ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    รักต้องอุ้ม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "รักต้องอุ้ม"

    เช้าวันรุ่งขึ้น เสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือของสิปาดันดังขึ้น พอลืมตาเห็นลันตานอนซุกอยู่ข้างตัว ความรู้สึกลึกๆที่ซ่อนอยู่แว่บขึ้นมานิดหนึ่ง พอลันตาขยับตัวเขารีบพลิกตัวไปอีกด้านทันที

    ลันตาเอาเท้าเขี่ยที่ขาเขาปลุกให้ตื่น เขางัวเงียงอแงว่าอีกห้านาที เลยถูกเตะป้าบสั่งลุกขึ้นมาช่วยดูตาหนูตนจะไปชงนม พอชงนมมาให้ตาหนู ลันตานั่งดูตาหนูดูดนมอย่างมีความสุข สิปาดันเสนอว่าให้เอาเด็กไปสถานสงเคราะห์ดีกว่า ลันตาไม่ยอม บอกเขาว่า “เราจะเลี้ยงเขาเอง”

    “เรา?!” สิปาดันทวนคำหน้าเหวอ เธอตัดบทว่าตามนั้น เขาไม่ยอม เธอย้ำว่า “ฉันจะเป็นแม่ของตาหนู ส่วนแกเป็นพ่อ” สิปาดันหน้าเหวอเหมือนถูกผีหลอก ลันตายิ้มยักคิ้วแผล็บแบบว่า ตามนั้นแหละ

    สายๆ สิปาดันแต่งเครื่องแบบครึ่งท่อนจะออกไปทำงาน เขาถามลันตาว่ามานอนที่คอนโดตนทั้งคืนคุณย่าเธอรู้รึเปล่า สิ้นเสียงถามมือถือลันตาก็ดังขึ้น เธอดูหน้าจอบ่น “ไอ้สิปา แกทักทำไมวะ” แล้วทำเสียงสดชื่นรับสาย “ค่ะคุณย่า”

    ลันตาถูกคุณย่าโทร.มาจับผิดถามว่าเมื่อคืนไม่ได้นอนที่บ้านใช่ไหม? ไปไหน? เธอปากแข็งว่านอน ถูกคุณย่าจับเท็จว่าเตียงไม่มีรอยยับซ้ำมุมที่ย่าพับไว้ก็ยังเป็นเหลี่ยมเก้าสิบองศาเหมือนเดิม! แต่ลันตาก็เอาตัวรอดจนได้ บอกคุณย่าว่าเมื่อคืนทำงานดึกเผลอหลับไปที่พื้น เช้านี้มีงานด่วนงานยุ่งมากเลย

    “ถ้าแกไม่ได้โกหกก็เปิดแอพตามตัวให้ย่าเดี๋ยวนี้!” คุณย่าสั่ง ลันตามองสิปาดันแบบขอความช่วยเหลือ เขาไปหยิบถุงกรอบแกรบมาขยำขยี้ตรงโทรศัพท์เกิดเสียงรบกวน ลันตาทำเป็นไม่ได้ยินเสียงคุณย่าแล้วกดวางสายเลย แต่คุณย่าไม่เชื่อพึมพำว่า คิดจะหนีพ้นเหรอ จิกตาแบบต้องจับตัวมาให้ได้!

    ลันตาบ่นกับสิปาดันว่าเคลียร์กับคุณย่าเหนื่อยยิ่งกว่าทำงานเป็นร้อยเท่า ถามเขาว่าวันนี้มีบินไปไหน พอรู้ว่าแค่บินไปเชียงใหม่ ย่างกุ้ง กรุงเทพฯก็บอกว่า

    “งั้นมืดๆก็กลับมาแล้วใช่ไหม อย่าไปแรดที่ไหนล่ะ กลับมาช่วยกันดูแลลูก”

    “ไอ้เด็กนี่ไม่ใช่ลูกฉัน แกอย่าเอาไปพูดให้คนอื่นเข้าใจผิดๆนะ”

    ลันตาตัดบทว่ารีบกลับมาก็แล้วกันเพราะวันนี้ตนต้องกลับบ้าน สิปาดันถามว่าแล้วไม่ไปทำงานหรือ จึงรู้ว่าเธอลาออกแล้ว เขาถามว่าบ้าหรือเปล่าลาออกทำไมก็ไหนว่าปีนี้จะเป็นบรรณาธิการให้ได้ไม่ใช่หรือ ลันตาเสียงอ่อยว่าก็ไม่ได้อยากออก พอเขาถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอเบือนหน้าหนีบอกว่าไม่มี สิปาดันจับหน้าเธอให้หันมาถาม

    “ลัน...แกทำงานเป็นบ้าเป็นหลังตลอดสองปีมานี่เพราะอยากเป็น บก.ไม่ใช่เหรอ ใครทำอะไรแก...บอกฉัน”

    ลันตาประสานสายตาเขาพยายามจะทำเป็นเข้มแข็งแต่แล้วทุกอย่างก็พังทลายต่อมน้ำตาแตกทะลักออกมาจนสิปาดันตกใจ กอดปลอบ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ...

    ooooooo

    วันนี้แพทเอาต้นฉบับไปส่งธัญญาเรศแล้วจะลาครึ่งวันไปหาลันตา แต่พอแพทจะออกไป ธัญญาเรศเรียกไว้บอกว่าต้นฉบับนี้คงไม่ได้ใช้ แพทถามว่าทำไมหรือ

    “ตั้งแต่ฉบับหน้า ฉันจะยุบ Trendy trip เพราะจะเพิ่มหน้าโฆษณาตามที่ฝ่ายขายแนะนำ” แพทถามว่าแล้วจะให้ตนไปทำอะไร “คอลัมน์บิวตี้ว่างอยู่ แกทำอันนั้นก็แล้วกัน”

    แพทโกรธเพราะตนทำเรื่องกินเรื่องเที่ยวมาตลอด เรื่องโป๊ะหน้ามันไม่ใช่ทางของตน บอกว่า “ฉันไม่ทำ”

    “แกต้องทำ...เจ้านายสั่งมาฉันจำเป็นจริงๆ นะทำๆไปเถอะ ก็แค่งานแลกเงิน”

    “ฉันทำงานแลกเงินจริง แต่จะไม่ฝืนใจทำสิ่งที่ไม่เหมาะกับฉัน ฉันไม่ทำ!”

    แพทกับธัญญาเรศจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร

    แพทยอมหักไม่ยอมงอ เธอไปทำงานที่สำนักพิมพ์ Sky อธิป ผู้จัดการฝ่ายผลิตแสดงความยินดีต้อนรับเธอ แจ้งเธอว่า “นอกจากเงินเดือน โบนัส เรามีเบี้ยเลี้ยงออกภาคสนาม ส่วนอุปกรณ์พวกเลนส์พิเศษเบิกใช้ของออฟฟิศได้”

    อธิปแจ้งว่าจะให้เธอทำงานคู่กับนักเขียนมือต้นๆ ของที่นี่ จะได้ศึกษาวิธีการทำงานของทางนี้ ถามว่าเธอมีปัญหาไหม เธอบอกไม่มี พอดีกีรติคนที่อธิปจะให้เธอทำงานคู่กันเข้ามา พอกีรติกับแพทเห็นกันต่างก็อึ้ง อธิปถามว่ารู้จักกันแล้วหรือ

    แพทฟังอธิปพูดถึงผลงานของกีรติมากมาย บอกแพทว่าเธอเป็นช่างภาพคนใหม่ ส่วนกีรติเป็นนักเขียนมือหนึ่ง เดินทางมาแล้วหลายประเทศ ประสบการณ์แน่น เขาจะช่วยสอนงานเธอได้อย่างดี ย้ำว่า คุณทั้งคู่จะเป็นคู่หูในการทำงานถ้ามีปัญหาอะไรให้รีบบอก อะไรที่เป็นอุปสรรคกับงานตนจะเคลียร์ออกหมด ถามว่ามีปัญหาไหม

    แพทบอกว่าตนไม่มีปัญหา ส่วนกีรติพูดอย่างวางเขื่องว่าไม่มีปัญหาตนจะเทรนด์ให้เอง อธิปพูดยิ้มๆว่า

    “ฟังกีรติอธิบายงานเสร็จแล้ว คุณก็ไปรายงานตัว ทำบัตรพนักงาน แล้วก็ฟังระเบียบในการทำงานจากฝ่ายบุคคล ที่นี่เราอยู่กันแบบสบายๆ แต่อย่านอกกรอบจนเป็นปัญหา”

    “ค่ะ” แพทรับคำหวั่นๆ แล้วลุกตามกีรติไป พอไปถึงโต๊ะทำงานของแพท กีรติชี้ให้ดู แพทถามว่าตนต้องทำอะไรยังไงบ้าง ถูกกีรติเย้ยว่านี่เป็นคำถามของคนที่เคยผ่านงานนิตยสารมาแล้วหรือ? “ที่ฉันถามเพราะฉันไม่รู้ว่าไอ้ที่ฉันศึกษามาเล่มไหนที่เป็นฝีมือคุณ จะได้รู้ว่าพี่เลี้ยงที่จะสอนงานฉันเขียนหนังสือมากี่เล่ม จะมีปัญญาอะไรมาสอนฉัน”

    กีรติรู้ว่ากำลังถูกแพทลองของ เขาหันไปค้นหนังสือมาสิบกว่าเล่มบอกว่าผลงานตนมีแค่นี้ไม่รู้ว่าสติปัญญาจะพอสอนเธอไหม แพทยิ้มเยาะว่า

    “จำนวนที่มาก มันไม่การันตีคุณภาพหรอกนะ มันต้องดูเนื้อใน”

    ทั้งสองเชือดเฉือนกันอย่างไม่มีใครยอมใคร กีรติบอกว่าเราเป็นคู่หูกัน เธอต้องรู้จักงานของตนเห็นภาพเดียวกับตน แล้วพรุ่งนี้เราจะคุยเรื่องการบ้านที่ต้องไปพรีเซนต์กับพี่อธิป แพทถามว่ามันเป็นหน้าที่ของนักเขียนไม่ใช่หรือ กีรติย้ำว่ามันเป็นหน้าที่ของ “ทีม” ถ้าเธอมีปัญหาตนคุยกับพี่อธิปได้ แพทถามว่าขู่ตนหรือ

    “ผมเป็นนักเขียนที่มีเรื่องมากที่สุดแล้ว ถ้ากับผมคุณยังมีปัญหา คิดว่าพี่อธิปจะเอาคุณไว้ไหมล่ะ ถ้าไม่กลัวตกงานก็ตามใจ”

    แพทมองหน้าถามว่าเขาเป็นลูกคนเล็กใช่ไหม กีรติบอกว่าใช่ ถามทำไม

    “ก็ไอ้ที่คุณพยายามจะโชว์เหนือใส่ฉัน มันทำให้ฉันคิดว่าคุณคงเป็นพวกมีปม โดนกดมาทั้งชีวิตเลยต้องเก็บมาระบายใส่ทุกคนเพื่อลบปมตัวเอง”

    กีรติชักสีหน้าถามว่าเธอจะเป็นช่างภาพหรือจิตแพทย์กันแน่

    “แสดงว่าเป๊ะ” แพทสะใจมองหนังสือถามว่าต้องอ่านหมดใช่ไหม เขาพยักหน้า แพทยิ้มอุ้มหนังสือทั้งหมดเดินออกไป

    กีรติมองตามไม่ได้โกรธแต่รู้สึกโดนใจกับความแสบของแพทมาก

    ooooooo

    พอสิปาดันได้ฟังลันตาเล่าเรื่องอนุชิต ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟจะไปตั๊นหน้า ลันตารั้งไว้เตือนสติว่าไม่คุ้มที่เขาจะเอาอนาคตไปแลกกับเรื่องแค่นี้

    อย่าเสียมือและอย่าทำให้เสียอนาคตกัปตันที่เขามุ่งหวังเลย

    “ลัน แกรักไอ้อนุชิตหรือเปล่า”

    ลันตาบอกว่าเปล่า ที่คบเพราะตนไม่เคยมีแฟน กับอนุชิตก็แค่เคลิ้มๆบ้างแต่ไม่ได้รัก บอกเขาว่า

    “ฉันไม่ได้ง่ายอย่างที่แกคิดหรอก” สิปาดันขยี้หัวลันตาบอกให้รอที่นี่ทำงานเสร็จจะรีบกลับมา พอลันตารับคำอือ...เขาก็ตบไหล่เธอผัวะบอกว่ามันต้องอย่างนี้สิแล้วรีบออกไปก่อนที่จะถูกลันตาเอาคืน

