ข่าว

วิดีโอ



รักพลิกล็อก

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมเมดี้

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เหนือดาว

กำกับการแสดงโดย: สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร

ผลิตโดย: บริษัท นอร์ธสตาร์ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ปีเตอร์ เดนแมน,สุชาว์ มานะยิ่ง,คณิน ชอบประดิถ, มณีรัตน์ ศรีจรูญ

วันนี้โซดาที่เป็นครูพละของโรงเรียนอธิบายเรื่องการม้วนตัวให้เด็กๆ พายทำตามแต่พลาด เท้าไปฟาดตัวโบวี่ที่อยู่ข้างๆ โบวี่เจ็บจนร้อง พายตกใจบิดตัวออกมาแต่เสียหลักล้มลงข้างโบวี่

“พาย เป็นอะไรรึเปล่าลูก!” นนทวีวิ่งมามองพายแล้วเดินไปดูโบวี่ พายขอโทษโบวี่แล้วพยายามลุกแต่ลุกไม่ได้เพราะเจ็บข้อเท้า นนทวีปลอบพายว่า “ไม่เป็นไรนะลูก ไปห้องพยาบาลกันดีกว่า” แล้วอุ้มพายออกไป

โซดาไปดูแลโบวี่ แต่พึมพำว่า “ลูก” ที่นนทวีเรียกพายอย่างสงสัยมาก พอเหตุการณ์สงบก็รีบโทร.ไปหากิตติยา บอกว่าเรื่องพ่อน้องพายที่เราสงสัยกัน ตนว่าต้องเป็นพี่นนแน่ๆ ก็วันนี้แหละ!

นวียาไม่กล้าบอกความจริงแก่กิตติพัศ ก็มารำพึงรำพันกับบีเลิฟที่คอก กิตติยาอยู่ใกล้ๆ ได้ยินก็บอกโซดาว่าตนอาจหาหลักฐานได้เหมือนกัน วางสายแล้วเงี่ยหูฟังนวียาที่ถามบีเลิฟว่า

“กิตกำลังแย่ ฉันควรบอกความจริงไหม แต่...คุณพาทิศต้องเกลียดฉันแน่”

“บอกเรื่องอะไรเหรอ” กิตติยาพรวดออกไปถามอย่างทนรอสืบไม่ไหว “มีอะไรบอกฉันก็ได้ ยังไงเราก็เป็นเพื่อนสนิทกัน” นวียางงว่าสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่

กิตติยากล้อมแกล้มโมเมถามว่าเธอเครียดเรื่อง

อรจิราใช่ไหม บอกว่าระบายออกมาได้เลย เป็นตายยังไงตนก็ไม่ยอมนับญาติด้วยเด็ดขาด นวียาทำหน้าตายถามว่าตนจะเครียดเรื่องคุณอรทำไม ไม่รู้จักกันซะหน่อย กิตติยา

บอกว่าแต่พี่นนรู้จักแน่เพราะเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน

นวียาถามว่าเธอรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง กิตติยากะล่อนเลี่ยงไม่บอก แต่ย้ำถามว่า

“เธอบอกฉันมาดีกว่าว่าพี่ชายเธอเขาเป็นอะไรกับยัยอรจิรารึเปล่า”

“เรียกชื่อพี่สะใภ้ไม่น่ารักเลยนะคะน้องกิต” จู่ๆ อรจิราก็โผล่มาพูดแทรกขึ้น

กิตติยาสวนกลับทันทีว่ายังไม่ทันจุดธูปก็มาเลยทำอย่างกับผีไม่มีศาลเร่ร่อนไปมา อรจิราโกรธแต่หันไปหาเรื่องนวียาว่ามาทำอะไรที่นี่ทุกวัน นวียาบอกว่ามาดูแลม้าและมาซ้อมขี่ม้าด้วย อรจิราทั้งเยาะเย้ยเสียดสีนวียาหาว่ามาอ่อยแถวนี้ กิตติยาเลยออกรับแทนบอกว่าตนอยากให้พี่อรทำดีกับนวียาไว้เดี๋ยวอีกหน่อยเป็นดองกันจะได้ไม่อึดอัด

“น้องกิตสับสนอะไรรึเปล่าคะ เราต่างหากที่จะต้องดองกัน” อรจิราจับแขนกิตติยาแต่ถูกสะบัดออกตอกหน้าว่า

“คนเราจะพูดมันก็พูดได้ จริงๆแล้วใครเป็นพ่อเด็ก DNA มันก็ฟ้องอยู่บนหน้า” เดินเข้าหาถลึงตาแทบถลนพูดใส่หน้าว่า “หล่อนอาจจะหลอกพี่ชายกิตได้ แต่ไม่ใช่กับกิตติยาคนนี้แน่นอน!”

อรจิราโกรธจนตัวสั่นพยายามเก็บอารมณ์แต่ก็ยังด่าว่า “นังปัญญาอ่อน แกอยากโดนดีใช่ไหม”

“ตบเลยสิ ตบเล้ย! มาดูซิว่าพี่กิตเขาจะเลือกใครระหว่างน้องในสายเลือดกับคนอื่น!!”

“เมื่อไหร่ที่ฉันแต่งงานกับกิต แกได้เจอดีแน่”

อรจิราพูดอาฆาตแล้วสะบัดไป ใจกลัวแทบบ้าว่าจะมีคนรู้ความจริงเรื่องกิตติพัศไม่ใช่พ่อพาย

นวียาเครียดมาก ตัดสินใจว่าจะต้องไปคุยเรื่องพายกับพี่ชาย แต่อรจิราลิ่วไปฟ้องกิตติพัศที่ห้องทำงานก่อนแล้วว่าควรอบรมน้องสาวด้วยว่าควรพูดจากับพี่สะใภ้ยังไง

กิตติพัศย้ำยืนยันว่าตนจะยอมรับแค่เรื่องลูกเท่านั้น อรจิราถามว่าแล้วจะให้ตนอยู่ตรงไหน ตนถูกทิ้งแถมยังท้องโย้ไม่มีพ่อต้องหนีไปอยู่เมืองนอกมันยังไม่พอหรือ

“ผมขอโทษที่ทำให้คุณต้องลำบาก คุณไม่ต้องกังวลแล้วนะ ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างที่เกี่ยวกับพาย”

“เพราะยัยศรุดาใช่ไหม...เมื่อไหร่กิตจะเลิกคิดถึงมัน ในเมื่อมีอรอยู่ตรงนี้แล้ว อรสู้ศรุดาไม่ได้ตรงไหน!”

อรจิราแผดเสียงลั่นโกรธจนตัวสั่น แต่กิตติพัศยังคงนั่งอย่างสงบ...ใจเย็น ทำให้อรจิราแทบคลั่ง

ooooooo

คืนนี้นวียาตัดสินใจดักรอนนทวีกลับ เขาเอารูปที่พายวาดมาอวดว่าน่ารักมาก นวียาตัดสินใจถามเป็นการเป็นงานว่า

“พี่นนคะ จริงๆ แล้วพี่นน...เป็นพ่อของน้องพายใช่ไหม” นนทวีอึ้งอารมณ์เปลี่ยนทันที นวียาบอกว่า

“วีเห็นผลตรวจเลือดที่โต๊ะทำงานของพี่”

“พี่ก็ตกใจเหมือนกัน ตอนแรกพี่ก็ไม่รู้ จนกระทั่งพี่รู้ว่าแม่ของน้องพายคือคุณอรจิราพี่ก็เลยเริ่มสงสัย...มันเป็นความบังเอิญน่ะ แค่ครั้งนั้น...แต่พี่...ไม่เคยลืม”

พูดถึงความหลังแล้วนนทวีอดน้ำตาคลอไม่ได้ แต่พอนวียาบอกว่าตอนนี้กิตติพัศกำลังจะเซ็นรับรองน้องพายเป็นลูก นนทวีช็อก ถามว่าเมื่อไหร่ นวียาบอกว่าน่าจะเร็วๆนี้แหละ ถามว่าเราจะทำยังไงกันดี

“ต้องหาทางบอกความจริงกับทุกคน” นวียาติงว่าถ้าบอกไปทุกอย่างอาจจะยิ่งแย่ลงไปอีก “แต่ถ้าไม่บอก ทุกอย่างจะยิ่งแย่กว่านี้ก็ได้”

นวียาเครียด คิดว่าตัวเองก็ควรบอกเรื่องนี้กับพาทิศเหมือนกัน

วันนี้คุณเก๋ที่เป็นสปอนเซอร์นิตยสารเอาบัตรเชิญไปร่วมเปิดบูธแสดงสินค้าแฟชั่นมาให้ศรุดา

ขณะพาทิศเดินไปส่งคุณเก๋ เห็นอรจิรามา ถามว่ามาทำอะไรที่นี่ อรจิราฉีกยิ้มแต่ไม่ตอบเดินตรงเข้าไปในบริษัท เห็นศรุดานั่งดูผ้าพันคอที่ตัวเองทำไว้ออกมาดูแล้วสเกตช์ต่ออย่างมีความสุข ก็แขวะว่า

“มีความสุขจังเลยนะคะน้องดา” ศรุดาถามว่ามีอะไรหรือเปล่าบุกมาถึงนี่ “ทำไมคะ ประธานบริษัทจะเข้ามาตรวจเช็กการทำงานของลูกจ้างไม่ได้เหรอคะ”

อรจิราพูดแล้วหยิบซองขาววางบนโต๊ะ ศรุดาตกใจคิดไม่ถึง พอดีพาทิศกลับเข้ามาเห็น บอกว่าพี่อรไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้ อรจิราอ้างว่าตนถือหุ้นใหญ่ทำไมจะทำไม่ได้

“พี่อรทำแบบนี้ทำไม”

“ก็เพราะว่าฉันจะมาเป็น บก.คนใหม่ของอินสไปร์ ส่วนน้องดาก็คงไม่มีความจำเป็นต้องทำงานที่นี่อีกต่อไป เข้าใจนะคะ”

พาทิศพยายามทักท้วงอีก แต่ศรุดาขัดขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้านว่า

“ไม่เป็นไรค่ะ ดาเข้าใจ”

“ไม่ได้นะ ถ้าดาออก ผมก็จะออกด้วย”

“ก็ได้ ถ้าแกเห็นคนอื่นดีกว่าพี่ก็ออกไปเลย ออกไปทั้งคู่เลย” อรจิราเฉดหัว

“ผมเคยเห็นแก่พี่แล้วหนึ่งครั้ง แล้วผมก็รู้สึกผิดต่อดาที่เลือกแบบนั้นมาตลอด...ครั้งนี้ผมขอเลือกทางให้ตัวเอง”

พาทิศคว้ามือศรุดาเดินออกจากห้องไปทันที พนักงานต่างมองอย่างตกใจ

พาทิศจูงศรุดาเข้ามานั่งในห้องทำงานของตัวเอง ปลอบว่าอย่าร้องไห้เรื่องพี่อรนะ ช่างมันเถอะ ศรุดายิ้ม

จับมือพาทิศกุมแน่น บอกว่า

“ดาไม่ได้เสียใจ ดาดีใจต่างหาก ที่ครั้งนี้ทิศเลือกดา” แล้วขอไปเก็บของที่ห้อง แต่อรจิราร้ายกว่าที่คิด เพราะให้เลขาคนใหม่เก็บของศรุดาใส่กล่องยกมาให้ พูดให้เจ็บใจอีกว่า

“พี่ให้เลขาคนใหม่พี่เก็บให้แล้วล่ะค่ะ พี่ไม่อยากให้น้องดาเสียเวลาอยู่นานกว่านี้ แม้แต่อีก...วินาทีค่ะ” แล้วหยิบรูปใส่กรอบของกิตติพัศจากในกล่องออกมา บอกว่าอันนี้ตนขอ เพราะน้องดาคงไม่ต้องใช้แล้ว

“ถ้าพี่อรชอบของเหลือก็เอาไปเถอะค่ะ ดาใช้จนเบื่อแล้ว” ศรุดาย้อนกลับอย่างเจ็บแสบ

อรจิราจิกตาอาฆาตว่า “ฉันจะทำให้แกเจ็บปวดสาหัสยิ่งกว่านี้อีก” แล้วโทรศัพท์ถึงกิตติพัศ “กิตอยู่ไหนคะ อรอยากให้คุณมาทำเรื่องเซ็นรับรองลูกวันนี้เลย!”

ooooooo

นวียากลับถึงบ้านอย่างร้อนใจ บอกพ่อกับแม่ที่กำลังอินกับละครว่ามีเรื่องอยากปรึกษา แต่พ่อกับแม่บอกว่าละครกำลังจะมา ตอนนี้ตอนเด็ดด้วย

นวียาเห็นพ่อกับแม่ลุ้นละครอย่างมีอารมณ์ร่วมกับพระเอกนางเอกจนตัวเองก็ลุ้นไปด้วย แต่มีโทรศัพท์เข้ามานวียาจึงรับสาย เป็นสายจากกิตติพัศนั่นเอง เขาพูดอย่างสับสนว่า

“วี...จู่ๆอรเขาก็ตามกิตให้มาทำเรื่องขอรับรองบุตร กิตรู้สึกไม่มั่นใจยังไงไม่รู้ เลยอยากโทร.มาขอกำลังใจจากวี”

“กิต...อย่าเพิ่งทำอะไรนะ อย่าเพิ่งเซ็นหรือทำเรื่องอะไรเด็ดขาด รอวีก่อน วีจะไปหาเดี๋ยวนี้”

พาทิศกำลังช่วยศรุดาขนของขึ้นรถก็ได้รับโทรศัพท์ พอฟังปลายสาย เสียงเขาตกใจบอกว่าจะไปเดี๋ยวนี้ เขาบอกศรุดาอย่างตึงเครียดว่า

“ดา ผมขอตัวก่อน คุณกิตเขากำลังจะไปเซ็นรับรองบุตร”

ส่วนที่โรงเรียน นนทวีกำลังให้ไอติมเป็นรางวัลพายที่วาดรูปตน พายไหว้ขอบคุณแล้วแกะไอติมกินอย่างเอร็ดอร่อย เสียงไลน์มือถือดังขึ้น เขาเปิดอ่านแล้วตกใจ

“กิตจะยื่นคำร้องขอเซ็นรับรองบุตรแล้ว รีบไปเจอกันที่อำเภอ”

นนทวีร้อนวูบไปทั้งตัว บอกพายว่าครูไปทำธุระก่อนนะ พายถามว่าเรื่องสำคัญหรือ

“สำคัญมากที่สุดในชีวิตครูเลยล่ะ”

“สู้ๆนะคะ”

นนทวีดึงพายเข้าไปกอดแน่นก่อนจะวิ่งออกไปอย่างร้อนใจ

ฝ่ายอรจิราพาแม่มาด้วย พอมาถึงอำเภอ แม่ท้วงติงว่าจะทำอย่างนี้ทำไม ทำอย่างนี้คุณกิตจะคิดว่าเราไม่ไว้ใจเขา อยากได้เขามาเป็นพ่อจนตัวสั่น

“กิตจะคิดยังไงอรไม่สนแล้วล่ะค่ะ อรต้องการแค่ให้ศรุดาเจ็บแสบ เพราะถ้ากิตเป็นพ่อพาย อรเชื่อว่ายัยดาต้องไม่มีทางกลับไปคืนดีกับกิตให้ตัวเองเจ็บซ้ำสองแน่นอน” อรจิราเหยียดยิ้มอย่างมั่นใจ

เมื่อขึ้นอำเภอไปนั่งอยู่ต่อหน้านายอำเภอ กิตติพัศยื่นใบร้องขอรับรองบุตรให้นายอำเภอ นายอำเภอขอเอกสารเพิ่มเติมแล้วบอกว่าหลังจากยื่นคำร้องแล้วต้องพาบุตรมายืนยันตัวตนภายใน 11 วันด้วย อรจิรายิ้มอย่างเหนือกว่า นายอำเภอเลื่อนเอกสารให้กิตติพัศ เขาอ่านแล้วหยิบปากกาเตรียมเซ็น

พาทิศกับนวียากระหืดกระหอบมาถึง เห็นนนทวีลงจากมอเตอร์ไซค์วิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน พาทิศถามว่า

นนทวีมาทำอะไร นวียาไม่ทันบอกเร่งให้รีบเข้าไปข้างในก่อน

นนทวีวิ่งเข้าไปถึง เห็นกิตติพัศกำลังจดปากกา เขาร้องสุดเสียง

“อย่าครับ!!!”

ทุกคนหันมองนนทวี อรจิราอึ้งเพราะไม่รู้ว่านนทวีคือใคร นนทวีพุ่งไปที่โต๊ะ บอกกิตติพัศว่า

“คุณกิตเซ็นรับรองบุตรไม่ได้นะครับ เพราะพ่อที่แท้จริงของพาย...คือผม” ทุกคนตกใจ งง นนทวีจึงเอาผลการตรวจ DNA วางบนโต๊ะให้ทุกคนดู บอกว่า “นี่คือผลตรวจ DNA ที่ยืนยันว่าผมคือพ่อแท้ๆของพาย”

กิตติพัศคว้าเอกสารไปดูแล้วช็อก พาทิศหันมองนวียาทำนองว่าเธอรู้มาตลอดใช่ไหม อรจิราแย่งเอกสารไปดูก็ยิ่งตกใจมือสั่น ปากก็ร้อง

“ไม่จริง...ไม่จริง!!! ไม่จริงนะกิต อรไม่เคยรู้จักผู้ชายคนนี้ ผลตรวจเนี่ยปลอมขึ้นมาหรือเปล่าก็ไม่รู้”

“ยอมรับเถอะครับว่าผมคือพ่อที่แท้จริงของพายและเรื่องคืนนั้นของเราก็เป็นความจริง”

แม่พาทิศจะเป็นลม พาทิศกับกิตติพัศและอรจิรามองกันไปมาอึ้งแล้วอึ้งอีก

ooooooo

พาทิศเดินหนีออกมาทั้งสับสนหัวเสียหงุดหงิดพาลโมโหนวียาที่รู้ทุกอย่างมาตลอดแต่ไม่บอกตน ต่อว่าอย่างผิดหวังรุนแรงว่า ไม่นึกเลยว่าคนที่ตนไว้ใจที่สุดจะเป็นคนที่หลอกลวงที่สุด

นวียาพยายามอธิบายว่าไม่ใช่อย่างที่เขาพูด อย่าเข้าใจตนผิด

“เราไม่มีอะไรจะพูดกันอีกแล้ว ได้โปรด...ออกไปจากชีวิตของผมกับพาย”

“ฉันจะทำอย่างนั้นได้ไง คุณไม่เข้าใจหรอก พายก็คือหลานฉันเหมือนกัน”

พาทิศเงียบ หันเดินออกไปไม่แม้แต่จะมองหน้านวียา นวียาคว้ามือเขาไว้ พาทิศสะบัดหลุดเดินลิ่วไปเลย นวียาร้องไห้โฮ กิตติพัศเห็นนวียาร้องไห้ก็วิ่งเข้ามาโอบกอดปลอบว่าไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร นวียาพูดทั้งที่ร้องไห้โฮๆว่าตนไม่ได้โกหก ไม่ได้โกหกอะไรเขาเลย

“กิตรู้ว่าวีไม่ได้โกหก วีอย่าร้องนะ ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร...กลับบ้านกันเถอะ”

ฝ่ายอรจิราเดินลงจากอำเภอพร้อมแม่โดยมีนนทวีตามมาติดๆ ร้องถามว่าจะไปไหน อรจิราตวาดอย่ามายุ่งกับตน นนทวีบอกว่าเธอหนีความจริงไม่ได้หรอกเราเคยเจอกันที่โรงแรม

อรจิราชะงักคลับคล้ายคลับคลาว่าจะจำได้แต่รับไม่ไหวที่จะฟังสิ่งที่นนทวีจะพูด จับมือแม่ลากไปขึ้นรถ นนทวีพยายามเรียกไว้แต่อรจิราขับรถพรืดออกไปแล้ว นนทวีได้แต่กำผลตรวจ DNA ในมืออย่างเหนื่อยใจ

ooooooo

นวียาเสียใจมากที่ถูกพาทิศหาว่าเป็นคนโกหกหลอกลวงไม่บอกเรื่องพายทั้งที่รู้ แต่กิตติพัศเข้าใจเห็นใจและปลอบโยน ทั้งยังขอโทษที่ทำให้เธอกับพาทิศต้องทะเลาะกัน พยายามพูดให้เข้าใจพาทิศว่า

“กิตว่าคุณพาทิศเขาคงตกใจเลยพูดไปอย่างนั้น กิตยังตกใจเลย งงไปหมด นี่มันเรื่องอะไรกัน”

“แล้วกิตโอเคไหม”

“ไม่รู้สิ พอรู้ว่าน้องพายเป็นลูกกิต กิตก็คิดว่าตัวเองต้องมีเป้าหมายมากกว่านี้ เป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้เพื่อลูก แต่พอรู้ความจริงแล้วมันกลับ...เคว้งไปหมดกิตไม่รู้แล้วว่าควรจะอยู่เพื่อใคร” พูดแล้วน้ำตาคลอเบ้า

“กิตก็ต้องอยู่เพื่ออาชาคลับไง เพื่อม้าทุกตัวคนงานทุกคน...และเพื่อตัวกิตเอง”


ฟังนวียาแล้วกิตติพัศเริ่มยิ้มได้ สีหน้ามีความหวังขึ้นมา

พาทิศกลับจากอำเภอแล้วไปรับพายที่โรงเรียนตามปกติ  เจอนนทวีกำลังเล่นกับพายเหมือนพ่อเล่นกับลูก พาทิศสะท้อนใจ เดินเข้าไปขอบคุณนนทวีที่ช่วยดูแลพายเป็นอย่างดีแต่หลังจากนี้คงรบกวนน้อยลงเพราะตนจะให้พายหยุดเรียนสักอาทิตย์

พายถามว่าทำไม พาทิศบอกว่าไม่มีอะไรแล้วให้พายไปรอที่รถ พอพายไปเขาจึงบอกนนทวีว่า

“ผมจะให้พายย้ายโรงเรียนครับ”

นนทวีอึ้ง หน้าเสียไปทันที

ฝ่ายอรจิราพอเรื่องกลับตาลปัตรเธอก็เอาแต่กินเหล้าเมามาย แม่บ่นก็ไม่แยแส จนแม่สุดทน สั่งให้หยุดกินเหล้ามาพูดกันให้รู้เรื่อง  ว่าทำไมอยู่ดีๆนนทวีถึงได้โผล่มาบอกว่าเป็นพ่อพายแล้วคุณกิตไม่ใช่พ่อพายใช่ไหม

อรจิราตอบประชดว่าใช่ กิตติพัศไม่ใช่พ่อพาย แม่บอกว่าตนอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว จับอรจิรามานั่งคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้ คาดคั้นถามว่าคุณนนทวีเป็นพ่อพายจริงๆใช่ไหม

“หนูไม่รู้! เรื่องตั้งนานแล้วใครจะไปจำได้ล่ะ ตั้งแต่หนูเลิกกับกิต หนูก็ได้กับผู้ชายตั้งหลายคน”

แม่แทบเป็นลมด่าว่าไม่นึกเลยว่าจะมีลูกสำส่อนอย่างนี้ แทนที่จะสำนึกอรจิราตอบประชดว่าก็รู้ไว้สิ

แม่ที่เคยแต่เข้าข้างและโอ๋อรจิรามาตลอดโมโหจะเข้าไปทุบตี พาทิศขอให้แม่ใจเย็นๆบอกแม่ว่าพี่อรเขาแค่เมา แม่จึงเย็นลง

เมื่อทุกฝ่ายเย็นลงและนั่งคุยกันแล้ว แม่ถามอรจิราว่าเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วจะเอายังไงกันต่อไป อรจิรา บอกว่าตนคงบังคับกิตติพัศให้รับเป็นพ่อพายไม่ได้แล้วเมื่อตาครูใหญ่นั่นโผล่มาบอกว่าเป็นพ่อของพาย

แม่เตือนว่าเธอเป็นแม่จะทำอะไรให้คำนึงถึงความรู้สึกของลูกให้มากด้วย

ที่แท้พายอุ้มตุ๊กตาม้าอาชาคลับมายืนฟังอยู่ที่บันไดนานแล้ว รู้เรื่องทั้งหมดที่ผู้ใหญ่คุยกัน ตกใจเสียใจ จนทำตุ๊กตาหลุดมือแล้ววิ่งเข้าห้องตัวเอง

ผู้ใหญ่ทั้งสามตกใจ วิ่งตามไปเคาะประตูห้องเรียก แต่พายล็อกประตูนั่งร้องไห้อยู่ที่เตียงอย่างหัวใจสลาย...

ooooooo

รุ่งขึ้นพาทิศในชุดทำงานมายืนที่หน้าห้องพาย เคาะประตูถามพายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่า

“พาย...ตื่นรึยังลูก คุณย่าเตรียมไข่ดาวกับแฮมของโปรดพายไว้ด้วยนะ”

พายไม่ตอบ แม่กับป้าสมเดินมา แม่บอกว่ามาเรียกตั้งแต่เช้าแล้วก็ไม่ยอมตอบอะไรเลย แล้วแม่ก็พูดอย่างรู้สึกผิดว่า

“เป็นความผิดของแม่เอง ถ้าแม่ไม่ทะเลาะกับยัยอรเรื่องคงไม่เป็นแบบนี้”

“ถ้าจะโทษคงต้องโทษพวกเราทุกคนนั่นแหละครับที่ทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้”

แม่มองพาทิศในชุดทำงานถามว่าจะออกไปทำงานหรือ พาทิศจึงบอกแม่ว่าตนไม่ได้ทำงานแล้วตั้งแต่พี่อรไล่ดาออก แม่ก็รู้สึกผิดอีกว่าตนมีส่วนที่ทำให้เขาต้องเลิกกัน

“ช่างมันเถอะครับคุณแม่ เรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว ผมไปนะครับ ผมนัดดาไว้ว่าจะไปงานเปิดตัวสินค้าใหม่ของเขา ผม...คิดว่าจะหุ้นกับดาน่ะครับ”

แม่มองตามพาทิศไป คิดว่าตนต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว...

ศรุดาทุ่มเทให้กับงานออกแบบผ้าพันคอเพื่อแสดงในงานแฟชั่นที่คุณเก๋เอาบัตรเปิดบูธมาให้อย่างมุ่งมั่น เธอวาดเป็นรังไหม แล้วจู่ๆก็ฉุกคิดอะไรได้ เปิดลิ้นชักออกเห็นรังไหม เธอหยิบออกมาวางที่แบบสเกตช์บนลายผ้าที่เหมือนกันดิก มองรังไหมและภาพสเกตช์แล้วสะท้อนใจ

ooooooo

 ฝ่ายอรจิราสับสนและงุ่นง่านมากที่นนทวีทำให้แผนการของตนล้มเหลวจนกิตติพัศไม่เซ็นรับรองบุตร วันนี้เธอลุยไปหานนทวีที่โรงเรียน ถามราวกับจะกินเลือดกินเนื้อว่า

“คุณเป็นใคร มาทำอย่างนี้ทำไม!!! คุณรู้ไหมว่าคุณทำชีวิตของฉันพังป่นปี้ไปหมด!!!”

ครูที่อยู่ใกล้ๆต่างหันมองเป็นตาเดียว นนทวีลุกไปปิดประตูห้องแล้วหันเผชิญหน้าอรจิราที่ยังดุเดือดเลือดพล่าน อย่างใจเย็น

“ต่อไปนี้คุณต้องออกไปจากชีวิตฉันกับพาย และทำเหมือนว่ามันไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น เรา!-ไม่-เคย-รู้จัก-กัน”

อรจิราจิกแต่ละคำเหมือนจะให้ชำแรกเข้าในหัวใจของนนทวี แม้เขาจะไม่พอใจแต่พยายามพูดอย่างใจเย็นว่า

“ทุกอย่างมันคือความจริง จะให้ผมทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้หรอก”

“แต่ฉันจำอะไรเกี่ยวกับคุณไม่ได้ทั้งนั้น แค่คุณเอากระดาษใบเดียวมาโชว์ ฉันก็ต้องเชื่อแล้วเหรอว่าคุณเป็นพ่อของพาย”

“คุณอาจจำผมไม่ได้ แต่คุณจำได้แน่ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น ไม่งั้นคุณคงไม่ตั้งชื่อลูกว่าพายหรอก”

อรจิราอึ้ง ใบ้กินสนิท!

เหตุการณ์คืนนั้น หวนมาสู่ความทรงจำ...

อรจิราจำได้ว่าตัวเองตื่นขึ้นมาในห้องพักโรงแรม นนทวีเปิดประตูเข้ามาพร้อมพายในจานด้วยสีหน้าอบอุ่น เธอมองไปเห็นเสื้อผ้าตัวเองที่กระจัดกระจาย เธอเข้าใจทันทีว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น...

นนทวีส่งจานพายให้บอกให้ทานรองท้องก่อน ตนทำเอง อรจิราบอกว่าตนขอกาแฟดำได้ไหม นนทวีจึงออกไป แต่พอเอากาแฟดำมาให้ ในห้องไม่มีอรจิราแล้ว มีแต่จานพายบลูเบอรีที่วางอยู่บนเตียง!

“คุณต้องการอะไร” อรจิราเรียกสติตัวเองคืนมา ถามเสียงขุ่น นนทวีบอกว่าตนต้องการรับผิดชอบทุกอย่าง “แต่ฉันไม่ต้องการ! แม้แต่เรื่องคืนนั้น...ทั้งคุณ...และพาย”

พูดแล้วสะบัดออกไปอย่างเกรี้ยวกราด นนทวีมองอรจิราที่จะจากไป เสียใจมากกับสิ่งที่เธอพูด ทรุดนั่งลงอย่างหมดแรง...

ooooooo

เมื่อเปิดงานแสดงแฟชั่น พิธีกรกล่าวเปิดงานแล้วเชิญชวนให้แขกเดินชมและประมูลผลงานจากแฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดังมาแรงที่สุดในรอบปีนี้ คุณศรุดา เศรษฐาศินี

บูธของศรุดาได้รับความสนใจมากจากนักธุรกิจทั้งไทยและต่างประเทศ ทั้งที่มาใหม่และเคยนำสินค้าเธอไปขายที่ประเทศตน จนนักข่าวกรูกันเข้ามาสัมภาษณ์ว่า

“คอนเซปต์ของงานผ้าพันคอคราวนี้เกี่ยวกับอะไรคะ”

ศรุดาบอกว่าเป็นการผสมผสานความเป็นตะวันตกกับตะวันออกเข้าด้วยกัน นักข่าวถามว่าแล้วเธอได้รับแรงบันดาลใจจากอะไร ศรุดานึกถึงที่กิตติพัศมอบของขวัญเป็นดักแด้ในการเดตครั้งหนึ่ง บอกว่า “จากดักแด้จะเปลี่ยนเป็นสิ่งสวยงาม อาจเป็นผ้าไหมที่ให้ความอบอุ่นหรือเป็นผีเสื้อที่โบยบินนะครับ”

คิดถึงที่มาของลายรังไหมแล้ว ศรุดาตอบนักข่าวว่า

“ดาได้แรงบันดาลใจมาจาก...คุณพาทิศค่ะ” แล้วเข้าไปควงแขนพาทิศที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

นักข่าวพากันฮือฮา ถามว่าแล้วคุณกิตติพัศล่ะ? อีกคนถามแซะอย่างรู้ดีว่า

“สรุปว่าถ่านไฟเก่าร้อน หรือถ่านไฟใหม่ดับคะ”

“ดาบอกได้แค่ว่า ตอนนี้พาทิศเป็นหุ้นส่วนของแบรนด์ดาค่ะ”

“หุ้นส่วนธุรกิจหรือหุ้นส่วนหัวใจคะ” นักข่าวแซะต่อ

พาทิศเอามือมากุมมือศรุดาที่ควงแขนตนอยู่พูดอะไรไม่ถูก ศรุดาไม่ตอบแต่ยิ้มให้นักข่าวมีเลศนัย

ooooooo

วันนี้นนทวีพาพายมาที่อาชาคลับพอลงจากรถก็เจอกิตติพัศกับนวียาพอดี ทั้งสองยิ้มให้อย่างต้อนรับ แต่พายเดินเลี่ยงไปนั่งที่เก้าอี้ห่างออกไปเงียบๆเศร้าๆ

นนทวีบอกนวียาว่าตนเห็นพายชอบม้า เลยคิดว่าพามาที่นี่น่าจะดีขึ้น ฝากวีให้ช่วยดูแลหน่อย นวียาพยักหน้าให้พี่ชายอย่างเข้าใจ แล้วหันมองพาย พายมองนวียาแล้วก้มหน้าเศร้า แต่ไม่กล้าคุยด้วย นวียาเดินเข้าไปถามอย่างกระฉับกระเฉงสนุกสนานว่า

“วันนี้น้องพายอยากทำอะไรบอกครูวีมาเลยครูวีพร้อมลุย!”

แต่พายก็ยังนิ่ง ไม่กล้าคุยด้วย กิตติพัศถามว่าไปเล่นกับบีเลิฟดีไหม พายพยักหน้าทันที นวียาผสมโรงสร้างบรรยากาศว่า “ครูวีขอไปด้วยคนนะคะ”

พายพยักหน้าแต่ไม่พูด นวียายิ้มอย่างมีความหวัง กิตติพัศบอกนวียาว่า “ฝากด้วยนะ” ทำนองให้รู้ว่าตนเปิดทางให้แล้ว

นวียาพยักหน้าเชิงขอบคุณแล้วพาพายเดินไปหาบีเลิฟ พายเดินตามไปแต่ยังเงียบ เศร้า นวียาขอโทษพายที่ทุกอย่างเป็นแบบนี้ พายก็ยังเงียบ จึงบอกว่าถ้าพายยังไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไร แล้วหันไปคุยกับบีเลิฟ

“บีเลิฟ...แกจำเด็กผู้หญิงคนนั้นได้ไหม...คนที่ช่วยให้ฉันคุยกับแกรู้เรื่องน่ะ เขาเป็นเด็กพิเศษมากกว่าเด็กคนไหนๆเลยนะ เพราะเขามีพลังทำให้คนรอบตัวมีความสุขได้” พายยังเงียบแต่ฟังนวียาอย่างตั้งใจ “แต่ฉันกับคนอื่นๆก็ทำให้เขาเสียใจจนเขาไม่ยอมพูดกับใครอีกเลย...บีเลิฟ แกช่วยทำให้เขากลับมายิ้มอีกครั้งได้ไหม เหมือนที่เขาเคยทำให้ทุกคนรอบตัวเขายิ้มได้...แกช่วยฉันด้วยนะบีเลิฟ ช่วยทำให้เขารู้ด้วยว่าทุกคนรักเขา”

พายนิ่ง แต่รับรู้สิ่งที่นวียาพูดกับบีเลิฟว่า...ต้องการสื่อถึงตน

ooooooo

นวียายังคงช่วยกิตติพัศที่อาชาคลับอย่างเอาการเอางานด้วยใจรัก

น้องดรีมเป็นเด็กสมาธิสั้น พ่อแม่จึงพามาหัดขี่ม้า นวียาสอนให้น้องดรีมขี่ม้าจนพ่อกับแม่ชมกับกิตติพัศว่าตั้งแต่น้องดรีมมาหัดขี่ม้าที่นี่อาการสมาธิสั้นดีขึ้นมากเลย พ่อบอกว่าอาทิตย์หน้าจะพาเพื่อนน้องดรีมมาลองขี่ม้าด้วย

กิตติพัศและนวียาดีใจมากที่ช่วยน้องดรีมได้ กิตติพัศเสนอว่าเราเปิดคอร์สอาชาบำบัดจริงจังเลยดีไหม นวียาเห็นด้วยทันที กิตติพัศมัดมือชกเลยว่า “งั้นวีมาช่วยกิตสอนนะ”

วันนี้นนทวีพาพายมาเข้าคอร์สอาชาบำบัด นนทวีบอกว่าตนดีใจที่นวียามีคนที่เป็นคู่คิดอย่างกิตติพัศ ฝ่ายกิตติพัศก็พูดอย่างถ่อมตัวว่าตนต่างหากที่โชคดีที่มีวีอยู่ข้างๆ เขาเป็นคนเดียวที่ตนอยู่ด้วยแล้วสบายใจ

“วีเขาก็เป็นคนแบบนี้แหละ มองโลกในแง่ดีไปหมด เคยเครียดกับใครเขาซะที่ไหน”

 “คนอย่างยัยนั่นน่ะรู้สึกอะไรก็ชอบทำเป็นยิ้ม เพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้สึกแย่ไปด้วย แต่ลึกๆแล้วคิดมากกว่าคนอื่นอีกนะครับ ผมอยากให้น้องพายกลับมาเป็นปกติเร็วๆ วีจะได้มีความสุขเหมือนกัน”

 ที่บ้านคืนนี้ ทุกคนในครอบครัวนั่งกันที่ห้องนั่งเล่น แต่ต่างก็เงียบ เครียด โดยเฉพาะนนทวีกับนวียา

แม่ปลอบใจนนทวีว่าอย่าเพิ่งท้อ พายต้องรับรู้ว่ามีพ่อเพิ่มมาอีกคนและพ่อคนนั้นก็เป็นครูของพายเองด้วย แม่พยายามให้เข้าใจความรู้สึกนึกคิดของเด็กสี่ขวบว่าจะไม่เข้าใจได้เหมือนผู้ใหญ่ เราต้องให้เวลาเขา ย้ำกับนนทวีว่า “นนก็ต้องทุ่มเทเวลาให้ลูกมากที่สุด เพื่อชดเชยเวลาที่ได้สูญหายไป”

พ่อเสนอพรุ่งนี้ให้พาพายมาเที่ยวบ้านเลยดีไหม นนทวีบอกว่าพาทิศคงไม่ยอมง่ายๆ ตนก็ได้แต่หวังว่าอรจิราจะไม่ทำให้พายแย่ไปมากกว่านี้ แม่เชื่อว่าเขาเป็นแม่ลูกกัน แม่คงไม่ทำร้ายลูกได้ลงคอหรอก ถึงภายนอกหนูอรจะขี้วีนไปบ้าง แต่ภายในเขาก็ต้องรักน้องพายบ้างแหละ

วันต่อมาอรจิราที่หัวเสียออกจากที่ประชุมบริษัทเพราะบริษัทลูกต้องปิดตัว ด่าพนักงานว่าทำงานกันยังไงถึงปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แผดเสียงลั่นว่า ถ้ามีปัญญาทำงานกันแค่นี้ก็ให้ลาออกไปหมดเลย พอออกมาเจอ นนทวีก็ชะงัก

นนทวีบอกว่าตนมารอเธอได้สักชั่วโมงแล้ว ทีแรกว่าจะเข้าไปขอพบ แต่เห็นว่ามาธุระเรื่องส่วนตัวจึงไม่รบกวน อรจิราชักสีหน้าถามว่าจะเอายังไง ให้เงินก็ไม่เอาแต่จะเอาลูก มันไม่ง่ายหรอกกับลูกที่เขาไม่ได้ตั้งใจให้เกิด เพราะเขาฉวยโอกาสตอนที่ตนเมาแล้วสวมรอยมาเป็นคนที่ตนรัก เพราะเวลานั้นเขาอยากมีลูก

“ถ้าผมจะมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่ผมรักถึงมีลูกกันก็ไม่เกินความคาดหมายนี่ครับ...คุณอร เรามีลูกด้วยกันแล้ว คุณจะยอมรับผมได้ไหม เพราะผมชอบคุณมาตั้งนานแล้ว”

อรจิราจ้องหน้าเขาเขม็ง ฉับพลันก็ตบผัวะ ตวาดว่าหยุดความเพ้อฝันทุเรศๆของนายได้แล้ว แล้วออกรถพรืดไปเลย นนทวีได้แต่มองตามอย่างสะท้อนใจ

เมื่อกลับไปเล่าให้นวียาฟัง เธอถามพี่ชายว่าไปชอบคุณอรจิราเข้าได้ยังไง ถ้าพี่นนเป็นน้ำผู้หญิงคนนั้นก็น่าจะเป็นไฟ นนทวีหัวเราะเบาๆพูดกลั้วหัวเราะว่า ไฟอาจทำให้น้ำมีชีวิตชีวาเพราะอุ่นขึ้น

พ่อกับแม่ที่ฟังอยู่บอกว่าเข้าใจคิดดี มองโลกในแง่ดีเสมอ แม่เอ่ยเป็นการเป็นงานว่า

“นน...ถ้าลูกมีพื้นฐานความรักให้หนูอรมาก่อน แม่ก็ยิ่งอยากให้ลูกพยายามเอาน้องพายมาอยู่กับเราให้ได้” นวียาติงว่าคุณพาทิศคงยอมหรอก “คุณพาทิศไม่ยอม แต่ถ้าคนเป็นแม่แท้ๆเขายอมล่ะ? นน...นอกจากจะพยายามทำให้น้องพายหันมารักนนเหมือนลูกรักพ่อแล้ว นนต้องพยายามทำให้หนูอรหันมารักนนด้วยเหมือนกันนะ”

นนทวีทำหน้าท้อแท้ แม่หว่านล้อมว่า

“ครอบครัวที่อบอุ่นและสมบูรณ์ที่สุดต้องประกอบด้วยพ่อ แม่ และลูกนะตานน”

แม้จะรู้สึกยาก แต่นนทวีก็เห็นด้วยกับคำแนะนำของแม่

ooooooo

คืนนี้อรจิราเข้ามาในห้อง เธอมองพายที่หลับอยู่พึมพำสับสนว่า

“ครอบครัวเหรอ...ฉันไม่ได้รักคนที่ทำให้แกเกิด ฉันไม่ยอมไปเป็นครอบครัวกับเจ้าคนฉวยโอกาสคนนั้นหรอก”

พายตื่นขึ้นมาเพราะเสียงของอรจิรา แต่พอลืมตาเห็นสายตาดุดันของอรจิราพายขยับจะนั่งเริ่มสะอื้น

อรจิราเห็นพายสะอื้นก็พยายามข่มใจที่หงุดหงิดของตัวเองแต่ไม่สำเร็จ เลยเดินออกจากห้องไป

เช้าวันต่อมาแม่ปรารภกับพาทิศอย่างทุกข์ใจว่า

“ยัยอรอยู่ไม่ถึงเดือนก็ไล่พนักงานออกไป 10 กว่าคนแล้ว บริษัทลูกต้องปิด ไหนจะยอดขายของ Hook’s ก็ตกฮวบ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป แม่ว่า...”

“พี่อรมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารและมีหุ้นใหญ่สุด เราก็ควรจะเคารพการตัดสินใจของพี่อรนะครับ”

แม่ถามว่าเมื่อไหร่เขาจะเลิกทิฐิเสียที อยากเห็นบริษัทเจ๊งหรือไง พาทิศตอบอย่างน้อยใจที่แม่ทำกับตนในอดีตและอรจิราก็เคยพูดย่ำยีน้ำใจกันว่าเขาเป็นคนนอก พาทิศบอกแม่ว่า

“ตอนที่พี่อรจะขึ้นไปบริหาร คุณแม่ก็เห็นดีเห็นงามด้วย พอเกิดปัญหาคุณแม่จะกันพี่อรก็ควรเป็นคนจัดการเอง ไม่ใช่ให้คนนอกอย่างผมเข้าไปก้าวก่าย”


“ทิศ พ่อกับแม่ช่วยกันสร้างบริษัทนี้มากับมือ มันเป็นของครอบครัวเราทุกคนนะ แกจะให้แม่ทนดูมันพังลงต่อหน้าต่อตาเหรอ”

“ถ้าคุณแม่อยากให้ผมกลับไปบริหารวิชิตพากร คุณแม่ต้องสัญญาว่าจะทำตามวิธีที่ผมบอกและจะไม่ยอมใจอ่อนเด็ดขาด” แม่เริ่มยิ้มออกที่พาทิศอ่อนข้อลง พอแม่พยักหน้า เขาเสนอ “แต่ผมมีข้อแลกเปลี่ยนอย่างหนึ่ง”

ข้อแลกเปลี่ยนของพาทิศคือ แม่ต้องยอมให้ศรุดาเช่าบ้านที่สาทรเปิดเป็นออฟฟิศ ศรุดาแปลกใจว่าบ้านทำเลดีขนาดนี้ถ้าให้บริษัทใหญ่ๆเช่าคงได้หลายแสน ทำไมคุณแม่ถึงยอมให้บริษัทเล็กๆของตนเช่า?

“คุณแม่ท่านยินดีให้ดาใช้ที่นี่เพื่อเป็นการไถ่โทษเรื่องที่ผ่านมาน่ะครับ” ศรุดาฝากขอบคุณคุณแม่ด้วย “ทิศพาไปขอบคุณท่านเองดีกว่าไหม ท่านก็บ่นอยากเจอดาอยู่บ่อยๆ” ศรุดาเกรงพี่อรจะไม่พอใจ “นี่ดา...ผมกับคุณแม่เชิญดาไปเป็นแขกนะ ผมจะไม่ปล่อยให้พี่อรมาทำอะไรคุณได้ทั้งนั้น”

นอกจากพาศรุดาไปดูและแนะนำส่วนต่างๆของบ้านที่สาทรแล้ว พาทิศกับแม่ยังพาพายย้ายโรงเรียนอีกด้วย โชคดีที่โรงเรียนยอมรับเด็กเข้าเรียนกลางเทอม พาทิศจึงจะให้พายมาเรียนพรุ่งนี้เลย

พายกลายเป็นเด็กเก็บกด ฟังพ่อคุยกับครูใหญ่แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น พาทิศถามว่าลูกร้องไห้ทำไม พายก็ไม่พูด จนต้องพาไปนั่งที่สนามโรงเรียนถามว่า

“พายมีอะไรก็บอกพ่อสิ ถ้าลูกเป็นแบบนี้ ลูกก็จะไม่ได้ไปโรงเรียน ไปเล่นสนุกกับเพื่อนนะ”

พายก็ยังเอาแต่เงียบและร้องไห้ แม่บอกพาทิศให้พอเถอะ แม่รู้แล้วว่าจะต้องทำยังไงแต่...

“ทิศต้องทำตามที่แม่บอกนะ”

ooooooo

กิตติพัศกับนวียาช่วยกันสร้าง “อาชาบำบัด” ขึ้นอย่างมุ่งมั่น ทุ่มเทแรงกายแรงใจแม้จะเหนื่อยแต่มีความสุข

แม่กับพาทิศพาพายไปที่อาชาคลับ พาทิศชักสีหน้าเมื่อเห็นกิตติพัศกับนวียาสนิทสนมกันมาก แม่เดินไปหานวียาบอกว่ามีธุระต้องคุยกันเป็นการส่วนตัว กิตติพัศจึงชวนพายไปผสมอาหารให้บีเลิฟกัน

แม่กับนวียาไปนั่งคุยกันที่เก้าอี้ริมสนาม

“ฉันเข้าใจแล้วทำไมพายถึงติดเธอตั้งแต่ตอนเธอมาเป็นแนนนี่ ฉันเลยอยากขอร้องให้เธอช่วยทำให้พายกลับมาเป็นเด็กยิ้มร่าเริงอีกครั้งได้ไหม” นวียาอึ้งอย่างคาดไม่ถึง แม่พูดเสียงอ่อนอย่างรู้สึกผิดว่า “ฉันรู้ว่าฉันอาจจะทำไม่ดีกับเธอไว้ แต่ครั้งนี้ถือซะว่าทำเพื่อหลานของเราสองคนเถอะนะ...ฉันขอร้อง”

“ไม่ต้องขอร้องวีก็ต้องช่วยอยู่แล้วล่ะค่ะ แล้ววีก็รู้วิธีที่จะทำให้น้องพายดีขึ้นแล้วด้วย”

แล้วนวียาก็พูดความจริงว่าพายไม่สบายใจที่คุณอรจิราไม่ชอบแก ตนไม่อยากให้พายเป็นกังวลเรื่องนี้อีก แม่รับปากว่าจะจัดการเรื่องอรจิราเอง ตนไม่อยากเห็นหลานเป็นเด็กมีปัญหามากไปกว่านี้อีกแล้ว ฝากนวียาให้ช่วยดูแลพายด้วย

นวียาสอนพายให้หัดขี่ม้าอย่างละเอียดทุกขั้นตอน แต่พายเมื่อขี่ม้าแล้วควบคุมม้าไม่ถูกจังหวะกิตติพัศกับหมอเชนต้องเข้ามาล้อมให้ม้าหยุด แล้วพายก็ควบม้าไปช้าๆ พอม้าเริ่มวิ่ง นวียาจึงจับสายบังเหียนให้

จากการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น นวียาย้ำกับพายว่า

“การจะควบคุมม้าได้ เราต้องมีสมาธิกับม้ามากๆ แต่เมื่อเกิดเรื่องเราต้องใช้สติแก้ไขปัญหาแบบที่น้องพายทำเมื่อสักครู่นี้ เก่งมากเลยค่ะ”

เพื่อนๆปรบมือให้พาย ฝ่ายนวียาก็ถอนใจโล่งอกที่ไม่เกิดเรื่องใหญ่ขึ้น

ooooooo

วันนี้ที่บริษัทจะรับนางแบบใหม่ พนักงานเอาสคริปต์สัมภาษณ์มาให้อรจิรา เธอถามเสียงขุ่นว่าผู้บริหารอย่างตนนี่เหรอต้องไปสัมภาษณ์นางแบบ

สุดท้ายก็ยอมไปสัมภาษณ์ลูกหยีนางแบบที่มาสมัครพร้อมลูก อรจิราทำหน้าเซ็งดูสคริปต์แล้วถาม

“ตอนที่คุณลูกหยีทราบว่าท้อง คุณลูกหยีกำลังเรียนปีสุดท้ายและกำลังเป็นนางแบบที่มีชื่อเสียง อะไรทำให้คุณลูกหยีตัดสินใจเป็นซิงเกิลมัมคะ”

“ตอนแรกที่รู้ว่าท้อง ทุกอย่างมันแย่ไปหมดเลยค่ะ แต่เมื่อไรที่เราร้องไห้ลูกก็จะดิ้นตลอด เหมือนเขาบอกเราว่า แม่อย่าร้องไห้นะ หนูจะอยู่ข้างๆแม่เอง เขาทำให้หยีมีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป”

“อะไรทำให้คุณลูกหยีกล้าออกมาประกาศว่าท้องและต้องต่อสู้กับสังคมที่มองเราในแง่ลบมากน้อยแค่ไหนคะ”

“เจอกระแสต่อต้านแรงมากค่ะ ทั้งด่าว่าเราชิงสุก ก่อนห่าม ท้องไม่มีพ่อ แต่พอถึงจุดนึงหยีก็เลิกแคร์ว่าใครจะมองเรายังไง เพราะสิ่งสำคัญในชีวิตหยีไม่ใช่คนที่นินทาเรา แต่เป็นลูกเราต่างหาก ถ้าไม่มีลูก หยีไม่อยากนึกเลยว่า ชีวิตตัวเองจะเหลวแหลกแค่ไหน”

อรจิราเหมือนตัวเองเข้าไปอยู่ในปัญหานั้น สัมภาษณ์ลูกหยีแล้วสะท้อนใจตัวเอง...

ooooooo

ที่บ้านนวียา วันนี้นนทวีเข้าครัวทำพายบลูเบอร์รีจะเอาไปฝากน้องพาย แต่บ่นกับนวียาว่าชิ้นนี้ยังไม่ค่อยหอม คิดว่าจะทำใหม่

นวียาเล่าว่า “วันนี้ทำอาชาบำบัดกับน้องพาย แกดูผ่อนคลายขึ้นเยอะแล้ว ยิ่งเจอพายอร่อยเหาะของพี่นนเข้างี้...อื้อหือ...” นนทวีถามว่าจริงหรือ งั้นทำเสร็จจะรีบเอาไปให้ลูกเลย นวียาช่วยทำคุยว่า

“พายนี่ใส่ความรักของคุณพ่อและคุณอาเอาไว้เยอะแยะขนาดนี้ จะเอาชนะใจน้องพายไม่ได้ก็ให้รู้ไป”

ครู่เดียวพ่อกับแม่มาให้กำลังใจและช่วยทำด้วย เสร็จแล้วนนทวีเอาไปให้พายที่บ้านพาทิศ อวดว่า

“พายรู้ไหม พายชิ้นนี้มีส่วนผสมพิเศษกว่าชิ้นไหนๆ เลยนะ รู้ไหมว่าคืออะไร” พายเงียบ แม่มองลุ้นคอยคำตอบ แต่พายยังเงียบ นนทวีทำหน้าตื่นเต้นบอกว่า “มันคือความรักที่พ่อ ครูวีหรืออาวี แล้วก็คุณปู่คุณย่าใส่เข้ามาในนี้เพื่อพาย...คนที่สำคัญที่สุดของพวกเราไงจ๊ะลูก”

พายนิ่งไปอึดใจใหญ่ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ “ขอบคุณค่ะ”

แต่แล้วเสียงอรจิราก็แทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศ ถามนนทวีว่าต้องการจะมาพูดแค่นี้ใช่ไหม ถ้าไม่มีธุระอะไรอีกก็เชิญกลับไปได้แล้ว พายที่ท่าทางผ่อนคลายลงเมื่อครู่นี้เครียดขึ้นทันที แม่จึงบอกให้ป้าสมพาพายขึ้นไปบนห้องก่อน แล้วปรามอรจิราว่า

“ยัยอร คุณนนทวีเขาแค่อยากมาเจอลูก มาช่วยดูแลลูกบ้าง” อรจิราจิกกลับทันทีว่าลูกของตน ตนดูแลเองได้ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมาช่วย แม่ย้อนถามว่า “แล้วที่ผ่านมาแกเคยดูแลพายด้วยเหรอ คนอย่างแกเคยทำอะไรที่สมกับความเป็นแม่บ้าง”

“คุณแม่!!!” อรจิราจุกที่ถูกแม่พูดแทงใจ ร้องได้แค่นั้นแล้วพูดไม่ออกอีกเลย

ooooooo

วันต่อมาอรจิราก็อาละวาดเหมือนคนขาดสติ ถือแฟ้มเข้าไปในห้องประชุม พนักงานต่างแอบมองใจระทึกว่า เดี๋ยวต้องเกิดศึกใหญ่แน่ แล้วก็จริง เมื่อได้ยินเสียงอรจิราตวาดแว้ดว่า

“แกกลับมาทำไม คนอย่างพาทิศ พูดแล้วต้องไม่คืนคำไม่ใช่เหรอ”

“หน้าที่ของผมคือทำให้วิชิตพากรมีกำไร ผมจึงต้องเข้ามาปรับระบบบริหารให้ถูกต้อง ก่อนที่เราจะขาดทุนมากไปกว่านี้”

ที่แท้อรจิราแค้นแทบกระอักเลือดเมื่อรู้จากพาทิศว่าบอร์ดทุกคนลงมติให้พาทิศมาบริหารต่อและปลดเธอออกจากการเป็นผู้บริหารนับแต่วันนี้เป็นต้นไป แต่ก็ยังระบุว่า...

“พี่อรในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ก็จะได้รับเงินปันผล 60 เปอร์เซ็นต์เช่นเดิม โดยไม่ต้องเข้ามายุ่งกับงานบริหาร”

“แกรวมหัวกับแม่มาทำกับฉันอย่างนี้ใช่ไหม ได้!! แล้วเราจะได้เห็นดีกัน”

อรจิราอาฆาตแล้วหุนหันออกไป พาทิศมองตาม อย่างสงบนิ่งไปจนลับตา

ที่แท้แม่ยอมรับกับพาทิศว่าที่แล้วมาตนทำให้ชีวิตเขาวุ่นวายมาตลอด แต่ปัญหาครั้งนี้ใหญ่เกินกว่าที่ใครจะรับมือไหว ขอให้เขากลับไปช่วยวิชิตพากรเป็นครั้งสุดท้าย พาทิศบอกว่าพี่อรเป็นหุ้นส่วนใหญ่สุดในบริษัท ต้องให้บอร์ดบริหารโหวตออกมาเท่านั้นถึงจะหยุดพี่อรได้

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ทุกคนรอการกลับมาของทิศนะ” แม่หนุนหนักแน่น

อรจิรากลับมาอาละวาดกับแม่ว่าร่วมมือกับพาทิศฉีกหน้าตนต่อหน้าบอร์ดบริหาร ถามว่าคุณแม่ทำอย่างนี้ได้ยังไง

“แกทำให้บริษัทขาดทุนไปร้อยกว่าล้านแล้วนะ ดีเท่าไหร่แล้วที่ตาทิศยอมกลับมาช่วย”

“อ๋อใช่สิ เดี๋ยวนี้ทิศมันเป็นลูกรักของแม่แล้วนี่ จะทำผิดยังไงแม่ก็ให้ท้ายมันตลอด แล้วหนูล่ะ แม่เคยเห็นหนูเป็นลูกบ้างไหม”

“ไม่ใช่เพราะฉันเห็นแกเป็นลูกเหรอ ถึงให้แกขึ้นไปบริหารจนบริษัทเกือบจะเจ๊ง”

“พ่อเขายกบริษัทนี้ให้หนู วิชิตพากรเป็นของหนู!! หนูจะบอกนักข่าวให้หมด”

“แกเลิกสร้างปัญหาซะทีได้ไหม บอร์ดบริหารทุกคนเขาลงมติกันไปแล้ว ถ้าแกยังสร้างปัญหาอีก คนที่ต้องอายก็คือตัวแกเอง!!!”

แม่พูดอย่างเด็ดขาดแล้วเดินออกไปเลย อรจิราเครียดจัด

แล้วบริษัทก็จัดการแถลงข่าว นักข่าวมากันมากมาย ถามว่า ทราบว่านิตยสารหัวหนึ่งของวิชิตพากรต้องปิดตัวลงเกิดจากอะไร พาทิศชี้แจงว่านิตยสารหลายฉบับก็ต้องปิดตัวลงเพราะแบรนด์ต่างๆเอางานโฆษณาไปลงออนไลน์

นักข่าวถามว่าคุณอรจิราไล่คุณพาทิศออกจริงไหม พาทิศบอกว่าคงเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่อรจิราแทรกขึ้นว่าความจริงคือตนจะเข้ามาบริหารเยอะขึ้นโดยเฉพาะในส่วน Hook’s สมาชิกบอร์ดบริหารคนหนึ่งทนไม่ได้ถามอรจิราว่าที่ผ่านมาเธอคิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติอะไรที่จะบริหาร Hook’s

แม่สงสารอรจิรา  ตอบนักข่าวแทนว่า อรจิราเป็นนางแบบมาก่อน ถึงจะแต่งตัวยังไงไลฟ์สไตล์ก็ยังเหมาะกับการบริหาร Hook’s คู่กับพาทิศ ส่วนการบริหารเล่มอื่นเป็นของพาทิศ

คำชี้แจงแทนอรจิราของแม่ ทำเอาพาทิศและบอร์ดฟังแล้วเซ็งแต่อรจิรากระหยิ่มว่าตนเป็นผู้ชนะ

ooooooo

หลังจากออกมาแก้ต่างปกป้องอรจิราและทำให้พาทิศโกรธมากแล้ว แม่ขอโทษพาทิศที่ไม่ได้ทำตามสัญญาที่ตกลงกัน อ้างว่าบอร์ดกำลังจะหักหน้าอรจิราจะให้แม่ทนเห็นลูกถูกหักหน้ากลางงานแถลงข่าวหรือ

“ไม่ใช่ว่าแม่ไม่แคร์ลูก แม่รักลูกทั้งสองคนนะ ทิศเป็นคนเก่งมีความสามารถ แม่เลยไม่ห่วงแต่ยัยอรน่ะทำอะไรไม่เป็นสักอย่างจะเอาตัวรอดยังไง”

พาทิศใจเย็นลง บอกแม่ว่าตนยอมให้พี่อรเข้าบริหาร Hook’s ก็ได้ แต่แค่ Hook’s ที่เดียวเท่านั้น บริษัทลูกอื่นๆ พี่อรไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่ง แม่ฟังแล้วหน้าเสีย แต่ก็ค่อยๆพยักหน้า

ขณะที่แม่กับพาทิศไปคุยกันข้างในนั้น อรจิราก็นั่งเชิดให้สัมภาษณ์อยู่คนเดียว นักข่าวถามว่าทำไมเธอเลือกคอนเซปต์ซิงเกิลมัมหรือว่ามีความหลังอะไร อรจิราฟังแล้วจุก แต่ก็ปั้นหน้ายิ้มตอบอย่างมั่นใจว่า

“เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของลูกผู้หญิงไม่ใช่การแต่งงาน แต่เป็นการสร้างอีกชีวิตหนึ่งขึ้นมาแล้วมอบความรักให้เขาอย่างหมดหัวใจค่ะ”

“ไม่ใช่เพราะสะท้อนชีวิตตัวเองเหรอครับ ที่ท้องไม่มีพ่อจนต้องแอบไปคลอดที่เมืองนอกแล้วเอาไปให้น้องชายเลี้ยง แบบนี้เรียกว่าลูกสำคัญที่สุดไหมครับ”

อรจิราอึ้ง โกรธจี๊ด แต่ยังตีหน้าตายถามว่าพวกคุณเอาเรื่องนี้มาจากไหน นักข่าวเปิดคลิปที่อำเภอจากมือถือที่กิตติยาแอบถ่ายมาให้ดู อรจิราช็อก พาทิศเห็นท่าไม่ดีสั่งพนักงานให้เคลียร์นักข่าวออกไป

นักข่าวถูกเชิญให้ออกไปแต่ก็ยังหันมาตะโกนถามเรื่องคลิป จนอรจิรายืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก พูดไม่ออก พาทิศเห็นดังนั้นก็พยุงอรจิราออกไปท่ามกลางเสียงนักข่าวที่หันมาตะโกนถามกันเซ็งแซ่

ooooooo

ขณะที่อรจิรากำลังอยู่ในสถานการณ์วิกฤตินั้น ที่ร้านกาแฟของโค้ชก็มีเหตุการณ์ตื่นเต้นกันอย่างที่สุด

เมื่อกิตติพัศกับนวียาพาพายเข้าไปในร้านอย่างร่าเริงแจ่มใสหัวเราะคิกคักจนโค้ชอุทานตะลึง

“ตายแล้ว...อะไรจะเลิศเลอเพอร์เฟกต์ปานนั้น บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ พวกเธอเล่นอะไรกันอยู่”

“กิจกรรมอาชาบำบัดค่ะโค้ช เราจะให้เด็กควบม้าตามคำสั่ง”

“น้องพายเก่งมากเลยนะครับ ทำตามโจทย์ได้หมดเลย”

โค้ชแซวว่าสนุกกันมากจนตอนนี้ยังไม่เลิกเล่นกันหรือ พายตอบเสียงใสร่าเริงว่า

“สนุกมากๆเลยค่ะ โค้ชไปเล่นด้วยกันสิคะ” โค้ชดีใจมาก เลยจัดเค้กชิ้นใหญ่มาฉลองกัน


ฝ่ายพาทิศพาศรุดาไปที่บ้าน เธอมีผ้าพันคอที่ทำเองไปฝากแม่เขาแทนคำขอบคุณที่ให้เช่าบ้าน แม่พูดอย่างรู้สึกผิดที่เคยทำให้เธอกับพาทิศต้องเสียใจ แต่ตอนนี้ทุกอย่างก็คลี่คลายแล้ว เอ่ยปากฝากพาทิศเธอด้วย

แต่พอพาทิศขอตัวไปดูพาย อรจิรากลับมาพอดีเธอเล่นงานศรุดาทันทีพาทิศได้ยินเสียงรีบลงมาบอกว่าตนกับคุณแม่เชิญคุณดามาเอง วันนี้คุณดามาในฐานะแขกไม่ใช่ลูกจ้างบริษัท ช่วยใช้คำพูดให้เหมาะสมด้วย

อรจิราด่าพาทิศว่าหลงกันหัวปักหัวปําอย่าลืมว่ามันโดนผู้ชายเขี่ยทิ้งมากี่คนแล้ว เลยถูกพาทิศย้อนว่า

“คงไม่มากเท่าพี่อรหรอกครับ”

อรจิราประชดว่าตนเลวท้องไม่มีพ่อทำให้วิชิตพากรเน่าฉาวโฉ่ไปทั่ว แม่ถามว่าหมายความว่ายังไง อรจิราจึงเอาคลิปที่อำเภอให้ดู พอแม่ดูคลิปก็จะเป็นลม อรจิราเข้าประคองถูกแม่ปัดไล่อย่ามาแตะต้องตน ศรุดาจึงเข้าประคองแทนทำให้อรจริรายิ่งแค้น จิกตาตะคอกศรุดาก่อนวิ่งขึ้นชั้นบนว่า

“เธอจะเอาทุกอย่างไปจากฉันให้ได้ใช่ไหม ตั้งแต่ตาทิศ กิต บริษัท แล้วยังจะแม่ฉันอีก”

อรจิราวิ่งขึ้นไปเจอพายอุ้มตุ๊กตาอาชาคลับยืนอยู่ที่บันไดได้ยินการโต้เถียงกันทั้งหมด เห็นอรจิราวิ่งร้องไห้ขึ้นมาก็จับมือปลอบ “ป้าอร...ไม่เป็นไรนะ...อย่าร้องไห้เลย” ถูกอรจิราตวาดอย่ามายุ่งกับตน แย่งตุ๊กตาอาชาคลับจากพายเขวี้ยงตกบันไดไป พายตกใจถลาไปคว้าตัวเองเลยตกบันไดไปแน่นิ่งที่พื้น

พาทิศวิ่งมาอุ้มพายส่งโรงพยาบาล พายต้องอยู่ในห้องไอซียู พาทิศเฝ้าอยู่หน้าห้อง พอหมอออกมาเขาถลาเข้าไปถาม หมอบอกว่าคนไข้ปลอดภัย เบื้องต้นฟกช้ำที่ศีรษะแต่คนไข้หมดสติทำให้มีความเสี่ยงว่าสมองได้รับความกระทบกระเทือนต้องทำซีทีสแกนแต่ต้องได้รับการเซ็นยินยอมจากผู้ปกครองก่อน

พาทิศจะเซ็น แต่พอหมอถามว่า “คุณเป็นพ่อคนไข้ใช่ไหม” เขาก็อึ้งแม่จึงโทร.เรียกนนทวีมาเซ็น

ผลการตรวจปรากฏว่าพายไม่เป็นอะไรมากแต่ยังต้องรอดูอาการหลังฟื้นอีกที คืนนี้พาทิศขอเฝ้าพายแต่ห้องไอซียูไม่อนุญาตให้ญาติเฝ้า นวียาจึงขอเข้าไปดูพาย แต่เมื่อเข้าไปพายยังต้องให้ออกซิเจนและมีสายระโยงระยางรอบตัว นวียาเห็นถึงกับน้ำตาไหล ภาวนาขอพายอย่าเป็นอะไรมากเลย

พาทิศเปิดประตูเข้ามาต่อว่านวียาว่าพวกคุณไม่น่าเข้ามาในชีวิตพวกเราเลย เพราะมาแล้วมีแต่ความวุ่นวายไม่จบสิ้น ถ้าหวังดีจริงก็ขออย่ามายุ่งกับครอบครัวตนอีก นวียาโต้ว่าพี่ชายตนต่างหากที่เป็นพ่อพาย

“ไป...ออกไป ผมไม่อยากเห็นคุณและครอบครัวคุณอีก” พาทิศตวาดไล่อย่างโกรธจัด นนทวีได้ยินเสียงเข้ามาถามนวียาที่ยืนร้องไห้ว่ามีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า นวียาไม่ตอบ พาทิศก็เบือนหน้าไม่พอใจ

“ถ้าคุณพาทิศจะโกรธก็ให้โกรธผมคนเดียวเถอะครับ เพราะน้องสาวผมเขาไม่เกี่ยวอะไรด้วย”

นนทวีบอกพาทิศ เขาจึงออกจากห้องไปอย่างหงุดหงิด กิตติพัศมองนวียาอย่างเป็นห่วง...

ooooooo


ละครรักพลิกล็อก ตอนที่ 8 อ่านรักพลิกล็อกติดตามละครรักพลิกล็อก ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ปีเตอร์ เดนแมน,สุชาว์ มานะยิ่ง,คณิน ชอบประดิถ, มณีรัตน์ ศรีจรูญ 30 พ.ย. 2561 07:28 2018-12-03T00:26:29+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