ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    รักต้องอุ้ม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "รักต้องอุ้ม"

    เหตุการณ์ในร้านดอกไม้ตึงเครียดมาก พนักงานที่ช่วยสิปาดันกับลันตาก็พลอยตื่นเต้นตึงเครียดไปด้วย เห็นย่ามาลัยเดินเข้ามาก็ทักปากคอสั่น

    “สวัสดีค่ะ...ต้องการดอกไม้แบบไหนคะ”

    “ฉันขอเดินดูรอบๆ ก่อนค่อยตัดสินใจ” ย่ามาลัยเหมือนจงใจแกล้ง เมื่อพนักงานเดินตามแจก็ถูกสั่ง “ถอยไป!”

    ลันตากับสิปาดันกอดกันแน่นด้วยความกลัว เห็นเท้าคุณย่าเดินมาที่หลังเคาน์เตอร์ก็เตรียมรับชะตากรรมกันแล้ว

    “มาลัย!” เสียงย่านวล คุณย่าของสิปาดันร้องทัก

    “นวล...” ย่ามาลัยอุทานอย่างคิดไม่ถึงว่าจะเจอกัน

    “สวัสดีครับ คุณป้ามาลัย พี่อัง” อินทนนท์พ่อของสิปาดันทักขึ้นอีกคน ลันตาทำปากบอกสิปาดันว่าพ่อแกก็มา!

    การพบกันของผู้อาวุโสทั้งสี่ มีทั้งความดีใจและเคืองแค้นกับเรื่องในอดีต ป้าอังไม่ต้องการเสวนาด้วย พูดอย่างตัดบัวไม่เหลือใยว่า “บ้านฉันไม่นับญาติกับพวกขี้โกง!” ส่วนย่ามาลัยก็มองย่านวลด้วยสายตาเย็นชา ห่างเหิน แล้วเดินออกไปอย่างไม่อยากเสวนาด้วย

    “มาลัย เธอเป็นยังไงบ้าง” ย่านวลตามไปถามอีก

    “คิดว่าคนที่โดนเพื่อนเลวๆหลอกลวง จะมีความสุข มากแค่ไหนล่ะ” ย่ามาลัยย้อนถาม

    อินทนนท์ที่เป็นคนอารมณ์ดีขี้เล่นพูดตรงและไม่ลดราวาศอกให้ใคร เห็นแม่โดนว่าก็ทนไม่ได้กระแนะกระแหนคืนจนย่านวลต้องปรามให้พอ แล้วพูดกับย่ามาลัยว่าพูดกันดีๆก่อนสิ ย่ามาลัยสวนไปว่าตนไม่จำเป็นต้องนับญาติกับคนเลวๆ อินทนนท์พูดแทรกขึ้นว่า

    “คุณป้า...แม่ผมเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เรื่องที่ดินนั่นผมกับแม่จะชดใช้เงินให้ ถ้าคุณป้า...”

    “ไม่ต้อง!!” ย่ามาลัยขัดขึ้น

    ย่านวลขอโทษย่ามาลัยและขอชดใช้ให้บอกว่าอยากกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

    “ไม่มีวันเหมือนเดิมตั้งแต่เธอเอาที่ดินผิดกฎหมายนั่นมาหลอกขายฉัน” ย่ามาลัยพูดอย่างไม่หายเจ็บปวด

    “คุณพี่ต้องเสียเรือนโบราณ สมบัติของบ้านเราที่เชียงใหม่ ต้องถูกตราหน้าว่าเป็นพวกโกงแผ่นดินของชาติก็เพราะ...” ป้าอังโพล่งไปอย่างไม่หายแค้น ย่ามาลัยเบรกป้าอังให้พอได้แล้ว บอกย่านวลว่า

    “ระหว่างเรา มันไม่มีวันเหมือนเดิม เราขาดกันตั้งแต่วันที่เธอทำลายความไว้ใจของฉันด้วยความเห็นแก่ได้ของเธอ”

    ย่านวลยังอยากคืนดีกับย่ามาลัย อินทนนท์บอกแม่ว่าอย่าพยายามเลย เขาไม่มีทางเผาผีกับบ้านเราแล้ว ย่านวลหยิกลูกชายดุว่าไม่น่าไปพูดอะไรแรงๆกับย่ามาลัยแบบนั้น

    “ก็ต้องใช้วิธีนี้แหละแม่ ไม่งั้นก็ต้องมีคนตายที่นี่” แล้วอินทนนท์ก็ยื่นหน้าไปที่เคาน์เตอร์ สั่ง “ออกมา!”

    ที่แท้อินทนนท์รู้ว่าสิปาดันกับลันตาหลบอยู่หลังเคาน์เตอร์จึงหาเหตุให้ย่ามาลัยออกไปจากร้าน พอเรียกทั้งสองออกมาแล้ว อินทนนท์ถามเข้ม “แกสองคนหนีป้ามาลัยทำไม เอาความจริง!”

    ooooooo

    แม้ผู้ใหญ่จะหมางใจกัน แต่ลันตาที่โตมาด้วยกันกับสิปาดันสนิทกันจนเหมือนทั้งพี่น้องและเพื่อน เมื่ออินทนนท์กับย่านวลพาทั้งสองไปกินผัดไทย เห็นสองคนยังสนิทและแกล้งกันเหมือนเดิม อินทนนท์มองอย่างเอ็นดู เปรยๆว่า

    “รู้จักกันมานานขนาดนี้น่าจะเป็นแฟนกันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยนะ”

    “ไม่มีทาง” ทั้งสองพูดพร้อมกัน ลันตาบอกว่าถึงตนไม่สวยแต่ก็เลือก สิปาดันบอกว่าหล่อขั้นเทพอย่างตนถ้าต้องมีเมียขี้เหร่ปากไม่ดีไม่มีความเป็นผู้หญิงแบบนี้ตนตายเสียดีกว่า เมื่อนั่งคุยกันถึงความรู้สึกดีๆที่มีต่อกันในอดีตแล้ว ทั้งลันตาและสิปาดันต่างก็อยากรู้สาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์สองครอบครัวแตกหักถึงขั้นไม่เผาผีกันแบบนี้ แต่ถามทีไรก็ได้รับคำตอบว่าโตแล้วจะเล่าให้ฟัง จนวันนี้สิปาดันถาม อินทนนท์ก็ยังพูดอย่างนี้อีก

    “เล่าไปเถอะ สักวันเด็กสองคนนี้ก็ต้องรู้ แม่แข็งแรงพอที่จะพูดถึงมันแล้ว” ย่านวลบอก อินทนนท์จึงเล่าว่า...

