นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แรงตะวัน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เคททำแผลที่หัวให้สุริเยนทร์ทั้งที่หมั่นไส้ เขาสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนของเธอ เสร็จจากที่หัวเห็นที่มือเขามีเลือดแห้งกรังจึงขอทำที่มือให้ด้วย เขายื่นมือให้อย่างว่าง่าย แต่พอเคทพลิกมือเห็นรอยแผลเป็นก็เอ่ยถามว่าโดนอะไรมา เขากระชากมือกลับทันที

    “ไม่ต้องทำแล้ว แค่นี้ไม่ตายหรอก ไปไหนก็ไป”

    เคทงงกับอารมณ์ของเขาสบถเป็นบ้าอะไรขึ้นมาแล้วลุกหนีเดินขึ้นบันไดถึงชั้นสุด หันกลับมามอง สบตาเขาเข้าพอดี เห็นแววตาของเขาเหมือนต้องการใครสักคนแล้วรู้สึกสับสน

    เช้าวันใหม่ เพ็ญสิริถูกม้าจับแต่งตัวในชุดจีน

    สีแดงสด เกล้าผมปักปิ่นสวยงามจนเธอแปลกใจว่าวันนี้มีพิธีอะไรกันแน่ ด้านวิสุทธิ์ ป๊าก็เตรียมชุดหรูไว้ให้ใส่โดยบอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดเพ็ญสิริ เขาจึงไม่ติดใจสงสัย แถมคิดแกล้งเธอไว้ในใจ

    ป๊าม้าให้เพ็ญสิริจุดธูปไหว้ฟ้าดินที่ตั้งกลางสนามบ้าน มีของไหว้เจ้าจัดวางพร้อมพรั่ง อ้างว่าทำให้เพื่อวันเกิดเธอ เพ็ญสิริแย้ง “ไม่ใช่...ป๊าม้าไม่เคยจำผิด แต่ไม่ยอมบอกมากกว่าว่าวันนี้เราไหว้ฟ้าดินทำไม ชุดนี่อีก ปิ่นกับใบทับทิมบนหัวหนูด้วย มันมีอะไรใช่ไหมคะ”

    ป๊าโบ้ยว่าให้ไหว้ให้เสร็จก่อนแล้วจะบอก พอมาที่โต๊ะอาหารมีอาหารมงคลสิบอย่างวางไว้ เพ็ญสิริเห็นแล้วรู้ว่านี่ไม่ใช่วันธรรมดาแน่ๆ ม้าจับเธอนั่งแล้วบอกเราจะทานข้าวด้วยกัน

    “นั่งๆ กินหมี่นะ อายุจะได้ยืนยาว รักกันนานๆ เหมือนเส้นหมี่”

    “นี่ตับ ไส้ กระเพาะหมู กินแล้วจะได้อั่วตึ๊งอี่วโต้ว อะไรที่ไม่ดีก็จะได้ดีขึ้น จะได้มีความสุขและรักกันยาวๆ” ป๊าเสริม...ม้าคีบผักเกาฮะไฉ่ให้กินจะได้รักกันยืนยาวเหมือนเซียนฮัวฮะ

    เพ็ญสิริชักสงสัยมากขึ้น ที่อวยพรแบบนี้ ใส่ชุดนี้ไหว้ฟ้าดิน แล้วหันไปเห็นชุดน้ำชาที่จัดวางไว้เริ่ม

    จะแน่ใจ พอดีวิสุทธิ์เข้ามาด้วยท่าทีร่าเริง ตรงเข้าขยี้หัวเพ็ญสิริกล่าวแฮปปี้เบิร์ธเดย์ ขอให้โตไวๆ แล้วหันมาตื่นเต้นกับอาหารมากมาย เพ็ญสิริสวนว่าวันนี้ไม่ใช่วันเกิดตน ป๊ารีบกระแอมตัดบท แล้วขอให้วิสุทธิ์ส่งถ้วยน้ำชาให้ เขาหันไปยกถาดมายื่น เพ็ญสิริดึงถาดห้าม แต่วิสุทธิ์กลับใช้อีกมือหยิบถ้วยชาส่งให้ป๊า หญิงสาวร้อง

    “อย่า! มันคือการยกน้ำชาแต่งงาน!”

    วิสุทธิ์ชะงักแต่ป๊ารับถ้วยน้ำชาไปแล้วและม้าก็หยิบอีกถ้วยจากถาดไปดื่มพร้อมกับป๊า

    “ขอให้ลื้อสองคนรักกันยาวนานจนชั่วฟ้าดินสลายนะ มีหลานชายให้ป๊ากะม้าไวๆนะ”

    วิสุทธิ์ตะลึงอ้าปากค้าง เพ็ญสิริทนไม่ไหวลุกเดินหนี วิสุทธิ์ตามไปต่อว่า ทำไมไม่บอก เธอหันกลับมาโวยว่าเคยฟังกันบ้างไหม เขายังจะโทษว่าเธอผิดที่ไม่บอกเร็วๆ หญิงสาวปรี๊ด

    “นี่! เรื่องมันก็เริ่มจากนายนั่นแหละที่ไปบอกป๊าม้าว่าฉันคบกับนายอยู่ ไปทำให้ป๊าม้ามีความหวัง ไม่รู้ หรือไงว่าป๊าม้าอยากมีหลานแค่ไหน ทั้งหมดเพราะนายคนเดียว...นายผิด”

    “เพราะคุณนั่นแหละ ถ้าคุณมีผะ...แฟนเป็นตัวเป็นตน ทุกอย่างก็จบ...คุณผิด”

    ทั้งสองเถียงกันไปมา ป๊าม้าเข้ามาห้ามอย่าทะเลาะกันในวันแต่งงาน เพ็ญสิริประกาศว่าไม่แต่ง ไม่เต็มใจ ไม่ได้ยกน้ำชา ใครยกก็รับไปคนเดียว วิสุทธิ์อธิบายว่าตนแค่พาเพ็ญสิริไปดูไร่ของตน ไม่ได้มีอะไรเกินเลย ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า อย่ารีบร้อนข้ามขั้น ที่ยกน้ำชาไป ขอให้ถือเป็นโมฆะ...ม้าไม่ยอม บอกไหนๆก็ยกน้ำชาแล้ว เลยตามเลย แล้วหันมารำพันกับเพ็ญสิริว่าจะทำเพื่อป๊าม้าบ้างไม่ได้หรือ พวกตนจะอยู่รอดูหลานได้อีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้หรือต้องให้ตายก่อน เพ็ญสิริอึ้งเถียงไม่ออกน้ำตาร่วงอย่างรู้สึกผิด

    “แล้วหนูล่ะ ความสุขของหนูล่ะ หนูอยากเรียนต่อโท ป๊าม้าก็ไม่ให้ อยากทำธุรกิจร้านแว่น ป๊าม้าก็ไม่ยอม อย่างเดียวที่ป๊าม้าจะให้หนูทำคือแต่งงาน มีสามี มีลูกชายและต้องลูกชายเท่านั้น หนูคนนะป๊าม้า หนูมีความรู้สึกเหมือนกัน เห็นไหมเนี่ย”

    ม้าปลอบว่าตอนตนแต่งงานก็ไม่ได้รักกัน อยู่ๆกันไปก็รักเอง เพ็ญสิริโวยว่าตนทำไม่ได้ ตนขอโทษที่เกิดเป็นหญิง ขอโทษที่ทำให้ม้าคลอดยากจนมีลูกอีกไม่ได้ ตนขอโทษ ...ทุกคนเหวอกับความดราม่าหนักของเพ็ญสิริ...

