ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    รักต้องอุ้ม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "รักต้องอุ้ม"

    คืนนี้จะมีประชุม มิ้งค์ไปซื้อน้ำและข้าวกล่องหิ้วมาพะรุงพะรัง กำลังจะเข้าห้องประชุม ก็เกือบถูกแฟ้มและเอกสารจากข้างบนปลิวลงมาเกือบถูกหัวพร้อมเสียงตะโกนด่า

    “โง่นัก!” พอเงยมองก็เห็นกิ๊กวิ่งลงมาราวกับหนีตาย มีธัญญาเรศวิ่งตามด่าลั่น “โง่ซ้ำซากเขาไม่เรียกว่าพลาดเขาเรียกว่าโง่ มีสมองบ้างไหม!”

    “พี่ญ่าอยากได้แบบไหนบอกกิ๊กสิคะ กิ๊กจะได้แก้ถูก”

    “แค่นี้คิดไม่ได้ก็ลาออกไปซะ!” ธัญญาเรศมองอย่างรำคาญแล้วเดินกลับขึ้นไป

    กิ๊กเก็บเอกสารไปร้องไห้ไป มิ้งค์เข้าไปถามว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า กิ๊กเงยหน้ามองแล้วโผเข้ากอดร้องไห้โฮ

    เมื่อพาไปนั่งพักที่มุมหนึ่งกิ๊กร้องไห้ไปเล่าไปอย่างอัดอั้นว่า

    “พี่ทำอะไรก็ไม่เคยถูกใจ พี่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นลูกน้องหรือเป็นทาสกันแน่ ถ้าแม่พี่ไม่ป่วย พี่คงไม่ต้องทนขนาดนี้”

    ขณะนั้นเอง ติ๊ดตี่ตามมาถามกิ๊กว่าแก้งานเสร็จหรือยัง กิ๊กบอกว่ายัง ติ๊ดตี่ก็คว้ามือบอกว่า “พี่เขารออยู่นานแล้วรีบไปแก้เดี๋ยวนี้เลย มานั่งเม้าท์กับนังเตี้ยนี่อยู่ได้” กิ๊กบอกว่าตนแก้ไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าพี่ญ่าต้องการอะไร ก็ถูกติ๊ดตี่ด่าว่าจะมาสำออยอะไรตอนนี้ พอดีมือถือดังขึ้นติ๊ดตี่หยิบขึ้นดูบอกว่าพี่ญ่าโทร.มาตามแล้วรีบไป

    กิ๊กบอกว่าตนไม่กล้าขึ้นไป แต่ติ๊ดตี่บอกธัญญาเรศว่ากิ๊กกำลังขึ้นไปเดี๋ยวนี้แล้ว พลางตัวเองก็รีบวิ่งขึ้นไป

    มิ้งค์มองกิ๊กอย่างเป็นห่วง กิ๊กร้องไห้จับมือมิ้งค์อ้อนวอน “มิ้งค์ช่วยพี่ด้วยนะ”

    มิ้งค์พากิ๊กไปหาลันตาขอให้ช่วย ลันตาลำบากใจไม่รู้จะพูดอย่างไรเพราะความสัมพันธ์กับธัญญาเรศ

    ไม่เหมือนเดิมแล้ว มิ้งค์อ้อนวอนว่าถึงขนาดเขวี้ยงของใส่กันมันไม่ไหวแล้ว ขอให้ช่วยกิ๊กด้วยเถิด

    “กิ๊กมันอยู่ที่นี่จริงๆด้วยค่ะพี่” เสียงติ๊ดตี่กระเหี้ยน กระหือรือบอกธัญญาเรศ พลันเจ้าตัวก็โผล่พรวดมาหน้าถมึงทึง ตวาดถามกิ๊กว่ามาทำอะไรที่นี่ ด่าลันตาว่าคิดจะดึงคนของตนให้หมดทุกคนเลยใช่ไหม ด่าปาวๆว่า

    “แกเป็นโรคจิตรึไงลัน ถึงชอบแย่งผู้ชาย แย่งงาน แย่งลูกน้องของฉัน”

    พอถูกลันตากับแพทสวนคืนว่าเธอเองนั่นแหละต่อมเหตุผลกับมารยาททางสังคมต่ำลงทุกทีมีแต่ต่อมอิจฉางอกงามอยู่ต่อมเดียว ธัญญาเรศกำมือแน่น สั่งติ๊ดตี่กลับ ติ๊ดตี่ตรงเข้ากระชากกิ๊กอย่างไม่ปรานีปราศรัย ลันตาทนไม่ได้กระชากกิ๊กกลับมาถูกธัญญาเรศถามว่าจะทำอะไร

    คนของตน คนไม่เกี่ยวอย่ายุ่ง!

    ธัญญาเรศตะคอกถามกิ๊กว่ามาเล่าอะไรให้ลันตาฟัง มิ้งค์บอกว่าก็แค่ขอให้ลันตาช่วยพูดกับเธอเรื่องปัญหาการทำงานเท่านั้น ก็ถูกธัญญาเรศด่าว่ากิ๊กว่าเนรคุณมีปัญหาทำไมไม่พูดกับตน ลำเลิกว่าตนเป็นคนพามา ทำงานจำได้หรือเปล่า

    “คนทำงานอยากได้หัวหน้าดีๆ มีเหตุผล ให้คำแนะนำ ไม่ใช่เอาแต่ด่าๆๆ หัวหน้าจิตแตกแบบนี้เป็นใครก็ไม่ทน” แพทแทรกขึ้น ธัญญาเรศสวนทันควันว่า

    “ก็ไม่ต้องทน ฉันไล่แกออก” กิ๊กร้องไห้โฮอ้อนวอนอย่าไล่ตนออกเลยแม่ตนไม่สบายถ้าตกงานจะเอาเงินที่ไหนไปรักษาแม่ “ฉันมันหัวหน้าจิตแตก เห็นใจใครไม่เป็นหรอก” พูดประชดแล้วสะบัดออกไป ติ๊ดตี่รีบตาม

    “พี่จะรับกิ๊กไว้เอง ตั้งแต่นี้ไป กิ๊กเป็นคนของ Dream” ลันตาบอกกิ๊ก ธัญญาเรศหันขวับจ้องกับลันตาอย่างท้าทาย ไม่มีใครยอมใคร!

    ooooooo

    กิ๊กขอบคุณลันตา แพทและมิ้งค์ที่ช่วยตน ทุกคนต้อนรับกิ๊กอย่างอบอุ่น

    แพทปรารภกับลันตาว่าถ้าธัญญาเรศยังร้ายแบบนี้ สักวันจะไม่เหลือใครในทีมเลย ก็พอดีกีรติมาถามลันตาว่าจะกลับบ้านแล้วหรือ ตนยังไม่เสร็จงานเลย ลันตาบอกว่าไม่เป็นไรตนกลับเองได้ พูดไม่ทันขาดคำ พิธานก็เดินเท่เข้ามาถามลันตาว่า

    “จะกลับหรือยังครับจะได้ไปพร้อมกันเลย ผมจะได้ไปรับพี่วันด้วยเลย”

    กีรติพยายามกันท่าว่าเดี๋ยวตนจะไปส่งลันตาอยู่แล้ว ถูกพิธานถามเรื่องงานว่าต้องส่งให้ตนปรู๊ฟพรุ่งนี้ก่อนเที่ยงไม่ใช่หรือ กีรติเลยอึ้ง

    “รับปากแล้วช่วยทำให้ได้ด้วยนะ” พิธานปรามกีรติแล้วหันพูดกับลันตา “ยังไงเราต้องไปทางเดียวกันอยู่แล้วจริงไหม” ลันตาจำต้องตอบรับตามมารยาท พิธานถือเป็นคำตอบเดินนำลันตาออกไป

    มิ้งค์ถามกีรติว่าปาดหน้ากันเห็นๆ ไหวไหม แพทตอบแทนว่าไม่ส่งลันตาไม่ตายแต่ถ้าไม่ส่งงานคอขาดชัวร์ พอดีมือถือกีรติดัง เป็นสายจากสิปาดันโทร.มาถามว่าฝากให้มาส่งลันตามาหรือยัง พอรู้ว่าพิธานมาตัดหน้าไปแล้ว สิปาดันเสียงดังว่า

    “แล้วแกปล่อยให้ลันไปกับพี่พิธานได้ยังไง! แกรับปากฉันแล้วนะไอ้กบ! แล้วออกไปนานหรือยัง” สิปาดันวางสายจากกีรติแล้วโทร.หาลันตาทันที

    พิธานไม่ไปส่งลันตาทันทีแต่พาไปร้านอาหารอ้างว่าตนหิวขอทานอาหารสักยี่สิบนาทีแล้วจะพาไปส่ง มือถือลันตาดังขึ้น พิธานเหลือบเห็นเป็นภาพสิปาดันแต่ทำเป็นไม่สนใจ ลันตาปิดเสียงแล้วกดให้หน้าจอดับแต่ยังไม่วางสาย ถามเขาว่าจะทานอะไรดี พิธานรับเมนูไปดูแต่คอยชำเลืองมือถือของลันตาที่ยังขึ้นหน้าจอว่าสายเข้าไม่หยุดแล้วมองหน้าลันตาอย่างจับสังเกต

    ระหว่างทานข้าวเขาถามว่าทำไมเธอจึงอยากให้สิปาดันมาเป็นนายแบบครั้งนี้ นอกจากเหมาะสมแล้วมีเรื่องอื่นแอบแฝงหรือเปล่า ลันตาบอกว่าไม่มี ย้อนถามว่าทำไมเขาจึงคิดว่ามีเรื่องอื่นแอบแฝง? เขาพูดยิ้มๆว่าดูเธอสู้หัวชนฝามันน่าแปลก

    “ไม่แปลกหรอกค่ะ ถ้าคุณพิธานเป็นคนดิวงานทั้งหมดไว้ ทั้งตัวสิปา หัวหน้าของสิปา ผู้ใหญ่ในสายการบินของสิปา ที่ลันเอาชื่อสำนักพิมพ์ของเราเป็นประกันจนเขายอมอนุญาต คุณพิธานก็ต้องสู้แบบลันค่ะ ในการทำงาน เครดิตเป็นเรื่องที่เราต้องรักษา จริงไหมคะ”

    เขาบอกว่าเข้าใจ แล้วเปลี่ยนประเด็นใหม่ถามว่าทำไมไม่เรียกตนว่าพี่เหมือนเดิม ลันตาบอกว่าเวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน เขาบอกว่างั้นเราก็เริ่มต้นใหม่ได้สินะ ลันตาเลี่ยงที่จะตอบบอกว่าคำถามยากขอไปฉี่ก่อน ฉี่ไปคิดไปได้ไหม

    “พี่ว่าบางคำมันก็พูดอ้อมๆได้นะถ้ามันจะฟังดูไม่สุภาพ”

    “ยุ่งยากค่ะ ถ้าเราปวดขี้ก็ว่าไปขี้ เข้าใจง่ายกว่าตั้งเยอะ” พูดแล้วลุกไปทิ้งท้ายถามว่า “เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน คุณพิธานเข้าใจแล้วใช่ไหมคะ”

    แทนที่จะโกรธ พิธานกลับพอใจมองว่าเฮี้ยวๆ แบบนี้ท้าทายดี ก็พอดีมือถือลันตาดังขึ้นอีก พิธานรับสายถามว่า

    “ลันเขาไม่รับสายแก ยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าทำไม” พอได้ยินสิปาดันโวยวายว่าทำไมรับสายแทนลันตา พิธานบอกว่า โทรศัพท์ลันตาอยู่กับตน พูดเยาะว่า “แฟนเก่ามันจูนกันง่าย คืนนี้เราอาจจะใช้เวลาคอนเน็กกันให้มันลึกซึ้ง”

    สิปาดันโกรธแทบคลั่งถามว่าพาลันตาไปไหน ถูกยั่วว่า “ที่ที่แกไม่มีวันได้ไปกับลันแน่” พิธานวางสายแล้วกดลบบันทึกการโทร.และรับสาย พอลันตากลับมาเขาบอกว่า สั่งเช็กบิลเรียบร้อยแล้วพลางลุกเดินนำออกไป ลันตารับทราบหยิบกระเป๋าเดินตามไป ลันตามองพิธานรู้สึกแปลกๆกับท่าทีของเขา

    ooooooo

    พาลันตาไปถึงหน้าคอนโด พิธานบอกเธอว่าตนไม่ได้พูดเล่นชวนเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง ลันตานิ่งไปคิดหาทางเลี่ยง พลันประตูด้านที่เธอนั่งก็ถูกกระชากเปิดออกพร้อมกับสิปาดันดึงเธอออกจากรถอย่างเร็วและแรง

    พิธานวิ่งไปดึงลันตาไว้อีกข้างหนึ่ง เธอสะบัดสุดแรงจนหลุดจากทั้งคู่โวยลั่น

    “โอย...เป็นบ้าอะไรกัน สิปา แกผีเข้ารึไง” สิปาดัน ถามว่าเขาพาเธอไปไหน “กินข้าว! แกจะทำไม!!”

    สิปาดันถามว่าไปไหนทำไมไม่บอกตน ถูกลันตาสวนว่าตนจะไปไหนไม่เกี่ยวกับเขา แล้วหันไปขอบคุณพิธานอย่างอ่อนหวานที่มาส่ง บอกเดี๋ยวจะไปตามน้าวันให้ พอสิปาดันหายอึ้งก็จะตามไป พลันก็ชะงักเมื่อพิธานพูดขึ้นว่า

    “ลันเป็นของฉัน!” พอสิปาดันหันมาพิธานก็เสียงเข้มขึ้น “ฉันจะเขี่ยแกกระเด็นจากชีวิตของลันด้วยมือฉันเอง!”

    “อย่าดีแต่พูดก็แล้วกัน”

    ทั้งสองจ้องหน้าท้ากันแบบ ใครดีใครได้ แล้วสิปาดันก็รีบขึ้นไป

    ลันตาบอกน้าวันว่าพิธานรออยู่ข้างล่าง น้าวัน

    ถามว่าเธอกับพีทเคยเป็นแฟนกันใช่ไหม ลันตายอมรับแต่มันนานแล้ว น้าวันถามว่าแล้วตอนนี้ล่ะ? ก็พอดีสิปาดันผลักประตูเข้ามาบอกว่า “น้าวันครับ น้องชายน้าบอกให้น้ารีบลงไปครับ” น้าวันบอกลันตาว่าไว้ว่างๆค่อยคุยกัน

    ทันทีที่น้าวันออกจากห้อง สิปาดันก็ถามลันตาเป็นชุดอย่างกดดันว่า

    “แกไปไหน ไปทำอะไร ทำไมถึงกลับดึกนัก แล้วทำไมไม่รับโทรศัพท์” ลันตาทำเหมือนไม่ได้ยินเดินผ่านไปดูตาหนู “ไอ้ลัน! ฉันถามแกอยู่” สิปาดันฉุนขาด

    “จะรู้ไปทำไม เรื่องของฉันมันไม่น่าสนใจเท่าผู้หญิงของแก” สิปาดันทำหน้างง เลยถูกด่า “อย่ามาทำหน้าโง่ใส่เลย วันนี้แกมาสายเพราะมัวไปรับแฟนเก่าแกมาด้วยใช่ไหม ฉันไม่สนหรอกนะว่าแกจะไปสปาร์กอะไรกันที่ไหน แต่แกไม่ควรเอาผู้หญิงมาทำให้เสียงาน”

    ลันตาไม่เพียงพูดเรื่องเขามาสายเท่านั้น ยังคิดบัญชีคืนที่เขารับปากว่าจะมารับแล้วกลับไปส่งมะนาว ถามว่ารับปากส่งๆไปอย่างนั้นเองเพราะคิดว่าตนเป็นเพื่อนใช่ไหม พูดอย่างไม่เปิดช่องให้สิปาดันชี้แจงแล้วรวบรัดตัดบทว่า

    “ฉันไม่สำคัญสินะ ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ เรื่องนี้จบ! เคลียร์!!”

    “ไม่เคลียร์ จนกว่าแกจะฟังฉัน ฉันไม่เคยเห็นคนอื่นสำคัญกว่าแก แต่ถ้าแกเห็นคนโดนทำร้ายแกจะไม่ช่วยเหรอ”เห็นลันตาชะงัก เขาเล่าว่าคืนที่เขาไปส่งมะนาวนั้นเห็นกับตาว่ามะนาวถูกเอื้องคำทำร้ายตนก็โดนลูกหลงไม้เท้าฟาดที่ไหล่ไปด้วย ลันตาถามว่าแน่ใจหรือว่าไม่ใช่แอ็กติ้ง เขาเลยเปิดให้ดูรอยช้ำที่ไหล่ถามว่ารอยนี่มันเอฟเฟกต์ไหมล่ะ

    พอเคลียร์กันบรรยากาศคลี่คลายลันตาก็บ่นง่วงจะไปนอน สิปาดันไม่ยอมเพราะเรื่องคาใจของตนยังไม่เคลียร์ถามว่าทำไมกลับมากับพิธานทั้งที่ตัวเองก็เอารถไป เธอตอบกวนๆ ว่าเพราะอยากกลับกับเขา พอสิปาดันถามว่าจะเริ่มต้นใหม่กันใช่ไหม เธอย้อนถามลองเชิงว่า “แล้วถ้าฉันจะเริ่ม แกมีปัญหาอะไรไหม”

    “ไม่ได้!!”

    ลันตาพูดเนิบๆ นิ่มๆ ว่า ตนกับพิธานจะสปาร์กกันอีกหนก็ไม่แปลกนอกจากเขาจะมีเหตุผลดีๆทำให้ตน

    เชื่อว่าไม่ควร สิปาดันพูดไม่ออก แต่ขยับเข้าใกล้จ้องตา... มองหน้า...ใกล้เข้าไปทุกที...ทุกที...

    “แง้!!” เสียงตาหนูร้องขึ้น ทั้งคู่ต่างผละจากกัน สิปาดันบอกว่าตนจะไปดูตาหนูก่อน ลันตามองตาม ถอนใจด้วยความรู้สึกเสียดายเล็กๆ....

    ooooooo

    คืนนี้มะนาวเอาขวดน้ำไปเก็บ เห็นใบแจ้งหนี้จากธนาคารเธอหยิบดูหน้าเครียด พลันเอื้องคำก็เข้ามาเอ็ดว่าไม่ควรยุ่งกับเอกสารที่ไม่ใช่ของตัวเอง

    มะนาวขอโทษ แต่มีแก่ใจบอกว่าตนพอมีเงินเก็บอยู่บ้างเอาไปผ่อนชำระให้ธนาคารก่อนก็ได้

    เอื้องคำประชดว่ารวยมากสินะ รวยพอจะไถ่บ้านหลังนี้ได้ไหมล่ะ มะนาวบอกว่าตนแค่อยากช่วยแบ่งเบา ฉุกคิดได้ถามว่าหรือเราจะใช้สิปา

    “ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง อย่าพูดเรื่องเงินให้สิปามันไหวตัว เมื่อถึงเวลามันจะต้องเอาเงินมาให้เราทั้งหมดที่มันมี”

    “แต่คุณป้าเพิ่งใช้หนี้แทนคุณพ่อไป เราจะเอาเงินที่ไหนล่ะคะ”

    เอื้องคำไม่ตอบ แต่สีหน้าเต็มไปด้วยความหมายมาด มั่นใจ

    ที่บ้านอินทนนท์ เช้านี้บรรยากาศตื่นเต้นตึงเครียด เมื่อจู่ๆย่ามาลัยก็ขึ้นรถที่จอดรออยู่สั่งคนขับให้รีบไปด่วนเลย อินทนนท์ถามว่าจะไปไหนตนจะได้ขับรถให้

    ป้ามาลัยหลอกว่าจะไปรับเพื่อนที่มาจากใต้เอาของไปให้เย็นๆก็กลับ

    ที่แท้ย่ามาลัยไปที่บ้านสวน ป้าอังแอบโทร.หาลันตา พูดได้แค่ว่า “เมื่อวานมีไปรษณีย์...” เท่านั้นก็ถูกย่ามาลัยจับได้ถามว่า “หล่อนโทร.หายัยลันทำไม” ลันตาได้ยินเสียงของย่ามาลัยแล้วรู้ว่าต้องมีเรื่องแน่ เลยเปิดสปีคเกอร์โฟนให้สิปาดันฟังด้วย ฟังย่ามาลัยดุป้าอังแล้ว

    ลันตาใจหาย จนย่ามาลัยเอาสายไปพูดเองถามเสียงเข้มว่า

    “ยัยลัน ทำไมถึงมีจดหมายแจ้งเตือนว่าแกค้างผ่อนค่ารถสามเดือนแล้ว”

    ลันตาพอรู้เรื่องจากที่ได้ยินย่ามาลัยดุป้าอังเมื่อครู่นี้แล้วเลยตั้งหลักทัน ตอเนียนๆว่าตนลืมเพราะช่วงก่อน

    งานยุ่ง เลยถูกคุณย่าทั้งบ่นและอบรมยาวเหยียด สุดท้ายทั้งอบรมและเตือนสติว่า

    “ยัยลัน ทุกวันนี้ เราใช้ตัวเราเป็นเครดิตค้ำประกันในทุกเรื่อง เงิน งาน และสังคม ถ้าเรื่องส่วนตัวแกยังไม่รับผิดชอบแล้วแกจะไปเรียกร้องความรับผิดชอบจากหัวหน้าหรือลูกน้องแกได้ยังไง อย่าดีแต่ปาก ต้องทำให้ได้อย่างที่รับปากด้วย”

    ลันตารับคำอย่างรู้สึกผิด พอคุณย่าถามว่ายอดติดค้างตั้งหกหมื่นมีเงินเคลียร์หรือยัง เธอตอบทันทีว่ามี ตนกันเงินไว้ผ่อนกล้วยหอมไว้แล้ว รับปากคุณย่าว่าจะรีบเคลียร์ด่วนที่สุดเลย

    “แล้วแกก็โทร.มารายงานตัวบ่อยๆ จำไว้ว่าแกมีย่า มีป้า มีครอบครัว คิดถึงใจคนอื่นด้วย”

    “ลันขอโทษค่ะคุณย่า สวัสดีค่ะ”

    วางสายจากคุณย่าแล้วลันตาวิ่งเข้าไปในห้องสิปาดันมองอย่างสงสัย ลันตาวิ่งไปตรวจสมุดบัญชีเหลือเงินแค่สองหมื่น เธอเครียด เพราะขาดอีกตั้งสี่หมื่น...จะทำยังไงดี???

    ooooooo

    แม้จะเครียดเรื่องเงินผ่อนเจ้ากล้วยหอม แต่ลันตาก็ทำงานอย่างมีสมาธิ พอจัดงานเสร็จ แพทถามว่าคุยกับพี่นีหรือยัง ลันตาบอกว่ายังไม่อยากเบิกล่วงหน้า

    “ทำไมแกไม่ยืมสิปา เห็นทุกทีมีอะไรแกก็กวนมันตลอด”

    “แต่ตอนนี้ไม่อยาก...ฉันกวนมันเยอะแล้วแกก็เห็น” แล้วกลบเกลื่อนบอกให้แพทรีบไปเคลียร์งานกับคุณกบให้เรียบร้อยพรุ่งนี้จะได้มีสมาธิทำงาน

    ครู่หนึ่งแม่บ้านมาบอกว่ามีคนเอาเอกสารมาให้บอกว่าจากสิปาดัน พิธานยื่นมือจะรับแทน แม่บ้านขอโทษแล้วยื่นให้ลันตา ลันตารับไปดูเป็นใบเสร็จชำระค่างวดกล้วยหอมเป็นเงินหกหมื่นบาท ชำระเมื่อเที่ยงวันนี้เอง

    “พี่สิปาเป็นคนส่งให้ แสดงว่าพี่สิปาจัดการให้พี่แล้วสินะ โหยยยย...สุดยอดดด...ไม่รักไม่ได้แล้วพี่” มิ้งค์ตื่นเต้นยิ่งกว่าลันตาเป็นร้อยเท่า

    ลันตามองใบเสร็จอึ้งๆ....

    ooooooo

    มิ้งค์บอกให้พอลช่วยเชียร์ลันตาให้รักกับสิปาดัน พอลบอกต้องคิดให้มากหน่อย มิ้งค์ถามประชดว่าจะคิดจนปล่อยให้คนอื่นคาบไปรึไง แฟนเก่าสิปาดันก็โผล่มาแล้วด้วย

    พอลตัดสินใจถามลันตาว่าแน่ใจหรือยังว่ารู้สึกยังไงกับสิปาดัน

    “ถ้าให้นิยามความรู้สึกตอนนี้...ลันเรียกมันว่า รัก ค่ะ” พอลเชียร์ให้รับสารภาพเลย ลันตาติงว่า “แต่ถ้ามันไม่ใช่...”

    “มีแค่สองทางครับ หนึ่งถ้าใจตรงกันก็ได้แฟนที่เรารักมาหนึ่งคน สองถ้ามันไม่ใช่แล้วคุณลันทำใจยอมรับได้ ผมเชื่อว่าคุณลันยังมีคุณสิปาดันเป็นเพื่อนเหมือนเดิม เพื่อนรักเพื่อนที่จะคบกันต่อไปไม่ได้เพราะฝ่ายที่ผิดหวังมักจะรับไม่ได้ กรณีนี้คุณลันต้องถามตัวเองว่าจะรับได้ไหม”

    “ลันจะลองคิดดู...” ลันตาแบ่งรับแบ่งสู้แล้วลุกไป

    ลันตากลับมารายงานตัวต่อย่ามาลัยตามคำสั่ง ได้ยินคุณจินตนาพูดกับย่ามาลัยว่า “ถ้าคุณมาลัยตัดสินใจขายเมื่อไหร่ รีบโทร.หาดิฉันเลยนะคะ ดิฉันจะเสนอราคาที่คุณมาลัยพอใจแน่นอนค่ะ”

    เมื่อสบโอกาสเธอถามคุณย่าว่าจะขายอะไรให้กับคุณป้าเมื่อกี๊นี้หรือคุณย่าบอกว่าหุ้นของโรงเรียนที่เชียงใหม่ ลันตาจำได้ว่าเป็นโรงเรียนที่คุณทวดกับคุณทวดของสิปาดันช่วยกันสร้าง

    ป้าอังเล่าว่าคุณจินตนาบริหารโรงเรียนมานาน อยากจะเปลี่ยนจากโรงเรียนเป็นวิทยาลัย แต่ติดที่ต้องขอความเห็นหลายฝ่ายจึงอยากจะซื้อหุ้นเป็นของตัวเองทั้งหมด ตอนนี้เหลือแค่ของเราคนเดียว

    “หมายความว่าย่านวลจะขายหรือคะ เป็นไปไม่ได้ค่ะ” ลันตาติง ย่ามาลัยกับป้าอังสบตากันอย่างไม่เชื่อเหมือนกัน

    ooooooo

    เอื้องคำนัดย่านวลไปพบที่ร้านอาหาร ขู่เข็ญบังคับให้เซ็นยกหุ้นโรงเรียนทั้งหมดให้ตน อ้างว่าหุ้นเหล่านั้นเป็นของสามีตอนนี้ตนต้องการมันคืนมา

    “อย่าขี้ตู่สิคะคุณป้า” เสียงลันตาแทรกเข้ามา “หุ้นของโรงเรียนถูกแบ่งตามพินัยกรรมของคุณทวด

    ใช่ไหมคะคุณย่า เอกสารหลักฐานเรามีครบทุกอย่าง ของของเราจะให้ใครมาตีเนียนโฉบไปง่ายๆ ไม่ได้นะคะ”

    เอื้องคำด่าลันตาว่าเด็กมารยาททราม ส่วนมะนาวบอกลันตาว่าเธอไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่ามายุ่งดีกว่า ลันตาอ้างคำพูดของอินทนนท์ที่ยืนยันว่าตนเป็นคนในครอบครัวฉะนั้นย่อมมีสิทธิ์ยุ่งทุกเรื่องไม่ใช่คนอื่นอย่างเธอ

    เอื้องคำตัดบทบีบคั้นย่านวลให้เซ็นชื่อ โชคดีที่ย่ามาลัยกับป้าอังเข้ามาขวาง ย่ามาลัยกับป้าอังช่วยกันชี้แจงถึงเจตนารมณ์ของผู้ก่อต้ังโรงเรียนว่า เพราะต้องการให้เด็กๆในอำเภอ กับเด็กที่ไม่มีทุนเรียนหนังสือ ไม่ใช่เอาไปขายกิน ย่ามาลัยยืนยันว่า

    “โรงเรียนที่พ่อฉันร่วมก่อตั้งต้องคงอยู่เพื่อเด็กๆ ยากไร้ ไม่ให้พวกหน้าเงินเอาไปแปรรูปขายกินเด็ดขาด!”

    ย่านวลถูกบีบคั้นจากเอื้องคำ จึงตัดสินใจเอาสัญญาที่เอื้องคำเอามาให้เซ็นฉีกทิ้งต่อหน้า เอื้องคำโกรธแค้นมากพูดอาฆาตก่อนไปว่า “พวกแกจะต้องชดใช้อย่างสาสม”

    แม้ย่ามาลัยจะมาช่วยย่านวล แต่พอเสร็จธุระก็ชวนลันตากับป้าอังกลับ ย่านวลมองอย่างผิดหวังที่จนป่านนี้ย่ามาลัยยังไม่ยอมญาติดีด้วย

    ooooooo
    อินทนนท์เป็นห่วงแม่ที่จู่ๆก็มากรุงเทพฯ ย่ามาลัยอ้างว่าคิดถึงตาหนูเลยมาเยี่ยม อินทนนท์ยังตัดพ้อต่อว่าแม่ที่ทำให้ตนเป็นห่วง

    สิปาดันบอกว่าพ่อไม่ยอมจบแน่ กระซิบอะไรกับย่านวล ย่าเลยบอกอินทนนท์ว่าถ้าไม่หยุดโวยวายแม่จะไม่กลับ

    ได้ผล อินทนนท์หยุดโวยวาย สิปาดันจึงพาย่านวลไปพักที่คอนโด ย่านวลเห็นสิปาดันกับลันตาช่วยกันเลี้ยงตาหนูก็ปรารภว่าชักอยากมีหลานเสียแล้ว...

    คืนนี้สิปาดันอุ้มตาหนูจนหลับไปด้วยกันทั้งคู่

    คุณย่าและลันตามองตาหนูที่หลับอยู่บนอกของสิปาดันอย่างเอ็นดู คุณย่าบอกว่าเห็นแล้วนึกถึงคุณปู่ ตอนที่ปู่แต่งงานกับย่าก็อายุเท่าสิปาตอนนี้แหละ

    “สิปาเคยบอกว่าคุณย่าสารภาพรักกับคุณปู่ก่อนจริงหรือเปล่าคะ”

    “จริงจ้ะ เราอยู่ข้างบ้านกัน เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก” ลันตาถามว่าทำไมคุณย่าถึงกล้าไม่กลัวหรือ “กลัวสิ ถ้าเกิดเขาไม่ชอบย่า ย่าก็คงเสียใจไม่กล้าเจอหน้าเขาอีก แต่...คุณปู่เป็นคนดีมาก เขาเข้าใจ ปกป้อง จนเขากลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่ย่าขาดไม่ได้ ย่าก็เลยได้มีตาสิปาดันเป็นๆ อยู่ตรงนี้ไง”

    “ดีจังเลยค่ะ ส่วนหนึ่งของชีวิตที่เราขาดไม่ได้”

    “ถ้าเจอคนแบบนั้นเมื่อไหร่ รักษาเขาไว้ให้ได้นะลูกนะ”

    “ค่ะ...คุณป้า” ลันตารับคำด้วยหัวใจที่แช่มชื่นเปี่ยมด้วยความหวัง ดังนั้น รุ่งขึ้นก่อนออกไปถ่ายแบบ เธอบอกสิปาดันว่า “เย็นนี้เสร็จงานแล้ว ฉันขอคุยด้วยหน่อยนะ” สิปาดันถามว่ามีเรื่องอะไรหรือดูซีเรียส “ก็นิดหน่อย เดี๋ยวเย็นนี้ค่อยว่ากัน” แล้วเธอก็ไปหอมตาหนูสิปาดันก็ไปหอมเช่นกัน หอมแก้มตาหนูคนละข้าง หน้ากับหน้าห่างกันแค่ฝ่ามือกั้น ทำเอาต่างมองกันอึ้งไปอึดใจ

    ooooooo

    เมื่อไปถึงสถานที่ถ่าย ลันตาเช็กแล้วทุกอย่างพร้อม นายแบบก็มาแล้วขาดแต่นางแบบ มิ้งค์วิ่งหน้าตื่นมาบอกว่าตนโทร.ไปตามนางแบบแต่เขาบอกว่าทางเราโทร.ไปแคนเซิลเขาแล้วเมื่อคืนนี้

    “ผมพานางแบบใหม่มาให้แล้วครับ” พิธานพามะนาวเข้ามา บอกแก่ทุกคนที่หันมองว่า “คุณมะนาว จะมาเป็นนางแบบให้เราในวันนี้”

    ลันตาโมโหมากที่พิธานถือวิสาสะมาเปลี่ยนนางแบบโดยไม่บอกตน เขาชี้แจงอย่างไม่สะทกสะท้านว่าตนเห็นว่าเมื่อนายแบบเป็นนักบินนางแบบก็ควรเป็นแอร์โฮสเตสภาพรวมจึงจะสมบูรณ์แบบ ถามดักคอลันตาว่าที่เธอไม่พอใจเพราะนางแบบที่ตนเลือกมาคือมะนาวใช่ไหม? ติติงว่าตอนนี้เป็นเวลาทำงานไม่ควรมาเอาชนะคะคานกัน

    ลันตาเจ็บใจมากแต่ก็จำต้องยอม และเธอก็ถูกมะนาวแกล้งยั่วปั่นหัวด้วยการอ่อยยั่วยวนสิปาดันตลอดเวลาที่ทำงาน

    จนเมื่อมิ้งค์แยกสิปาดันไปเปลี่ยนชุด ลันตาเข้าไปอธิบายคอนเซปต์ในการถ่ายแบบวันนี้ให้มะนาวฟัง ก็ถูกมะนาวพูดกวนประสาทถามว่ากลัวใช่ไหมที่เห็นตน ลันตาสวนไปว่า

    “ฉันไม่รู้ว่าเธอไปตีซี้กับคุณพิธานหรืออ้อนวอนเขายังไงถึงได้มาถ่ายแบบครั้งนี้ แต่บอกเลยว่าฉันเห็นความพยายามของเธอแล้วฉันรู้สึกอย่างเดียวคือ สมเพช”

    มะนาวย้ำเย้ยว่า “สิปาดันน่ะเป็นเสือเขาทนได้ไม่นานหรอกถ้าเห็นเหยื่ออย่างฉัน...”

    พอดีมิ้งค์มาบอกว่าสิปาดันเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ลันตาสั่งกิ๊กเปลี่ยนเสื้อผ้านางแบบให้เร็วที่สุดเพราะเราช้าแล้ว

    เมื่ออยู่กับลันตาตามลำพัง มิ้งค์ถามว่ามะนาวประกาศขนาดนั้นจะยอมแพ้หรือ ลันตาตอบทันทีว่า

    “พี่จะไม่ยอมเสียคนที่ดีที่สุดในชีวิตไป”

    “แสดงว่าพี่....” มิ้งค์มองลุ้น

    “วันนี้หลังเลิกงาน”

    “โหย...ตื่นเต้น...ๆๆ!”

    แม้จะถูกมะนาวแกล้งยั่วปั่นหัวตลอดเวลา แต่ลันตาก็อดทนสะกดกลั้นแม้บางครั้งแทบทนไม่ได้ก็ตาม แต่เมื่อถึงคิวถ่ายคู่ มะนาวไล้มือที่อกสิปาดันรำพันความรักที่มีต่อเขาและจะรักต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น สิปาดันจับมือมะนาวไว้ ลันตาทนไม่ไหวเดินไปที่หน้าเซตชนตะกร้าแก้วน้ำหกกระจาย เธอรู้สึกตัวเอ่ยขอโทษแล้วสั่งทำงานต่อไป

    จนเมื่อเสร็จงานลันตาสั่งทีมงานเลิกงาน มิ้งค์บอกทุกคนว่าข้าวกล่องอยู่ด้านโน้น พลางชี้ให้ดู แล้วจะพาสิปาดันไปเปลี่ยนเสื้อ จังหวะที่เดินผ่านลันตา สิปาดันบอกเธอว่า “รอแป๊บนะ เดี๋ยวกินข้าวกัน” ลันตาทำเสียงอืมในลำคออย่างขอไปที พิธานกับมะนาวจับตาดูลันตากับสิปาดันอย่างมีแผน
    มิ้งค์สนุกเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพจนพอล

    ขู่ว่าถ้าไม่หยุดจะขนข้าวกล่องกลับ เธอจึงเอาโทรศัพท์ไปเก็บในกระเป๋าที่วางอยู่ไม่ไกลจากที่แจกข้าว...ไม่นานก็มีมือลึกลับมาหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าไป!

    ooooooo

    มะนาวยังเล่นไม่เลิก เธอร้องไห้บอกสิปาดันว่าถูกเอื้องคำกดดันให้จับเขาแม้ตนทำไม่ได้แต่ก็เนรคุณคุณป้าไม่ได้ออดอ้อนว่าเขาเป็นคนเดียวที่ตนรักแม้ว่าเขาไม่ได้รักตนแต่ตนก็จะรอ แล้วจับหน้าเขาเข้าไปจูบ

    ลันตามาถามหาสิปาดัน เพชรบอกว่าเห็นเดินไปกับมะนาว ลันตาเดินไปเห็นทั้งคู่กำลังจูบกันพอดี เธอถอยออกอย่างหัวใจสลาย ดังนั้น เมื่อต่อมาสิปาดันถามว่าเธอมีเรื่องอะไรจะคุย ลันตาตอบอย่างไม่ลังเลว่า

    “ไม่มี ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว” ลันตาเดินหนีไป สิปาดันจะตาม พลันก็ได้ยินเสียงโครม หันมองเห็นที่ตั้งไฟล้มทับขามะนาวอยู่ เขารีบวิ่งเข้าไปดู พิธานจับตาดูเหตุการณ์อยู่แล้ว เขายิ้มอย่างพอใจ เห็นลันตาออกไปเรียกแท็กซี่เขารีบขับรถตามไปทันที

    ที่ออฟฟิศ ธัญญาเรศสั่ง “ติ๊ดตี่จัดการกระจายภาพพีอาร์ให้มันด้วยนะ” พลางเดินออกไป

    ลันตามาถึงที่ทำงานก็เข้าห้องไปนั่งร้องไห้อย่างเจ็บปวดกับภาพที่เห็นมะนาวจูบกับสิปาดัน พิธานแอบตามเข้ามายื่นผ้าเช็ดหน้าให้ เธอตกใจถามว่าเข้ามาที่นี่ได้ยังไง เธอบอกให้เขาออกไปพิธานไม่เพียง

    ไม่ออกหากยังมีท่าทีจะลวนลามด้วย ลันตาจึงจะเป็นฝ่ายออกไป แต่ประตูล็อกเปิดไม่ได้ ครั้นจะโทรศัพท์ปรากฏว่าแบตหมดอีก พิธานรีบเอาโทรศัพท์ของตัวเองซ่อน พอเธอขอยืมเขาบอกว่าลืมไว้ที่ออฟฟิศ

    สิปาดันส่งมะนาวถึงหน้าบ้านก็ได้รับโทรศัพท์บอกว่าลันตายังไม่ถึงบ้านแต่เห็นตอนออกไปพิธานขับรถตามไปด้วย เขาบอกมะนาวว่าส่งแค่นี้แล้วรีบขึ้นรถขับกลับไป มะนาวมองตามอย่างไม่พอใจ

    สิปาดันโทร.คุยกับย่านวล ย่านวลถามว่าปกติที่ที่ลันตาจะไปมีที่ไหนบ้าง เขาบอกว่ากลับบ้านหรือไม่ก็ไปบ้านคุณย่า เมื่อไม่ได้กลับบ้าน สิปาดันตัดสินใจไปที่บ้านย่ามาลัย พอไปถึงถูกย่ามาลัยที่ชังน้ำหน้าเขาอยู่แล้วไล่ตะเพิด เขาพยายามถามว่าลันตามาที่นี่หรือเปล่า ย่ามาลัยไม่สนใจไล่ให้ออกจากบ้านตนลูกเดียว

    พอสิปาดันโดนย่ามาลัยไล่ตีออกมาหน้าบ้าน พอดีย่านวลกับอินทนนท์นั่งแท็กซี่มาหาลันตา ทำให้ย่ามาลัยเอะใจว่าต้องมีเรื่องไม่ดีแน่ๆ แต่ถามอย่างไรก็ไม่มีใครตอบ ก็พอดีสิปาดันได้รับโทรศัพท์จากแพทบอกว่าเจอตัวแล้วเขาจึงรีบกลับกัน

    แพท มิ้งค์ และกีรติเอาของไปเก็บที่ออฟฟิศเห็นรถพิธานจอดอยู่ก็เอะใจพากันวิ่งขึ้นไปที่ห้องทำงานปรากฏว่าประตูล็อกเปิดไม่ได้

    ในขณะที่ในห้อง พิธานกอดลันตาไว้หมายให้เธอยอมเขา พอดีสิปาดันมาถึงเขาตะโกน

    “ลัน! ได้ยินฉันไหม ลัน!!”

    “สิปา...ช่วยฉันด้วย” ลันตาตะโกนออกมาพลางก็ดิ้นตะโกน “ปล่อยฉัน!!”

    มิ้งค์ไปหากุญแจสำรองไม่มาสักที สิปาดันตัดสินใจกระแทกประตูจนเปิด เขาพุ่งเข้าไปกระชากพิธานออกจากลันตา ยังไม่ทันเคลียร์อะไรกัน มิ้งค์ก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่า ย่ามาลัยกับป้าอังมา สิปาดันถามถึงลันตามิ้งค์บอกว่าหลบไปแล้วถามว่าเอาไงดี ถ้าย่ารู้ว่าลันตาอยู่กรุงเทพฯต้องแย่แน่ๆ ย่านวลกับอินทนนท์จึงออกไปรับหน้าย่ามาลัยก่อน สิปาดันหันไปขอความช่วยเหลือกีรติ ทำเอากีรติงงว่าจะให้ตนช่วยอะไร

    ooooooo

    ที่แท้สิปาดันทำเป็นมีเรื่องกับกีรติ กีรติโวยวายให้ปล่อยตนถ้าไม่เจอลันตาตนจะไม่ยอมกลับ สิปาดันลากคอเสื้อกีรติออกไปบอกย่ามาลัยกับป้าอังว่าไม่ต้องหาลันตาแล้วเจอนายกบแล้ว

    สิปาดันบอกย่ามาลัยว่ากบเป็นแฟนลันตา ย่ามาลัยตกใจว่าลันตาไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาจึงบอกว่าเป็นแฟนคลับตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว กบตามหาลันตาบอกว่าถ้าไม่เจอก็จะทำร้ายตัวเอง ตนเลยต้องไปตามหาลันตาที่บ้านคุณย่า

    เมื่อบรรยากาศคลี่คลายย่านวลจึงขอตัวกลับ ย่ามาลัยหันถามมิ้งค์กับแพทว่ามาทำอะไรที่นี่ แพทบอกว่า

    ที่นี่เป็นออฟฟิศใหม่ ลันตาก็ทำงานที่นี่แต่ต้องรอให้งานที่เชียงใหม่เรียบร้อยก่อนจึงจะกลับมา มิ้งค์รีบตัดบทว่าดึกแล้วเดี๋ยวตนไปส่งคุณย่ากับป้าอังเอง พอกล่อมจนคุณย่ากับป้าอังไปแล้ว ลันตาจึงออกมาด้วยสีหน้าโล่งใจ ถามว่าคุณย่ามาที่นี่ได้ยังไง

    “ก็ไอ้สิปาน่ะสิ” แพทพูดอย่างไม่หายเคือง

    ลันตาขอบคุณกีรติที่ช่วยรับเป็นหนังหน้าไฟให้ เขาพูดกะลิ้มกะเหลี่ยว่าถ้าเป็นเรื่องของเธอตนยินดีเป็นหนังหน้าไฟให้ตลอดชีวิต ทุกคนฟังแล้วมองหน้ากันอึ้งๆ แพทตัดบทว่าดึกแล้วเราแยกย้ายกันกลับบ้านเถิด

    ย่านวลก็เร่งให้รีบกลับเพราะตาหนูนอนรออยู่ในรถ

    ooooooo

    พอกลับถึงคอนโด สิปาดันกับลันตาไปนั่งเคลียร์กันที่ริมสระน้ำ เขาถามว่าเธอมากับพิธานได้อย่างไร ลันตาย้อนถามว่ามันจะเพราะอะไรสำคัญกับเขาด้วยหรือ

    “แกก็เห็นแล้วว่ามันไว้ใจไม่ได้ เรื่องแค่นี้แกยังดูไม่ออกอีกหรือ”

    “ฉันรู้จักพี่พิธานดีกว่าแก ฉันรู้ว่าจะรับมือเขายังไง แกต่างหากที่ดูคนไม่เป็นหรือว่าความจริงแกแกล้งโง่ ไม่รู้ว่ามะนาวเข้าหาแกทำไม”

    พอสิปาดันบอกว่ามะนาวน่าสงสารทั้งเรื่องเอื้องคำและเรื่องตน ตนไม่อยากทำร้ายเธอ ลันตาถามว่าจะกลับไปคบกันอีกใช่ไหม ด่าว่าถ้าไม่ก็คงไม่หน้ามืดคิดจะกินไม่เลือกที่ ประณามว่า สุดท้ายเขาก็คือผู้ชายมักง่ายคนหนึ่งเท่านั้น

    เมื่อต่างก็มีอารมณ์ใส่กัน ลันตาพูดอย่างเจ็บปวดว่าตนจะกลับไปเริ่มต้นกับพิธานผู้ชายดีๆ ที่ดันให้งานตนก้าวหน้าได้ สิปาดันปรามว่า “ไอ้ลัน อย่าประชด!”

    “ฉันจะทำจริงๆ ฉันจะรีบเคลียร์เรื่องตาหนูให้เร็วที่สุด แล้วทุกอย่างที่มันวุ่นวายจะได้จบ ไม่ต้องมายุ่งกันอีก”

    เมื่อกลับเข้าห้อง ย่านวลทักลันตา เธอบอกว่า ปวดหัวขอเข้าไปพักก่อน พอสิปาดันเข้ามา อินทนนท์เรียกสิปาดัน เขาก็บอกว่า ตนเหนื่อยพรุ่งนี้ค่อยคุยกัน

    ย่านวลเลยบอกว่าให้ไปสงบสติอารมณ์ทั้งคู่ก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที

    แต่พอรุ่งเช้าย่านวลกับอินทนนท์เตรียมจะมาว่ากันที่โต๊ะอาหาร แพทก็หน้าตาตื่นมาบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว พลางหยิบโทรศัพท์เปิดไอจีให้ลันตาดู ลันตาตกใจมากถามหามิ้งค์ทันที

    มิ้งค์ไปถึงออฟฟิศเจอเพชรกับสุวิภาจ้องเขม็ง มิ้งค์ถามงงๆ ว่ามีเรื่องอะไรหรือ

    “บริษัทต้องเสียหายเพราะเธอยังมีหน้ามาถามอีกเหรอว่ามีอะไร” สุวิภาพูดอย่างเกรี้ยวกราดโกรธจัด ธัญญาเรศก็กระหน่ำซ้ำว่าเด็กวุฒิภาวะต่ำ ชอบพรีเซนต์ไม่เลือกเวลา

    “พี่รู้ว่ามิ้งค์ชอบถ่ายรูป แต่น่าจะคิดสักนิดก่อนจะทำนะ” กิ๊กตำหนิแล้วเอาโทรศัพท์ของตัวเองให้มิ้งค์

    มิ้งค์รับไปเปิดดูตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นว่าในไอจีมิ้งค์เป็นภาพงานถ่ายแฟชั่นสิปาดันรูปเด็ดๆ รวมทั้งหน้าปกที่เลือกไว้ไม่มีเหลือ! มิ้งค์บอกว่าตนไม่ได้ทำ ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ตนไม่ได้อัพรูปหรือเช็กไอจีเลยด้วยซ้ำ แต่ถูกทั้งติ๊ดตี่และธัญญาเรศกระหน่ำซ้ำ ธัญญาเรศท้าว่าถ้าไม่ใช่ฝีมือเธอก็ขอดูแกลเลอรี่ในโทรศัพท์ว่ามีรูปที่เหมือนกับที่อัพในไอจีหรือเปล่า กิ๊กบอกให้เอาโทรศัพท์ให้ตน พอมิ้งค์ส่งให้กิ๊กเปิดดูบอกว่า “เหมือนทุกรูปเลย!”

    “แต่มิ้งค์ไม่ได้ทำจริงๆนะคะ...มิ้งค์...”

    “ฉันไล่เธอออก!”สุวิภาตะคอก มิ้งค์ตะลึงงัน ติ๊ดตี่กับธัญญาเรศแอบสบตากันอย่างสะใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:37 น.