นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักเร่

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1


    นิโคไลเห็นวายูนเดินเข้ามากับไฮดี้ก็ร้องทักว่าได้ชุดที่ถูกใจหรือเปล่า ไฮดี้ชิงพูดขึ้นก่อนว่ายังไม่ได้ ชุดที่ดูดีหรูหราสมกับงานที่จะไปขนาดเป็นของมือสองราคายังจับต้องไม่ได้ ที่พอจะมีเงินซื้อก็โทรมจนซ่อมไม่ไหว

    “อ้าว แล้วถ้าไม่มีชุดจะใส่ไปงานโอเปร่าบอลล์ แล้ววายูนจะทำยังไงล่ะ”

    วายูนหน้าสลด ถ้าไม่มีชุดก็คงต้องปฏิเสธรามิลไป ความจริงเธอควรจะเจียมตัวตั้งแต่แรกแล้วว่าเป็นแค่นักศึกษาจนๆ จะมีปัญญาที่ไหนไปงานหรูหราขนาดนั้น นิโคไลสงสารเธอมาก แอบลากแขนไฮดี้ออกไปถามว่าจำเสื้อที่ไปดูกับวายูนวันนี้ได้หรือเปล่า เธอชอบตัวไหนขายที่ร้านอะไรราคาเท่าไหร่ เขาจะซื้อให้เธอเอง...

    ฝ่ายนิตยาถึงกับหน้าเครียดเมื่อรู้จากเพียงเพ็ญว่ารามิลจะควงวายูนไปงานโอเปร่าบอลล์ คุณหญิงนิต้ายุส่งอย่ายอมให้รามิลทำตามอำเภอใจ งานใหญ่หรูหราขนาดนี้ มีแต่คนมีระดับเท่านั้นที่ไปงาน ขืนเขาควงแม่นั่นออกงานนิตยาจะเอาหน้าไปไว้ไหน คนคงซุบซิบนินทากันสนุกปาก

    “แล้วนี่คุณนิตยาจะทำยังไงคะ ปล่อยไว้ไม่ได้นะคะ”

    นิตยารู้จักหลานชายตัวเองดี คนอย่างเขายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ดังนั้นที่เธอจะทำได้คงแค่บอกเขาว่าจุลมณีจะมาที่นี่ช่วงที่มีงานโอเปร่าบอลล์ ให้เขาพาเธอไปงานนี้ด้วยกัน ปัทมาทักท้วงจะทำแค่นี้เองหรือ แล้วถ้ารามิล ขัดคำสั่งจะทำอย่างไร นิตยามีแผนตัดไฟแต่ต้นลมเป็นแผนสำรองไว้แล้ว จากนั้นชวนปัทมาไปหาวายูนที่ห้องพัก ทันทีที่เจ้าของห้องเปิดประตูรับ เธอเอาน้ำสาดใส่หน้า วายูนตกใจ ทำอะไรไม่ถูก

    “อย่าคิดใฝ่สูงเป็นคู่ควงหลานชายฉันเป็นอันขาด หลานชายฉันกับหล่อนน่ะ มันคนละชั้นกัน แล้วถ้าหล่อนไม่เชื่อ หล่อนจะเจอของร้อนไม่ใช่ของเย็น” นิตยามองวายูนเหยียดๆก่อนจะเดินจากไป

    ooooooo

    ปรัชญาไม่แน่ใจว่าข่าวจุลมณีจะมาที่กรุงเวียนนาเป็นเรื่องจริงหรือแค่นิตยาพูดกันท่าไม่ให้รามิลพาวายูนไปงานโอเปร่าบอลล์ ตัดสินใจโทร.ถามเจ้าตัวซึ่งกำลังกำกับให้เด็กรับใช้จัดกระเป๋าเดินทางว่าจะมาที่นี่จริงหรือ พอรู้ว่าเป็นความจริง เขาดีใจมากที่จะได้พบเธอเร็วกว่าที่คิด

    “แต่หญิงกลัวว่าเราจะไม่มีโอกาสเจอกันน่ะสิคะเพราะไปเวียนนาคราวนี้ หญิงคงต้องอยู่กับคุณน้านิตยาตลอด จะไปไหนมาไหนคนเดียวคงไม่สะดวกหรอกค่ะ”

    “อย่างนี้ก็แย่สิครับ”

    จุลมณียังไม่ทันจะพูดอะไรอีก ต้องรีบเอามือปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงร้องเพราะจงกลนีโผล่มาจากไหนไม่รู้คว้ามือถือไปจากมือตนเอง เสียงปรัชญาร้องเรียกจุลมณีดังลอดมาจากมือถือเป็นระยะๆ เพราะเห็นเธอเงียบเสียงไป จงกลนีไม่พอใจมากปิดเครื่องไปเลย ปรัชญาพยายามโทร.หาอีกมีเพียงสัญญาณให้ฝากข้อความ เขาเดาได้ไม่ยากว่าเธอต้องมีปัญหาแน่ๆ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ฝ่ายจงกลนีตวาดลูกเสียงลั่น

    “แม่บอกหญิงแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้ยุ่งกับผู้ชายคนนี้ ทำไมหญิงจุลไม่ฟังแม่” พูดได้แค่นั้น จงกลนีทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ทั้งจุลมณีและเด็กรับใช้ต่างตกใจ รีบเข้ามาช่วยกันประคองร่างไร้สติของท่านอย่างโกลาหล...

    การล้มป่วยครั้งนี้ของจงกลนีทำให้จุลมณีมากรุงเวียนนาไม่ได้ต้องอยู่ดูแลท่าน นิตยาถึงกับนั่งซึมเมื่อได้รับการโทร.แจ้ง ปัทมากลับดีใจจนเนื้อเต้นแต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ แล้วแสร้งตีหน้าเศร้า

    “โธ่คุณหญิงจุลมณีมาไม่ได้เสียแล้ว ถ้างั้นคุณรามิลก็ต้องหาคนไปงานโอเปร่าบอลล์ด้วยใหม่น่ะสิคะ”

    “แต่น้าขอห้ามไม่ให้รามิลพาใครไปแทนคุณหญิงจุลนะ” นิตยาสั่งเสียงเฉียบ รามิลได้แต่นิ่งเฉยเหมือนจะยอมทำตามคำสั่ง แต่พอเธอคล้อยหลังเท่านั้น เขารีบออกจากบ้านไปหาวายูนที่ร้านกาแฟเจ้าประจำเพราะมีนัดให้เธอพาเที่ยว โดยไม่ลืมแจ้งให้เธอรู้ว่าเขาสั่งให้อนุชาส่งชื่อเธอไปยังฝ่ายจัดงานบอลล์งานนี้เรียบร้อยแล้ว วายูนเพิ่งจะโดนนิตยาวีนใส่มา ชักไม่แน่ใจว่าจะดีหรือเปล่าที่ไปงานกับเขา

    “ดีสิทำไมจะไม่ดี คุณไม่สบายใจเรื่องอะไรเหรอวายูน เรื่องต้องเต้นควิกวอลซ์รึเปล่า โธ่ ถ้าเรื่องนั้นคุณไม่ต้องกลัวหรอกน่า เพราะก่อนถึงวันงาน เขาต้องนัดคุณไปซ้อมเต้นก่อนอยู่แล้วล่ะ” รามิลเห็นวายูนท่าทางลังเล เดาเอาเองว่าเธอคงกังวลเรื่องเต้นรำจริงๆ ค่อยๆ เอื้อมมือไปแตะมือเธอเบาๆอย่างปลอบใจ

    “ผมเชื่อว่าคนเก่งอย่างคุณ การเต้นควิกวอลซ์ไม่ใช่เรื่องยากเย็นจนเกินไปหรอก วิชาล่ามและการแปลภาษาที่คุณเรียนอยู่ ผมว่ายังยากกว่าเยอะ...คุณไปกับผมนะ”

    วายูนเห็นแววตาเว้าวอนของเขาก็ลืมเรื่องถูกนิตยาข่มขู่เสียสิ้น ตอบรับคำเชิญด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แล้วถามเขาว่าพร้อมจะให้เธอพาเที่ยวชดใช้หนี้หรือยัง เขาพยักหน้ารับคำ ไม่นานนักวายูนพารามิลมาถึงอนุสาวรีย์ของจักรพรรดินีมาเรียเทเรซ่า เขาร้องอ๋อทันทีว่าพระองค์นี่เองที่เป็นพระมารดาของพระนางมารีอังตัวร์เนตต์ วายูนค้อนขวับ รู้อยู่แล้วทำไมต้องให้เธอพามาเที่ยวอีก

    “ก็มันมีหลายอย่างที่ผมยังไม่รู้และผมก็อยากรู้” รามิลมองเธออย่างมีเลศนัย วายูนเห็นสายตาของเขาที่มองมาก็รู้ทันทีว่าหลายอย่างที่เขาอยากรู้ก็คือเธอนั่นเอง รีบเสมองไปทางอื่น มีลมหนาวพัดวูบเข้ามา วายูนเอามือกอดตัวเองเพื่อให้ความอบอุ่น เขารีบถอดเสื้อแจ็กเกตคลุมไหล่ให้ เธอได้แต่ยิ้มเขินไม่กล้าสบตาด้วย

    ooooooo

    จากนั้นวายูนพารามิลไปเยี่ยมชมห้องสมุดแห่งชาติซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอมาขลุกอยู่เป็นประจำเพราะชอบอ่านหนังสือมากกว่าอ่านจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แล้วเล่าถึงสาเหตุที่ตัวเองชอบอ่านหนังสือเป็นเพราะตอนเด็กๆ คุณตามักจะอ่านหนังสือให้ฟังบ่อยๆ แต่พอโตขึ้นเธอกลับเป็นฝ่ายอ่านให้ท่านฟัง

    “ช่วงเวลาที่ดิฉันได้อ่านหนังสือให้ท่านฟังเป็นช่วงเวลาที่ดิฉันมีความสุขมากที่สุดเวลาหนึ่งเลย”

    รามิลหน้าสลด คุณน้าของเขาไม่เคยมีเวลาให้เขา ชีวิตของท่านมีแต่เรื่องธุรกิจ แต่ถึงกระนั้น ท่านก็เลี้ยงดูเขามาอย่างดี ถัดจากแวะชมห้องสมุดแห่งชาติ วายูนพาเขาไปเที่ยวต่อยังลานอนุสาวรีย์พระเจ้าฟรานซ์ที่ 2

    ทั้งคู่เดินจูงมือกันมาตามทางเหมือนเป็นคู่รัก เดินได้สักพัก รามิลชวนเธอไปนั่งพัก เห็นลานกว้างของอนุสาวรีย์ก็นึกสนุก ชวนเธอซ้อมเต้นควิกวอลซ์ด้วยกัน ทีแรกวายูนอายเต้นแบบเกร็งๆ แต่สุดท้ายก็วาดลีลาไปกับเขาอย่างมีความสุข...

    ความหวังของนิโคไลที่จะซื้อชุดสวยให้วายูนใส่ไปงานโอเปร่าบอลล์ล้มไม่เป็นท่า เนื่องจากชุดที่ถูกใจ ชุดนั้นเพียงเพ็ญซื้อตัดหน้าไปเสียก่อน เธอเอาชุดทาบกับตัวแล้วหมุนไปรอบๆ ประหนึ่งกำลังเต้นรำอยู่ แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้หยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความไปหาปัทมาซึ่งอ่านแล้วแค้นใจมาก หันไปฟ้องกัญญารัตน์ที่นั่งอยู่ใกล้ๆว่านังด็อกเตอร์นั่นส่งข้อความมาเยาะเย้ยว่าตัวเองจะได้ไปงานโอเปร่าบอลล์แทนที่จุลมณี

    “ก็มันจริงนี่คะคุณปัท ถ้าคุณรามิลจะต้องควงใครสักคนไปงานนั้น แม่ด็อกเตอร์นั่นก็สมหน้าสมตาที่สุดเวลานี้” คำพูดของกัญญารัตน์ทำให้ปัทมายิ่งแค้นหนัก...

    ค่ำวันเดียวกัน ดามพ์นัดเพียงเพ็ญมากินมื้อเย็นด้วย แต่เธอปริ่มเปรมที่จะได้เป็นตัวแทนของจุลมณีไปงานบอลล์กับรามิลจนกินอะไรไม่ลง ดามพ์เชื่อว่าเพื่อนรักของตนไม่มีทางชวนเธอไปงานเพราะเขากำลังหลงนักศึกษาสาวคนนั้น รับรองเขาต้องชวนหล่อนไปงานแน่ๆ เพียงเพ็ญกลับเชื่อว่ารามิลไม่กล้าขัดคำสั่งนิตยา

    “ความรักทำให้คนกล้าทำอะไรที่คนอื่นคาดไม่ถึงเสมออย่างเช่น ผมรักคุณนะครับ รักตั้งแต่แรกเห็นแล้วล่ะครับ แล้วคุณล่ะ กล้ารับรักผมไหม”
    เพียงเพ็ญหัวเราะ ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธคำเว้าวอนของเขาอย่างไม่รักษาน้ำใจ

    ooooooo

    ณ สถานทูตไทยประจำกรุงเวียนนา รามิลสั่งให้อนุชาเอากล่องใส่ชุดราตรีสำหรับไปงานบอลล์ไปให้วายูนที่ห้องพัก กัญญารัตน์ได้ยินพอดี รีบหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาปัทมา มีเรื่องสำคัญที่คิดว่าคุณนิตยาควรจะได้รู้ คุณรามิลกำลังให้คนเอาชุดสำหรับใส่ไปงานบอลล์ไปให้วายูน

    “เรื่องนี้ไม่ต้องถึงมือคุณนิตยาหรอกค่ะ ฉันจัดการเอง” ปัทมายิ้มร้ายกาจ...

    จากนั้นไม่นาน อนุชาเอากล่องใส่ชุดราตรีมาส่งให้ถึงมือวายูนตามคำสั่งของรามิลเรียบร้อยก็ขอตัวกลับ ไฮดี้กำลังจะออกจากบ้านเห็นเพื่อนรักหยิบชุดขึ้นมาดูถึงกับตาโตตื่นเต้น

    “อ๊าย สวยมากเลยวายูน ชุดนี้ต้องแพงทีเดียวล่ะ นักการทูตคนนั้นต้องหลงรักเธออยู่แน่ๆเลย ไม่งั้นเขาจะทุ่มเทให้เธอขนาดนี้ทำไม ฉันไปล่ะฉันนัดอาจารย์ที่ปรึกษาไว้” พูดจบไฮดี้ออกจากห้อง วายูนเอาชุดสวยมาทาบกับตัว ยิ้มมีความสุข สักพักมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอเก็บชุดลงกล่อง เดินไปเปิดประตูรับ นิ่วหน้าแปลกใจที่เห็นปัทมายืนอยู่กับกัญญารัตน์ ยังไม่ทันจะพูดอะไร สองคนนั่นถือวิสาสะเดินเข้าห้องโดยที่เธอไม่ได้เชิญ

    ปัทมาแกล้งชวนวายูนคุยโน่นคุยนี่เพื่อเบนความสนใจ ขณะที่กัญญารัตน์เดินไปที่กล่องใส่ชุดแล้วหยิบยาทาเล็บเทลงไป ปัทมาเห็นกัญญารัตน์ส่งสัญญาณเป็นทำนองว่าเรียบร้อยแล้ว ก็หยุดคุยดื้อๆ แล้วพากันกลับไป วายูนเห็นฝากล่องใส่ชุดเผยอก็เอะใจ รีบเปิดดู ถึงกับน้ำตาร่วง...

    ในเวลาต่อมา นิโคไลแวะมาหาวายูนที่ห้องพักเห็นสภาพชุดที่รามิลซื้อให้ในมือวายูนซึ่งเปรอะไปด้วยยาทาเล็บจนเสียหายทั้งชุดก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

    “น้าของคุณรามิลไม่อยากให้ฉันไปงานนั่นน่ะ เขาเลยส่งคนมาที่นี่” วายูนเล่าทั้งน้ำตา นิโคไลเห็นหญิงที่ตัวเองรักร้องไห้ พลอยเจ็บปวดใจไปด้วย

    ooooooo

    เพื่อวายูนแล้ว ต่อให้ต้องดำน้ำลุยไฟนิโคไลก็ไปหาชุดราตรีสำหรับใส่ไปงานบอลล์มาให้เธอจนได้ วายูน ดีใจจนพูดไม่ออก ไฮดี้เข้ามาคว้าชุดไปดู เห็นเป็นชุดราตรีแขนยาวสีขาวก็ร้องกรี๊ดกร๊าดชอบอกชอบใจ

    “แต่ผมไม่มีปัญญาพอที่จะซื้อชุดใหม่ให้คุณได้หรอกนะวายูน ผมขอโทษ”

    “โธ่...นิโคไล คุณจะต้องมาขอโทษฉันทำไม ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณมากกว่า ขอบคุณจริงๆ”

    นิโคไลบอกให้เธอลองชุดดู วายูนคว้าชุดหายเข้าไปในห้องนอน ไฮดี้อดถามเขาไม่ได้ว่าไปเอาชุดมาจากไหน ได้ความว่าเป็นชุดแต่งงานเก่าของเจ้าของห้องที่เขาพัก โดยตกลงจะผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ 6 เดือน

    “ฉันเชื่อว่าวันนั้นวายูนจะต้องสวยกว่าใครๆเลย ฉันละอยากเห็นจริงๆ”...

    พรุ่งนี้จะเป็นวันจัดงานโอเปร่าบอลล์แล้ว วายูน อยากสวยที่สุดในสายตาของรามิล จึงนั่งหลังขดหลังแข็งตกแต่งชุดเพิ่มเติม ไฮดี้ตื่นขึ้นกลางดึกจะออกมาดื่มน้ำ เห็นเธอเย็บเสื้ออยู่เข้ามาหยิบดูชมไม่หยุดปากว่าชุดสวยขึ้นมาก ถ้านิโคไลมาเห็นคงแทบจำชุดที่ตัวเองซื้อให้ไม่ได้ ไฮดี้เห็นสีหน้ามีความสุขของเพื่อนรัก ตัดสินใจถามเธอว่าไม่ได้อยากไปงานนี้อย่างเดียวใช่ไหม แต่เธอหลงรักรามิลด้วย วายูนนั่งนิ่งไม่ตอบ

    “ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ฉันเห็นเธอคบกับนิโคไลมาเป็นปีแล้ว นิโคไลก็รักเธอจะเป็นจะตาย แต่เธอก็ไม่เคยใจอ่อนกับเขาสักที แต่กับนายเลขาฯคนนั้นดูเธอมีใจให้เขาง่ายดายจังเลย ทำไมล่ะวายูน นิโคไลไม่ดีตรงไหน”

    วายูนไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี ไฮดี้เห็นเพื่อนรักอึกอักก็ไม่ซักถามอะไรอีก

    ooooooo

    รามิลมารับวายูนที่ห้องพักในตอนเย็นวันถัดมา เห็นเธอในชุดราตรีถึงกับตะลึงในความสวย ก่อนจะทักว่าทำไมไม่ใส่ชุดที่เขาซื้อให้ เธอเหลือบมองไฮดี้แวบหนึ่ง แล้วตัดสินใจโกหกเขาว่าชุดนั้นใส่ไม่พอดี

    “แต่ชุดนี้ก็คงจะพอใช้ได้...ใช่ไหมคะ”

    ชายหนุ่มพยักหน้ามองวายูนอย่างหลงใหลในความงาม พอตั้งสติได้ชวนเธอไปกันได้แล้วถึงงานแต่เนิ่นๆ เธอจะได้ไม่ตื่นเต้นเกินไป ไฮดี้มองตามทั้งคู่ที่เดินออกไปด้วยกัน อดเป็นกังวลแทนนิโคไลไม่ได้...

    ภายในงานโอเปร่าบอลล์ ทั้งคุณหญิงนิต้า นิตยา ปัทมากับกัญญารัตน์รวมทั้งเพียงเพ็ญ ดามพ์และปรัชญาต่างมาร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้า นิตยาบ่นเสียดายที่รามิลไม่ได้ควงจุลมณีมางานนี้ด้วย ไม่อย่างนั้นจะต้องเป็นคู่ที่ทั้งหล่อทั้งสวยไม่น้อยหน้าคู่ไหนๆ คุณหญิงนิต้าเห็นด้วยกับเธอ

    “แล้วนี่รามิลไม่รู้ไปไหน บอกแต่ว่าให้มาเจอกันที่งานนี่เลย”

    “หนุ่มโสดก็เป็นแบบนี้ล่ะค่ะ ต้องมาสายๆจะได้เป็นจุดเด่น” คุณหญิงนิต้ากระเซ้า...

    อีกมุมหนึ่งหน้าทางเข้าโรงแรมงานซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน วายูนเดินควงแขนมากับรามิล เห็นนิโคไลในชุดบริกรเอาช่อดอกไม้เล็กๆสำหรับถือตอนเต้นรำมายื่นให้ เธอถึงกับนิ่วหน้าด้วยความแปลกใจ

    “ผมอยากเห็นคุณในงานนี้ แล้วพอดีคนของที่นี่ขาด ไฮดี้เลยจัดการให้ผมได้มารับจ๊อบที่นี่”

    รามิลหึงหวงในตัวหญิงสาว รีบพูดตัดบท “เข้าไปข้างในเถอะวายูน จะได้ไปเตรียมตัว”

    “ค่ะ...ฉันเข้าไปก่อนนะนิโคไล ขอบคุณมากสำหรับช่อดอกไม้ช่อนี้แล้วก็ชุดนี้อีกที”

    นักการทูตหนุ่มหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าชุดที่วายูนใส่นิโคไลเป็นคนหามาให้ รีบดึงแขนเธอเข้าข้างใน นิโคไลมองตามรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าไม่มีอะไรจะไปสู้กับผู้ชายคนนั้นได้ ฝ่ายรามิลยังเคืองไม่หาย ต่อว่าวายูนว่าไม่น่าจะไปทักบริกรคนนั้น

    “แต่นิโคไลเป็นเพื่อนดิฉันนี่คะ แล้วเขาก็ยังอุตส่าห์ซื้อทั้งดอกไม้ทั้งชุดให้ดิฉันด้วย เจอกันแล้วไม่ทัก นิโคไลคงเสียใจแย่” สิ้นเสียงวายูน ทั้งคู่มาถึงห้องจัดงานพอดี เจอท่านทูตไทยยืนคุยอยู่กับแขกคนอื่นก็เข้าไปไหว้ทักทาย ท่านชมไม่หยุดปากว่าวันนี้วายูนสวยมากส่วนรามิลเองก็หล่อ จังหวะนั้นมีคนรู้จักดึงตัววายูนไปคุย ท่านทูตก็เลยได้อยู่กับรามิลตามลำพัง ท่านอดเตือนเขาไม่ได้ว่าถ้าคิดจะจริงจังกับวายูนก็ต้องระวังน้าของเขาไว้ด้วย เกิดเธอไม่ชอบลูกสะใภ้ขึ้นมาจะเกิดปัญหากับเขาได้

    “ขอบพระคุณครับที่เตือน แต่ผมยังไม่ได้คิดถึงขั้นนั้นหรอกครับ” พูดจบรามิลขอตัวไปหาวายูน แล้วพากันเข้าไปในงาน คุณหญิงนิต้าเหลือบเห็นทั้งคู่ถึงกับร้องเอะอะ

    “ผู้หญิงที่รามิลควงเข้ามานั่นมันแม่วายูนนี่คะคุณนิต ก็ไหนคุณนิตว่า...” พูดได้แค่นั้น รามิลพาวายูนมาที่โต๊ะพอดี คุณหญิงนิต้าไม่วายจิกกัด “แต่งชุดขาวเหมือนจะเป็นเจ้าสาวมางานเลยนะเธอ งานนี้คนที่จะใส่ชุดขาวมีแต่สาวเดบูตองที่จะเต้นควิกวอลซ์เท่านั้น ไม่รู้ธรรมเนียมเขาหรือไงหา”

    รามิลรีบบอกว่าวายูนจะเต้นควิกวอลซ์ด้วย แล้วขอตัวพาเธอไปเตรียมตัวก่อน ทั้งคุณหญิงนิต้า นิตยากับเพียงเพ็ญรวมทั้งกัญญารัตน์และปัทมาต่างอารมณ์เสียกันถ้วนหน้า ยกเว้นดามพ์เท่านั้นที่มองเป็นเรื่องสนุก ด้านรามิลพาวายูนที่มีท่าทางตื่นเต้นไปส่งให้เจ้าหน้าที่ขานชื่อ แล้วคว้ามือเธอมาบีบให้กำลังใจ

    “ไม่ต้องตื่นเต้นนะครับ ผมรู้ว่าคุณทำได้” รามิล มองส่งวายูนซึ่งเดินตามเจ้าหน้าที่ไปจนลับสายตา...

    วายูนไม่ทำให้รามิลผิดหวัง เต้นควิกวอลซ์ได้สวยและก็เต้นไม่ผิดจังหวะ จนได้รับคำชมจากเขาไม่หยุดปาก เธอขอบคุณเขามาก ถ้าไม่ได้เขาเธอก็คงไม่มีโอกาสมางานนี้ ทั้งคู่มองสบตากันอย่างลึกซึ้ง แต่แล้วนิโคไลเข้ามาขัดจังหวะ ถามวายูนว่าเหนื่อยไหม เขาเอาน้ำมาให้ เธอรับน้ำไปดื่ม

    “คืนนี้คุณสวยเหมือนเจ้าหญิงเลย”

    รามิลไม่พอใจมาก คว้าแก้วน้ำในมือวายูนวางลงในถาดที่นิโคไลถือ แล้วชวนเธอกลับเข้างาน วายูนเดินไปกับเขาได้สองก้าวหันมาตะโกนบอกนิโคไล

    “ขอบคุณอีกครั้งนะนิโคไล แล้วพรุ่งนี้พบกันที่มหาวิทยาลัยจ้ะ”

    พอถึงมุมลับตาคน รามิลคว้าตัววายูนมาจูบสารภาพว่าชอบเธอมาก หญิงสาวยืนตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวิ่งจากไปทั้งน้ำตา เขารีบวิ่งตามแต่ไม่ทัน ไม่รู้เธอหายไปไหน

    ooooooo

    นิตยารออยู่ในงานนานสองนานไม่เห็นหลานชายสุดเลิฟกลับมาที่โต๊ะก็เริ่มหงุดหงิด คุณหญิงนิต้าคิดว่าเขาคงไม่กลับมาที่นี่แล้วก็เลยชวนเธอกลับ นิตยาพยักหน้ารับ ดามพ์แอบกระซิบกับเพียงเพ็ญ

    “เห็นหน้าคุณน้านิตยาไหมล่ะคุณเพ็ญ น่ากลัว... คุณรับมือไหวเหรอ ผมว่าคุณเปลี่ยนใจจากไอ้รามิลมาหาผมก็ยังไม่สายนะ” ดามพ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ขณะที่เพียงเพ็ญลุกหนีไปหน้าตาเฉย...

    วายูนไม่ได้หายไปไหน แต่หลบไปหานิโคไลที่เคลียร์งานอยู่ในครัว ขอให้ช่วยพากลับบ้าน เขาพยายามถามถึงรามิลว่าหายไปไหน แต่เธอไม่พูดถึงเขาแม้แต่คำเดียว ไม่นานนักวายูนกับนิโคไลมาถึงห้องพักของเธอ ไฮดี้ซึ่งรออย่างใจจดจ่อขอให้วายูนเล่าให้ฟังว่าไปเต้นควิกวอลซ์มาเป็นอย่างไรบ้าง ตื่นเต้นมากไหม

    “ฉันขอตัวก่อนนะไฮดี้ คืนนี้ฉันเหนื่อยมากเลย” วายูนพูดจบเดินเข้าห้องไปเลย

    ไฮดี้มองตามแปลกใจแล้วหันมาถามนิโคไลว่าเกิดอะไรขึ้น เธอนึกว่าวายูนกลับมาต้องคุยฟุ้งให้ฟังเรื่องไปงานบอลล์ไม่หยุดปาก เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

    “แล้วนี่นายนักการทูตคนนั้นเขาไปไหนเสียล่ะ เขามารับวายูนไปงานแล้วทำไมถึงไม่มาส่ง หรือว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่งานนั่น”

    นิโคไลส่ายหน้าอีกครั้ง มองไปยังประตูห้องวายูนที่ปิดสนิท สงสัยไม่แพ้ไฮดี้เช่นกัน...

    ทางด้านวายูนเอาแต่นั่งใจลอยนึกถึงตอนที่ถูกรามิลจูบ เผลอเอามือแตะริมฝีปากตัวเอง ก่อนจะสะบัดหัวไล่ความรู้สึกนั้นออกไป...

    นิตยาต่อว่ารามิลทันทีที่กลับถึงบ้านว่าทำแบบนี้เท่ากับไม่เห็นแก่หน้ากันเลย นี่ถ้าจงกลนีทราบ คงได้เป็นเรื่องกันแน่ เขาเข้าไปกอดเอวนิตยาอย่างประจบประแจง ขอร้องอย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่

    เขาไม่ได้คิดอะไรกับเด็กคนนั้น แค่อยากให้เธอได้มีโอกาสเปิดหูเปิดตาบ้างเท่านั้น

    คุณน้าจอมบงการสั่งเสียงเฉียบ ห้ามเขาไปยุ่งกับวายูนอีก ท่านไม่อยากมีเรื่องกับจงกลนี ก่อนที่เขาจะได้แต่งงานกับจุลมณี รามิลรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่พอเข้าห้องตัวเองเท่านั้น เขาหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาวายูน แต่เธอไม่รับสาย แถมยังปิดเครื่องหนีอีกต่างหาก...

    จงกลนียังคงนอนหลับไม่ได้สติอยู่ในโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ โดยมีจุลมณีกับน้อยนั่งเฝ้าด้วยสีหน้าอมทุกข์ น้อยอดตำหนิเธอไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่าจงกลนีไม่ชอบอะไรก็ไม่น่าไปขัดใจ ทำแบบนี้อาจจะมีปัญหากับรามิลได้

    “ก็หญิงไม่ได้รักพี่รามิลนี่คะพี่น้อย”

    “แล้วคุณปรัชญานี่ใครกันคะ เขามีดีตรงไหนกันทำไมอยู่ๆคุณหนูก็ไปชอบเขาซะงั้น”

    จุลมณีเล่าให้ฟังว่าปรัชญาเป็นเพื่อนกับรามิล ทั้งที่เพิ่งเจอกันไม่กี่ครั้ง แต่เขาเข้ากับเธอได้ทุกเรื่อง จะคุยอะไรก็ไม่ต้องเกร็งเหมือนอยู่กับรามิล น้อยเข้าใจความรู้สึกของเธอ แต่เธอต้องตัดใจจากปรัชญา ความรักที่มองไม่เห็นหนทาง รังแต่จะทำให้ช้ำใจเปล่าๆ

    ooooooo

    ตั้งแต่คืนวันงานโอเปร่าบอลล์ วายูนไม่พูดถึงรามิลอีกเลย ทำให้ไฮดี้แปลกใจมากจนต้องเก็บไปเล่าให้ นิโคไลฟังและยังเล่าเพิ่มเติมอีกว่าพอรามิลมาที่ห้องพัก วายูนให้เธอออกไปรับหน้าแทนและให้บอกว่าไม่อยู่

    “เขาทะเลาะกันหรือยังไงกันแน่นะนิโคไล”

    นิโคไลส่ายหน้า ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับสองคนนั่น...

    ทางฝ่ายเพียงเพ็ญรู้ข่าวว่าท่านทูตไทยจะจัดงานสังสรรค์นักเรียนไทยในกรุงเวียนนาก็กระดี๊กระด๊ามาก เพราะชอบงานปาร์ตี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ที่เธอชอบมากที่สุดก็คืองานนี้จะได้เจอรามิลด้วย ดามพ์ไม่เข้าใจทำไมเธอยังไม่เลิกหวังในตัวรามิลอีก ทั้งที่เห็นกับตาแล้วว่าเขาหลงวายูนขนาดไหน

    “ฉันไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่ายๆหรอก ปริญญาก็คว้ามาได้ตั้งหลายใบแล้ว อีกหน่อยฉันก็จะคว้าปริญญาเอกด้วย ถ้ายอมแพ้ง่ายๆก็ไม่ใช่เพียงเพ็ญคนนี้สิ”

    ooooooo

    ในที่สุดก็ถึงวันงานเลี้ยงสังสรรค์นักเรียนไทยในกรุงเวียนนา บรรยากาศภายในบ้านพักของท่านทูตไทยซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเป็นไปอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเอง วายูนมางานนี้ด้วย เข้ามาไหว้ทักทายท่านทูต แต่กลับไม่พูดอะไรกับรามิลสักคำทั้งที่ยืนอยู่ด้วยกัน แล้วเดินเลี่ยงออกมา

    เพียงเพ็ญรีบเดินไปหาจะขอให้เธอช่วยแปลตำราภาษาเยอรมันให้ เนื่องจากตนเองไม่ค่อยถนัด วายูนยินดีช่วย ให้นัดมาได้เลยถ้าไม่ตรงกับเวลาเรียน

    อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก กัญญารัตน์กำลังคุยโทรศัพท์กับคุณหญิงนิต้า เห็นวายูนยืนอยู่ริมสระน้ำ แกล้งวิ่งชนจนตกลงไปในน้ำ รามิลรีบเข้ามาพยุงเธอขึ้นจากสระ เพียงเพ็ญไม่อยากให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกันอาสาจะดูแลวายูนให้เอง กัญญารัตน์เสนอตัวจะช่วยอีกแรงหนึ่งแล้วพาเธอขึ้นไปบนห้องพักรับรองแขกเพื่อให้เธอถอดเสื้อผ้าเปียกออก จากนั้นกัญญารัตน์เอาชุดของวายูนไปใส่เครื่องอบผ้าให้ ทิ้งให้เพียงเพ็ญอยู่ดูแลเธอที่ห้อง

    กัญญารัตน์หายไปพักใหญ่ กลับมาบอกว่าทำอย่างไรชุดของวายูนก็ไม่แห้ง เธอก็เลยเอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้สวมแทน แล้วยื่นถุงใส่ชุดให้ เพียงเพ็ญรู้กันกับกัญญารัตน์เร่งให้เธอไปเปลี่ยนเสื้อ

    “พี่จะรออยู่ข้างนอกนะคะน้องวายูน” เพียงเพ็ญว่าแล้วชวนกัญญารัตน์ออกไป

    วายูนสวมชุดแล้วรู้สึกขัดเขินกับชุดที่ดูโป๊และไม่เหมาะสมกับงาน ตะโกนเรียกเพียงเพ็ญกับกัญญารัตน์ ให้มาช่วยดูแต่ไม่มีใครขานตอบ ตัดสินใจเดินลงมาข้างล่าง ตั้งใจจะหลบออกไป แต่กัญญารัตนเห็นเสียก่อน เข้ามาดึงตัวไว้ คนในงานพากันมองชุดของวายูนด้วยสายตาตำหนิ พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางไม่ดี

    รามิลรู้ทันทีว่าเธอถูกกลั่นแกล้ง ถอดเสื้อนอกของตัวเองไปคลุมไหล่ให้แล้วพาเธอออกจากงาน เธอขอบคุณเขามากที่ช่วยเอาเสื้อมาคลุมให้ ทำให้เธอไม่อับอายไปมากกว่านี้ รามิลจับมือวายูนไว้ ขอให้เธอยกโทษให้กับการกระทำของเขาในวันงานบอลล์ ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด ครู่ต่อมารามิลเดินโอบไหล่พาวายูนมาที่หน้าประตูห้องพัก

    “ไม่ต้องคิดอะไรมากนะวายูน ชีวิตเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับลมปากใคร”

    “ขอบคุณค่ะ” วายูนมองสบตาเขาอย่างลึกซึ้ง ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่านิโคไลแอบมองอยู่ด้วยความช้ำใจ...

    ในเวลาต่อมา รามิลกลับถึงบ้านพัก ต้องประหลาดใจเมื่ออยู่ๆนิตยาบอกว่าต้องรีบกลับเมืองไทย เนื่องจากบริษัทมีปัญหา แต่จะไปแค่สองสามวันเท่านั้นก็จะมาที่นี่อีก เพราะมีนัดกับท่านทูตและคุณหญิงนิต้าจะไปเที่ยวกัน แล้วขอตัวไปเก็บกระเป๋าก่อน ปัทมาเดินหน้าเซ็งตาม ขณะที่รามิลแอบยิ้มพอใจที่ได้ไปไหนมาไหนกับวายูนโดยไม่ต้องหลบๆซ่อนๆ แล้วรีบคว้ามือถือขึ้นมาโทร.หาเธอ...

    ด้านปัทมาดีใจมากเมื่อนิตยาบอกเธอว่าไม่ต้องกลับกรุงเทพฯ ช่วยอยู่เป็นหูเป็นตาแทนตนให้ทีว่ารามิลกับวายูนไปมาหาสู่กันอีกหรือเปล่า ถ้ามีอะไรแปลกๆให้โทร.แจ้งตนทันที

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น รามิลจะตามไปส่งนิตยาที่สนามบินแต่เธอไม่ให้ไป บอกว่ามีปัทมากับศิวาไปส่งแล้ว เขาจะได้ไปทำงานทำการ รามิลขอส่งตรงนี้เลยก็แล้วกัน จูบแก้มนิตยา พร้อมกับบอกให้รีบกลับมาเร็วๆ

    “ก็ถ้าไม่ใช่ธุระสำคัญจริงๆ น้าก็คงจะไม่กลับไปหรอก” นิตยาพูดจบก้าวขึ้นรถ

    รามิลมองตามจนรถที่ศิวาขับไปแล่นลับสายตา แล้วเดินกลับเข้าบ้าน หยิบกระดาษโน้ตมาเขียนข้อความว่า

    “ผมมีงานสำคัญที่จะต้องทำที่สถานทูต คงจะไม่ได้กลับบ้านสักพัก...รามิล”

    เขียนเสร็จรามิลเอาโน้ตไปแปะไว้หน้าประตูห้อง นอนของปัทมา จากนั้นเขากลับไปเก็บเสื้อผ้าข้าวของใส่ กระเป๋าเดินทางใบย่อมแล้วเดินสีหน้ายิ้มแย้มออกจากบ้าน...

    ในเวลาเดียวกัน นิโคไลรู้ว่าวายูนจะไปเที่ยวกับรามิลถึงซัลสบวร์กด้วยกันตามลำพังก็ขอให้เธอลองทบทวนให้ดีๆก่อน เธอแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าไม่ได้ไปเที่ยวกับเขาแต่พาเขาเที่ยวต่างหาก

    “พาเขาเที่ยวครั้งนี้แล้ว ก็จะได้หมดหนี้หมดสินค่าโน้ตบุ๊กกันไปเสียทีไงล่ะ” วายูนว่าแล้วเดินเข้าห้อง ไฮดี้ได้แต่มองนิโคไลที่หน้าสลดด้วยความสงสาร สุดท้ายทนไม่ไหวตามวายูนเข้ามาในห้อง

    “ฉันชัวร์แล้วล่ะว่าเธอกำลังหลงนักการทูตคนนั้น ก็น่าอยู่หรอกนะก็นักการทูตไทยคนนั้นมีอะไรดีกว่า นิโคไลตั้งแยะ”

    “ฉันไม่ได้หลงอะไรใครหรอกน่าไฮดี้ ฉันก็แค่ไปทำงาน มันก็เป็นแค่อีกจ๊อบหนึ่งของฉัน”

    ไฮดี้เห็นเธอไม่ยอมสบตาด้วย รู้ทันทีว่าเธอโกหก แต่ในเมื่อชีวิตเป็นของเธอ ตนคงเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้ แค่อยากจะบอกว่าถ้ายังเห็นนิโคไลเป็นเพื่อนก็ขอให้แคร์ความรู้สึกของเขาบ้างอย่าทำให้เขาช้ำใจนักเลย...

    แม้จะรู้แก่ใจดีว่าวายูนหลงรักรามิล แต่นิโคไลก็ยังไม่ถอดใจ ตราบใดที่เธอยังไม่แต่งงานกับใครเขาก็ยังมีความหวัง ไฮดี้ได้แต่ตบไหล่เขาเบาๆอย่างให้กำลังใจ...

    ฝ่ายรามิลแวะไปเขียนใบลาพักร้อนที่สถานทูตไทย กำชับอนุชานอกจากท่านทูตแล้ว ใครจะรู้เรื่องที่เขาพักร้อนไม่ได้ อนุชาได้แต่รับคำงงๆ แค่ลาพักร้อนไม่เห็นต้องปิดเป็นความลับ...

    ที่ร้านกาแฟเจ้าประจำ ปรัชญาอารามณ์บูดทันทีเมื่อรู้จากดามพ์ว่ารามิลจะไปเที่ยวกับวายูนสองต่อสองถึงซัลสบวร์ก ตำหนิว่าทำแบบนี้เท่ากับไม่ให้เกียรติจุลมณี และถ้าเขาจะไม่คิดจริงจังอะไรกับวายูน แค่เห็นเธอเป็นของเล่นชั่วคราวของเขา ตนก็เสียใจมากที่เป็นเพื่อนกับเขา แล้วเดินปึงปังออกไป ดามพ์มองตามไม่เข้าใจ ทำไมปรัชญาต้องโกรธขนาดนี้ด้วย ในเมื่อเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขาสักหน่อย

    “ทำไมจะไม่ใช่เรื่องของฉัน เรื่องของคุณหญิงจุลมณีมันคือเรื่องของฉัน” ปรัชญาบ่นพึมพำแล้วเดินออกจากร้าน อึดใจเพียงเพ็ญเดินมาจากอีกด้านหนึ่งของถนน เลี้ยวเข้าร้านกาแฟ เห็นดามพ์นั่งอยู่ก็เดินไปหา

    “เมื่อเช้าฉันไปหาคุณรามิลที่สถานทูต เขาบอกว่าคุณรามิลลาพักร้อน คุณรู้ไหมว่าคุณรามิลเขาไปไหน”

    ดามพ์เองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ขอแนะนำให้เธออย่าสนใจรามิลจะดีกว่า ตอนนี้ใครก็ฉุดเขาไม่อยู่ เพียงเพ็ญงงหมายความว่าอย่างไร ดามพ์ได้แต่หัวเราะไม่ยอมตอบคำถามใดๆ

    ooooooo

    ปัทมาเอาโน้ตที่รามิลแปะไว้หน้าประตูห้องนอนมาให้กัญญารัตน์อ่าน เผื่อจะรู้อะไรบ้าง แต่เธอส่ายหน้าดิก ไม่รู้ว่ามีงานด่วนอะไรถึงขนาดที่รามิลต้องค้างอ้างแรมที่สถานทูต

    “ฉันล่ะเจ็บใจจริงๆค่ะ ออกไปส่งคุณนิตยาที่สนามบินเดี๋ยวเดียว กลับมาบ้านคุณรามิลก็หายตัวไปแล้ว”

    กัญญารัตน์ตั้งข้อสังเกตหรือว่ารามิลจะไปกับนังนักศึกษานั่น คิดได้ดังนั้น สองสาวชวนกันไปหาวายูนที่ห้องพัก รามิลกับวายูนหิ้วกระเป๋าเดินทางไปพ้นมุมตึก คลาดกับปัทมาและกัญญารัตน์ที่เดินเลี้ยวเข้าไปในตึกที่พักของวายูนชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด ปัทมาร้อนใจมากเคาะประตูห้องปังๆๆ พอไฮดี้เปิดประตูรับ เธอขอพบวายูนแล้วทำท่าจะเดินแทรกเข้าไปในห้อง แต่ฝ่ายหลังยืนขวางไว้ไม่ยอมให้ทั้งคู่เข้า

    “คงจะไม่ได้หรอก วายูนท่องหนังสืออยู่ สั่งห้ามใครกวน คุณมีธุระอะไรก็บอกไว้แล้วกันแต่ถ้าไม่มีฉันก็ขอตัว เพราะต้องไปท่องหนังสือเหมือนกัน” พูดจบไฮดี้ปิดประตูใส่หน้า กัญญารัตน์ถึงกับบ่นอุบ

    “ตกลงมันอยู่หรือไม่อยู่กันแน่คะเนี่ยคุณปัท แหมนังฝรั่งนั่นมันก็ไม่ยอมให้เข้าห้องซะด้วย จะวิ่งสวนเข้าไปก็กลัวเจอถีบ”

    ปัทมามั่นใจว่าวายูนจะต้องไปกับรามิลแน่ๆ แต่จะไปที่ไหนเธอเองก็เดาไม่ออก...

    ไม่นานนัก รามิลกับวายูนเดินทางมาถึงซัลสบวร์ก อย่างแรกที่ทำคือเช็กอินในโรงแรมที่พัก ทั้งคู่ได้ห้องติดกันมีประตูเปิดถึงกันได้ รามิลถือกระเป๋าเดินทางของวายูนมาส่งให้ที่ห้องพัก เธอขอบคุณเขามาก
    “ขอเปลี่ยนคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม” ว่าแล้วรามิลชี้ไปที่แก้มตัวเอง

    “หลับตาก่อนสิคะ” วายูนรอจนเขาทำตามเอานิ้วแตะริมฝีปากตัวเองแล้วไปแปะที่แก้มเขา รามิลต่อว่าว่าขี้โกง ขอให้ขอบคุณใหม่อีกครั้ง เธอรีบตัดบทขืนขอบคุณอยู่อย่างนี้ ไม่ได้ไปเที่ยวกันพอดี เขารอได้เพราะลางานมาตั้งหนึ่งอาทิตย์

    “คุณลางานอาทิตย์นึง! ไหนลองบอกสิคะคุณอยากไปเที่ยวที่ไหนบ้างคิดไว้หรือยัง”

    “ผมอยากเข้าไปเที่ยวในเมือง ผมอยากเห็นบ้านเกิดของโมสาร์ทแล้วก็อยากไปดูตรงที่เขาถ่ายหนังเรื่อง เดอะ ซาวนด์ ออฟ มิวสิก น่ะ”

    “โอเคค่ะ งั้นอีก 10 นาที ดิฉันจะพาคุณเที่ยว

    ตามที่ต่างๆในหนังเลย” วายูนนัดแนะเสร็จลากกระเป๋าเข้าห้อง ปิดประตูแล้วยืนพิงเอาไว้ รู้สึกตื่นเต้นเหมือนหัวใจจะหลุดออกมาเต้นนอกอก...

    ในเวลาต่อมา วายูนพารามิลนั่งรถม้าเที่ยวชมเมืองซัลสบวร์ก พลางชี้ชวนให้ดูสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งคู่หยอกล้อหัวเราะหัวใคร่ ราวกับเป็นคู่รักกัน

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด
    24 ต.ค. 2564

    10:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 11:54 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์