นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักเร่

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1


    ระหว่างนั่งกินอาหารเช้ากับหลานชายสุดเลิฟ นิตยาแกล้งถามว่าวายูนยังรับเป็นไกด์อยู่หรือเปล่า เขาส่ายหน้า เธอพาเขาเที่ยวไม่ได้แล้วเพราะต้องเร่งท่องหนังสือสอบ ปัทมายืนฟังอยู่ด้วยแอบยิ้มพอใจ

    “โธ่ น้าเห็นรามิลชมนักชมหนาว่าเด็กนี่เก่งภาษาพาเที่ยวสนุก น้าก็กำลังคิดจะขอตามรามิลไปเที่ยวด้วยอยู่พอดี แหมน่าเสียดายจริงๆ”

    รามิลเองก็เสียดายเช่นกัน...

    ในขณะที่นิตยากำจัดวายูนสำเร็จตามแผน จุลมณีพาจงกลนีมาที่ร้านเสริมสวยภายในห้างฯหรูกลางกรุงเทพฯ เธอชอบใจที่ได้ออกมาข้างนอกบ้านบ้าง นั่งๆนอนๆอยู่แต่ในบ้านน่าเบื่อมาก เธอเห็นว่าตัวเองคงจะเสริมสวยนาน บอกให้ลูกไปเดินดูข้าวของฆ่าเวลาก่อนแล้วค่อยกลับมารับ

    ให้บังเอิญเหลือเกินที่ปรัชญามาเดินที่ห้างฯนี้เช่นกัน เห็นจุลมณีเดินมาแต่ไกล ยิ้มดีใจรีบตรงไปหา เธอเองก็เห็นเขาแต่ไม่อยากมีปัญหากับหม่อมแม่ ตัดสินใจเดินหนี ทีแรกเขาคิดว่าเธอไม่เห็น แต่พอเธอเร่งฝีเท้าหนีก็รู้ทันทีว่าเธอจงใจหลบหน้า จุลมณีหลบมุมแอบมองจนเห็นเขาเลี้ยวไปทางอื่น รีบออกจากที่ซ่อนเดินไปคนละทางกับที่เขาไป ตั้งใจจะไปนั่งรอหม่อมแม่ที่ร้านเสริมสวย จู่ๆปรัชญาโผล่มาจากไหนไม่รู้ขวางหน้าไว้

    “คุณหญิงครับ ผมน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยหรือครับ”

    จุลมณีขอร้องเขาอย่าโกรธที่เธอทำอย่างนั้น เธอแค่ไม่อยากมีปัญหากับหม่อมแม่และหากวันก่อนท่านพูดอะไรไม่ดีกับเขา เธอขอโทษแทนท่านด้วย ปรัชญาเข้าใจและรู้ดีว่าท่านแค่เป็นห่วงและหวงเธอไม่อยากให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้ นอกจากคนที่ท่านเลือกสรรไว้แล้วว่าเหมาะสมกัน ซึ่งก็คือรามิลเพื่อนรักของเขา

    “ทำไม มีแต่คนพูดถึงแต่เรื่องความเหมาะสมกันแต่ไม่เคยเห็นมีใครพูดถึงเรื่องความรักเลย...ดีใจนะคะที่ได้เจอคุณอีกครั้ง หญิงขอตัวก่อนนะคะ” จุลมณีไหว้ลาแล้วขยับจะไป ปรัชญาโพล่งขึ้นทันที

    “อีกไม่กี่วันผมต้องกลับไปประชุมผู้ส่งออกที่เวียนนาต่อแล้วแต่ผมยังจะติดต่อกับคุณหญิงได้อยู่ไหมครับ”

    เธอเห็นแววตาจริงใจของเขา จึงพยักหน้าเป็นทำนองอนุญาต ปรัชญายิ้มกว้างด้วยความดีใจ

    ooooooo

    วายูนซ่อมโน้ตบุ๊กไม่สำเร็จจึงต้องตัดใจเอาไปให้ช่างมืออาชีพดูให้ ระหว่างเลี้ยวมุมตึกหลังเจอกับช่างซ่อมเรียบร้อย เธอเดินชนเข้ากับรามิลอย่างจังจนเซจะล้ม เขาคว้าแขนเธอไว้ทันถามว่าจะไปไหน เธอเอาโน้ตบุ๊กไปซ่อมเห็นช่างว่าแผงวงจรช็อต เขาแปลกใจว่าช็อตได้อย่างไร เธอยืนนิ่งไม่ตอบ

    “แล้วนี่เอาไปซ่อมเสร็จแล้วหรือ”

    “เปล่าค่ะซ่อมไม่ได้ ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” วายูนตัดบทเสร็จเดินจากไป รามิลจะตามแต่มีเสียงมือถือ

    ตัวเองดังขึ้นเสียก่อน เขากดรับสาย พอหันไปมองอีกทีเธอหายไปท่ามกลางฝูงชน ครู่ต่อมา วายูนทรุดตัวลงนั่งตรงหน้านิโคไลซึ่งนั่งรอเธออยู่ที่มุมหนึ่งในมหาวิทยาลัยเวียนนา แล้ววางโน้ตบุ๊กที่เจ๊งลงบนโต๊ะ

    “ช่างเขาว่าซ่อมไม่ได้น่ะนิโคไล ต้องซื้อใหม่อย่างเดียวเลย”

    “แล้วคุณมีเงินซื้อเครื่องใหม่เหรอ”

    วายูนส่ายหน้าเครียดๆ ช่วงนี้เธอคงต้องใช้บริการคอมพิวเตอร์ของห้องสมุดมหาวิทยาลัยไปพลางก่อน แต่ไม่ง่ายอย่างที่เธอคิด คอมพิวเตอร์ของห้องสมุดมีคนใช้เต็มทุกเครื่อง ครั้นจะให้นั่งเฝ้าเพื่อรอใช้เครื่อง

    วายูนไม่มีเวลามากขนาดนั้น แค่วิ่งไปเรียนตามตึกต่างๆ ก็แทบแย่แล้ว...

