ข่าว

วิดีโอ



แรงตะวัน

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ศักดิ์ชาย เกียรติปัญญาโอภาส

กำกับการแสดงโดย: พี่นาย สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร

ผลิตโดย: บริษัท เลิฟ ดราม่า จำกัด By ไก่ วรายุฑ มิลินทจินดา

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: อธิชาติ ชุมนานนท์,ศิรินทร์ ปรีดียานนท์,พชร จิราธิวัฒน์,สุชาร์ มานะยิ่ง

เดชาเล่าเรื่องอดีตวันที่วิทย์โดนยิงตาย...อาทิตย์ขี่ม้าอรุณรุ่งมาเจอวิทย์ วิทย์บอกเรื่องที่สืบจนรู้ว่าตนฆ่าโสภา ตนไม่มีทางเลือกจึงต้องกำจัดทั้งสองคน ตนยิงวิทย์ร่วงจากม้า อาทิตย์เห็นตนจึงควบม้าหนี วิสุทธิ์วิ่งมาดูวิทย์ ตนจึงเข้าไปปลอบทำให้เขาคิดว่าอาทิตย์เป็นคนยิงวิทย์

อาทิตย์ควบม้าหนีมาถึงเนินต้องชะงักเมื่อเจอเดชายืนจ่อปืนยิงใส่...โดนอาทิตย์เฉี่ยวๆตกจากหลังม้า เดชาคำรามใส่ “มันจะไม่มีใครต้องตายเลย ถ้าที่ภูทับดาวไม่มีแก แกทำให้ฉันต้องฆ่าโสภา แกเคยบอกว่าจะตอบแทนบุญคุณฉัน แต่แกก็ไม่ทำ”

อาทิตย์สวนว่าไม่เคยมีบุญคุณต่อกัน เดชาโกรธเล็งปืน อาทิตย์โวย “แกจะไม่มีวันสมหวัง ภูทับดาวและชาวบ้านที่นี่จะไม่มีวันเคารพนับถือแก เพราะสุริเยนทร์จะขึ้นมาแทนที่ฉัน มันจะเป็นนายภูแห่งอาณาจักรภูทับดาวที่คนอย่างแกไม่มีวันเทียบได้”

เดชาแค้นใจยิงเปรี้ยงใส่อาทิตย์ล้มคว่ำ ม้าอรุณรุ่งคำรามร้องลั่นที่เจ้านายถูกยิงตาย...เดชาบอกสุริเยนทร์ว่าจำไม่ได้ ว่าทิ้งศพอาทิตย์ไว้ตรงไหน ป่านนี้คงกลายเป็นปุ๋ยไม่เหลือซากแล้ว สุริเยนทร์ทั้งช็อกทั้งโมโหเมื่อรู้ว่าพ่อตายไปนานแล้ว พ่อไม่ได้ทิ้งตน กราดเกรี้ยวว่าเดชาชั่ว

“เออ...ฉันมันชั่ว! แล้วแกรู้อะไรไหม ฉันไม่เคยรู้สึกเสียใจเลยที่ฆ่าไอ้วิทย์ คนอย่างมันสมควรแล้วที่จะตายเหมือนหมาข้างถนน” เดชายั่วให้สุริเยนทร์โกรธมากขึ้น แล้วโยนปืนให้ “โกรธฉันมากใช่ไหม อยากฆ่าฉันใช่ไหมล่ะ ให้มันสาสมกับที่ฉันฆ่าพ่อแก เอาสิ! ยิงฉันเลย!”

สุริเยนทร์คลั่งไปตามการยั่วยุ คว้าปืนขึ้นมา เคทพุ่งเข้าห้าม เขาผลักเธอกระเด็น เธอร้องลั่น “อย่ายิงเขานะคุณภู เขาพยายามยั่วโมโหคุณ อยากให้คุณฆ่าเขา คุณจะถูกข้อหาฆ่าคนตาย”

สุริเยนทร์สติหลุดคลั่งที่เดชาฆ่าพ่อและพี่สาว เดชายิ่งยั่วให้ยิง เคทพยายามปลอบสุดฤทธิ์ ว่าเดชาตายมันง่ายไปสำหรับเขา ให้ชดใช้กรรมในคุกดีกว่า คงไม่อยากเป็นคนฆ่าพ่อของแขไขของรุจิราใช่ไหม “คุณทำได้ คุณไม่เหมือนกับเขา คุณไม่ใช่คนป่าเถื่อน คุณอ่อนโยนและเห็นอกเห็นใจคนอื่น นั่นคือตัวคุณจริงๆ อย่าให้ความโกรธทำให้คุณเป็นคนแบบที่คุณไม่อยากเป็นเลย คุณไม่ชอบที่ใครๆก็มองว่าคุณป่าเถื่อนโหดร้ายไม่ใช่เหรอ คุณก็อย่าทำสิ...นะคุณภู”

เคทใช้ความอ่อนโยนปลอบและค่อยๆดึงปืนออกจากมือสุริเยนทร์ เดชาคลั่ง “ทำไมแกไม่ยิงฉัน คนอย่างฉันสมควรตายที่สุดไม่ใช่เหรอ ให้ฉันตายตามแขไขไป ฉันไม่อยากอยู่อีกแล้ว”

เคทบอกเขาจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย เดชาโวยวายไม่ยอมติดคุก ยันตัวขึ้นหมายจะโดดหน้าผา เคทร้องห้าม ทันใดตำรวจกรูเข้าล็อกตัวเขาไว้ได้ทัน เคทหันมาดูสุริเยนทร์ที่ซึมกับเรื่องต่างๆ เขามองเธออย่างอยากจะสวมกอด เธอเข้าใจสายตาเขาจึงเดินเข้าไปสวมกอดเขาเอง แต่เขากลับผลักถอยห่าง เดินหนีไปเพราะยังไม่ให้อภัยที่เธอพาหลานทิ้งเขาไป

ด้านเพ็ญสิริยังประคองวิสุทธิ์ที่โดนยิงนอนนิ่ง เอกณัติจะเตือนแต่เธอคร่ำครวญ “ตายง่ายแบบนี้ได้ยังไง ไอ้กระจอก ไม่อึดไม่ทนไม่สู้...ไม่ต้องมาบอกว่าอย่าเสียใจ คนตายทั้งคนจะไม่ให้เสียใจได้ยังไง แล้วยังเป็นคนที่เพ็ญ...รักด้วย”

เอกณัติอ้าปากค้าง เพ็ญสิริคร่ำครวญต่อว่าตนน่าจะพูดดีๆกับวิสุทธิ์ ตนไม่รู้ ตนขอโทษ...เอกณัติอ่อนใจปล่อยให้เธอจัดชุดใหญ่ต่อไป รุจิราน้ำตาร่วง แม้จะไม่ค่อยสนิทกันมากแต่ก็เป็นเพื่อนเล่นตอนเด็ก ไม่คิดว่าจะมาตายจาก เอกณัติปรามอย่าเสียน้ำตา ดูให้ดีๆก่อนว่าร่างวิสุทธิ์ไม่มีเลือดสักหยด เธอชะงักมองแล้วหันมาสบตาเขางงๆ เอกณัติยิ้มพาเธอแยกไป ปล่อยเพ็ญสิริคร่ำครวญไปคนเดียว เธอร่ำไห้จะต้องทำอย่างไรให้เขาฟื้น เสียงวิสุทธิ์พึมพำ “จูบสิ...”

“จูบ...ใช่! ความรักของฉันอาจจะช่วยให้หัวใจนายกลับมาเต้นอีกครั้ง” พอก้มหน้าจะจุมพิตก็เห็นเขายื่นปากรอ “หะ! ทำไมปาก...หรือคนตายแล้วร่างกายเลยเกร็ง”

วิสุทธิ์ทำเสียงมัวะ เพ็ญสิริชะงักสงสัย เขาลืมตามาบ่น จูบเสียทีรอนานแล้ว หญิงสาวตกใจที่เขาไม่ตาย วิสุทธิ์เปิดเสื้อให้ดูว่าสวมเสื้อกันกระสุน สุริเยนทร์รอบคอบให้ใส่ไว้

“งั้นนายก็ได้ยิน...”

