ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    รักต้องอุ้ม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "รักต้องอุ้ม"

    เช้าวันรุ่งขึ้น สิปาดันตื่นขึ้นมาไม่เห็นลันตา มองออกไปที่ระเบียงเห็นเธอกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ เขาลุกตามไปเงียบๆ

    “ฉันโอเคแก คุณนุกับคุณอรก็ดูจะรักตาหนูมากอยู่ แพท...ฉันสงสารไอ้ญ่าว่ะ ถ้าเราช่วยอะไรมันได้ฉันก็อยากช่วย”

    แพทอยู่ที่หน้าห้องทำงานคุยกับลันตา มีมิ้งค์ยืนอยู่ข้างๆ แพทบอกว่าฟังลันตาเล่าแล้วธัญญาเรศเจอเรื่องร้ายๆมาไม่น้อย รู้แล้วโกรธไม่ลง สิปาดันเดินมาข้างหลังถามว่า “คุยอะไรกันอยู่จ๊ะเมียจ๋า” ลันตาตกใจบอกว่าตนคุยกับแพทอยู่ เรียกแบบนี้แพทล้อตายเลย สิปาดันถามหยอกว่า “ก็แกเป็นเมียฉันจริงๆจะเขินทำไม”

    “ไอ้บ้า!” ลันตาด่าแล้วคุยกับแพทต่อ “ไอ้แพท...เรื่องงาน...” ขณะนั้นพิธานเดินมาที่หน้าห้องประชุมชะงักเมื่อได้ยินแพทคุยโทรศัพท์แซวลันตาไปว่า

    “ว่าไงจ๊ะ เมียเพื่อนจ๋า...ในที่สุด ไอ้สิปาก็ปราบแกสำเร็จ”

    สองสาวยังคุยหยอกล้อกันอย่างร่าเริง พิธานฟังแล้วแค้นมาก แต่ยังฟังต่ออย่างอยากรู้

    “แฮปปี้เอนดิ้งสักทีเนอะพี่” มิ้งค์ยิ้มโล่งใจกับแพท พอแพทถามว่าแล้วตัวเองล่ะ แฮปปี้เอนดิ้งหรือยัง “ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ตอนนี้พอลเขาพยายามเอาชนะใจเตี่ยอยู่ คบแบบเปิดเผยมันดีกว่ามากค่ะ”

    “พี่ดีใจด้วยนะ ลัคกี้อินเกม แล้วก็ลัคกี้อินเลิฟด้วย คงไม่รีบแต่งแซงหน้าพี่ใช่ไหม”

    “ฝ่าด่านเตี่ยมันไม่ง่ายหรอกพี่ เขาขี้ระแวง เชื่อใจใครยาก พอลต้องเหนื่อยอีกนานค่ะพี่”

    ฟังมิ้งค์แล้ว พิธานคิดแผนร้ายจะจัดการคู่ของพอลกับมิ้งค์ให้สาแก่ใจ!

    ooooooo

    พอลอยู่ที่ร้านกำลังปั้นน้ำตาลเป็นรูป พ่อ แม่ลูก เพื่อวางบนหน้าเค้กที่มีข้อความบนแผ่นน้ำตาลเล็กๆว่า “Happy Anniversary” วางอยู่ก่อนแล้ว

    มิ้งค์เข้ามาถามอย่างตื่นเต้นว่า ครบรอบวันแต่งงานหรือ พอลบอกว่าสามีเขาอยากทำเซอร์ไพรส์ภรรยา มิ้งค์เห็นเขาปั้นตุ๊กตาผู้ชายอยู่ เลยขอปั้นผู้หญิง พอลถามว่าไหวหรือ เธออวดว่าตนเป็นมือวางในการห่อกุยช่ายของบ้าน เรื่องปั้นๆสร้างสรรค์ ตนมือวางอันดับหนึ่งทีเดียว พอลเลยให้ลองปั้นดู

    พอปั้นเสร็จ ปรากฏว่าตุ๊กตาตัวบวม หน้ายาว ลายที่ชุดก็หนาจนดูเทอะทะ มิ้งค์ขอปั้นใหม่ พอลบอกว่า ไม่ต้องทุกปัญหาแก้ไขได้ แล้วตบแต่งแก้ไขจนสวยงาม มิ้งค์ดูอย่างสนใจเผลอยื่นหน้าเข้าใกล้หน้าพอลมาก พอลมองหยอกว่า

    “ใกล้ไปแล้วนะเตี้ย”

    มิ้งค์รู้ตัวรีบถอยออกมา พูดกลบเกลื่อนแก้เกี้ยวว่า ม้าโทร.มาบอกว่าเย็นนี้ให้ไปกินข้าวที่บ้าน

    “ผมว่าเตี่ยคุณหลงผมแล้วล่ะ แต่ยังฟอร์มให้ม้ามาเรียก”

    “ปากดี...วันไหนเจอเตี่ยอาละวาดนะคุณ...เละแน่!”

    ทั้งสองหยอกล้อกันอย่างน่ารัก ในฐานะแฟนที่ได้ขออนุญาตจากเตี่ยแล้ว

    พอใกล้เวลา ม้าเตรียมอาหารอย่างตั้งใจเป็นพิเศษตามเมนูที่เตี่ยกำหนด ม้าพูดกับเตี่ยอย่างสบายใจว่าพอลเป็นคนดี

    “อย่างน้อยอีก็เปิดเผย ตรงไปตรงมา ดูอีเหลาซิกดีนะ” เตี่ยพูดอย่างชื่นชม ม้าบอกว่าสบายใจที่มิ้งค์เจอคนดี

    “ขอโทษนะครับ” เสียงจากคนที่เดินเข้ามาทำให้เตี่ยกับม้าหันมองอย่างแปลกใจ เขาแนะนำตัวเองว่า “ผมชื่อ พิธานเป็นพี่ชายของพอล” เตี่ย
    ถามว่าแล้วสองคนไม่ได้มา พร้อมกันหรือ “พอลให้ผมมาก่อนเพื่อคุยกับคุณพ่อคุณแม่ของมิ้งค์ครับ”

    ooooooo

    พอลมัวแต่หาซื้อผลไม้ทั้งส้ม สาลี่ และแอปเปิ้ล มิ้งค์เร่งให้รีบหน่อยสายแล้วเดี๋ยวโดนเม้งพอดี

    “อีกแป๊บเดียว ต้องเลือกที่มันสวยๆ ว่าที่พ่อตาจะได้ประทับใจ” พอลยังใจเย็น

    แต่ที่บ้านเริ่มร้อนแล้ว เพราะพิธานซักไซ้เตี่ยกับม้าถึงฐานะที่บ้าน ถามว่าบ้านที่อยู่เช่าหรือซื้อ เตี่ยบอกว่าเซ้งสิบปี

    “อืม...ขายกุยช่าย บ้านก็ไม่ใช่ของตัวเอง เป็นพวกหาเช้ากินค่ำจริงๆ คุณสองคนคงลำบากมากถึงต้องให้ลูกสาวใช้วิธีสิ้นคิดแบบนี้”

    เตี่ยหน้าตึงถามว่าลูกสาวตนทำอะไรถึงมาพูดจาแบบนี้ พิธานบอกว่ามิ้งค์ตั้งใจจับน้องชายตนเพราะหวังรวยทางลัด คุยว่าน้องชายตนมีชื่อเสียง มีเงิน มีผู้หญิงหลายคนที่เอาตัวเข้าแลกเพื่อจับเขา ตนเบื่อที่จะต้องมาคอยจัดการกับผู้หญิงไร้ยางอายพวกนั้น รักสบาย แต่ไม่คิดหาเงินด้วยตัวเอง ทำตัวเป็นปลิงเกาะผู้ชายไปวันๆ

    “หุบปาก!” เตี่ยตวาด พิธานเห็นเตี่ยโกรธก็ยิ่งพูดดูถูกเหยียดหยาม บอกว่าพอลให้ตนมาเคลียร์เรื่องมิ้งค์แล้วหยิบเงินมาวาง บอกว่าห้าหมื่นมันอาจจะไม่มากนัก เตี่ยโมโหถามว่า “นี่มันเงินค่าอะไร!”

    “ค่าตัว...ที่ผมก็ไม่แน่ใจว่าจ่ายแล้วคุ้มไหม เพราะน้องผมก็ไม่แน่ใจว่าลูกสาวคุณผ่านผู้ชายมามากแค่ไหน”

    “ออกไปจากบ้านอั๊ว!” เตี่ยไล่ตะเพิด พิธานกลับพูดดูถูกทำนองว่าระดับอย่างเตี่ยคงไม่ได้เข้าใจอะไรยากจนตนต้องพูดซ้ำว่าควรจัดการเรื่องนี้แบบไหน แล้วจะเดินออกไป เตี่ยเรียกไว้บอกให้เอาเงินกลับไปเสีย พิธานถามว่าน้อยไปหรือ?

    “ถึงอั๊วจะจนแต่ไม่ชั่ว คนอย่างอั๊วไม่เคยคิดขายลูกกิน!”

    พิธานเห็นเตี่ยโกรธเข้าทางตนเต็มๆ ก็ยิ้มสะใจ

    ooooooo

    พอลซื้อผลไม้เสร็จ มิ้งค์เร่งให้เดินเร็วๆ เพราะสายไปสิบห้านาที ป่านนี้เตี่ยหิวแย่แล้ว มิ้งค์มองไปอีกซอยเห็นพิธานเดินอยู่ เธอคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหน แต่พอมองอีกทีพิธานก็เลี้ยวหายไปแล้ว

    ทั้งสองมาถึงบ้านด้วยอารมณ์แจ่มใส พอลหิ้วผลไม้มาสวัสดีม้าบอกว่ามีผลไม้มาฝาก ม้าไม่อยากให้ มีเรื่อง บอกให้เขากลับไปเสีย กลับไปเดี๋ยวนี้เลย

    ขณะทั้งสองกำลังงงๆ เตี่ยก็เดินออกมา คราวนี้ระเบิดลงทันที พอลสวัสดีบอกว่ามีผลไม้มาฝาก เตี่ยไม่สนใจไล่ให้ออกจากบ้านตนไปเดี๋ยวนี้เลย แล้วหันด่ามิ้งค์ว่า ใจง่ายถึงได้โดนหลอก ทำให้พวกมันมาดูถูกเราได้

    เตี่ยด่าและไล่พอลออกไป พอลจำต้องกลับไปทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าถูกเตี่ยด่าและไล่เรื่องอะไร

    พอพอลกลับไปแล้ว เตี่ยสั่งมิ้งค์ “ห้ามไปคบกับไอ้คนเลวแบบนี้อีก ไม่งั้นก็ออกจากบ้านไป!”

    มิ้งค์ถามม้าว่าเกิดอะไรขึ้น ม้าจึงเล่าเรื่องที่พิธานมาพูดดูถูกครอบครัวเราให้ฟัง มิ้งค์ฟังแล้วเครียด

    พอลกลับไปก็นั่งเศร้าที่ริมสระน้ำคอนโด พอดีสิปาดันกับลันตากลับมาถึง เขาเดินไปถามว่าเป็นอะไร ปกติกลับดึกกว่านี้ วันนี้ทำไมมาเร็ว พอลเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังทั้งที่ตัวเองยังงงๆ พอดีมิ้งค์โทร.มาเล่าเรื่องพิธานไปหาเตี่ยกับม้าที่บ้านและพูดดูถูกใส่ร้ายให้ฟังพอลจึงรู้

    “มันโกหก!” พอลโพล่งออกไปอย่างโกรธจัด “คุณรู้ไหมว่าสิ่งที่พีทพูดมันไม่จริง ไม่ต้องร้องไห้ เชื่อใจผมนะมิ้งค์ ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง” วางสายจากมิ้งค์แล้วพอลลุกพรวดไป สิปาดันถามว่าจะไปไหน เขาคำรามออกมาว่า “ผมจะไปฆ่ามัน!” สิปาดันบอกให้ลันตารอตรงนี้แล้วตัวเองก็รีบตามพอลไป

    ooooooo

    ก่อนที่พอลจะไปหาพิธาน น้าวันมาก่อนแล้ว น้าวันเอาทั้งอาหารและผลไม้มาให้ แต่พิธานมองอย่างเย็นชา ครู่เดียวพอลก็มา น้าวันไปเปิดประตูถามพอลว่ามาที่นี่ทำไม

    พอลไม่ตอบแต่เดินรี่เข้าหาพิธานทันที สิปาดันตามมาติดๆ น้าวันยิ่งงงถามว่าเกิดอะไรขึ้น

    “ถ้าเกลียดผมก็มาลงที่ผม อย่าไปยุ่งกับครอบครัวมิ้งค์” พอลพูดใส่หน้า พิธานอ้างว่าตนหวังดีไม่อยากให้คนดีๆมาเกลือกกลั้วกับสวะอย่างเขา

    “เมื่อไหร่คุณจะเลิกจองล้างจองผลาญผมเสียที!”

    “เมื่อชีวิตของแก พินาศ!”

    น้าวันรับรู้เรื่องแล้วเดินเข้ามาปรามพิธานว่าเขาไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้ ถูกพิธานรื้อฟื้นขึ้นมาด่าอีกว่าน้าวันเอาแต่โอบอุ้มฟูมฟักพอลไม่สนใจตนทั้งที่ตนเป็นน้องคนเดียวของพี่

    “เมื่อไหร่จะเลิกโทษคนอื่น พี่รู้ว่าพี่ผิดที่ทำให้แกเสียใจ พี่กับพอลพยายามแก้ไข แต่เป็นแกที่ไม่เคยให้อภัย พีท...ถ้าแกไม่หัดมองคนอื่นในแง่ดีบ้าง แกจะไม่มีความสุข”

    “พวกมันก็ต้องไม่มีความสุข!” พิธานจ้องหน้าพอล “ฉันจะทำให้ทุกคนที่อยู่รอบตัวแกไม่มีความสุข คนที่แกรักจะต้องเจ็บปวด!”

    พอลจะพุ่งเข้าไป น้าวันเรียกสิปาดันให้ช่วย เขาจึงเข้าไปดึงพอลไว้

    “ถ้าแกทำร้ายมิ้งค์ ฉันฆ่าแกแน่!” พอลตะโกนใส่หน้า น้าวันขอร้องให้พอ พอลชะงักยอมออกไปตามแรงลากของน้าวัน จึงเหลือแต่พิธานกับสิปาดัน พิธานจ้องหน้าสิปาดันอย่างพร้อมจะมีเรื่อง พูดอาฆาตว่า

    “แก...จะมีความสุขได้อีกไม่นาน!”

    “ตามสบายครับพี่ อยากทำอะไรทำเลยครับ เพราะไอ้สิ่งที่พี่ทำ ทำให้ผมกล้าบอกรักลัน ทำให้ผมกับลันได้แต่งงานกัน เราสองคนมีความสุขมาก ผมอยากบอกพี่ว่า ผมมีวันนี้เพราะพี่ให้ ขอบคุณครับ...ขอบคุณจริงๆ” สิปาดันยิ้มกวนๆแล้วเดินออกไป พิธานจิกตามองตามโคตรแค้น!!

    น้าวันลากพอลออกมา ขอโทษพอลที่พิธานทำเรื่องร้ายๆกับมิ้งค์ พอลพูดเหมือนประชดชะตาตัวเองว่า เป็นความผิดของตนเองที่เข้ามาในชีวิตของน้าวัน ทำให้พิธานน้อยใจจนเลือกที่จะหนีมาเมืองไทย

    “มันไม่ใช่ความผิดของพอล ตอนนั้นพอลยังเด็กนะ ต้องการการดูแล แต่พีทเขาโตแล้ว”

    “แต่เขาไม่คิดแบบนั้น เขาเกลียดผมและเขาจะไม่หยุดจนกว่าชีวิตผมจะพัง!” พูดแล้วพอลรู้ตัวว่าพูดแรงไป เขาเอ่ยกับน้าวันอย่างผ่อนคลายลงว่า

    “ผมขอโทษครับ ผมเครียดไปหน่อย”

    พอลเดินหนีไป น้าวันมองเครียด สิปาดันออกมาพบ มองน้าวันอย่างเห็นใจ

    สิปาดันกลับถึงห้องอย่างเหนื่อยใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น แต่พอลันตาถามว่าเหนื่อยไหมที่ต้องไปห้ามมวยคู่พิเศษ

    “แค่แกห่วง ฉันก็หายเหนื่อยแล้ว” สิปาดันเตือนลันตาต้องระวังตัวไว้ด้วยเชื่อว่าพิธานจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ลันตาถามว่าเขาจะบินอีกทีเมื่อไหร่ “เขาส่งตารางมาแล้ว มีบินเย็นพรุ่งนี้ ไปญี่ปุ่นคืนเดียว มะรืนนี้ก็กลับแล้ว”

    ลันตาถามว่ามะนาวไปด้วยไหม สิปาดันถามว่าหึงหรือ ตนแต่งงานแล้วนะ

    “ฉันเชื่อใจแกนะสิปา แต่ฉันไม่เชื่อใจคนอื่น ดูอย่างมิ้งค์กับพอลสิ สองคนนั้นรักกันดีๆ ยังโดนคนนอกอย่างคุณพิธานเข้ามาป่วนจนวุ่นวายไปหมด แล้วเราละสิปา...ทั้งคุณพิธาน ทั้งมะนาว...ฉัน...”

    “ขอให้แกเชื่อมั่นในตัวฉัน ฉันจะไม่มีวันยอมให้ใครมาแยกเราสองคนออกจากกันได้ ต่อให้อุปสรรคมันจะมากสักแค่ไหนฉันก็จะทำทุกอย่างเพื่อรักษาความรักของเราไว้ ฉันสัญญา”

    “ฉันเชื่อมั่นในตัวแกนะ” ลันตาพูดไปอย่างนั้น ทั้งที่ไม่มั่นใจนัก...

    ooooooo

    เช้านี้ เอื้องคำทะเลาะกับชัยภูมิ เมื่อชัยภูมิถามว่าอีกอาทิตย์เดียวพี่จะไปเอาห้าล้านมาจากไหน เอื้องคำพูดอย่างไม่แยแสว่าหาไม่ได้ก็ให้มันเอาชีวิตแกไป

    “ฉันเป็นน้องพี่นะ” ชัยภูมิโวย

    “ถ้าฉันไม่เห็นว่าแกเป็นน้อง ฉันฆ่าแกไปแล้ว ไม่ปล่อยให้แกมาสร้างความเดือดร้อนให้กับฉันอย่างทุกวันนี้หรอกตัวซวย!”

    ชัยภูมิบอกให้ไปเอาจากย่านวลเพราะรวยเป็นร้อยล้าน เลยถูกเอื้องคำด่าว่า ถ้ามะนาวไม่พลาดจับ

    สิปาดันได้สำเร็จ ป่านนี้สมบัตินั้นก็ต้องเป็นของเรา ด่าอีกว่า “มีหลานก็โง่ มีน้องก็ผลาญ พวกแกมันเกิดมาเป็นตัวถ่วงชีวิตฉันจริงๆ”

    “พี่ต้องหาทางช่วยผม...พี่ต้องช่วยผม!” ชัยภูมิโวยวายจนเอื้องคำตวาดให้หุบปาก พอถูกชัยภูมิกดดันมากเข้าก็ด่าว่าเขาหาเรื่องใส่ตัวเองแล้วสะบัดเดินหนีเข้าห้อง

    มะนาวเดินตามไปอ้อนวอนถึงหน้าห้องให้ช่วยพ่อด้วย ตนไม่อยากให้พ่อตาย สงสารพ่อด้วยเถิด

    “ต่อให้ฉันสงสารมันแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ เพราะพ่อแกผลาญสมบัติที่ฉันมีหมดไปแล้ว ทางเดียวที่พ่อแกจะรอด แกต้องทำตามที่ฉันบอก ถ้าแกพลาดอีกก็เตรียมตัวกำพร้าได้เลย!”

    มะนาวไม่รู้ว่าป้าจะให้ทำอะไรแต่ที่เครียดคือครั้งนี้พลาดไม่ได้

    เอื้องคำโทรศัพท์ไปหาย่านวล ทักทายกันด้วยน้ำเสียงเรียบๆเหมือนไร้พิษสง จนย่านวลถามว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า เอื้องคำเอ่ยปากคำโตทันทีว่า

    “ฉันต้องการเงินสิบล้าน”

    ย่านวลตกใจบอกว่าตนไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก กำลังจะบอกว่ายกให้...ก็ถูกเอื้องคำแทรกขึ้นทันทีว่า

    “เรื่องยกสมบัติให้ลูกหลาน มันก็เป็นแค่คำโกหกของเธอ ฉันรู้ว่าที่ดิน สวนปาล์มทั้งหมดยังเป็นชื่อของเธอ”

    ย่านวลชี้แจงว่าตนมีลูกมีหลานอีกไม่นานก็ต้องมีเหลน ถ้ายกสมบัติของครอบครัวที่ลูกหามาด้วยความยากลำบากตนก็คงโง่เต็มทน เอื้องคำทิ้งทุ่นว่า

    “แต่เธอทนเห็นหลานสะใภ้เธอเจ็บปวดได้สินะ” ย่านวลถามว่าหมายความว่ายังไง “ก็หมายความว่า ถ้ายอมจ่ายครอบครัวของหลานชายเธอก็จะมีความสุขต่อไป แต่ถ้าไม่ พวกมันสองคนจะต้องเจ็บปวดไปจนตาย”

    “พี่ไม่มีทางทำแบบนั้นได้”

    “เธอก็คอยดูแล้วกัน” พูดแล้ววางสายทันที ย่านวลวางโทรศัพท์ เครียดกับคำขู่ของเอื้องคำ

    ooooooo

    เช้าวันเดียวกัน ลันตาไปถึงที่ทำงานก็ได้รับหนังสือดรีมฉบับที่เสร็จสมบูรณ์แล้วจากแพท บอกว่า

    “หนังสือเล่มแรกของ บก.ลันตา” ลันตาดีใจมากพลิกหนังสือดู แพทรำพึงว่า “เสียดายที่ไอ้ญ่าไม่ได้

    อยู่ยินดีด้วย เมื่อวานฉันกับคุณกบไปเยี่ยมมันมา ถึงแกกับคุณนุจะไม่เอาเรื่อง แต่มันก็เป็นคดีอาญาอยู่ดี”

    พอดีมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น กีรติเปิดประตูเข้ามาแสดงความยินดีกับลันตาที่หนังสือลงแผงวันแรกแล้ว และเอาหนังสือท่องเที่ยวไทยของสกายมาวางตรงหน้าแพท

    แพทแปลกใจที่มีชื่อตนคู่กับเขา กีรติบอกว่าเราทำงานเป็นทีม ก็ควรจะมีชื่อขึ้นทั้งคู่ ถามแพทว่าดีใจไหม พอแพทบอกว่าดีใจ เขายิ้มปลื้มบอกว่า

    “ดีแล้ว ผมอยากให้คุณดีใจ” แพทชะงักสบตาเขา ลันตาเห็นอาการวิ้งๆของทั้งคู่ก็ทำเสียงกระแอมกระไอ จนแพทถามว่าอะไรติดคอหรือ

    “ก็อยู่ๆห้องนี้บรรยากาศมันมุ้งมิ้ง ฟุ้งฟิ้งขึ้นมาซะงั้น...เอ๊...ทำไมห้องเป็นสีชมพู แพทเขินเปลี่ยนเรื่อง บอกให้ลันตาช่วยดูว่าฝีมือตนใช้ได้ไหม ลันตาแซว

    อย่างรู้ทันว่าเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนหรือ แพทเลยเปลี่ยนเป็นถามว่า

    “แล้วนี่ทำไมมิ้งค์ยังไม่มาทำงานอีก”

    คราวนี้ลันตาฉุกคิดได้พึมพำว่าไม่รู้มิ้งค์เป็นยังไงบ้าง ก็พอดีมิ้งค์เดินร้องไห้เข้ามากอดลันตา ทั้งสองถามว่าเกิดอะไรขึ้น มิ้งค์ร้องไห้สะอึกสะอื้นบอกว่า “มิ้งค์ไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว” พลางเล่าเรื่องเตี่ยให้ฟังว่า

    เตี่ยสั่งให้มิ้งค์ออกจากงานมาทำงานที่บ้านแทน หาว่ามิ้งค์ทำแต่เรื่องเสื่อมเสียให้ตนต้องอับอายขายหน้า

    “ทำไมเตี่ยถึงเชื่อคนอื่นมากกว่าลูกตัวเอง ทั้งที่มิ้งค์พูดความจริง คุณพิธานเขาเกลียดพอล เขาใส่ร้ายพอล” มิ้งค์ตัดพ้อ เตี่ยถามว่าใครจะเอาเงินหมื่นเงินแสนมาให้ง่ายๆถ้ามันไม่ใช่ความจริง ถามว่ามิ้งค์เป็นเมียพอลแล้วใช่ไหม “ไม่จริง! มิ้งค์ไม่เคยทำตัวง่ายแบบนั้น”

    เตี่ยไม่เชื่อสั่งให้ลาออกจากงานเสีย เมื่อมิ้งค์ยืนกรานไม่ลาออกก็ถูกตบจนม้าต้องเข้ามาห้าม มิ้งค์พูดกับเตี่ยทั้งน้ำตาว่า “ถึงเตี่ยจะตีมิ้งค์ให้ตาย มิ้งค์ก็ไม่ลาออก เพราะมิ้งค์ไม่ได้ทำอะไรผิด”

    มิ้งค์กับเตี่ยจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ม้าที่เป็นคนกลางได้แต่มองทั้งสองอย่างกลุ้มใจ

    ฟังมิ้งค์แล้วลันตาพรวดออกไปกับแพท กีรติตามไปถามว่าจะไปไหน สองสาวบอกว่าจะไปลุยคนที่มันทำให้มิ้งค์ต้องร้องไห้

    “ใจเย็นๆอย่าลืมนะครับว่าเขาเป็นเจ้านาย” กีรติเตือนสติ ลันตาบอกว่าตนจะกลัวเฉพาะความดีของคนไม่ใช่อำนาจบารมี “ผมรู้ว่าคุณมืออาชีพ ไม่กลัวอดตาย แต่คุณควรจะนึกถึงคนอื่นๆด้วย”

    แพทถามประชดว่าเขากลัวตกงานเพราะเป็นเจ้านายสายตรงใช่ไหม กีรติบอกว่าถึงไม่มีสกายก็มีอีกหลายสำนักพิมพ์ที่อยากได้ตน เห็นแพทยังฮึดฮัดเลยประชดว่า

    “ไปเลย ถ้าอยากเห็นมิ้งค์หมดอนาคต!” พอเห็นสองสาวชะงัก กีรติเทศน์ยาวว่า “พวกคุณใช้อารมณ์อาละวาดให้มันพังกันไปข้างก็ได้” พูดกับลันตาว่าเธอมีสิปาดัน ฐานะครอบครัวโอเคทุกอย่าง แพทก็เลี้ยงแค่ตัวเองไม่ต้องรับผิดชอบครอบครัว แล้วชี้ว่า

    “แต่มิ้งค์เพิ่งจบ ฝีมือก็ยังไม่มี ถ้าต้องตกงาน จะเอาเงินที่ไหนช่วยทางบ้าน เราเห็นๆกันแล้วว่า คุณพิธานเขาไม่แยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว ถ้าจะลุยผมไม่ห้าม แต่มันคุ้มหรือครับ”

    ลันตาติงว่าถ้าเรานิ่งพิธานจะยิ่งไม่หยุด กีรติค้านว่าถ้าเธอวิ่งเข้าหาเขายิ่งไม่หยุดต่างหาก เพราะเขาบอกแล้วว่าอยากเห็นมิ้งค์เป็นทุกข์ ลันตาเลยถามมิ้งค์ว่าคิดอย่างไร

    “มิ้งค์ยังอยากทำงานค่ะ อย่างน้อยให้มันมีโปรไฟล์ชัดเจนไปสมัครทำงานที่อื่นได้ มิ้งค์จะอดทนค่ะพี่”

    แพทยังฮึดฮัดๆ พอใจเย็นลงหันมองหน้ากีรติเห็นเขาหน้าตึงเดินผละไป ก็ชักใจไม่ดี

    เมื่อพอลรู้เรื่องของมิ้งค์ เขาบอกเธอว่าให้อดทนหน่อยตนจะหาทางเคลียร์เรื่องนี้ให้ได้

    ooooooo

    ที่ร้านหนังสือในสนามบิน สิปาดันเห็นดรีมวางขายแล้ว เขาหยิบหนังสือขึ้นมาแล้วถ่ายรูปหนังสือคู่กับตัวเองขึ้นไอจี แล้วส่งไลน์บอกลันตาว่า “อัพขึ้น ไอจีโปรโมตหนังสือให้แล้วนะ”

    ขณะลันตากับมิ้งค์กำลังชื่นชมที่หนังสือวางขายอย่างรวดเร็วและสิปาดันอัพไอจีโฆษณาให้อยู่นั้น มะนาวก็โทร.เข้ามาถามลันตาว่าสิปาดันอยู่กับเธอหรือเปล่า พอลันตาบอกว่าไม่อยู่เขาไปบิน มะนาวก็ทำเป็นพูดว่า บังเอิญจังเลยนะ แล้ววางสายเลย ลันตามองโทรศัพท์ในมืออย่างไม่สบายใจ

    ที่แท้มะนาวสืบจากเก่งเพื่อนของสิปาดันมาแล้วว่า สิปาดันจะบินไปไหนวันไหน เธอจึงขอเปลี่ยนไฟลท์กับเพื่อนตกลงจะโอนเบี้ยเลี้ยงที่ได้มากกว่าคืนให้เพื่อน เธอรีบไปดักรอสิปาดันที่เกท พอเห็นสิปาดันเดินมากับเก่ง เธอยกมือถือขึ้นถ่ายเซลฟี่ตัวเองโดยมีสิปาดันกับเก่งยืนคุยกันอยู่เป็นแบ็กกราวด์

    หลังจากนั้น มะนาวอัพรูปเซลฟี่ของตัวเองขึ้นไอจี บรรยายว่า ไนซ์ไฟลท์ 

    ลันตากดมือถือเข้าไปดูไอจีของสิปาดัน เห็นรูปสิปาดันกับเก่ง แล้วมีเม้นต์ที่ชื่อ “Lemoned” พิมพ์เม้นต์เป็นไอคอนหัวใจ เธอสะดุดใจกดเข้าไปดู เห็นเป็นภาพมะนาวที่เซลฟี่ผ่านเห็นสิปาดันกับเก่ง ลันตาถึงกับอึ้ง! มองมือถือนิ่ง...

    แพทเห็นเพื่อนอึ้งถามว่ามีอะไรหรือ ลันตาบอกว่าเปล่า แพทไม่เชื่อดึงมือถือไปดู พอเห็นรูปก็ถามว่าทำไมต้องหน้าเสียขนาดนั้น คิดมากไปหรือเปล่า ลันตาถามแพทว่าจำคำพูดของมะนาวที่พูดในงานแต่งงานของตนได้ไหมแล้วบอกแพทว่า “นาวตั้งใจให้ฉันเห็นภาพนี้ว่าเขากับสิปา...”

    “ไอ้ลัน อย่ามโน...แกต้องเชื่อใจสิปานะเว้ย มันรักแก” เห็นลันตายังกังวล แพทก็ได้แต่มองเพื่อนอย่างเป็นห่วง

    สิปาดันกับมะนาวบินถึงญี่ปุ่น ระหว่างขึ้นลิฟต์ไปห้องพักในโรงแรม มะนาวได้ยินสิปาดันโทร.บอกลันตาว่ามาถึงญี่ปุ่นแล้วก็จิกตาร้าย

    ลันตาเอาอาหารที่สิปาดันเตรียมไว้ในตู้เย็นไปเข้าเวฟ ระหว่างรอเธออดใจไม่ได้เปิดไอจีของมะนาวดูเห็นภาพเตียงในห้องนอนที่เปิดไฟสลัวๆ ก็อดคิดอะไรไม่ได้
    มะนาวรอจนสามทุ่ม จึงเปิดไอจีดูตรงหน้าฟีดข่าว ยิ้มร้ายพึมพำ

    “แกอดใจไม่ฟอลโลฉันได้จริงๆเหรอ ดูสิแกจะอดทนได้นานแค่ไหน ลันตา!”

    ลันตานอนไม่หลับ ยิ่งคิดก็ยิ่งกังวล จนในที่สุดต้องบอกตัวเองว่า “ฉันต้องเชื่อสิปา...เชื่อ” ตัดใจวางโทรศัพท์พยายามทำใจให้นิ่ง ข่มตาให้หลับ

    ooooooo

    มิ้งค์กลับถึงบ้านก็ต้องน้ำตาร่วง เมื่อเห็นเตี่ยกับม้านั่งกินข้าวอยู่ พอเตี่ยเห็นมิ้งค์มาก็วางตะเกียบลุกไปเลย มิ้งค์นั่งกินข้าวน้ำตาร่วง บอกม้าว่าตนไม่เคยทำตัวเลวให้เตี่ยกับม้าเสียใจเลยจริงๆ

    “ม้าเชื่อมิ้งค์นะลูก เจี๊ยะปึ่งนะ” ม้าปลอบแล้วตักข้าว ตักน้ำแกงให้มิ้งค์อย่างห่วงใย แต่มิ้งค์แทบจะกลืนข้าวไม่ลง

    เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะมิ้งค์กำลังจะออกไปทำงานได้รับโทรศัพท์จากลันตา มิ้งค์บอกว่ากำลังออกจากบ้าน พอดีเดินสวนกับม่อเก๊าที่เพิ่งกลับมา ม่อเก๊าท่าทางรีบร้อนจนทำหลอดใส่ยาบ้าสองหลอดร่วงลงพื้น มิ้งค์ตกใจหยิบขึ้นมา ถูกม่อเก๊าแย่งคืนตวาดว่า ถ้าไม่ปล่อย เจ็บ!

    พอลที่รับปากมิ้งค์ว่าตนจะหาทางเคลียร์เรื่องนี้ให้ได้ มาเจอเหตุการณ์พอดี มิ้งค์เห็นพอลก็ตกใจกลัวมีเรื่อง ม่อเก๊าฉวยโอกาสกระชากหลอดยาวิ่งเข้าไปหลังครัว มิ้งค์จะตามม่อเก๊า แต่เตี่ยออกมาไล่ตะเพิดพอลอย่างโมโหมาก

    “ออกไปจากบ้านอั๊ว! ไปให้พ้นหน้าอั๊ว ก่อนที่อั๊วจะฆ่าลื้อ!”

    “เตี่ยฟังผมก่อนนะครับ พิธานไม่ใช่พี่ชายผม เขาตั้งใจมาใส่ร้ายผม ผมไม่เคยคบใคร ผมจริงใจกับมิ้งค์นะครับ” เตี่ยไม่ฟังไล่ตะเพิดท่าเดียว พอลบอกว่า “ผมไม่ไป จนกว่าเตี่ยจะยอมฟังผม”

    เตี่ยหันไปคว้าไม้กวาดจะฟาดพอล มิ้งค์ดึงเตี่ยไว้สุดแรง แล้วทุกอย่างก็หยุดชะงักเมื่อตำรวจเข้ามาถาม

    “ขอโทษครับ...คุณม่อเก๊าอยู่ที่นี่ใช่ไหมครับ”

    เตี่ยตกใจจนลืมเรื่องพอลไปชั่วขณะ ทันใดนั้น มีเสียงตึงตังโครมครามจากในครัว ตำรวจรู้ว่าม่อเก๊าจะหนีจึงกรูกันเข้าไปจับตัวไว้ได้ ม่อเก๊าร้องไม่เป็นท่าให้เตี่ยช่วยด้วย เตี่ยถามตำรวจว่าจับลูกตนทำไม

    “เราพบยาบ้าใส่ในหลอด จำนวน 12 เม็ดครับ ผมขอจับนายม่อเก๊าข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองครับ”

    ม่อเก๊าโวยวายเมื่อถูกตำรวจเอาตัวไป เตี่ยมองตะลึงแล้วเป็นลมไปท่ามกลางความตกใจของทุกคน

    เตี่ยถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินทันทีที่มาถึงโรงพยาบาล ม้ากับมิ้งค์รออยู่ด้วยความเป็นห่วง มิ้งค์ภาวนาและปลอบม้าว่า

    “เตี่ยต้องปลอดภัย...ม้าใจเย็นๆนะ...”

    พอลที่อยู่ในเหตุการณ์และช่วยแก้ปัญหาตลอดเวลา มองมิ้งค์อย่างเห็นใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 06:18 น.