ข่าว

วิดีโอ



รักพลิกล็อก

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมเมดี้

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เหนือดาว

กำกับการแสดงโดย: สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร

ผลิตโดย: บริษัท นอร์ธสตาร์ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ปีเตอร์ เดนแมน,สุชาว์ มานะยิ่ง,คณิน ชอบประดิถ, มณีรัตน์ ศรีจรูญ

แม่เอาของว่างมาให้นวียาที่เคาะแป้นพิมพ์อยู่อย่างหมดอาลัยตายอยาก ถามว่านนเขามีแฟนแล้วเหรอ แม่แอบเห็นมีผู้หญิงคนหนึ่งมารับมาส่งเขาอยู่บ่อยๆ

“เอ่อ...รอให้พี่นนเล่าเองดีกว่าแม่ แม่ไม่ดีใจเหรอที่พี่นนจะสละโสดได้สักที”

“ก็ดีใจอยู่ แต่แม่อยากรู้จักน่ะว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แม่ไม่กล้าถาม ช่วงนี้พี่เราดูเครียดๆ เครียดหนักกว่าช่วงไม่มีแฟนอีก วีว่าแปลกไหมล่ะ”

ไม่ทันที่แม่จะพูดอะไร มือถือของนวียาก็เตือนว่ามีไลน์เข้า เธอรีบเปิดดูเป็นไลน์จากพาทิศบอกว่า

“พายป่วยมาก มาดูหน่อย”

ที่แท้เป็นฝีมือของพายที่ไม่อยากไปโรงเรียนเลยแกล้งป่วยและแอบส่งไลน์ให้นวียามา พาทิศเคี่ยวเข็ญให้พายรีบลุกไปโรงเรียน เห็นไลน์ในมือถือที่ว่า “พายป่วยมาก มาดูหน่อย” ดูอาการและสีหน้าเจ้าเล่ห์ของพายแล้วรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือพายแน่ๆ

นวียารีบไปหาพาย ถามพาทิศว่าน้องพายไม่สบายทำไมไม่รีบพาไปหาหมอ

“นวียาใจเย็นๆ ฟังผมให้ดีนะ น้องพายไม่ได้ป่วย ไม่ได้เป็นอะไรเลย พายแค่แกล้งหลอกคุณว่าป่วย ทั้งที่จริง...” พาทิศพูดไม่ทันจบเสียงไอแค่กๆของพายก็ดังขึ้น แล้วเดินออกมาพร้อมหน้ากากปิดปาก นวียารีบเข้าไปจับตัว ถามว่าเป็นหวัดหรือแต่ตัวยังเย็นๆ พายทำเสียงน่าสงสารบอกว่าตนเพิ่งออกจากห้องแอร์ตัวเลยยังเย็นอยู่

แล้วนวียากับพาทิศและพายก็ช่วยกันทำอาหารกันอย่างเพลิดเพลินและกินกันอย่างสนิทสนมเหมือนครอบครัวที่อบอุ่น ระหว่างนั้นพาทิศกับนวียาก็แอบกุ๊กกิ๊กกันเล็กๆจนพายบอกว่าทำไมครูกับพ่อดูแปลกๆ

พาทิศถามพายว่าโกหกว่าป่วยใช่ไหม ถ้าไม่พูดความจริงขอให้สะอึกไม่หยุด พายรับว่าจริง ถามอย่างแก่แดดว่า

“แต่ถ้าพายไม่โกหก พ่อกับครูจะได้มีโอกาสเจอกันเหรอคะ พ่อก็อยากเจอครู ครูก็อยากเจอพ่อไม่ใช่เหรอคะ”

“เอ่อ...ครูมาเพราะพายป่วยนะคะ เดี๋ยวครูขอไปเข้าห้องน้ำนะคะ” นวียาเขินจะออกไป พอดีพาทิศบอกพายว่าเดี๋ยวพ่อจะไปหาสีให้ แต่ระหว่างนี้ให้พายไปคัดลายมือว่า จะไม่โกหกอีกแล้ว สิบหน้าเป็นการลงโทษที่โกหก พายเบะปาก แล้วจู่ๆนวียาก็เกิดสะอึกขึ้น พายกับพาทิศหันมองขวับ นวียากลั้นสะอึกรีบเดินไป

“พ่อคะ ครูโกหกอะไรคะ ทำไมสะอึกไม่หยุดเลย” พายถาม พาทิศได้แต่อมยิ้ม แต่ไม่ตอบ

ooooooo

ฝ่ายนนทวีก็จะแกล้งทำเป็นป่วยเพื่อไม่ต้องพบกับกิตติยา ให้โซดาซ้อมอาการป่วยให้ ฝึกไอจนเหนื่อยเสียงแหบแห้ง บอกโซดาว่าแค่โซดาโทร.ไปบอกกิตติยาว่าตนป่วยไม่อยากพบใครก็พอ ไม่ต้องซ้อมจนถึงขนาดนี้หรอก โซดาทำท่าจะไปอ้างว่ามีนัด แต่พอได้ยินนนทวีบอกว่า

“ขึ้นเงินเดือน 15 เปอร์เซ็นต์มีผลทันที พร้อมการันตีโบนัสปลายปีอีก 2 เดือน”

โซดาหยุดกึก หันยิ้มเผล่บอกว่ามีอะไรให้โซดาช่วย...จัดมาเลย แล้วมานั่งคุยวางแผนกันอย่างจริงจัง

จากนั้นโซดามาดักกิตติยาที่ลานจอดรถโรงเรียน พอเห็นรถกิตติยาเข้ามาก็ควักยาหม่องมาทาตาทาจมูกตัวเองทันที

พอกิตติยาลงจากรถก็ยื่นถุงกระดาษใบหนึ่งให้โซดาบอกว่าซื้อขนมมาฝาก

โซดาทำหน้าเศร้ามาก กิตติยาถามว่ามีอะไรหรือเปล่า โซดาก็เริ่มเบะบอกว่าคุณนนเขาไม่สบายมากคงไปไหนมาไหนกับคุณไม่ได้แล้ว กิตติยาตกใจมากถามว่าเป็นอะไร ไปหาหมอหรือยัง โซดามัวแต่เบะ กิตติยาเลยบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวตนจะไปดูแลคุณนนเอง

“อย่าเลยคุณ ตอนนี้พี่นนกำลังป่วยหนักและอยากพักเงียบๆคนเดียว”

“พี่นนป่วยหนักขนาดนั้นเลยเหรอ เป็นไปได้ไง วันก่อนยังเห็นดีๆอยู่”

โซดาจะจามเพราะฤทธิ์ยาหม่องหยิบทิชชูขึ้นมาเช็ดจมูกไปด้วยพูดไปด้วย เสียงเลยอู้อี้ บอกว่า

“ก็อ่อนเพลีย”

“ลูคีเมีย” กิตติยาอุทานตกใจมาก “พี่นนเป็นลูคีเมียงั้นเหรอ”

โซดาอึ้งพยายามจะบอกว่าไม่ใช่ แต่กิตติยามโนว่าใช่พยักหน้าหงึก น้ำตาคลอโผเข้ากอดโซดา

“ไม่ป็นไรนะ เราจะผ่านเรื่องร้ายครั้งนี้ไปด้วยกัน”

โซดาอึ้งแล้วอึ้งอีกที่กิตติยาเข้าใจอะไรผิดไปไกลกว่าที่ตนต้องการมาก

ooooooo

นวียาพยายามแก้สะอึกแต่แก้ไม่ได้แอบไลน์ถามโซดาว่า ‘เวลาสะอึกเราต้องทำไงถึงหาย’ โซดาตอบทันทีอย่างผู้รู้ว่า ‘พูดชื่อคนที่ตัวเองชอบรัวๆร้อยครั้งถึงหาย’

ภาพพาทิศแว้บเข้ามาในหัวนวียา เธอสูดลมหายใจลึกๆ หลับตารัวออกมาเป็นชุด...

“พาทิศ...พาทิศๆๆๆๆๆๆๆ”

“ครับ” พาทิศขานเพราะยืนอยู่ข้างหลังนวียาแต่เจ้าตัวยังไม่รู้ หลับหูหลับตาเรียก “พาทิศ พาทิศ พาทิศ”

 พาทิศเหลืออดดึงนวียาหันมาจ้องหน้า นวียาลืมตาเห็นหน้าพาทิศใกล้กันแค่คืบ บรรยากาศเป็นใจมาก นวียาหายสะอึกทันที หลับตาพริ้ม แต่รู้สึกมีอะไรถูกจมูก ลืมตาดูเห็นพาทิศกำลังบีบจมูกตนอยู่ ถามอู้อี้...

“คุณจะทำอะไร เฮ้ย...แค่นี้ถึงกับจะฆ่าตัดอากาศฉันเลยหรือ” พาทิศบอกว่าตนช่วยให้เธอหายสะอึก

“หายแล้ว หายแล้วจริงๆด้วย” นวียาพูดก่อนที่จะหมดลม

พาทิศยิ้มเปลี่ยนจากบีบจมูกเป็นบิดจมูกถามอย่างเอ็นดูว่า

“ทีนี้บอกผมได้ยัง คุณโกหกอะไร ทำไมต้องสะอึก หรือคุณไม่ได้มาบ้านผมเพราะเรื่องพาย”

นวียาเอะอะทั้งที่ยังอู้อี้ว่าตนมาเพราะพายป่วยจริงๆ ขู่ว่าจะฟ้องพายว่าเขาทำร้ายร่างกาย พาทิศงงถามว่าก็เธอตะโกนเรียกตนให้มาช่วยเอง นวียาสะอึกขึ้นมาอีกบอกว่าตนไม่ได้เรียก พอพาทิศยืนยันว่าเรียก ก็เสียงอ่อยว่า

“ก็เพื่อนบอกว่าให้เรียกคนที่นึกถึงเป็นคนแรกจะได้หายสะอึก” พาทิศดักคอว่าแสดงว่าเธอคิดถึงตนเป็นคนแรก นวียารีบบอกว่านึกถึงไม่ใช่คิดถึง แล้วจะเลี่ยงไปเพราะเขิน พาทิศไม่ให้ไป บอกให้ช่วยหากล่องสีเมจิกให้พายหน่อย นวียาเลยช่วยหา ก้มหัวหาในเก๊ะเดียวกันหัวเลยชนกันโป๊ก ต่างคลำหัวแล้วขำกันเอง

ooooooo

กิตติพัศถูกโทร.ให้ไปที่คอกม้าแต่เช้า คนงานบอกข่าวร้ายว่าจูเลียตตายไปตั้งแต่รุ่งสาง โรมิโอมันเลยพยศใหญ่ ตนเลยต้องโทร.ตามคุณกิต

กิตติพัศเดินไปตบคอและไหล่ของโรมิโอ พูดอย่างเข้าใจว่า

“แกคงเศร้ามากสินะ...ฉันรู้ว่าแกเสียใจ แต่เดี๋ยวมันก็จะผ่านไปนะโรมิโอ แล้วฉันจะอยู่ข้างๆแก ผ่านมันไปพร้อมกับแก”

“คุณกิตครับ มีคนเอาของมาฝากครับ” คนงานอีกคนเข้ามาพร้อมกับกล่อง กิตติพัศรับกล่องแล้วเปิดดูเห็นเฮดโฟนกับแผ่นซีดีเขียนไว้ว่า

“ไว้ฟังเพลง...เงียบๆ...ด้วยกันนะคะ...ศรุดา”

กิตติพัศดูแล้วยิ้ม เขาเปิดเพลงให้โรมิโอที่กำลังเศร้าฟัง พร้อมกับโทร.หาศรุดา พอศรุดาได้รับโทรศัพท์ก็ถามทันทีว่า

“ได้รับแล้วเหรอคะ”

“ครับ เสียงเปียโนคุณช่วยชีวิตโรมิโอไว้นะ”

“โรมิโอ?”

“อ๋อ...ม้าน่ะครับ จูเลียตคู่มันเพิ่งตาย มันเลยซึมทั้งวัน พอผมเปิดเพลงคุณให้ฟัง มันดูอารมณ์ดีขึ้น” ศรุดาปิดลิ้นชักปึง ถามเสียงกระด้าง

“นี่คุณปลอบใจม้าด้วยเสียงเปียโนของฉันเนี่ยนะ?” กิตติพัศบอกว่าตนไม่รู้จะปลอบใจมันอย่างไรที่เสียคู่รักไป “คุณก็เลยเอาเพลงที่ฉันให้คุณไปเปิดให้ม้าฟังแทน”

“ครับ ถ้าไม่ได้คุณ เจ้าโรมิโอกับผมคงต้องแย่แน่ๆ”

ขณะคุยโทรศัพท์ ศรุดาเจอกล่องใบหนึ่ง เปิดดูมีจรวดที่เขียนชื่อพาทิศ มีภาพเธอกับพาทิศสมัยเรียน มีภาพเธอในชุดเจ้าสาวกับฝรั่งคนหนึ่ง ได้ยินเสียงกิตติพัศอ่อนหวานมาว่า

“เพื่อเป็นการตอบแทน ขอพาคุณไปเลี้ยงดินเนอร์นะครับ...”

“ถ้าคุณไม่กลัวอึดอัด วันนี้ดานัดปิ่นปาร์ตี้ไฮทีพอดี”

“งั้นผมไปรับนะครับ”

ศรุดายิ้ม เปิดกล่องปิดลิ้นชักเก็บไว้ตามเดิม

ooooooo

ฝ่ายนวียากับพาทิศก็ตั้งหน้าตั้งตาหากล่องสีให้พาย นวียารื้อที่ลิ้นชักหนึ่ง เจอกล่องเหล็กเก่าๆกล่องหนึ่ง ในนั้นมีรูปคู่กับสมุดบันทึก การ์ดและของขวัญชิ้นเล็กๆเป็นกล่องความจำของพาทิศกับศรุดาในอดีตนั่นเอง

แว่บหนึ่งที่เห็น นวียาเม้มปาก ก็พอดีเสียงพาทิศร้องบอกว่า

“ผมเจอกล่องสีของพายแล้ว”

พาทิศถือกล่องสีออกมา เห็นหลังนวียาเดินออกไป เขามองที่เก๊ะ เห็นกล่องเก่าๆใบนั้นก็ซึมไป

ooooooo

นวียาไปหาโค้ชยักษ์ที่ร้าน ดูรูปตัวเองสมัยหัดขี่ม้าใหม่ๆกับม้าตัวเก่า ถามโค้ชว่าจริงไหมที่ว่าขี่ม้าตัวไหนก็ไม่รู้สึกพิเศษเท่าม้าตัวแรก โค้ชบอกว่ามันก็พิเศษพอๆกับม้าที่เราตกตัวแรกนั่นแหละ

“แล้วถ้าม้าตัวแรกกับม้าที่ทำเราตกเป็นตัวเดียวกันล่ะ” โค้ชบอกว่างั้นก็คงเป็นความทรงจำที่ลืมไม่ลง นวียาถามว่าลืมไม่ลงเลยเหรอ...

“การลืมไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าเราก้าวต่อไปไม่ได้”

“แล้วถ้าเจ้าของคนนั้น...เขาไม่พร้อมจะก้าวต่อไปล่ะ”


“ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ขนาดชาเกิน 10 นาทีรสชาติก็เปลี่ยนแล้ว นับประสาอะไรกับจิตใจของสิ่งมีชีวิต” โค้ชจิบชาแล้วเทชาทิ้งหมด จากนั้นชงใหม่อย่างตั้งใจ...เทน้ำร้อนลงไป “ต้องอาศัยการปรับตัว พลังใจ ความกล้า เพื่อสลัดความยึดติดที่เป็นสนิมเกาะกินใจ เมื่อม้าได้เห็นความทุ่มเทของเจ้าของคนใหม่ก็จะสร้างความเคยชินและสามารถเข้ากันได้ในที่สุด”

นวียาอึ้ง สีหน้าเหมือนได้คิด โค้ชถามว่า รู้อย่างนี้แล้วมีความมั่นใจพอจะควบม้าลงแข่งอีกครั้งหรือยัง นวียายิ้มเศร้า ส่ายหน้าแทนคำตอบ

“การปล่อยและให้อภัยตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย

คนเราทุกคนล้วนมีอดีตที่ยังก้าวข้ามไม่ได้ทั้งนั้น”

นวียาหันมองรูปตัวเองสมัยก่อน ที่เธอยืนคู่กับม้าตัวแรกที่ใช้ลงแข่ง

ooooooo

ฝ่ายกิตติพัศ คืนนี้ไปปาร์ตี้ไฮทีกับศรุดา น้ำหวานและปิ่นเพื่อนของศรุดา กิตติพัศเป็นหนุ่มพาเพลินตามเคย เล่าเรื่องให้สาวๆฟังอย่างออกรสว่า

“จากนั้น ถ้าเขาพูดกับคุณว่าขอขึ้นไปล้างหน้าหน่อยได้ไหมครับ แสดงว่าคุณเจอมุกหมาแก่เข้าให้แล้ว”

น้ำหวานบอกว่าหมาแก่ก็ไม่น่ากลัวเท่าหมาป่า ปิ่นหันมองกิตติพัศเชิงสำรวจ ศรุดาบอกว่าคนละคน แล้วลุกไปบอกว่าเดี๋ยวมา น้ำหวานถามว่าตั้งแต่ดากลับเมืองไทย คุณกิตแฮงเอาต์กับดาตลอดเลยเหรอ

เขาบอกว่าก็ถ้าดาว่างน่ะ ปิ่นขอบคุณที่เขาช่วยดูแลดา ถามว่าวีกหน้าว่างไหมมีเรื่องจะรบกวนหน่อย

ปิ่นบอกว่าวีกหน้าเป็นวันครบรอบแต่งงานของดากับเดวิดแต่พวกตนไม่ว่าง คิดว่าดาคงไม่พร้อมอยู่คนเดียวจึงฝากเขาช่วยเทกแคร์

กิตติพัศรับปากจะดูแลศรุดาให้เอง น้ำหวานมองจิก ขอกึ่งปรามว่า

“คุณกิตคะ ฉันขอพูดตรงๆนะ ดามันเจ็บมาเยอะ เห็นแกร่งๆแบบนี้ข้างในมันบอบบางมาก ถ้าคุณไม่ได้มาเพื่อช่วยรักษาแผล เราขอแค่อย่ามาสร้างแผลใหม่พอ”

ศรุดาเดินกลับมาเอากระเป๋า มองเพื่อนๆที่ทำหน้ามีพิรุธ ถามว่าเม้าท์ตนกันอยู่หรือเปล่า

“เม้าท์อะไร เราพูดถึงขั้นตอนพิฆาตมุกหมาแก่กันต่างหาก ใช่ไหมคะคุณกิต” น้ำหวานกลบเกลื่อนแล้วยิ้มหวานหยิบถ้วยชาขึ้นจิบอย่างสวย แต่จิกตาใส่กิตติพัศเป็นเชิงให้ระวังตัวไว้

ooooooo

วันนี้ขณะโซดากำลังออกกำลังกายก็ได้รับโทรศัพท์จากแอมชวนไปจตุจักรกัน พอวางสายจากแอมหันมาก็ตกใจเมื่อเห็นกิตติยายืนกอดอกรออยู่ ถามว่ามาเยี่ยมพี่นนเหรอ กิตติยาบอกว่าตั้งใจมาหาเธอนี่แหละ

กิตติยาบอกว่าอยากทำอะไรให้พี่นนมีความสุขก่อนวันสุดท้ายของเขาจะมาถึง โซดาบอกว่าพี่นนเขายังไม่ไปวันนี้พรุ่งนี้หรอก กิตติยายืนยันว่าอะไรมันก็ไม่แน่เราต้องทำชีวิตให้เหมือนวันสุดท้ายเสมอ

โซดาพึมพำว่าตนเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่นนถึงทนเธอไม่ได้ กิตติยาได้ยินแว่วๆถามว่าอะไรนะ

“อ๋อ...ฉันบอกว่าฉันพอจะเข้าใจแล้วว่าทำยังไงถึงจะช่วยเธอได้”

กิตติยาฟังแล้วยิ้มอย่างมีความหวัง ในขณะที่โซดาแอบถอนใจเฮือกใหญ่...

กิตติยาให้โซดาช่วยยกกล่องใหญ่ขนาดเครื่องซักผ้าเข้าไปตั้งกลางห้องที่กะว่าพี่นนไม่ต้องเดินไกลเดี๋ยวจะเหนื่อย โซดาดูนาฬิกาเป็นเวลา 13.30 น.

ตั้งเสร็จแล้วกิตติยาบอกให้โซดารีบไปตามพี่นนออกมา ตนจะได้เซอร์ไพรส์ แต่พอดีโทรศัพท์โซดาดังขึ้น โซดานึกขึ้นได้ว่านัดแอมไว้จึงเดินคุยโทรศัพท์ออกไป

โซดาหายไปจน 17.00 น. ก็เดินเหงื่อซ่กกลับมารีบเปิดแอร์ เห็นกล่องของขวัญยังตั้งอยู่ที่เดิมก็รีบเดินไปเปิดดู เห็นกิตติยาคุดคู้หลับเหงื่อไหลไคลย้อย รีบเอาแฟ้มมาพัดให้ มองกิตติยาพึมพำ

“ความรักทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งทำได้ถึงขนาดนี้เลยเนอะ”

ปรากฏว่ากิตติยามาเซอร์ไพรส์เก้อ โซดาบอกว่าพี่นนติดงานด่วน เธอมาเซอร์ไพรส์วันหลังก็แล้วกัน กิตติยาบอกว่าตนรอได้ โซดาบอกว่าอย่าเลย วันนี้กลับไปพักก่อนเถอะ พูดเตือนสติว่า

“ก่อนจะรักใครเราต้องรู้จักรักตัวเองก่อน ดูแลตัวเองยังไม่ได้ จะดูแลคนอื่นได้ยังไง...จริงไหม”

กิตติยาจับมือโซดาขอบใจเธออย่างซาบซึ้ง โซดาเร่งให้ไปเถอะ ตนจะไปส่งที่รถ แล้วจูงมือกันออกไป

ooooooo

ที่ออฟฟิศพาทิศ ขณะที่ศรุดาประชุมอยู่ก็มีเมสเซนเจอร์มาบอกว่ามีดอกไม้มาส่ง บอกให้ส่งถึงมือเท่านั้น พอศรุดารับดูข้อความในการ์ดแล้วขอตัวไป

พอศรุดาเข้าห้องทำงานก็ทรุดนั่งใจเต้นโครมครามขณะอ่านการ์ดในมือ...

“ถ้าผมอยากรู้ว่าผมจะอยู่กับใครคนเดียวทั้งชีวิตได้ไหม ดา...พร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้ผมได้รึเปล่า”

อ่านแล้วศรุดาที่เครียดมาตลอดก็อมยิ้ม...

ooooooo

กิตติพัศดูแลศรุดาอย่างดี ไปไหนมาไหนก็คอยประคับประคองอย่างอบอุ่น และเมื่อพาไปที่บ้านจิม ทอมป์สัน ศรุดาขอบคุณที่พาตนมาที่นี่อีก

“ก็ดาตอบรับที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผมกล้ารักใคร...ผมก็อยากเป็นแรงบันดาลใจให้ดากล้าฝันอีกครั้งเหมือนกัน”

ศรุดายิ้มปลื้มสุดๆ เอามือคล้องแขนกิตติพัศเหมือนคู่รักเดินดูรอบๆบ้านหลังหนึ่ง ศรุดาบรรยายอย่างรู้จริงและลึกซึ้งในภูมิปัญญาของบรรพบุรุษว่า บ้านทั้งหลังไม่มีตะปูเลย บรรยายอย่างละเอียดจนกิตติพัศอึ้ง

ในความรู้ของเธอ ศรุดาหันมามองกิตติพัศถามว่า “หลับแล้วเหรอคะ”

“ไม่ได้หลับครับ กำลังหลง”

ศรุดายิ้มเขินเดินนำไป กิตติพัศยิ้มแล้วเดินตามไป จนถึงที่จัดนิทรรศการผ้าไหมเห็นชาวต่างชาติมากมายที่สนใจผ้าไหมไทย ศรุดาเอ่ยปลื้มว่า

“แบรนด์ไทยเรายังโตได้อีกเยอะเลยนะคะ ดาว่าเสน่ห์แบบตะวันออกยังไงก็เป็นสิ่งที่ตะวันตกไม่มี”

“ครับ...แล้วดารู้ไหมว่านั่นแหละคือเสน่ห์ของดา... ดามีความมั่นใจแบบตะวันตก แต่...มีความลึกลับแบบตะวันออก”

“ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้แรงบันดาลใจดากลับมา”

ศรุดามองไปที่ผ้าไหมตาเป็นประกายอย่างมีความฝัน ยกมือกิตติพัศที่กุมกันอยู่ขึ้นหอม แล้วกุมไว้แน่น

ooooooo

ฝ่ายนวียาอยู่ที่ร้านโค้ชยักษ์ เมื่อมีโปสเตอร์ประกาศการแข่งขันชิงถ้วยอาชาคลับ ทำให้เธอคิดถึงตัวเองในวัย 18 ปีที่เคยมองป้ายนั้นเปี่ยมด้วยความฝัน แต่ในวันนี้เมื่อพาทิศถามว่าช่วงนี้ไม่เห็นซ้อมขี่ม้าเลย

“ก็อยากพักบ้างอะไรบ้าง” เสียงตอบห้วนๆเหมือนไม่อยากคุยด้วยเพราะยังคาใจเรื่องกล่องความจำที่เห็น ครั้นพาทิศตามไปคุยก็ขอให้เขาไปห่างๆได้ไหมตนจะทำงาน

พายแยกไปหยิบกระดาษใบสมัครลงแข่งอาชาคลับ พับจรวดแล้วพุ่งฟิ้ววว...ไปตกที่เท้านวียา เธอหยิบขึ้นมาแล้วเดินไปหลังร้าน เห็นพาทิศที่ถูกหงุดหงิดใส่ยืนซึมอยู่ก็เข้าไปถามว่า

“วันนั้นที่หน้าผา คุณเขียนอะไรลงไปในจรวดใบที่สอง”

พาทิศจ้องหน้าเงียบแล้วเอาจรวดที่นวียายื่นให้คลี่ออก มันเป็นใบสมัครลงแข่งขันอาชาคลับ นวียาหันไปมองพาย พายยิ้มให้ลุ้นๆ พาทิศบอกว่าพายคงอยากให้เธอสมัคร นวียาบอกว่าตนยังไม่พร้อม พาทิศเงียบไปอึดใจ มองตานวียา เอ่ยจริงใจ

“ผมเข้าใจคุณนะ ต่อให้เราอยากเริ่มต้นใหม่อีกครั้งแค่ไหน แต่ถ้าเรายังจัดการกับแผลในอดีตไม่ได้ เราก็คงยังไม่พร้อม ทุกอย่างคงมีเวลาของมัน ผมหวังว่า...คุณจะเข้าใจผมเช่นกัน”

นวียาไม่กล้าสบตาพาทิศ ได้แต่เศร้า...กลืนน้ำตาไว้...

ooooooo

เมื่อแรงบันดาลใจกลับมาแล้ว ศรุดาเหมือนคนมีไฟในตัว โดยมีกิตติพัศคอยให้กำลังใจและหยอกเย้าประสาคนมีใจและเข้าใจกัน ทำให้เธอสามารถสร้างผลงานออกมาได้อย่างน่าทึ่ง

คืนนี้ศรุดาดูแหวนแต่งงาน อ่านสมุดบันทึกเก่าๆดูรูปเก่าๆที่เริ่มต้นอย่างมีความสุข สวยงามแล้วค่อยเปลี่ยนไปเป็นเศร้า แล้วก็...น้ำตา ศรุดาปิดสมุดบันทึกเหมือนตัดใจได้ แล้วไลน์หาพาทิศ...

“พรุ่งนี้คุณว่างไหม”

รุ่งขึ้นเมื่อพาทิศไปหาถามว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า นัดแต่เช้าเลย

“ดาคบกับกิตแล้ว” ศรุดาพูดสบายๆ แต่พาทิศอึ้ง เธอยิ้มถามว่า “มันดูไม่น่าจะรอดเลยใช่ไหม”

พาทิศตอบว่าผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ศรุดาบอกว่า “ดาตัดสินใจแล้ว”

“ผมขอให้ดาไม่เจ็บปวดแบบที่ผ่านมา”

“ขอบคุณนะทิศ ดาแค่อยากให้ทิศรู้จากปากดา ทิศเข้าใจดานะ”

ทั้งสองมองตากันเหมือนจะอำลาจากความทรงจำเก่าๆ แล้วพาทิศก็ขอกอดศรุดาเป็นครั้งสุดท้าย...

รุ่งขึ้นพาทิศก็เอากล่องความทรงจำที่เก็บไว้นานนับปีไปทิ้ง

เมื่อก้าวข้ามอดีตได้แล้ว พาทิศยิ้มกับตัวเองอย่างโล่งอก

เมื่อไปที่ร้านโค้ช เห็นนวียายืนอ่านใบประกาศการแข่งขันขี่ม้าของอาชาคลับในปี 2015 สีหน้าเคร่งเครียด พาทิศไปยืนข้างๆเหมือนรู้ว่านวียาคิดอะไรอยู่ ถามว่า

“วันก่อนที่คุณถามผมว่า ผมเขียนอะไรลงในจรวดใบที่สอง” นวียาจ้องหน้าลุ้น ทำให้พาทิศเขินจนเกือบจะเปลี่ยนใจ “ผมเขียนว่า...ว่า...มีบางคนทำให้ผม...อยากลืมอดีตและเริ่มต้นใหม่ แต่ผมยังให้อภัยในสิ่งที่ตัวเองทำในอดีตไม่ได้”

นวียารู้ว่าเขาต้องการสื่อถึงตน ซึ้งจนน้ำตาคลอถามว่า


“จริงหรือท้า” แล้วนวียาก็ไปหยิบใบสมัครลงแข่งอาชาคลับ “ฉันขอท้าให้คุณอภัยให้ตัวเอง แล้วฉันก็พร้อมจะลืมความผิดตัวเองในอดีตและลงแข่งอีกครั้ง” พาทิศยิ้มอย่างสุดหัวใจ นวียาพูดต่อทั้งให้กำลังใจและท้าทายว่า “เราจะก้าวข้ามไปด้วยกัน...ถ้าคุณกล้ารับคำท้า”

ทั้งสองมองตากันอย่างมุ่งมั่นและมือก็กุมกันแน่น อย่างพร้อมที่จะก้าวข้ามอดีตไปด้วยกัน

แล้วปาฏิหาริย์ที่เกิดจากแรงบันดาลใจก็ปรากฏเป็นจริง เมื่อนวียาเข้าแข่ง ขี่ม้ากระโดดข้ามสิ่งกีดขวางสุดท้ายไปได้ พาทิศกับพายลุกขึ้นปรบมือดีใจสุดๆ แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นนวียาควบม้าหายไปที่หลังตึกหนึ่ง พายกระตุกมือพาทิศให้รีบตามครูไป

พายวิ่งไม่ทัน พาทิศจึงจับแบกวิ่งตามนวียาไป เจอนวียาหยุดม้ารอที่สะพานเล็กๆข้ามคลอง เธอหันมายิ้มกับพ่อลูก พาทิศรีบพาพายเข้าไปหา พายถามอย่างตื่นเต้นว่า

“นี่ใช่สะพานข้ามดวงดาวที่ครูเล่าให้ฟังหรือเปล่าคะ”

“ใช่ค่ะน้องพาย ที่นี่แหละ”

พาทิศกับนวียาจูงมือพายคนละข้างเหมือนกำลังจะข้ามสะพานไปด้วยกัน พลันก็มีเสียงผู้หญิงเรียก

“พาย! พาย...มานี่เร็ว”

พาทิศตะลึง แม้หญิงคนนั้นจะยืนหันหลังให้แสงอาทิตย์ทำให้ไม่เห็นหน้า แต่พาทิศก็รู้ว่าเธอคือใคร พายกระชากมือจากพาทิศวิ่งไปหาหญิงคนนั้น แล้วหญิงคนนั้นจูงมือพายหายไป พาทิศตะโกน

“พาย! อย่าไปนะลูก!”

พาทิศจะตามไปแต่นวียาดึงมือไว้ก่อน เตือนสติว่า

“เดี๋ยวก่อน! ไหนคุณบอกว่าเราจะก้าวข้ามไปด้วยกันไง”

พาทิศสับสน ลังเล เป็นห่วงพาย ในที่สุดเขาก็รูดมือนวียาออกและวิ่งตามพายไปอย่างเร็ว...

ดึกคืนนี้พาทิศสะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ เขางัวเงียลุกขึ้นยกหู ไม่ทันพูดอะไรปลายสายก็พูดก่อน

“ทิศเหรอ...พี่อรเอง อาทิตย์หน้าพี่อรจะกลับเมืองไทย!”

พาทิศหายงัวเงียเป็นปลิดทิ้ง...หน้าเครียดทันที

ooooooo

นวียาก้าวข้ามความกลัวครั้งแรกไปได้ แต่พอลงแข่งในปี 2554 เธอกลับบังคับม้าข้ามสิ่งกีดขวางอันที่ 7 ไม่ได้ ยิ่งควบบังเหียนม้าก็ยิ่งขืนตัวเอง

เมื่อมานั่งคุยกับโค้ช นวียาตึงเครียดมาก เธอมองใบสมัครตรงหน้าไม่กล้ากรอก แต่โค้ชกลับจิบชามองไปทางอื่น พูดลอยๆว่า

“ความลังเลสงสัยฆ่าความมั่นใจไปครึ่งนึงเสมอ” นวียาบอกว่าตนแค่รู้สึกตัวเองไม่น่าจะทำได้ “ความคิดน่ะเป็นเรื่องดีก็ต่อเมื่อเราเป็นนายมัน ไม่ใช่ปล่อยให้

มันเป็นนายเรา ถ้าเราควบคุมความคิดตัวเองได้ เราก็จะคิดแต่ในทางที่ดี ก็เหมือนกับการควบคุมม้านั่นแหละ”

“โห...วันนี้โค้ชมาเต็มมากเลย แต่หนูคิดตามไม่ทันจริงๆ โค้ชช่วยพูดอะไรเข้าใจง่ายๆกว่านี้ได้ไหม”

“ประสานความคิดของเราให้เป็นหนึ่งเดียวกับม้า เมื่อนั้นเราจะควบคุมได้ทุกอย่าง”

นวียาเริ่มมั่นใจ ทำท่าจะกรอก แต่แล้วก็เอาโทรศัพท์มาถ่ายใบสมัครส่งไปให้พาทิศแล้วไลน์บอกว่า

“เอาจริงละนะ”

ส่งแล้วดูโทรศัพท์เห็นว่าพาทิศอ่านแล้วแต่ไม่ตอบอะไรมา นวียากลับไม่มั่นใจขึ้นมาอีก

ooooooo

เพราะวันนี้แม่กับอรจิราจะกลับมาแล้ว พาทิศไปรับพายลาโรงเรียนครึ่งวันเพื่อไปรับแม่กับป้า

พาทิศพาพายกลับบ้านเปลี่ยนชุด พายเลือกชุดสีชมพู พาทิศบอกติดโบด้วย

ไปถึงสนามบิน พาทิศบอกพายว่าคุณย่ากับคุณป้าคงมากันแล้ว พายดีใจมีความสุขมาก แต่พาทิศกลับกังวลอะไรบางอย่าง

เมื่อรับกลับถึงบ้าน แม่กับอรจิราเข้าบ้านด้วยสีหน้าเย็นชาทั้งคู่ อรจิราถอดแว่นกันแดดมองไปทั่วบ้าน แม่บอกว่าทิศเขาทาสีบ้านใหม่ เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ อยากให้บรรยากาศมันดู...

แม่พูดไม่ทันจบอรจิราก็ถามขัดขึ้นว่าแล้วโซฟาของพ่อล่ะ พอแม่บอกว่ายกให้คนอื่นไปแล้ว อรจิราก็ทักท้วงเชิงตำหนิว่า แม่ก็รู้ว่านั่นโซฟาตัวโปรดของพ่อ

แม่บอกว่ามันเก่าและสปริงข้างในก็ยวบหมดแล้ว

อรจิราขัดใจมากที่แม้แต่ห้องทำงานของพ่อก็เปลี่ยนไปทำอย่างอื่น แม่บอกว่าก็พ่อเขาไม่อยู่แล้ว

“ก็เพราะแม่เป็นแบบนี้ไง พ่อเขาถึงไม่อยากอยู่ด้วย แม่ก็ดีแต่จัดการชีวิตคนตามแบบที่แม่คิดว่าดี”

“ยัยอร แม่ทำทุกอย่างเพื่อดูแลทุกคนอย่างดีที่สุด”

“ค่ะ ชีวิตอรและชีวิตทิศถึงเป็นแบบนี้ไงคะ”

ขณะแม่กับอรจิราโต้แย้งกันอย่างตึงเครียดนั้น เสียงใสๆของพายก็ร้องทัก “คุณป้าขา...” แล้วพายก็กางมือวิ่งเข้าหาจะกอด อรจิรากลับสีหน้าเย็นชาแล้วกลายเป็นตื่นกลัว พอพายวิ่งเข้าใกล้อรจิราก็ยกมือห้าม

“อย่านะ!!”

พายยกมือค้างมองอรจิราตะลึง!

ooooooo

แม่กับพาทิศต่างจ้องอรจิราว่าจะทำอะไร อรจิราเหมือนได้สติพูดกลบเกลื่อนว่าตนยังไม่ได้อาบน้ำขอตัวไปอาบน้ำก่อน พายถามพ่อกับย่าว่าคุณป้าไม่ชอบตนหรือ

พาทิศแก้ให้ว่าป้าเขาไปอาบน้ำก่อนค่อยมากอดพายทีหลัง แม่ผสมโรงว่าก็พายเพิ่งอาบน้ำมา ย่าเองก็ยังไม่กล้ากอดพายเลย แม้พายจะสับสนแต่ก็พยายามเชื่อตามที่ผู้ใหญ่พูด

พาทิศโกรธมาก คืนนี้เลยว่าอรจิราอย่าทำแบบนี้ใส่พายอีก นวียาโทร.เข้าก็เลยไม่ได้รับสาย เธอจึงมาที่บ้านบอกด้วยสีหน้าสดใสว่าเอาขนมมาฝากพายและมาบอกว่าตนกรอกใบสมัครเรียบร้อยแล้ว

แต่พาทิศกำลังหงุดหงิดขอโทษและขอให้เธอกลับไปก่อน ตนกำลังจะออกไปกินข้าวกับครอบครัว

นวียาหน้าเสียกลับไป แต่อดหันมองมาที่บ้านอีกทีไม่ได้ เธอเห็นเงาของผู้หญิงแอบดูทางหน้าต่างแว้บๆ

ต่อมาจึงโล่งใจเมื่อรู้จากนนทวีว่าเป็นพี่สาวของพาทิศเพิ่งกลับมาเมืองไทย

พอไปร้านอาหาร อรจิราก็สั่งอาหารยาวเหยียดแล้วถามคนอื่นว่าเอาอะไรอีกไหม ทุกคนเงียบ เธอบอกบ๋อยว่าเอาแค่นี้ก่อน แล้วบ่นว่าห้องนอนตนรกมาก

ตอนตนไม่อยู่มีใครไปใช้ห้องตนหรือเปล่า พอพาทิศบอกว่าให้พี่เลี้ยงพายอยู่ ก็ทำหน้ารังเกียจถามว่าห้องตนกลายเป็นห้องพี่เลี้ยงเด็กไปตั้งแต่เมื่อไหร่

“ผมต้องทำงานและให้แม่เลี้ยงน้องพายคนเดียวก็คงเหนื่อย ผมเลยจ้างพี่เลี้ยง”

พายหน้าเสียที่ตนกลายเป็นตัวปัญหาให้ป้ากับพ่อมีปัญหากัน อรจิราทำเป็นหยิบมือถือขึ้นมาเล่นแก้เก้อ ส่วนพาทิศมองอรจิราอย่างพยายามข่มอารมณ์

ooooooo

ฝ่ายกิตติพัศดูแลและช่วยงานศรุดา พาไปแนะนำให้รู้จักกับคุณมณีที่ปรึกษาด้านการประกอบธุรกิจด้านแฟชั่นชั้นนำของประเทศไทย ศรุดาคุยกับคุณมณีอย่างลื่นไหลโดยมีกิตติพัศช่วยสร้างบรรยากาศตามถนัด

กิตติพัศทำจนชนะใจปิ่นที่โทร.มาเช็กและบอกศรุดาว่าคนนี้ตนโอเค ส่วนศรุดาบอกกิตติพัศว่ากำลังให้คะแนนเขาอยู่ เขาอ้อนว่าจะให้เกินสิบก็ไม่ว่านะ ศรุดาบอกว่าเพิ่งจะพ้นติดลบต่างหาก แล้วก็หัวเราะกันอย่างผ่อนคลาย

ส่วนกิตติยาก็รุกนนทวีอย่างต่อเนื่อง รุกทางตัวเขาโดยตรงไม่ทันใจก็เข้าทางพ่อแม่ พาไปกินข้าวซื้อของและช่วยทำอาหารทำโน่นทำนี่อย่างกระตือรือร้นจนพ่อกับแม่ชื่นชมมาก

นนทวีสงสัยว่าทำไมกิตติยาจึงรู้การเคลื่อนไหวของตนทุกฝีก้าว เรียกโซดามาซักไซ้จึงรู้ว่ากิตติยาติดสินบนโซดาหนึ่งหมื่น เขาบ่นโซดาว่ามีเรื่องใช้จ่ายอะไรมากมายขนาดนั้น ถ้าไม่รีบแก้ปัญหาก็เตรียมหางานใหม่ได้เลย ส่วนตัวเองก็รับมือกับการรุกของกิตติยาอย่างเอือมระอาและรักษาเนื้อรักษาตัวเต็มที่

อรจิราไม่สามารถอยู่ที่บ้านได้ เพราะเธอแสดงความรำคาญรังเกียจพาย จนแม่ถามว่าทำไมสร้างปัญหาได้ตลอดเวลา อรจิราจึงประกาศว่าถ้าตนเป็นตัวปัญหาตนก็ไม่อยู่ให้เป็นตัวปัญหาก็ได้ แล้วเธอก็ย้ายออกไปอยู่คอนโดโดยไม่แยแสความรู้สึกของใครเลย

ooooooo

ในขณะที่ความสัมพันธ์ของศรุดากับกิตติพัศกำลังหอมหวานนั้น อรจิราที่หลงรักกิตติพัศมานานก็แทรกเข้ามา พยายามที่จะแย่งกิตติพัศไปให้ได้

แล้วก็เหมือนโชคเข้าข้างเธอ คืนนี้ขณะอรจิรามากับกลุ่มเพื่อนจะเข้าผับ เห็นกิตติพัศมากับลูกค้าก็แยกตัวไปหาและฉกเขามาจากลูกค้าพาเข้าผับ ขณะเพื่อนๆเต้นกันอยู่แถวนั้น อรจิราก็ระลึกความหลังกับกิตติพัศโดยเฉพาะคืนที่เธอปาร์ตี้ทิ้งร่างสุดๆ

คืนนั้นเธอไปเคาะประตูห้องกิตติพัศจนแตกตื่นกันทั้งคอนโด กิตติพัศบอกว่าทำเอาตนแทบไม่กล้าสู้หน้าเพื่อนบ้าน อรจิราพูดงอนๆว่า ก็ใครใช้ให้ทิ้งตนไปก่อนล่ะ กิตติพัศบอกว่าเรื่องมันจบไปนานแล้ว

“จบแล้วก็เริ่มใหม่ได้นี่คะ” อรจิราทิ้งสายตาอ่อย เพื่อนๆกลับมาพอดี กิตติพัศได้โอกาสขอตัวไปดูแลลูกค้าต่อ เพื่อนๆเห็นกิตติพัศไปก็ถามอรจิราว่า “อดกินล่ะสิแก”

“ก็...แค่คืนนี้ แต่คอยดู คนอย่างฉัน อยากได้ไร ...ต้องได้!!” อรจิราว่าพลางกดโทรศัพท์หาพาทิศ

รุ่งขึ้นพาทิศก็เรียกประชุมทีมงานกะทันหันเพราะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องปก แจ้งว่าคุณอรจิราจะมาเป็นนางแบบสำหรับปกหน้า ทันใดอรจิราเข้ามายิ้มพิฆาตให้ศรุดา ทักทายอ่อนหวานแต่ดูแคลนในทีว่า

“ยินดีที่ได้ร่วมงานนะคะ ได้ข่าวว่าน้องดามืออาชีพมาก หวังว่าจะเป็นอย่างที่ได้ยินมานะคะ”

หลังการประชุม พาทิศขอโทษศรุดาที่ไม่ได้บอกเรื่องพี่อรก่อน เพราะเขาเพิ่งโทร.มาขอตนเมื่อคืน ศรุดาข่มใจบอกว่าไม่เป็นไร ตนเข้าใจ อรจิราก็เข้ามาแทรก ขอเบอร์โทร.ศรุดาบอกว่าเราน่าจะมีเรื่องต้องคุยกัน เห็น ศรุดามองอย่างไม่ไว้ใจก็พูดกลบเกลื่อนว่า “เรื่องงานที่จะถ่ายแบบน่ะค่ะ”

วันต่อมาศรุดาก็ได้รับไลน์จากอรจิรา เธอแปลกใจเปิดดู ศรุดาปากคอสั่นอย่างระงับอารมณ์ไม่ได้เมื่อเห็นภาพอรจิรากับกิตติพัศในผับเมื่อคืน พร้อมข้อความที่ทำให้ศรุดากลืนน้ำลายฝืดคอว่า

“ขอยืมตัวกิตคืนนึง คงไม่ว่าใช่ไหมคะ”

ooooooo


ละครรักพลิกล็อก ตอนที่ 5 อ่านรักพลิกล็อกติดตามละครรักพลิกล็อก ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ปีเตอร์ เดนแมน,สุชาว์ มานะยิ่ง,คณิน ชอบประดิถ, มณีรัตน์ ศรีจรูญ 22 พ.ย. 2561 07:56 2018-11-24T02:29:04+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