นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แรงตะวัน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    รถแล่นไปตามทางมุ่งสู่ภาคเหนือ สุริเยนทร์มองน้องพีทที่หลับพาดตักด้วยแววตาอ่อนโยนลง แต่ปากยังแข็งบอกเห็นว่าป่วยถึงยอม จู่ๆน้องพีทก็เพ้อเรียกหาพ่อ มือปัดป่ายมากอดแขนเขาบอกรักพ่อมาก สุริเยนทร์รู้สึกว่าหนูน้อยเป็นเหมือนภาพสะท้อนวัยเด็กของตัวเอง

    เมื่อห้าปีก่อน ขณะพายุกำลังจะเข้า ลมพัดแรง ฟ้าแลบแปลบปลาบ สุริเยนทร์เห็นอาทิตย์หอบกระเป๋าเอกสารรีบร้อนจะออกจากบ้าน มีจ่ายักษ์จอดรถรอ เขาถามพ่อจะไปไหน

    “ภู พวกมันกำลังจะมาเอาฉันไปเข้าคุก ฉันต้องไปแล้ว แกอยู่ที่นี่ ทุกอย่างเรียบร้อยเมื่อไหร่ฉันจะติดต่อมา” อาทิตย์จะไปสุริเยนทร์คว้ามือหมับขอร้องอย่าไป “ฉันไม่ได้หนี แต่ถ้าฉันจะสู้ ฉันก็ต้องสู้จากนอกคุก ภู...แกต้องอยู่ดูแลที่นี่ ตั้งแต่นี้ไปอาณาจักรภูทับดาวคือหน้าที่แก เข้าใจไหม ภู! ฉันถามว่าเข้าใจไหม” อาทิตย์ใช้หมัดชกหน้าอกลูกด้วยท่าทีเข้มงวด

    สุริเยนทร์บอกตนทำไม่ได้ ฝ่ามืออาทิตย์ฟาดลงบนหน้าเพี้ย “อย่าอ่อนแอให้ฉันเห็น ฉันเคยสอนแล้วว่าความอ่อนแอไม่ช่วยให้เรามีชีวิตรอด แกคือลูก ส.ส. อาทิตย์ แกต้องเข้มแข็งและต้องอยู่เหนือคนทุกคนเหมือนพ่อ! เข้าใจไหม!...ภู”

    “พ่อจะทิ้งผม เหมือนที่แม่เคยทำ”

    อาทิตย์ตวาดไม่ได้ทิ้ง พลันลมพายุพัดกิ่งไม้หล่นโครมเสียงม้าร้องดังขึ้น อาทิตย์ไล่สุริเยนทร์ให้กลับเข้าไปนอนสั่งพรุ่งนี้เช้าบอกกับทุกคนว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไร ทั้งนั้น อาทิตย์โดดขึ้นม้าที่ลูกน้องจูงเข้ามา จ่ายักษ์ย้ำว่าให้รถไปก่อนสักห้านาที แล้วค่อยขี่ม้าออกไป จ่ายักษ์มองอาทิตย์ด้วยความรักเคารพ

    “ดูแลตัวเองด้วยนะครับนาย”

    อาทิตย์รับคำและให้เขาระวังตัวเช่นกัน อาทิตย์หันมาย้ำกับสุริเยนทร์ว่า พ่อไม่ได้ทิ้ง จำไว้...พูดจบเขาก็ชักม้าออกไป แววตาสุริเยนทร์คลายความหม่นเศร้าลงกลายเป็นกระด้างเย็นชา

    รถเคทขับตามรถสุริเยนทร์ด้วยความร้อนใจ

    เพ็ญสิริโทร.เข้ามาย้ำเตือนอย่าเปรี้ยวซ่า เคทพรั่งพรูเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นว่าสุริเยนทร์ไล่ยิงนพสิทธิ์จนตกน้ำไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร เพ็ญสิริให้เคทรอ ตนกำลังตามไป เคทแปลกใจมาถูกได้อย่างไร เพ็ญสิริบอกมากับวิสุทธิ์ คนที่ป๊านัดมาให้ดูตัว เคทตกใจถามเพิ่งเจอกันวันแรกทำไมกล้าขึ้นรถเขามา แน่ใจหรือว่าเขาไม่ใช่พวกโรคจิตแอบแฝง เพ็ญสิริชักสยองชำเลืองมองวิสุทธิ์ที่ขับรถอยู่ บอกเคทแค่นี้ก่อน

    เพ็ญสิริหันมาเอามือถือถ่ายภาพวิสุทธิ์ไว้ แล้วบอกเขาว่าตนส่งภาพเขาไปให้เพื่อน ถ้าเขาคิดไม่ซื่อรูปนี้ถึงตำรวจแน่ วิสุทธิ์ขำนั่งรถมาตั้งนานเพิ่งมากลัว ว่าแล้วก็แกล้งจอดรถข้างทาง เพ็ญสิริร้องลั่น “นี่! จอดทำไม!”

    “หึๆๆ...ลองคิดสิ ถนนเปลี่ยว มืด ไม่มีรถสวน อยู่กันสองคน ผมควรจะทำอะไร”

    เพ็ญสิริร้องลั่นจะทำอะไร วิสุทธิ์เปิดประตูรถลงเดินอ้อมมาทางเพ็ญสิริ เธอยิ่งหวาดกลัว แต่แล้วเขาก็ยืนปลดทุกข์ข้างทางหันหลังให้เธอ หญิงสาวตกใจเอามือปิดตาทันที

    ooooooo

    ภาพความฝันที่ตามหลอกหลอนสุริเยนทร์ทุกครั้งที่หลับ...ภาพเด็กชายภูร้องไห้เพราะถูกจับให้กำถ่านร้อนๆ เขาพยายามดึงมือออก สุดท้ายผลักแม่เลี้ยงกระเด็น แบมือออกมีแต่เลือด พอเงยหน้าเห็นโสภานอนตายตาเบิกโตอยู่...สุริเยนทร์สะดุ้งตื่นเห็นน้องพีทหลับอยู่ที่ตักก็รู้ว่าฝันไป

    ฟ้าสว่างพระอาทิตย์กำลังขึ้น เคทขับรถมาถึงหน้าทางเข้าไร่ภูทับดาว มีรถจอดขวางอยู่ จ่ายักษ์ยืนรอข้างรถ เธอจึงกดแตรยาวให้เขาเปิดทาง จ่ายักษ์กลับชักปืนเล็ง ยิงใส่ยางรถเธอปัง...ปัง...และกล่าว “เสียใจด้วยนะ ไร่ภูทับดาวไม่อนุญาตให้คนนอกเข้า”