    แต่พอไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิ สิปาดันก็ถูกภูมิเตือนว่า เขาต้องระวังตัวให้ดี เพราะกิ๊ฟกระจายข่าวไปทั่วว่าเขามีลูกเมียซุกไว้ ถามว่าเมียเขาเป็นใครตนอยากรู้จัก สิปาดันมองหน้าภูมิแบบมึนๆ ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี

    พอสิปาดันเดินไปด้านหน้าก็เจอกีรติเพื่อนสนิทสมัยเรียนหนังสือ กีรติบอกว่าตนจะกลับเชียงใหม่และจะเลยไปเยี่ยมพ่อเขาด้วย ถามว่าจะฝากบอกอะไรไหม

    “ไม่ล่ะ แกน่ะหายหัวไปนาน ว่างๆ ไปกินข้าวกัน” กีรติทวงถามว่าเมื่อไหร่เขาจะแนะนำอดีตผู้จัดการทีมฟุตบอลของเขาให้รู้จักสักที “อ๋อ...ลันตาน่ะเหรอ มันขี้เหร่นะ จะอยากเห็นทำไม”

    “เพื่อนผู้หญิงที่กล้าเอาถุงยางให้แกพก กลัวเพื่อนจะติดโรค มันน่าสนใจดี ฉันกลับมามะรืนนี้แล้วจะโทร.หา”

    กีรติเดินไปแล้ว สิปาดันมองตามพึมพำขำๆ “สนใจไอ้ลันเนี่ยนะ สงสัยชอบของแปลก หึๆ”

    ooooooo

    วันนี้ลันตานัดพบกับแพทที่ร้านเบเกอรี่ ลันตาอุ้มตาหนูหอบของพะรุงพะรังดูเพิ้งสุดๆ แต่เธอไม่สนใจ เมื่อนั่งคุยกัน ลันตาถามแพทว่ามิ้งค์เล่าให้ฟังหรือเปล่าว่าทำไมตนไม่เอาเด็กไปแจ้งความ แพทบอกว่ากลัวอันตราย

    ลันตาถามอีกว่าทำไมธัญญาเรศจึงยุบคอลัมน์ของแพท

    “ฉันว่ามันกั๊กตำแหน่ง ก็ในกอง บก.เราสองคนดูมีภาษีที่สุดแล้ว แกลาออกแล้วถ้าฉันไม่อยู่ คนที่จะได้เป็น บก.บห.ก็ต้องเป็นมัน ถูกไหม” ลันตาติงว่ามองเพื่อนในแง่ร้ายหรือเปล่า? “คบกันมาเกือบสิบปี แกก็คิดเอาแล้วกันว่าฉันเป็นพวกอคติคิดลบกับเพื่อนหรือเปล่า”

    “คุณลัน” เสียงพอลทักขึ้น ลันตานึกว่าเขามาทานขนมที่นี่เหมือนกัน ที่แท้พอลเป็นเจ้าของร้าน เขาบอกว่าเมนูในร้านตนคิดขึ้นใหม่หมดเลย ลันตาพูดอย่างตื่นเต้นต้องอร่อยมากแน่ๆ พอลเลยจัดมาให้พิสูจน์ความอร่อยกัน

    จัดขนมมาให้แล้วเห็นตาหนูมองตาแป๋ว พอลเอ่ยอย่างชื่นชมว่าตาหนูโชคดีที่เจอคนมีน้ำใจอย่างลันตา เสนอตัวว่าถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยตนยินดีช่วยเต็มที่ ลันตาขอบคุณ พอลจึงขอตัวไปดูงานในร้าน

    ooooooo

    อนุชิตพยายามโทร.หาลันตา แต่เธอไม่รับสาย เมื่อเจอมิ้งค์วันนี้เขาทำทีเข้าไปถามว่าวันนี้ติดต่อแพทไม่ได้เลย มิ้งค์บอกว่าแพทลาออกไปแล้ว เขาจึงถามถึงลันตา

    มิ้งค์บอกว่าลันตาอยู่บ้าน อนุชิตบอกว่าเช็กแล้วไม่อยู่ คาดคั้นถามว่าลันตาอยู่ไหน ขู่ว่าฝึกงานปีสุดท้าย อย่าลืมว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านตนเป็นคนเซ็นใบประเมินให้เธอ ทำให้มิ้งค์ลำบากใจ ขณะนั้นเอง ธัญญาเรศแทรกเข้ามาฉีกหน้าเขาว่า

    “ญ่าเป็นคนรับเด็กฝึกงาน คนที่ต้องประเมินควรจะเป็นหัวหน้างานนะคะไม่ใช่คุณ มิ้งค์ไปได้แล้ว” อนุชิตบอกว่าตนยังคุยไม่จบ ธัญญาเรศปรามว่าอย่าทำให้เพื่อนตนต้องเดือดร้อนอีกเลย เพราะทุกคนรู้ว่าคำโกหกของเขาทำให้ลันตาต้องออกจากงาน อนุชิตโมโหมาก ประกาศว่าตนจะปรับความเข้าใจกับลันตา ใครก็ขวางไม่ได้

    มิ้งค์มองอนุชิตงงๆ พอหันมองธัญญาเรศ เธอปรับสีหน้ากำชับเชิงปรามมิ้งค์ว่า

    “มิ้งค์...อย่าบอกข้อมูลของลันตากับคุณอนุชิตเด็ดขาด ถ้าไม่อยากให้พี่ลันต้องมีเรื่องวุ่นวายอีก เข้าใจไหม”

    “เข้าใจค่ะ” มิ้งค์รับคำงงๆ

    ทันใดนั้นย่ามาลัยก็ส่งเสียงเข้ามาถามธัญญาเรศว่าลันตาอยู่ไหน เมื่อคืนก็ทำงานจนไม่กลับบ้าน ธัญญาเรศถามคุณย่าว่า นี่ลันตาไม่ได้บอกคุณย่าหรือว่าลาออกจากงานไปแล้ว

    “ลาออก!!” คุณย่าตกใจ แต่มิ้งค์ที่แอบฟังอยู่หลังราวผ้าตกใจยิ่งกว่า นึกในใจ...พี่ลัน...ซวยแล้ว!

    ooooooo

    พอลขับรถมาส่งลันตา ตาหนูและแพทที่คอนโด สิปาดันกลับมาก่อนแล้วถามอย่างไม่พอใจว่าใครมาส่ง แล้วทำไมไม่รับสายตน

    ลันตาเคลียร์กับสิปาดันไม่ทันเสร็จก็มีโทร.จากธัญญาเรศเข้ามือถือบอกว่าคุณย่ารู้แล้วว่าเธอลาออกจากงาน ลันตาตกใจมากส่งตาหนูใส่มือสิปาดันแล้วลากแพท ออกไปทันที สิปาดันได้แต่มองตาหนูในมือเซ็งๆ

    ลันตากับแพทไปพบธัญญาเรศที่ดักอยู่แถวหน้าบ้าน แล้วพากันเข้าไปในบ้าน เจอคุณย่าถือไม้เรียวฟาดไปมารออยู่แล้ว พอเข้าไปในห้องรับแขก โชคดีที่แพท กับธัญญาเรศช่วยชี้แจงกับคุณย่าเรื่องอนุชิต และลันตาก็ยืนยันว่าตนแค่ลองคบดู สาบานได้ว่าตนยังบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์

    “สำหรับย่า คนสาบานมี 2 ประเภท 1.บริสุทธิ์ใจ 2.กลบเกลื่อนความผิด” พูดแล้วคุณย่ามองลันตาอย่างกดดัน เธอสบตาคุณย่าพูดต่ออย่างจำคำสอนของคุณย่าได้ขึ้นใจว่า “ถ้าวันนี้ถูกต้อง พรุ่งนี้ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว”

    คุณย่ายิ้มพอใจบอกว่าย่าเชื่อแก ย้ำจุดอ่อนของลันตาว่าเป็นคนประมาท ใจอ่อน หูเบา เชื่อคนง่าย ขอให้ปรับปรุงด้วย ลันตาโผกอดขอบคุณคุณย่า คุณย่าบอกว่าถ้าปรึกษาย่าก่อนก็คงไม่ถูกผู้ชายเลวๆหลอกเอา ทีหลังมีอะไรให้บอก ลันตาดีใจนึกจะบอกเรื่องตาหนู แต่สุดท้ายก็ไม่กล้า

    บรรยากาศเพิ่งผ่อนคลาย อนุชิตก็มากดกริ่งที่หน้าบ้าน ลันตารีบขอตัววิ่งออกไปถามอย่างไม่พอใจว่ายังกล้ามาที่นี่อีกหรือ อนุชิตพยายามชี้แจงว่าตนกับอรขจีไม่ได้รักกัน ที่แต่งงานกันเพราะคุณอาขอร้อง ตนจะหย่ากับอรขจีและแต่งงานกับเธอ ถูกลันตาด่าและไล่ให้กลับไปเสีย

    แต่คนที่ออกมาไล่อย่างกราดเกรี้ยวคือธัญญาเรศ ประกาศจะไม่ยอมให้เขามายุ่งกับเพื่อนตนอีก ถูกอนุชิตตะเพิดว่านี่เป็นเรื่องระหว่างตนกับลันตา คนอื่นถอยไป

    “ญ่าเป็นเพื่อนฉัน คุณต่างหากที่เป็นคนอื่น” ลันตาสะอึกออกไปโต้ ธัญญาเรศสำทับให้กลับไปเสีย อนุชิตขู่ว่าอย่าลืมว่าตนเป็นเจ้านายเธอ ธัญญาเรศท้าให้ไล่ตนออกเลย ใครๆจะได้รู้ว่าคนทรยศความรักอย่างเขามันร้ายแค่ไหน ลันตาขอร้องเพื่อนให้พอแล้ว ธัญญาเรศกำลังของขึ้น เสียงดังอย่างกราดเกรี้ยวต่อไปว่า

    “ไม่!! รู้แล้วใช่ไหมคะว่าโดนทิ้งมันเจ็บแค่ไหน ถ้าคุณไม่หยุด คุณจะต้องเจ็บปวดยิ่งกว่าตาย!”

    อนุชิตอ้อนลันตาขอโอกาสตนอีกครั้ง ธัญญาเรศทนไม่ได้เข้าไปขวาง ถูกอนุชิตผลักจนกระเด็น ลันตาเดือดดาล ตวาดไล่ ตะโกนบอกเขาว่า “ฉันเกลียดคุณ ขยะแขยงคุณ อย่ามายุ่งกับฉันอีก”

    “จำไว้นะลัน ผมรักคุณและจะไม่ยอมเสียคุณไป” อนุชิตพูดกับลันตาและจ้องหน้าธัญญาเรศอย่างท้าทาย ฝ่ายธัญญาเรศก็ยิ้มเยาะอย่างสะใจ

    ลันตามองทั้งสองอึ้งๆว่าสองคนนี้...อารมณ์ไหนกัน?

    ooooooo

    สิปาดันเลี้ยงตาหนูอย่างทุลักทุเล ตาหนูงอแงร้องไห้ไม่หยุด จนพอลมาบอกว่าร้องมากอย่างนี้ระวังช็อก ทั้งสองจึงรีบพาตาหนูไปโรงพยาบาล

    หมอถามถึงแม่เด็ก สิปาดันพลั้งปากไปว่าแม่เด็กเป็นใครตนยังไม่รู้เลย ทั้งสิปาดันและพอลต่างเป็นห่วงตาหนูช่วยกันดูแลวุ่นวาย จนหมอบอกว่า

    “คุณสองคนต้องแบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจนนะคะว่าใครเป็นพ่อเป็นแม่ เพื่อให้เด็กไม่สับสน”

    สิปาดันกับพอลมองหน้ากันอึ้ง หมอพูดยิ้มๆว่า “ไม่ต้องเขินหรอกค่ะ หมอเข้าใจ” ทั้งสองเลยยิ่งเซ็งจะชี้แจงก็ไม่กล้า ซ้ำออกมาแล้วตาหนูปล่อยทุ่นเหม็นไปทั้งรถ เลยต้องจอดรถไปหาซื้อแพมเพิร์สช่วยกันใส่แพมเพิร์สทุลักทุเลอีก ถูกคุณแม่กับลูกสาววัยรุ่นมองยิ้มๆ ลูกสาวบอกแม่ว่า หล่อทั้งคู่เลย...เสียดาย...

    กลับถึงคอนโด ตาหนูร้องไห้โยเยปลอบอย่างไรก็ไม่หยุด สิปาดันไปชงนมมาให้ตาหนู ขวดนมร้อนเขาเลยโยนไปมาในสองมือ ตาหนูเห็นก็หยุดร้องหัวเราะชอบใจ พอเขาหยุดโยนขวดนมตาหนูก็ร้องไห้อีก ทั้งสองคนเลยต้องผลัดกันโยนขวดนมหลอกล่อตาหนูให้หัวเราะ ตาหนูหัวเราะจนเหนื่อยหลับไป สองหนุ่มก็โยนขวดนมจนหมดแรงฟุบหลับไปข้างเตียง

    รุ่งขึ้น ลันตากลับมาคอนโด สิปาดันรีบส่งต่อตาหนูให้ดูแลเพราะตนต้องรีบเข้าออฟฟิศและพอลก็ต้องรีบไปร้าน

    ธัญญาเรศสงสัยว่าลันตารีบไปไหน ตามมาที่คอนโดของสิปาดันเจอเธอกำลังเลี้ยงตาหนู เธอถามลันตาว่ามีลูกหรือ อย่าบอกนะว่าอนุชิตเป็นพ่อเด็ก ลันตาบอกว่าไม่ใช่ลูกตน ธัญญาเรศซักแบบจิกไม่ปล่อยว่า “แล้วลูกใคร!”

    ooooooo

    สิปาดันถูกกัปตันตำหนิเพราะมาทำงานสายไปสิบห้านาที เขาขอโทษบอกว่าจะระมัดระวังให้มากกว่านี้ แต่พอเข้าห้องน้ำเขาก็ง่วงจนเผลอหลับไปสองชั่วโมง ตื่นมาตกใจบอกตัวเองว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แล้ว

    ส่วนธัญญาเรศพอได้ฟังเรื่องราวของตาหนูก็บอกลันตาว่าเธอทำถูกแล้ว ลันตารู้สึกสบายใจขึ้น ฝากเธอให้ดูตาหนูตนจะออกไปซื้อข้าว เดี๋ยวมา แต่พอลันตาออกไปไม่นาน สิปาดันก็กลับมาอุ้มตาหนูไป ลันตากลับมาเจอถามว่าจะเอาตาหนูไปไหน เขาบอกว่าจะเอาไปสถานสงเคราะห์เด็ก

    ทั้งสองทะเลาะกันอย่างรุนแรง สิปาดันปรามาสว่าเธอเองตกงาน รถก็ต้องผ่อน บ้านตัวเองก็ยังไม่มี เจียมตัวหน่อยอย่าอวดเก่งเกินตัว ลันตาแย่งตาหนูอุ้มขึ้นรถไปพูดอย่างทิฐิว่า

    “ฉันจะทำให้แกเห็นว่าฉันเลี้ยงตัวเล็กได้ ต่อไปนี้แกไม่ต้องมายุ่ง ไม่ต้องมาช่วยฉัน ฉันไม่มีเพื่อนเฮงซวยอย่างแก”

    “อย่าเอาเด็กคนนี้เข้าไปในห้องฉันอีก” สิปาดันโมโหที่ลันตาไม่ฟัง พอลันตาไปจริงๆ เขาพูดกับธัญญาเรศว่า “มันไปไหนไม่รอดหรอก”

    ที่สำนักพิมพ์ Sky แพทกำลังรายงานผลการอ่านหนังสือที่กีรติเขียน พูดอย่างยอมรับฝีมือเขาว่า เป็นการเขียนที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติของสถานที่ได้ละเอียดมาก แต่ภาษาไม่ชวนเที่ยว กีรติถามว่ายังไง แพทไม่ทันพูดต่อก็ได้รับโทรศัพท์จากลันตา บอกว่าตอนนี้อยู่หน้าบ้านเธอแล้วจะขออยู่แค่สักพักได้ไหม

    แพทให้บอกพี่แพมพี่สาวตนแล้วเข้าไปรอที่ห้องตนก่อน แต่เกรงใจกีรติที่รอฟังอยู่ เธอบอกลันตาว่าแค่นี้ก่อนเดี๋ยวโทร.กลับ แต่พอลันตามองเข้าไปในบ้านเห็นมีกระเป๋าเสื้อผ้าขนาดใหญ่วางอยู่และมีเด็กสองคนวิ่งเล่นอยู่ เธอเกรงใจจึงถอยกลับไปอย่างเคว้งคว้าง ตัดสินใจโทร.หามิ้งค์

    ธัญญาเรศได้ยินมิ้งค์คุยกับลันตา มิ้งค์บอกให้ลันตาไปที่บ้านยาย ยายน่าจะช่วยเธอได้เดี๋ยวตนจะรีบกลับไป ก็ถูกธัญญาเรศที่แอบฟัง แกล้งใช้ให้ไปสัมภาษณ์ด่วน นัดแขกไว้แล้ว แต่ไม่มีใครว่าง อ่อยว่าถ้ามิ้งค์ทำงานดีอาจได้ทำงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบก็ได้ ทำให้มิ้งค์ลำบากใจ เป็นห่วงลันตา

    เมื่อโทร.คุยกัน ลันตาบอกว่าไม่เป็นไร เมื่อธัญญาเรศให้โอกาสก็ทำให้ดีที่สุดไม่ต้องห่วงตน ครู่หนึ่งลันตาหยิบมือถือจะโทร.ออก ปรากฏว่าแบตหมด เธอวางมือถือพึมพำหัวเสีย “ให้มันได้อย่างนี้สิ!”

    ooooooo

    คนที่มิ้งค์จะต้องไปสัมภาษณ์คือพีรพัฒน์ ธนากุล ซึ่งก็คือพอลนั่นเอง เขาเข้ามาที่ร้านถามพนักงานว่าคนที่จะสัมภาษณ์ตนมาหรือยัง พอพนักงานบอกว่ายังเขาบ่นไม่รักษาเวลาเลย แล้วเข้าไปดูในครัว

    ครู่หนึ่งมิ้งค์เข้ามา เธอมาช้าไปห้านาที พอพนักงานเข้าไปบอกพอล เขากำลังแต่งหน้าพายอยู่ บอกพนักงานว่าให้บอกเขารอก่อน ในใจคิดเอาคืน เขาปล่อยให้มิ้งค์รออยู่ตั้งแต่หนึ่งทุ่มจนสี่ทุ่ม พนักงานเริ่มเก็บเก้าอี้เตรียมปิดร้านแล้ว มิ้งค์ถามว่าคุณพีรพัฒน์เข้ามาหรือยัง

    พนักงานบอกว่าเข้ามาตั้งแต่ทุ่มเศษแล้ว เธอฉุนกึกถามว่าจะให้ตนรอถึงเมื่อไหร่!

    พอลจึงออกมาปรากฏตัว พอเห็นหน้ากันความแค้นแต่หนหลังก็ปะทุขึ้น มิ้งค์ถามว่าเขาเอาคืนตนเรื่องแย่งขวดลูกพีชเชื่อมกันในซุปเปอร์มาร์เกตใช่ไหม พอลตอบอย่างไม่ลังเลว่า “ใช่!” เลยยิ่งโต้เถียงกันรุนแรง สุดท้ายพอลขอแคนเซิลการให้สัมภาษณ์บอกให้เธอกลับไปเสีย แล้วสั่งลูกน้องปิดร้าน มิ้งค์เจ็บใจมองอย่างไม่ยอมแพ้

    ฝ่ายสิปาดันทำเป็นไม่สนใจ สั่งห้ามลันตาพาเด็กมาที่ห้องตนอีก แต่ลึกๆแล้วก็เป็นห่วง เมื่อกลับมาเจอแพทแถวคอนโดก็ถามว่าลันตาล่ะ? แพทบอกว่าไม่รู้หายไปไหนโทร.หาก็ไม่รับสาย ทำให้เขายิ่งร้อนใจคาดว่าเธอน่าจะไปที่บ้านคุณย่า แต่แพทคิดว่าไม่น่าไปเพราะเธอมีตาหนูอยู่ด้วย สิปาดันตัดสินใจไปที่บ้านคุณย่าแม้แพทจะบอกว่าเข้าไปแล้วออกมาเขาอาจไม่ครบสามสิบสองก็ได้อย่าเสี่ยงเลย

    ความเป็นห่วงลันตาทำให้สิปาดันยอมเสี่ยง พอคุณย่าเห็นหน้าเขาเท่านั้นก็ไล่ตะเพิดให้ออกจากบ้านตนไปเดี๋ยวนี้เลย สิปาดันบอกว่าตนมาเยี่ยมลันตา มีเรื่องจะคุยด้วย คุณย่าตวาด “ฉันสั่งแล้วไงว่าห้ามแกมายุ่งกับหลานฉันอีก!”

    “คุณย่าครับ เรื่องของผู้ใหญ่ทะเลาะกัน เด็กๆ ไม่เกี่ยว อย่าพาลนะครับ ไม่มีเหตุผลเขาจะว่าเอาได้” คุณย่าไล่ตะเพิด บอกว่าให้เลิกยุ่งกับลันตา ไม่อย่างนั้นจะฆ่าพวกเขาแน่ สิปาดันรู้จากป้าอังว่าลันตาไปทำงานที่เชียงใหม่ เขาจึงลากลับ

    ooooooo

    เมื่อหาที่อยู่ไม่ได้ ลันตาตัดสินใจไปพักที่รีสอร์ตเล็กๆ ริมทะเลเป็นห้องพักแบบกระจกหันหน้าออกทะเล ลันตาเห็นลุงคนหนึ่งหน้าตาน่ากลัวนั่งอยู่ริมทะเล เธอจึงรูดม่านปิดเสีย

    เป็นคืนที่ลันตาเผชิญวิกฤติหนัก เพราะนอกจากกลัวลุงหน้าตาดุดันแล้วตาหนูก็ไข้ขึ้น ฝนตกไฟดับ ทุกอย่างรุมเร้าเข้ามา จากแสงฟ้าแลบเธอเห็นเงาของลุงคนนั้นมาทาบที่ม่านหน้าต่างยิ่งตกใจ แง้มผ้าม่านดูเห็นรอยเท้าเปียกน้ำอยู่หน้าห้อง เธอตกใจว้าวุ่นทำอะไรไม่ถูก หยิบมือถือโทร.หาแพท พูดเสียงสั่นให้มาช่วยตนเดี๋ยวนี้เลย

    สิปาดันเห็นแพทกระวนกระวายใจมาก ถามว่าลันตาอยู่ไหน แพทถามลันตาว่าอยู่ที่ไหน รอฟังคำตอบอย่างร้อนใจ

    ที่หน้าห้องพักลันตามีเสียงคนงานเรียกให้เปิดประตูหน่อย ลันตาคิดว่าคนร้ายแน่เธอคว้าไม้เป็นอาวุธพอเปิดประตูก็ฟาดใส่ทันที ลุงคนนั้นดันเธอเหวี่ยงไป ลันตาตกใจบอกว่าอยากได้อะไรก็เอาไปแต่อย่าทำร้ายตนเลย

    สิปาดันมาถึงพอดีเขาถีบลุงคนนั้นจนล้ม พนักงานวิ่งเข้ามาร้องห้ามอย่าทำร้ายลุง ลันตาบอกว่าเขาจะมาปล้นตนถือไขควงเข้ามาด้วย พนักงานบอกว่าไฟดับลุงแกเป็นเจ้าของรีสอร์ตจะเข้ามาดูฟิวส์ให้ ทุกคนเลยอึ้ง

    ตาหนูไข้ขึ้น ซ้ำยังอ้วกนมออกมาด้วย ทั้งสามจึงพาไปโรงพยาบาล หมอตรวจแล้วบอกว่าเด็กไข้ไม่สูงและที่อ้วกนมออกมานั้น น้องแค่แหวะนม ถามว่าหลังทานนมคุณแม่ให้น้องเรอนมหรือเปล่า ลันตาทำหน้าเหวอเพราะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กเลย คุณหมอจึงแนะนำวิธีดูแลทารกให้ ลันตา สิปาดันและแพทฟังคุณหมอแล้วมองหน้ากันอย่างหนักใจ...

    ooooooo

    สิปาดันรู้สึกผิด เขาขอโทษลันตาที่วันนั้นพูดแรงไป แต่ลันตาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เหมือนเขาเป็นอากาศไร้ตัวตน

    เมื่อเดินทางกลับถึงคอนโด สิปาดันเห็นลันตาไม่ลงจากรถสักที เดินไปดูเห็นเธออุ้มตาหนูหลับทั้งสองคน เขาเอาตาหนูส่งให้แพทแล้วตัวเองก็อุ้มลันตาขึ้นคอนโดไป

    สิปาดันพยายามเอาใจลันตาดูแลตาหนู หาผ้ามาผูกเปลไกว พูดเอาใจลันตาว่าเธอจะได้ไม่ต้องอุ้มให้เมื่อย แต่ลันตาไม่สนใจเตรียมจะไปจากที่นี่ สิปาดันบอกให้เลี้ยงตาหนูที่นี่เลยก็ได้แต่ตัวเธอต้องมาอยู่ด้วย จึงเป็นปัญหาว่าแล้วจะบอกคุณย่าว่าอย่างไร ลันตาให้แพทช่วย พากันไปหาคุณย่า ปดว่าพี่นีให้ไปทำงานต่างจังหวัด พอถูกคุณย่าซักว่างานอะไร ลันตาคิดไม่ทัน แพทชิงตอบแทนว่างานติดตามชีวิตนางงาม

    ทั้งสองช่วยกันพูดออดอ้อนจนคุณย่าอนุญาตแต่บอกลันตาว่าจะไปทำงานที่ไหนให้เล่ามาอย่างละเอียด ทั้งสองไม่หนักใจเพราะโกหกคำโตและเรื่องใหญ่กว่านี้ก็ทำมาแล้ว

    รัชนีเคี่ยวเข็นให้อนุชิตติดต่ออรขจีให้ได้ ไม่อย่างนั้นญาติเขาจะมาชี้หน้าด่าตนว่าไม่ดูแลอรขจีให้ดี ชี้ว่าที่อรขจีซึมเศร้าเพราะความเจ้าชู้ของเขาเอง อนุชิตบอกว่าถ้าตนตามอรขจีกลับมาคราวนี้ก็จะหย่าและแต่งงานกับลันตาให้เร็วที่สุด

    รัชนีบอกว่าถ้าลันตากลับมาแล้วสุวิภาไม่ยอมตนก็จะให้ลันตาไปเป็น บก.หนังสือใหม่ของเรา ให้เขาไปตามไปให้ได้ก็แล้วกัน

    ธัญญาเรศแอบได้ยิน เธอแค้นใจมาก ยิ่งเมื่อเห็นทีม บก.ในนิตยสารยังมีชื่อลันตาอยู่ ก็เอาปากกาขีดฆ่าเสียจนกระดาษขาด จิกตาอย่างไม่ยอมแพ้!

    อนุชิตมาเจอลันตาเดินหาซื้อหนังสืออยู่ เขาเข้าไปตื๊อขอคืนดี เมื่อลันตาไม่แยแสก็ใช้กำลังกับเธอ กีรติผ่านมาเจอ เขาเข้าไปช่วยลันตา เธอได้ทีสวมรอยผสมโรงว่ากีรติเป็นคนรัก แต่พอพ้นหน้าอนุชิต ลันตาขอบคุณกีรติที่ช่วยตน กีรติเห็นหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็ก เขามองลันตาอย่างเสียดายเพราะแอบรักเธอเข้าแล้ว

    ความหล่อและเจ้าชู้ของสิปาดันก่อปัญหาอีกจนได้เมื่อวันนี้มาเจอมิ้วขณะเขาอุ้มตาหนูรอลันตาอยู่ มิ้วต่อว่าเขาว่ามีลูกแล้วยังหลอกตน สิปาดันชี้แจงว่านั่นไม่ใช่ลูกตน มิ้วไม่เชื่อ พอดีลันตามาถึง เธอสวมรอยแสดงตัวเป็นเมียสิปาดัน ทั้งกอดทั้งจูบเขาจนสิปาดันตั้งตัวไม่ทัน แต่ได้ผลเพราะมิ้วสะบัดหนีไปอย่างเจ็บใจที่ถูกหลอก

    ลันตาสะใจมากกับการเล่นละครของตน แต่สิปาดันกลับวูบวาบ...วูบวาบ... เพราะตนพยายามตัดใจจากลันตาจนเกือบสำเร็จแล้ว การสัมผัสอย่างดูดดื่มครั้งนี้ สะกิดความรู้สึกที่อยู่ก้นบึ้งหัวใจเขาให้ตื่นตัวขึ้นอีกครั้ง และเมื่อยิ่งอยู่ใกล้ชิดกันความรู้สึกนี้ก็งอกงามขึ้นทุกวัน...ทุกวัน

    ooooooo

    คืนนี้กีรติ คิวและท็อป ไปนั่งดื่มกันในผับ จู่ๆ สิปาดันก็มาหยิบแก้วของเพื่อนไปดื่มหัวเราะขื่นๆ บอกเพื่อนว่าชีวิตชายโสดของตนพังหมดแล้ว เพราะไอ้ลัน... ไอ้ลันคนเดียว เขาเมาจนกีรติต้องพาไปส่งที่คอนโด

    ลันตาเพิ่งส่งธัญญาเรศกับแพทกลับ โผล่ดูเห็นรถของสิปาดันจอดอยู่ พลันเธอก็ตกใจเมื่อเห็นชายคนหนึ่งกระชากคอเสื้อสิปาดัน เธอวิ่งลงไปลุยเข้าไปช่วยสิปาดัน แต่พอเห็นคู่กรณีคือกีรติก็อุทาน “ที่รัก” เรียกติดปากที่เขาช่วยเธอวันนั้น สิปาดันแทบหายเมามองทั้งสองพึมพำ “ที่รัก?” แล้วล้มหงายผลึ่ง ลันตากับกีรติต้องช่วยกันรับไว้ แล้วพาเขาขึ้นไปที่ห้อง

    ระหว่างลันตาเอาผ้าห่อน้ำแข็งเพื่อประคบให้สิปาดันนั้น กีรติและลันตาต่างพูดกันอย่างเหลือเชื่อว่า ไม่นึกว่าจะได้มาเจอกัน กีรติบอกว่าตนได้ยินสิปาดันพูดถึงเธอมานานแล้ว ลันตาถามว่าเขาพูดว่าอย่างไร

    “สิปาบอกว่าคุณแมนเกินกว่าจะเป็นหญิง รักความยุติธรรม แล้วก็...หน้าตาก็งั้นๆ...ไอ้สิปามันพูดผิดนะครับ เพราะความจริงคุณน่ารักมาก...”

    “คุณไม่ใช่คนแรกที่พูดแบบนี้...” ลันตาพูดหน้าตายแล้วถาม “สิปามีเรื่องอะไรหรือถึงได้เมาขนาดนี้”

    กีรติมองไปทางตาหนูแทนคำตอบ ลันตาพยักหน้าอย่างเข้าใจ

    รุ่งเช้า สิปาดันตื่นขึ้นมาบ่นงงๆว่ากลับมาได้ไงเนี่ย ลันตาบอกว่าเมื่อคืนเพื่อนเขามาส่ง บอกให้ลุกไปอาบน้ำเดี๋ยวเรามีเรื่องต้องคุยกัน

    ปัญหาที่ต้องคุยกันของลันตาคือ ถามเขาว่าตนกับตาหนูทำให้เมมเบอร์เขาหดหายใช่ไหม ถามว่าทำไมไม่หาเป็นตัวเป็นตนเสียที ผู้หญิงดีๆไม่มีถูกใจเลยสักคนหรือ สิปาดันบอกว่ามี แต่พอถามว่าชื่ออะไร เขาไม่บอก พอถูกซักหนักเข้าก็บอกว่าอยู่บนหิ้ง เอื้อมไม่ถึง

    ลันตาบอกว่าตนสัญญากับเขาแล้วว่าจะเลี้ยงตาหนูแค่ชั่วคราวจนกว่าจะหาญาติตาหนูเจอ สิปาดันถามว่าแล้วจะเริ่มเมื่อไหร่ ลันตายิ้มอย่างมีในใจแล้วพาเขาไปหน้าร้านอาหารที่เจอกล่องตาหนู ชี้ให้เขาดู สิปาดันมองสำรวจไปรอบๆ เห็นกล้องวงจรปิด เขายิ้มบอกเธอว่า “ฉันจัดการเอง”

    จากกล้องวงจรปิด ทั้งสองเห็นว่าคนที่เอากล่องใส่ตาหนูมาวางคือมินที่แต่งตัวชาวเขานั่นเอง

    “ดูสภาพแต่งตัว สะพายตะกร้าขายของแบบนี้ ในกรุงเทพฯ ที่ฉันนึกออกมีอยู่ที่เดียว ไป” สิปาดันจะเดินไป ลันตาคว้าแขนไว้ บอกว่าไหนๆก็มาแถวนี้แล้ว สิปาดันเดาได้ถามว่าจะซื้อเมี่ยงคำคุณปุ้ยใช่ไหม

    ลันตาบอกให้ซื้อสักสองชุด ตนไม่ได้กินมานานมากแล้ว สิปาดันบอกว่าตั้งแต่ย่ามาลัยกรวดน้ำคว่ำขันกับบ้านตนแบบยกแก๊ง ลันตาระลึกความหลังว่า

    “คิดถึงเมื่อก่อนเนอะ ย่ามาลัย ย่านวล ลุงนนท์ แก ฉัน ต้องมาซื้อเมี่ยงคำร้านนี้ทุกเดือนเลย”

    สิปาดันถามว่าย่ามาลัยไม่ให้เธอคบตนใช่ไหม เธอทำเสียงอือ เขาถามว่าแล้วทำไมเธอยังคบตนอยู่

    “ก็แกเป็นเพื่อนฉัน เพื่อนที่ฉันรักและไว้ใจที่สุด แกจะไม่มีวันทรยศฉันใช่ไหมเพื่อน” สิปาดันตอบไม่เต็มเสียงว่า

    “ฉันจะไม่มีวันทรยศแก...เพื่อน”

    ลันตาดีใจมากชวนไปกันเลยตนเลี้ยงเอง แต่ไม่ทันไป คุณย่าก็โทร.เข้ามือถือถามว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน ลันตาปดเนียนๆว่า กำลังเดินอยู่แถวข่วงสิงห์ มาหาของกินอยู่ ถามคุณย่าว่าทำอะไรอยู่ คุณย่าบอกว่ามาซื้อเมี่ยงคำอยู่!

    ระหว่างนั้น สิปาดันมองไปรอบๆ เห็นคุณย่ากับป้าอังเข้าเต็มตา รีบสะกิดบอกลันตาว่า ย่าแกมา! พอลันตาเห็นก็ร้องเฮ้ย แล้วบอกคุณย่า “ลันมีธุระด่วนแค่นี้ก่อนนะคะย่า” ลันตาวางสายแล้วรีบดันสิปาดันไป เป็นจังหวะที่คุณย่าหันมาเห็นข้างหลังพอดี คุณย่าจำได้จ้ำอ้าวตามไปไวราวกับวัยรุ่น จนป้าอังงงรีบจ้ำตาม พลางร้องบอกให้รอด้วย...รอด้วย...

    ทั้งสองวิ่งหนีคุณย่าสุดชีวิตจนมาถึงร้านดอกไม้ พากันหลบไปแอบหลังเคาน์เตอร์ที่มีดอกไม้วางอยู่เต็ม ทั้งสองซุกตัวลีบ ลันตาพึมพำว่าถ้าย่าจับได้ตนตายแน่เลย สิปาดันกอดคอเธอปลอบเบาๆ

    “ไม่ต้องกลัวนะ ฉันอยู่ทั้งคนจะไม่ให้ย่ามาลัยจับตัวแกได้แน่”

    “แมนมาก” ลันตาชื่นชม แต่ไม่ทันสิ้นเสียง สิปาดันก็สะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นหนอนตัวหนึ่งร่วงจากดอกไม้ตกที่มือเขา

    “หนอน! ว้ากกกก!!!” สิปาดันร้องลั่น ลันตาตกใจกอดเขาไว้แน่น เมื่อเขายังร้องไม่หยุด เธอเลยเอาแก้มอัดปากเขาไว้ เลยเหมือนหอมแก้มกันอยู่ พนักงานในร้านมองกันตาโตย่ามาลัยเดินมาถึงหน้าร้านดอกไม้ มองและผลักประตูเข้ามากวาดตามองหา ลันตาและสิปาดันกอดกันกลมแทบไม่กล้าหายใจอยู่หลังเคาน์เตอร์

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 18:30 น.