ข่าว

วิดีโอ



รักพลิกล็อก

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมเมดี้

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เหนือดาว

กำกับการแสดงโดย: สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร

ผลิตโดย: บริษัท นอร์ธสตาร์ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ปีเตอร์ เดนแมน,สุชาว์ มานะยิ่ง,คณิน ชอบประดิถ, มณีรัตน์ ศรีจรูญ

วันรุ่งขึ้นพาทิศขับรถส่งพายไปโรงเรียน มีนวียานั่งข้างหน้าและพายนั่งข้างหลัง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัด มึนตึง ครู่หนึ่งโทรศัพท์พาทิศดังขึ้น เขากดบลูทูธรับสาย เสียงปลายสายดังมาว่า

“ดาเองค่ะทิศ...เรื่องเวดดิ้งแพลนเนอร์น่ะค่ะ ดานัดเขามาคุยที่บริษัท เลยอยากรู้ว่าทิศจะสะดวกกี่โมง”

พายกับนวียาได้ยินเรื่องที่ศรุดาโทร.มาก็ยิ่งเครียด เจ็บ พาทิศเองก็ตอบอย่างไม่เต็มเสียงนักว่า

“เอ่อ...ขอสักชั่วโมงนะครับ”

ตอบสั้นๆแล้ววางสายเลย พอไปถึงโรงเรียนพาทิศบอกพายว่าเดี๋ยวพ่อเดินไปส่ง พายตอบเสียงเย็นชาไม่มองหน้าว่า

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ให้ครูวีไปส่งพายคนเดียวก็พอ ไปค่ะครูวี”

นวียารับคำพาย พาทิศก็เสนอว่าเดี๋ยวตนจะรอส่งเธอที่อาชาคลับต่อเลย นวียาบอกทันทีว่าไม่เป็นไร วันนี้ตนไม่ได้ไปอาชาคลับ

“คุณจะไปไหนล่ะ เดี๋ยวผมไปส่ง”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไปเองได้ แล้วเย็นนี้ฉันอาจจะไม่ได้กลับไปที่บ้านคุณนะคะ ฉันไม่สะดวก...คือ มีธุระต้องไปจัดการน่ะค่ะ”

“แต่น้องพาย...”

“ฉันจะบอกน้องพายเองค่ะ และก็เสาร์อาทิตย์นี้น้องพายต้องไปนอนบ้านฉันนะ”

พาทิศอึดอัด แต่จำใจต้องพยักหน้า

ที่บริษัทของศรุดา มณีมาถึงแล้ว กำลังนั่งคุยกับศรุดาตามลำพัง

“มณีขอบคุณนะคะที่คุณดาให้เกียรติเลือกร้านในเครือของมณี พอรู้ว่าเป็นงานคุณดา มณีเลยอยากลงมาดูแลด้วยตัวเอง ทั้งดีใจและตกใจ แต่ตกใจมากกว่า โทษนะคะ...มณีนึกว่าจะเป็นคุณกิตน่ะค่ะ”

“เรื่องของดากับกิต มันจบไปสักพักแล้วล่ะค่ะ”

“หวังว่าจะจบลงด้วยดีนะคะ คุณกิตเป็นคนน่ารัก ตอนนั้นทำเซอร์ไพรส์ง้อคุณดา มณีเองนี่ตาร้อนเลยค่ะ”

พาทิศผลักประตูเข้ามา ศรุดาแนะนำทั้งสอง คล้องแขนพาทิศบอกคุณมณีว่า

“นี่ทิศค่ะเจ้าบ่าวของดา”

มณียิ้มให้พาทิศ มองท่าทีศรุดาที่ควงแขนพาทิศแล้วแอบรู้สึกว่าศรุดากำลังสับสน

เมื่อมานั่งคุยกันเป็นการเป็นงานท่ามกลางกองหนังสือเวดดิ้ง มณีถามว่า

“คุณพาทิศเคยมีเซอร์ไพรส์อะไรคุณดาไหมคะ”

“ดาเขาไม่ชอบเซอร์ไพรส์น่ะครับ” พาทิศตอบแทนเมื่อเห็นศรุดาหน้าเจื่อน มณีจะพูดอะไรอีก ศรุดาพูดแทรกขึ้นว่าทิศเขาไม่ใช่คนแบบนั้น

“เอ่อ...งั้นเล่าเรื่องราวความรักของพวกคุณให้มณีฟังหน่อยสิคะ”

“ดากับทิศคบกันตั้งแต่สมัยเรียนน่ะค่ะ หลังจากนั้นก็ไปเรียนต่อเมืองนอก ก็ห่างกันไป แล้วก็กลับมา”

“ค่ะ” มณีเหมือนจะถามว่าแค่นี้หรือ พาทิศคิดอะไรไม่ออกมองศรุดา แต่มณีก็พูดขึ้นก่อนว่า “แล้วทำไมถึงรีเทิร์นกลับมาล่ะค่ะ ในเมื่อคุณดาเคยเลิก...”

ศรุดานิ่งอึดอัด พาทิศหงุดหงิด ขัดขึ้นว่า

“ผมว่าเราคุยเรื่องที่มันต้องรีบจัดการก่อนดีไหมครับ อย่าง...สถานที่ ของชำร่วย...”

บรรยากาศการคุยเริ่มกร่อย ศรุดากับพาทิศนั่งหน้ามึนๆ มณียังคงถามต่ออีกว่า

“แล้วธีมงาน มีในใจกันไหมคะ อยากได้สไตล์ไหน”

ศรุดาถามพาทิศว่าไง พาทิศบอกว่าตนได้หมดแหละ ให้ดาตัดสินใจได้เลยแล้วปิดหนังสือค่อนข้างแรง ศรุดาก็ปิดหนังสือ ถอนใจเสียงเริ่มกระด้าง

“อย่าโยนภาระแบบนี้สิคะ นี่ไม่ใช่งานของดาคนเดียวนะ” ศรุดาส่งหนังสือในมือให้พาทิศ พาทิศรับไปแกนๆ เปิดดูเซ็งๆ แต่นึกอะไรไม่ออก

มณีเริ่มอึดอัด แต่ยังพยายามพูดอย่างใจเย็นว่า

“มณีว่าเราค่อยๆคุยไปก็ได้ค่ะ ยังไงมณีฝากหนังสือไว้ให้คุณพาทิศกับคุณดาลองไปปรึกษากันดูอีกที ส่วนมณีก็จะลองหาธีมงานมาเสนอใหม่วันหลังแล้วกันนะคะ”

พาทิศกับศรุดามองหน้ากันเชิงถามว่าจะเอาไง ศรุดาตอบไปก่อนว่าเอาอย่างนั้นก่อนก็ได้ มณีจึงขอตัวกลับ

ooooooo

พอมณีลุกไป พาทิศกับศรุดาก็มองหน้ากันพูดอะไรไม่ถูก จนศรุดาถามว่า

“ทิศเป็นอะไรหรือเปล่า”

พาทิศขอโทษ บอกว่าเมื่อคืนพายงอแงนิดหน่อย ศรุดาถามว่าเรื่องตนหรือเปล่า พาทิศไม่ตอบ

“ดาเข้าใจค่ะ คงยากสำหรับน้องพาย ดาเองก็มีเรื่องเครียดนิดหน่อย”

ทันใดเสียงเคาะประตูดังขึ้น พอพาทิศเชิญ แซนดี้ก็นำขบวนมาแสดงความยินดีกับงานแต่งงานแถมอวยพรล่วงหน้าให้รีบมีเจ้าตัวเล็กเร็วๆด้วย พาทิศกับศรุดายิ้มให้ทุกคนแต่พูดอะไรไม่ออก เพราะต่างกำลังสับสน

ในการประชุมงานวันพ่อที่โรงเรียนนนทวี พอนนทวีสรุปการจัดงานแล้ว โซดาถามว่าไม่ต้องทำเอกสารเชิญพ่อน้องพายใช่ไหมเพราะพี่นนจะมาเอง นนทวีกำชับว่ายังไงก็ต้องเชิญคุณพาทิศ โซดาถามว่าก็พี่นนเป็นพ่อทำไมไม่ประกาศตัววันนั้นให้ทุกคนรู้เลย

“พี่ไม่อยากให้พายทำตัวลำบาก” นนทวีตอบหน้าเครียด โซดาได้แต่เงียบอย่างเห็นใจ

ดังนั้นครูภาษาไทยจึงแจกเอกสารเชิญคุณพ่อมางานให้คุณพ่อเซ็นแล้วเอามาส่งพรุ่งนี้ ย้ำว่าอย่าลืมเอาเรียงความมาส่งครูด้วย พายรับเอกสารแล้วนั่งมองเอกสารเหม่อๆ

กลับถึงบ้านพายอ้อนย่าว่าวันนี้ครูวีไม่อยู่พายไม่ชอบเลย อยากให้ครูวีอยู่ด้วยทุกวัน ย่าปลอบว่าแค่วันเดียวเองพรุ่งนี้ก็เจอกันแล้ว บอกพายอย่างอแง ให้คุณพ่อพาไปอาบน้ำแล้วค่อยมากินขนมอร่อยๆกัน

พายเหลือบมองพาทิศแล้ววิ่งไปหาป้าสมให้พาตนไปอาบน้ำหน่อย พาทิศมองพายอย่างน้อยใจคิดว่าพายคงยังโกรธเรื่องศรุดา บ่นกับแม่ว่าพายไม่คุยกับตนตั้งแต่รู้เรื่อง แม่บอกให้เวลากับพายหน่อยจู่ๆจะเอาใครมาเป็นแม่เด็กที่ไหนจะรับได้

แม่เอาเอกสารยินยอมการรับรองบุตรให้พาทิศดูบอกว่ายัยอรเพิ่งส่งมาให้ แม่ถามว่าควรบอกบ้านนวียาไหม พาทิศมองเอกสารเครียด บอกว่าเงียบไว้ก่อนดีกว่า ตนยังไม่อยากเสียพายไปอีก

คืนนี้พาทิศจึงถามพายว่าอยากให้พ่อไปงานวันพ่อไหม พายบอกว่าอยากให้พ่อไป แต่พ่อไม่แต่งงานกับน้าดาได้ไหม พาทิศเงียบไปก่อนที่จะชี้แจงว่า

“พาย...การมีน้าดาไม่ได้ทำให้พ่อรักพายน้อยลงนะ แต่น้าดาจะเข้ามาช่วยเติมเต็มให้ครอบครัวของเราสมบูรณ์ขึ้น แล้วน้าดาเขาก็...”

“พายต้องทำงานต่อค่ะ พายขออยู่คนเดียวนะคะ” พายบอกแล้วหันไปเขียนเรียงความต่อแบบแอบๆ

พาทิศถามว่าเขียนอะไรอยู่ บอกพ่อได้ไหม พายตอบประชดงอนๆว่า

“ไม่ค่ะ ทีพ่อจะทำอะไร พ่อยังไม่บอกพายเลย”

พาทิศโดนพายประชดก็อึ้ง จุก พูดไม่ออก

ooooooo

โซดาอ่านเรียงความของเด็กหญิงแพรววานิต วิชิตพากร แล้วเศร้า โทร.บอกนวียาว่าอยากคุยเรื่องน้องพายหน่อย

เมื่อนัดพบกันที่ร้านอาหาร โซดาถามนวียาว่าคุณพาทิศจะแต่งงานกับคุณศรุดาหรือ นวียาพยักหน้า

“น้องพายคงเครียดนะ เลยงอนไม่ยอมให้คุณ

พาทิศไปงานวันพ่อ โซดา...แกช่วยหาทางพูดให้น้องพายรู้สึกดีขึ้นหน่อยสิ ช่วยพูดยังไงก็ได้ให้น้องพายเข้าใจและผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้”

นวียาพูดแบบไม่มองหน้าโซดาเหมือนกลัวเพื่อนจะจับพิรุธอะไรได้ โซดาถามตรงๆว่า

“แล้วแกล่ะจะผ่านไปยังไง...” เห็นนวียาหน้าเศร้าถามว่า “แกยังรับไม่ได้เลย แล้วจะให้น้องพายรับได้ยังไง”

“เรื่องของฉันกับน้องพายมันคนละเรื่องกัน หน้าที่ของฉันคือการทำให้หลานมีความสุข”

“แล้วความสุขของแกล่ะ”

นวียามองโซดานิ่ง ไม่ตอบ แต่วันต่อมา เมื่อพาพายไปให้อาหารบีเลิฟ นวียาทำเสียงร่าเริงบอกให้พายดูบีเลิฟสิ โตขึ้นเยอะเลย แล้วเดินไปลูบม้าอีกตัวที่เป็นพ่อของบีเลิฟ

“บีเลิฟโชคดีจริงๆนะคะ ถึงบีเลิฟไม่มีแม่ แต่บีเลิฟก็ยังมีพ่อที่รักบีเลิฟมากๆ”

พายติงว่า แต่พ่อพาทิศไม่รักพาย นวียาหยุดให้อาหารม้า หันพูดกับพายจริงจังว่า

“การแต่งงานของคุณพ่อกับความรักที่มีให้พายมันคนละเรื่องกันนะคะ เชื่อครูวีนะคะ ไม่มีใครแย่งความรักที่เป็นของพายไปได้หรอกค่ะ เหมือนที่พ่อนนก็แย่งความรักที่พายรักพ่อพาทิศไปไม่ได้ไงคะ”

พายคิดตามที่นวียาพูดสีหน้าดีขึ้น นวียาฝืนยิ้มให้พาย พยายามทำให้ดูเข้มแข็ง

คืนนี้เมื่อพาทิศเข้าไปหาพายในห้อง พายทวงว่าพ่อยังไม่ได้เซ็นเอกสารตอบรับงานวันพ่อเลย พาทิศถามว่าพายจะให้พ่อไปหรือ

“ครูวีบอกว่า ยังไงคุณพ่อก็เป็นพ่อพาย”

“พ่อรักพายนะลูก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มันก็เปลี่ยนความรักที่พ่อรักพายไม่ได้นะคะ”

พาทิศกอดพาย รู้สึกดีที่นวียาช่วยให้พายมาบอกตนให้ไปในงานวันพ่อ พายกอดพ่อแน่นอย่างสนิทใจ

ooooooo

ถึงงานวันพ่อแล้ว เด็กๆต่างพาคุณพ่อเดินเข้ามาในงานอย่างภูมิใจ นวียาเดินมาเจอกลุ่มพายกับเพื่อนๆ ถือเรียงความคนละแผ่น

พาทิศเดินเข้ามาในงานสบตากับนวียา นวียายิ้มเจื่อนทำเป็นเดินดูสถานที่ นนทวีเห็นพาทิศเดินเข้ามาที่โต๊ะเซ็นชื่อผู้ปกครองก็จุก แต่ก็ทักทายกันด้วยดี

“คุณพ่อน้องพาย เชิญเซ็นตรงนี้เลยค่ะ” ครูชี้ที่หลังชื่อพาย

นนทวีกับพาทิศมองหน้ากันอึดอัด พาทิศตัดสินใจเซ็นชื่อ นนทวีมองอย่างสะท้อนใจ...

โซดาเป็นพิธีกรออกมาประกาศ “ต่อไปขอเชิญเด็กหญิงแพรววานิต วิชิตพากร ค่ะ”

ทุกคนปรบมือ พาทิศปรบมือแต่หน้าตึงๆ แล้วทุกคนก็เงียบเมื่อพายเริ่มอ่านเรียงความเรื่องพ่อให้ฟัง...

“พายเคยคิดว่าตัวเองโชคร้ายที่เป็นเด็กไม่มีแม่ แต่พายก็บอกตัวเองว่า อย่างน้อยพายก็มีคุณพ่อยีราฟคอยดูอยู่ข้างๆก็พอแล้ว ถึงคุณพ่อยีราฟจะชอบอ่านนิทานเหมือนอ่านข่าวภาคค่ำ ไม่สนุกสนานเหมือนพ่อคนอื่นๆ แต่นั่นแหละทำให้พ่อของพายพิเศษกว่าใคร และนี่คือสิ่งที่ทำให้พายรักคุณพ่อมากที่สุด”

ทุกคนหัวเราะเมื่อพายแซวพ่อว่าอ่านนิทานเหมือนอ่านข่าวภาคค่ำ และยิ้มเมื่อพายบอกรักพ่อมากที่สุด

พาทิศเองฟังแล้วน้ำตาคลอ ส่วนนนทวีแววตาเศร้าอย่างน้อยใจ พายยังคงอ่านเรียงความต่อไปว่า...

“แต่เมื่อไม่นานมานี้ พายรู้ว่าพายมีพ่ออีกคน ซึ่งเป็นพ่อผู้ให้กำเนิด ทำให้พายรู้ว่าในโลกนี้ มีคนที่รักพายมากที่สุดถึงสองคน...วันนี้พายอาจจะไม่ได้อยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันไม่สำคัญเลย เพราะไม่ว่าอยู่ที่ไหนหรือเมื่อไร ความรักนั้นก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”

พอพายอ่านจบทุกคนปรบมือกราว...พายเดินลงมาจูงมือพาทิศแล้วไปจูงมือนนทวี นวียาซึ้งใจถึงกับน้ำตาร่วง โซดารีบเอาเก้าอี้ไปวางบนเวทีสองตัว พายจูงพาทิศกับนนทวีขึ้นไปนั่งที่เก้าอี้แล้วก้มกราบเท้าระหว่างพาทิศกับนนทวี

ทั้งพาทิศและนนทวีซึ้งใจจนน้ำตาไหล ต่างเอามือมาแตะหัวพายที่ลุกขึ้นนั่งกอดพ่อทั้งสองร้องไห้

โซดาที่ดูอยู่หลังเวทีซึ้งจนร้องไห้โฮ นวียาก็น้ำตาคลอตลอดเวลา...

พาทิศขอบคุณนวียาที่ช่วยพูดให้พายชวนตนมางานนี้ นวียายิ้มบางๆพูดแก้เก้อว่า

“เรียงความน้องพายนี่สำนวนใช้ได้เลยนะ”

ooooooo

ศรุดาดีใจมากเมื่อคุณสิงห์ตกลงให้ทำพีอาร์ จะไลน์ไปบอกกิตติพัศแต่มือไพล่ไปกดที่โทร.ออก จึงจำต้องคุยขอบคุณเรื่องคุณสิงห์ กิตติพัศจึงนัดเจอกัน เมื่อเจอกันศรุดาถามว่าเขาต้องการอะไร กิตติพัศบอกว่า

“แค่...อยากขอโทษ...”

ศรุดาตัดบทว่าถ้าอยากได้ยินคำว่าให้อภัยจากตนก็ได้ แล้วบอกว่า

“ฉันให้อภัยคุณ”

กิตติพัศเอาเฮดโฟนที่ศรุดาเอาให้ตนฟังเปียโนที่ตนเล่นบอกว่าอยากให้เธอฟังมันแล้วคิดอีกที ศรุดาบอกว่าพอเถิดมันจบไปแล้ว กิตติพัศขอให้มองตาตนแล้วพูดความรู้สึกอย่างที่ใจอยากพูดและตนก็อยากฟัง

แต่ก็ถูกขัดจังหวะเมื่อเลขาเอาชุดแต่งงานมาให้ศรุดาบอกว่าทางร้านเวดดิ้งส่งให้มาลอง ศรุดามองชุดแล้วหันมองหน้ากิตติพัศ พูดตัดบททั้งที่ปากสั่นใจหวิว...

“คุณคงเข้าใจอะไรผิด ขอโทษนะคะ แต่ฉัน... ฉัน...ไม่ได้รักคุณแล้ว”

กิตติพัศมองศรุดาอย่างเจ็บปวดลุกเดินออกไปแล้วปิดประตูปัง ศรุดาทรุดนั่งสะอื้นเบาๆ

ooooooo

คืนนี้พาทิศเอาเอกสารที่อรจิรายอมเซ็นให้นนทวีรับรองบุตรไปให้นนทวี วันต่อมานวียาจึงจัดของของพายที่บ้านพาทิศเพื่อย้ายไปอยู่กับนนทวี พาทิศขอบคุณนวียาสำหรับทุกอย่างและขอโทษสำหรับทุกอย่างด้วย

พาทิศฝากพายด้วยเพราะพายก็คงไม่สะดวกใจที่จะอยู่ที่นี่หลังตนแต่งงาน พอดีมณีโทร.มาให้พาทิศไปดูชุดแต่งงานเขาบอกว่าวันนี้ศรุดาไม่ว่างแต่ลองไปดูก็ได้ แล้วขอร้องนวียาไปช่วยดูด้วย

นวียาออกความคิดเห็นตามทัศนะของตนแต่มณีแย้งว่าคุณดาคงไม่ชอบแล้วเชิญพาทิศไปลองชุดเจ้าบ่าว พาทิศให้คุยกับนวียาแทนเพราะตนไม่มีไอเดียเรื่องนี้ แต่พอนวียาดูหนังสือเห็นภาพคู่รักขี่ม้าลอดอุโมงค์ต้นไม้ก็สนใจ แต่มณีบอกว่าคุณดาคงไม่ชอบตัดบทว่าเอาไว้ให้คุณดามาเลือกเองดีไหม นวียาจึงขอตัวกลับ

พอออกไปเจอศรุดามาพอดี ศรุดาของขึ้นทันทีถามพาทิศว่านี่มันอะไรกัน พาทิศบอกว่าเห็นเธอไม่ว่างคิดว่าคงไม่มา นวียารีบขอโทษ ถูกศรุดาประชดว่า

ถ้าตนไม่ว่างเธอไม่ต้องมาเป็นเจ้าสาวแทนหรือ!

พอศรุดาเข้าไปเลือกธีมปาร์ตี้ก็ได้รับอีเมลจากเดวิดให้ออกคอลเลกชันใหม่ เธอดีใจมาก มากยิ่งกว่าตอนดูเรื่องงานแต่งเสียอีก

พาทิศเปิดหนังสือดูไปเรื่อยๆมาถึงหน้าอุโมงค์ต้นไม้ก็ถามศรุดาอย่างตื่นเต้นว่า

“ดา...รูปตอนถ่ายพรีเวดดิ้ง ทิศอยากเอาธีมขี่มอเตอร์ไซค์ไปถ่ายอุโมงค์ต้นไม้ ดาโอเคไหม”

ศรุดารับไปดู นึกถึงตอนไปดูฝูงบิ๊กไบค์ในงานแล้วถามเขาว่า ถ้าเขาอยากขี่มัน จะชวนตนไหม คิดแล้วศรุดาสีหน้าลังเล ฝืนยิ้มถามว่า

“แน่ใจนะคะ ว่าเหมาะกับดา เหมาะกับเรา”

“นั่นสิ...คงไม่เหมาะ”

พาทิศปิดหนังสือฝืนยิ้ม ทั้งคู่ยิ้มกันฝืนๆ บรรยากาศฝืดฝืนไปหมด

ooooooo

ฝ่ายนวียากลับไปแล้วก็ฝึกซ้อมขี่ม้าอย่างบ้าคลั่ง จนโค้ชบอกว่าแบบนี้คงอกหัก กิตติยาบอกว่าถ้างั้นพี่ชายตนก็ต้องอกหักด้วย เพราะสภาพเดียวกันเลย

นวียาขี่ม้ากระโดดข้ามสิ่งกีดขวางได้ทั้งหมด กิตติพัศนั่งที่สนามขณะนวียาฝึกซ้อมตลอดเวลาแต่นั่งเหม่อเสียเป็นส่วนใหญ่ พอนวียาซ้อมเสร็จมานั่งข้างๆ ก็ชมว่า

“เก่งมากเลยวี ข้ามได้หมดเลย แบบนี้ต้องติดทีมชาติแน่ๆ”

“ดูเวลาสิ ยังช้าอยู่เลย นี่ก็เก็บคะแนนครบทุกสนามที่เขาให้เก็บแล้วด้วย ไม่มีเวลาให้แก้ตัวแล้ว”

กิตติพัศให้กำลังใจว่าสนามนี้เธอเก็บคะแนนได้มากกว่าทุกคนเลยไม่ใช่เหรอ เชื่อว่าเธอต้องทำได้แน่ หรือต่อให้ไม่สำเร็จตนก็จะเป็นคนปลอบเธอเอง

“วันนี้มาแปลก มาโหมดไหนเนี่ย” นวียามองหน้าเขาแปลกๆ

“แปลกตรงไหน เราก็มีกันอยู่แค่นี้มาตั้งกี่ปีแล้ว เดี๋ยวกิตไปสั่งน้ำให้นะ”

แม้กิตติพัศจะพยายามร่าเริงเอาใจแต่นวียาดูออกว่าเขาฝืน พอกิตติพัศลุกไปเธอเห็นนิตยสารที่เขาวางไว้ จึงหยิบดู เห็นข่าวในแวดวงสังคมประกาศการแต่งงานของพาทิศกับศรุดา กิตติพัศกลับมาพอดี เธอถามว่า

“สรุปว่ากิตได้ไปบอกคุณดาหรือยัง”

“เรื่องกิตกับคุณดามันจบไปแล้วล่ะวี กิตไม่อยากเสียเวลากับอะไรที่มันไม่ใช่แล้ว”

นวียามองเขางงๆ กิตติพัศจับแขนทั้งสองข้างของนวียาให้หันมองตน บอกว่า

“กิตอยากอยู่กับอะไรที่สบายใจ ไม่เหนื่อย...”

“งั้นวีเลิกขี่ม้าดีกว่า มันยาก แล้ววีก็เหนื่อย”

กิตติพัศมองหน้านวียาตกใจ ร้องเฮ้ย...ไม่ได้ นวียาย้อนว่า

“ก็ทีกิตยังยอมแพ้แค่เพราะเหนื่อยเลย วีว่านะ ชีวิตมันก็เหมือนการขี่ม้าข้ามรั้วนี่แหละ บางด่านที่เราผ่านไม่ได้ เราก็ต้องถามตัวเองว่า เราพยายามพอหรือยัง”

กิตติพัศฟังแล้วจุกเมื่อนึกถึงที่ศรุดาบอกว่า...ฉันไม่ได้รักคุณ...ถามนวียาว่า

“แต่ถ้าด่านนั้นเราพยายามเต็มที่แล้ว กิตว่าเราคงต้องไปลองในด่านใหม่ๆดูบ้างมันน่าจะดีกว่า”

กิตติพัศพูดและมองหน้านวียาจริงจังจนเธอหวั่นใจ

ooooooo

วันต่อมามณีไปคุยกับพาทิศและศรุดาที่บริษัทเล่าคอนเซปต์ให้ฟังว่า

“มณีสั่งจองสถานที่เรียบร้อยแล้วนะคะ เราจะใช้โบสถ์เล็กๆตามที่คุณดาอยากได้ โทนสีน้ำเงินทองนะคะ แล้วที่จะถ่ายพรีเวดดิ้งเอาธีม Great Gatsby นะคะ”

“โอเคใช่ไหมทิศ” ศรุดาถามเมื่อเห็นพาทิศมองลังเล เขายิ้มฝืนๆ ไม่ทันพูดอะไรแซนดี้ก็มาเคาะประตู บอกพาทิศว่ามีเอกสารเซ็นด่วน พาทิศจึงขอตัวบอกว่าเดี๋ยวมา ให้ดาจัดการเลย

พอพาทิศออกไป ศรุดาก็นั่งกังวล จนมณีถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

“ดากำลังลังเลค่ะ จริงๆทิศเขาเสนอมาว่าอยากขี่มอเตอร์ไซค์ไปถ่ายที่ถนนอุโมงค์ต้นไม้น่ะค่ะ”

มณีอึ้งเมื่อนึกได้ว่านวียาเป็นคนชอบและเสนอ ตัดสินใจคุยกับศรุดาว่า

“คุณดาคะ อย่าหาว่ามณีเยอะเลยนะคะ มณีอยากให้คุณดาแน่ใจในทุกการตัดสินใจของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ ธีม แบบการ์ด มณีอยากแน่ใจว่าคุณดาเลือกในสิ่งที่อยากได้ และมีความสุขจริงๆ...และอีกอย่างมณีคิดว่าคุณพาทิศคงไม่ได้ชอบอุโมงค์ต้นไม้ขนาดนั้นหรอกมั้งคะ”

“ทำไมคะ”

“ก็คนที่ปลื้มไอเดียอุโมงค์ต้นไม้ไม่ใช่คุณพาทิศสักหน่อย แต่เป็น...คุณนวียาที่มากับคุณพาทิศน่ะค่ะ”

ศรุดารู้ความจริงถึงกับสะอึก

ooooooo

วันนี้พายเอาโทรศัพท์ของนนทวีโทร.คุยกับโซดาหน้าตาเจ้าเล่ห์

“พรุ่งนี้เจอกันนะคะครูโซดา ครูสัญญาแล้วนะว่าจะช่วยพาย ห้ามผิดสัญญาด้วย ไม่งั้นจะฟ้องพ่อนนไม่ให้ครูมาทำงาน”

พอพายวางสาย โซดาพึมพำ “เอาโทรศัพท์พ่อมาขู่เลยเหรอเนี่ย เฮ้อ...เอาก็เอา” แต่สีหน้าหนักใจ บ่นกับตัวเอง “คิดแผนขัดขวางงานแต่งคุณพาทิศกับศรุดาเนี่ยนะ เฮ้อ...”

ฝ่ายพายคุยโทรศัพท์เสร็จก็คืนเครื่องให้นนทวีขอบคุณและย้ำว่า

“พรุ่งนี้เนื่องจากพ่อนนติดงาน พ่อนนต้องบอกอาวีตามแผนนะคะ”

พอดีเห็นนวียาเดินเข้ามา พายวิ่งไปกอดอ้อน ถามว่าพรุ่งนี้วันอะไร

“พรุ่งนี้ก็วันอาทิตย์ยังไงล่ะคะพาย อาวีเลยเตรียมอุปกรณ์ไปงานอาชาฟันเดย์ไงคะ”

พายร้องดีใจขอไปด้วย แม่กับพ่อเดินมายิ้มเอ็นดู พ่อถามว่าแล้วปู่ไปด้วยได้ไหม

“ทุกคนต้องไปค่ะ เพราะมันคือแฟมิลี่เดย์”

“งั้นเราก็ไปกันหมดนี่เลยค่ะ” นวียาบอกนนทวีบอกว่าให้ชวนพาทิศไปด้วย เพราะพรุ่งนี้ตนติดงาน

“นะคะ...นะค้า...” พายอ้อนนวียาสุดฤทธิ์

“แต่ต้องสัญญาก่อนว่าจะเป็นเด็กดี” พอนวียาพูดจบ พายก็เกี่ยวก้อยสัญญาทันที

นนทวีมองหน้านวียาแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

ooooooo

หลังรู้เรื่องพาทิศกับนวียาจากมณีแล้ว ศรุดาไม่มีสมาธิ คิดงานไม่ออก สเกตช์แล้วขยำกระดาษทิ้งแผ่นแล้วแผ่นเล่าจนรู้สึกว่าสเกตช์ไม่ถนัดเพราะแหวนจึงถอดออก พอถอดแหวนแล้วค่อยวาดภาพถนัดขึ้น

ในงานอาชาฟันเดย์ ครอบครัวนวียากับครอบครัวพาทิศมาเจอกันในงาน ต่างทักทายกันอย่างไว้เชิง แย่งกันเป็นย่าพายออกนอกหน้า พายเบื่อเลยจูงมือนวียากับพาทิศชวนไปเที่ยวกัน

ที่ซุ้มกาแฟ กิตติยากับเบดช่วยกันจัดซุ้ม เบดสะกิดกิตติยาให้ดูสองครอบครัว ถามว่าเขาดีกันแล้วหรือ

“ฉันว่าดีกันก็ดีแล้ว มันจะอะไรนักหนา” โค้ชแทรกขึ้น แล้วทำเอะใจถามกิตติยา “เออ แล้วไหนบอกว่าวันนี้โซดาแฟนเธอจะมาช่วยยะ”

“บ้า...พูดอะไรก็ไม่รู้บอกว่าเพื่อนสนิท...เพื่อนสนิท” กิตติยาตีแขนโค้ชเพียะเขิน บิดตัวแทบเป็นเกลียว

เบดกับโค้ชมองเซ็ง

ฝ่ายแม่พาทิศกับแม่ของนนทวี ต่างแย่งความเป็นย่า แม่พาทิศอ้างว่าตนเป็นย่ามาก่อน ส่วนแม่ของนนทวีอ้างว่าตนเป็นของจริง ต่างแย่งกันบอกพายที่ปิดตาติดหางม้าจนเถียงกันเอง นวียากับพาทิศมองแม่ของตัวเองแล้วปวดหัว

นวียาชะโงกดูพายเผลอสะดุดรองเท้าพาทิศเซไป ดีแต่พาทิศประคองไว้ทันหน้ากับหน้าห่างกันแค่ฝ่ามือกั้น ต่างตกอยู่ในภวังค์รสสัมผัสของกันและกัน แต่ต้องสะดุ้งหลุดจากภวังค์เมื่อเสียงเฮดีใจที่พายติดหางม้าได้ถูก นวียารีบดันตัวออกมา บอกพาทิศเขินๆว่า

“เดี๋ยว...ฉันไปเตรียมซุ้มก่อนแล้วกัน”

ที่ซุ้มวาดรูประบายสี นวียามาเตรียมอุปกรณ์วาดรูประบายสีอย่างใจลอยคิดถึงอ้อมกอดของพาทิศ

กิตติพัศย่องมากอดนวียาจากข้างหลัง พอหันไปเขาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า นวียาบ่นว่ามาไม่ให้สุ้มเสียง แล้วกิตติพัศก็ช่วยจัดเตรียมของ ถามว่าแล้วพายล่ะ

“เล่นเกมอยู่ที่ซุ้มน่ะ ไม่ต้องห่วง วันนี้มีคนดูแลเยอะ ทั้งย่า ยาย วีปวดหัวจนต้องหนีมาเนี่ย”

“งั้นเดี๋ยวกิตช่วยนะ”

แม่นนทวีกับแม่ของพาทิศ ยังชิงไหวชิงพริบแย่งซีนกัน แม่นนทวีชวนพายไปเล่นระบายสีกับอาวี ส่วนแม่พาทิศก็ชวนไปดูของที่ระลึกกัน

แต่ทั้งสองต้องผิดหวังเมื่อพายเห็นโซดาแล้วสะบัดมือจากสองแม่วิ่งไปหาโซดา สองแม่มองกันทำหน้าไม่ถูก พาทิศเลยชวนแม่ไปดูของที่ระลึกกัน พ่อเลยบอกให้แยกกันตรงนี้เลย

พาทิศกับพ่อของนวียาเลยจูงสองแม่แยกไปกันคนละทาง

ooooooo

พายเห็นกิตติยากับโซดาถือน้ำมาก็ตรงเข้าไปถามโซดาว่าคิดแผนออกหรือยัง โซดาส่ายหน้า ติงว่า มันจะดีเหรอ กิตติยาหูผึ่งอยากรู้ว่าทั้งสองวางแผนอะไรกัน พายบอกกิตติยาว่า

“ก็พายไม่อยากให้พ่อพาทิศแต่งงานกับน้าดานี่คะ ถ้าพ่อพาทิศแต่งงานกับน้าดา น้าดาก็ต้องไปอยู่บ้านพาย พายคงไม่กล้ากลับไปอยู่กับพ่อพาทิศแล้ว”

“อ๋อ...ตกลงที่โซดามาวันนี้ก็เพราะน้องพายอยากให้ช่วยวางแผนขัดขวางการแต่งงานเหรอคะ”

พอพายพยักหน้า กิตติยายื่นมือไปจับพายร้อง “ดีล! เห็นพี่กิตเป็นแบบนี้ ฉันจะสบายใจได้ไง”

กิตติยาชี้แจงกับโซดาที่ทำหน้างง

“โอ๊ย...แล้วจะทำไง” โซดาทำท่าปวดหัว

แล้วทั้งสามก็ช่วยกันคิดแผน พายมองไปเห็นกลุ่มเด็กแสบที่แต่งตัวก๋ากั่นก็ทำหน้าตื่นเต้นอย่างคิดอะไรออก

กิตติพัศอยู่กับนวียาที่ซุ้มวาดรูป กิตติพัศถามนวียาว่าส่งคะแนนให้ทางสมาคมหรือยัง นวียาบอกว่าส่งแล้ว เหลือแต่รอประกาศผล ไม่รู้จะได้ไหม

ขณะนั้นเองพาทิศเดินเข้ามา กิตติพัศเห็นก็หมั่นไส้ ถามเหน็บ

“อ้าว...คุณพาทิศ ไม่นึกนะครับว่าว่าที่เจ้าบ่าวจะมีเวลามาเดินเล่นแบบนี้”

นวียาเห็นบรรยากาศจะไม่ดี ถามว่าแล้วพายล่ะ พาทิศบอกว่าไปกับกิตติยากับโซดา

“แล้วเตรียมงานแต่งถึงไหนแล้วครับเนี่ย ผมอยากเห็นการ์ดจะแย่ อ้อ...หวังว่าจะไม่ตรงกับวันที่วีแข่งนะครับ เพราะถ้าเป็นวันนั้น ผมคงต้องเลือกไปเชียร์วี” พูดแล้วกิตติพัศเมินใส่พาทิศ พาทิศอึ้งเมื่อรู้ว่านวียาจะลงแข่ง

กิตติพัศแสดงความสนิทสนมกับนวียาอย่างมากต่อหน้าพาทิศ เขาขยี้หัวนวียาอย่างเอ็นดู อวดว่าตนสั่งพลุมาจุดให้วีคืนนี้เตรียมฉลองชัยล่วงหน้าเลย นวียายิ้มเจื่อนทำหน้าไม่ถูก พอดีมือถือพาทิศดังขึ้น เป็นสายจากศรุดาโทร.มาถามว่าว่างไหม อยากคุยเรื่องงานแต่ง กิตติพัศหน้าเสียเมื่อรู้ว่าเป็นสายจากศรุดา

พาทิศบอกศรุดาว่าว่าง ตอนนี้ตนพาพายมาอาชาฟันเดย์ ศรุดาบอกว่าเดี๋ยวจะมา

ขณะที่ทุกคนกำลังอึดอัดนั้น เชนวิ่งมาหากิตติพัศบอกว่าพลุมาแล้วจะให้เอาไปไว้ที่ไหน กิตติพัศบอกให้เอาไว้ที่โกดังก่อน อิคคิวที่ตามมาบอกว่าคุณกิตต้องไปเซ็นเบิกจ่ายด้วย เขารออยู่ กิตติพัศจึงต้องขอตัวไป ทำให้นวียาต้องอยู่กับพาทิศตามลำพัง ต่างพูดอะไรไม่ออก

“ขอให้คุณโชคดีในการแข่งขันนะ” พาทิศเอ่ยขึ้นก่อน

นวียาขอบคุณแล้วทำท่าจะขอตัว พวกเด็กแสบกลุ่มนั้นก็วิ่งกรูเข้ามาเต็มซุ้ม อ้อนครูวีว่าอยากระบายสี อีกคนเข้ากอดขาพาทิศให้สอนตนด้วย พาทิศอึกอักบอกว่าตนไม่ใช่ครู

เด็กเบะทำท่าจะดิ้น พาทิศเลยต้องเป็นครูจำเป็นสอนเด็กวาดรูป

อึดใจต่อมา กิตติยา โซดา และพาย ก็ค่อยๆโผล่หน้ามาทีละคน พายเอามือแปะกิตติยาและโซดาหัวเราะคิกคักที่แผนสำเร็จ

ooooooo

เชนกับอิคคิวให้เบื๊อกมาช่วยขนพลุเข้าไปเก็บในโกดัง แต่เบื๊อกก็เบื๊อกสมชื่อนอกจากช่วยขนเข้าไปเก็บแล้วยังลองจุดดูว่ามันดีจริงไหม พอโดนอิคคิวดุก็โยนพลุที่จุดแล้วเหยียบไฟดับตามอิคคิวออกไปแต่ไฟดับไม่สนิท ค่อยๆคุขึ้นมา

โค้ชยักษ์อยากทำแครมบูเล่โชว์เด็กแต่ไม่ได้เอาที่พ่นไฟมา ขอแรงนวียาให้ไปหยิบให้ที่โกดัง นวียาจึงปั่นจักรยานสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ไปจอดหน้าโกดังแล้วรีบเข้าไป เจอไฟที่เบื๊อกดับไม่สนิทลามไหม้อย่างรวดเร็ว นวียาตกใจจะวิ่งออกไปเอาน้ำดับไฟ แต่ถูกของหล่นขวางทาง

ฝ่ายศรุดามารอพาทิศที่ใกล้โกดังแล้วโทร.บอกพาทิศ ระหว่างรอพาทิศก็เดินไปรอบๆ พลันก็ได้กลิ่น แปลกๆเหมือนไฟไหม้ เธอเห็นจักรยานของนวียาจอดอยู่หน้าโกดัง ร้องถามอย่างเป็นห่วง

“นวียา...นวียา เธออยู่ในนั้นหรือเปล่า!”

กลิ่นไฟไหม้และควันไฟลอยไปถึงซุ้มที่โค้ชรอเตรียมทำแครมบูเล่ พอมองไปเห็นควันพวยพุ่งออกมาจากโกดังก็ตะโกนบอกกันด้วยความตกใจ ไฟไหม้! ไฟไหม้!!

กิตติพัศเข้ามาถามว่าอะไร พอโค้ชบอกว่าไฟไหม้โกดัง ยัยวีอยู่ที่นั่น ทั้งกิตติพัศและพาทิศต่างวิ่งไปโกดังทันที

ไฟที่โกดังลุกลามอย่างรวดเร็วล้อมนวียาไว้จนสำลักควันและค่อยๆทรุดลง ส่วนศรุดาอยู่ข้างนอกก็ร้องเรียกนวียาตลอดเวลาแต่ไม่มีเสียงขานรับเลย

กิตติพัศวิ่งมาเจอศรุดาอยู่หน้าโกดังถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ แล้วรีบวิ่งเข้าโกดังไป ครู่เดียวทั้งโค้ชและแม่พาทิศก็วิ่งมาถึง แม่จับมือพายให้กำลังใจว่าอาวีต้องไม่เป็นอะไร

ศรุดาตะโกนเรียกนวียาพลางเดินเข้าไปหาในโกดังด้วยความเป็นห่วงจนตัวเองก็เข้าไปอยู่ในอันตราย

พาทิศตะโกนเรียกนวียาและกิตติพัศตะโกนเรียกศรุดาพลางวิ่งเข้าไปหาในโกดัง กิตติพัศไปเจอศรุดาที่สำลักควันหมดสติอยู่ เขาโผเข้ากุมมือขึ้นจูบ คร่ำครวญความรู้สึกจากหัวใจ...

“คุณดา...คุณต้องตื่นนะ ตื่นมาฟังผมก่อน ผมยังไม่ได้บอกคุณเลยว่าผมรักคุณมากขนาดไหน...ผมขอโทษที่ผมมันขี้ขลาดไม่ยอมบอกไปตั้งแต่วันที่ยังมีโอกาสผมมันคือคนเห็นแก่ตัวที่ไม่อยากให้คุณไปรักกับใคร นอกจากผม ผมมันงี่เง่าที่ไม่เคยบอกรักคุณเลย ขอร้องเถอะคุณดา ให้ผมได้ดูแลคุณเถอะนะ คุณคือคนเดียวที่ผมรักแล้วผมจะรักคุณไปชั่วชีวิต ผมไม่มีคุณไม่ได้คุณได้ยินไหม...ได้ยินไหม”

ศรุดายังสลบอยู่ กิตติพัศกอดเธอไว้ร้องไห้แทบขาดใจ...

อีกด้านหนึ่งพาทิศอุ้มนวียาออกมา พยาบาลรีบเอาเปลไปรับ ทุกคนมองลุ้นด้วยความเป็นห่วง

เมื่อเข้าโรงพยาบาลแล้ว กิตติพัศเฝ้าศรุดาอยู่ข้างเตียงตลอดเวลา พาทิศก็เฝ้านวียาไม่ห่าง

จนวันใหม่ทั้งกิตติพัศและพาทิศต่างมานั่งข้างนอก พยาบาลเดินมาจะเข้าห้องศรุดาถามว่า

“กดเรียกพยาบาลหรือเปล่าคะ ทั้งสองห้องเลย”

สองหนุ่มมองหน้ากันอย่างรู้ว่าศรุดากับนวียาฟื้นแล้ว กิตติพัศเดินเข้าห้องศรุดาและพาทิศเดินเข้าห้องนวียา แล้วทั้งสองก็ชะงักที่ประตู เมื่อนึกได้ว่าที่จริงตัวเองควรอยู่ตรงจุดไหน?

แม่นวียากับพายเดินมาจะเข้าห้องนวียา พ่อถามกิตติพัศว่าเห็นพยาบาลบอกว่าฟื้นแล้วเหรอ กิตติพัศพยักหน้ามึนๆแล้วเดินตามพ่อแม่และพายเข้าไปในห้องนวียา พาทิศก็เดินเข้าห้องศรุดาไปโดยปริยาย

พาทิศเข้าไปเกาะเตียงถามศรุดาว่าอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม เธอขอบคุณแต่อยากกลับบ้านมากกว่า พาทิศบอกให้พักก่อนเดี๋ยวตนจะไปส่ง

ศรุดาถามพาทิศว่านวียาเป็นยังไงบ้าง เขาตอบเศร้าๆว่าปลอดภัยแล้ว ศรุดาบอกให้ไปเยี่ยมตนเป็นห่วง พาทิศอึกอักบอกว่า “ผมเป็นห่วงว่าที่เจ้าสาวของผมมากกว่า”

“งั้นขอดาไปเยี่ยมนะ”

พาทิศอึ้งอย่างคิดไม่ถึง แต่ก็ประคองศรุดาออกไป

ooooooo

ฝ่ายนวียา พ่อ แม่และพายห้อมล้อมอยู่รอบเตียง พอพยาบาลเข้ามาพ่อถามว่ากลับเลยได้ไหม พยาบาลบอกว่า คุณหมออยากให้พักอีกสักหน่อยเย็นๆถึงจะให้กลับ กิตติพัศบอกแม่ว่าเดี๋ยวตนพาไปส่งเองก็ได้

มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทุกคนมองไปเห็นพาทิศประคองศรุดาเข้ามา นวียามองงงๆ แล้วทุกคนก็ออกไปนั่งรอหน้าห้อง ปล่อยให้ศรุดากับนวียาคุยกันตามลำพัง แต่คอยชำเลืองเข้าไปในห้องเห็นสองสาวคุยและยิ้มให้กัน อย่างสนิทใจ

ครู่หนึ่งศรุดาเดินออกมาบอกพาทิศให้ช่วยไปส่งนวียาแทนได้ไหม พาทิศอึ้งๆพูดไม่ออก พ่อที่อุ้มพายอยู่กระซิบถามแม่ว่า คุณพาทิศจะแต่งงานกับหนูดาไม่ใช่หรือ มันจะดีหรือถ้าไปส่งลูกสาวเรา

“ดีสิคะ” พายแย่งตอบ จนปู่กับย่ามองหน้าหลานงงๆ

ศรุดาเดินไปหากิตติพัศถามว่า “รบกวนอะไรหน่อยได้ไหมคะ” กิตติพัศมองหน้าเธองงๆ

ศรุดาให้กิตติพัศไปส่งตนที่บ้าน พอถึงเธอถามว่าจะให้คนป่วยเดินเข้าบ้านเองหรือ เขาจึงเข้าพยุงพาเข้าไปแล้วบอกเขินๆขอกลับเลย

“จะรีบไปไหน ไหนคุณบอกจะดูแลตลอดชีวิต”

กิตติพัศอึ้ง พอนึกได้ว่าตนพูดกับเธอตอนสลบก็เขินจนหน้าแดง ศรุดาพูดให้เขาหายเขินว่า

“ฉันฝันน่ะ ฝันว่าคุณบอกรักฉัน จะดูแลฉันไปตลอดชีวิต ยังฝันอีกว่า คุณเอาแต่โทษตัวเองที่ไม่ได้บอก”

“ผมเอาของไปเก็บดีกว่า” กิตติพัศหาทางเลี่ยง

ศรุดาลุกขึ้นถามว่าหรือว่าเป็นเรื่องจริง กิตติพัศจึงยอมรับว่า “ใช่ เรื่องจริง แต่มันจะมีประโยชน์อะไร คุณกำลังจะแต่งงาน ผมขอตัวก่อนดีกว่า” ว่าแล้วก็เดินหน้าเศร้าออกไปเลย

ศรุดามองตาม ยิ้มอย่างมีความสุข

พาทิศไปส่งนวียาตามที่บอกกับพ่อแม่ไว้ โดยมีพายนั่งทำเป็นหลับอยู่เบาะหลัง

พาทิศกับนวียาต่างนั่งเงียบๆ พาทิศเปิดเพลงฟังเจอเพลงชุดวิวาห์พอดี ทั้งสองฟังเพลงแล้วต่างทำตัวไม่ถูก พายที่แกล้งหลับก็แกล้งละเมอดังๆว่า

“ทำไมต้องแต่งกับน้าดา แต่งกับอาวี พายให้แต่งกับอาวีคนเดียว”

พาทิศกับนวียาต่างชะงักหัวเราะออกมาแล้วต่างเสมองไปนอกหน้าต่าง

วันต่อมามณีมารอพบพาทิศที่ออฟฟิศ เอาการ์ดแต่งงานเรียบหรูมาให้ตรวจดูอีกทีว่าตรงไหนไม่เรียบร้อย สะกดผิด วันที่ผิด หรือมีอะไรผิดหรือเปล่า

“นั่นสิครับ...มีอะไรผิด” พาทิศรับการ์ดไปดูพูดลอยๆ

ooooooo

ฝ่ายกิตติพัศเรียกพนักงานประชุม รวมทั้งเชน อิคคิว และเบื๊อกที่เอาพลุไปเก็บในโกดังเพื่อสรุปปัญหาที่เกิดขึ้น อิคคิวบอกว่าตนผิดเอง ถ้าตนตรวจเช็กให้ดีเรื่องคงไม่เป็นแบบนี้ ตนเข้าใจถ้าคุณกิตจะไล่ออก

“คุณกิตครับ คุณอิคคิวไม่เกี่ยว ไล่ผมเถอะ ผมผิดเองที่สะเพร่า เอาแต่เล่น เฮียห้ามผมแล้ว อย่าไล่เฮียออกเลยนะ ผมขอออกเอง”

“คนผิดก็ต้องได้รับการลงโทษ ขอให้ทุกคนเอาบทเรียนนี้เป็นตัวอย่าง ฉันไม่อยากเสียใครไปอีก”

กิตติพัศพยายามทำใจเดินออกไปไม่มองหน้าใครเลย เชนกับอิคคิวมองเบื๊อกด้วยความสงสาร

วันนี้นวียากับกิตติพัศไปที่สวนอาชาคลับ กิตติพัศอุทานถามว่าเราไม่ได้มาที่นี่นานเท่าไหร่แล้วเนี่ย

นวียาบอกว่าเป็นสิบปีแล้ว ถามว่าจำได้ไหม เมื่อก่อนเป็นที่ที่เราเล่นซ่อนหากัน เวลาตนหายไป เขาก็จะมาตามที่นี่ ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด

กิตติพัศขอโทษนวียา นวียามองหน้าเขาเต็มตาถามว่าเรื่องอะไร กิตติพัศพูดเปิดใจว่า

“กิตขอโทษที่กิตชอบทำเหมือนหวงวี ห่วงวี กิตไม่รู้ว่าความรู้สึกวันนั้น มันคืออะไร กิตเคยนึกว่า มันคือความรัก กิตไม่รู้จริงๆว่าตัวเองคิดอะไร รู้แต่กิตอยากมีวี แต่...พอวันที่ไฟไหม้...”

“มีคนเคยบอกวีว่าเวลาเราลังเลเลือกไม่ได้ให้ลองโยนเหรียญดู แล้วลองนึกว่า เหรียญด้านที่เราอยากให้ตกคืออะไร วีว่า...เหรียญด้านนั้นของกิต...น่าจะเป็นคุณดานะ”

“แต่เขากำลังจะแต่งงาน” กิตติพัศยิ้มเจื่อน นวียากลั้นขำ เขาถามว่าขำอะไร

“ขำกิตน่ะสิเสียฟอร์มเป็นลูกแมวเลย รู้ไหมวันนั้นคุณดามาบอกอะไรวี”

กิตติพัศยิ่งงง นวียาจึงเล่าให้ฟังว่าวันนั้นศรุดา

มาขอกิตคืนจากตน นวียาตอบอย่างผ่าเผยว่า

“อันที่จริง กิตไม่เคยเป็นของวีเลยต่างหาก เขามีแต่คุณนะ แล้วคุณจะทำยังไงกับพาทิศคะ”

“ฉันก็ยังไม่รู้...ฉันรู้แค่ว่าคนเราไม่ควรหนีหัวใจตัวเอง”

กิตติพัศฟังแล้วยิ้มเต็มหน้าถามว่าคุณดาพูด

อย่างนั้นจริงหรือ นวียายิ้มจับจี้ม้าที่กิตติพัศให้ที่คอตัวเอง

“ระหว่างเรา มันคือความผูกพัน แล้วมันก็จะเป็นแบบนี้ตลอด”

“แล้ววีว่าคุณพาทิศเขาจะโอเคไหม”

“วีก็ไม่รู้เหมือนกัน” นวียากังวลแต่ก็พยายามยิ้ม

ฝ่ายศรุดากับพาทิศพบกันที่ดาดฟ้า ศรุดามองการ์ดแต่งงานในมือรำพึง...

“ใกล้ถึงวันงานแล้วนะทิศ ทิศว่ามันจะออกมาเป็นยังไง”

พาทิศเครียดกับความอัดอั้นในใจ

“ดาเคยคิดว่างานแต่งงานเป็นเรื่องไกลตัวมาตลอด ดาฝันที่จะมีงานแต่งที่สวยงาม แต่มาดูวันนี้สิ อีกไม่กี่วัน แล้ว”

พาทิศกำมือตัวเองอย่างลำบากใจ อยากปฏิเสธศรุดา ในขณะที่ศรุดาพับจรวดพูดลอยๆว่า

“อะไรที่เราทำไม่ได้ก็ปล่อยให้มันเป็นความฝันเถอะนะ...” พูดแล้วพุ่งจรวดออกไป “ทุกครั้งที่ดาฝัน ดาจะฝันถึงทิศตลอด มันเป็นความฝันที่สวยงาม แต่...

มันก็คือฝัน ยังไงซะเราก็ต้องตื่นขึ้นมาเพื่อที่จะต้องอยู่กับความจริงอยู่ดี...อยู่กับคนที่ทิศรักจริงๆ”

พาทิศมองศรุดาอย่างไม่เข้าใจ ศรุดายื่นกล่องให้พาทิศ เขารับกล่องแบบงงๆ

ooooooo

หลังการประชุม กิตติพัศเอาป้ายประกาศข้อห้ามต่างๆไปติดไว้ที่หน้าโกดังกำชับให้ทุกคนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วย

เชนบอกว่าเดี๋ยวประกันจะมาดูความเสียหาย

อิคคิวบอกให้หักเงินตนก็ได้

“เอาน่ะ เรื่องมันแล้วไปแล้ว ต่อไปนี้ก็ตั้งใจทำงานก็แล้วกัน ไปกันเถอะ ฉันขอเช็กความเรียบร้อยอะไรอีกนิดหน่อย”

กิตติพัศมองไปรอบๆโกดัง แววตาเต็มไปด้วยคำถามว่า...ศรุดารัก...หรือไม่รัก

ฝ่ายศรุดาก็ตั้งหน้าตั้งตาออกแบบลายผ้าอย่างมุ่งมั่นแต่แววตาเศร้า เมื่อคิดว่านี่คือสิ่งสุดท้ายที่ตนทำได้เพื่อบอกว่ารักกิต เพราะหลังจากนี้เธอต้องแต่งงานกับพาทิศแล้ว...

แม่พาทิศก็ตรวจรายชื่อแขกที่จะเชิญมางานแต่ง ทบทวนว่าขาดใครหรือไม่ พอถามพาทิศเขากลับนั่งเหม่อ จนแม่ถามว่า

“นี่เหรอหน้าตาคนที่กำลังจะเป็นเจ้าบ่าว” พาทิศยิ้มนิดๆแต่เงียบ แม่พูดชั่งใจลูกชายว่า “ทิศ...แม่อยากให้ทิศมีความสุขนะ”

“ผมมีความสุขดีครับแม่” พาทิศฝืนยิ้ม

ฝ่ายนวียาต้องเข้าเก็บตัวนักกีฬาเพื่อจะแข่ง เธอมุ่งมั่นซ้อม เมื่อซ้อมเสร็จดูโทรศัพท์เห็นสายที่ไม่ได้รับ

จากนนทวีจึงโทร.กลับ พายอยู่กับนนทวีเป็นคนรับสายเปิดสปีกเกอร์โฟนคุยกัน พายถามว่าอาวีเก็บตัวเป็นยังไงบ้าง อ้อนว่าพายคิดถึงมากเลย

นวียาบอกว่าสนุกดีเพื่อนเต็มแคมป์เลย ทุกคนมารวมตัวเพื่อแข่งสนามสุดท้าย ตนก็จะรู้ผลว่าจะติดทีมชาติไหม บอกพายว่าตนกลัวมากขอให้พายมาเชียร์ด้วย พายบอกว่าไม่แน่ แล้วถามว่าอาวีออกจากค่ายแล้วจะมางานแต่งพ่อพาทิศกับน้าดาไหม

“อาวีคงไปไม่ได้ค่ะ ฝากขอโทษคุณพ่อด้วยนะคะ แค่นี้ก่อนนะคะน้องพาย อาวีต้องไปซ้อมต่อแล้ว”

พอวางสาย นวียาก็แหงนมองท้องฟ้ากะพริบตาถี่ๆกลืนน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา สวมหมวกกันน็อก สูดลมหายใจลึกแล้วไปซ้อมอย่างมุ่งมั่นต่อไป

ฝ่ายกิตติพัศกำลังดูแลโรมิโอที่นอนล้ม คุยให้กำลังใจเหมือนปลอบใจตัวเองว่า

“โรมิโอ...แกต้องลุกขึ้นมานะ ตั้งแต่จูเลียตตาย แกไม่ยอมเดินเลย ขืนเป็นแบบนี้ฉันต้องพาแกไปทำ กายภาพนะ ก็แค่ม้าตัวเดียว แกจะเสียใจอะไรนักหนา มีม้าตัวอื่นอีกตั้งเยอะแยะ”

พูดจบก็ถอนใจเฮือกใหญ่เดินออกไป แต่เห็นทีวีเปิดทิ้งไว้จะไปปิด พอดีมีข่าวเปิดตัวคอลเลกชันศรุดา

นักข่าวกำลังถามศรุดาว่า “คอลเลกชันก่อน

คุณดาออกแบบเป็นลายผีเสื้อเพราะได้แรงบันดาลใจจากคุณพาทิศ แล้วทำไมครั้งนี้ถึงเลือกม้าคะ”

“ดาเลือกออกแบบลายม้าก็เพราะ...” นักข่าวถามว่าหรือว่าคุณพาทิศชอบขี่ม้า “ดาแค่...เอ่อ...เห็นว่ามันเป็นตัวแทนของครอบครัวน่ะค่ะ”

“อ๋อ...เลยออกแบบต้อนรับงานแต่งที่กำลังจะ

มาถึงใช่ไหมคะ” นักข่าวสรุปให้แล้วเชิญพาทิศมาถ่ายรูปคู่กับศรุดา ว่าที่บ่าวสาวยืนถ่ายรูปคู่กันด้วยสีหน้าเครียด

วันนี้ศรุดากับพาทิศไปดูสถานที่จัดงานแต่ง

ทุกอย่างเสร็จเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ศรุดามองดูการจัดงานรู้สึกใจหายมากกว่าดีใจ พาทิศเดินเข้ามา

ศรุดายิ้มให้จางๆเล่าว่า ตนคิดว่างานแต่งงานเป็นเรื่องไกลตัวตลอดมา แต่...พรุ่งนี้แล้วนะ พาทิศถามว่า “ใช่อย่างที่ดาฝันไหม”

ศรุดากดปุ่มประมวลภาพตั้งแต่เธอกับพาทิศ

คบกันที่มหาวิทยาลัย ดูแล้วน้ำตาคลอเสียดายอดีตที่สร้างกันมา พาทิศยืนดูศรุดาบอกตัวเองว่าทั้งหมดนั้น... ไม่ใช่ ยิ่งเมื่อเห็นภาพปาจรวดด้วยกันในชุดนักศึกษา

ก็ยิ่งสะท้านใจ...

พาทิศหยิบการ์ดแต่งงานขึ้นมาดู แล้วค่อยๆพับเป็นรูปจรวด เอ่ยกับศรุดาที่จับตามองอยู่ว่า...

“ดาเคยบอกทิศว่า...อะไรที่เราทำไม่ได้ในความจริง เราจะเขียนมันไว้ในนี้” พาทิศพับจรวดยื่นให้ศรุดา เธอมองงงๆ เขามองเธอเต็มตา เอ่ยแววตาจริงใจ...จริงจัง “ดา...ดายังมีเวลานะ...ที่จะยอมรับความจริงว่าดาไม่ได้รักทิศ ทิศไม่ใช่แรงบันดาลใจของดา...คุณกิตต่างหาก...”

ศรุดามองหน้าพาทิศปากสั่นพูดไม่ออก กอด

พาทิศแน่น น้ำตาไหลพราก สะอื้นจนตัวโยน...

“ทิศ...”

“ไม่เป็นไรดา...ไม่เป็นไรนะ”

“ดาพยายามแล้วนะทิศ ดาพยายามที่จะไม่รักเขา”

“ไม่เป็นไรดา ทิศเข้าใจ บางทีเราก็ไม่อยากยอมรับว่าเรารัก...คนที่เราไม่คิดจะรัก...ความสุขของดาวันนี้ ไม่ใช่ทิศแล้วนะ ระหว่างเราให้มันเป็นแค่ความฝันนะดา...”

พาทิศพุ่งจรวดออกไป...จรวดลอยคว้างในอากาศ...

ooooooo

เมื่อต่างเปิดใจ ยอมรับความจริงว่าความสุขระหว่างกันทั้งที่ผ่านมาและแม้แต่นาทีนี้...มันเป็น

แค่ความฝัน ทั้งพาทิศและศรุดาตัดสินใจครั้งสำคัญ ที่จะทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงอย่างมีความสุข...

แล้วศรุดาก็กล่าวจากใจขณะพาทิศในชุดเดินทาง

เท่ ทะมัดทะแมง ขึ้นมอเตอร์ไซค์คู่ใจที่ทิ้งร้างมานาน

“สัญญานะว่าทิศจะมีความสุข ทิศจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของตัวเอง”

“ทิศสัญญา”

ศรุดากลับเข้ามาที่งานแต่งงานอีกครั้ง มองทีมงานที่เก็บภาพถ่ายในงานแต่งออกจากขาตั้ง พลางโทรศัพท์คุยกับแม่พาทิศ...

“ดาก็ไม่ทราบค่ะว่าทิศไปไหน ดาขอโทษด้วยนะคะคุณแม่ที่ยกเลิกกะทันหันแบบนี้ คือ...ดากับทิศ

คิดว่าเราไม่พร้อมน่ะค่ะ”

ขณะดูทีมงานเก็บรื้อข้าวของในพิธีแต่งงานนั้น... ศรุดายืนมองปลงๆ...ในที่สุดทุกอย่างก็ต้องจบ! แต่

พอหันมาก็แทบผงะ เมื่อเห็นกิตติพัศยืนอยู่ เขาดูเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบๆงงๆ

ศรุดากับกิตติพัศสบตากันนิ่ง อึดใจใหญ่ ศรุดาจึงเอ่ยริมฝีปากสั่น

“ไม่นึกว่าคุณจะมา”

“ผมก็ไม่นึกว่า...ผมจะกล้ามา”

“ไม่นึกด้วยใช่ไหมว่าจะเจอแบบนี้” กิตติพัศมองไปรอบๆ ถามด้วยสายตาว่า...ทำไม? ศรุดาตั้งสติบอกว่า “ฉันก็แค่...เพิ่งนึกได้ว่า...นี่มันไม่ใช่การแต่งงานแบบที่ฉันฝัน”

กิตติพัศถามว่าเธอฝันไว้แบบไหน ศรุดาย้อนถามว่าตนถามบ้างได้ไหมว่าทำไมเขาถึงมา กิตติพัศบอกว่าตนอยากรู้ว่าทำไมเธอถึงเลือกม้า อยากรู้ว่าทำไมเธอถึงเลือกผีเสื้อ ศรุดาถอนใจไม่อยากพูด อ้างว่าเหนื่อยและขอตัว แต่ยังไงก็ขอบคุณที่มา

แต่พอศรุดาจะเดินไป กิตติพัศคว้ามือไว้ เธอหันมองเขาเต็มตา ถาม

“คุณต้องการอะไร”

“ก็แค่...ไม่อยากเสียคุณไป” เธอถามว่าแค่นั้นหรือที่รั้งตนไว้ สะบัดมือออกจะไปขึ้นรถ

กิตติพัศทนไม่ได้ตะโกนตามหลังไปด้วยน้ำเสียงสะท้าน

“ผมไม่เคยคิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง ไม่เคยคิดว่าวันนึงจะอยากดูแลผู้หญิงคนเดียว...ไปตลอดชีวิต และคงไม่มีวันคิดถ้าผู้หญิงคนนั้น...ไม่ใช่คุณ เพราะผมไม่เคยรักใคร นอกจากคุณ”

ศรุดาหยุดฟังคำสารภาพอย่างไม่เหลือฟอร์มของกิตติพัศ เธอยิ้มกว้างน้ำตาไหล ทั้งสองมองกัน ในนาทีนี้ไม่มีฟอร์ม มารยา และทิฐิอีกแล้ว มีแต่ความจริงใจให้กันอย่างหมดหัวใจ...

 ooooooo

เมื่อแม่นนทวีได้รับโทรศัพท์จากศรุดาว่ายกเลิกงานแต่งงานและพาทิศหายไปก็โทร.บอกนนทวี นนทวีไลน์บอกนวียาว่า

“พาทิศหายไปจากบ้าน แกช่วยไปพบแม่เขาหน่อย ป.ล.เขายกเลิกงานแต่งแล้ว”

เมื่อแม่พาทิศได้รับแจ้งข่าวจากนวียาก็รำพึงอย่างรู้สึกผิดว่า

“ตาทิศไม่เคยได้เลือกชีวิตของเขาเอง...ทุกอย่างกำหนดไว้หมดว่าต้องเรียนอะไร ทำงานอะไร หรือแม้แต่...จะคบใคร ไม่ได้ใช้ชีวิตสนุกเหมือนเด็กคนอื่น มันคงเป็นความผิดของฉันเอง ที่ทำให้ลูกต้องมาแบกรับทุกอย่าง ทั้งๆที่เขาควรจะมีความสุขได้มากกว่านี้”

“คุณน้าไม่ต้องห่วงนะคะ วีมั่นใจว่าตอนนี้พาทิศเขากำลังมีความสุข...วีเชื่อว่าเขาคงใช้เวลานี้ชดใช้ความสุขให้ตัวเอง”

“ฉันก็เชื่อแบบนั้น...นวียา ถ้าทิศกลับมา ฉันฝากลูกชายฉันด้วย ฉันเชื่อว่าเธอจะทำให้เขามีความสุขได้”

ที่อาชาคลับ...โค้ชยักษ์ กิตติยา เบด เชน อิคคิว กำลังดูหนังสือที่ศรุดาถ่ายภาพคู่กับผ้าพันคอคอลเลกชัน ม้า ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นว่า

“ดากับทิศจบลงด้วยดีนะคะ ดายังทำงานที่วิชิต–ภากร ถ้าถามว่าทำไมทุกอย่างถึงจบลง ดาว่าการออกแบบ กว่าที่เราจะได้ลายที่เราต้องการจริงๆเราก็ผ่านการ

ลองผิดลองถูก ดาคิดว่าความรักสำหรับดาก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน”

“งั้นคุณพาทิศคือลายที่ผิด” เชนเอ่ย อิคคิวเสริมว่า “และคุณกิตคือลายที่ถูก” เบดบ่นว่าทำไมมันต้องซับซ้อนขนาดนี้ โซดาตอบอย่างผู้รู้ว่า

“ความรักมันก็แบบนี้แหละ กว่าจะรู้ใจก็ต้องให้เวลา ถ้ายัยวีรู้ข่าวนี้คงดีใจ มีแรงซ้อมม้าแน่”

“แต่ฉันว่าตอนนี้ยัยวีคงจริงจังกับความฝันของตัวเองจนไม่สนใจเรื่องหัวใจแล้วล่ะ”

เบดบอกว่าเป็นตนคงทิ้งคัดตัวไปตามหาหัวใจแล้ว เชนพูดอย่างเชื่อมั่นว่า แต่คุณวีไม่ใช่คนแบบนั้น

พาทิศไปพักที่เกสต์เฮาส์เล็กๆที่บางเสร่ เขาหลับฝันไปว่าเจอนวียาที่นั่นและได้วิ่งเล่นหยอกล้อกันที่ชายหาดอย่างมีความสุข แต่พอตื่นขึ้นมาก็ได้แต่ลุกไปยืนที่หน้าต่างมองทะเลที่เพิ่งฝันว่าได้วิ่งเล่นกับนวียาอย่างว้าเหว่ ว่างเปล่า

ฝ่ายนวียายังมุ่งมั่นกับการซ้อม แต่ก็แอบมองฟ้าส่งใจให้พาทิศว่า

“คุณเป็นยังไงบ้าง...ฉันเชื่อว่าคุณกำลังมีความสุข”

เมื่อพาทิศไม่อยู่แล้ว ศรุดาบอกกับแม่ของเขาว่าไม่ต้องห่วงเรื่องบริษัท อีกไม่นานทุกอย่างน่าจะเข้าสู่ระบบของมัน กิตติพัศชวนแม่เสาร์อาทิตย์นี้พาพายไปหาอะไรอร่อยๆกินกันดีไหม ศรุดาเสนออาหารทะเล แม่คิดถึงพาทิศขึ้นมาบอกว่าถ้าทิศอยู่ก็ดีจะได้ไป

ด้วยกันเพราะเขาชอบอาหารทะเลมาก ศรุดาถามว่าเขาติดต่อมาบ้างไหม แม่ส่ายหน้า เธอถามว่าเราจ้างนักสืบดีไหม

“อย่าเลยลูก ปล่อยเขาไปทำอะไรตามใจตัวเองเถอะ เพราะทั้งชีวิตที่ผ่านมาทิศไม่เคยได้ทำอะไรตามใจตัวเองเลย” แม่พูดอย่างเข้าใจชีวิตมากขึ้น

กิตติพัศให้เชนรวบรวมตัวเลขม้าแก่ในอาชาคลับเพื่อสร้างสระน้ำให้มันได้ทำกายภาพบำบัด เชนดีใจบอกว่าจะรีบรวบรวมตัวเลขให้

นวียาสะพายกระเป๋าเดินเข้ามาพอดี กิตติพัศทักว่านักกีฬาทีมชาติมาแล้ว นวียาบอกว่าตนคงไม่

ติดแน่เพราะมีแต่คนเก่งๆทั้งนั้น กิตติพัศถามว่ากำลังใจที่ตนเคยให้ไปไม่มีประโยชน์เลยใช่ไหม

“มีสิ มีมากๆด้วย รู้ไหมตอนเข้าแคมป์ คืนไหนที่แย่ๆวียังดูจี้ที่กิตให้อยู่เลย” พูดพลางโชว์จี้ม้าที่คอ

กิตติพัศขอโทษที่แล้วมาตนทำเหมือนหวงและห่วงเธอ แต่ไม่รู้ว่าความรู้สึกนั้นคืออะไร เคยนึกว่ามันคือความรัก ตนไม่รู้ตัวจริงๆว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ แต่ตนก็อยากมีเธอ พูดอย่างเข้าใจถ่องแท้แล้วว่า...

“พอวันที่ไฟไหม้ กิตเลยรู้ว่ากิตรักคุณดา” ถามนวียาว่าเธอไม่โกรธใช่ไหม

“โกรธทำไม ระหว่างเรามันคือความผูกพัน

แล้วมันก็เป็นแบบนี้มาตลอด” นวียากำจี้ม้าไว้ในมือ

“งั้นวีจำไว้นะ ว่าวีจะมีกิตเป็นกำลังใจเสมอ”

“ส่งมาเยอะๆเลยนะ ต้องการมากเลย จะแข่งอยู่แล้วเนี่ย”

 ooooooo

วันแข่งขันมาถึงแล้ว นวียาไปรายงานตัวตามระเบียบ พายถามนนทวีว่าน้าพาทิศไม่มาดูอาวีแข่งจริงๆหรือ นนทวีบอกว่าเขาคงติดธุระ บอกพายว่าต้องไม่เศร้านะ ต้องให้กำลังใจอาวี

ฝ่ายศรุดาปรารภกับกิตติพัศว่าตนไม่อยากเชื่อว่าพาทิศจะไม่กลับมาดูนวียาแข่ง กิตติพัศบอกว่าตนเชื่อว่าเขาต้องมีเหตุผลของเขา

แต่ที่มุมหนึ่งในสนามแข่ง พาทิศแอบมาดูการแข่งอยู่ เมื่อม้าของนวียาทำท่าจะหยุดที่รั้วที่สอง ทั้ง

นวียาและพาทิศต่างใจคอไม่ดี พาทิศลุ้นสุดใจในที่สุดม้าก็ข้ามรั้วไปได้ทั้งหมด เรียกเสียงเฮได้รอบสนาม

นวียาดีใจ เหลียวมองรอบๆรู้สึกเหมือนพาทิศยืนอยู่แถวนั้น แต่พาทิศยังคงซุ่มเงียบ แอบดู แอบถ่ายรูปแล้วจากไปเงียบๆ

ทุกคนดีใจที่นวียาได้ติดทีมชาติอย่างที่หวัง 

นนทวีจัดคัพเค้กมาฉลองให้น้องที่น่ารัก แสนดีและ

เก่งที่สุดในโลก นวียาให้ทุกคนทานไปก่อน ตนขอตัวไปอาบน้ำก่อน

พอนวียาลุกไปพ่อก็ถามว่าพาทิศเขาไม่กลับมาจริงๆหรือ นนทวีบอกว่าคุณแม่ยังไม่แจ้งข่าวเลย

“น้าพาทิศกลับมาเมื่อไหร่นะ พายจะตีๆๆๆเลย” พายพูดงอนๆ

“รังแกผู้ใหญ่ได้ที่ไหน” นนทวีหยอกแล้วพาไปนอน

นนทวีอ่านนิทานให้พายฟังอย่างมีชีวิตชีวา จนพายขำ เอามือเกี่ยวนนทวีไว้จนหลับ

เห็นพายหลับแล้ว นนทวีแกะมือพายออก เปิดลิ้นชักหยิบจดหมายของอรจิราที่เขียนถึงพายขึ้นมาอ่าน

“พาย...เมื่อหนูรู้ว่าแม่เป็นแม่ หนูคงจะเสียใจ แต่เชื่อเถอะว่าแม่เสียใจยิ่งกว่าที่คนอย่างแม่กลับมีลูกสาวที่น่ารักเหลือเกินอย่างหนู พาย...หนูเป็นเด็กดี ดีจนแม่ไม่กล้าแตะต้อง แม่ขอโทษที่ทำให้หนูต้องเจอกับเรื่องที่เลวร้ายที่เด็กวัยหนูไม่ควรจะเจอ แต่หนูรู้ไหม หนูเผชิญหน้ามันอย่างเข้มแข็งกว่าแม่เสียอีก”

นนทวีหยุดนิดหนึ่งอย่างสะเทือนใจ ก่อนอ่านต่อด้วยความรู้สึกดีว่า...

“ลูกทำให้แม่เข้าใจว่าชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกจะเดินบนเส้นทางที่ดีได้...ความผิดพลาดอย่างเดียวในชีวิตแม่ไม่ใช่ลูก แต่เป็นการที่แม่ทิ้งลูกไป ถ้าชีวิตแม่จะพอมีอะไรที่ดีกับเขาบ้าง หนูคือสิ่งนั้น พาย... ยกโทษให้แม่นะ และขอให้หนูเติบโตเป็นเด็กดี มีความรักในหัวใจอย่างที่หนูเป็นมาตลอดนะ และอาจมีสักวันที่แม่คนนี้อาจจะดีพอที่จะกลับไปรักและดูแลหนูอีก”

นนทวีอ่านจดหมายจบก็ก้มลงกอดพาย พูดเบาๆ

“ไว้พ่อจะพาพายไปหาคุณแม่นะคะ” แล้วกอดพายหลับไปด้วยกัน...

นวียานั่งเหงาๆอยู่ในห้อง จับต่างหูม้าที่พาทิศให้ รำพึงด้วยความคิดถึง...คุณอยู่ไหนนะ...

เหมือนพาทิศได้ยิน เสียงไลน์ดังขึ้น นวียาเปิดดู ตกใจเมื่อเห็นข้อความ “ยินดีด้วยนะนักกีฬาทีมชาติ” และรูปที่ตนแข่งม้าวันนั้น อุทานยิ้มปลื้ม “คุณมาดู

ฉันแข่งนี่” รีบถามว่าคุณอยู่ไหน พาทิศไม่ตอบแต่ส่งรูปร้านบะหมี่เกี๊ยวที่เคยกินด้วยกันมาถามว่า

“หิวไหม ผมสั่งเผื่อคุณแล้วนะ”

นวียาลุกออกจากห้องไปทันที...ไปถึงร้านพาทิศเอาบะหมี่เกี๊ยวมาเสิร์ฟ บอกว่าเป็นบะหมี่ง้อ นวียาเขิน

ฝ่ายกิตติพัศตัดสินใจจะสร้างสระให้ม้าแก่ที่มีอยู่ได้ทำกายภาพบำบัด บอกศรุดาว่า

“ผมทำใจไม่ได้ที่จะให้พวกเขาแค่แก่ตายไป อย่างน้อยอยากให้เขาไปอย่างมีความสุขที่สุด”

“เอาเข้าจริง คนอย่างกิตไม่ใช่คนที่รับมือกับความสูญเสียได้เลยนะเนี่ย”

“ครับ โดยเฉพาะถ้าสิ่งนั้นคือดา...”

กิตติพัศโอบเอวศรุดาอย่างแสนรัก เอากล่องแหวนออกมา ศรุดาถามว่าทำอะไรของคุณ

“ทำสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าชีวิตผู้ชายอย่างผมจะทำได้ ดา...แต่งงานกันนะ”

ศรุดายื่นมือให้ทันที พูดทิ้งจังหวะให้ตื่นเต้นว่า

“นึกว่าคุณจะรู้อยู่แล้วว่าคนเดียวที่ฉันอยากแต่งงานด้วยก็คือ...คุณกิตติพัศ”

กิตติพัศสวมแหวนให้อย่างอ่อนโยนยิ้มให้กันอย่างสดชื่น มองม้าแก่ที่กำลังว่ายน้ำในสระอย่างมีพลัง

ooooooo

ที่หน้าผาริมทะเลวันนี้...พาทิศกับนวียา และกิตติพัศกับศรุดา ยืนคู่กันเหมือนภาพในฝัน

“ช่วงที่ผมหายไป ผมได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำหลายอย่าง เหมือนผมเพิ่งรู้ว่าความสุขคืออะไร” พาทิศเอ่ยขึ้น ศรุดาขอบคุณที่ทำตามสัญญา พาทิศเอ่ยขณะมองหน้ากิตติพัศกับศรุดา “ขอบคุณและขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ถ้าผมเคยทำอะไรไม่ดี”

“ช่างมันเถอะครับ ชีวิตถ้าถูกไปซะหมดมันจะสนุกตรงไหน การลองผิดลองถูก มันก็ทำให้เราเจอสิ่งที่ใช่ไม่ใช่เหรอครับ” กิตติพัศเอ่ย ศรุดามองหน้าพาทิศเอ่ยยิ้มอย่างยินดีว่า

“นั่นสิคะ แค่เราเลิกกลัว...ที่จะรัก กล้าที่จะไว้ใจ”

“งั้นวันนี้เราก้าวข้ามความกลัวแล้วเตรียมรับความสุขกันดีกว่านะคะ”

นวียายิ้มกว้างชวน ทุกคนยิ้มให้กันอย่างยินดี

พาทิศขี่มอเตอร์ไซค์มีนวียาซ้อนไปที่ริมทะเล

นวียาชมว่าสวยจังเลยแล้ววิ่งไปที่ชายหาด พาทิศตามไปเอามงกุฎดอกไม้สวมให้ แล้วล้วงกระเป๋าหยิบกล่องแหวนออกมา นวียามองอึ้ง

“แต่งงานกันนะ” พาทิศเอ่ย นวียาอึ้ง เขาถามว่า “ทำไม ยังไม่เหมือนเหรอ” นวียาถามว่าเหมือนอะไร “ก็ใครล่ะ ที่บอกว่าอยากแต่งงานที่หมู่บ้านริมทะเล...ผมอุตส่าห์ออกเดินทางมาดูโลเกชันเองเลยนะ”

“ที่หนีมา มาที่นี่เหรอ”

พาทิศพยักหน้ายิ้มๆแล้วหยิบแหวนออกมา นวียายื่นมือออกไปให้ทันที

แล้วสองคนก็ถ่ายรูปเซลฟี่กันในมุมต่างๆท่ามกลางทะเลที่มีคลื่นเล็กๆกระทบแสงอาทิตย์ระยิบระยับ...

ooooooo

–อวสาน–


ละครรักพลิกล็อก ตอนที่ 10(ตอนจบ) อ่านรักพลิกล็อก ติดตามรักพลิกล็อก ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ปีเตอร์ เดนแมน,สุชาว์ มานะยิ่ง,คณิน ชอบประดิถ, มณีรัตน์ ศรีจรูญ 7 ธ.ค. 2561 05:57 2018-12-10T01:13:22+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