    จ่ายักษ์ขับรถไป เคทรีบลงมาดูยางรถอย่างหงุดหงิด... รถสุริเยนทร์แล่นมาจอดหน้าบ้าน ป้าอุ่นกับเสือโคร่งนำทีมแพทย์และพยาบาลเอาเตียงมารับสุริเยนทร์อย่างห่วงใย สุริเยนทร์ต้องบอกว่าไม่ใช่ตนที่ป่วย แล้วผายมือไปที่น้องพีทในรถ...แพทย์และพยาบาลรีบนำตัวเด็กไปตรวจเช็กอาการในบ้าน ป้าอุ่นบอกสุริเยนทร์ว่าไม่ต้องห่วง ตนเชี่ยวชาญเรื่องการดูแลเด็กมาก จะแสบบ้าเพี้ยนขนาดไหน ตนเอาอยู่ สุริเยนทร์โล่งใจฝากป้าอุ่นดูแล

    สุพลเข้ามาเอาแท็บเล็ตให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดปากทางเข้าไร่ เห็นเคทพยายามโบกรถมอเตอร์ไซค์ที่เข้าออกด้วยความหงุดหงิดเพราะไม่มีใครจอดรับ

    สุริเยนทร์หัวเราะหึๆก่อนจะเอามือถือโทร.ออกไปหาเคท “ได้ไป 5 ล้านยังไม่พออีกเหรอ ตามมาถึงนี่คงอยากจะได้ทรัพย์สินทั้งหมดที่สุรีย์มีเลยใช่ไหม”

    เคทโวยกลับว่าไม่ได้มาเพราะเงินแต่มาเพราะจะเอาหลานกลับ สุริเยนทร์เห็นภาพเคทยังโบกรถให้จอดอยู่ จึงบอกว่าคนที่นี่ไม่มีใครรับเธอ เคทชะงักมองไปรอบๆจึงเห็นกล้องวงจรปิด สุริเยนทร์เสนอเงินให้เคท 20 ล้าน ถ้าเธอบอกว่านพสิทธิ์อยู่ไหน เคทโมโหเดินไปจ้องกล้อง

    “ฉันไม่ต้องการเงินของคุณ ฉันจะไปพาหลานฉันกลับบ้าน จะไม่ยอมให้เขาอยู่กับคนป่าเถื่อนอย่างคุณ” เคทด่าต่ออีกเป็นชุด

    สุริเยนทร์มองจอขำๆ จ่ายักษ์เข้ามาบอกว่านายอำเภอชัชมา เขาชะงักสีหน้าโกรธทันที...ด้านเคทเดินดุ่มๆเข้ามาในไร่ ทันใดมีมอเตอร์ไซค์จ้อนและดำเกิงขี่สวนออกมาจอดขวางหน้าบอกนายสั่งให้มาไล่เธอ ถ้าเธอขัดขืนให้ใช้กำลังได้ เคทไม่กลัวจ้องหน้าท้าทาย

    หน้าบ้านพัก คนงานของไร่ออกมาขวางหน้านายอำเภอกับเจ้าหน้าที่สี่ห้าคนที่จะบุกเข้าไปตรวจค้น นายอำเภอเสียงเข้ม “ผมรู้ว่านายภูของพวกคุณเป็นใคร ใหญ่แค่ไหน แต่ผมก็มีอำนาจที่จะเข้าตรวจค้นที่นี่เหมือนกัน... เข้าไปเลย ใครขัดขวางแจ้งข้อหาให้หมด”

    สุริเยนทร์ก้าวออกมาตะโกนถามอยากค้นนักหรือ ครั้งก่อนก็หาว่าลักลอบขนไม้เถื่อน ครั้งนี้หาว่าค้ามนุษย์ จะเอาอย่างไร นายอำเภอย้อนถามเขาทำจริงหรือเปล่า สุริเยนทร์ว่าตนตอบแล้วจะเชื่อไหม นายอำเภอขอค้นดูความบริสุทธิ์ด้วยตาตัวเอง คนของไร่ขยับเข้าขวาง คนของนายอำเภอไม่มีใครกล้าขยับ นายอำเภอขัดใจทำใจกล้าก้าวเข้าไปลำพัง อีกก้าวเดียวจะผ่านตัวสุริเยนทร์ สุพลกับจ่ายักษ์ลุ้นมอง ไม่ทันไรสุริเยนทร์ก็หันขวับมา นายอำเภอผวาระแวงอยู่แล้ว ชักปืนออกมาเตรียมป้องกันตัวเหงื่อแตกกาฬ ทุกคนหัวเราะขำสนุกกับท่าทีหวาดผวาของเขา

    สุริเยนทร์เห็นเช่นนั้นถามชักปืนออกมาทำไม

    สุพลใช้มือถือถ่ายภาพนายอำเภอชัชเอาไว้เป็นหลักฐานว่าเขาข่มขู่ประชาชน นายอำเภอรีบเก็บปืนเพราะรู้ว่าสุพลเป็นทนายความ โวยว่าพวกเขากำลังข่มขู่เจ้าพนักงาน จ่ายักษ์แย้งเจ้านายตนยังไม่ได้ทำอะไรเลย แค่หันมองจะเรียกว่าขู่ได้อย่างไร คนของไร่หัวเราะครืน นายอำเภอเจ็บใจฮึดจะเข้าไปค้นให้ได้ สุริเยนทร์เอ่ยขึ้น

    “ที่ดินที่ปราจีนเป็นยังไงบ้าง” นายอำเภอถามที่ดินอะไร “ก็ที่ดินในเขตป่าสงวนที่คุณใช้อำนาจหน้าที่เพื่อให้ได้มาครอบครองโดยไม่ถูกต้องไง...ใช่ไหมสุพล”

    สุพลรับว่าใช่ แล้วเอาเอกสารแสดงให้ดูว่าเขาเอาพื้นที่ป่ามาออกโฉนดเป็นชื่อน้องชายภรรยา แล้วไม่นาน ก็ขายต่อให้นายทุนสร้างรีสอร์ต มีลายเซ็นเขาเซ็นรับรอง และยังมีภาพถ่ายเขานัดพบนายทุนนั้นที่โรงแรมกลางเมืองอีกด้วย...นายอำเภอหน้าซีด พลันเสียงมือถือดังขึ้น

    สุริเยนทร์กดรับสายแล้วยื่นให้นายอำเภอบอกภรรยาเขาโทร.มา

    นายอำเภอรับสาย น้ำเสียงภรรยาวิตกร้อนใจว่าใครก็ไม่รู้มาล้อมบ้าน และยังบอกอีกว่าจะไปรับลูกให้ ถามเขาไปมีเรื่องกับใครหรือเปล่า อย่าให้มายุ่งกับลูก...

    สุริเยนทร์พูดแทรกขึ้นว่า แบบนี้ถึงจะเรียกว่าข่มขู่ นายอำเภอ สติแตกเอาปืนจ่อ “ถ้าแกทำอะไรครอบครัวฉัน...แกตาย!”