“ได้ยินทุกอย่างอ่ะ...มา ใช้ความรักของคุณช่วยให้หัวใจผมกลับมาเต้นอีกครั้ง มาจูบเร้ว”

“ทุเรศ!” เพ็ญสิริผลักวิสุทธิ์ออกจะลุกแต่ถูกเขาดึงเข้าหน้าประชิด เธอรอเขาพูดคำว่ารัก

“ผม...ผม...ผมเป็นห่วงคุณนะ”

แม้จะผิดหวังแต่เพ็ญสิริก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกดีๆของเขา

ooooooo

เวลาผ่านไปบนสะพานข้ามแม่น้ำ สุริเยนทร์กับรุจิรากำลังโรยอัฐิของแขไขอย่างอาลัยอาวรณ์ เป็นครั้งแรกที่รุจิรายอมคุยกับเขาแบบคนที่เคยสนิทกันมานาน เธอกล่าวขอโทษที่ไม่เคยพูดไม่เคยอธิบาย ทำให้เขารู้สึกรังเกียจตัวเอง ขอโทษแทนพ่อด้วย

สุริเยนทร์ยิ้มบางๆรับ เธอบอกจำไม่ได้ว่าเห็นเขายิ้มครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ “ภูดูไม่เหมือนคนเดิมที่ขิมเคยเจอนะ...น่ารัก เป็นเจ้าพ่อที่น่ารัก นี่ต้องยกความดีความชอบให้คุณเคทใช่ไหม ถ้าตอนนี้ภูหายข้องใจทุกเรื่องแล้ว ภูต้องเลิกงอนคุณเคทด้วยสิ ขิมอยากเห็นภูมีความสุขนะ”

สุริเยนทร์ทำหน้าเหวอที่โดนจับผิดได้...ด้านเอกณัติพาลูกเมียดำเกิงมาพบดำเกิงในห้องสอบสวน เขาปลาบปลื้มไม่คิดว่าสุริเยนทร์จะไม่อาฆาตโกรธเคือง ยังให้คนไปสืบหาลูกเมีย เอกณัติบอกนี่เป็นโอกาสที่เขาจะแก้ตัวช่วยสุริเยนทร์

ส่วนเคทกลับมาทำศพนพสิทธิ์ที่กรุงเทพฯ เอกณัติมาร่วมงานและเล่าว่า สมัยเดชาเด็กยากจนมาก พ่อแม่มีหนี้สินมากมาย เขาจึงต้องไปอยู่กับญาติคนนั้นทีคนนี้ทีผ่านความลำเค็ญ พอมาเจออาทิตย์ก็เริ่มทำธุรกิจตั้งตัวได้แต่ก็ไม่เข้าใจว่าเขาจะหันมาทุจริตเพื่ออะไร...เคทเข้าใจว่าอดีตบางอย่างมันลืมยาก มันซึมซับอยู่ในตัวเรา พอเราไม่รู้ทันมันปล่อยให้มันมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิต ก็เหมือนสนิมที่คอยกัดกร่อนตัวเราจากภายในกว่าเราจะรู้ตัว ชีวิตก็ผุพังจนไม่เหมือนเดิม

เอกณัติพยักหน้า “คนเราทุกคนต่างก็คงต้องมีอดีตที่เลวร้ายของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น แต่วิธีการจัดการกับมันต่างหากที่แตกต่างกัน”

เคทเห็นด้วย เรื่องบางเรื่องไม่รู้ว่าจะโทษความผิดอะไรก็โทษว่าเป็นเวรกรรมหรือความซวย หรือความประมาท บางเรื่องไม่มีคำตอบ ที่เราทำได้ก็แค่ยอมรับว่ามันเกิดขึ้นแล้ว เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เราควรเริ่มใหม่ทำปัจจุบันให้ดีขึ้น ให้มีความสุขก็พอ เอกณัติยิ้มชื่นชมความคิดของเคท เธอบอกว่าเธอโชคดีที่มีพี่สะใภ้อย่างสุรีย์ที่เป็นเหมือนแสงสว่างนำทาง เอกณัติแทรก

“แล้วเคทล่ะ จะเป็นแสงสว่างนำทางให้ใคร” สีหน้าเคทเครียดลง ทำให้เอกณัติหน้าเจื่อน

เมื่อเสร็จสิ้นงานศพนพสิทธิ์ เคทนำโกศอัฐิมาวางบนชั้น ยืนมองครุ่นคิด น้องพีทถามคิดอะไรอยู่ เคทเห็นว่าน้องพีทแข็งแรงมากขึ้นและเรื่องทุกอย่างก็คลี่คลายแล้ว จึงบอกน้องพีทว่า อยากพาพ่อน้องพีทไปอยู่กับแม่กับคุณยายจะได้ไม่เหงา น้องพีทชะงักเพราะรู้ว่าที่นั่นคือไร่ภูทับดาว เคทค่อยๆปลอบว่าน้าหมีภูไม่ใช่คนร้ายฆ่าพ่อกับแม่น้องพีท เขารักน้องพีทมาก ไม่อยากให้น้องพีทเข้าใจเขาผิด หนูน้อยแปลกใจทำไมเคทต้องร้องไห้ เคทกล่าวทั้งน้ำตา

“อาเคทสงสารน้าหมีภู เขาเสียใจมากที่น้องพีทกลัวเขา ตอนนี้เขาไม่มีใครแล้ว เหลือแค่เราสองคน”...น้องพีทโผกอดปลอบให้เคทหยุดร้องไห้บอกน้องพีทรักอาเคท

ooooooo

วิสุทธิ์มาที่บ้านเพ็ญสิริ ป๊าม้าออกมาต้อนรับอย่างดี พอพาเข้าไปในบ้านก็พบเฮียใช้ คนที่ป๊าม้าหามาดูตัวเพ็ญสิริอีกคน เธอแต่งตัวสวยนั่งหน้านิ่งสงบอยู่ที่ห้องรับแขก เฮียใช้มีสีหน้ากรุ้มกริ่มทำตัวราววัยรุ่นพูดคุยกับเพ็ญสิริ มีการถ่ายเซลฟี่ฉวยโอกาสถึงเนื้อถึงตัวตลอด

วิสุทธิ์เห็นแล้วอดหวงไม่ได้ เข่นเขี้ยวไอ้เฒ่าหัวงู แต่ป๊าม้ากลับสนุกไปกับอารมณ์สนุกสนานของเฮียใช้ พอเห็นเพ็ญสิรินิ่งๆไม่ปกป้องตัวเองก็เริ่มทนไม่ไหว

พุ่งพรวดเข้าไปกลางวง ตีก้นเฮียใช้แล้วว่าก้นคล้อยไป ควรเช็กต่อมลูกหมากบ้าง แล้วหันมาต่อว่าป๊าม้า

“ป๊าม้าจะให้ลูกสาวแต่งงานกับเฒ่าหัวงูแบบนี้เนี่ยนะ คนดีๆกว่านี้ไม่มีแล้วเหรอ คุณก็ด้วย ไปยอมให้เขาจับนั่นจับนี่ได้ยังไง อารมณ์ไหนเนี่ย!”

เพ็ญสิริยังงงๆกับการมาของเขา วิสุทธิ์ยิ่งโมโหคว้าแขนเธอดึงออกไปหน้าบ้าน โวยไม่ชอบถูกคลุมถุงชนไม่ใช่หรือ ไม่อยากเป็นแค่เครื่องผลิตลูกแล้วยอมให้ป๊าม้าจับดูตัวทำไม หญิงสาวหน้าเศร้าบอกตอนนั้นไม่ยอมแต่ตอนนี้ยอมแล้ว ยอมมีหลานชายให้ป๊าม้า จะได้จบๆ เสียที ป๊าม้ามีความสุขแล้วตนจะได้ไปท่องเที่ยว ทำอะไรที่อยากทำ วิสุทธิ์ไม่อยากเชื่อ

“พูดเหมือนไม่ใช่คนที่ฉันรู้จักเลย แล้วไม่อยากมีความรักฟรุ้งฟริ้งแล้วเหรอ”

“ไม่เอาแล้ว ความรักมันสวยงามเฉพาะเวลาสมหวัง แต่กับคนที่ไม่ถูกรักอย่างฉันมันเจ็บมาก และหัวใจฉันไม่ได้สร้างมาเพื่อบอบช้ำซ้ำแล้วซ้ำอีก”

วิสุทธิ์รู้ว่าเป็นเพราะตน แต่ก็ปลอบว่าตนก็อกหักยังสู้เลย หญิงสาวถอนใจจะเดินหนี เขาตะโกนขึ้น “เรามาเป็นแฟนกันไหม...เหมือนในหนังไง คนอกหักสองคนมาเจอกันแล้วรักกัน”

เพ็ญสิริบอกตนอกหักจากเขา อย่ามาสงสาร ไม่รักก็คือไม่รัก อย่าฝืน วิสุทธิ์สวนจริงๆแล้วตนรู้สึกกับเธอ แต่เพ็ญสิริรู้ว่าคงเป็นอาการวูบวาบบางขณะ เขาสารภาพ

“ก็ตั้งแต่ตอนที่คุณเกือบจะถูกคฑาวุธยิง ผมเป็นห่วงคุณมาก กลัวคุณเป็นอันตราย...แล้วตะกี้ที่เฮียคนนั้นตีช่วงล่างคุณ ผมก็รู้สึก...ยอมไม่ได้มันร้อนขึ้นมาทั้งหน้า วูบวาบไปหมดทั้งตัว”

เพ็ญสิริแอบยิ้มถามเขารักตนหรือ วิสุทธิ์ชะงักบอกไม่แน่ใจว่ามันหมายความว่ารักไหม ตอนนี้ตนอกหัก เธออยากจะลองจีบตนก็ได้ หญิงสาวตาวาวถามย้ำให้ตนจีบหรือ เขายักไหล่เดินกลับไปขึ้นรถ เพ็ญสิริร้องกรี๊ดๆ

วิ่งไปหาป๊าม้าบอกสำเร็จแล้ว...ทุกอย่างเป็นแผนของป๊าม้าที่อยากรู้ใจวิสุทธิ์ ทั้งสองดีใจยุลูกสาวให้จีบวิสุทธิ์ให้ได้ เพ็ญสิริเองก็ตื่นเต้นดีใจ

จากนั้นเพ็ญสิริก็มาที่ไร่ปลายฟ้า เดินหน้าจีบวิสุทธิ์ เขาแอบยิ้มปลื้มแต่วางฟอร์มนิ่งมองความน่ารักน่าเอ็นดูของเธอ แกล้งหลอกให้เธอตะโกนบอกรัก เธอก็ทำทั้งที่เขินอายจนเหนื่อยยอมแพ้ เขาดึงเธอมากอดและบอกว่า เธอน่ารักน่าแกล้ง ตนชอบผู้หญิงไซส์มินิน่าพกพาอย่างเธอ

ด้านเอกณัติรู้ใจตัวเองเดินหน้าจีบรุจิรา เป็นกำลังใจให้เธอลืมอดีตที่ผ่านมา...ส่วนสุริเยนทร์ครุ่นคิดถึงคำพูดของเดชาที่ว่าพ่อตนตายแล้วแต่จำไม่ได้ว่าศพอยู่ตรงไหน เขายืนมองออกไปจากระเบียง เห็นคนงานจูงม้าออกกำลังก็ฉุกคิด ที่อรุณรุ่งมักจะหนีไปอยู่บนเนินในป่าเป็นประจำ จึงควบเจ้าอรุณรุ่งไปยังจุดนั้นกับจ่ายักษ์ เอามือขุดดินลงไปเพื่อหาศพพ่อ ไม่นานก็แทบช็อกเมื่อเห็นโครงกระดูกมือโผล่ขึ้นมา...สุริเยนทร์นำโครงกระดูกมาทำพิธีศพแล้วนำเถ้าอัฐิมาไว้รวมกับสุรีย์และแม่ที่สุสาน รู้สึกสุขใจเมื่อทุกคนได้กลับมาอยู่รวมกันอีกครั้ง แต่อดร่ำไห้ไม่ได้ ทันใดก็มีเสียงเคทดังขึ้น “คุณยังมีน้องพีทนะ...และก็มีฉันด้วย”

สุริเยนทร์ชะงักหันมอง ดีใจระคนน้อยใจลุกเดินหนี เคทตามง้องอน น้องพีทวิ่งเข้ามาเรียกน้าหมีภู และยื่นสร้อยของอาทิตย์ให้กับเขา บอกว่าวิสุทธิ์ฝากมาให้ สุริเยนทร์ยืนอึ้ง น้องพีทดึงเสื้อให้เขานั่งลง แล้วเอาสร้อยคล้องคอให้เขา เสร็จก็กระโดดเย้ๆดีใจ เขาเอ่ยถามไม่กลัวตนแล้วหรือ เคทแทรกบอกแล้วว่าจะคุยกับน้องพีทให้เข้าใจ แค่ขอเวลา น้องพีทชูนิ้วก้อย

“จริงร้อยเปอร์เซ็นต์ น้องพีทขอโทษนะ ดีกันนะ นะๆ”

สุริเยนทร์กอดน้องพีทด้วยความรักและคิดถึง เคทมองด้วยความปลาบปลื้ม สุริเยนทร์เอาน้องพีทขี่คอวิ่งเล่น พามาดูแปลงดอกทานตะวันที่ช่วยกันปลูก ทั้งน้องพีทและเคทตื่นเต้นที่เห็นมันงอกงามสะพรั่ง เคทคิดว่าเขาจะทำลายมันไปเสียแล้ว เขาโพล่งขึ้นว่าตนดีกับน้องพีทคนเดียว

“เป็นอะไร...งอนเหรอ” สุริเยนทร์ว่าใครงอน “คุณไง ฉันดีกับน้องพีทแค่คนเดียว คนอื่นไม่...แล้วก็สะบัดบ๊อบใส่ฉันอีก ไม่เรียกงอนให้เรียกว่าอะไรคะ”

สุริเยนทร์ตีหน้ายักษ์ไม่ยอมรับเดินหนี เคทรู้ตัวว่าผิดจึงตามง้อ น้องพีทเชียร์ให้เคทสู้ๆ เคททำท่าเยส สู้ตาย...ป้าอุ่นกับเสือโคร่งยกอาหารว่างมาเอาใจน้องพีท เคทเห็นมีคนดูแลหลานจึงเดินตามไปง้อสุริเยนทร์ พยายามขอให้เขาคุยด้วยดีๆ เขาไม่สนใจ เธอจึงดึงเสื้อเขาไว้ แต่กลายเป็นถูกเขาลากตามไป น้องพีทสงสารเคทจึงเข้าไปขวางหน้าสุริเยนทร์แล้วบอก

“ถ้ารักน้องพีท คุยกันนะครับ”

สุริเยนทร์อึ้งหันกลับไปมองหน้าเคท เธอเฉไฉชมว่าเจ้าพ่อภูทับดาวดูแลแปลงทานตะวันได้อย่างดี เขาสวนว่าจริงๆอยากถอนทิ้งแต่เห็นแก่น้องพีท เคททำหน้ายิ้มล้อ

“เวลาผู้ชายโหดๆเขิน มันน่ารักดีเหมือนกันเนอะ”

น้องพีทล้อว่าน้าหมีภูรักอาเคทแน่ๆ สุริเยนทร์ตีหน้ายักษ์ทันทีหาว่าเคทเตี๊ยมกับน้องพีท เคทบอกแค่ตกลงกันว่าจะทำให้เขาอภัยให้พวกตน น้องพีททำสำเร็จ เหลือตนยังทำไม่สำเร็จ

“เธอหลอกฉัน ยังไงฉันก็ไม่ให้อภัย”

เคทเริ่มผิดหวัง “คุณพูดจริงใช่ไหม...งั้นฉันก็จะไม่รบกวนคุณอีก”

สุริเยนทร์ตกใจเห็นเธอจะไปรีบห้าม ถ้าเธอไปแล้วใครจะดูแลน้องพีท เธอถามจะให้ทำอย่างไร ในเมื่อเขาไม่ให้อภัยตน ตนจนปัญญาที่จะตื๊อ ตนฝากหลานด้วย เขาสวน “เดี๋ยวๆ ฉันไม่ได้เกลียดเธอซะหน่อย ฉันก็แค่โกรธและความโกรธมันหายได้”

เคททำท่าดีใจขอให้เขาเลิกงอน สุริเยนทร์ชะงักถามเธอหลอกอีกแล้วหรือ เธอสวน “ก็คุณปากแข็งฟอร์มจัด ก็ต้องมีแท็กติกกันบ้าง คุณภู...ฉันเข้าใจนะว่าคุณเขินเวลาต้องแสดงความรู้สึกดีๆ บวกๆ แต่มันจำเป็นที่คุณต้องแสดงออกมานะ โดยเฉพาะกับคนที่คุณรู้สึกดีด้วย”

สุริเยนทร์ท้วงรู้ได้อย่างไรว่ารู้สึกดีด้วย เธอย้อนถามตนพูดผิดหรือ เขาอึกอัก เสือโคร่งกับป้าอุ่นเชียร์ให้จูบเลยๆ สุริเยนทร์หันไปเห็นว่ามีคนแอบมองก็รีบวางฟอร์มตีหน้าขรึมเดินหนี น้องพีทดันเคทให้ตาม เคทวิ่งตามเขาไปจนเหนื่อย ถามพูดกันดีๆเสียทีจะเดินหนีทำไม

“ฉันแค่อยากอยู่กับเธอสองคน เพื่อ...พูดอะไรบางอย่าง ทานตะวัน...ฉันรู้ว่าฉันเคยทำไม่ดี เลวร้ายมากแบบคนปกติไม่ทำกัน ฉันขอโทษ ขอโทษจริงๆ ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว ฉันจะเปลี่ยนแปลง จะไม่ขี้โมโห ไม่ป่าเถื่อนใช้ความรุนแรง ไม่ให้เธอหรือน้องพีทด่าฉันว่าปีศาจ ฉันจะทำทุกอย่างที่ดีที่สุดทดแทนให้กับเธอ จะเชื่อฟังทำตามคำสั่ง เธอจะทรมานฉันคืนก็ได้ แต่ฉันขออย่างเดียว อย่าไปไหนอีก...เวลาไม่มีเธอที่นี่ มันเศร้ามาก ฉันไม่ชอบ...ทานตะวัน

ฉันอยากให้เธออยู่ที่นี่ด้วยกัน อยู่กับฉัน ที่ฉันขอ ไม่ใช่เพราะน้องพีทต้องการเธอนะ แต่เพราะฉัน...ฉันต้องการเธอ”

เคทอึ้งทึ่งกับความรู้สึกที่พรั่งพรูออกมาของเขา สุริเยนทร์จะพูดต่อ เคทโผเข้ากอดแทนคำตอบทุกอย่าง อย่างซาบซึ้งอบอุ่น เขาปลาบปลื้มดีใจกอดเธอด้วยความโหยหาความรักมานาน

วันต่อมา สุริเยนทร์แต่งตัวหล่อยืนรอพาเคทไปฉลองเพราะรุจิราโทร.มาบอกว่าเคทผ่านเข้ารอบหนึ่งในสามดีไซเนอร์ฝึกหัดแบรนด์รุจิรา น้องพีทวิ่งมากระซิบข้างหูเขา ก่อนจะบอกว่าน้าหมีภูต้องให้ของขวัญอาเคท...สุริเยนทร์จัดโต๊ะดินเนอร์ที่ริมหาด โค้งด้วยมาดสุภาพบุรุษ

“คุณจะให้เกียรติดินเนอร์กับผมได้ไหมครับคุณทานตะวัน”

เคททึ่งยิ้มรับคล้องแขนเขาไปนั่งดินเนอร์ใต้แสงจันทร์ ทั้งสองทานอาหารแล้วนั่งรอชมพระอาทิตย์ยามเช้า สุริเยนทร์สารภาพความในใจ

“ฉันไม่เคยพูดคำนี้กับเธอ จริงๆฉันไม่ได้พูดคำว่ารักมานานมากแล้ว นานจนลืมไปแล้วว่าความรู้สึกนี้มันเป็นยังไงจนมาเจอเธอ ความรู้สึกนี้มันจึงกลับมา ทานตะวัน เธอคือรักของฉัน”

“คุณสุริเยนทร์ คุณคือรักของฉันเหมือนกัน...”

ทั้งสองสวมกอดท่ามกลางแสงอาทิตย์อบอุ่น ราวกับชีวิตใหม่กำลังเริ่มขึ้นด้วยความสุข

ooooooo

–อวสาน–


ละครแรงตะวัน ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านแรงตะวัน ติดตามแรงตะวัน ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย อธิชาติ ชุมนานนท์,ศิรินทร์ ปรีดียานนท์,พชร จิราธิวัฒน์,สุชาร์ มานะยิ่ง 22 ก.ค. 2559 09:01 2016-07-23T01:39:30+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