สมาชิก

รักต้องอุ้ม

ตอนที่ 5

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "รักต้องอุ้ม"

สิปาดันพาลันตามาถึงหน้าบ้านถามว่ากล้าเข้าไปไหม ถ้าไม่กล้าตนจะเข้าไปเป็นเพื่อน ลันตาบอกว่าถ้าเขาเข้าไปมีหวังออกมาเป็นชิ้นๆแน่ เขาเลยบอกว่าถ้าไม่ไหวให้เรียกก็แล้วกันจะเข้าไปช่วย

ลันตาเดินเข้าบ้านแม้จะใจคอไม่ดีแต่ก็รู้สึกอุ่นใจที่มีสิปาดันคอยช่วยอยู่

เพียงปรากฏตัวเข้าไปในบ้าน ป้าอังก็รีบบอกย่ามาลัยว่ามาแล้ว ย่ามาลัยเดินออกมา ลันตารีบยกมือไหว้ทั้งสองหยั่งท่าที ถูกป้าอังถามว่าไปไหน ไปทำอะไรมา ลันตามองย่ามาลัยด้วยความกลัว

“แกโกหกย่าทำไม!” เสียงย่ามาลัยกดดันสุดๆ ลันตาอึกอักก็ถูกตวาด “ตอบ!!”

“ลันขอโทษค่ะคุณย่า ลันผิดเอง คุณย่าลงโทษเถอะนะคะ”

“ได้...ยัยอัง!” ย่ามาลัยเรียกแค่นั้น ป้าอังก็รู้หน้าที่หยิบไม้เรียวยื่นให้ คุณย่ารับไปฟาดดังขวับๆถามว่า

“กี่ที” ลันตาบอกว่าสิบที ป้าอังรีบแย้งว่า ไม่นะคะคุณพี่

ลันตาใจชื้นนึกว่าป้าอังจะช่วย ที่ไหนได้ ป้าอังบอกว่า

“ถ้าคุณพี่จะตี อย่างน้อยต้องยี่สิบที เพราะครั้งนี้หลานผิดจริงๆ ป้าไม่เข้าข้างเราแน่ ยี่สิบทีเลยค่ะคุณพี่ จะได้หลาบจำ” คุณย่าถามลันตาว่า ว่ายังไง ลันตาแข็งใจบอกว่าแล้วแต่คุณย่าเห็นสมควร พอคุณย่าจะตีป้าอังก็พูดอีกว่า “แรงๆเลยนะคะคุณพี่ ครั้งนี้ต้องเอาให้หลังลาย ฟาดเลยคุณพี่ เนื้อไม่แตกอย่าหยุดนะคะ ฟาดค่ะ ฟาดเลย ฟาดสิคะคุณพี่ ฟาดสิคะ”

คุณย่าหันมองป้าอังอย่างรำคาญลดมือลง ป้าอังถามว่าทำไมไม้ตีอาสาว่าถ้าไม่ตีตนตีให้เองบอกให้ส่งไม้มา คุณย่าไม่ทันส่งป้าอังก็แย่งไม้เรียวไป สั่งเข้ม “ป้าจะสั่งสอนแกเอง กอดอก!”

“หยุด! หลานฉัน ฉันจัดการเอง” คุณย่าเอาไม้เรียวไปวางที่โต๊ะ “ย่าจะไม่ตี แกต้องตอบย่ามาว่าแกหาย ไปไหนมา”

ย่ามาลัยมองลันตาอย่างกดดันสุดๆ ลันตาหนาวยิ่งกว่าถูกตีเสียอีก

ooooooo

ที่ห้องทำงานธัญญาเรศ เจ้าตัวนั่งเช็กงานอยู่ กิ๊กเข้ามาบอกหน้าตาตื่นว่าแย่แล้ว เลขาพี่นีบอกว่าพี่นีกำลังเม้งแตกใหญ่เลย ธัญญาเรศพูดอย่างเยือกเย็นว่าคงเห็นหนังสือที่วางแผงแล้ว

ติ๊ดตี่บอกว่าธัญญาเรศเล่นเปลี่ยนหัวข้อสัมภาษณ์ขนาดนั้น นึกแล้วว่าต้องเป็นเรื่องถามว่าถ้าพี่นีโกรธไล่ออกเรียงตัวล่ะ?! ตนไม่อยากตกงาน ถูกธัญญาเรศตวาดให้เงียบ! พอดีโทรศัพท์ที่โต๊ะทำงานดังขึ้น ธัญญาเรศรับสาย

“ค่ะพี่นี...ค่ะ” วางสายแล้วบอกกิ๊กกับติ๊ดตี่ที่มองอย่างอยากรู้ บอกทั้งสองว่า “เรื่องแค่นี้ ฉันเอาอยู่ ไปทำงานของตัวเองได้แล้ว” ทั้งสองรับคำจ๋อยๆ

ธัญญาเรศลุกขึ้นเดินออกไปสีหน้าแววตาไม่หวั่นแม้แต่น้อย ครู่เดียวมิ้งค์ก็ผลักประตูเข้ามาพร้อมเอกสารในมือ เห็นว่าธัญญาเรศไม่อยู่จึงจะเขียนโน้ตทิ้งไว้ พลันเสียงมือถือดังขึ้น มิ้งค์มองหาพบว่าดังจากกระเป๋าของธัญญาเรศ ความอยากรู้เลยหยิบมากดดู เห็นข้อความต้นๆว่า

“นังชาวเขาหายตัวไป พวกมันขึ้นเครื่อง... กลับกรุงเทพฯไปเมื่อเช้า โอนค่าจ้างทั้งหมดภายในหนึ่งชั่วโมง” มิ้งค์ชะงัก ตัดสินใจกดอ่านข้อความทั้งหมด อ่านแล้วยิ่งอึ้งพึมพำ “ชาวเขา...หรือว่า...พี่ลัน”

มิ้งค์คิดๆแล้วกดลบข้อความที่ชัยส่งมาเพื่อไม่ให้ธัญญาเรศเห็นว่าอ่าน รีบเก็บโทรศัพท์ไว้ที่เดิมแล้วจะออกจากห้อง นึกได้หันกลับไปหยิบเอกสารแต่รีบร้อนทำเอกสารหล่นกระจาย มิ้งค์รีบเก็บแต่มีแผ่นหนึ่งปลิวเข้าไปอยู่ใต้โต๊ะมิ้งค์มองไม่เห็น

ooooooo

ธัญญาเรศถูกรัชนีเรียกไปถามและตำหนิอย่างไม่พอใจว่า

“ไอ้หัวข้อสัมภาษณ์เตียงหักนี่มันโผล่มาได้ยังไง แล้วเรื่องงานที่เขาขึ้นเป็นผู้จัดใหม่ในช่องเอชดีมันหายไปไหน ทำไมมันถึงไม่เป็นอย่างที่ส่งให้พี่ปรู๊ฟ!”

“ญ่าเห็นว่าประเด็นมันกำลังฮอตน่ะค่ะก็เลยสั่งเปลี่ยนกะทันหันไม่ทันได้แจ้งให้พี่ทราบ”

“พี่ทำลาเบลให้เป็นเพื่อนของผู้หญิง ไม่ใช่สิ่งพิมพ์สอดรู้ที่วางตัวเป็นเห็บเกาะใต้ที่นอนใคร” ธัญญาเรศบอกว่าเล่มอื่นๆที่ทำเรื่องนี้ยอดขายเขาพุ่งมาก “วิ่งตามคนอื่นแล้วตัวตนเราจะอยู่ตรงไหน! นี่หรือความคิดของคนที่เป็น บก.”

ธัญญาเรศแย้งว่ายอดขายเพิ่มขึ้น ถูกรัชนีอบรมว่า “เธอคงไม่เข้าใจคำว่าจรรยาบรรณของอาชีพเลยสินะ”

“มันผิดตรงที่ญ่าไม่เข้าใจหรือผิดที่คนทำมันเป็นธัญญาเรศ ไม่ใช่ลันตากันแน่คะ ไม่ว่าญ่าจะทำอะไรก็ไม่เคยดีในสายตาของพี่ ทั้งที่ญ่ากับลันตาก็ทำงานได้ไม่ต่างกัน”

“คนทำผลงานเพื่อให้คนอื่นโฟกัสกับตั้งใจทำงานเพราะรักในงานที่ทำ เนื้องานมันต่างกันสิ้นเชิง คงไม่ต้องให้พี่เจาะจงใช่ไหมว่าเธอเป็นประเภทไหน” ธัญญาเรศอึ้งเถียงไม่ออก “ต่อไปนี้ทุกคอลัมน์ทุกขั้นตอนต้องผ่านการปรู๊ฟจากพี่ ถ้าเธอไม่เข้าใจหรือมีเหตุการณ์แบบนี้อีก พี่จะหาคนที่เข้าใจงานมากกว่าเธอมาทำแทน”
ถูกตำหนิและคาดโทษอย่างแรง ทำให้ธัญญาเรศได้แต่นิ่งเงียบ

ooooooo

ลันตาถูกทั้งย่ามาลัยและป้าอังซักไซ้อย่างหนัก เธอจำต้องปดว่าไปทำงานกับเจ้านายเก่ามา เพราะแม้จะถูกคุณย่าไม่พอใจแต่ก็คงเบากว่าการบอกความจริง

แต่ป้าอังก็ระแวงว่าลันตาโกหกซ้ำซ้อน คุณย่าถามว่าที่พูดมานี่ความจริงหรือเปล่า ลันตาปากแข็งยืนยันว่าจริง คุณย่าจึงจะไปสอบถามจากเจ้านายเธอเอง ลันตาทำใจดีสู้เสือบอกว่า “ไม่มีปัญหาค่ะ” แต่พอออกจากคุณย่าก็คิดเครียดจนแทบหัวแตกว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรดี

ธัญญาเรศกลับถึงโต๊ะทำงานก็จับเอกสารเขวี้ยงกับผนังระบายอารมณ์ คำราม “ลันตา!” พอดีมือถือดังขึ้นเธอกดรับ “ว่ายังไง...โอนเงิน...แกบอกฉันตอนไหน...

ส่งไลน์เมื่อชั่วโมงที่แล้ว...ไม่เห็นมีเตือนข้อความ...แกแคปหน้าจอส่งมาให้ฉันดูซิ” เธอขยับจากที่ฟังมาดูที่หน้าจอ เห็นว่าชัยส่งข้อความไลน์มาระบุเวลาว่ามีการอ่านด้วย เธอเลยต้องบอกมันว่าเดี๋ยวจะจัดการให้แล้วจะโทร.บอก

วางสายจากชัยแล้ว ธัญญาเรศกดอินเตอร์คอมถามกิ๊กว่ามีใครเข้ามาในห้องตอนตนไม่อยู่ไหม ซักถามแล้วสรุปเองว่าไม่เห็นใช่ไหม เธอเอนพิงพนักอย่างหงุดหงิด เท้าเหยียบถูกกระดาษแผ่นหนึ่งหยิบขึ้นมาดูเป็นรายชื่อเซเลบริตี้ประมาณ 10 คน เห็นเอกสารแล้วเธอคาดว่าต้องเป็นมิ้งค์ที่เข้ามาในห้อง

ooooooo

สิปาดันพาลันตามาหารัชนีเพื่อขอให้ช่วยตนรัชนีตอบรับด้วยความยินดี แต่ถามว่าแล้วเธอต้องออกไปอยู่นอกบ้านด้วยเหตุผลอะไร

“เหตุผล...ลันบอกไม่ได้จริงๆค่ะ ลันขอโทษนะคะ”

“บอกไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะการช่วยเธอของพี่ครั้งนี้มีข้อแลกเปลี่ยน”

“ข้อแลกเปลี่ยน?” ลันตาทวนคำด้วยความหวั่นใจ แต่เมื่อคุยกันแล้วลันตาขอบคุณรัชนีที่ช่วย รัชนีตอบอย่างสบายใจว่าไม่เป็นไร เพราะเราต่างก็ได้ผลประโยชน์เราวินๆทั้งสองฝ่าย แต่ลันตายังกังวลถามว่าคิดว่าตนจะทำได้หรือ

“พี่ประเมินอย่างหัวหน้า ส่วนลันต้องเป็นคนที่รู้ดีที่สุด ถ้าลันยังไม่รู้ความสามารถตัวเอง แล้วใครจะรู้ จริงไหม”

“แต่ลันกลัวคนจะคิดว่าลันได้ตำแหน่งนี้เพราะคุณนุ”