    คนของสุริเยนทร์ชักปืนเล็งมาทางนายอำเภอชัช สุริเยนทร์กล่าว ถ้าเขายิงก็จะได้ชีวิตตนหนึ่งศพ แต่เขาจะเสียเมียและลูกพร้อมตัวเองด้วย คิดว่ามันคุ้มกันไหม ทันใดรถตู้อีกคันแล่นเข้ามา เดชาอดีต ส.ส.ก้าวลงมาห้ามนายอำเภอชัช

    “คุณบ้าไปแล้วเหรอ เก็บปืนเดี๋ยวนี้! ไม่ว่าใครไปบอกอะไรคุณ ผมยืนยันด้วยเกียรติเลยว่าคุณสุริเยนทร์ไม่เคยทำอะไรผิดกฎหมาย”
    คฑาวุธก้าวตามลงมา “ถ้ายังไม่เชื่อ ผมขอเอาตำแหน่ง ส.ส.ภูทับดาวของผมยืนยันอีกคน”

    นายอำเภอเงอะงะลังเล สุริเยนทร์กล่าวตนไม่รู้ว่าใครไปแจ้งอะไรกับเขา แต่ถ้าตนบอกว่าไม่ได้ทำก็คือไม่ได้ทำ แล้วถ้ายังสนุกกับการไล่เบี้ยไม่เลิก ตนก็จะสนุกกับชีวิตเขาเหมือนกัน นายอำเภอผงะกับท่าที

    และน้ำเสียงน่ากลัวชวนขนหัวลุกของเขามาก

    ด้านเคทต่อรองกับจ้อนและดำเกิงไม่สำเร็จ จึงหลอกล่อให้ทั้งสองสนใจอย่างอื่น แล้วตัวเองวิ่งเข้าไป แต่ทั้งสองตามมาจับตัวเธอไว้ เคทโวยวายจะไปช่วยหลานชายที่เจ้านายพวกเขาลักพาตัวมา พอดีรถวิสุทธิ์แล่นมาจอดเอี๊ยด...กดแตรดังลั่น ทั้งสามชะงัก เพ็ญสิริลงจากรถมาช่วยเพื่อนและเอามือถือถ่ายคลิปจ้อนกับดำเกิงไว้ ขู่จะประจานลงเน็ตให้คนรุมเกลียดพวกเขา ทั้งสองหน้าตื่นไม่อยากถูกประจาน วิสุทธิ์เรียกให้สองสาวขึ้นรถแล้วถอยรถออกไป เคทโวยจะถอยไปไหน ตนจะเข้าไปในไร่ วิสุทธิ์ไม่ตอบถอยรถลูกเดียว

    เคทโมโหเปิดประตูรถจะโดดทำให้วิสุทธิ์ต้องจอดรถและขอให้เธอฟังเขาก่อน เคทโวยเขาไม่เข้าใจว่าหลานตนไม่เหมือนเด็กอื่น วิสุทธิ์ว่าตนเข้าใจแต่เธอไม่มีทางเข้าถึงตัวสุริเยนทร์ได้ถ้าเขาไม่อนุญาต เคทยิ่งปรี๊ดจะใหญ่มาจากไหนตนไม่สน แต่ตนจะปล่อยให้หลานหวาดผวาเพราะความป่าเถื่อนของสุริเยนทร์ไม่ได้ วิสุทธิ์ขึ้นเสียง

    “หยุดใช้แต่อารมณ์เถอะ คุณเป็นคนฉลาด ผมรู้ว่าคุณสามารถประเมินสถานการณ์นี้เองได้ แต่คุณกำลังเอาอารมณ์มานำเหตุผล ทั้งๆที่รู้แก่ใจว่ามันเปล่าประโยชน์แล้วจะดันทุรังทำไม”

    เคทมองชั่งใจ เพ็ญสิริกอดปลอบให้เพื่อนใจเย็น เคทน้ำตาไหลบอกน้องพีทคือสิ่งเดียวที่ตนจะตอบแทนบุญคุณให้สุรีย์ได้ ถ้าแกเป็นอะไรตนจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย วิสุทธิ์ถอนใจ

    “คุณทานตะวัน เผื่อว่ามันจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น นายสุริเยนทร์จ้างหมอและพยาบาลมาตรวจอาการของหลานคุณ และตอนนี้หลานคุณยังหลับไม่รู้เรื่องอยู่” เคทงงรู้ได้อย่างไร วิสุทธิ์บอกตนมีสายอยู่ในไร่ภูทับดาว

    ขณะเดียวกัน เสียงไลน์ดังพร้อมกัน ทั้งผิวและพิณ สาวใช้บ้านสุริเยนทร์ต่างรีบกดอ่าน ป้าอุ่นเดินเข้ามาเห็นถามใครส่งข้อความมาต้องยิ้มกันด้วย ผิวบอกว่าเพื่อน พิณบอกว่าพี่ชาย ป้าอุ่นเหน็บเป็นแค่คนใช้ริใช้สมาร์ทโฟน ไม่ทันไรเสียงไลน์ดังขึ้นอีก ป้าอุ่นสะดุ้งหยิบมือถือตัวออกมาแอบกดอ่าน เห็นสองสาวจ้องก็เชิดหน้าบอก ตนไม่ใช่คนใช้ ตนเป็นหัวหน้าแม่บ้าน... เสือโคร่งเดินเข้ามาเห็นสามคนอ่านไลน์กันหมดก็แซว “น่าสงสารอนาคตไม้ใกล้ฝั่งของชาติ”

    ทันใดน้องพีทลุกขึ้นมานั่งงัวเงีย ทั้งสี่กรูเข้าล้อมรอบ น้องพีททำหน้างงๆ...

    ภายในห้องรับแขก เดชากำลังขอโทษขอโพย สุริเยนทร์ บอกตนเพิ่งกลับจากต่างประเทศ จึงไม่ทันบอกนายอำเภอคนใหม่ว่าใครเป็นใครในภูทับดาว จะให้คฑาวุธไปจัดการให้ สุริเยนทร์ปัดไม่เป็นไรถ้านายอำเภอทำตามหน้าที่ แต่เกรงจะทำตามคำสั่งใครมากกว่า

    “ภูสงสัยนายวิสุทธิ์ใช่ไหม ลุงไม่เข้าใจจริงๆ เมื่อก่อนไร่ภูทับดาวกับไร่ปลายฟ้าก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ทำไมตอนนี้ถึงเป็นศัตรูกันได้ เดี๋ยวลุงจะเข้าไปคุยกับวิสุทธิ์ดู ลุงจะขอร้องเขาให้ลืมเรื่องในอดีตไปซะ เลิกแล้วต่อกัน คนที่ภูทับดาวจะได้อยู่กันอย่างสงบๆซะที”

    สุริเยนทร์ไม่สนใจแต่เดชาบอกไม่ได้เพราะทั้งสองเป็นลูกเพื่อนรักตน ไม่ควรมาทะเลาะกันเอง เดชาซื้อของมาฝาก สุริเยนทร์นิ่งไม่รับ ถามแบบนี้เรียกว่าซื้อเสียงหรือเปล่า คฑาวุธเยาะอย่ามองโลกในแง่ร้าย ก็แค่ของฝากประสาคนรู้จัก ทันใดผิววิ่งมาขัดจังหวะ สุริเยนทร์จึงบอกสองพ่อลูกว่าวันนี้ไม่สะดวกรับแขก จ่ายักษ์เชิญสองพ่อลูกกลับ ทำให้คฑาวุธยิ่งแค้นใจ

    ooooooo

    ในห้องนอน น้องพีทนั่งซุกตัวมุมห้อง ร้องไห้ไม่ให้ใครเข้าใกล้ เรียกหาแต่พ่อ ป้าอุ่นพยายามปลอบแต่ไม่ได้ผล สุริเยนทร์เข้ามาเห็นสภาพน้องพีทอดคิดถึงตัวเองในอดีตไม่ได้

