ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    รักต้องอุ้ม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "รักต้องอุ้ม"

    ที่ออฟฟิศนิตยสาร Trendy บรรยากาศในออฟฟิศ ทุกคนทำงานกันอย่างขะมักเขม้น คึกคัก

    ที่โต๊ะทำงานของลันตา อยากมีสุข สาวสวยสดใสวัย 25 ปี ผู้รับผิดชอบคอลัมน์ Interview กำลังพิมพ์คำสัมภาษณ์หนึ่งในยี่สิบหนุ่ม Trendy ของปีนี้

    เธอพิมพ์ตามคำพูดถอดตามประโยคอย่างตั้งใจมากๆ เธอหันจะคว้ากระเป๋าเอาของบางอย่างแต่กระเป๋าวางอยู่ที่โต๊ะด้านหลัง จึงลุกขึ้นไปหยิบ แพทเจ้าหน้าที่ฝ่ายศิลปกรรมเพื่อนซี้ของลันตา ก็ผิวปากวี้ดก่อนทักแซวๆว่า

    “ว่าไง...คุณลันตา บรรณาธิการบริหารคนใหม่ของ Trendy”

    “ไอ้แพท เพ้อแล้ว... ประเด็นคือวันนี้ท่านประธานจะมา ทุกคนก็ต้องแต่งตัวเรียบร้อยกันหน่อย” พูดพลางมองตัวเองที่วันนี้แต่งตัวสวยเท่เป็นพิเศษ

    แพทก็ยังพูดต่อว่าเขาลือกันว่าเธอจะได้ตำแหน่งนี้ ก็พอดีพนักงานเข้ามาบอกลันตาว่าพี่ญ่าคือ ธัญญาเรศ เรียกพี่ๆไปตรวจปรู๊ฟที่ห้องประชุม ลันตาบอกว่าเดี๋ยวไป แล้วหันจะถามอะไรแพท ก็ถูกแพทพูดขึ้นก่อนว่า

    “ไอ้ลัน ฉันอยู่ภูเก็ตยังรู้ คิดเหรอว่าคนอย่างคุณธัญญาเรศ บก.บทความของเราจะไม่รู้”

    ฟังแล้วลันตาก็มีสีหน้าหนักใจ

    ooooooo

    ที่ห้องประชุม ธัญญาเรศและพนักงานอื่นๆกำลัง ตรวจเช็กหน้าคอลัมน์ของตัวเอง ธัญญาเรศดูภาพรวมทั้งหมดมีพนักงานถือสมุดคอยตามจด

    “จดไว้...ให้เตือนพี่ด้วยนะว่าคราวหน้าให้ย้ำเรื่องกราฟฟิกกับทางอาร์ตให้ดูสดใสกว่านี้” ธัญญาเรศสั่ง พนักงานรับคำรีบจดยิกๆ

    ลันตากับแพทเดินเข้ามา แพทมองธัญญาเรศแล้วกระซิบถามลันตาว่า เดี๋ยวนี้ บก.บทความต้องมีเลขาเดินตามแล้วหรือ ถูกลันตาทำเสียงดุว่า “แกว่างมากรึไง จับผิดไปทั่ว”

    แพทบอกว่าดูมัน “เยอะแยะ” ลันตาถามว่าเยอะเรื่องงานดีกว่ายุ่งเรื่องชาวบ้านไหม แพทเลยเงียบ

    ธัญญาเรศมองภาพรวมของนิตยสารแล้วสั่งว่า พิสูจน์อักษรตรวจทั้งหมดแล้วพิมพ์ได้เลย

    “เดี๋ยว...เนื้อหามันขาดไปนะ คอลัมน์ Interview น้องปลา แชมป์เปียโน เนื้อหาที่ฉันทำไว้มันสองหน้า นี่มันเหลือแค่หน้าเดียว แล้วข้อมูลที่เหลือล่ะ!” ลันตาติง

    “เล่มนี้โฆษณามันล้น ฉันก็เลยต้องตัดให้เหลือเท่าที่จำเป็น ประเด็นฮีโร่ก็ครบนี่”

    เป็นจังหวะที่อนุชิตผู้บริหารและรัชนีเดินเข้ามายืนฟังอยู่ข้างหลังแต่ไม่มีใครเห็น

    “แต่ประเด็นของการสัมภาษณ์ครั้งนี้ มันคือประวัติที่กว่าน้องปลาจะมาถึงวันนี้ เขาต้องต่อสู้มาอย่างยากลำบาก มันเป็นประโยชน์ที่คนอ่านควรจะได้รับ” ลันตาชี้แจงเหตุผลของตน

    “โฆษณามันคือรายได้ของเรา” ธัญญาเรศตะแบงจะเอาชนะให้ได้

    “คนอ่านไม่ได้ซื้อหนังสือของเราเพื่ออ่านโฆษณา ประเด็นก็คือ ถ้าเราทำหนังสือที่ไม่มีคุณค่าเพื่อเงิน จรรยาบรรณของเราจะอยู่ตรงไหน” ธัญญาเรศย้อนถามว่าเราทำงานเพื่อเงินไม่ใช่หรือ “แต่หน้าที่สื่อคือนำเสนอสาระให้กับผู้อ่าน ถ้าคิดแต่จะหาเงินโดยไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เท่ากับเรากำลังทำลายเกียรติภูมิของอาชีพอย่างไร้ยางอาย!” ลันตาโต้เผ็ดร้อน

    ธัญญาเรศหน้าตึง ทุกคนอึ้ง มองหน้ากันทำนองว่าจะเอายังไง? ธัญญาเรศหว่านล้อมว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นหรอก ตนพิจารณาแล้วว่ามันโอเคก็เชื่อเถอะ แต่ลันตายืนยันว่ามันไม่ถูกต้อง ตนยอม ไม่ได้จริงๆ

    “แต่เราไม่มีเวลาแก้ไขแล้ว เล่มนี้ปล่อยผ่านไปก่อน” ธัญญาเรศตัดบทแล้วบอกพนักงาน “สั่งพิมพ์ได้เลย”

    “ไม่ได้!” ลันตามองธัญญาเรศแข็งกร้าว “มันเป็นผลประโยชน์ของคนอ่าน ฉันขอให้เรื่องนี้บรรณาธิการบริหารเป็นคนตัดสินใจ” ธัญญาเรศอ้างว่าตอนนี้ไม่มี บก.บห. ตนตัดสินใจเอง

    “พี่ตัดสินใจเอง!” รัชนีก้าวเข้ามา อนุชิตตามมาติดๆ พวกพนักงานอุทาน “เจ้านาย...” แล้วพากันสวัสดีพี่นี

    รัชนีเดินไปดูคอลัมน์ของลันตาแล้วสั่ง “การตลาดคุยกับลูกค้านะว่าฉบับนี้เราไม่สะดวกอธิบายตามที่ลันตาบอกเมื่อกี๊” แล้วบอกธัญญาเรศ “แก้ตรงคอลัมน์นี้ให้เนื้อหาครบถ้วนตามที่ลันตาบอกนะ”

    ธัญญาเรศพยายามจะชี้แจง ถูกอนุชิตตัดบท

    “คุณอาตัดสินใจแล้ว จบแค่นี้นะ วันนี้ท่านประธานจะมา แต่งตั้งบรรณาธิการบริหารคนใหม่ ต่อไปนี้งานจะได้ เร็วขึ้น” อนุชิตพูดพลางส่งสายตาให้ลันตา ลันตาทำหน้านิ่งๆ แต่คนอื่นพากันมองตาเป๋ง

    รัชนีเห็นสายตาของอนุชิต เธอสั่งลันตาว่า แก้งานเสร็จแล้วให้ตามไปพบที่ห้องด้วย ทุกคนมองลันตาเป็นตาเดียว ลันตาทำหน้านิ่งขอตัวไปแก้งานก่อน ทุกคนเลยหันมองธัญญาเรศแทน เธอทำหน้านิ่งถามจิกๆว่า คอลัมน์ไหนมีปัญหาอีกไหม ทุกคนพากันหลบตาเธอ แพทแอบมองธัญญาเรศ เห็นเธอทำหน้านิ่งมากเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลย...

    ooooooo

    ลันตากับแพท ไปเจอธัญญาเรศที่มุมกาแฟ ลันตาถามธัญญาเรศอย่างไม่สบายใจว่าเข้าใจตนใช่ไหม ธัญญาเรศบอกว่าตนรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าลันตาต้องไม่ยอม แพทถามว่าแล้วทำทำไม

    “ก็การตลาดมันบี้ฉันน่ะสิ จะลงแอดของลูกค้าให้ได้ เถียงจนเหนื่อย ก็เลยต้องใช้วิธีนี้ โทษทีนะเพื่อน”

    ฟังธัญญาเรศแล้วลันตากับแพทยิ้มออก ลันตาติงว่าน่าจะบอกกันก่อนตนจะได้ซอฟต์ๆกว่านี้ นี่จัดซะเต็มเลย ธัญญาเรศบอกว่าถ้ารู้ก็ไม่เนียนสิ แล้วยกมือขึ้น ลันตากับแพทยกมือตีกันสามคนร้อง “Fighting! Yes!”

    ธัญญาเรศถามว่าลันตาจะแก้งานเสร็จกี่โมง

    “อีกสักชั่วโมง เพราะไฮไลต์ในคอลัมน์มันเปลี่ยน” ธัญญาเรศเร่งให้เร็วหน่อยแล้วกันเดี๋ยวจะไม่ทันแล้วเดินไป

    “ท่าน บก.” แพทแซวลันตา ถูกเธอปรามว่าอย่าเรียกมั่วซั่วเดี๋ยวญ่าได้ยิน “แกเชื่อแพทผู้หยั่งรู้สิ ว่าวันนี้ชีวิตแกกำลังจะเปลี่ยน อิจฉาว่ะ ได้เลื่อนตำแหน่งแล้วยังมีม่ายหนุ่มสุดฮอตอย่างคุณอนุชิตมาป้วนเปี้ยน นางสาวลันตาอยากมีสุข จะได้สุขสมใจ ไม่หยุดแค่อยากกกก... อีกแล้ว”

    ลันตาด่าไอ้บ้า แต่ถามแววตาวิบวับว่า แกคิดงั้นจริงหรือ? แพทกระแทกเสียง เออ! ทำเป็นไม่สนใจ จริงๆ แล้วก็หวัง พูดแล้วมองลันตาที่เขินอย่างขำๆ

    พอแก้งานเสร็จ ลันตาเอาไปส่งธัญญาเรศ ถามว่าพี่นีอยู่ที่ห้องใช่ไหม ธัญญาเรศพยักหน้า พลันก็มีเสียงข้อความเข้ามือถือของธัญญาเรศ เธอกดดูยิ้มนิดๆแล้วเรียกลันตาบอกว่า

    “ไอ้ลัน คุณอนุชิตเรียกแกไปพบแน่ะ” ลันตาถามว่าเรื่องอะไรรู้ไหม “คงอยากให้กำลังใจแกก่อนพบพี่นีมั้ง อีกหน่อยฉันคงต้องเรียกคุณลันตา ภรรยาผู้บริหารใช่ไหม”

    ลันตาบ่นว่านี่ก็อีกคนเดี๋ยวตนได้โดนสาวๆตึกนี้ดักตบกันพอดี

    “คนอย่างแกคงยืนให้เขาตบหรอกนะ” แพทพูดขำๆ

    ธัญญาเรศมองตาม ยิ้มนิ่งๆเนียนๆไม่มีวี่แววคิดร้ายใดๆ

    ooooooo

    ลันตาไปหาอนุชิตที่ห้องตามที่ธัญญาเรศบอก เธอผลักประตูเข้าไปเห็นเก้าอี้พนักสูงของอนุชิตหันหลังให้และอนุชิตยืนอยู่ข้างเก้าอี้

    “คุณนุคะ” ลันตาเรียกยิ้มนิดๆ แต่พออนุชิตหันมองเขาหน้าเจื่อนตกใจถามว่ามีเรื่องอะไรหรือ ลันตาบอกงงๆว่า“ก็ญ่าบอกว่าคุณเรียกลันมาพบก่อนจะไปพบกับพี่นี...” เห็นเขาอึกอัก เธอพูดต่อ “นุคะ...ลันขอบคุณนะคะสำหรับสิ่งดีๆที่คุณให้ลันตลอดมา ส่วนเรื่องคำตอบของลันที่คุณเคยขอ ลันคิดว่าลันมีคำตอบแล้วนะคะ”

    อนุชิตมองลันตาท่าทางกระวนกระวายใจ บอกเธอว่าตอนนี้ตนมีแขกให้เธอออกไปก่อน ลันตากวาดตามองไม่เห็นมีใคร ถามว่า “ใครเหรอคะ?”

    “เมียเขาน่ะสิ!” เสียงเข้มของอรขจีพร้อมกับหมุนเก้าอี้ของอนุชิตที่นั่งอยู่หันมาเผชิญหน้า ลันตาตะลึงอึ้ง ถูกอรขจีโจมตีทันที “ออดอ้อนกับผัวคนอื่น นังหน้าด้าน นังแมวขโมย!”

    ลันตาชี้แจงว่าอนุชิตบอกตนว่าเมียเขาตายแล้ว อรขจีด่าไฟแลบ “อีบ้า คิดว่าฉันจะเชื่อแกเหรอ!”

    ที่หน้าห้องอนุชิต รัชนีเดินมากับสุวิภา รัชนีบอกสุวิภาว่าตอนนี้ตำแหน่ง บก.บห.ว่างอยู่ก็เลยดูวุ่นวาย

    ไปหน่อยสุวิภาบอกว่าเรื่องนี้เธอตัดสินใจเลยก็ได้ รัชนีอยากให้เธอร่วมรับทราบในตำแหน่งสำคัญนี้ด้วย

    “แล้วคนไหนที่ชื่อลันตา” สุวิภาถาม พลันก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันในห้องอนุชิต ทั้งสองหันมอง สุวิภาถามว่า “คนนี้หรือชื่อลันตา” รัชนีทำหน้าไม่ถูกกับความจริงที่ปรากฏตรงหน้าสุวิภา

    ooooooo

    ภายในห้อง อนุชิตพยายามจะหย่าศึก แต่ลมเพชรหึงกระพือจนอรขจีไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น ด่าลันตาว่านังสะตอ ไม่รู้เลยหรือว่าเขามีเมียแล้ว

    เป็นจังหวะที่เล็กคนรับใช้ของอรขจีหอบสะตอมาให้มัดใหญ่ อรขจีคว้าสะตอฟาดลันตาไม่ยั้ง ลันตาพยายามหลบ จนถูกอรขจีต้อนไปจนมุม แพทเห็นดังนั้นพุ่งเข้าล็อกตัวอรขจีจากด้านหลัง อรขจีแผดเสียงกรี๊ด

    หาว่ารุมตน เรียกเล็กให้มาช่วย เสียงเอะอะโวยวายตบตีกันชุลมุน

    อนุชิตบอกให้ลันตาหนีไปก่อน ลันตายืนนิ่ง อนุชิตร้องเตือน “ไปสิลัน!”

    “ไม่ไป ฉันไม่ได้เป็นเมียน้อย ทุกคนฟังไว้นะ ผู้ชายคนนี้บอกฉันว่าเมียเขาตาย เขาขอให้ฉันพิจารณาเขา เขาบอกว่าเขารักฉัน ทั้งที่มีเมียเป็นตัวเป็นตนอยู่ เขานี่แหละที่ทั้งปลิ้นปล้อน สะตอตัวพ่อของจริง!” ลันตาแฉด้วยความแค้นแล้วเอามัดสะตอฟาดเขา อรขจีเข้าช่วยอนุชิตกันลันตาและประกาศไล่เธอออก แพทก็เร่งเพื่อนให้ออกไปก่อน

    “ฉันไม่ไป!” ลันตาตะโกนแล้วประกาศก้อง “ฉันผิดแค่เรื่องเดียวที่ฉันไม่รู้ ถ้าฉันหนีเท่ากับฉันรับผิดว่าอยากแย่งสามีเขา แต่ฉันไม่ได้แย่งฉันต้องอยู่!”

    “ฉันไม่คิดเลยนะว่าจะมีเรื่องน่ารังเกียจแบบนี้ในออฟฟิศของเรา” สุวิภาพูดแทรกขึ้น ทุกคนหยุดชะงัก เงียบกริบสุวิภามองลันตาถาม “เธอมีอะไรจะแก้ตัวไหม”

    “ดิฉันไม่จำเป็นต้องแก้ตัวค่ะ เพราะดิฉันไม่ผิด! เรื่องนี้ดิฉันเป็นผู้เสียหายโดนคุณอนุชิตหลอก ดิฉันโง่แต่ไม่โรคจิตคิดแย่งสามีชาวบ้าน” ลันตายืนยันมั่นใจ

    “โอเค ฉันรับทราบว่าเธอไม่รอบคอบและปล่อยให้ตัวเองเสียหายด้วยการเชื่อคำพูดง่ายๆของผู้ชายคนหนึ่ง” สุวิภาหันไปถามรัชนีว่า “พนักงานคนนี้เหรอที่คุณจะฝากนิตยสารของเราให้เขาดูแล หนังสือของเราเปรียบไปก็คือผู้หญิงฉลาดที่สามารถดูแลทั้งงานและชีวิตได้สวยงาม”

    “แต่ชีวิตคนก็สามารถผิดพลาดได้นะคะ” รัชนีติง

    “แล้วคุณคิดว่าทุกคนในที่นี้ได้เห็นความประพฤติกับอีคิวในการรับสถานการณ์ของเขาแล้ว มีลูกน้องคนไหนที่อยากมีหัวหน้าสติแตกแบบนี้ไหม ที่นี่ต้องการคนทำงาน ไม่ใช่ตัวปัญหา”

    “ดิฉันขอลาออกค่ะ” ลันตาประกาศต่อหน้าสุวิภาและรัชนี “ดิฉันไม่ได้ลาออกเพราะว่าดิฉันผิด แต่ดิฉันไม่ต้องการเป็นปัญหาให้กับหัวหน้าที่ดีอย่างคุณรัชนี ลันลานะคะพี่นี” ลันตาไหว้ลาทั้งสองแล้วจะเดินออกไป

    อนุชิตดึงลันตาไว้บอกว่าเธอไม่ต้องลาออก ตนจะดูแลเธอเอง ถูกลันตาตอกหน้าว่า

    “เก็บความแมนไว้ดูแลเมียเถอะ แล้วฟังให้ชัดๆ ฉันยอมออกดีกว่าต้องทนหายใจร่วมออฟฟิศเดียวกับผู้ชายห่วยๆอย่างคุณ” อรขจีด่าว่าเธอแอ๊บน่าสงสารทุเรศ ลันตามองขวับพูดอย่างสมเพช “ฉันยอมแพ้ คุณอรเหมาะกับอนุชิตจริงๆ ผู้ชายสารเลวกับผู้หญิงจิตแตก สมกันเหมือนผีเน่ากับโลงผุ”

    อรขจีคว้ากระดาษบนโต๊ะปาใส่ลันตาจนปลิวว่อนไปทั้งห้อง ลันตาเดินคอแข็งออกไปอย่างหยิ่งในศักดิ์ศรีแพทรีบตามไป อรขจีตามไปอย่างเดือดดาล

    ลันตากับแพทขึ้นรถขับออกไป อรขจีพุ่งตามแต่ถูกอนุชิตคว้าตัวไว้เลยได้แต่โวยวายมองตามรถของลันตาไป

    ooooooo

    ที่สนามบินสุวรรณภูมิ...สิปาดัน นักบินโคไพลอตวัย 26 หล่อ เท่ ยิ้มเสน่ห์ละลายใจสาวที่สำคัญกะล่อนขั้นเทพ!

    สิปาดันลงจากรถที่รับนักบินและลูกเรือมายังอาคาร เพียงเข้าประตูมา ก็เจอบรรดาแอร์โฮสเตสจากสายการบินอื่นหลายคนยืนรีรอเหมือนรอแฟนคลับอยู่

    กิ๊ฟที่ยืนอยู่ในกลุ่มแอร์โฮสเตสกรี๊ดกร๊าดอย่างพยายามรักษากิริยา พอสิปาดันเดินผ่าน กิ๊ฟตามไปเรียก พอเขาหันมอง เธอเอาผ้าเช็ดหน้าใส่มือเขาบอกว่า “พี่ทำหล่นไว้ค่ะ”

    จังหวะที่วางผ้าเช็ดหน้าในมือเขา เธอใช้นิ้วก้อยเขี่ยที่ฝ่ามือยิ้มยั่ว สิปาดันผู้มีประสบการณ์โชกโชน มองอย่างเข้าใจ และเมื่อเขาดูผ้าเช็ดหน้าในมือก็เห็นกระดาษเล็กๆเขียนเบอร์มือถือไว้ สิปาดันยิ้มนิดๆเหมือนตอบรับ ดังนั้นเมื่อเพื่อนมาชวนคืนนี้ไปแฮงก์กัน เขาตอบอย่างมีเลศนัยว่า

    “สงสัยคืนนี้ไม่ว่างว่ะ” เห็นเพื่อนมองผ้าเช็ดหน้าในมืออย่างรู้ทัน ก็แก้เกี้ยวว่า “เฮ้ย...พูดให้ถูกคือ ฉันไม่อยากทำให้น้องๆเขาผิดหวังต่างหาก” พูดแล้วหลิ่วตาแบบ ก็คนมันหล่อน่ะ ช่วยไม่ได้

    ooooooo

    คืนนี้ ลันตากับแพท ไปเขวี้ยงจานระบายความ เครียดกันที่ร้านอาหารเก๋เซอร์ ลันตาเขวี้ยงทีก็แผดเสียงทีอย่างสะใจ แพทเทน้ำให้ดื่มถามว่าดีขึ้นไหม ลันตาทำเสียงอือในลำคอแต่ตายังจิกแค้น

    “แกแน่ใจแล้วเหรอ นี่มันงานที่แกรัก แล้วยังโอกาสดีๆที่พี่นีให้แกอีก แกทิ้งทุกอย่างแบบนี้ ไม่เสียดายเหรอลัน”

    “ถ้าเรามีความสามารถ โอกาสมันต้องมาอีก” ลันตายิ้มเข้ม “แพท...มันเกิดเรื่องขนาดนี้แล้ว แกคิดว่าฉันจะทำงานที่บริษัทโดยไม่แคร์สายตาอยากรู้อยากเห็นของคนในออฟฟิศได้เหรอ” แพทเห็นด้วยว่าพวกแส่รู้ในออฟฟิศมีมาก ลันตาตัดบทว่า “ฉันก็เลยจบทุกอย่างก่อนจะต้องเจอเรื่องบ้าๆพวกนั้นไง”

    แพทบ่นเสียดายแทน แต่ลันตากลับเชื่อว่าตนต้องออกจากที่นี่เพื่อจะเจอสิ่งที่ดีกว่าแน่นอน แพทเป็นห่วงว่าเธอเพิ่งถอยรถมาจะเอาที่ไหนผ่อน

    “เดี๋ยวมันก็มีทางน่า อย่างน้อยสามเดือนที่พี่นีจ่ายให้ก็ต่อลมหายใจได้อีกสักพักล่ะน่า”

    แพทกังวลว่าถ้าคุณย่ามาลัยของเธอรู้มีหวังอนุชิตตายแน่ ลันตาสวนทันทีว่าตนนั่นแหละจะตายก่อน ถ้าคุณย่ารู้ว่าตนโดนผู้ชายหลอกแล้วยังตกงานอีก คนบ้านนั้น ฆ่าได้หยามไม่ได้ กำชับแพทว่าเรื่องนี้ต้องเหยียบให้มิด ไม่งั้น...ลันตาไม่ทันพูดต่อเสียงมือถือเธอดังขึ้น พอเห็นโชว์หน้าจอว่า “คุณย่า” ทั้งลันตาและแพทก็ทำหน้าสยอง

    คุณย่ามาลัยผู้เข้มงวดเคร่งครัดและมีวินัยเหล็ก โทร.มาถามว่านี่กี่โมงแล้วทำไมยังไม่กลับบ้าน บอกแล้วใช่ไหมว่าหกโมงต้องถึงบ้าน ดักคอดุๆว่า หนีเที่ยวอีกแล้วใช่ไหม ลันตาบอกว่าเปล่า คุณย่าสั่งเข้มทันที...

    “กลับบ้านเดี๋ยวนี้! แกเป็นผู้หญิงกลับดึกๆดื่นๆ มันมีแต่อันตราย ถ้ามีพวกมิจฉาชีพเล่นงาน แกสู้พวกมันได้รึไง กลับบ้าน!”

    ลันตาบอกว่าพอดีตนมีเรื่องนิดหน่อย คุณย่าถามรัวว่า ไปก่อเรื่องอะไรกับใครที่ไหนบอกมาเดี๋ยวนี้ ลันตาจำต้องปดว่าเรื่องสัมภาษณ์ คนที่นัดสัมภาษณ์เขาติดธุระเลยมาช้า ตนต้องรอคุยกับเขาก่อน ทำงานเสร็จจะรีบกลับทันที พูดแล้วรีบวางสายก่อนที่จะถูกคุณย่าซักไซ้ พอวางสาย แพทพูดอย่างเชื่อเลยว่า

    “คุณย่ามหาประลัยของแก แรง เล่นใหญ่ ไล่ทันทุกเม็ด สุดยอด! นึกถึงตอนปี 1 ฉันพาแกหนีเที่ยวแล้วโดนจับได้”

    แพททำหน้าสยองเมื่อนึกถึงวันนั้น...วันที่ทั้งสองคนอยู่ในวัย 18 ถูกคุณย่าสั่งให้ยืนดึงหูอยู่กลางสะพานลอยฐานหนีเที่ยว มือดึงหูปากก็พูดซ้ำไปซ้ำมาว่า “วันหลังจะไม่หนีเที่ยวแล้วค่ะ...วันหลังจะไม่หนีเที่ยวแล้วค่ะ...” ผู้คนที่เดินผ่านไปมาพากันมองยิ้มขำๆ แพทบอกลันตาว่าตนอายถามว่าหนีได้ไหม ลันตาบอกว่าขืนหนีมีหวังต้องยืนถึงกลางคืน อายกว่านี้แน่

    คิดถึงตอนนั้นแล้วทั้งสองยังสยองไม่หาย พลันมือถือของแพทดังขึ้น เธอดูแล้วกดตัด ครู่เดียวก็ดังขึ้นอีก เธอกดตัดอีก ลันตาถามว่าใครโทร.มา พอรู้ว่าแพทยังมีงานที่ต้องส่งคืนนี้ ลันตาบอกเพื่อนรักว่าตนโอเคแล้วให้กลับไปทำงานเสีย แพทบอกไม่เป็นไร เพราะตนยังมีเวลาถึงพรุ่งนี้หกโมงเช้า

    ลันตาทำเสียงเข้มว่า “แต่งานที่ได้จะไม่ดีถ้าไม่ให้เวลากับมัน”

    “ใจเย็นไอ้ลัน ฉันรู้ว่าแกมันเจ้าแม่รับผิดชอบ ซีเรียสกับจริยธรรมคุณธรรมทุกแขนง แต่แกเป็นเพื่อนฉัน เพื่อนจะไม่ทิ้งเพื่อน เข้าใจไหม”

    “ขอบใจมากแพท แต่แกอย่าให้ฉันเป็นต้นเหตุให้แกเสียงานเลย เชื่อสิ...ลันตาซะอย่าง รับไหวทุกเรื่อง”

    เสียงมือถือดังขึ้นอีก แพทมองแล้วกดรับ เป็นสายจากธัญญาเรศ โทร.มาบอกว่าตนคงมาไม่ได้แล้วเพราะยังเคลียร์เรื่องถ่ายแบบพรุ่งนี้ไม่ได้ แพทถามว่าถ่ายแบบมันเกี่ยวอะไรกับเธอ ธัญญาเรศบอกว่าไม่มีคนทำ พี่นีเลยให้ตนทำ บอกแพทว่า

    “ฉันเป็นห่วงไอ้ลัน แกดูแลมันดีๆนะ”

    “ไม่ต้องห่วง แค่นี้นะ” วางสายแล้ว แพทบอกลันตา ไอ้ญ่ามันห่วง เห็นลันตายิ้มอย่างพยายามเข้มแข็งก็บอกเพื่อนรักว่า “แกจะร้องไห้ก็ได้นะ”

    “แกไปเหอะ ฉันไม่เป็นไร ถ้าไม่ไหวจริงๆ จะโทร.หา โอเคไหม”

    เสียงโทรศัพท์ยังโทร.ตามไม่เลิก จนแพททำหน้าหนักใจ จำต้องบอกลันตาว่าตนกลับก่อนมีอะไรให้โทร.หาแล้วกัน ลันตาพยักหน้า พอแพทลุกไปเธอก็รินน้ำดื่มอั้กๆๆ ข่มความเครียด

    ooooooo

    ลันตานั่งอยู่อีกพักหนึ่งจึงเดินออกมาที่รถป้ายแดงของตัวเองเพื่อจะกลับบ้าน แล้วเธอก็เจอเหตุระทึกขวัญเมื่อ รปภ.เห็นกล่องวางอยู่ที่ล้อรถหลังด้านซ้าย

    รปภ.ทำท่าตกอกตกใจว่าอาจเป็นระเบิด ตื่นตระหนกกันเกินเหตุจนลันตารำคาญจะลงไปดูก็ถูกสั่งอย่าขยับเดี๋ยวกระเทือนอาจทำให้ระเบิดได้

    ลันตาจำต้องนั่งไม่กล้าขยับ พอดีคุณย่าโทร.เข้ามาอีก เธอต้องหยิบมือถืออย่างเบาที่สุดขยับเขยื้อนน้อยที่สุด พอกดรับได้ยินเสียงเหี้ยมของคุณย่ามาตามสายว่า

    “นี่มันสี่ทุ่มกว่าแล้วทำไมแกยังมาไม่ถึงอีก ถ้าห้าทุ่มไม่ถึงบ้านแกเตรียมไปยืนกางหูได้เลย!” ลันตาพูดเบาๆว่าให้คุณย่าใจเย็นๆ “มีอะไร...ย่าถามว่ามีอะไร” เสียงคุณย่าเข้มขึ้นทุกที เธอบอกว่าไม่มีอะไรตนจะรีบกลับ แล้วบอก รปภ.ให้ช่วยที ตนจะต้องรีบกลับบ้าน จะแจ้งความก็ได้

    รปภ.เพ่งไปที่กล่อง พลันก็ร้องลั่นว่ากล่องขยับได้! ลันตารำคาญตัดสินใจตายเป็นตายลงจากรถไปเปิดกล่องดู เธอตะลึงพรึงเพริด เมื่อเห็นเด็กทารกเพศชายวัย 5 เดือนนอนลืมตาแป๋วอยู่ในกล่อง เธออุ้มทารกน้อยขึ้นกอดแนบอก รปภ.เดินมาดูบอกว่าแบบนี้ถูกทิ้งแน่เลย เสนอให้ไปแจ้งความ แล้วพาเด็กส่งคืนแม่ถ้าไม่เจอแม่ก็ส่งบ้านเด็กกำพร้า

    ลันตาทั้งสงสารและหลงรักทารกหมดหัวใจ บอก รปภ.ว่าเดี๋ยวตนจะเอาเด็กไปแจ้งความเอง แย่งทารกจาก รปภ.เอาขึ้นรถแล้วขับออกไปเลย ระหว่างขับรถไป เธอบอกทารกที่นอนอยู่เบาะข้างๆว่า...

    “พี่จะพาหนูไปอยู่บ้านนะ ไม่ต้องกลัวนะหนู ย่าของพี่ใจดี...” พูดไม่ทันขาดคำคุณย่าก็โทร.เข้ามาด้วยเฟซไทม์ เธอกดรับด้วยสมอลทอล์ก ถูกคุณย่าซักไซ้

    ตามเคย ลันตาบอกว่าตนอยู่ในรถคนเดียวแต่ต้องไปเอาของที่บ้านแพท บอกว่าแบตจะหมด แล้วกดตัดสาย พอตัดสาย ทารกก็ร้องไห้จ้าขึ้นมา ลันตามองอย่างโล่งใจชมว่า “ฉลาดมากลูก ร้องได้จังหวะพอดี”

    ลันตาจอดรถข้างทาง คุยกับทารกน้อยว่า “ตาหนู...พี่พาหนูกลับบ้านไม่ได้แล้ว ถ้าพาหนูกลับไปคุณย่าต้องเล่นงานพี่ แล้วต้องบังคับให้พี่เอาหนูไปแจ้งความแน่ๆ เอายังไงดี...” ลันตาคิดหนัก

    ลันตาตัดสินใจบ่ายหน้าไปที่คอนโดของสิปาดัน อุ้มตาหนูขึ้นไปถึงชั้น 10 หิ้วทั้งถุงขวดนม ถุงผ้าอ้อม ถุงนมพะรุงพะรัง เธอสอดมือไปหลังแผ่นป้ายเลขห้อง หยิบกุญแจที่ซ่อนไว้ไขเข้าไป แล้วปิดประตูปึง!

    พอวางตาหนูที่เตียง เสียงมือถือก็ดังขึ้น เป็นสายจากมิ้งค์ รุ่นน้องที่เคยมาฝึกงานกับลันตาและเข้ากันได้ดีจนกลายเป็นเพื่อนกัน มิ้งค์ถามว่าเธออยู่ไหน ตนถูกใช้ให้เอาเสื้อผ้าถ่ายแบบคิวที่แล้วมาคืนและเพิ่งรู้เรื่องของเธอ

    “ตอนนี้ยังคุยยาวไม่ได้ แต่พี่มีเรื่องให้มิ้งค์ช่วยด่วนมาก” แล้วลันตาก็รีบบอกเรื่องที่จะให้มิ้งค์ช่วย

    ooooooo

    ที่ซุปเปอร์มาร์เกต พอล เชฟลูกครึ่งไทย–อังกฤษวัย 23 ปี กำลังเดินคุยโทรศัพท์...ทางร้านโทร.มาบอกว่าลูกค้าสั่งเค้กและตอนนี้ขาดลูกพีช เขาบอกว่าเดี๋ยวจะซื้อเข้าไป สั่งเตรียมของให้พร้อมก็แล้วกันอีกสิบนาทีไปถึง

    พอลเดินหาจนเจอชั้นวางลูกพีชเชื่อมในขวดแก้ว แต่มันเหลืออยู่เพียงขวดเดียว เขาเอื้อมมือไปหยิบเจอมือมิ้งค์เอื้อมมือหยิบพร้อมกัน พอลหันมองมิ้งค์บอกว่าตนหยิบก่อน มิ้งค์บอกว่าตนหยิบก่อนบอกให้เขาปล่อยมือด้วย

    เกิดโต้เถียงกันว่าใครหยิบพีชขวดนี้ก่อนกัน มิ้งค์ไม่ยอมปล่อยอ้างว่าตนมีเหตุผลที่ควรจะได้มัน

    “ถ้าทุกคนเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง สังคมคงมีแต่คนเห็นแก่ตัว คุณยังเรียนมหาวิทยาลัย อยู่ปีไหนครับ”

    “ปีสี่ คุณถามทำไม” มิ้งค์ตอบงงๆ แต่มือยังจับขวดพีชไว้แน่น ถูกพอลดูแคลนว่าจะเป็นบัณฑิตที่แปลว่าผู้มีความรู้อยู่แล้วแต่คงสะกดคำว่าบัณฑิตไม่ถูกด้วยซ้ำ มิ้งค์โกรธจี๊ดเหวี่ยงมือลงอย่างลืมตัว พอลเสียจังหวะทำขวดพีชตกแตกทันที ทั้งมิ้งค์และพอลมองหน้ากันอึ้ง พนักงานเดินมาถามว่าสินค้าชิ้นนี้เป็นของท่านไหน?

    มิ้งค์ตีหน้าซื่อพูดกับพอลว่า น่าเสียดายตนอุตส่าห์เสียสละให้ เขาไม่น่าทำหลุดมือเลย แล้วบอกพนักงานคนนั้นว่า

    “คุณคนนี้อยากได้พีชแต่เขาทำแตกไปแล้ว คุณช่วยหาขวดใหม่ให้เขาทีนะคะ” มิ้งค์ยิ้มให้พอลแล้วเดินอ้าวไปเลย พอลมัวแต่งง ถูกพนักงานเตือนให้ช่วยชำระค่าสินค้าที่เสียหายด้วย เลยจำต้องจ่ายแค้นๆ

    ooooooo

    สิปาดันพากิ๊ฟมาที่คอนโด เปิดประตูนัวเนียกันเข้าไปในห้องที่มีแสงสลัว

    ลันตาฟุบหลับอยู่ข้างเตียงที่ตาหนูนอนคว่ำหลับอยู่ ได้ยินเสียงคนเข้ามาก็ลุกระวัง กำลังจะเรียกสิปาดันก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงกิ๊ฟครางสยิว “อุ๊ย...พี่สิปา...เบาๆ สิคะ”

    ลันตารีบคลานไปที่ประตูห้องนอนแอบดู เห็นสิปาดันกับกิ๊ฟกำลังนัวเนียกันอย่างอารมณ์ซ่าน

    “ตายแน่...” ลันตาครางเบาๆ พยายามหาที่หลบ เห็นตู้เสื้อผ้าก็มุดเข้าไป แต่นึกได้ว่าลืมตาหนูไว้ที่เตียง พอจะออกมาอุ้ม สิปาดันกับกิ๊ฟก็เข้ามาแล้ว!

    กิ๊ฟขอไปอาบน้ำก่อน เธอเดินไปเปิดไฟ พอห้องสว่าง สิปาดันก็ผงะเห็นตาหนูมองตาแป๋วก็ร้องลั่น ตาหนูตกใจร้องไห้จ้า ลันตาเลยต้องวิ่งไปอุ้มปลอบ

    “ไอ้ลัน!” สิปาดันตกใจยิ่งกว่าเห็นตาหนู กิ๊ฟเห็นลันตาก็ปรี๊ดแตก แผดเสียงลั่น

    “พี่สิปา...ผู้หญิงคนนี้เป็นใครคะ ไหนพี่ว่าเป็นโสดไง กิ๊ฟถึงยอมมาด้วย กิ๊ฟไม่ยอมนะ ไม่ยอม ตอบมาสิว่ายัยผู้หญิงที่ยืนหัวโด่อยู่นี่เป็นใคร! แล้วยัยผู้หญิงกับเด็กคนนี้เป็นใคร! ตอบมาสิว่าใคร ตอบ!!”

    “เมีย!” ลันตาแว้ดใส่ ทั้งสิปาดันและกิ๊ฟตกใจ “ใช่ ยัยผู้หญิงที่ยืนหัวโด่อยู่นี่เป็นเมีย ชัดไหม!!”ลันตาพลิกสถานการณ์ทันที ถามสิปาดันอย่างเอาเรื่องว่า “ยัยหน้าจิ้งจกนี่ใคร เมียน้อยแกใช่ไหม ไอ้กะล่อน เผลอเป็นไม่ได้” แล้วหันไปจิกกิ๊ฟ “นี่ก็หน้าไม่อาย ตามผู้ชายมาคอนโด ใจง่าย!!”

    “ด่าฉันเหรอนังป้า!”

    “เออสิ...ออกไปเลยนะ ก่อนที่ฉันจะถีบแกออกไป”

    “โอ๊ย...หยุดๆๆ น้องกิ๊ฟ ฟังพี่นะ ผู้หญิงคนนี้...”

    เพียะ! กิ๊ฟตบสิปาดันชี้หน้าด่า “ไอ้ตอแหล จะหลอกฟันฉันฟรีๆเหรอ ไอ้เลวๆๆ” กิ๊ฟเอาหมอนไล่ฟาดสิปาดันจนวิ่งหนีออกจากห้อง กิ๊ฟยังตามไล่ฟาดจนสิปาดันล้มไปบนโซฟา กิ๊ฟตามฟาดด่า “ไอ้ทุเรศ!” แล้วคว้ากระเป๋าออกไปเลย สิปาดันยังพยายามเรียกกิ๊ฟ

    ลันตาหัวเราะคิกคักดังขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นหัวเราะขำแทบจุก สิปาดันแค้นมากตวาด “ลัน!!”

    “ทำไม สัปดน” ลันตายังขำไม่หยุด เขาสวนไปว่าตนชื่อสิปาดัน ก็ถูกเย้ยว่า “หน้าอย่างแก สัปดนน่ะเหมาะแล้ว”

    สิปาดันด่าลันตาว่าหน้าอย่างเธอนี่เหรอจะมาเป็นเมียตน เธอโต้ว่า ตนถูกตะคอกและจิกเรียก ไม่ถีบออกไปก็บุญแล้ว สิปาดันหงุดหงิดเถียงไม่ออก ถามว่าแล้วนี่ลูกใคร ลันตาบอกว่าตนเก็บได้ สิปาดันตาเหลือกบอกว่าถ้าไม่อยากโดนตนเหยียบให้บอกมาเลยว่าเด็กนี่มาจากไหนแล้วพามาที่นี่ทำไม

    ลันตาตั้งหลักจะชักแม่น้ำทั้งห้ามาชี้แจง สิปาดันรู้ทันดักคอว่า “เข้าประเด็น น้ำไม่ต้อง”

    ooooooo

    พอลทำเค้กไปก็คุยกับแม่ไป เขาบอกแม่ว่าเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่เมื่อวานนี้เอง บอกแม่ว่าโอเค และขอให้แม่ดูแลตัวเองด้วยเพราะอากาศหนาว

    เสียงเอะอะโวยวายจากห้องข้างๆ ดังเข้ามาจนพอลชะงักเงี่ยหูฟัง

    สิปาดันฟังลันตาเล่าเรื่องตาหนูให้ฟังแล้วเขายืนกรานให้พาเด็กไปแจ้งความ ลันตาไม่ยอม ยิ่งเถียงกันก็ยิ่งเสียงดัง

    พอลที่เงี่ยหูฟังอยู่ต้องบอกแม่ว่าเดี๋ยวโทร.กลับ แล้วตัดสายเดินออกจากห้องไปตามเสียง

    ขณะทั้งสองเถียงกันหน้าดำหน้าแดงนั้น เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น ลันตาจะไปเปิดประตู สิปาดันผลักเธอออกบอกว่าไม่ต้องเสนอหน้า ถูกลันตาผลักกระเด็นแล้ววิ่งไปแย่งกันเปิดประตู

    พอลถามว่ามีอะไรหรือเปล่าตนได้ยินเสียงดัง ก็เลยมาดูเผื่อมีอะไรให้ช่วย ลันตาอึกอัก สิปาดันล็อกคอเธอกลับมาบอกพอลว่าไม่มีอะไร ถามว่าเขาเป็นใครไม่เคยเห็นหน้า

    “ผม พอลครับ เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ข้างห้องคุณวานนี้ครับ คุณ...”

    “ฉันลันตาค่ะ แล้วคนนี้สัปดนค่ะ” ลันตาแย่งตอบถูกสิปาดันผลักหน้าเธอออก ยื่นหน้าไปบอกพอลว่า

    “ผมสิปาดัน เรียกสิปาก็ได้ พอดีผมกับ...แฟน กำลังเคลียร์กัน เลยเสียงดังไปหน่อย” แล้วรีบตัดบทขอตัวลากลันตาเข้าห้องปิดประตูปัง พอลถูกเสียงประตูกระแทกหน้าก็ยืนมึนกลับมาโต้เถียงกันอีก สิปาดันจะให้เอาเด็กไปแจ้งความให้ได้ ลันตาชี้ให้เห็นว่าถ้าทำอย่างนั้นเท่ากับเป็นการฆ่าเด็ก แต่เมื่อสิปาดันชี้แจงถึงชื่อเสียงและอนาคตในหน้าที่การงานของตน ลันตาต่อรองว่า

    “เอาเป็นว่าคืนนี้ฉันฝากแกไว้ก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน นี่ขวดนม นี่ผ้าอ้อม ฝากด้วยนะแก ฉันต้องรีบกลับแล้วเดี๋ยวโดนย่าเชือด ไปล่ะ” พูดแบบไม่ให้สิปาดันตั้งตัวทันแล้วเผ่นแน่บเลย

    สิปาดันหันมองตาหนูบนเตียงด้วยความหนักใจ...

    ooooooo

    ลันตากลับถึงบ้านตีสอง ถูกคุณย่าถามประชดว่าบ้านแพทอยู่สุไหงโก-ลกรึไงถึงได้กลับมาป่านนี้

    ลันตาหาเหตุแก้ตัวแทบไม่ทัน ปดคุณย่าว่าเจ้าจัมโบ้เกเรเลยต้องหาร้านเปลี่ยนแบต คุณย่าดักคอว่ารถเพิ่งซื้อมาแบตจะหมดได้ไง เธอแก้ตัวว่าเผลอเปิดไฟในรถทิ้งไว้ พอคุณย่าถามว่าแล้วปิดมือถือทำไมพูดพลางแกว่งไม้เรียวไปมา “แบตมือถือก็หมดค่ะย่า วันวินาศของลันเลยนะวันนี้ ลันเนื้อยเหนื่อย”

    “อย่ามาเฉไฉ รายงานมาให้ละเอียด แกไปเปลี่ยนแบตรถที่ไหนยังไง พรุ่งนี้ย่าจะไปเช็กที่ร้านเถ้าแก่ถ้าไม่จริงแกโดน!”

    ลันตาพึมพำกับตัวเองว่าทำไมไม่มาสักที ก็พอดีเสียงมิ้งค์เข้ามา “พี่ลัน...” ลันตารู้สึกเหมือนรอดตายในวินาทีนั้น

    หันไปเห็นมิ้งค์ลงจากมอเตอร์ไซค์รับจ้างหิ้วถุงขนมมามากมาย เข้ามาสวัสดีคุณย่าอ้อนว่าคิดถึงมากแล้วทำเนียนถามลันตาว่า

    “พี่ลันคะ เรื่องผลประเมินฝึกงานของมิ้งค์พี่ลันเซ็นให้หรือยังคะ”

    “เดี๋ยว! ย่ามีเรื่องคุยกับเจ้าลันอยู่ ทีละคิว...เจ้าลัน” คุณย่าจิกลันตาต่อ ลันตาส่งซิกให้มิ้งค์ช่วย มิงค์ฉอเลาะชวนคุณย่าไปทานขนมกล้วยของโปรดของคุณย่า คุณย่า บอกว่าไม่อยากกิน มิ้งค์ปะเหลาะต่อว่ามีขนมบัวลอยด้วย น่าทานมากเลย

    “ขนมบัวลอยเจ้านี้ที่เจ้แซบรับประกันใช่ไหม ต้องทานตอนร้อนๆนะคะคุณย่า” ลันตาผสมโรงลุ้นแต่คุณย่าไม่หลงกล มิ้งค์อ่อยต่อว่า พีชเชื่อมไหม ตนไปหาซื้อหลายซุปเปอร์มาร์เกตเลยกว่าจะได้ บอกว่าตนจำได้ว่าคุณย่าชอบ

    ไม่ว่าจะเอาของโปรดของชอบมาอ่อย อ้อน ฉอเลาะอย่างไรก็ถูกคุณย่าปฏิเสธหมด ลันตาเลยเรียกอ้วนเด็กรับใช้ให้เอาขนมไปจัดให้คุณย่าแล้วตัวเองก็ขอไปอาบน้ำอ้างว่ามีงานต้องเคลียร์ ฝากมิ้งค์ให้ช่วยดูแลคุณย่าด้วย แล้วชิ่งไปเลย

    คุณย่าเรียกลันตาไว้ไม่ทัน เลยหันเล่นงานมิ้งค์ว่าริทำตัวเป็นนกต่อหลอกล่อย่าช่วยลันตาใช่ไหม มิ้งค์หนาวเยือกอ้างว่าตนมีงานต้องคุยกับลันตา โผกอดคุณย่าทีหนึ่งแล้ววิ่งจู๊ดไปอีกคน

    “เด็กพวกนี้มันน่าตีจริงๆ” คุณย่ามองตาม บ่นงึมงำคนเดียว

    ooooooo

    มิ้งค์ตามลันตาไปที่ห้องนอน ต่างเล่าสิ่งที่ตัวเองต้องผจญภัยมา พอมิ้งค์รู้เรื่องอนุชิตก็บ่นอย่างผิดหวัง ถามลันตาว่าเสียใจมากไหม เธอบอกว่ายังไม่มีเวลาได้เสียใจเลย เพราะมีเรื่องเสียก่อน

    ไม่ทันที่ลันตาจะเล่าอะไร มือถือก็ดังขึ้น เธอรับสายถาม “ว่าไงสิปา” ปรากฏว่าปลายสายร้องเสียงหลงมาว่า

    “ช่วยด้วยยยยย...แกกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้ลัน เด็กมันร้องไม่หยุดเลย”

    ลันตาบอกให้อุ้มปลอบเพราะตนกลับถึงบ้านแล้วขืนออกไปคุณย่าจับได้ชีวิตวิบัติแน่ สิปาดันยังโวยวายไม่เลิก ลันตาซักไซ้จึงรู้ว่าตาหนูอึออกมาเลอะเทอะเหม็นไปหมด ขู่ว่าถ้าไม่รีบมาตนเอาเด็กไปโรงพักแน่ ไปมันทั้งตูดติดอึอย่างนี้แหละ!

    ลันตาบอกมิ้งค์ว่าตนต้องออกไปแล้ว มิ้งค์บอกว่าป่านนี้คุณย่าล็อกบ้านหมดแล้ว ยังไงลันตาก็ต้องไปและมิ้งค์ต้องช่วยตนด้วย มิ้งค์ถามว่าเรื่องสำคัญอะไรเธอถึงต้องกล้าเสี่ยงแบบนี้ เธอเร่งให้รีบไปแล้วจะเล่าให้ฟังในรถ

    ทั้งสองต้องเสี่ยงตายปีนออกมาทางระเบียงแล้วปีนรั้วหนีออกจากบ้านไปกลางดึก พอรู้ว่าลันตาเก็บเด็กมาเลี้ยงมิ้งค์บอกว่าเลี้ยงเด็กไม่ง่ายนะ ป่านนี้เพื่อนพี่ไม่ตายไปแล้วหรือ

    “เพื่อนพี่มันไม่อดทน เด็กตัวเล็กๆคนเดียวจะทำให้เราแย่สักแค่ไหนเชียว”

    ooooooo

    ที่คอนโดสิปาดัน ตาหนูแผดเสียงร้องไห้จนพอลต้องมาดูถามว่าทำไมไม่ทำให้เด็กหยุดร้อง ตนนอนไม่หลับเลย พอได้กลิ่นอึก็บอกให้พาไปล้างอึเผื่อเด็กจะเงียบ สิปาดันบอกว่าตนต้องมีผู้ช่วยพอลตกกระไดพลอยโจนต้องไปช่วยล้างอึให้ตาหนูกันอย่างทุลักทุเล

    พอมาถึงคอนโด ลันตาพามิ้งค์รีบขึ้นลิฟต์ไปชั้น 10 ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดลันตาอึ้ง เมื่อเห็นเพื่อนร่วมชั้นคอนโดมายืนอออยู่หน้าห้องสิปาดันกันเต็มไปหมดพากัน ตำหนิที่ปล่อยให้เด็กร้องเป็นชั่วโมง สิปาดันออกมาขอโทษ แต่พอเห็นลันตา สิปาดันเหมือนรอดตายบอกเพื่อนห้องร่วมชั้นคอนโดว่า

    “แม่เด็กมาแล้วครับ เดี๋ยวผมจะจัดการให้เรียบร้อยครับ” บรรดาที่มามุงเลยหันไปตำหนิลันตาที่ทิ้งให้ลูกร้องไห้อยู่ตั้งชั่วโมง ลันตาขอโทษรับปากจะรีบจัดการให้ พอเขาเหล่านั้นแยกย้ายไป สิปาดันก็หันมาโทษลันตา

    “เพราะแกเลยไอ้ลัน เพราะแก...อ้าว แล้วนี่พาใครมาอีก ไม่รับดูแลแล้วนะเว้ย” เขาโวยวายเมื่อเห็นมิ้งค์มาด้วย

    “นี่มิ้งค์ รุ่นน้องที่ออฟฟิศ แล้วตาหนูล่ะ”

    “อยู่นี่ครับ” พอลอุ้มตาหนูออกมา มิ้งค์มองพอลแว่บหนึ่งรู้สึกคุ้นๆหน้าแต่นึกไม่ออก ลันตารับตาหนูไปอุ้มบ่นสิปาดันว่าไม่มีฝีมือเลย หันไปขอบคุณพอล พอพอลกับมิ้งค์มองหน้ากันเต็มตาต่างตกใจอุทาน “คุณ!”

    สิปาดันกับลันตามองทั้งสองงงๆแบบรู้จักกันด้วยเหรอ?

    ooooooo

    พอลกับมิ้งค์นั่งหยั่งเชิงกันอยู่คนละมุมห้อง ครู่หนึ่งประตูห้องนอนเปิดผัวะ สิปาดันกับลันตาเดินตามกันออกมาเถียงกันโขมงโฉงเฉง

    สิปาดันจะพาตาหนูไปแจ้งความให้ได้ ลันตาบอกว่าตนทำไม่ลง ทันใดนั้นสิปาดันก็อุ้มตาหนูเดินอ้าวออกไป ลันตาวิ่งตาม พอลกับมิ้งค์วิ่งตามไปด้วย

    ลงไปถึงลานจอดรถ สิปาดันขับรถพรืดไป ลันตาบอกมิ้งค์ให้เรียกแท็กซี่ พอลเสนอให้ไปรถตน พอลขับรถไล่ไปไม่นานรถสิปาดันก็หลุดสายตาไป ลันตาสั่งให้ไปโรงพักเลย ไปถึงไม่เห็นรถของสิปาดัน ลันตาเข้าไปถามตำรวจว่ามีคนพาเด็กมาแจ้งความว่าเจอเด็กที่ถูกทิ้งไหม

    ตำรวจบอกว่ามีแล้วไปพาเด็กโตตัวดำมาให้ดู ลันตาบอกว่าไม่ใช่ บีบน้ำตาเรียกความสงสารคิดว่าตำรวจปิดบังตน

    ตำรวจหาว่าเมายาจะเอาไปสงบสติอารมณ์ในห้องขัง ลันตาเลยทำทีได้รับโทรศัพท์ว่าเจอเด็กแล้วและรีบเผ่นไปจากโรงพัก

    ที่แท้ สิปาดันทำไม่ลง เขาพาตาหนูกลับไปที่คอนโด เมื่อลันตา พอลและมิงค์มาถึง เขาพาไปดูตาหนูที่นอนหลับแก้มยุ้ยอยู่บนเตียง เมื่อตามเจอตาหนูแล้ว พอลกับมิ้งค์จึงขอตัวกลับอย่างรู้หน้าที่ พอลอาสาไปส่งมิ้งค์ที่บ้าน

    ส่วนสิปาดันกับลันตา ช่วยกันเลี้ยงตาหนูอย่างทุลักทุเล นั่งฟุบหลับที่ข้างเตียง เพียงตาหนูขยับก็ผวาขึ้นดู ช่วยกันเปลี่ยนผ้าอ้อม ชงนมให้ ปลุกปล้ำดูแลตาหนูจนแทบไม่ได้หลับได้นอน

    จนตีสี่ลันตาถามสิปาดันว่าพรุ่งนี้มีบินไหม เขาบอกว่ามี เธอบอกให้เขาไปนอนเสีย เขาทิ้งตัวนอนหลับผล็อยที่ข้างเตียงนั่นเอง ส่วนลันตาแม้จะพยายามฝืนแต่ก็ฟิวส์ขาดทิ้งตัวนอนหมดสภาพข้างสิปาดันไปอีกคน...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:11 น.