ข่าว

วิดีโอ



รักเร่

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: นวดี สถิตยุทธการ

กำกับการแสดงโดย: มารุต สาโรวาท

ผลิตโดย: บริษัท ฮันนี่ แอนด์ เฟรนด์ ออกาไนซ์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: อรรคพันธ์ นะมาตร์,เขมนิจ จามิกรณ์

วันนี้เป็นวันแรกที่วายูนทำงานในฐานะล่ามของยูเอ็นประจำกรุงเวียนนา นิโคไลมารับเธอพร้อมดอกไม้ช่อใหญ่เพื่อแสดงความยินดีที่เธอทำได้อย่างที่ฝันเอาไว้ พร้อมจิตเข้ามารับช่อดอกไม้จากมือวายูน

“มา...อาเอาไปใส่แจกันเอง วาจะได้ไปทำงาน”

“งั้นวาไปทำงานก่อนนะคะคุณอา ฝากยัยตัวเล็กนี่ด้วยนะคะคุณพริ้ง เลิกงานแล้ววาจะรับกลับนะคะ”

วายูนจูบลีล่า และไม่ลืมจูบแก้มพร้อมจิตก่อนจะออกไปกับนิโคไล...

รามิลถูกท่านทูตเรียกตัวไปพบ เนื่องจากมีคำสั่งให้เขาไปเป็นผู้แทนไทยประจำยูเอ็น โดยที่พรุ่งนี้เขาจะต้องไปรายงานตัวที่นั่น รามิลตื่นเต้นดีใจมาก...

ทางด้านเพียงเพ็ญชวนดามพ์มาปิกนิกที่สวนสาธารณะเพื่อเลี้ยงฉลองที่เธอเรียนจบด็อกเตอร์ เขาอดแปลกใจไม่ได้นึกอย่างไรถึงได้อยากมาฉลองกับเขา เพียงเพ็ญมีเขาเป็นเพื่อนเพียงคนเดียว ไม่ฉลองกับเขาแล้วจะให้เธอไปฉลองกับใคร ดามพ์เชื่อว่าหากเธอลดความคิดที่จะแข่งขันเอาชนะคนอื่นลงบ้าง เธอคงจะมีเพื่อนมากกว่านี้ เขาเห็นเพียงเพ็ญหน้าเศร้ารีบเปลี่ยนเรื่อง

“ไหนคุณเอาอะไรมาฉลองบ้างนี่” ดามพ์เห็นเธอหยิบน้ำผลไม้ออกมารินใส่แก้ว 2 ใบแล้วส่งให้ดามพ์ใบหนึ่ง “ฉลองกันด้วยน้ำผลไม้เนี่ยนะ...อ่ะ น้ำผลไม้ก็น้ำผลไม้ เอ้า...ชน” เขายกแก้วชนกับแก้วในมือเธอ

ทันใดนั้นลีล่าวิ่งแทรกเข้ามากลางวงหน้าตาเฉย เพียงเพ็ญตกใจเหลียวหาผู้ปกครองเด็ก พร้อมจิตกับพริ้งวิ่งหน้าตั้งเข้ามา อารามรีบร้อน ขอโทษทั้งคู่เป็นภาษาไทยแล้วนึกขึ้นได้เปลี่ยนเป็นขอโทษเป็นภาษาอังกฤษ

“เอ๊ะ คุณเป็นคนไทยเหรอคะ”

“ค่ะ คุณสองคนเป็นคนไทยเหมือนกันหรือคะ”

“ค่ะ แล้วนี่หลานเหรอคะ หน้าตาน่ารักจัง มานั่งด้วยกันไหมคะ”

พร้อมจิตเกรงจะเป็นการรบกวน ดามพ์กลับบอกว่าไม่เป็นไร ถ้ามีคนมาช่วยฉลองด้วยกันหลายคนน่าจะสนุกดี พร้อมจิตและพริ้งรับคำเชิญทันที หลังจากแนะนำตัวให้รู้จักกันเรียบร้อย เพียงเพ็ญอดชมไม่ได้ว่าพร้อมจิตมีหลานน่ารักมาก แล้วถามหาพ่อแม่ของเด็กน้อย

“แม่ยัยลีล่าน่ะอยู่ที่นี่ค่ะ ทำงานเป็นล่ามอยู่ที่ยูเอ็น ส่วนพ่อน่ะเสียแล้วตั้งแต่ยัยลีล่ายังไม่เกิด แม่แกเลยต้องเลี้ยงยัยเด็กซนนี่มาคนเดียว ลำบากเลือดตาแทบกระเด็นเชียวล่ะค่ะ”

“แล้วลีล่านี่เป็นชื่อจริงหรือเปล่าครับ”

“ไม่ใช่ค่ะ ชื่อจริงน่ะฉันเอาชื่อพ่อกับแม่ของแกมารวมกัน พ่อแกชื่อรามิล ส่วนแม่ชื่อวายูน ฉันเลยตั้งชื่อให้แกว่ารวินทร์ค่ะ” พร้อมจิตเห็นสีหน้าตื่นๆของทั้งคู่ก็แปลกใจ...

ฝ่ายวายูนอดเป็นกังวลไม่ได้เนื่องจากมีข่าวว่าจะมีผู้แทนไทยประจำที่ยูเอ็นคนใหม่มาทำงานที่นี่ด้วย

นิโคไลอ่านใจเธอออกปลอบว่าอย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ อาจไม่ใช่รามิลก็ได้

ooooooo

รามิลแปลกใจที่กลับถึงบ้านพักรับรองเจอนิตยารอท่าอยู่ก่อนแล้ว

“ผมไม่รู้เลยว่าคุณน้าจะกลับมาที่เวียนนาวันนี้”

“ก็น้าดีใจนี่จ๊ะที่รามิลได้เลื่อนตำแหน่ง น้าก็เลยรีบบินกลับมาฉลองให้รามิลไงจ๊ะ นี่น้าก็ว่าจะชวนคุณหญิงนวลลออกับลูกสาวมาเที่ยวที่ออสเตรียนี่ด้วย เพราะเห็นว่ายังไม่เคยมากันเลย วันไหนคุณหญิงกับลูกสาวมา รามิลช่วยพาเที่ยวแทนน้าทีนะจ๊ะ”

รามิลรับคำอย่างเซ็งๆ ศิราณีซึ่งแอบฟังอยู่กับศิวาบ่นอุบทำไมนิตยาถึงยังไม่เลิกจับคู่ให้เขาสักที...

วายูนถึงกับหน้าเครียดเมื่อพร้อมจิตเล่าเรื่องที่ไปเจอดามพ์กับเพียงเพ็ญที่สวนสาธารณะให้ฟัง ท่านเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของหลานสาวอดถามไม่ได้ว่ามีอะไรหรือ

“วารู้จักคุณเพียงเพ็ญกับคุณดามพ์ด้วยเหรอจ๊ะ”

หญิงสาวไม่ตอบ แอบสบตานิโคไลไม่สบายใจ อย่างยิ่ง...ตั้งแต่กลับจากสวนสาธารณะ ทั้งเพียงเพ็ญและดามพ์ต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด เขาเห็นใจวายูนมากที่เก็บเด็กเอาไว้และเลี้ยงดูจนโตโดยไม่เคยปริปากบอกรามิลสักคำ เธอคงลำบากเลือดตาแทบกระเด็นอย่างที่พร้อมจิตว่า เพียงเพ็ญรู้สึกผิดมาก ความจริงเธอน่าจะบอกเรื่องนี้กับรามิลนานแล้ว แต่นิตยาห้ามไว้

“แล้วก็เสนอทุนวิจัยให้คุณ”

“แล้วฉันก็เห็นว่าวายูนก็ไม่ได้ต้องการให้คุณรามิลเป็นพ่อเด็กนี่ ฉันก็เลยคิดว่ามันไม่จำเป็นที่เขาจะต้องรู้เรื่องนี้ จนกระทั่งวันนี้ฉันไม่จำเป็นต้องอาศัยทุนของ คุณนิตยาอีกแล้ว และฉันคิดว่ามันถึงเวลาที่ฉันต้องทำในสิ่งที่ควรทำมาตั้งนานแล้วสักที”

ooooooo

เพียงเพ็ญมารอรามิลที่สถานทูตไทยแต่เช้าเพื่อขอคุยธุระด้วย ทีแรกเขาโกหกว่ามีประชุมทั้งวัน แต่พอเธอบอกว่าธุระที่ว่าเกี่ยวกับวายูน เขาถึงได้ยอมให้คุยด้วย

“คุณไม่ได้เจอวายูนเลยใช่ไหมคะ”

“ไม่ได้เจอมาเป็นปีแล้วครับ แล้วเธอก็ไม่ได้ให้ที่อยู่ใหม่ไว้กับทางสถานทูตด้วย เบอร์โทรศัพท์เธอก็เปลี่ยนใหม่หมด เลยติดต่อไม่ได้ คุณเจอเธอหรือครับ”

“เพ็ญไม่ได้เจอแต่วายูนนะคะ แต่เพ็ญยังได้เจอลูกของวายูนกับคุณด้วย วายูนเขาโกหกคุณ เขายังไม่ได้ไปทำแท้ง เขาไม่ได้เอาเด็กออกแต่เขาเก็บเด็กไว้และเลี้ยงดูอย่างดีจนถึงเดี๋ยวนี้”

รามิลไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เพียงเพ็ญเชิญให้เขาไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองได้เลย ตอนนี้วายูนไปเช่าอพาร์ตเมนต์ในเมืองอยู่กับญาติผู้ใหญ่ที่มาจากเมืองไทย 2 คนกับลูกของเธอ

“วายูนตั้งชื่อลูกว่าลีล่าค่ะ เพราะวันที่เด็กเกิด ดอกไลแล็กซ์บานสะพรั่งเต็มถนน ส่วนชื่อจริงน่ะ อาของวายูนเอาชื่อพ่อกับแม่มารวมกัน รามิลกับวายูนเลยได้ชื่อว่า รวินทร์ เด็กนั่นหน้าตาน่ารักน่าชังมากเลยนะคะคุณรามิล ถ้าคุณได้เห็นหน้าคุณต้องหลงรักแกแน่ๆ”

หลังได้ที่อยู่ของวายูนจากเพียงเพ็ญ รามิลมาแอบซุ่มดูแถวหน้าอพาร์ตเมนต์ของเธอเห็นเธอเดินออกมากับนิโคไล เขาอยากจะเข้าไปทักทายแต่ต้องชะงักเมื่อพร้อมจิตและพริ้งจูงมือลีล่าตามออกมา รามิลจำหน้าพร้อมจิตได้ว่าเจอกันที่หน้าห้องไอซียูที่เมืองไทย แสดงว่าผู้หญิงที่เขาเห็นในลิฟต์เป็นวายูนจริงๆ

แม่ลูกหอมแก้มล่ำลากัน วายูนเดินไปกับนิโคไล ส่วนลีล่าเดินจูงมือไปกับพร้อมจิตและพริ้งแยกไปอีกทางหนึ่ง รามิลพะว้าพะวังไม่รู้จะตามใครดี สุดท้ายตัดสินใจเดินตามลีล่าไปจนกระทั่งถึงสวนสาธารณะ ยิ่งมองก็ยิ่งมั่นใจว่าเด็กน้อยเป็นลูกของตัวเอง ทันใดนั้นลูกบอลที่ลีล่าเล่นกลิ้งมาทางที่เขายืนอยู่ เขาก้มเก็บบอลลูกนั้นไว้ ลีล่าวิ่งเข้ามาหา เขาย่อตัวลงไปถามว่าชื่ออะไร เด็กน้อยยังไม่ทันจะตอบ พร้อมจิตตามเข้ามาเสียก่อน ทักว่าคนไทยหรือ เขารับคำแล้วถามว่าเด็กน้อยคนนี้ชื่ออะไร

“ลีล่าค่ะ...ขอบคุณคุณลุงหรือยังจ๊ะลีล่า คุณลุงอุตส่าห์เก็บลูกบอลให้”

เด็กน้อยยกมือไหว้อย่างว่าง่าย พร้อมจิตดีใจที่ได้เจอคนไทยด้วยกัน ชวนเขาคุยโน่นคุยนี่ โดยไม่ลืมถามเขาว่าชื่ออะไรเผื่อวันหลังได้เจอกันอีกจะได้ทักทายถูก รามิลได้แต่ยิ้ม

ooooooo

จากนั้นไม่นานนัก เพียงเพ็ญเดินเข้ามาในร้านกาแฟเจ้าประจำกับดามพ์ สังเกตเห็นสีหน้าของรามิลที่นั่งรอท่าอยู่ก่อนแล้วก็เดาได้ทันทีว่าเขาไปเจอลีล่ามาแล้ว

“แล้วคุณยังคิดว่าเด็กนั่นเป็นลูกของวายูนกับเพื่อนรัสเซียของเขาอยู่รึเปล่า”

“ผมควรจะรู้จักวายูนดีกว่านี้ ผมน่าจะเดาได้ว่าวายูนไม่มีวันฆ่าลูกตัวเองได้ ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็เดาได้ ถ้าเด็กนั่นเป็นลูกของนิโคไล ป่านนี้วายูนคงแต่งงานกับหมอนั่นไปแล้ว ไม่ต้องมาเป็นซิงเกิลมัมทำงานหนักอย่างทุกวันนี้หรอก ผมนี่มันโง่บัดซบจริงๆ เป็นผู้ชายหน้าตัวเมียที่ทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับผิดชอบอะไรเลย”

“แล้วคุณรามิลคิดจะทำอย่างไรต่อไปคะ”

รามิลจะเอาวายูนกับลูกคืนมาให้ได้ และจะชดเชยความผิดที่เคยทำไว้กับเธอ เพียงเพ็ญไม่คิดว่าวายูนจะใจอ่อนกับเขาง่ายๆ ดามพ์อดเป็นกังวลแทนเพื่อรักไม่ได้เพราะต่อให้เขาง้อวายูนสำเร็จ แต่คุณน้าของเขาคงไม่ยอมรับเธอเป็นสะใภ้แน่ๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีปัญหามาจนถึงตอนนี้ รามิลนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะลุกพรวดออกจากร้าน ทิ้งให้ดามพ์กับเพียงเพ็ญมองตามงงๆ...

ในเวลาต่อมาที่บ้านพักของรามิล ขณะนิตยานั่งคุยอยู่กับคุณหญิงนิต้าว่าอาทิตย์หน้าคุณหญิงนวลลออกับลูกสาวจะมาถึงเวียนนา เธอตั้งใจจะให้รามิลพาน้องไปเที่ยวเพื่อจะได้ทำความรู้จักกัน รามิลพรวดพราดเข้ามาขอคุยกับนิตยาเป็นการส่วนตัวเรื่องวายูน โดยไม่สนใจว่าท่านกำลังคุยติดพันอยู่กับคุณหญิงนิต้า

นิตยาหน้าเครียดขึ้นมาทันที ขอตัวคุณหญิง นิต้าสักครู่แล้วเดินออกไปคุยกับรามิล ทั้งคุณหญิงนิต้า กัญญารัตน์และศิราณีต่างมองตามสนใจใคร่รู้

เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง รามิลต่อว่านิตยาว่าทำไมไม่บอกเรื่องวายูนกับลูกของเขา ท่านแหวกลับทันที นังนั่นเอาลูกมาแบล็กเมล์เขาหรือ รามิลขอร้องให้ท่านเลิกคิดเสียทีว่าผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาหาเขาหวังกอบโกยเงิน วายูนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขารู้ความจริงแล้ว เธอไม่เคยติดต่อเขาเลยตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้น

“งั้นก็ดีแล้วนี่ ในเมื่อมันอยากเก็บลูกไว้ แต่ไม่เรียกร้องอะไร มันก็ดีกับเราแล้วนี่จ๊ะ รามิลจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่งงานกับผู้หญิงที่ดีๆ”

“ไม่ครับคุณน้า ผมจะไม่แต่งงานกับผู้หญิงที่คุณน้าสรรหามาให้อีกแล้ว ผมจะกลับไปหาวายูนกลับไปแก้ไขความผิดที่ผมเคยทำไว้กับเธอ”

นิตยายอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ รามิลไม่สนใจยืนกรานจะทำตามใจตัวเอง แล้วผละจากไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกให้กลับมาคุยกันก่อนของท่าน...

วายูนกลับจากทำงานเข้ามาจูบทักทายถามไถ่ลูกวันนี้ทำอะไรมาบ้าง แกไปเล่นบอลที่สวนสนุกมา เจอคนไทยอีกแล้ว วายูนหันไปถามพร้อมจิตว่าเจอดามพ์กับเพียงเพ็ญอีกแล้วหรือ ท่านส่ายหน้าแทนคำตอบ คนที่เจอเป็นคนไทยที่มาประชุมที่เวียนนา ท่าทางเขาจะเอ็นดูยัยตัวซนของเรามาก แต่เขาไม่ได้บอกว่าชื่ออะไร วายูนไม่ได้สังหรณ์ใจเลยว่าคนที่พร้อมจิตพูดถึงคือรามิลนั่นเอง...

รามิลตัดสินใจหอบเสื้อผ้ามาพักที่ห้องพักรับรองภายในสถานทูตไทยเพราะไม่ต้องการให้นิตยามาคอยบงการชีวิตอีกต่อไป เขาเฝ้าแต่ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับเขาและวายูนทั้งในยามรักกันและตอนที่เขาบอกให้เธอไปเอาเด็กออก รามิลรู้สึกผิดต่อเธอและลูกมากตั้งใจมั่นจะแก้ไขความผิดในอดีตให้ได้

ooooooo

วายูนกำลังจะไปทำงาน ไม่ลืมหันไปบอกพร้อมจิตว่าเย็นนี้อาจจะกลับดึกหน่อย ต้องไปเป็นล่ามในงานประชุมเลี้ยงผู้แทนนานาชาติ พร้อมจิตอดเป็นห่วงไม่ได้ถามว่านิโคไลไปด้วยหรือเปล่า เธอพยักหน้ารับคำ

“งั้นถ้ากลับดึกนักให้นิโคไลมาส่งนะจ๊ะ”

หญิงสาวไม่ตอบอะไร หันไปจูบลาลูกสาวแล้วคว้ากระเป๋าออกไปโดยไม่รู้ว่ารามิลแอบซุ่มดูอยู่ด้านหน้า อพาร์ตเมนต์ก่อนจะสะกดรอยตาม...

คุณหญิงนิต้าตกใจมากไม่อยากจะเชื่อว่ารามิลกล้าหือกับนิตยาถึงขนาดหอบผ้าหอบผ่อนไปพักอยู่ที่สถานทูตไทยแทนที่จะอยู่ที่นี่ กัญญารัตน์ที่นั่งฟังอยู่ด้วยโพล่งขึ้นทันที

“แต่กัญญานึกอยู่แล้วล่ะค่ะว่าวันหนึ่งคุณรามิลจะต้องแหกคอกอย่างนี้”

“กัญญา!...แล้วตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ตารามิลไม่กลับมาที่บ้านอีกเลยหรือคะคุณนิต แล้วถ้าเกิดตารามิลกลับไปสานสัมพันธ์กลับแม่วายูนจริงๆ คุณนิตจะทำยังไงต่อไปล่ะคะ”

“ถ้ารามิลจะกล้าขัดคำสั่งดิฉันขนาดนั้นล่ะก็ เราจะได้เห็นดีกัน” นิตยาขบกรามแน่น สีหน้าเอาเรื่อง...

ตกค่ำในงานเลี้ยงของยูเอ็น ขณะวายูนทำหน้าที่ล่ามอยู่กับนิโคไล รู้สึกเหมือนมีคนจ้องอยู่ เธอหันขวับไปมองตรงมุมที่รามิลซุ่มดูอยู่ แต่ไม่เห็นใครเพราะเขาหลบทัน นิโคไลเห็นท่าทางของเธอก็ร้องทักมีอะไรหรือเปล่า

“เปล่าๆ เมื่อครู่นี้มิสเตอร์เฮเก้นว่ายังไงนะ ฉันไม่ทันฟัง”

“เขาบอกผมว่าผมโชคดีมากที่ได้แต่งงานกับคุณและได้ทำงานด้วยกัน แต่ผมบอกเขาไปแล้วว่าเราเป็นแค่เพื่อนกัน เขาเลยบอกผมว่าอย่าปล่อยให้คุณหลุดมือไป” นิโคไลมองวายูนด้วยความหลงใหล รามิลซึ่งแอบมองอยู่เห็นสายตาของเขาแล้วหงุดหงิดสุดๆ...

งานเลี้ยงเลิกแล้ว ระหว่างที่วายูนเตรียมจะกลับบ้าน นิโคไลเดินเข้ามาบอกว่ามิสเตอร์เฮเก้นจะไปดื่มต่อกับท่านทูตรัสเซีย เขาต้องไปด้วย เธอจะกลับบ้านคนเดียวได้ไหม วายูนหัวเราะขำ

“โธ่นิโคไล ฉันไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ คุณไปทำงานเถอะไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกค่ะ”

นิโคไลอดเป็นห่วงเธอไม่ได้ ถึงบ้านเมื่อไหร่ให้เธอไลน์มากบอกด้วย เขาจะได้ไม่ต้องเป็นกังวล...

รามิลสบช่อง เห็นวายูนเดินกลับบ้านคนเดียวมาดักหน้าจะขอคุยด้วย เธอไม่มีอะไรจะพูดกับเขาอีกแล้วรีบเดินหนี เขาคว้าข้อมือเธอไว้ ต่อว่าทำไมต้องโกหกด้วยว่าเอาเด็กออกแล้ว ทำไมไม่เคยบอกเขาว่าลีล่าคือลูกของเขา วายูนตกใจ เขารู้จักลูกได้อย่างไร

“ผมจะรู้ได้ยังไงมันไม่สำคัญเท่ากับผมรู้ว่าลีล่าคือลูกของผมกับคุณ”

“ไม่ใช่ ลีล่าคือลูกของฉันคนเดียว เรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว ฉันกับลีล่าเราอยู่ของเราอย่างมีความสุขกันดีแล้ว เพราะฉะนั้นได้โปรดอย่ามายุ่งกับเรา” วายูนสะบัดมือหลุดรีบวิ่งหนี รามิลไล่ตามจนทันคว้าตัวเอาไว้ จะไม่ปล่อยเธอไปไหนจนกว่าจะคุยกันให้รู้เรื่องก่อน เธอไม่มีอะไรจะคุยด้วยในเมื่อเขาเองเป็นฝ่ายไม่ต้องการเธอ ไม่ต้องการลูก บอกให้เธอฆ่าลูกในไส้แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอไม่ได้เลือดเย็นอย่างเขา

“ลีล่าเป็นลูกผมจริงๆด้วย วายูนผมขอโทษ ผมยอมรับว่าผมผิด แต่ขอโอกาสให้ผมได้แก้ตัวใหม่ได้ไหม”

ไม่ว่ารามิลจะอ้อนวอนร้องขอโอกาสสักกี่ครั้ง

วายูนยืนกรานโอกาสของเขาหมดไปตั้งแต่เขาบอกให้เธอไปทำแท้งแล้ว ขอให้เราต่างคนต่างอยู่ไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก แล้ววิ่งหนีไป ทิ้งรามิลยืนคอตกอยู่ตรงนั้น

การได้เห็นหน้ารามิลอีกครั้งทำให้แผลเป็นในใจของวายูนเปิดขึ้นอีกครั้ง เธอตระหนักแล้วว่ายังรักเขาอยู่ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน เธอหยุดวิ่งหนีแล้วร้องไห้ออกมาอย่างหมดความอดกลั้น จนสาแก่ใจก็เช็ดน้ำตาแล้วตรงกลับบ้าน พร้อมจิตมัวแต่ทำโน่นทำนี่ก็เลยไม่ทันเห็นดวงตาแดงช้ำเนื่องจากผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักของเธอ วายูนเดินเลี่ยงไปที่ห้องนอนของลูก นั่งลงที่เตียงก้มจูบลีล่าที่นอนหลับสนิท

“หนูเป็นลูกของแม่...ของแม่คนเดียว” วายูนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง พอเงยหน้าขึ้นมอง ต้องชะงักเมื่อเห็นรูปถ่ายของรามิลที่พร้อมจิตเอามาวางไว้ที่หัวเตียงของลีล่าตั้งแต่เมื่อครั้งมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ วายูนเจ็บปวดใจมาก เอื้อมมือไปจับกรอบรูปคว่ำหน้าลง ไม่อยากเห็นภาพบาดตาอีก

ooooooo

รามิลเล่าเรื่องเมื่อคืนที่เจอกับวายูนให้ดามพ์กับเพียงเพ็ญฟัง ดามพ์สรุปในเมื่อเขาทำกับวายูนไว้เจ็บแสบขนาดนั้น เธอคงไม่ให้อภัยเขาง่ายๆแน่ ทางที่ดีเขาควรตัดใจจากเธอจะดีกว่า

“ไม่ ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันไม่เคยตัดใจจากวายูนได้เลย ยิ่งตอนนี้มารู้ว่าฉันมีลูกกับเธอ...” พูดได้แค่นั้น รามิลก็ชะงักเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ สีหน้ามีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน คาร์ลกับไฮดี้ยุให้นิโคไลขอแต่งงานกับวายูนได้แล้ว ตอนนี้เขามีงานที่มั่นคงทำแล้วจะมัวรออะไรอยู่อีก นิโคไลก็อยากจะทำอย่างนั้นเหมือนกัน แต่กลัวว่าถ้าขอแล้วเธอปฏิเสธจะทำอย่างไร ไฮดี้ไม่คิดว่าน่าจะมีปัญหาอะไร วายูนเองก็ไม่มีใคร ส่วนนักการทูตคนนั้น เธอคงเจ็บเกินกว่าจะกลับไปหาเขาอีก

“แต่การที่วายูนยังเจ็บมันแปลว่าเธอยังไม่ลืมน่ะสิ” นิโคไลถึงกับหน้าเครียด...

ในเมื่อเข้าทางแม่ไม่ได้ รามิลตัดสินใจเข้าทางลูก ซื้อตุ๊กตาตัวใหญ่ไปฝากลีล่าที่มาเล่นที่สวนสาธารณะ เด็กน้อยถือไม่ไหวพร้อมจิตก็เลยรบกวนให้รามิลช่วยอุ้มตุ๊กตาไปส่งให้ที่ห้องพัก เขากวาดตามองไปรอบห้องพักด้วยความสนใจใคร่รู้ว่าวายูนมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร เพื่อเป็นการตอบแทนที่เขาซื้อตุ๊กตาให้ลีล่า พร้อมจิตก็เลยชวนเขาดื่มกาแฟด้วยกัน โดยไม่ลืมทวงถามชื่อของเขาอีกครั้ง รามิลอึกอักอยู่อึดใจ

“ผมชื่อรณลักษณ์ครับ” ชายหนุ่มเอานามสกุลตัวเองมาเป็นชื่อด้วยไม่อยากให้พร้อมจิตรู้ว่าเป็นใคร

ลีล่าพยายามลากตุ๊กตาตัวโตเข้าไปในห้องตัวเองแต่ลากไม่ไหว รามิลรีบเข้าไปช่วยโดยมีพร้อมจิตเดินตามไปด้วย เขาถามเด็กน้อยจะให้เอาตุ๊กตาวางที่ไหน ลีล่าหันรีหันขวางมือไปปัดถูกรูปรามิลหล่นพื้น

“ดู...มือไม้เปะปะจนปัดของตกเลยเห็นไหม ดีนะกระจกไม่แตกน่ะ” พร้อมจิตหยิบรูปวางไว้ที่เดิมแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นคนในรูป หันมาจ้องรามิลเขม็ง เขาสงสัยก็เลยยื่นหน้าไปดู เห็นเป็นรูปตัวเองถึงกับไปไม่เป็น

พร้อมจิตเชิญรามิลไปคุยกันที่ห้องรับแขก ฝากให้พริ้งมาดูแลลีล่าไว้อย่าให้ออกมานอกห้อง แล้วหันไปต่อว่ารามิลทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกว่าเขาคือพ่อของลีล่า เขาอ้างขืนทำอย่างนั้นพร้อมจิตก็ต้องบอกวายูน เขา

ก็จะถูกสั่งห้ามไม่ได้เจอลีล่าอีกซึ่งเขายอมไม่ได้ ท่านไม่พอใจมากในเมื่อเขาเป็นฝ่ายไม่ต้องการลีล่าเองไม่ใช่หรือ แล้วตอนนี้จะมาเรียกร้องทำไม

“ผมยอมรับครับว่าผมเป็นคนผิดเอง และตอนนี้ผมอยากขอโอกาสแก้ไขความผิดพลาดในอดีตบ้าง ขอให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อบ้างเถอะครับ นะครับคุณพร้อม ผมไหว้ล่ะครับ” รามิลยกมือไหว้น้ำตาคลอเบ้า...

ฝ่ายนิโคไลตั้งใจจะขอวายูนแต่งงานแต่ไม่กล้าขอตรงๆ ได้แต่ชวนเธอมาสร้างอนาคตด้วยกัน ดูเหมือนเธอจะอ่านใจเขาออก รีบตัดบทอย่าเพิ่งพูดถึงอนาคต ตอนนี้เธอขอแค่ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก่อน...

วายูนไม่พอใจมากเมื่อรู้จากพร้อมจิตว่ารามิลตามมาถึงที่บ้าน ทั้งที่เธอบอกเขาไปแล้วว่าอย่ามายุ่งกับเราอีก พร้อมจิตไม่คิดว่าเขาจะยอมรามือง่ายๆ เพราะเขารู้แล้วว่าลีล่าเป็นลูกของเขา วายูนถึงกับของขึ้น

“ถ้าเขาจะมาอ้างสิทธิ์ของความเป็นพ่อล่ะก็วากับเขาคงได้เห็นดีกันแน่ค่ะคุณอา วาไม่มีวันยอมเสียลูกให้กับคนที่เขาไม่ได้เคยเห็นค่าของเราหรอกค่ะ วาจำได้ไม่ลืม เขาเฉดหัวเราสองแม่ลูกให้ออกจากชีวิตของเขา” พูดได้แค่นั้นวายูนก็ปล่อยโฮทันที พร้อมจิตต้องดึงเธอมากอด ขณะที่นิโคไลมองเธออย่างเป็นกังวล...

ทางด้านคาร์ลกับไฮดี้รู้เรื่องที่รามิลจะกลับมามีส่วนในชีวิตของลีล่า แนะให้นิโคไลรีบขอวายูนแต่งงาน

ooooooo

นิโคไลทำตามคำแนะนำของคาร์ลและไฮดี้ พาวายูนมาที่โรงแรมชัคเกอร์เพราะครั้งหนึ่งเขาเคยสัญญากับเธอไว้ว่าจะพาเธอมากินอาหารที่นี่ วายูน

มองไปรอบๆโรงแรมแห่งนี้แล้วอดนึกถึงตอนที่รามิลเคยพาเธอมากินอาหารที่นี่ไม่ได้ เธอโกรธตัวเองที่ยังนึกถึงเขา พยายามสะบัดหัวไล่ความรู้สึกนั้น

หนุ่มรัสเซียไม่ทันสังเกตอาการของหญิงสาวตรงหน้า เพราะมัวแต่หมกมุ่นในสิ่งที่เตรียมจะพูดกับเธอ แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าวายูน พร่ำพรรณนาว่ารักเธอมากมายขนาดไหน รักตั้งแต่แรกเห็นและรักมาโดยตลอด ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขจะขออยู่เคียงข้างเธอเสมอ แล้วหยิบแหวนเพชรขึ้นมา

“แหวนวงนี้มันอาจจะไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรมากมายนัก แต่มันเป็นแหวนหมั้นของพ่อกับแม่ผม มันจึงเป็นแหวนที่มีความหมายสำหรับผมมาก แต่งงานกับผมนะวายูน”

หญิงสาวอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะปฏิเสธอย่างสุภาพว่ายังไม่พร้อม หัวใจของเธอยังบาดเจ็บจากความรักครั้งก่อนมากเสียจนไม่คิดถึงเรื่องความรักอีกเลย แต่เธอให้สัญญา เมื่อไหร่ที่หัวใจของเธอพร้อมที่จะรักอีกครั้ง เขาคือคนแรกที่เธอจะคิดถึง นิโคไลถึงกับนั่งซึม...

ด้านรามิลอยากจะแชร์ความปลื้มปีติเรื่องที่ลีล่าคือลูกของเขาให้ญาติเพียงคนเดียวของตัวเองรับรู้ จึงกลับไปที่บ้านพักรับรองเพื่อบอกเรื่องนี้กับนิตยา นอกจากท่านจะไม่ฟังแล้วยังไล่ตะเพิดเขาไปให้พ้นอีกด้วย...

พร้อมจิตไม่อยากให้เรื่องรามิลยืดเยื้อ ถามวายูนจะตัดสินใจอย่างไร เธอตั้งใจจะไม่ให้เขาเข้าใกล้ลีล่าอีก พร้อมจิตไม่เห็นด้วย ถึงอย่างไรเขาก็เป็นพ่อลูกกัน หรือวายูนอยากเห็นลูกโตมาไม่มีพ่อเหมือนเธอ

“แต่ลีล่ามีแม่ มีคุณอาพร้อม มีคุณพริ้ง มีลุงนิโคไล”

พร้อมจิตสวนทันที แต่ไม่มีพ่อ ท่านเชื่อว่าลีล่าต้องการพ่อ แม้วายูนจะไม่ต้องการก็ตาม วายูนนั่งนิ่งไม่พูดอะไรอีก พร้อมจิตได้แต่ถอนใจ หนักใจ

ooooooo

วันนี้เป็นวันหยุด วายูนพาลีล่า พร้อมจิตและพริ้งมาปิกนิกกันที่สวนสาธารณะ สักพักรามิลปรากฏตัวขึ้น เธอเห็นเขาก็ชักสีหน้าไม่พอใจ

“อาเป็นคนโทร.บอกเขาเองแหละว่าเราจะมาที่นี่ วาควรให้โอกาสพ่อได้เล่นกับลูกบ้าง”

วายูนเผลอตวาดใส่อาตัวเองว่าไม่ แล้วอุ้มลีล่าจะพากลับบ้าน รามิลพยายามยื้อเอาไว้ แต่เธอสะบัดหนี เด็กน้อยไม่อยากกลับร้องไห้จ้าพร้อมกับดิ้นหนี วายูน

พยายามปลอบก็ไม่ได้ผลแกยังร้องกรี๊ดๆจนเธอเอาไม่อยู่ พร้อมจิตกับพริ้งต้องเข้ามาช่วยรับตัวลีล่า แต่เธอไม่ยอมปล่อยจะเอาลูกกลับบ้านให้ได้ รามิลต้องดึงเธอเอาไว้ พร้อมจิตถึงได้เอาตัวลีล่าไปได้

“คุณพร้อมพาลีล่ากลับบ้านไปก่อนครับเดี๋ยวผมจะพาวายูนไปส่งเอง” พูดจบเขาดึงแขนวายูนออกไปอีกทางหนึ่ง เธอดิ้นรนจะไปหาลูก สั่งให้เขาปล่อย รามิลตรึงเธอไว้กับกำแพง ขอร้องอย่าใจร้ายกับลูกนักเลย เธอก็เห็นว่าแกยังอยากเล่นต่อ วายูนดื้อดึงในเมื่อเธออยากกลับ ลูกก็ต้องกลับกับเธอ แล้วผลักเขาออกห่างจะหนีอีก เขากอดเธอไว้แล้วจูบปาก วายูนตกใจตบเขาฉาดใหญ่ ต่อว่าว่าเขาไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนี้กับเธอ

“ทำไมผมจะไม่มีสิทธิ์ ในเมื่อผมเป็นสามีคุณ”

“บ้า เรามันก็แค่คนที่ผ่านมาเจอกัน สนุกกันชั่วครั้งชั่วคราวแล้วก็จบกันไป เพราะฉะนั้นคุณไม่มีสิทธิ์มาใช้คำนั้นกับฉัน ได้ยินไหม...คุณไม่มีสิทธิ์” วายูนตวาดลั่น รามิลโกรธจัดยั้งตัวเองไม่อยู่จูบเธออีก

“ถ้าผมไม่มีสิทธิ์แล้วใครล่ะที่มีสิทธิ์ นายนิโคไลเพื่อนรัสเซียของคุณคนนั้นงั้นเหรอ”

วายูนปล่อยให้รามิลกอดจูบตามอำเภอใจ เขาเห็นเธอนิ่งเฉยไม่โต้ตอบก็ได้สติถอยออกมา ขอโทษที่ลืมตัวไปหน่อย วายูนยืนนิ่งน้ำตาไหลพราก จะถือเสียว่าให้ทาน แต่จากนี้ต่อไปคงไม่มีแบบนี้อีกเพราะคู่หมั้นของเธอคงไม่ชอบใจแน่ รามิลตกใจ เธอคงไม่ได้หมั้นกับนิโคไลใช่ไหม วายูนไม่ตอบได้แต่เดินจากไป

พอแน่ใจว่ารามิลไม่ได้ตามมา เธอทรุดตัวลงร้องไห้จนสาแก่ใจก็ปาดน้ำตาทิ้ง โทร.ตามนิโคไลให้มาพบบอกเขาว่าเธอคิดทบทวนดูแล้ว ตกลงใจจะแต่งงานกับเขา นิโคไลดีใจจนพูดไม่ออก วายูนปวดใจมากที่จำต้องทำแบบนี้ทั้งที่ไม่ได้รักเขา แต่ต้องการตัดใจจากรามิลให้ขาด...

ในเวลาต่อมา พร้อมจิตรู้เรื่องที่วายูนรับหมั้นและจะแต่งงานกับนิโคไลถึงกับตะลึง เธอยังโชว์นิ้วนางข้างซ้ายที่สวมแหวนหมั้นให้ดูอีกด้วย อ้างว่าพร้อมจิตเคยบอกเองไม่ใช่หรือว่าอยากให้เธอแต่งงานกับเขาเพราะเขาดีกับเธอ ดีกับลูก ลีล่าก็จะได้มีพ่อเหมือนคนอื่น ท่านทักท้วงแล้วจะเอาพ่อตัวจริงของแกไปไว้ไหน

“เขาเป็นแค่คนให้กำเนิดลีล่า แต่เขาไม่เคยเป็นพ่อค่ะคุณอา แต่คุณอาอย่าห่วงเลยค่ะ วาจะไม่กีดกันเขากับลูกอีกต่อไป วาจะอนุญาตให้เขาพาลีล่าออกไปเที่ยวได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง แต่ทุกครั้งที่เขาพาลีล่าออกไป จะต้องมีคุณอาพร้อมกับคุณพริ้งไปด้วย”

ooooooo

รามิลเล่าเรื่องที่วายูนรับหมั้นนิโคไลและตกลงใจจะแต่งงานกันให้ดามพ์กับเพียงเพ็ญฟัง เธอแปลกใจมากในเมื่อสองคนนั่นคบกันมาตั้งหลายปีวายูนไม่มีวี่แววจะแต่งงานกับเขา แล้วจู่ๆก็รับหมั้น ตกลงเกิดอะไรกันแน่ รามิลรู้ดีว่าวายูนตัดสินใจแต่งงานกับนิโคไลปัจจุบันทันด่วนก็เพราะเขา

“แต่นี่ก็ยังดีนะคะที่วายูนยังยอมให้คุณได้พบลูกไม่ถึงกับตัดขาดพ่อลูกอย่างที่กลัว”

“และต่อจากนี้ผมจะทำหน้าที่พ่อให้ดีที่สุด เพื่อชดเชยกับความผิดในอดีตที่ผมเคยทำไว้ให้ได้”...

แม้จะรับหมั้นนิโคไล แต่วายูนไม่ได้มีท่าทีว่าเป็น คนรักของเขา ไม่มีคำพูดหวานหู จูงมือกันเดินก็ไม่ได้ยินดียินร้าย ไม่เหมือนคู่รักที่กำลังจะแต่งงานกัน อีกทั้ง ระหว่างเดินผ่านหน้าร้านขายชุดแต่งงาน นิโคไลหยุดมองอย่างสนใจ วายูนไม่แม้แต่จะปรายตามอง เขาถึงกับอึ้ง...

ขณะที่วายูนทำเหมือนนิโคไลไม่ได้เป็นคนรักทั้งที่จะแต่งงานกัน รามิลซื้อตุ๊กตาและของเล่นมาปรนเปรอลีล่าจนห้องแทบจะไม่มีที่วาง พร้อมจิตต้องทำสายตาดุใส่เขาเป็นทำนองว่าซื้อเยอะเกินไปแล้ว...

ไฮดี้ดีใจด้วยเมื่อรู้ข่าวว่านิโคไลกับวายูนลงเอยกันสักที คาร์ลอยากรู้จะแต่งกันเมื่อไหร่ นิโคไลเองก็ไม่รู้เหมือนกันต้องแล้วแต่วายูน แล้วหันมองเธอ

“คงอีกสักพักน่ะ รอให้งานของเราสองคนลงตัวกว่านี้อีกหน่อยก่อนน่ะ”

ไฮดี้รู้สึกทะแม่งๆ รีบดึงนิโคไลมาคุยกันนอกรอบ ตั้งข้อสังเกตว่าวายูนทำเหมือนไม่พร้อมจะแต่งงาน นิโคไลคิดว่าเป็นเพราะเธอยังตัดใจจากนักการทูตคนนั้นไม่ได้ แต่ที่ตกปากรับคำก็เพราะต้องการใช้การแต่งงานเป็นเกราะป้องกันหัวใจตัวเองไม่ให้หวนกลับไปหาผู้ชายคนนั้นอีก...

รามิลตัดสินใจจะดูแลลีล่าอย่างจริงๆจังๆ จึงกลับไปบอกกับนิตยาว่าจะตกแต่งบ้านหลังนี้ใหม่ไว้สำหรับ ลีล่าหนึ่งห้อง แกจะได้มีห้องเป็นของตัวเอง

“รามิลจะทำยังงั้นไม่ได้นะ” คำห้ามปรามของนิตยาเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา รามิลไม่สนใจฟังลุกหนีไปหน้าตาเฉย จากนั้นเขาก็ตรงไปหาวายูนที่กำลังกินมื้อกลางวันอยู่กับนิโคไล บอกเธอแบบเดียวกับที่บอกกับนิตยาว่าจะทำห้องให้ลีล่าที่บ้านของเขา แล้วลุกออกไปเลยไม่รอฟังคำตอบรับหรือปฏิเสธของเธอ...

ตั้งแต่รามิลกลับเข้ามาในชีวิต วายูนจะอารมณ์เสียตลอดเมื่อได้ยินใครพูดชื่อของเขา เย็นนี้ก็เช่นกัน

ลีล่าเดินตัวเปรอะสีออกมาจากห้องของแก พอเธอรู้จากพร้อมจิตว่ารามิลซื้อสีมาให้ลูกวาดรูปก็พาลโมโหอุ้มลูกไปล้างตัวที่อ่างล้างมือ ถอดแหวนหมั้นวางไว้ข้างก๊อกน้ำ ถูๆๆเนื้อตัวลูกด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ลีล่าหน้าเบ้จะร้องไห้

พร้อมจิตทนไม่ไหว ลุกขึ้นไปคว้าตัวหลานแล้วเอ็ดวายูน เธอถึงได้รู้สึกตัวว่าทำรุนแรงกับลูกเกินเหตุ เดินเข้าไปสงบสติอารมณ์ในห้อง พร้อมจิตเดินตาม ทิ้งให้นิโคไลอยู่ตรงนั้นคนเดียว เขาเหลือบเห็นแหวนหมั้นที่วายูนลืมไว้ก็เก็บใส่กระเป๋า ฝ่ายพร้อมจิตอบรมวายูนเรื่องที่พาลใส่ลูกเพียงแค่ได้ยินชื่อรามิล

“คุณอาก็รู้นี่คะว่าวาเกลียดเขา”

“แต่อาว่าวายังรักเขามากกว่า วาจึงเสียใจและ เจ็บแค้น กับสิ่งที่เขาทำกับวาในอดีตไม่รู้ลืม แล้วอาก็อยากให้วาถามตัวเองดีๆว่าที่จะแต่งงานกับนิโคไล แต่งเพราะรักเขาหรือแต่งเพราะจะหนีใจตัวเองกันแน่” วายูนถูกจี้ใจดำถึงกับอึ้ง...

นิตยาโมโหมากที่ห้ามไม่ให้รามิลทำห้องให้ลูกของวายูนแล้วไม่ฟัง เธอจึงบุกเข้าไปทำลายข้าวของในห้องที่ช่างเพิ่งตกแต่งเสร็จ ยับเยินไม่มีชิ้นดี รามิลโมโหมาก เข้าไปต่อว่าว่าทำไมถึงทำแบบนี้

“น้าจะไม่ยอมให้นังเด็กนั่นมันเข้ามาอยู่ในบ้านนี้เด็ดขาด”

รามิลไม่สามารถจะทำอะไรได้ ได้แต่เดินปึงปังออกไป

ooooooo

นิโคไลได้รับข้อเสนอจากรัฐบาลรัสเซียให้กลับไปช่วยงานที่มอสโก ถ้าเขาตอบตกลงก็จะไม่ได้กลับมาที่เวียนนาอีก เขาจึงนำเรื่องนี้มาปรึกษากับวายูนในฐานะที่เป็นคู่หมั้นของเขาว่าจะเอาอย่างไร เธอบ่ายเบี่ยง ขอกลับไปถามอาพร้อมจิตก่อน เขาไปถามท่านมาแล้ว ท่านให้เธอเป็นคนตัดสินใจ

วายูนอึกอัก นิโคไลรู้ทันทีว่าในใจของเธอมีแต่ รามิล ไม่เหลือที่ให้เขาแม้แต่น้อย ตัดสินใจจับมือซ้ายของเธอขึ้นมาให้เจ้าตัวดู วายูนตกใจเพิ่งเห็นว่าแหวนหมั้นหายไป รีบหาเป็นการใหญ่ นิโคไลหัวเราะขมขื่น

“คุณคงไม่รู้ตัวว่าคุณไม่ได้ใส่มันมาหลายวันแล้ว คุณถอดวางทิ้งไว้ที่อ่างล้างมือที่อพาร์ตเมนต์ตอนล้างสีที่ตัวให้ลีล่าวันก่อนโน้นน่ะ คุณไม่ได้ทำหายหรอกวายูน แต่คุณไม่เคยใส่ใจมัน ผมรู้มาตลอดว่าคุณไม่เคยรักผม คุณยังรักพ่อลีล่าอยู่ แต่คุณโกรธเขาที่เขาทอดทิ้งคุณกับลูกไป เมื่อคุณรักเขามาก คุณก็โกรธมาก แต่ตอนนี้ เขาสำนึกในความผิดของเขาแล้วและสักวันความโกรธของคุณก็จะคลายลง”

“แต่ฉันจะแต่งงานกับคุณ”

นิโคไลไม่ได้ต้องการตัวเธอแต่ต้องการหัวใจของเธอด้วย ในเมื่อหัวใจของเธอไม่เคยอยู่ที่เขา แล้วจะมี ประโยชน์อะไรที่เราจะแต่งงานกัน วายูนร้องไห้โฮ ขอร้องอย่าทิ้งเธอไป เธอสัญญาจะพยายามรักเขาให้ได้

“วายูน ถ้าคนเราจะรักใครสักคน มันไม่ต้องใช้คำว่าพยายามหรอก” นิโคไลรวบตัวเธอมาจูบหน้าผาก “จำไว้นะวายูน ไม่ว่าผมจะไปอยู่ที่ไหน แต่หัวใจรักของผมจะอยู่ที่คุณเสมอ” พูดจบเขาผละจากไป

ครู่ต่อมาวายูนกลับถึงห้องพัก พร้อมจิตเอาแหวน หมั้นมาให้ ถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมนิโคไลถึงเอาแหวนนี่มาฝากท่านไว้ แล้วยังมาถามถึงเรื่องไปมอสโก เธอโผกอดท่านไว้ร้องไห้อีกครั้ง

“นิโคไลจะกลับไปทำงานที่มอสโกค่ะคุณอา เขาขอให้วาตัดสินใจ แต่วา...”

“ไม่อยากไปจากที่นี่เพราะคุณรามิล อย่าโกหกอาต่อไปอีกเลยวายูน อารู้และนิโคไลก็รู้ว่าวายังรักเขาอยู่ ขืนแต่งงานกันไปชีวิตคู่ก็มีแต่จะพังเท่านั้น วาควรจะเอาแหวนนี่ไปคืนเขาเสีย มันไม่ใช่ของเรา” พร้อมจิตยัดแหวนใส่มือวายูนแล้วเดินออกไป เธอยืนนิ่งได้พักเดียวก็ร้องไห้ออกมาอย่างหมดความอดกลั้น พลันภาพเหตุการณ์ดีๆที่นิโคไลเคยทำให้ผุดเข้ามาในความคิดคำนึง ยิ่งทำให้เธอเศร้าใจที่ต้องปล่อยผู้ชายที่รักและห่วงใยเธออย่างแท้จริงโดยไม่หวังอะไรตอบแทนไปจากชีวิต จากนั้นวายูนเอาแหวนหมั้นไปคืนนิโคไล

“แต่ผมอยากให้คุณไว้ เพราะแม่ของผมบอกว่า ให้ผมให้แหวนวงนี้ไว้กับผู้หญิงที่ผมรัก ซึ่งคือคุณ”

“แต่ฉันรับไว้ไม่ได้ค่ะ มันมีค่าเกินไป” วายูนพูดจบเดินจากไปทั้งน้ำตา ไม่นานนัก เธอกลับถึงบ้าน บอกพร้อมจิตว่าเอาแหวนไปคืนนิโคไลเรียบร้อยแล้ว

“คุณอาคะ วาตัดสินใจลาพักร้อนเดือนหนึ่ง วาคิดว่าจะไปเที่ยวพักผ่อนที่ซัลสบวร์กสักหน่อย เลยอยาก ฝาก ลีล่าไว้กับคุณอาแล้วก็คุณพริ้งหน่อยนะคะ แต่คุณอาคะคุณพริ้งคะ วามีเรื่องจะขอร้อง อย่าบอกคุณรามิลนะคะว่าวาไปไหน รวมทั้งเรื่องถอนหมั้นด้วย” วายูนมองท่านทั้งสองอย่างคาดคั้น ทั้งคู่จำต้องรับปาก

ooooooo

วันนี้รามิลมีประชุมที่ยูเอ็นกับท่านทูตไทย ถึงได้รู้ว่าวายูนลาพักร้อนหนึ่งเดือน ส่วนนิโคไลคู่หมั้นของเธอลาออกจากที่นี่แล้ว เพราะจะกลับไปทำงานที่มอสโก

“งั้นวายูนคงจะลาหยุดเพื่อเตรียมตัวย้ายไปมอสโก กับคู่หมั้นของเขาล่ะสิ” ท่านทูตตั้งข้อสังเกต รามิลร้อนใจมาก ถ้าเป็นแบบนั้นลีล่าก็ต้องไปกับแม่ของแกด้วย รีบมาหาวายูนที่อพาร์ตเมนต์เพื่อสอบถามความจริง แต่เธอไม่อยู่ ถามพร้อมจิตว่าวายูนจะตามนิโคไลไปอยู่มอสโกหรือเปล่า พอรู้ว่าเขากลับไปคนเดียวก็แปลกใจทำไมวายูนถึงไม่ตามไปด้วย พร้อมจิตเผลอบอกว่าจะไปได้อย่างไรในเมื่อเธอถอนหมั้นกับเขาแล้ว

รามิลเห็นโอกาสที่จะง้อขอคืนดีกับวายูน จึงชวนพร้อมจิต พริ้งกับลีล่าไปหาเธอที่ซัลสบวร์ก บอกให้ท่านเตรียมเก็บกระเป๋า เขาขอกลับไปเอารถที่บ้านแล้วจะกลับมารับ...

นิตยารู้เรื่องที่รามิลจะไปตามวายูนกลับ ก็ขู่ถ้าขืนไปจะตัดเขาออกจากกองมรดก

“ผมไม่เคยสนใจเงินทองของคุณน้ามาแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะครับแล้วผมฟังคำสั่งของคุณน้ามาตลอดชีวิต ตอนนี้ผมขอทำตามหัวใจตัวเองบ้างเถอะครับ”

รามิลว่าแล้วคว้ากระเป๋าเดินทางออกไป นิตยาโกรธจัดคว้าของใกล้มือขว้างใส่ผนังบ้านระบายแค้น...

ด้านพร้อมจิตไม่ค่อยจะสบายใจนัก บ่นกับรามิลว่ากลัววายูนจะโกรธเพราะเธอสั่งนักสั่งหนาว่าห้ามท่านบอกเขาว่าเธอไปไหน รามิลยอมให้เธอโกรธ คราวนี้เขาต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่อง

“ผมจะไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปไหนอีกแล้ว ผมจะเอาเธอกลับคืนมาให้ได้ ถ้าช้าอีกแค่วันเดียวผมคงเป็นบ้า ไปครับ...ขึ้นรถ” รามิลรีบขนกระเป๋าเสื้อผ้าของพร้อมจิต ลีล่าและพริ้งใส่ท้ายรถ...

บ่ายแก่ๆรามิลขับรถพาทุกคนมาถึงซัลสบวร์ก ตรงไปยังโรงแรมที่วายูนให้ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน แต่กลับไม่พบชื่อเธอพักอยู่ที่นั่น

“อ้าว แล้วเราจะเอายังไงกันต่อดีล่ะเนี่ย มีเด็กเล็กรออยู่ในรถด้วยนะ”

“เอาอย่างนี้ครับ ผมจะเช็กอินให้คุณพร้อม คุณพริ้งแล้วก็ลีล่าที่โรงแรมนี้ก่อน จะได้พักกัน เสร็จแล้วผมจะลองออกไปตามหาวายูนในเมืองดู”...

ขณะที่รามิลพาพร้อมจิตกับทุกคนเข้าพักในโรงแรม วายูนกำลังนั่งเหม่อใจลอยอยู่ที่ท่าเรือของเมือง Hallstatt คิดถึงเหตุการณ์ตอนที่รามิลพามาขึ้นเรือเช่าที่นี่ แล่นชมความงามของทะเลสาบ ชมเพลินจนเลยเวลา เธอกับเขาต้องค้างที่ท่าเรือซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของทะเลสาบ และเธอตกเป็นของเขาในคืนนั้น ยิ่งคิดถึงเรื่องราวในอดีต วายูนก็ยิ่งเสียใจ น้ำตาจากไหนไม่รู้ไหลอาบแก้ม ทันใดนั้นมีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง

“นึกแล้วเชียวว่าคุณจะต้องมาที่นี่”

วายูนหันมองตามเสียงต้องตกใจที่เห็นรามิลยืนอยู่ ถามเสียงเขียวมาได้อย่างไร เขาขับรถมากับพร้อมจิตพริ้งและลีล่า ทุกคนอยากเห็นเราคืนดีกัน พวกท่านอยากเห็นลีล่ามีพ่อ วายูนส่ายหน้าอย่างขัดใจ ก่อนจะวิ่งหนี รามิลไล่ตามจนทัน คว้าแขนเธอไว้ ขอโอกาสให้เขาได้แก้ตัวอีกครั้ง เขารู้ว่าเขาทำผิดต่อเธออย่างไม่น่าให้อภัย ตอนนี้เขาได้บทเรียนแล้ว อย่าให้ความผิดพลาดของเขาทำให้ลูกของเราต้องมีบาดแผลในชีวิต เหมือนที่เขากับเธอต้องโตขึ้นมาโดยขาดพ่อกับแม่ วายูนเริ่มใจอ่อน

“ถ้าคุณยังไม่หายโกรธผม ผมยกชีวิตผมให้คุณทำโทษทั้งชีวิตเลย แต่ได้โปรดให้โอกาสผมให้โอกาสเรา ได้เริ่มต้นกันใหม่นะ...” รามิลเห็นเธอนิ่งไม่ดิ้นหนี จูบหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน “วายูน ผมสัญญานะว่าผมจะไม่ยอมห่างคุณและลูกไปไหนอีก ผมรักคุณนะวายูน รักหมดใจเลย” พูดจบรวบตัวเธอมากอด...

ทางฝ่ายพร้อมจิตดีใจมากเมื่อเห็นวายูนกลับมาพร้อมกับรามิลแถมยังเดินจูงมือกันเข้ามาในห้องพักด้วย ท่านรู้ทันทีว่าทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้ แต่ยังไม่ทันพูดอะไร ลีล่าวิ่งมากอดวายูนด้วยความดีใจ รามิลโอบกอดเธอไว้อีกทอดหนึ่ง พร้อมจิตเห็นพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าถึงกับน้ำตาซึมด้วยความปีติ

ooooooo

นิตยาไม่อาจทนอยู่ในเวียนนาต่อไปได้ ตัดสินใจกลับกรุงเทพฯ ทันทีที่ถึงบ้าน เธอสั่งการให้คนรับใช้ขนข้าวของของรามิลออกไปทิ้ง “ของของคนอกตัญญู เก็บไว้ก็เป็นเสนียดบ้าน”

ปัทมาแวะจะมาเก็บข้าวของที่ลืมทิ้งไว้พอดีนิตยาเห็นเธอเข้าก็ยิ่งเป็นเดือดเป็นแค้น ชี้หน้าด่าแถมไล่ตะเพิดไปให้พ้น เธอไม่สนใจเดินเข้าไปเก็บข้าวของของตัวเองโดยมีเสียงนิตยาด่าไล่หลังเป็นระยะๆ ด่าไปด่ามาหายใจไม่ออกแน่นหน้าอกล้มตึงลงไปตรงนั้น คนรับใช้พากันตกใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี ปัทมาได้ยินเสียงเอะอะรีบวิ่งมาดู เห็นอาการของนิตยาไม่สู้ดีนัก รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล...

ขณะที่นิตยาตกอยู่ในภาวะวิกฤติอาการเป็นตายเท่ากัน รามิล วายูนและคณะกลับจากซัลสบวร์กถึงอพาร์ตเมนต์ของวายูนด้วยสีหน้าชื่นมื่นมีความสุข แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นนิโคไลมายืนรอท่าอยู่ เธอเชิญเขาเข้าไปคุยกันในห้อง ยังไม่ทันจะถามอะไร นิโคไลหยิบสร้อยพร้อมจี้ห้อยคอยื่นให้วายูน บอกว่าแกะเพชรมาจากแหวน หมั้นเอามาทำเป็นจี้ชิ้นนี้ เธอยังไม่ทันจะอ้าปากปฏิเสธ แต่เขาชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“ได้โปรดอย่าปฏิเสธเลยนะวายูน ผมเคยบอกคุณแล้วว่าแม่ผมให้ผมเอาแหวนนั่นมอบให้ผู้หญิงที่ผมรัก แต่เมื่อคุณไม่ยอมรับมันไว้ ผมก็เลยอยากจะมอบให้ยัยนางฟ้าตัวน้อยของผมคนนี้แทนก็แล้วกัน” นิโคไลเอาสร้อยห้อยจี้คล้องให้ลีล่าแล้วหอมแก้มแกอย่างอ่อนโยนรักใคร่ “นึกเสียว่าเป็นที่ระลึกจากเพื่อนเก่าก็แล้วกัน”

“ขอบคุณนิโคไล ฉันอยากจะพูดอะไรให้ได้มากกว่าคำว่าขอบคุณจริงๆ” พูดได้แค่นั้นวายูนก็ร้องไห้ออกมา นิโคไลฝากรามิลช่วยดูแลเธอด้วย เขาโชคดีมากที่ได้เธอไป รามิลเองก็ต้องขอบคุณนิโคไลเช่นกันที่ช่วยดูแลวายูนกับลูกอย่างดีมาตลอด ตนจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลย นิโคไลไม่เคยคิดถึงเรื่องบุญคุณ ขอแค่รามิลดูแลวายูนให้ดีที่สุดก็แล้วกันเพราะเธอคือหัวใจของเขา แล้วยิ้มให้วายูนก่อนจะเดินจากไป...

แม้รามิลจะได้ตัววายูนกับลีล่ามาเป็นครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก แต่เขายังนึกถึงผู้มีพระคุณของเขา จึงชวนวายูนกับลูกกลับเมืองไทยเพื่อไปกราบขอขมานิตยาที่เคยทำไม่ดีเอาไว้ เมื่อมาถึงกรุงเทพฯกลับพบว่าท่านป่วยหนักต้องนั่งอยู่ในรถเข็นโดยมีปัทมาคอยดูแลไม่ห่าง

“แปลกใจล่ะสิที่เห็นแม่ปัท ถ้าไม่ได้เขาป่านนี้น้าคงตายไปแล้วล่ะ น้าไม่เคยคิดเลยนะว่าน้าร้ายกับเขามากขนาดนั้น เขายังมีแก่ใจจะช่วยน้า แล้วนี่กลับมาเมืองไทยทำไมจะมาดูความตกต่ำของน้าใช่ไหม”

รามิลหันไปกวักมือเรียกวายูนกับลีล่าให้เข้ามา “ไม่ใช่ครับคุณน้า ผมพาวายูนและลีล่ามากราบขอขมาคุณน้า ในสิ่งที่ผมเคยล่วงเกินคุณน้าไป ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจครับเพราะถึงยังไงคุณน้าก็คือผู้มีพระคุณสูงสุดในชีวิตของผม ถ้าไม่มีคุณน้าผมคงไม่มีวันนี้”

“วาเองก็อยากจะกราบขอโทษ...” วายูนพูดยังไม่ทันจบ นิตยาโพล่งขึ้นเสียก่อน

“กลับไป...พรุ่งนี้รามิลค่อยพาลูกเมียมาเยี่ยมน้าใหม่ก็แล้วกัน วันนี้น้าเหนื่อย ขอนอนพักก่อน”

ชายหนุ่มดีใจมากเพราะนั่นเท่ากับนิตยาให้อภัยเขากับครอบครัวแล้ว แต่ยังวางฟอร์มเท่านั้น รามิลตั้งใจจะจัดงานแต่งงานที่บ้านหลังนี้ เพราะอยากให้คุณน้าอยู่ในพิธีแต่งงานของเราด้วย วายูนไม่ขัดข้อง

รามิลไม่ลืมขอบคุณคนบนฟ้าที่ดลใจให้วายูนให้อภัยและยอมเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเขาอีกครั้ง เธอเองก็ต้องขอบคุณคนบนฟ้าเช่นกัน ที่ดลใจให้เธอเก็บลีล่าไว้ ไม่อย่างนั้น เราสองคนก็คงไม่มีความสุขอย่างวันนี้

ooooooo

-อวสาน-


ละครรักเร่ ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านรักเร่ ติดตามรักเร่ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย อรรคพันธ์ นะมาตร์,เขมนิจ จามิกรณ์ 19 ม.ค. 2559 08:01 2016-01-23T00:36:41+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