    ภาพเด็กชายภูซุกตัวมุมห้องตัวสั่น ร้องกลัวแล้วๆมีโสภายืนถือไม้เรียวหน้าตาดุดัน...สุริเยนทร์ดึงสติตัวเองกลับมา บอกน้องพีทให้หยุดร้องไม่มีใครทำอะไร น้องพีทกลับกลัวเขาวิ่งหนีเข้าห้องน้ำขังตัวเอง ป้าอุ่นสั่งผิวไปเอากุญแจสำรอง สุริเยนทร์หงุดหงิดที่เด็กกลัวตนขนาดนี้

    ด้านวิสุทธิ์รับลังเครื่องดื่มจากคนที่ไร่ปลายฟ้ามาส่งให้ หยิบนมควายให้สองสาว เพ็ญสิริโวยเพื่อนตนร้อนใจยังจะมาให้ดื่มอะไรอยู่ได้ เคทเองก็หงุดหงิดที่เขาไม่คิดจะช่วยแล้วยังมาถ่วง

    วิสุทธิ์พยายามอธิบาย “หลานชายคุณอ่อนแอเก็บกด กลัวคนแปลกหน้า คุณห่วงว่าถ้าตื่นขึ้นมาแล้วเห็นว่าสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปจากเดิมหมด น้องพีทจะต้องเสียขวัญ กลัวและอาจมีอาการชักกระตุกเหมือนที่เคยเป็น แล้วคนที่จะทำให้น้องพีทสงบได้ก็มีแค่พ่อแม่และก็คุณ...”

    เคทว่านั่นแหละตนถึงต้องเข้าไป เพ็ญสิริหาว่านมควายไม่ได้ช่วยให้วิสุทธิ์ฉลาดขึ้นเลย วิสุทธิ์ขยายความต่อ ว่าให้เคทอยู่เฉยๆ ไม่ทันไรเสียงกริ่งจักรยานกริ๊งๆเข้ามา วิสุทธิ์บอกว่าสายของตนมาแล้ว...สองสาวหันมองเห็นเสือโคร่งสวมแว่นดำทำท่าหล่อทิ้งรถวิ่งแหกปาก

    “ลูกพี่! น้องพีทตื่นแล้ว กำลัง...โอย...อาละวาดเลย” เสือโคร่งหกคะมำกลิ้งหลุนๆ

    เคทตกใจเป็นห่วงหลานวิ่งไปทันที วิสุทธิ์รีบตามไปห้าม...ด้านสุริเยนทร์เครียดจัด สุพลเตือนสติว่าน้องพีทไม่ยอมเอาใครเลยนอกจากพ่อแม่และอาเท่านั้น สุริเยนทร์สวนจะให้ตนไปตามหรือ ทันใดป้าอุ่นส่งเสียงว่าน้องพีทแย่แล้ว ทุกคนตกใจเพราะเสียงน้องพีทเงียบไป ผิวลนลานไขประตูไม่ได้เสียที สุริเยนทร์ร้อนใจถีบประตูโครมเข้าไป เห็นเด็กกำลังชักเกร็ง

    วิสุทธิ์โดนสองสาวต่อว่าไม่เข้าใจสิ่งที่เขาอธิบายสักนิด แต่พอมือถือเคทดังขึ้น เธอชะงักเมื่อเห็นว่าเป็นสุริเยนทร์ที่โทร.มา วิสุทธิ์ยิ้มเป็นตามที่คาดการณ์...

    สุริเยนทร์บอกเคทว่าถ้าอยากเจอหลานก็ให้รีบมา เคทเพิ่งเข้าใจความหมายที่วิสุทธิ์บอก หันมาขอบคุณเขา

    “รีบไปช่วยน้องพีทเถอะ...อ้อเดี๋ยวครับคุณทานตะวัน คุณสุริเยนทร์อาจจะมีอำนาจเหนือคนงานมากมาย แต่สำหรับน้องพีท เขาไม่มีอะไรเลย...คุณต่างหากที่มี”

    เคทยิ้มประทับใจ เพ็ญสิริจะไปด้วย แต่จ้อนกับดำเกิงขวางบอกนายอนุญาตให้เคทคนเดียว...เคทวิ่งฝ่าความร้อนไปตามทางเข้าไร่ แม้จะสะดุดล้มเธอก็ไม่หวั่นยังวิ่งต่อไปจนมาถึงตัวบ้าน สุริเยนทร์ทึ่งที่เธอไม่ยอมแพ้ พลันเสียงร้องของน้องพีทดังขึ้น เคทรีบวิ่งจะไปหาหลานในสภาพกระเซอะกระเซิงเท้าระบม สุพลสั่งบอดี้การ์ดหลีกทางให้เธอ สุริเยนทร์มองตามเคททึ่งๆ

    พอเข้ามาเห็นหลานนอนอยู่บนเตียง เคทถลาเข้ากอดปลอบ “อาเคทอยู่นี่แล้วนะคะ ไม่ต้องกลัวนะคะ อาจะไม่ทิ้งไปไหนแล้วนะ” เคทหันมาให้ข้อมูลกับหมอว่าหลานเคยผ่าตัดอะไรมาบ้าง...สุริเยนทร์ยืนมอง ไม่คาดคิดว่าเคทจะห่วงน้องพีทด้วยใจจริงขนาดนี้

    ooooooo

    บ้านเหมพยัคฆ์...คฑาวุธโวยที่ต้องก้มหัวให้สุริเยนทร์มาตลอด ทำไมต้องเอาอกเอาใจเขาขนาดนั้น เดชาตำหนิก็ไม่ใช่เพราะสุริเยนทร์หรือเขาถึงได้เป็นส.ส. คฑาวุธยิ่งแค้นใจ

    “พ่อเลิกพูดกรอกหูผมซะที ผมรู้แล้วว่าที่ผมได้เป็น ส.ส.เพราะนายภูให้การยอมรับ เพราะชาวบ้านภูทับดาวทั้งอำเภอ เคารพยำเกรงนายภูคนเดียว ใครที่นายภูว่าดี เขาก็ว่าดี...ผมมันไม่มีค่าในสายตาชาวบ้านเลย สุริเยนทร์คือผู้มีอำนาจตัวจริง”

    “เมื่อไหร่แกจะเลิกคิดอย่างนั้น ภูก็เหมือนลูกพ่อ เหมือนพี่ชายแกนั่นแหละ”

    “พ่ออยากจะรับมันเป็นลูกก็รับไป แต่มันไม่ใช่พี่ชายผม แล้วคอยดูสักวันชาวบ้านจะต้องลืมนายภูคนเดียวที่พวกมันต้องเคารพคือผม นายคฑาวุธ” คฑาวุธเดินหงุดหงิดออกไป

    ในป่าที่ลับตาคน นายอำเภอชัชกำลังขอวางมือจากคฑาวุธ ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับสุริเยนทร์อีก เพราะเป็นห่วงลูกเมีย โดยไม่ขอรับทุกอย่างที่เขาเคยเสนอให้ คฑาวุธเจ็บใจที่หมดคนยืมมือ จึงขู่อย่าคิดว่าสุริเยนทร์จะเลิกจองล้างจองผลาญครอบครัวเขา จงระวังตัวไว้ให้ดี...