“ถ้าเราไม่ยอมก้าวเดินเพราะกลัวปากคนที่พูดเรื่องไม่จริง แล้วเมื่อไหร่ลันถึงจะได้พิสูจน์ความสามารถตัวเองสักที แคร์สายตาคนอื่นแต่ไม่แคร์อนาคตตัวเอง คนแบบนั้นพี่ถือว่าโง่มาก อย่าเป็นคนโง่เลยนะลัน วันที่หนังสือมันพิมพ์ออกมา ยอดขายจะเป็นตัวชี้วัดว่าลันได้งานนี้เพราะผู้ชายหรือฝีมือ อยากพิสูจน์ตัวเองไหมล่ะ”

“ค่ะพี่นี ขอบคุณค่ะ” ลันตาตัดสินใจฮึดสู้

“พรุ่งนี้พบกัน” รัชนีบอกอย่างพอใจ

ooooooo

รัชนีเดินกลับเข้าห้อง ลันตาถอนใจอย่างโล่งอก กำลังจะเดินไปก็ถูกอนุชิตมาคว้ามือไว้ เธอพยายาม สะบัดแต่ไม่หลุด อนุชิตบอกว่าจะไม่ยอมให้เธอหลบหน้าจนกว่าจะคุยกันรู้เรื่อง

“ฉันไม่มีอะไรจะคุย ปล่อยสิโว้ย!” ลันตาสะบัดสุดแรงแต่อนุชิตจับมือเธอไว้แน่นจะดึงไปให้ได้ พลันก็ชะงักเมื่อสิปาดันมาดึงมือลันตาอีกข้างหนึ่งยื้อไว้ สั่งให้ปล่อยมือลันตาเดี๋ยวนี้ อนุชิตตวาดถามว่าเขาเป็นใคร ลันตาบอกว่าเพื่อนตน

“เลิกงอนผมเถอะน่า” อนุชิตทำเสียงอ้อนลันตาแล้วหันตวาดสิปาดัน “ไปรอข้างนอกไม่งั้นฉันจะจับแกโยนออกไป”

พริบตานั้นลันตาหันกลับตีเข่าผ่าหมากอนุชิตอย่างจังจนเขาต้องปล่อยเธอกุมเป้าตัวงอ

“คำตอบฉัน ชัดเจน ไปเถอะสิปา” ลันตาจับมือสิปาลากออกไป ธัญญาเรศเห็นจึงตามไป มิ้งค์วิ่งตามไปอีกคน

ธัญญาเรศตามมาถามลันตาว่าคุยอะไรกับพี่รัชนี ลันตาบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวแล้วจะเล่าให้ฟังทีหลัง ธัญญาเรศจะให้เล่าให้ได้ ลันตาเสียงแข็งใส่ว่าไม่เล่าก็คือไม่เล่าบอกว่าตนรีบ แล้วลากสิปาดันไปเลย ธัญญาเรศมองตามอย่างไม่พอใจ

มิ้งค์ที่ตามมาทันได้ยินสิปาดันถามลันตาว่าตกลงรัชนีจะช่วยเธอไหม มิ้งค์ถามว่ามีเรื่องอะไรหรือ ลันตาบอกว่าคุณย่าจับได้ว่าตนโกหกเรื่องไปเชียงใหม่ แล้วหันบอกสิปาดันว่ารัชนียอมช่วยแต่มีข้อแลกเปลี่ยน

สิปาดันกับมิ้งค์มองลุ้นว่ารัชนีมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรกับลันตา

ooooooo

ธัญญาเรศไปหาอนุชิตที่ห้องทำงานออฟฟิศลาเบล โวยวายว่าตนไม่ยอมที่รัชนีเรียกลันตากลับมาทำงาน เขาให้ตนเป็น บก.แล้วจะให้ลันตามาแทนตำแหน่งตนไม่ได้

“ถ้าอานีตัดสินใจจะให้ลันตามาทำ ฉันก็ฝืนคำสั่งไม่ได้”

“ถ้าคุณไม่ขวาง ฉันจะประกาศให้ทุกคนในออฟฟิศรู้ว่าฉันเป็นเมียคุณ ฉันยอมเจ็บ ยอมเสียเขาไปก็เพื่อคุณ”

อนุชิตดูถูกธัญญาเรศว่าอย่างเธอเป็นได้แค่คู่นอน ผู้หญิงง่ายๆโง่ๆอย่างนี้ตนไม่เอามาเป็นลูกของแม่แน่ๆ

ทั้งสองทะเลาะกันอย่างรุนแรง ธัญญาเรศพูดอาฆาตว่า

“ถ้าการงานฉันพัง ฉันจะพังชีวิตคุณเหมือนกัน!”

ooooooo

สิปาดันกับลันตากลับไปถึงคอนโด เจอน้าวันน้าของพอลช่วยเลี้ยงตาหนูอยู่

น้าวันถามว่าสองคนเป็นแฟนกันหรือเปล่า ลันตาบอกว่าเป็นเพื่อนกัน น้าวันมองเป็นว่าทั้งสองเอาเด็กมาเลี้ยงแก้เหงา

ลันตาโต้อย่างฉะฉานว่าถ้าเลี้ยงเด็กด้วยเหตุผลแบบนี้ตนก็คงบ้าไปแล้ว ลันตาถามว่า “มนุษยธรรม” พอจะเป็นเหตุผลที่ใช้ได้ไหม น้าวันก็ยังมองว่ามันเป็นภาระทั้งที่ไม่จำเป็น ก็คงถือได้ว่าเป็นพวกที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว

“วิจารณญาณที่ลันมี มันบอกว่าลันกำลังทำสิ่งที่ถูก และมันเป็นเรื่องส่วนตัวของลันไม่เกี่ยวกับคุณน้า ขอบคุณนะคะที่ช่วยดูแลตาหนูให้ ลันขอรับแค่น้ำใจที่ช่วยดูตาหนูนะคะ ความหวังดี ลันคงไม่ขอรบกวน” น้าวันถามว่ายืนยันว่าตัวเองทำถูกใช่ไหม ถูกลันตาย้อนถามว่า “แล้วคุณน้าแน่ใจเหรอคะว่าที่คุณน้าคิดมันไม่ผิด”
น้าวันกับลันตาจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร พอดีพอลกับมิ้งค์เข้ามามองทั้งสองว่าเกิดอะไรขึ้น พลันน้าวันก็พูดขึ้นอย่างถูกใจมากว่า

“มันต้องอย่างนี้! ความดีต้องไม่ใช่แค่คิด มันต้องลงมือทำดีถึงจะเรียกว่าเป็นคนจริง” ทุกคนพากันงงกับท่าทีที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือของน้าวัน ซ้ำยังเสนอว่า “หนูลันชัดเจน ฉะฉานแบบนี้น้าชอบ มีแฟนหรือยังจ๊ะ ตาพอลหลานน้ายังว่างนะ มาเป็นหลานสะใภ้น้าไหม”

พอลรีบชวนน้าวันกลับบ้านอ้างว่าเลี้ยงตาหนูเหนื่อยมาทั้งวันแล้วเดี๋ยวตนจะไปส่ง พอลถามมิ้งค์จะกลับเลยไหม สิปาดันบอกว่าคืนนี้มิ้งค์จะค้างที่นี่ช่วยดูตาหนูเพราะตนกับลันตามีเรื่องต้องเคลียร์กัน

สิปาดันลากลันตาให้ไปเคลียร์กัน มือถือลันตาสั่นเธอหยิบดูเป็นสายจากธัญญาเรศเธอจะกดรับ เขาแย่งไปกดปิด เป็นอยู่อย่างนี้สองครั้ง ต่างมองกันอย่างไม่พอใจแล้วสิปาดันก็ลากเธอออกไป มิ้งค์มองตามอย่างเป็นห่วง

ทั้งสองมานั่งที่สระว่ายน้ำของคอนโด สิปาดันยื่นคำขาดไม่ให้เธอไปทำงานกับอนุชิตเพราะเป็นห่วงไม่รู้ว่าวันไหนเกิดอนุชิตบ้าขึ้นมาอาจจะต่อยท้องวางยาอะไรก็ได้ ลันตารับรองว่าตนดูแลตัวเองได้ สิปาดันยังยืนกรานคำเดิม เธอตัดพ้อว่า

“ไอ้สิปา...แกก็รู้ว่าฉันไม่มีทางเลือก ระหว่างต้องเจองูอย่างอนุชิตกับคุณย่า ฉันยอมตบตีกับอนุชิตดีกว่า” เมื่อสิปาดันยื่นคำขาดว่าถ้าเธอไปทำงานกับอนุชิตเราไม่ต้องคุยกันอีก ลันตาถามว่าเขามีทางเลือกอื่นให้ตนดีกว่านี้ไหม ชี้แจงว่า “ถ้าความแตก ฉันจะมาดูแลตาหนูไม่ได้อีก แล้วถ้าย่ารู้ว่าแกรวมหัวกับฉันย่าจะต้องเกลียดแกมากขึ้น ฉันไม่อยากให้ทุกอย่างที่เราทำมันพัง ไม่อยากให้ย่าเกลียดแกมากไปกว่านี้”

อธิบายเหตุผลของตนจนสิปาดันท่าทีอ่อนลง เขาบอกว่าเป็นห่วงเธอ ลันตาขอให้เชื่อว่าตนไม่ใช่พวกโง่ซ้ำซ้อนและเขาก็คงไม่ยอมให้ตนโง่จริงไหม

“จริง ถ้าแกโดนมันหลอกอีกคราวนี้ฉันเลิกคบแกจริงๆ”

“ฉันไม่ยอมเสียเพื่อนแน่ ดังนั้นฉันจะไม่โง่ สัญญา” ลันตาหนักแน่นขึงขังจนสิปาดันนิ่งไป

ooooooo

รุ่งขึ้นมิ้งค์จะไปทำงาน เจอพอลที่หน้าลิฟต์ เขาอาสาไปส่งอ้างว่าจะได้คุยกันเรื่องธัญญาเรศเมื่อวานด้วย มิ้งค์จึงนั่งรถพอลไป

แต่พอไปถึงออฟฟิศลาเบล มิ้งค์เจอเตี่ยมาดักอยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่เห็นมิ้งค์ เตี่ยก็เข้ายื้อยุดทุบตีมิ้งค์หาว่าไปนอนกับผู้ชายมา จนลันตามาเจอต้องรับรองว่าเมื่อคืนมิ้งค์นอนกับตนและตนจะมาส่งแต่ติดธุระเลยวานให้พอลมาส่งแทน แม้เตี่ยจะเชื่อลันตา แต่ก็อาละวาดไม่ยอมให้มิ้งค์เรียนและฝึกงานอีกหาว่าทำแต่เรื่องขายหน้า สั่งให้กลับบ้านเดี๋ยวนี้

“มิ้งค์ช่วยม้าทำงาน ตั้งใจเรียนให้จบ แบบนี้ทำให้เตี่ยขายหน้าเหรอ แล้วขี้เกียจตัวเป็นขนอย่างลูกชายเตี่ยมันน่าภูมิใจตรงไหน”

เตี่ยตบหน้ามิ้งค์ฉาดใหญ่ มิ้งค์เสียใจวิ่งหนีไป พอลวิ่งตามไป ส่วนลันตาก็ยังรับรองกับเตี่ยว่ามิ้งค์ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย เตี่ยจึงหุนหันกลับไป

ธัญญาเรศยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างสนใจ จ้องลันตาไม่ให้คลาดสายตา พอดีลันตาได้รับโทรศัพท์จากรัชนี เธอบอกว่ามาถึงแล้วจะรีบขึ้นไปเดี๋ยวนี้เลย

ขณะลันตาจะเข้าออฟฟิศนั้น ธัญญาเรศมาขวางหน้าถามว่าเมื่อคืนโทร.หาทำไมไม่รับ ลันตาบอกว่าตนกำลังยุ่งๆ ย้อนถามว่ามีอะไรไหม ธัญญาเรศทวงว่าเธอยังไม่ได้บอกเลยว่าเมื่อวานคุยอะไรกับรัชนี ลันตาตัดบทว่าธุระส่วนตัว

ธัญญาเรศจะให้ลันตาเล่าให้ได้ ขณะยืนโต้เถียงกันนั้น ย่ามาลัยกับป้าอังมาถึงพอดี ลันตาได้จังหวะบอกคุณย่าว่ารัชนีรออยู่ แล้วพาคุณย่ากับป้าอังเดินไป ธัญญาเรศจิกตามองตามอย่างหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ

ooooooo

เมื่อลันตาพาคุณย่ากับป้าอังเข้าไปพบรัชนี ข้อสงสัยทั้งหมดของคุณย่าก็เคลียร์ เมื่อรัชนีบอกว่าตนจะเปิดนิตยสารเล่มใหม่จะให้ลันตามาพิสูจน์ฝีมือในการทำงาน จึงให้เธอมาอยู่ร่วมกันวางแผนงานหลายวัน

คุณย่าบอกว่าตนมีหลานสาวคนเดียวจึงทั้งรักทั้งห่วง รัชนีบอกว่าตนก็รักเอ็นดูลันตาเหมือนน้องสาว พี่สาวดูแลน้องหวังว่าคุณย่าจะพอใจ

นอกจากรัชนีจะช่วยลันตาให้รอดพ้นจากการถูกคุณย่าลงโทษแล้ว ยังทำจะเป็นส่งลันตาไปดูงานเป็นเวลาสามเดือนด้วย

วันนี้ หลังจากคุณย่ากับป้าอังมาส่งลันตาที่สนามบินกลับไปแล้ว สิปาดันกับลันตาเดินรอรัชนีอยู่ในสนามบิน เจอมะนาวมาทักบอกว่าตนย้ายมาเป็นแอร์โฮสเตสสายการบินเดียวกับเขาแล้ว ปรายตามองลันตาก่อนบอก

สิปาดันว่า

“ต่อไปนี้ เราคงได้เจอกันบ่อยขึ้น ทำงานด้วยกัน ได้ใกล้กันเหมือนวันเก่าๆ”

เมื่อไปเจอเอื้องคำ มะนาวพูดอย่างภูมิใจว่าตนย้ายที่ทำงานเรียบร้อยแล้วและได้เจอกับสิปาดันแล้วด้วย เอื้องคำกดดันทันทีว่า “ครั้งนี้ แกจะต้องไม่พลาดอีก”

ooooooo

นอกจากลันตาจะรู้สึกเสียใจที่ต้องโกหกคุณย่าอีกครั้งแล้ว ยังมากระทบกระเทือนใจเรื่องมะนาวอีก เธอหงุดหงิดจนสิปาดันถามว่าเป็นอะไร โกรธอะไรตนหรือเปล่า เธอถามเขาว่า “แกดีใจไหม ได้ทำงานกับแฟนเก่า”

“มันก็น้อยมากนะที่แฟนเก่าจะทำงานด้วยกันได้ ถ้าทำได้มันก็ดี ทำงานด้วยกันไม่มองหน้ากันมันอึดอัด ว่าไหม” พอดีรัชนีมารับ ลันตาขอบคุณรัชนีที่ช่วยตนอีกครั้ง

“พี่ทำเพราะหวังผล แล้วตอนนี้ก็หวังจะเห็น ‘ผล’ แล้วด้วย”

สิปาดันกับลันตามองรัชนีอย่างไม่เข้าใจความหมายของเธอ

ส่วนมิ้งค์คิดไม่ตกหาว่าเตี่ยไม่รักตน ลำเอียง บ่นกับพอลที่วิ่งตามมาว่าเมื่อไม่รักก็ไม่รู้ให้เกิดมาทำไม

พอลถามว่าถ้าไม่รักเขาจะเลี้ยงดูและส่งเธอเรียนให้สิ้นเปลืองทำไม มิ้งค์บ่นว่าเตี่ยไม่เคยมองตนในแง่ดีเลย พอลถามว่าแล้วเธอทำให้เขามองในแง่ดีหรือยัง ย้ำว่าเธอต้องพิสูจน์ตัวเองให้เขาเห็นว่าเธอเป็นลูกสาวที่ควรจะภูมิใจ ให้กำลังใจว่า

“ถ้าไม่ท้อเพราะเจ็บเหมือนโดนเหยียบให้จมดินก็จะเป็นบทเรียนให้จดจำ ไม่ก็...เป็นแรงกระตุ้นให้เราฮึด เดินหน้าต่อจนประสบความสำเร็จก็ได้ มันอยู่ที่เราเลือกว่าจะให้มันเป็นอะไร ผมเลือกให้มันเป็นแรงกระตุ้นแล้วคุณล่ะ?”

มิ้งค์ฟังพอลอย่างตั้งใจ ทำให้เธอได้คิดและมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ตัวเองให้เตี่ยเห็นและภูมิใจในตัวเธอให้ได้

ooooooo

เมื่อลันตามาประชุมที่ออฟฟิศลาเบล เธอจึงรู้ว่า หนังสือหัวใหม่ในเครือลาเบลนี้บริษัทของกีรติหรือคุณกบจะร่วมหุ้นด้วย

กีรติเห็นลันตางงๆ เขาชี้แจงว่า “พี่อธิป ให้ผมเป็นตัวแทนจาก Sky มาประสานงานกับคุณรัชนีน่ะครับ พอดีช่วงนี้ที่บริษัทโปรเจกต์เยอะ ก็เลยให้ผมมาช่วย”

รัชนียังแนะนำว่าอนุชิตคือผู้อำนวยการกลุ่มงานโฆษณาของลาเบล พอดีรัชนีมีธุระต้องออกไปพบกับสุวิภา กีรติจึงเอ่ยกับอนุชิตว่า

“เซอร์ไพรส์มากเลยนะครับ ได้พบกันอีก แล้วยังต้องร่วมงานกันด้วย” แล้วหันไปถามลันตา “ดีใจไหมครับที่รัก ที่เราจะได้ทำงานด้วยกัน” ลันตารับมุกทันทีว่า “ดีใจค่ะที่รัก”

อนุชิตวางเขื่องข่มว่า ทำงานที่นี่ มันไม่ง่ายหรอกนะ กีรติปรามทีเล่นทีจริงว่าพูดอย่างนี้ไม่กลัวโดนถอนหุ้นหรือ บอกอนุชิตว่า

“ถึงผมจะเป็นแค่ตัวแทน แต่เสียงของตัวแทนหุ้นส่วนอย่างผมเขี่ยคุณให้เดือดร้อนได้แน่” อนุชิตเย้ยว่าคิดว่าตนจะกลัวหรือ “ผมรู้ว่าคุณเป็นหลานคุณรัชนี แต่ถ้าคุณไม่ลืม คุณรัชนีกับคุณเป็นแค่ลูกจ้างที่ถูกจ้างให้มาบริหาร ไม่ใช่เจ้าของอย่างคุณสุวิภาแต่อยากลองก็ได้นะครับ ผมจะจัดให้สาสมเลย”แล้วหันถามลันตาว่า “ดีไหมคะที่รัก”

ลันตาได้แต่ยิ้มๆ อนุชิตจ้องกีรติอย่างสุดแค้น แต่กีรติไม่ยี่หระเพราะรู้ว่าตัวเองเหนือกว่าทุกประตู

ooooooo

อนุชิตตามตื๊อจะคุยกับลันตาให้ได้ เธอรำคาญถามว่าจะคุยที่ไหน กีรติเป็นห่วงแต่เมื่อลันตามั่นใจ เขาจึงอนุญาตให้คุยแค่สิบนาที

พอลันตาเดินไปกับอนุชิต สิปาดันที่คุยกับแพท

อยู่ก็ร้อนใจจะตามไป กีรติบอกว่าไม่ต้องตามเพราะลันตารับมือได้ สิปาดันบอกไม่ตามก็ได้แต่ข้องใจว่าทำไมเขาเรียกลันตาว่าที่รัก สั่งให้อธิบายมาเดี๋ยวนี้เลย!

ลันตาไปคุยกับอนุชิตที่มุมสงบบนดาดฟ้า เธอเร่งว่ามีอะไรก็ว่ามาตนมีเวลาไม่มาก

อนุชิตรำพึงรำพันความรักที่ตนมีต่อเธอ เมื่อลันตาบอกว่าเขามีเมียแล้ว เขาก็จะขอหย่าเพื่อมาแต่งงานกับเธอ

“ฉันไม่ชอบโง่ซ้ำซ้อน ถ้าคุณกล้านอกใจแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งที่สอง สาม สี่ มันก็จะเกิดได้ไม่ยาก” ขอร้องให้เขาเลิกยุ่งกับตน เมื่ออนุชิตไม่ยอมเลิก ลันตาพูดใส่หน้าเขาว่า “บอกตรงๆ ฉันไม่เคยรังเกียจใครเท่าคุณเลย คุณอนุชิต!”

พูดแล้วตัดบทว่าจบแล้วใช่ไหม ตนมีธุระ พอเธอจะเดินไปอนุชิตคว้ามือแต่ลันตาเบี่ยงหลบ อนุชิตเลยวืด

“ถ้าวุ่นวายกับฉันมากๆ ฉันจะบอกพี่นีว่าคุณตามก่อกวนฉัน แล้วฉันก็จะลาออก” ลันตาปรามแล้วเดินอ้าวไปเลย

แต่พอเดินลงบันไดก็เจอธัญญาเรศมาดักถามว่าคุยอะไรกับอนุชิต หาว่าเธอหวังให้อนุชิตดันขึ้นมาทำงาน ด่าว่าใช้เรือนร่างเข้าแลกตำแหน่ง ลันตาไม่ทันพูดอะไรแพทก็พูดแทรกเข้ามาว่า

“ฉันคิดว่าแกจะดีใจที่เพื่อนได้กลับมาทำงานที่เดียวกันเสียอีก เพราะลันไม่อยู่แกถึงได้เป็น บก.บห. ยังไม่พออีกเหรอ” ธัญญาเรศตวาดว่าดูถูกตน “ดูไม่ผิดหรอก ฉันกับแกตามหลังไอ้ลันมาตลอด แต่ฉันไม่เคยเดือดร้อน เพราะถ้าเป็นเพื่อน เห็นเพื่อนได้ดี ฉันก็ร่วมยินดีด้วย แล้วแกล่ะเห็นเพื่อนได้ดีแล้วรู้สึกยังไง”

ธัญญาเรศไม่ตอบโต้แพท แต่ยังทำทีหว่านล้อมด้วยความหวังดีให้ลันตาหยิ่งในศักดิ์ศรี ตนไม่อยากให้เธอพลาดเพราะจะมีแต่คนสมเพช ลันตาดูเจตนาของธัญญาเรศออก ตัดบทว่า

“ฉันไม่สนว่าใครจะคิดยังไง ฉันจะให้งานมันพิสูจน์ตัวฉันเอง ไปเถอะ” ลันตาหันไปชวนแพทลงไปข้างล่าง

ธัญญาเรศมองตามแค้นๆ แต่พอหันไปเห็นอนุชิตยืนหัวเราะอยู่อีกมุมหนึ่งก็ยิ่งแค้นเป็นทวีคูณ

ooooooo

สิปาดันยังกัดไม่ปล่อยที่ได้ยินกีรติเรียกลันตาว่าที่รัก เมื่อเธอกลับลงมาเขาบอกให้เคลียร์มาเดี๋ยวนี้เลยว่าสองคนเกิดอะไรกันขึ้น กีรติแกล้งยั่วจนสิปาดันโมโหจะตั๊นหน้า ลันตาจึงเล่าให้ฟังว่า

“คุณกบเขาแค่ช่วยฉันจริงๆ เขาช่วยฉันจากอนุชิต”

ทั้งหมดจึงไปนั่งเคลียร์กันที่ร้านก๋วยเตี๋ยว กีรติกับลันตาช่วยกันเล่าเหตุการณ์ให้ฟังแล้ว กีรติบอกว่าในเมื่ออนุชิตเข้าใจผิดตนกับลันตาก็เลยปล่อยเลยตามเลย ลันตาบอกว่าแต่ดูท่าทางอนุชิตจะไม่ยอม

สิปาดันโมโหบอกว่าถ้ามายุ่งกับลันตาอีกตนจะต่อยปากมันเอง กีรติบอกว่าไม่ต้องถึงมือเขาหรอก ตนจัดการเอง

เมื่อเคลียร์เข้าใจกันแล้วก็สั่งก๋วยเตี๋ยวกินกัน พอได้ก๋วยเตี๋ยวกีรติก็จะเหยาะพริกไทยใส่ชามตัวเองแล้วจะเหยาะให้ลันตา ถูกสิปาดันจับมือไว้บอกว่าไม่ต้อง ลันตาชี้แจงว่าตนเคยสำลักพริกไทย แต่นั้นมาก็ไม่กินอีกเลย

ระหว่างกินก๋วยเตี๋ยว กีรติเห็นสายตาที่สิปาดันมองลันตาแล้วก็สะดุดใจ และเริ่มสังเกตอยู่เงียบๆ

ooooooo

พอลไปส่งมิ้งค์ที่หน้าบ้าน เขาให้กำลังใจเธอว่า

“เชื่อผม ถ้าคุณเริ่มเปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”

ดังนี้ เมื่อถูกเตี่ยด่าทันทีที่ก้าวเข้าบ้าน ม้าพยายามจะหยุดเตี่ยกลับถูกเตี่ยตวาดว่า

“แล้วจะปล่อยให้ขายหน้าทั้งตระกูล ปล่อยให้มันทำเลวบนหัวอั๊วรึไง!”

“มิ้งค์ไม่เคยทำเรื่องเลวอย่างที่เตี่ยพูด มิ้งค์ไม่เคยทำตัวแรดไปกับผู้ชายอย่างที่เตี่ยด่า มิ้งค์ไปเรียนหนังสือ ฝึกงานให้เตี่ยกับม้าภูมิใจ ทำไมเตี่ยไม่เชื่อมิ้งค์บ้าง” เตี่ยสั่งว่า ต่อไปนี้ไม่ต้องไปฝึกงาน ไม่ต้องไปเรียน ห้ามออกนอกบ้าน “เตี่ย...มิ้งค์จะเรียนให้จบ มิ้งค์จะพิสูจน์ให้เตี่ยเห็นว่าลูกสาวคนนี้มันดีกว่าลูกชายเป็นร้อยพันเท่า!”

เตี่ยเงื้อไม้จะตี มิ้งค์ประสานสายตาเตี่ยยืนนิ่งจนเตี่ยจะตีก็ตีไม่ลง เพราะเตี่ยก็รู้ดีว่ามิ้งค์ไม่ได้ทำผิดอะไรแต่เตี่ยระแวงไปเอง เตี่ยเขวี้ยงไม้ทิ้งพูดเหมือนตัดหาง ปล่อยวัดว่า

“จะทำอะไรก็เรื่องของลื้อ ถ้ามันเอาดีไม่ได้จะไปเลวที่ไหนก็ไป!”

“ลูกสาวคนนี้ของเตี่ย จะเอาปริญญามาให้เตี่ย

ภูมิใจได้ไม่อายใคร” มิ้งค์ร้องไห้เดินขึ้นบ้าน ม้าตามไปกอดปลอบใจ

ที่หน้าบ้าน พอลยืนมองมิ้งค์อยู่อย่างเป็นห่วง เห็นใจ และสงสาร...

ooooooo

คืนนี้หลังจากส่งน้าวันกลับแล้ว มิ้งค์รำพึงกับสิปาดันว่าเกรงใจน้าวันที่ต้องมาดูแลตาหนูช่วงกลางวันที่ตนไปทำงานแทบทุกวัน

สิปาดันนั่งหาวอยู่ที่โซฟาถามว่าน้าวันจะอยู่เมืองไทย อีกนานแค่ไหน ลันตาบอกว่าจนกว่าน้องชายจะมาเมืองไทยเห็นว่าอีกสองสามเดือน แต่เชื่อว่าถึงตอนนั้นเราก็คงตามหาครอบครัวตาหนูเจอแล้ว ลันตารำพึงเหนื่อยๆว่า

“ครอบครัวตาหนูก็ต้องตาม งานก็ต้องคิด บางทีฉันก็กลัวนะว่าฉันจะรับผิดชอบงานใหญ่แบบนี้ไม่ไหว แกว่าฉันจะทำได้ไหมสิปา”

“อืม...”

ลันตารำพึงความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่ก็อุ่นใจเมื่อมีคนช่วยคิดเป็นกำลังใจให้ พูดแล้วรู้สึกตัวรีบชี้แจงว่าตนไม่ได้หมายถึงตัวเขา ปรากฏว่าสิปาดันหลับไปแล้วเธอเลยเอาผ้ามาห่มให้ แล้วหอบหนังสือไปนั่งทำงานที่โต๊ะอาหาร

จนเช้าสิปาดันตื่นขึ้นมาเห็นลันตาฟุบหลับอยู่

ที่โต๊ะ เขาเดินไปดู เห็นใบหน้าอ่อนโยนผิวเนียนผ่องของเธอก็เผลอใจก้มไปใกล้ๆ ลันตาลืมตาพึ่บ! ต่างตกใจผงะออก ลันตาบอกเขินๆขรึมๆ ว่าต้องรีบไปทำงานแล้ว สิปาดันก็เครียดกับท่าทีของเธอ

ลันตาฝากตาหนูให้สิปาดันดูแล เขารับปากแข็งขัน แต่อึดใจเดียวภูมิก็โทร.มาบอกว่าวันนี้มีสัมมนา เขาเครียดทันทีโทร.ไปหาพอล พอดีวันนี้พอลมีออเดอร์เยอะซ้ำน้าวันก็ไปเยี่ยมญาติอีกด้วย

เมื่อจนแต้มจริงๆ สิปาดันจึงเอาตาหนูใส่ตะกร้าคาร์ซีทเอาผ้าคลุมหิ้วไปที่สายการบิน ภูมิโทร.บอกว่ากัปตันวีระให้โทร.ตาม พอดีสิปาดันเดินมาถึงหน้าห้องกัปตันวีระ เขาฉุกคิดได้ เปิดประตูเข้าไปเห็นห้องว่าง เลยเอาตะกร้าใส่ตาหนูไปวางไว้หลังเก้าอี้กัปตัน เปิดแอร์ไว้ที่ 25 องศา ขอโทษตาหนูว่าขอเวลาแค่สองชั่วโมง แล้วรีบออกไป

สิปาดันไปนั่งข้างๆภูมิ เพื่อนกระซิบบอกว่า มีน้องใหม่มาถามหา พลางมองไปทางหนึ่งเขามองตามจึงเห็นมะนาวนั่งยิ้มให้อยู่ก่อนแล้ว สิปาดันทำหน้าไม่ถูกกับรอยยิ้มนั้น

แต่แล้วก็ความแตกเมื่อตาหนูร้องไห้จนแม่บ้านเข้าไปดูแล้วไปบอกกัปตันว่าลูกชายที่ห้องร้องไห้ สิปาดันรีบมาอุ้มตาหนูออกไปยิ้มเจื่อนๆ บอกกัปตันกับเพื่อนๆ ที่พากันมาดูที่หน้าห้องว่า

“ตาหนูเป็นลูกของเพื่อนผมครับ เขาเอามาฝากไว้ ผมไม่มีคนช่วยเลี้ยงก็เลยพามาด้วย ขอโทษนะครับที่ทำให้ทุกคนต้องวุ่นวาย” กัปตันตำหนิว่าเอาเด็กมาทิ้งไว้ตามลำพังอย่างนี้อันตราย สิปาดันจึงขออนุญาตพาเด็กกลับก่อน

“ไม่ได้! กว่าแต่ละคนจะมีคิวสัมมนาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย” กัปตันเสียงเข้ม มองตาหนูที่นอนตาแป๋วอย่างใช้ความคิด แล้วกัปตันก็ให้เอาตาหนูเข้าไปเลี้ยงในที่สัมมนาโดยมีภูมิคอยช่วยเลี้ยง กัปตันยังให้แม่บ้านมาเตรียมพร้อมรับมือเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน แล้วทั้งห้องก็ป่วนไปหมดเมื่อตาหนูปล่อยทุ่นส่งกลิ่นคลุ้งไปทั้งห้อง แม่บ้านต้องมาช่วยจัดการกันวุ่นวาย

ooooooo

เมื่อลันตากลับมาทำงานและต้องประสานงานกับ อนุชิตมากขึ้น ธัญญาเรศจึงยิ่งแสดงตัวเป็นเจ้าของอนุชิตขู่เขาว่า

“คราวนี้จะไม่ใช่แค่โดนคุณสุวิภาไล่ออก แต่ฉันจะทำให้มันไม่มีที่ยืนในวงการหนังสืออีกเลย!”

ในที่สุดธัญญาเรศก็เผยโฉมหน้าที่มุ่งกีดกันลันตาไม่ให้เติบโตในวงการ เมื่อรัชนีเสนอให้แบ่งพนักงานบางส่วน มาช่วยลันตาก็ถูกเธอปฏิเสธ แต่ลันตาไม่ง้อเพราะเธอให้แพทและมิ้งค์มาช่วยแล้ว โดยให้แพทเป็น บก.บทความและมิ้งค์เป็นผู้ช่วยของเธอ กลายเป็นจุดแตกหักระหว่างลันตากับธัญญาเรศจนแทบไม่มองหน้ากัน

ลันตาได้แพทและมิ้งค์มาช่วยงาน ทั้งสามมุ่งมั่นที่จะฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อไปสัมผัสความภูมิใจด้วยกัน

เมื่อมานั่งปรึกษางานกันที่ร้านของพอล เขาจัดมุมที่ดีที่สุดให้และมีขนมคอยบริการเพียบ แพทถามลันตาว่า

“เอาฉันกับมิ้งค์ไปทำ พี่นีโอเคใช่ไหม”

“เขาบอกว่าเราเป็นดรีมทีมเลยนะแก” ลันตาตอบอย่าง ภูมิใจ ทุกคนมีกำลังใจมากต่างฮึกเหิมที่จะทำงานให้ดี

ooooooo

สัมมนาเสร็จ มะนาวชวนสิปาดันไปหาอะไรทานกัน ระหว่างนี้ลันตาโทร.ถามเขาว่าตาหนูเป็นอย่างไรบ้าง เขาบอกว่ากำลังออกมาธุระและพาตาหนูมาด้วย

สิปาดันพูดพลางเดินเข้าไปในร้านของพอลโดยมีมะนาวเดินคู่เข้ามาด้วย เจอลันตาอย่างจัง เธอโกรธมากถามว่านี่หรือธุระสำคัญของเขา ลันตาพรวดเข้าไปอุ้มตาหนูบอกว่าตนจะพาตาหนูกลับเอง หาว่าเขาเอาตาหนูมาบังหน้าเรียกร้องความสนใจจากแฟนเก่า

“ผมกินไม่ลงแล้ว กลับกันเถอะนาว ผมจะไปส่ง”

มะนาวกลับถึงบ้านแล้ว นึกสะใจที่เห็นสายตาลันตามองตนกับสิปาดันอย่างเสียใจ เธอพึมพำอย่างหมายมาดว่า

“แกจะต้องเจ็บเหมือนที่ฉันเคยเจ็บ!”

ส่วนลันตาเมื่อกลับถึงคอนโดเจอสิปาดันนอนอยู่ที่โซฟา พอเธอเข้าห้องเขาลุกขึ้นทักว่ากลับดึกจัง แต่ลันตาไม่หือไม่อือด้วย ต่อว่าเขาว่า ถ้ามีนัดกับมะนาวเพื่อระลึกความหลังกับแฟนเก่าก็น่าจะบอกกัน ไม่ควรเอาตาหนูไปตะลอนๆแบบนั้น สิปาดันบอกว่าก็แค่กินข้าวและมะนาวช่วยดูตาหนูให้

“แต่ฉันไม่ชอบ! แค่โดนทิ้งตาหนูก็น่าสงสารพอแล้ว แกไม่ควรเอาตาหนูไปเป็นเครื่องมือ”

“แกคิดว่าฉันเป็นคนแบบนั้นหรือ” สิปาดันถามอย่างผิดหวัง ลันตาไม่ตอบอุ้มตาหนูเข้าห้องไปเลย

รุ่งขึ้น ไปทำงานที่ออฟฟิศลาเบลแล้ว ลันตายังขุ่นมัวใจ แพทถามเรื่องงานก็นิ่งเหมือนไม่ได้ยิน จนแพทเข้ามาถามว่าเหม่ออะไร ลันตาสะดุ้งถามไปอย่างไม่รู้จะปรึกษาใครว่า

“แกว่าพวกแฟนเก่านี่ เวลากลับมาเจอกันจะสปาร์ก กันง่ายไหม” แพทบอกว่าเรียกว่าไฟช็อตเลยดีกว่า ถามว่ามีอะไรหรือเปล่าเห็นทำหน้าผิดหวังเหมือนไปชอบใครเข้า ลันตารู้ตัว ตั้งสติปฏิเสธว่า

“ไม่มีอะไร เล่มไหนที่แกเลือกไว้แล้วบ้าง...อ้าว แล้วนี่มิ้งค์ยังไม่มาอีกเหรอ”

มิ้งค์กำลังเดินมาถึงหน้าลิฟต์ เห็นธัญญาเรศดักพบสุวิภา ทั้งสองหยุดคุยกันครู่หนึ่งแม้ไม่ได้ยินเสียงแต่มิ้งค์ดูกิริยาท่าทางก็พอเดาได้ รีบวิ่งมาบอกลันตาหน้าตาตื่นว่า “พี่ลัน กำลังจะมีเรื่องแน่ๆเลย” ทันใดนั้นสุวิภาก็เดินเชิดเข้ามามองลันตา

“เธอเองเหรอที่รัชนีเลือกมา” แล้วหันไปตำหนิรัชนีว่า งานนี้เป็นงานร่วมทุนที่สำคัญมากแต่คุณนีกลับเลือกคนไร้ประสิทธิภาพมาทำงาน พอรัชนีจะชี้แจง ก็ตัดบท“ฉันต้องการให้พิจารณาคนใหม่มาทำหน้าที่นี้แทนคุณลันตา!”

ทุกคนตะลึงอึ้ง! แต่ที่หน้าห้อง ธัญญาเรศยืนยิ้มอย่างสะใจ!

ooooooo

รักต้องอุ้ม

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด