นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักเร่

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ศิราณีร้อนใจมากตั้งแต่เกิดเรื่อง รามิลเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องไม่ยอมออกมา แถมนิตยาก็ไม่อยู่ไปซัลสบวร์ก ตัดสินใจโทร.ตามปรัชญากับดามพ์ให้ช่วยมาดู สองหนุ่มเคาะประตูเรียกรามิลอยู่นานสองนานแต่ไม่มีใครเปิดรับ ชักใจไม่ดีจะพังประตูเข้าไป ศิราณีนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีกุญแจห้อง รีบหยิบมาไขให้

    ทั้งสามคนตะลึงกับสภาพห้องที่เละเทะเหมือนโดนระเบิด แต่ไม่พบรามิลอยู่ในนั้น ทุกคนพุ่งไปที่ห้องน้ำ เห็นเขานั่งแปะกับพื้นปล่อยให้น้ำจากฝักบัวรดหัวทั้งที่ยังสวมเสื้อผ้า เข้าไปช่วยกันประคองให้ลุกขึ้น...

    ภายในห้องพักฟื้นคนไข้ วายูนค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้น นิโคไลที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง คาร์ลกับไฮดี้ลุกพรวดมาเกาะเตียง

    “หมอเขากลัวเธอแท้งจะแย่ แต่นี่ตรวจแล้ว เด็กยังอยู่ แต่หมอเขาว่าเธอต้องระวังอย่าเป็นลมบ่อยๆ สามเดือนแรกนี่มีโอกาสแท้งสูงมาก”

    วายูนหน้าสลด คาร์ลหันไปทำตาดุใส่ไฮดี้ซึ่งรีบขอโทษที่เผลอพูดอะไรไม่คิด วายูนไม่อยากอยู่ที่นี่อยากกลับบ้าน นิโคไลขอถามหมอก่อนว่าอนุญาตหรือเปล่า...

    หลังจากรามิลรวบรวมสติของตัวเองกลับเข้าที่ได้เรียบร้อยก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ดามพ์กับปรัชญาฟัง สองเพื่อนซี้ช่วยกันซัก ตกลงลูกในท้องวายูนเป็นลูกใครกันแน่ รามิลมั่นใจว่าเป็นลูกของตัวเองเพราะเธอไม่ใช่ ผู้หญิงที่รักสนุกไปเรื่อย ปรัชญาต่อว่าเขาว่าถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมไม่ทำอะไรสักอย่าง ทำผู้หญิงท้องก็ควรต้องรับผิดชอบ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ใช่ลูกผู้ชาย รามิลชักหงุดหงิด

    “แกยังไม่เข้าใจ คุณน้ากล้าทำในสิ่งที่ฉันเองยังไม่กล้าแม้แต่จะคิด”

    “แล้วอย่างนี้แม่วายูนจะทำยังไงต่อวะ แกคิดว่าเขาจะไปทำแท้งไหม”

    รามิลเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน...

    ระหว่างทางไปซัลสบวร์ก คุณหญิงนิต้าอดรนทนไม่ไหวขอร้องให้นิตยาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ทำไมวายูนถึงได้วิ่งกระเซอะกระเซิงออกมาจากบ้านอย่างนั้น นิตยายิ้มเหี้ยม จากนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็พรั่งพรูออกจากปากของเธอ โดยมีปัทมากับกัญญารัตน์เงี่ยหูฟังสุดฤทธิ์

    คุณหญิงนิต้าฟังจบสรุปเอาเองวายูนต้องการจะจับรามิลถึงได้ปล่อยให้ตัวเองท้องแล้วชมนิตยาว่าทำถูกแล้ว เพราะไม่รู้ว่าเด็กในท้องเป็นลูกใคร วายูนคบหาผู้ชาย พร้อมกันตั้งสองสามคน กัญญารัตน์กับปัทมาพากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานาและคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่าวายูนคงไม่เก็บเด็กไว้ เพราะกลัวเรียนไม่จบ...

    หมออนุญาตให้วายูนกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ ไฮดี้จัดแจงพาเธอไปนอนพักแล้วห่มผ้าให้ บอกให้พักผ่อนมากๆ พรุ่งนี้ค่อยคิดแก้ปัญหากันและให้จำเอาไว้ว่าตนกับคาร์ลและนิโคไลจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ

    “พวกเราจะไม่ยอมปล่อยให้เธอต้องสู้กับปัญหานี้คนเดียวแน่ หลับซะ” ไฮดี้รอจนวายูนหลับตาจึงลุกออกไป ทันที่ที่ประตูห้องปิด วายูนลืมตาขึ้นอีกครั้ง บ่นพึมพำน้ำตาคลอ ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี

    ooooooo

    ขณะที่ไฮดี้คะยั้นคะยอให้วายูนกินมื้อเช้า รามิล แวะมาหาวายูนจะขอคุยด้วย ไฮดี้อยากให้ทั้งคู่เคลียร์กันให้จบๆ จึงออกมานั่งรออยู่ที่โถงบันไดชั้นล่าง นิโคไลกับคาร์ลเข้ามาเห็นนิ่วหน้าแปลกใจ

    “อ้าว ไฮดี้ มาทำอะไรอยู่ตรงนี้”

    ไฮดี้เล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น นิโคไลจัดแจงจะขึ้นไปหาวายูน แต่คาร์ลดึงตัวไว้ ขอร้องไม่ให้ขึ้นไป ควรปล่อยให้ทั้งคู่ได้คุยกันตามลำพัง เขาจึงต้องทรุดตัวลงนั่งข้างๆไฮดี้...

    ด้านวายูนไม่ต้องการจะคุยอะไรกับรามิลเพราะเมื่อวานได้ฟังอะไรมามากจนเกินพอแล้ว ขอให้เขากลับ ไป แล้วเดินไปเปิดประตูเป็นการไล่ทางอ้อม เขาปิดประตูอย่างเดิมแล้วจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอไว้แน่น

    “วายูนฟังผม ไม่ใช่ว่าผมจะไม่รับผิดชอบนะวายูน แต่ผม...”

    “ดิฉันมันโง่เง่ามากใช่ไหมคะ คุณถึงได้เห็นดิฉันเป็นผู้หญิงไร้ค่า แค่สนุกกันชั่วครั้งชั่วคราวแล้วก็ผ่านเลยไป...ใช่ค่ะ ดิฉันมันเป็นผู้หญิงที่โง่เง่า หลงลมผู้ชายอย่างคุณ หลงเพ้อไปว่าคุณรักจริง หลงเพ้อไปว่าเราจะมีอนาคตร่วมกัน ผู้หญิงอย่างดิฉันนี่มันน่าสมเพชจริงๆ” วายูนมองรามิลอย่างผิดหวังสุดๆ เขาพยายามอธิบายว่าไม่เคยคิดอย่างนั้น แต่เธอไม่เชื่อ เพราะเห็นการ์ดแต่งงานของเขาแล้ว นิตยาเอาให้ดูเมื่อวาน

    “สักวันคุณจะเข้าใจว่าทำไมผมถึงต้องทำอย่างนี้”

    วายูนยิ่งโกรธที่เขามีข้ออ้างตลอด เปิดประตูไล่เขากลับอีกครั้ง รามิลเห็นเธอกำลังโกรธพูดไปก็ไม่รู้เรื่อง ไว้วันหลังเราค่อยคุยกันใหม่ วันนี้เขาต้องเดินทางไปประชุมที่มิวนิก แล้วเปิดกระเป๋าหยิบเงินให้

    “แต่อย่างน้อยขอให้ผมได้รับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย ผมอยากให้คุณได้หมอที่ดีที่สุดสำหรับ...การเอาเด็กออก แล้วถ้าขาดเหลืออะไรอีกก็บอกผมได้” คำพูดของรามิลเหมือนฟางเส้นสุดท้าย วายูนสติแตก ขยำเงินปาใส่หน้าเขาแล้วไล่ตะเพิดไปให้พ้น รามิลยังไม่ทันจะว่าอะไรอีก เธอตะโกนไล่เสียงลั่นให้เขาออกไป เขาก็เลยต้องเดินจากไป ทันทีที่เขาพ้นสายตา วายูนทรุดตัวลงนั่งกับพื้นร้องไห้โฮ

    ooooooo

    เสียงร้องไห้ของเธอดังไปถึงชั้นล่างที่นิโคไล ไฮดี้และคาร์ลนั่งอยู่ นิโคไลตกใจมาก วิ่งพรวดจะขึ้นข้างบน แต่รามิลเดินสวนลงมาเสียก่อน เขาจับนักการทูตหนุ่มอัดติดกำแพง ตะคอกถามว่าทำอะไรวายูน รามิลส่ายหน้าเป็นทำนองว่าไม่ได้ทำ ไฮดี้กับคาร์ลไม่สนใจทั้งคู่วิ่งรี่ไปหาวายูน

    “ถ้าคุณไม่ได้ทำ วายูนจะร้องไห้ทำไม เสียแรงที่วายูนอุตส่าห์รักคุณจนหมดหัวใจ แต่คุณกลับเห็นเธอเป็นแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งเท่านั้น” นิโคไลเสียงกร้าว

    “ไม่จริง ผมรักวายูน”

    “คนอย่างคุณจะรักใครเป็นนอกจากตัวเอง เพราะถ้าคุณรักวายูนจริง คุณคงไม่ทำอย่างนี้กับเธอหรอก คนอย่างคุณน่ะ ไม่รู้จักความรักที่แท้จริงหรอก คุณมันคนไม่มีหัวใจ” นิโคไลกระแทกรามิลกับผนังอย่างแรง ก่อนจะวิ่งขึ้นไปหาวายูน เมื่อมาถึงห้องพัก เห็นไฮดี้กำลังประคองวายูน พร้อมกับถามว่ารามิลทำอะไรให้ เธอได้แต่ส่ายหน้าน้ำตาไหลพราก คาร์ลเห็นเงินที่ถูกขยำตกอยู่ที่พื้น หยิบขึ้นมาถามว่าเกี่ยวกับเงินนี่ใช่ไหม

    “เขาเอาเงินมาให้ฉันเอาไปทำแท้ง” พูดได้แค่นั้นวายูนก็ร้องไห้อีก นิโคไลแค้นมาก

    “ผมน่าจะซัดไอ้นักการทูตคนนั้นสักเปรี้ยง ผู้ชายอะไรไม่มีความรับผิดชอบ”

    “ก็นี่แหละคือวิธีรับผิดชอบของเขาล่ะ...นิโคไล ฉันมีอะไรจะให้คุณช่วยทำให้หน่อย” วายูนเข้าไปในห้องนอนตัวเอง เก็บข้าวของทุกอย่างที่รามิลให้ใส่กล่องกระดาษ ยกออกมาวางที่โต๊ะกินข้าว หยิบเงินที่รามิลให้เป็นค่าทำแท้งโยนตามลงไปแล้วปิดฝากล่อง ฝากให้นิโคไลช่วยเอาไปคืนรามิลให้ด้วย

    “แล้วต่อไปนี้ ขอทุกคนอย่าพูดชื่อผู้ชายคนนั้นให้ฉันได้ยินอีกนะ ฉันไม่อยากได้ยินชื่อเขาอีก ไม่อยากเห็นหน้า แล้วฉันเองก็จะลืมเสียให้หมดว่าฉันเคยรู้จักเขา”...

    ทางฝ่ายศิราณีมองสภาพห้องนอนของรามิลที่เละเป็นโจ๊กโดนระเบิดด้วยความเซ็ง ค่อยๆเก็บข้าวของไปบ่นไปว่าไม่เคยเห็นรามิลอารมณ์เสียขนาดนี้มาก่อน

    “แต่ตั้งแต่รู้จักกับคุณวายูน อีศิราณีก็ไม่เคยเห็นคุณรามิลมีความสุขมากเท่านี้มาก่อนเหมือนกัน” ว่าแล้วศิราณีเก็บของต่อไป แต่ต้องชะงักเมื่อมีเสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น รีบวิ่งไปเปิดประตูรับ นิโคไลซึ่งยืนรออยู่ยื่นกล่องกระดาษในมือให้ ฝากคืนรามิลด้วย เธออุ้มกล่องมาวางบนเตียงนอนของรามิล เปิดออกดูอย่างสอดรู้สอดเห็น ข้างในมีข้าวของของผู้หญิงก็เดาได้ว่าวายูนคืนให้รามิลเพราะเลิกกัน แล้วหยิบเงินที่ถูกขยำขึ้นมานับ

    “โอ้โห ตั้ง 5 หมื่นยูโร... 2 ล้านกว่าบาท เด็กคนนั้นไม่เอา ใจแข็งจริงๆ”

    ooooooo

    นิโคไลหิ้วถุงของกินสำหรับบำรุงครรภ์มาให้วายูนเต็มสองมือ เธอขอบคุณเขามากสำหรับความห่วงใย น้ำตาพาลจะไหลแต่ไม่อยากให้เขากับไฮดี้เห็น เดินหนีเข้าห้อง ไฮดี้หันไปถามนิโคไลเอาเงินจากไหนมาซื้อข้าวของเหล่านี้ พอรู้ว่าเป็นเงินค่าเล่าเรียนเทอมหน้าก็ตกใจ

    “ฮ้า...เธอก็รู้ใช่ไหมว่าถ้าเธอไม่จ่ายค่าเล่าเรียน เธอมีสิทธิจะไม่จบนะนิโคไล”

    “ชีวิตของวายูนวันนี้สำคัญกว่า ยังไงๆฉันก็ต้องดูแลวายูนก่อน แล้วเรื่องของอนาคตค่อยคิดอีกที”

    “ฉันอยากให้วายูนรักเธอจริงๆ” ไฮดี้น้ำตาซึม...

    รามิลเองก็ไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เข้าประชุมกับคณะทูตจากประเทศอื่นแบบใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เจนนี่ซึ่งมาร่วมประชุมเช่นกัน แอบมองเขาด้วยความสนใจ รามิลเอาแต่นั่งใจลอยไม่มีสมาธิจนผู้ร่วมประชุมอีกคนหนึ่งต้องสะกิดเตือน เขาถึงตั้งสติได้...

    ด้านคุณหญิงนิต้ากลับจากซัลสบวร์กด้วยอารมณ์เบิกบาน เข้ามาเจอท่านทูตนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในห้องรับแขก จัดแจงเล่าเรื่องที่วายูนท้องให้ฟัง เขาตกใจมากซักว่าท้องกับรามิลหรือ

    “ก็ยังไม่รู้ค่ะว่าท้องกับตารามิลหรือแฟนรัสเซียของมันกันแน่ แต่พอท้องป่องขึ้นมามันก็รีบวิ่งโร่มาให้ตารามิลรับผิดชอบ ดีนะที่คุณนิตยาไม่ยอมให้ตารามิลหลงกล เฮอะ งามหน้าไหมล่ะคะคุณ ทีนี้คุณเห็นหรือยังล่ะคะว่าแม่นั่นน่ะ มันไม่ได้เป็นผู้หญิงดีๆอย่างที่คุณคิดหรอกค่ะ”

    “คุณก็ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่ผมคิดตอนก่อนที่จะแต่งงานด้วยเหมือนกัน” ยอกย้อนจบ ท่านทูตลุกหนี

    คุณหญิงนิต้านิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เพิ่งรู้สึกตัวว่าถูกด่าก็ร้องกรี๊ดๆด้วยความโมโห...

    ฝ่ายนิตยาเข้าไปในห้องของหลานรักเห็นกล่องกระดาษวางอยู่บนเตียงหันไปถามศิราณีว่ากล่องอะไร เธอยังไม่ทันจะตอบคำถาม ปัทมาต้องการเอาหน้าเจ้านายรีบวิ่งไปหยิบมาให้ นิตยาเปิดกล่องออกดูเห็นเป็นข้าวของของผู้หญิงกับเงินที่ถูกขยำรู้ทันทีว่าเป็นของใคร คว้ากล่องออกไปที่สวนหลังบ้าน จุดไม้ขีดไฟโยนใส่ ศิราณีทักท้วงนั่นเป็นของที่วายูนฝากคืนรามิล แต่ท่านไม่สนใจ กลับจ้องหน้าเธอเป็นทำนองว่าไม่ต้องพูดมาก เธอก้มหน้างุดปิดปากเงียบ ปัทมารีบไปหาไม้มาเขี่ยให้ของในกล่องไหม้ไฟจนไม่เหลือซาก...

    เสร็จจากการประชุม รามิลมานั่งดื่มอยู่คนเดียวในบาร์ของโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมเพื่อดับความกลัดกลุ้ม เจนนี่ซึ่งนั่งห่างออกไปเล็งเขาอยู่นานแล้ว พอเห็นเขามองมาทางตัวเอง รีบขยับนั่งไขว่ห้างหวังให้เหยื่อกินเบ็ด เขากลับมองผ่านไม่สนใจ ทำให้เธอเจ็บใจมาก เดินมาหาเสนอตัวจะดื่มเป็นเพื่อน

    “ขอโทษนะ ผมไม่มีอารมณ์” พูดจบ รามิลลุกหนี เจนนี่ได้แต่มองตามผิดหวัง...

    ในเวลาเดียวกัน ที่บาร์แห่งหนึ่งในเวียนนา ดามพ์เห็นสีหน้าเบิกบานของเพียงเพ็ญไม่วายแดกดัน คงจะถูกใจเธอมากใช่ไหมที่รามิลเลิกกับวายูน เธอยอมรับหน้าชื่นว่าใช่ ในที่สุดนังเด็กนั่นก็กระเด็นออกจากชีวิตรามิลโดยที่เธอไม่ต้องลงทุนลงแรงให้เหนื่อย เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเธอจะเป็นผู้หญิงที่จิตใจกระด้างขนาดนี้ สะใจกับความผิดหวังของคนอื่น น่าเสียดายอุตส่าห์เรียนมาสูงๆไม่ได้ช่วยยกระดับจิตใจให้แม้แต่น้อย

    “พูดอย่างนี้ เลิกคบกันไปเลยดีกว่าไป” เพียงเพ็ญตวาดแว้ด

    “คุณเพียงเพ็ญ ผมจะบอกอะไรให้นะ ต่อให้คุณแย่งชิงตัวไอ้มิลมันมาได้ แต่ถ้าใจมันยังอยู่กับคนอื่น คุณก็ไม่มีวันสมหวังหรือมีความสุขได้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ถึงจะไม่มีวายูนแล้ว แต่ไอ้มิลมันก็ยังมีคุณหญิงจุลมณีอยู่นะ คุณลืมแล้วหรือไง” คำพูดของดามพ์ทำเอาเพียงเพ็ญอึ้ง

    ooooooo

    วายูนึกถึงคำพูดของรามิลที่จะให้เธอไปทำแท้งก็ยิ่งแค้นใจ ในเมื่อเขาไม่ต้องการเด็กคนนี้เธอก็ไม่อยากได้เช่นกัน ตัดสินใจขอร้องให้ไฮดี้ช่วยเป็นธุระเรื่องนี้ให้ ไฮดี้ไม่เห็นด้วย ถึงตนเองจะเคยทำแท้งมา แต่มันยังเป็นตราบาปในใจจนป่านนี้ยังไม่ลบเลือน ขอให้วายูนทบทวนให้ดีก่อนว่าไม่ต้องการเก็บเด็กไว้จริงๆหรือ

    “ฉันไม่ต้องการ เพราะถ้าฉันปล่อยให้เด็กเกิด ทุกครั้งที่ฉันเห็นหน้า ฉันก็ต้องนึกถึงเขาซึ่งฉันอยากจะลืม...ลืมให้หมดว่าเคยมีผู้ชายนั้นเดินเข้ามาในชีวิต ลืมแม้กระทั่งว่าเขามีตัวตนเพราะฉันเกลียดเขาที่สุด เกลียดอย่างที่ไม่เคยเกลียดใครมาก่อนเลย”

    ไฮดี้เตือนว่าการทำแท้งต้องใช้เงินจำนวนมาก วายูนยินดีจ่ายด้วยเงินเก็บทั้งหมดที่มี เธอเห็นเพื่อนรักยืนยันหนักแน่นจะเอาเด็กออกให้ได้ จึงรับปากจะติดต่อหมอทำแท้งให้...

    นิโคไลไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจครั้งนี้ของวายูนเช่นกัน ค้านหัวชนฝาไม่ยอมให้เธอทำแท้งเด็ดขาด เธอยังคงยืนกรานคำเดิมจะทำแท้งให้ได้ เด็กคนนี้เป็นลูกของเธอ เพราะฉะนั้นการเอาเด็กออกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเธอคนเดียว เขาจะอ้าปากค้านอีกแต่เธอชิงพูดขึ้นเสียก่อน

    “คุณไม่อยากเห็นฉันมีอนาคตที่ดีหรอกเหรอนิโคไล คุณไม่อยากเห็นฉันได้ไปเป็นล่ามที่ยูเอ็นหรอกเหรอ”

    ชายหนุ่มถึงกับไปไม่เป็น “ถ้าคุณคิดรอบคอบแล้ว ผมก็คงต้องเคารพในการตัดสินใจของคุณ ผมจะไปเป็นเพื่อนคุณเอง แล้วนี่ไฮดี้นัดหมอให้คุณได้หรือยัง”

    วายูนพยักหน้ารับคำ ขณะที่นิโคไลหน้าเครียดหนักกว่าเดิม...

    ด้านศิราณีกับศิวาเอาไม้เขี่ยดูซากกล่องที่วายูนส่งกลับมาคืนรามิลเผื่อจะมีอะไรเหลือบ้าง แต่ทุกอย่างกลายเป็นขี้เถ้าไปหมด เธออดเสียดายไม่ได้ โดยเฉพาะเงิน 5 หมื่นยูโรจำนวนนั้น ศิวาแอบนินทาเจ้านาย

    “คุณนิตนี่ก็ใจร้ายชะมัด คนเขาจะรักกันก็ไปขัดขวาง สักวันคุณนิตนั่นแหละจะไม่เหลือใคร”

    ooooooo

    เรื่องการทำแท้งทำให้วายูนเครียดจัดจนเก็บเอาไปฝันร้ายว่าระหว่างเดินอยู่ลำพังคนเดียวท่ามกลางสถานที่ซึ่งไม่รู้จัก มีเด็กน้อยคนหนึ่งวิ่งมากอด พร้อมกับเรียกเธอว่าแม่ วายูนทรุดตัวลงนั่งยองๆถามว่าเมื่อครู่นี้เรียกเธอว่าอะไร เด็กน้อยยิ้มหวานสดใส

    “คุณแม่...คุณแม่อย่าทิ้งหนูนะคะ” เด็กน้อยส่งสายตาเว้าวอนให้ วายูนรู้ในทันทีว่าแกคือลูกของตัวเอง ดึงมากอดแนบอก แล้วมองเลยไปด้านหลังเห็นรามิลเดินตรงเข้ามา เธอรวบตัวเด็กน้อยวิ่งหนี เขาวิ่งตามจนทัน ยื้อแย่งแกไปจนได้ วายูนพยายามจะแย่งตัวลูกคืน แต่เขาวิ่งหายไปในความมืดเสียก่อน เธอกรีดร้องสุดเสียง

    “อย่าเอาลูกฉันไป...อย่า”

    ไฮดี้ได้ยินเสียงร้องก็ตกใจ วิ่งเข้ามาดู เห็นวายูนนั่งอยู่บนเตียงหน้าตาตื่นมีเหงื่อท่วมตัว ก็ดึงมากอด ถามว่าฝันร้ายหรือ ถ้าใจคอยังไม่ดี วันนี้เราเลื่อนการทำแท้งออกไปก่อนก็ได้ วายูนตอบอย่างเด็ดเดี่ยว จะทำแท้งวันนี้ให้จบๆไป ขืนทิ้งไว้นานจะยิ่งอันตรายไม่ใช่หรือ ไฮดี้พยักหน้ารับคำ

    “งั้นก็ขอเวลาฉันแต่งตัวเดี๋ยวเดียว แล้วเราก็ออกไปกันเลย”...

    ระหว่างไฮดี้รอวายูนแต่งตัวอยู่ที่โต๊ะกินข้าว ปรัชญาเอาข้าวของที่รามิลไหว้วานให้ช่วยซื้อหามาให้วายูน ไฮดี้เปิดดูข้างในถุง พอเห็นว่าเป็นอะไรก็ส่งคืน

    “วายูนคงไม่รับหรอก”

    “รามิลก็บอกอย่างนั้นเหมือนกัน เขารู้ดีว่าวายูนคงจะปฏิเสธความช่วยเหลือจากเขาทุกอย่าง แต่คุณเป็นเพื่อนสนิทของเธอ คุณก็คงรู้ว่าของพวกนี้มันจำเป็นกับวายูน ยังไงๆวายูนก็ต้องกินต้องใช้ รับไว้เถอะนะครับ เพื่อเห็นแก่เพื่อนของคุณเอง”

    ไฮดี้จำใจรับถุงข้าวของไว้ ยังไม่ทันจะขอบคุณ ปรัชญาผลุนผลันกลับไปเสียก่อน ขณะเธอครุ่นคิดจะทำอย่างไรกับของเหล่านี้ดี วายูนเปิดประตูห้องออกมาเห็นเสียก่อนนิ่วหน้าสงสัยว่าถุงอะไร เธออึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไรดี พลันมีเสียงเคาะประตูห้องดังขัดจังหวะ ไฮดี้รีบเฉไฉเอาถุงไปวางบนโต๊ะกินข้าว แล้วเลยไปเปิดประตูรับ เห็นนิโคไลยืนหน้าขรึมอยู่ก็บอกให้เข้ามาก่อน เขามองไปทางวายูน

    “คุณไม่เปลี่ยนใจใช่ไหมวายูน”

    วายูนเดินนำออกจากห้องแทนคำตอบ ไฮดี้กับนิโคไลรีบเดินตาม...

    เนื่องจากรอคิวทำแท้งนาน วายูนเผลอซบไหล่นิโคไลหลับไป แล้วฝันเห็นเด็กน้อยคนนั้นอีกครั้ง ความฝันเหมือนกับครั้งก่อนไม่มีผิดเพี้ยน เด็กน้อยหน้าตาน่ารักยิ้มสดใส เข้ามากอดเธอไว้

    “คุณแม่อย่าทิ้งหนูนะคะ คุณแม่อย่าทิ้งหนู”

    วายูนสะดุ้งตื่นตัวสั่นควบคุมไม่ได้ ยิ่งนึกถึงรอยยิ้มสดใสของเด็กน้อยที่มั่นใจว่าเป็นลูกตัวเอง ยิ่งตัดใจทำแท้งไม่ลงวิ่งหนีออกมา นิโคไลวิ่งตามจนทัน ดึงวายูนมากอดไว้ ก่อนจะเตลิดไปมากกว่านี้

    “นิโคไล ฉันฝันเห็นลูก เขาเรียกฉันว่าแม่ด้วย ฉันทำไม่ได้ ฉันฆ่าลูกตัวเองไม่ได้” วายูนพึมพำทั้งน้ำตา ไฮดี้เตือนเธอคิดให้รอบคอบก่อน ไหนจะต้องอุ้มท้องไปอีกตั้งหลายเดือนทั้งๆที่เรียนไม่จบ ไหนจะถูกคนไทยที่นี่เอาไปนินทาที่เธอท้องไม่มีพ่อ แล้วเรื่องนี้ก็ต้องรู้ถึงหูคุณอาทั้งสองของเธอที่เมืองไทยเข้าสักวัน

    “งั้นฉันจะหาห้องเช่านอกเมืองเรียนด้วยตัวเอง แล้วไปสมัครสอบเอา อาจะต้องไม่รู้เรื่องนี้ ฉันจะต้องเรียนให้จบให้ได้แล้วฉันก็จะเลี้ยงลูกของฉันเองคนเดียว”

    “ถ้าคุณตัดสินใจอย่างนี้ งั้นเราก็กลับกัน”

    นิโคไลพูดจบประคองวายูนออกไปโดยมีไฮดี้เดินตาม ไม่นานนักทั้งสามคนก็มาถึงบันไดทางขึ้นห้องพัก

    นิโคไลเห็นบันไดที่ทอดยาวขึ้นไปข้างบนแล้วอดเป็นกังวลไม่ได้ ตอนนี้วายูนยังพอจะเดินขึ้นลงไหว แต่ต่อไปพอท้องได้หลายเดือนเข้า คงจะเดินไม่ไหวแน่ๆ ไฮดี้เห็นด้วย

    “นั่นสิ แล้วถ้าเกิดเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมา พลัดกลิ้งตกบันไดล่ะก็เป็นเรื่องแน่”

    นิโคไลกับไฮดี้มองหน้ากันอย่างกลัดกลุ้มก่อนจะช่วยกันประคองวายูนขึ้นไปนอนพักในห้อง แล้วห่มผ้าให้ ไฮดี้มองเพื่อนรักที่เอาแต่ร้องไห้ด้วยความสงสาร สักพักก็ดึงนิโคไลออกไปคุยกันตามลำพังว่าจะเอาอย่างไรต่อไปดี เขายืนยันทำตามที่วายูนต้องการ ในเมื่อจะเก็บเด็กไว้ก็คงต้องเป็นตามนั้น ไฮดี้เสนอให้หาห้องเช่าแห่งใหม่ที่ไม่ต้องเดินขึ้นลงบันไดชันๆแบบนี้ ระหว่างที่ท้องของวายูนยังไม่โตจนคนสงสัยก็ให้ไปเรียนตามปกติ

    “พอท้องวายูนโตจนคนอื่นเริ่มเห็น ฉันจะให้วายูนหลบไปอยู่ที่บ้านสวนกับพ่อแม่ฉันที่วาเค้า ฉันจะให้พ่อแม่ฉันทำเรื่องรับวายูนเป็นลูกบุญธรรม วายูนจะได้คลอดที่โรงพยาบาลรัฐได้แล้วพอเด็กแข็งแรงพอค่อยพากลับมาที่เวียนนานี่ แล้วฉันกับเธอก็คงต้องหัดเปลี่ยนผ้าอ้อม หัดป้อนอาหารเด็กไปด้วยกัน”

    นิโคไลพยักหน้าเห็นดีด้วย ไฮดี้นึกถึงข้าวของที่รามิลฝากให้ปรัชญาเอามาให้วายูน รีบเอามาให้นิโคไลดู เขาสั่งให้เอาไปทิ้งให้หมด ถ้าวายูนรู้คงไม่ยอมรับแน่ๆ ไฮดี้ตัดสินใจจะเก็บไว้ ของดีๆจะเอาไปทิ้งทำไม เราก็ไม่ต้องบอกให้เธอรู้ว่าใครให้มา อย่างน้อยของพวกนี้ก็เป็นประโยชน์กับทั้งวายูนและเด็กในท้อง...

    แม้วายูนจะถูกเขี่ยพ้นทางไปแล้ว แต่เพียงเพ็ญยังเหลือจุลมณีเป็นขวากหนามที่จะต้องฝ่าฟันเพื่อให้ได้ตัวรามิล ครุ่นคิดหนักจะทำอย่างไรดี

    ooooooo

    ถึงวันที่หมอนัดไปตรวจครรภ์อีกครั้ง นิโคไลมารับวายูนแต่เช้า เห็นหน้าตาเธอยังไม่สู้ดีนัก ทักว่ายังแพ้ท้องอยู่อีกหรือ เธอพยักหน้ารับเซ็งๆ

    “กินเข้าไปเท่าไหร่ก็ออกมาหมดละนิโคไล พ่อของไฮดี้ก็พยายามหาของมาบำรุงฉันใหญ่เลย”

    นิโคไลชะงักไปเล็กน้อยเพราะรู้ดีว่าของกินที่ไฮดี้โกหกว่าพ่อของเธอส่งมาให้ ที่จริงเป็นของรามิล...

    จากนั้นไม่นาน วายูนกับนิโคไลมาถึงแผนกสูติฯ โดยไม่รู้ว่าเพียงเพ็ญสะกดรอยตามและยังแอบถ่ายคลิปตอนที่เขาประคองวายูนเข้าไปในห้องตรวจอีกด้วย หลังจากได้ภาพเป็นที่พอใจ เพียงเพ็ญกลับไปที่ห้องพักของตัวเองใช้คอมพิวเตอร์ตัดแต่งภาพจากหน้านิโคไลเป็นใบหน้าของรามิลให้เหมือนฝ่ายหลังพาวายูนไปฝากครรภ์ แล้วส่งคลิปไปให้จงกลนีซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯดู ท่านถึงกับมือไม้สั่น จุลมณีเห็นสีหน้าท่านไม่สู้ดีรีบเข้าไปหา

    “นั่นมัน คุณรามิลนี่คะ”

    “พาผู้หญิงไปฝากท้อง มีคนส่งมาให้แม่ดู...หญิงจุลต่อสายหาคุณนิตยาให้แม่เดี๋ยวนี้” พูดยังไม่ทันขาดคำ โรคความดันโลหิตสูงกำเริบ จงกลนีช็อกหมดสติ จุลมณีรีบเข้าไปประคองไว้ทันก่อนจะล้มฟาดพื้น...

    นิตยาเห็นรามิลเดินทางกลับจากมิวนิกก็ดีใจเข้ามาถามไถ่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เหนื่อยไหม ไปอาบน้ำให้สบายตัวก่อนเดี๋ยวท่านจะให้ศิราณีจัดของว่างเข้าไปให้ เขาแค่จะมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า อีกสักครู่ต้องไปดูงานที่สถานทูตอีก แล้วเดินเข้าห้องตัวเอง ปัทมามองตามตาหวานเยิ้ม

    “โถๆๆ คุณรามิลนี่รักงานห่วงงานจริงๆเลยนะคะคุณนิต ปัทว่าคุณนิตได้เห็นทูตไทยที่อายุน้อยที่สุดที่ชื่อ รามิลแน่ๆเลยค่ะ”...

    วายูนกำลังอาเจียนอย่างหนักตอนที่พร้อมจิตโทร.ทางไกลจากเมืองไทยไปหา เธอรวบรวมเรี่ยวแรงก่อนจะรับสาย พยายามปั้นเสียงสดใสเหมือนเช่นเคย แต่พูดกันได้ไม่กี่คำ วายูนคลื่นไส้ขึ้นมาอีก ต้องรีบโกหก

    “อาขา วาต้องวางสายก่อนนะคะ วาต้องเข้าห้องเรียนแล้วล่ะค่ะ”

    พร้อมจิตไม่ติดใจสงสัยอะไรไว้วันหลังค่อยคุยกันใหม่แล้ววางสายไป วายูนวางมือถือแล้ววิ่งเข้าไปอาเจียนในห้องน้ำ สักพักเดินอย่างอ่อนแรงออกมา นิโคไลเข้ามาช่วยพยุงไปนั่ง ติงว่าไม่คิดจะบอกอาของเธอเรื่องนี้เลยหรือ วายูนยังไม่พร้อมจะให้ท่านทราบอะไรตอนนี้

    “แล้วพ่อเด็กล่ะ คุณคิดจะบอกเขาไหมว่าคุณไม่ได้เอาเด็กออกน่ะ”

    “ไม่ ฉันไม่มีวันบอกเขาเด็ดขาดเพราะลูกคนนี้เป็นลูกของฉันคนเดียว ได้ยินไหมนิโคไล ลูกคนนี้เป็นของฉันคนเดียว” พูดได้แค่นั้น วายูนเป็นลมหมดสติ นิโคไลรีบอุ้มเธอไปนอนบนเตียง

    ooooooo

    ศิวาเห็นรามิลกำลังจะออกจากบ้านพัก รีบดึงไปยังมุมลับตาคน เล่าให้ฟังว่าระหว่างที่เขาไปมิวนิก วายูนให้นิโคไลเอากล่องใส่ข้าวของที่รามิลให้มาคืน เขาถามอย่างสนใจว่าอยู่ไหน แต่พอเห็นซากที่เคยเป็นกล่องถึงกับอึ้ง ศิวาเล่าอีกว่านิตยาเผาข้าวของข้างในทิ้งหมด

    “พี่ณีบอกว่ามีเงินที่คุณรามิลให้คุณวายูน 5 หมื่นยูโรด้วยนะครับ”

    รามิลขอบใจเขามากที่มาบอก แล้วผลุนผลันออกไปโดยไม่ให้ศิวาเอารถไปส่ง...

    ในเวลาต่อมา ขณะที่วายูนกำลังคุยกับนิโคไลเรื่องที่ไฮดี้ไปหาห้องเช่าแห่งใหม่ มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น นิโคไลลุกไปเปิดรับต้องตะลึงที่เห็นรามิลยืนอยู่ เขาชะโงกหน้าเข้ามาเห็นวายูนอยู่ตรงนั้นก็ขอคุยด้วย เธออารมณ์ขึ้นทันที ตวาดเสียงเขียวไม่มีอะไรจะคุยกับเขา แล้วขอให้นิโคไลปิดประตู หนุ่มรัสเซียไม่กล้าขัดใจทำตามที่เธอบอก รามิลไม่ละความพยายามทุบประตูห้องปังๆๆจะขอคุยกับเธอให้ได้ แต่เธอทำหูทวนลม

    “คุณควรจะคุยกับเขาให้รู้เรื่องไปเลยจะดีกว่านะวายูน”

    วายูนยืนกรานไม่คุย เสียงเคาะประตูรบกวนโสตประสาท นิโคไลตัดสินใจเปิดประตูไปบอกให้รามิลกลับไป วายูนไม่มีอะไรจะคุยกับเขาอีกแล้ว เขาไม่ฟังวิ่งพรวดเข้ามาในห้องเพื่อจะคุยกับวายูน นิโคไลตามมาขวางไว้ เธอไม่ต้องการคุยด้วยผลักรามิลออกจากห้อง แต่เขาขืนตัวไม่ยอมไป ยื้อกันไปยื้อกันมา วายูนเสียหลักจะล้ม นิโคไลไวกว่าคว้าตัวเธอไว้ได้ก่อนและกอดเอาไว้อย่างปกป้อง ตวาดใส่รามิลให้พอได้แล้ว

    “ถ้าคุณอยากให้มันจบ คุณควรจะคุยกับเขานะวายูน ไม่อย่างนั้นมันก็คงวุ่นวายกันอย่างนี้ไม่จบ” นิโคไลว่าแล้วเดินออกจากห้องปล่อยให้ทั้งคู่ได้คุยกันตามลำพัง วายูนมีท่าทีเหินห่างรามิลอย่างเห็นได้ชัดทั้งการใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า “ดิฉัน” และเรียกเขาว่า “ท่านเลขาฯทูต” รามิลอยากรู้เรื่องเด็กในท้อง วายูนต้องการตัดเขาให้ขาด จึงโกหกว่าทำแท้งไปแล้ว

    “ดิฉันกับคุณก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้วค่ะ แล้วต่อจากนี้ไปคุณก็กลับไปมีชีวิตของคุณและดิฉันก็จะกลับไปใช้ชีวิตของดิฉัน แล้วก็ขอให้คุณพยายามลืมซะว่าคุณเคยรู้จักผู้หญิงโง่ๆที่ชื่อวายูมาก่อน เพราะผู้หญิงโง่ๆ คนนั้น เขาไม่มีอะไรที่คู่ควรกับคุณเลย แล้วถ้าท่านเลขาฯทูตจะมาหาดิฉันวันนี้เพื่อจะถามเรื่องเด็ก คุณก็ได้คำตอบแล้ว เพราะฉะนั้น เชิญคุณกลับไปได้แล้วค่ะ” วายูนพูดจบเดินไปเปิดประตูเป็นการไล่ทางอ้อม

    รามิลถึงกับพูดอะไรไม่ออก มองเธออย่างรู้สึกผิดแต่เธอไม่แม้แต่จะปรายตามอง เขาจึงเดินคอตกจากไป พอเขาพ้นสายตาเท่านั้น เธอถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งแปะกับพื้น

    นิโคไลเห็นสีหน้ารามิลที่เดินลงบันไดมาก็รู้ทันทีว่าการคุยครั้งนี้คงจบไม่สวย รีบวิ่งกลับไปหาวายูน เห็นเธอนั่งแปะอยู่กับพื้น ช่วยพยุงให้ลุกขึ้น ถามว่ารามิลทำอะไรเธอหรือเปล่า วายูนปล่อยโฮ

    “มันจบแล้วนิโคไล ฉันบอกเขาไปว่าฉันเอาเด็กออกแล้ว และต่อจากนี้เราไม่มีอะไรที่จะต้องเกี่ยวข้องหรือเจอะเจอกันอีก มันจบแล้ว” วายูนสะอื้นตัวโยน นิโคไล ต้องดึงเธอมากอดไว้...

    ขณะที่วายูนตัดเยื่อรามิลไม่ให้เหลือแม้ใย อาการป่วยของจงกลนีหนักหนาสาหัส นอนไม่รู้สึกตัวอยู่ในโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ มีสายอุปกรณ์ช่วยชีวิตระโยงระยางเต็มไปหมด จุลมณีกับน้อยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง น้อยโทษว่าเป็นเพราะคลิปรามิลคลิปนั้น ทำให้ท่านต้องล้มป่วย จุลมณี ไม่รู้ใครใจร้ายส่งคลิปแบบนี้มาให้ท่านดู

    “นั่นสิคะ แล้วเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงก็ยังไม่รู้เลย ท่านหญิงก็ไม่น่าเลย”

    ooooooo

    นิตยารู้ว่ารามิลไม่ได้ไปสถานทูตแต่แวะไปหาวายูนที่ห้องพักก็ไม่พอใจมากตั้งท่าจะต่อว่า แต่รามิลชิงบอกเสียก่อนว่าเรื่องระหว่างเขากับวายูนจบแล้ว เธอไปเอาเด็กออกแล้ว นิตยาคลายกังวลทันที

    “ก็น้าบอกแล้ว เห็นแม่นั่นหน้าตาซื่อๆอย่างนั้นก็เถอะ แต่จริงๆก็ไม่ต่างอะไรจากพวกสิบแปดมงกุฎหรอก คิดจะปล่อยตัวเองท้องหวังจะจับรามิล แต่พอไม่สำเร็จ มันก็ไปเอาออกจะได้ไประเริงร่ากับผู้ชายคนอื่นต่อไปได้อย่างสบายตัว รามิลเลิกคิดถึงผู้หญิงคนนี้ได้แล้ว มันไม่มี ค่าอะไรพอจะให้คิดถึงหรอก”

    รามิลทนฟังไม่ไหวเดินหนีเข้าห้องตัวเอง ระบายความอัดอั้นโดยเตะข้าวของในนั้นกระจุย...

    ไฮดี้กับคาร์ลถึงกับร้องเอะอะด้วยความตกใจเมื่อนิโคไลเล่าให้ฟังว่าวันนี้รามิลมาหาวายูนที่ห้องพักแห่งนี้ และเธอบอกเขาไปแล้วว่าเอาเด็กออกแล้ว ทั้งคู่หันมองวายูนเป็นตาเดียวกัน

    “ฉันไม่ต้องการให้เขามายุ่งเกี่ยวอะไรกับฉันอีก เด็กคนนี้จะเป็นลูกของฉันคนเดียว...คนเดียวเท่านั้น” วายูนต้องหลับตาเพื่อข่มน้ำตาไม่ให้ไหล แต่กลับเห็นภาพในอดีตตอนที่รามิลมาค้างกับเธอที่นี่ คอยปรนนิบัติดูแลระหว่างที่เธอป่วย ทำให้เธอทนไม่ไหว ขอร้องไฮดี้รีบย้ายไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
    ไฮดี้ก็อยากจะทำอย่างที่เธอร้องขอแต่ห้องเช่าอย่างที่อยากได้หายากเหลือเกิน นอกจากเธอจะยอมอยู่ห้องใต้ดินซึ่งออกจะดูอึดอัดไปหน่อย

    “ฉันไม่อึดอัดหรอกไฮดี้ ถ้าเขาให้เช่าฉันก็ตกลงเลย ฉันอยากจะย้ายออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ฉันไม่อยากให้ใครตามมาวุ่นวายกับฉันที่นี่อีกแล้ว พรุ่งนี้เราไปตกลงทำสัญญาเช่ากับเขากันเลยนะไฮดี้นะ”

    ooooooo

    วายูนได้ย้ายไปอยู่ห้องเช่าแห่งใหม่สมใจ ด้วยความที่ไม่ค่อยจะมีข้าวของเครื่องใช้เท่าใดนัก ขนของแค่เที่ยวเดียวก็เสร็จเรียบร้อย เธอไม่วายบ่นให้ไฮดี้ฟังว่าห้องเก่าของเราอยู่สูงลิบมองลงมาเห็นแต่หัวคน ส่วนที่นี่เป็นห้องใต้ดิน มองขึ้นไปเห็นแต่ขาคน ไม่เคยได้อยู่ห้องปกติธรรมดาเหมือนคนอื่นเพราะไม่มีปัญญาจ่าย

    “เออ จริงแฮะ...แต่เอาเถอะจะอยู่ห้องไหนก็ขอให้เราสองคนได้อยู่ด้วยกันก็แล้วกัน” ไฮดี้ว่าแล้วเดินเข้าไปกอดวายูนอย่างรักใคร่ คาร์ลกับนิโคไลมองสองเพื่อนซี้แล้วอดยิ้มไม่ได้ หนุ่มรัสเซียหยิบไวน์ที่เจ้าของร้านอาหารซึ่งเขาไปรับจ้างล้างจานใจดีให้มา ชวนดื่มฉลองให้กับห้องพักใหม่ของสองสาว แล้วรินไวน์แจกให้ทุกคนยกเว้นวายูนเท่านั้นที่ดื่มฉลองด้วยนม เพราะกำลังท้องกำลังไส้...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ร้านกาแฟเจ้าประจำกลางกรุงเวียนนา ดามพ์กับปรัชญาเห็นรามิลนั่งหน้าเครียดช่วยกันปลอบให้เลิกคิดถึงวายูนได้แล้วในเมื่อทุกอย่างจบไปแล้ว ก็เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยผ่านมาแล้วก็ผ่านเลยไป รามิลเถียงเสียงแข็ง วายูนไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ถึงเธอจะทำแท้งลูกของเขาไปแล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าควรต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง แต่นี่เธอไม่รับเงินจากเขาแม้แต่สตางค์แดงเดียว

    “นั่นแหละที่ทำให้แกรู้สึกว่าวายูนไม่เหมือนคนอื่นเพราะวายูนไม่ได้คบกับแกเพราะเงินหรือฐานะหน้าตา แกยังดูไม่ออกอีกเหรอว่าวายูนเขารักแกจริง” คำพูด ของปรัชญาทำเอารามิลอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะลุกออกไป

    “ถามจริงๆเถอะวะไอ้ปรัชญ์ที่แกพูดไปน่ะแกคิดอย่างที่พูดจริงๆหรือแค่อยากจะยุให้ไอ้มิลมันวิ่งกลับไปหาวายูนแล้วแกจะได้ตีท้ายครัวมัน ฉกเอาคุณหญิงจุลมาวะ” ดามพ์ไม่วายปากเสีย

    “คนอย่างแก ไม่เคยคิดถึงใครในทางดีบ้างเลยหรือไงวะ” ปรัชญาด่าเสร็จเดินหน้าหงิกจากไป...

    เพียงเพ็ญมาซื้อของในร้านขายของชำ เห็นปัทมาเดินอยู่ในร้านก่อนแล้ว กำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับกัญญา–รัตน์ รีบเดินตามเผื่อจะได้ยินอะไรดีๆบ้าง แล้วต้องหูผึ่งเมื่อปัทมาพูดขึ้นว่า

    “คุณกัญญารัตน์รู้ไหมคะนังวายูนมันไปทำแท้งมาแล้วค่ะ มันบอกกับคุณรามิลเองค่ะ”...

    ด้านรามิลไปหาวายูนที่ห้องพักกลับพบว่าเธอย้ายออกไปแล้ว เจ้าของห้องเช่าก็ไม่รู้ว่าย้ายไปไหน เขายังไม่ละความพยายาม ตามไปถามอนุชาที่สถานทูตไทยว่ามีที่อยู่แห่งใหม่ของวายูนไหม เขาเองก็ไม่มีเช่นกัน รามิลโมโหมาก โวยวายว่าเป็นไปได้อย่างไร เรามีหน้าที่ต้องดูแลนักเรียนไทยที่นี่แต่กลับไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน อนุชาจนปัญญาเพราะเธอไม่แจ้งย้ายที่อยู่มาทางเรา

    อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก คุณหญิงนิต้าแอบได้ยินที่สองคนคุยกัน รีบแจ้นไปบอกนิตยาถึงที่บ้านว่าวายูนหายตัวไปไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน เธอยังไม่ทันจะว่าอะไร ปัทมาพูดแทรกขึ้นเสียก่อน

    “มันคงหลบไปเลียแผลใจล่ะค่ะคุณหญิง มันคงไม่นึกว่าจะถูกคุณรามิลปฏิเสธอย่างนั้น”

    “ก็คงจะอย่างนั้นแหละก็ดีเหมือนกันตารามิลไม่ได้ เห็นหน้าค่าตาแม่วายูนนั่นสักพักก็คงจะลืมได้ในที่สุด”

    นิตยาไม่พูดอะไร ได้แต่ยิ้มสะใจ...

    ทางด้านรามิลโทร.นัดเพียงเพ็ญให้มาพบที่ร้านอาหารจีนหรู เธอตื่นเต้นดีใจคิดว่าเขาชวนออกเดท แต่ต้องผิดหวังเพราะเขาแค่อยากให้เธอช่วยเช็กตารางเรียนของวายูนให้ แม้จะผิดหวังแต่เธอก็ฝืนยิ้มหน้าชื่น

    “โธ่เรื่องแค่นี้เอง ทำไมเพ็ญจะทำให้คุณรามิลไม่ได้ล่ะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เพ็ญจะเช็กให้แล้วจะโทร.ไปบอกค่ะ”

    เมื่อได้ตารางเรียนของวายูนจากเพียงเพ็ญมาแล้ว รามิลรีบตรงไปยังตึกเรียนที่มหาวิทยาลัยเวียนนาตามตารางเรียนที่ได้ กลับไม่พบเธอแม้เงา เดินหาทั่วตึกก็ไม่เจอ เพราะวายูนเรียนอยู่อีกตึกหนึ่งกับนิโคไล

    “ช่วงนี้คุณแพ้ท้องน้อยลงหรือยังวายูน”

    “ดีๆหายๆล่ะนิโคไล บางทีก็ดีจนฉันเผลอตัวไปเลยว่ากำลังท้องอยู่ แต่บางวันก็แย่ นี่ก็สี่เดือนกว่าแล้ว ยังแพ้ท้องอยู่เลย”

    นิโคไลเห็นท้องของเธอเริ่มใหญ่ขึ้น ทักว่าเมื่อไหร่จะไปทำเรื่องลาพักการเรียน วายูนได้แต่นั่งนิ่ง...

    ไม่ได้มีแต่นิโคไลเท่านั้นที่เตือนวายูนเรื่องนี้ ไฮดี้กับคาร์ลก็เตือนเธอเช่นกันเพราะท้องของเธอโตขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่นานคงจะใส่เสื้อโค้ตอำพรางต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

    “ใช่ ยิ่งช้าเท่าไหร่โอกาสที่ข่าวจะรู้ไปถึงหูญาติผู้ใหญ่ของเธอที่เมืองไทยก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้นนะวายูน”

    ooooooo

    รามิลไปมหาวิทยาลัยเวียนนาอีกหลายครั้งตามที่ตารางเรียนแจ้งไว้ ไม่เคยเจอวายูนแม้แต่ครั้งเดียว เขาหยิบมือถือขึ้นมาโทร.นัดเพียงเพ็ญไปเจอกันที่ร้านอาหารจีนร้านเดิม ครู่ต่อมา รามิลเอากระดาษจดตารางเรียนของวายูนคืนให้เพียงเพ็ญ พร้อมกับบอกว่านี่คงไม่ใช่ตารางเรียนของวายูน เพียงเพ็ญตีหน้าซื่อ

    “ใช่สิคะทำไมจะไม่ใช่ นี่คุณรามิลจะหาว่าเพ็ญแกล้งเอาตารางเรียนผิดๆมาให้เหรอคะ”

    “ผมก็ไม่ได้ว่าว่าคุณแกล้งแต่ผมคิดว่าคุณคงจดผิดพลาดมาต่างหากล่ะครับ เพราะผมไปหาวายูนเขาตามตารางเรียนที่คุณจดมาให้นี่ไม่เคยเจอตัวเลยสักครั้งเดียว”

    “อ้าว...แต่เพ็ญมั่นใจนะคะว่าเพ็ญจดมาไม่ผิดแน่ หรือว่าช่วงนี้วายูนเขาจะไม่ได้มาเรียนคะเพราะเพ็ญ ได้ยินมาว่าเขาไม่สบาย ป่วยด้วยโรคที่เป็นเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น” คำพูดจี้ใจดำทำให้รามิลถึงกับหน้าเครียด...

    หลังจากแจ้งขอพักการเรียนต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเรียบร้อย วายูนเล่าให้นิโคไลฟังว่าท่านไม่ได้ถามอะไรมากนักแค่อยากรู้เหตุผลทำไมถึงต้องลาเรียนนานถึง 5 เดือน เธอแค่บอกว่ามีความจำเป็นส่วนตัว

    “แต่อาจารย์เขาบอกว่า ถ้าหลัง 6 เดือนไปแล้ว

    ฉันยังไม่กลับมาเรียนต่อ ทางมหาวิทยาลัยก็จะคัดชื่อฉันออกจากระเบียนนักศึกษาของที่นี่ทันทีซึ่งนั่นก็แปลว่าฉันจะเรียนไม่จบ ไม่ได้ปริญญาเอากลับไปให้คุณอาที่เมืองไทยดูตามที่ฉันสัญญาไว้”

    “ไม่สิวายูน คุณต้องเรียนจบจนได้แน่ถึงจะจบช้ากว่าคนอื่นหน่อยแต่ผมจะช่วยจดเลกเชอร์เก็บชีตที่อาจารย์แจกไว้ให้คุณทุกอย่าง ให้คุณเรียนด้วยตัวเองแล้วคุณก็กลับมาสมัครสอบ คนเก่งอย่างคุณต้องสอบผ่านต้องเรียนจบได้แน่ๆ ผมเชื่ออย่างนั้นนะวายูน” นิโคไลจับมือเธอมากุมไว้อย่างให้กำลังใจ

    “ขอบคุณนะนิโคไล เธอเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ” วายูนว่าแล้วชวนนิโคไลกลับ ทันทีที่เลี้ยวพ้นมุมตึก รามิลกับเพียงเพ็ญซึ่งมีสีหน้าไม่สู้ดีนักเดินเข้ามาจากอีกทางหนึ่ง

    “ความจริงคุณรามิลไม่เห็นต้องไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาของวายูนเขาด้วยตัวเองนี่คะ เพ็ญไปถามให้ก็ได้ค่ะ เสียเวลาทำงานคุณเปล่าๆนะคะ”

    “ผมไม่รบกวนคุณเพ็ญดีกว่าครับ” รามิลพูดจบเดินลิ่วไปที่ห้องอาจารย์ที่ปรึกษา เพียงเพ็ญเร่งฝีเท้าตามหงุดหงิดใจ ไม่นานนักรามิลออกจากห้องอาจารย์ที่ปรึกษาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ผิดกับเพียงเพ็ญที่มีสีหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ต่างจากตอนเข้าไปลิบลับ

    “เห็นไหมล่ะคะว่าเพ็ญไม่ได้จดตารางเรียนของวายูนให้คุณผิดๆ แต่วายูนไม่ได้มาเรียนเองต่างหาก เอ๊ะ หรือว่าวายูนเขาจะถอดใจเลิกเรียนกลางคันซะก็ไม่รู้นะคะ คุณรามิล”

    รามิลยิ่งเครียดหนักขึ้น โทษตัวเองที่ทำให้วายูนเรียนไม่จบและไปไม่ถึงฝัน...

    ขณะที่รามิลตามหาวายูนให้ควั่ก นิตยาได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายถึงอาการป่วยของจงกลนี รีบสั่งปัทมาจองตั๋วเครื่องบินกลับเมืองไทยให้เธอกับรามิลเที่ยวแรก...

    ฝ่ายเพียงเพ็ญรู้ข่าวว่าจงกลนีป่วยหนักนอนไม่ได้สติอยู่ในโรงพยาบาลก็สะใจมากที่คลิปซึ่งตัวเองส่งไปให้ท่านดูได้ผลดีเกินคาด ถ้าท่านยังป่วยหนักแบบนี้ งานแต่งงานระหว่างรามิลกับจุลมณีคงได้เลื่อนออกไปไม่มีกำหนดแน่น แล้วนึกถึงวายูนขึ้นมาได้ ทำไมอยู่ๆถึงหายเข้ากลีบเมฆ...

    ที่ห้องเช่าใต้ดิน ระหว่างวายูนกับนิโคไล รวมทั้งไฮดี้และคาร์ลกำลังกินมื้อค่ำด้วยกัน ไฮดี้บอกข่าวดีกับ เพื่อนรักว่าพ่อกับแม่ของตนยินดีจะจดทะเบียนรับรองเธอเป็นบุตรบุญธรรม เวลาคลอดลูกจะได้มีสิทธิคลอดในโรงพยาบาลของรัฐ ประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายสตางค์ วายูนถึงกับน้ำตาซึม

    “ขอบคุณนะไฮดี้...ขอบคุณทุกคน นี่ถ้าฉันไม่ได้พวกเธอ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับชีวิตตัวเองยังไงดีเลย”

    “เป็นเพื่อนกัน เราก็ต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันสิ จริงไหม” ไฮดี้พูดจบดึงวายูนมากอด

    ooooooo

    เพียงเพ็ญต้องการรู้ให้ได้ว่าวายูนอยู่ไหน แอบสะกดรอยตามนิโคไลตั้งแต่เข้าออกจากห้องพัก เป็นอย่างที่เธอคาดไม่มีผิด เขาไปพบกับวายูนและไฮดี้ที่ร้านขายของชำเพื่อซื้อข้าวของติดไม้ติดมือไปฝากพ่อกับแม่ของไฮดี้ เพียงเพ็ญแอบเข้าไปฟังทั้งสามคนคุยกันใกล้ๆ ถึงกับตะลึงเมื่อได้ยินว่าวายูนท้อง

    “ก็ไหนมันบอกคุณรามิลว่ามันไปทำแท้งมาแล้วไง... ฮึ นังนี่มันไม่ใช่ย่อย เพิ่งทำแท้งลูกคุณรามิลไปหยกๆก็มาท้องกับแฟนฝรั่งของมันอีกแล้ว พันธุ์ดกจริงๆ”

    เพียงเพ็ญยิ้มร้ายก่อนจะหลบออกจากร้าน...

    ในเวลาเดียวกัน ศิวากับศิราณีช่วยกันขนกระเป๋าเดินทางของนิตยา รามิลและปัทมาออกมาวางรวมกันเตรียมขนขึ้นรถไปสนามบินเพื่อเดินทางกลับเมืองไทย นิตยาเรียกปัทมาไปเช็กเอกสารเพราะไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด รามิลเห็นท่านไม่สนใจมองมาทางตนเอง รีบดึงศิราณีออกมาสั่งการ ถ้าวายูนมาที่นี่หรือติดต่อมา ช่วยโทร.บอกเขาทันที เธอรับปากจะทำตามสั่ง เป็นจังหวะเดียวกับนิตยาเสร็จธุระกับปัทมาพอดี หันมาเร่งรามิลให้ขึ้นรถไปสนามบินกันได้แล้ว...

    เพียงเพ็ญมาถึงสถานทูตไทยหวังจะเอาเรื่องวายูนท้องกับนิโคไลมาฟ้องรามิล แต่กลับพบว่าเขาไม่อยู่เดินทางกลับเมืองไทยไปแล้ว อนุชาไม่ยอมบอกว่าจะกลับเวียนนาอีกครั้งเมื่อไหร่

    ในเมื่อหาข้อมูลจากคนที่ทำงานของรามิลไม่ได้ เพียงเพ็ญจึงไปสอบถามเรื่องนี้จากดามพ์ ได้ความว่าเขากลับไปเยี่ยมว่าที่แม่ยายซึ่งป่วยหนักเส้นโลหิตในสมองแตก เธอฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉยเพราะรู้ดีอยู่แล้ว ดามพ์สงสัยเธอมีเรื่องด่วนอะไรกับรามิล เธอจะมาบอกว่าวายูนท้อง คราวนี้พ่อของเด็กน่าจะเป็นแฟนฝรั่งของมัน ดามพ์งงแล้วจะต้องบอกรามิลทำไม เธอแค่อยากให้เขารู้ไว้ จะได้ตัดใจจากวายูนให้เด็ดขาดสักที

    “ใจคนนะคุณไม่ใช่ผ้า จะได้ตัดขาดกันง่ายๆ ถ้าไอ้มิลมันยังรักวายูนอยู่คุณก็ทำอะไรมันไม่ได้หรอก”...

    ระหว่างที่วายูนกำลังจัดกระเป๋าเดินทางเตรียมตัวจะไปวาเค้า นึกถึงคำเตือนของนิโคไลที่ว่า หากคุณอาของเธอรู้ว่าเธอหยุดเรียนไปอยู่ที่นั่นหลายเดือนจะไม่สงสัยหรือ เพื่อตัดปัญหานี้ วายูนรีบโทร.บอกพร้อมจิตว่าปิดเทอมคราวนี้เธอจะไปเที่ยวบ้านไฮดี้ที่วาเค้า ก็เลยโทร.มาบอกท่านไว้ก่อน เผื่อจะติดต่อกันไม่ได้

    “แต่ถ้าวากลับมาเวียนนาเมื่อไหร่ วาจะโทร.หาคุณอาทันทีเลยค่ะ” วายูนวางสายแล้วถอนใจ หนักใจ รู้สึกผิดที่ต้องโกหกท่าน

    ooooooo

    ทันทีที่ถึงกรุงเทพฯ นิตยารีบรุดไปเยี่ยมอาการป่วย ของจงกลนี เห็นท่านฟื้นคืนสติก็ดีใจ แต่ดูจากสีหน้าของท่านก็รู้ว่ายังไม่ค่อยดีนัก จุลมณีชวนนิตยากับรามิล ออกมาคุยกันนอกห้องพักฟื้นด้วยไม่อยากให้คนป่วยสะเทือนใจ แล้วเล่าอาการของท่านให้ฟังว่า แม้ตอนนี้ท่านจะฟื้นแล้วก็ตาม แต่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

    “หมอว่าต้องใช้เวลาฟื้นตัวอีกหลายเดือนเลย บางทีอาจเป็นปีเลยด้วยซ้ำค่ะ”

    “แล้วทำไมอยู่ๆท่านหญิงก็เป็นอย่างนี้ล่ะจ๊ะ”

    จุลมณีถอนใจเครียด เหลือบมองรามิลแวบหนึ่ง ก่อนจะเปิดคลิปในมือถือให้ดู เป็นภาพรามิลกำลังประคองวายูนเข้าไปฝากครรภ์ นิตยาหันมองหลานชายสีหน้า

    ไม่พอใจ เขายืนยันว่าคนในคลิปไม่ใช่เขา แม้เขาจะทำวายูน ท้อง แต่ไม่เคยพาไปฝากท้องที่โรงพยาบาลไหน และตอนนี้เธอก็เอาเด็กออกไปแล้ว ในเมื่อรามิลยืนยันหนักแน่นว่าไม่ใช่ตัวเอง นิตยาก็สบายใจ จงกลนีเองก็โล่งใจเช่นกันเมื่อได้ทราบเรื่องนี้จากเธอ

    “แต่คนที่ตัดต่อรูปนี้แล้วส่งมาให้ท่านหญิง มันต้องไม่ประสงค์ดีกับพวกเราแน่ๆเพคะ ดูสิ มันทำจนท่านหญิงต้องล้มเจ็บอย่างงี้เลย อย่าให้รู้เชียวนะว่ามันเป็นใคร”

    “ช่างเถอะคุณนิต ใครจะทำก็ช่างแต่อย่างน้อยดิฉันก็ได้รู้แล้วว่าตารามิลไม่ใช่คนเหลวไหล แต่ในเมื่อดิฉันมาเจ็บอย่างนี้เสียแล้ว งานแต่งงานของตารามิลกับลูกหญิงก็คงจะต้องเลื่อนออกไปก่อนล่ะค่ะ”...

    นอกจากไฮดี้จะพาวายูนไปส่งให้ถึงมือพ่อกับแม่แล้ว ยังถือโอกาสนี้กลับไปบอกพวกท่านด้วยว่าตนจะแต่งงานกับคาร์ลทันทีที่เรียนจบ ทั้งวายูนและนิโคไลต่างแสดงความยินดีกับทั้งคู่...

    ขณะที่วายูน ไฮดี้ คาร์ลและนิโคไลบ่ายหน้าสู่เมืองวาเค้า นิตยาโทร.ทางไกลแจ้งข่าวคุณหญิงนิต้าว่าการแต่งงานของรามิลกับจุลมณีต้องเลื่อนออกไปอีกครั้งอย่างไม่มีกำหนดเนื่องจากจงกลนีป่วยหนัก ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ คุณหญิงนิต้าเจ็บใจแทนจงกลนีไม่รู้ใครกันที่อุตริส่งคลิปบ้าๆนั่นมาให้ “ก็จะใครล่ะคะถ้าไม่ใช่คนที่มันอยากให้งานแต่งของตารามิลล้มเลิกไปน่ะค่ะ”

    “คุณนิตหมายถึงนังวายูนหรือคะ ต๊าย...นังนี่มันร้ายกาจจริงๆ”...

    ณ บ้านเกิดของไฮดี้ที่วาเค้า วายูนได้รับการต้อนรับอย่างดีจากพ่อกับแม่ของไฮดี้ เสมือนเธอเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว นอกจากจะฉลองข่าวดีของไฮดี้กับคาร์ลแล้ว ยังฉลองต้อนรับวายูนในฐานะลูกสาวคนใหม่ของบ้านด้วย วายูนถึงกับน้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้งใจ
    ooooooo

    นิตยายังเจ้ากี้เจ้าการไม่เลิก สั่งให้รามิลพาจุลมณีไปเที่ยวเพื่อทำความรู้จักกัน เขาทักท้วง แล้วเธอไม่ต้องอยู่เฝ้าจงกลนีที่โรงพยาบาลหรือ นิตยาจะส่งปัทมาไปทำหน้าที่แทนเธอเอง เขาหนีไม่ออกจำใจพาจุลมณีไปเที่ยว ระหว่างเดินเล่นทั้งรามิลและจุลมณีต่างนิ่งเงียบไม่รู้จะคุยอะไรกัน สุดท้ายเธอเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ

    “แปลกดีนะคะที่คนกำลังจะแต่งงานกันอย่างเรา แต่ไม่รู้จะคุยอะไรกันดี”

    รามิลยังจำสัญญาที่ว่าจะพยายามเต็มที่เพื่อไม่ทำให้การจงใจขับรถตกถนนของจุลมณีต้องสูญเปล่า หญิงสาวถอนใจหนักใจ เริ่มเชื่อแล้วว่าเราสองคนคงไม่สามารถฝ่าฝืนคำสั่งของผู้ใหญ่ของพวกเราสองคนได้

    “ถ้าเราสองคนจะต้องแต่งงานกันจริงๆ คุณรามิลคิดว่าจะรักหญิงได้ไหมคะ” คำพูดของจุลมณีทำเอา รามิลพูดไม่ออก ทั้งคู่ไม่ล่วงรู้เลยว่าปรัชญาแอบสะกดรอยตามตั้งแต่ออกจากบ้านฝ่ายหญิง...

    ในขณะที่รามิลกับจุลมณีพยายามทำให้การมาเที่ยวด้วยกันครั้งแรกเป็นไปอย่างราบรื่น ไฮดี้ คาร์ลและ นิโคไลซึ่งอยู่ในวาเค้าได้เวลาต้องกลับเวียนนา ไฮดี้ฝากพ่อกับแม่ดูแลวายูนแทนตนเองด้วย ท่านทั้งสองรับปากจะดูแลเธออย่างดี เพราะเธอเป็นลูกสาวคนหนึ่งของพวกท่านเหมือนกัน นิโคไลอ้อยอิ่งไม่อยากกลับ แต่ด้วยภาระเรื่องการเรียนอีกทั้งต้องคอยส่งเลกเชอร์ของอาจารย์มาให้วายูนทำให้เขาจำใจจากลา

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด
    24 ต.ค. 2564

    10:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 13:41 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์