    ด้านวิสุทธิ์พาเพ็ญสิริมาที่ไร่ปลายฟ้า เธอบ่นเป็นห่วงเคทมาตลอดทาง เกรงคนในไร่ภูทับดาวจะเป็นพวกป่าเถื่อน เพื่อนตนเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ตนจะกลับไปช่วยเพื่อน วิสุทธิ์เอ็ด

    “เงียบหน่อยได้ไหมไร่ผมมีนักท่องเที่ยวเข้าชมและพักนะห้ามเสียงดัง” เพ็ญสิริยิ่งตะเบ็งจะกลับไปช่วยเคท เขาเอ็ด “กลับไปแล้วทำอะไรได้ไหม เข้าไปก็ไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้สักอย่างแล้วจะดื้อดึงอยู่ตรงนั้นทำไม ผมแค่กลับมาตั้งหลัก ใช้ความคิด เข้าใจไหม...แล้วรู้ไหมว่าคนเราจะใช้สมองได้ดีที่สุดตอนไหน...ตอนที่หุบปาก!”

    เพ็ญสิริกำลังจะเถียง อ้าปากอยู่หุบปากรู้ตัวว่าโดนด่า...วิสุทธิ์เดินแยกมาทางโรงรีดนม เพ็ญสิริเห็นเขาทำท่าจะรีดนมควายก็ตามมาโวย จะทิ้งเพื่อนตนมารีดนมควายหรือ วิสุทธิ์สวน

    “ก็ไร่ผมเลี้ยงควายนม ไม่ให้รีดนมควายแล้วจะให้รีดนมใคร” วิสุทธิ์มองหน้าอกเพ็ญสิริ

    หญิงสาวกอดอก เขาสะดุ้งรู้สึกตัวหันไปรีดนมควายต่อ บอกเธอว่ากำลังใช้ความคิด ไม่รู้อะไรก็หุบปาก เธอโวยไม่หุบ เขายัวะจึงดึงเธอให้มาช่วยกันรีดนมควาย ใบหน้าทั้งสองประชิดกันสบตากันอึ้ง เสียงควายพ่นลมฟืด ทำให้ทั้งสองสะดุ้งผละออกจากกัน

    ในขณะที่เคทปลอบน้องพีทจนสงบลง แล้วอุ้มจะหลบออกจากบ้านแต่เจอจ่ายักษ์ขวาง เคทบอกสุริเยนทร์ เห็นแล้วว่าน้องพีทอยู่ที่นี่ไม่ได้ ยังจะบังคับให้อยู่อีก ใจร้ายใจดำไปหรือเปล่า

    “ฉันมีวิธีทำให้น้องพีทอยู่ที่นี่ได้ก็แล้วกัน”

    “วิธีป่าเถื่อนน่ะเหรอ เก็บไว้ใช้กับตัวเองเถอะ ถอยไป ยังไงฉันก็จะพาน้องพีทกลับ ฉันไม่สนว่าพินัยกรรมจะระบุยังไง แต่คนอย่างคุณไม่มีทางเลี้ยงเด็กได้ คุณมันคือปีศาจ ฉันไม่ให้น้องพีทอยู่กับคุณ”

    “ก็บอกแล้วไงว่าน้องพีทอยู่ที่นี่ได้ ดูอย่างตอนนี้สิไม่ร้อง ไม่กลัวเลยสักนิด”

    “ก็เพราะตอนนี้มีฉันอยู่ด้วยไง...” เคทโพล่งออกไปแล้วชะงัก นึกได้ว่าเจตนาของเขาคืออะไรร้องขึ้น

    “นี่คุณ!”

    สุริเยนทร์ขยับเข้าประชิด “พี่สุรีย์ให้เงินเธอตั้งห้าล้าน เธอก็ควรต้องทำงานชดใช้บ้าง”

    เคทไม่ยอมอุ้มน้องพีทจะเดินไป สุริเยนทร์คว้าแขนไว้ถามเธอมีทางเลือกด้วยหรือ สีหน้าเขาทรงอำนาจจนเคทขยาดรู้ชะตากรรมตัวเองว่าไม่รอดแน่...จ่ายักษ์ดึงน้องพีทไปอุ้ม น้องพีทตื่นร้องไห้ให้เคทช่วย เคทจะตาม สุริเยนทร์เข้าขวางย้ำ

    “เธอจะอยู่ที่นี่ในฐานะพี่เลี้ยงเด็ก ไม่ใช่อาของหลาน เธอจะมีสิทธิ์เท่ากับคนงานคนหนึ่งในบ้านหลังนี้...” เคทไม่ยอม เขากระชากแขน “เธอมีสองทางเลือก คืออยู่ดูแลน้องพีทที่นี่หรือไม่ก็ไปเอาตัวพี่ชายเธอมาให้ฉัน”

    “ฉันไม่เลือกทางไหนทั้งนั้น ฉันไม่อยู่ ได้ยินไหมว่าฉันไม่อยู่!” เคทสะบัดตัวออก

    สุริเยนทร์กลับสนุกที่เห็นเคทเดือดดาล จับเธอแน่นบอกถ้าตนไม่ให้เธอไปเธอก็ไม่มีสิทธิ์ได้ออกไป เคทไม่ยอมดิ้นหนี แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเจอบอดี้การ์ดขวาง สุริเยนทร์ยิ้มเยาะท้าถ้าคิดว่าหนีได้ก็ลองดู เคทเจ็บแค้นน้ำตาคลอเข่นเขี้ยว

    “คุณบังคับฉันได้แต่อย่าคิดว่าฉันจะยอม ฉันไม่กลัวคุณและฉันจะไม่ยอมให้คุณฆ่าน้องพีททั้งเป็น เหมือนที่คุณทำกับพี่สาวฝาแฝดตัวเอง”
    “ทานตะวัน!” สุริเยนทร์โกรธมากก้าวเข้าหาเคท เธอมือไวตบหน้าเขาฉาดเสียงดังสนั่น

    พวกบอดี้การ์ดตกตะลึง สุริเยนทร์พุ่งเข้าผลักเคท

    อย่างแรงกระแทกผนังดังอั้ก แล้วตามเข้าเอามือตะปบผนังคร่อมตัวเธอ เคทกลัวหลับตาปี๋เพราะคิดว่าโดนทำร้ายแน่ๆ แต่เขากลับหายใจหนักหน่วงจ้องหน้าเธอสั่งเสียงกร้าว “เอาตัวนพสิทธิ์มา! ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันโหด”

    พูดจบสุริเยนทร์ผละออกเดินไปอย่างฉุนเฉียว พวกบอดี้การ์ดเดินตาม น้องพีทวิ่งเข้ากอดเคท สองอาหลานกอดกันร้องไห้ด้วยความกลัว...

    ooooooo

    เคทเฝ้าปลอบน้องพีทอยู่ในห้องทั้งที่ในใจตัวเองก็กลัวไม่แพ้กัน สักพักเพ็ญสิริโทร.เข้ามาถามเป็นอย่างไรบ้าง เคทไม่อยากอ่อนแอให้น้องพีทเห็น จึงบอกเพื่อนว่าไม่เป็นอะไรแค่ไม่อยากให้หลานต้องเจอเรื่องร้ายๆ แต่ไม่อาจพาเขาออกไปได้เพราะคนของสุริเยนทร์เฝ้าทุกมุม

    เพ็ญสิริหาทางช่วยเคทด้วยการโทร.หาเอกณัติ ผู้กองหนุ่มรุ่นพี่ในมหาวิทยาลัย ระหว่างนั้นเขากำลังปฏิบัติหน้าที่ตามเป้าหมายอยู่ จึงต้องพูดกระซิบกระซาบกับเธอ แต่พอรู้ว่าเคทถูกจับตัวไปขังไว้ก็ตกใจ เสียงดังขึ้นมาทำให้เป้าหมายรู้ขยับหนี เอกณัติต้องตัดสาย

    ตามต่อ...เพ็ญสิริงงคิดว่าเอกณัติไม่มาช่วยจึงจะไปลุยเอง เสือโคร่งเข้ามาขวางอ้างเป็นคำสั่งวิสุทธิ์

    “ไปบอกคนที่สั่งเธอด้วยนะว่า...อย่าจุ้น!”

    “คุณนั่นแหละอย่าซ่า จะไปไร่ภูทับดาวคนเดียวงั้นเหรอ คิดว่าจะเข้าไปได้เหรอ ประสาทกลับแล้ว...กลับ!” วิสุทธิ์คว้าแขน เธอดิ้นเขาจึงอุ้มและเอ็ด “อยู่เฉยๆ ดิ้นมากหวอออกไม่รู้ด้วย”

    เสียงเสือโคร่งร้องฮิ้ว...เพ็ญสิริสงวนท่าทีหยุดดิ้นแต่ยังแหกปาก วิสุทธิ์อุ้มเธอมาโยนลงบนเตียงในห้อง สั่งเสือโคร่งหาเชือกมามัด เธอยังโวยถึงตนทำอะไร

    สุริเยนทร์ไม่ได้ ก็จะยืนด่าประจานให้ชาวบ้านรู้ว่าเขาเป็นคนเลว กักขังหน่วงเหนี่ยวเพื่อนตน วิสุทธิ์เตือนแหกปากยันเช้าก็ไม่มีใครสนใจ เพราะคนที่นี่เป็นคนของสุริเยนทร์ทั้งนั้น

    “อย่างี่เง่าใช้แต่อารมณ์ได้ไหม นิสัยผู้หญิงพวกนั้นมันช่วยอะไรไม่ได้”

    “นิสัยผู้หญิงแล้วไง!”

    “ก็ช่วยทำตัวให้มันเป็นผู้หญิงหน่อย อย่าอวดเก่งให้มันมาก ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมป๊าม้าคุณถึงอยากให้คุณแต่งงาน เพราะคุณไม่มีเหตุผล ทำตัวโนเนะ สมองมีแต่จิ้นกับฟินแต่ไม่อยู่กะร่องกะรอย แต่งงานมีลูกไปซะจะได้ไม่ต้องไปทำตัวงี่เง่าที่ไหนอีก...อยู่เฉยๆแล้วเชื่อผม ไม่งั้นผมจะโทร.ฟ้องป๊าม้าคุณให้มาลากคุณกลับไปหาสามีแน่”

    เพ็ญสิริโกรธจ้องหน้าเขาเขม็ง ระเบิดความอัดอั้น เป็นผู้หญิงแล้วยังไง มันแปลว่าตนทำอะไรไม่เป็นนอกจากต้องมีสามีอย่างนั้นหรือ วิสุทธิ์อึ้งแก้ตัวว่าคนอย่างเธอต้องมีคนดูแล

    “ใครขอ! ฉันเรียกร้องเหรอ ป๊าม้าทำกับฉัน ฉันทนได้ แต่นายเป็นใคร นายมีสิทธิ์อะไรมาบังคับกดขี่ฉัน...ถ้าไม่ได้แสดงอำนาจเหนือผู้หญิง มันจะไม่รู้สึกว่าเป็นผู้ชายใช่ไหม”

    วิสุทธิ์ไม่เจตนาจะดูถูกเธอ ตามมาอธิบายว่าที่พูดทั้งหมดเพราะเป็นห่วงความปลอดภัย เพ็ญสิริหาว่าเขาปอดแหก เขาดึงเธอเข้ามาบอกจะทำอะไรต้องวางแผนเพราะสุริเยนทร์กับพ่อ...ฆ่าพ่อตน เพ็ญสิริตกตะลึงไม่คิดว่าเขามีเรื่องร้ายฝังใจ

    ด้านเอกณัติตามเป้าหมายจนกระชากคอได้ ต่อสู้กัน เป้าหมายวิ่งหนี เขาวิ่งตามผ่านช่องระหว่างรถจอด จู่ๆรถคันหนึ่งเปิดประตูผาง หญิงสาวก้าวลงจากรถ ทำให้เขาวิ่งชนล้มไปด้วยกัน เอกณัติไม่มีเวลาอธิบายลุกจะตามเป้าหมายต่อ แต่เผอิญสายโซ่กุญแจที่คล้องหูกางเกงเกี่ยวเสื้อเธอ ทำให้เธอต้องวิ่งตามไปด้วย เขาเกรงเป้าหมายหนีได้จึงกระชากโซ่ออกทำให้เสื้อเธอขาดเสียหลักล้มส้นสูงหักร้องลั่น เอกณัติไม่เห็นเป้าหมายแล้วจึงหันกลับมาดูหญิงสาวอย่างหงุดหงิด

    “โธ่...อยู่ดีๆเปิดประตูรถมาขวางทำไม หรือคุณเป็นพวกเดียวกับมัน”

    “ชนฉันล้ม ทำชุดฉันขาด รองเท้าหัก เขาต้องพูดว่าขอโทษ ไม่ใช่มากล่าวหาว่าฉันเป็นพวกมัน...มันไหนวะ!”

    “อยู่ดีๆคุณออกมาขวางผมทำไม นั่งอยู่ในรถตั้งนานไม่ออกมา ทำไมต้องเปิดประตูมาตอนผมวิ่ง”

    “แล้วผมมาวิ่งรูนี้ทำไม รูมีเป็นร้อยทำไมผมไม่ไปวิ่งรูอื่น จะมาลงรูฉันทำไม!”

    เอกณัติชะงักเถียงไม่ออก รุจิราเรียกเขาว่าผมตามสรรพนามที่เขาเรียกตัวเอง เสียงมือถือในกระเป๋ารุจิราดังขึ้น เธอสั่งให้เขาหยิบกระเป๋าที่หล่นมาให้ แล้วล้วงมือถือมารับสาย บอกมาถึงแล้วกำลังจะเข้าร้าน จากนั้นก็สั่งเอกณัติให้เก็บรองเท้าและอุ้มเธอเข้าร้านภายในร้านหรูกำลังวุ่นวายกับการที่นางแบบ

    นายแบบมาลองเสื้อหลายคน ทุกคนตะลึงเมื่อเห็นรุจิรามีชายหนุ่มอุ้มเข้ามา เอกณัติเงอะงะสักพักกว่าจะวางเธอลงแล้วจะลากลับ รุจิราบอกยังไปไม่ได้ ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายก่อน เลขาของเธอพาเขาไปตกลงราคา ระหว่างนั้นแขไขในชุดคอลเลกชั่นใหม่เดินเข้ามาอวดว่าชุดนี้พอดีเป๊ะขอตนใส่เดินแบบ รุจิราเสียงเข้ม

    “เธอเด็กไปสำหรับคอลเลกชั่นนี้ ไปถอดออกแล้วทีหลังอย่าถือวิสาสะใส่ชุดของพี่อีก”

    ทันใดเสียงเอกณัติดังขึ้นอย่างตกใจที่สนนราคาที่ต้องชดใช้ตั้งเจ็ดหมื่น เขายืนกรานว่าไม่มีจ่าย รุจิราเด็ดขาดมากขอกรรไกรจากลูกน้องแล้วตรงเข้าตัดเสื้อเอกณัติออกเหลือสภาพเอวลอยแล้วให้กลับไปได้ เขาตกใจไม่คิดว่าเธอจะกล้าทำขนาดนี้ เดินเหวอๆออกจากร้านอย่างอายๆ ในขณะเดียวกันริมถนนไม่ห่างจากร้าน เป้าหมายที่เอกณัติตามถูกคนซัดสลบเหมือดข้างทาง

    รุจิราตรวจชุดที่นางแบบนายแบบใส่แล้วสั่งแก้จุดที่บกพร่องอย่างมืออาชีพ แขไขเปลี่ยนชุดแล้วเดินหน้างอเข้ามาบ่นเมื่อไหร่จะให้ตนได้ร่วมเดินแบบ รุจิราบอกต้องมาฝึกเป็นเดือนเป็นปีถึงจะทำได้ แต่แล้วอดสงสารน้องไม่ได้เปรยว่างานหน้าจะให้เดิน แขไขดีใจโผกอดขอบคุณ

    ooooooo

    คืนนั้นเคทไม่ทานอาหารที่จัดมา บอกน้องพีทว่าต้องอดทน ออกจากที่นี่ไปได้จะพาไปกินไก่ทอด ป้าอุ่นเอาเสื้อผ้ามาให้สองอาหลานเปลี่ยน เคทขอร้องให้ปล่อยพวกตนไป ป้าอุ่นสงสารแต่ไม่กล้าขัดคำสั่งนาย

    สุริเยนทร์นั่งมองผ่านกล้องวงจรปิด สุพลเห็นว่าเคทรักและเอาใจใส่น้องพีทจริงๆ ไม่ได้หวังอยากได้เงิน แต่เธอดื้อจนทำให้น้องพีทไม่ได้ทานข้าวไปด้วย...ระหว่างนั้นเอกณัติโทร.เข้ามาหาเคท เธอกดรับสายไม่ทันพูด สุริเยนทร์เปิดประตูเข้ามาเธอจึงรีบเก็บมือถือ สุริเยนทร์กระชากเคทไปที่ถาดอาหารตวาด “เธอจะไม่กินก็เรื่องของเธอ แต่เธอต้องป้อนหลานฉัน”

    เคทไม่ยอมต่อรองถ้าสงสารหลานก็ปล่อยพวกตนไป จะกักขังตนกับหลานไว้ที่บ้านพักทำไม สุริเยนทร์ แปลกใจทำไมเคทต้องพูดละเอียด จับพิรุธได้ล้วงมือถือเธอออกมา เคทร้องลั่นเขาเห็นชื่อหน้าจอก็ยิ้มเยาะ กรอกเสียงเข้าไป “รีบๆมาช่วยเร็วๆนะผู้หมวดเอกณัติ ผมจะรอ”

    เอกณัติตกใจถามเขาจะทำอะไรเคท แต่ทางนั้นตัดสายไปแล้ว เอกณัติเป็นห่วงมากจะรีบไปช่วยเคท แต่ลูกน้องมารายงานว่า ผู้การให้ไปพบเดี๋ยวนี้ เขาหงุดหงิดใจ อย่างมาก

    ด้านเคทผลักสุริเยนทร์อย่างแรง จะแย่งมือถือแต่เขากลับปามันกระแทกผนังแตกกระจายแถมท้าให้โทร.เรียกมาทั้งโรงพักก็ไม่สามารถพาเธอออกไปได้ ทางเดียวที่จะออกไปคือพาพี่ชายมา เคทด่าว่าเขาป่าเถื่อนและจี้ใจ “ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่สุรีย์ถึงไม่เคยพูดชื่อคุณให้ใครได้ยินเพราะคุณคือสิ่งเลวร้ายที่ไม่มีใครอยากจดจำ ชอบใช่ไหมที่ได้ทำลายความสุขในชีวิตคนอื่น เอาเลยทรมานฉันให้สะใจ ถ้ามันจะช่วยลบปมด้อยในชีวิตคุณได้ ฉันจะถือว่าทำบุญ”

    “ทานตะวัน! เธอท้าฉันเหรอ!” สุริเยนทร์กระชากตัวเคท

    เคทพยายามสู้ถอยมาใกล้ถาดอาหารที่วางอยู่ คว้าแก้วนมสาดใส่หน้าเขา สุริเยนทร์ตากร้าวโกรธสุดๆ ไม่พูดจาแต่ปรี่เข้าอุ้มเธอพาดบ่าเดินดุ่มๆออกจากบ้าน ทุกคนตะลึงเป็นห่วงเคท น้องพีทวิ่งตามร้องเรียกอาสาว ป้าอุ่นต้องกันตัวไว้

    สุริเยนทร์อุ้มเคทมาโยนลงในกระชังปลา คนงาน ในไร่ต่างตกใจยืนมองนิ่ง เคทดำผุดดำว่ายจนเกาะแผ่นไม้ ทรงตัวไว้ เขาตะโกนบอก หน้าที่เธอคือดูแลหลานตน ถ้าไม่ทำก็ไม่ต้องขึ้นมา เคทด่าว่าเขาเลว สุริเยนทร์ คว้าถังอาหารปลามาสาดลงไปทำให้ปลาฮุบอาหารอยู่ข้างตัวเธอมากมาย เขาย้ำให้พูดว่าจะยอมทำหน้าที่เลี้ยงหลาน ให้ดีที่สุด เคทมองเขาด้วยสายตาคับแค้นใจจำต้องยอมพูดตามที่เขาสั่ง แต่เขาก็ยังสาดอาหารที่เหลือในถังลงมาพร้อมกล่าว แช่อยู่อย่างนั้นพรุ่งนี้ค่อยขึ้นมา ว่าแล้วก็เดินไปไม่ฟังคำคัดค้านของสุพล เคทจ้อง มองเขาอย่างเกลียดชัง

