สมาชิก

รักต้องอุ้ม

ตอนที่ 6

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "รักต้องอุ้ม"

สุวิภาสั่งรัชนีเปลี่ยนคนให้ได้ภายในวันนี้ รัชนีชี้แจงว่าเวลาจำกัด ตอนนี้ลันตาก็รันงานทุกอย่างไปแล้ว คงหาใครมาแทนไม่ทัน

“ไม่ได้มีลันตาคนเดียวนะที่มีความสามารถ” สุวิภาเสียงแข็ง แล้วเรียกธัญญาเรศเข้ามา บอกรัชนีว่า “ฉันจะให้ธัญญาเรศควบตำแหน่งหนังสือทั้งสองเล่มไปก่อนจนกว่าจะหาใครมาแทนได้”

รัชนีบอกว่าเป็นไปไม่ได้เพราะธัญญาเรศยังไม่แข็งแรงพอที่จะควบสองเล่ม สุวิภายืนกระต่ายขาเดียว บอกว่านั่นเป็นหน้าที่ที่เธอต้องทำให้มันรอดเพราะตนเสียเงินจ้างเธอมาเพื่อบริหาร สั่งแล้วถามว่าหมดปัญหาแล้วนะพลางจะออกไป

“ยังค่ะ ลันขอทราบเหตุผลที่คุณสุคิดว่าลันไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้เพราะอะไร” ลันตาถาม

สุวิภาชี้ว่า ข้อหนึ่งเคยเห็นอีคิวของเธอแล้วครั้งหนึ่ง ตนไม่ประทับใจและงานนี้ใหญ่เกินกว่าที่ตนจะไว้ใจให้เธอทำ อีกข้อคือ ตอนนี้พนักงานจากทีมธัญญาเรศจะยกทีมย้ายมาอยู่กับทีมเธอ หันไปถามธัญญาเรศว่าใช่ไหม

“ค่ะ...ทุกคนเห็นว่าลันตาได้สิทธิพิเศษจากพี่นี กับคุณนุ”

สุวิภาหาว่าลันตากำลังปั่นให้คนในบริษัทแตกแยกกัน ลันตาย้อนถามว่าเพราะตนหรือว่าเพราะธัญญาเรศไร้ประสิทธิภาพในการทำงานกันแน่ ถามว่า คนทำงานต้องการหัวหน้าที่ทำงานได้ และใช้คนเป็นไม่ใช่หรือ สุวิภาตวาดว่าเธอกำลังอวดเก่ง

“ค่ะ นั่นคือเหตุผลที่พี่นีเลือกลัน วันนี้มันอาจเป็นแค่คำคุยโม้โอ้อวด แต่คุณสุจ้างพี่นีมาบริหารเพราะเชื่อในวิสัยทัศน์ คุณสุไม่เชื่อพี่นีก็เท่ากับไม่เชื่อในวิสัยทัศน์ตัวเองเหมือนกัน”

สุวิภาด่าลันตาว่าอวดดี แต่ก็จำนนด้วยเหตุผล จึงยอมให้รัชนีทำต่อ แต่ยอดขายหนังสือเล่มใหม่จะต้องทำยอดให้ทะลุเกินยอดสูงสุดของลาเบล ถ้าทำไม่ได้รัชนีต้องรับผิดชอบ รัชนีตอบทันทีว่าถ้าทำไม่ได้ตามเป้าตนขอลาออก ลันตาก็ขอลาออกด้วย แพทบอกว่าตนและทุกคนในทีมก็จะลาออกเหมือนกัน

“ถ้าทาง Sky ไม่เห็นด้วยกับคอนเซปต์ของเธอ เธอก็ต้องออกไปจากท่ีนี่เหมือนกัน” สุวิภาหาเหตุจนได้

โชคดีที่กีรติซึ่งเป็นตัวแทนของ Sky เข้ามาแจ้งว่า เจ้านายตนโอเคกับคอนเซปต์ที่ลันตาเสนอไป แล้วสั่งให้เตรียมงานได้เลย ทำเอาสุวิภาหน้าแตก ส่วนรัชนีและทีมงานพากันดีใจ รัชนีถามสุวิภาว่าสเต็ปแรกผ่านแล้ว ลันตาทำงานนี้ได้เต็มตัวแล้วใช่ไหม สุวิภาสะบัดหน้าเดินออกไปอย่างไม่พอใจ ธัญญาเรศรีบตามไป

เหตุการณ์นี้ ทำให้ทีมงานของลันตายิ่งมุ่งมั่นที่จะทำงานให้สำเร็จบรรลุเป้าหมายให้ได้

ลันตาอดสงสัยไม่ได้ว่าสุวิภารู้ได้อย่างไรเรื่องน้องๆ ที่ลาเบลจะยกทีมมาทำงานกับเราเพราะเรื่องเกิดเมื่อเช้านี้เอง

“ฝีมือพี่ญ่าค่ะ” มิ้งค์คนเก่งตัวเล็กโพล่งขึ้น ทุกคนเลยหันมองอย่างสงสัย

ooooooo

อนุชิตโมโหมากดึงธัญญาเรศขึ้นไปบนดาดฟ้าปรามว่า เธอทำอะไรกับตนตนไม่ว่าแต่อย่าดึงน้านีไปวุ่นวายด้วย

“คนที่เห็นลันตาดีกว่าฉัน ฉันไม่ไว้หน้าทั้งนั้น ไม่ว่างานหรือคุณ ใครก็แย่งฉันไปไม่ได้” อนุชิตตวาดให้เลิกบ้าเสียที “ฉันจะเลิกก็ได้ถ้าคุณแต่งงานกับฉัน

มันเป็นทางเดียวที่ฉันจะยอมหยุด” พูดแล้วเดินออกไปอย่างผยอง อนุชิตเครียดหยิบมือถือโทร.ออกทันที...

“ที่ฉันให้แกสืบเรื่องอรขจี หาตัวเจอหรือยัง ไม่ว่าจะอยู่อังกฤษหรืออเมริกา แกก็ต้องตามหาอรกับลูกฉันให้เจอเร็วที่สุด!”

เวลาเดียวกัน ลันตา มิ้งค์ และแพทอยู่ที่ร้านของพอล ลันตาฟังมิ้งค์เล่าแล้วถามว่า

“มิ้งค์คิดว่าคนที่ไปตามล่ามินที่เชียงใหม่ก็เป็นคนที่ญ่าจ้างไปไหม” มิ้งค์บอกว่าใช่

“เรื่องอรขจี มิน คุณสุวิภา นี่ฝีมือไอ้ญ่าทั้งนั้นเลยเหรอ แล้วแกจะเอายังไง” แพทถามลันตา

ลันตาบอกว่าไม่เอาอะไรทั้งนั้น และไม่เอามันมาไว้ในชีวิตตนด้วย เพราะคนที่ทำร้ายเราได้แสดงว่าเขาไม่แคร์เราแล้ว บอกทุกคนว่าเราจะแก้แค้นธัญญาเรศด้วยการทำตัวให้มีความสุขที่สุด ทำหนังสือของเราให้ดังยิ่งกว่าลาเบล กีรติถามว่าเธอไม่เสียใจหรือ

“ถูกเพื่อนรักหักหลังมันเสียใจพอๆกับโดนคนรักนอกใจ แต่ลันไม่อยากเสียเวลากับมันค่ะ” แล้วเธอก็บอกให้ทุกคนเริ่มงานกันเลย ย้ำว่า “เล่มแรกของเรา

ฉันอยากให้มันเป็นอาชีพที่เข้ากับชื่อหนังสือที่สุด ลันอยากขอความเห็นสักคนละห้าอาชีพค่ะ”

แพทเสนอว่าอาชีพนักบินเวิร์กที่สุด มันเป็นอาชีพในฝันที่เสริมกับคอนเซ็ปต์มาก ลันตาเห็นด้วย แต่พอทุกคนเสนอให้เธอไปสัมภาษณ์เจาะลึกกับสิปาดัน เธอก็อึกอัก แพทถามว่ามีปัญหาอะไรกันหรือ หรือว่าไม่คุยกัน ลันตากัดฟันบอกว่าไม่มีปัญหา แพทบอกให้เธอนัดเลย ลันตาติงว่าเรื่องนี้มันต้องตนเป็นคนตัดสินใจไม่ใช่หรือ

“ตอนชวนฉัน แกบอกว่าเราจะช่วยกัน ไม่มีใครหัวหน้าหรือลูกน้อง จบไหม?!”

“จบ...” ลันตาตอบจ๋อยๆเจื่อนๆ แพทแอบยิ้มสมใจ

ooooooo

มะนาวพยายามอ่อยสิปาดัน วันนี้เขาเพิ่งกลับจากบิน จะเข้าไปที่ห้องล็อกเกอร์เธอก็มาดักถามว่าว่างไหมไปกินข้าวกันไหม พอเขาอึกอักก็เข้าไปจับมืออ้อน

โชคดีที่กัปตันวีระมาเห็นจึงเรียกสิปาดัน มะนาวเลยรีบปล่อยมือ วีระถามมะนาวว่า “คุณเป็นลูกเรือมาทำอะไรหน้าห้องล็อกเกอร์นักบิน” มะนาวเลยรีบขอตัว วีระหันมองสิปาดันจนเขาหน้าเสีย

มะนาวไม่ยอมแพ้มาดักพบสิปาดันที่ลานจอดรถสนามบินอีกอ้อนขอติดรถกลับบ้านด้วย สิปาดันขอโทษเพราะวันนี้ตนมีธุระ เธอก็ตื๊อขอติดรถไปลงกลางทาง เขาเลยต้องพูดตรงๆว่า

“นาว ผมไม่สะดวกจริงๆครับ อีกเรื่องที่ผมอยากขอร้องเวลาทำงานขอให้เรารักษาระยะห่างด้วย เพราะนอกจากเราจะเป็นเพื่อนเก่า ตอนนี้เรายังเป็นผู้ร่วมงานกันด้วย ผมซีเรียสเรื่องกาลเทศะพอสมควร ขอโทษนะที่ต้องพูดตรงๆ” พูดแล้วขึ้นรถขับออกไปเลย มะนาวจิกตามองตามอย่างไม่ยอมแพ้

ooooooo

ลันตายังคิดเคืองสิปาดันเรื่องควงมะนาวมาที่ร้านพอลเมื่อวาน

แต่วันนี้ขณะพวกเธอมานั่งทำงานที่ร้านพอลเพราะออฟฟิศใหม่ยังไม่เสร็จ พอลดูแลเรื่องอาหารเครื่องดื่มแก่พวกลันตาเต็มที่จนเธอบอกว่าเกรงใจทั้งพอลและน้าวันที่ช่วยดูแลตาหนูให้ ไม่อย่างนั้นตนคงมาทำงานไม่ได้แน่

“โชคดีครับ ที่วันนี้น้าวันว่าง แต่วันก่อนคุณสิปาแจ็กพอตมีสัมมนาด่วนที่ออฟฟิศ ผมกับน้าวันไปช่วยไม่ได้ เลยต้องหอบตาหนูไปสัมมนาด้วย เห็นว่าตาหนูปล่อยพลังตอนสัมมนาด้วยนะครับ”

ลันตาจึงรู้ว่าเมื่อวานสิปาดันมีสัมมนา รู้สึกผิดที่ตนตำหนิและโกรธเขาหาว่าเอาตาหนูบังหน้ามาพบกับมะนาว เธอโทร.หาเขาขณะกลับมาที่ห้องบ่นว่าทำไมไม่รับสาย แต่พอผลักประตูเข้าไปลันตาก็อึ้ง เพราะที่โต๊ะมีอาหารวางเต็มไปหมด

สิปาดันเองก็หาวิธีง้อเธอด้วยการซื้อบะหมี่หมูแดงเจ้าอร่อยที่เธอชอบ หมูสะเต๊ะ ขนมปัง มาจัดเต็มโต๊ะแล้วตัวเองก็อุ้มตาหนูยืนรออยู่หัวโต๊ะ