    ด้านเคทลากกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองและของน้องพีทออกมา สุพลยืนรอที่รถ เธอถามไม่คิดจะช่วยบ้างหรือ เขาตอบว่านายสั่งไม่ให้ใครช่วย เธอสบถ... ช่างสุภาพบุรุษตั้งแต่หัวยันหาง

    สุพลเตือน “ผมขอเตือนนะครับ ถ้าไปอยู่ไร่ภูทับดาวแล้วไม่อยากลำบาก สงบปากสงบคำบ้างนะครับ”

    “ทำไมไม่ไปเตือนเจ้านายคุณ อ้อ...ลืมไปว่าเก่งแต่กับผู้หญิง”

    สุพลถอนใจบอกเจ้านายตนไม่มีความอดทนเท่าตน ว่าแล้วก็ยกกระเป๋าเหวี่ยงขึ้นรถให้ เคทรู้สึกว่าสุพล

    จะเป็นคนที่พอจะพูดคุยได้บ้าง จึงถามว่าเมื่อคืนเจ้านายเขาไปมีเรื่องกับใครมา ทันใดเสียงสุริเยนทร์แทรกมาว่า อยากรู้อะไรก็ให้ถามตนเอง เคทสะดุ้งหันไปมอง เขากวักมือให้เข้ามาถามใกล้ๆ เธอถอยวิ่งกลับเข้าบ้าน เจอน้องพีทร้องไห้เกาะราวบันไดไม่ยอมไปจะอยู่รอพ่อ

    “น้องพีทครับ ฟังอาเคทนะ ตอนนี้คุณพ่อกำลังถูกพ่อมดใจร้ายตามไล่จับอยู่ เขาจะจับคุณพ่อไปใส่หม้อต้มเดือดๆ พ่อเลยต้องซ่อนตัวเอาไว้ ออกมาไม่ได้ เพราะถ้าพ่อมดเจอตัวคุณพ่อ เขาจะสาปคุณพ่อให้หายไปตลอดกาล จะไม่มีใครได้เจอคุณพ่ออีก”

    น้องพีทร้องไห้บอกให้เคทช่วยพ่อจัดการพ่อมด เคทรับปากแต่ตนสู้คนเดียวไม่ไหว น้องพีทต้องช่วยด้วย หนูน้อยรับปากกอดอาสาวแน่น...เคทบอกให้น้องพีทไปอยู่ไร่ภูทับดาวด้วยกัน พวกเราอยู่ที่นั่นพ่อก็จะปลอดภัย “อารู้ว่าน้องพีทกลัวเจ้าพ่อหน้าโหดคนนั้น อาก็กลัวเหมือนกัน แต่เราต้องเข้มแข็ง ต้องอดทนนะครับ คุณพ่อจะได้ปลอดภัยนะครับ”

    น้องพีทจ๋อยบอกอาสู้ตนก็สู้แล้วปลอบอย่าร้องไห้ สองอาหลานกอดกันซาบซึ้ง...เคทพาน้องพีทออกมาจะขึ้นรถ เธอตรงมาหาสุริเยนทร์ที่นั่งรอในรถ ขอคำสัญญาก่อน ว่าจะเลิกไล่ล่านพสิทธิ์ จะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนกฎหมาย โดยเขาไม่ข้องเกี่ยว เขายักไหล่ไม่แยแสกดกระจกขึ้น เคทโมโหจับกระจกกดไว้ บอกให้เขารับปากก่อน เขาเห็นความใจเด็ดของเธอก็แกล้งปิดกระจกหนีบมือเธอไว้ แล้วตอบตกลง แต่ไม่กดกระจกลงปล่อยให้มือถูกหนีบอยู่อย่างนั้น เธอก็ไม่ร้องสักแอะ พอสะใจแล้วเขาก็ยอมกดกระจกลง จ่ายักษ์เข้ามาบอกให้เคทขึ้นรถ

    ooooooo

    บ่ายวันนั้น เพ็ญสิริยืนมองจากระเบียงห้อง เห็นป๊าม้านั่งอธิษฐานขอพรที่โต๊ะไหว้ฟ้าดิน ยิ่งทำให้เธอหงุดหงิดกับสถานภาพตัวเอง บ่นลูกผู้หญิงไม่ดีตรงไหน ทำไมต้องอยากได้ผู้ชาย

    ทันใดมือถือดังขึ้น วิสุทธิ์โทร.เข้ามาถามเครียดอะไรนักหนา เธอแปลกใจเขามีเบอร์ได้อย่างไร เขาบอกว่าม้าให้เบอร์มา “ผมเพิ่งจะรู้ว่าคุณเก็บกดอัดอั้นเป็นเด็กมีปัญหา แต่ถ้ามีอะไรอยากระบาย ผมยินดีฟังนะ อย่าคิดมากอยู่คนเดียวเลย ผมไม่อยากเห็นคุณเสียสติ คุณมีแนวโน้มจะเป็นบ้าได้นะ รู้ตัวหรือเปล่า”

    เพ็ญสิริโวยกลับว่าเขาแหละที่บ้า ไม่ทันไรประตูห้องเปิดออก วิสุทธิ์เดินเข้ามาแหย่ ไหนว่าไม่เก็บกด เธอโวยเข้ามาได้อย่างไร เขาชูกุญแจพร้อมบอกว่าม้าให้มา เธอขับไล่เขา วิสุทธิ์จึงรวบตัวเธอเหวี่ยงลงไปบนเตียง เอ็ด “หยุดบ้าซะที ผมมีทางออกให้กับชีวิตคุณแล้ว ถ้าคุณไม่อยากถูกป๊าม้าบังคับไปตลอดชีวิต ต้องฟังผม!”

    เพ็ญสิริดื้อดึงไม่ฟัง เขาจับเธอกดกับเตียงเอามือปิดปาก บังคับให้ฟัง “หนีออกจากบ้าน! ถ้าป๊าม้าคุณไม่มีเหตุผล จะอยู่ทำไม หนีไปเลย”
    เพ็ญสิริสงบลง...วิสุทธิ์สาธยายแผนการว่ามัน

    ไม่ใช่การหนีตาม ไม่ต้องมโนไปไกล แค่หนีออกจากบ้าน เพื่อกำราบป๊าม้าไม่ให้มาวุ่นวายเรื่องชีวิตส่วนตัวเธออีก เพ็ญสิริจะแทรกถาม เขาเอาหมอนอุดปาก “อย่าขัด... ฟัง...คุณหนีออกจากบ้าน ทิ้งจดหมายไว้ว่าจะไม่กลับมาบ้านอีก แล้วหายตัวไปเงียบๆ ปล่อยให้ป๊าม้าคุณกระวนกระวายแทบขาดใจ ให้พวกท่านรู้สึกว่าความอยากมีหลานชายของตัวเองกำลังจะทำให้สูญเสียลูกสาวคนเดียวไปจริงๆ ถึงเวลานั้นคุณก็ค่อยติดต่อกลับมายื่นเงื่อนไขว่าถ้าอยากให้คุณกลับบ้าน ต้องยอมทำตามข้อเสนอของคุณ พอถึงเวลานั้น ป๊าม้าคุณต้องยอมแน่ หรือจะทนให้ป๊าม้าคุณจับคู่หาสามีให้ไปจนตายก็เรื่องของคุณ”

    วิสุทธิ์บรรยายแผนว่าจะถ่วงเวลาป๊าม้าเอาไว้ ให้เธอหนีออกไป จากนั้นเขาก็ออกมาคุยกับป๊าม้า เพ็ญสิริเอาผ้าปูที่นอนมาผูกโรยตัวลงจากระเบียงอย่างตื่นเต้น ระหว่างนั้นทั้งป๊าม้าลุ้นมองการกระทำของลูก วิสุทธิ์เล่าแผนการทั้งหมดให้ฟัง เพื่อไม่ให้ทั้งสองเป็นห่วงโดยจะพาเธอไปอยู่ที่ไร่ อย่าบอกให้เธอรู้ตัว อ้างว่าเธอไม่พร้อมจะแต่งงาน ต้องให้เวลาเธอทบทวนตัวเอง ป๊าม้ากลับรู้สึกสนุกอยากเรียนปีนผ้าขึ้นมาบ้าง วิสุทธิ์เซ็ง แล้วทั้งสองก็เน้นย้ำ

    “ลื้อเอาอาเพ็ญไปก็ไปเลย แต่ป๊ามีข้อแม้เดียว ภายในเดือนนี้อาเพ็ญต้องท้อง!”

    “ซินแสบอกว่าถ้าเพ็ญมีลูกในเดือนนี้ คลอดในปีนี้ เทพบุตรจะมาเกิด...ต้องเดือนนี้ ลื้อทำได้ไหมอาคุณวิสุทธิ์” ท่าทางม้าเชื่อเอาจริงเอาจัง

    วิสุทธิ์ยิ้มแหยๆเดินออกมามึนๆ เพ็ญสิริหลบอยู่ยื่นมือมาดึงเขาเข้าหลืบ ถามป๊าม้าจับไม่ได้ใช่ไหม แล้วเล่าความตื่นเต้นตอนโรยตัวลงมาให้ฟัง ถามตนจะโทร.บอกป๊าม้าได้หรือยังว่าหนีออกจากบ้าน เขาปรามต้องปล่อยระยะเวลาหน่อย เธอพยักหน้า แต่ตอนนี้จะไปอยู่ที่ไหน

    ooooooo

    ขบวนรถสุริเยนทร์แล่นเข้ามาในวัด สมุนไปยกโลงศพสุรีย์มาใส่รถที่เตรียมไว้ เคทโวยวายแทนที่จะให้ลูกได้ล่ำลาแม่กลับจะเอาศพแม่ไปไหนอีก สุริเยนทร์ ไม่ตอบทำให้เคทโมโหจะดึงน้องพีทลงจากรถจ่ายักษ์ พาสมุนเขารวบตัวโยนกลับเข้าไปในรถ

    การนำศพสุรีย์กลับมาที่ไร่ภูทับดาว ทำให้คฑาวุธร้อนใจบอกเดชา “ไหนพ่อบอกว่าไอ้ภูมันเกลียดแม่เกลียดพี่สาวไง คนที่เกลียดกันจะเอาศพกลับมาบ้านทำไม”

    เดชางง “ก็ตั้งแต่แม่กับพี่สาวทิ้งไป นายอาทิตย์ก็สอนให้ภูเกลียดทั้งสอง และภูก็ไม่เคยสนใจไยดีด้วยอีก ขนาดวันที่สุรีย์มาร้องขอความช่วยเหลือถึงไร่ ภูยังไม่ออกไปเจอหน้าด้วยซ้ำ”

    คฑาวุธร้อนรนแล้วที่ทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร แขไขเหน็บ จะซีเรียสทำไม ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับเขา คฑาวุธตวาดอย่ายุ่ง...แล้วเขาก็หลบมาโทร.สั่งดำเกิงให้จัดการสุริเยนทร์ให้ได้ ดำเกิงบอกว่าสุริเยนทร์เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น คฑาวุธไม่สนใจ ให้เวลา 3 วัน ถ้าทำไม่สำเร็จ รอรับฟังข่าวร้ายของลูกเมียได้เลย ดำเกิงร้องลั่นอย่าทำอะไรลูกเมียตน

    จ้อนขี่รถเข้ามาถามดำเกิงแอบทำอะไรตรงนี้ สารวัตรให้เขาไปหาที่โรงพักจะสอบถามเรื่องที่โดนคนร้ายตีหัววันที่นายโดนลอบยิง ดำเกิงหงุดหงิดออกไป ...เผอิญแขไขได้ยินที่คฑาวุธคุยโทรศัพท์ จึงถามคิด

    ทำเรื่องไม่ดีอะไร แล้วสงสัยว่าจะทำร้ายสุริเยนทร์ โวยจะฟ้องพ่อ คฑาวุธกระชากแขนตวาดใส่หน้า

    “แกอย่าหาเรื่องให้ฉันดีกว่า ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่าเป็นไอ้ภู แกอย่าคิดเองเออเอง”

    “แล้วฉันคิดผิดไหมล่ะ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าพี่คิดยังไงกับพี่ภู ฉันบอกให้รู้เลยนะว่าพี่ไม่มีวันเอาชนะพี่ภูได้ ไม่มีวันทำได้ เพราะว่าพี่มันกระจอก” แขไขตอกกลับ

    คฑาวุธโกรธเงื้อมือจะตบ เดชาเข้ามาห้ามอย่าทำอะไรน้อง เขาจึงสวนให้บอกน้องทำตัวให้เป็นน้องบ้าง ว่าแล้วก็เดินหงุดหงิดออกไป...เดชากำชับแขไขอย่าเพิ่งไปบอกอะไรสุริเยนทร์ แต่ท่าทางแขไขไม่ยอม ถ้าคฑาวุธคิดทำอะไรสุริเยนทร์ เธอจะปกป้องทุกทาง

    สุริเยนทร์สั่งรถแล่นวนไปรอบไร่ด้วยอยากให้สุรีย์ได้เห็นถึงความยากลำบากที่แม่กับสุรีย์ทนไม่ได้จนต้องทิ้งไป ตอนนี้มันยิ่งใหญ่ขนาดไหน เคทเหน็บโรคจิต ทำแบบนี้แล้วสุรีย์จะมีความสุขหรือ สุริเยนทร์นิ่งเศร้าๆ จนมาถึงสุสานบนเชิงเขาที่จัดเตรียมไว้สำหรับศพสุรีย์ หน้าหลุมศพประดับประดาด้วยดอกไม้ขาวสวยงาม เคทตะลึงเอ่ยถาม เขาตั้งใจเอาสุรีย์มาฝังที่นี่หรือ

    “ฉันจะเก็บสุรีย์ไว้อย่างนี้จนกว่าไอ้ฆาตกรที่ฆ่าสุรีย์จะได้รับกรรมของมันอย่างสาสม”

    เคทโวยเขารับปากแล้วจะไม่ยุ่งกับนพสิทธิ์อีก เขาสวนยังไม่ได้เอ่ยชื่อสักคำ เคทชะงักดึงน้องพีทมากอดบอกแม่นอนอยู่ที่นี่ เวลาคิดถึงเราจะมาเยี่ยมได้ตลอด แล้วเหลือบมองสายตาสุริเยนทร์ที่มองภาพสุรีย์เศร้าๆ ฉงนใจไม่อยากเชื่อว่าเขาจะเสียใจกับการตายของเธอ กระซิบถามสุพล “เจ้านายคุณเป็นคนยังไง...

    ทำเหมือนว่าเสียใจที่พี่สุรีย์จากไป แต่ไม่ใช่หรอก คนไม่ได้รักจะเสียใจได้ยังไง เขาก็แค่รู้สึกผิดที่ไม่ยอมช่วยพี่สุรีย์เท่านั้นใช่ไหม”

    สุพลบอกเอาที่สบายใจแล้วกัน...จากตรงนั้น ขบวนรถแล่นมาที่หน้าบ้านพัก สุริเยนทร์ให้ป้าอุ่นเรียกทุกคนมารวมกัน ตนมีเรื่องสำคัญจะแจ้ง ป้าอุ่น เสือโคร่ง ผิวและพิณมารอฟัง

    “ตั้งแต่วันนี้ น้องพีท หลานชายฉันจะมาอยู่ที่นี่ ทุกคนต้องเข้ากับน้องพีทให้ได้ ใครทำไม่ได้จะต้องลาออกไป...ส่วนผู้หญิงหน้าเงินคนนั้นก็จะมาอยู่ด้วย” สุริเยนทร์ชี้ไปที่เคท

    เคทจะแนะนำตัวเอง สุพลปราม แต่เธอไม่ฟัง “ไม่ต้องห้าม! คุณสุริเยนทร์ ฉันมาเลี้ยงหลานให้คุณ คุณก็ควรจะให้เกียรติฉันบ้าง”

    “เกียรติเหรอ...ได้ ผู้หญิงคนนี้ถูกขายขัดดอกให้กับไร่ภูทับดาว กลางวันเธอจะต้องทำงานในไร่ ตอนเย็นต้องเลี้ยงหลานและทำงานแม่บ้านที่นี่ ส่วนกลางคืนฉันอาจจะเรียกใช้เธอบางเวลา” สุริเยนทร์มองสรีระเคท

    “คุณมันทุเรศ!” เคทเงื้อมือจะตบ เขาจับมือเธอมองอย่างลวนลาม

    “นี่แหละเกียรติของเธอ คิดว่าฉันจะให้เธอมาอยู่สุขสบายเป็นพี่เลี้ยงเด็กอย่างเดียวเหรอ หึ เธอต้องทำงานเพื่อแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่พี่ชายเธอปล้นไปจากสุรีย์...

    ทุกอย่าง...ที่ฉันต้องการ”

    “ถ้าคุณทำสกปรกกับฉัน ฉันฆ่าคุณแน่”

    ทันใดสุริเยนทร์อยากลองดี กระชากตัวเคทมาอุ้มพาเข้าบ้าน น้องพีทวิ่งตาม เสือโคร่ง ป้าอุ่น ผิวและพิณตะลึง...สุริเยนทร์อุ้มเคทมาโยนลงบนเตียงในห้องนอน แล้วทำท่าจะโถมใส่ เคทตวาดเสียงกร้าว “ฉันจะสอนให้น้องพีทเกลียดคุณ!”

    สุริเยนทร์ชะงัก เคทบอกที่เขาเอาตนมาอยู่ด้วยเพราะน้องพีท เขาอยากให้น้องพีทอยู่กับเขาที่นี่ให้ได้ไม่ใช่หรือ พอดีน้องพีทวิ่งตามมาตะโกนเสียงดัง “อย่าทำร้ายอาเคทนะไอ้ปีศาจ...”

    สุริเยนทร์สั่งให้หยุดเรียก แต่น้องพีทยังเรียกอยู่อย่างนั้น จนเขาโกรธจะคว้าตัวหนูน้อย เคทถลาเข้าปกป้อง ทั้งที่น้องพีทยังร้องไห้เรียกสุริเยนทร์ว่าปีศาจไม่หยุด เขาร้อนรนที่หลานมีท่าทางเกลียดกลัวขนาดนี้ พยายามหักห้ามอารมณ์เดินพุ่งออกจากห้องแทบชนกับสุพล...

    สุพลเข้าใจถึงความรู้สึกเจ้านาย รู้สึกห่วงใย

    ooooooo

    จนแล้วจนรอดเพ็ญสิริก็ยังเข้าใจว่าวิสุทธิ์ช่วย เธอถามเขาว่าจะโทร.หาป๊าม้าได้หรือยัง เขาบอกจะรีบไปไหนปล่อยให้เวลาทำหน้าที่บ่มความกระวนกระวายของป๊าม้าให้สุกดีก่อน ยิ่งบ่มนาน อำนาจต่อรองก็จะอยู่ในมือเธอ หญิงสาวยิ้มร่าที่ป๊าม้าจะเหมือนลูกไก่ในกำมือ

    “นายนี่ใช้ได้เหมือนกันนะ อย่างนี้ค่อยคบได้หน่อย”

    “ผมช่วยคุณแล้ว คุณก็ต้องช่วยผมบ้างนะ เรื่อง... เพื่อนคุณอ่ะ”

    เพ็ญสิริเหล่มองบอกต้องขอดูความประพฤติก่อน เพื่อนรักของตนต้องได้คนที่ดีที่สุด วิสุทธิ์ถามต้องทำอย่างไร เธอยิ้มเจ้าเล่ห์ ก็พอดีเสือโคร่งหน้าตื่นมารายงานเรื่องเคทโดนอุ้มเข้าห้องสุริเยนทร์บอกว่าเธอถูกขายขัดดอก เสือโคร่งไม่เข้าใจความหมาย วิสุทธิ์ต้องอธิบาย เพ็ญสิริหงุดหงิดจะมาอยากรู้อะไรเวลานี้ตนเป็นห่วงเพื่อนจะไปช่วย วิสุทธิ์คว้ามือห้าม

    “ล่วงละเมิดทางเพศ...ผู้ชายบังคับผู้หญิงที่ไม่เต็มใจ ลูกพี่กำลังล่วงละเมิดทางเพศพี่สาวหน้าขาวอยู่ ใช่ไหมๆ” เสือโคร่งชี้ ทั้งสองผละออกจากกันทำหน้าเก้อๆ

    ค่ำนั้น สุพลเอาเอกสารการรับน้องพีทเป็นบุตรบุญธรรมมาให้สุริเยนทร์เซ็น บอกว่าแม้พินัยกรรมระบุให้เขาเป็นผู้ปกครอง แต่เด็กยังมีพ่ออยู่ สิทธิ์การดูแลก็ยังเป็นของพ่อ ถ้าเขาอยากจะอุปการะน้องพีทอย่างถูกต้องก็ต้องทำตามกฎหมาย...

    สุริเยนทร์นั่งมองภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องน้องพีท เห็นการดูแลของเคทว่ามีความรักและจริงใจ

    สุพลแย็บอย่าลืมว่าเคทมีศักดิ์เป็นอา ตอนนี้เธอยังไม่รู้กฎหมาย แต่ถ้ารู้เธอจะชิงทำตามขั้นตอนก่อน ศาลพิจารณาแล้วอาจสั่งให้เด็กอยู่กับเธอได้ สุริเยนทร์เครียดบอกจะให้เซ็นตรงไหนบ้าง สุพลอยากให้เขาแน่ใจก่อนว่าอยากเลี้ยงดูน้องพีทจริงๆ เขามองหน้าสุพลอย่างหงุดหงิด สุพลตั้งใจอธิบาย

    “พอนายเซ็นเอกสารแสดงความจำนงแล้ว ก็จะมีขั้นตอนเช่น กรมประชาสงเคราะห์จะมาสัมภาษณ์ว่าพร้อมเลี้ยงเด็กไหม รักเด็กจริงหรือเปล่า จากนั้นก็จะเป็นช่วงทดลองเลี้ยงว่าให้ความรักและการดูแลจริงหรือไม่” สุริเยนทร์โวยตนเป็นน้า “ญาติฝ่ายไหนก็ต้องทำตามขั้นตอนครับ ไม่งั้นน้องพีทจะมีสถานะเป็นเด็กเถื่อนเข้าโรงเรียนไม่ได้ ออกเอกสารทางราชการใดๆไม่ได้”

    สุริเยนทร์มองดูเคทเล่นและร้องเพลงกับน้องพีท สุพลย้ำกฎหมายมันวุ่นวาย บางอย่างอาจเลี่ยงได้ แต่เรื่องนี้เกี่ยวพันกับอนาคตเด็กไม่ควรเลี่ยง แล้วพูดเอาใจตนรู้ว่าเขาเป็นคนรักเด็ก สุริเยนทร์หันขวับมาจ้อง

    ไม่อยากให้ใครมองในภาพอ่อนโยน สุพลรีบแก้ว่า น้องพีทเป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ เขาคงอยากมีครอบครัวฉะนั้นควรทำ
    สุพลมองในจอเห็นเคทกล่อมน้องพีทหลับก็เอ่ยชม เธอรักหลานจริงๆและน้องพีทก็รักเธอมาก ถ้าไม่อยากเสียหลานไปต้องเอาชนะใจน้องพีทให้ได้ สุริเยนทร์เข่นเขี้ยว รักเพราะหวังอยากได้เงินของสุรีย์มากกว่า

    เคทไม่รู้ว่ามีกล้องวงจรปิดในห้อง พอกล่อมน้องพีทหลับก็นั่งเศร้า เสือโคร่งมาเคาะประตูเรียก ส่งมือถือให้บอกลูกพี่อยากคุยด้วย เธอรีบรับมือถือมาคุย เพ็ญสิริแย่งมือถือจากมือวิสุทธิ์มากรอกเสียงถามเคทปลอดภัยดีไหม เคทบอกไม่เป็นอะไร เพ็ญสิริรีบบอกว่าถ้ามีอะไรหนีมาหาตนได้ ตนอยู่ไร่ปลายฟ้า ทันใดจ่ายักษ์เปิดประตูเข้ามาบอกว่า นายไม่อนุญาตให้ใช้โทรศัพท์แล้วดึงมือถือไป เสือโคร่งแอบมองอย่างเสียดายมือถือตัวเอง

    วิสุทธิ์โวยเพ็ญสิริทำไมไม่ให้ตนคุยกับเคทบ้าง ทั้งที่บอกว่าจะช่วยให้ตนได้จีบเคท แล้วขู่จะโทร.ฟ้องป๊าม้าเรื่องเธอ เพ็ญสิริจำต้องยอม บอกครั้งหน้าจะให้เขาได้คุยกับเคท...แล้วเพ็ญสิริก็นึกได้ถาม เขาคิดว่าป๊าม้าจะรู้หรือยังว่าตนหนีออกจากบ้าน ทำไมไม่โทร.มาถามเลย

    “ถ้าผมเป็นพ่อและมีลูกสาวอย่างคุณ วันแรกที่คุณหายตัวไปผมจะดีใจมาก วันที่สองผมจะฉลอง วันที่สามผมจะจ้างงิ้วมาแสดง กว่าผมจะเริ่มรู้สึกว่าคุณหนีออกจากบ้านต้องตามกลับมาก็คงผ่านไปสักอาทิตย์นั่นแหละ”

    “นี่นายด่าฉันนี่!”

    “เฮ้ย! เข้าใจด้วย” วิสุทธิ์หัวเราะร่าเดินหนีไป เพ็ญสิริเจ็บใจที่โดนหลอกด่า

    ooooooo

    กลางดึก สุริเยนทร์ยังจ้องมองภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นเคทเดินงุ่นง่าน เธอสงสัยว่าสุริเยนทร์รู้ได้อย่างไรว่าเธอพูดโทรศัพท์ แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองถูกจับตามอง จึงลองเปิดประตูไปดูว่ามีคนเฝ้าหน้าห้องไหมก็ไม่มี ทันใดโทรศัพท์ในห้องดังขึ้น เธอรีบรับสายกลัวหลานตื่น

    สุริเยนทร์โทร.เข้ามาถามรู้ใช่ไหมว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นตีสี่ไปทำงานในไร่ เธอโวยไม่ไป ถ้าจะให้ไปก็หาคนมาดูแลน้องพีทเพราะถ้าตื่นมาไม่เจอตนจะร้องโยเย เขาหาว่าเธอเอาเด็กมาอ้างอย่างเธอคงทำงานอะไรไม่เป็น ดีแต่จะทำงานสบายรายได้ดี

    ทั้งสองไม่รู้ว่าข้างนอก ดำเกิงซุ่มอยู่บนต้นไม้ ดักรอจะยิงหัวสุริเยนทร์ตามคำสั่งคฑาวุธ เผอิญเคทมองออกไปทางระเบียงเห็นเงาคนบนต้นไม้ก็เพ่งมอง สุริเยนทร์เห็นท่าทางเธอผ่านกล้องก็ขยับเข้าไปมองจอใกล้ๆ จังหวะนั้นดำเกิงยิงเปรี้ยงเข้ามา พลาดหัวโดนที่แขนสุริเยนทร์ เขาเจ็บใจที่พลาดเป้า เคทเห็นแน่ชัดว่าเป็นคนกระโดดลงจากต้นไม้ ร้องลั่น คนร้ายอยู่ตรงนั้นแล้วเป็นห่วง

    สุริเยนทร์จึงย่องออกมาจากห้อง เจอกับสุริเยนทร์เข้าพอดี กำลังจะไล่ล่าคนร้าย

    เคทชี้ว่าเขาถูกยิง สุริเยนทร์ปัดไม่เป็นอะไรให้เธอกลับไปดูแลน้องพีท เคทเงอะงะก็พอดีเสียงน้องพีทร้องเรียก จึงวิ่งกลับมากอดปลอบหลาน

    ดำเกิงวิ่งหนีมาเจอจ้อน จ้อนเห็นปืนในมือก็ตกใจ ไม่อยากเชื่อว่าเป็นฝีมือเขา ดำเกิงจึงเข้าชกจ้อนล้มกลิ้งแล้วใช้ปืนยิงที่สีข้างตัวเอง จ้อนงงทำอะไรแต่แล้วดำเกิงก็เล็งยิงจ้อนเปรี้ยง...จ่ายักษ์กับพวกวิ่งมาตามเสียงปืน ดำเกิงทำทีตกใจหวาดกลัว ฟ้องว่าจ้อนจะฆ่าตน ตนแย่งปืนมาได้จึงยิงใส่ ลูกน้องรายงานว่าจ้อนยังไม่ตาย สุริเยนทร์มาถึงจึงสั่งส่งโรงพยาบาล ดำเกิงหน้าเสีย

    รุ่งเช้า เสือโคร่งรายงานเรื่องราวให้วิสุทธิ์ฟัง

    เพ็ญสิริยิ่งเป็นห่วงเคทจะโดนลูกหลงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ วิสุทธิ์ถามสุริเยนทร์สงสัยใคร เสือโคร่งชี้ที่วิสุทธิ์ เขาส่ายหน้าเอือมระอา

    ด้านไร่ภูทับดาว จ่ายักษ์รายงานสุริเยนทร์ว่าจ้อนปลอดภัยแล้วแต่ยังไม่ได้สติ ฟื้นเมื่อไหร่คงรู้ว่ามันใช่มือปืนที่ลอบยิงหรือไม่ และรับคำสั่งจากวิสุทธิ์หรือเปล่า

    ในขณะที่เพ็ญสิริเค้นถามวิสุทธิ์ ไม่ได้ทำร้าย

    สุริเยนทร์แล้วจะเดินหนีทำไม เขาหันกลับมาย้ำ ว่าเขาต้องการตัวอาทิตย์มาลงโทษ ไม่ได้ต้องการชีวิตใคร เลิกจับผิดตนเสียที

    สุริเยนทร์ซักถามดำเกิงและคอยจับพิรุธ หยิบเสื้อแจ็กเกตจากบอดี้การ์ดถามว่าของใคร ดำเกิงโบ้ยว่าเป็นของจ้อนถอดทิ้งไว้ สุริเยนทร์พยักหน้าแล้วเดินกลับไป...ดำเกิงถามอาการจ้อนจากจ่ายักษ์ พอรู้ว่ายังไม่ตายก็หวั่นใจต้องทำอะไรสักอย่าง

    เคทเห็นน้องพีทนั่งซุกตัวข้างเตียง เอาเล็บขูดกับพื้นหน้าเครียด ก็พยายามปลอบ แต่หนูน้อยกลับร้องไห้คิดถึงพ่อคิดถึงแม่คิดถึงบ้าน เคทไม่อาจทิ้งหลานออกไปทำงานในไร่ตามคำสั่งสุริเยนทร์ได้ สายวันนั้นก็มีคนงานขนข้าวของน้องพีทจากบ้านมาไว้ที่ไร่ทั้งหมดรวมทั้งพาลออมาดูแลน้องพีทด้วย

    เคททึ่งกับการกระทำของสุริเยนทร์ ลออเจอเคทรีบถามถูกเจ้าพ่อภูทับดาวทำมิดีมิร้ายหรือไม่ เคทรีบตอบว่าไม่ ลออโล่งใจและขอบคุณที่เขาใส่ใจความรู้สึกน้องพีท

    ป้าอุ่นเข้ามาส่งชุดให้เคทบอกไปทำงานในไร่ได้ เคทรับชุดจะเปลี่ยน ป้าอุ่นรีบดันให้เข้าไปเปลี่ยนในที่อาบน้ำ ดึงม่านปิดให้มิดชิด เคทชักสงสัย เดินสำรวจรอบห้องและห้องน้ำ เห็นกล้องกระดุมติดอยู่ตามมุมหลายจุดก็โมโหปรี๊ดสุดขีด

    ด้านสุริเยนทร์กำลังเดินไปที่สุสานกับสุพล สุพลชื่นชมที่สุริเยนทร์ขนของน้องพีทมาหมด แกจะได้ไม่รู้สึกว่าเปลี่ยนสภาพแวดล้อมมากเกินไป และจะทำให้รู้สึกดีขึ้นกับตัวเขาด้วย สุริเยนทร์ทำตาดุไม่อยากให้มาชื่นชม สุพลแกล้งแย็บ

    “นายครับ ถ้าอยากเอาชนะใจหลาน นายต้องยิ้มเยอะๆนะครับ” สุริเยนทร์ถลึงตา สุพลรีบยื่นช่อดอกไม้ “นี่ครับ ผมเตรียมให้นายเอาไปฝากคุณสุรีย์ รับไปสิครับ”

    สุริเยนทร์คว้าดอกไม้เดินฮึดฮัดนำไป สุพลมองตามขำๆ...พอมาถึงก็เห็นครอบครัวเดชากำลังวางดอกไม้อยู่หน้าสุสานสุรีย์ คฑาวุธออกตัวขอโทษที่ไม่ได้ไปร่วมงานศพสุรีย์ที่กรุงเทพฯ สุริเยนทร์บอกไม่เป็นไรไม่ได้อยากให้ไปอยู่แล้ว คฑาวุธข่มอารมณ์โกรธ แขไขเห็นพ่อตาแดงๆถามทำไมต้องร้องไห้ เดชาเสียงเครือว่าอดเสียใจไม่ได้เห็นสุรีย์มาตั้งแต่แรกคลอด

    เดชาถามเรื่องคนร้าย ถ้ายังไม่คืบหน้าจะให้คฑาวุธช่วย สุริเยนทร์ปัดให้คฑาวุธเอาเวลาไปแก้ปัญหาชาวบ้านจะดีกว่า เรื่องคนร้ายฆ่าสุรีย์ตนจะจัดการเอง ตนจะลากคอมาชดใช้กรรมให้ได้ แขไขแทรกถามว่าการตายของสุรีย์ไม่ใช่อุบัติเหตุหรือ คฑาวุธรีบใส่ไฟได้ยินว่าฆาตกรคือสามีสุรีย์ แขไขตกใจว่าใช่คนเดียวกับที่มาลอบยิงสุริเยนทร์เมื่อคืนหรือไม่ คฑาวุธโบ้ยนั่นเป็นฝีมือพวกไร่ปลายฟ้า เดชาถอนใจ...อีกแล้วหรือ

    แต่สุริเยนทร์จ้องคฑาวุธไม่วางตา

    กลับมาบ้าน เดชาซักไซ้คฑาวุธเป็นคนจ้างมือปืนไปยิงสุริเยนทร์หรือเปล่า เขาปฏิเสธโกรธๆ เดชาจึงเตือนอย่าคิดทำเรื่องเสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง ตนบอกเลยว่าจะยืนข้างความถูกต้อง คฑาวุธตอกกลับตนไม่แปลกใจเลยทำไมพ่อไม่ได้เป็น ส.ส. เพราะพ่อยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

    เดชาโกรธตบหน้าฉาด “ฉันขี้แพ้ แต่แกก็ไม่ใช่ผู้ชนะเหมือนกัน!”

    คฑาวุธปรี๊ดที่โดนหยาม

    ooooooo

    วิสุทธิ์กำลังสอบถามเหน่งลูกน้องว่าสืบหาตัวอาทิตย์ได้หรือยัง เพราะเขาเชื่อว่ายังอยู่ที่ไร่ภูทับดาว ระหว่างคุยได้ยินเพ็ญสิริร้องช่วยด้วยๆ เขาตกใจรีบวิ่งเข้ามาในบ้านเห็นเธอถือมือถือเต้นเล่าๆว่าป๊าโทร.มาจะทำอย่างไรดี แล้วเผลอกดรับสายจึงบอกถ้ายังบังคับให้มีหลานจะหนีต่อ

    วิสุทธิ์รีบดึงโทรศัพท์มาตัดสายเกรงความแตก เพ็ญสิริกระวนกระวายว่าป๊าม้าคงจะร้อนใจ วิสุทธิ์บอกให้เวลาผ่านไปสักเจ็ดวันค่อยต่อรองกับพวกท่าน เธอจะมีอำนาจต่อรองมากขึ้น...เพ็ญสิริถามความคืบหน้าเรื่องอาทิตย์ วิสุทธิ์ไม่เชื่อว่าอาทิตย์ไม่ได้อยู่ในไร่ภูทับดาว เพ็ญสิริว่าถ้าอย่างนั้นก็น่าเป็นห่วงเคท จะต้องไปช่วยเธอออกมา วิสุทธิ์เอ็ดอย่าหาเรื่อง ทางเดียวที่จะช่วยเคทได้คือต้องหาตัวอาทิตย์ให้เจอก่อน หญิงสาวประชดให้รีบคิดไม่ใช่เอาแต่เล่นนมควาย

    “รีด ไม่ใช่เล่น!” วิสุทธิ์สวน

    เพ็ญสิริแนะนำว่าเราควรเริ่มสืบจากคนที่รู้จักอาทิตย์ วิสุทธิ์นึกได้ว่าคือเดชา แต่คนที่จะเข้าไปหาข้อมูลได้คือเพ็ญสิริ เพราะเธอเป็นคนเดียวที่เดชา
    ไม่รู้จัก หญิงสาวหน้าเหวอ...

    สุริเยนทร์เดินเข้าบ้านมา เคทปรี่เข้าด่าว่าเขาโรคจิตที่ติดกล้องในห้องนอนและห้องน้ำ ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แล้วเมื่อคืนตนเข้าห้องน้ำตั้ง...สุริเยนทร์สวนว่าสามรอบ เคทกรี๊ด เขาบอกไม่ต้องห่วงเธอไม่มีอะไรน่ามอง เคทโวย “ใครจะไปเชื่อสันดานผู้ชาย...แล้วคนของคุณอีก”

    “ก็นิดนึง...เอ๊ย! ไม่ได้มองครับ” สุพลรีบตอบ

    “เธอกับพี่ชายเธอไม่ได้สมบัติของสุรีย์สักบาท แล้วคิดว่าฉันจะไว้วางใจให้ผู้หญิงหน้าเงินอย่างเธอเดินเพ่นพ่านในบ้านงั้นเหรอ” สุริเยนทร์เหยียด

    เคทตะโกนใส่หน้าว่าไม่ได้อยากได้เงินสักบาท ให้เขาไปเอากล้องออกไม่อย่างนั้นตนจะพังมันทุกตัว สุริเยนทร์กระชากเคทเข้ามาเสียงกร้าวใส่ ถ้าเธอทำพังหรือเอาอะไรบัง รับรองว่าตนจะแสดงความโรคจิตกับเธอยิ่งกว่าติดตั้งกล้องอีก เคทดิ้นสะบัดตัวแต่ไม่หลุด แขไขเดินเข้ามามองด้วยสายตาเย็นชา ถามคนนี้หรือคือทานตะวัน แล้วแนะนำตัวเองว่าเป็นแฟนสุริเยนทร์ เคททึ่งไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างนี้จะมีแฟนได้...

    แล้วจ่ายักษ์ก็พาเคทมาทำงานที่คอกม้า บอกว่าวันนี้งานง่ายๆให้เธอซ่อมหลังคาคอกม้า เคทยืนอึ้ง สุริเยนทร์เดินมามีแขไขกางร่มเดินตาม เขาเหน็บทีเรื่องหลอกสูบเงินคนอื่นยังทำได้แค่ซ่อมหลังคาไม่น่ายากเกิน ถ้าทำไม่เสร็จห้ามพัก จ่ายักษ์พาผู้ช่วยมาให้คือเสือโคร่ง

    สุริเยนทร์เดินกลับ แขไขตามมาถามให้แน่ใจว่า เคทถูกขายมาขัดดอกจริงหรือ เขาเน้นว่าจริง แขไขทำทีร้องไห้เป็นห่วงขอดูแผลที่เขาถูกยิง สุริเยนทร์อยากจะเดินหนีไวๆจึงยอมเปิดให้ดู แขไขยิ้มดีใจที่เขาเห็นความห่วงใยของตน...จากนั้นแขไขก็แอบมาถามเรื่องเคทจากป้าอุ่น

    ระหว่างที่เคทกำลังปีนเปลี่ยนหลังคาคอกม้าเพราะเสือโคร่งอ้างว่ากลัวความสูงจึงบอกวิธีและช่วยจับบันไดให้...เคทถือโอกาสเลียบเคียงถามว่าแขไขเป็นแฟนสุริเยนทร์หรือ เสือโคร่งตอบว่ายังไม่เป็นแต่อาจจะเป็น เพราะนายมีคนที่รักอยู่ เคทอยากรู้ว่าใคร ก็พอดีแขไขเข้ามาขัด

    “ทานตะวัน ฉันมีเรื่องจะคุยกะเธอ”

    เคทแปลกใจแต่ก็คุยด้วย แขไขถามอ้อมๆว่าเคทเป็นอาและสุริเยนทร์เป็นน้าของน้องพีทเท่านั้นใช่ไหม แล้วทำไมเธอต้องถูกขายขัดดอกด้วย เคทอึ้งๆอธิบายว่าตนมาเพื่อดูแลหลาน แต่ที่ยอมทำงานในไร่ เพื่อชดใช้แทนพี่ชาย และเพื่อให้สุริเยนทร์เลิกตามล่าเขา ไม่ได้คิดมาจับและไม่มีวันจะจับสุริเยนทร์แน่นอน แขไขจึงเน้นย้ำ

    “ฟังให้ดีนะ ผู้หญิงทุกคนที่อยู่ที่นี่ กฎข้อแรกที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ...ห้ามให้พี่ภูปล้ำ!”

    เคทโวยให้ไปบอกสุริเยนทร์ แขไขบอกตนห้ามทุกคน แต่ใครจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ให้เคทสาบานจะไม่ยุ่งกับเขา ถ้าเขามาทำอะไรก็ให้ร้องดังๆ เคทรับคำงงๆ ถามกลับสุริเยนทร์รู้บ้างไหมว่าเธอรักเขา แขไขรู้สึกว่าเคทไม่ใช่ศัตรูจึงยอมบอกว่าสุริเยนทร์รู้ว่าตนรักเขาแต่เขาไม่รักตน เพราะเขารักพี่สาวตนคนเดียว เคทเอะใจอาจเป็นเบาะแสได้บ้าง

    เสือโคร่งได้ยินที่สองสาวคุยกันรีบมารายงานวิสุทธิ์ เพ็ญสิริอยากรู้ว่าพี่สาวแขไขเป็นใคร วิสุทธิ์บอกว่าชื่อรุจิรา เหมพยัคฆ์ หรือขิม สุริเยนทร์รักเธอมาก แต่ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงหนีไปอยู่กรุงเทพฯไม่กลับมาอีก เพ็ญสิริรู้สึกคุ้นชื่อ พอวิสุทธิ์บอกว่าเป็นดีไซเนอร์ดังก็นึกออก ว่าคือไอดอลของเคทนั่นเอง จึงรีบโทร.บอกเอกณัติให้ช่วยไปสืบต่อให้ที

    ooooooo

    เอกณัติจำต้องกลับมาหารุจิราเพื่อสืบข้อมูลตามที่เพ็ญสิริส่งข่าว เผอิญเธอมีลูกค้าไฮโซต้องการตัดชุดสูทให้กับกิ๊กหนุ่ม แต่ไม่พามาวัดตัว รุจิรา
    ไม่อยากต้องแก้ไขให้เสียเวลา จึงขอให้เอาสูทตัวเก่ามาวัดขนาดก็ได้ พอดีเอกณัติเดินเข้ามา ลูกค้าไฮโซเห็นรีบบอกว่าตัวเท่าเขา

    รุจิราจำต้องให้ลูกน้องวัดตัวเอกณัติและแอบเหน็บ “หนี้ก็ไม่จ่ายยังมีหน้าโผล่มาอีกหรือ”

    เอกณัติอ้างว่ากลับไปคิดๆดูรู้สึกผิด จึงมาขอทำงานชดใช้ให้แทน รุจิราดูถูกว่าร้านตนไม่ใช่ร้านขายไก่ทอด จะได้เอาพวกโลว์โปรไฟล์มาทำงาน เอกณัติจึงแสดงให้เธอเห็นว่าเขามีความจำเป็นเลิศ เธออึ้งเล็กน้อยแต่ปฏิเสธไม่รับและให้ รปภ.พาเขาออกไป

    ด้านเพ็ญสิริไม่ลดละที่จะหาทางไปช่วยเคท เมื่อเสือโคร่งรับมือถือเครื่องใหม่จากวิสุทธิ์ เพื่อจะได้สื่อสารกันได้ แม้จะเป็นรุ่นเก่าแต่ยังดีกว่าไม่มีใช้...เพ็ญสิริหลอกถามว่าเขามาไร่ปลายฟ้าได้อย่างไร เสือโคร่งสาธยายหมดเปลือกว่ามีทางลับ

    ค่ำวันนั้น น้องพีทร้องไห้งอแงให้ลออประกอบบ้านของเล่นที่ขนมาให้ แต่ลออทำไม่ได้ เคทกลับมาถึงพยายามประกอบก็ไม่สำเร็จ จึงนึกได้หันไปพูดใส่กล้องวงจรปิด ว่าใครรื้อต้องมาประกอบ...สุริเยนทร์ส่ายหน้าแต่สุดท้ายก็ต้องมาทำให้เพราะน้องพีทร้องไห้ไม่หยุด และเพราะโดนเคทสบประมาท ถ้าอยากให้น้องพีทอยู่ที่นี่ สิ่งแรกคือทำให้แกเลิกกลัวเขาได้ไหม

    พอสุริเยนทร์ยอมทำ เคทก็ใช้คำพูดของเขามาใช้กับเขาบ้าง “รีบๆทำล่ะ ประกอบไม่เสร็จ ห้ามพัก!”

    สุพลแอบหัวเราะที่เคทร้ายไม่เบา แล้วเคทยังแกล้งให้ป้าอุ่นยกของว่างเข้ามา เพื่อให้สุริเยนทร์เสียฟอร์มที่ลงมือประกอบของเล่นหลาน ทั้งจ่ายักษ์และป้าอุ่นทึ่ง เคทยังแกล้งย้ำ ประกอบให้เสร็จก่อนค่อยกิน สุพลกระซิบปรามเคท “คุณนี่...ไม่ธรรมดาเลยนะครับ”

    สุริเยนทร์กำชับจ่ายักษ์กับสุพลห้ามพูดถึงเรื่องนี้อีก จ่ายักษ์หุบยิ้มรายงานว่าจ้อนฟื้นแล้ว

    ทางไร่ปลายฟ้า วิสุทธิ์แปลกใจที่เพ็ญสิริหายไป แม่บ้านบอกว่าเห็นเมื่อเย็นคุยกับเสือโคร่ง วิสุทธิ์ประมวลสถานการณ์แล้วคาดการณ์บางอย่าง...

    เป็นอย่างที่คิด เพ็ญสิริสะกดรอยตามเสือโคร่งจนเข้ามาในไร่ภูทับดาวได้ แต่ด้วยความที่ต้องคอยหลบจึงสะดุดเครื่องมือทำไร่ล้มลงขาเจ็บ ทำให้คลาดกับเสือโคร่ง

    คนงานมาบอกดำเกิงว่าจ้อนฟื้นแล้ว นายให้เขาไปโรงพยาบาลด้วยเพื่อจะได้ชะแผล ดำเกิงเห็นสบโอกาสรีบไปที่โกดังเก็บพืชผล เพ็ญสิริกำลังเดินเขยกๆ เห็นดำเกิงเดินมาก็รีบซ่อนตัว จึงเห็นว่าเขาเปิดลังหยิบปืนและมีดมาพกติดตัว เพ็ญสิริแปลกใจจะเอาอาวุธไปทำอะไร ...จู่ๆมีคนเข้ามาจับไหล่และเอามือปิดปากเธอไว้ เธอตกใจแทบช็อกหันมองเป็นวิสุทธิ์ เขารอจนดำเกิงเดินไปแล้วจึงปล่อยเธอ เพ็ญสิริรีบบอกว่าดำเกิงมีปืนและมีด วิสุทธิ์แปลกใจเพราะดำเกิงเหมือนคนงานซื่อๆไม่มีพิษมีภัย จะเอาอาวุธไปทำอะไร ชักสงสัยว่าเขาจะเป็นมือปืน

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด
    24 ต.ค. 2564

    10:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 13:19 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์