    “สิบห้าปีก่อน ย่าเอื้องคำเอาโฉนดที่ดินมาขอร้องให้ย่านวลช่วยขายเพราะจะเอาเงินไปฟื้นฟูไร่ที่ขาดทุน ตอนนั้นไร่ของเรายังเป็นแค่ไร่เล็กๆ ย่านวลก็เลยไปขอให้ป้ามาลัยช่วยหาคนซื้อให้ ย่ามาลัยก็เลยไปขอให้แม่เลี้ยงวิภาช่วยรับซื้อไว้...”

    ฝ่ายย่ามาลัยกลับถึงบ้านก็รื้อเอารูปเก่าๆที่ถ่ายกับครอบครัวของย่านวลมาดู ป้าอังเข้ามาเห็นถามว่ายังเก็บรูปเพื่อนทรยศไว้อีกหรือ พูดอย่างเจ็บฝังใจว่า

    “คนเลวๆแบบนั้นจะไปเสียดายทำไม คุณพี่อุตส่าห์ช่วยออกหน้าเอาที่ดินไปขายให้ ทั้งที่แม่เลี้ยงวิภาก็เตือนแล้วว่าพี่นวลคบไม่ได้ คุณพี่ก็ยังออกหน้าเอาบ้านเอาชื่อเสียงตัวเองไปค้ำให้เขา แล้วสุดท้ายโฉนดนั่นก็เป็นของปลอม”

    “ฉันจะทำอะไรหรือรู้สึกยังไง มันก็เป็นเรื่องของฉัน” ย่ามาลัยหน้าตึง

    “คุณพี่! เราโดนฟ้อง เสียชื่อเสียง ต้องย้ายบ้านหนีมาอยู่ที่กรุงเทพฯ แค่นี้ยังไม่ทำให้คุณพี่เข็ดอีกเหรอคะ” ย่ามาลัยพูดเบาๆว่า ออกไป แต่ป้าอังยังติดลม “คุณพี่อาจจะใจอ่อนกับเพื่อนรัก แต่อังขอเตือนว่าเจ็บแล้วต้องจำนะคะคุณพี่”

    “พี่บอกให้ออกไป...” ย่ามาลัยเสียงเข้ม ป้าอังรู้ว่าความโกรธของย่ามาลัยกำลังจะพุ่งแล้วเลยถอยไปเงียบๆ ในขณะที่ย่ามาลัยยังดูรูปที่ถ่ายคู่กับย่านวลอย่างเสียดายเพื่อน แต่ก็ถูกเพื่อนทำเจ็บปวดจนเกินกว่าที่จะอภัยได้

    ooooooo

    ฟังเรื่องราวในอดีตแล้ว สิปาดันถามว่าทำไมย่านวลไม่บอกย่ามาลัยว่าที่ดินนั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่ได้อะไรเลย

    ย่านวลบอกว่าตนพยายามอธิบายหลายครั้งแต่ย่ามาลัยไม่เคยฟังไม่พบหน้า แล้วย้ายเข้ากรุงเทพฯเลย อินทนนท์พูดกับลันตาว่า เธอก็รู้ใช่ไหมว่าลองย่ามาลัยไม่ฟังและยิ่งโกรธด้วยก็หัวชนฝา และหลังจากนั้นไม่นานตนก็ขยายไร่จนมีอย่างทุกวันนี้ ยิ่งทำให้ย่ามาลัยเชื่อว่าเป็นเพราะเงินก้อนนั้น

    “ย่าได้แต่หวังว่าสักวัน...สักวันที่ย่าจะได้ไถ่โทษให้กับมาลัยได้กลับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้ง หวังว่าจะมีวันนั้น”

    “มันต้องมีวันนั้นแน่ครับย่า ผมกับลันตาจะหาทางทำให้เราสองบ้านรักกันเหมือนเดิม” สิปาดันกุมมือย่านวลไว้ ลันตาวางมือตัวเองบนมือสิปาดันอีกต่อหนึ่ง เอ่ยอย่างมุ่งมั่นว่า “สัญญาค่ะ”

    ทันใดนั้น ลันตาเห็นหญิงชาวเขาสองคนกำลังเดินขายเครื่องเงินอยู่อีกด้านหนึ่ง เธอบอกสิปาดันให้เอารูปที่ได้จากวงจรปิดมา พอได้รูปก็วิ่งไปหาหญิงชาวเขาสอคนนั้น สิปาดันวิ่งตามไปด้วย อินทนนท์กับย่านวลมองตาม เขาถามแม่ว่า

    “ถ้าป้ามาลัยคืนดีกับเราจริงๆ แม่ว่าป้ามาลัยจะยอมยกหนูลันให้ไอ้แสบของเราไหม”

    “มันก็ไม่แน่นะ สองคนนี้เขาเป็นคู่กัน แม่กับมาลัยถึงตั้งชื่อว่า สิปาดันกับลันตาไงล่ะ”

    อินทนนท์ปรารภว่าจนป่านนี้สิปาดันยังไม่มีท่าทีชอบลันตาเลย ความหวังของเราคงเป็นหมันแน่ แต่ย่านวลยังมีความหวัง บอกอินทนนท์ว่า “อนาคต อะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าใจไม่ยอมแพ้จริงไหม”

    “ผมเชียร์สุดตัวเลย ขอให้ได้หนูลันเป็นสะใภ้ เถอะ เพี้ยง!”

    ย่านวลมองสิปาดันกับลันตาที่วิ่งตามกันไปด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความรัก

    ooooooo

    มิ้งค์กับพอลช่วยกันดูแลตาหนู ธัญญาเรศนั่งดูที่ห้องรับแขก เธอขอบคุณพอลที่ให้สัมภาษณ์วันก่อน บ่นลันตาว่าไม่น่ารบกวนเขาเลย บอกให้เขากลับไปเสียตนจะช่วยมิ้งค์ดูแลตาหนูเอง

    พอลบอกว่าไม่เป็นไรตนยินดี ธัญญาเรศก็ยังพยายามอีกบอกว่าแต่ถ้าคนอื่นรู้จะไม่ดี ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ในห้องสองต่อสอง ถูกพอลสวนไปว่าก็อยู่ที่ใจคนจะคิดลบหรือคิดบวก ทั้งสองเชือดเฉือนกันนิ่มๆ จนมิ้งค์รู้สึก ไม่สบายใจ ถามพอลว่าอบขนมปังไว้ใช่ไหม ให้ธัญญาเรศ

    อยู่เป็นเพื่อนตนก็ได้ ถ้ามีอะไรจะไปเคาะประตูเรียก แล้วบอกเบาๆว่า “ไปก่อนเถอะคุณ”

    พอพอลออกไป มิ้งค์ขอเข้าห้องน้ำ ธัญญาเรศก็เข้าไปอุ้มตาหนู ตาหนูมองหน้าเธอแล้วร้องไห้จ้าจนมิ้งค์รีบออกมารับไปอุ้มโอ๋จนเงียบ ระหว่างนั้น ธัญญาเรศจิกตามองตาหนูอย่างเกลียดชัง

    ที่ถนนข้าวสาร...ลันตาถือรูปมินที่ได้จากกล้องวงจรปิดไปถามชาวเขาสองคนที่เดินขายของอยู่ว่ารู้จักคนนี้ไหม ทั้งสองทำท่าไม่สนใจ จนลันตากับสิปาดันต้องใช้เงิน จากแบ็งก์ร้อยจนถึงแบ็งก์พันจึงรีดออกมาได้ว่า คนในรูปชื่อมิน เป็นชาวเขาเผ่ามูเซอดำ เพิ่งกลับบ้านไปเมื่อวานนี้เอง บอกแล้วรีบผละไป

    สิปาดันเสียดายไม่ทันได้ถามว่าอยู่ดอยไหน อินทนนท์บอกว่าไม่ยากเดี๋ยวให้ลูกน้องช่วยสืบให้ ส่วนย่านวลถามว่าแล้วตอนนี้เด็กอยู่กับใคร ที่ไหน?

    ลันตา สิปาดัน ย่านวลและอินทนนท์กลับมาที่ห้อง ธัญญาเรศที่พยายามจะแย่งอุ้มตาหนูกับมิ้งค์เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มทักทายทุกคน บอกลันตาว่ามาดูว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง อยากคุยแต่ต้องรีบกลับไปทำงาน ทำทีชวนมิ้งค์กลับด้วยกัน พอลขัดขึ้นว่าเดี๋ยวตนไปส่งเอง ธัญญาเรศจึงจำต้องกลับไปก่อน

    “มีอะไรรึเปล่ามิ้งค์” ลันตาถามเมื่อเห็นบรรยากาศแปลกๆ มิ้งค์บอกว่าไม่มีอะไรและขอตัวกลับ พอลบอกลันตาว่าไม่ต้องห่วง ตนจะส่งให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัย

    ส่งมิ้งค์ถึงบ้านแล้ว พอลถามว่าเธอกับธัญญาเรศมีอะไรกันหรือเปล่า มิ้งค์บอกว่าตนเหนื่อยขอไปพักก่อน

    ooooooo

    ธัญญาเรศกลับถึงคอนโด พบอนุชิตรออยู่ในห้องแล้ว และคอมพิวเตอร์ก็เปิดอยู่

    “เซอร์ไพรส์จริงๆ ที่เห็นคุณที่นี่ ฉันขอเดาว่าคุณคงคิดถึงฉันมาก” อนุชิตไม่เล่นด้วยพูดเกือบเป็นตวาดว่า เอาคลิปเสียงมา ถูกธัญญาเรศพูดอย่างเป็นต่อว่า

    “ใช้เสียงให้นุ่มนวลหน่อยสิคะ คุณควรรู้นะคะว่าอนาคตของคุณอยู่ในมือของฉัน” ถูกอนุชิตเรียกปราม...ธัญ-ญา-เรศ! เธอยียวนว่า “ชื่นใจจริงๆ ที่ได้ยินคุณเรียกชื่อฉันเต็มยศขนาดนี้ ดีค่ะ...จำไว้ให้แม่นๆด้วยว่า ชื่อนี้สำคัญกับคุณที่สุด ไม่ใช่อรขจีหรือยัยลัน!”

    “ผมบอกให้เอาคลิปเสียงมา!”

    ถูกธัญญาเรศลอยหน้ากวนประสาทก็สบถ “โธ่เว้ย!!” แล้วเข้าเขย่าตัวเธออย่างแรงก่อนจะเหวี่ยงไปที่โซฟา คว้ากระเป๋าเธอค้นหาโทรศัพท์กดไล่หาแต่ไม่เจอ หันมาบีบแขนตวาดถามว่าอยู่ไหน!!

    “อยู่กับคนที่พร้อมจะปล่อยมันเป็นข่าวตลอดเวลา ถ้าฉันเป็นอะไรไป”

    “ถ้าผมเป็นข่าว อาก็ไม่ปล่อยคุณไว้แน่!”

    “ฝุ่นผงอย่างฉันเป็นข่าวเดี๋ยวคนก็ลืม แต่พวกเซเลบอย่างคุณ ชื่อเสียงยับเยิน อนาคตก็ย่อยยับ ถ้าคุณไม่อยากให้อนาคตตัวเองดับ ก็ทำตามที่ฉันบอกง่ายๆ...”

    อนุชิตถูกกดดัน จ้องหน้าธัญญาเรศทำนองว่าต้องการ อะไร เธอยิ้มเย้ยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่าโดยสิ้นเชิง!

    ooooooo

    ย่านวลหยอกล้อจนตาหนูหัวเราะเอิ้กอ้าก ย่านวลปรารภว่าผิวดี ไม่น่าเชื่อว่าเป็นลูกชาวเขา ดูเป็นลูกครึ่งมากกว่า

    “แต่มันมีแค่ทางเดียวที่จะสืบที่มาของตาหนูได้ ลันจะพาตาหนูกลับไปหาครอบครัวที่ถูกต้องให้ได้ค่ะ” ย่านวลเสนอให้แจ้งความ “ลันเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวเล็กค่ะคุณย่า อยากจะแน่ใจว่าตัวเล็กจะได้อยู่กับพ่อแม่ที่คิดเลี้ยงดูจริงๆ ไม่ได้คิดจะทำร้าย”

    อินทนนท์เสนอให้แจ้งมูลนิธิที่เขาตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็ก เผื่อจะมีคนแจ้งเรื่องตามหาตัวเล็ก เป็นข้อแนะนำที่ทั้งลันตาและสิปาดันมองหน้ากันอย่างสนใจ

    แต่เมื่อเธอส่งรูปตาหนูไปให้เจ้าหน้าที่ที่เคยสัมภาษณ์ดู เขาบอกว่ายังไม่มีใครแจ้งความหรือตามหาเด็กที่มีลักษณะเหมือนตัวเล็กเลย อินทนนท์สงสัยว่าหรือพ่อแม่ตั้งใจทิ้งเด็ก ย่านวลถามว่าแล้วจะทำอย่างไรต่อ จะให้ทางมูลนิธิจัดการเรื่องนี้ไหม

    “ถ้าทำแบบนั้น ตัวเล็กจะต้องไปอยู่สถานสงเคราะห์เพื่อพิสูจน์สัญชาติ ลันเป็นห่วงเขา ลันตัดสินใจแล้วค่ะว่าลันจะดูแลตัวเล็กเองจนกว่าจะตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงเจอ ลันจะไม่รอเฉยๆ จะตามหาพ่อแม่ของตัวเล็กด้วยอีกทาง ลันช่วยเขาแล้วก็จะช่วยให้ถึงที่สุด”

    ทุกคนเงียบกับความมีน้ำใจและแน่วแน่ของลันตา

    จู่ๆ ตาหนูก็ร้องไห้โยเย ย่านวลสงสัยจะฉี่ ลันตาเปิดดูเอะใจว่าทำไมเป็นผื่นแดง ย่านวลสงสัยจะแพ้แพมเพิร์สคงต้องมาใช้ผ้าอ้อมแทน ลันตาถามว่าใช้ผ้าอ้อมแบบไหนตนจะได้ไปหามา

    ย่านวลเสนอว่าเอาไปให้ย่าเลี้ยงดีกว่า อินทนนท์เห็นด้วย แต่สิปาดันรู้ใจลันตาบอกว่าตนกับลันตาจะเลี้ยงตาหนูเอง ทำให้ลันตาโล่งใจและรู้สึกขอบคุณสิปาดันที่รู้ใจตน

    ย่านวลพูดอะไรเบาๆกับอินทนนท์แล้วจึงบอกทั้งสองว่า

    “เราสองคนดูแลตาหนูต่อไปก็ได้ แต่ถ้าจะเลี้ยงจริงๆ ต้องเลี้ยงให้เป็น”

    ทั้งสองมองหน้าย่านวลยิ้มๆ ทำนองว่าต้องเลี้ยงยังไง

    ระหว่างที่ย่านวลพาไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่ห้างสรรพสินค้านั้น อินทนนท์สังเกตสายตาของสิปาดันที่มองลันตาอ้อนย่านวล เขาเข้าไปถามเบาๆว่าสวยไหม สิปาดันรู้สึกตัวเปลี่ยนสีหน้าแววตาทันที พูดแข็งๆขำๆว่า

    “ถ้าไอ้ลันสวย โลกนี้ไม่มีใครขี้เหร่อีกแล้วล่ะพ่อ”

    “แกนี่มันโง่ มีคนดีๆอยู่ใกล้ตัวดันตาถั่วมองไม่เห็น” อินทนนท์เดินไปหาย่านวลอย่างหงุดหงิด สิปาดันก้มพูดกับตาหนูที่อุ้มอยู่ว่า

    “ยอมตาถั่ว...ดีกว่าเยอะ จริงไหม” แล้วมองไปทางลันตาด้วยความรู้สึกหนักใจ

    ooooooo

    หลังจากไปหาธัญญาเรศเมื่อคืนแล้ว รุ่งเช้าที่บอร์ดติดข่าวของออฟฟิศ ก็มีพนักงานไปยืนอออ่านประกาศกัน มิ้งค์เดินเข้าไปถามว่ามีอะไรหรือทำไมมายืนออกันแบบนี้

    พนักงานไม่ทันตอบ อนุชิตก็พูดแทรกขึ้นว่า “ทุกคนคงเห็นประกาศแล้วว่าคนที่จะมารับตำแหน่งบรรณาธิการคือคุณธัญญาเรศ”

    ธัญญาเรศเดินหน้าเชิดเข้ามามองทุกคนอย่างผยอง พูดอย่างวางอำนาจว่า

    “ขอบคุณค่ะคุณนุ ญ่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ตอนนี้เราต้องรีบทำฉบับครบรอบสามปี ต้องรันงานทั้งหมดให้เร็วที่สุด อีกหนึ่งชั่วโมงเจอกันที่ห้องประชุม ขอให้ทุกคนมาพร้อมกับไอเดีย แล้วพี่จะอธิบายแผนงานให้ฟัง”

    “นุ!” รัชนีเรียกเสียงเข้ม อนุชิตหันไป รู้ว่ารัชนีไม่พอใจ รีบชี้แจงว่า เราต้องรีบทำฉบับครบรอบสามปีต้องหาคนมารันงานทั้งหมด รัชนีนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วหันไปทางธัญญาเรศ “ฉบับครบรอบสามปีของเรา พี่อยากให้เน้นเรื่องความเก่งของผู้หญิงในหลายบทบาท ญ่าช่วยจัดการให้พี่ด้วย”

    ธัญญาเรศยิ้มอย่างผู้ชนะ เพราะนั่นเท่ากับรัชนียอมรับตำแหน่งนี้ของเธอแล้ว หันมองอนุชาติที่ยืนเซ็งอยู่อย่างสะใจ ส่วนอนุชิตจำต้องสั่งพนักงานว่าถ้าเข้าใจกันแล้วก็แยกย้ายไปทำงานได้

    ธัญญาเรศเดินไปถึงหัวมุมเล็กๆก็หยุดรอ มิ้งค์เดินผ่านมา รัชนีเรียกไว้ มิ้งค์เดินไปหา รัชนีสั่ง

    “ไปบอกลันตาให้มาหาพี่ด่วนที่สุด”

    ธัญญาเรศที่แอบฟังอยู่ชักสีหน้าอย่างไม่พอใจมาก

    ooooooo

    ย่านวลพาไปซื้อข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กจนครบแล้วกลับมาแนะนำและสาธิตการเลี้ยงเด็กทุกขั้นตอนให้ลันตากับสิปาดันดูและฟัง

    “เลี้ยงเด็ก ทำไมมันถึงได้เยอะแยะจุกจิกอย่างนี้ล่ะครับย่า” สิปาดันถาม แต่พอย่านวลบอกว่าถ้าไม่ไหวย่าจะเอาไปเลี้ยงเอง ลันตาก็รีบบอกว่าไหว ตนเลี้ยงเด็กได้ สิปาดันเลยเปลี่ยนท่าทีเป็นแข็งขันว่า “ขับเครื่องบินยากกว่านี้เยอะ”

    “มั่นใจก็ดีแล้วเรื่องชาวเขาพ่อจะสืบให้ พวกแกจะขึ้นไปเมื่อไหร่ก็บอก” แล้วหันไปชวนคุณย่ารีบไปเดี๋ยวตกเครื่อง

    พอสิปาดันไปส่งคุณย่ากับอินทนนท์ ลันตาก้มหยอกตาหนูในอ้อมกอดว่า

    “น่ารักขนาดนี้ ไม่น่ามีคนใจร้ายกับหนูได้ลงคอ เลยนะ”

    ไปถึงสนามบินแล้ว สิปาดันยังติดใจที่เห็นอินทนนท์กระซิบอะไรกับคุณย่าที่คอนโด ถามว่าเมื่อกี้พ่อกระซิบอะไรกับย่า

    “ก็บอกว่า มันเป็นโอกาสดีที่ไอ้บื้ออย่างแกจะได้ใกล้ชิดหนูลัน ขวัญใจบ้านเราน่ะสิ”

    “ไอ้ที่พ่อคิดมันเป็นไปไม่ได้หรอก เราเป็นเพื่อนกัน มานานนะพ่อ นานมาก อยู่กันไปแบบนี้ก็ดีแล้ว”

    “แกนี่มันไม่ได้ดั่งใจพ่อเลย”

    “ช่างเถอะน่า อย่าไปบังคับใจสิปาเลย แต่ถ้าวันไหน มีใครมาคาบไปแล้วอย่ามาร้องไห้กับตักย่าแล้วกัน” สิปาดันทำเป็นพูดติดตลกว่า ร้องไห้ดีใจที่ลันตาขายออกน่ะเหรอตนจะจุดพลุฉลองเลย ถูกอินทนนท์ดักคอว่าแบบนี้เขาเรียกว่าไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ย่านวลกอดสิปาดันบอกว่า “ย่าแค่อยากให้แกมีผู้หญิงดีๆเป็นคู่ชีวิต แต่ถ้าแกไม่ชอบหนูลัน ย่าก็ไม่บังคับ ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่นี่นะ ย่า ไปก่อนนะ”

    ส่งย่านวลกับพ่อไปแล้ว สิปาดันถอนใจแบบ...รู้ว่าลันตาเป็นคนดีแต่เขาไม่รักเราจะทำยังไงได้...

    ooooooo

    มิ้งค์ไปบอกลันตาตามที่รัชนีสั่ง เล่าให้ลันตาฟังถึงประกาศเมื่อเช้านี้ ลันตาถามมิ้งค์อย่างไม่อยากเชื่อว่า

    “บรรณาธิการหนังสือเล่มใหม่ของพี่นี พี่นีบอกมิ้งค์เหรอ?”

    “เปล่าค่ะ แต่พี่ๆที่ออฟฟิศเขาเม้าท์กันว่า พี่นีกำลังวางแผนจะลาออกจาก Trendy แล้วเปิดหนังสือของตัวเอง มิ้งค์ก็เลยเดาๆเอา แล้วพี่จะไปหาพี่นีเมื่อไหร่คะ”

    ลันตาบอกว่าไม่ไป มิ้งค์ถามว่าทำไม พี่นีเขาง้อแล้วนะ

    “จะไม่มีใครคิดว่าพี่ได้ตำแหน่งนี้มาเพราะความสามารถ พี่ทนไม่ได้ที่จะถูกมองว่าได้ดีเพราะผู้ชายให้” มิ้งค์ติงว่าแต่เป็นเป้าหมายของเธอไม่ใช่หรือ “เป้าหมายที่ไม่ผ่านอุปสรรค มันไม่มีค่าหรอกมิ้งค์ คนทำงานที่ได้ตำแหน่งมาง่ายๆก็จะไม่มีวันได้สัมผัสคำว่าภูมิใจไปตลอดชีวิต”

    “เท่มากเลยพี่ลัน สมเป็นไอดอลมิ้งค์จริงๆ งั้นมิ้งค์บอกว่าพี่ไปทำงานต่างจังหวัดเหมือนที่พี่บอกคุณย่ามาลัยแล้วกันนะ” ลันตาบอกว่าเมื่อวานเกือบเจอคุณย่า มิ้งค์ถามว่าเจอแล้วทำไมหรือ “ก็พี่โกหกว่าอยู่เชียงใหม่ ขืนเจอกันที่กรุงเทพฯพี่ก็ตายน่ะสิ”

    ทันใดนั้นเสียงมือถือลันตาดังลั่นขึ้น ลันตาดูหน้าจอแล้วหายใจลึก บอกมิ้งค์ว่าคุณย่า แล้วทำเสียงร่าเริงทัก

    “สวัสดีค่ะคุณย่า รู้ได้ยังไงว่าลันคิดถึง” คุณย่าถามว่าเธออยู่ไหน “อยู่...อยู่บนดอยค่ะ วันนี้เขามาถ่ายวีดิโอพรีเซนต์กันบนดอย” คุณย่าถามปรามๆว่าแน่ใจนะว่าอยู่บนดอย “ค่ะ...ย่ามีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมถามแปลกๆ” ลันตาชักใจไม่ดี

    คุณย่าบอกให้เอาที่อยู่ที่เชียงใหม่มา เธอถามว่าจะเอาไปทำอะไรหรือ คุณย่าบอกเธออยู่ไกล ย่ากับป้าเป็นห่วงว่าจะขึ้นไปเยี่ยม ลันตาตกใจรีบบอกว่า

    “ไม่ได้นะคะ” คุณย่าดักคอว่าหรือเธอไม่ได้อยู่เชียงใหม่ “อยู่ค่ะ...แต่ย่าเคยพูดตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อนว่าจะไม่กลับมาเหยียบเชียงใหม่อีกนี่คะ อีกอย่างลันไม่อยากให้ย่ากับป้าต้องลำบากมาหาลันถึงที่นี่ ลันทำงานอีกไม่นานก็เสร็จแล้วค่ะ”

    คุณย่าถามว่านานแค่ไหน ลันตานิ่งไปอึดใจ บอกว่าขอเวลาแค่สองเดือนเสร็จแล้วจะรีบกลับ คุณย่ายื่นคำขาดว่าให้เวลาแค่เดือนเดียว ถ้ากลางเดือนหน้าไม่กลับมาจะขึ้นไปหาที่เชียงใหม่ เมื่อถูกคุณย่ายื่นคำขาดและจะมาให้ได้ ลันตาจำต้องรับปากว่าเดือนเดียวก็ได้ ตนจะรีบเคลียร์งานและรีบกลับ

    “ลันตา...รู้ใช่ไหมว่าย่าเกลียดที่สุดคือคนโกหก ย่าปล่อยให้แกไปไกลหูไกลตา เพราะว่าย่าไว้ใจว่าแกจะไม่ออกนอกลู่นอกทาง”

    “ย่าเชื่อใจลันได้เลยค่ะ ลันจะทำแต่เรื่องที่ถูกต้อง” ลันตาตอบอย่างมั่นใจว่าเรื่องตาหนูตนไม่ได้ทำอะไรผิด คุณย่าพูดทิ้งไว้ว่าอย่าทำให้ย่าผิดหวังนะลัน แล้ววางสาย ลันตาวางสายแล้วสีหน้าหนักใจเพราะรู้ตัวว่าทำผิดที่โกหกย่า บอกมิ้งค์ว่าเหลือเวลาแค่เดือนเดียว ตนจะนั่งรอเฉยๆไม่ได้แล้ว มิ้งค์ได้แต่มองอย่างเดาไม่ออกว่าลันตาจะทำอย่างไรต่อไป

    ooooooo

    ลันตารอจนสิปาดันกลับ เธอบอกว่ามีเรื่องจะปรึกษาหน่อย ถามว่าพรุ่งนี้ว่างไหม แต่ยังไม่ทันพูดอะไรกัน ภูมิเพื่อนของสิปาดันก็โทร.เข้ามา

    “ว่าไงภูมิ...พรุ่งนี้ฉันมีไฟลท์ไปกัวลาลัมเปอร์ว่ะ คืนนี้ไม่ออกไปแล้ว เออ...” สิปาดันวางสาย หันมองลันตาอย่างใช้ความคิด ถามว่าเมื่อกี้ถามว่าอะไรนะ ลันตา ถามว่าพรุ่งนี้เขาบินไปไหน ไปนานไหม เขาบอกว่าไฟลท์กระแทกหมอนคือบินไปถึงแล้วได้นอนพักเจ็ดชั่วโมงก่อนบินกลับ บอกว่าเทกออฟสี่โมงเย็น

    ลันตาคำนวณเวลาแล้วเขาจะกลับมาพรุ่งนี้ตอนหกโมงเย็น ถามว่ากลับมาแล้วมีบินต่อไหม เขาบอกว่ามีบินพวงสามตุ้บย่างกุ้ง เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ถามว่า ถามทำไมมีอะไรหรือเปล่า

    ลันตาไม่อยากให้เขากังวล เฉไฉว่า “แค่อยากรู้ จะได้แบ่งเวรเลี้ยงตาหนูเท่านั้นเอง” พอสิปาดันจะถามต่อ ก็พอดีตาหนูร้องขึ้นมาเธอจึงขอไปเปลี่ยนผ้าอ้อม บอกเขาให้ไปพักผ่อนเถอะ

    สิปาดันเดินเข้าห้องอย่างไม่สงสัยอะไร ลันตามองตามคิดหนักว่า...

    “สิปาไม่ว่าง...ต้องหาตัวช่วยเสียแล้ว”

    ooooooo

    โชคดีเมื่อลันตามาปรึกษาแพท เป็นช่วงที่กีรติกับแพทต้องไปเก็บข้อมูลเพื่อทำนิตยสาร Sky ให้ทันออกก่อนเดือนเมษา กีรติได้ยินแพทคุยกับลันตา เขาเสนอให้ไปด้วยกันกับตนเลย

    แพทแปลกใจที่ลันตารู้จักกีรติ ลันตาบอกว่าคุณกบ คือกีรติเป็นเพื่อนกับสิปาดัน กีรติพูดอย่างยินดีว่า

    “ถ้าคุณลันจะขึ้นดอยไปตามหาคน ผมก็จะพาไป ยังไงเราก็ต้องขึ้นดอยอยู่แล้ว ทำงานด้วยช่วยคุณลันด้วย ผมโอเคนะ”

    “ถ้าไม่รบกวนการทำงานคุณมาก...ขอบคุณมากค่ะคุณกบ” ลันตามองกีรติอย่างมีความหวัง ในขณะที่แพทมองกีรติรู้สึกว่าเขาแปลกๆกับลันตา

    ฝ่ายสิปาดัน หลังจากฟังทั้งพ่อและย่านวลลุ้นให้รักชอบกับลันตา ชี้ให้เห็นถึงความดีความสวยของลันตาแล้ว วันนี้เขาเริ่มมองเธอด้วยสายตาที่ต่างจากเดิม ยิ่งเมื่อเธอ หยอกล้อเพื่อให้เขาคลายเครียด ก็ยิ่งทำให้สิปาดันรู้สึกดี

    เช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนออกไปทำงานเขาให้เงินเธอไว้ห้าพันบาทบอกให้เก็บไว้ติดตัวเผื่อฉุกเฉินและถ้ามีอะไรโทร.เข้าเครื่องตนได้ตลอดเวลา บอกว่าเสร็จงานแล้วจะรีบกลับ ท่าทีที่อ่อนโยนห่วงใยของสิปาดันทำให้ลันตาเองก็ประทับใจ

    ลันตาฝากตาหนูไว้กับพอลและมิ้งค์ให้ช่วยกันดูแล มิ้งค์โทร.บอกลันตาว่าเสร็จงานปุ๊บจะรีบไปช่วยดูแลตัวเล็กให้เลย อวยพรให้ลันตาหาญาติตัวเล็กให้เจอด้วย ธัญญาเรศแอบได้ยินมิ้งค์คุยก็จิกตาอย่างร้ายกาจ

    สิปาดันไปถึงกัวลาลัมเปอร์แล้วก็โทร.หาลันตาด้วยความเป็นห่วง เธอไม่รับสายเขาจึงโทร.หาแพท แพทก็ไม่รับสาย เขาจึงโทร.หาเกตุเจ้าหน้าที่ฟร้อนต์ที่คอนโดขอพูดกับ รปภ.จึงรู้ว่าลันตาไม่อยู่ออกไปตั้งแต่เย็นเห็นขนกระเป๋าไปด้วยแต่ไม่ได้แจ้งว่าไปไหน บอกยี่ห้อและทะเบียนรถให้อย่างละเอียด สิปาดันฟังแล้วเครียดพึมพำ “ออกไปไหนนะลัน!”

    ฟังจาก รปภ.แล้วสิปาดันรู้ว่าลันตาไปกับกีรติ เขาโทร.เข้ามือถือกีรติ พอรู้ว่าลันตาเดินทางไปด้วยจริงๆ ก็ถามว่าจะพาลันตาไปไหน ฟังกีรติแล้วก็บ่นอย่างหงุดหงิด “ทำไมต้องรีบขึ้นไปพร้อมแกด้วย”

    ระหว่างเดินทางไปด้วยกัน แพทดูออกว่ากีรติเอาอก เอาใจลันตาเป็นพิเศษ พอพักที่ปั๊มน้ำมันเธอถามตรงๆว่า

    “คุณชอบเพื่อนฉันเหรอ”

    “ครับ ผมชอบคุณลัน” กีรติตอบอย่างไม่ลังเล แพทบอกว่าลันตามีคนรักอยู่แล้วอย่ายุ่งกับเพื่อนตนดีกว่า กีรติพูดอย่างไม่ยอมแพ้ว่า “ให้คุณลันเป็นคนเลือกเองดีกว่าครับ แต่คนอย่างผม ถ้าคิดจะสู้แล้วไม่ถอยแน่นอน”

    ธัญญาเรศไม่เพียงจ้างคนมาถ่ายรูปตอนลันตาออกเดินทางไปกับกีรติและแพทเท่านั้น หากยังจ้างนายชัยไปดักปาหินใส่รถกีรติจนกระจกแตก แต่ บก.อธิปก็ส่งรถของบริษัทไปเปลี่ยนให้จนเดินทางต่อไปได้

    เมื่อธัญญาเรศได้รับรายงานว่าแผนการของตนไม่อาจขัดขวางการเดินทางของลันตาได้ก็สบถอย่างหัวเสียและคิดหาทางขัดขวางลันตาให้ได้

    ooooooo

    ไปถึงเชียงใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้น กีรติลงมือทำงานทันที ชี้ให้แพทดูกว้างๆว่าที่นี่เป็นจุดพักข้างทาง แพทโวยว่าจะไม่ชี้จุดหรือว่าต้องการตรงไหนบ้าง

    “ก่อนมาที่นี่ คุณพรีเซนต์ว่าคุณเป็นมืออาชีพ ถ้าต้องให้ผมบอกทุกเรื่องจะนับว่าเป็นมืออาชีพไหม”

    ลันตาเห็นทั้งคู่ง่องแง่งใส่กันก็พูดกับแพทว่าแบบนี้ถึงจะสมน้ำสมเนื้อกับเธอ แพทระแวงย้อนถามว่า

    “อย่าบอกว่าแกปลื้มตานี่เข้าแล้ว”

    “ปลื้ม?” ลันตาทำเสียงสูงขำๆ “ฉันแค่ชื่นชมที่เขาแก้ปัญหาได้เก่งดีไม่งั้นฉันคงไม่ได้มาสืบเรื่องตัวเล็กแน่ๆ ฉันยังเข็ดกับเรื่องอนุชิตไม่หาย ไม่คิดจะสปาร์กกับใครง่ายๆ หรอกน่า ไปทำงานได้แล้วไป”

    เช้าวันเดียวกันสิปาดันกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิเขากลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วบ่ายหน้าไปดอนเมืองทันที

    แพทเตือนลันตาให้โทร.บอกสิปาดันเสียเขาจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง ลันตาพูดขำๆ ว่าเขาไม่หวงหรอกกลับมาไม่เห็นตนเขาก็นัดปาร์ตี้สาวๆที่คอนโดแล้ว

    ระหว่างที่แพทถ่ายรูปเก็บบรรยากาศนั้น เธอเห็นนายชัยที่จำได้ติดตาว่าเป็นคนที่มายืนดักริมถนนปาหินใส่รถ เธอเก็บภาพมันไว้ มันรู้ตัวรีบขึ้นรถขับหนีไป

    ธัญญาเรศอยากรู้ว่านายชัยทำงานสำเร็จหรือไม่ เธอเรียกมิ้งค์ไปทำทีคุยโน่นนี่นั่น แล้วเลียบเคียงถามถึงลันตาเรื่องเก็บตาหนูมาเลี้ยงว่าเป็นอย่างไรบ้าง มิ้งค์ออกตัวว่าตนเป็นเด็กไม่กล้าถาม บอกว่าเธอเป็นเพื่อนน่าจะถามง่ายกว่า

    แม้กีรติจะชอบลันตาและดูเหมือนจะทำตัวเป็นขมิ้นกับปูนกับแพท แต่เมื่อแพทถ่ายรูปอาหาร เธอจัดพริกในจานให้สวยแล้วเผลอเอามือปัดผมไปถูกตาเข้าเลยปวดแสบปวดร้อน เขารีบมาดูแลเอาน้ำล้างให้อย่างห่วงใยจนแพทรู้สึกดีกับเขา

    ส่วนลันตามาถึงเชียงใหม่ก็อดไม่ได้ที่จะไปเยี่ยม- เยือนถิ่นเก่า อันดับแรกคือโรงเรียนมัธยมที่เคยเรียน สิปาดันเดาใจเธอออก พอมาถึงเขาไปหาเธอที่นั่น พอเจอก็ตัดพ้อต่อว่ากันตามประสา แต่ที่ตื่นเต้นมากคือพวกรุ่นน้องพอรู้ว่าลันตากับสิปาดันมาก็กรูกันมาหา

    “พวกพี่เป็นไอดอลพวกผมเลยนะ ผมอยากจะคว้าแชมป์ประเทศเหมือนที่พวกพี่เคยทำได้บ้าง แต่คงได้แค่ฝัน” เด็ก ม. 5 คนหนึ่งเอ่ยอย่างตื่นเต้น แล้วน้องๆ ก็ให้ลันตาเตะบอลให้ดู ลันตาจึงเตะให้ดู แต่ลูกบอล

    พุ่งไปที่หน้าต่างห้องพักอาจารย์กระจกแตก อึดใจเดียว ครูชาญยุทธก็ถือบอลลงมาถามหาคนเตะ

    พอเห็นลันตา ครูดีใจถามว่าสบายดีหรือ คุณย่าเป็นอย่างไรบ้าง ฝากบอกท่านด้วยว่าเด็กๆที่ท่านเคยให้ทุนหลายๆ คนถามถึงท่านด้วยความเคารพเสมอ รวมทั้ง ครูเองด้วย ระหว่างนั้นสิปาดันซัลโวบอลเข้าประตู ลันตาหันไปเห็นก็กรี๊ดดีใจ เขาวิ่งมาอุ้มเธอด้วยความเคยชิน ครูชาญยุทธแซวว่านี่แข่งกับรุ่นน้องไม่ใช่ทีมชาติ ดีใจเกินไปหรือเปล่า

    ออกจากโรงเรียน ทั้งหมดพากันไปไหว้อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย สิปาดันกันกีรติที่มาชวนลันตาไหว้แล้วตัวเองก็ไปไหว้คู่กับลันตา บอกให้กีรติไปไหว้กับแพทเพราะเขาไม่ให้ไหว้สามคน ขณะไหว้คู่กับลันตาสิปาดันอธิษฐานว่า

    “ขอให้ผมสมหวังในทุกสิ่งที่ตั้งใจ”

    แพทแอบถ่ายรูปทั้งคู่ไว้หลายมุม ก่อนจะไปไหว้พระธาตุต่อ ลันตาชี้ให้แพทดูเทียนคู่ของตนกับสิปาดันที่เอียงเข้าหากันอย่างตื่นเต้น สิปาดันแอบดูเทียนด้วยความดีใจ

    ไหว้พระธาตุแล้ว สิปาดันชวนไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอย่างรู้ใจลันตา กีรติถามว่าทำไมต้องมาที่นี่ ทำบุญวันเกิดหรือ ลันตาตอบอย่างไม่ขัดเขินว่า

    “ฉันเกิดที่นี่ค่ะ ฉันถูกทิ้งไว้ที่นี่ตั้งแต่ไม่กี่เดือนคุณย่ามาลัยก็มารับฉันไปอุปการะค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันเลิกรันทดกับชีวิตตัวเองไปนานแล้ว แล้วฉันก็ดีใจที่ฉันได้เป็นลันตาแบบนี้ ดีใจที่ได้เจอคุณย่า เจอสิปา แพทและเพื่อนๆ น้องๆทุกคน เลือกใหม่ได้ ฉันก็ขอเป็นลันตาคนนี้เหมือนเดิมค่ะ”

    ลันตายังเล่าความหลังที่เธอพกริบบิ้นสีแดงติดตัวเสมอว่า “วันที่ย่าเจอฉัน มีริบบิ้นสีแดงผูกโบรัดผ้าอ้อมไว้กับตัวฉันไม่ให้หลุด โบสีแดงแทนความหมายว่าของขวัญที่มีค่า ย่าบอกว่าฉันคือของขวัญของย่า ย่าสอนวิธีคิดบวกให้กับฉัน ฉันไม่เคยรู้สึกว่ามันเป็นปมด้อย เพราะฉันมีคนที่รักฉันเป็นของขวัญค่ะ ฉันมีความสุขที่ได้เป็นผู้ให้และได้ของขวัญเหล่านั้น”

    ลันตาเอาริบบิ้นสีแดงผูกของขวัญให้เด็กๆ พูดอย่างมีความสุขว่า

    “ถ้าการให้มันทำให้คนรับมีความสุขขนาดนี้ ฉันก็อยากให้ทุกคนที่ฉันเจอมีความสุขเหมือนกัน แม้แต่ดอกไม้แห้งๆ มันก็เป็นของขวัญที่งดงามได้ หามุมที่สวยงามของมันให้เจอเท่านั้นเอง”

    ที่เชียงใหม่นี่เอง สิปาดันเจอกับมะนาวคนรักเก่าที่เลิกกันเพราะเธอคิดว่าเขารักลันตา แต่เมื่อวันนี้รู้ว่าทั้งสองยังคงคบกันอย่างเพื่อน เธอที่ยังทำใจไม่ได้ก็อ่อยว่า

    “ลันตากับสิปาเป็นเพื่อนกันก็ดีแล้ว เรื่องเก่าๆมันจบไปแล้ว แต่เราก็เริ่มเรื่องใหม่กันได้ใช่ไหม...สิปา”

    ลันตาขอตัวไปเดินเล่นเพื่อทั้งสองจะได้คุยกันแต่สิปาดันขอไปด้วยอ้างว่าแพทคงทำงานเสร็จแล้ว บอกมะนาวว่าแล้วค่อยเจอกันนะ มะนาวมองตามพึมพำอย่างหมายมาด...

    “เราต้องได้เจอกันแน่!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:07 น.