สมาชิก

รักเร่

ตอนที่ 3


ปัทมาเห็นหน้าบึ้งตึงของเจ้านายทำเป็นโวยวายเอาใจว่าผู้หญิงที่ไหนบังอาจมารับสายแทนคุณรามิล นิตยาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ยังไม่ทันจะพูดอะไรนังนั่นก็ตัดสายไปเสียก่อน

“ต๊ายมันกล้าตัดสายคุณนิตยาเลยหรือคะ”

นิตยาจ้องหน้าปัทมาตาเขียวปั๊ดที่มาพูดตอกย้ำ คนถูกจ้องถึงกับหน้าจ๋อย ศิวาแอบสบตากับศิราณีไม่สบายใจ แล้วลากแขนเธอออกมายังมุมลับตาคนของบ้านพักรับรอง

“พี่ณีว่าเราควรจะโทร.ไปเตือนคุณรามิลไหมว่าคุณนิตยามาที่นี่แล้วคุณรามิลจะได้มีโอกาสตั้งตัว ฉันไม่อยากให้คุณรามิลมีความสุขกลับจากไปเที่ยวแล้วมาเจอเฮอริเคนถล่มที่บ้าน” ขาดคำมีเสียงปัทมาแหวขึ้นทันที

“ไหนแกว่าแกไม่รู้ไงว่าคุณรามิลไปไหน”...

นอกจากศิวาจะถูกตัดเงินเดือนฐานโกหก นิตยายังตบหน้าสั่งสอนเขาอีกหนึ่งฉาดใหญ่แล้วไล่ให้ไปเอารถออก พาเธอไปยังสถานที่ที่รามิลไป...

ณ มหาวิทยาลัยเวียนนา ไฮดี้เดินผ่านมาเห็นนิโคไลกำลังนั่งอ่านตำราไปพลางไอแค่กๆไปด้วย เข้ามาทักว่าวันนี้วายูนพารามิลไปเที่ยว ทำไมเขาไม่ตามไปด้วย นิโคไลตระหนักแล้วว่าตามไปก็ไม่มีประโยชน์ เขาไม่มีอะไรสู้กับเลขาฯทูตคนนั้นได้ ไฮดี้แปลกใจ นี่เขาจะยอมแพ้ง่ายๆแบบนี้หรือ

“เปล่า ฉันไม่ได้ยอมแพ้และฉันจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ด้วย ฉันรักวายูนและความรู้สึกนั้นก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงแต่การวิ่งตาม มันไม่ได้ทำให้วายูนหันกลับมารักฉันได้หรอก”

“แต่ยังไงๆฉันก็เชียร์ให้เธอได้สมหวังในความรักกับวายูนนะ”...

ด้วยความที่เหน็ดเหนื่อยจากการเลี้ยงเด็กและยังต้องอ่านหนังสือจนดึกดื่น ทำให้วายูนแค่เดินถึงทางเข้าตัวพระราชวังเบลเวเดียร์ก็แทบจะเดินต่อไม่ไหว รามิลเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเธอ พยุงให้ไปนั่งพักก่อน ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่านิตยาตามมาถึงประตูทางเข้าหน้าพระราชวังแห่งนี้แล้วโดยมีปัทมาตามประกบไม่ห่าง แต่พอเห็นบริเวณอันกว้างขวางใหญ่โตของที่นี่ ปัทมาถึงกับบ่นอุบจะหารามิลเจอได้อย่างไร

“กว่าเราจะมาที่นี่ ตามิลคงเดินดูห้องหับข้างในไปแล้ว ถ้าฉันเดาไม่ผิดตอนนี้ตามิลน่าจะกำลังออกมา”

“แหม คุณนิตยานี่ฉลาดจริงๆค่ะ อ้าว...คุณนิตยาจะไปไหนคะ”

“ก็เข้าไปดักรอข้างในไง โอ๊ยเจ็บ” นิตยาจับที่ต้นคอซึ่งยังบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ก่อนจะจ้ำพรวดๆเข้าไปข้างใน หวังจะหาหลานชายสุดเลิฟให้เจอ ปัทมารีบตามไปคอยประจบประแจงไม่ห่าง เธอต้องหันมาเอ็ดตะโรใส่ จะเดินตามทำไมแล้วไล่ให้ไปหารามิลอีกฟากหนึ่งของพระราชวัง นิตยาเดินหาต่อไปอย่างเหน็ดเหนื่อย ขณะที่ปัทมาเพลิดเพลินกับการเข้าไปช่วยถ่ายรูปให้นักท่องเที่ยวหนุ่มหน้าตาดี

ooooooo

ระหว่างที่ดามพ์กับเพียงเพ็ญนั่งจิบกาแฟอยู่ที่ร้านกาแฟกลางกรุงเวียนนา เธอเห็นเขาสนิทสนมกับรามิล ถึงขนาดเข้านอกออกในบ้านพักได้ ก็ตะล่อมถามว่าเขารู้ใจรามิลทุกเรื่องหรือเปล่า ดามพ์มองเธออย่างรู้ทัน

“คุณชอบไอ้มิลมันใช่ไหม”

เพียงเพ็ญหัวเราะชอบใจ ในเมื่อเขาถามตรงๆเธอก็จะตอบอย่างไม่อ้อมค้อมว่าใช่ คราวนี้ดามพ์เป็นฝ่ายหัวเราะชอบใจบ้าง แล้วยื่นหน้าเข้ามามองหญิงสาวใกล้ๆ สารภาพว่าตัวเองก็ชอบผู้หญิงที่พูดตรงๆอย่างเธอ แถมเธอยังสวยและฉลาดถูกใจเขาอีกต่างหาก เพียงเพ็ญขอร้องอย่ามาชอบเธอเลยเพราะเธอไม่คิดจะเปลี่ยนใจจากรามิล ดามพ์รอได้ ถ้าเธอเปลี่ยนใจเมื่อไหร่เรียกหาเขาได้เลย

“แต่ขอเตือนก่อน จะจับไอ้มิลมันไม่ง่ายหรอกนะ คุณน้าของมันหาผู้หญิงไว้ให้มันแล้ว และก็ไม่ใช่แค่นั้นนะเพราะตอนนี้ตัวมันเองก็ดูท่าว่าจะไปติดใจนักศึกษาไทยที่มาเรียนอยู่ที่นี่ด้วย”

หญิงสาวเซ็งจัด บ่นในใจว่ามีหม่อมราชวงศ์หญิงหน้าจืดนั่นเป็นอุปสรรคหนึ่งคนแล้ว ยังมีเลขาฯของนิตยาจอมสตรอฯนั่นอีกคนหนึ่ง แล้วนี่เธอยังจะต้องรบรากับนังนักศึกษาคนนี้อีกด้วยหรือ...

นั่งพักจนอาการดีขึ้น วายูนชวนรามิลเดินชมสถานที่ต่อไป แต่เดินได้ไม่กี่ก้าวอยู่ๆข้อเท้าพลิกเสียหลักจะล้ม รามิลรีบประคองไว้ทัน พากลับไปนั่งพักที่เดิมแล้วทรุดตัวลงจับข้อเท้าเธอจะดูอาการให้ แต่เธอชักเท้าหนี โกหกว่าไม่เป็นอะไรทั้งที่เจ็บแทบทนไม่ไหว

“งั้นคุณนั่งรอตรงนี้นะครับ ผมจะไปหาน้ำมาให้ดื่ม” รามิลคล้อยหลังไปได้พักเดียว นิตยาเลี้ยวหัวมุมตึกเดินมาทางที่วายูนนั่งอยู่ ขณะเธอเดินผ่านหน้าเห็นวายูนคว้ามือถือขึ้นมาโทร.

“นิโคไล ช่วยมารับฉันที่เบลเวเดียร์หน่อยได้ไหม”

“โอเค...ผมจะไปรับคุณเดี๋ยวนี้เลยวายูน”

“จ้ะ เดี๋ยวจะรอที่หน้าประตูพระราชวังนะ”

นิตยาได้ยินว่าเธอนัดกับคนอื่นจึงคิดว่าไม่น่าจะใช่คนที่มากับหลานชายสุดเลิฟของตัวเอง ก็เลยเดินหาต่อไป พอนิตยาเดินลับสายตา รามิลกลับมาหาวายูนพร้อมกับนำขวดน้ำดื่มมายื่นให้

“หายเหนื่อยแล้วค่อยกลับ เดี๋ยวผมไปส่งคุณที่บ้านเองนะ”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ดิฉันโทร.ให้นิโคไลมารับที่นี่แล้ว” วายูนพูดจบยกมือไหว้ขอโทษเขาที่จบทริปนี้ได้ไม่ดีอย่างที่ตั้งใจไว้ ถ้าเขาจะหักเงินค่าจ้างเธอก็ยินดี รามิลอารมณ์บูดขึ้นมาทันที วายูนได้แต่มองไม่เข้าใจ...

อีกฟากหนึ่งของพระราชวัง นิตยาเดินมาตามทางเห็นปัทมายิ้มหน้าระรื่นยืนคุยอยู่กับนักท่องเที่ยวหนุ่มๆ ไม่ได้ตามหารามิลอย่างที่ตัวเองสั่งก็โกรธมาก เข้าไปลากแขนออกมาพร้อมกับต่อว่า

“นี่ปัทมา ฉันรึอุตส่าห์หนีบเอาเธอมาด้วยก็เพราะหวังจะได้ช่วยเป็นหูเป็นตา แต่เธอกลับไม่ได้เรื่องเลย”

“ปัทขอโทษค่ะคุณนิตยา แล้วเรื่องคุณรามิลนี่เราจะเอายังไงกันดีคะ”

นิตยามองไปรอบๆบริเวณอันใหญ่โตกว้างขวางของพระราชวัง ก่อนจะถอนใจเซ็ง

ooooooo

จุลมณีคุยถูกคอกับปรัชญาถึงขนาดพามาที่บ้าน จงกลนีกำลังให้พยาบาลพิเศษบีบนวดแขนขาให้ เห็นลูกพาคนแปลกหน้าเข้ามาก็นิ่วหน้าไม่ค่อยจะชอบใจ พยาบาลรู้งานรีบหลบออกมา

“นี่คุณปรัชญาเป็นเพื่อนพี่รามิลค่ะ หนูเคยพบคุณปรัชญาที่บ้านคุณน้านิตยาค่ะ แล้วมาวันนี้บังเอิญเจอกันอีก คุณปรัชญามีเพื่อนเป็นหมอที่เชี่ยวชาญเรื่องเส้นเลือดตีบโดยเฉพาะน่ะค่ะ หนูก็เลยชวนมาปรึกษาต่อที่บ้าน...

เดี๋ยวฉันไปหาน้ำให้คุณปรัชญาแป๊บนะคะ” แนะนำเสร็จ จุลมณีเดินหายไปทางห้องครัว

พอลูกพ้นสายตาเท่านั้น จงกลนีถามปรัชญาอย่างไม่อ้อมค้อมว่าทำงานอะไร พอรู้ว่าครอบครัวของเขาทำธุรกิจเสื้อผ้าส่งออก เธอตั้งแง่รังเกียจแถมพูดจาไม่ดีด้วย จุลมณีถือแก้วน้ำกลับมาเห็นสีหน้าจ๋อยๆของเขารู้ทันทีว่ามีปัญหา แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร จงกลนีสั่งให้เธอพาขึ้นข้างบน ปรัชญารู้ตัวว่าท่านไม่ปลื้ม รีบขอตัวกลับแล้วยกมือไหว้ลา จุลมณีละล้าละลังจะส่งแขกดีหรือจะพาหม่อมแม่ขึ้นข้างบนก่อนดี เขาไม่อยากให้มีปัญหาบอกให้เธอดูแลท่าน เขาออกไปเองได้แล้วเดินจากไป จุลมณีมองตามงงๆ

“เกิดอะไรขึ้นหรือคะหม่อมแม่”

“คู่หมายของหนูคือพ่อรามิลและอนาคตลูกของแม่คือคุณหญิงทูต เพราะฉะนั้นอย่าไปยุ่งกับพวกพ่อค้าขายผ้าอีก” คำประกาศิตของจงกลนีทำเอาจุลมณีถึงกับอึ้ง...

ขณะที่ปรัชญาถูกจงกลนีกีดกันตั้งแต่เห็นหน้ากันครั้งแรก รามิลซึ่งอยู่ในกรุงเวียนนาพยุงวายูนค่อยๆเดินออกมาหน้าประตูพระราชวังเบลเวเดียร์ เขาเห็นเธอแทบก้าวขาไม่ไหว แนะนำให้ไปหาหมอ เธอไม่ยอมไป อ้างว่านวดน้ำมันนิดหน่อยก็จะดีขึ้นเอง เขาดักคอหรือว่าเธอจะรอให้นิโคไลพาไป

“ไม่หรอกค่ะ ดิฉันแค่ให้เขามารับกลับเท่านั้น”

“คุณกับเขาเป็นรูมเมทกันเหรอ”

วายูนส่ายหน้าแทนคำปฏิเสธ รูมเมทของเธอชื่อไฮดี้ ส่วนนิโคไลอยู่ห้องพักของเขาซึ่งไม่ไกลจากที่พักของเธอและเราสี่คนรวมทั้งคาร์ลแฟนของไฮดี้เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยเวียนนาปี 1 พวกเราก็เลยสนิทกัน รามิลถึงบางอ้อทันที พึมพำกับตัวเองที่นิโคไลบอกว่ารักวายูนที่แท้ก็เป็นรักข้างเดียว

“ผมว่าเขาคงไม่มาแล้ว เดี๋ยวผมไปส่งดีกว่านะครับ” ขาดคำนิโคไลโผล่พรวดเข้ามายืนกั้นกลาง

“ไม่จำเป็นหรอกครับ เราสองคนกลับกันเองได้” นิโคไลมองเขาอย่างท้าทาย วายูนขอตัวกลับก่อน ส่วนนัดครั้งต่อไปของเธอกับรามิลคงต้องรอให้ขาของเธอหายก่อน รามิลพูดเป็นนัยๆว่าถ้าได้ไปเที่ยวกับเธอ นานแค่ไหนก็รอได้ นิโคไลไม่พอใจมาก รีบประคองวายูนออกไป เลขาฯทูตหนุ่มมองตามสายตามุ่งมั่นจะเอาชนะใจเธอให้ได้ เพราะชอบเธอจริงๆและที่สำคัญอยากเอาชนะนิโคไลผู้ซึ่งด้อยกว่าเขาในทุกด้าน

ไม่นานนัก นิโคไลประคองวายูนมาถึงบันไดทางขึ้นห้องพักของเธอ เงยหน้ามองบันไดที่ทั้งสูงทั้งชัน เขารู้ว่าเธอเดินขึ้นเองไม่ไหวแน่ๆ จับเธอแบกขึ้นหลัง แล้วค่อยๆเหนี่ยวราวบันไดขึ้นไปทีละขั้นอย่างยากลำบากวายูนซาบซึ้งใจกับการกระทำของเขามาก

ooooooo

รามิลตกใจมากเมื่อกลับมาเจอนิตยานั่งรอท่าอยู่ในห้องรับแขก พอตั้งสติได้ถามว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่

“วันนี้เองล่ะจ้ะ ก็น้าเป็นห่วงนี่ รามิลเพิ่งย้ายมารับตำแหน่ง อะไรๆก็คงยังไม่เข้าที่ พอน้าเคลียร์งานที่กรุงเทพฯได้ก็เลยรีบมา จะได้มาช่วยจัดแจงที่นี่ให้ไงจ๊ะ...แล้วนี่ตามิลไปไหนมาจ๊ะ วันนี้วันหยุดไม่ใช่เหรอ”

ทั้งปัทมา ศิราณีและศิวาแอบทำหน้าเซ็งที่นิตยาพูดจาไพเราะเฉพาะอยู่ต่อหน้ารามิลเท่านั้น

“คุณน้าอย่าห่วงไปเลยครับ ผมไม่ได้ไปกับสาวๆ หรอกแต่ไปกับเด็กนักศึกษาไทยที่ท่านทูตเป็นคนแนะนำมาให้ เป็นเด็กเก่งภาษา คล่อง แต่ค่าจ้างถูก”

“เด็กมันคงคิดหาลำไพ่พิเศษล่ะสิ” น้ำเสียงประชด ประชันของนิตยาทำให้รามิลรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาถามว่าเย็นนี้ท่านอยากกินอะไรจะได้ให้ศิราณีทำให้ หรืออยากออกไปหาอะไรกินข้างนอก นิตยามีนัดแล้ว คุณหญิงนิต้าชวนเราสองคนน้าหลานไปกินข้าวที่บ้านของเธอ...

นิโคไลดูแลวายูนอย่างดีถอดรองเท้าเธอออกแล้วเอาน้ำอุ่นมาแช่เท้าให้อีกด้วย เขาเห็นข้อเท้าของเธอเริ่มบวม ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่ยุบ คงต้องไปหาหมอ วายูนไม่มีเงินจ่าย ยิ่งขามาเจ็บอย่างนี้ คงไปรับจ้างเลี้ยงเด็กไม่ได้ ทางนั้นก็คงจะหาพี่เลี้ยงคนใหม่มาแทน ส่วนเงินค่าจ้างที่ได้จากรามิลก็ต้องเก็บเอาไว้ซื้อหนังสือเรียนกับเป็นค่าอาหาร นิโคไลเชื่อว่าถ้าคุณอาของเธอที่เมืองไทยรู้ว่าเธอลำบาก ท่านคงไม่ยอมแน่ๆ

“แต่ท่านจะต้องไม่รู้ ฉันจะไม่รบกวนท่านมากไปกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้แล้ว” วายูนยืนยันหนักแน่น...

คนที่อยู่เมืองไทยซึ่งนิโคไลพูดถึงกำลังบ่นถึงอาการป่วยของตาผินที่นานผิดปกติ แนะนำว่าควรจะไปให้หมอเช็ก ตาผินไม่ยอมไป อ้างไม่ได้เป็นอะไรมากก็แค่โรคคนแก่เท่านั้น พร้อมจิตดึงแขนภักดิ์มาคุยกันตามลำพัง เสนอให้พาคุณพ่อไปหาหมอ ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจะได้รักษาแต่เนิ่นๆ

“แต่คุณก็รู้ว่าคุณพ่อน่ะดื้อจะตาย ลองยืนกรานว่าจะไม่ไปหาหมออย่างนี้ล่ะก็ เราสองคนพูดให้ตายยังไงท่านก็คงไม่ฟัง” ภักดิ์ว่าแล้วถอนใจหนักใจ...

ด้านตาผินทรุดตัวลงนั่งบนเตียงอย่างอ่อนแรง หันไปหยิบรูปถ่ายของวายูนที่ตั้งบนหัวเตียงมาดู

“ตาจะยังไม่ยอมตายง่ายๆหรอก ตาจะรอจนกว่าวาจะเรียนจบรับปริญญาอย่างที่ตาหวังไว้”

ooooooo

ที่บ้านพักรับรองของท่านทูตไทยในกรุงเวียนนา คุณหญิงนิต้าโผกอดนิตยาด้วยความดีใจในที่สุดเธอก็มาถึงที่นี่ได้สักที นิตยาพูดติดตลกว่า

“ดิฉันก็เกือบจะไม่ได้มาเวียนนาแล้วล่ะค่ะ แต่คุณหญิงเกือบจะได้ไปเวียนเมรุดิฉันแทน”

รามิลตกใจเวียนเมรุอะไร ปัทมาจัดแจงจะเล่าเรื่องอุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่นิตยาชิงตัดบทเสียก่อนว่าไม่มีอะไร แค่พูดเล่นกันเท่านั้น แล้วหันไปจิกตาดุใส่ เลขาฯส่วนตัวถึงกับก้มหน้างุด คุณหญิงนิต้าเสียดายวันนี้ท่านทูตไม่อยู่ออกไปกินเลี้ยงข้างนอกก็เลยไม่ได้เจอกัน

“ไม่เป็นไรค่ะ เพราะดิฉันคงอยู่ที่นี่อีกนานและดิฉันก็มีเรื่องที่อยากจะคุยกับคุณหญิงเยอะเชียวค่ะ” นิตยาว่าแล้วมองสบตาคุณหญิงนิต้าอย่างรู้กัน...

อีกมุมหนึ่งในห้องครัว กัญญารัตน์กำลังกำกับแม่ครัวให้เร่งมือกันหน่อย คุณหญิงกับแขกของท่านนั่งโต๊ะอาหารกันแล้ว ปัทมาทำทีจะเข้ามาช่วยแล้วถามว่าจานไหนของคุณรามิล พอแม่ครัวชี้ไปที่จานใบนั้น เธอสั่งให้เหยาะพริกไทยเพิ่มอีกเล็กน้อยเพราะเขาชอบ แม่ครัวทำตามแล้วยกอาหารออกไปเสิร์ฟ ปัทมาจะเดินตาม แต่กัญญารัตน์พูดดักคอขึ้นเสียก่อนว่าอยากจะเป็นหลานสะใภ้คุณนิตยาหรือ เธอหันขวับ

“คงยากหน่อยล่ะค่ะเพราะดูจะมีหลายคนอยากจะได้ตำแหน่งนี้อยู่ โอ๊ะๆๆแต่ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ คุณรามิลไม่ใช่สเปกฉัน สเปกฉันน่ะต้องอย่างคุณปรัชญาเพื่อนของคุณรามิล ถ้าฉันสมหวังกับคุณปรัชญาเมื่อไหร่ ฉันจะเลิกเป็นทาสรับใช้คุณหญิงสักที”

“งั้นเรามาเป็นพันธมิตรกันดีไหมคะ ฉันจะหาทางช่วยให้คุณได้สมหวังกับคุณปรัชญา ส่วนคุณก็ช่วยฉันฝ่าด่านอรหันต์ที่ชื่อนิตยาไปให้ได้ โอเคไหมคะ” ปัทมาว่าแล้วยื่นมือออกไปให้กัญญารัตน์จับ...

หลังมื้อค่ำแสนอร่อย คุณหญิงนิต้าพานิตยาไปที่ห้องพักผ่อนเพื่อจะได้คุยกันตามลำพัง ปล่อยให้รามิลนั่งจิบกาแฟอยู่ที่ห้องรับแขก คุณหญิงนิต้าเล่าประวัติคร่าวๆของวายูนให้เธอฟังว่าเป็นนักศึกษาที่มาเรียนล่ามและภาษาที่มหาวิทยาลัยเวียนนา ฐานะเข้าขั้นแย่ต้องหาเงินใช้จ่ายเองเพราะทางบ้านส่งให้แต่ค่าเล่าเรียน

“ทีแรกดิฉันก็กลัวว่ามันจะมาจับท่านทูตของดิฉัน แต่ตอนนี้ดิฉันคิดว่ามันเบนเข็มไปที่ตามิลแล้ว คุณนิตยาต้องรีบจัดการนะคะ ผู้หญิงยังงี้มันคือปลิงดีๆนี่เองค่ะ ที่พูดเนี่ยไม่ได้เยอะเลยนะคะ”

นิตยาบินด่วนมาที่นี่ก็เพื่อจะมากำจัดปลิงพวกนี้โดยเฉพาะ ถ้านังนักศึกษานั่นไม่ยอมรามือจากหลานชายของเธอ รับรองได้เห็นดีกันแน่...

ขณะที่คุณหญิงนิต้าจับมือกับนิตยาวางแผนเล่นงานวายูน นิโคไลเป็นห่วงอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าของ วายูนมาก ค้นดูในตู้ยาจะหายาแก้ปวดให้กินแต่ไม่มียาอะไรสักอย่าง เขาจะกลับไปเอาที่ห้องพักของตัวเองมาให้ เธอไม่อยากให้เขาต้องนั่งรถเทียวไปเทียวมา โกหกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก พรุ่งนี้ก็คงทุเลา บอกให้เขากลับบ้านได้แล้ว เดี๋ยวรถรางหมดจะลำบาก เขาไม่อยากทิ้งเธอไว้คนเดียว ยิ่งได้รู้ว่าคืนนี้ไฮดี้ไปค้างกับคาร์ลก็ยิ่งเป็นห่วง เธอยืนยันว่าอยู่เองได้ เขาจึงจำใจกลับ

ooooooo

เช้าวันนี้ รามิลพยายามโทร.หาวายูนหลายครั้งแต่ไม่มีใครรับสาย เริ่มเป็นกังวลว่าเธอจะบาดเจ็บมาก ถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อจึงโทร.ไปขอให้เจ้าหน้าที่ที่สถานทูตไทยช่วยค้นที่อยู่ของวายูนให้ อ้างท่านทูตให้เขาช่วยดูแลเธอ พอได้ที่อยู่ก็รีบตรงไปที่นั่นทันที

นิโคไลเองก็เป็นห่วงวายูนไม่แพ้กัน รีบเร่งฝีเท้ามาถึงตึกที่วายูนพักก่อนรามิล แต่เจอเจ้าของตึกกำลังขนของพะรุงพะรัง ทีแรกเขาจะไม่ช่วยเพราะจะรีบไปหาหญิงในดวงใจ แต่ด้วยความเป็นคนดีมีน้ำใจ เขาจึงเข้าไปช่วยเธอถือของ พอเขากับเจ้าของตึกคล้อยหลัง ศัตรูหัวใจของเขาก็ก้าวเข้ามาในตึก

วายูนแปลกใจมากที่เปิดประตูมาเจอรามิลยืนอยู่ รู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ที่นี่ เขาได้ที่อยู่เธอจากสถานทูตไทย แล้วถามว่าข้อเท้าเป็นอย่างไรบ้าง เธอโกหกว่าไม่เป็นอะไร แต่เขาไม่เชื่อผลักประตูจะเข้าไปขอดู วายูนตกใจผงะจะล้ม รามิลคว้าตัวไว้ทัน ค่อยๆพยุงเธอมานั่ง รู้สึกได้ทันทีว่าเธอตัวร้อน รีบไปเอาผ้าชุบน้ำจะมาเช็ดตัวให้ เธอขยับหนีอย่างคนหวงตัว

“อยู่เฉยๆสิคุณ ผมจะเช็ดตัวเพื่อช่วยลดไข้ให้คุณ...ผมว่าข้อเท้าคุณคงอักเสบน่ะเลยทำให้เป็นไข้ นี่ถ้าเช็ดตัวแล้วไข้ไม่ลดลง ผมจะพาคุณไปหาหมอ”

หญิงสาวไม่ยอมไป เพราะไม่มีเงินค่ารักษา เงินค่าจ้างพาเที่ยวที่ได้จากเขาเมื่อวานต้องเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายอย่างอื่น รามิลอาสาจะออกให้ เธอก็ไม่ยอมเขาเสนอจะให้เงินค่าจ้างนำเที่ยวล่วงหน้า เธอก็ไม่เอา ไม่อยากให้เขาสูญเงินเปล่าๆ เธอเองยังไม่รู้เลยว่าจะพาเขาเที่ยวได้อีกไหม เขาไม่สนใจกับเงินจิ๊บจ๊อยแค่นั้น

“สำหรับคุณมันอาจจะเป็นเงินแค่นั้น แต่สำหรับดิฉัน มันเป็นเงินยังชีพ”

รามิลขอโทษที่พูดโดยไม่คิด เธอไม่อยากได้คำขอโทษ แค่ให้เขาเข้าใจก็พอ รามิลพยักหน้าเป็นเชิงว่าเข้าใจ แล้วขอดูข้อเท้าของเธอหน่อย ฝ่ายนิโคไลมาถึงห้องพักของวายูนเห็นประตูแง้มอยู่ก็ตกใจนึกว่าถูกคนร้ายบุกรุก พรวดพราดเข้าไป เห็นรามิลกำลังจับขาวายูนอยู่ เข้าใจผิดคิดว่าเขาจะลวนลาม จนเกือบจะมีเรื่องกัน โชคดีที่วายูนห้ามไว้ทัน และอธิบายว่ารามิลไม่ได้จะทำอะไรเธอ แค่ขอดูข้อเท้าเธอเท่านั้น

นิโคไลรู้สึกผิดที่เข้าใจรามิลไปในทางไม่ดี แต่ไม่ยอมขอโทษ เลขาฯทูตหนุ่มแนะให้วายูนไปหาหมอ แต่เธอดื้อดึงไม่ยอมไป แถมไล่ทั้งคู่กลับไปได้แล้ว เธออยากอยู่คนเดียว สองหนุ่มนิ่งเฉยไม่มีใครขยับ วายูนต้องดันหลังทั้งคู่ออกจากห้องก่อนจะปิดประตูล็อกกลอน รามิลอดถามนิโคไลไม่ได้ว่าวายูนรู้ไหมว่าเขารักเธอ

“ไม่ใช่เรื่องของคุณ”

“งั้นเรื่องของผมกับวายูนก็ไม่ใช่เรื่องของคุณเหมือนกัน” พูดจบรามิลเดินจากไป นิโคไลมองตามแค้นใจ

ครู่ต่อมา รามิลกลับถึงบ้านพัก ศิราณีเข้ามารายงานว่านิตยาให้ศิวาขับรถไปส่งบ้านคุณหญิงนิต้า ถ้าเขาจะออกไปไหนอีกเธอจะได้โทร.ไปตามศิวาให้ รามิลไม่ออกไปไหนอีกแล้ว แล้วขยับจะเข้าห้อง

“อ้อ อีกเรื่องหนึ่งค่ะ ณีขอออกไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เกตหน่อยนะคะ ก็คุณนิตยาเล่นมาปุบปับไม่บอกไม่กล่าวล่วงหน้า ณีไม่ได้เตรียมของใช้ในบ้านไว้เผื่อเลย”

“ไปเถอะ” รามิลว่าแล้วเดินเข้าห้อง

ooooooo

นิตยาตั้งใจจะกำจัดวายูนให้พ้นทางจึงขอให้คุณหญิงนิต้าหาที่อยู่ของเธอให้ ทันทีที่ได้มันมา เธอและคุณหญิงนิต้ารวมทั้งปัทมาและกัญญารัตน์รีบตรงไปที่นั่น ปัทมาเห็นสภาพของตัวตึกที่พักของวายูน ถึงกับออกปากว่ากระจอกมาก คุณหญิงนิต้าเห็นด้วย ไม่อย่างนั้นนังนี่จะคิดจับรามิลหรือ

“คุณนิตยาคิดจะตัดไฟแต่ต้นลมอย่างนี้ถูกต้องที่สุดแล้วค่ะ แล้วนี่คุณนิตยาจะเอายังไงต่อคะเนี่ย”

คนถูกถามไม่ยอมตอบอะไร เดินลิ่วเข้าไปในตัวตึก คุณหญิงนิต้า ปัทมาและกัญญารัตน์รีบเดินตาม...

ฝ่ายศิราณีกำลังเปิดประตูรั้วบ้านพักของรามิล ออกมาตอนที่มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น เธอรีบรับสาย

“ศิวาเหรอ เออๆๆ คุณรามิลกลับมาบ้านแล้วบอกว่าจะไม่ออกไปไหนอีก แกก็คอยขับรถรับใช้คุณนิตยาทั้งวันไปเลย”

ศิราณีมัวแต่คุยโทรศัพท์ลืมล็อกประตูรั้ว เพียงเพ็ญรอจนเธอเดินลับสายตาก็ออกจากที่ซ่อน “คุณรามิลอยู่บ้านคนเดียว โชคเข้าข้างฉันแล้ว” ว่าแล้วเธอยิ้มเจ้าเล่ห์...

ขณะที่เพียงเพ็ญหวังจะเผด็จศึกรามิลให้รู้แล้วรู้รอด นิตยาเดินนำคุณหญิงนิต้า ปัทมาและกัญญารัตน์เข้าไปเผชิญหน้ากับวายูนถึงในห้องพัก แสดงท่าทีชัดเจนไม่ต้องการให้เธอมายุ่งเกี่ยวกับหลานชายของตนเองอีก แถมยังแกล้งเทน้ำราดโน้ตบุ๊กของเธอ แล้วพากันกลับออกไป ระหว่างลงบันไดมาจากห้องพักของวายูน คุณหญิงนิต้าชมนิตยาไม่หยุดปากว่าเก่งมาก นังนักศึกษานั่นคงไม่กล้ารับจ้างพารามิลไปเที่ยวไหนอีกแล้ว

“ดิฉันก็หวังอย่างนั้นค่ะ แต่ถ้ามันยังจะกล้า นังเด็กนั่นก็จะได้รู้จักดิฉันดียิ่งกว่านี้”

กัญญารัตน์ซึ่งเดินตามหลังมากับปัทมารู้สึกสยองขวัญอย่างบอกไม่ถูก กระซิบถามปัทมาว่าจะรับมือนิตยาไหวหรือ เธอเองก็หวั่นใจไม่น้อยแต่ก็ต้องลองดูกันสักตั้ง เพื่อตำแหน่งคุณหญิงทูตในอนาคต...

ทางด้านเพียงเพ็ญเห็นหลังรามิลไวๆ รีบเดินตามจนกระทั่งถึงห้องห้องหนึ่งเปิดประตูเข้าไปเจอรูปถ่ายของเขาตั้งอยู่ มั่นใจว่านี่คือห้องนอนของเขา พลันมีเสียงคนเดินออกจากห้องน้ำ หันขวับไปดูต้องตกใจปนผิดหวังเมื่อเห็นดามพ์ยืนอยู่ เขาเห็นสีหน้าของเธอก็ยิ้มชอบใจ

“ขอโทษนะครับที่ทำให้คุณผิดหวัง”

“แล้วนี่คุณเข้ามานอนในห้องนอนคุณรามิลทำไม”

“ก็เมื่อคืนผมเมามาก จำทางกลับโรงแรมไม่ได้เลยมาค้างที่นี่แทน แล้วคุณล่ะครับมาทำอะไรในห้องมัน อย่าบอกนะว่าจะมาปล้ำมันอ่ะ” ดามพ์หัวเราะชอบใจ เพียงเพ็ญเสียหน้าที่เขารู้ทันรีบเดินหนี พลางบ่นอุบ

“เกือบไปแล้วไหมล่ะ บ้าจริง แล้วนี่คุณรามิลหายไปไหนเนี่ย” พูดไม่ทันขาดคำ รามิลเปิดประตูห้องทำงานออกมาเห็นเพียงเพ็ญ ก็ร้องทักด้วยความแปลกใจ เธอรีบขอโทษเขาที่ถือวิสาสะเข้ามาในนี้ ทีแรกเธอจะกดออดแต่เห็นประตูรั้วเปิดอยู่ รามิลสงสัยว่าเธอมาหาเขามีธุระอะไรหรือเปล่า

เพียงเพ็ญเพิ่งมาถึงกรุงเวียนนาก็เลยจะแวะมาทักทายรามิลซึ่งคงจะไม่ทราบว่านิตยาเป็นคนให้ทุนเธอมาเรียนต่อปริญญาเอกที่นี่ ดังนั้นในฐานะที่เขาเป็นหลานชายของผู้มีพระคุณของเธอ ถ้าเขามีอะไรจะให้เธอรับใช้ บอกได้เลยไม่ต้องเกรงใจ

“แล้วคุณเพียงเพ็ญไม่ทราบหรือครับว่าคุณน้าก็มาที่นี่เหมือนกัน”

เพียงเพ็ญแอบบ่นในใจอย่างเซ็งจัด “เฮ้อ หาโอกาสเจอกับคุณรามิลตามลำพังนี่มันยากจริงๆ แล้วนี่นังคุณนิตยายังมาอยู่ที่เวียนนาอีกเหรอเนี่ย แต่ฉันจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก คนอย่างเพียงเพ็ญไม่มีวันแพ้”...

ด้านวายูนลองเช็กการทำงานของโน้ตบุ๊กพบว่าเครื่องช็อตไปเรียบร้อย ไฮดี้เปิดประตูห้องพักเข้ามาเห็นข้อเท้าเพื่อนรักมีผ้าพันอยู่ก็ร้องถามว่าขาเป็นอะไร เธอข้อเท้าพลิกแต่ไม่เป็นอะไรมาก อีกวันสองวันก็หาย

“แล้วนั่นกำลังจะทำรายงานส่งอาจารย์เหรอ”

วายูนส่ายหน้าไม่ได้ทำเพราะโน้ตบุ๊กเสีย ไฮดี้ตั้งข้อสังเกตว่าเหมือนมันจะช็อต คงต้องส่งซ่อม แต่ค่าซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าแพงมาก ยังดีที่วายูนมีจ๊อบทำ ได้ข่าวว่านักการทูตคนนั้นจ่ายค่าจ้างดีไม่ใช่หรือ

“ดี แต่ฉันคงไม่พาเขาไปเที่ยวอีกแล้วล่ะ” วายูน บอกแค่นั้นแล้วไม่พูดอะไรอีก

ooooooo

รักเร่

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด