สมาชิก

รักต้องอุ้ม

ตอนที่ 14

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "รักต้องอุ้ม"

พอลเข้าไปวางเช็คเจ็ดหมื่นบาทลงบนโต๊ะพิธาน ถูกพิธานพูดเยาะว่า สวะอย่างเขามีเงินเยอะเหมือนกันนี่

“ผมรู้ว่าคุณเป็นคนเก่ง แต่ไม่คิดว่าจะถนัดเรื่องเล่นสกปรกรังแกผู้หญิงด้วย”

“ฉันจะเลิกก็ต่อเมื่อคนที่แกรักทิ้งแก! สำหรับเช็คใบนี้...” พิธานฉีกเช็คทิ้ง “ฉันไม่ได้ต้องการเงิน สิ่งที่ฉันต้องการคือความเจ็บปวดของแก!”
พิธานมองพอลอย่างร้ายกาจ พอลอึ้งกับความอาฆาตของเขาเพื่อจะเล่นงานมิ้งค์ให้ได้ พิธานใช้สุวิภาบีบมิ้งค์ให้เซ็นยอมชดใช้เงินเจ็ดหมื่นด้วย

การไม่รับเงินเดือนหนึ่งปีมิ้งค์ติงว่าเงินเจ็ดหมื่นหักแค่แปดเดือนก็พอไม่ใช่หรือ

“เธอจะไม่เซ็นก็ได้นะ แต่ต้องเอาเงินมาใช้ค่าเสียหายภายในวันพรุ่งนี้”

มิ้งค์ลังเล ถูกสุวิภาเร่งรัด จึงขอคุยกับรัชนีหรือลันตาก่อน ถูกสุวิภาข่มว่าตนเป็นเจ้านายของทั้งสองคนนั้น ไม่ว่าจะคุยกับใคร ตนกับพิธานคือคนอนุมัติเรื่องนี้ ถามว่าจะเซ็นหรือไม่เซ็นถูกบีบคั้นอย่างหนัก มิ้งค์ทำท่าจะเซ็น ลันตาร้องห้ามไว้ทัน สุวิภาถามเสียงขุ่นว่าใครให้เธอเข้ามา

“นีเองค่ะ” รัชนีเดินตามเข้ามา ทั้งรัชนีและลันตาบอกว่าเมื่อลูกน้องตนไม่ได้รับความยุติธรรมก็จำเป็นต้องมาปกป้อง ชี้ว่าสัญญาเอาเปรียบแบบนี้มันไม่ควรจะมีด้วยซ้ำ

สุวิภาเอาตำแหน่งมาวางเขื่องข่มทั้งสอง แต่ก็ถูกตอบโต้อย่างไม่หวาดหวั่น ซ้ำลันตายังแฉเรื่องที่สุวิภาหลอกให้ตนจัดงานหมั้นเพื่อแลกกับหุ้นที่พิธานเสนอให้ เมื่อสุวิภายังใช้ตำแหน่งขู่อีก ลันตาท้าว่า

“ไล่ลันออกเลยก็ได้ค่ะ แต่ถ้าลันออก ทีมของลันก็ออกยกทีมเหมือนกัน”

สุวิภาหาว่าลันตาขู่ รัชนีจึงสำทับไปว่า “ถ้าคุณสุยังเห็นภาพไม่ชัด ก็ลองนึกดูนะคะว่าถ้าไม่มีลันตากับทีม แฟชั่นของคุณกาญจนา ดรีม เล่มต่อไปก็จะไม่มีคนทำ จะหาคนอื่นมาเสียบก็ได้ค่ะ แต่คุณสุต้องหาเองนะคะ เพราะนีกับอนุชิตพร้อมกับทีมการตลาดก็จะไม่อยู่เหมือนกัน”

“เด็กคนนี้ทำให้บริษัทเสียหาย แล้วจะปล่อยให้ลอยนวลรึไง” สุวิภายังตะแบง รัชนีวางเช็คเจ็ดหมื่นของพอลลงบนโต๊ะ ทุกคนมองว่าสุวิภาจะว่าอย่างไร ในที่สุดเธอก็พูดเพียงว่า

“งั้นก็จบเรื่องนี้”

รัชนี ลันตาจึงพามิ้งค์ออกไป สุวิภาจิกตาแค้น แล้วยกมือถือโทร.หาพิธานหน้าเครียด...

“คุณพิธานคะ ไม่สำเร็จนะคะ”

ooooooo

ลันตาพามิ้งค์มาหาพอลกับแพทและกีรติที่นั่งรออยู่ที่ร้านกาแฟ มิ้งค์มองพอลอย่างเข้าใจเรื่องราว

“ผมเอาเงินไปให้คุณพีท แต่เขาไม่รับ ผมเลยคิดว่าเขาต้องเอาเงินมาบีบคุณแน่” พอลเอ่ยกับมิ้งค์ “เขาแค้นผม เลยทำให้มิ้งค์ต้องลำบาก” มิ้งค์บอกว่าเรื่องแค่นี้ตนทนได้

“นี่จะไม่มีใครจัดการกับคุณพิธานได้เลยรึไง น้าวันเป็นพี่แท้ๆ เขาก็ไม่ฟัง มันต้องมีฮีโร่สักคนสิ” แพทเอ่ยขึ้น

“มีสิครับ คนที่เคยจัดการคุณพิธานได้อยู่หมัด” กีรติบอก ทุกคนมองหน้า เขาจึงเฉลยว่า “คุณย่ามหาประลัยไงครับ”

ทุกคนจึงนึกได้ว่า จริงด้วย!

ไวเท่าความคิด พอลกับมิ้งค์พากันไปหาย่ามาลัยที่บ้านพร้อมพีชเชื่อมที่คุณย่าชอบ ถูกคุณย่าดักคออย่างรู้ทันว่าไม่ต้องติดสินบน โดนกันมาอ่วมเลยสิ หน้าตาซมซานมาเชียว

“หนักหนาเหมือนกันครับ ผมอยู่กับปัญหานี้มาเป็นสิบปี ตัวผมคนเดียวผมทนได้ แต่มิ้งค์ต้องมาเดือดร้อนด้วย ผมว่าเขาพาลเกินไป ผมอยากจะจบเรื่องนี้สักที”

“ยัยลันเล่าให้ฟังหมดแล้ว ตาพิธานนี่ต้องโดนคนจริงอย่างคุณพี่นะคะถึงจะเอาอยู่” ป้าอังลุ้น

“ครั้งนี้ย่าคงเข้าไปช่วยอะไรไม่ได้ ครั้งที่แล้วมันเกี่ยวกับยัยลัน ที่สำคัญต้นเหตุของปัญหาต้องเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง จะได้ไม่ต้องติดค้างให้จองเวรกันต่อไป”

พอลบอกว่าพิธานไม่ฟังตนและไม่เกรงใจน้าวัน คุณย่าถามว่า “แล้วพวกเธอฟังเขาหรือเปล่าล่ะว่าเขาต้องการอะไร บางครั้งปัญหาแก้ได้ด้วยการฟังอีกฝ่ายอย่างตั้งใจนะ” พอลมองคุณย่าและคิดตาม คุณย่าถามว่าเข้าใจไหม

“ผมคิดว่าผมเข้าใจนะครับ”

ป้าอังกับมิ้งค์มองหน้ากันว่าพอลกับคุณย่าพูดเรื่องอะไรกัน ส่วนคุณย่าพอใจที่พอลเข้าใจสิ่งที่ตนพูด

ooooooo

น้าวันนั่งร้องไห้เสียใจที่ถูกพิธานว่าวันก่อนอยู่ในครัวร้านของพอล

พอลมองสงสาร ตัดสินใจปรึกษาน้าวันว่าจะย้ายร้านไปอยู่แถวนวมินทร์ ตนไปสืบราคาตึกแถวมาแล้วน่าสนใจ

น้าวันถามว่าพอลเคยบอกว่าจะปักหลักที่ร้านนี้ไม่ไปไหนไม่ใช่หรือ พอลยอมรับว่าเคยคิดอย่างนั้น แต่ตอนนี้ตนเบื่อเรื่องพิธาน อยากย้ายไปไกลๆ และพามิ้งค์ไปด้วย น้าวันติงว่ามิ้งค์มีงานอยู่ที่นี่แล้ว

“สักวัน...คุณพีทก็คงบีบให้มิ้งค์ออก ผมว่าจะให้มิ้งค์มาช่วยผม หุ้นกันที่ร้านใหม่ ก็ร่วมกันทำร่วมกันเก็บ”

น้าวันถามว่าจะย้ายเมื่อไหร่ พอลบอกว่าต้องขายร้านนี้ก่อนเพราะทุนลงไว้ที่นี่หมดแล้ว แต่น้าวันอยากเก็บร้านนี้ไว้ จึงเสนอให้ทุนพอลไปลงทุนก่อน มีเมื่อไรค่อยทยอยใช้คืน พอลเกรงใจจะทำเป็นสัญญากู้ยืม น้าวันบอกไม่ต้อง ครั้งนี้น้าขอให้เชื่อน้า พอลขอบคุณที่น้าวันเชื่อใจตน

ooooooo

มะนาวยังทำสงครามประสาทกับลันตาไม่เลิก วันนี้ก็นัดพบสิปาดันที่ร้านกาแฟให้เพื่อนแอบถ่ายลงไอจีแล้วแท็กมาหามะนาว จากนั้นก็โทร.ถามลันตาว่าเห็นหรือยัง

ลันตาถูกมะนาวทำสงครามประสาทจนเครียดลงกระเพาะ แพทกับกีรติไปเจอกำลังปวดท้องรุนแรงจึงพาส่งโรงพยาบาล แพทโทร.บอกอินทนนท์ที่กำลังเรียกแท็กซี่

“แบบนี้มันสงครามประสาทกันชัดๆ ตอนนี้ลุงกับย่าลงมากรุงเทพฯ ว่าจะมาเยี่ยมสิปาหน่อย ฝากแพทพา หนูลันกลับคอนโดด้วยนะ เรื่องเจ้าสิปาเดี๋ยวลุงจัดการเอง”

อินทนนท์จัดการกับสิปาดันได้ทันควัน โทร.หาสิปาดันขณะเขากำลังเปิดประตูรถให้มะนาวขึ้น เขาบอกพ่อว่าวันนี้ไม่มีบินกำลังจะกลับบ้าน

“แกจะกลับบ้านทั้งที่มีมะนาวติดรถไปด้วยอย่างนั้น เหรอ” อินทนนท์ถาม สิปาดันชะงักว่าพ่อรู้ได้ยังไง เหลียวมองจึงเห็นอินทนนท์กับย่านวลยืนมองอยู่ใกล้ๆนั่นเอง!

ooooooo

สิปาดันทั้งตกใจและงุนงงที่เห็นทั้งพ่อและย่า มาอยู่ตรงหน้า ถามว่าจะมากรุงเทพฯทำไมไม่บอกจะได้ไปรับ ถูกอินทนนท์ย้อนถามว่ารู้ตัวไหมว่าทำอะไรอยู่
เสียงเครียดและสายตาของอินทนนท์ที่ถามตนและมองไปที่มะนาว ทำให้สิปาดันเดาใจพ่อออก ชี้แจงว่าตนแค่จะไปส่งมะนาวเพื่อความปลอดภัยจากเจ้าหนี้เท่านั้นเอง

“แกห่วงคนนอกบ้าน แล้วคนในบ้านอย่างหนูลัน แกสนใจบ้างไหม” สิปาดันถามว่าลันตาเป็นอะไร ตอนนี้อยู่ไหน

มะนาวเห็นสถานการณ์ตึงเครียดจึงลงจากรถมาสวัสดี สิปาดันบอกว่าไปส่งเธอไม่ได้แล้วลันตาไม่สบายต้องรีบไปดู มะนาวตีหน้าซื่อทำเป็นห่วงใยขอไปเยี่ยมด้วย ย่านวลโกรธแทนลันตา จ้องหน้าพูดนิ่งๆว่า

“แค่หนูช่วยดูแลตัวเอง ไม่ต้องเป็นภาระของสามีคนอื่นก็พอจ้ะ” แล้วเร่งให้รีบไปกัน ย่านวลขึ้นรถก่อน อินทนนท์อาศัยช่วงจังหวะที่สิปาดันดูแลย่านวลอยู่ หันพูดกับมะนาวว่า

“อ้อ ที่หนูต้องจำไว้ให้ขึ้นใจ ผู้หญิงมีค่า...ผู้ชายจะวิ่งไล่จับ ไอ้ที่หนูกำลังทำน่ะ มันตรงกันข้าม” พูดแล้วขึ้นรถไป

“นาวกลับบ้านดีๆนะครับ” สิปาดันยังเป็นห่วง ถูกย่านวลเร่งให้รีบไปจึงขึ้นรถ มะนาวจิกตามองอย่างไม่ยอมแพ้

กลับถึงคอนโด สิปาดันถามลันตาอย่างร้อนใจว่าเป็นอะไรทำไมไม่โทร.บอก เคลียร์ว่าตนไม่มีอะไรกับมะนาว ที่ไม่บอกเรื่องบินไฟลท์เดียวกับมะนาวเพราะไม่คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ ลันตาถามว่าแล้วตอนนี้ล่ะ?

สิปาดันชี้แจงว่ามะนาวกำลังเดือดร้อนมีนักเลงบ่อนตามทวงหนี้และจะทำร้าย เชื่อว่าถ้าเป็นเธอก็ต้องช่วยเหมือนกัน

“ลัน...ขอให้แกไว้ใจฉัน ถ้าช่วยจบเรื่องหนี้ให้นาวได้ ฉันจะไม่สนใจเรื่องของนาวอีก” ย่านวลจะท้วงติง เขาก็ชี้แจงว่า “ที่ผมช่วยเพราะนาวเป็นเพื่อนเป็นญาติของเรา ผมสัญญาว่าจบเรื่องนี้แล้วผมจะไม่ติดต่อกับนาวอีก”

ย่านวลกับอินทนนท์มองหน้ากันอึ้ง แต่พอออกมานอกห้อง อินทนนท์บ่นกับย่านวลว่า

“สิปามันใจอ่อนเหมือนแม่ไม่มีผิด”

เพื่อตัดปัญหาไม่ให้มะนาวมายุ่งกับสิปาดันอีก ย่านวลโทร.นัดเอื้องคำออกมาพบกันที่ร้านกาแฟ บอกเอื้องคำว่า

“นวลมาเรื่องเงินห้าล้านที่พี่ต้องการค่ะ มันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่นวลจะจ่ายให้พี่...ห้าล้านของนวลจะจ่ายถ้าคุณพี่ให้คำมั่น”

“หลานสาวของฉันจะไม่ยุ่งกับหลานชายของเธออีกทันทีที่ฉันได้หกล้าน” ย่านวลยืนยันว่าตนให้ได้แค่ห้าล้าน “ก็เลือกเอา ระหว่างเงินกับความสุขของหลานเธอ” เอื้องคำพูดอย่างเป็นต่อด้วยความมั่นใจว่าย่านวลต้องเลือกความสุขของสิปาดันกับลันตา

ย่านวลถามว่าเอื้องคำมีหลักประกันอะไรว่าจะทำตามข้อตกลง เอื้องคำตอบทันทีว่าไม่มี แต่ถ้าไม่ตกลง ก็รอดูใบหย่าของหลานสิปาดันกับลันตาได้เลย!
ย่านวลหยิบสมุดเช็คออกมา มองหน้าเอื้องคำอีกทีแล้วเขียนตัวเลขและเซ็นชื่อให้ เอื้องคำยิ้มทั้งสมใจและสะใจ!

ooooooo

เช้านี้ ลันตามาทำงานตามปกติ แต่ความเครียดทำให้เธอเสียดท้องจนต้องฟุบกับโต๊ะ แพทเตือนเพื่อนรักว่า ถ้าไม่เลิกเครียดโรคนี้ไม่มีวันหาย บอกให้หนักแน่นหน่อย

ลันตายอมรับว่าทุกครั้งที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันกับสิปาดันก็อดที่จะคิดฟุ้งไปไม่ได้ แพทถามว่าแล้วความสุขอยู่ตรงไหน

“ฉันไม่รู้ ฉันพยายามจะเชื่อในสิ่งที่สิปาพูด แต่ภาพที่ฉันเห็นในไอจีพวกนั้นมันฟ้องว่าสิปาอยู่กับมะนาว สิปาปิดบังฉัน แล้วยังไอ้รอยลิปสติกบ้าๆนั่นอีก ฉันอยากจะถามแต่ฉันกลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นพวกเวิ่นเว้อ ฉันเบื่อ!”

แพทถามว่าวันนี้สิปาดันบินไปไหน พอรู้ว่าไม่มีก็ชวนลันตาไปดูให้เห็นกับตาเลยว่าสิปาดันนอกใจเธอหรือเปล่า

มะนาวเหลือบเห็นลันตากับแพทมาก็โผเข้ากอดสิปาดันบอกว่าตนยังรักและไม่เคยลืมเขา สิปาดันจับไหล่มะนาวจะดันออก แต่ลันตาทนดูไม่ได้เบือนหน้าหนีจะเดินไป แพทยื้อไว้ถามว่าจะไปไหน สิปาดันหันมาเห็นพอดีเขาผลักมะนาวออกแล้ววิ่งตามลันตาไป

พลันก็ดิ้น เสียงมะนาวตะโกนให้ปล่อย! ปล่อย!! สิปาดันหันมอง เห็นลูกน้องเจ้าหนี้กำลังฉุดมะนาว สิปาดันวิ่งกลับมาช่วยเธอ ถูกเจ้าหนี้คว้าไม้โผล่มาหวดใส่

สิปาดัน มะนาวหันมาเห็นเธอพุ่งเข้าปกป้องสิปาดันทำให้ถูกไม้หวดเข้าที่หัวเต็มๆ หมดสติแน่นิ่งไปทันที ลูกน้องเจ้าหนี้ตะโกนว่า “ตำรวจ!” เท่านั้นเองทั้งเจ้าหนี้และลูกน้องก็หนีหายไปในพริบตา

ลันตากับแพทยืนดูเหตุการณ์ตะลึงอึ้ง!

พามะนาวส่งโรงพยาบาลแล้ว สิปาดันโทร.บอกเอื้องคำที่กำลังจะแยกย้ายกับย่านวลที่หน้าร้านกาแฟ เอื้องคำกับย่านวลรีบไปที่โรงพยาบาลทันที

ไปถึงโรงพยาบาล สิปาดันเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง กลับถูกเอื้องคำด่าว่า เลวจริงๆ หลอกให้หลานตนรักแล้วทิ้งไม่พอ นี่ยังมาทำให้เจ็บอีก เอื้องคำด่าสิปาดันจนลันตาต้องช่วยชี้แจง เลยถูกด่าไปอีกคนว่าแย่งผู้ชายจากหลานตนหน้าด้านๆ

“คุณป้าด่าให้มันถูกเรื่องนะคะ หลานคุณป้าโดนทำร้ายไม่ได้ฆ่าตัวตาย รวมทุกอย่างด่าทุกเรื่อง สมองสั่งการไม่ทันระวังจะช็อกตามไปอีกคนนะคะ” ลันตาโต้

“นังลันตา!” เอื้องคำพรวดเข้าไป ก็พอดีหมอออกจากห้องฉุกเฉินเลยหันไปถามหมอว่าหลานตนอาการเป็นอย่างไร

“ปลอดภัยแล้วครับ คนไข้มีแผลและรอยช้ำตรงต้นคอจากการกระแทก บาดแผลภายนอกตอนนี้ไม่น่ากังวล เราต้องรอดูอาการอีกหลังจากคนไข้ฟื้นครับ”

“ฉันต้องการเยี่ยมหลานฉันเดี๋ยวนี้!” เอื้องคำเสียงขุ่นแล้วเข้าไปเลย

ooooooo

สิปาดันอยู่เฝ้ามะนาวด้วยความรู้สึกผิดที่เธอปกป้องตนจนตัวเองเจ็บ เขาบอกว่าคืนนี้จะเฝ้ามะนาวเอง อินทนนท์ติงว่าเขามีงานต้องทำไม่ใช่หรือ

“นาวต้องเจ็บเพราะผม อย่างน้อยผมอยากให้นาวตื่นมาแล้วอุ่นใจที่มีเพื่อน”

“ลันจะอยู่เฝ้าเป็นเพื่อนสิปาเองค่ะ” ลันตาอาสา ย่านวลจะทักท้วง เธอชิงพูดเสียก่อนว่า “คุณย่าไม่ต้องห่วงนะคะ นาวช่วยสิปาไว้เราก็ควรที่จะดูแลเขา”

“แกไหวเหรอลัน” แพทกระซิบถาม ลันตาไม่ตอบได้แต่ยิ้มให้เพื่อน

เมื่อออกมาจากห้อง ย่านวลภาวนาว่า “เจ้าประคู้ณ...ขอให้หนูมะนาวอย่าเป็นอะไรมากไปกว่านี้เลย ย่ากลัวหนูลันจะทนกับเรื่องนี้ไม่ไหว” ทุกคนได้แต่มองหน้ากันด้วยความเป็นห่วงความรู้สึกของลันตา...

แต่ในภาวะเช่นนี้ ลันตากลับเห็นใจสิปาดันที่รู้สึกผิดและเป็นห่วงมะนาวมาก เธอบอกให้เขาไปพักเสียตนจะเฝ้ามะนาวให้เอง ปลอบใจว่าหมอบอกแล้วว่ามะนาวปลอดภัยแล้ว ตอนนี้แค่รอให้เธอฟื้นขึ้นมาเท่านั้น พูดให้กำลังใจว่า “แกอย่าคิดมากนะ” แต่สิปาดันก็ยังอดมองมะนาวที่หลับอยู่อย่างห่วงกังวลไม่ได้...

ooooooo

เพื่อจะทำให้พิธานเห็นถึงความรักและความห่วงใยของน้าวันที่มีต่อเขา พอลวางแผนกับมิ้งค์และวันนี้ก็เริ่มแผนการกันอย่างแนบเนียน

พอลปิดร้านหนึ่งวันอ้างว่าต้องการความเป็นส่วนตัว เมื่อน้าวันออกไปซื้อของ พอลจึงส่งข้อความเข้ามือถือพิธานพร้อมลายเซ็นเช็คยอดเงินเจ็ดล้านให้พอลไปทำร้านใหม่

พิธานเดือดเป็นฟืนเป็นไฟ ตวาดถามทางโทรศัพท์ว่า “แกคิดจะทำอะไร!”

“ก็ทำเหมือนกับที่คุณทำกับมิ้งค์ แบบที่คุณชอบพูดบ่อยๆว่า...‘ผมไม่มีความสุข คุณก็ต้องไม่มี’ ผมจะทำให้ทุกคนที่อยู่รอบตัวคุณไม่มีความสุข คนที่คุณรักจะต้องเจ็บปวด!”

“ไอ้พอล...พี่วันไม่เกี่ยว! แล้วทำไมพี่วันถึงให้เงินแก!”

“ผมแค่บอกว่าคุณก่อกวนผมกับมิ้งค์ จะย้ายร้านหนีคุณ น้าวันก็ให้ยืมเงินเจ็ดล้านแบบง่ายๆ แล้วถ้าผมไม่คืนเงินก้อนนี้...”

พอลใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง แกล้งบอกว่าจะไม่คืนเงินก้อนนี้ที่น้าวันสะสมมาทั้งชีวิต พิธานแค้นแทบกระอักเลือดตะโกน “ฉันจะฆ่าแก!”

พิธานโทร.ถึงน้าวัน พอน้าวันจะรับสายปรากฏว่าแบตหมด จึงกลับมาที่ร้าน พอลบอกน้าวันว่าเงินเจ็ดล้านที่ยืมมาคงคืนน้าวันไม่ได้แล้ว ขณะน้าวันกำลังอึ้งนั่นเอง พิธานก็พรวดเข้ามาบอกพอลว่า มันเป็นเรื่องระหว่างเขากับตนพี่วันไม่เกี่ยว พอลเย้ยว่ามันก็สมกับที่เขาทำกับมิ้งค์แล้ว เจ็ดหมื่นแลกกับเจ็ดล้านของพี่สาวเขา มันก็ยุติธรรมดีแล้ว

น้าวันบอกว่าเงินนั้นเป็นของพิธานครึ่งหนึ่งตนเก็บเป็นมรดกไว้ให้เขา

“คนใจแคบอย่างเขาไม่สมควรจะได้เงินจากน้าแม้แต่บาทเดียว” พอลโต้ น้าวันน้ำตาคลอผิดหวังในตัวพอล ส่วนพิธานเดือดแค้นมาก สั่งพอลให้คืนเงินให้พี่วันเดี๋ยวนี้ พอลบอกว่าจะคืนเงินให้ก็ต่อเมื่อเขาคุกเข่าขอร้องตรงหน้าตนเท่านั้น

พิธานเห็นน้าวันน้ำตาร่วงก็ยิ่งเจ็บใจ จะยอมคุกเข่าเพื่อขอเงินคืน ขณะเขาจะคุกเข่าลงนั้น น้าวันร้องห้าม

“ไม่ต้อง! ห้ามแกคุกเข่าเด็ดขาด!!” พิธานถามว่าเงินตั้งเจ็ดล้านพี่ไม่เสียดายหรือ “ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าพีท ถ้าพอลจะไม่คืนเงิน น้าก็จะยกให้ถือซะว่าเป็นค่าโง่ที่น้ามองคนผิด พอลทำร้ายน้าได้แต่จะทำลายศักดิ์ศรีของน้องชายน้าไม่ได้!” แล้วประกาศกับพอลว่า ถ้าเงินมันสำคัญกว่าครอบครัว นับจากนี้เราก็ขาดกัน!”

น้าวันขอโทษพิธานที่ไม่มีอะไรเหลือให้เขาเลย พิธานบอกว่าไม่เป็นไรพี่สาวคนเดียวตนเลี้ยงได้ความรักที่น้าวันมีต่อพิธาน ทำให้เขาซาบซึ้งใจ พอลชี้ให้พิธานเห็นว่า

“เห็นแล้วใช่ไหมครับว่าคนที่น้าวันรักและห่วงที่สุดคือคุณไม่ใช่ผม” แล้วฉีกเช็คเงินสดเจ็ดล้านต่อหน้าทั้งสองบอกว่า “เงินก้อนนี้ผมไม่ต้องการ” พิธานกับน้าวันมองพอลอึ้งๆ พอลจึงบอกว่า “วันนี้ผมปิดร้านหนึ่งวันนะครับต้องพาแฟนไปเที่ยว”

แผนนี้ของพอลทำให้พิธานเข้าใจน้าวัน เห็นถึงความรักของน้าวันที่มีต่อเขา พอลมองสองพี่น้องที่เข้าใจกันด้วยความดีใจ

เมื่อพอลสารภาพกับน้าวันว่าทั้งหมดนั้นเป็นแผนการของตนที่อยากให้น้าวันกับพิธานเข้าใจกัน น้าวันขอโทษที่ด่าพอลไปมากมาย พอลไม่ถือไม่โกรธ พูดอย่างสำนึกบุญคุณว่า ถ้าไม่มีน้าวันตนก็ไม่มีชีวิตอย่างทุกวันนี้ อยากเรียกน้าวันว่าแม่ด้วยซ้ำ ซึ่งน้าวันก็เต็มใจ ยินดีที่จะมีลูกชายอย่างพอล

พิธานเข้าใจพอลจนยอมรับเขา ทั้งยังคืนเงินเจ็ดหมื่นบาทให้พอลโดยตนขอรับผิดชอบเองเพราะเป็นตัวการต้นคิดแกล้งมิ้งค์ เขาบอกน้าวันว่าอยากกลับไปอังกฤษเพื่อทบทวนตัวเองสักพัก ถ้าทำใจได้จะกลับมา ฝากพอลให้ดูแลพี่สาวตนด้วย พอลรับปากด้วยความเต็มใจ

“ขอบใจมาก ไอ้น้องชาย” พิธานยิ้มให้พอลแล้วกลับเข้าห้องไป พอลยิ้มนิดๆกับสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้จากพิธาน

ooooooo

แต่ปัญหาของมะนาวยังยืดเยื้อตามแผนของเอื้องคำ คุณป้ามหาภัยตัวจริง!

เอื้องคำวางแผนให้มะนาวบาดเจ็บเพราะสิปาดันเพื่อให้เขารู้สึกผิดและต้องรับผิดชอบดูแลมะนาว ทำให้ความระแวงระหว่างสิปาดันกับลันตาร้าวลึกยิ่งขึ้น

นอกจากบงการให้มะนาวรู้สึกตัวจากสลบช้าจนทุกคนวิตกแล้ว พอรู้สึกตัวขึ้นมายังบงการให้มะนาวทำเป็นตาบอดและร่ำร้องเรียกหาแต่สิปาดัน จนสิปาดันปลีกตัวไปไหนไม่ได้ ต้องคอยป้อนน้ำป้อนข้าวเฝ้าดูแล จนลันตาเครียด

ย่านวลเป็นกังวลบอกเอื้องคำว่าพร้อมจะให้เงินค่ารักษาและดูแลมะนาวอย่างดี และจะหาหมอมารักษามะนาวให้หายให้ได้ เอื้องคำอ้างว่าวันก่อนหมอเพิ่งตรวจการมองเห็นไปแล้ว ก็เห็นๆอยู่ว่ามะนาวมองไม่เห็นอะไรเลย

“วันนี้จะตรวจภายในดวงตาค่ะ นวลปรึกษาหมอแล้ว ถ้าเช็กแล้วข้างในไม่เสียหายมาก ยังไงก็ต้องรักษาได้” ย่านวลบอก เอื้องคำฟังแล้วอึ้ง

เมื่อปลอดคน เอื้องคำบอกมะนาวว่าต้องรีบออกจากโรงพยาบาลไปเดี๋ยวนี้เลย เพราะพวกนั้นจะจับตรวจสายตาด้วยเครื่อง ถ้าเข้าเครื่องตรวจยังไงก็ต้องจับได้

“ไม่นะคะ นาวไม่ยอมเสียโอกาสนี้แน่ แต่ถ้านาว ออกจากโรงพยาบาล บ้านสิปาก็ต้องสงสัย...ทำยังไงดีคะคุณป้า”

สองป้าหลานคิดหนัก...

ooooooo

ลันตาเครียดจนนับวันปวดท้อง ปวดหัวมากขึ้น แพทบ่นขณะพาเธอมาส่งที่คอนโดว่า

“ฉันสุดจะทนแล้วนะเว้ย ถ้าแกยังปล่อยให้ตัวเองเจ็บป่วยพร้อมจะตายแบบนี้ ฉันจะไปวีนมะนาวให้มันหายบอดไปเลย”

แต่ขณะจะถึงห้องแล้วนั่นเอง ก็เจอกับสิปาดัน ย่านวล และอินทนนท์พากันออกมาอย่างตกใจ สิปาดันคุยมือถือหน้าเครียด “มะนาวหายตัวไปจากโรงพยาบาล!”

แพทกับลันตามองหน้ากันตกใจ

แต่พอสิปาดัน ย่านวล และอินทนนท์ลงมาถึงข้างล่าง ก็เจอเอื้องคำกำลังพามะนาวลงจากรถแท็กซี่ มะนาวร่ำร้องจะกลับบ้าน สิปาดันถามเอื้องคำว่าพามะนาวออกจากโรงพยาบาลทำไม

เอื้องคำด่ามะนาวที่เอาตัวไปรับไม้แทนสิปาดันเพื่อย้ำความผิดกับสิปาดันถามมะนาวว่า...

“เจ็บเกือบตาย แล้วมันเห็นหัวแกไหม มันก็มีความสุขกับเมียมัน ทิ้งอีบอดหน้าโง่อย่างแกเป็นภาระของฉัน ฉันแก่ป่านนี้แล้ว จะมีปัญญาไปดูแลใครได้ ใครมันทำให้แกบอดก็ให้มันรับผิดชอบ!”

อินทนนท์บอกให้พามะนาวกลับบ้านเสียตนจะจ้างพยาบาลไปดูแลให้ เอื้องคำไม่ยอมบอกว่าไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาเดินเพ่นพ่านในบ้าน

“ไอ้นั่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่เอา!” อินทนนท์ฉุนเสียงดัง

“แล้วมันใช่ภาระของฉันไหม!” เอื้องคำสวนเสียงเขียว

มะนาวจับมือสิปาดันบีบแน่น น้ำตาร่วง สิปาดันสงสารมะนาวโพล่งออกไปทันทีว่า

“พอเถอะครับ ผมจะรับมะนาวมาดูแลเอง”

ทุกคนตกใจ อินทนนท์เรียกเตือนสติ สิปาดันยืนยันว่า

“ผมตัดสินใจแล้วครับพ่อ ผมจะดูแลมะนาวเอง”

ooooooo

สิปาดันพามะนาวไปนั่งที่โซฟาในห้อง บอกให้เธอรอสักครู่เดี๋ยวตนมา แต่พอเขาจะออกไป มะนาวก็คว้ามือเขาไปแนบแก้มอ้อน

“สิปาคะ...นาวไม่เหลือใครแล้วนอกจากคุณ ถ้าไม่มีคุณ นาวก็ไม่รู้จะใช้ชีวิตในสภาพแบบนี้ไปยังไง”

“ไม่ต้องกลัวนะ ผมจะหาหมอรักษาให้นาวกลับมามองเห็นให้ได้” เธอถามว่าแล้วถ้าตนต้องตาบอดแบบนี้ตลอดไปล่ะ “ผมจะรับผิดชอบชีวิตของนาวเอง ผมสัญญา”

มะนาวเอ่ยขอบคุณอย่างซาบซึ้ง สิปาดันมองเธอทั้งสงสารและหนักใจก่อนออกจากห้องไป

แต่พอสิปาดันออกไปแล้ว มะนาวก็มองไปรอบห้องอย่างสำรวจ หยุดที่รูปแต่งงานของสิปาดันกับลันตา เธอมองยิ้มร้ายกาจ

สิปาดันลงไปพบย่านวล อินทนนท์ ลันตาและแพท ที่สระว่ายน้ำของคอนโด

อินทนนท์ไม่เห็นด้วยที่รับมะนาวมาดูแลที่คอนโด บอกสิปาดันให้พาเธอกลับไปคืนเอื้องคำเสีย เรื่องอื่นตนจะเจรจาเอง เขาอยากได้เงินเท่าไรก็จะให้ 

สิปาดันอ้างว่าเอื้องคำได้เงินไปแล้วก็ไม่แน่ว่าจะดูแลมะนาวอย่างดี แพทเสนอให้พาไปสถานพักฟื้นที่ไหนก็ได้ที่มีคนดูแล สิปาดันติงว่าทำอย่างนั้นก็ไม่ต่างกับเอื้องคำที่เอามะนาวไปทิ้งไว้ที่อื่น แล้วความรู้สึกของมะนาวจะเป็นอย่างไร ไหนจะตาบอด ตกงาน ถูกทิ้ง

สิปาดันบอกว่าตนทำไม่ลง แพทจึงให้ถามความรู้สึกของลันตา เธอถามสิปาดันว่า

“ให้ฉันตัดสินใจเรื่องมะนาวได้ไหม เราเป็นสามีภรรยากัน เรื่องในบ้านเราควรจะตัดสินใจร่วมกันไม่ใช่หรือสิปา ทุกคนเป็นห่วงความรู้สึกของฉัน ถ้าฉันตัดสินใจทุกคนถึงจะโอเคใช่ไหมคะ”

แพทบอกว่าใช่ อินทนนท์ย้ำว่าขอแค่สิปาดันกับลันตาไม่มีปัญหากันเท่านั้น สิปาดันจึงถามว่าเธอตัดสินใจอย่างไร

“ฉันตัดสินใจให้สิปารับมะนาวมาดูแลค่ะ” ลันตาตอบ แพทโวยว่ายอมได้ยังไงวะ! “เพราะฉันเข้าใจสิปา วันที่ลันอยากดูแลตาหนูก็มีสิปาที่เข้าใจและคอยช่วย
ลัน วันนี้ลันก็เข้าใจที่สิปาอยากดูแลมะนาวเพราะอะไร ลันอยากเป็นคนที่เข้าใจและคอยช่วยสิปาเหมือนกัน”

“ขอบคุณนะลัน ที่เข้าใจฉัน” สิปาดันมองอย่างประทับใจ แพทกับอินทนนท์จะแย้ง แต่ลันตาเอ่ยขึ้นก่อนว่า

“ลันเชื่อว่า สักวันมันจะมีทางออกที่ดีสำหรับเราทุกคน ลันตัดสินใจแล้ว ขอให้เป็นไปตามนั้นนะคะ”

พอลันตาพูดจบ ทุกคนก็เงียบ เพราะไม่อยากให้มีปัญหาอะไรกันอีก แต่ก็ยังหนักใจว่าแล้วจะอยู่กันอย่างไร

“เรื่องนี้เดี๋ยวพ่อจัดการให้เอง” อินทนนท์บอกทุกคนที่มองหน้าเขาอย่างคาดเดาไม่ออกว่าจะทำอย่างไร

ระหว่างที่สิปาดันไม่อยู่ในห้องนั้น มะนาวแอบโทรศัพท์คุยกับเอื้องคำบอกว่าสิปาดันไม่มีทางไล่ตนแล้ว

“ทุกอย่างเข้าทางเราจริงๆ แกต้องขยี้ให้พวกมันแตกกันให้ได้ ถ้าพวกมันไม่มีความสุข นังนวลกับมาลัยก็ต้องไม่มีความสุขเหมือนกัน” เอื้องคำสะใจ ในขณะที่มะนาวขอบคุณป้าที่สร้างโอกาสให้ตน เธอยิ้มอย่างสะใจร้ายกาจยิ่งกว่า

ooooooo

อินทนนท์จัดการให้มะนาวมาอยู่อีกห้องหนึ่งและให้วิทยุสื่อสารไว้ด้วยเพื่อจะได้สื่อสารกันได้ง่าย มะนาวถามอย่างตัดพ้อว่าจะให้ตนอยู่คนเดียวหรือ?

มะนาวมารยาว่าตนกลัว ลันตาจึงจะมาอยู่เป็นเพื่อน แพทติงว่าเธอก็ต้องทำงาน ย่านวลจึงอาสาจะมาอยู่เป็นเพื่อนเอง

มะนาวจำต้องยอม บอกสิปาดันว่าอยากล้างมือ สิปาดันจัดแจงล้างมือให้ แพทมองอย่างหมั่นไส้พึมพำลอดไรฟันกับลันตาว่า

“ถ้าไม่ติดว่าตาบอด ฉันจะถีบให้จริงๆ เรียกร้องความเห็นใจสุดๆ”

ลันตาบอกให้สงสารเขาเถอะ แต่ตัวเองก็มองสิปาดันดูแลมะนาวอย่างอึดอัดใจ ย่านวลกับอินทนนท์มองอย่างหนักใจ

กว่าสิปาดันจะปลีกตัวจากมะนาวมากินข้าวที่ลันตาเตรียมไว้ให้ก็ค่ำมืดมากแล้ว เขาขอโทษลันตาที่เกิดเรื่องแบบนี้เธอคงอึดอัด ลันตาถามว่าแล้วเขาจะทำอย่างไรต่อไป

สิปาดันบอกว่าตอนนี้ยังนึกไม่ออกต้องรักษาตามะนาวให้หายก่อน ลันตาถามว่าแล้วถ้าไม่หายล่ะ? เขาบอกให้ใจเย็นๆเดี๋ยวก็ต้องมีทางออก

ขณะนั้นเองมะนาวก็ร้องเรียกสิปาดัน บอกว่าตนอยู่ในห้องน้ำให้ช่วยหยิบผ้าขนหนูกับเสื้อให้หน่อย ลันตาบอกว่าเดี๋ยวตนจัดการเอง พอเข้าไปในห้องเห็นเสื้อผ้าที่มะนาวถอดกองไว้กับพื้นอย่างเห็นรูปเห็นรอย ลันตาก็เครียด...

ooooooo

รักต้องอุ้ม

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด