นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักเร่

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    รามิลตื่นขึ้นในตอนเช้าเห็นวายูนนอนลืมตาโพลงในอ้อมกอดตัวเองกระซิบถามว่าตื่นนานแล้วหรือ เธอนอนไม่ค่อยหลับ ถ้าผู้ใหญ่ทางบ้านรู้ว่าเธอทำแบบนี้คงจะเสียใจมาก

    “วายูนฟังนะ ความรักเป็นสิ่งสวยงามและผมกับคุณก็ไม่ได้ทำผิดอะไร ในเมื่อผมไม่ได้มีใครและคุณก็ไม่ได้มีใคร มันจะผิดได้ยังไงกันล่ะวายูน จริงไหม...แล้วต่อไปนี้เลิกเรียกตัวเองว่าดิฉันได้แล้ว เราไม่ใช่คนอื่นกันแล้วนะ เรียกตัวเองว่าวาก็พอ” รามิลเห็นวายูนพยักหน้ารับคำสีหน้าดีขึ้น ก็
    พลอยสบายใจไปด้วย “ไหนบอกอีกทีสิว่าวารักผมไหม เมื่อคืนผมฟังไม่ถนัดน่ะ”

    “ค่ะ วารักคุณ” วายูนกระซิบเขินๆ ชายหนุ่มยิ้มตาเป็นประกาย แล้วพรมจูบไปทั่วตัวเธอ ไฟรักของทั้งคู่ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง...

    ขณะที่โลกของวายูนกำลังเป็นสีชมพู นิตยาซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯเดินหน้าเต็มสูบเพื่อเตรียมงานแต่งงานให้หลานชายสุดเลิฟ วันนี้เธอนำแหวนเพชรเม็ดเป้งมาให้จงกลนีดู

    “ให้หนูจุลมณีลองสวมดูก่อนค่ะ ถ้าไม่พอดียังไงจะได้ส่งไปให้ช่างเขาตัดหรือเสริมให้พอดี”

    “แหมน้ำงามจริงๆ...หญิงจุลมาลองสวมให้แม่ดูหน่อยเร็ว”

    จุลมณีที่นั่งหน้าเศร้าอยู่ใกล้ๆ ลองสวมแหวนตามคำบัญชาของแม่ ปรากฏว่าสวมได้พอดี ทั้งนิตยาและจงกลนีต่างยิ้มสมใจ

    ooooooo

    ปัทมาตาลีตาเหลือกออกจากโรงแรมที่พักมุ่งหน้า ไปท่าเรือโดยมีกัญญารัตน์เร่งฝีเท้าตามติด เธอบ่นเป็นหมีกินผึ้งตลอดทางว่าอุตส่าห์ตั้งใจจะมาเจอเจ้าของร้านให้เช่าเรือแต่เช้ามืดแต่กัญญารัตน์ดันตื่นสาย

    “อ้าว คุณปัทจะมาโทษฉันคนเดียวได้ยังไงล่ะคะ คุณปัทก็ตื่นสายเหมือนกันแหละค่ะ ก็ดันฟาดไวน์เข้าไปคนเดียวทั้งขวด ไวน์น่ะเขามีไว้จิบนะคะไม่ใช่กระดกทั้งขวด”

    “มันก็คนละขวดนั่นแหละค่ะ...รีบๆเข้าเถอะค่ะ จะได้ไปดักเจอคุณรามิลตอนที่เอาเรือมาคืนทัน เร็ว” ปัทมาว่าแล้วเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นอีก กัญญารัตน์ก็เลยต้องเร่งฝีเท้าตาม...

    แม้จะรีบเดินแค่ไหน แต่สองสาวก็มาไม่ทันรามิลกับวายูน ปัทมามืดแปดด้านไม่รู้จะไปตามหาทั้งคู่ที่ไหน โทษตัวเองไม่น่าดื่มไวน์ขวดนั้นเลย

    “ฉันคิดออกแล้วค่ะว่าจะเอาอย่างไรกันต่อดี คุณอนุชาบอกว่าคุณรามิลลางานแค่ 3 วัน ยังไงๆคุณรามิล ต้องกลับเวียนนาวันนี้แน่ ดังนั้นเราก็ต้องกลับเวียนนาเช่นกัน”...

    ระหว่างที่ปัทมากับกัญญารัตน์บ่ายหน้ากลับไปเก็บข้าวของที่โรงแรมที่พัก ไฮดี้หิ้วกระเป๋าเดินทางใบย่อมออกจากห้องนอน เอากระดาษโน้ตใบหนึ่งแปะไว้หน้าประตูห้องนอนของวายูนแล้วคว้ากระเป๋าออกไป...

    ที่บ้านพักรับรองของรามิลในกรุงเวียนนา ปรัชญาแปลกใจที่เห็นเพียงเพ็ญนั่งรอรามิลอยู่ที่ห้องรับแขก เธอเองก็แปลกใจที่เห็นเขาเช่นกัน อดถามไม่ได้ว่าธุระสำคัญที่เขาจะมาพบรามิลใช่เรื่องที่รามิลกำลังจะแต่งงานหรือเปล่า ปรัชญาแปลกใจอีกครั้งหนึ่งที่เธอรู้เรื่องนี้เช่นกัน

    “งั้นแสดงว่าที่คุณนิตยาบินด่วนกลับไปกรุงเทพฯคราวนี้ก็ไปเพื่อเรื่องนี้จริงๆ” พูดจบเพียงเพ็ญนิ่งเงียบ ปรัชญาเองก็ไม่พูดอะไรอีก ต่างคนต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง...

