นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักเร่

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เพียงเพ็ญเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเสร็จพอดี ตอนที่มีเสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้น เธอเดินไปเปิดรับ ดามพ์ยื่นดอกไม้ช่อใหญ่ให้ เธอรับไปปักในแจกันอย่างไม่ค่อยจะใส่ใจนัก เขาเห็นกระเป๋าเสื้อผ้าวางอยู่ถามว่าจะไปไหน เธอจะไปช่วยงานรามิลที่ซัลสบวร์ก ดามพ์แปลกใจแล้วเรื่องการเรียนของเธอจะทำอย่างไร

    “อยู่ในช่วงทำวิจัย ไม่ต้องเข้าคลาส”

    “คุณนี่แพ้ไม่เป็นเลยใช่ไหม”

    เธอพยักหน้ารับคำ ตราบใดที่รามิลยังไม่แต่งงาน เธอก็ยังมีเวลาแล้วคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าเดินลิ่วออกจากห้อง ดามพ์รีบเดินตาม พร้อมกับตะโกนไล่หลัง ถ้าเธออกหักกลับมา คงรู้ว่าจะหาตัวเขาได้ที่ไหน...

    จากนั้นไม่นาน เพียงเพ็ญหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามาในสถานทูตไทย รามิลกำลังยืนคุยอยู่กับอนุชาหันมาเห็นก็นิ่วหน้าแปลกใจ อนุชารีบอธิบาย

    “คุณเพียงเพ็ญอาสาจะไปช่วยรับคณะผู้ใหญ่ที่จะมาจากมิวนิกด้วยครับคุณรามิล ท่านทูตเห็นดีด้วยเพราะเห็นว่าคุณเพียงเพ็ญคล่องตัวดี ภาษาได้และทางเราก็ไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงด้วย”...

    ระหว่างเดินทางไปซัลสบวร์ก เพียงเพ็ญชวนรามิลคุยถึงการทัวร์ซัลสบวร์กครั้งก่อนของเขา เธอไม่เคยไปที่นั่นมาก่อน เคยเห็นแต่ในรูป ท่าทางจะโรแมนติกมาก

    “แต่ไปคราวนี้คุณเพียงเพ็ญอาจไม่รู้สึกโรแมนติกก็ได้นะครับ เพราะมีผู้ใหญ่จากเมืองไทยอีก 10 กว่าชีวิตไปด้วย” รามิลดักคออย่างรู้ทัน...

    ในเวลาเดียวกัน ขณะวายูน นิโคไลและไฮดี้เตรียมตัวจะเข้าห้องเรียน ไฮดี้ดึงตัวนิโคไลออกมาคุยว่า

    “สงสารวายูนเนอะ เขารักคุณปู่ของเขามากไม่มีโอกาสได้กลับไปดูใจ ไม่ได้กลับไปทำศพ เป็นใครก็ต้องเศร้าใจอย่างนี้แหละ”

    “ฉันสงสารเขามาก แต่ไม่รู้จะทำอะไรได้มากไปกว่าอยู่เคียงข้างเขา” นิโคไลมองไปทางวายูนที่สีหน้าเศร้าสร้อย พลอยเศร้าใจไปด้วย

    ooooooo

    รามิลพาเพียงเพ็ญไปยังโรงแรมที่พักทันทีที่มาถึงซัลสบวร์ก เธอแปลกใจนึกว่าเราจะต้องไปรับคณะผู้ใหญ่ที่สถานีรถไฟเสียอีก เขาส่ายหน้า

    “คนจากสถานทูตไทยในเยอรมันจะไปรับคณะผู้ใหญ่ที่มิวนิกแล้วขับรถข้ามด่านพามาส่งที่ซัลสบวร์ก” รามิลพูดจบเดินไปเช็กอินที่เคาน์เตอร์ ระหว่างรอพนักงานทำเอกสาร เขาหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาวายูน แต่เธอไม่ได้ยินเสียงสายเรียกเข้าเนื่องจากกำลังใส่หูฟังฝึกออกเสียงตาม เขารอจนสายตัดไปเอง จังหวะนั้นพนักงานของโรงแรมเอาเอกสารมาให้เซ็น รามิลก็เลยต้องวาง

    มือถือไว้บนเคาน์เตอร์ เพียงเพ็ญทำเนียนเข้ามาถาม

    “ให้เพ็ญช่วยอะไรบ้างคะ”

    “ไม่เป็นไรครับผมจัดการได้” รามิลมัวแต่ก้มหน้า ก้มตาเซ็นเอกสาร ไม่เห็นเพียงเพ็ญคว้ามือถือตัวเองออกไปยังมุมปลอดคน ไล่ดูเบอร์โทร.สุดท้ายที่เขาโทร.ไป เห็นเป็นเบอร์ของวายูน รีบลบรายชื่อและเบอร์โทร.ของเธอออก แล้วเอามือถือไปคืนที่เดิมโดยรามิลไม่รู้ตัว...

    ด้านวายูนเรียนแล็บเสร็จ หยิบมือถือมาดู มีสายมิสคอลเป็นเบอร์ของรามิลก็ดีใจ จะโทร.กลับ แต่พอนึกถึงคำขู่ของนิตยาขึ้นมาได้ เธอเปลี่ยนใจเก็บมือถือไว้ที่เดิม...

    รามิลได้รับการติดต่อจากคนของสถานทูตไทยในเยอรมันว่ามีการเปลี่ยนแผนนิดหน่อย คณะผู้ใหญ่ที่จะมาซัลสบวร์กจากเคยแจ้งไว้ 10 คน จะมีคนมาเพิ่มอีกเท่าตัว ดังนั้นเขาจึงต้องแบ่งออกเป็นสองกรุ๊ป กรุ๊ปแรก เขาจะพาเที่ยวในซัลสบวร์ก ส่วนกรุ๊ปที่สอง คงต้องรบกวนให้เพียงเพ็ญไปกับคนของสถานทูตไทยในเยอรมันพาไปเที่ยวที่อินสบรูก เธอไม่อยากไปอยากอยู่ช่วยเขาที่นี่ ให้คนของสถานทูตคนนั้นพากรุ๊ปที่สองไปกันเอง

    “คณะที่จะไปอินสบรูกส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ผมคิดว่าคุณน่าจะเหมาะ อีกอย่างเราเป็นเจ้าภาพทางนี้ จะปล่อยให้คนของสถานทูตไทยในเยอรมันพาไปคนเดียว มันจะน่าเกลียดน่ะครับ” รามิลเห็นเพียงเพ็ญอ้าปากจะทักท้วง ชิงพูดขึ้นก่อน “ผมโชคดีจริงๆที่คุณเพียงเพ็ญอาสามาทำงานนี้ ไม่งั้นผมคงไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน”

    เพียงเพ็ญจำต้องรับคำ ครู่ต่อมา รามิลพาวินิจมาแนะนำให้เธอรู้จัก

    “นี่คุณวินิจ คนจากสถานทูตไทยในเยอรมันที่จะช่วยคุณพากรุ๊ปไปอินสบรูก...อีก 3 อาทิตย์เจอกันนะครับคุณเพียงเพ็ญ”

    หญิงสาวรับคำอย่างเซ็งๆ ก่อนจะเดินตามวินิจไปหาลูกทัวร์ รามิลรอจนทั้งคู่ลับสายตา หยิบมือถือขึ้นมาจะโทร.หาวายูน แต่ต้องตกใจเมื่อพบว่าชื่อกับเบอร์โทร.ของเธอถูกลบ หรือนี่จะเป็นฝีมือของเพียงเพ็ญ...

    เมื่อข่าวรามิลจับเพียงเพ็ญแยกไปดูแลกรุ๊ปที่จะไปเที่ยวอินสบรูกรู้ถึงหูปัทมากับกัญญารัตน์ ก็พากันหัวเราะชอบใจ โดยเฉพาะฝ่ายแรกถึงกับออกปากแม้ตอนนี้เธอจะทำอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็พอใจที่รู้ว่ารามิลรู้รักษาตัวรอดจากปากเสือปากชะนีอย่างเพียงเพ็ญมาได้

    “ส่วนนังวายูน ฉันก็คิดว่ามันคงไม่กล้าติดต่อกับคุณรามิลแล้วล่ะ เจอคุณนิตยาขู่เข้าไปแบบนั้นน่ะ”

    “แหมคุณนิตนี่ก็เป็นนางร้ายตัวแม่เหมือนกันนะคะ สืบจนรู้หมดว่านังวายูนมีญาติผู้ใหญ่ใครบ้าง เฮ้อ ฉันคิดถูกแล้ว ที่ไม่เคยอยากจะเป็นหลานสะใภ้คุณนิต เพราะฉันคงรับมือไม่ไหวแน่”...

    รามิลพาคณะผู้ใหญ่ไปเที่ยวยังจุดชมวิวของเมืองซัลสบวร์กซึ่งวายูนเคยพาเขามาก็อดคิดถึงเธอไม่ได้ คว้ามือถือขึ้นมาจะโทร.หาแล้วนึกขึ้นได้ว่าไม่มีเบอร์โทร.ของเธอแล้วก็หงุดหงิดมาก ครุ่นคิดหนักจะทำอย่างไรดี แล้วนึกถึงอนุชาขึ้นมาได้ รีบโทร.ไปขอให้เขาช่วยหาเบอร์โทร.ของวายูนในแฟ้มข้อมูลที่เธอให้ไว้กับทางสถานทูต ปรากฏว่าคุณหญิงนิต้าให้คนมาขอไป ป่านนี้ยังไม่เอามาคืน

    “ต้องเป็นฝีมือคุณน้าแน่ๆ” รามิลขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจ เป็นอย่างที่รามิลคิดไว้ไม่มีผิด นิตยาโทร.แจ้งจงกลนีว่าทางนี้เธอจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

    “งั้นปลายเดือนหน้าเราเจอกันค่ะ” จงกลนีวางสาย หันมองจุลมณีที่กำลังลองชุดเจ้าสาวสีหน้าพอใจ

    ooooooo

    ทุกสถานที่ท่องเที่ยวที่รามิลพาคณะผู้ใหญ่ไปเยี่ยมชมตลอดเวลาเกือบหนึ่งเดือนในซัลสบวร์ก ไม่ว่าจะเป็นบ้านเกิดของโมสาร์ท ร้านขายของที่ระลึกหรือแม้แต่ปราสาท HOHENSALBURG ล้วนทำให้เขาคิดถึงวายูน อยากโทร.หาเธอใจแทบขาด แต่ไม่รู้จะไปเอาเบอร์โทร.จากไหน

    วายูนเองก็คิดถึงเขาเช่นกัน แต่ไม่กล้าโทร.หากลัวจะโดนนิตยาเล่นงาน...

    ในเวลาต่อมา ที่ร้านขายของชำกลางกรุงเวียนนา กัญญารัตน์เดินซื้อของใช้ไปพลางถามปัทมาไปด้วยว่ารามิลจะกลับมาที่นี่วันไหน

    “พรุ่งนี้ค่ะ กลับมาสักทีก็ดีไม่เห็นหน้ามาเกือบเดือน ฉันคิดถึงใจจะขาดแล้วค่ะ”

    กัญญารัตน์ทำหน้าล้อเลียนปัทมา แล้วเหลือบไปเห็นวายูนเดินเข้ามาซื้อของ รีบสะกิดให้เธอดู ปัทมาคิดแผนชั่วบางอย่างขึ้นมาได้ กระซิบกระซาบกับกัญญารัตน์ จากนั้นค่อยๆย่องเข้าไปหาวายูนทางด้านหลัง ปัทมาแอบหยิบกระเป๋าสตางค์ส่งให้กัญญารัตน์เอาไปหย่อนไว้ในกระเป๋าของศัตรูโดยที่เธอไม่รู้ตัว แล้วร้องโวยวายเป็นภาษาอังกฤษว่า “ขโมยๆ” ลั่นร้านก่อนจะพากันชี้ไปที่วายูน

    “ขโมย...ฉันเห็นแม่นั่นขโมยของ” ปัทมาช่วยกล่าว โทษวายูนอีกแรงหนึ่ง

    เจ้าของร้านชำพุ่งคว้าแขนวายูนทันที ค้นดูข้าวของในกระเป๋าของเธอ เจอกระเป๋าสตางค์ที่กัญญารัตน์แอบหย่อนเอาไว้ วายูนถึงกับหน้าเสีย ปฏิเสธเป็นพัลวันว่าไม่รู้เรื่อง

    “แต่ฉันเห็นแม่นี่เอาของใส่กระเป๋าเต็มตา”

    ปัทมายืนยันเสียงแข็ง วายูนพยายามอธิบายว่าตัวเองบริสุทธิ์ แต่หลักฐานตำตาขนาดนี้ เจ้าของร้านชำไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่น จับตัววายูนไปส่งตำรวจ กัญญารัตน์ตบมือให้ปัทมาสำหรับแผนการที่แม้แต่นางร้ายในละครยังต้องหลีกทางให้

    “นี่ชมหรือด่ากันคะเนี่ย”

    “ชมสิคะ งานนี้นางวายูนมันแย่แน่”...

    จากนั้นไม่นาน อนุชามารายงานเรื่องที่วายูนถูกตำรวจจับข้อหาลักทรัพย์ให้ท่านทูตทราบถึงที่บ้านพักรับรอง ท่านวางช้อนส้อมทันที จะไปสถานีตำรวจเผื่อจะช่วยเหลืออะไรเธอได้บ้าง คุณหญิงนิต้าแว้ดใส่ทำไมต้องไปดูเองด้วย ให้คนอื่นทำไม่ได้หรือ

    “ก็รามิลไม่อยู่ ผมก็ควรจะต้องไปดูเองน่ะสิ”

    พูดจบท่านทูตออกไปกับอนุชา คุณหญิงนิต้าขัดใจมาก

    “แม่วายูนนี่มันเสน่ห์แรงจริงๆ หัวหงอกหัวดำวิ่งวุ่นเพราะมันไม่หยุดไม่หย่อน นี่ถ้ามันถูกจับจริงๆ ดิฉันจะยุให้ตำรวจที่นี่จับมันส่งกลับเมืองไทยไปเลยค่ะ มันจะได้ไม่มายุ่งกับท่านทูตหรือตารามิลได้อีก ดีไหมคะคุณนิต”

    นิตยาไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มสะใจ

    ooooooo

    ไฮดี้กับนิโคไลวิ่งหน้าตื่นขึ้นมาบนสถานีตำรวจเมื่อรู้ข่าววายูนถูกจับข้อหาลักทรัพย์ ไฮดี้ไม่เชื่อว่าเธอจะทำอย่างที่ถูกกล่าวหา เพราะรู้จักเธอดี

    “ฉันก็ไม่ได้ทำ ไม่ได้ทำจริงๆ” วายูนคร่ำครวญทั้งน้ำตา นิโคไลบีบมือเธอเบาๆอย่างให้กำลังใจ

    “ใจเย็นๆก่อนนะวายูน แล้วเล่าให้ผมฟังอย่างละเอียดทีสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น”...

    ระหว่างวายูนกำลังตกที่นั่งลำบาก วินิจกับเพียงเพ็ญพาคณะผู้ใหญ่คณะที่สองกลับจากอินสบรูกมาสมทบกับคณะที่รามิลดูแลเพื่อเดินทางกลับเยอรมัน รามิลจับมือล่ำลากับเขา ดีใจที่ได้ร่วมงานกัน วินิจไม่ลืมขอบคุณ

    เพียงเพ็ญที่ไปช่วยดูแลคณะผู้ใหญ่อีกแรงหนึ่ง ถ้าไม่ได้เธอช่วยเขาคงจะแย่แน่ๆ แล้วส่งยิ้มหวานหยดให้เพียงเพ็ญไม่กล้าเสียมารยาทต่อหน้ารามิลฝืนยิ้มตอบ

    “ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันก็ดีใจที่ได้ทำงานร่วมกับคุณวินิจเหมือนกันค่ะ หวังว่าเราคงจะได้ร่วมงานกันอีก”

    “ครับ...ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ ไม่อยากขับรถกลับถึงมิวนิกค่ำเกินไป”

    รามิลยืนส่งวินิจจนลับสายตาก่อนจะถอนใจโล่งอก ที่หมดภารกิจนี้สักที แล้วเดินไปที่หยิบกระเป๋าเดินทางของตัวเองที่เคาน์เตอร์เช็กอิน เพียงเพ็ญรีบเดินตามมาถามว่าจะขับรถกลับเวียนนาตอนนี้เลยหรือ

    “ใช่ครับ กลับตั้งแต่ตอนนี้เราจะได้ถึงเวียนนาไม่ดึกมาก กระเป๋าคุณเพียงเพ็ญอยู่ไหนครับ ผมจะเอาขึ้นรถให้” รามิลว่าแล้วคว้ากระเป๋าเดินทางของเพียงเพ็ญเดินไปยังที่จอดรถของโรงแรม เธอวิ่งตามไปดึงแขนเขาไว้ อ้อนให้ค้างที่นี่อีกคืนหนึ่ง ขับรถค่ำๆมืดๆอันตราย เขาอยากรีบกลับเพราะทิ้งงานมาเกือบเดือนแล้ว

    “ถามจริงๆเถอะค่ะ คุณห่วงงานหรือห่วงใครกันแน่คะ”

    “ถ้าคุณเพียงเพ็ญรู้อยู่แล้ว คุณจะถามทำไมครับ”

    “แต่คุณกำลังจะแต่งงาน”

    รามิลหงุดหงิดขึ้นมาทันที หิ้วกระเป๋าเดินทางของทั้งสองคนใส่รถ แล้วเดินไปเปิดประตูด้านข้างคนขับให้ เพียงเพ็ญจำต้องขึ้นรถกลับเวียนนากับเขา...

    ที่บ้านพักรับรองของท่านทูต ปัทมากับกัญญารัตน์กำลังเล่าให้คุณหญิงนิต้ากับนิตยาฟังเป็นฉากๆว่า วายูนขโมยของเก่งแค่ไหน ตอนที่ท่านทูตเดินหน้าเครียด กลับเข้ามา คุณหญิงนิต้าปรี่เข้าไปหา

    “ตกลงว่าไงคะคุณ แม่วายูนถูกจับหรือถูกปรับยังไงบ้างคะ”

    ท่านทูตให้ลองถามปัทมากับกัญญารัตน์ดูว่าไปทำอะไรเอาไว้ คุณหญิงนิต้างง ทำไมต้องไปถามสองคนนั่น เขาได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดในร้านชำแล้วเห็นปัทมาส่งกระเป๋าสตางค์ให้กัญญารัตน์เอาไปหย่อนใส่กระเป๋าของวายูนโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องอะไรด้วย คุณหญิงนิต้าถึงกับอ้าปากค้าง ส่วนนิตยาสีหน้าผิดหวังอย่างแรง ท่านทูตยังเล่าเพิ่มเติมอีกว่า

    “โชคดีนะที่เพื่อนรัสเซียของวายูนคิดถึงเรื่องกล้องวงจรปิดของร้านนั้นขึ้นมาได้น่ะ ไม่งั้นวายูนคงจะต้องรับกรรมในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำ” ท่านทูตมองหน้าปัทมากับกัญญารัตน์อย่างตำหนิ ก่อนจะผละจากไป

    ooooooo

    วายูนเดินหน้าเซ็งกลับมาที่ห้องพักพร้อมกับไฮดี้และนิโคไล เธอขอบคุณนิโคไลมาก ถ้าไม่ได้เขาช่วยไว้เธอคงจะแย่แน่ๆ นิโคไลเห็นเธอตาแดงๆจะร้องไห้ จับมือมากุมไว้อย่างอ่อนโยน

    “เพราะผมรู้น่ะสิว่าคุณเป็นคนยังไง คุณไม่มีวันจะขโมยของของใครแน่ๆ”

    “แล้วพวกนั้นทำแบบนั้นทำไมกันนะวายูน ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆ” ไฮดี้มองเพื่อนรักอย่างรอคำตอบ วายูนไม่พูดอะไรเดินซึมเข้าห้องนอนตัวเอง เธอมองตามด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะหันมาทางนิโคไล “ตั้งแต่นักการทูตคนนั้นก้าวเข้ามาในชีวิตของวายูนก็มีแต่เรื่องวุ่นวายไม่รู้จบ แล้วนี่ยังจะมีเรื่องอะไรตามมาอีกไหมเนี่ย ฉันล่ะเป็นห่วงวายูนจริง”...

    นิตยาเดินหน้าเครียดเข้ามาในบ้านพักรับรองของรามิล โดยมีปัทมาวิ่งตามมาแก้ตัว ไม่รู้ว่าร้านขายของชำกระจอกๆร้านนั้นจะมีกล้องวงจรปิดกับเขาด้วย

    “ฉันล่ะกลัวจริงๆเลยว่าสักวันความโง่ของเธอมันจะทำให้ฉันซวยไปด้วย” ด่าเสร็จ นิตยาเดินเข้าห้อง

    “แต่สักวันอีโง่คนนี้ล่ะ มันจะเป็นคุณหญิงทูตให้ดู” ปัทมาพึมพำด้วยความแค้นใจ...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน รามิลลากกระเป๋าเดินทางมาส่งให้เพียงเพ็ญที่หน้าห้องพักของเธอในกรุงเวียนนา เธอชวนเขาเข้าไปดื่มกาแฟในห้อง แต่เขาปฏิเสธอย่างสุภาพแล้วขยับจะไป เพียงเพ็ญขวางไว้พยายามยั่วยวนสุดฤทธิ์ ชายหนุ่มรู้ถึงความต้องการของเธอไม่คิดจะตอบสนอง แต่นึกสนุกอยากแกล้ง ทำท่าโน้มตัวเข้าหา เธอหลับตาพริ้มรอให้เขาจูบ เขากลับเบือนหน้าหนี

    “ขอบคุณอีกครั้งนะครับที่คุณอาสาไปช่วยงานสถานทูต ขอบคุณครับ” พูดจบรามิลเดินจากไปเพียงเพ็ญมองตามอย่างเซ็งจัด ขณะไขกุญแจประตูจะเข้าห้อง ดามพ์เดินออกจากมุมมืด ตบมือแปะๆให้กับความพยายามของเธอ เพียงเพ็ญหันขวับถาม เสียงเขียวว่ายืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่

    “ก็นานพอจะได้เห็นคุณพยายามจะยั่วไอ้มิลแต่ไอ้มิลมันไม่เอาไงล่ะ”

    หญิงสาวด่าลั่นว่าบ้า ดามพ์ไม่สะดุ้งสะเทือน กลับหัวเราะชอบใจ และยังย้ำกับเธออีกครั้งว่าเปลี่ยนใจจากรามิลเมื่อไหร่อย่าลืมมาหาเขาก็แล้วกัน...

    ด้านรามิลกลับถึงบ้านพักยังไม่ทันจะนั่งให้หายเหนื่อย นิตยาเข้ามาบอกว่าเขาต้องเตรียมตัวบินกลับเมืองไทยพร้อมท่านวันพรุ่งนี้และท่านได้เรียนท่านทูตให้แล้วว่าเขาจะขอลางานหนึ่งอาทิตย์เพื่อกลับไปแต่งงาน ชายหนุ่มถึงกับอึ้ง พูดอะไรไม่ออก เดินเข้ามาทิ้งตัวนั่งบนเตียงนอนตัวเองด้วยความกลัดกลุ้ม คว้ารีโมตทีวีมาเปิดแก้เครียด กดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆจนมาถึงช่องหนึ่งกำลังฉายหนังเรื่อง เดอะ ซาวนด์ ออฟ มิวสิก ทำให้คิดถึงวายูนขึ้นมาจับใจ

    ooooooo

    ไฮดี้งัวเงียลุกขึ้นจากที่นอนเนื่องจากได้ยินเสียงวายูนอาเจียนโอ้กอ้ากดังมาจากในห้องน้ำ เดินมาถามว่าเป็นอะไรไม่สบายหรือเปล่า เธอเดินหน้าซีดเซียวออกมาจากห้องน้ำ

    “เวียนหัวน่ะไฮดี้ สงสัยจะนอนน้อยไปหน่อย”

    “ก็ทั้งเรียนหนักทั้งเจอสารพัดเรื่องร้ายๆ นอนหลับได้ก็เก่งล่ะ”

    วายูนรู้สึกเวียนหัวคลื่นไส้ วิ่งกลับไปอาเจียนในห้องน้ำอีกครั้ง ไฮดี้ตามเข้าไปช่วยลูบหลังให้...

    ศิวากับศิราณีช่วยกันขนกระเป๋าเดินทางของนิตยา รามิลและปัทมามากองรวมกันที่ห้องรับแขก นิตยาไม่เห็นรามิลอยู่แถวนั้นก็ถามหา ได้ความว่าออกไปข้างนอกแต่เช้า ไม่มีใครรู้ว่าไปไหน แต่เขาฝากให้ศิราณีเรียนท่านด้วยว่าจะไปเจอที่สนามบินเลย

    “อย่าบอกนะคะว่าคุณรามิลแล่นไปหาแม่วายูนน่ะ” ปัทมาโวยวายลั่น ขณะที่นิตยาสีหน้าเคร่งเครียด...

    รามิลมาถึงห้องพักของวายูนแต่ไม่พบใครที่นั่น จะตามไปที่มหาวิทยาลัยก็ไม่มีเวลาพอ เพราะใกล้เวลาที่จะต้องไปสนามบินแล้ว เขาตัดสินใจหยิบกระดาษขึ้นมาเขียนโน้ตถึงวายูน

    “มีอุบัติเหตุบางอย่างทำให้เบอร์มือถือของคุณในโทรศัพท์ผมหายไป ทำให้ผมโทร.หาคุณไม่ได้ ผมมีเรื่องจะต้องคุยกับคุณแต่ผมมีธุระที่จะต้องบินกลับ

    เมืองไทยก่อน กลับมาถึงเวียนนาเมื่อไหร่ ผมจะมาหาคุณทันทีนะวายูน” เขียนเสร็จ เขาสอดโน้ตเข้าไปใต้ประตูห้องพัก เดินจากไปอย่างผิดหวังที่ไม่ได้เจอหญิงคนรัก...

    ที่มหาวิทยาลัยเวียนนา ไฮดี้เห็นสีหน้าของวายูนไม่สู้ดีนัก แนะให้กลับไปนอนพักอย่าฝืนเข้าเรียนทั้งสภาพแบบนี้ เพราะเรียนไปก็ไม่รู้เรื่อง แล้วอาสาจะจดเลกเชอร์ให้เอง วายูนยังไหวอยู่ถ้าไม่ไหวจะบอก

    “งั้นฉันไปซื้อโกโก้ร้อนให้เธอสักถ้วยดีกว่า ไม่มีอะไรอยู่ในท้องเดี๋ยวเข้าเรียนแล้วจะเป็นลมซะเปล่าๆ” ไฮดี้พาวายูนไปนั่งพักแล้วเดินออกไปซื้อเครื่องดื่มให้ ทันทีที่เธอคล้อยหลัง เพียงเพ็ญซึ่งแอบซุ่มดูอยู่เดินเข้ามาถามวายูนว่าไม่สบายหรือ เธอพยักหน้ารับคำ ช่วงนี้นอนน้อยไปหน่อยก็เลยเวียนหัว

    “นึกว่านอนไม่หลับเพราะเรื่อง...”เพียงเพ็ญยังไม่ทันจะพูดว่ารามิลจะแต่งงาน นิโคไลพุ่งเข้ามาดึงแขน วายูนออกห่างจากเธอ อ้างต้องไปเข้าเรียน แล้วพากันเดินออกไป เพียงเพ็ญยังไม่ยอมรามือขยับจะตาม ไฮดี้ ถือถ้วยเครื่องดื่มเข้ามาขวางแล้วแกล้งทำเครื่องดื่มหกใส่เสื้ออีกฝ่ายถึงกับร้องวี้ดว้ายลั่น

    “บ้าจริง นี่เธอรู้ไหมว่าสเวตเตอร์ตัวนี้ราคาเท่าไหร่หา” เพียงเพ็ญโวยจบรีบเข้าห้องน้ำไปล้างตัว ไฮดี้มองตามสีหน้าสะใจ ก่อนจะวิ่งตามนิโคไลกับวายูนจนทัน ได้ยินวายูนต่อว่านิโคไลว่าลากตนออกมาที่นี่ทำไม เขาไม่ชอบผู้หญิงคนนั้นท่าทางไม่น่าไว้ใจ เหมือนมีอะไรในใจตลอดเวลา วายูนรู้สึกกระอักกระอ่วนจะอาเจียนรีบวิ่งออกไปทันที นิโคไลมองตามสงสัย ก่อนจะหันไปถามไฮดี้ว่าเธอเป็นอะไรท่าทางเหมือนไม่สบาย

    “เขาเวียนหัวนอนน้อยน่ะ...นี่ตกลงว่าเราจะไม่บอกวายูนใช่ไหมเรื่องที่เขาว่านายนักการทูตคนนั้นจะแต่งงานน่ะ”

    นิโคไลไม่รู้ว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นเรื่องจริงคนที่จะบอกวายูนก็ต้องเป็นรามิลเท่านั้น ไม่ใช่เราสองคนหรือใคร ไฮดี้พยักหน้าเห็นด้วย...

    ทางด้านรามิลตามมาสมทบกับนิตยาและปัทมาซึ่งจอดรถรออยู่ที่ลานจอดรถของสนามบิน นิตยามองปราดเดียวก็เดาออกว่าหลานชายสุดเลิฟไปไหนมา

    “หวังว่าจะล่ำลากันเรียบร้อยแล้วนะรามิลเพราะหลังจากนี้รามิลไม่มีสิทธิ์ไปเที่ยวสนุกกับใครได้อีกแล้วนะ นอกจากคุณหญิงจุล” คำพูดของนิตยาทำเอารามิลถึงกับหน้าเครียด

    ooooooo

    ยิ่งใกล้วันแต่งงานกับรามิล จุลมณียิ่งไม่มีความสุข พอรู้ว่าปรัชญากลับจากเวียนนาก็โทร.นัดให้เขามาเจอที่ร้านกาแฟเจ้าประจำ เมื่อมาถึงร้านเธอกลับพบว่าเขานั่งรอท่าอยู่ก่อนแล้ว ก็ตกใจยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู

    “นี่หญิงมาช้าเหรอคะ”

    ปรัชญาส่ายหน้า เธอไม่ได้มาสาย เขาต่างหากที่มาเร็วกว่าเวลานัด ใจของเขาโลดแล่นมาหาเธอตั้งแต่อยู่เวียนนาก่อนตัวจะตามมาด้วยซ้ำ จุลมณียิ้มดีใจได้แค่ชั่วครู่สีหน้ากลับไปเคร่งเครียดอย่างเดิม

    “ผมคงต้องขอแสดงความยินดีกับคุณหญิงล่วงหน้าด้วยครับ ผมเชื่อว่าคุณหญิงจะต้องเป็นเจ้าสาวที่มีความสุข มากที่สุดคนหนึ่ง”

    จุลมณีไม่มีทางมีความสุขเพราะไม่ได้อยากแต่งงานกับรามิล แต่ขัดใจท่านแม่ไม่ได้ น้ำตาเจ้ากรรมไม่รู้มาจากไหนเริ่มคลอเบ้า ปรัชญาสงสารเธอจับใจเอื้อมมือไปจับมือเธอไว้อย่างให้กำลังใจ เธอมองสบตาเขาเหมือนจะสื่อความในใจบางอย่าง ปรัญชามองตอบอย่างเข้าใจแต่ไม่อาจทำตามที่เธอต้องการได้

    “รามิลเป็นเพื่อนผมและคุณหญิงมีเกียรติสูงส่งเกินกว่าที่ผมจะทำอย่างนั้นได้ แม้ว่าผมจะชอบคุณหญิงมากแค่ไหนก็ตาม” ขาดคำจุลมณีไม่อาจกลั้นน้ำตา

    ต่อไปได้ ผลุนผลันออกไป ปรัชญาได้แต่มองตามไม่รู้จะทำอย่างไร ครู่ต่อมาจุลมณีกลับถึงบ้าน ปาดน้ำตาทิ้งแล้วเดินเข้าไปข้างใน แต่ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นน้อยคุมคนใช้ให้ช่วยกันยกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่หลายใบมาทำความสะอาด

    “ใครจะไปไหนจ๊ะพี่น้อย” จุลมณียังไม่ทันจะได้คำตอบจากน้อย จงกลนีชิงตอบคำถามเอง

    “ก็หญิงนั่นแหละจ้ะ พอหญิงแต่งงานกับพี่รามิลเขาแล้ว หญิงก็ต้องตามไปอยู่กับเขาที่เวียนนาไงล่ะ”...

    ขณะที่จุลมณีเครียดจัดที่ถูกจับคลุมถุงชน ไฮดี้เห็นอาการของวายูนไม่ค่อยจะดีนัก ฝากนิโคไลพาไปส่งบ้าน เธอกลับไปด้วยไม่ได้ นัดกับคาร์ลเอาไว้ เขายินดีทำให้ด้วยความเต็มใจ จากนั้นไม่นานนิโคไลพาวายูนมาที่ห้องพักของเธอ ไม่มีใครเห็นกระดาษโน้ตที่รามิลสอดไว้ใต้ประตูแถมยังเดินเตะมันปลิวไปซุกที่มุมประตู

    “ฉันไม่เป็นอะไรมากหรอกนิโคไล”

    “ไม่เป็นอะไรมากแต่หน้าซีดยังกะอะไรดี ผมว่าผมทำซุปร้อนๆให้คุณกินสักถ้วยดีกว่านะวายูน พอให้มีอะไรอุ่นในท้องสักหน่อยแล้วจะได้นอนพัก” ว่าแล้วนิโคไลเข้าไปในครัวหยิบของสดมาจัดการทำซุป วายูนมองเขาแล้วอดนึกถึงรามิลเมื่อครั้งมาอยู่ดูแลตอนที่เธอไม่สบายไม่ได้...

    ที่บ้านของจงกลนีในกรุงเทพฯ จุลมณีไม่ยอมหลับยอมนอนเอาแต่ร้องไห้อยู่บนเตียง น้อยซึ่งนอนหลับอยู่ใกล้ๆ ได้ยินเสียงสะอื้นลุกขึ้นมาถามว่าร้องไห้ทำไม เธอไม่อยากแต่งงานกับรามิล เราสองคนแทบจะไม่รู้จักกันเลย พูดคุยกันแต่ละครั้งเหมือนคนแปลกหน้าแล้วจะอยู่กันได้อย่างไร

    “ก็คงต้องค่อยๆปรับตัวเข้าหากันล่ะค่ะ แต่ตอนนี้คุณหญิงนอนก่อนนะคะ อย่าเพิ่งคิดอะไรมาก เชื่อน้อยนะคะ” น้อยเช็ดน้ำตาให้เธอแล้วดึงผ้าห่มมาคลุมรอจนแน่ใจว่าจุลมณีหลับไปแล้ว ค่อยๆลุกออกไปโดยไม่รู้ว่าเธอแกล้งหลับให้น้อยตายใจ

    ooooooo

    เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นที่บ้านของจงกลนีแต่เช้า จุลมณีหายตัวไปไม่มีใครรู้ว่าไปไหน แถมยังไม่เอามือถือไปด้วย จงกลนีแค้นใจสุดๆที่ลูกสาวมีแนวโน้มจะแหกกคอกที่ตัวเองล้อมไว้ สั่งเหล่าบริวารเสียงเข้ม

    “เรียกคนรถมาทุกคน ให้เอารถออกทุกคันไปตามหาหญิงจุล ทุกๆที่ที่หญิงจุลไป นังน้อย...ไปเอาเบอร์โทรศัพท์เพื่อนของหญิงจุลทุกคนมา โทร.ไล่ ทุกเบอร์ หญิงจุลไปอยู่ที่ไหนก็ต้องหาตัวให้เจอไป”

    น้อยไม่ต้องรอให้สั่งซ้ำ รีบขึ้นไปที่ห้องของจุลมณีทันที...

    ด้านนิตยาเพิ่งเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯก็ได้รับข่าวร้ายจากจงกลนี สีหน้าแช่มชื่นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาในทันใด...

    ปรัชญาถึงกับร้องเอะอะเมื่อรู้จากรามิลว่า จุลมณีหายไป ถามว่าหายไปไหนเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าเมื่อวานเธอขับรถออกจากบ้านคนเดียวมาหนหนึ่งแล้ว ไปไหนก็ไม่บอกใคร ปรัชญาชะงักไปเล็กน้อยเพราะเธอมาหาเขา แต่พยายามไม่ให้มีพิรุธ

    “กลับเข้าบ้านมาก็ขึ้นไปเก็บตัวอยู่แต่บนห้อง พอเช้านี้ก็หายตัวไปเลย มือถือก็ไม่เอาไป”

    “ก็นี่แหละน้า ผลของการบังคับขืนใจกัน ให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ ฉันก็รู้ว่าแกเองก็ไม่ได้เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้ แต่ผู้ชายน่ะยังไงๆมันก็มีทางระบายออกมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงอย่างคุณหญิงจุลที่ถูกบังคับให้อยู่ในกรอบแคบๆมาตลอดชีวิต แล้วนี่เขาออกไปตามหาตัวคุณหญิงจุลกันถึงไหนแล้วล่ะ”

    รามิลส่ายหน้าไม่รู้อะไรทั้งสิ้น ทำให้ปรัชญายิ่งร้อนใจ...

    ในขณะที่ทุกคนกำลังออกตามหาจุลมณีแทบจะพลิกกรุงเทพฯ วายูนซึ่งอยู่ที่เวียนนา อาการวิงเวียนคลื่นไส้อาเจียนของเธอไม่มีทีท่าจะทุเลา กลับหนักข้อขึ้นถึงขนาดได้กลิ่นอาหารเป็นต้องวิ่งไปอาเจียน แม้จะไม่ค่อยสบายแต่เธอต้องกัดฟันไปเรียนหนังสือ ยังไม่ทันจะออกจากห้อง มีเสียงมือถือดังขึ้นเสียก่อน เธอหลงดีใจคิดว่ารามิล แต่กลายเป็นนิโคไลโทร.มา พอเขารู้ว่าเธอกำลังจะไปมหาวิทยาลัย สั่งให้รอที่ห้องพักก่อน เขากำลังจะไปรับ เธอบ่นอุบไม่เห็นต้องมารับให้เสียเวลา เดี๋ยวก็ต้องเจอกันที่ห้องเรียนอยู่แล้ว

    “ก็คุณไม่สบาย”

    “ฉันสบายดี”

    “อย่าดื้อสิวายูน เมื่อวานคุณหน้าซีดทั้งวันทำท่าเหมือนจะเป็นลมอยู่ตลอดเวลา ไม่เอาล่ะ คุณรออยู่ที่ห้องก่อนนะ อีกเดี๋ยวผมก็จะเดินไปถึงแล้ว”

    วายูนยอมให้นิโคไลมารับ แต่ต่อรองว่าไม่ต้องขึ้นมาบนห้อง เธอจะลงไปรอที่หน้าตึกที่พักเอง วางสายแล้วเธอหอบข้าวของออกจากห้องเดินผ่านกระดาษโน้ตของรามิลที่ซุกอยู่มุมประตูโดยไม่เห็น ขณะวายูนจะก้าวลงบันไดอยู่ๆโลกก็หมุน เธอพยายามกะพริบตาถี่ๆเพื่อไล่ความมึนงงแต่สุดท้ายก็เป็นลมหมดสติกลิ้งตกบันได นิโคไลมาถึงพอดี คว้าตัวเธอไว้ทันก่อนหัวจะฟาดพื้น...

    ระหว่างที่วายูนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในกรุงเวียนนา จงกลนีโทร.แจ้งนิตยาว่าเจอตัวจุลมณีแล้ว ตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉิน เนื่องจากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด
    24 ต.ค. 2564

    10:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 13:33 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์