ถึงมีศัตรู สุริเยนทร์บอกที่ให้เพราะเขาสัญญาว่าจะเลิกการพนัน ไม่ได้อยากรวย แขไขแนะให้ไม่ต้องคิดดอกเบี้ย แต่สุพลไม่เห็นด้วยเพราะจะทำให้ไม่มีความกระตือรือร้น

    “นายให้กู้เงินแล้วยังจ้างลูกหนี้ทำงานบนที่ดินที่เอามาจำนอง ให้คนของไร่เป็นพี่เลี้ยงตามประกบ ช่วยวางระบบ แนะนำวิธีที่จะทำให้ได้ผลผลิตมากขึ้น และสอนการทำบัญชีรายรับรายจ่ายด้วย...ถ้าชาวบ้านฉลาดคิด จะรู้ว่านายไม่เคยคิดรีดไถ แต่เจตนาจะช่วยให้เขายืนได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเป็นหนี้แต่ต้องขยัน”

    แขไขอ่อนใจที่สุริเยนทร์ทำอะไรไม่มีใครเข้าใจ ทำให้คนมองว่าเป็นเจ้าพ่อแล้วก็มาลอบยิง สุริเยนทร์ขำอาจเป็นอย่างนั้นก็ได้...แขไขหงุดหงิดใจเดินเรื่อยเปื่อยมาหาเคทที่หลังบ้าน เห็นกำลังถูกผิวกับพิณแกล้งเอาเสื้อผ้ากองโตมาให้ซักมือ มีลออช่วยส่วนน้องพีทเล่นอยู่กับเสือโคร่ง เคทเห็นสีหน้าแขไขก็ถามทะเลาะกับแฟนมาหรือ

    แขไขถอนใจบอกสุริเยนทร์ไม่เคยเชื่อ ไม่เคยสนใจที่ตนพูด ชอบทำตัวให้ชาวบ้านเกลียดจนถูกลอบยิง เคทแย็บถามเขาทำใครไว้บ้าง แขไขบอก “พี่ภูไม่เคยทำใครก่อน กับคนดี พี่ภูก็จะดีด้วย แต่กับคนที่ไม่ดี พี่ภูก็พร้อมจะร้ายกาจสุดๆเหมือนกัน นิสัยแบบนี้นี่แหละที่ไปขัดหูขัดตาคนเลวบางคน” เคทแทรกอาจเป็นญาติพี่น้องของคนที่เขาฆ่า แขไขแว้ด “พี่ภูไม่เคยฆ่าใคร เธอไปฟังใครมา พวกคนนอกที่ไม่ได้รู้จักพี่ภูจริงๆก็จะพูดกันว่าพี่ภูโหดร้าย แต่จริงๆแล้วพี่ภูเป็นคนดี...ดีมากๆ อยู่ไปสักพักเธอจะเห็นเอง”...เคทไม่อยากเชื่อ

    หัวค่ำวันนั้น น้องพีทเล่นหุ่นยนต์อยู่กับเสือโคร่งหัวเราะสนุกสนาน พอลออให้ไปกินข้าวก็วิ่งหนี ไปชนกับสุริเยนทร์เข้าอย่างจัง หุ่นยนต์กระเด็นจากมือ เขาเก็บขึ้นมาถามชอบเล่นหุ่นยนต์หรือ หนูน้อยกลับร้องไห้กลัวๆ สุริเยนทร์งงจับตัวน้องพีทถามกลัวอะไร ลออขอร้องให้ปล่อย น้องพีทสลัดตัวหลุดก็วิ่งหนี ลออกับเสือโคร่งวิ่งตาม
    น้องพีทเข้าไปหลบในห้องเก็บของส่วนตัวของสุริเยนทร์แล้วปิดประตูล็อก ลออเคาะเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิด สุริเยนทร์ได้ยินตามมา ได้ยินเสียงของหล่นโครมครามในห้องก็ตกใจ

    “น้องพีทอยู่ในนั้นเหรอ นี่มันห้องส่วนตัวของฉัน เสียงอะไร รื้อของฉันเหรอ!ห้ามยุ่งกับของฉันนะ เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่เปิดฉันจะพังเข้าไป ได้ยินไหม” สุริเยนทร์ท่าทางร้อนรนมาก

    สุพลเข้ามาปรามขอจัดการเอง ให้ผิวไปตามเคทมาช่วย...ผิวไปเรียกเคท บอกน้องพีทเข้าไปรื้อของนายไม่ยอมออกมา เคทยักไหล่บอกให้นายเธอจัดการเอง ผิวหน้าตื่นกลับไปรายงาน

