ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    รักต้องอุ้ม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "รักต้องอุ้ม"

    ที่ห้องประชุมออฟฟิศรวม ลันตาร้อนใจที่มิ้งค์บอกว่ากำลังมาแต่มาไม่ถึงสักที ลันตาบอกว่าอยากให้มิ้งค์เข้าร่วมประชุมด้วย แพทถามว่าจะดันน้องหรือ

    “ฉันคุยกับพี่นีแล้ว มันมีทาง”

    “ลัน...” รัชนีเดินเข้ามาพอดี “พี่คุยกับคุณพิธานคร่าวๆแล้วนะเรื่องมิ้งค์ แล้วมิ้งค์ล่ะ”

    ลันตาบอกว่ากำลังมา รัชนีให้เร่งๆหน่อย ลันตากับแพทเลยช่วยกันโทร.หามิ้งค์อีกแต่ก็ไม่รับสาย เอะใจกันว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า เลยโทร.ถามพอลคาดว่าน่าจะรู้ แล้วก็รู้จริงๆ

    พอลบอกว่าเตี่ยมิ้งค์อยู่ในห้องฉุกเฉิน ตอนนี้มิ้งค์คงไปทำงานไม่ไหว ลันตาบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวตนจะจัดการลางานให้มิ้งค์เอง ฝากพอลดูแลมิ้งค์ด้วย ถ้ามีอะไรจะให้ช่วยโทร.บอกได้เลย

    พิธานคุยกับทุกคนในที่ประชุมว่า ฟีดแบ็กของดรีมฉบับแรกถือว่าดีมาก

    “มีคนอ่านที่โทร.เข้ามาชื่นชม และเสนออาชีพที่อยากให้เราเจาะลึก ในส่วนของคอมเมนต์ต่างๆ เราจะนำไปปรับปรุงแก้ไข ให้แต่ละคอลัมน์สมบูรณ์กว่านี้ค่ะ” ลันตาเอ่ย

    “ทางคุณกาญจนาขอคำตอบเรื่องแฟชั่น Love Forever ดิฉันตัดสินใจจะให้ลันตามาช่วยคุมในระหว่างที่เรายังไม่มี บก.คนใหม่” รัชนีแจ้งแก่ที่ประชุม

    “คุมทั้งลาเบลและดรีม มันจะโหลดไปไหมสำหรับลันตา” พิธานติง

    “แพทจะเป็นผู้ช่วยลันในส่วนของดรีม แต่มีอีกตำแหน่งที่ลันคิดว่ามันจะโหลดเกินไปคือฝ่ายแฟชั่น ลันอยากจะสร้างคนในตำแหน่งหน้าที่นี้ขึ้นมามากกว่าจะไปดึงตัวมืออาชีพที่มีปัญหาเรื่องคิวการทำงาน ถ้าคุณพิธานเห็นชอบ ลันก็พร้อมจะสร้างคนเพื่อรองรับงานของออฟฟิศ”

    ทั้งพิธานและสุวิภาต่างมองลันตาอย่างเดาใจได้ว่าเธอหมายถึงใคร ลันตายิ้มให้อย่างยอมรับ

    กีรติที่นั่งคุยกับแพทและลันตา เขาปรารภขำๆ ว่าอยากเห็นหน้าพิธานตอนที่ลันตาเสนอจะให้มิ้งค์เป็นเด็กสร้างจริงๆ แพทบอกว่าตนยังอึ้งเลยที่เขาตอบโอเค แต่อึ้งกว่าตอนที่บอกว่า Guest เล่มต่อไปคือพอลแล้ว พูดขำๆว่า

    “ไอ้ลันพูดจบ เขานิ่งไปสักพักแล้วบอกว่า โอเค มันแบบ...เหลือเชื่ออ่ะ”

    “ผลประโยชน์ ต่อให้เกลียดยังไง แต่ถ้ามันจะทำให้เขาได้มากกว่าเสีย เขาก็มองข้ามความเกลียดนั้นได้ ลันคุยกับคุณอธิปไปแล้วนะคะ ว่าจะขอยืมตัวคุณกบมาช่วยดรีม งานหลักๆก็ช่วยแพทเขาน่ะค่ะ” ลันตาบอก

    พอดีมีเสียงเคาะประตูแล้วเพชรก็เข้ามาบอกว่า

    “พี่นีให้พี่มารับบรีฟจากลันเรื่องแฟชั่น Love Forever”

    “ลันอยากให้พี่เพชรช่วยฝึกมิ้งค์น่ะค่ะ งานของทั้งสองเล่มจะได้ไม่ต้องไปโหลดที่พี่เพชรคนเดียว ฝึกของลัน หมายความว่า ใช้งานได้เต็มที่ เคี่ยวให้หนัก”

    “ไม่มีปัญหา เรื่องคอนเซปต์ล่ะ”

    เพชรฟังคอนเซปต์จากลันตาแล้วบอกโอเค พอเพชรออกไป ลันตาหันไปมองกีรติกับแพทเห็นกำลังคุยงานกันอย่างจริงจัง พอเธอหลับตาพัก เสียงมือถือก็ดังขึ้น เธอยิ้มรีบกดรับ ถามเสียงอ่อนหวาน “กลับมาหรือยัง”

    ooooooo

    สิปาดันยิ้มรับกับคำถาม ย้อนถามว่าเมื่อคืนนอน หลับ ไหม ลันตานิ่งไปนิดหนึ่ง ตอบเขาไปว่าไม่ค่อยจะหลับ

    “ค่ำๆ ก็ถึงบ้านแล้วเตรียมมื้อใหญ่ไว้ให้ด้วยนะ...” พอลันตาบอกว่าได้ เขาทำเสียงกรุ้มกริ่ม “คิดถึงแกมาก นะ...อยากกอด”

    ลันตายิ้มออกมานิดๆ พลันก็หยุดทันทีเมื่อได้ยินเสียงมะนาวลอดเข้ามาว่า

    “สิปา...เห็นผ้าเช็ดหน้านาวไหมคะ นาวไม่แน่ใจว่าลืมเอามาจากห้องหรือเปล่าตอนที่เราดื่มกาแฟกันค่ะ”

    “ผมไม่เห็นนะ”

    “งั้นคงหายจริงๆ ผืนรักเสียด้วย งั้นนาวไม่กวนแล้ว ขอบคุณสำหรับเมื่อเช้าค่ะ” พลางส่งเครื่องดื่มให้ สิปาดันแค่ยิ้ม รับไว้ แล้วคุยกับลันตาต่อ แต่อารมณ์ของลันตานาทีนี้ต่างจากเมื่อครู่นี้แล้ว เธอพูดเท่าที่จำเป็นและน้ำเสียงเย็นชาอย่างรู้สึกได้ทันที พอวางสาย เธอก็คิดถึงคำพูดของมะนาวเมื่อครู่นี้อย่างระแวง...

    ที่แท้มะนาวไปดักพบสิปาดันที่ร้านกาแฟสั่ง

    ฮอตลาเต้กับไอซ์อเมริกาโน่ของโปรดของตัวเองและของสิปาดัน แล้วเดินไปหาเขาถามว่าตนสั่งถูกไหมของโปรดเขา ฮอตลาเต้

    สิปาดันขอบคุณและจ่ายให้เธอด้วยบอกว่า เลี้ยงต้อนรับเพื่อน ที่ร้ายกว่านี้คือ มะนาวแอบถ่ายรูปมือสิปาดันที่สวมแหวนแต่งงานขณะเขายกกาแฟดื่มแล้วกดอัพขึ้นไอจี

    ลันตาอดระแวงไม่ได้หยิบโทรศัพท์กดเข้าไปที่ ไอจีของมะนาว เห็นมือสิปาดันที่สวมแหวนแต่งงานยกกาแฟดื่มเต็มตา! แม้จะใจเต้นแรง แต่ลันตาก็เตือนตัวเองว่า “เชื่อสิปา...ฉันต้องเชื่อมั่นในตัวสิปา”

    ooooooo

    รับเตี่ยจากโรงพยาบาลแล้วมิ้งค์พากลับบ้าน เตี่ยโวยวายว่าจะไปโรงพักจะไปดูม่อเก๊า พอมิ้งค์บอกว่าเฮียไม่เป็นไรหรอก เตี่ยก็ตวาด

    “ไม่เป็นไรได้ไง เฮียลื้อถูกตำรวจจับ คืนนี้อีต้องนอนในคุก อั๊วไม่ยอมให้อีนอนคุก อั๊วจะไปประกันตัวอาม่อเก๊าออกมา!”

    มิ้งค์บอกไม่ต้องหรอก ขณะกำลังถูกเตี่ยด่านั่นเอง พอลกับม่อเก๊าก็เดินเข้ามา ม่อเก๊ากอดเตี่ยอย่างหวังเป็นที่พึ่ง เตี่ยถามว่าออกมาจากโรงพักได้ยังไง มิ้งค์บอกเตี่ยว่า

    “คุณพอลเอาเงินห้าหมื่นไปประกันตัวเฮียออกมา เฮียถูกแจ้งข้อหาเสพยาไม่ใช่ครอบครองหรือจำหน่าย”

    “ตอนนี้ก็รอไปขึ้นศาลน่ะครับ” พอลบอก เตี่ยถามว่าจะโดนโทษหนักไหม “เท่าที่ผมค้นดูข้อมูล ตามความผิดคงต้องโดนจำคุกและปรับ เวลาในการรับโทษก็ไม่นานนัก”

    มิ้งค์เห็นเตี่ยเครียดมาก จึงชงชาร้อนๆ มาให้เตี่ยถามว่า

    “อามิ้งค์...วันนี้ลื้อจ่ายค่าหมอไปเท่าไหร่” มิ้งค์

    อึกอักบอกว่าก็ไม่เท่าไหร่ เตี่ยถามว่า “เงินอาพอลอีกใช่ไหม”

    “เปล่านะเตี่ย มิ้งค์จ่ายด้วยเงินมิ้งค์เอง เงินเดือนเดือนแรกของมิ้งค์...ที่จริงมิ้งค์ตั้งใจจะเอาเงินก้อนนี้ให้เตี่ยกับม้าเป็นค่าใช้จ่าย เอาไว้เดือนหน้า เงินเดือนออก มิ้งค์จะรีบเอามาให้เลยนะ”

    “ไม่ต้องหรอก” เตี่ยพูดหน้านิ่งๆ แต่แอบปลื้ม “ลื้อเก็บไว้ใช้จ่ายเองเถอะ อั๊วกับม้าลื้อยังทำงานไหว”

    “อีกสองเดือนพอมิ้งค์ผ่านโปร มิ้งค์จะได้ขึ้นเงินเดือน อีกหน่อยเตี่ยกับม้าก็ไม่ต้องทำงานหนักแบบนี้ มิ้งค์จะทำงานเลี้ยงเตี่ยกับม้าเอง” มิ้งค์บอกอย่างภูมิใจ มองไปเห็นเตี่ยมองมาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม...

    ขณะนั้นเอง ม่อเก๊ามาขอเงินจากม้า มิ้งค์ถามว่าจะไปไหนก็ถูกตวาดว่า เรื่องของอั๊วแล้วคะยั้นคะยอขอเงินจากม้า

    “อย่าให้นะม้า” มิ้งค์บอกม้า แล้วเตือนม่อเก๊าว่า “เฮียจะไปไหนไม่ได้ พรุ่งนี้เฮียต้องไปรายงานตัวที่ศาล” ถูกม่อเก๊าผลักเซออกมา มิ้งค์ขอร้อง “อยู่บ้านเถอะเฮีย ถ้าโดนจับอีกโทษหนักกว่าเดิมนะ”

    มิ้งค์ยื้อไว้ไม่ยอมให้ม่อเก๊าไป ม่อเก๊าโมโหจะตบ ถูกเตี่ยคว้าไม้กวาดตีมือที่จะตบมิ้งค์ จ้องหน้าปราม

    “ถ้าลื้อตบน้อง อั๊วจะตีลื้อให้ตาย” ม่อเก๊าเลยตีมิ้งค์ประชดเตี่ย ถูกเตี่ยฟาดไม่ยั้งจนม่อเก๊าต้องถอยหนีออกนอกบ้านไป หันมาขู่เตี่ยว่า “ถ้าเตี่ยไม่หยุด อั๊วจะไปไม่กลับมา!”

    “ไปเลย! ลื้ออยากติดคุกก็ออกไปเลย ถ้าลื้อโดนจับอีกจะไม่มีใครช่วยลื้อ!”

    ม่อเก๊ามองเตี่ยอย่างผิดหวังหันวิ่งออกไป เตี่ยยืนโงนเงนจนมิ้งค์ต้องรีบประคองพาไปนั่งพัก เตี่ยนั่งนิ่งน้ำตาคลอ มิ้งค์กับม้าได้แต่มองเตี่ยด้วยความสงสาร...

    ooooooo

    วันนี้ พอลตกใจและแปลกใจมาก เมื่อแพทกับกีรติมาบอกเขาว่าจะให้เขาเป็น Guest เขาติงว่าพิธานคงไม่ยอม

    “คุณพิธานอนุมัติแล้วค่ะ” แพทบอก กีรติก็ยืนยันว่าคอนเซปต์ทุกอย่างผ่านหมดแล้วเหลือแต่พอลตอบตกลงเท่านั้น แพทหว่านล้อมว่า “ถ้าคุณพอลตกลงมันจะเป็นผลดีมาก เพราะงานนี้จะต้องวางธีมของเล่มให้เหมาะกับเชฟเบเกอรี่ มันจะสนุกเวลาได้เปลี่ยนตามธีมของ Guest น่ะค่ะ โอเคนะคะ”

    พอลตอบตกลงแล้วหยิบถาดขนมออกไปด้านนอก เหลือแต่แพทกับกีรติ บรรยากาศในห้องครัวเงียบไปชั่วขณะ แล้วกีรติก็จะขอกลับก่อน แพทให้กินเค้กก่อนแล้วค่อยกลับ เขาตอบอย่างเย็นชาว่าไม่อยากกินแล้วจะไป

    “ฉันขอโทษ” แพทเอ่ยขึ้น กีรติชะงักแต่ไม่หันมา “ฉันรู้ว่าฉันปากเสียที่คิดว่าคุณกลัวคุณพิธาน ฉันขอโทษ”

    กีรติยังยืนนิ่ง แพทเดินมายืนตรงหน้า “คุณได้ยินหรือเปล่า ฉันบอกว่าฉันขอโทษ”

    กีรติบอกว่าได้ยิน ถามว่าแล้วยังไง เธอถามว่าแล้วหายโกรธได้หรือยัง กีรติบอกว่าตนจะหายโกรธก็ต่อเมื่อเธอสัญญาว่าจะไม่ใช้อารมณ์อีก แพทชักเคืองถามว่า “คุณว่าฉันไร้เหตุผลหรือ”

    “เจ้าอารมณ์ต่างหาก เอะอะก็ลุย มันดูไม่ใช้ความคิด ไม่มีสติ” แพทยอมรับว่าก็จริงของเขา กีรติมองหน้าถาม “เข้าใจง่ายไปไหม”

    “ไอ้ลันมันก็เตือนฉันบ่อยๆ แต่ฉันไม่ค่อยฟัง” กีรติถามว่าแล้วทำไมคราวนี้ยอมฟัง “ก็คุณช่วยฉันตั้งหลายครั้งนี่ ฉันยังไม่ได้ขอบคุณที่คุณใส่ชื่อฉันในคู่มือท่องเที่ยวเลย ขอบคุณนะ” แต่พอเห็นสายตากีรติที่มองอย่างพอใจ แพทเขินขอไปสั่งกาแฟ

    “หนีเก่งนะ สักวันจะไม่ให้หนี” กีรติมองตาเยิ้มๆ

    ooooooo

    สิปาดันมาถึงสนามบินก็โทร.ถามลันตาว่าเอาอะไรไหมจะได้ซื้อเข้าไปทีเดียวเลย เธอบอกว่าเอาตัวกลับมาเร็วๆก็พอ เพราะตอนนี้มีน้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด แกงจืดฟักรออยู่แล้ว

    “ไม่เกินครึ่งชั่วโมง” สิปาดันบอกอย่างแจ่มใส แต่พอเขาวางสาย ลันตาหันไปเตรียมอาหารต่อ มือถือเธอก็ดังขึ้น เป็นสายจากมะนาวโทร.มายั่วว่า

    “ฉันส่งสามีคืนให้เธอแล้วนะ เป็นหนึ่งคืนในญี่ปุ่นที่เหนื่อยมาก แต่สิปาเขาก็ยังมีแรงเหลือสำหรับเธอนะ”

    แม้จะเจ็บจี๊ดในใจแต่ลันตาก็ควบคุมอารมณ์ ตอบโต้เชือดเฉือนกับมะนาวอย่างเผ็ดร้อน บอกมะนาวว่าถ้าสิปาดันจะยอมเล่นด้วยกับเธอก็เอาสิ มะนาวถามว่าคิดว่าตนมโนไปเองใช่ไหม

    “ใช่...ทุกรูปกับทุกคำพูดของเธอ มันมีแค่เธอคนเดียวที่พูดเองเออเอง ไม่มีสักครั้งที่เธอจะถ่ายคู่กับสิปา เพราะว่าสิปาไม่รู้ว่าเธอกำลังทำเรื่องเลวๆ ลับหลังเขาอยู่”

    “คงมั่นใจสินะว่าสิปาจะซื่อสัตย์กับเธอจริง เอาแค่ง่ายๆ ถ้าสิปาบริสุทธิ์ใจ เขาต้องเล่าให้เธอฟังว่าฉันกับเขาบินด้วยกัน แต่ถ้าไม่...คงรู้นะว่าทำไม?” มะนาววางสายก่อนที่ลันตาจะตอบโต้ ลันตาถือโทรศัพท์ค้างอย่างคิดหนัก...

    ooooooo

    เมื่อสิปาดันกลับมาถึง ลันตาจัดชุดน้ำพริกขึ้นโต๊ะอย่างสวยงาม แต่เธอเองกลับหงอยๆ จนสิปาดันถามว่าเป็นอะไร เธอบอกว่าเพลียๆนิดหน่อยเพราะนอนไม่ค่อยหลับแล้วตักข้าวให้เขา พอสิปาดันทานน้ำพริกคำแรกก็ถามหยอกว่า

    “แกทำน้ำปลาหกเหรอลัน”

    ลันตาลองชิมดูก็ทำหน้าเจื่อนเพราะเค็มจริงๆ บอกว่าจะไปตำให้ใหม่ สิปาดันบอกไม่ต้องตนกินแกงจืดกับปลาทูก็ได้ แล้วแกะปลาให้เธอ ลันตามองสิปาดันอย่างรอคอยว่าเมื่อไหร่เขาจะเล่าเรื่องการเดินทางครั้งนี้ให้ฟัง แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่เล่า เธอจึงเป็นฝ่ายเล่าเรื่องของตัวเองกับพิธานให้ฟัง สิปาดันก็ยังไม่เล่าเรื่องของเขาอีก ลันตาได้แต่แอบคิดผิดหวังเริ่มระแวงและไม่มั่นใจในตัวเขา

    ฝ่ายมะนาวกลับไปเล่าให้เอื้องคำฟังว่า ตนทำอะไรอย่างไรกับสิปาดันและลันตาบ้าง เอื้องคำหัวเราะสะใจว่าลันตาต้องทุรนทุรายระแวง และถ้าเป็นอย่างที่คิด พวกเขาจะต้องไม่มีความสุขอีกเลย

    “แล้วถ้าลันตาอดทนได้มากกว่าที่เราคิดล่ะคะ ...เพราะตอนที่เป็นเพื่อนกัน สิปาจะทำอะไรนาวไม่เห็นว่าลันตาจะสนใจ ปล่อยเสียด้วยซ้ำ” มะนาวไม่มั่นใจนัก

    “แต่ไม่ใช่ตอนที่เป็นเมียแล้วแน่นอน เพื่อนต่อให้รักกันแค่ไหนก็ชีวิตใครชีวิตมัน แต่การเป็นสามีภรรยา มันคือความรู้สึกที่เป็นเจ้าของกันและกัน ความหวงหึง ระแวง ผิดหวัง จะทำให้ชีวิตคู่ของพวกมันต้องพัง”

    มะนาวฟังเอื้องคำอย่างมีความหวังว่าสักวัน...จะได้เห็นชีวิตคู่ที่ล่มสลายของสิปาดันกับลันตา

    ooooooo

    ที่บ้านมิ้งค์ บรรยากาศเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง วันนี้โมจะออกไปเล่นเกมตามเคย เตี่ยไม่ให้ไปสั่งให้มาช่วยกันห่อกุยช่าย โมบอกว่าตนไม่เคยทำ และไม่ใช่หน้าที่ของตนเพราะเตี่ยบอกเองว่าเป็นงานของผู้หญิง

    เตี่ยบอกว่าผู้หญิงสองคนนั้นเป็นแม่และเจ๊ลื้อ ลื้อต้องช่วย โมบอกว่าไม่อยากทำ เตี่ยคว้าไม้ตีไปสั่งสอนไปว่า

    “อยากมีเงินใช้ก็ต้องทำงาน จำไว้” แล้วคุมโมให้มาหัดห่อกุยช่าย

    ม้ากับมิ้งค์มองยิ้มๆอย่างแปลกใจในความเปลี่ยนแปลงของเตี่ย

    พอลเข้ามาพร้อมขนมและผลไม้ บอกเตี่ยกับม้าว่าพรุ่งนี้ม่อเก๊าต้องไปขึ้นศาลตอน 9 โมง มิ้งค์บอกว่าเฮียออกไปตั้งแต่สายๆ จนป่านนี้ยังไม่กลับเลย พอลกังวลว่าถ้าม่อเก๊าไม่กลับมาไปศาลเรื่องจะไปกันใหญ่ เตี่ยจะไปตาม พอลอาสาไปตามเองเพราะเตี่ยไม่ค่อยสบายถามมิ้งค์ว่ารู้ไหมว่าจะไปตามได้ที่ไหน มิ้งค์จึงพาไปเอง

    มิ้งค์พาพอลไปตามหาทั้งแถวกลุ่มเด็กแว้น แหล่งมั่วสุม จนมาถึงซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่งเจอม่อเก๊ากำลังถูกเด็กผู้ชายสามคนรุมยำอยู่ พอลจะเข้าไปช่วย มิ้งค์นึกได้ตะโกน “ตำรวจคะ...ทางนี้ค่ะ...ทางนี้!”

    ได้ผล! พวกเด็กค้ายาพากันวิ่งหนี พอลกับมิ้งค์เข้าประคองม่อเก๊าที่ถูกยำเสียสะบักสะบอมพากลับบ้าน เตี่ยถามว่าไปโดนอะไรมา พอลบอกว่า “จี้เอาเงินครับ”

    เตี่ยเห็นที่มุมปากพอลมีเลือดซิบๆ บอกมิ้งค์ให้ไปเอายามาทาให้

    ขณะมิ้งค์เดินออกมาส่งพอลนั้น พอลนัดพรุ่งนี้ตนจะมาสักแปดโมงเช้า เขาเอามือวางบนหัวมิ้งค์บอกว่าไม่ต้องเครียด ก็พอดีเตี่ยเดินออกมา พอลตกใจจะแก้ตัว แต่เตี่ยพูดขึ้นเสียก่อนว่า “ขอบใจนะ” ยิ้มให้พอลแล้วเดินเข้าบ้าน

    พอลบอกมิ้งค์ว่าเมื่อกี๊เตี่ยมาขอบคุณ มิ้งค์หยิก

    แก้มพอลแซวว่าฝันไปหรือเปล่า แล้วจับมือพอลเอ่ยอย่างซึ้งใจว่า

    “ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ขอบคุณมาก”

    “ผมทำอะไรก็ได้ เพื่อให้คุณจับมือผมไว้แบบนี้ ยิ้มแบบนี้ตลอดไป...”

    มิ้งค์ยิ้มเขินไร้จริต พอลยิ้ม...ช่างเป็นช่วงเวลาที่มีความอบอุ่นจริงๆ

    เช้าวันรุ่งขึ้น พอลมาตามนัด มิ้งค์จะไปด้วย เขาบอกให้เธอไปทำงานดีกว่าหยุดหลายวันไม่ดี พอดีเตี่ยขอไปด้วย เขาบอกมิ้งค์ว่าไม่ต้องห่วง ตนจะดูแลเฮียกับเตี่ยให้เอง มิ้งค์ขอบคุณ บอกว่าผลเป็นอย่างไรให้โทร.บอกด้วย

    ooooooo

    สิปาดันตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นลันตาแล้ว เขาโทร.บอกแพทให้ช่วยดูให้ด้วย เพราะรู้สึกลันตาแปลกๆ ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

    แพทไปเจอลันตาไปออกกำลังกายกับเครื่องออกกำลังอย่างดุเดือด ถามเพื่อนอย่างเป็นห่วงว่า

    “หนีสามีมาออกกำลังระบายความเครียดใช่ไหม ทำไม มะนาวมันทำอะไรอีก” พอลันตาเล่าให้ฟังแพทถามอย่างไม่เห็นด้วยว่า “ทำไมแกต้องลีลา อ้อมไปอ้อมมาวะ เล่าเรื่องพิธานเพื่อให้สิปาเล่าเรื่องมะนาว แค่แกถามว่ามะนาวไปบินด้วยไหมก็จบ”

    “ฉันกลัวสิปาจะคิดว่าฉันจุกจิก ระแวง ฉันก็เลยไม่ถาม”

    “กลัวสามีรำคาญว่างั้นเถอะ แต่ตอนนี้ฉันว่าที่แกทำมันโคตรระแวงโลกเลยว่ะ กลัวทุกสิ่ง นอยด์ทุกอย่าง ไอ้ลัน แกมานั่งคิดเองเออเองปะติดปะต่อทำตัวเป็นนักสืบ นักวิเคราะห์ ถ้าเกิดความจริงแล้วมะนาวมันโกหกทั้งหมดล่ะ จากเมียนี่เป็นหมาเลยนะแก”

    “แต่รูปพวกนั้น...”

    “รูปน่ะตัดแต่งต่อเติมยังไงก็ได้ ถ้าถามฉัน ฉันเชื่อสิปา เพราะฉันเห็นความรักที่มันมีกับแกมาตลอด บอกเลยว่ามะนาวไม่ได้มีความหมาย” ลันตาบอกว่าตนเคยเห็นเวลาที่สิปาไปยุ่งกับสาวๆ “เฮ้อ...จะรักกันก็ยาก รักกันแล้วยังวุ่นวาย แบบนี้ฉันถึงไม่อยากมีแฟน แกต้องเลือกแล้วล่ะลัน ว่าจะเคลียร์ให้จบ หรือจะเก็บอมเป็นนางเอกระทมทุกข์อยู่แบบนี้”

    ลันตาฟังแล้วยังสับสน ไม่รู้จะเอาอย่างไรดี

    ooooooo

    มิ้งค์ไปทำงาน เธอดีใจมากเมื่อรัชนีบอกว่าให้เธอดูเรื่องดีลเสื้อผ้าทั้งหมดของสองเล่ม รัชนีบอกว่า มิ้งค์ต้องเป็นคนจัดการติดต่อ รับและส่งคืนทั้งหมด

    “ถ้าผ่านงานเซตแฟชั่นของคุณกาญจนา พี่จะบรรจุมิ้งค์เป็นพนักงานเต็มตัว รับเงินเดือนเต็มสักที เพชรคงรอคุยงานกับมิ้งค์อยู่ เห็นว่าวันนี้ต้องไปรับชุดที่จะถ่ายเซตแฟชั่นของคุณกาญจนา” มิ้งค์รับทราบ รัชนีย้ำ “ทำงานให้ดี อย่าให้เสียโอกาส” มิ้งค์ไหว้ขอบคุณแล้วรีบเดินออกไป พิธานยืนมองจากอีกมุมหนึ่ง ยิ้มด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์

    มิ้งค์ไปรับชุดที่ห้องเสื้อ พอพนักงานให้เซ็นรับ มิ้งค์ดูแล้วบอกว่าที่เพชรดีลไว้เป็นอีกแบบหนึ่ง พนักงานบอกว่าเพชรเพิ่งโทร.มาเปลี่ยนแบบ มิ้งค์อ่านก่อนจะเซ็นแล้วตกใจอุทาน “ชุดนี้เจ็ดหมื่น!”

    พอรับชุดออกมา มิ้งค์ตัดสินใจจะนั่งแท็กซี่กลับเพราะกลัวชุดจะเสียหาย พอเดินออกมาก็ได้รับโทรศัพท์จากพอล เล่าว่าม่อเก๊าถูกตัดสินแค่เรื่องเสพยาและไม่เคยทำความผิดมาก่อน จึงส่งตัวไปบำบัดและต้องรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติ ถ้าความประพฤติดีกลับตัวได้ก็คงไม่มีปัญหา

    ขณะมิ้งค์กำลังดีใจกับข่าวนี้นั่นเอง มีมอเตอร์ไซค์โฉบเข้ามาชิงชุดไป มิ้งค์ที่ไม่ทันระวังตัวล้มลง พอรู้ตัวก็ตะโกนให้คนช่วย พอลที่ยังคุยค้างกับมิ้งค์อยู่ได้ยินเสียงร้องของมิ้งค์ เขาตกใจถามว่าเป็นอะไร

    มิ้งค์กลับถึงออฟฟิศพร้อมชุดที่เลอะโคลนและขาดวิ่นใช้การไม่ได้ พิธานถามว่าชุดนี้ราคาเท่าไร พอรู้ว่าเจ็ดหมื่นเขาถามว่าแจ้งทางร้านหรือยัง

    “ยังค่ะ ฉันอยากให้เราแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก่อนจะแจ้งกับทางห้องเสื้อ” รัชนีบอก

    “มันก็มีทางเดียว ชดใช้ค่าเสียหายให้กับทางห้องเสื้อที่เรายืมมา” พิธานบอก รัชนีจะให้ทางบัญชีดำเนินการ “เดี๋ยว!ไม่ใช่บริษัทเป็นคนชดใช้ ผมหมายถึงใครทำเสียหาย คนนั้นต้องชดใช้”

    มิ้งค์หน้าซีดเผือดทันที

    ooooooo

    แยกจากแพทแล้ว ลันตาไปหาย่ามาลัยกับป้าอัง ทั้งคุณย่าและป้าอังดีใจที่เธอมาหลังจากหายไปนาน ป้าอังทักว่าแสดงว่าชีวิตคู่ของหลานมีความสุขก็ดีแล้ว

    ลันตาน้ำตาร่วงทันที โผกอดคุณย่าเหมือนเป็นที่พึ่งทางใจ ทั้งย่ามาลัยและป้าอังมองหน้ากันว่าเกิดอะไรขึ้น?

    เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากลันตาแล้ว ป้าอังด่ามะนาวและระแวงสิปาดันที่ไม่พูดไม่เล่าอะไรว่าอาจไม่บริสุทธิ์ใจก็ได้ย่ามาลัยปรามป้าอัง แล้วถามลันตาว่า “ลันเชื่อใครระหว่างมือที่สามกับสามีตัวเอง”

    “ลันเชื่อใจสิปา แต่เขาน่าจะพูดถ้าเขาบริสุทธิ์ใจ”

    “ลันไม่ได้เชื่อสามีอย่างที่ปากพูด เพราะตอนนี้ลันพูดด้วยอารมณ์น้อยใจ เสียใจ เป็นผลจากคำพูดของมะนาวทั้งนั้น สิปายังไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธเลย” ลันตาบอกว่าตนไม่กล้าถาม “ลันถามได้นะลูก แต่ต้องมั่นใจว่าถามโดยไม่ใช้อารมณ์เป็นตัวนำ ถ้าลันถามเพราะอยากรู้ความจริง ถามเพราะเชื่อในตัวคนของเรา ลันจะเป็นคนมีเหตุผลในสายตาสามี แต่ถ้าลันถามด้วยอารมณ์ ทุกคำถามของลันจะกลายเป็นไฟที่ผลาญความรู้สึกดีๆ ที่สิปามีต่อลันทันที คุณทวดเคยสอนย่าว่า จะให้ครอบครัวสงบสุข ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า”

    “แต่มันก็เป็นไปได้นี่คะย่า สิปาเคยเจ้าชู้ มะนาวเองก็เป็นแฟนเก่า”

    “ระแวง คิดซ้ำๆ แต่เรื่องอดีต ถ้าลันไม่มองปัจจุบัน แล้วจะเดินหน้าไปอนาคตได้ยังไง ย่าไม่ได้ให้ลันเชื่อคำพูดของใครแม้แต่สิปา แต่ขอให้ดูการกระทำจริงๆ จากตัวสิปา ไม่ใช่สิ่งที่ลันฟังหรือคิดเอาเอง เข้าใจไหม”

    “เข้าใจค่ะ ลันจะพยายามไม่ใช้อารมณ์ค่ะ” ลันตารับปากคุณย่าทั้งที่ตัวเองก็ยังไม่มั่นใจนัก

    ระหว่างนั้น ลันตาได้รับโทรศัพท์จากมิ้งค์เล่าเรื่องถูกคนร้ายชิงชุดไป เธอลาคุณย่าและป้าอังรีบไปทันที แต่ไปถึงก็เจอมิ้งค์อยู่ที่ออฟฟิศแล้ว...

    ooooooo

    เช้าวันเดียวกันนี้ เจ้าหนี้ของชัยภูมิไปเตือนเอื้องคำที่บ้านว่าใกล้เวลาที่นัดไว้แล้ว เอื้องคำเล่นแง่ว่า ตนไม่รู้ว่าลูกหนี้ของเขาหายไปไหน ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว คนที่จะรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนก็มีแต่หลานสาวตนเท่านั้น

    พวกนักเลงทวงหนี้ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงพากันกลับไปตามหามะนาวที่เอื้องคำอ้างว่ารู้ว่าชัยภูมิอยู่ที่ไหน

    มะนาวดักพบสิปาดันที่ออฟฟิศดราก้อน ฟูมฟายขอความช่วยเหลือจากเขา บอกว่าพ่อเป็นหนี้พนันห้าล้าน ถ้าหาไปใช้เจ้าหนี้ไม่ได้ก็หมายถึงชีวิต
    สิปาดันถามถึงเงินที่เอื้องคำเคยมาเอาจากย่านวล มะนาวบอกว่าไม่เหลือแล้ว พ่อเอาไปเล่นการพนันหมด ทุกวันนี้ตนต้องเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในบ้านทั้งหมด อยู่กันอย่างอัตคัด แล้วโอดครวญว่า

    “ครั้งนี้พวกเจ้าหนี้บ่อนจะเอาถึงตาย นาวเป็นห่วงพ่อ สิปาให้นาวกู้เงินได้ไหมคะ นาวจะพยายามหาเงินมาใช้หนี้ให้เร็วที่สุด นาวสัญญา” สิปาดันบอกว่าเรื่องนี้ตนต้องปรึกษาพ่อกับย่านวลก่อน “ได้ค่ะ...ตอนนี้สิปาเป็นความหวังเดียวที่จะช่วยชีวิตพ่อได้” มะนาวบีบน้ำตา สิปาดันมองอย่างเห็นใจและ...ลำบากใจ

    แต่ขณะออกจากร้านกาแฟนั่นเอง เจ้าหนี้กับลูกน้องก็ตรงเข้ามา มะนาวชะงัก สิปาดันพลอยชะงักไปด้วย เจ้าหนี้ถามมะนาวว่าพ่อเธออยู่ไหน พอเธอบอกว่าไม่รู้ มันจะลากเธอไปคุยกันส่วนตัว สิปาดันพรวดเข้าขวางถูกมันตวาดว่า

    “ไม่ใช่เรื่องของแก อย่าแส่!”

    บังเอิญมีตำรวจสองนายขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า เจ้าหนี้บอกว่าทักคนผิดแล้วไปเลย สิปาดันถามมะนาวว่าเป็นพวกเจ้าหนี้หรือเปล่า มะนาวพยักหน้า เขามองตามพวกมันไปแล้วมองมะนาวอย่างเห็นใจ

    สิปาดันพามะนาวมาส่งที่บ้าน ขณะลงจากรถเธอทำเป็นเซเอาปากชนถูกเสื้อเขาเป็นรอยลิปสติกเพื่อวางระเบิดลันตา

    ที่แท้ทั้งหมดนี้เป็นแผนของเอื้องคำทั้งสิ้น ย้ำกับมะนาวว่า “เชื่อฉัน แล้วเราจะได้ทั้งเงิน ได้ทั้งความสะใจ”

    “อะไรก็ได้ที่จะทำให้ลันตาเจ็บปวด นาวยอมทำทุกอย่าง”

    เอื้องคำมองมะนาวอย่างพอใจที่จูงจมูกได้ทุกอย่าง

    สิปาดันโทร.ไปเล่าให้ย่านวลกับอินทนนท์ฟัง ย่านวลไม่อยากให้ไปยุ่งกับเรื่องของคนอื่น สิปาดันติงว่า มะนาวก็เป็นทั้งญาติและเพื่อน เมื่อเขาเดือดร้อนตนคงอยู่เฉยไม่ได้ เราพอมีช่วยเขาได้ก็ควรช่วยกัน อินทนนท์ดึงโทรศัพท์จากย่านวลไปคุยเองว่า

    “พ่อขอคิดดูก่อนนะ ที่ผ่านมาป้าเอื้องคำสร้างเรื่องกับเราไว้ไม่น้อย พ่อไม่อยากให้เขาได้เงินจากเราจนเคยชิน ถ้าพี่ภูมิติดการพนันจริง เราก็ต้องยิ่งระวังเรื่องการให้เงิน คนเล่นการพนัน ถ้ารอดง่ายๆ ก็คงจะไม่ยอมเลิกเล่นแน่นอน”

    สิปาดันฟังแล้วเครียด

    ooooooo

    อธิปถูกพิธานใช้ให้โอนเงินไปให้คนอื่น แต่อธิปไม่มีบัตรธนาคารตู้เอทีเอ็มที่อยู่หน้าเซเว่น พอดีกีรติออกมาเขามีเอทีเอ็มธนาคารนั้นพอดี จึงโอนให้ก่อนตามชื่อ เลขที่บัญชี และเบอร์โทรศัพท์ผู้รับ

    แต่พอโอนเสร็จส่งสลิปให้ อธิปฉีกทิ้งทันทีบอกว่าพิธานสั่งไว้อย่างนี้ แล้วขอตัวไปรับลูก

    ทุกคนสงสัยเมื่อฟังกีรติเล่า ลันตาเชื่อว่าต้องเป็นเรื่องไม่ดีแน่ๆ กีรติเอาเศษกระดาษที่เก็บไว้ออกมาโทร.ไปตามเบอร์ที่จดไว้อ้างโทร.ในนามพิธาน
    จึงรู้ว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ที่พิธานจ้างมาชิงและทำลายชุดที่มิ้งค์ไปรับมา ทำให้ทุกคนยิ่งกังวลที่พิธานยังเล่นไม่เลิก

    ลันตากลับถึงห้องพักเจอสิปาดันกลับมาก่อนแล้ว เธอถามว่าเจอกับมะนาวบ้างไหม เขาบอกว่าทำงานออฟฟิศเดียวกันก็เจอกันบ้างบอกว่าอย่าคิดมาก ลันตาขอร้องอย่าไปยุ่งกับมะนาวได้ไหม สิปาดันชี้แจงว่ามะนาวเป็นทั้งญาติและเพื่อนร่วมงานจะไม่ทักกันเลยก็คงไม่ดี

    ลันตาเข้าใจเหตุผล แต่รอยลิปสติกที่เสื้อสิปาดันยังบาดความรู้สึกอยู่ดี จนต้องแอบร้องไห้...

    ooooooo

    นับวันเตี่ยก็เข้าใจ ไว้ใจ และมีใจให้พอลมากขึ้น วันนี้เรียกเขามาคุยบอกว่าเงินที่ประกันตัวม่อเก๊านั้นจะหามาคืนให้ ถามว่าเขากับมิ้งค์ตอนนี้ถึงไหนแล้ว แน่ใจหรือว่าจะคบกับมิ้งค์ที่ฐานะต่างกันมาก

    “มีเรื่องนึงที่ผมต้องบอกให้เตี่ยทราบ เรื่องชาติกำเนิดของผม” พอลตัดสินใจเล่าชีวิตของตนให้เตี่ยฟัง เตี่ยยิ่งรักและพอใจที่เขาสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตัวเอง ถามว่าแล้วจะดูแลลูกสาวตนได้ไหม

    “ได้ครับ ผมจะดูแลทุกคนเป็นอย่างดีเท่าที่ผมจะทำไหว ผมสัญญาว่าจะดูแลมิ้งค์อย่างดีที่สุด”

    “แล้วเรื่องอาเฮียของลื้อล่ะ ลื้อจะจัดการยังไง จะปล่อยให้อีมาวุ่นวายกับอามิ้งค์แบบนี้ไม่ได้นะ”

    “ผมจะต้องจัดการเคลียร์เรื่องนี้ให้เร็วที่สุดครับ” พอลสีหน้ามุ่งมั่นว่า แต่นี้...จะไม่หนีปัญหาอีกต่อไป

    น้าวันช่วยพอล วันนี้จึงมาถามพิธานว่าทำไมต้องทำร้ายมิ้งค์แบบนี้ด้วย ต้องให้ตนทำอย่างไรถึงจะเลิกยุ่งกับเรื่องของพอลกับมิ้งค์ ต้องให้ตนตายก่อนใช่ไหมถึงจะหยุด

    “พี่ประเมินตัวเองสูงเกินไป ชีวิตพี่มันไม่ได้มีค่าขนาดนั้น ต่อให้พี่ตายตรงหน้าผม ผมก็ยังไม่สนเลย ผมรำคาญ! เลิกยุ่งกับผมเสียที!”

    น้าวันเดินออกไปอย่างเจ็บปวด เสียใจ เมื่อเจอพอลที่รออยู่ข้างนอก น้าวันบอกว่า

    “น้าพยายามแล้ว แต่...”

    “ไม่เป็นไรครับ ผมจะคุยกับเขาเอง” พอลเดินเข้าไปในห้อง น้าวันมองตามอย่างไม่สบายใจนัก...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:25 น.