    ทางด้านรามิลหิ้วกระเป๋าเดินทางมาส่งให้วายูนถึงในห้องพักของเธอ ขอบคุณเธอมากที่ทำให้การไปเที่ยวซัลสบวร์กครั้งนี้มีความหมายมากกว่าที่เขาคิด วายูนอายหน้าแดง เขามองเธออย่างอาลัยอาวรณ์ ไม่อยากจากไปไหนเลย แต่จำต้องตัดใจลา

    “พักซะนะวายูน แล้วผมจะมาหาใหม่” รามิลเดินลงบันไดมาถึงโถงด้านล่าง หยิบมือถือขึ้นมาเปิดเครื่อง ยังไม่ทันจะเก็บใส่กระเป๋าอย่างเดิม นิตยาโทร.มาถามเสียก่อนว่าไปพักร้อนสนุกไหม ชายหนุ่มหน้าเครียดทันที

    “ก็ดีครับคุณน้า”

    นิตยาขอให้หลานชายสนุกแค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น เพราะเธอกับจงกลนีได้ตกลงกันแล้วจะให้เขากับจุลมณีแต่งงานกันปลายเดือนหน้านี้ รามิลตกใจมากถึงกับร้องเอะอะเมื่อครู่นี้ท่านพูดอะไร

    “น้ารู้ว่ารามิลได้ยินที่น้าพูดชัดเจนดีแล้วล่ะ แล้วเดี๋ยวน้าค่อยเล่ารายละเอียดให้ฟัง ตอนที่น้ากลับไปถึงเวียนนาก็แล้วกันนะจ๊ะ แค่นี้นะ แล้วเจอกันจ้ะ”

    รามิลวางสายอย่างเซ็งจัด ความสุขที่ได้มาตอนไปเที่ยว มลายไปสิ้น...

    ฝ่ายวายูนหิ้วกระเป๋าเดินทางมาที่ห้องตัวเอง เห็นโน้ตที่ไฮดี้แปะไว้หน้าประตู หยิบขึ้นมาอ่าน

    “ฉันกับนิโคไลต้องไปทัศนศึกษาที่อินสบรูกกัน กลับวันศุกร์ กลับมาแล้วค่อยคุยกันนะ...ไฮดี้” วายูนเก็บโน้ตใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียง หลับตาคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ยิ้มให้กับความสุขที่ได้รับ แต่แล้วต้องลุกพรวดขึ้นนั่งเมื่อนึกถึงพร้อมจิตกับผินขึ้นมา สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นกังวล

    ooooooo

    พร้อมจิตเคาะประตูห้องเรียกผินว่าอาหารพร้อมแล้ว เงียบไม่มีเสียงขานตอบ ทันใดนั้นมีเสียงเหมือนของหนักๆตกพื้นดังโครม เธอตกใจรีบเปิดประตูห้องเข้าไป เห็นผินนอนกองอยู่กับพื้น

    “คุณพ่อคะ คุณพ่อๆเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เธอใจเสียเมื่อเห็นผินนอนนิ่ง “คุณภักดิ์คะ เร็วค่ะคุณพ่อล้ม”

    ภักดิ์รีบเข้ามาช่วยกันประคองพ่อที่ยังมีสติไปนอนบนเตียง แต่อยู่ๆท่านก็ดิ้นทุรนทุรายเหมือนหายใจไม่ออก ภักดิ์ตกใจสั่งให้พร้อมจิตโทร.ตามรถพยาบาล ส่วนเขาพยายามจับท่านไว้ไม่ให้ดิ้น ครู่ต่อมาผินถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉิน พร้อมจิตกับภักดิ์อยากจะตามเข้าไปด้วยแต่พยาบาลขอให้ญาติรอด้านนอก

    พักใหญ่ๆ หมอเจ้าของไข้ออกมาแจ้งว่าที่คนไข้เป็นแบบนี้เพราะอาการมะเร็งปอดขั้นสุดท้ายกำเริบ ภักดิ์ถึงกับเข่าอ่อน พร้อมจิตต้องช่วยพยุงมานั่ง เขาตัดพ้อทำไมท่านถึงไม่บอกพวกเรา

    “ท่านคงไม่อยากให้เราเป็นห่วงน่ะค่ะคุณ”

    “ผมน่าจะเอะใจตั้งแต่แรกแล้ว” ภักดิ์ตาแดงทำท่าจะร้องไห้ พร้อมจิตแตะที่ไหล่เขาอย่างปลอบใจ...

    ขณะที่ครอบครัวของวายูนต้องเจอกับข่าวร้าย ปัทมากลับมาถึงบ้านพักรับรองของรามิลในกรุงเวียนนา อย่างหมดเรี่ยวหมดแรง แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นปรัชญากับเพียงเพ็ญนั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องรับแขก ถามว่ามีอะไรกันหรือเปล่า แล้วนี่รามิลกลับมาหรือยัง พอรู้ว่าเขายังไม่กลับก็บ่นหน้าง้ำไม่รู้จะไปเที่ยวกันถึงไหนอีก เพียงเพ็ญสงสัยว่าใครไปเที่ยวไหน

    “อ้าว คุณเพียงเพ็ญไม่รู้หรอกเหรอคะว่าคุณรามิลน่ะพาแม่วายูนนั่นไปเที่ยวที่ซัลสบวร์กกันสองคน แล้วเมื่อคืนยังพากันนั่งเรือเล่นที่ Hallstatt แล้วก็หายกันไปทั้งคืนอีกด้วย”

    “ไอ้รามิลทำยังงี้ได้อย่างไรในเมื่อมันกำลังจะแต่งงาน” ปรัชญาโวยวายอย่างเหลืออด

    ปัทมาตกใจทำท่าจะเป็นลม จังหวะนั้นรามิลเข้ามาเห็นปรัชญากับเพียงเพ็ญนั่งอยู่ในบ้านก็แปลกใจ แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร ปรัชญาต่อว่าเขายกใหญ่ว่ากำลังจะแต่งงานกับจุลมณีอยู่ปลายเดือนหน้านี้ยังมีหน้าพาผู้หญิงอื่นไปเที่ยวตะลอนๆสองต่อสองอีกหรือ รามิลแปลกใจปรัชญารู้เรื่องที่ตนเองจะแต่งงานได้อย่างไร

    “ใครๆก็รู้ค่ะคุณรามิล” ปัทมาชิงพูดขึ้นเสียก่อน

    รามิลโกรธที่การแต่งงานของเขาแท้ๆกลับรู้ไล่เลี่ยกับคนอื่น เดินหนีไปหน้าตาเฉย ครู่ต่อมา รามิลมานั่งหน้าบูดอยู่ที่ร้านกาแฟเจ้าประจำ ดามพ์เข้ามาเห็นสีหน้าบอกบุญไม่รับของเพื่อนรักกระเซ้าว่าคนกำลังจะแต่งงาน ต้องหน้าตาชื่นบานมีความสุขไม่ใช่หรือ เขายิ่งหน้าหงิกกว่าเดิม

    “นี่แกก็รู้เรื่องแต่งงานของฉันด้วยเหรอเนี่ย ทั้งๆที่ตัวฉันเองเพิ่งรู้เมื่อครู่นี้นี่เอง”

    “แกหงุดหงิดเรื่องอะไร...ไม่อยากแต่งงาน?” ดามพ์เห็นรามิลพยักหน้าก็ร่ายยาวว่าเขารู้แต่แรกแล้วไม่ใช่หรือว่าสักวันก็ต้องแต่งงานกับจุลมณีผู้หญิงที่นิตยาหาให้ รามิลนิ่งเงียบไม่หือไม่อือ ดามพ์ยุส่งไม่เห็นต้องเครียด แต่งงานแล้วก็ยังสนุกได้ เดี๋ยวนี้ผู้หญิงไม่ถือกันแล้วถ้าจะมีอะไรกับผู้ชายที่แต่งงานแล้ว

    “แม่วายูนนั่นก็คงไม่ถือเหมือนกันแหละถึงได้ชอบกินอาหารฝรั่งสลับกับอาหารไทยยังงี้น่ะ”

    “อย่าพูดถึงเธออย่างนั้นนะ” รามิลจ้องหน้าดามพ์ไม่พอใจ เขาถึงบางอ้อทันที ที่แท้รามิลหลงรักวายูนนี่เองถึงหาเรื่องเที่ยวตะลอนๆกับเธอไปทั่วเมือง ปกติเขาเห็นรามิลควงกับใครแค่ประเดี๋ยวประด๋าว นักการทูตหนุ่มยังคงนั่งนิ่ง ไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นอย่างที่ดามพ์ว่าหรือเปล่า

    ooooooo

    ข่าวการแต่งงานของรามิลกับจุลมณีไม่ได้ทำให้รามิลเท่านั้นที่เครียด ปัทมาพลอยเครียดไปด้วยเพราะนั่นเท่ากับเธออาจจะชวดได้เป็นคุณหญิงท่านทูต กัญญารัตน์ต้องปลอบอย่าเพิ่งตื่นตระหนกตกใจไป ตราบใดที่รามิลยังไม่ได้แต่งงาน เธอก็ยังมีโอกาส

    “ผู้ชายอย่างคุณรามิลน่ะพบเจอผู้หญิงมาเยอะมีแต่คนวิ่งเข้าหาจนน่าเบื่อ ถ้าคุณปัทคิดจะเข้าหาคุณ รามิลล่ะก็ อย่าจู่โจมเป็นอันขาดค่ะ ผู้ชายอย่างคุณรามิลชอบเป็นผู้ล่ามากกว่าถูกล่า เพราะฉะนั้น คุณปัทต้องเข้าหาคุณรามิลอย่างนุ่มนวล” กัญญารัตน์ให้คำแนะนำราวกับผู้ช่ำชองทั้งที่ตัวเองไม่เคยมีแฟนมาก่อน...

    ค่ำวันเดียวกัน ขณะรามิลครุ่นคิดหนักถึงการแต่งงานและความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับวายูน ปัทมาเคาะประตูห้องแล้วเข้ามานั่งคุกเข่าตรงหน้าถามเขาว่าจะแต่งงานจริงหรือ รามิลพยักหน้า

    “แล้วคุณรามิลอยากแต่งหรือเปล่าคะ” ปัทมาเห็นเขานิ่งเงียบ เดาได้ไม่ยากว่าไม่อยากแต่ง ค่อยๆเขยิบเข้าไปใกล้ซบหน้ากับตักเขา “คุณรามิลเลือกทางเดินชีวิตตัวเองได้นี่คะ ก็ถ้าคุณรามิลไม่ได้อยากแต่งงานก็แล้วทำไมจะต้องแต่งล่ะคะ” ปัทมาไม่พูดเปล่าลูบไล้ขาเขาไปด้วย ยิ่งเห็นเขาไม่ไล่ตะเพิดก็คิดว่าเออออด้วย ค่อยๆยืดตัวขึ้นประจันหน้ากับเขา “เกิดมาทั้งที เราควรได้ใช้ชีวิตอย่างที่เราอยากใช้ ไม่ใช่หรือคะ”

    รามิลยังคงนั่งนิ่งเป็นหุ่น ปัทมาย่ามใจยื่นหน้าเข้าไปจะจูบ อยู่ๆเขาลุกพรวด เธอไม่ทันระวังผงะหงายหลัง ยันตัวลุกขึ้นได้ เห็นรามิลเดินลิ่วออกจากห้อง รีบวิ่งตาม ศิวากับศิราณีได้ยินเสียงโครมครามก็ออกมาดู

    “ศิวาเอารถออกที ฉันจะไปนอนที่สถานทูต” สั่งเสร็จ รามิลเดินนำออกไป ปัทมามองตามอย่างเซ็งจัด

    ooooooo

    เช้าวันถัดมา อนุชาแปลกใจเมื่อมาถึงสถานทูตแล้วเห็นรามิลนั่งทำงานอยู่

    “โอ้โหคุณรามิลมาทำงานแต่เช้าเลยนะครับ สงสัยได้ไปชาร์จแบตฯให้กับชีวิตที่ซัลสบวร์กมาเต็มที่แหงเลย”

    รามิลคิดถึงวายูนขึ้นมาทันที รีบโทร.หา แต่ไม่มีใครรับสาย ลองโทร.อีกสองสามครั้งก็ไม่มีคนรับสายเช่นเดิม เขาวางโทรศัพท์อย่างผิดหวัง โดยไม่รู้ว่าที่เธอไม่รับสายเพราะไม่สบายเป็นไข้...

    เคลียร์งานเสร็จ รามิลโทร.หาวายูนอีกครั้งหนึ่งยังคงเหมือนเดิมไม่มีใครรับสาย เขาอดรนทนไม่ไหว หันไปบอกอนุชาว่าขอตัวกลับก่อน ถ้ามีอะไรด่วนให้โทร.ตามเขาได้เลย แล้วเดินลิ่วออกไป ไม่นานนัก เขามาถึงหน้าห้องพักของวายูน เคาะประตูห้องอยู่พักใหญ่ วายูนในสภาพหน้าซีด แทบไม่มีเรี่ยวแรง ถึงได้มาเปิดประตูรับ ยังไม่ทันจะคุยอะไรกัน เธอโงนเงนทำท่าจะยืนไม่ไหว

    รามิลรวบตัวไว้ทัน พาไปนอนพักที่เตียง เขารู้สึกได้ว่าเธอเป็นไข้ตัวร้อน ถามด้วยความเป็นห่วงว่ากินยาแล้วหรือยัง แล้วรูมเมทของเธอไปไหน

    “ไฮดี้ไปทัศนศึกษากับนิโคไลที่อินสบรูกค่ะ วันศุกร์ถึงจะกลับ”

    รามิลบอกให้เธอพักผ่อนก่อน เขาจะไปเอายาแก้ไข้มาให้ วายูนคว้ามือเขาไว้ บอกว่าในตู้ยาของเธอก็มี คราวก่อนนิโคไลเพิ่งซื้อมาให้ รามิลไม่อยากให้เธอกินยาของคู่แข่งหัวใจคนนั้น

    “ผมไปเอายาของผมมาดีกว่า แต่ตอนนี้ผมจะเช็ดตัวให้คุณก่อน จะได้ลดไข้” รามิลถือวิสาสะเดินไป

    เปิดตู้เสื้อผ้าของวายูนเพื่อหาผ้าขนหนู เห็นเสื้อผ้าในตู้มีอยู่ไม่กี่ชิ้น เขาหาผ้าขนหนูจนเจอ เอาไปชุบน้ำมาเช็ดตัวให้ วายูนมองเขาด้วยความซาบซึ้งใจ...

    ตั้งแต่รามิลหนีไปนอนค้างที่สถานทูตไทย ปัทมาไปสุมหัวอยู่ที่บ้านคุณหญิงนิต้า และได้รู้เพิ่มเติมว่าเขาขอลางานอีกครั้ง คุณหญิงนิต้าถึงกับบ่นอุบว่าเขาเพิ่งกลับจากลาพักร้อนที่ซัลสบวร์กมา 3 วัน นี่เขียนใบลาหยุดอีกแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา

    “อาการอย่างนี้มีสาเหตุเดียวค่ะ คือกำลังหลงผู้หญิง” กัญญารัตน์สรุป

    “แล้วนี่คุณนิตยาจะกลับมาเวียนนาวันไหนก็ไม่รู้นะคะ แล้วยิ่งกลับช้าเท่าไหร่คุณรามิลก็จะยิ่งเตลิดเปิดเปิงไปเท่านั้น โอ๊ย...กลุ้ม แล้วนี่เราจะทำยังไงดีคะคุณหญิง”

    ครู่ต่อมา คุณหญิงนิต้า กัญญารัตน์และปัทมามาถึงบันไดทางขึ้นไปยังห้องพักของวายูน เจ้าของตึกเดิน ผ่านมาพอดีจำทั้งสามคนได้ร้องทักว่ามาที่ห้องพักชั้นบนสุดใช่ไหม ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ คนหนึ่งไปซัลสบวร์กส่วนอีกคนไปทัศนศึกษาที่อินสบรูก ทั้งสามคนต่างมืดแปดด้าน ไม่รู้จะไปตามหารามิลที่ไหน...

    รามิลไม่ได้ไปไหน ยังคงดูแลวายูนอยู่ในห้องพักของเธอ ประคองเธอที่ไข้ลดลงแล้วให้ลุกขึ้นนั่ง แล้วเอาซุปมาป้อนให้ เธอกินอย่างเขินๆจนเกลี้ยงถ้วยแล้วกินยาแก้ไขตาม

    “ดึกแล้ว คุณรามิลกลับบ้านเถอะค่ะ พรุ่งนี้ต้องทำงานไม่ใช่เหรอคะ”

    “ใครว่า ผมลางานแล้วผมจะมาอยู่ดูแลคุณที่นี่ คุณไม่สบาย ผมจะทิ้งให้คุณอยู่คนเดียวได้อย่างไร” รามิลประคองวายูนให้ลงนอน แล้วห่มผ้าให้ “นอนซะคนดี ผมจะอยู่ดูแลคุณเอง”

    ooooooo

    การดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีของรามิลทำให้วายูนอาการดีขึ้นเป็นลำดับ เช้านี้เธอตื่นขึ้นด้วยใบหน้าที่สดใส เขานำซุปฝีมือตัวเองมาให้เธอกินและยังซื้อเสื้อนอนชุดใหม่ติดมือมาฝากเธอด้วย วายูนถึงกับน้ำตาซึม รามิลตกใจถามว่าร้องไห้ทำไม เธอซาบซึ้งใจที่เขาทำอะไรให้เธอตั้งมากมาย

    “ผมทำเพราะผมอยากทำให้คุณ จำไม่ได้เหรอวายูนผมบอกคุณไปแล้วว่าผมรักคุณ” รามิลดึงเธอมากอด

    “วาก็รักคุณค่ะ” วายูนร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ...

    ในเวลาเดียวกัน ระหว่างที่ไฮดี้กับนิโคไลนั่งอยู่ในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยในอินสบรูก เพียงเพ็ญทำตัวเป็นผู้หวังดีเข้ามาเตือนว่ารามิลที่มาติดพันวายูนเพื่อนของทั้งคู่กำลังจะแต่งงาน

    “มีพวกเราคนไทยบางคนพยายามจะเตือนวายูน แต่เธอไม่ฟัง บางทีพวกคุณสองคนเป็นเพื่อนเธอ เธออาจจะฟังบ้างก็ได้” ว่าแล้วเพียงเพ็ญเดินเลี่ยงออกไป แต่ไม่ไปไหนไกลหลบมุมแอบฟังทั้งคู่คุยกัน ไฮดี้เป็นกังวลใจมาก ถ้าเรื่องที่เพียงเพ็ญพูดเป็นความจริง ชีวิตที่วุ่นวายอยู่แล้วของวายูนคงจะวุ่นมากขึ้นอีก เพียงเพ็ญยิ้มสะใจ มั่นใจว่าเรื่องที่รามิลจะแต่งงานต้องรู้ถึงหูของวายูนแน่นอน...

    ค่ำวันเดียวกัน วายูนกับรามิลกินอาหารด้วยกันท่ามกลางแสงเทียนอย่างมีความสุข เธอไม่มีไข้อีกแล้ว แต่ยังคงต้องกินยาให้ครบ กินอาหารเสร็จวายูนจัดแจงจะ ยกชามไปล้าง แต่รามิลดึงมือไว้ อาสาจะทำหน้าที่นี้เอง ส่วนเธอไปเตรียมตัวเข้านอนได้แล้ว เขาเห็นเธอรีๆรอๆแกล้งขู่

    “ดื้อเหรอ เดี๋ยวทำโทษซะเลย”

    วายูนรีบลุกเข้าห้องไม่ต้องให้เขาขู่ซ้ำ สักพัก รามิลตามเข้ามาในห้อง เห็นวายูนกำลังสวดมนต์ก่อนนอน ยืนดูเงียบๆจนเธอสวดมนต์เสร็จถึงได้ถามว่าทำแบบนี้ทุกคืนหรือ เธอพยักหน้ารับคำ เขาทักท้วงแล้วทำไมคืนนั้น ไม่เห็นเธอสวดมนต์เลย วายูนอายหน้าแดง ก่อนจะตอบแบบไม่เต็มเสียง

    “ก็...คืนนั้น มันมีเวลาสวดมนต์ที่ไหนกันล่ะคะ”

    รามิลเดินมานั่งบนเตียงข้างๆ บอกว่าตัวเองโชคดีที่ได้มาเจอเธอ วายูนเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน คงเป็นเพราะคนบนฟ้ากำหนดให้เราได้มาเจอกัน รามิลชะงัก หวนคิดถึงคำพูดของนิตยาที่ขอให้เรื่องระหว่างเขากับวายูนเป็นแค่ความสนุกชั่วคราว เพราะเขาจะต้องแต่งงานกับจุลมณีปลายเดือนหน้า เขาเผลอตะโกนว่า “ไม่”

    “ไม่!...อะไรคะคุณรามิล”

    “ไม่มีอะไรหรอกวายูน ผมก็แค่คิดว่าถ้าคนบนฟ้ากำหนดให้เราได้มาเจอกัน ต่อจากนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จำไว้นะ วายูน...ว่าผมรักคุณ” พูดจบรามิลยื่นหน้าไปจุมพิตเธอ แล้วดึงให้นอนลงบนเตียงด้วยกัน

    ooooooo

    รามิลขลุกอยู่กับวายูนจนถึงเช้าวันศุกร์ซึ่งต่างคนต่างมีภารกิจต้องทำ เธอต้องไปเรียนส่วนเขาก็ต้องกลับไปทำงานหลังจากลาหยุดมาหลายวัน ต่างอ้อยอิ่งไม่อยากจะจากลากัน

    “ทำไมคนบนฟ้า ไม่หยุดเวลาให้เราไว้ตรงนี้นะ”

    “ไม่มีใครหยุดเวลาได้หรอกค่ะคุณรามิล แต่อย่างน้อยที่สุดเวลานี้เราสองคนก็ได้อยู่ด้วยกันไม่ใช่หรือคะ”

    ชายหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วย แล้วดึงวายูนมากอดด้วยสีหน้าเป็นกังวล หลังจากเขากลับไปไม่นาน นิโคไลกับไฮดี้เดินหิ้วกระเป๋ามาจากอีกด้านหนึ่งของถนน ไฮดี้ยังคิดไม่ตก ควรจะบอกวายูนเรื่องของรามิลไหม เพราะเธอเองยังไม่มั่นใจจะเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ วายูนควรจะรู้จากเราไหม นิโคไลได้แต่นิ่งไม่ออกความเห็นใดๆทั้งสิ้น...

    วายูนกำลังเก็บของอยู่ในห้อง ตอนที่ไฮดี้ไขประตูห้องพักเข้ามาพร้อมกับนิโคไล เธอหันไปเห็นร้องทักไปเที่ยวอินสบรูกมาเป็นอย่างไรบ้าง เสียดายที่ไม่ได้ไปด้วย

    “ไม่ต้องมาอิจฉาคนไปอินสบรูกเลย เธอเองก็ได้ไปซัลสบวร์กตั้งหลายวัน”

    “ผมโทร.หาคุณหลายครั้งเลยนะวายูน แต่เครื่องปิดตลอดเลย”

    “ที่นั่นสัญญาณไม่ค่อยดีแล้วก็ขึ้นเขาไปดูปราสาท ไปไหนต่อไหนมันก็เลยโทร.ไม่ติดน่ะ อ้อ แต่ฉันมีของฝากพวกเธอสองคนด้วยนะ” วายูนวิ่งไปหยิบของฝากมาให้นิโคไลกับไฮดี้ เขาเองก็มีของฝากมาให้เธอเช่นกัน

    “ผมเห็นจะต้องกลับที่พักตัวเองสักที แล้วพรุ่งนี้เจอกันที่มหาวิทยาลัยนะ” นิโคไลหิ้วกระเป๋าออกจากห้องโดยมีวายูนเดินมาส่ง “ไม่รู้ว่าคุณไปเที่ยวซัลสบวร์ก

    คุณคิดถึงผมบ้างหรือเปล่า แต่ผมคิดถึงคุณตลอดเลยนะ คิดถึงด้วย เป็นห่วงด้วย”

    “ขอบคุณที่เป็นห่วงฉันนะนิโคไล ขอบคุณจริงๆ” วายูนว่าแล้วปิดประตูห้อง แต่พอหันหลังกลับมาต้องชะงัก เมื่อเจอไฮดี้ยืนถือผ้าเช็ดตัวพร้อมกับถามว่านี่เป็นของใคร วายูนอึกอักไม่ตอบ เธอเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เธอไปทัศนศึกษา อดแปลกใจไม่ได้ที่เพื่อนรักยอมมีความสัมพันธ์กับรามิลทั้งที่เพิ่งเจอกันไม่นาน แล้วถามวายูนว่าเคยคุยกันเรื่องแต่งงานบ้างหรือยัง เธอส่ายหน้า

    “แล้วถ้าเขาคบกับเธอโดยไม่คิดจะจริงจัง ถ้าเขามีคนที่เขาจะแต่งงานด้วยอยู่แล้วล่ะ”

    “ฉันคิดว่าเขารักฉันจริงนะไฮดี้ แล้วฉันก็รักเขา แต่ฉันคิดว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่เราจะคุยกันเรื่องแต่งงาน มันก็แค่นั้นแหละ”

    ไฮดี้นึกถึงคำพูดของเพียงเพ็ญขึ้นมา เตือนวายูนควรจะคุยกับเขาเรื่องนี้ได้แล้วก่อนที่จะสายเกินไป...

    รามิลตกใจไม่น้อยเมื่อกลับถึงบ้านพักเจอนิตยานั่งรอท่าอยู่ ท่านตำหนิเขาที่หายไปซัลสบวร์กกับวายูนหลายวัน พอกลับมาแล้วยังจะลางานต่ออีก แถมไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหน ปกติเขาไม่เคยเหลวไหลแบบนี้

    “ผมก็ไม่ได้ทำตัวเหลวไหลอะไรนี่ครับ ผมรู้ตัวดีว่าผมสามารถทำอะไรได้หรือไม่ได้ ในขอบเขตแค่ไหน”

    “ถ้ารามิลรู้ตัวก็ดีแล้ว และตอนนี้รามิลก็ควรจะรู้ตัวด้วยว่าควรจะหยุดเล่นสนุกได้แล้ว เพราะผู้หญิงคนไหนก็ไม่มีค่าเท่ากับคุณหญิงจุล ปลายเดือนหน้าเราจะบินกลับเมืองไทยกัน” คำประกาศิตของนิตยาทำให้รามิลถึงกับหน้าเครียด...

    ดึกมากแล้ววายูนยังข่มตาหลับไม่ลงกลัวรามิลจะเป็นอย่างที่ไฮดี้ว่า แต่พอนึกถึงตอนที่เขาสารภาพว่ารักเธอมากมายแค่ไหน เธอก็สบายใจขึ้น คิดว่าไฮดี้วิตกกังวลเกินกว่าเหตุไปเอง

    ooooooo

    เพื่อกันรามิลให้อยู่ห่างๆจากวายูน นิตยาวางแผนให้คุณหญิงนิต้าไปขอร้องแกมบังคับท่านทูตส่งเขาไปรับคณะคนไทยจากมิวนิกพาไปเที่ยวซัลสบวร์กโดยเขาต้องอยู่ที่นั่นเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม รามิลทักท้วงแล้วงานทางนี้จะให้ทำอย่างไร ท่านจะให้อนุชาดูแลแทนเขาไปก่อน

    “ถ้าคุณไม่มีปัญหาขัดข้องอะไร งั้นก็รีบไปเตรียมตัวไปมิวนิกเถอะ”

    ทันทีที่รามิลออกจากห้องทำงานของท่านทูต คุณหญิงนิต้าซึ่งแอบฟังอยู่ตลอดเดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ท่านทูตถามเสียงห้วนว่าพอใจแล้วใช่ไหม คุณหญิงรับคำ

    “ที่ผมทำให้เนี่ยก็เพราะผมไม่อยากจะทะเลาะกับคุณหรอกนะนิต้า ผมเบื่อ”...

    วายูนถึงกับตาโตตกใจเมื่อรู้จากรามิลว่าเขาต้องไปอยู่ซัลสบวร์กทั้งเดือนเพื่อต้อนรับคณะผู้หลักผู้ใหญ่ของไทย และอาจจะไม่มีเวลาโทร.หาเธอ

    “วาก็กำลังอยู่ในช่วงสอบพอดี ไม่เป็นไรค่ะ คุณกลับมาแล้ว เราค่อยเจอกัน”...

    ทางฝ่ายนิตยายิ้มพอใจที่แผนการสำเร็จลุล่วง ขอบคุณคุณหญิงนิต้ามากที่ช่วยเป็นธุระให้ เธอเชื่อว่าการส่งรามิลไปให้ห่างวายูนจนกว่าจะแต่งงานเสร็จ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ปัทมาเซ็งจัด พลอยอดเจอเขาไปด้วย

    “ก็ขืนยังปล่อยให้เทียวไปเทียวมาตลอดเวลาอย่างนี้ มีหวังตารามิลเสร็จแม่วายูนแน่ๆ แม่นั่นน่ะเห็นท่าทางหงิมๆอย่างนั้นเถอะ ร้ายใช่ย่อยนะคะ โปรยเสน่ห์จนตารามิลหลงจนโงหัวไม่ขึ้นเลย”

    “ดิฉันอุตส่าห์เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็ก วางแผนชีวิตไว้ให้เขาทุกขั้นตอน เพราะฉะนั้น ดิฉันจะไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงหน้าไหนมาพารามิลออกนอกลู่นอกทางที่ดิฉันวางไว้ให้อย่างเด็ดขาดค่ะ”...

    แค่แยกคนรักให้ห่างกันยังไม่สาแก่ใจ นิตยาตามไปรังควานวายูนถึงมหาวิทยาลัยเวียนนาขู่ถ้ายังขืนมายุ่งกับรามิลอีกจะเอาเรื่องที่เธอประพฤติตัวเหลวแหลกเที่ยวค้างอ้างแรมกับผู้ชายไปฟ้องอาของเธอ แล้วเดินออกไปกับปัทมา นิโคไลเดินสวนเข้ามาเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของวายูน ถามว่าเกิดอะไรขึ้น สองคนนั่นทำอะไรเธอ

    วายูนส่ายหน้าแทนคำตอบ นิโคไลไม่เชื่อคาดคั้นให้เธอบอกมาว่าพวกนั้นพูดอะไร เธอถึงได้หน้าซีดขนาดนี้ วายูนยืนยันคำเดิมว่าไม่มีอะไร

    ooooooo

    ตั้งแต่ล้มป่วยคราวก่อน ผินต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลไม่ได้กลับบ้าน เขาค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้น เรียกภักดิ์ที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงกับพร้อมจิตให้เข้ามาใกล้ๆ

    “ถ้าพ่อ...ไม่อยู่แล้ว...เจ้าสองคน...อย่าทิ้งวายูน...” พูดได้แค่นั้น ผินหอบเหนื่อยเหมือนจะขาดใจ

    พร้อมจิตเห็นท่าไม่ดี รีบกดออดเรียกพยาบาล อึดใจทั้งหมอและพยาบาลต่างกรูกันเข้ามา หนึ่งในพยาบาลกันตัวพร้อมจิตกับภักดิ์ออกไปนอกห้อง...

    เหมือนมีสื่อถึงกัน วายูนซึ่งอยู่ในกรุงเวียนนาฝันว่ากำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบ ตอนที่ผินเดินมาหา เธอดีใจมากวิ่งเข้าไปกอดถามว่ามาได้อย่างไร ท่านคิดถึงเธอก็เลยมาหา

    “ท่องหนังสืออยู่หรือลูก”

    “ค่ะ วาอยากเรียนจบเร็วๆ วาจะได้รีบเอาปริญญากลับไปฝากคุณปู่ไงคะ”

    “แต่ปู่ต้องไปแล้ว ย่าเจ้ามารอปู่แล้ว ปู่ไปล่ะนะ” ผินค่อยๆถอยห่างออกไปเรื่อยๆ วายูนพยายามวิ่งตามพร้อมกับตะโกนเรียกท่านไปด้วย แต่สะดุดล้มเสียก่อน เธอสะดุ้งตื่น มองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าตัวเองฝันไป รู้สึกใจคอไม่ดี คว้ามือถือขึ้นมาโทร.หาพร้อมจิต เล่าเรื่องที่ฝันเห็นคุณปู่ให้ฟัง ถามว่าท่านสบายดีไหม หญิงสาวแทบล้มทั้งยืนเมื่อได้ยินพร้อมจิตบอกข่าวร้ายว่าคุณปู่ตายเมื่อครู่นี้เอง เธอตัดสินใจจะกลับเมืองไทย

    “แต่วากำลังจะสอบไม่ใช่เหรอจ๊ะ”

    “วาอยากกลับไปกราบคุณปู่ค่ะ”

    “แต่ถ้าคุณปู่รู้ คุณปู่คงไม่ยอมให้วาทำอย่างนั้นแน่ คุณปู่หวังจะเห็นความสำเร็จของหลานรักมากกว่าสิ่งอื่นใด ถ้าวาขาดสอบเรียนไม่จบ คุณปู่คงจะเสียใจมาก”

    วายูนวางสายทั้งน้ำตา หยิบรูปของผินที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมากอดแนบอก นึกถึงคำสั่งสอนของท่านที่ให้ไว้ก่อนจะเดินทางมาศึกษาต่อที่นี่ ถ้อยคำเหล่านั้นยังคงก้องอยู่ในหู

    “คุณปู่ขา วาเสียใจที่วาไม่ได้กลับไปดูใจคุณปู่ แต่วาสัญญานะคะว่าวาจะไม่ทำให้คุณปู่ อาภักดิ์ อาพร้อมผิดหวังในตัววา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือเรื่องอะไร” วายูนพูดจบก้มกราบรูปของผิน ก่อนจะร้องไห้โฮ

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น ที่มหาวิทยาลัยเวียนนา นิโคไลรู้ข่าวการจากไปของผิน เข้ามาจับมือวายูนอย่างให้กำลังใจ พร้อมกับแสดงความเสียใจกับการสูญเสียครั้งนี้ของเธอ แล้วถามว่าจะกลับเมืองไทยไหม

    “ฉันกลับไปก็ทำอะไรไม่ได้...ไปเรียนกันเถอะนิโคไล” วายูนลุกขึ้นเดินอย่างซังกะตายไปยังตึกเรียนโดยมีนิโคไลเดินเคียงข้าง ทั้งคู่ไม่ล่วงรู้เลยว่าปัทมากับกัญญารัตน์จับตามองอยู่ ไม่นานนักสองสาวกลับไปรายงานให้นิตยาและคุณหญิงนิต้าฟังว่าวายูนกลับมาเรียนแล้ว

    “แฟนรัสเซียมันก็คอยประกบไม่ห่างเลยด้วยค่ะ”

    “ตารามิลก็จะไปซัลสบวร์กแล้ว เราคงจะเบาใจได้แล้วล่ะค่ะคุณนิตยา”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 21:49 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์