    ป้าอุ่นหากุญแจสำรองมาไข สุริเยนทร์ยังตะโกนให้หยุดทำลายข้าวของ สุพลปรามอย่าขู่อย่าทำให้เด็กกลัวมากไปกว่านี้ ผิวมาถึงบอกตามคำพูดเคทว่า “เขาบอกให้นายจัดการเองค่ะ”

    “ใครบอกว่าฉันจะไม่มา ทำไมต้องใส่ร้ายกันด้วย” เคทเดินเข้ามาก่อนที่สุริเยนทร์จะพุ่งไปตาม ผิวหน้าเหวอกลัวเจ้านายโกรธ ลออแอบยิ้มรู้ว่าผิวโดนเคทเอาคืนให้บ้างแล้ว

    ป้าอุ่นไขประตูสำเร็จ สุริเยนทร์บอกเคทให้เข้าไปเอาตัวน้องพีทออกมา ทันใดมีเสียงของหล่นอีก เขายิ่งร้อนรน สุพลปรามใจเย็นๆ เคทถามในนั้นมีของสำคัญมากนักหรือ

    “ไม่ต้องถามมาก เข้าไป ไม่อย่างนั้นฉันจะให้เธอรับผิดชอบแทนหลานเธอทั้งหมด”

    “เอาสิ ฉันก็ไม่มีอะไรจะเสียมากไปกว่านี้อยู่แล้ว” เคทท้าทาย

    สุริเยนทร์โมโหลากมือเคทให้เข้าไปในห้อง เคทดึงมือเขาเข้าไปด้วยกัน สุพลช่วยดันสุริเยนทร์เข้าไปแล้วจะปิดประตูห้อง หันมาเห็นป้าอุ่น ลออ ผิว พิณและเสือโคร่งชะเง้อสาระแน

    สุริเยนทร์เห็นข้าวของกระจัดกระจาย และของในตู้หายไปก็สบถ...เด็กแสบ...เคทถามอะไรหาย เขาไม่อยากบอกว่ามันคือหุ่นยนต์...เคทหันไปร้องเรียกน้องพีทให้ออกมา หนูน้อยเข้าไปแอบในตู้โดยในมือมีหุ่นยนต์อยู่ พอได้ยินเสียงเคทก็ร้องเรียกและค่อยๆคลานออกมา พอเห็นสุริเยนทร์ก็กลัวร้องว่าปิศาจแล้วผลุบกลับเข้าไปใหม่ สุริเยนทร์ถลาจะไปเอาหุ่นยนต์คืน เคทขวางคิดว่าเขาจะทำร้ายน้องพีท เขาไม่หยุด ผลักเคทกระเด็นแล้วตรงเข้าไปแย่งหุ่นยนต์จากมือน้องพีทมาดูว่าเสียหายตรงไหนบ้าง เคทเข้าไปดึงหลานมากอดปลอบ

    สุริเยนทร์พบว่าหุ่นยนต์แขนหักก็ตวาดลั่น เคทโวยปกป้องหลาน...สุริเยนทร์ถือหุ่นยนต์เดินออกมาเห็นทุกคนก็เอ็ดไม่มีงานทำหรือ ทุกคนแตกฮือ เคทอุ้มน้องพีทตามออกมาถาม เจ้านายพวกเขาเล่นหุ่นยนต์ด้วยหรือ สุพลตามมาอธิบายกับเคท

    “โรงเก็บของเป็นห้องเก็บของส่วนตัวของนาย นายหวงมากโดยเฉพาะหุ่นยนต์ตัวนั้น เป็นของคุณสุรีย์ให้มา...ในสายตาคุณ นายภูก้าวร้าวป่าเถื่อน ชอบใช้กำลังข่มเหงคนอื่น แต่ถ้าคุณได้รู้จักตัวตนจริงๆของนายคุณจะรู้ว่ามันตรงกันข้าม มันก็แค่เปลือกเท่านั้น จริงๆแล้วนายภูน่าสงสารมากนะครับ”

    เคทไม่อยากเชื่อ ทันใดมีเสียงเปียโนดังขึ้น เสือโคร่งเปรยนายเล่นเพลงเศร้าอีกแล้ว เคทยิ่งทึ่งว่าคนอย่างนั้นเล่นดนตรีเป็นด้วย

    สุริเยนทร์เล่นเปียโนระบายความเศร้า คิดถึงอดีตอันเจ็บปวด และรู้สึกผิดที่ไม่ได้ช่วยสุรีย์...หุ่นยนต์ตัวนั้นเป็นของขวัญวันเกิดที่สุรีย์เก็บเงินซื้อให้ และตัวเขาก็เก็บเงินซื้อตุ๊กตาที่สุรีย์ชอบให้ พ่อแม่ยิ้มแย้มยกเค้กมาให้พวกเขาเป่า ดูแล้วครอบครัวมีความสุข

    เคทอุ้มน้องพีทมายืนมอง คิดถึงคำพูดของสุพล... สุริเยนทร์เงยหน้ามาสบตาชะงักนิดหนึ่งแต่ยังเล่นเปียโนต่อเนื่อง เพราะเป็นการระบายความรู้สึกในใจที่อ่อนแอ แต่กลไกปกป้องตัวเองไม่เคยเปิดโอกาสให้ได้แสดงความอ่อนโยนออกมาได้เลย

    ooooooo

    วันต่อมา เพ็ญสิริมาหาเดชาตามนัด วิสุทธิ์จอดรถรอไม่ห่างจากบ้าน ก่อนหน้านี้เขาแกล้งขู่เธอไว้ว่า เดชาไม่ดุ ไม่น่ากลัวเหมือนคฑาวุธ รายนั้นอาจคิดว่าเธอเป็นสายศัตรูทางการเมือง อาจกักตัวเธอคาดคั้นสักสี่ห้าวัน หรืออาจทรมานเธอได้ อย่าทำงานพลาด

    เพ็ญสิริกล้าๆกลัวๆเข้ามาพบเดชา ทำทีบอกว่า ครอบครัวตนอยากขยายกิจการขายน้ำพริกมาทางภาคนี้ เคยติดต่อกับคนชื่ออาทิตย์ แต่พอตนมาถึงที่นี่มีคนบอกว่าให้ตนมาคุยกับเขาแทน ไม่ทราบว่าคนชื่ออาทิตย์หายไปไหน คฑาวุธเห็นพ่อคุยกับคนแปลกหน้าก็ให้ลูกน้องเช็กประวัติทันทีแล้วเข้ามาขัด จะถามหาอาทิตย์ทำไม วิสุทธิ์ใช้ให้มาหรือ เพ็ญสิริจ๋อยสนิท

    ระหว่างนั้น วิสุทธิ์ได้รับรายงานเรื่องเคทจากเสือโคร่งทางมือถือ...เพ็ญสิริถูกคฑาวุธซักฟอก หาว่าวิสุทธิ์ส่งมาล้วงความลับอะไร เดชาปรามอย่าทำอะไรเธอ เพ็ญสิริกลัวยอมสารภาพกับเดชาว่าตนเป็นเพื่อนเคท อยากช่วยเพื่อน จึงมาช่วยสืบหาว่าอาทิตย์อยู่ไหน

    เพื่อเอาตัวมารับผิดเรื่องฆ่าพ่อวิสุทธิ์ คฑาวุธไม่เชื่อ เพ็ญสิริท้าให้ฟ้าฝ่าตาย เดชาขอจัดการเรื่องนี้เอง

    เพ็ญสิริจำต้องพาเดชาออกมาพบวิสุทธิ์ที่รออยู่ในรถ วิสุทธิ์ต้องขอโทษเดชาและสารภาพว่าตนเชื่อว่าอาทิตย์ยังมีชีวิตอยู่ เดชาบอกว่าวันที่เกิดเรื่องตนก็อยู่กับเขาจำไม่ได้หรือ แล้วตนก็เห็นอาทิตย์ควบม้าหนีไปไม่กลับมาอีกเลย...วิสุทธิ์จำได้ว่าตนเสียใจมากมาเอาเรื่องสุริเยนทร์ที่บ้าน เดชาเป็นคนตามมาห้าม วิสุทธิ์เห็นว่าเดชาสนิทกับสุริเยนทร์อาจจะรู้บ้างว่าอาทิตย์ยังอยู่ในไร่ เดชายืนยันว่าไม่รู้ แต่เป็นไปได้ว่าอาจอยู่ในบ้านเลย เพ็ญสิริยิ่งเป็นห่วงเคท

    ด้านเคทเห็นลออเอาหุ่นและเสื้อที่เธอตัดเย็บมาให้ทำต่อ เคทไม่มีแก่ใจจะทำ แต่ลออก็ยื่นใบปลิวการประกวดยังแฟชั่นดีไซน์เนอร์ให้ ไม่อยากให้เคททิ้งความฝัน เคทถอนใจเอาใบปลิวนั้นปักติดไว้กับตัวหุ่น เดินออกจากห้อง ต้องชะงักเมื่อเห็นสุริเยนทร์เดินมาพอดี

    สุริเยนทร์เอามือถือของเธอมาคืนให้ อ้างว่าจะได้ตามตัวง่ายๆ และจะได้เช็กจีพีเอสว่าเธออยู่ตรงไหนเวลาพ้นจากกล้องวงจรปิด เคทเหน็บไม่เอาโซ่มาล่ามเสียเลย สุริเยนทร์กำชับห้ามปิดสัญญาณเด็ดขาด และบอกว่าอีกห้านาทีให้พาน้องพีทไปเจอตนที่ห้อง เคทอ้างว่าต้องทำงาน

    “คำสั่งฉันคืองานของเธอเหมือนกัน”

    เคทฉุนที่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างสุริเยนทร์ ลออเตือนอย่าทำให้เขาโกรธอีก...เคทไม่หวั่นแกล้งไปพบสุริเยนทร์คนเดียว เขาโวยทำไมไม่พาน้องพีทมาด้วย เธอยื่นคำขาดว่า จะไม่พาน้องพีทมาเจอเขา จนกว่าจะแน่ใจว่าเขาพร้อมสำหรับน้องพีท สุริเยนทร์ฮึดฮัดไม่พร้อมตรงไหน

    “พร้อมของฉันคือพร้อมที่เข้าใจธรรมชาติและเรียนรู้ที่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่สิ่งที่ฉันเห็นแค่เป็นมิตรกับคน คุณยังทำไม่ได้...ตั้งแต่เจอกัน เคยมีสักครั้งไหมที่คุณพูดกับฉันหรือน้องพีทดีๆ...ไม่มี!ถ้าคุณอยากให้น้องพีทอยู่ที่นี่ คุณจะให้น้องพีทปรับตัวคนเดียวไม่ได้ ทุกคนและทุกอย่างที่นี่ต้องปรับให้เข้ากับน้องพีทด้วย โดยเฉพาะคุณ!”

    สุริเยนทร์เถียงว่าเป็นหน้าที่เธอ เคทบอกตนทำอยู่ อย่างแรกเขาต้องยิ้มทุกครั้งที่เจอน้องพีท ถามเขายิ้มเป็นไหม สุริเยนทร์บอกเป็นแต่ไม่จำเป็นต้องยิ้มให้เธอดู สุพลเข้ามาไกล่เกลี่ยแค่ลองยิ้ม สุริเยนทร์โบ้ยจะยิ้มให้น้องพีทคนเดียว เคทกำชับอีกเรื่อง ให้เลิกใช้เสียงคำรามเหมือนหมีป่าโรคจิต เวลาพูดกับเด็กให้ใช้เสียงสอง สุริเยนทร์งง สุพลจึงทำเสียงให้ดู เป็นเสียงเวลาเราเอ็นดูเด็ก เคทบอกนั่นแหละถูกต้อง และสั่งให้เขาฝึกยิ้มและใช้เสียงสองให้ได้ ทำได้แล้วค่อยไปตามตน สุริเยนทร์ทำหน้าไม่พอใจ สุพลพยายามทำให้ดูหลายครั้งว่าไม่ยาก เลย เพื่อน้องพีท

    “นายดูไม่ออกเหรอว่ายัยทานตะวันพยายามจะแกล้งฉัน เขาจะทำให้ฉันเป็นตัวตลกในสายตาคนงาน ภูทับดาว...ไม่มีทาง!”

    สุพลถามอายคนงานใช่ไหม ไม่อยากแสดงความอ่อนโยนให้ใครเห็น ไม่ต้องห่วงตนจัดการได้...หลังจากนั้น ทั้งป้าอุ่นและเสือโคร่งเวลาเจอสุริเยนทร์ก็จะพูดด้วยน้ำเสียงสอง สุริเยนทร์ถามใครใช้ให้พูดแบบนี้ สุพลเข้ามาตอบแทนว่า ตนให้ทุกคนในไร่พูดแบบนี้เพื่อนายจะได้ไม่อายใคร สุริเยนทร์โวยตนไม่ทำ ให้ทุกคนหยุดเสียงแบบนั้น เคทแอบมองขำๆ

    เคทมาทำงานที่คอกม้า เปรยกับลออว่าจะทำให้น้องพีทยิ้มและมีความสุขเสียที ไม่อยากเห็นหลานเจอเรื่องร้ายๆอีก ตนจะช่วยให้น้องพีทรักสุริเยนทร์ เลิกหวาดกลัวร้องไห้เวลาเจอหน้า ตนเกรงว่าวันหนึ่งถ้าสุริเยนทร์เกิดคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้แล้วจะทำร้ายหลาน ถ้าเขารักหลานและดีกับหลานได้ก็คงเป็นการดีกับ

    ตัวน้องพีท...ลออพยักหน้าเริ่มเข้าใจ ทันใดเสียงน้องพีทร้องทั้งสองรีบวิ่งมาดู เห็นน้องพีทยืนตกใจอยู่หน้ากรงเจ้าอรุณรุ่ง มันอาละวาดตะกุยรั้วและพื้น น้องพีทวิ่งมา กอดเคทบอกว่า ม้าไม่ชอบอยู่ในกรง

    กลับเข้าบ้าน สุพลอธิบายกับเคทว่า เจ้าอรุณรุ่งมันชอบอาละวาดพังคอกออกมา ต้องระวังอย่าให้น้องพีทไปอยู่ใกล้ๆ เคทสบถแม้แต่ม้ายังบ้า สุพลบอกไม่เกี่ยวกับสุริเยนทร์ อรุณรุ่งเป็นแบบนี้ตั้งแต่อาทิตย์หายตัวไป สุพลชะงักไม่คิดจะพูดมากกว่านี้ เคทรีบซักว่าอาทิตย์หายไปไหน สุริเยนทร์เข้ามาขัดจังหวะ เคทถือโอกาสให้สุริเยนทร์พาน้องพีทเดินสำรวจบ้านทุกซอกทุกมุม อ้างเพื่อทำให้เด็กคุ้นเคย ไม่เชื่อให้โทร.ถามนักจิตวิทยาดู

    สุริเยนทร์จำต้องพาเคทและหลานเดินดูทุกห้องในบ้าน เคทติงให้เขาอธิบายด้วย เขาเสียงเข้มว่าไม่ เคทปรามอย่าตะคอก แล้วใช้วิธีซักถามให้เขาตอบแทน และเน้นให้พาไปห้องนอน ห้องทำงานของเขาด้วย อ้างต้องการให้น้องพีทรู้จักเขามากขึ้น แล้วแปลกใจที่บ้านนี้ไม่มีภาพถ่ายคนในครอบครัวเลย อยากให้น้องพีทได้เห็นบ้าง

    “ไม่มี บ้านนี้ไม่มีภาพครอบครัว แล้วถ้าอยากรู้จักฉันก็เข้ามานี่...” สุริเยนทร์ยื่นมือ

    น้องพีทหลบหลังเคทไม่ยอมเข้าไปหา...เคทเดินมองจอทีวีแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วเยาะ “ห้องบัญชาการสินะ สนุกมากไหมที่ได้ควบคุมชีวิตคนอื่น”

    น้องพีทสะดุดตายืนมองรูปปั้นม้า เคทถามอยากได้หรือ ถ้าอยากได้ให้ขอน้าภูดีๆ แล้วเธอก็พยักพเยิดให้สุริเยนทร์หยิบรูปปั้นม้ามาให้น้องพีท หนูน้อยไม่กล้ารับ สุริเยนทร์ทำเสียงจิ๊จ๊ะไม่พอใจ เคทปลอบน้องพีทไม่กล้ารับก็ไม่ต้องเอา ไม่ต้องร้องไห้ น้องพีทดึงเคทให้ออกไปจากตรงนั้น แต่พอเห็นหุ่นยนต์ก็ตาโตอีก สุริเยนทร์เสียงเข้ม “อันนี้ไม่ให้! ไม่ต้องมอง ยังไงก็ไม่ให้”

    เคทไม่เข้าใจกับอารมณ์สุริเยนทร์ ทำไมต้องหวงหุ่นยนต์มากขนาดนั้น คิดในใจจะแย่งมาให้ได้...แล้วคืนนั้นขณะที่สุริเยนทร์นั่งมองหุ่นยนต์ เหลือบเห็นในจอภาพ เคทกำลังจูงน้องพีทออกจากห้องท่าทางมีพิรุธก็สงสัยว่าจะหนี จึงรีบออกไปดู เขาเดินตามสัญญาณ

    จีพีเอสที่ระบุว่าเคทไปตรงไหน แต่พอออกมาหน้าบ้านกลับเจอน้องพีทยืนถือมือถืออยู่คนเดียว น้องพีทเห็นเขาก็ร้องไห้จ้า สุริเยนทร์ตกใจพยายามบอกให้หยุดร้อง สุดท้ายก็ต้องใช้เสียงสอง

    “ฉันไม่ได้ดุ ฉันแค่จะถามว่าทานตะวันอยู่ไหน อาของเธออยู่ไหน” น้องพีทจะวิ่งหนี “จะไปไหน อย่าวิ่ง” น้องพีทร้องดังขึ้น “โอเค ไม่จับแล้ว หยุดร้องสิ” สุริเยนทร์เครียดรับมือไม่ไหว

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 20:40 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์