    นอกจากจะถูกกลั่นแกล้งจนโน้ตบุ๊กเจ๊ง งานพี่เลี้ยงเด็กของวายูนก็ถูกยกเลิกไปโดยปริยายด้วย เพราะนายจ้างจ้างพี่เลี้ยงคนใหม่แล้ว นิโคไลเห็นใจวายูนมาก เสนอให้เธอเอาโน้ตบุ๊กของเขาไปใช้ก่อน เธอรู้ว่าเขาเองก็ต้องทำรายงานส่งอาจารย์เหมือนกันแล้วจะให้เธอยืมได้อย่างไร

    “แล้วคุณล่ะ คุณจะทำรายงานยังไง”

    วายูนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเขียนด้วยลายมือ แม้รู้ดีว่าอาจารย์อาจจะไม่รับรายงานของเธอ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรไปส่ง...

    ด้านปัทมาต้องการจะรวบหัวรวบหางรามิลให้ได้ในคืนนี้ แต่นิตยาเป็นก้างชิ้นใหญ่ที่ต้องจัดการให้พ้นทางก่อน เธอจึงเอายานอนหลับผสมลงในนมให้ดื่ม
    ก่อนนอน แล้วนั่งรอเวลาให้ยาออกฤทธิ์ โดยไม่รู้ว่ายังมีเพียงเพ็ญอีกคนหนึ่งที่อยากได้ตัวรามิล ตัดสินใจหยิบ มือถือขึ้นมาโทร.หาเขา

    ผ่านไปไม่นาน นิตยาหลับเป็นตาย เพื่อกันการผิดพลาด ปัทมาค่อยๆแง้มประตูเข้าไปดูให้แน่ใจ จากนั้นก็ส่องกระจกเช็กเสื้อผ้าหน้าผมว่าเรียบร้อยดี เดินไปเคาะประตูห้องนอนรามิล แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นประตูแง้มอยู่ เธอค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปดู พบห้องว่างเปล่าเจ้าของห้องหายไป ปัทมาหันหลังจะกลับ ตกใจแทบช็อกเมื่อเจอศิราณียืนจ้องอยู่

    “คุณรามิลไม่อยู่หรอกค่ะ ออกไปธุระข้างนอกแล้วถ้าคิดจะจับคุณรามิลด้วยวิธีตื้นๆและโบราณอย่างนี้ เลิกคิดซะเถอะค่ะเพราะคุณรามิลไม่ใช่ผู้ชายที่ใครจะจับได้ง่ายๆหรอก” พูดจบศิราณีเดินจากไป

    “แต่ก็ไม่ยากเกินความตั้งใจของฉันหรอกย่ะ ว่าแต่คุณรามิลออกไปไหนกลางคืนอย่างนี้กันนะ”

    ooooooo

    เพียงเพ็ญโทร.ไปหลอกรามิลว่าขโมยขึ้นบ้านให้มาช่วยเธอด้วย เขากลับส่งอนุชาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่สถานทูตไทยไปช่วยเธอแทนที่ หลังจากตรวจดูความเรียบร้อยภายในห้องพักของเธอ อนุชาก็ขอตัวกลับ เพียงเพ็ญเดินมาส่งที่หน้าประตูห้อง

    “ฝากบอกคุณรามิลด้วยนะคะว่าฉันขอบคุณมาก แล้วคราวหน้าคราวหลัวฉันจะล็อกห้องให้ดีกว่านี้”

    “ถ้ามีเรื่องอะไรอีกก็โทร.ตามผมได้เลยนะครับ”

    เพียงเพ็ญพยักหน้ารับคำเนือยๆ ก่อนจะปิดประตูห้องแล้วเดินอย่างเซ็งจัดไปหยิบโน้ตบุ๊กออกมาวางบนโต๊ะทำงาน พลันมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เธอเดินไปเปิดรับ ต้องแปลกใจที่เจอดามพ์ยืนยิ้มอยู่...

    รามิลไม่ได้หายไปไหน แต่แวะไปหาวายูนที่ห้องพักช่วยซ่อมโน้ตบุ๊กให้ โดยมีไฮดี้ทำทีเป็นนั่งอ่านหนังสือแต่สายตาคอยเหลือบมองทั้งคู่อยู่เป็นระยะๆ วายูนเห็น

    เขาง่วนกับโน้ตบุ๊กอยู่นานสองนานแต่ไม่คืบหน้า บอกเขาว่าอย่าเสียเวลาอีกเลย ช่างบอกแล้วว่าซ่อมไม่ได้ ต้องซื้อใหม่ รามิลสงสัยเธอจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อ วายูนจะหางานทำ เขาโวยวายทันที ถ้าเธอมีเวลารับจ๊อบอื่นได้ ทำไมถึงไม่รับจ๊อบพาเขาไปเที่ยว เธอนิ่งเงียบทันที เลขาฯทูตหนุ่มพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

    “คุณน้าผมมาเจอคุณแล้วใช่ไหม”

    วายูนไม่ยอมตอบคำถาม ดึงโน้ตบุ๊กไปจากมือรามิลแล้วเดินไปหยิบเสื้อแจ็กเกตของเขามาให้เป็นการไล่ทางอ้อม ขอบคุณเขามากที่ช่วยเหลือ แต่เธอคงต้องขอตัวทำรายงานส่งอาจารย์ต่อ รามิลรับเสื้อแจ็กเกตมาสวมแล้วผละจากไป...

    ขณะที่วายูนพยายามกันตัวเองให้อยู่ห่างๆรามิลเพื่อตัดปัญหา ดามพ์พาเพียงเพ็ญมานั่งดื่มเหล้าที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พยายามกล่อมให้เธอเปลี่ยนใจจากรามิลแล้วมาคบกับเขาแทนที่ คุยว่าอยู่กับนักธุรกิจอย่างเขาสนุกกว่าอยู่กับนักการทูตของรามิล แต่ที่เธอได้ยินมา เพื่อนที่เป็นนักธุรกิจของรามิลคือปรัชญา ส่วนเขาคือเพลย์บอยตัวพ่อ คนเป็นเพลย์บอยไม่เคยรักใครจริงอยู่แล้ว

    “แล้วคุณคิดว่านักการทูตอย่างไอ้มิลมันจะรักใครจริงหรือ ไอ้มิลมันไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนจริงหรอก เพราะมันไม่เคยเชื่อว่ารักแท้มีอยู่จริงบนโลกใบนี้”
    เพียงเพ็ญมั่นใจจะทำให้เขาเชื่อได้ ดามพ์ยังไม่ละความพยายาม หากเธอผิดหวังจากรามิล อย่าลืมว่าเขายังอยู่ตรงนี้อีกคนหนึ่ง และเขารับรองว่าถ้าเธออยู่กับเขา ชีวิตจะมีแต่ความสนุก

    ooooooo

    ปัทมาชวนกัญญารัตน์มานั่งเม้าท์กันที่ร้านขายของชำแห่งหนึ่งถึงเรื่องที่เธออุตส่าห์วางยา นอนหลับในนมให้นิตยาดื่ม แต่รามิลกลับหายออกจากบ้านไปไหนไม่รู้ กลับมาอีกทีก็เข้าห้องล็อกประตู แผนการรวบหัวรวบหางที่เธอวางไว้เป็นอันพังไม่เป็นท่า กัญญารัตน์เตือนว่าคิดจะเล่นของสูงก็ต้องเหนื่อยหน่อย

    “แต่ถ้าสำเร็จ อนาคตคุณหญิงทูตจะไปไหนเสีย จริงไหมคะ อ่ะท่องไว้คุณหญิงทูตๆ...เอ่อ แล้วเรื่องคุณปรัชญาที่ฉันให้คุณไปตะล่อมถามจากคุณรามิล
    ล่ะคะได้เรื่องว่าไงบ้าง เมื่อไหร่คุณปรัชญาจะกลับมาเวียนนา”

    “เห็นคุณรามิลบอกว่า อีกวันสองวันนี่ล่ะค่ะ”

    กัญญารัตน์ฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ...

    ระหว่างที่กัญญารัตน์ฝันหวานว่าจะได้เจอหน้าชายในดวงใจ นิโคไลแวะมาที่ห้องพักของวายูนเห็นเธอกำลังนั่งทำรายงานด้วยการเขียนอยู่ที่โต๊ะอาหาร ไฮดี้แอบกระซิบกับเขา ไม่รู้ว่าเมื่อคืนวายูนคุยอะไรกับนักการทูตไทยคนนั้นเพราะเธอได้ยินไม่ถนัด แต่ดูท่าวายูน

    คงจะไม่พอใจอะไรสักอย่างถึงได้ไล่เขากลับไป

    “นายสบายใจได้หน่อยล่ะนิโคไล”

    นิโคไลพยักหน้ารับรู้ แล้วเดินไปถามวายูนว่ารายงานเสร็จไหม เธอทำเสร็จแล้ว แต่ช้ากว่าที่คิด เพราะไม่มีโน้ตบุ๊ก สงสัยวันนี้ต้องรีบเข้ามหาวิทยาลัยเผื่อจะมีคอมพิวเตอร์ส่วนกลางว่างให้พิมพ์รายงานได้บ้าง

    “ผมช่วยเก็บของให้นะวา คุณไปล้างหน้าล้างตาเถอะ ไฮดี้บอกว่าคุณนั่งทำรายงานทั้งคืนเลยนี่”

    วายูนยังไม่ทันจะขยับไปไหน มีเสียงออดดังขึ้นเสียก่อน เธอเดินไปเปิดประตูรับ อนุชาแนะนำตัวเองว่ามา

    จากสถานทูตไทย รามิลให้เอาโน้ตบุ๊กมาให้ แล้วยัดกล่องโน้ตบุ๊กใหม่เอี่ยมใส่มือก่อนที่วายูนจะทันปฏิเสธ

    “ถ้าสงสัยอะไรคุณต้องไปคุยกับคุณรามิลเองนะครับ ผมหมดหน้าที่แค่นี้แล้ว” พูดจบอนุชาหันหลังจากไป ทิ้งให้วายูนยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น

    ครู่ต่อมา วายูนชวนนิโคไลเอาโน้ตบุ๊กเครื่องนั้นมาคืนรามิลถึงที่ทำงาน เลขาฯทูตหนุ่มขอร้องให้เธอรับไว้ เขาไม่ได้ให้เปล่าๆ แต่เป็นค่าจ้างนำเที่ยวล่วงหน้าต่างหาก แล้วยิ้มให้วายูนอย่างอ่อนโยนแต่กลับเหลือบมอง นิโคไลอย่างท้าทาย

    วายูนไม่มีทางเลือกเพราะรายงานที่เขียนด้วยลายมือของเธอถูกอาจารย์ตีกลับ ส่วนคอมพิวเตอร์ในห้องสมุดก็ไม่มีสักเครื่องที่ว่าง เธอจึงต้องเปิดโน้ตบุ๊ก
    ตัวใหม่ใช้งาน...

    ขณะที่วายูนขะมักเขม้นพิมพ์รายงานส่งอาจารย์อยู่ที่กรุงเวียนนา ตาผินซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯแอบไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการไอเป็นเลือด หมอเช็กร่างกายอย่างละเอียดแล้วพบว่าเขาไม่ได้เป็นวัณโรคอย่างที่เข้าใจ

    แต่อาการหนักกว่านั้นมาก ตาผินรู้ตัวว่าเหลือเวลาอยู่บนโลกนี้น้อยเต็มที แวะไปเยี่ยมเจดีย์เก็บอัฐิของเมียรักที่วัดเพื่อบอกว่าอีกไม่นานเขาจะไปหาเธอแล้ว เขาทำใจได้กับความตายที่กำลังจะมาเยือน

    “จะมีก็แต่เสียใจที่ไม่ทันได้อยู่ดูความสำเร็จของวายูน” ตาผินตั้งสติอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบมือถือ

    ขึ้นมาโทร.ทางไกลหาหลานรัก เธอแปลกใจไม่หายทำไมวันนี้ท่านถึงโทร.มาหาเธอได้ ท่านก็แค่คิดถึงเห็นพร้อมจิตเล่าให้ฟังบ่อยๆว่าเธอเรียนหนักทำงานก็หนัก อย่าหักโหมมากนักระวังสุขภาพด้วย วายูนสัญญาจะเรียนจบให้เร็วที่สุด เพราะอยากให้เสื้อรับปริญญา

    ถ่ายรูปกับท่าน เธอไม่รู้เลยว่าตาผินจะไม่ได้อยู่ดูความสำเร็จของเธอ...

    กว่าตาผินจะกลับถึงบ้านก็โพล้เพล้แล้ว พร้อมจิตเห็นท่านหายไปตั้งแต่เช้าถามว่าไปไหนมาเป็นห่วงแทบแย่ เกือบจะต้องออกไปตามหา ตาผินโกหกว่าไปหาจักรเพื่อนสนิทมา

    “พร้อมจำไอ้จักรได้ใช่ไหม มันเหงามันเลยโทร.มาชวนพ่อออกไปกินข้าวกัน”

    พร้อมจิตไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก

    ooooooo

    วายูนมาพบรามิลตามนัดเพื่อพาทัวร์สถานที่ท่องเที่ยวตามที่ตกลงกันไว้ เธออยากรู้ว่าต้องพาเขาเที่ยวกี่ครั้งถึงจะครบค่าโน้ตบุ๊กเครื่องนั้น เขาชู 3 นิ้ว เธอทักท้วง ถ้าไปแค่ 3 ครั้งเขาจะขาดทุน

    “คุณเป็นคนจริงจังกับทุกเรื่องเลยเหรอ”

    “ดิฉันก็แค่ไม่อยากเอาเปรียบคุณ”

    “อย่าคิดมากเลยวายูน เอาเป็นว่าคุณพาผมเที่ยว 3 ครั้งเป็นอันว่าเราหมดหนี้กัน” รามิลยื่นมือไปให้เธอจับ วายูนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะจับมือด้วย “งั้นที่แรกที่ผมอยากเที่ยววันนี้ คือมหาวิทยาลัยที่คุณเรียน ผมมีหน้าที่ต้องดูแลนักศึกษาไทยที่มาเรียนที่นี่ ถ้าไม่รู้ที่เรียนเขาอยู่ที่ไหน ผมคงเป็นคนดูแลนักศึกษาที่แย่เอามากๆ”

    ไม่นานนัก วายูนกับรามิลมาถึงมหาวิทยาลัยเวียนนาซึ่งมีอายุเก่าแก่ถึง 650 ปี เธอพาไปเยี่ยมชม ยังมุมต่างๆของที่นี่ ทั้งห้องสมุด ห้องเรียน และสนามกีฬาจนกระทั่งมาถึงระเบียงทางเดินตรงที่มีรูปปั้นคณาจารย์ผู้มีชื่อเสียงตั้งเรียงรายกันอยู่ซึ่งเป็นจุดที่เธอชื่นชอบเป็นพิเศษ

    การมาเที่ยวครั้งนี้ทำให้วายูนรู้ประวัติคร่าวๆของรามิลว่าพ่อกับแม่ของเขาตายตั้งแต่เขายังเล็กๆ คุณน้านิตยาเป็นคนเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่ตอนนั้น รามิลเองก็ได้รู้ว่าชีวิตของเธอไม่แตกต่างกัน พ่อกับแม่ของเธอตายตั้งแต่เธอยังเด็ก คุณอาก็เลยเลี้ยงเธอมาเหมือนลูกในไส้ของตัวเอง

    “สรุปว่าเราสองคนนี่เป็นลูกกำพร้าเหมือนกัน”

    วายูนยิ้มเศร้าให้รามิล ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่านิโคไลแอบมองทั้งคู่อยู่กับไฮดี้ด้วยสีหน้าไม่สบายใจ...

    ทัวร์มหาวิทยาลัยเวียนนาเสร็จสิ้น วายูนพารามิลเดินไปตามถนนมุ่งหน้าสู่โรงละครแห่งชาติออสเตรีย เพียงเพ็ญที่เพิ่งเสร็จจากเข้าพบอาจารย์ที่ปรึกษาเดินตามหลังออกมาเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกันถึงกับชะงัก

    “คุณนิตยารู้เรื่องนี้จะต้องไม่ยอมแน่ๆ” ว่าแล้ว เพียงเพ็ญหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หานิตยา อ้างมีเรื่องสำคัญจะบอก ตอนนี้ท่านอยู่ที่ไหนเธอจะไปหา...
    เมื่อมาถึงโรงละครแห่งชาติออสเตรีย รามิลหันไปถามวายูนว่าชอบดูละครไหม เธอแทบไม่เคยดูละครทีวีเลยตอนอยู่เมืองไทย ส่วนละครเวทีนานๆครั้งถึงจะได้ดูเพราะค่าบัตรแพงเหลือเกิน

    “ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ดิฉันไม่ได้ดูอะไรเลย เรียนหนังสืออย่างเดียว”

    “ถ้าคุณไม่มีเวลาพักผ่อนบ้าง ประสิทธิภาพในการเรียนก็จะไม่ดีเท่าที่ควรนะวายูน”

    วายูนเล่าให้ฟังว่าเวลาพักผ่อนของเธอจะเป็นตอนที่ได้อยู่กับเพื่อนๆแล้วคุยกันฟุ้งๆฝันๆว่าเราได้ไปเที่ยวที่โน่นที่นี่ แค่นี้เธอก็มีความสุขแล้ว รามิลอยากรู้ว่าเธอฝันอยากจะไปที่ไหนบ้าง

    “ดิฉันอยากไปนั่งกินเค้กช็อกโกแลตที่ขึ้นชื่อของโรงแรมซัคเกอร์สักครั้ง แล้วก็อยากจะไปงานโอเปร่าบอลล์ของที่นี่ เขาว่ากันว่าทุกอย่างสวยเหมือนฝัน คนที่ไปงานจะต้องใส่ชุดสีขาวเหมือนกันหมด...เฮ้อ แต่นักศึกษาอย่างดิฉันก็คงได้แค่ฝันล่ะค่ะ” วายูนหน้าสลด...

    สถานที่ท่องเที่ยวแห่งต่อไปที่วายูนพารามิลไปคือศาลาว่าการกรุงเวียนนา จากนั้นก็ไปต่อกันที่อาคารรัฐสภาของออสเตรีย เธอชี้ชวนให้เขาดูรูปปั้นที่ตั้งอยู่ข้างหน้าตัวอาคาร รามิลมัวแต่จ้องมองเธออย่างชื่นชม ไม่ทันฟังว่าเธอพูดอะไร เธอต้องพูดซ้ำว่าเห็นรูปปั้นที่อยู่ด้านหน้าอาคารแห่งนี้ไหม เขาถึงได้รู้สึกตัว

    “รูปปั้นที่คุณเห็นอยู่นี่ ตั้งอยู่ตรงนี้มา 100 กว่าปีแล้วนะคะ คือรูปปั้นเทพีอธีน่า ผู้พิทักษ์กรุงเอเธนส์ ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งสติปัญญา แรงบันดาลใจ กฎหมายและความยุติธรรมค่ะ”

    จู่ๆวายูนก็เงียบไป รามิลเห็นเธอซึมๆถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่านอนน้อยเพราะต้องเร่งทำรายงานส่งอาจารย์ เธออธิยายว่าที่เงียบไปเพราะอดคิดถึงคุณตาตัวเองไม่ได้ เธอรู้จักเทพีอธีน่ามาตั้งแต่เด็กๆเพราะท่านเคยอ่านหนังสือเทพปกรณัมของกรีกให้ฟัง รามิลถามว่าท่านยังมีชีวิตอยู่ไหม

    “ยังอยู่ค่ะ อยู่กับอาทั้งสองของดิฉัน”

    ooooooo

    พร้อมจิตกับภักดิ์เจอจักรเพื่อนของตาผินโดยบังเอิญที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เข้าไปทักทายว่าจำเราสองคนได้ไหม เราเป็นลูกของพ่อผิน จักรนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเป็นทำนองว่าจำได้

    “แล้วไอ้ผินมันเป็นยังไงบ้างล่ะ มันสบายดีไหม ลุงไม่ได้เจอมันหลายปีแล้วนะ คิดถึงมันอยู่เหมือนกัน”

    ทั้งภักดิ์และพร้อมจิตต่างมองหน้ากันพูดอะไรไม่ออก พอได้อยู่กันตามลำพัง พร้อมจิตอดสงสัยไม่ได้ทำไมคุณพ่อต้องโกหกเราด้วย ถ้าท่านไม่ได้ไปหาลุงจักรอย่างที่บอกเราสองคนแล้ววันนั้นท่านไปไหน ภักดิ์ส่ายหน้าไม่รู้เหมือนกัน เธอตั้งใจว่าถึงบ้านเมื่อไหร่จะต้องถามท่านให้รู้เรื่อง ภักดิ์ทักท้วง

    “ถ้าคุณพ่อท่านอยากบอก ท่านคงบอกเราตั้งแต่วันนั้นแล้ว”...

    ขณะที่พร้อมจิตกับภักดิ์ยังคาใจไม่หายทำไมตาผินต้องโกหกเรื่องไปหาเพื่อน รามิลซึ่งเที่ยวชมกรุงเวียนนาอย่างเพลิดเพลินอยู่กับวายูน ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเห็นว่าหกโมงเย็นแล้ว ถือโอกาสชวนเธอกินข้าวเย็นด้วยกัน ทีแรกเธอขอผ่าน อ้างต้องกลับไปอ่านหนังสือ แต่สุดท้ายก็ทนเสียงรบเร้าของเขาไม่ได้

    หลังกินมื้อเย็นเสร็จ ทั้งคู่ต่างแยกย้ายกันกลับ ขณะรามิลมองตามวายูนที่เดินจากไป มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น ชายหนุ่มมัวแต่อาลัยอาวรณ์เธออยู่ก็เลยไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์โดยไม่รู้ว่านั่นเป็นสายจากนิตยาจะโทร.มาถามว่าเขาอยู่กับวายูนจริงอย่างที่เพียงเพ็ญมาฟ้องหรือเปล่า คุณหญิงนิต้าเห็นเธอสีหน้าเคร่งเครียด ถามว่ารามิลไม่รับสายหรือ นิตยาไม่ตอบคำถามแต่หันไปทางปัทมา

    “แม่ปัทเธอไปที่ห้องพักเด็กคนนั้น ไปดูซิว่าตามิลอยู่ที่นั่นหรือเปล่า”

    กัญญารัตน์เสนอตัวจะไปเป็นเพื่อนปัทมา คุณหญิงนิต้าแว้ดใส่ทันทีว่าไม่ต้อง ถ้าเธอไปแล้วใครจะอยู่รับใช้ตน กัญญารัตน์ไม่พอใจแต่ต้องข่มอารมณ์ไว้ เพียงเพ็ญอยากเอาหน้า อาสาจะไปเป็นเพื่อนปัทมาให้เอง ระหว่างที่สองสาวมาถึงทางเดินหน้าตึกที่พักของวายูน ปัทมาชิงพูดดักคอเพียงเพ็ญ

    “ฉันรู้นะว่าเธอวิ่งโร่เอาเรื่องคุณรามิลกับนังเด็กวายูนนั่นมาฟังคุณนิตยาทำไม...ถ้าเธอคิดจะจับคุณรามิลน่ะ มันไม่ง่ายอย่างที่เธอคิดหรอกนะ”

    “นั่นเธอควรจะบอกตัวเองนะ ไม่ใช่บอกฉัน” ขาดคำเพียงเพ็ญมองเลยไปเห็นวายูนเดินหอบถุงข้าวของเต็มสองมือมาจากอีกทางหนึ่ง “นั่นมันเด็กที่ฉันเห็นไปกับคุณรามิลนี่ หรือว่าคุณรามิลจะตามมาทีหลัง”

    “แต่ไม่เห็นคุณรามิลมาด้วยนี่ หรือว่าคุณรามิลเข้ามาก่อนแล้ว”

    เพียงเพ็ญเห็นท่าไม่ดีคว้ามือถือจะโทร.หานิตยา ปัทมาเข้ามายื้อแย่งจนฝ่ายแรกต้องเดินหนี...

    ทางฝ่ายไฮดี้เห็นวายูนเอาแต่ยิ้มอารมณ์ดีตั้งแต่กลับจากพารามิลเที่ยว แอบโทร.บอกนิโคไลสงสัยว่าวายูนกำลังตกหลุมรักรามิล เขาถึงกับหน้าเครียด...

    ด้านรามิลรู้ว่านิตยาเป็นกังวลเรื่องที่วายูนพาเขาไปทัวร์ตามสถานที่ต่างๆ ก็แก้ตัวว่าไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เขาแค่อยากจะรู้จักบ้านเมืองนี้ให้ดีขึ้นเท่านั้นและที่สำคัญเขารู้ดีว่าผู้หญิงแบบไหนควรค่าแก่การเป็นแม่ของลูกของเขา นิตยาถึงกับฉีกยิ้มสบายใจ ขณะที่รามิลแอบหนักใจที่ต้องโกหกท่าน

    ooooooo

    นิโคไลไม่อยากให้วายูนเจอกับรามิลอีก พยายามยุให้หางานใหม่ทำ เธอทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะยังเป็นหนี้ค่าโน้ตบุ๊กที่รามิลออกเงินให้ก่อน แต่ช่วงนี้เขาไม่ว่าง เธอก็เลยไม่ได้ไปไหนว่าจะหางานอื่นทำไปพลางก่อน

    “แต่นิโคไลก็รู้นี่ว่าที่นี่จ๊อบมันไม่ได้หาได้ง่ายๆ”

    “เอ่อ ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ที่ฮัปสบวร์กเขามีประกาศรับสมัครคนแปลงานน่ะ เป็นจ๊อบชั่วคราว คุณสนใจไหม”

    “สนใจสินิโคไล ฉันไปขอรับงานเขามาทำเลยได้ไหม” วายูนเห็นเขาพยักหน้าให้ก็ยิ้มดีใจ จังหวะนั้นทั้งคู่เดินมาถึงหน้าโรงแรมซัคเกอร์ นิโคไลเห็นสายตาที่เธอมองเข้าไปข้างใน พอจะเดาความต้องการของเธอได้

    “สักวันผมจะพาคุณมากินเค้กช็อกโกแลตที่นี่เอง”

    “พูดเป็นเล่นน่านิโคไล คุณก็รู้ว่าข้าวของที่นี่แพงขนาดไหน นักศึกษาจนๆอย่างเราไม่มีทางได้กินหรอก”

    นิโคไลสัญญาว่าสักวันหนึ่งจะพาวายูนเข้าไปกินอาหารในโรงแรมแห่งนี้ให้ได้ แล้วพากันเดินต่อไป รามิลนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่แถวนั้นพอดีได้ยินทุกคำพูด ค่อยๆลดหนังสือพิมพ์ลง มองตามทั้งคู่สีหน้าครุ่นคิด...

    ไฮดี้รู้เรื่องที่นิโคไลยกงานแปลของตัวเองให้วายูนทำเพื่อที่เธอจะได้มีรายได้เพิ่มโดยที่ไม่บอกให้เจ้าตัวรู้ก็สงสารเขามาก แนะให้บอกเรื่องนี้กับเธอ เธอจะได้รู้ว่าเขายอมเสียสละเพื่อเธอมากมายแค่ไหน

    “แล้วนี่ยังริอ่านไปสัญญาว่าจะพาเธอไปกินข้าวที่โรงแรมซัคเกอร์ด้วย นายจะเอาเงินจากที่ไหนฮึนิโคไล แถมยังมายกงานแปลให้วายูนอีก นายก็ต้องหาจ๊อบใหม่ล่ะสิ ไม่งั้นนายจะเอาเงินที่ไหนมาใช้”...

    ตั้งแต่ออกจากห้องพักของวายูนจนกลับถึงห้องตัวเอง นิโคไลครุ่นคิดหนักถึงคำพูดของไฮดี้ แล้วก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือตัวเอง มันเป็นนาฬิกาข้อมือเรือนแรกในชีวิตที่แม่ซื้อให้เป็นของขวัญ ก่อนจะตัดใจถอดมันออก

    ooooooo

    สายวันถัดมา นิโคไลหอบถุงใส่ข้าวของพะรุงพะรังเข้ามาในห้องพักของวายูน บอกไฮดี้ที่เปิดประตูให้ว่าซื้อไส้กรอกกับของกินอีกสองสามอย่างมาฝาก และยังซื้อยาแก้ปวดแก้ไข้มาให้ด้วย วันก่อนที่วายูนไม่สบาย เขาเห็นที่นี่ไม่มียาอะไรสักอย่าง แล้วเหลียวหาวายูนแต่ไม่เห็น ถามไฮดี้ว่าเธออยู่ในห้องนอนหรือ

    “เปล่า เธอออกไปข้างนอก นายเลขาฯทูตนัดวายูนไปกินข้าวที่โรงแรมซัคเกอร์”

    ชายหนุ่มถึงกับอึ้ง...

    ในเวลาเดียวกัน วายูนมาถึงหน้าโรงแรมซัคเกอร์ตามนัด รามิลซึ่งรอท่าอยู่ก่อนแล้วชวนเธอเข้าไปข้างใน เขาจองโต๊ะไว้แล้ว เธอไม่มั่นใจว่าแต่งตัวเรียบร้อยพอสำหรับสถานที่แห่งนี้หรือเปล่า จึงขอความเห็นจากเขา

    “คุณสวยพออยู่แล้ว” ไม่พูดเปล่าเขาปลดผ้าพันคอของตัวเองมาคล้องคอให้วายูน “เผื่อนี่จะทำให้คุณมั่นใจขึ้น” พอเขาพันผ้าพันคอให้เสร็จ มองสำรวจเธออีกครั้งหนึ่ง วายูนเขินมากได้แต่ยืนตัวเกร็ง

    “ผมเชื่อว่าพอเดินเข้าซัคเกอร์ คุณจะต้องเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในนั้นเลยทีเดียว” พูดจบรามิลยกแขนให้วายูนควงแล้วพากันเข้าไปข้างใน...

    วายูนกับรามิลตบท้ายอาหารมื้ออร่อยด้วยเค้กช็อกโกแลตขึ้นชื่อไปทั่วโลกของโรงแรมซัคเกอร์ เธอเล่าประวัติความเป็นมาของเค้กชนิดนี้ให้เขาฟังด้วยว่าเป็นเค้กที่มีสูตรมายาวนานกว่า 163 ปี และเค้กทุกชิ้นทำด้วยมือไม่ใช้เครื่องจักรเลย รามิลได้รู้ถึงที่มาที่ไปของขนมชนิดนี้จากเธอ ทำให้รู้สึกว่ามันอร่อยเพิ่มขึ้น ถึงกับออกปากชมว่าเธอน่าจะเอาดีทางนำเที่ยว วายูนไม่คิดจะเปลี่ยนความฝันของตัวเอง

    “ว่าแต่ว่าที่คุณนัดดิฉันมาที่นี่ บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย เรื่องอะไรหรือคะ”

    “คุณอยากไปงานโอเปร่าบอลล์ใช่ไหม”...

    ขณะที่วายูนตื่นเต้นมากที่จะได้ไปงานโอเปร่าบอลล์ ปรัชญาซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯกำลังโทรศัพท์หาจุลมณีเพื่อล่ำลาก่อนจะเดินทางไปเวียนนา เธอพยายามเดินออกมาห่างๆจากจงกลนีซึ่งคุยโทรศัพท์อยู่เช่นกัน แล้วอวยพรให้เขาเดินทางปลอดภัย ชายหนุ่มยิ้มปลื้ม

    “ขอบคุณครับ แล้วคุณหญิงอยากจะฝากอะไรไปถึงเจ้ารามิลมันบ้างไหมครับ”

    “ไม่มีค่ะ คุณก็รู้ว่าไม่มี”

    ปรัชญาไปถึงเวียนนาเมื่อไหร่จะโทร.หาเธออีกครั้ง แล้ววางสาย จุลมณียิ้มแย้มมีความสุข แต่ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อจงกลนีเข้ามาด้านหลังถามว่าคุยโทรศัพท์กับใคร เธอโกหกว่าหมอโทร.มาแจ้งว่าอาการป่วยของท่านดีขึ้นมากแล้ว จงกลนีพยักหน้ารับรู้ แล้วบอกให้เธอตามไปคุยกันที่ห้องของท่าน มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย

    เรื่องสำคัญที่ว่าก็คือจงกลนีตัดสินใจจะส่งจุลมณีไปเวียนนาเพื่อจะให้ทันงานโอเปร่าบอลล์ รามิลจะได้ควงเธอไปงานนี้ นิตยาได้รับแจ้งข่าวนี้ก็ดีใจมากเช่นเดียวกับคุณหญิงนิต้า แต่เธอจะยังไม่บอกรามิลว่าจุลมณีจะมาที่นี่ อยากให้เขาเซอร์ไพรส์โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายโดนเซอร์ไพรส์เสียเอง...

    ด้านวายูนบอกข่าวดีที่จะได้ไปงานโอเปร่าบอลล์ให้ไฮดี้รู้ และชวนเธอไปช่วยเลือกซื้อชุดสำหรับใส่ไปงาน ไฮดี้อดเป็นกังวลแทนไม่ได้ว่าเธอจะมีเงินซื้อหรือ วายูน

    พอมีอยู่บ้างแต่คงต้องเป็นชุดมือสอง แล้วเอามาตกแต่งเพิ่ม เพราะถ้าซื้อชุดมือหนึ่งเธอคงไม่มีปัญญา นิโคไลนั่งฟังอยู่ด้วยถึงกับใจแป้ว

    ooooooo

    รามิลเล่าให้ปรัชญากับดามพ์ฟังว่าเขาชวนวายูนไปงานโอเปร่าบอลล์ ปรัชญาขอให้เขาคิดให้ดีๆ เขาก็รู้ว่างานนี้คืองานเปิดตัวคู่รักดีๆนี่เอง เขาอ้างนั่นเป็นธรรมเนียมฝรั่ง เขาแค่เห็นว่าเธออยากไป

    “และมันก็เป็นการดูแลนักศึกษาไทยคนหนึ่งให้ได้เปิดหูเปิดตากับสังคมชั้นสูงของที่นี่ก็เท่านั้นเอง”

    “แต่ฉันคิดว่าแกตกหลุมรักแม่นักศึกษาที่ชื่อวายูนนั่นต่างหาก” ดามพ์จี้ใจดำ รามิลปฏิเสธลั่นว่าไม่ได้รัก

    ยืนยันคำเดิมที่ชวนเธอไปก็เพราะเห็นเธออยากไป ปรัชญาสงสัยว่าน้านิตยารู้เรื่องนี้หรือเปล่า เขาจะบอกท่านก็ต่อเมื่อ ถึงวันงานแล้ว ปรัชญากลุ้มใจแทนเพื่อน แต่ดามพ์กลับเห็นเป็นเรื่องสนุก แถมยังเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้เพียงเพ็ญฟังอีกต่างหาก เธอโกรธจัดจนแทบจะควันออกหูที่ชายซึ่งเธอหมายมั่นปั้นมือจะจับให้ได้กำลังจะถูกนักศึกษาสาวตัดหน้า...

    ทางด้านวายูนเลือกหาซื้อชุดมือสองกับไฮดี้อยู่นานสองนานกว่าจะเจอที่ถูกใจ แต่ราคากลับแพงเกินงบ เธอพยายามต่อรองราคาแต่เจ้าของร้านไม่ยอมลดให้ วายูนจำต้องเก็บชุดไว้ตามเดิม

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 20:10 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์