ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    รักต้องอุ้ม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "รักต้องอุ้ม"

    ด้วยอารมณ์สับสนต้องการสร้างภาพ สิปาดันโอบลันตาเดินแยกจากมะนาวไป ลันตารำคาญสะบัดออกถามว่าเป็นอะไร? สิปาดันหันไปดูไม่เห็นมะนาวแล้วจึงยอมปล่อย

    ลันตาโวยใส่ว่าอย่าบอกนะว่าหนี...แพทได้ยินถามว่าหนีอะไร ลันตาบอกว่าหนีมะนาวดาวบริหารนั่นแหละ กีรติได้ยินซักอย่างอยากรู้ สิปาดันเบี่ยงเบนกลบเกลื่อนเร่งให้รีบไปที่พักกันเถอะเดี๋ยวจะมืด

    ระหว่างขับรถไปที่พัก สิปาดันกัดเล็บหน้าเครียดจนลันตาหมั่นไส้ตีมือเขาเผียะ

    “แกเลิกกัดเล็บทำหน้าเครียดหงิกงอแบบนี้ทำไม

    แกต้องทำตัวเหมือนคนผิดทั้งที่ความจริงมะนาวเป็นคนทิ้งแก”

    “อย่าไปตัดสินว่าใครผิดใครถูกเลย บางอย่างที่ เขาทำอาจมีเหตุผลที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ ไม่ใช่เขาเราก็ไม่รู้หรอก”

    ลันตาหมั่นไส้ ประชดว่ารักมากถึงออกตัวปกป้องขนาดนี้ บ่นว่า “ยัยมะนาวนี่ซื่อบื้อจริงๆที่ทิ้งแกไป”

    แพทที่รู้ความจริงแย้งว่ามะนาวไม่ได้เป็นคนทิ้งสิปาไปนะ สิปาดันเรียกปรามแพทไม่ให้พูด บอกว่าอย่าไปรื้อฟื้นเลยตนไม่ดีเอง มันก็เลยจบไม่สวย

    สิปาดันคิดถึงเหตุที่ทำให้เลิกกับมะนาว...วันนั้นเขานั่งอยู่ริมสนามฟุตบอล เปิดดูสมุดที่เป็นภาพลันตาไล่มาตั้งแต่มัธยม มหาวิทยาลัยในอิริยาบถต่างๆที่เขา

    แอบทำเอง วันนั้นมะนาวมาเห็นเข้า เธอถามอย่างเจ็บปวดว่าไหนบอกว่าแค่เพื่อน สิปาดันตกใจอึกอักพูดไม่ออก มะนาวตัดพ้ออย่างเจ็บปวดว่า

    “สองปีที่ผ่านมา นาวพยายามบอกตัวเองว่าคิดมาก แต่วันนี้...สิปารักนาวบ้างไหม?” สิปาดันได้แต่ขอโทษ เธอตัดบทว่า “งั้นวันนี้ นาวคงไปพบคุณย่ากับคุณพ่อของสิปาไม่ได้แล้ว...เสียดายนะ นาวคิดว่าท่านทั้งสองคงน่ารักมากๆ”

    แล้วความสัมพันธ์ก็แตกหักเมื่อแพทวิ่งมาบอกสิปาดันว่าลันตามอเตอร์ไซค์ล้ม สิปาดันจะไปช่วย มะนาวจับมือไว้บอกว่า “อย่าไปนะ ถ้าไปเราจบกัน!” สิปาดันขอโทษ แกะมือเธอออกวิ่งไป มะนาวเสียใจที่สิปาดันเลือกลันตา เธอมองช็อกที่ทุกอย่างจบลงแล้ว

    ooooooo

    คืนนี้ มะนาวกลับไปร้านอาหารที่จัดแบบขันโตก ที่นั่นเอื้องคำม่ายสามีตาย ซึ่งเป็นพี่สะใภ้ของย่านวลนั่งอยู่ พอเห็นมะนาวที่เป็นหลานสาวเข้ามาสวัสดี เอื้องคำก็มองด้วยสายตาเย็นชาตำหนิทันที

    “แกมาช้ากว่าที่ฉันสั่ง!”

    “นาวติดงานด่วนน่ะค่ะ คุณป้าคะ...วันนี้นาวเจอสิปาค่ะ”

    “แล้วมันว่าไง” เอื้องคำสนใจทันที พอมะนาวบอกว่าเหมือนเดิม อยู่กับลันตาก็ดูมีความสุขดี “เพราะแกมันโง่ ปล่อยบ่อเงินบ่อทองอย่างเจ้าสิปาไป”

    “ให้นาวรั้งคนที่ไม่ได้รักเรา นาวไม่ทำ”

    “ฉันให้แกไปจูงจมูกมัน ไม่ได้ให้แกหลงเสน่ห์รักมันจนอกหักซมซานกลับมาแบบนั้น ความรักมันเป็นเรื่องโง่เง่า เงินทองสิของจริง” เอื้องคำจ้องมะนาวอย่างสมเพชพูดว่า “แกยังรักมันอยู่ สายตาแกมันฟ้อง”

    “ป้าจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมา ยังไงเรื่องของนาวกับสิปาก็จบไปแล้ว”

    “ถ้าฉันไม่ให้จบ มันก็จบไม่ได้! แปดปีแล้วที่ฉันต้องทนเห็นพวกมันเสวยสุขบนกิจการของฉัน”

    “กิจการของสามีคุณป้าไม่ใช่เหรอคะ” มะนาวพลั้งปากถาม ถูกเอื้องคำมองขวับ มะนาวรีบเงียบรู้ว่าไม่ควรพูด

    “กิจการพวกนั้น ควรจะเป็นของฉัน! ถ้านังมาลัยมันไม่แส่มายุ่ง มะนาว...แกบอกป้าว่าสิปามันเคยบอกว่าจะพาแกไปแนะนำกับที่บ้านใช่ไหม จนถึงวันนี้สิปามันก็ยังไม่แต่งงาน ถ้าวันนั้นแกไม่อ่อนแอ วันนี้แกก็จะได้อยู่กับคนที่แกรัก หรือว่าแกไม่อยากได้คนที่แกรักคืนมา”

    เอื้องคำทิ้งจังหวะ สังเกตท่าทีของมะนาวเห็นนิ่งหน้าเศร้าปฏิเสธไม่ออกก็รุกต่อ

    “แค่แกทำตามที่ป้าบอก แกจะได้ของของแกกลับคืนมา” พูดแล้วยิ้มนิดๆ กับท่าทีที่โอนอ่อนของมะนาว

    ooooooo

    สิปาดันพาเพื่อนๆไปรีสอร์ตที่เงียบจนแพทบ่น เขาพาทุกคนเข้าพักบอกว่าตนเช็กอินเรียบร้อยแล้ว

    สิปาดันวางแผนให้เหนือลูกคนงานที่คุณย่าชุบเลี้ยงอย่างลูกหลานทำผีหลอกแพทกับลันตา เลยถูกยำเสียได้แผล พอความแตก ซักไซ้ไล่เลียง จึงรู้ว่าเป็นรีสอร์ตของสิปาดันที่เขาซุ่มทำขึ้นอุบไม่บอกลันตาอยากให้เสร็จเรียบร้อยก่อนเพราะกลัวถูกลันตาด่าว่าขี้โม้

    ต้อนรับหยอกล้อกันพอหอมปากหอมคอแล้ว

    ย่านวลถามว่ามากันอย่างนี้แล้วตัวเล็กฝากใครไว้

    ตาหนูอยู่กับพอลและมิ้งค์ ทั้งสองช่วยกันเลี้ยงจนตาหนูติด คนอื่นอุ้มก็โยเย แต่พอเข้ามือมิ้งค์หรือพอลก็เงียบหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอารมณ์ดี พอลกับมิ้งค์ช่วยกันเลี้ยงตาหนูจนสนิทสนมเห็นอกเห็นใจและเข้าใจกัน

    วันนี้มิ้งค์เลิกงานแล้วไปหาพอลที่ร้าน เขาถามว่าทำไมมาที่นี่ เรานัดกันที่คอนโดไม่ใช่หรือ

    “ฉันเลิกงานเร็ว ไปรอที่คอนโดตั้งนาน โทร.มาก็ไม่รับ ฉันเป็นห่วงก็เลยมาดูน่ะสิ”

    “ห่วง...” พอลทำหน้าซึ้ง มิ้งค์รู้ตัวเลยบอกว่าห่วงตัวเล็ก พอลแกล้งหยอกว่าแค่นั้นหรือ มิ้งค์ยืนยันว่าแค่นั้น พอลทำหน้าเสียดายแต่ก็พูดว่า “ก็ขอบคุณนะ ถ้าคุณไม่มาผมก็แย่” พอลพูดไม่ทันจบ มือถือมิ้งค์ก็ดังขึ้นเธอรับสายสีหน้าหงุดหงิด บอกว่าจะรีบไปเดี๋ยวนี้ พอลมองสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

    ooooooo

    มิ้งค์รีบกลับไปที่บ้านซึ่งเป็นตึกแถวย่านคนจีน พอไปถึงก็ได้ยินเสียงม้ากับเตี่ยกำลังโต้เถียงกัน พอเห็นมิ้งค์กลับมาเตี่ยก็พุ่งเป้ามาทางมิ้งค์ทันที

    “ลื้อหายไปไหนมา” มิ้งค์เห็นม้าร้องไห้อยู่มุมหนึ่ง เห็นม่อเก๊าพี่ชายกับโมน้องชายนั่งอ่านหนังสือ ดูทีวีอยู่อีกมุมหนึ่งไม่ทุกข์ร้อนอะไรกับม้าที่ร้องไห้อยู่เลย มิ้งค์ไปหาม้า ถูกเตี่ยด่า “ลูกค้าสั่งกุยช่ายเป็นร้อยๆ กล่อง แทนที่จะกลับมาช่วยงานที่บ้านกลับหนีไปเที่ยว” มิ้งค์บอกว่าตนไปทำงาน ก็ถูกตวาดว่าข้ออ้างแล้วหันไปด่า
    ม้าต่อ “อั๊วบอกแล้วว่าไม่ต้องให้มันเรียน มีลูกสาวเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน”

    มิ้งค์ตัดพ้อว่าเตี่ยลำเอียง ตนกับม้าต้องทำงานทุกอย่างแต่เฮียกับโมขี้เกียจหลังยาวไม่เคยช่วยงาน หวังให้ลูกชายเลี้ยง เรียนให้จบก็ยังไม่มีปัญญาเลย ม่อเก๊าขยับจะด่ามิ้งค์ แต่ถูกเตี่ยด่าเสียก่อน

    “เฉ้าฉุ่ย! ต่อไปนี้ลื้อไม่ต้องไปฝึกงาน ไม่ต้องเรียน ลื้อต้องอยู่บ้านช่วยงานอั๊ว!”

    “ไม่ค่ะ มิ้งค์จะเรียนให้จบ จะไปทำงานข้างนอก”

    เตี่ยโมโหคว้าไม้จะไล่ตี ม้าเข้ามาช่วยดึงไว้ ส่วนม่อเก๊ากับโมนั่งดูอย่างสะใจ

    “พอแล้ว มิ้งค์ ออกไปก่อน” ม้ารั้งเตี่ยไว้เร่งให้มิ้งค์ออกไป มิ้งค์มองเตี่ย มองพี่ชายกับน้องชายอย่างเจ็บใจหันหลังเดินออกไป

    มิ้งค์เดินเช็ดน้ำตามออกมา พลันก็ชะงักเมื่อเห็นพอลยืนมองอยู่หน้าบ้าน มิ้งค์อายมากไม่อยากให้พอลมารู้เรื่องของตน

    ooooooo

    ในยามที่รู้สึกโดดเดี่ยวอย่างที่สุดนี้ มิ้งค์รำพึงอย่างหมายมาดทั้งที่ยังสะอื้นว่า

    “ลูกสาว...สักวันฉันจะทำให้เตี่ยเห็นว่า ลูกสาวมันดีกว่าลูกชายที่เตี่ยปลื้ม!”

    “พิสูจน์ตัวเองเพื่อเปลี่ยนความคิดคนอื่นมันไม่ง่ายนะ แต่ผมเชื่อว่าคุณทำได้”

    มิ้งค์หันมอง พอลยิ้มให้กำลังใจ เธอเอ่ยขอบคุณเบาๆ รู้สึกดีมีกำลังใจที่อย่างน้อยในยามนี้ก็ยังมีพอลที่เข้าใจตน...

    ooooooo

    ที่รีสอร์ต... กีรติมีความรู้สึกดีๆกับลันตามากขึ้นทุกที เขาคุยกับสิปาดันถึงลันตาด้วยความรู้สึกว่าเธอ “น่ารัก”

    สิปาดันหวงขึ้นไม่รู้ตัวเลยเล่าความโก๊ะ เกเร ห่าม ห้าวของเธอหมายเปลี่ยนความรู้สึกว่าลันตา “น่ารัก” ของกีรติ แต่พอฟังแล้วกีรติกลับอุทานอย่างสุดปลื้มว่า “น่ารักโคตร” สิปาดันถามอย่างขัดใจว่า น่ารักใครไหนวะ!

    กีรติฟังสิปาดันแล้วรู้ว่าเขาสนิทกับลันตามากบอกเพื่อนรักว่าอยากจีบเธอ เห็นสิปาดันหน้าเสีย กีรติถามว่าหรือเขาจีบอยู่ ถ้าจีบอยู่ก็บอก เราเพื่อนกัน

    “ไม่มีทาง! ฉันกับลัน...เพื่อนกัน” กีรติเลยขอให้เขาช่วย “จะให้สะกดจิตมันให้ชอบแกรึไง เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่สวิตช์นะ ฉันเปิดปุ๊บแล้วแกจะจีบติดปั๊บ”

    “แกไม่ต้องออกตัว แต่แนะนำฉันว่าคุณลันชอบไม่ชอบอะไรแล้วคอยเปิดโอกาสฉันหน่อย ที่เหลือฉันจัดการเองโอเคนะ” กีรติรวบรัดแล้วมองหน้าสิปาดันขอคำตอบ ทำเอาสิปาดันอึกอัก

    ขณะสิปาดันกำลังคิดหาทางเลี่ยงนั่นเอง แพทก็เข้ามาจะร่วมวงด้วย เห็นท่าทางสองคนแปลกๆ เลยจะเลี่ยงไป สิปาดันถามเพื่อเลี่ยงที่จะอยู่กับกีรติตามลำพังว่าแล้วลันตาล่ะ?

    ลันตาอยู่หน้าห้องพัก เธอออกจากห้องมองไปที่รถกีรติเห็นมีคนสองคนกำลังทำอะไรกับรถที่จอดอยู่ พอเธอร้องถามว่าใครทั้งสองก็วิ่งหนีไปทันที สิปาดัน กีรติ แพทและเหนือ รีบวิ่งตามมันไป ส่วนลันตาก็ตะโกนขอความช่วยเหลือพลางวิ่งตาม มันคือชัยกับยุทธนั่นเอง ชัยเห็นลันตาวิ่งตามก็ย้อนกลับมาล็อกคอเอามือ
    ปิดปาก ยุทธถามว่า

    “มันเห็นหน้าเราแล้ว เก็บมันเลยไหม”

    ลันตาตกใจดิ้นสุดแรง สิปาดันวิ่งมาถึงเขาพุ่งเข้าถีบชัยกระเด็น ยุทธหันมาเล่นงานสิปาดันเลยตะลุมบอนกันตรงนั้น กีรติตามมาทันบอกเหนือให้แจ้งตำรวจ พอชัยกับยุทธได้ยินคำว่าตำรวจพวกมันก็พากันหนีไป

    ooooooo

    จากการเช็กรถของกีรติพบว่าถูกพวกมันปล่อยน้ำมันเบรก ตัดท่อระบบน้ำในรถเสียหายหมด อินทนนท์ถามว่าทำไม รปภ.ปล่อยให้มันเข้ามาได้ เหนือว่าบอก รปภ.โดนเล่นงานสลบหมด ตอนนี้พาส่งโรงพยาบาลแล้ว

    จากการดูกล้องวงจรปิด แพทจำได้ว่าหนึ่งในนั้นคือชัยที่เธอเห็นตอนมันดักปาหินและตามมาที่ร้านกาแฟซึ่งตนถ่ายรูปไว้ได้ สิปาดันปรารภว่า มันตัดสายเบรกเหมือนมันไม่อยากให้เราเดินทาง ลันตาฉุกคิดได้ถามว่าหรือมันเป็นคนร้ายที่ตั้งใจจะทำร้ายตัวเล็ก แม้จะเป็นเพียงข้อสงสัย แต่ทุกคนฟังแล้วอึ้ง

    คืนนี้ลันตาเป็นห่วงตัวเล็กจนนอนไม่หลับออกมายืนที่หน้าห้องพักคิดเครียด สิปาดันมาเจอ เธอบอกว่าคิดถึงตัวเล็ก ถามว่าเขาไม่กลับไปนอนบ้านหรือ

    “กลัวพวกมันย้อนกลับมา กบคนเดียวไม่น่าจะรับมือไหว” ลันตาบอกว่าตนกับแพทก็อยู่ “เพราะแกอยู่ไงถึงห่วง...” พูดแล้วเห็นลันตามองหน้าก็นึกได้เฉไฉไปว่า “ห่วงว่าแกจะก่อเรื่องอีก แกมันชอบสร้างปัญหาไม่หยุดเลย” พูดแล้วจับหัวลันตาโยกแรงๆ กลบเกลื่อน

    “โหย...ไอ้สิปา” ลันตาจะเตะ สิปารู้ทันหลบแว้บ เธอเลยวืดล้มจ้ำเบ้า ร้องโอดโอยจนสิปาดันตกใจรีบมาดู ถามว่าเจ็บรึเปล่า เลยถูกลันตาเล่นทีเผลอยกมือตี แต่เขาหลบทันอีก เธอเลยจิกผมใกล้ขมับอย่างแรง คราวนี้เขาร้องลั่น เพราะจิกโดนแผลเข้า

    ลันตาตกใจรีบหายาหม่องมาทาให้ ทาพลางก็หัวเราะขำๆ สิปาดันถามว่าขำอะไร เธอเล่าไปหัวเราะไปว่า

    “ก็ตอนสิบขวบ แกโดนมดทั้งรังรุมกัด ฉันก็ทายาหม่องให้ ตอนแกสิบหก เตะบอลฟาดแข้งกับเพื่อนจนช้ำ ฉันก็ทายาหม่องให้ ตอนนี้แกจะสามสิบแล้ว ฉันยังต้องทายาหม่องให้แกอีก”

    “แกจะทายาหม่องให้ฉันตลอดชีวิตเลยได้ไหมล่ะ” ถามพลางเอามือวางทับมือเธอที่กำลังทายาหม่องให้ ลันตาหมั่นไส้เลยเอานิ้วจิ้มตรงรอยที่กำลังทายาหม่องจนเขาร้องลั่น เธอพูดพลางลุกขึ้นว่า

    “ตลกละ...ถ้าต้องทาให้แกตลอดชีวิต ฉันก็ขึ้นคานพอดี ไปนอนดีกว่า ง่วง...” เธอทำหาวเนียนๆ แล้วเดินไปเลย

    “ไอ้นี่...” สิปาดันมองตามด้วยความผิดหวังนิดๆ แต่ก็ยังหวังที่จะได้คำตอบที่ชัดเจนบางอย่างต่อไป

    ลันตาเอง พอเข้าห้องก็ยืนพิงประตูพึมพำอย่างสับสนกับความรู้สึกของตัวเองว่า “ทำไมวันนี้หล่อวะ”

    ส่วนสิปาดันเดินมาที่ประตู คิดจะเคาะเพื่อบอกความรู้สึกของตัวเอง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหันพิงประตูแทน ทั้งสองยืนพิงประตูบานเดียวกัน ด้วยความรู้สึกเดียวกัน... แต่...คืนนี้ยังมีบานประตูกั้นอยู่...

    ooooooo

    คืนเดียวกันกีรติยังนั่งทำงานอยู่ที่มุมหนึ่งในห้องอาหารจนดึก แพทเดินมาทัก เขาคุยเรื่องงานครู่เดียวก็ถามแพทว่ารู้จักลันตากับสิปาดันนานแค่ไหนแล้ว

    แพทเล่าว่า ม.3 ตนย้ายมาเรียนห้องเดียวกับทั้งสองคนเลยสนิทกันมาถึงตอนนี้ กีรติถามว่าลันตาเคยมีแฟนไหม แพทเดาได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่เลยบอกว่าเคย กีรติสรุปเชิงถามว่าตอนนี้โสด? แพทบอกว่าโสดแต่มีคนจองแล้ว เป็นคนดีมาก หล่อมาก รักลันมากด้วย กันท่าว่าเขาไม่มีทางสู้ได้หรอก

    “ดี...ยิ่งยากผมยิ่งชอบ ฝากบอกคนที่จองด้วยว่าผมไม่ยอมแพ้แน่...”

    กีรติเดินมาเจอสิปาดันกำลังจะเข้าห้อง เขาถามว่าเรื่องลันตาจะช่วยตนไหม สิปาดันถามว่าทำไมต้องเป็นลันตา เขาจริงจังหรือ กีรติบอกว่าตนอยากจริงจัง ขอร้องให้สิปาดันช่วยหน่อย ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ ให้ลันตาเป็นคนตัดสินใจเอง

    “ก็ลองดู” สิปาดันตอบฝืนๆ พอจะเดินเข้าห้องกีรติถามว่า แพทบอกว่ามีคนจองเธอแล้ว รู้ไหมว่าใคร สิปาดันบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน กีรติขอบใจที่เขายอมช่วยตน สิปาดันยิ้มฝืนๆแล้วเข้าห้องไป

    คืนนี้ลันตานอนไม่หลับ จนรุ่งเช้าแพทถามว่าทำไมตื่นเช้าจัง พอมองหน้าจึงรู้ว่าเพื่อนไม่ได้นอนเลยทั้งคืน ถามอย่างเป็นห่วงว่า วันนี้ต้องขึ้นดอย จะไหวหรือ ลันตาฝืนยิ้มบอกว่าสบายมาก

    ooooooo

    รุ่งขึ้นที่โต๊ะอาหารเช้า ย่านวลกับอินทนนท์มาร่วมโต๊ะด้วย ผู้ใหญ่ทั้งสองสังเกตเห็นกีรติสนใจลันตาเป็นพิเศษก็มองหน้าอย่างรู้กัน ส่วนแพทจับตาดู กีรติเงียบๆ

    สิปาดันเห็นบรรยากาศไม่ปกติจึงเปลี่ยนเรื่องถามอินทนนท์ว่าเรื่องเมื่อคืนเป็นอย่างไร อินทนนท์บอกว่า เอาภาพวงจรปิดไปให้เพื่อนที่เป็นตำรวจช่วยจัดการแล้ว พลางยื่นกระดาษจดแผนที่หมู่บ้านชาวเขาที่มินอยู่ให้ลันตาชวนให้รีบไป เสร็จแล้วจะได้รีบกลับ กลัวพวกมันจะมาวุ่นวายกับเราอีก

    เวลาเดียวกันที่กรุงเทพฯ มิ้งค์ไปทำงานกับธัญญาเรศ มีโทร.เข้ามือถือแต่ธัญญาเรศขับรถอยู่เธอไม่รับ มิ้งค์จะรับให้ก็ไม่เอา พอถึงร้านสะดวกซื้อ เธอบอกว่าปวดหัวใช้มิ้งค์ไปซื้อกาแฟกับยาให้ มิ้งค์เข้าไปในร้านแอบมองมาเห็นธัญญาเรศคุยโทรศัพท์สีหน้าไม่พอใจ เธอดูนาฬิกาเป็นเวลาเก้าโมงครึ่ง มิ้งค์พยายามจำเวลาไว้

    ซื้อกาแฟมาให้ธัญญาเรศ มิ้งค์แกล้งทำกาแฟหกใส่เสื้อเธอ มิ้งค์ขอโทษบอกให้ไปล้างเสียเดี๋ยวจะล้างไม่ออก อาสาถือกระเป๋าให้ พอธัญญาเรศไปมิ้งค์แอบหยิบมือถือมาจะกดดูเบอร์ที่โทร.ตอนเก้าโมงครึ่ง แต่เปิดไม่ได้เพราะติดรหัส มิ้งค์ก้มหน้าก้มตากดอย่างร้อนใจ

    ธัญญาเรศออกจากห้องน้ำเห็นอนุชิตเดินมากับสุทธิสาน้าของเขาก็รีบไปหามิ้งค์เพื่อจะเอากระเป๋า มิ้งค์ไม่รู้ตัว โชคดีที่พอลดูอยู่เขาพุ่งเข้าไปกอดมิ้งค์ทั้งตัวเพื่อบังเธอไว้ ธัญญาเรศมาถึงพอดี พอลทำเป็นยิ้มเจื่อนๆ บอกว่าไม่ได้เจอมิ้งค์สองวันเลยคิดถึง มิ้งค์ตกใจรีบเก็บมือถือใส่กระเป๋าเลยรอดตัวไป ธัญญาเรศคว้ากระเป๋าเดินออกไปทันที บอกว่า

    “สิบนาที จัดการธุระให้เรียบร้อย พี่จะไปรอที่รถ”

    ที่แท้พอลเห็นมิ้งค์ตั้งแต่เริ่มเอาโทรศัพท์ออกมาดู แล้วถามว่าแอบดูโทรศัพท์เขาทำไม มิ้งค์ทำท่าจะไม่บอก พอพอลจะไปเธอจึงบอกเขาว่า “พี่ธัญญ่าคิดไม่ซื่อกับพี่ลัน”

    ธัญญาเรศไปเจออนุชิตคุยกับสุทธิสาที่ลานจอดรถ สุทธิสาถามว่าใครจะมาบริหารหนังสือเล่มนี้ อนุชิตบอกว่าลันตา สุทธิสาย้ำว่าตามหาให้เจอก่อนเดือนหน้าเพราะตนก็มีจ๊อบเหมือนกัน แล้วขึ้นรถไป ธัญญาเรศเผยตัวออกไปถามอนุชิตว่า

    “จะให้ลันเป็นผู้บริหารหนังสือเล่มใหม่ของคุณงั้นหรือ” พออนุชิตบอกว่าใช่ เธอติงว่า “แต่ลันเป็นแค่คอลัมนิสต์ไม่เคยเป็น บก.ด้วยซ้ำ”

    “งานนี้ผมไม่ได้เลือกจากประสบการณ์ ผมเลือกจากสถานภาพ...ภรรยาของผม” เมื่อธัญญาเรศไม่พอใจ เขาปรามว่า “เธอได้ไปมากแล้วธัญญาเรศ อย่าให้มันมากไป” เธอขู่ว่าจะแฉ “อย่าคิดว่าผมไม่รู้ว่าที่อรมาอาละวาดกับลันเป็นฝีมือคุณ ผมจะไม่ยอมให้คุณข่มขู่ผมไปตลอดชีวิตแน่”

    ธัญญาเรศประกาศว่าตนจะไม่ยอมเสียของของตนไปเหมือนกัน อนุชิตท้าว่าก็ลองดูว่าใครจะชนะเกมนี้

    มิ้งค์กับพอลแอบฟังอยู่มุมหนึ่ง มิ้งค์ตกใจมาก พอลถามว่าทำไมเธอต้องตกใจขนาดนี้ แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใคร

    “ไว้คุยกันที่คอนโด...ฉันไปก่อนนะ” มิ้งค์รีบเดินไปหาธัญญาเรศ พอลได้แต่มองตามงงๆ

    ooooooo

    เมื่อเตรียมขึ้นรถจะออกเดินทาง สิปาดันเป็นคนขับ เห็นท่าทางของกีรติก็เดาใจออก บอกแพทให้นั่งหน้าอ้างว่าเพื่อให้ช่วยดูแผนที่ ไล่ลันตาไปนั่งหลัง กีรติยิ้มให้เขาอย่างขอบใจ

    เพียงสิปาดันขับรถออกไป รถของเอื้องคำก็ขับเข้ามา เอื้องคำพามะนาวมาด้วย บอกย่านวลว่ามะนาวเพิ่งกลับจากอเมริกา เป็นลูกของน้องชายตน บอกย่านวลว่าวันนี้มีเรื่องจะให้ช่วยหน่อย

    เอื้องคำเอาที่ดินของน้องชายมาฝากไว้กับย่านวล ย่านวลถามว่าจะเอาเท่าไหร่ เอื้องคำบอกห้าล้าน พอย่านวลถามว่าที่ดินได้มาถูกต้องไหม ก็ถูกเอื้องคำเสียงเข้มใส่ว่าตนแค่เอามาฝาก พออินทนนท์ติงว่าประสบการณ์มันสอนให้จำ เอื้องคำก็ลำเลิกทันที ลูบขาข้างซ้ายซึ่งเป็นขาเทียม พูดอย่างลำเลิกเชือดเฉือนว่า

    “เงินแค่ไม่กี่ล้าน นวลให้กับพี่ที่ต้องเสียขา เสียสามีเพราะความประมาทของนวลได้ไหม”

    เอื้องคำกดดันจนย่านวลต้องรับคำ อินทนนท์ขอคุยส่วนตัวกับแม่ เตือนเรื่องที่เคยถูกหลอกเอาที่ซึ่งเป็นป่าสงวนไปขายจนผิดใจกับย่ามาลัยและถูกตราหน้าว่า ขี้โกงจนทุกวันนี้ ย้ำกับแม่ว่าญาติฝั่งป้าเอื้องคำไม่มีดี สักคน

    “แม่รู้ แต่เพราะแม่ทำให้ลุงแกต้องตาย ทำให้พี่เอื้องคำต้องพิการ แม่ต้องรับผิดชอบ ตอนนี้เรามีเงินมากพอที่จะช่วยเขาได้ ให้แม่ช่วยเถอะนะ” อินทนนท์ขอให้แม่สัญญาว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย ย่านวลรับปากว่าจะพยายาม

    ระหว่างที่อินทนนท์ไปคุยกับย่านวลนั้น มะนาวทวงเอื้องคำว่าไหนว่าจะช่วยตน พลางหยิบรูปสิปาดันในชุดนักบินที่ทั้งหล่อทั้งเท่ขึ้นดู เอื้องคำยิ้มมั่นใจบอกว่า “ฉันบอกว่าได้ก็ต้องได้สิ”

    เอื้องคำบอกมะนาวว่ารีสอร์ตนี้เป็นของสิปาดัน ยังมีสวนดอกไม้กับไร่องุ่นที่ทำรายได้ไม่น้อย ทั้งหมดนี้ควรจะเป็นของมะนาวรวมทั้งผู้ชายที่มะนาวรักด้วย
    “นาวไม่คิดว่าตัวเองจะทนอยู่กับผู้ชายที่ไม่รักนาวได้”

    “แล้วแกทนเห็นผู้ชายที่แกรักมีความสุขกับผู้หญิงอื่นได้งั้นสิ” เอื้องคำตวาดสวนจนมะนาวพูดไม่ออก

    คุยกับอินทนนท์แล้วย่านวลออกมาบอกเหนือให้เอากระเป๋าของเอื้องคำไปที่ห้องพัก เอื้องคำถามอย่างขัดใจว่าเงินแค่ไม่กี่ล้านทำไมต้องให้ตนรอถึงพรุ่งนี้

    “ตอนนี้เรื่องในบ้านทุกอย่าง สิปาจะต้องรับรู้และตัดสินใจด้วยค่ะ” ย่านวลชี้แจง เอื้องคำมองขวับถามว่าสิปาอยู่ที่นี่หรือ พอย่านวลบอกว่าสิปาขึ้นดอยไปกับเพื่อนๆ คืนนี้คงกลับมา เอื้องคำกดดันย่านวลทันทีว่า

    “ไม่ว่าสิปาจะอยู่หรือไม่ ผลมันก็ออกมาเหมือนกันอยู่ดีจริงไหม ถ้าพี่ชายเธอยังอยู่ เขาจะไม่ปล่อยให้ฉันต้องลำบากแบบนี้ ชีวิตฉันต้องพัง เสียขา เสียคนที่รักก็เพราะเธอ” ย่านวลขอโทษอย่างสะเทือนใจ “คำขอโทษของเธอมันชดเชยกับการสูญเสียของฉันไม่ได้!” เอื้องคำจิกใส่ ข่มย่านวลให้มะนาวเห็นว่าตนอยู่ในฐานะเหนือกว่า

    พอย่านวลพาเอื้องคำไปห้องพัก มะนาวมองไปรอบๆล็อบบี้อีกครั้งแล้วจึงเดินตามไป

    ooooooo

    เพราะอินทนนท์ให้เพื่อนช่วยสืบหาดอยเป้าหมายให้ก่อนแล้ว เมื่อสิปาดันไปตามแผนที่จึงพบบ้านของมินไม่ยาก

    บ้านของมินอยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก ฝาบ้านจะพังมิพังแหล่ มินถูกชัยกับยุทธมาข่มขู่ถามว่าใครให้เอาเด็กไปทิ้ง พอมินบอกว่าคุณธัญญาเรศ มันตะคอกว่า “อย่าอยู่เลยมึง!” ชัยบีบคอจะฆ่ามิน ยุทธที่เฝ้าทางอยู่ร้องบอกว่าพวกมันมากันแล้วพลางชักปืนออกมา ชัยห้ามไว้บอกว่าต้องเงียบที่สุด

    ลันตาเห็นมินกำลังต่อสู้กับชัยจึงร้องบอกพรรคพวก สิปาดันตะโกนว่า

    “พวกฉันพาตำรวจมาด้วย พวกแกไม่รอดแน่”

    “ตำรวจ!” มินตกใจมากดิ้นสุดแรงจนหลุดแล้ววิ่งเตลิดเข้าป่าไป ชัยกับยุทธไล่ตามหมายฆ่าปิดปากมินให้ได้

    สิปาดันไล่ตามไปเล่นงานชัยจนสลบคาเท้า ส่วนกีรติที่ตะลุมบอนกับยุทธก็ถูกแพทเอากระเป๋าฟาดพลาดไปถูกกีรติอย่างจัง แต่กีรติก็เล่นงานยุทธและแพทก็ฟาดกระเป๋าใส่มันจนสลบไปอีกคน

    ลันตาวิ่งไล่ตามมินไป สิปาดันเป็นห่วง จัดการชัยแล้วจึงวิ่งตามไป แต่หามินไม่เจอซ้ำสองคนยังหลงป่าหาทางออกกไม่ได้ด้วย สิปาดันจูงมือลันตาชี้ว่าป่าทางโน้นดูจะโปร่งกว่าทางนี้ลองไปดูไหม ลันตาบอกให้เขานำไปเลย แอบมองเขาอย่างอ่อนโยนชื่นชมกับความห่วงใยและภาวะผู้นำของเขา

    สิปาดันลืมโทรศัพท์ไว้ในรถ เย็นแล้วอินทนนท์โทร.มาด้วยความเป็นห่วง เมื่อไม่มีคนรับสายย่านวลรำพึงอย่างกังวลใจว่าสิปาไม่เคยเงียบไปแบบนี้

    “สิปาน่ะมันลูกพ่อ มันเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว” อินทนนท์พูดอย่างเชื่อมั่น ย่านวลร้อนใจสั่งเข้ม

    “โทร.ไปจนกว่าจะติด!”

    อินทนนท์รับคำแล้วก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์ต่อไป โทรศัพท์ที่สิปาดันลืมไว้ในรถ ดังแล้วดังอีก นับได้ห้าสิบกว่าครั้ง

    ooooooo

    กีรติกับแพทรีบวิ่งตามสิปาดันและลันตาไป แต่เหยียบพลาดกอดกันกลิ้งตกเนินไปด้วยกัน พอลุกตั้งสติได้กีรติก็เร่งให้รีบตามสองคนนั้นไปก่อนฟ้าจะมืด

    ผ่านการต่อสู้ ช่วยเหลือกันในยามคับขัน ทำให้ทั้งสองมีความรู้สึกดีๆต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ

    คืนนี้ต้องนอนกลางป่าริมน้ำตก กีรติก่อไฟให้ความอบอุ่น ต่างบอกให้อีกฝ่ายนอนตนจะเฝ้ากองไฟเอง เมื่อไม่มีใครนอน จึงนั่งคุยกันข้างกองไฟ ตอนหนึ่ง แพทถามกีรติว่าถ้าลันตาไม่ชอบเขา เขาจะเสียใจไหม เขาบอกว่าคงผิดหวังมากกว่าเพราะยังไม่ได้รู้จักผูกพันกันมากมาย

    “แต่คุณบอกว่ารักเพื่อนฉัน”

    “แค่ชอบ” กีรติบอกว่าตนไม่เชื่อเรื่องรักแรกพบ แล้วเทียบให้ฟังว่าความรักเหมือนวงปีต้นไม้ กว่าจะใหญ่โตมั่นคงเป็นต้นไม้ขนาดนี้ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมากี่ฤดู ช้าแต่มั่นคง เขาบอกว่า “ความรู้สึกของผมก็โตแบบนี้เหมือนกัน”

    แพทพูดเบื่อๆว่า แฟนคงเป็นสิ่งสุดท้ายในโลกที่ตนอยากจะมี ให้เหตุผลว่า มีแฟนเหมือนมีไส้ติ่ง ไม่มีประโยชน์ บางครั้งอักเสบก็ทำให้เราเจ็บปวด กีรติส่ายหน้าพูดขำๆว่า

    “คุณยังไม่เคยรักใครจริง เพราะถ้ามีแฟนจะกลายเป็นลมหายใจที่คุณขาดไม่ได้”

    แพทบอกว่าเขาเพ้อ แล้วตัดบทด้วยการขยับลงนอน กีรติมองเธอขำๆ

    ฝ่ายลันตากับสิปาดัน หลงป่าหาทางออกไม่ได้จนมืดต้องนอนค้างกลางป่า อากาศในป่าหนาวเย็นมาก ลันตาบอกให้เขาก่อไฟ สิปาดันก่อไม่เป็นไฟแช็กก็ไม่มีเพราะไม่สูบบุหรี่ โต้เถียงกันครู่ใหญ่ ลันตาเปลี่ยนเรื่องถามเขาว่าทำไปถึงเลิกกับมะนาว? ทำเอาสิปาดันอึ้งไปนาน ตอบแก้ตัวไปตามสูตรว่า

    “ฉันต้องสอบเป็นนักบิน ต้องอ่านหนังสือ ไม่มีเวลาให้เขา ก็เลยห่างๆกันไป” ลันตาถามว่าเขารักมะนาวมากใช่ไหม เขากลับบอกว่า “ไม่รู้เหมือนกัน ฉันกับนาว เราเรียนรู้กันน้อยมาก”

    พอลันตาถามว่าไม่เคยมีแฟนอีกเลยหรือตั้งแต่เลิกกับมะนาว สิปาดันบอกว่าเพราะตนรักใครไม่ได้อีกแล้ว

    “ขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมฉันไม่รู้เรื่องนี้วะ” เขาตอบปัดๆว่าบางเรื่องตนก็ไม่อยากเก็บมันไว้ “แม้แต่เพื่อนสนิทอย่างฉันน่ะเหรอ”

    สิปาดันมองไปทางอื่น ทำให้ลันตายิ่งเชื่อว่าเขารักมะนาวมาก ความเชื่อนี้ก็ทำให้ลันตาอดที่จะสะเทือนใจนิดๆไม่ได้ที่เขามีคนที่รักจนไม่อาจลืมได้...

    ooooooo

    แล้วความหายนะก็มาเยือน เมื่อป้าอังบอกย่ามาลัยว่า

    “การประกวดที่หลานบอกว่าจะไปตามติดชีวิตนางงามน่ะค่ะ เขาประกวดจบกันไปตั้งนานแล้ว ก่อนหลานจะมาขอไปเชียงใหม่อีกค่ะ นี่ไงคะ ข่าวนางงามเชียงใหม่คนที่ชนะ เขาจะได้ไปประกวดระดับเอเชียแล้ว แล้วที่หลานบอกว่าไปตามติดชีวิตนางงามก็...”

    “เป็นเรื่องไม่จริง!” ย่ามาลัยโกรธมาก จิกตามองอย่างพร้อมจะเอาเรื่อง

    ลันตาอยู่ในป่าจามติดๆกันจนบ่นว่าใครด่าเนี่ย สิปาดันคาดว่าคงเป็นย่ามาลัย ลันตาตบปากเขาเบาๆว่าในป่าอย่าทัก สิปาดันเปลี่ยนเรื่องถามว่าทำไมเธอจึงเลิกกับพี่ภีม? ลันตานิ่งไปอึดใจเหมือนตั้งหลักก่อนบอกเขาว่า

    “ก็...ตอนนั้นฉันยังเด็ก เป็นฟงเป็นแฟนอะไรเนี่ยมันจุกจิก ฉันปวดหัวก็เลยเลิก” เขาถามว่าแล้วเธอรักพี่ภีมไหม “มันแค่อารมณ์รุ่นน้องกรี๊ดๆรุ่นพี่ หล่อ เท่ ฉลาด เอาจริงๆจนป่านนี้ฉันยังไม่รู้จักความรักเลย อยากรู้เหมือนกันนะว่าหน้าตามันเป็นยังไง”

    “มันจับต้องไม่ได้หรอก รู้แค่ว่ามันจะทำให้เราดีใจเมื่อเขามีความสุข ทุกข์ใจเมื่อเขาเศร้า ยิ้มได้เมื่อคิดถึง...แล้วไอ้อนุชิตมันทำให้แกเข็ดที่จะรักไหม”

    “ไม่หรอก ฉันยังเชื่อว่าความรักมันสวยงาม แต่ฉันมันซวยที่เจอผู้ชายเลวๆเท่านั้นเอง ถ้ามีใครสักคนดีๆเข้ามา ฉันก็จะลองคบนะ” เธอมองหน้าเขานิ่งก่อนบอกว่า “บางทีเขาอาจเป็นคนที่ใช่สำหรับฉันก็ได้”

    สิปาดันถามว่าเธอจะเปิดโอกาสหรือ ลันตาบอกว่าก็คงงั้น ทำให้เขาเจ็บจี๊ดๆเมื่อคิดว่าคนที่เธอพูดถึงคือกีรติ

    ลันตาหาวบ่นง่วงแล้วจะนอน อากาศเย็นๆซ้ำไม่มีไฟ ทำให้ทั้งสองต้องนอนเบียดกันโดยไม่รู้ตัว

    ooooooo

    เมื่อกลับถึงคอนโด มิ้งค์เอาเอกสารแผ่นที่ถูกธัญญาเรศขีดฆ่าชื่อลันตาจนกระดาษทะลุให้พอลดู พอลดูแล้วบอกว่าตนเข้าใจแผนผังความสัมพันธ์ของลันตากับผู้ชายที่ชื่ออนุชิตแล้ว ส่วนเรื่องธัญญาเรศเขาถามว่าเธอคิดอย่างไร

    “พี่ธัญญ่ากับคุณอนุชิตต้องมีความสัมพันธ์ที่เราคาดไม่ถึง” มิ้งค์บอกอีกว่าถ้าตนไม่เตือนเรื่องนี้จะแย่กว่านี้แน่ พอลติงว่า บอกได้เลยว่าคนที่จะแย่ที่สุดคือ

    ตัวเธอ มิ้งค์ยืนยันว่า “ให้พี่ลันกลับมา ฉันจะเล่าทุกเรื่องให้เขาฟัง”

    สิปาดันพาลันตามาจนถึงทางรถ โชคดีเจอรถขนฟางของชาวบ้านจึงอาศัยไปด้วยจนได้กลับมาเจอกีรติและแพทที่หมู่บ้าน กีรติเล่าว่า ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่ามินกลับมาเก็บของออกไปจากหมู่บ้านตั้งแต่เย็นวานแล้ว ลันตาหน้าเสีย สิปาดันเสนอให้กลับไปตั้งหลักที่บ้านตนก่อนดีกว่า

    พอย่านวลรู้ว่ามินหนีไปจากหมู่บ้านแล้วก็ให้กำลังใจว่าครั้งนี้ไม่เจอครั้งหน้าก็ต้องเจอถ้าเราพยายามต้องสำเร็จ

    ลันตาไปยืนเหม่ออยู่ที่มุมหนึ่ง สิปาดันมาจับหัวเธอโยกไปมาถามว่าทำไมไม่ไปกินข้าว ลันตาพูดอย่าง ผิดหวังว่าเราเกือบหาทางพาตาหนูกลับบ้านได้อยู่แล้ว...

    สิปาดันโอบกอดเธอแทนคำปลอบใจ ลันตาโผกอดเขาด้วยความรู้สึกอยากได้ที่พึ่งพิง มะนาวมายืนมองอยู่อย่างเจ็บปวด เธอเข้ามาบอกสิปาดันว่า ตนกับคุณป้ารอเขาอยู่

    พอสิปาดันไปแล้วมะนาวขอคุยกับลันตา ถามเธอว่า

    “ยังรู้สึกกับสิปาแค่เพื่อนอย่างที่เธอเคยพูดกับฉันเมื่อวันก่อนไหม” ลันตาถามว่าทำไมหรือ “ฉันยังรักสิปาอยู่ ฉันอยากได้สิปาคืน” ลันตาบอกว่าเรื่องนี้อยู่ที่สิปาไม่ได้ขึ้นอยู่กับตน มะนาวมองหน้าเธอบอกว่า “ฉันเข้าใจแล้ว”

    เอื้องคำเห็นสิปาดันกลับมาก็หวังจะได้เงิน แต่แล้วก็ผิดหวังเมื่อสิปาดันจะขอให้แค่ครึ่งเดียว ทั้งยังขอให้เซ็นรับด้วย เอื้องคำโมโหเป็นฟืนเป็นไฟอ้างว่าครั้งที่ผ่านๆมาไม่เห็นต้องเซ็น เอื้องคำยืนกรานไม่ยอมเซ็น ลันตาช่วยชี้แจงว่า

    “ครั้งนี้ต้องรบกวนให้เซ็นค่ะ ขอโทษนะคะที่หนูต้องพูด เพราะคุณย่านวล ลุงนนท์ สิปา รู้สึกผิดกับคุณย่าเอื้องคำเสมอ แต่คุณย่าเอาที่ดินมาจำนำรีบเร่งจะรับเงินโดยไม่ให้เวลาคุณลุงได้เช็กความถูกต้องเลยทางคุณลุงก็ต้องป้องกันไว้ก่อน”

    เอื้องคำตวาดว่าไม่ใช่กงการอะไรของเธอ ลันตาบอกว่าย่านวลกับลุงนนท์เหมือนญาติ อินทนนท์ก็ยืนยันว่าลันตาเหมือนคนในครอบครัว เธอมีสิทธิ์รับรู้และตัดสินใจทุกอย่าง มะนาวเข้าใจความสัมพันธ์นี้เร่งเอื้องคำว่าจะเอาอย่างไร

    ในที่สุดเอื้องคำก็ต้องเซ็น อินทนนท์บอกว่าตนจะรีบโอนเงินให้เร็วที่สุด แล้วพากันออกมาส่งเอื้องคำกับมะนาวเดินทางกลับ เอื้องคำจิกใส่ลันตาว่า“สมกับเป็นหลานของมาลัยจริงๆชอบหาเรื่องใส่ตัว เชื้อแส่ไม่ทิ้งแถวจริงๆ”

    “การช่วยคนดี ถึงถูกเรียกว่าแส่แต่ถ้าช่วยคนดีได้ ลันก็ถือว่าเป็นคำชม ขอบคุณนะคะสำหรับคำชม”

    ส่งเอื้องคำแล้ว ลันตาก็หนาวเยือกเมื่อแพทมาบอกว่าย่ามาลัยโทร.มามิสคอลเป็นร้อยสาย ลันตาร้อนใจว่ามีเรื่องอะไรรีบโทร.กลับไป ถูกย่ามาลัยสั่งเฉียบขาดว่าถ้าภายในวันนี้ไม่กลับมาก็ไม่ต้องกลับมาอีก ลันตาตกใจว่าเรื่องอะไร ป้าอังบอกว่าย่ามาลัยเสียใจมากที่เธอโกหก

    ลันตาถามว่าตนโกหกเรื่องอะไร พอฟังป้าอังเธอบอกว่าเรื่องนี้อธิบายได้ตนจะกลับไปเดี๋ยวนี้เลย แล้วหันบอกทุกคนที่ฟังอยู่อย่างใจจดจ่อว่า

    “ลันต้องกลับกรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ค่ะ ย่ารู้แล้วว่าลันโกหกเรื่องงานที่เชียงใหม่”

    ทุกคนตกใจเพราะรู้ว่าต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 05:06 น.