นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักเร่

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ร่วม 10 เดือนแล้วที่วายูนทั้งเลี้ยงลูกไปด้วยเรียนหนังสือไปด้วย แม้จะหนักหนาสาหัสแต่ก็ไม่ย่อท้อ วันนี้เธอต้องไปมหาวิทยาลัยเพื่อฟังผลสอบ นิโคไลมาช่วยดูแลลีล่าให้เหมือนเช่นเคย และยังช่วยเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านที่รกๆ รวมทั้งเก็บเสื้อผ้าทั้งของเธอและของลีล่าไปซักให้เรียบร้อย

    วายูนกลับเข้ามาเห็นนิโคไลนั่งหลับโดยมีลีล่าหลับคาอกก็อดสะท้อนใจไม่ได้ ถ้าคนที่นั่งหลับกับลูกเป็นรามิลคงจะดีไม่น้อย เธอสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป สักพักนิโคไลก็รู้สึกตัวตื่น วายูนจะเข้าไปอุ้มลูก แต่เขาไม่ยอมให้ บอกให้เธอพักให้หายเหนื่อยก่อน เพิ่งกลับมาจากข้างนอก

    “ฉันแค่ไปดูเกรดที่มหาวิทยาลัย แต่คุณสิ ล้างขวดนมซักผ้า ทำงานบ้านสารพัดแล้วไหนยังจะเลี้ยงลีล่าอีก คุณต่างหากที่น่าจะเหนื่อยกว่าฉันหลายเท่า”

    นิโคไลส่ายหน้า ถึงจะเหนื่อยแต่มีความสุข ลีล่าเลี้ยงง่ายกินอิ่มก็หลับไม่ร้องไห้โยเยเหมือนเด็กที่เขาเคยเห็น วายูนประชดประชันตัวเองอย่างเศร้าๆแกคงรู้ว่าแกมีแม่คนเดียวไม่มีพ่อก็เลยทำตัวเป็นเด็กเลี้ยงง่าย นิโคไลเสนอตัว ถ้าเธอต้องการให้มีพ่อเขาพร้อมทุกเมื่อ วายูนนิ่งเงียบทันที ดูเหมือนเขาจะอ่านใจเธอออกรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ถามว่าเกรดของเธอเป็นอย่างไรบ้าง วายูนฉีกยิ้มกว้าง

    “ฉันได้เอทั้งสองวิชาค่ะนิโคไลและถ้าอีกสองวิชาที่เหลือได้เอเหมือนกัน ฉันก็จะได้เกียรตินิยม แต่น่าเสียดาย คุณปู่ฉันไม่ได้อยู่เห็นความสำเร็จของฉันแล้ว” สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเศร้าอีกครั้ง

    “แต่คุณอาทั้งสองของคุณก็ยังได้เห็นนี่วายูน”...

    เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่นิโคไลว่า อยู่ๆภักดิ์เกิดเป็นลมล้มฟุบขณะกำลังช่วยพร้อมจิตเช็กของเตรียมส่งให้ลูกค้า เธอกับพริ้งต้องช่วยกันพาไปส่งโรงพยาบาล หมอต้องนำตัวเขาเข้าห้องผ่าตัด ผ่านไปเกือบสี่ชั่วโมงหมอถึงออกมาบอกกับญาติว่าคนไข้เส้นโลหิตในสมองแตก หมอผ่าตัดเพื่อลดความดันในสมองให้แล้ว

    “ตอนนี้คนไข้เลยอาการคงที่อยู่ครับ แต่ก็ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง”

    พร้อมจิตถึงกับเข่าอ่อน พริ้งต้องช่วยประคองไปนั่ง หมอแนะให้ญาติกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อน ตอนนี้หมอยังไม่อนุญาตให้เยี่ยมไข้ ทันทีที่กลับถึงบ้าน พร้อมจิตเข้าไปในห้องพระสวดมนต์ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และต่อหน้ารูปถ่ายของปู่ผิน ย่า รวมทั้งพ่อและแม่ของวายูนให้ช่วยคุ้มครองให้ภักดิ์ปลอดภัย...

    ขณะที่อาการป่วยของภักดิ์ยังไม่รู้จะออกหัวหรือก้อย วายูนซึ่งอยู่ในเวียนนาเปิดสมุดบัญชีเห็นยอดเงินคงเหลือแล้วใจคอไม่ดี เงินที่ได้จากช่วยพ่อแม่ของไฮดี้เก็บองุ่นเหลืออยู่ไม่เท่าไหร่ เนื่องจากเลี้ยงเด็กค่าใช้จ่ายสูงมาก เธอได้แต่ถอนใจหนักใจ

    ooooooo

    บ่ายวันรุ่งขึ้น นิโคไลแปลกใจที่เห็นวายูนกลับมาในสภาพแต่งหน้าแบบจัดเต็ม ถามว่าไปทำอะไรมา เธอไปรับจ๊อบถ่ายแบบให้กับห้องเสื้อแถวนี้ เห็นทางนั้นปิดประกาศรับสมัครนางแบบก็เลยลองดู

    “แล้วอาทิตย์หน้าเขาให้ไปรับเงินค่าจ้างที่ร้านได้เลย”

    “โธ่ ทั้งเรียนทั้งเลี้ยงลูก คุณก็เหนื่อยจะแย่แล้วนะวายูน แล้วนี่คุณยังจะทำจ๊อบอีกเหรอ”

    “ก็แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวแหละนิโคไล ค่าจ้างมันก็ดีด้วยล่ะ แล้วงานอะไรที่เป็นงานสุจริต ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนฉันก็ไม่เกี่ยงหรอก ฉันทำทุกอย่างได้เพื่อลูก”...

    ขณะนิตยานั่งกินมื้อค่ำกับรามิลที่บ้านพัก นึกอะไรขึ้นมาได้หันไปถามหลานชายสุดเลิฟว่าอาทิตย์หน้า เขากับท่านทูตจะต้องบินกลับไปประชุมที่เมืองไทยใช่ไหม

    “ครับ แต่ก็ไปกันแค่ 3-4 วันเท่านั้นเองล่ะครับเพราะต้องรีบกลับมาประชุมที่นี่ต่อ คุณน้าจะกลับไปพร้อมกันไหมครับ”

    “ไม่ล่ะ เพราะน้ามีนัดคุยกับเจ้าของโรงแรมที่เวียนนานี่ 2-3 ราย ถ้าตกลงกับรายไหนได้ เขาก็จะเปิดโรงแรมสาขาที่เมืองไทย โดยให้เราเป็นคนดูแลดำเนินกิจการ เอ้อ...ไหนๆรามิลก็จะกลับเมืองไทยแล้ว น้าว่ารามิลไปหาซื้อของไปฝากคุณหญิงจุลด้วยนะจ๊ะ”

    ooooooo

    วายูนก้าวเข้าไปในห้องเสื้อที่จ้างเธอเป็นนางแบบได้สักพัก รามิลเดินเลี้ยวมาจากอีกทางหนึ่งของถนน กวาดตามองหาของที่จะเอาไปฝากจุลมณีตามคำสั่งของนิตยา กระทั่งเดินมาถึงห้องเสื้อที่วายูนเพิ่งเดินเข้าไป เห็นมีเครื่องประดับของผู้หญิงหลากหลายแบบวางโชว์อยู่ที่หน้าร้านก็หยุดมองอย่างสนใจ

    เจ้าของห้องเสื้อติดใจวายูนมาก ถ้ามีคอลเลกชั่นใหม่จะ โทร.ตามเธอมาเดินแบบให้อีก วายูนพยักหน้ารับคำ เอาเงินค่าจ้างใส่กระเป๋าแล้วเดินออกจากร้าน โดยไม่เห็นรามิลที่เดินสวนเข้ามาเพราะตรงนั้นมีราวเสื้อบังอยู่ เขาเดินไปเลือกดูสินค้าโดยมีเจ้าของห้องเสื้อเข้ามาต้อนรับ รามิลยิ้มให้แล้วเดินดูข้าวของต่อไป แต่แล้วสายตาเหลือบไปเห็นแค็ตตาล็อกโชว์แบบเสื้อของร้านวางอยู่ก็หยิบขึ้นมาดู ถึงกับตะลึงที่นางแบบในภาพก็คือวายูนนั่นเอง รีบเอาแค็ตตาล็อกไปถามเจ้าของห้องเสื้อ

    “นางแบบในแค็ตตาล็อกนี่ชื่อวายูนใช่ไหมครับ”

    “ใช่ คุณรู้จักเธอเหรอ เธอเพิ่งเดินออกไปจากร้านเมื่อครู่นี้เอง ถ้าคุณวิ่งตามไปก็อาจจะทันนะ”

    รามิลวิ่งออกจากร้าน ชะเง้อคอมองหาไม่เห็นเธอแม้แต่เงา รีบกลับเข้าไปขอเบอร์ติดต่อวายูนจากเจ้าของห้องเสื้อ อ้างว่าตนเองเป็นเลขาฯของสถานทูตไทยที่เวียนนา ส่วนวายูนเป็นนักศึกษาไทยที่มาเรียนที่นี่

    “แต่เอกสารเก็บประวัติของเธอมันสูญหายไปน่ะครับ ทางสถานทูตเราเลยติดต่อเธอไม่ได้”

    เจ้าของห้องเสื้อเดินไปหยิบเบอร์ติดต่อของวายูนมาให้ นักการทูตหนุ่มไม่รอช้า รีบโทร.หาเธอทันที

    “วายูน นี่ผมเองนะ”

    หญิงสาวตกใจที่ได้ยินเสียงเขา ตัดสายทิ้ง รามิลพยายามโทร.หาอีก คราวนี้เธอปิดเครื่องหนี การได้ยินเสียงของเขาครั้งนี้ทำให้เธอว้าวุ่นใจมากจนต้องร้องไห้ออกมา ครั้นกลับถึงห้องพัก นิโคไลเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของเธอ ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เจ้าของห้องเสื้อไม่ให้เงินหรือ วายูนส่ายหน้า หยิบเงินออกมาวางบนโต๊ะ

    “โห...เขาให้เยอะนี่แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับคุณ ทำไมคุณท่าทางไม่สบายใจอย่างนี้”

    “วันนี้...เขา...โทร.มา แต่ฉันไม่ได้พูดอะไรกับเขาหรอกนะและก็ไม่คิดจะพูดด้วยเรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว...ไหนๆวันนี้ก็มีเงินแล้ว เราไปซื้อของกันดีกว่านิโคไล”

    ครู่ต่อมา นิโคไลกับวายูนเข็นรถเข็นเด็กซึ่งมีลีล่านอนอยู่เอาไปฝากคนเฝ้าหน้าร้านขายของชำซึ่งคุ้นเคยกันอย่างดีโดยไม่รู้ว่าเพียงเพ็ญยืนมองอยู่อีกมุมหนึ่งรอจนทั้งคู่เข้าไปข้างใน จึงเดินมาที่รถเข็นเด็กเห็นลีล่าหน้าตาน่ารักน่าชังนอนยิ้มอยู่ คนเฝ้าถามว่ารู้จักแม่เด็กหรือ เธอพยักหน้ารับคำ โกหกว่าเป็นเพื่อนนักศึกษากับวายูนแต่ไม่ได้เจอกันนานแล้วเลยไม่รู้ว่ามีลูก

    “แล้วฝรั่งรัสเซียคนนั้น เป็นพ่อเด็กหรือจ๊ะ”

    “เปล่าหรอกคุณ พ่อเด็กน่ะเป็นคนไทยด้วยกัน แต่เห็นเขาว่าเลิกกัน วายูนเขาเป็นซิงเกิ้ลมัม เลี้ยงลูกตัวคนเดียวอย่างลำบากเลือดตาแทบกระเด็นเชียวล่ะ เพราะยังเรียนหนังสืออยู่ด้วยก็คุณไม่เห็นหรือว่าวายูนผอมจนเหลือแต่กระดูกแล้ว รับจ๊อบหาเงินมาได้เท่าไหร่ให้ลูกกินลูกใช้หมดเลย”

    “อ้าว แล้วฝรั่งรัสเซียคนนั้นไม่ใช่พ่อเลี้ยงเด็กหรอกเหรอ”

    คนเฝ้าส่ายหน้า ทั้งคู่เป็นแค่เพื่อนกันแต่ก็ช่วยเหลือกันยามทุกข์ยากมาตลอด เพียงเพ็ญถึงกับอึ้ง...

    หลังจากถ่ายทอดเรื่องของวายูนให้ดามพ์ฟัง เพียงเพ็ญชักสงสัยว่ารามิลอาจเป็นพ่อของลูกของวายูน

    “ก็ไหนคุณว่าวายูนเคยพูดว่าเธอไปเอาเด็กออกแล้วไง”

    “ก็ถ้าเธอไม่ได้เอาเด็กออกจริงอย่างที่พูดล่ะ ถ้าเธอยังเก็บเด็กไว้เพราะเด็กที่ฉันเห็นก็หน้าตาเหมือน แล้วถ้านับเดือนดูแล้วล่ะก็ฉันคิดว่าเด็กนั่นต้องเป็นลูกของคุณรามิลแน่ๆ...ถ้าเป็นลูกของคุณรามิลจริงๆและวายูนก็อดทนเลี้ยงลูกมาอย่างลำบากโดยไม่เรียกร้องขอรับเงินจากคุณรามิลหรือคุณนิตยาเลยสักบาทเดียว ฉันก็คิดว่า ฉันคงจะมองผู้หญิงคนนี้ผิดไปจริงๆ” เพียงเพ็ญเริ่มรู้สึกสงสารวายูนขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว...

    ด้านรามิลยังไม่ละความพยายามโทร.หาวายูนไม่หยุด แต่ไม่สามารถติดต่อได้

    ooooooo

    เพียงเพ็ญมาที่บ้านพักของรามิลแต่เช้า รอจนเขาไปทำงานแล้วถึงได้เข้าไปพบนิตยาเพื่อบอกเรื่องที่สงสัยว่าลูกของวายูนจะเป็นลูกของรามิลเพราะหน้าเหมือนกันราวกับโขกออกมา นิตยากลับมั่นใจว่าเด็กนั่นไม่ใช่ลูกของรามิล เพราะถ้าใช่วายูนคงไม่ยอมรามือจากเขาแน่ๆ

    “แล้วคุณนิตอยากจะพิสูจน์ไหมล่ะคะว่าเด็กนั่นเป็นลูกของคุณรามิลหรือเปล่า ง่ายนิดเดียวค่ะ ตรวจดีเอ็นเอกัน” คำพูดของเพียงเพ็ญทำเอานิตยาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ

    “เอายังงี้ จะเป็นการดีมากถ้าเธอจะไม่บอกเรื่องลูกของวายูนให้รามิลรู้ ฉันอยากให้เรื่องนี้เป็นความลับตลอดไป ถ้าเธอทำได้ ฉันจะออกทุนวิจัยให้เธอเอง ตกลงไหม”

    เพียงเพ็ญไม่ตอบได้แต่ยิ้มๆ ในเมื่อวายูนไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับรามิลและเขาเองก็ไม่เคยรู้ว่ามีลูกคนนี้อยู่แล้วเรื่องอะไรที่เธอจะต้องไปสาระแนกับเรื่องของคนอื่นด้วย ตัดสินใจรับข้อเสนอของนิตยา

    ooooooo

    ในที่สุดวายูนก็เรียนจบและได้เกียรตินิยมอีกด้วยแม้จะจบช้ากว่าคนอื่นไปบ้างก็ตาม ทั้งคาร์ลและไฮดี้ ชวนกันดื่มฉลองให้กับความสำเร็จของเธอ วายูนขอบคุณทุกคนมาก ถ้าไม่มีทุกคนเธอคงไม่มีวันนี้

    “เอ้า งั้นก็ต้องมาชนแก้วฉลองกันหน่อย” คาร์ล ชูแก้วขึ้น ไฮดี้กับวายูนทำท่าจะชนแก้วด้วยแต่นิโคไลร้อง ห้ามไว้ขอให้ฟังข่าวดีจากเขาก่อน ทุกคนตื่นเต้นกันใหญ่ข่าวดีอะไร

    “เขาตอบรับฉันเข้าทำงานเป็นล่ามที่ยูเอ็นที่เวียนนานี่แล้ว”

    วายูน ไฮดี้และคาร์ลส่งเสียงเฮลั่น ต่างชนแก้วกันอย่างมีความสุข...

    ขณะที่วายูนกำลังฉลองกับเพื่อนๆอย่างสนุกสนานอยู่ที่เวียนนา ภักดิ์ซึ่งนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ ค่อยลืมตาขึ้น พร้อมจิตดีใจมากที่เขาฟื้นปราดเข้าไปเกาะข้างเตียงถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขาไม่ยินดียินร้ายอะไรด้วย ได้แต่นอนตาลอย เธอใจคอไม่ดี รีบไปถามหมอเจ้าของไข้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสามีของเธอ หมออธิบายว่าอาการที่เธอเห็นเป็นอาการปกติของคนไข้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดสมอง

    “แล้วคุณภักดิ์จะกลับมาเป็นปกติได้หรือเปล่าคะหมอ”

    “คงต้องใช้เวลาน่ะครับ คุณพร้อมคงต้องเข้มแข็งและอดทน ผมจะดูแลคุณภักดิ์อย่างดีที่สุดครับ”

    พร้อมจิตแทบไม่มีแรงเดินออกจากห้องหมอ น้ำตาจากไหนไม่รู้ไหลอาบแก้ม จังหวะนั้นวายูนโทร.มาแจ้งข่าวดีว่าตนเองเรียนจบแล้ว พร้อมจิตดีใจกับหลานด้วย วายูนจับน้ำเสียงได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมทำเสียงเนื่อยๆแบบนั้น พร้อมจิตกลั้นน้ำตาไม่ไหวปล่อยโฮลั่น บอกว่าภักดิ์เส้นเลือดในสมองแตก ตอนนี้ต้องนอนแบ็บอยู่ในห้องไอซียู

    “คุณอาทำใจดีๆไว้ก่อนนะคะ วาจะรีบกลับเมืองไทยให้เร็วที่สุดค่ะ” วายูนวางสายสีหน้าเป็นกังวล แล้วลีล่าก็ส่งเสียงร้องดังขึ้นมา เธอหันมองลูกและนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งนอกจากเรื่องเรียนจบที่ต้องกลับไปบอกคุณอาทั้งสองท่านด้วยตัวเอง

    ooooooo

    นิโคไลใจหายเมื่อเห็นวายูนจะเดินทางกลับเมืองไทยพร้อมกับลูก เขาแนะให้ทิ้งลีล่าไว้ให้เขาเลี้ยงที่นี่ไม่ดีกว่าหรือ เห็นไฮดี้รับปากจะมาช่วยเลี้ยงอีกแรงหนึ่ง วายูนส่ายหน้า

    “ขอบคุณมากนะนิโคไล แต่ไม่ดีกว่า ฉันจะไม่ยอมอยู่ห่างจากลูกเป็นอันขาดและฉันก็คิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่ฉันจะต้องบอกความจริงเรื่องลีล่ากับคุณอาสักที”

    ชายหนุ่มกลัววายูนไปแล้วไปลับไม่กลับมาที่นี่อีก คว้าตัวเธอมากอดไว้ “ผมอยู่ที่นี่กับคุณมาตั้งหลายปีไม่เคยห่างเลย อยู่ๆคุณก็จะกลับเมืองไทย ผมรู้สึกใจหายยังไงไม่รู้” นิโคไลห้ามใจตัวเองไม่อยู่สารภาพความในใจ ออกมา “ผมรักคุณนะวายูน ผมรักคุณ”

    คนถูกกอดได้แต่ยืนอึ้ง นิโคไลรู้สึกตัวว่าเธอไม่ได้กอดตอบใดๆทั้งสิ้น รีบดันตัวออกห่าง ขอโทษที่ลืมตัวไปหน่อย เขามันบ้าไปเอง เธอขอร้องเขาอย่าด่าว่า

    ตัวเอง เธอต่างหากที่บ้าเพราะตัดสินใจอะไรไม่ได้ ขอเวลาเธออีกสักนิด เธอรู้แก่ใจดีกว่าเขารักเธอมากแค่ไหน

    “แต่หัวใจฉันมันยังเจ็บปวดไม่หาย ฉันเลยยังไม่อยากรับรักคุณตอนนี้ เพราะมันไม่ยุติธรรมกับคุณเลย”

    “ผมรู้...แค่คุณไม่โกรธ ผมก็ดีใจแล้ว สัญญานะว่าคุณจะกลับมาที่นี่อีก” นิโคไลจับมือวายูนไว้ เธอสัญญาจะกลับมาแน่นอน สองคนมองสบตากันอย่างเข้าใจซึ่งกันและกัน...

    รามิลเองก็เตรียมจะกลับเมืองไทยเช่นกัน นิตยาเข้ามาเตือนอย่าลืมบอกจงกลนีด้วยว่าเธอติดงานที่นี่ ก็เลยกลับไปกราบสวัสดีไม่ได้ และกำชับไม่ให้ลืมของฝากของจุลมณี

    “ไม่ลืมครับคุณน้า”

    “เดินทางปลอดภัยนะจ๊ะหลานรัก” นิตยายืนส่งรามิลจนลับสายตา...

    เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้ง วายูนกับลูกขึ้นเครื่องบินกลับเมืองไทยลำเดียวกับรามิล แต่กลับไม่เห็นกัน

    ooooooo

    พร้อมจิตนั่งดูอัลบั้มรูปครอบครัวที่มีทั้งปู่ผิน พ่อกับแม่ของวายูน ตัวเธอเองและภักดิ์ด้วยสีหน้าเศร้า พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในสมองของเธอ ตอนนั้น เธอกับภักดิ์เพิ่งกลับจากส่งวายูนที่สนามบิน

    “ใจหายนะคุณ ยายวาไม่อยู่สักคนบ้านเงียบไปเลย” ภักดิ์บ่นเสียงเศร้า

    “ยายวาไปเรียนแค่ไม่กี่ปี เดี๋ยวเดียวก็กลับแล้วล่ะ”

    ภักดิ์พยักหน้ารับคำ อยู่ๆก็มีอาการวูบไปเล็กน้อย “เอ๊...แปลกจังนะ ผมเป็นอะไรหน้ามืดบ่อยๆ คุณ...ถ้าเกิดผมเป็นอะไรไปก่อนยายวาจะกลับมา ผมฝากหลานด้วยนะ”

    “คุณพูดอะไรอย่างนั้นคะ โบราณเขาถือ”

    ยิ่งคิดถึงเรื่องในอดีตพร้อมจิตก็ยิ่งเศร้า เหม่อมองออกไปทางหน้าบ้านเห็นวายูนอุ้มเด็กน้อยคนหนึ่งเข้ามา ท่านคิดว่าตัวเองตาฝาดจนกระทั่งหลานสาวเข้ามาใกล้ถึงได้มั่นใจว่าเป็นเธอจริงๆ สองอาหลานต่างดีใจน้ำตาคลอ วายูนอยากจะกอดท่านใจจะขาดแต่ติดอุ้มลีล่าอยู่ ท่านมองสงสัยว่าเธออุ้มเด็กที่ไหนมาด้วย ลีล่าเหมือนจะรู้ว่าท่านเป็นใครโผเข้าหา พร้อมจิตรับเด็กน้อยมาอุ้มอย่างงงๆ พอลูกพ้นอก วายูนกราบเท้าท่านทันที

    “ลูกสาวของวาเองค่ะคุณอา วากราบขอโทษคุณอาในเรื่องที่เกิดขึ้น และวาจะไม่โทษใครนอกจากตัวเอง”

    “พ่อเด็กคือใครจ๊ะ”

    “ไม่มีค่ะคุณอา ลีล่าเป็นลูกของวาคนเดียว”

    พร้อมจิตถอนใจหนักใจก่อนจะดึงหลานรักมากอดไว้แนบอก ตัดพ้อว่าเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่บอกกันสักคำ เธอไม่อยากให้ท่านกับคุณปู่ผิดหวังในตัวเธอ

    “อาไม่เคยผิดหวังในตัววาเลย...วารักผู้ชายคนนั้นไหม ครั้งนี้อย่าโกหกอานะลูก”

    “รักเขามากค่ะ” พูดได้แค่นั้นวายูนก็ปล่อยโฮ หลังจากร้องไห้จนสาแก่ใจ วายูนปาดน้ำตาทิ้ง หันไปถามพร้อมจิตว่าอาภักดิ์เป็นอย่างไรบ้าง ท่านหน้าเครียดขึ้นมาทันที...

    พร้อมจิต พริ้งกับวายูนและลีล่าต่างขึ้นลิฟต์เพื่อจะไปเยี่ยมภักดิ์ที่ห้องไอซียู ขณะประตูลิฟต์กำลังปิด

    รามิลมาถึงโถงหน้าลิฟต์จะมาเยี่ยมจงกลนีซึ่งรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนี้เช่นกัน เห็นวายูนแว่บๆ ปรี่เข้ามากดปุ่มจะให้ลิฟต์เปิดแต่ไม่ทัน ได้แต่ยืนมองว่ามันจะไปหยุดชั้นไหน เห็นลิฟต์หยุดที่ชั้น 3 เขารีบวิ่งขึ้นบันได

    เมื่อลิฟต์มาถึงชั้นเป้าหมาย พร้อมจิตบอกให้วายูนเข้าไปเยี่ยมภักดิ์ ฝากลีล่าไว้กับท่านก่อน เธอรับคำส่งลูกให้ท่านแล้วเข้าไปในห้องไอซียู อึดใจรามิลก็มาถึง เห็นแต่พร้อมจิตอุ้มลีล่านั่งอยู่กับพริ้ง

    “นี่เราคิดถึงเด็กวายูนนั่นจนเห็นผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้เป็นเธอไปหมดแล้วเหรอเนี่ย บ้าจริง” บ่นเสร็จรามิล เดินผ่านหน้าทั้งสามคนไปโดยไม่สนใจอะไร...

    ทางด้านวายูนเข้ามาหาภักดิ์ที่เตียง จับมือ ท่านมากุมไว้ บอกว่าเธอกลับมาแล้ว ท่านเหมือนจะรับรู้ เพราะเส้นกราฟที่เครื่องวัดการเต้นของหัวใจเต้นเร็วขึ้นมาเล็กน้อย แต่ท่านยังคงหลับตานิ่งไม่ไหวติง

    “คุณอาขา วาเรียนจบแล้วนะคะ วาเอาปริญญากลับมาให้คุณอาดูแล้วค่ะ คุณอาต้องหายนะคะ คุณอาอย่าเป็นอะไรนะคะ วารักคุณอานะคะ”

    คราวนี้การเต้นของหัวใจที่ปรากฏบนเครื่องวัดเต้นเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นก็เต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ เสียงสัญญาณเตือนจากเครื่องวัดดังลั่น พยาบาลวิ่งเข้ามาดู วายูนถามว่าเกิดอะไรขึ้น พยาบาลไม่ตอบ ขอให้เธอออกไปรอข้างนอกก่อน แล้วดันหลังให้ออกจากห้อง หมอกับพยาบาลอีกชุดหนึ่งวิ่งเข้ามาดูอาการคนไข้ หมอพยายามยื้อชีวิตภักดิ์แต่ไม่สำเร็จ ทันทีที่ทราบข่าวการตายของสามี พร้อมจิตเป็นลมล้มพับไปตรงนั้น...

    ขณะที่ภักดิ์จากไปอย่างไม่มีวันกลับ จงกลนีบ่นเสียดายที่นิตยาไม่ได้กลับเมืองไทยกับรามิล ทำให้ท่านพลอยไม่มีเพื่อนคุยไปด้วย

    “แต่คุณน้าฝากของมาเยี่ยมท่านหญิงด้วยนะกระหม่อม และฝากให้ทูลถามว่าท่านหญิงจะได้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่”

    “เห็นคุณหมอว่าอีกสองสามวันก็น่าจะออกจากโรงพยาบาลกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้แล้วล่ะค่ะ แล้วค่อยมาใหม่ในวันที่มีนัดทำกายภาพ” จุลมณีตอบ

    คำถามแทน จงกลนีหมายมั่นปั้นมือจะต้องเดินให้ได้ก่อนถึงวันแต่งงานของจุลมณีกับรามิล

    นักการทูตหนุ่มอยู่คุยกับคนป่วยสักพักก็ขอตัวกลับ จุลมณีเดินมาส่งที่โถงหน้าลิฟต์ ขอบคุณเขามากที่อุตส่าห์มาเยี่ยมท่านแม่ของเธอ แล้วบ่นให้ฟังว่าท่านพูดถึงแต่เรื่องแต่งงานทุกวัน รามิลเสียใจมากที่ไม่สามารถทำอะไรได้ ทั้งๆที่จุลมณียอมเจ็บตัวเพื่อเลื่อนการแต่งงานออกไปครั้งหนึ่งแล้ว

    “ช่างเถอะค่ะ ถ้าคนบนฟ้าเขาลิขิตให้เราสองคนต้องร่วมชีวิตกันจริงๆ เราก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นไป”

    ooooooo

    ที่ศาลาสวดศพ พร้อมจิตเอาแต่นั่งเหม่อน้ำตาคลอไม่พูดไม่จากับใคร วายูนถือแก้วใส่นมสดเข้ามาให้

    “คุณอาพร้อมทานอะไรสักหน่อยนะคะ คุณอาไม่ยอมทานอะไรเลยตั้งแต่...ถ้าคุณอาไม่ยอมทานอะไรเลยเดี๋ยวจะไม่สบายเอานะคะ”

    “อาไม่เป็นไรจ้ะ ไม่ต้องเป็นห่วงอากับน้าพริ้ง”

    “คุณอาพร้อมขา ตอนนี้วาอยู่ที่นี่แล้ว ขอให้วาจัดการทุกอย่างให้คุณอานะคะ” วายูนกอดพร้อมจิตไว้ แน่น คนถูกกอดกลั้นน้ำตาไม่ไหว ร้องไห้โฮ...

    ขณะวายูนกำลังต้อนรับแขกที่มางานสวดศพภักดิ์ รามิลนั่งดื่มเหล้าอยู่คนเดียวในผับหรู คิดถึงแต่เรื่องระหว่างตัวเองกับวายูน มีหญิงสาวสวยคนหนึ่ง

    เดินมานั่งด้วยอย่างถือวิสาสะ แนะนำตัวเองว่าชื่อวสี

    รามิลยื่นมือไปให้เธอจับ ก่อนจะแนะนำตัวเองให้เธอรู้จักเช่นกัน วสียื่นหน้าเข้าไปมองเขาใกล้ๆ แล้ววางมือข้างหนึ่งบนหน้าขาของเขาจงใจยั่วยวน เขาเองก็ไม่ได้หลบเลี่ยงแต่อย่างใด

    “คุณเป็นคนพูดน้อยอย่างนี้เสมอหรือคะ งั้นฉันคงต้องเป็นฝ่ายคุยข้างเดียว”

    รามิลมองวสีนิ่ง ไม่ตอบอะไร หลังจากดื่มเหล้าจนเมาได้ที่ ทั้งคู่พากันเข้าโรงแรม กอดจูบกันอย่างเผ็ดร้อน วสีเป็นฝ่ายรุก ดึงทึ้งเสื้อผ้าออกจากตัวรามิลแล้วผลักลงบนเตียง ก่อนจะโถมตัวตาม แต่อยู่ๆภาพของวายูนแวบเข้ามาในความคิดคำนึงของรามิลถึงกับชะงัก ผละออกจากวสีทันที

    “ผมทำไม่ได้ ผมขอโทษ”

    “คุณรักใครสักคนอยู่ใช่ไหมคะ ผู้หญิงคนนั้นโชคดีจริงๆ ฉันขอให้คุณกับเขารักกันตลอดไปนะคะ” วสีจูบแก้มรามิลแทนคำบอกลา แล้วลุกออกไป ทันทีที่ประตูห้องปิด เขาทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรง น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้ม คิดถึงวายูนแทบขาดใจ

    ooooooo

    วายูนกำลังจัดของเตรียมจะไปงานศพ ส่วนพร้อมจิตกำลังแต่งตัวให้ลีล่า ตอนที่นิโคไลโทร.มาแจ้งข่าวดีกับวายูนว่าเขาส่งใบสมัครตำแหน่งล่ามที่ยูเอ็นให้เธอ วันนี้ทางนั้นตอบรับแล้ว เธอจะได้เป็นล่ามที่ยูเอ็นอย่างที่ฝันแล้ว วายูนดีใจจนพูดไม่ออก นิโคไลเห็นเธอเงียบไปก็ถามว่าได้ยินที่เขาพูดหรือเปล่า

    “จริงเหรอคะนิโคไล”

    “จริงสิ เรื่องแบบนี้ผมจะล้อคุณเล่นได้ยังไง แต่ว่าคุณต้องมารายงานตัวที่นี่ ต้นเดือนหน้านี้นะ”

    “รายงานตัวเดือนหน้า! แต่ว่าฉัน...” วายูนมองพร้อมจิตที่สาละวนอยู่กับการแต่งตัวให้ลีล่าอย่างหนักใจ

    “คุณต้องมาให้ได้นะวายูน ไม่งั้นเขาจะเรียกคนอื่นเข้าทำงานแทนคุณ ผมต้องไปก่อนล่ะนะ แล้วค่อยคุยกันอีกที” นิโคไลวางสายแล้วรีบร้อนออกไป วายูนหันมองพร้อมจิตอีกครั้ง เห็นท่านแต่งตัวให้ลีล่าเสร็จพอดี

    “ยายลีล่านี่ ซนเหมือนแม่ตอนเด็กๆเลย”

    “เหรอคะ ไปวัดกันเถอะค่ะคุณอา” วายูนเข้าไปอุ้มลีล่า สีหน้ายิ้มแย้มของพร้อมจิตเปลี่ยนเป็นสลดทันที...

    รามิลนอนก่ายหน้าผากอยู่ในห้องนอน เฝ้าแต่ครุ่นคิดถึงคำพูดของวสีที่อวยพรให้เขากับหญิงคนรักของเขา รักกันตลอดไป แล้วอดนึกถึงวายูนไม่ได้ ตัดสินใจจะทำบางอย่างแล้วจ้ำพรวดๆออกไป ไม่นานนักรามิลมาพบจงกลนีที่ห้องพักคนไข้ มีธุระสำคัญจะคุยกับท่าน

    จุลมณีรู้งานชวนน้อยออกไปรอนอกห้อง

    “เรื่องอะไร” จงกลนีเสียงเครียด

    “ผมคงจะแต่งงานกับคุณหญิงจุลมณีไม่ได้กระหม่อม ผมกับคุณหญิงไม่ได้รักกันและผมเองก็มีผู้หญิงที่ผมรักอยู่แล้วและเรามีลูกด้วยกัน”...

    จงกลนีโทร.ไปเล่นงานนิตยาถึงเวียนนาเรื่องที่รามิลขอยกเลิกงานแต่งงาน นิตยาแค้นใจมากถึงกับบีบแก้วน้ำแตกคามือ ปัทมากับศิราณีต่างตกใจรีบวิ่งมาดูเห็นเลือดเต็มมือ รีบพาเธอไปหาหมอ

    ooooooo

    เสร็จจากงานเผาศพภักดิ์ วายูนตัดสินใจบอกพร้อมจิตเรื่องที่เธอได้งานเป็นล่ามที่ยูเอ็น และทางนั้นจะให้เธอไปรายงานตัวต้นเดือนหน้านี้

    “คุณอาขา คุณอาไปกับวานะคะ เราไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่โน่นด้วยกันนะคะคุณอา...นะคะ”

    “อาจะไปได้อย่างไรกันวา บ้านของอาอยู่ที่นี่ คุณภักดิ์...ก็อยู่ที่นี่ วาไปเถอะมันเป็นโอกาสดีของทั้งวาและยายหนูนี่แล้ว อาขอตายที่เมืองไทยนี่ล่ะ” พร้อมจิตสีหน้าเศร้าสร้อย พลอยทำให้วายูนไม่สบายใจไปด้วย...

    ที่บ้านพักของรามิลในเวียนนา ศิราณีกับปัทมาพากันกลุ้มใจที่นิตยายังหน้าหงิกไม่เลิกตั้งแต่รับโทรศัพท์เมื่อวาน ต่างสงสัยไม่รู้ไปโกรธใครมา ปัทมา ตั้งข้อสังเกตหรือว่ารามิลไปก่อเรื่องอะไรไว้อีก

    “ถ้าโกรธคุณรามิลล่ะก็แย่แน่ๆเลย วันนี้คุณรามิล จะกลับมาจากเมืองไทยแล้วด้วย” พูดไม่ทันขาดคำ ศิวา ลากกระเป๋าเดินทางนำรามิลเข้ามา เขาเห็นมือของนิตยามีผ้าพันแผลพันไว้ร้องทักว่าไปโดนอะไรมา

    “แกยังแคร์น้าแก่ๆคนนี้อยู่อีกรึ รามิล แกรู้ไหมว่าแกทำอะไรลงไป”

    ปัทมากับศิราณีเดาได้ไม่ยากว่าต้นเหตุที่ทำให้นิตยาโกรธจนบีบแก้วแตกคามือคือรามิลนี่เอง นิตยายังคงเกรี้ยวกราดใส่หลานชาย

    “น้าไม่คิดเลยว่าแกจะบ้าไปได้ถึงขนาดนี้ น้าอุตส่าห์หาผู้หญิงที่พร้อมทั้งหน้าตา ฐานะและชาติตระกูลดีทุกอย่างใส่พานมาถวายให้แก แต่แกกลับใฝ่ต่ำอยากจะลงไปเกลือกกลั้วกับผู้หญิงไม่มีกำพืด แล้วปฏิเสธผู้หญิงดีๆอย่างคุณหญิงจุลมณี แกทำอย่างนี้ได้อย่างไรหา รามิล น้าผิดหวังในตัวแกจริงๆ”

    “ผมขอโทษครับคุณน้า”

    นิตยามองหลานชายด้วยความผิดหวัง แล้วเดินหนีเข้าห้องนอน รามิลถอนใจเซ็งเดินแยกไปยังห้องตัวเอง จังหวะนั้นมีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น จุลมณีโทร.มาถามข่าวคราวว่ากลับถึงเวียนนาได้เจอนิตยาหรือยัง ท่านว่าอย่างไรบ้าง เขาเล่าให้ฟังว่าท่านโกรธจนไม่มองหน้าเขา

    “แล้วทางคุณหญิงล่ะครับ เป็นอย่างไรบ้าง”

    “ตั้งแต่ท่านแม่โทร.ไปหาคุณน้านิตยา ท่านก็ไม่พูดอะไรอีกเลยค่ะ แต่ถึงท่านแม่จะประกาศตัดขาดกับคุณน้า แต่หญิงหวังว่าเราสองคนยังจะเป็นเพื่อนกันได้อยู่นะคะ”

    รามิลขอให้เธอสบายใจได้ แม้เราจะไม่ได้แต่งงานกันแต่ก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ตลอดชีวิตที่เหลือ และเขาต้องขอบคุณเธอที่ไม่ถือโทษโกรธเคืองที่เขาทำแบบนั้น จุลมณีไม่โกรธเขาแม้แต่น้อย รู้สึกขอบคุณเขาด้วยซ้ำที่กล้าหาญพูดกับท่านแม่ของเธอตรงๆ ทำให้เราไม่ต้องฝืนใจแต่งงานกัน

    “หญิงขออวยพรให้คุณรามิลได้แต่งงานกับผู้หญิงที่คุณรามิลรักนะคะ”

    ooooooo

    พร้อมจิตออกมาจากห้องนอนตอนเช้ามืด เห็นวายูนนั่งหลับอยู่บนเก้าอี้นวมในห้องรับแขกโดยกอดลีล่าไว้แนบอก ท่านเข้ามาแตะแขนให้รู้สึกตัว ถามว่าทำไมมานั่งหลับอยู่ตรงนี้ ได้ความว่าเมื่อคืนลีล่าไม่สบายร้องโยเยทั้งคืน ทำอย่างไรก็ไม่หยุดร้อง เธอก็เลยต้องอุ้มไว้แบบนี้ แกถึงหลับได้

    “แล้วถ้าลีล่าไปเป็นอย่างนี้ตอนที่วาไปทำงานที่โน่น วาจะทำอย่างไรกันล่ะเนี่ย”

    “วาก็ยังไม่ทราบเหมือนกันล่ะค่ะคุณอา ก่อนหน้านี้ ตอนที่วายังเรียนหนังสืออยู่ก็เลี้ยงเองเสียส่วนใหญ่ ถ้าต้องไปสอบถึงจะฝากเพื่อนที่เป็นรูมเมทให้ช่วยดูให้ชั่วคราว ก็เลยพอรอดมาได้ แต่ถ้าต้องไปทำงาน วายังไม่รู้เลยค่ะว่าจะเอาลีล่าไปฝากไว้ที่ไหนดี” พูดได้แค่นั้นลีล่าก็ร้องไห้จ้าขึ้นมาอีก วายูนลุกขึ้นอุ้มลูกเดินไปเขย่าตัวไปเพื่อให้หยุดร้อง พร้อมจิตมองตามสีหน้าเป็นกังวล...

    ในขณะที่พร้อมจิตครุ่นคิดหนักเรื่องวายูนกับลูก รามิลโทร.ทางไกลมาหาปรัชญาซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ เล่าเรื่องที่ตนเองยกเลิกงานแต่งงานกับจุลมณี เขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

    “จะเกิดอะไรขึ้นก็ช่างเถอะ เอาเป็นว่าเรื่องของฉันกับคุณหญิงจุลมันจบแล้ว เพราะฉะนั้นต่อไปแกจะสาน ความสัมพันธ์กับคุณหญิงจุลยังไงต่อก็ตามสะดวกเลย”

    “ขอบใจนะที่แกเข้าใจฉัน แต่ถึงจะไม่มีแกแล้วแต่การที่ฉันจะเอาชนะใจท่านหญิงจงกลนี ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย”

    “คนเจ้ายศเจ้าอย่าง...อย่างท่านหญิงน่ะ ท่านชอบให้คนเอาใจ ชอบให้คนเคารพนบนอบ ฉันบอกแกแค่นี้ล่ะที่เหลือนักธุรกิจเก่งๆอย่างแก ก็คงคิดได้เอง”...

    ปรัชญาทำตามคำแนะนำของรามิล ส่งกระเช้าของเยี่ยมไปให้จงกลนีที่โรงพยาบาลทุกวัน แรกๆท่านให้น้อยเอาไปทิ้ง แต่พอท่านเห็นหนังสือพิมพ์ลงข่าวปรัชญากำลังรับรางวัลนักธุรกิจรุ่นใหม่ดีเด่นแห่งปีก็หยิบขึ้นมาอ่านอย่างสนใจ คราวนี้พอน้อยหิ้วกระเช้าของเยี่ยมจากปรัชญาเข้ามาให้อีก ถามว่าจะให้เอาออกไปไหม

    “ไม่ต้อง เอาวางไว้ตรงนั้นแหละ”

    จากที่จงกลนีเคยตั้งแง่รังเกียจและมองปรัชญาในแง่ลบ ในที่สุดท่านก็ยอมรับในตัวเขา ถึงขนาดให้มารับท่านออกจากโรงพยาบาลไปส่งบ้าน ทำให้จุลมณีดีใจมาก

    ooooooo

    หลายวันที่ผ่านมา พร้อมจิตเห็นวายูนต้องอดตาหลับขับตานอนเนื่องจากลีล่าโยเยทั้งคืนก็รู้สึกสงสารและเห็นใจหลานรักมาก ตัดสินใจจะไปอยู่เวียนนาด้วย วายูนตื่นเต้นดีใจมาก แต่ไม่วายถามย้ำเพื่อความแน่ใจว่าท่านจะไปอยู่เวียนนากับเราสองคนแม่ลูกจริงหรือ พร้อมจิตพยักหน้าแทนคำตอบ

    “ว่าแต่วายังอยากให้อาไปอยู่ด้วยหรือเปล่าล่ะ”

    “ทำไมวาจะไม่อยากให้คุณอาไปอยู่ด้วยล่ะคะ”

    “บ้านนี้อาว่าจะให้ฝรั่งเขาเช่าดีไหมจ๊ะลูก”

    “ดีค่ะ” วายูนกอดพร้อมจิตไว้แน่น พร้อมจิตกอดตอบ สองอาหลานกอดกันอย่างรักใคร่...

    ในเวลาเดียวกัน รามิลไม่อยากให้บ้านต้องร้อนเป็นไฟ ตัดสินใจกราบขอขมานิตยาในสิ่งที่ทำให้ท่านผิดหวัง นิตยาเมินหน้าไม่มอง เพราะยังงอนหลานชายสุดเลิฟไม่หาย เขาสัญญาต่อจากนี้ไปจะไม่ทำให้ท่านเสียใจและผิดหวังในตัวเขาอีก นิตยาหันมาจ้องหน้าเขา

    “สัญญากับน้านะ”

    “ครับคุณน้า ผมสัญญา”...

    ทางฝ่ายดามพ์แปลกใจมากที่เพียงเพ็ญไม่ยินดียินร้ายเมื่อรู้ว่ารามิลยกเลิกงานแต่งงานกับจุลมณี เธอเคยบอกเขาแล้วว่าเกมของเธอกับรามิลจบไปแล้ว ตอนนี้เธอสนใจเรื่องงานวิจัยมากกว่า เธอจะจบหรือไม่จบ ด็อกเตอร์ก็ขึ้นอยู่กับงานวิจัยชิ้นนี้

    “คุณนิตยาเป็นคนออกเงินทุนวิจัยให้คุณใช่ไหม เพราะอย่างนี้คุณถึงได้รามือจากไอ้มิล”

    “ไม่ใช่ แต่เป็นเพราะฉันไม่สนุกกับเกมที่ฉันจะต้องเป็นผู้แพ้ในตอนสุดท้าย ตอนนี้เกมใหม่ที่ท้าทายฉันคืองานวิจัย และเกมนี้ฉันจะแพ้ไม่ได้ เข้าใจหรือยัง”

    “โอเค เข้าใจล่ะ งั้นผมจะคอยเป็นกำลังใจให้คุณนะ”

    ooooooo

    พร้อมจิตอดใจหายไม่ได้ที่ต้องจากบ้านหลังนี้ไปอยู่กับวายูนที่เวียนนา เพราะมีความผูกพันกับที่นี่มาก เดินดูรอบๆอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้กลับมาอีก วายูนเห็นสีหน้าของท่านก็มองอย่างเข้าใจ เดินมาบีบมือท่านเพื่อเป็นกำลังใจให้ ก่อนจะพยักหน้าเป็นทำนองให้ไปกันได้แล้ว...

    ระหว่างที่วายูน ลีล่า พร้อมจิตและพริ้งเหินฟ้าสู่เวียนนา ปัทมานั่งคุยโทรศัพท์กับกัญญารัตน์ไปหยิบโน้นกินนี่ไปด้วย ก็เลยต้องเปิดสปีกเกอร์โฟนคุยกัน เธอตัดพ้อต่อว่าที่กัญญารัตน์มาหาไม่ได้ จะชวนมาตำส้มตำกินกัน และจะได้เม้าท์กันให้สนุกปากด้วย

    “แล้วคุณนิตไม่อยู่บ้านหรือคะ คุณปัทถึงได้ว่างน่ะ”

    “คุณนิตไม่อยู่หรอกค่ะ ออกไปซื้อของแต่วันนี้เอาไอ้ศิวามันไปช่วยถือของ ฉันเลยไม่ต้องไป”

    กัญญารัตน์ดีใจแทนปัทมาด้วยที่รามิลไม่ต้องแต่งงานกับจุลมณี ส่วนวายูนก็หายหน้าไปแบบนี้ก็เท่ากับเธอทางสะดวกแล้ว ปัทมาไม่คิดเช่นนั้น แม้จะหมดคู่แข่งไปสองคน แต่กระดูกชิ้นใหญ่ที่ชื่อนิตยายังอยู่

    “คุณนิตนี่ก็ชอบทำตัวเป็นหมาหวงก้างซะจริง ตัวเองหาผัวไม่ได้เลยไม่อยากให้คนอื่นสมหวังในรักไปด้วย นี่ถ้าวันไหนฉันได้เป็นเมียคุณรามิลนะคะ ฉันจะยุให้คุณรามิลถีบหัวอีคุณน้าโรคจิตนี่ไปให้ไกลๆเลย” ปัทมานินทาสนุกปากโดยไม่รู้ว่านิตยายืนฟังอยู่ตั้งแต่แรก เธอหันไปเห็นเจ้านายยืนอยู่ก็ตกใจยิ่งกว่าเห็นผี ร้องเรียก “คุณนิต” เสียงลั่น กัญญารัตน์ได้ยินเสียงเธอเข้ามาในสายก็พลอยตกใจไปด้วย ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่มีเสียงตอบ พยายามเงี่ยหูฟังสุดฤทธิ์ ทันใดนั้นมีเสียงปัทมาดังขึ้นอีก

    “อย่าค่ะ...คุณนิต” แล้วตามมาด้วยเสียงโครมคราม เสียงของแตกและเสียงร้องโอดโอยของปัทมา ก่อนสายจะถูกตัด กัญญารัตน์ร้อนใจมากไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ...

    นิตยาจับปัทมาเหวี่ยงเข้าไปในห้องนอนของเธอ สั่งให้เก็บข้าวของ แล้วไสหัวไปจากที่นี่ อย่ามาให้เห็นหน้าอีก เธอเห็นปัทมาลุกช้าจัดแจงพุ่งไปที่ตู้เสื้อผ้าหยิบกระเป๋าเดินทางออกมาแล้วโยนเสื้อผ้าข้าวของใส่ลงไป แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นของบางอย่างร่วงออกมา ก็ก้มลงเก็บขึ้นมาดู

    “นี่มันของตารามิลนี่”

    คราวนี้นิตยารื้อตู้กระจุยกระจายเจอรูปถ่ายที่ปัทมาตัดแต่งภาพให้เหลือเพียงตัวเองกับรามิลก็ถึงบางอ้อทันที ขยำภาพนั้นทิ้งด้วยความแค้น ด่าว่าปัทมาว่าเป็นงูพิษดีๆนี่เอง เลี้ยงให้ดีเท่าไหร่ก็ไม่เคยเชื่อง ปัทมาหมดความอดทนด่ากลับให้บ้างว่านิตยาก็ไม่ดีไปกว่าตนเอง หลงคิดว่าวิเศษกว่าคนอื่นที่แท้ก็เป็นแค่สาวแก่โรคจิต หาผัวไม่ได้ก็เลยคิดจะเก็บหลานชายเอาไว้กับตัวไม่ให้มีความสุขเหมือนตัวเอง

    “คอยดูเถอะ ถ้าวันไหนคุณรามิลทนอยู่ในกรงทองที่แกสร้างขังเขาไว้ไม่ได้ วันนั้นแหละแกก็จะกลายเป็นหมาหัวเน่า ต้องตายอย่างโดดเดี่ยว” ปัทมาด่าไม่ไว้หน้า นิตยาแค้นมากพุ่งเข้าไปตบตีอุตลุด

    ooooooo

    นิโคไลไปรับวายูนกับคณะที่สนามบินแล้วตรงดิ่งไปยังห้องเช่าของเธอ พร้อมจิตเห็นสภาพที่พักของหลานสาวแล้วถึงกับร้องเอะอะว่าอยู่ห้องแบบนี้ไม่อึดอัดแย่หรือ

    “แรกๆก็อึดอัดเหมือนกันค่ะคุณอา เพราะก่อนหน้านี้วาอยู่ห้องใต้หลังคามาก่อน แต่พอมีลีล่า วาก็เลยจำเป็นต้องย้ายมาอยู่ห้องที่ค่าเช่ามันถูกลงน่ะค่ะ...วาไม่คิดว่าคุณอากับคุณพริ้งจะมาอยู่กับวาที่นี่ด้วยน่ะค่ะ เลยไม่ทันได้เตรียมอะไรไว้ วาออกไปซื้อของใช้บางอย่างมาเพิ่มดีกว่า เดี๋ยววามานะคะ”

    “อ้าว...แล้วนั่นจะเอายายลีล่าไปด้วยเหรอ อย่าเอาไปเลยเกะกะเปล่าๆ มาๆลีล่ามาอยู่กับยายดีกว่า”

    เด็กน้อยโผเข้าหาพร้อมจิตทันที วายูนกับนิโคไลมองยิ้มๆก่อนจะพากันออกไป

    ระหว่างเดินไปร้านขายของชำ วายูนปรึกษากับนิโคไลในเมื่อคุณอาของเธอกับพริ้งจะมาอยู่ด้วย ห้องใต้ดินแบบเดิมคงอยู่ไม่ไหวแน่ เธอคงต้องหาที่อยู่ใหม่ นิโคไลอาสาจะช่วยเธอหาอีกแรงหนึ่ง

    “ขอบคุณนะนิโคไล ขอบคุณจริงๆ” วายูนมองเขาด้วยความซาบซึ้งใจ...

    ด้านพร้อมจิตจูงมือลีล่าเดินสำรวจห้องเช่าของวายูนอยู่กับพริ้ง ได้แต่บ่นสงสารหลานรักไม่รู้ว่าใช้ชีวิตอยู่ในห้องคับแคบแบบนี้ได้อย่างไร เรียนก็หนักแล้วไหนยังต้องเลี้ยงลีล่าอีก

    “ยายวาต้องลำบากมากๆเลยนะคุณพริ้ง แต่ก็ไม่เคยปริปากบอกฉันสักคำเดียว...ลีล่า...นั่งเครื่องบินมาตั้งนาน อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันสักทีดีไหมเรา ไหน แม่เราเขาเอาชุดของเราไว้ไหนบ้างเนี่ย” พร้อมจิตค่อยๆรื้อกระเป๋าเดินทางของวายูนเพื่อหาเสื้อผ้าของลีล่า เจอรูปถ่ายของวายูนกับรามิล มองด้วยความสงสัย...

    รามิลเพิ่งกลับจากที่ทำงาน เห็นปัทมาในสภาพปากเจ่อ หน้าตามีรอยฟกช้ำลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากห้องพัก ร้องทักจะไปไหน แล้วหน้าตาไปโดนอะไรมา

    “อยากรู้ก็ไปถามนังคุณน้าโรคจิตของคุณดูสิคะ แต่ฉันน่ะจะกลับเมืองไทยแล้วค่ะ ไม่ขออยู่ให้ถูกโขกสับเอาอีก และฉันก็ขอให้คุณโชคดีไม่กลายเป็นโรคจิตตามน้าคุณไปนะคะ ฉันไปล่ะ” ปัทมาพูดจบลากกระเป๋าเดินทางออกไป รามิลมองตามงงๆ เห็นศิราณีอยู่แถวนั้นก็เลยเรียกมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับปัทมา

    “ก็คุณนิตน่ะสิคะ ออกไปซื้อของแต่ลืมกระเป๋าตังค์ไว้ที่บ้านเลยย้อนกลับมาเอา เลยมาได้ยินคุณปัทโทร.คุยกับคุณกัญญารัตน์ว่าวันไหนได้แต่งงานกับคุณรามิลจะยุให้คุณ...เอ่อ...ถีบหัวคุณนิตไปให้ไกลๆ คุณนิต เธอก็เลย...” ศิราณีละไว้ในฐานที่เข้าใจ รามิลได้แต่ถอนใจเซ็ง...

    วายูนกับนิโคไลหอบถุงใส่ข้าวของพะรุงพะรังเข้ามาในห้องเช่า เขาจัดการเอาของสดเก็บใส่ตู้เย็นให้ พร้อมจิตเห็นเขาง่วนอยู่กับการจัดของ คว้าข้อมือวายูนมาตรงที่วางรูปถ่ายของรามิลกับเธอถามว่าผู้ชายคนนี้ใช่พ่อของลีล่าหรือเปล่า ท่านเจอรูปนี้อยู่ในกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอตอนที่หาชุดเปลี่ยนให้เจ้าตัวน้อย

    “ใช่ค่ะ” วายูนว่าแล้วคว้ารูปจากมือพร้อมจิตจะเอาไปฉีกทิ้ง ท่านดึงกลับไม่ยอมให้ฉีก จะเก็บไว้ให้ลีล่าดูจะได้รู้ว่าตัวเองมีพ่อไม่ว้าเหว่เหมือนอย่างที่วาเคยเป็นไงลูก”

    ooooooo

    ด้วยความรวดเร็ว นิโคไลหาอพาร์ตเมนต์ใหม่ให้วายูนได้แล้ว และชวนพร้อมจิตกับพริ้งไปดู ที่พักแห่งใหม่นี้กว้างขวางกว่าห้องใต้ดินมาก มีห้องให้ทุกคนเป็นสัดส่วนรวมทั้งมีห้องให้ลีล่าด้วย

    “แต่ค่าเช่าที่นี่คงแพงเอาเรื่องอยู่นะนิโคไล”

    “ไม่แพงหรอก ผู้จัดการที่นี่เป็นลูกค้าประจำที่ร้านอาหารที่ผมเคยล้างจานอยู่น่ะ เขาก็เลยลดค่าเช่าให้”

    “ขอบคุณนะนิโคไล ถ้าฉันไม่มีคุณ ชีวิตฉันจะเป็นอย่างไรบ้างไม่รู้เลย”

    นิโคไลมองวายูนด้วยแววตาเปี่ยมรัก พร้อมจิตเห็นแล้วอดหนักใจแทนหลานสาวไม่ได้...

    ในเวลาต่อมา ขณะที่ทุกคนกำลังเก็บข้าวของลงกระเป๋าเพื่อย้ายบ้าน พร้อมจิตยังไม่ทันจะอ้าปากถามเรื่องนิโคไล วายูนรู้ทันชิงบอกว่าเขาเป็นแค่เพื่อนเท่านั้น ท่านไม่คิดว่าเขาจะคิดกับเธอแค่เพื่อน

    “ใช่ค่ะคุณอา นิโคไลเคยพูดเรื่องแต่งงานกับวามาหลายครั้งแล้ว แม้แต่ตอนที่วาท้อง เขาก็บอกว่าเขาพร้อมที่จะเป็นพ่อให้ยายลีล่า”

    “เขาดีแล้วก็รักวาอย่างจริงจังอย่างนี้แล้วทำไมวาไม่แต่งงานกับเขาซะล่ะ”

    วายูนแต่งงานกับเขาไม่ได้เพราะหัวใจของเธอยังเจ็บสาหัสอยู่ แต่ถ้าวันหนึ่งเธอพร้อมที่จะรักใครใหม่ คนนั้นคงจะเป็นนิโคไลแน่นอน...

    ทางฝ่ายนิตยามีธุระเร่งด่วนต้องกลับเมืองไทยไม่วายกำชับรามิลว่าระหว่างที่เธอไม่อยู่ เขาจะต้องไม่ทำตัวเหลวไหลนอกลู่นอกทางอีก รามิลรับปาก...

    เนื่องจากมีข้าวของไม่มาก วายูน พร้อมจิตและพริ้งจึงใช้เวลาไม่นานในการย้ายบ้าน พร้อมจิตนำรูปของรามิลซึ่งใส่กรอบเรียบร้อยเอาไปวางไว้บนหัวเตียงของลีล่า วายูนเห็นเข้าก็ตกใจ อยากจะเอาออกไปให้พ้นๆ แต่พอเห็นสีหน้าขึงขังของท่านแล้วไม่กล้าทัดทานอะไร

    ด้านไฮดี้รู้ข่าววายูนกลับจากเมืองไทยชวนคาร์ลมาหา นิโคไลเห็นอยู่กันพร้อมหน้าชวนฉลองขึ้นบ้านใหม่ให้วายูน ทุกคนเห็นดีด้วย โดยเฉพาะลีล่าตบมือชอบใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 20:34 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์