    ในคืนนั้นเพ็ญสิรินอนไม่หลับเดินออกมา เห็นวิสุทธิ์นั่งมองจันทร์อยู่ที่ระเบียง จึงเข้ามาเลียบเคียง ถ้าอยากระบายเรื่องพ่อ ตนก็จะรับฟัง ตนอยากรู้ความโหดร้ายของสุริเยนทร์ วิสุทธิ์หันมองบอกตนไม่เล่าเรื่องส่วนตัวให้คนอื่นฟัง ยกเว้นเราเป็นเพื่อนกัน หญิงสาวจึงบอกยอมเป็นเพื่อนด้วย ยื่นมือไปจับมือกับเขา แต่แล้ววิสุทธิ์กลับพลิกลิ้น

    “ผมจะเล่า แต่คุณต้องเล่าดราม่าของคุณกับป๊าม้าก่อน...ในที่สุดเราก็เป็นเพื่อนกันซะที ฮ้าผมหายเครียดละ งั้นก็ไม่มีอะไรต้องระบายแล้วไปนอนดีกว่า ขอบใจนะ ...เพื่อนรัก” วิสุทธิ์ยิ้มกวนลุกเดินเข้าบ้าน แต่พอคล้อยหลัง แววตาเขาก็เศร้าลง เพ็ญสิริฮึดฮัดหมั่นไส้ไล่หลัง

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ป้าอุ่นนั่งกอดน้องพีทหลับกันอยู่ข้างกระชังปลา เสือโคร่งเข้ามาแกล้งทำให้ป้าอุ่นตกใจเพราะป้าเป็นโรคบ้าจี้ แหกปากตามคำของเขา น้องพีทหัวเราะขำ

    แล้วเสือโคร่งก็ตะโกนบอกเคทนายให้ขึ้นจากน้ำได้แล้ว เคทปล่อยมือที่เกาะไม้จะตะกายขึ้นแต่ต้องหมดแรงจมดิ่งลงไป ป้าอุ่นร้องให้คนช่วย ไม่ทันไรสุริเยนทร์ โดดตูมลงไปดึงเคทขึ้นมา เขาอุ้มเธอเรียกให้เธอได้สติด้วยสายตาสงสาร เคทเพ้อเรียกสุรีย์ในอ้อมแขนเขา

    พอวางเคทบนเตียงในห้อง จ่ายักษ์ก็เข้ามารายงานว่ามีตำรวจมา สุริเยนทร์รู้ว่าต้องเป็นเอกณัติ จึงให้ไปรับหน้าก่อนตนจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ป้าอุ่นแปลกใจว่าเสือโคร่งหายไปไหน

    พอเพ็ญสิริได้ยินที่เสือโคร่งรายงานวิสุทธิ์ก็ไม่รอช้า ขับรถพุ่งออกไปทันที...เอกณัติบอกสุพลว่าได้รับแจ้งมีการกักขังหน่วงเหนี่ยวถ้าไม่อยากเป็นคดีความอย่าขัดขวาง การตรวจค้น สุพลซึ่งเป็นทนายใช้ข้อกฎหมายคัดค้านแต่เอกณัติยื้อจะเข้า สุริเยนทร์ออกมาเยาะมาเร็วกว่าที่คิด

    “ก็มาตามคำเรียกร้องไงครับ”

    “ทุ่มเทขนาดนี้ ผมหวังว่ามันจะช่วยให้ทานตะวันซาบซึ้งและมองเห็นความรักของคุณบ้างนะ”

    “คุณ! นี่คือสไตล์ของคุณใช่ไหมครับ เช็กประวัติ ขุดคุ้ยอดีตเพื่อเอามาบีบบังคับ ไม่ทราบว่าเจออะไรบ้างล่ะครับ ช่วยบอกผมหน่อยดิ”

    “ไม่เจอ ผู้หมวดเป็นตำรวจที่มีประวัติดี ดีจนไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่รอดจนถึงทุกวันนี้ได้ จากประสบการณ์ผมบอกได้เลยว่าอนาคตหมวดต้องตายเหมือนหมาเพราะความดีของหมวดนี่ล่ะ”

    เอกณัติโต้ว่าประสบการณ์ตนก็เจ้าพ่อมาเฟียส่วนใหญ่ติดคุกหัวโต ตำรวจเข้ามารายงานว่าไม่พบเคทในบ้าน จ่ายักษ์เยาะให้ค้นนอกบ้าน ไร่กว้างแค่ไม่กี่พันไร่ ทันใดเพ็ญสิริขับรถมาถึงวิ่งเข้ามาหาให้ข้อมูลเอกณัติ เธอเห็นป้าอุ่นมีท่าทีหลุกหลิก จึงแอบไปเค้นถามแต่ป้าไม่พูดอะไร จนกระทั่งเสือโคร่งเข้ามาถามว่าเมื่อกี้ดำเกิงขี่รถออกไปใช่ไหม เพ็ญสิริจึงคิดว่าต้องตามดำเกิง

    ที่โกดังเก็บพืชผล เคทนอนหมดแรงด้วยพิษไข้ น้องพีทนั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ ดำเกิงเอายาเข้ามาให้จ้อนซึ่งเฝ้าอยู่ เคทไม่ยอมกิน พยายามจะพาน้องพีทหนี อ้อนวอนขอร้องดำเกิง ดำเกิงใจอ่อนชี้ทาง วิ่งตัดทุ่งหญ้านี้ไปจะเข้าเขตไร่ปลายฟ้าของวิสุทธิ์ ให้ไปขอความช่วยเหลือที่นั่น

    จ้อนเห็นเคทจูงหลานวิ่งหนีก็ร้องโวยวาย จึงโดนเคทถีบมอเตอร์ไซค์ล้มทับ...เพ็ญสิริมาถึงไม่พบใคร เคทจูงน้องพีทวิ่งฝ่าเปลวแดดร้อนระอุไปตามทุ่ง ระหว่างนั้น เอกณัติกำลังต่อลองกับสุริเยนทร์ให้ปล่อยตัวเคทกับหลาน แล้วตนจะช่วยสืบหาคนฆ่าสุรีย์ให้ สุริเยนทร์เยาะจะทำได้หรือ ขนาดเด็กเฝ้าบ่อนเขายังจับไม่ได้ เอกณัติ หน้าเสีย พอดีจ้อนมารายงานว่าเคทหนี เอกณัติจะตามแต่ถูกบอดี้การ์ดล้อมไว้ สุริเยนทร์รีบควบม้าออกไป

    เคทจูงน้องพีทวิ่งมาใกล้รั้วปลายไร่ แต่ด้วยพิษไข้จะหมดแรง ได้ยินเสียงม้าควบมาจึงบอกให้น้องพีทรีบไปปีนรั้วข้ามไปฝั่งโน้นก่อน น้องพีทลังเลสักพักกว่าจะยอมปีนข้ามไป

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 20:14 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์