นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักเร่

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    นิโคไลแวะมาหาวายูนที่ห้องพักแต่เช้า แต่เธอออกไปแล้ว ไฮดี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปไหน ตื่นมาก็ไม่เจอแล้ว โน้ตสักใบก็ไม่ได้ทิ้งเอาไว้แถมปิดมือถืออีกต่างหาก

    “เป็นไปได้ไหมนิโคไล...ว่าวายูนจะไปหานักการทูตคนนั้น”...

    จากนั้นไม่นาน ไฮดี้กับนิโคไลมายืนชะเง้อคอยาวอยู่หน้าบ้านพักรับรองของรามิล ไม่เห็นแม้แต่เงาของวายูนหรือรามิล นิโคไลฟันธงว่าเธอคงไม่ได้มาที่นี่ จังหวะนั้นไฮดี้เหลือบเห็นปัทมามองออกมาจากในบ้านรีบดึงนิโคไลหลบ เขาไม่ทันตั้งตัว หน้าเกือบคะมำ บ่นอุบทำไมต้องหลบผู้หญิงคนนั้นด้วย

    “ฉันเหม็นหน้ายัยนั่น ไปหาวายูนที่ห้องพักทีไร ไม่เคยมีเรื่องดีสักที”

    “แล้วถ้าวายูไม่ได้มาที่นี่ แล้วเขาจะไปที่ไหนล่ะ”...

    ทางด้านศิราณีเห็นปัทมาชะเง้อมองไปนอกบ้านถามว่าดูอะไรอยู่หรือ เธอเห็นเหมือนมีคนมาด้อมๆมองๆ แถวหน้าบ้าน ศิราณีหาว่าเธอดูหนังนักสืบมากไปก็เลยมโนเอาเอง นิตยาเห็นปัทมาไม่ยอมทำงาน ตวาดเสียงเขียวจะเถียงกับศิราณีอีกนานไหม

    “ถึงจะมาอยู่เวียนนาแต่เราก็ยังต้องทำงานกันนะยะ ฉันไม่ได้ให้เธอมาเที่ยวนะแม่ปัท”

    “ค่ะคุณนิต” ปัทมาจำต้องก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป...

    วายูนไปหารามิลที่สถานทูตไทย แต่เขาไม่อยู่ อนุชาผู้ช่วยของเขาแจ้งว่าเขาไปธุระกับท่านทูตข้างนอกและจะไม่กลับเข้ามาแล้ว ถ้าเธอมีธุระด่วนทำไมไม่โทร.หา

    “ไม่เป็นไรค่ะ” วายูนว่าแล้วเดินสีหน้าหนักใจออกไปโดยไม่รู้ว่าถูกชายผิวดำคนเดิมซุ่มดูอยู่...

    ณ มหาวิทยาลัยเวียนนา ไฮดี้เห็นนิโคไลผุดลุกผุดนั่ง รอการมาถึงของวายูนก็ปลอบว่าไม่ต้องร้อนใจไป อีกไม่นานก็คงมาถึง เธอไม่ยอมขาดเรียนแน่นอน พูดยังไม่ทันขาดคำ วายูนเดินเลี้ยวมุมตึกเข้ามา นิโคไลกับไฮดี้ปรี่เข้าไปหา ชายผิวดำที่เดินตามเธอมา รีบทิ้งระยะห่างเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต

    “วายูน...คุณไปไหนมาแต่เช้าเลย”

    “นิโคไลเขาเป็นห่วงเธอมากนะวายูน เขาอุตส่าห์ไปรับเธอที่ห้องพักแต่เช้า เธอกลับออกไปเช้ายิ่งกว่า ตกลงเธอไปไหนมาวายูน ไปหานักการทูตคนนั้นใช่ไหม”

    “ไป แต่ไม่เจอ”

    “อ้าว แล้วเธอจะทำยังไงต่อไปล่ะเนี่ย”

    “เอาเถอะแล้วฉันจะหาทางบอกเขาเอง ไปเข้าเรียนกันดีกว่าเดี๋ยวสาย” ตัดบทเสร็จ วายูนเดินนำออกไป ไฮดี้เดินตามโดยมีนิโคไลปิดท้าย แต่ต้องชะงักหันไปเมื่อเห็นชายผิวดำขยับจะเดินตาม พอเขาเห็นนิโคไลจ้องมองมา แกล้งเดินเลี้ยวไปอีกทางหนึ่ง หนุ่มรัสเซียไม่ติดใจสงสัยอะไรเร่งฝีเท้าตามสองสาว แต่พอเขาคล้อยหลัง ชายผิวดำคนนั้นโผล่มาอีกครั้ง สะกดรอยเดินตามทั้งสามคนไปยังตึกเรียน

    ooooooo

    ท่านทูตเห็นรามิลเอาแต่นั่งหน้าเครียด ตัดสินใจถามว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า เห็นเขาทำหน้าแบบนี้มาหลายวันแล้ว ถ้าให้ท่านเดาคงไม่พ้นเรื่องวายูน เขาหลงรักเธอเข้าแล้วใช่ไหม

    “แต่คุณก็ยังต้องไปแต่งงานกับผู้หญิงที่คุณนิตยาเห็นว่าเหมาะสมกว่า”

    “ผมควรจะทำยังไงดีครับท่านทูต”

    “ผมตัดสินใจแทนคุณไม่ได้หรอกรามิล แต่คุณต้องถามหัวใจตัวเองและไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเลือกทางไหน อย่าลืมว่ามันจะส่งผลไปตลอดชีวิตของคุณเลยนะรามิล เพราะฉะนั้นตัดสินใจให้ดีๆก็แล้วกัน”

    “ครับท่าน”...

    ขณะที่รามิลครุ่นคิดหนักไม่รู้จะทำอย่างไรกับเรื่องระหว่างตัวเองกับวายูนดี ชายผิวดำคนนั้นยังคงตามติดวายูนและคอยเก็บภาพคู่ของเธอกับนิโคไลและพยายามไม่ถ่ายภาพให้ติดไฮดี้...

    เสร็จจากงาน รามิลกลับถึงบ้านด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ นิตยานั่งทำงานอยู่กับปัทมาที่ห้องรับแขกเห็นเขาก็ร้องทักว่ากินอะไรมาหรือยัง เขากินมาจากข้างนอกแล้ว ขอตัวก่อน มีงานต้องทำต่อ แล้วเดินเข้าห้องตัวเอง ทรุดตัวลงนั่งบนเตียงหยิบมือถือขึ้นมาลุ้นให้วายูนโทร.หา แต่กลับเป็นเพียงเพ็ญที่โทร.มา

    “ช่วงนี้ผมไม่ว่างเลยครับคุณเพียงเพ็ญ ถ้าคุณเพียงเพ็ญต้องการคำปรึกษาอย่างเร่งด่วน ผมจะนัดคุณอนุชาให้ดีไหมครับ...ไม่ต้องเหรอครับ...โอเคนะครับ สวัสดีครับ” รามิลวางสายสีหน้ารำคาญใจ แล้วตัดสินใจปิดมือถือไปเลย โดยไม่รู้ว่าวายูนพยายามโทร.หาเขาอยู่...

    อาการแพ้ท้องของวายูนไม่ทุเลามีแต่จะหนักข้อขึ้น แม้จะหลับไปแล้ว อยู่ๆก็ลุกพรวดขึ้นนั่ง ท่าทางพะอืดพะอม แต่เนื่องจากไม่มีอะไรตกถึงท้องก็เลยไม่อาเจียน เธอเดินโผเผออกจากห้องนอนจะไปรินน้ำกิน แต่เวียนหัวเสียก่อน พยายามจะดึงเก้าอี้มานั่ง แต่มือป่ายไปโดนตั้งหนังสือที่ไฮดี้เอาการ์ดแต่งงานของรามิลซ่อนไว้ ร่วงลงมาทั้งแถบ การ์ดแต่งงานร่วงตามลงมาด้วย วายูนไม่ได้สนใจเพราะคลื่นไส้มาก รีบรวบหนังสือรวมทั้งการ์ดแต่งงานยัดเก็บไว้ที่เดิม

    ooooooo

    นิโคไลแวะมาที่ห้องพักของวายูนแต่เช้า ถามไฮดี้ที่เปิดประตูให้ว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง ไฮดี้ยังไม่ทันตอบคำถามมีเสียงวายูนอาเจียนดังออกมาจากห้องน้ำ

    “เขาแพ้ท้องหนักมาก แล้วเรื่องนั้นเราควรจะบอกวายูนเมื่อไหร่ดีล่ะ”

    พลันเหตุการณ์เมื่อวันก่อนผุดขึ้นมาในความคิดของไฮดี้ ตอนนั้นเพียงเพ็ญเข้ามาบอกกับเธอและนิโคไลซึ่งเพิ่งเลิกคลาสว่ารามิลกลับเมืองไทยคราวนี้ก็เพราะจะไปแต่งงาน

    “แต่เคราะห์ร้ายที่เจ้าสาวมาเกิดอุบัติเหตุก่อนหน้าวันงานแค่ 2 วัน งานแต่งงานเลยต้องเลื่อนออกไป 3 เดือน แต่ถึงจะเลื่อนงานแต่งออกไปยังไงก็ตามนะ สุดท้ายแล้วคุณรามิลก็ต้องกลับไปแต่งงานกับคู่หมั้นคู่หมายของเขาอยู่ดี”

    ไฮดี้ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้ก็ยิ่งแค้น อยากจะบอกวายูนให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย แต่ติดที่คาร์ลห้ามไว้เพราะนี่เป็นเรื่องระหว่างวายูนกับนักการทูตคนนั้น เราไม่ควรไปยุ่ง นิโคไลเห็นด้วยควรปล่อยให้สองคนนั่นจัดการกันเอง จังหวะนั้นวายูนเดินหมดเรี่ยวแรงออกจากห้องน้ำ ทำท่าจะล้ม นิโคไลพุ่งไปประคองไว้ทัน...

    ดามพ์ถึงกับส่ายหน้าระอาใจเมื่อรู้ว่าเพียงเพ็ญเอาเรื่องที่รามิลกลับไปเมืองไทยเพื่อเข้าพิธีแต่งงานไปบอกให้เพื่อนๆของวายูนฟัง ว่ากระทบว่าชาติที่แล้วเธอคงเป็นบ่างมาก่อน ชาตินี้ก็เลยติดนิสัยช่างยุมาด้วย

    “เฮอะ คุณจะว่ายังไงฉันไม่สนหรอกเพราะฉันจะต้องทำทุกอย่างเพื่อกำจัดคู่แข่งของฉันไปพ้นทางให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม” เพียงเพ็ญสีหน้ามุ่งมั่น ขณะที่ดามพ์เริ่มจะอ่อนใจกับการกระทำของเธอ...

    รามิลแวะมาหาวายูนที่ห้องพักแต่คลาดกันอีกเพราะนิโคไลพาเธอไปตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด โดยมีชายผิวดำคนเดิมแอบตามถ่ายภาพของทั้งคู่เอาไว้ นิโคไลเหลือบเห็นเขาทางหางตากำลังลดกล้องลงก็หันขวับไปมอง เขาเห็นท่าไม่ดีรีบเดินเลี่ยงไปทางอื่น นิโคไลจะตามไปดูแต่พยาบาลเรียกวายูนเข้าตรวจเสียก่อน เธอเห็นนิโคไลประคองวายูนเข้ามาถามว่าเป็นสามีคนไข้หรือเปล่า

    “เอ่อ เปล่าครับ ผมเป็นแค่เพื่อน”

    “งั้นคุณต้องรอข้างนอกนะคะ เราอนุญาตให้เข้าได้เฉพาะคนที่เป็นสามีเท่านั้น”

    นิโคไลพยักหน้ารับรู้ ปล่อยให้วายูนเข้าไปข้างในห้องตรวจเพียงลำพัง ส่วนเขาเดินต้องกลับไปนั่งรอที่เดิม แล้วนึกถึงชายผิวดำคนนั้นขึ้นมาได้ รีบเดินหา เห็นกำลังยืนเช็กรูปในกล้องถ่ายภาพ เขาปรี่เข้าใส่แต่ชายคนนั้นรู้ตัวเสียก่อน รีบวิ่งหนี นิโคไลไม่ยอมแพ้ ไล่ตามจนทันโดดตะครุบตัวไว้ได้ ตะคอกถามว่าตามเราสองคนทำไม ชายคนนั้นไม่ตอบ ชกหน้านิโคไลผงะหงายหลัง แล้วเผ่นแน่บไปอย่างรวดเร็ว นิโคไลเห็นว่าตามไปคงไม่ทันตัดสินใจกลับมารอวายูนที่หน้าห้องสูติฯ

    ไม่นานนัก วายูนออกมาจากห้องตรวจ เห็นใบหน้าของนิโคไลก็ร้องทักไปทำอะไรมา ทำไมถึงปากแตก เขาโกหกว่าเดินชนมุมตึก แล้วถามว่าหมอว่าอย่างไรบ้าง

    “หมอว่าทุกอย่างปกติดีแค่แพ้ท้องมากไปหน่อย หมอเขาเลยจะให้ยาบำรุงไปกินแล้วก็ให้กลับมาตรวจตามเวลาที่เขานัดน่ะ”

    “งั้นเราไปรับยากัน” นิโคไลว่าแล้วประคองวายูนออกไป

    ooooooo

    ทันทีที่ไฮดี้เห็นสภาพของนิโคไลที่ประคองวายูน กลับห้องพัก ถึงกับร้องเอะอะไปทำอะไรมา ปากแตก เหมือนถูกชกไม่มีผิดเพี้ยน เขาชะงัก สีหน้ามีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ไฮดี้มองออกต้องมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลบอกให้วายูนไปเปลี่ยนเสื้อผ้า โรงพยาบาลมีแต่เชื้อโรคทั้งนั้น เธอทำท่าจะไม่ยอมไป

    ไฮดี้รีบดันหลังวายูนให้เข้าห้องจนสำเร็จแล้วหันไปคาดคั้นให้นิโคไลบอกมาว่าใครชกหน้า เขาเล่าเรื่องที่เจอชายผิวดำคอยสะกดรอยตามถ่ายรูปเขากับวายูนให้ฟัง

    “ฉันเห็นคนดำคนนี้มาสองหนแล้วนะไฮดี้ หนแรกที่มหาวิทยาลัย พอคนนั้นรู้ว่าฉันเห็นเขา เขาก็รีบเดินหลบไปทางอื่นทันที ทีแรกฉันก็คิดว่าคงเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่าแต่พอเมื่อเช้าฉันเห็นเขาอีกทีที่โรงพยาบาล ฉันก็มั่นใจวาเขาแอบตามดูเราแน่ๆ”

    ไฮดี้มองไปทางห้องนอนของวายูนเห็นยังปิดประตูเงียบ รีบเดินไปหยิบการ์ดที่เหน็บไว้ในหนังสือมาให้นิโคไลดู มั่นใจว่านี่ต้องเป็นการ์ดแต่งงานของนักการทูตคนนั้น

    “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคนที่แอบตามดูวายูนด้วยล่ะไฮดี้ แล้วเธอได้การ์ดแต่งงานนี่มาได้ยังไงเนี่ย”

    “คนของน้าของนักการทูตคนนั้นเป็นคนเอามาให้ เขาฝากให้วายูน”

    นิโคไลแปลกใจ แล้วทำไมไฮดี้ถึงไม่เอาการ์ดใบนี้ให้วายูน เธอไม่ให้เพราะคิดว่าเรื่องใหญ่แบบนี้รามิล

    ควรจะบอกวายูนด้วยตัวเองไม่ใช่ให้คนอื่นเอาการ์ดมาส่งให้แบบนี้ หนุ่มรัสเซียก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี เรื่องนี้ไปเกี่ยวอะไรกับคนที่ตามดูวายูน ไฮดี้คิดว่าน่าจะเป็นฝีมือของรามิลเพราะเขาไม่คิดจะจริงจังกับวายูนตั้งแต่แรก

    “เขาแค่อยากสนุกด้วยเท่านั้น ทั้งๆที่รู้ตัวอยู่แล้วว่ากำลังจะแต่งงาน แล้วเขาก็อาจจะกลัวว่าวายูนจะคิดจริงจังกับเขา ไม่ยอมเลิกรากับเขาง่ายๆ เขาก็เลยแกล้งส่งคนมาขู่ให้วายูนกลัว เธอคิดว่าไงนิโคไล”

    ชายหนุ่มไม่ตอบ ได้แต่นั่งหน้าเครียด...

    หลังจากนั้นไม่นาน ขณะรามิลกำลังเดินมาตามทางเพื่อไปสถานทูตไทย นิโคไลซึ่งดักรออยู่จับเขาเหวี่ยงติดกำแพงแล้วเอาแขนค้ำคอไว้ ตะคอกใส่หน้าเป็นคนส่งคนไปตามดูวายูนใช่ไหม รามิลไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไร

    “ผมไม่เชื่อ ถ้าไม่ใช่คุณแล้วจะเป็นใครล่ะที่จะทำเรื่องบ้าๆอย่างนี้ คอยดูนะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับวายูนแม้แต่เพียงนิดเดียว คุณกับผมเป็นได้เห็นดีกันแน่ ไม่เชื่อ คอยดู” นิโคไลขู่เสร็จผละจากไปทิ้งให้รามิลยืนงงอยู่ตรงนั้น โดยไม่รู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ก็คือคุณน้าจอมบงการของเขานั่นเอง และเธอกำลังเอาเงินค่าจ้างไปจ่ายให้นักเลงคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้านายของชายผิวดำคนนั้น

    “คนของผมตามถ่ายรูปเป้าหมายอยู่หลายวันเลยครับ พวกเขาอยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่ตอนนี้ไอ้หนุ่มรัสเซียคนนั้นมันรู้ตัวเสียแล้วล่ะครับ คนของผมก็เลยต้องถอยออกมา”

    “ดีแล้ว งั้นฉันขอยกเลิกภารกิจนี้ไปก่อน ไม่อยากให้พวกมันรู้ตัวไปมากกว่านี้ แต่ถ้าฉันมีอะไรจะไหว้วานอีก ฉันจะติดต่อไปใหม่ก็แล้วกัน”

    ในเวลาต่อมา นิตยากลับถึงบ้านพักรับรองของรามิล ปัทมาซึ่งรอท่าอยู่ปรี่เข้ามารับพร้อมกับศิราณี ถามว่าไปไหนมา เธอตวาดแว้ดลืมตัวไปหรือว่าเป็นแค่ลูกจ้างแล้วเดินเข้าห้องไปเลย ปัทมาเข่นเขี้ยวด้วยความแค้น ลืมไปว่าศิราณียืนอยู่ตรงนั้นด้วย

    “แต่ถ้าวันไหนนังลูกจ้างคนนี้ได้กลายเป็นหลานสะใภ้ขึ้นมาล่ะก็ คนบางคนคงได้กระอักเป็นเลือดกันบ้าง”

    “แต่ดิฉันว่า คนบางคนอาจจะได้กระอักเลือดก่อนนะคะ เพราะอยากเป็นหลานสะใภ้เขาจนตัวซีดตัวสั่น แต่หลานชายเขาไม่เอา...แปร้” ศิราณีแลบลิ้นหลอก แล้วหัวเราะเยาะซ้ำ ปัทมาแค้นมากอยากจะร้องกรี๊ดๆให้บ้านแตกแต่ไม่กล้า กลัวถูกนิตยาเล่นงาน

    ooooooo

    ที่มหาวิทยาลัยเวียนนา เพียงเพ็ญเพิ่งเลิกชั้นเรียน เดินออกมานอกห้องเจอวายูนที่เพิ่งเลิกเรียนเช่นกันออกมาจากห้องเรียนอีกห้องหนึ่งก็หยุดมองอย่างสนใจ เธอเวียนหัวคลื่นไส้เซจะล้ม นิโคไลรีบประคองเธอไปนั่งพัก เพียงเพ็ญค่อยๆขยับเข้าไปใกล้ๆเพื่อจะได้ยินทั้งคู่คุยกัน

    “ผมว่าคุณควรจะรีบบอกเรื่องนี้กับนักการทูตคนนั้น ได้แล้วนะวายูน เขาควรจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในตัวคุณด้วย เพราะยิ่งปล่อยให้เรื่องนี้คาราคาซังนานเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งลำบากมากขึ้นเท่านั้นนะวายูน”

    วายูนรับคำอย่างขอไปทีเพราะเวียนหัวอย่างหนัก ขณะที่เพียงเพ็ญรีบเดินเลี่ยงออกมา จากนั้นไม่นาน เพียงเพ็ญ นำเรื่องที่แอบได้ยินนิโคไลกับวายูนคุยกันไปเล่าให้ดามพ์ฟัง

    “ฉันจะต้องไปบอกเรื่องนี้กับคุณนิตยาว่าเด็กพวกนั้นกำลังจะเอาเรื่องที่วายูนท้องมาจับคุณรามิล”

    ดามพ์ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเธอ พยายามทักท้วงทำให้เธอไม่พอใจ เดินปึงปังจากไป...

    ทางด้านวายูนแพ้ท้องขนาดหนัก เรียนคลาสต่อไป ไม่ไหว นิโคไลก็เลยต้องพากลับมานอนพักที่ห้องเช่า คาร์ลเป็นห่วงเธอมาก แนะว่าเธอควรจะบอกเรื่องนี้ให้รามิลรู้ได้แล้ว ไฮดี้เสนอตัวถ้าวายูนจะไปหาเขาวันไหน ตนจะไปเป็นเพื่อน เธออยากไปหาเขาคนเดียวมากกว่าแต่นิโคไลไม่ยอมให้ไป กลัวเธอจะเป็นลมกลางทาง อาสาไปจะเป็นเพื่อนเธอเอง ถ้าเธออยากคุยกับรามิล ตามลำพัง เขาก็จะคอยอยู่ห่างๆ ไฮดี้เห็นด้วย

    “ก็ดีเหมือนกันนะวายูน ยังไงๆมีนิโคไลไปด้วยก็ดีกว่าไปคนเดียวล่ะ”...

    ดึกแล้ววายูนยังนอนไม่หลับ หยิบรูปของตัวเองที่ถ่ายกับผิน พร้อมจิตและภักดิ์ขึ้นมาดู

    “คุณปู่ขา...วากำลังจะมีเหลนให้คุณปู่แล้วนะคะ มีคนนี้แล้ววาก็คิดว่าจะมีอีกสักสองคน ลูกของวาจะได้ ไม่เหงาเหมือนวาที่เป็นลูกโทน...หลานเขยของคุณปู่เป็นคนไทยนะคะ ไม่ได้เป็นฝรั่งมังค่าอย่างที่คุณปู่กลัว ...อาพร้อมขาอย่าโกรธวานะคะที่วาเหลวไหลอย่างนี้ แต่วารักเขาค่ะ รักหมดหัวใจเลย”

    ooooooo

    ณ ห้องพักของวายูน นิโคไลไปสืบข่าวที่สถานทูต เมื่อเช้าทำให้รู้ว่าพรุ่งนี้รามิลจะไปประชุมที่มิวนิกหนึ่งเดือน ถ้าวายูนอยากคุยกับเขา ก็ต้องไปวันนี้เลย เพราะวันนี้น้าของเขาจะไปเที่ยวซัลสบวร์กกับคุณหญิงนิต้า เอาเลขาฯส่วนตัวคนนั้นไปด้วย กว่าจะกลับก็พรุ่งนี้ ดังนั้นวันนี้ที่บ้านของเขาจะเหลือแค่แม่บ้านเท่านั้น

    “อย่ารออะไรอีกเลยวายูน เด็กในท้องของเธอก็โตขึ้นทุกวันๆ จะทำอะไรก็รีบทำเถอะ” ไฮดี้สนับสนุน นิโคไลเอื้อมมือมาบีบมือวายูนอย่างเป็นกำลังใจให้

    “ไม่ต้องกลัวนะวายูน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมอยู่กับคุณเสมอ”...

    นิตยากับปัทมาแวะมารับคุณหญิงนิต้าที่บ้านพักรับรองของท่านทูตตามที่นัดกันไว้ คุณหญิงนิต้าเสียดายที่รามิลไม่ได้ไปด้วย ไม่อย่างนั้นจะได้สนุกกันพร้อมหน้า นิตยาก็เสียดายเช่นกันที่ไม่ได้เที่ยวกับหลานสุดเลิฟ

    “รามิลเขาขอตัวค่ะเพราะต้องเตรียมเอกสารที่จะต้องไปประชุมที่มิวนิกพรุ่งนี้ ดิฉันก็ไม่อยากจะคะยั้นคะยอเพราะเห็นว่าเขาถูกสั่งให้ประชุมด่วน ต้องเตรียมเอกสารวุ่นวาย”

    “แต่ตารามิลจะประจำการอยู่ที่เวียนนานี่อีกนาน ยังมีเวลาได้เที่ยวกับคุณนิตอีกเยอะล่ะค่ะ เราจะไปกันเลยไหมคะ” คุณหญิงนิต้าว่าแล้วหันไปพยักพเยิดให้กัญญารัตน์ยกกระเป๋าไปใส่รถ ปัทมาเข้าไปช่วยขนอีกแรงหนึ่ง พลางกระซิบกับเธอว่าไม่อยากไปทริปนี้เลย ถูกนิตยาหนีบติดตัวตลอดจนไม่มีเวลาย่องหารามิล

    “ใจเย็นๆค่ะคุณปัท ตราบใดที่คุณรามิลยังไม่แต่งงาน คุณก็ยังพอมีหวังกับตำแหน่งคุณหญิงทูตในอนาคตอยู่ค่ะ แต่ตอนนี้เราไปเที่ยวกันก่อน เที่ยวฟรีกินฟรีนะคะ”...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน หลังจากดูจนแน่ใจว่าในบ้าน เหลือเพียงรามิลกับแม่บ้านเท่านั้น นิโคไลปล่อยให้วายูน เข้าไปพบกับรามิลตามลำพัง โดยที่ตัวเองรออยู่หน้าบ้าน ทันทีที่รามิลเจอหน้าเธอ คว้าตัวมากอดไว้แนบอก

    “คิดถึงคุณจังเลยวายูน ไม่ได้เห็นหน้าคุณมาเดือน กว่าๆนานเหมือนเป็นปีเลย ดีใจจังที่คุณมา นี่ถ้าไม่ได้เจอกันวันนี้ อีกเป็นเดือนเลยนะกว่าจะได้เจอกันอีกทีน่ะ เพราะผมจะต้องไปประชุมที่มิวนิกเดือนหนึ่ง” รามิลว่าแล้วขยับตัวออกห่าง เพื่อมองเธอให้เต็มตา “คุณผอมลงนะไม่สบายหรือเปล่าวายูน”

    “วาไปหาหมอมาเพราะไม่สบายมาก ถึงได้รู้ว่า ...เรากำลังจะมีลูกกันค่ะคุณรามิล ลูกของเรา วาท้องได้เดือนกว่าแล้วค่ะ” วายูนมองหน้ารามิลหวังจะได้เห็นอาการดีใจ แต่ต้องผิดหวังที่เขากลับผงะถอยห่างแถมยังบอกอีกว่าเราไม่ควรจะมีลูกกันตอนนี้ หญิงสาวรู้สึกเหมือนโลกถล่มลงตรงหน้า จังหวะนั้นมีเสียงนิตยาดังขึ้น

    “รามิลพูดถูก พวกเธอสองคนยังไม่ควรจะมีลูกกันตอนนี้”

    รามิลกับวายูนหันมองตามเสียง เห็นนิตยายืนสีหน้าเย็นชาอยู่ ต่างตกใจ...

    อีกมุมหนึ่งหน้าบ้านพัก นิโคไลเห็นนิตยากับพวกกลับมา จะเข้าไปช่วยวายูนที่อยู่ข้างในแต่ถูกปัทมากับกัญญารัตน์ยืนขวางไว้ สั่งให้เขารออยู่ตรงนี้ เรื่องข้างใน บ้านไม่ใช่ธุระอะไรของเขา นิโคไลไม่มีทางเลือกจำต้องยืนเอาใจช่วยวายูนอยู่ตรงนั้น เพียงเพ็ญเพิ่งเลี้ยวมุมตึกกำลังจะไปที่บ้านพักของรามิล เห็นปัทมา กัญญารัตน์ และนิโคไลยืนสีหน้าเคร่งเครียดกันอยู่ ถึงกับหยุดกึก

    ooooooo

    วายูนเห็นสายตาที่นิตยาจ้องมองมา รู้สึกเหมือนเลือดในตัวแข็ง ยิ่งเธอเดินเข้ามาใกล้ยิ่งทำให้ใจสั่นพานจะเป็นลม นิตยามองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจดเท้าอย่างไม่เป็นมิตร และเพื่อทำให้เธอรู้ว่าท่านจะสั่งให้รามิลซ้ายหันขวาหันอย่างไรก็ได้ จึงบอกให้เขาช่วยไปหยิบผ้าพันคอให้ท่านหน่อย ท่านลืมเอาไป

    ชายหนุ่มลังเล นิตยาเหมือนจะอ่านใจเขาออกตวัดสายตามอง เขาไม่กล้าหือกล้าอือรีบเดินออกไป วายูน มองชายคนรักที่เดินจากไป รู้ทันทีว่าเขาไม่คิดจะปกป้องเธอกับลูกก็ใจเสีย ขณะที่นิตยายิ้มสะใจ

    “ไม่ต้องแปลกใจหรอกวายูน รามิลเขาเป็นคนเชื่อฟังฉันมาตลอดจะมาเป๋ไปบ้างก็ตอนที่เขามาเจอเธอนี่แหละ น่าเสียดายนะที่เธอออกจะเรียนเก่ง เรียนในสาขาที่แทบจะไม่มีคนไทยเข้ามาเรียนได้เลย และเรียนได้ดีเสียด้วย อนาคตยังไปได้อีกไกลทีเดียว แต่เธอกลับไม่เอาดีทางนั้นแต่คิดจะมาเอาดีทางลัด”

    “ดิฉันไม่ได้คิดจะจับคุณรามิลและไม่เคยคิดด้วย แต่เรารักกัน...”

    “จริงเหรอ นี่แสดงว่าเธอยังไม่รู้เรื่องที่เขากำลังจะแต่งงานใช่ไหม” นิตยาว่าแล้วเดินไปหยิบการ์ดแต่งงานของรามิลที่วางอยู่แถวนั้นยื่นให้ วายูนรับไปดูมือไม้สั่น เห็นชื่อรามิลกับจุลมณีชัดเจน ถึงกับปล่อยการ์ดร่วงจากมือ น้ำตาคลอเบ้าเสียใจสุดๆแต่จำต้องกลั้นเอาไว้ บอกกับตัวเองว่าจะต้องไม่ร้องไห้ต่อหน้านิตยา รามิลกลับเข้ามาพร้อมผ้าพันคอหลายผืน นิตยาปรายตามองหลานชายสุดเลิฟแวบหนึ่งแล้วพูดกับวายูนอีกว่า

    “เรื่องที่เธอท้องมันเป็นเพราะรามิลพลาด เขาไม่เคยพลาดทำผู้หญิงคนไหนท้องมาก่อนเพราะเขารู้ว่าผู้หญิงที่ผ่านมาทุกคนรักที่จะสนุกไปกับเขา”

    วายูนมองชายคนรักหวังจะให้เขาพูดอะไรบ้างแต่เขากลับยืนนิ่งเหมือนกับเรื่องที่นิตยาพูดเป็นความจริง ก็ยิ่งช้ำใจ นิตยาหว่านล้อมให้เธอเห็นแก่อนาคตของรามิล หากเธอรักเขาจริง ผู้หญิงที่จะแต่งงานกับเขาต้องเป็นผู้หญิงที่คู่ควรซึ่งไม่ใช่เธอ แล้วหยิบเงินในกระเป๋าปึกหนึ่งยัดใส่มือ ให้เธอเอาไปทำแท้ง ส่วนเงินที่เหลือจากทำแท้ง ให้ถือเป็นของขวัญที่ท่านให้ในฐานะที่เธอทำให้หลานชายของท่านสนุกและมีความสุขตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา วายูนหมดความอดทน

    “ถ้าดิฉันจะทำแท้ง ดิฉันก็จะฆ่าลูกของดิฉันด้วยเงินของตัวเองไม่ใช่เงินของใครทั้งสิ้น”

    “ฉันก็แค่อยากจะช่วยเหลือเธอก็เท่านั้นล่ะ ทุกวันนี้เห็นเธอใช้ชีวิตแบบอดมื้อกินมื้อก็น่าเวทนาจะตายอยู่แล้ว อีกอย่างเรื่องนี้รามิลก็ควรจะมีส่วนรับผิดชอบด้วย ไม่ใช่เอาแต่สนุกอย่างเดียว”

    วายูนโกรธจัด ปาเงินใส่หน้านิตยาแล้วผลุนผลันออกไป รามิลจะตามแต่คุณน้าตัวแสบดึงแขนเอาไว้

    เขาสะบัดมือท่านออกแล้ววิ่งไปที่หน้าต่างมองตามวายูนที่วิ่งไปล้มฟุบหน้าบ้าน นิโคไลถลาเข้ามาคว้าตัวไว้ทันก่อนจะฟาดพื้น นิตยาไม่วายใส่ไฟว่าจะต้องไปห่วงผู้หญิงคนนั้นทำไม แฟนของเธอมารอรับอยู่แล้ว รามิลต่อว่าว่าทำอย่างนี้ทำไม เด็กในท้องวายูนเป็นลูกของเขา

    “เลิกโง่ได้แล้วรามิล” นิตยาพูดจบเปิดคลิปในมือถือที่ส่งคนไปตามเก็บภาพวายูนกับนิโคไล โดยเฉพาะรูปที่นิโคไลประคองเธอเข้าไปฝากครรภ์ “รามิลไม่ติดโรคอะไรจากแม่นั่นก็บุญถมไปแล้วรู้ไหม อย่าให้น้าต้องทำอะไรมากไปกว่านี้”

    “คุณน้าเอารูปพวกนี้มาจากไหน” รามิลเห็นสีหน้าเหี้ยมเกรียมของท่านก็นึกถึงตอนที่นิโคไลเล่นงานเขาหาว่าส่งคนไปตามวายูน ก็ถึงบางอ้อทันทีที่แท้ก็เป็นฝีมือของท่านนี่เอง เขาโมโหมากแต่ทำอะไรไม่ได้ เดินกระแทกส้นเท้ากลับห้อง พาลโกรธคนทั้งโลก โดยเฉพาะตัวเองที่อ่อนแอไม่กล้าช่วยเหลืออะไรวายูน...

    ครู่ต่อมา นิโคไลประคองวายูนที่ยังอยู่ในอาการช็อกกลับมาถึงห้องพัก ไฮดี้เห็นสภาพของเพื่อนรักก็พอจะเดาได้ การไปเจอรามิลครั้งนี้คงจบไม่สวย พยายามจะซักว่าเกิดอะไรขึ้น คาร์ลขอร้องอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ให้พาวายูนไปพักก่อน ไฮดี้พยักหน้าเป็นทำนองเห็นด้วย ช่วยนิโคไลประคองเธอไปนอนในห้อง

    “ขอฉันอยู่คนเดียว”

    “ผมอยู่ข้างนอกนะวายูน ถ้าคุณอยากได้อะไรเรียกผมได้ทันที ผมไม่ไปไหน” นิโคไลบีบมือวายูนอย่างให้กำลังใจแล้วชวนไฮดี้ออกไป ทันทีที่ประตูห้องนอนปิด น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ตั้งแต่อยู่ที่บ้านของรามิลเริ่มไหลริน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสะอื้นตัวโยนแล้วกรีดร้องสุดเสียงระบายความแค้นออกมา ทั้งไฮดี้ นิโคไลและคาร์ลได้ยินเสียงร้อง รีบวิ่งมาดู เห็นวายูนนอนหมดสติอยู่บนเตียงก็พากันตกใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 19:44 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์