เมื่อต่างรู้สึกผิดและขอโทษกันบรรยากาศก็เปลี่ยนไป ลันตาชวนกินกันเลยไหม สิปาดันขอเอานมให้ตาหนูก่อนเราจะได้กินกันสะดวก แต่ดูเหมือนตาหนูจะไม่เป็นใจร้องโยเยไม่ยอมให้วาง ทั้งสองเลยต้องผลัดกันอุ้มตาหนูทั้งกินเองและป้อนกันเดินวนรอบห้อง เป็นอาหารมื้อที่แม้จะเมื่อยมือ เหนื่อย แต่ก็ทั้งอร่อยและมีความสุข

หลังจากพาตาหนูเข้านอนแล้ว ลันตาถามสิปาดันว่าเจอมะนาวบ่อยไหม เลียบเคียงว่าที่จริงตอนนี้มะนาวสวยขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ถามว่าถ่านไฟเก่าไม่คุบ้างหรือ

“ฉันยังไม่คิด เรื่องตาหนูกับแกก็ยังไม่จบ งานแก งานฉัน แค่นี้ก็ปวดหัวจะแย่แล้ว” ลันตาฟังแล้วโล่งอก เลยบอกเรื่องขอสัมภาษณ์เขา สิปาดันมองหน้าเธอนิ่งตอบอย่างไม่แยแสว่า “ไม่!”

ลันตาอ้อนขอสัมภาษณ์เขาก็ยังไม่ยอมเธอเลยดึงคอเสื้อจ้องหน้า “ไอ้สิปา! ช่วยเพื่อนหน่อยสิ ฉันเดือดร้อนจริงๆนะเว้ย รับปากมา เร็ว!” แต่พอเห็นท่าเขาไม่ยอมแน่เลยเปลี่ยนเป็นอ้อนน่าสงสารว่า “ถ้าแกไม่ช่วยฉัน ไอ้ญ่ามันต้องเฉดฉันกระเด็นจากออฟฟิศแน่” สิปาดันถามอย่างร้อนใจว่าเธอมีเรื่องอะไรกันหรือ? เห็นอาการเขาแล้วลันตาก็แอบยิ้ม

ooooooo

ธัญญาเรศหัวเสียอาละวาดใส่ติ๊ดตี่กับกิ๊กหาว่าทำงานกันยังไง ส่งอะไรไปก็ถูกรัชนีโยนกลับมาแก้ใหม่ทุกครั้ง ทั้งสองบอกว่าตนทำตามที่เธอสั่งทุกอย่าง

“ถ้าทำตามที่สั่งทุกอย่างมันต้องไม่มีปัญหาสิ ไปทำมาใหม่!” แล้วตวาดถามกิ๊กว่า “วันนี้คุณสุเข้าประชุมเล่มโน้นผลเป็นยังไง”

ติ๊ดตี่บอกว่าไฟเขียวพอทาง SKY อนุมัติปุ๊บสุวิภาก็พลิกหน้ามือเป็นหลังมือปั๊บ กิ๊กเสริมว่ารัชนีเงยหน้าบาน อารมณ์ดีที่คนโปรดทำงานเข้าตาคุณสุ เท่านั้นไม่พอ กิ๊กยังเล่าว่า มีข่าวลือหึ่งว่า รัชนีอยากดันลันตาขึ้นนั่งเก้าอี้ บก.ลาเบลด้วย ผลคือทั้งสองถูกธัญญาเรศเขวี้ยงแก้วใส่จนหลบกันแทบไม่ทัน
ลันตา แพท และมิ้งค์ดีใจที่งานผ่านลันตาชวนไปฉลองกัน แพทแอบโทร.เรียกสิปาดันมาฉลองกันด้วย พอเดินออกมาก็เจอสิปาดันอุ้มตาหนูรออยู่แล้ว ทั้งแพทและมิ้งค์หาข้ออ้างปลีกตัวนัดไปเจอกันที่ร้านเลย เพื่อให้ลันตากับสิปาดันไปด้วยกันสองคน

ลันตาดีใจโผกอดสิปาดันบอกเขาว่า “ฉันทำได้แล้ว ขอบใจมากนะสิปา” เขากอดตอบด้วยความดีใจไม่น้อยกว่าเธอ

สิปาดันส่งตาหนูให้ลันตาอุ้มเพื่อไปเอารถมารับ ระหว่างยืนรอนั่นเอง ธัญญาเรศเดินคุยโทรศัพท์จิกให้อนุชิตต้องไปพบลูกค้าด้วยกัน บอกให้รีบมาตนรออยู่ที่ลานจอดรถ แต่พอเห็นลันตาอุ้มตาหนูยืนอยู่ก็ตกใจกลัวอนุชิตมาเห็น ครั้นจะห้าม เขาก็ต้องสงสัยแน่ เลยทำทีเดินเข้าไปจับแก้มตาหนูอย่างเอ็นดู
ลันตาเบี่ยงเอาตาหนูหลบจากมือธัญญาเรศบอกว่าถ้าทำอะไรตาหนูตนฆ่าเธอแน่ พอดีสิปาดันขับรถมาถึงเขาเปิดกระจกรถถามลันตาว่ามีอะไรหรือเปล่าพลางมองธัญญาเรศอย่างไม่พอใจ ลันตารีบเอาตาหนูไปวางในคาร์ซีทแล้วจะก้าวขึ้นนั่งข้างคนขับ ก็พอดีอนุชิตเดินมาถึงเขาเห็นลันตา เธอบอกสิปาดันให้รีบไปเลย

อนุชิตมองตามรถของสิปาดันไปอย่างหงุดหงิด ส่วนธัญญาเรศถอนใจอย่างโล่งอกที่อนุชิตไม่เห็นตาหนู

ooooooo

มิ้งค์รีบไปหาพอลบอกข่าวดีเรื่องงานของพวกตนผ่านแล้ว พอลกำลังทำขนมอยู่ในครัว เธอเข้าไปสะกิดเขาจากข้างหลังเขาตกใจเลยสะบัดแป้งไปเกาะผมมิ้งค์

พอลดีใจด้วยกับมิ้งค์ เขาไปเปิดตู้เย็นหยิบบราวนี่ที่ปั้นน้ำตาลเป็นรูปหน้ามิ้งค์ให้ มิ้งค์ดีใจบอกว่าน่ารักจัง ถามว่าทำให้ตนหรือ มิ้งค์ขอเอามาถ่ายรูปคู่กับตนลงไอจี แต่กลัวแป้งที่ผมจะเลอะบราวนี่เลยสะบัดจนแป้งฟุ้งกระจาย พอลเลยช่วยปัดให้ความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่ต่างเคลิ้มไปชั่วขณะ เป็นจังหวะที่น้าวันเข้ามาเห็นพอดีทั้งสองต่างเขิน โดยเฉพาะพอลเขินที่ถูกน้าวันจับได้คาตา...

ระหว่างมาที่ร้านพอลนั้น สิปาดันเห็นลันตานั่งนิ่งมาตลอดทางก็ถามว่ายังคิดมากเรื่องญ่าอยู่หรือเปล่า

ลันตาบอกว่าธัญญาเรศน่าจะรู้ว่า สำหรับตนนั้น ระหว่างเพื่อนกับผู้ชายยังไงตนก็เลือกเพื่อน ถ้ารักแล้วต้องเสียเพื่อนตนจะไม่ทำ สิปาดันฟังแล้วนิ่งไป ความคิดที่จะสารภาพความในใจกับเธอก็ถูกเก็บไว้ บอกลันตาว่า

“แต่ญ่ายอมทำร้ายแกเพื่อความอยากเอาชนะของตัวเอง แค่นี้ก็เห็นแล้วว่า เขาไม่ได้โดนใครปั่นหัว เขาไม่ได้เปลี่ยนไป มันอาจจะเป็นตัวจริงที่ญ่าไม่เคยเปิดให้แกเห็น”

“พอมีประเด็นก็ดีแตกว่างั้นเถอะ เฮ้อ...” เธอหันมองหน้าเขา พอเขาถามว่ามองอะไร เธอพูดขรึมว่า “แกอย่าดีแตกเหมือนไอ้ญ่ามันนะ ใครจะทรยศหักหลังฉัน ฉันไม่สนใจ แต่แกอย่าทำฉันนะสิปา ฉันไม่อยากเสียแกไป”

ฟังแล้วสิปาดันพูดไม่ออก พอดีมาถึงร้านของพอล ลันตาลงไปหาพอลที่ออกมาต้อนรับ สิปาดันมองตามคิดเครียด

“ฉันก็ไม่อยากเสียแกไป...”

ooooooo

วันนี้พอลจัดโต๊ะใหญ่ต้อนรับเต็มที่ ทั้งน้าวันที่มาช่วยดูแลยังจัดซีฟู้ดน้ำจิ้มรสแซ่บฝีมือมิ้งค์ทำให้อร่อยกันถ้วนหน้า

ลันตาเห็นความสัมพันธ์มิ้งค์กับพอลสนิทกันมากก็ถามแซวๆ ว่าไปกิ๊กกั๊กกันตั้งแต่เมื่อไหร่ มิ้งค์เขินปฏิเสธพัลวัน แต่พอถูกจับได้ก็ขอร้องลันตาอย่าพูดเรื่องนี้ต่อหน้าพอล สิปาดันก็แซวอย่างคิดไม่ถึงว่า คู่กัดจะกลายมาเป็นคู่รัก ทำให้มิ้งค์ยิ่งเขินขอร้องว่า

“อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลยนะพี่ มิ้งค์ขอร้อง”

ลันตามองมิ้งค์ที่เขินก็ขำ ส่วนสิปาดันฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเอง

ส่วนน้าวันก็เข้าไปในครัว จู่ๆก็พูดกับพอลว่า มิ้งค์เป็นเด็กน่ารักนะ พอลใจคอไม่ดีกลัวน้าวันจะห้าม แต่แล้วก็เบาใจ โล่งใจ เมื่อน้าวันบอกว่า

“เป็นลูกผู้ชายรักใครชอบใครก็ต้องให้เกียรติเขาทั้งต่อหน้าและลับหลัง จนกว่าจะถึงเวลาที่สมควร เข้าใจไหม” ปรามว่า “ถ้าแกไปหน้ามืดใส่หนูมิ้งค์ล่ะก็...น้านี่แหละจะเจี๋ยนแกเอง”

พอลรับคำสยองๆ บอกน้าวันให้ช่วยเอาของว่างออกไปก่อน เดี๋ยวตนจะทำจานหลักต่อ แล้วมองตามน้าวันไปอย่างโล่งใจที่ไฟเขียวให้ตนกับมิ้งค์

ooooooo

เมื่อออฟฟิศใหม่เสร็จ พวกลันตาช่วยกันย้ายของไปห้องทำงานใหม่ มิ้งค์ใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปขณะขนย้าย เรียกลันตากับแพทมาถ่ายรูปด้วยกัน จน
แพทชวนว่าบ้าถ่ายรูปขนาดนี้มาฝึกถ่ายรูปกับตนไหม

“ไม่ล่ะค่ะ จริงจังไป มิ้งค์ไม่เก่งเรื่องโพสิชั่น ถ่ายไอจีมันเล่าเรื่องให้คนรู้จักดูไม่ต้องมีฟอร์ม” ลันตาเตือนว่าถ่ายสนุกๆได้ อย่าไปถ่ายมั่วจนเป็นเรื่องก็แล้วกัน มิ้งค์ขอบคุณบอกว่าจะจำไว้

แพทบอกลันตาว่าให้เลือกเก็บเฉพาะที่ควรเก็บถ้าเก็บทั้งหมดจะไม่มีที่เก็บ แล้วเทของในกล่องออกมาเลือก มีรูปของลันตาถ่ายกับพิธานสมัยอยู่ ม.6 ด้วย มิ้งค์เห็นก็ร้องอย่างตื่นเต้นว่าลันตาถ่ายรูปกับผู้ชายหล่อด้วย ถามว่าป๊อปปี้เลิฟรึเปล่า

ทั้งมิ้งค์และแพทสนใจจี๋ถามว่าสิบกว่าปีแล้ว พี่เขาติดต่อมาบ้างหรือเปล่า ถูกลันตาปรามว่าต้องย้ายของให้เสร็จวันนี้ เพราะคืนนี้ต้องจัดสถานที่แถลงข่าว ทำสิ่งที่ควรทำก่อนดีกว่า มิ้งค์กระซิบถามแพทว่าทำไมต้องดุด้วย

“จากกันด้วยไม่ดี เลยไม่อยากพูดถึงมั้ง” เลยถูกลันตาเอ็ดว่าจะเม้าท์อีกนานไหม มิ้งค์กับแพทเลยรีบช่วยกันเก็บของ ส่วนลันตาเองขณะมือเก็บของตาก็มองรูปถ่ายแล้วเก็บใส่กระเป๋าอย่างไม่อยากสนใจอีก

ooooooo

เปิดออฟฟิศใหม่แล้ว ลันตา มิ้งค์ และแพท เข้ามาในออฟฟิศใหม่อย่างตื่นเต้นมีห้องทำงานใหม่ก็เกิดปัญหาจนได้ เมื่อติ๊ดตี่กับกิ๊กมาสอดแนมแล้วกลับไปเป่าหูธัญญาเรศว่า

“ดีกว่าห้องพี่ญ่ามากเลยค่ะ ห้องกว้างกว่า ป้ายหน้าห้องก็หรูกว่า แต่งห้องก็ดี ไม่เบๆแบบห้องพี่ญ่านะคะถ้าหนังสือ Dream มันเวิร์กล่ะก็ เราเป็นหมาหัวเน่าแน่”

ทั้งสองตั้งหน้าตั้งตาบิ๊วต์กันจนถูกธัญญาเรศปาของใส่พากันวิ่งออกจากห้องไป ธัญญาเรศจิกตาคำรามแทบจะกระอักเลือด “ลันตา!!”

เพราะเช้านี้จะมีการแถลงข่าว มิ้งค์บอกสิปาดันว่าให้เตรียมตัวไว้เดี๋ยวจะเริ่มแถลงข่าวทันทีที่พี่กบกับคุณพิธานมาถึง สิปาดันถามว่าพิธานคือใคร มิ้งค์บอกว่าเจ้านายของพี่กบเพิ่งกลับจากอังกฤษ

ขณะมิ้งค์กับแพทกำลังเดากันว่าพิธานเป็นแฟนเก่าของลันตาหรือเปล่า ก็พอดีลันตามาขัดจังหวะว่า

“แพท พี่นีเรียกแน่ะ สิปา...เราจะเริ่มแถลงข่าวแล้ว ไป”

ooooooo

รัชนีเป็นคนขึ้นกล่าวเปิดงาน แจ้งการร่วมทีมกับ Sky และเปิดนิตยสารหัวใหม่ Dream โดยมีลันตา จิตภัทระ เลือดใหม่ของลาเบลเป็นบรรณาธิการบริหาร

ขณะนั้นเอง กีรติก็เข้ามาแจ้งว่า ผู้อำนวยการของบริษัท Sky เดินทางกลับมาจากอังกฤษและมาร่วมงานแถลง ข่าวในวันนี้ด้วย พูดจบก็ผายมือไปทางด้านหน้า เห็นรถหรูเข้ามาจอด ประตูรถเปิดออก พิธานก้าวลงจากรถอย่างยิ่งใหญ่มาก

สิปาดัน ลันตา และแพท ต่างตะลึงเมื่อเห็นพิธาน

พิธานเดินมาท่ามกลางนักข่าวที่กรูกันมาถ่ายภาพอย่างไม่สนใจ เขาเดินมาทางลันตา หยุดห่างพอสมควรแล้วจึงพูดกับนักข่าว

“ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจมาร่วมงานแถลง ข่าวในวันนี้ ผมมีความยินดีที่ได้ร่วมงานกับทางลาเบล ยิ่งได้คนทำงานฝีมือดีอย่างคุณลันตา จิตภัทระ ยิ่งทำให้ผมมั่นว่า Dream จะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับวงการนิตยสารเมืองไทยแน่นอน”

ธัญญาเรศจิกตามองด้วยความอิจฉา ช่างภาพขอถ่ายภาพร่วมกัน พิธานยินดีพลางยื่นมือไปทางลันตาแบบจะให้วางมือและเข้ามาถ่ายรูปด้วยกัน ลันตาลังเลแต่กำลังอยู่ในงานเธอจึงวางมือบนมือพิธาน สิปาดันรีบคว้ามืออีกข้างของเธอไว้ มองพิธานอย่างไม่พอใจ

“งั้นเราขยับเข้าไปถ่ายรวมกันทางด้านโน้นดีกว่านะครับ” พิธานเสนอแล้วพาลันตาเดินไปทางสิปาดัน สิปาดันพยายามขยับแทรกระหว่างลันตากับพิธาน พิธานเหลือบมองสิปาดันยิ้มเยาะนิดๆ พูดกับเขาเบาๆ ได้ยินกันสองคนว่า

“แกยังใช้ความเป็น ‘เพื่อน’ บังหน้าเหมือนเดิมสินะ งั้นก็เหมาะที่ฉันจะรื้อฟื้นความหลังของฉันกับน้องลันตา”

“มันก็ไม่แน่ ถ้าผมยังอยู่”

“ไม่ว่าเมื่อไหร่ แกก็ต้องแพ้ฉัน”

กีรติมองภาพทั้งสองที่ตึงเครียดใส่กันท่ามกลางนักข่าวอย่างสงสัย อนุชิตเองก็มองพิธานอย่างไม่ชอบหน้า

ooooooo

หลังการแถลงข่าวพิธานหันไปหานักข่าวอย่างไม่สนใจสิปาดันเลย นักข่าวขอสัมภาษณ์เขา พิธานหันยิ้มเยาะสิปาดันแล้วเดินนำนักข่าวไปอีกทาง ทิ้งให้สิปาดันยืนโดดเดี่ยว เขาแค้นใจมากตัดสินใจเดินออกไป

ลันตาจะตามไปแต่ถูกรัชนีส่งสายตาห้ามแพทจึงไปดูให้ บอกลันตาให้อยู่จัดการทางนี้ให้เรียบร้อยก่อน

“คุณพิธาน” ลันตาเดินเข้าไปเรียก ถูกเขาหันบอกหน้านิ่งว่าตนกำลังให้สัมภาษณ์อยู่ “ดีค่ะ นักข่าวจะได้เข้าใจได้ถูกต้องว่า Guest คนสำคัญของ Dream ฉบับปฐมฤกษ์คือ สิปาดัน คนนี้คนเดียวเท่านั้น”

นักข่าวต่างพากันงง แต่พิธานก็ยังคงตอบโต้

ลันตามาดนิ่งๆว่า สิปาดันไม่ดีพอสำหรับฉบับปฐมฤกษ์ของเรา ลันตาแย้งว่าก่อนที่จะเตรียมงานนี้ตนได้ส่งคอนเซปต์ทั้งหมดไปให้พิจารณาก่อนที่จะดำเนินการทุกอย่าง แล้ว พิธานรับว่าใช่ แต่วันนี้ตนตัดสินใจเปลี่ยนตัว Guest จากสิปาดันเป็นคนอื่น

“ไม่ได้ค่ะ ทุกอย่างเตรียมไว้หมดแล้ว พรุ่งนี้เราจะฟิตติ้ง แล้วก็จะถ่ายปกในอีกสองวัน”

“คุณรู้ใช่ไหมว่ากำลังพูดอยู่กับใคร”

“ทราบค่ะ แต่ดิฉันต้องประสานให้ทีมงาน ผู้บริหารเข้าใจคอนเซปต์และการทำงานตรงกันทุกฝ่าย”

สุวิภาเห็นลันตากำลังโต้เถียงกับพิธานต่อหน้านักข่าว จึงส่งสัญญาณให้รัชนีเข้าไปแทรก รัชนีเข้าไปบอกว่าลันตากำลังไฟแรงในการทำงาน บอกลันตาว่าให้พิธานสัมภาษณ์เสร็จแล้วเราค่อยประชุมเรื่องนี้กัน ลันตามองหน้าพิธานอย่างไม่ยอมแพ้ พูดก่อนไปว่า

“เราจะเบรนสตรอมเรื่องนี้กันอีกครั้งนะคะคุณพิธาน”

แพทไปคุยกับสิปาดันบอกให้เขาใจเย็น ๆ เพราะลันตาไม่รู้เรื่องด้วย สิปาดันเชื่อว่าพิธานวางแผนไว้ตั้งแต่แรกแล้ว

“แผน? แกหมายความว่าพิธานตั้งใจฉีกหน้าแกเหรอวะ นี่มันงานเปิดตัวหนังสือเขาเองนะเว้ย นักธุรกิจที่ไหนเขาทำกัน”

“คนอย่างพี่พิธาน ทำได้ทุกอย่างเพื่อความสะใจ”

“ตอนนี้ไอ้ลันคงแย่ งานพลิกล็อกถล่มทลาย เอางี้ แกไปสงบสติรอที่ติอาโม่ ฉันจะกลับไปช่วยไอ้ลัน”

ooooooo

การประชุมจัดขึ้นที่สวน ทุกคนมากันแล้ว แพทมาถึงช้ากว่าเพื่อน รัชนีแจ้งแก่ที่ประชุมว่า ต่อไปนี้ลาเบลกับสกายจะร่วมงานกันอย่างเป็นทางการ คุณพิธานจะเข้ามาบริหารงานในภาพรวมทั้งหมด

พิธานขึ้นพูดต่อ เขาแสดงความยินดีที่ได้รู้จักกับทุกคน พูดสบายๆ แต่ตำหนิการจัดงานครั้งนี้ว่า เป้าหมายต้องการแถลงข่าวเรื่องการรวมบริษัท แต่กลับไปให้ความสำคัญกับการเปิดตัว Guest ตำหนิว่า การจัดงานครั้งนี้เหมือนเป็นพวกมือไร้ประสบการณ์ ทำให้บริษัทเสียในภาพลักษณ์ สมควรโดนไล่ออกยกทีม!

ทุกคนอึ้ง ช็อก มองหน้ากันเลิ่กลั่ก รัชนีทำท่าจะพูดแต่ถูกพิธานขัดขึ้นก่อนว่า

“แต่ทุกคนมีโอกาสแก้ไข ผมหวังว่าจะไม่มีครั้งหน้าที่ผมต้องพูดเรื่องนี้อีก ไม่ว่ากับฝ่ายไหนก็ตาม”

ทุกคนมองหน้าพิธานที่ยิ้มๆอย่างหวั่นใจว่าเจ้านายคนนี้ไม่ธรรมดา แต่ลันตาขอชี้แจงอย่างผ่าเผยว่า

“ดิฉันได้ส่งสคริปต์และรายละเอียดทั้งหมดให้กับคุณก่อนวันงานสามวันเพื่อรอคอมเมนต์ แต่คุณไม่ได้มีการตอบกลับมา เราจึงเข้าใจว่าคุณเห็นด้วยกับรายละเอียดในการจัดงานครั้งนี้”

“การที่คุณไม่ตามงานเป็นความผิดของผมหรือ?”

“ไม่ว่าตำแหน่งจะสูงหรือต่ำกว่า ก็ต้องรู้หน้าที่ของตัวเองไม่ใช่หรือคะ ส่วนเรื่อง Guest เราได้ทำการคัดเลือกและลงมติด้วยวิจารณญาณกันทุกฝ่าย รวมทั้งคุณพิธานด้วย ความเสียหายในวันนี้ ใครกันแน่คะที่ควรจะรับผิดชอบ”

ทุกคนตะลึงอึ้งกับความห้าวหาญของลันตา สุวิภาถึงกับเรียกปราม ในขณะที่พิธานสั่งอย่างผู้มีอำนาจให้ลันตาไปพบที่ห้องทำงาน ส่วนฝ่ายอื่นๆจบการประชุมแค่นี้ พอลันตาจะตามไป รัชนีก็เรียกเหมือนติงๆ ลันตาชี้แจงว่า

“เราทำทุกอย่างตามขั้นตอน ถ้าไม่เคลียร์ตั้งแต่วันนี้ คงจะมีปัญหาไม่สิ้นสุด ให้เป็นหน้าที่ของลันนะคะ”

“พูดด้วยสติทุกคำนะ” รัชนีย้ำ

ooooooo

พอลันตาเข้าไปในห้องทำงานของพิธาน เขาพูดทันทีว่า

เธอเปลี่ยนไปมาก ปากกล้าจนเหมือนไม่รู้ว่าตำแหน่ง ของตนกับเธอใครเป็นเจ้านายใครเป็นลูกน้องกันแน่ การเคยสนิทกันของเรามันไม่มีผลในการทำงานของเราหรอกนะ โดยเขาแทนตัวเองว่า “พี่” และแทนลันตาว่า “เธอ” ส่วน ลันตาพูดอย่างเป็นทางการ แทนตัวเองว่า “ดิฉัน” ทุกคำ

ลันตายืนยันอย่างหนักแน่นว่า Guest ของตนจะต้องเป็นสิปาดันเท่านั้น พิธานอ้างว่ามีโคไพลอตอีกหลายคนที่น่าสนใจกว่าสิปาดัน ลันตาโต้แย้งอย่างยึดมั่นในหลักการ แต่พิธานกลับมองว่าเธอยังโกรธที่เขาทิ้งเธอไป เธอตอบอย่างไม่แยแสว่า “อดีตเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว ดิฉันสนใจแต่เรื่องปัจจุบันค่ะ และดิฉันต้องการบทสรุปเกี่ยวกับงาน เพราะทีมงานทุกคนกำลังรอคำตอบอยู่ค่ะ”

“ถ้าพี่ยืนยันจะเปลี่ยน?”

“คุณพิธานเปลี่ยนดิฉันออกง่ายกว่าค่ะ ดิฉันทำงานตามอุดมการณ์ ไม่ได้ทำงานตามอารมณ์เจ้านายค่ะ” เธอจ้องตาเขาอย่างแน่วแน่ รอการตัดสินใจของเขา

แต่พอมาเจอสิปาดันที่ร้านติอาโม่ของพอล เธอก็ต้องปวดหัวเมื่อสิปาดันบอกว่าตนขอถอนตัว ลันตาไม่ยอมเพราะตนอุตส่าห์สู้มาจนสำเร็จจะมาทิ้งกันกลางทางไม่ได้ เมื่อพิธานยอมแล้วเขาก็น่าจะยอมบ้าง เรื่องจะได้จบ

ทั้งสองทำท่าจะโต้เถียงกันยาว แพทจึงให้มิ้งค์พาลันตาไปเลือกเค้ก ส่วนตัวเองก็คุยกับสิปาดัน ทำเป็นบ่นว่า

“ทำไมช่วงนี้ไอ้ลันมันฮอตอย่างนี้เนี่ย ขนาดหาย หน้าไปเป็นสิบปียังจะกลับมาสปาร์กใส่กันอีก เรื่องมันโคตรบังเอิญเลยนะเนี่ย” ทำให้สิปาดันยิ่งหงุดหงิด

ส่วนอธิปก็ปรารภกับกีรติว่า ตนทำงานกับพิธานตั้งแต่ก่อตั้งสกาย ก็ยังพอเอาตัวรอด แต่ตอนนี้เขาลงมาคุมใกล้ชิดแต่วิธีทำงานยังเหมือนเดิม ถ้าเราทำงานให้ดีก็จะไม่มีปัญหา ส่วนกีรติมีข้อสังเกตว่าตั้งแต่ตนทำงานกับพิธานมาไม่เคยเห็นเขาเข้าบริษัทเลย ทำไมครั้งนี้เขาถึงกลับมาคุมเองก็ไม่รู้

ooooooo

มิ้งค์ถามลันตาเรื่องความสัมพันธ์สามเส้าของเธอ แพทที่เป็นเพื่อนเก่าเล่าว่ามันเกิดตั้งแต่ตนกับลันตาเรียนอยู่ ม.4

สิปาดันเล่าว่า พิธานจับได้ว่าตนก็ชอบลันตา ทะเลาะจนชกต่อยกัน ลันตาเข้ามาห้าม พิธานยื่นคำขาดให้เธอเลือกแต่ลันตายังไม่ทันได้ตอบ หลังจากวันนั้นพิธานก็ย้ายโรงเรียนไป ไม่ติดต่อกันอีกเลย เรื่องมันก็จบแค่นั้น

เมื่อพากันไปที่ร้านของพอล ลันตาถามสิปาดันว่าตกลงเขาจะถอนตัวไหม เขาอึกอัก แพทเลยตอบแทนว่า

“มันไม่ถอนตัวหรอก ไม่งั้นแกต้องรับมือพี่พิธานคนเดียว เกิดแกไปสปาร์กกับพี่พิธาน เสียงานเสียการก็แย่สิ อย่างน้อยก็ต้องมีก้างอย่างไอ้สิปา จริงไหม” แพท หันถาม สิปาดันขึงตาใส่ เขามองหน้าลันตาบอกว่า “ฉันรับปากแกแล้วนี่”

“มันต้องอย่างนี้สิเพื่อน!” ลันตาร้องเสียงดังดีใจมาก แพทแอบยกนิ้วให้สิปาดัน เขาทำปากพูดขอบใจเธอ

แต่พอกลับไปถึงห้องของสิปาดันเพื่อรับตาหนูต่อจากน้าวัน พบว่าพิธานนั่งอยู่ในห้องด้วย น้าวันบอกว่าพิธานเป็นน้องชายแท้ๆของตน ถามว่าสองคนรู้จักกันด้วยหรือ ระหว่างน้าวันพาตาหนูไปนอนที่เตียง สิปาดันตามไปขอร้องน้าวันอย่าให้พิธานรู้เรื่องตาหนูเพราะถ้าเรื่องรั่วไปถึงคุณย่ามาลัย ตนกับลันตาตายแน่ น้าวันบอกว่าตนไม่ชอบพูดเรื่องคนอื่นอยู่แล้ว

ฝ่ายพิธานก็ไปพูดกับลันตาที่เอาของไปจัดเข้าตู้ว่าไม่นึกว่าจะมีลูกเร็วอย่างนี้ ลันตาบอกว่าลูกเพื่อนมาฝากเลี้ยง พิธานทำเป็นพูดว่า เธอกับสิปาดันมาอยู่ด้วยกันแบบนี้? ลันตาสวนทันควันว่าตนกับสิปาดันเป็นเพื่อนกัน

พอน้าวันกับพิธานออกจากห้องสิปาดันก็เจอพอลกลับมาพอดี พิธานที่รังเกียจเดียดฉันท์ว่าพอลเป็นกาฝากที่น้าวันเลี้ยงไว้ หาว่าน้าวันลำเอียง พอลทำอะไรก็ดีหมด

“ไม่มีใครสำคัญกับพี่เท่าแกหรอกนะ แกเป็นน้องพี่ พอลมันน่าสงสารนะ”

“พี่จะสปอยไอ้กาฝากนั่นก็ทำไปเลย! แต่อย่ามาบังคับให้ผมดีกับมัน ผมไม่ทำ!” พิธานของขึ้น น้าวันได้แต่หนักใจ

ที่บ้านเอื้องคำกำลังเผชิญวิกฤติร่อแร่ เมื่อพ่อของมะนาวเล่นการพนันเสียและเอื้องคำต้องตามใช้หนี้ให้จึงหันมาบีบมะนาวให้จับสิปาดันให้ได้ ขู่ว่า “ถ้าแกทำไม่ได้อีกก็เตรียมทำศพพ่อแกได้เลย!”

ดังนั้น ไปทำงานวันนี้ มะนาวจะเดินไปหาสิปาดัน ได้ยินเขาคุยกับกัปตันวีระจึงแอบฟัง ได้ยินวีระพูดว่า

“งานครั้งนี้เท่ากับสิปาทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของสายการบินเราเลยนะ ทำให้ดีที่สุด เรื่องโลเกชั่นที่จะใช้ถ่ายแบบ ลุงจัดการติดต่อกับเพื่อนให้เรียบร้อยแล้วไม่น่ามีปัญหา แล้วจะเข้าไปถ่ายเมื่อไหร่”

“อีกสามวันครับ เพราะวันนี้ต้องมีฟิตติ้งเสื้อผ้าที่บริษัทลันตาตอนบ่าย”

มะนาวฟังแล้วจิกตาอย่างมีแผน ไปดักพบสิปาดันขณะเขาจะขึ้นรถออกไป บีบน้ำตาจนสิปาดันเป็นห่วง

ที่ห้องฟิตติ้ง ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว แต่สิปาดันยังไม่มา แต่คนที่มากลับกลายเป็นพิธาน เขาแซวลันตาที่สั่งการเตรียมงานอย่างละเอียดถี่ถ้วนว่า

“ยังรอบคอบจอมวางแผนเหมือนเดิม เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลก็เก็บทุกรายละเอียด การฝึกวินัยมันมีผลต่อเนื่องมาถึงการทำงาน จริงไหมแพท” แพทบอกว่าไม่นึกว่าเขาจะจำได้ “จำได้สิ เรื่องที่เกี่ยวกับลันตาผมจำได้ทุกอย่าง”

ขณะรอสิปาดันอย่างร้อนใจนั้น พอเขาโผล่เข้ามาลันตาก็ยิ้มออก แต่แล้วก็หน้านิ่งทันทีเมื่อเห็นมะนาวมาด้วย พิธานมองมะนาวอย่างสนใจว่าเป็นใคร?

ooooooo

มะนาวไปจุ้นจ้านในห้องฟิตติ้งจนลันตาขอให้มิ้งค์พาไปที่ห้องพักรับรอง แต่เมื่อได้เจอกันมะนาวก็เยาะเย้ยลันตาที่ตนชิงสิปาดันไปได้

ลองเสื้อผ้าเสร็จลันตาบอกสิปาดันว่ากลับไปได้เลย เขาถามว่ากลับพร้อมกันไหม มะนาวก็แทรกขึ้นชวนสิปาดันกลับ ลันตาเลยเปลี่ยนใจบอกให้สิปาดันรอก่อนเดี๋ยวตนจะกลับด้วย ขอคุยงานอีกแป๊บเดียว

มะนาววางแผนกีดกันลันตา แกล้งทำเป็นว่าเอื้องคำโทร.มาเร่งให้กลับ เธอทำเป็นบอกสิปาดันว่าตนต้องกลับก่อนขืนกลับช้าถูกเอื้องคำดุแน่ สิปาดันตัดสินใจไปส่งเธอ มะนาวทำทีถามว่าแล้วลันตาล่ะ

“เดี๋ยวผมคุยกับเขาเอง ไปเถอะ”

ลันตารีบจัดการงานให้เรียบร้อยเพราะคิดว่าสิปาดันรออยู่ แต่อึดใจเดียวกีรติก็มาบอกว่าสิปาดันฝากมาบอกว่าเขาต้องรีบไปส่งมะนาวและให้ตนไปส่งเธอแทน ลันตาบอกว่าวันนี้ตนมีประชุมคงกลับดึก ถ้าเขามีธุระไม่ต้องรอก็ได้

มิ้งค์มองหน้าแพทถามว่ายังไงกันแน่ ก็เมื่อกี๊นี้เองยังบอกว่าจะรีบกลับแต่ตอนนี้กลายเป็นจะกลับดึก แพทเองก็งง

ฝ่ายสิปาดันไปส่งมะนาวถึงบ้าน เธอถูกเอื้องคำแกล้งด่าทอว่ากลับช้า แต่พออยู่กันตามลำพังก็ชมว่ามะนาวเก่งกว่าที่ตนคิด บ้านยายนวลนั้นขี้สงสาร แค่ทำให้สงสาร ก็ปั่นหัวได้สบาย

“นาวรู้ค่ะ ว่าครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่นาวจะต้องได้สิปาคืนมา” มะนาวพูดอย่างหมายมาด ยังความพอใจแก่เอื้องคำเป็นอย่างมาก

ooooooo

รักต้องอุ้ม

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด