นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักเร่

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    นิตยาเดินนำรามิลกับปัทมาเข้ามาหาจงกลนีที่ยืนรออย่างกระวนกระวายใจอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ถามถึงอาการของจุลมณีว่าเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าแขนขวาหัก ตอนนี้กำลังเอกซเรย์สมองอยู่ นิตยาถึงกับร้องเอะอะ เกิดอะไรขึ้นแล้วไปพบตัวเธอที่ไหน

    “ก็ไม่ไกลจากบ้านนักหรอกค่ะคุณนิตยา มีคนไปพบรถหญิงจุลตกถนน”

    “มีคนตัดหน้าหรือเพคะท่านหญิง”

    จงกลนีอึกอักสีหน้าลำบากใจ ก่อนจะเล่าให้ฟังว่ารถของจุลมณีตกถนนไปชนกับต้นไม้ข้างทาง ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วไม่พบรอยเบรก ถ้าเธอหลบรถที่แซงสวนเลนมา อย่างน้อยก็น่าจะมีรอยเบรกบ้าง...

    ปัทมาแอบนินทาให้นิตยากับรามิลฟังว่าจากคำบอกเล่าของจงกลนีเหมือนจุลมณีจงใจจะขับรถตกถนนจนชนต้นไม้ แล้วนึกขึ้นได้หรือว่าเธอไม่อยากแต่งงานกับรามิลก็เลยแกล้งขับรถตกถนนให้ตัวเองบาดเจ็บจะได้ไม่ได้เข้าพิธีแต่งงาน ปัทมาเห็นนิตยาจ้องตาเขียวปั๊ด รีบหุบปากแทบไม่ทัน รามิลไม่อยากบังคับใจใครถ้าจุลมณีไม่พร้อมหรือไม่อยากแต่งงานด้วย นิตยาก็เห็นเธอยินยอมพร้อมใจไม่เห็นเคยคัดค้านอะไรเลย

    “ก็เพราะเธอกลัวท่านแม่ของเธอน่ะสิครับ”

    “เอาเถอะๆจะอยากแต่งหรือไม่อยาก ยังไงตอนนี้ก็ยังแต่งไม่ได้อยู่ดีเพราะต้องรอจนกว่าหญิงจุลจะหายดีนั่นแหละ” นิตยาว่าแล้วถอนใจเซ็ง ส่วนรามิลดูจะโล่งใจขึ้น ขณะที่ปัทมาแอบยิ้มหน้าบาน...

    ขณะที่งานแต่งงานของรามิลกับจุลมณีเจอโรคเลื่อน นิโคไลประคองวายูนมาถึงหน้าห้องพัก ยังไม่ทันจะไขประตูห้อง ไฮดี้กับคาร์ลเปิดประตูออกมาเสียก่อน ไฮดี้รีบเข้าไปช่วยเขาพยุงวายูนเข้ามานั่ง พร้อมกับถาม เขาว่าทำไมกลับมาเร็วนัก เราสองคนกำลังจะไปหาที่โรงพยาบาล

    “ฉันไม่รู้เพราะตอนที่หมอตรวจ เขาไม่ให้ฉันเข้าไปข้างในเพราะไม่ใช่ญาติแล้วหมอเข้าไปตรวจได้เดี๋ยวเดียว วายูนก็ออกมาจากห้องตรวจแล้ว”

    “อ้าว” ไฮดี้ร้องเอะอะพร้อมกับมองเพื่อนรักสีหน้าเต็มไปด้วยคำถาม

    “หมอเขาว่าความดันฉันต่ำเลยหน้ามืดน่ะ”

    “โธ่เอ๊ย ฉันก็บอกแล้วให้เธอนอนซะบ้าง เธอเป็นคนนะไม่ใช่เครื่องจักรจะได้ไม่ต้องหลับต้องนอน แต่ถึงจะเป็นเครื่องจักรมันยังต้องมีเวลาพักเครื่องเลย มา...ฉันพาเธอไปนอนเอง” ไฮดี้ประคองวายูนเข้าไปในห้อง ค่อยๆจับเธอให้ลงนอนบนเตียง แล้วถามว่าช่วงนี้ที่เธอนอนไม่หลับเพราะเรื่องนักการทูตคนนั้นใช่ไหม

    “เธอจริงจังกับเขาแล้วเขาล่ะ จริงจังกับเธอหรือเปล่า”

    วายูนสงสัยทำไมถึงถามแบบนี้ ไฮดี้ตัดสินใจบอกเพื่อนรักถึงเรื่องที่เพียงเพ็ญบอกเธอว่ารามิลกำลังจะแต่งงาน วายูนถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะบอกว่าไม่เป็นความจริงผู้หญิงคนนั้นโกหก ไฮดี้ไม่รู้ว่าเธอโกหกหรือเปล่า จะมีก็แต่รามิลเท่านั้นที่จะบอกความจริงได้ แล้วยุให้วายูนถามเขาให้ชัดเจนไปเลย

    ooooooo

    คาร์ลบอกข่าวดีกับนิโคไลว่าตนเองกับไฮดี้จะแต่งงานกันทันทีหลังจากเรียนจบ นิโคไลดีใจกับเขาด้วย

    “ไอก็ดีใจที่จะได้ทำทุกอย่างให้ถูกต้องเสียที แต่งงานกันแล้วไอกับไฮดี้อยากจะมีลูกกันทันที เราจะไม่ยอมทำผิดพลาดอย่างที่แล้วๆมา” คาร์ลหน้าสลด นิโคไลตบไหล่เขาอย่างปลอบใจ อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านเลยไป เขากำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ อย่าเอาอดีตที่ผิดพลาดมาทำลายอนาคตดีๆที่กำลังรออยู่ข้างหน้า

    “ขอบใจนิโคไล แล้วเรื่องของยูกับวายูนล่ะ ตกลงว่ายังไง”นิโคไลหน้าเจื่อนทันที...

    แม้หลักฐานในที่เกิดเหตุจะบ่งบอกว่ารถชนครั้งนี้อาจไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่จงกลนียืนยันกับนิตยาว่าจุลมณีเป็นเด็กดีไม่มีทางทำร้ายตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงาน นิตยาถามว่าท่านแน่ใจว่าจุลมณีไม่ได้มีใคร

    “ดิฉันแน่ใจค่ะ คุณนิตยาอย่าห่วงเลยค่ะ หญิงจุลไม่มีใครจริงๆและถ้าหญิงจุลหายดีเมื่อไหร่เราได้จัดงานแต่งงานให้พวกแกแน่ค่ะ หมอบอกว่าโชคดีที่หญิงจุลสมองไม่เป็นอะไร แต่ขอให้นอนพักดูอาการที่นี่สักคืนถ้าไม่มีอะไรผิดปกติพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้ แต่กว่าแขนที่หักจะหายดีก็ร่วม 3 เดือนนะคะคุณนิต”

    นิตยายิ้มดีใจ ถ้าอย่างนั้นอีก 3 เดือน เราจะได้มีงานมงคลร่วมกัน เธอตั้งใจจะให้งานนี้เป็นทอล์ก ออฟ เดอะทาว์นของเมืองไทยงานหนึ่ง...

    ทางฝ่ายปัทมาเหลียวซ้ายมองขวาไม่เห็นแม้แต่เงาของนิตยา รีบเข้าไปนั่งข้างๆรามิลที่กำลังครุ่นคิดบ้างอย่างอยู่เงียบๆ ยุให้เขาล้มเลิกงานแต่งงานเพราะเขาเองก็เห็นแล้วว่าจุลมณีไม่ได้อยากแต่งงานกับเขา แต่ที่จำต้องแต่งเพราะผู้ใหญ่เห็นสมควร แล้วทำท่าจะวางมือทาบบนมือเขาเพื่อปลอบใจ ทันใดนั้นมีเสียงมือถือของรามิลดังขึ้น เขารีบกดรับสาย ปัทมาถึงกับเซ็ง

    “รามิลพูดครับ ใช่...ปรัชญา คุณหญิงจุลอยู่ที่โรงพยาบาล”

    ปัทมาเห็นรามิลวางสาย จัดแจงเอื้อมมือจะไปจับมือเขาอีกครั้ง แต่นิตยากลับมาเสียก่อน เธอจึงต้องรีบถอยห่าง ท่านมาบอกข่าวดีกับหลานชายสุดเลิฟว่าหมออนุญาตให้เยี่ยมจุลมณีได้แล้ว เขาควรจะไปเยี่ยมเธอสักหน่อย รามิลชวนท่านไปเยี่ยมเธอด้วย นิตยาส่ายหน้า บอกให้เขาไปเยี่ยมคนเดียว ท่านมีธุระกับปัทมา

    “ตกลงว่ายกเลิกการแต่งงานใช่ไหมคะคุณนิต”

    “เปล่า แค่เลื่อนออกไป 3 เดือน ปัทช่วยโทร.แจ้งทุกคนที”

    ooooooo

    คุณหญิงนิต้าได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากปัทมาแจ้งว่างานแต่งงานของรามิลกับจุลมณีต้องเลื่อนออกไปอีก 3 เดือนถึงกับเซ็งไปด้วยบ่นให้กัญญารัตน์ฟังนึกว่า กลับเมืองไทยคราวนี้รามิลจะได้แต่งงานให้จบๆไป พวกลิงค่าบ่างชะนีทั้งหลายจะได้เลิกวุ่นวายกับเขาสักที

    “ที่ไหนได้เลื่อนออกไปอีกตั้ง 3 เดือน เวลาตั้ง 3 เดือนนี่อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ฉันละกลัวจริงๆ”...

    ฝ่ายเพียงเพ็ญรู้ข่าวนี้จากดามพ์ ตั้งใจมั่นจะใช้เวลา 3 เดือนที่ว่านี้ทำให้รามิลเป็นของตัวเองให้ได้...

    ทันทีที่เจอหน้ารามิล จุลมณีขอโทษที่ทำให้งานแต่งงานของเราต้องเลื่อนออกไป เขาบอกเธอว่าไม่ต้อง ขอโทษ เขารู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่อุบัติเหตุ จุลมณีไม่กล้าสบตาด้วยเพราะละอายใจ

    “คุณหญิงไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกครับ ผมเสียอีกที่จะต้องเป็นฝ่ายขอบคุณคุณหญิงที่ยอมเสียสละเจ็บตัวเพื่อให้ผมมีเวลาอีก 3 เดือนเพื่อคิดว่าจะเอายังไงดีกับเรื่องแต่งงานของเรา”

    “คุณรามิลก็ไม่อยากแต่งงานเหมือนกัน?”

    รามิลพยักหน้ารับคำ สัญญาว่าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้การเสียสละครั้งนี้ของเธอต้องเสียเปล่า จุลมณีฉีกยิ้มกว้างดีใจสุดๆ ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าจงกลนีกับนิตยาแอบมองผ่านช่องกระจกที่ประตูห้องพักฟื้นคนไข้ เห็นทั้งคู่ยิ้มแย้มให้กันก็เข้าใจผิดคิดว่าชอบพอกัน พากันยิ้มดีใจ อีกมุมหนึ่งไม่ห่างนัก ปรัชญาเห็นจงกลนีกับนิตยายืนอยู่หน้าห้อง ก็เลยไม่กล้าเข้าไปเยี่ยมจุลมณี...

    ขณะที่รามิลครุ่นคิดหนักจะล้มเลิกการแต่งงานอย่างไร วายูนซึ่งอยู่ในกรุงเวียนนา นอนไม่หลับ เครียดไปหมดทั้งเรื่องที่ไฮดี้บอกว่ารามิลกำลังจะแต่งงานและเรื่องที่หมอตรวจพบว่าเธอตั้งท้อง

    ooooooo

    จุลมณีซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ นอนไม่หลับเช่นเดียวกับวายูนพลิกซ้ายพลิกขวาจนน้อยที่มานอนเฝ้าต้องเตือนให้เธอพยายามหลับให้ได้ อย่างน้อยตอนนี้การแต่งงานของเธอก็เลื่อนออกไปอีกตั้ง 3 เดือน

    “คุณรามิลบอกว่าเขาจะพยายามไม่ทำให้การเจ็บตัวคราวนี้ของหญิงต้องสูญเปล่า”

    “แล้วคุณหญิงคิดว่าคุณรามิลจะทำอะไรได้จริงหรือคะ ถ้าเขาทำได้เขาคงจะทำไปนานแล้วล่ะค่ะ”

    จังหวะนั้น ปรัชญาเปิดประตูผลัวะเข้ามา ทั้งคู่ลุกพรวดขึ้นนั่ง เขาปรี่เข้ามาถามจุลมณีอย่างห่วงใยว่าเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บมากไหม เธอยังไม่ทันจะพูดอะไร น้อยพุ่งมาแทรกกลาง ขอร้องให้เขากลับไปก่อน เดี๋ยวจงกลนีมาเห็นเข้าจะเป็นเรื่องได้ เขาแค่จะมาเยี่ยมจุลมณี เท่านั้น น้อยเห็นสายตาที่เขามองเจ้านายตัวเองถึงกับถอนใจ เหนื่อยใจ ก่อนจะวิ่งไปชะโงกดูที่หน้าห้อง ไม่เห็นจงกลนีอยู่แถวนั้น รีบหันมาบอก

    “แป๊บเดียวนะคะ” น้อยว่าแล้วออกจากห้อง ปล่อยให้ทั้งคู่ได้อยู่กันตามลำพัง

    ปรัชญารู้จากรามิลว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับจุลมณีไม่ใช่อุบัติเหตุ เธออธิบายว่าที่ตัดสินใจทำแบบนี้เพราะมันเป็นทางเดียวที่จะทำให้การแต่งงานเลื่อนออกไป แต่ก็แค่ 3 เดือนเท่านั้น

    “คุณหญิงยอมเจ็บตัวขนาดนี้เลย แล้วนี่ผมควรจะทำอย่างไรดีครับเนี่ย”

    พลันมีเสียงดังขึ้นที่ประตูห้อง “ก็เลิกยุ่งกับลูกสาวฉันแล้วก็กลับไปซะ”

    ทั้งคู่หันมองตามเสียงต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นจงกลนียืนหน้าบึ้งอยู่ โดยมีน้อยยืนหน้าจ๋อยอยู่ด้านหลัง ปรัชญาตัดสินใจสารภาพต่อหน้าท่านว่าเขาชอบจุลมณีมาก

    “ฝันไปเถอะ รู้จักเจียมกะลาหัวเสียบ้างว่าเธอเป็นใครแล้วลูกสาวฉันเป็นใคร อย่าพยายามติดต่อกับลูกสาวฉันอีก ไม่งั้นถ้าเกิดอะไรขึ้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน...กลับไป”

    ปรัชญาฮึดฮัดไม่ยอมไปหันมองจุลมณีซึ่งละล้าละลังไม่รู้จะทำอย่างไรดี น้อยเห็นท่าไม่ดีรีบฉุดแขนเขา พร้อมกับขอร้องให้กลับไปก่อน อย่าให้เรื่องลุกลามใหญ่โตกว่านี้ เขาถึงได้ยอมให้เธอดึงออกไป

    “ถ้าหญิงจุลยังรักแม่อยู่ก็อย่าทำอะไรให้แม่ต้องเสียใจอีกได้ไหม”

    จุลมณีรับคำเสียงอ่อย แทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่...

    ด้านรามิลนอนไม่หลับเฝ้าครุ่นคิดถึงวายูน อยากจะโทร.หาแต่ไม่มีเบอร์ ยิ่งเห็นรูปที่ถ่ายคู่กันในมือถือก็ยิ่งคิดถึงแทบทนไม่ไหว แล้วนึกแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ รีบออกมาหานิตยาที่กำลังสั่งงานปัทมาอยู่ที่ห้องโถง จะขอกลับไปทำงานที่เวียนนาระหว่างที่งานแต่งงานต้องเลื่อนออกไป นิตยาเห็นดีด้วย

    “เอาสิจ๊ะรามิล น้าก็ว่าจะกลับไปที่เวียนนาด้วย

    น้าอยากจะเอาการ์ดเชิญแต่งงานของรามิลไปเรียนเชิญท่านทูตกับคุณหญิงด้วย เรียนเชิญท่านแต่เนิ่นๆ ท่านก็คงจะมาร่วมงานได้...ปัทจัดการจองตั๋วเครื่องบินที จองไฟลท์ที่เร็วที่สุดเลยนะ”

    ปัทมารับคำเสียงอ่อย ขณะที่รามิลเซ็งสุดๆ

    ooooooo

    เพื่อให้หายคาใจ วายูนออกไปซื้อที่ตรวจการตั้งครรภ์มาจากร้านขายยาแต่เช้า ไฮดี้กำลังเคาะประตูห้องวายูนหันมาเห็นเธอเปิดประตูห้องเข้ามาก็ร้องทักด้วยความเป็นห่วงว่าไปไหนมา หายดีแล้วหรือ เธอค่อยยังชั่วแล้ว ก็เลยออกไปเดินเล่นแถวนี้

    “อย่าห่วงเลยฉันไม่เป็นอะไรมากหรอก เช้านี้เธอมีคลาสไม่ใช่เหรอ”

    “ใช่...ถ้าเธอไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว งั้นฉันไปเรียนก่อนนะ แล้วคลาสบ่ายเราค่อยเจอกัน” ไฮดี้คว้ากระเป๋าถือเดินออกไป วายูนถอนใจโล่งอก รีบเข้าไปในห้องน้ำหยิบที่ตรวจการตั้งครรภ์ออกจากถุง แล้วทำตามวิธีการใช้ที่อยู่ข้างกล่อง สักพักผลตรวจการตั้งครรภ์ก็ปรากฏขึ้นตอกย้ำว่าเธอท้อง

    วายูนถึงกับยืนไม่อยู่ต้องนั่งแปะลงกับพื้นห้องน้ำ พลันมีเสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้น นิโคไลร้องเรียกให้เธอเปิดรับ วายูนพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงเอาที่ตรวจการตั้งครรภ์เก็บใส่ถุง แต่มือสั่นจนใส่ไม่ลง ที่ตรวจครรภ์ร่วงตกพื้น ทำให้ไปเปิดประตูให้เขาช้าลงไปอีก ในที่สุดเธอก็เอาที่ตรวจการตั้งครรภ์ใส่ถุงจนได้

    นิโคไลชักใจไม่ดี เพราะเพิ่งสวนกับไฮดี้บอกว่าวายูน อยู่ในห้อง แต่ทำไมเคาะเรียกอยู่นานสองนานไม่เปิดรับ ตัดสินใจจะพังประตูเข้าไป แต่วายูนเปิดประตูออกมาเสียก่อน

    “ทำไมคุณมาเปิดประตูช้าจังวายูน คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”

    “ฉันกำลังโทรศัพท์คุยกับอาฉันที่เมืองไทยน่ะ” วายูนไม่กล้าสบตาด้วยกลัวนิโคไลจะจับได้ว่าโกหก

    “แล้วไป ผมเป็นห่วงกลัวคุณจะเป็นอะไรไปตอนที่อยู่ในห้องคนเดียว เอ้อนี่ ผมซื้ออาหารเช้ามาให้คุณด้วย คุณจะกินเลยไหมวายูน” นิโคไลว่าแล้วเลื่อนถุงใส่มื้อเช้าไปตรงหน้า วายูนได้กลิ่นอาหารก็คลื่นไส้ทำท่าจะอาเจียน นิโคไลไม่ทันสังเกตเห็น

    “คุณเอาของกินใส่จานทีสิคะ เดี๋ยวจะได้กินด้วยกัน ฉันจะไปชงโกโก้ร้อนให้”

    นิโคไลจัดอาหารใส่จานไปพลางชวนเธอคุยโน่นคุยนี่ไปด้วย อยู่ๆก็มีเสียงโครมดังมาจากห้องครัว เขาหันขวับไปดูเห็นวายูนนอนหมดสติอยู่บนพื้น แก้วโกโก้ที่ชงให้เขาแตกกระจายเกลื่อน เขารีบวิ่งไปหาเธอทันที...

    ขณะที่วายูนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง ปรัชญาโทร.นัดรามิลให้ออกมาคุยกันเรื่องงานแต่งงานของเขากับจุลมณี ในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ได้รักกัน เขาก็ควรจะหาทางทำอะไรสักอย่าง รามิลเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรในเมื่อเป็นความต้องการของนิตยาซึ่งมีพระคุณต่อเขาล้นฟ้า ถ้าไม่มีท่าน เขาก็คงไม่มีวันนี้

    “แต่มันต้องมีทางออกสักทางสิวะ”

    “ก็ถ้าแกเห็นทางออกที่แกว่ามี แกก็ช่วยบอกฉันเป็นคนแรกด้วยก็แล้วกัน” รามิลเองก็ทุกข์ใจไม่แพ้ปรัชญาเช่นกัน

    ooooooo

    นิโคไลนั่งกุมหัวหน้าเครียดอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ไฮดี้กับคาร์ลเดินสีหน้าร้อนใจเข้ามาหา

    “วายูนเป็นอะไรไปอีกนิโคไล ฉันไม่สบายใจเลย เมื่อวานก็เข้าโรงพยาบาลมาทีหนึ่งแล้ว วันนี้ก็เข้าอีก เขาเป็นอะไรมากไหมน่ะ ฉันเป็นห่วงวายูนจริงๆ”

    พลันเหตุการณ์ที่นิโคไลคุยกับหมอเจ้าของไข้เมื่อครู่ก็พรั่งพรูออกจากปากของเขา หมอบอกว่าวายูน เกิดอาการลำไส้บีบตัว ไม่มีอาหารอยู่ในกระเพาะเลย คงเป็นเพราะแพ้ท้องมาก นิโคไลตกใจแทบตกเก้าอี้

    “อะไรนะครับหมอ”

    “อย่าบอกนะครับว่าคุณยังไม่รู้น่ะว่าภรรยาคุณกำลังตั้งครรภ์ ตอนนี้อายุครรภ์น่าจะ 4 สัปดาห์ได้แล้ว”

    ทั้งไฮดี้และคาร์ลตกใจไม่แพ้นิโคไลเช่นกันที่รู้เรื่องนี้ ครู่ต่อมาหมออนุญาตให้เยี่ยมคนป่วยได้ ไฮดี้เดินนำคาร์ลกับนิโคไลเข้าไปในห้องพักผู้ป่วย เห็นวายูนนอนน้ำตาคลอมองเพดานนิ่ง ไฮดี้เข้าไปจับมือ เธอไว้ ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง วายูนมองหน้าเพื่อนรัก ก็รู้ทันทีว่าทุกคนรู้เรื่องของเธอหมดแล้ว ยิ่งเห็นสีหน้าเจ็บปวดของนิโคไล ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่ไหว ปล่อยให้ ไหลอาบแก้ม

    “ไม่เป็นไรวายูน ใจเย็นๆก่อน เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ค่อยๆคิดหาทางแก้ไขกันต่อไป สิ่งแรกที่ต้องทำคือเธอต้องบอกเรื่องนี้กับพ่อของเด็ก”

    วายูนพยักหน้าเห็นด้วยกับไฮดี้ วานนิโคไลหยิบมือถือของเธอให้ที แล้วขอเวลาเป็นส่วนตัวสักครู่ จนทั้งสามคนออกไปหมดแล้ว วายูนได้แต่กำมือถือไว้ เพราะไม่รู้จะบอกรามิลอย่างไร...

    ที่หน้าห้องพักฟื้นผู้ป่วย คาร์ลอดสงสัยไม่ได้ว่าตนเองไปฝึกงานที่อื่นอยู่หลายเดือนไม่รู้ว่าวายูนกับพ่อของเด็กในท้องของเธอ ยังรักกันดีอยู่ไหม ไฮดี้ก็เห็นทั้งคู่รักกันดี

    “งั้นวายูนก็คงไม่มีปัญหาอะไร”

    “แต่วายูนก็ยังต้องเรียนอีกตั้งปีนึงนะถึงจะจบ แล้วไหนยังจะมีคนมาพูดว่านักการทูตคนนั้นกำลังจะแต่งงานด้วย คาร์ลคุณก็รู้การท้องโดยไม่พร้อม ปัญหามันมีมากมาย เราสองคนก็มีประสบการณ์กับเรื่องนี้ด้วยตัวเองมาแล้วนะ” ไฮดี้ว่าแล้วจับมือคนรักไว้ “แต่ฉันก็ไม่อยากให้วายูนทำอย่างที่ฉันเคยทำมา ฉันไม่อยาก ให้วายูนต้องเสียใจเหมือนอย่างที่ฉันเคยเสียใจมาแล้ว เพราะมันจะเป็นบาปติดตัว ติดใจไปจนตายเลยล่ะ”

    “อย่าเพิ่งคิดแทนวายูนเขาเลยไฮดี้ ทุกอย่างอยู่ที่วายูนกับนักการทูตคนนั้นจะตกลงกัน”

    ไฮดี้พยักหน้าเห็นด้วย แล้วหันมองนิโคไลด้วยความเห็นใจ “ฉันเสียใจกับเธอนะนิโคไล บางทีเธอกับวายูน คงไม่ใช่เนื้อคู่กัน”

    “ฉันไม่เคยรักใครมาก่อนจนกระทั่งได้พบกับวายูน ฉันรักเขาตั้งแต่นาทีแรกที่ได้เห็น แล้วก็ยังรักเขา จนถึงเดี๋ยวนี้ แม้ว่าเขาจะเป็นของคนอื่นไปแล้ว ฉันก็เลิก รักเขาไมได้ และฉันก็คงจะรักเขาอย่างนี้ตลอดไป” นิโคไล พูดได้แค่นั้นก็เหมือนมีอะไรมาจุกคอหอยน้ำตาลูกผู้ชายคลอเบ้า ไฮดี้สงสารเขามาก เข้าไปกอดให้กำลังใจ คาร์ลก็เข้ามาตบไหล่เขาเป็นกำลังใจให้เช่นกัน

    ooooooo

    ขณะที่รามิล นิตยาและปัทมากำลังเตรียมตัวเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ นิตยานึกขึ้นได้สั่งให้ปัทมาเช็กเอกสาร ตั๋วเครื่องบินและพาสปอร์ตอีกครั้ง เธอหยิบเอกสารของทุกคนมาตรวจดูความเรียบร้อย รามิลเห็นคนขับรถวุ่นวายกับการขนกระเป๋าเดินทางไปใส่รถอยู่เพียงลำพัง ก็เลยเข้าไปช่วยเพื่อจะได้เสร็จเร็วขึ้น

    “รามิลเอาแจ็กเกตมาให้น้าถือไว้ให้ก่อนก็ได้”

    ชายหนุ่มทำตามที่นิตยาบอก แล้ววิ่งไปช่วยคนขับรถขนกระเป๋าเดินทาง จังหวะนั้นมือถือที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็กเกตของรามิลมีเสียงเรียกเข้าดังขึ้น นิตยาคลำหาจนเจอ ทีแรกจะเรียกเจ้าของมารับสาย แต่เกิดสังหรณ์ใจขึ้นมา ตัดสินใจรับสายเอง

    “คุณรามิลเหรอคะ นี่วายูนนะคะ วามีเรื่องจะต้องคุยกับคุณค่ะ นั่นคุณอยู่ที่ไหนคะ”

    นิตยาเห็นรามิลง่วนอยู่กับการยกกระเป๋าเดินทางขึ้นรถ รีบเดินเลี่ยงออกมา “ฉันเคยบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าให้เลิกยุ่งกับหลานชายฉัน ในเมื่อเธอไม่ฟังเราจะได้เห็นดีกันแน่ วายูน” พูดจบนิตยาตัดสายทันที จัดการลบเบอร์ของวายูนทิ้ง ไม่ต้องการให้หลานชายรู้ว่าเธอโทร.มา ก่อนจะเก็บมือถือไว้ในเสื้อแจ็กเกตอย่างเดิม เป็นจังหวะเดียวกับรามิลยกกระเป๋าขึ้นรถเสร็จพอดี

    “อ้ะ งั้นไปสนามบินกันได้แล้ว น้าใจร้อนอยากไปถึงเวียนนาเร็วๆ เพราะมีธุระที่จะต้องไปจัดการที่นั่น อย่างด่วนเลย” นิตยายิ้มร้าย ก่อนจะเดินนำทุกคนไปขึ้นรถ...

    ฝ่ายวายูนยังคงนั่งกำมือถือสีหน้าตื่นตระหนกกับคำขู่ของนิตยาอยู่บนเตียงในห้องพักฟื้นผู้ป่วย ไฮดี้เคาะประตูห้องแล้วยื่นหน้าเข้ามาถามว่าพวกเราเข้าไปได้หรือยัง เธอพยักหน้าแทนคำตอบ ไฮดี้อยากรู้ว่าเธอโทร.หารามิลแล้วใช่ไหม เขาว่าอย่างไรบ้าง วายูนยังไม่ได้บอก เขายังไม่ว่างมารับสาย ไฮดี้ถึงกับร้องอ้าว

    “เอาเถอะ เดี๋ยวลองหาเวลาโทร.หาเขาอีกทีก็แล้วกัน แต่ตอนนี้ผมว่าคุณควรนอนพักสักหน่อยก่อน หมอจะให้คุณอยู่โรงพยาบาลนี่สักคืน ถ้าไม่มีอะไรพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้” นิโคไลพูดจบเข้าไปประคองให้วายูนลงนอน แล้วดึงผ้ามาห่มให้ ไฮดี้กับคาร์ลมองนิโคไลที่เฝ้าดูแลวายูนไม่ห่างด้วยความสงสาร...

    ดึกแล้ววายูนยังนอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียง คำขู่ของนิตยาเมื่อตอนคุยโทรศัพท์กันยังดังก้องอยู่ในหู พลันภาพในอดีตตอนที่ยอมมอบกายมอบใจให้รามิลผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของเธอ

    “วาไม่แน่ใจเลยว่าความรักของเรามันจะไปตลอดรอดฝั่งไหม”

    “ทำไมคุณถึงกลัวว่าความรักของเรามันจะไปไม่ได้ตลอดรอดฝั่งล่ะ”

    “ก็เราแตกต่างกันมากทั้งในเรื่องของฐานะ เรื่องของสังคมแล้วก็ยังมี...คุณน้าของคุณอีก”

    “เชื่อผมนะวายูนในเมื่อเรารักกันเพราะฉะนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราก็จะฝ่าฟันไปด้วยกัน ผมจะปกป้องคุณเอง” รามิลรวบตัวเธอมากอดไว้ความทรงจำแสนหวานครั้งนั้น ทำให้วายูนรู้สึกสบายใจขึ้นและหลับลงได้ในที่สุด...

    ในระหว่างที่วายูนหลับไปแล้ว นิโคไลยังนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างห้องพักของตัวเอง คิดถึงเมื่อครั้งยังอยู่ที่รัสเซีย ตอนนั้นเขากำลังเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเตรียมจะเดินทางไปเรียนที่เวียนนา แม่ของเขาเดินเข้ามา กระเซ้าว่ากลับมาอีกทีเขาคงจะเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้ว เขาสัญญาจะรีบเอาใบปริญญามาฝาก

    “แค่ปริญญาแน่นะ”

    “แม่กลัวผมพาลูกสะใภ้ต่างชาติต่างภาษากลับมาด้วยหรือครับ”

    “จะต่างชาติต่างภาษาอะไรแม่ไม่กลัวหรอก ขอให้นิโคไลกับผู้หญิงคนนั้นรักกันจริงก็พอ”...

    หลังจากมาเรียนที่เวียนนาได้ไม่นาน นิโคไลโทร.ไปเล่าให้แม่ฟังว่าได้เจอผู้หญิงคนนั้นแล้ว คนที่เขารักสุดหัวใจ เธอเป็นคนไทยชื่อวายูน แม่ของเขาดีใจไปกับเขาด้วยที่ได้พบความรักที่แท้จริง

    “แม่จะให้แหวนวงที่พ่อเคยให้แม่ไว้ ให้นิโคไลเอาไปหมั้นผู้หญิงคนนั้นนะลูก ถึงแม้ว่าแหวนวงนั้นมันจะไม่ได้มีราคามากมายอะไร แต่มันก็เป็นแหวนแต่งงานของพ่อกับแม่นะ”

    นิโคไลคิดถึงคำพูดของแม่แล้วอดน้ำตาซึมไม่ได้ พึมพำกับตัวเองอย่างเศร้าๆ “ผมคงไม่มีโอกาสเอาแหวนของพ่อกับแม่วงนั้น ไปขอวายูนแต่งงานแล้วล่ะครับแม่”

    ooooooo

    ศิราณีเห็นรามิลเดินนำนิตยากับปัทมาเข้ามา ปรี่เข้าไปถามว่างานแต่งงานเป็นอย่างไรบ้าง แล้วนี่คุณหญิงจุลไม่ได้มาด้วยหรือ

    “เปล่า คุณหญิงจุลรถชนแขนหัก เลยต้องเลื่อนงานแต่งออกไปก่อน”

    “อ้าว”

    “นี่จะยืนร้องอ้าวๆๆอีกนานไหมคะคุณแม่บ้าน รีบๆเอากระเป๋าคุณๆไปเก็บสิคะเพราะเดี๋ยวคุณนิตกับคุณรามิลจะต้องออกไปข้างนอกกันอีก”

    “อ้าว...เพิ่งมาถึงเวียนนาเดี๋ยวนี้เองจะออกไปไหนกันอีกเหรอคะคุณ”...

    ครู่ต่อมา นิตยาพารามิลมาพบคุณหญิงนิต้าที่บ้านพักเพื่อเอาการ์ดแต่งงานใบใหม่มาให้ คุณหญิงนิต้าบ่นอุบจุลมณีช่างเคราะห์ร้ายจริงๆ ทำไมต้องรถมาชนก่อนวันแต่งงานด้วย ไม่อย่างนั้นนิตยาคงมีหลานสะใภ้สมใจไปแล้ว

    “อดทนรอเห็นวันที่ตารามิลจะได้เป็นฝั่งเป็นฝามาได้ตั้งนาน รออีกแค่ 3 เดือนคงไม่กระไรนักหนาหรอกค่ะ เพราะยังไงๆหลานสะใภ้ดิฉันก็คือหญิงจุลไม่เปลี่ยนแปลงแน่ๆค่ะ” นิตยาหันมองรามิลด้วยแววตากร้าว...

    ในเวลาเดียวกัน ปัทมามาหาวายูนที่ห้องพักตามคำสั่งของนิตยา เจอแต่ไฮดี้กับคาร์ลมาเปิดประตูรับบอกว่าเธอไม่อยู่ ปัทมาไม่เชื่อพยายามชะเง้อมองเข้าไปข้างใน แต่ไฮดี้กับคาร์ลยืนบังหน้าประตูไว้จนมิด เธอเพิ่งสังเกตเห็นความหล่อของคาร์ลมองอย่างสนใจ ไฮดี้ยิ่งไม่พอใจมากขึ้น ถามว่ามีธุระอะไรกับวายูนให้ฝากตนไว้ก็ได้ ปัทมาหยิบการ์ดยื่นให้

    “งั้นฉันฝากการ์ดนี่ให้วายูนเขาด้วย เอาให้เขากับมือให้ได้เลยนะ เข้าใจไหม”

    “เข้าใจ” พูดห้วนมา ไฮดี้ก็ตอบห้วนๆไป ปัทมามองไม่พอใจ สะบัดหน้าเดินจากไป คาร์ลหยิบการ์ดขึ้นมาดู ตั้งข้อสังเกตว่าหน้าตาเหมือนการ์ดแต่งงาน ไฮดี้เห็นด้วย สงสัยจะเป็นการ์ดแต่งงานของ นักการทูตคนนั้น แบบนี้ยัยนักศึกษาด็อกเตอร์คนนั้นก็พูดความจริง

    “วายูนท้องแต่พ่อของลูกในท้องกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงอื่น ทำไมถึงเป็นอย่างนี้นะ” ไฮดี้ขัดใจสุดๆ ตัดสินใจจะไม่เอาการ์ดใบนี้ไปให้วายูน แล้วหยิบการ์ดไปสอดไว้ในหนังสือเล่มหนึ่ง แล้วเก็บหนังสือไว้ที่เดิม คาร์ลทักท้วงทำแบบนี้จะดีหรือ

    “ไม่รู้ล่ะ ฉันคิดว่าถ้านักการทูตคนนั้นเขาจะแต่งงานไปกับผู้หญิงอื่นจริงๆ เขาก็ควรจะบอกกับวายูนด้วยตัวเอง ไม่ใช่ให้คนเอาการ์ดมาส่งอย่างนี้ ไม่แมนเลย ยิ่งคิดฉันก็ยิ่งเกลียดนักการทูตคนนั้นเข้าไส้เลยล่ะคาร์ล ทำไมวายูนถึงไม่รักนิโคไลนะ”...

    ที่ห้องพักฟื้นคนป่วย นิโคไลเข้ามาบอกวายูนที่นอนหน้าเครียดอยู่บนเตียงว่าหมออนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว เธอรู้สึกผิดต่อเขามากดึงเขามานั่งบนเตียงใกล้ๆ ขอโทษที่ทำให้เขาผิดหวัง

    “ไม่หรอกวายูน ผมไม่เคยผิดหวังในตัวคุณเลย ใช่...ผมรักคุณ รักตั้งแต่แรกที่ได้พบและจนถึงนาทีนี้ผมก็ยังรักคุณและผมก็จะรักคุณอย่างนี้ตลอดไป ไม่ว่าคุณจะเป็นของใครก็ตาม”

    วายูนปล่อยโฮทันที นิโคไลดึงเธอมากอดอย่างปลอบใจพลอยร้องไห้ไปด้วย

    ooooooo

    เพียงเพ็ญกำลังเร่งฝีเท้าไปยังบ้านพักของรามิลพร้อมกับคุยมือถือกับดามพ์ไปด้วย

    “ใช่...ฉันกำลังจะไปบ้านคุณรามิล ได้ข่าวว่าเขากลับมาถึงเวียนนาแล้ว ถามทำไมเนี่ย” อยู่ๆปลายสายเงียบไป “คุณดามพ์ๆ เอ้า...พูดอยู่ดีๆก็เงียบไปซะงั้น” เพียงเพ็ญก้มมองมือถือจะกดตัดสายจึงไม่เห็นดามพ์ที่โผล่พรวดมาจากข้างทาง เธอเบรกไม่ทันชนเขาอย่างจังจนเสียหลักล้มลงกับพื้น ดามพ์นั่งยองๆมองหน้าเธอแล้วหัวเราะขำ เพียงเพ็ญรู้ว่าถูกแกล้งทุบอกเขาไม่ยั้ง ดามพ์ไม่สะทกสะท้านปล่อยให้เธอทุบตามสบาย

    “หลีกไป ฉันกำลังรีบ” เพียงเพ็ญยันตัวลุกขึ้น แต่พอทิ้งน้ำหนักลงเท้าถึงกับร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

    ดามพ์ตกใจ ค่อยๆคลำข้อเท้าของเธอเพื่อสำรวจอาการบาดเจ็บ เธอร้องโอ๊ยลั่น ครู่ต่อมา ดามพ์ประคองเพียงเพ็ญที่ได้รับการพันผ้าที่ข้อเท้าเรียบร้อยแล้วมานั่งที่เก้าอี้ในห้องโถงของโรงพยาบาลแห่งเดียวกับที่วายูนมารักษาตัว เธอหงุดหงิดมากที่ต้องมาบาดเจ็บเพราะความสนุกไม่เข้าเรื่องของเขา ขู่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายให้หนัก ดามพ์ยินดีจ่ายให้เธอหมดทั้งตัวและหัวใจ

    “ยังจะมีหน้ามาพูดเล่นอีก ฉันเกลียดคุณจริงๆเลย” เพียงเพ็ญสะบัดหน้าใส่ ดามพ์กลับยิ้มระรื่นไม่ถือสา

    “คุณนั่งรอตรงนี้แป๊บหนึ่งนะ ผมไปจ่ายตังค์ก่อน”

    เพียงเพ็ญพยักหน้ารับเซ็งๆ ก่อนจะกวาดตามองไปเรื่อยเปื่อย แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นนิโคไลประคองวายูนเดินผ่านหน้าไกลๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเธอค่อยๆลากขาตาม จนกระทั่งมาถึงแผนกสูติฯ เห็นทั้งคู่นั่งรอ

    หมออยู่ที่หน้าห้องตรวจ เขยิบเข้าไปใกล้ๆเพื่อแอบฟัง

    “หมอนัดให้คุณเข้ามาตรวจครรภ์อาทิตย์หน้า ผมว่าเรามาตอนบ่ายดีไหม เรียนคลาสเช้าให้เสร็จก่อน”

    ยัยว่าที่ด็อกเตอร์ตัวแสบถึงกับตาโตตื่นเต้น แล้วเดินยิ้มร่ากลับไปหาดามพ์...

    ในเวลาต่อมา ที่บ้านพักของรามิล ขณะที่ปัทมากำลังรายงานเรื่องที่เอาการ์ดแต่งงานของรามิลไปให้วายูนที่ห้องพักแต่ไม่เจอก็เลยฝากไว้กับรูมเมทของเธอ ศิราณีเข้ามาเรียนนิตยาว่าเพียงเพ็ญมาขอพบ ครู่ต่อมา คุณน้าจอมบงการของรามิลมานั่งอยู่ตรงหน้าแขกไม่ได้รับเชิญ

    “มีเรื่องสำคัญอะไรก็ว่ามา ฉันไม่มีเวลากับเรื่องไร้สาระอะไรหรอกนะ”

    “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไร้สาระแน่ค่ะคุณนิตยา แต่เป็นเรื่องสำคัญที่คุณนิตยาควรจะได้ทราบเพราะมันเกี่ยวกับคุณรามิลโดยตรง” เพียงเพ็ญยิ้มเจ้าเล่ห์ ขณะที่นิตยาถึงกับหูผึ่ง

    ทั้งคู่ไม่ทันสังเกตเห็นปัทมาที่ยืนด้อมๆมองๆอยู่ตรงหน้าต่างห้องรับแขกพยายามเงี่ยหูแอบฟังสุดฤทธิ์ ศิราณีกับศิวาย่องเข้ามาด้านหลังตะโกนถามว่าทำอะไร เธอตกใจหงายหลังก้นจ้ำเบ้า สองพี่น้องชะเง้อเข้าไปข้างในเห็นนิตยากำลังคุยอยู่กับเพียงเพ็ญสีหน้าเคร่งเครียดก็รู้ทันทีว่าปัทมากำลังทำอะไร

    “คุณปัทมาแอบฟังคนเขาคุยธุระกันนี่เอง คนอย่างนี้เขาเรียกว่าอะไรน่ะพี่ณี”

    “เขาเรียกว่าคนสาระแนจ้ะไอ้ศิวา” หลอกด่าเสร็จสรรพ ศิราณีกับน้องชายหัวเราะกันสนุกสนาน ปัทมาโมโหมาก ยังไม่ทันจะด่าตอบ ศิราณีชี้หน้าพร้อมขู่ ถ้าขืนด่าแม้แต่คำเดียว พวกตนจะไปฟ้องคุณท่านว่าเธอมาแอบฟัง แล้วป้องปากจะตะโกนเรียกนิตยา ปัทมากลัวจัดไม่กล้าต่อล้อต่อเถียงด้วย รีบลุกหนี...

    ทางฝ่ายนิตยาสีหน้าเครียดเมื่อได้ฟังจากเพียงเพ็ญว่าวายูนท้อง ซักเป็นการใหญ่ว่าท้องกับใคร

    “อ้าว มันก็ต้องท้องกับแฟนรัสเซียของมันน่ะสิคะคุณนิต มันถึงได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาลด้วยกัน คราวนี้คุณนิตสบายใจได้แล้วล่ะค่ะว่ามันคงไม่กล้ากลับมายุ่งกับคุณรามิลอีกและคุณรามิลเองก็คงไม่อยากจะไปยุ่งกับผู้หญิงของคนอื่นเหมือนกัน”

    “ก็ขอให้มันเป็นอย่างนั้นจริงๆเถอะ” นิตยาอดหวั่นใจไม่ได้

    ooooooo

    ปัทมารอจนเพียงเพ็ญกลับไปแล้ว เข้ามาเลียบๆ เคียงๆถามนิตยาว่าผู้หญิงคนนั้นมีเรื่องอะไรมาปรึกษาหรือ นิตยาตวาดแว้ดไม่ใช่เรื่องอะไรของเธอ โบกมือไล่ตะเพิดจะไปไหนก็ไป แล้วรอจนเลขาฯจอมจุ้น

    ลับสายตา นิตยาหยิบมือถือขึ้นมาโทร.

    “ฉันมีงานด่วนชิ้นหนึ่งให้เธอทำ แต่ฉันต้องการให้ทำเรื่องนี้อย่างเงียบที่สุด แล้วต้องรายงานความคืบหน้าให้ฉันรู้ทุกระยะเข้าใจไหม”

    ด้านรามิลแวะมาหาวายูนที่ห้องพัก เจอแต่ไฮดี้กับคาร์ล ก็เลยขอเบอร์มือถือของเธอ เนื่องจากเขาทำเบอร์หาย ไฮดี้แนะถ้าอยากจะคุยกับวายูนจริงๆ เขาควรจะคุยกันซึ่งๆหน้า เพราะอีกสักครู่เธอก็จะกลับมาแล้ว นักการทูตหนุ่มพยักหน้ารับคำแล้วทรุดตัวลงนั่งรอ นั่งกันเงียบๆพักใหญ่ไฮดี้เป็นฝ่ายทนไม่ไหว

    “มีคนบอกฉันว่าคุณกำลังจะแต่งงาน จริงหรือเปล่า”

    “คุณไปได้ยินมาจากไหน” รามิลหน้าเครียดขึ้นมาทันที

    “ฉันได้ยินมาจากไหนมันไม่สำคัญเท่ากับว่ามันจริงหรือเปล่าหรอก...ว่าไงคะ มันจริงใช่ไหม” ไฮดี้มองหน้าคู่สนทนาอย่างรอคำตอบ รามิลพยักหน้ารับ เธอปรี๊ดแตกทันที “แล้วคุณจะเอาวายูนไปไว้ที่ไหน คุณรู้ไหมว่าเวลานี้วายูนเขา...” ไฮดี้กำลังจะพูดว่าวายูนกำลังท้อง แต่คาร์ลดึงมือไว้เป็นทำนองไม่ให้บอก เธอก็เลยหยุด

    “วายูนเขาทำไม” รามิลชักเอะใจ ไฮดี้อ้าปากจะพูดอีกแต่คาร์ลชิงพูดขึ้นเสียก่อน

    “ผมว่าเรื่องนี้ ควรให้เขาสองคนพูดกันเองนะไฮดี้ เราไม่ควรเข้าไปยุ่ง”

    รามิลถามซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกับวายูน ยังไม่ทันจะได้คำตอบมีเสียงมือถือของเขาดังขัดจังหวะ ท่านทูตไทยโทร.มาตามให้เขากลับสถานทูต รามิลจึงขอตัวกลับก่อน มีงานด่วนต้องไปทำคงรอวายูนไม่ได้ แล้วขอเบอร์มือถือของเธอจากไฮดี้อีกครั้ง เพราะมีเรื่องสำคัญจะต้องคุยด้วย

    “ไม่...ฉันยืนยันว่าคุณกับวายูนควรจะต้องเจอหน้ากัน” ไฮดี้เสียงกร้าว แม้รามิลจะหงุดหงิดแต่ก็พยายามระงับอารมณ์ ไม่เซ้าซี้อะไรเธออีก

    “แล้วผมจะมาหาวายูนอีกทีก็แล้วกัน แต่ยังไงก็บอกเขาด้วยแล้วกันว่าวันนี้ผมมา” รามิลพูดจบเดินออกจากห้อง ไฮดี้ถอนใจเฮือกหนักใจแทนเพื่อนรัก

    “เขากำลังจะแต่งงานจริงๆด้วย แล้ววายูนจะทำยังไงล่ะทีนี้”

    รามิลเดินออกจากตึกที่พักของวายูน แล้วเลี้ยวตรงหัวมุมถนน อึดใจวายูนกับนิโคไลเดินมาจากอีกด้านหนึ่งคลาดกันอย่างน่าเสียดาย ทั้งคู่ไม่ล่วงรู้เลยว่ากำลังถูกชายผิวดำคนหนึ่งซึ่งดักซุ่มอยู่หน้าตึกที่พัก ถ่ายรูปนิโคไลกำลังประคองวายูนเข้าในตัวตึกเป็นชุด...

    ทันทีที่วายูนก้าวเข้ามาในห้องพักกับนิโคไล ไฮดี้ถามด้วยความเป็นห่วงว่าได้คุยกับรามิลหรือยัง วายูนได้แต่ส่ายหน้า คาร์ลพยักพเยิดให้ไฮดี้บอกเรื่องที่รามิลมาที่นี่ วายูนดีใจมากเมื่อรู้ว่าเขามาหา ซักเป็นการใหญ่เขาว่าอย่างไรบ้าง

    “เขาให้บอกเธอว่าเขามา แล้วเขาจะมาใหม่ เขาว่าเขาทำเบอร์โทร.เธอหายน่ะ เขาบอกด้วยว่ามีเรื่องต้องคุยกับเธอ”

    “และผมคิดว่าคุณควรจะต้องคุยกับเขาเรื่องเด็กนะวายูนเพราะวันไปฝากครรภ์อาทิตย์หน้า เขาควรไปกับคุณในฐานะพ่อ” นิโคไลแนะ

    ooooooo








    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 21:20 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์